--- title: การแถลงข่าวศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ช่วง 11.30-12.30 (18 พ.ค. 63) subtitle: date: วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม 2563 เวลา 10.45 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) ...Ր [เสียงดนตรี] (คุณสุภนันท์) สวัสดีครับ ต้อนรับทุกท่านเข้าสู่การแถลงข่าวสถานการณ์โควิด-19หรือ ศบค. ประจำวันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม 2563 นะครับ วันนี้นอกจากจะมีในส่วนของประเด็นและสถานการณ์ประจำวันแล้วนะครับ ยังมีรายละเอียด เรื่องของมาตรการในการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน ผู้ประกอบการรายย่อยหรือ SME ไม่ได้เข้ามาเหมือนก่อน แต่รายจ่ายประจำอย่างเรื่องหนี้สินทางธนาคารแห่งประเทศไทย มีมาตรการเข้ามาช่วยเหลือ ในการบรรเทาความเดือดร้อนตรงนี้อย่างไร ตรงนี้มีตัวแทนจากทางธนาคารแห่งประเทศไทยมาให้รายละเอียด ก่อนครับ สำหรับเริ่มต้นช่วงแรกวันนี้ขออนุญาตเป็นสถานการณ์ประจำวันนะครับ โดยท่านนายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 เรียนเชิญคุณหมอครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) กราบสวัสดีครับ ผม นายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน เพื่อรายงานสถานการณ์ไวรัสโคโรนา 2019 ประจำวันที่ 18 พฤษภาคม 2563 นะครับ วันนี้ถึงแม้จะเป็นการผ่อนคลาย ในมาตรการผ่อนคลาย ระยะที่ 2 ก็ยังจำเป็นที่จะต้องใช้หน้ากากอนามัย หน้ากากผ้าทุกครั้งที่ท่านออกจากบ้านนะครับ ก็ต้องขอขอบพระคุณนะครับ ที่ให้ความร่วมมือในช่วงเมื่อวานนี้ที่ผ่านมา เดี๋ยวผมคงได้นำรายงานที่ได้เกิดขึ้นจากการที่ท่านได้ออกไปจับจ่ายใช้สอยกันนะครับ ในเมื่อวานนี้ วันนี้ขออนุญาตเริ่มด้นด้วยการายงานผู้ป่วยพบใหม่ 3 รายครับสำหรับวันนี้ ทำให้ตัวเลขยืนยันสะสมอยู่ที่ 3,031 ราย ผู้ป่วยหายเพิ่มขึ้น 1 คนนะครับ 1 ราย อยู่ที่ 2,857 ราย และเสียชีวิตไม่เพิ่มขึ้น ก็เป็นข่าวดีนะครับ นอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลวันนี้ 3 ก็เป็น 118 คนนะครับ ครับก็ใน 3 รายนี้ เป็นอย่างไรบ้างนะครับ ก็เป็น 2 รายแรก เป็น ๒ ราย ที่เราได้ยินมาก่อนที่ติดเชื้ออยู่ในส่วนราชการที่แถวทางกรุงเทพมหานครนี้นะครับ ที่เคยได้รับทราบกันอยู่นะครับ ซึ่งยืนยันว่าเป็นประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยรายยืนยันก่อนหน้านี้นะครับ รายแรกเป็นผู้ป่วยหญิงไทยอายุ 29 ปี มีประวัติสัมผัสผู้ป่วยที่ทำงานในกรุงเทพมหานครด้วยอาการก็คือ ถ่ายเหลวและเข้ารับการตรวจหาเชื้อในวันที่ 15 พฤษภาคม และรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลในจังหวัดนนทบุรี รายที่ 2 สืบเนื่องและในกลุ่มเดียวกันนี้ เป็นชายไทยอายุ 55 ปี มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยันในที่ทำงานกันเดียวกับผู้ป่วยรายแรก เข้ารับการตรวจหาเชื้อในวันที่ 15 พฤษภาคม และรักษาในโรงพยาบาลเดียวกันกับผู้ป่วยรายแรก อันนี้นำเรียนนะครับว่า ทั้งหมดนี้ที่กลุ่มก้อนนี้เกิดขึ้นอยู่ในที่ทำงานเดียวกัน ตอนนี้ก็พบเป็น 6 ราย 2รายนี้ เกิดขึ้นใหม่ ทางการสอบสวนโรค โดยกรมควบคุมโรค ก็ได้เข้าไปติดตาม ซึ่งจะมีผู้ที่ใกล้ชิดตรงนี้ ต้องได้รับการตรวจเพิ่มเติมอีก จาก 2 คนนี้ ก็ยังต้องขยายผลไปอีกต่างหากนะครับ เดี๋ยวมีตัวเลขอะไรอย่างไร คงจะได้นำเรียนมารายงานต่อไปนะครับ แล้วรายที่ 3 เป็นผู้ป่วยหญิงไทยอายุ 27 ปี ภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดภูเก็ต อาชีพพนักงานขายสินค้า มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยัน ยืนยันนั่นก็คือผู้ป่วยในรายที่จังหวัดปราจีนบุรีนะครับ และเข้ารับการตรวจหาเชื้อในวันที่ 15 พฤษภาคม แล้วก็รักษาต่อที่โรงพยาบาลในจังหวัดภูเก็ต คงจำได้นะครับว่า มีผู้ป่วยที่ปรากฏอยู่ที่ปราจีนบุรี เดินทางมาจากจังหวัดภูเก็ต ซึ่งอันนี้ก็อยากจะได้นำเรียนนะครับว่า เราต้องวิเคราะห์ต้นทางไป ขออนุญาตได้ให้เห็นภาพ ของนนทบุรีกับกรุงเทพมหานคร เมื่อสักครู่นี้ได้วิเคราะห์เป็นกลุ่มก้อนหนึ่ง ที่นำเรียนต่อแต่ของทางภูเก็ต อีก 1 ท่านนี้ที่เป็นใหม่นี้ ท่านผู้ชมจำได้ก่อนหน้านี้ก็ไปที่จังหวัดปราจีนบุรี เดินทางออกจากทางภูเก็ตก็ไปตรวจยืนยันที่ปราจีนบุรี 1 คนนะครับ แล้วก็ที่เชียงใหม่อีก 1 คน ก็เลยเป็นเหตุที่จะต้องหาที่มาที่ไปเป็นการสอบสวนโรค ผมขอนำภาพนี้ขึ้นมา ไม่ได้เป็นเจตนาใด ๆ กับทางจังหวัดภูเก็ตแต่อย่างไดนะครับ แต่ว่านำเรียนเพื่อเป็นการเรียนรู้ร่วมกัน ให้เห็นภาพของการสอบสวนโรค ว่าเรามีทิศทางอะไรอย่างไร ซึ่งตรงนี้จะเห็นแผนที่ประเทศครับ ว่ามีคนที่เดินทางจากจังหวัดภูเก็ตนะครับ ออกไปในเดือนมีนาคม 7 ราย ไปที่สีออกเป็นน้ำเงิน ๆ สีฟ้า ออกเป็นน้ำเงินเป็นจุด ๆ แล้วอันที่ 2 ก็คือในเดือนเมษายน เป็นสีฟ้าสีจาง ๆ หน่อย ก็มีคนเดินทางเป็นสีฟ้าสีจาง ๆ หน่อยนี่นะครับ ออกไปทางอีสานนะครับ และก็ภาคตะวันออกนี่นะครับ ก็เป็น 2 กลุ่ม แล้วมีสีเขียวที่ออกเดินทางไปในเดือนพฤษภาคม ที่ได้บอกว่าเป็นปราจีนบุรีกับที่เชียงใหม่ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็นำเรียนว่าผู้ป่วยที่พบทั้งหลายนี้ ก็เชื่อมโยงกับการเดินทางข้ามจังหวัด ซึ่งนำเรียนว่าเป็นเรื่องธรรมดา เวลามีโรคระบาด โรคติดต่อ ไม่ได้โทษใคร ไม่ได้เป็นประเด็นของจังหวัดแต่อย่างไร เรามีอิสระเสรีที่จะเดินทางไปทุกที่ แต่ท่านก็ต้องเข้าใจถึงความเสี่ยงของท่านเอง แล้วก็พอมีอาการขึ้นมารีบเข้ารับการรักษา รีบขอการตรวจโดยเร็ว จะไม่มีอาการอะไรก็แล้วแต่ แต่ว่าถ้าเริ่มมีอาการอย่างนี้ เช่น จมูกไม่ได้กลิ่น มีคั่นเนื้อคั่นตัว หรือมีประวัติมีไข้ท่านก็ไปได้เลยนะครับ ซึ่งอันนี้ถ้าเราเจอโรคได้เร็วเราก็จะรีบรักษาได้เร็ว ก็ต้องขอขอบคุณพี่น้องทางจังหวัดภูเก็ต ซึ่งตอนนี้ต้องดูแลตัวเอง ทั้งในระดับของฝ่ายปกครองและระดับของประชาชน ทำงานกันอย่างเต็มที่ แต่อย่างไรก็ตามแต่ครับ ก็เพื่อให้เกิดความมั่นใจจริง ๆ นะครับ ถ้าจังหวัดภูเก็ตได้มีการดูแลอย่างดีแล้วเชื่อว่าตัวเลขจะน้อยลง ๆ เรื่อย ๆ คล้าย ๆ แผนที่ประเทศไทยกับสีแดง ใน 1 มีนาคม ผมขออนุญาตย้อนกลับไป 1 ประมาณ เกือบ ๆ 2 เดือนนะครับ มีนาคมที่ผ่านมานะครับ มีคนที่ติดเชื้อ สีแดง ๆ ซ้ายมือน้อยมากนะครับ ไม่กี่จังหวัดจากนั้นมา 1 เมษายน เห็นไหมครับ ที่การติดเชื้อไปทั่วประเทศ ใช้เวลาเพียง 1 เดือนแค่นั้นเอง กับการแพร่กระจายของเชื้อนี้ เร็วมากทีเดียวครับ พอไปดูครับจากสีแดงเราช่วยกันเต็มที่ 26 มีนาคม เราประกาศในเรื่องของ พ.ร.ก. ฉุกเฉินนะครับ แล้วก็เข้าสู่เดือนเมษายน วันที่ 1 เมษายน ที่แดงเต็มไปหมดนี้นะครับ เราใช้เวลามาถึง 17 พฤษภาคม ประมาณเดือนครึ่งถึงได้เกิดสีเขียวไปทั่วประเทศ หมายถึงว่าอัตราการติดเชื้อลดน้อยลง เราใส่เป็นตัวเลขสีเขียว ต้องใช้เวลามากกว่าการติดเชื้อเข้าไปอีก เพราะฉะนั้นอย่าให้เกิดการติดเชื้อเลยครับ เพราะเราต้องทุ่มเทสรรพกำลังและลงทุนแล้วก็ต่าง ๆ แต่โชคดีครับ เราใช้มาตรการในการที่เรียกว่า lockdown ที่ว่านี้นะครับ แล้วก็ทำให้อาจจะมีการทำให้เสียเรื่องของทางด้านเศรษฐกิจอยู่บ้างนะครับ ไข้ด้วยป่วยเสียชีวิตน้อยกว่าประเทศอื่น ๆ ที่เราได้รายงานกันเสมอเลยนะครับ ก็เป็นตัวเลขที่อยากจะนำเรียน ส่วนของต่างประเทศนะครับ ตอนนี้ตัวเลขแตะไปที่ 4,800,000 เสียชีวิตไป 316,000 อันดับของประเทศต่าง ๆ เชื่อว่าผู้สื่อข่าวทั้งหลายคงได้นำเรียนท่านแล้ว ผมขออนุญาตได้ข้ามไปเร็ว ๆ เพื่อที่จะได้รายงานไปมากกว่านี้นะครับ ทั้งแผ่นที่ 1 แผนที่ 2 จะเป็นทางด้านอาเซียนของเรา และแผนที่ 3 ก็จะเป็นประเทศกลุ่มอาเซียนและเอเชียนะครับ ไทยเราอยู่อันดับ 70 ครับ ในรายงานนี้นะครับ ไปดูที่อิตาลี ข่าวทางด้านอิตาลีบอกว่า นายกรัฐมนตรีของอิตาลีแถลงการณ์ระบุมาตรการผ่อนปรนในการปิดเมืองและกลับมาเปิดเศรษฐกิจอีกครั้ง อาจจะเสี่ยงต่อการเผชิญต่อโรคระบาด COVID-19 ระลอกที่ 2 ก็เป็นห่วงเหมือนกันนะนี่ เป็นสิ่งที่ประชาชนต้องยอมรับหากเกิดขึ้น ซึ่งรัฐบาลจำเป็นจะต้องดำเนินการปิดเมืองอีกครั้งหนึ่ง หากการแพร่ระบาดระลอกใหม่ ทั้งนี้อิตาลีเปิดให้บริการร้านอาหาร ร้ากาแฟ สถานเสริมความงาม และพิพิพิธภัณฑ์เปิดทำการวันพรุ่งนี้ ส่วนสถานที่ออกกำลังกาย สระว่ายน้ำจะอนุญาตเป็นลำดับถัดไป เขาก็ยังทำคล้าย ๆ กันกับเรานะครับ ค่อย ๆ ทยอยผ่อนคลายมาตราการต่าง ๆ ออกมาแต่ว่าก็ยังต้องระมัดระวังเหมือนกันนะครับ ที่ว่าอินเดียล่ะครับเป็นอย่างไรบ้าง อินเดียต้องขยาย lockdown ไปถึง 31 พฤษภาคม เดิมที่ว่าเริ่มมีการล็อกดาวน์ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม ออกมา น่าจะหมดในวันสองวันนี้ ก็เลยต้องเพิ่มขึ้นไปอีกนะครับ เพราะว่าผู้ป่วยใหม่เพิ่มขึ้น 90,000 ราย นะครับ กระทรวงมหาดไทยก็ยังสั่งปิดโรงเรียนแล้วก็ห้างสรรพสินค้า และสถานที่สาธารณะอยู่ เกาหลีใต้เป็นอย่างไรบ้างนะครับ ก็ยังคุมเข้มอยู่นะครับ มีผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมโรค ก็บอกว่าการหย่อนวินัยสำคัญที่สุดในการต่อสู้กับโรคนี้ ได้มีการบังคับให้ใส่หน้ากากอนามัยทุกคนที่ใช้บริการขนส่งสาธารณะในเมืองแทกูให้ใส่หน้ากากอนามัยที่ออกนอกบ้าน ถ้าไม่ใส่หน้ากากปรับสูงสุดถึง 50,000 บาท นี่เป็นของประเทศที่ก็เป็นประชาธิปไตยเหมือนกันนะครับ ก็มีกฏหมายกำกับขึ้นมาแล้วนะครับ ก็นำเรียนว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ ทางกรุงโซลยังปิดสถานบันเทิงทุกแห่ง ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดระลอก 2 นี้ หลังจากเกิดการแพร่ระบาดในย่านอิแทวอน ล่าสุดมีผู้ติดเชื้อในกรณีนี้ไปแล้ว 168 ราย ครับนี่คือสรุปของต่างประเทศทั้งหมดนะครับ มาดูมาตรการที่เกิดขึ้น กรมอนามัย โดยแพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร นะครับ ท่านอธิบดีกรมอนามัยได้ส่งชุดข้อมูลมาให้ดูนะครับ กรมอนามัยก็เป็น 1 ในหน่วยงานนะครับฝ่ายมั่นคง มีชุดข้อมูลที่ต้องนำเรียนว่า ทีมนี้ไปตรวจสิ่งต่าง ๆ ก็จะมี ศปม. จะตรวจหลัก 5 ข้อ แล้วทางกระทรวงต่าง ๆ โดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุขจะไปตรวจละเอียดขึ้น เรียกว่า เป็นตัวแบบคู่มือนะครับ นำเรียนท่านว่าจะมี 3 ขั้นตอน 1. คือ ตรวจมาตรการหลัก 5 ข้อ คือล้างมือนะครับ ใส้หน้ากาก อะไรทั้งหลาย 5 ข้อ และมีมาตรการเสริมอยู่ตรงกลาง ซึ่งอันนี้ก็เข้าไปตรวจโดยทาง ศปม. คือในจังหวัด ส่วนอันที่ 3 คือ ตรวจตามคู่มือ อันนี้จะตรวจละเอียดยิบเลย ซึ่งอันนี้ก็เพื่อให้เกิดมาตรการที่ดี ที่มีคุณภาพสูง อันนี้โดยทางกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งก็ได้นำลงไปสุ่มตรวจดูนะครับ นำเรียนในชุดข้อมูลกิจการนะครับ ตรวจไปเมื่อวันที่ 7-15 พฤษภาคม จำนวน 2,375 แห่งทั่วประเทศ จะเห็นชุดข้อมูลชุดแรก ชุดตลาด ท่านดูตรงกลางก่อนนะครับ ตลาด มาตรการที่ชมยกนิ้วให้คือสีเขียว นะครับ แล้วส่วนขวามือคือต้อง ต้องเน้นย้ำ คำว่า เน้นย้ำ คือต้องพัฒนาอยู่นะครับ ใช้นิ้วโป้งกดหัวลงมาตรงนี้ ท่านคงรู้ความหมายก็ต้องพัฒนา ซ้ายมือชม ชมอะไรบ้างครับ เรื่องสวมหน้ากากทำได้ดีนะครับ สำหรับเรื่องของตลาด แต่ขวามือคือความแออัดเรื่องที่ไปอยู่ในตลาดนั่นนานไป เว้นระยะห่างอันนี้ยังต้องพัฒนา มาดูแผงล่างคือ ร้านอาหารและแผงลอย สิ่งที่ยังต้องชม คือล้างมือ มีจุดล้างมือให้ คือจุดสีเขียว แต่ขวามือคือยังต้องเน้นย้ำ ต้องพัฒนาคือคือเรื่องของการไม่ทำความสะอาดพื้นผิว อันนี้ต้องช่วยกันนะครับ ส่วนถัดไป คือ ซูเปอร์มาเก็ต มินิมาร์ทก็ต้องชมครับ ซ้ายมือ คือ ล้างมือ กับเว้นระยะห่าง ส่วนขวามือที่ต้องพัฒนา คือการทำความสะอาดพื้นผิวนะครับ ก็ต้องเพิ่มขึ้น สวนสาธารณะและสนามกีฬา หน้ากากต้องชมเลยครับว่าทำได้ดี ทำความสะอาดก็ดี ระยะห่างก็ดีนะครับ ทางขาวมือ วัสดุอุปกรณ์ต้องตรวจละเอียดเลยนะครับ เรื่องวัสดุอุปกรณ์กีฬาต้องทำความสะอาดมากขึ้นนะ ม้านั่งอะไรทั้งหลายต้องตรวจถี่ยิบเลยนะครับ เป็นอย่างไร รวมถึงมีจุดล้างมือให้เยอะขึ้นไหม อันนี้ทั้งหลายนี้ขวามือนะครับ ส่วนอีกเรื่องหนึ่งร้านเสริมสวยอันนี้ที่ออกมาเยอะ ๆ นะครับ ต้องชม เรื่องระยะห่าง บุคคล การทำความสะอาด ส่วนที่ต้องพัฒนา ก็คือการสวมหน้ากากนะครับ เรื่องของการรองภาชนะขยะอะไรทั้งหลายนะครับ ส่วนเรื่องของร้านตัดขนสัตว์ ซ้ายมือ ก็คือเรื่องของล้างมือแล้วก็จำกัดจำนวนที่มานะครับ อันนี้ทำได้ดี แต่ยังทำได้ไม่ดีคือทำความสะอาดพื้นที่และอุปกรณ์ต่าง ๆ นะครับ แล้วก็ต้องสวมหน้ากากนะครับ และมีที่ล้างมือ อันนี้เป็นข้อย่อย ๆ นำเรียนว่าทุกท่านพอรับทราบตรงนี้ฝากเอาไปปฏิบัติในกิจการ กิจกรรมของท่านทั้งหลายด้วยนะครับ มาดูชุดข้อมูลชุดนี้ ที่ผมอยากจะได้นำเสนอขึ้นมาก็คือจาก www.ไทยชนะ.com เมื่อวานนี้ต้องขอขอบพระคุณหลาย ๆ ท่าน ทุก ๆ ท่าน พี่น้องประชาชนทั้งหมดที่ให้ความร่วมมือกับเรื่องของปรากฏการณ์ใหม่ที่ผมได้นำเรียนนะครับ ว่าเราจะต้องอยู่กับอยู่กับชีวิตวิถีใหม่นี้ โดยการใช้เทคโนโลยีเข้ามาร่วมกัน ไทยชนะคือ Platform ที่ทางการของไทยนะครับให้การรับรอง แล้วก็เป็น platform เดียว ที่ตอนนี้จะครอบคลุมกันทั้งประเทศ เพื่อที่จะได้มีการลงทะเบียนในฝ่ายของผู้ดำเนินการกิจการ กิจกรรม แล้วก็เช็กอิน เช็กเอาท์ ในส่วนของผู้ไปใช้บริการ และก็เป็นส่วนของการให้เรตติ้งเพื่อสำหรับผู้ที่เป็นผู้ตรวจประเมินก็จะใช้เรทติ้งของประชาชนคนไทยมาร่วมด้วย นอกจากเป็นฝ่ายรัฐที่จะไปประเมินเขา ทุกท่านก็ทำหน้าที่เป็นผู้ประเมินได้นะครับ ผมก็จะขอนำเรียนถึงความชื่นชม นะครับ ตัวเลขของคนที่ลงทะเบียน หมายถึงจำนวนร้านค้าที่มาลงทะเบียนนะครับ 44,386 ร้านค้า มาลงทะเบียนกัน มีจำนวนผุู้ใช้งานเข้าไป scan QR Code เพื่อ Check-in Check-Out 2 ล้านกว่าคนนะครับ และก็จำนวนครั้งที่เช็กอิน เช็กเอ้าท์ ถึง 2,600,000 นะครับ อันนี้เองอาจจะเป็นประเด็นที่ทำให้ ที่ผมจะพูดถัดไปว่า เป็นอย่างไร ประเมินร้านค้าอยู่ประมาณ 1,200,000 จังหวัดไหนบ้างที่ร่วมกันทำงาน นะครับ 76 จังหวัด รวมกรุงเทพมหานครอีก 1 ก็ทั้งหมด 77 นี้ช่วยกันทำอย่างเต็มที่นะครับ นำโด่งสูงที่สุด ก็คือกรุงเทพมหานคร แน่นอนครับเพราะว่ามีร้านค้าต่าง ๆ มากมาย นนทบุรี สมุทปราการ นครราชสีมา ภูเก็ต สุราษฎร์ ขอนแก่น แต่เป็นจังหวัดใหญ่ ๆ 10 จังหวัดนี้เข้าร่วมกันอย่างดีอย่างเต็มที่นะครับ แล้วก็อันนี้เป็นเรื่องของการลงทะเบียน และการลงทะเบียนเรื่องอะไรบ้าง ก็พบว่าร้านอาหารครับเยอะที่สุด ห้างสรรพสินค้ารองลงมา แล้วก็ซูเปอร์มาเก็ต ร้านสะดวกซื้อ ร้านจำหน่ายสินค้าเพื่ออุปโภคบริโภค การให้การบริการต่าง ๆ เหล่านี้ ก็เป็นธุรกิจต่าง ๆ ที่ลงทะเบี่ยนกันทีนี้มาดูภาคของผู้รับบริการ นะครับ ไปเช็กอิน เช็กเอาท์นะครับ เข้าไปในแต่ละส่วนแต่ละที่เช็กอิน เช็กเอ้าท์กันแค่ไหน อันนี้เป็นตัวเลขที่ได้มาจากระบบนะครับ ทั้งหมดยอดสะสมเช็กอินเข้าไป 2,600,000 โดยประมาณ ประมาณและ Check-out โดยประมาณ ล้านแปดจะเห็นนะครับว่า นี่คือท่านช่วยกัน แล้วก็ไปประเมินด้วย ในฐานะของผู้รับบริการก็ประเมิน ทำ 3 อย่างให้เลยครบมาก ขอบพระคุณมาก ๆ เลยนะครับ อีก 1,200,000 ที่ทำตรงนี้ให้ ก็ทำให้เราเห็นว่าทุก ๆ กิจการกิจกรรมที่มีอยู่นี้มีผู้ที่เข้าไปใช้งานต่าง ๆ อะไรอย่างไรที่เห็นตามตารางนี้ ก็ขอบคุณเป็นอย่างสูงนะครับ แล้วมาดูจังหวัดครับ มีใครที่มาช่วยลงทะเบียน มาช่วยกัน check-in check-out มีประชากรเยอะที่สุด ก็ช่วยกันเยอะที่สุดจะเห็นนะครับ แต่ที่ผมวงไว้ที่ส่วนต่างนี้นะครับ นำเรียนว่ามีความสำคัญ ถ้าท่านเช็กอินแล้วถ้าท่านไม่ Check Out ท่านก็อยู่ในห้าง คนอื่นก็เข้าไม่ได้นะครับ เมื่อวานนี้เกิดปรากฏการณ์ของห้างที่เข้าไปแออัดกันอะไรทั้งหลายนี่ คืออย่างที่ผมบอกว่าท่านเข้าไปแล้ว แล้วออกมาคนที่อยู่ที่บ้าน สามารถที่จะตรวจสอบได้เลยว่าห้างที่อยู่ใกล้ ๆ บ้านเรา ถ้าคนยังแน่นอยู่ยังไม่ต้องไป สามารหันหัวรถกลับไป สามารถ check ได้ app ส่วนต่างอย่างนี้นะครับ เห็นแต่ละที่นี่เข้าแล้วออกลืมครับ แต่ผมก็ถามในที่ประชุมว่า แล้วทำไมล่ะเขาถึงลืม ไม่ใช่ลืมอย่างเดียวครับ มีบางที่เพิ่งทำวันแรกครับ ก็สแกน QR Code มาแปะที่เดียว ขาออกก็ต้องมาเดินมาที่เดียว ก็มาอออยู่ที่เดียว เกิดความไม่สะดวก ตอนนี้สแกน QR Code เสร็จท่านสามารถแปะไปได้หลาย ๆ ที่เลยนะครับ ประตูมีกี่ประตูท่านก็เข้าด้านหนึ่งไปออกอีกด้านหนึ่งก็ Scan อันเดียวนี่ล่ะครับ เข้าด้านหนึ่ง ออกด้านหนึ่ง สมัยก่อนให้เข้าด้านหนึ่งและออกด้านเดียวเท่านั้น บังคับทางเข้าทางออกเพราะว่า ตอนนั้นยังไม่มีแอปฯ หรือบางคนก็ต้องสแกนด้วยเรื่องของเทอร์โมสแกน แต่ ณ ตอนนี้ถ้าเราใช้ระบบนี้แล้วก็มีได้หลายที่บางคนยังบอกว่า เอ๊ะ ถ้าลืม ไปแปะที่หัวเสาที่จอดรถ ก็ยิ่งจะดีนะอันนี้แล้วแต่ แต่ละห้างเลยครับก็ทำให้ท่านรู้ว่ามีคนเข้าคนออกอย่างไร ถ้าทุก ๆ คนช่วยกัน ก็จะทำให้ระบบนี้หมุนไปได้เดินไปได้ มีคนชมมาบอกว่า นี่ดีเลยร้านตัดผมเล็ก ๆ หรือร้านอาหารเล็ก ๆ อะไรทั้งหลายนี่ ไม่มีเหมือนห้างใหญ่ ๆ ที่มีบัตรคิว หน้าร้านใหญ่ ๆ หน้าร้านเล็ก ๆ ไม่ได้ซื้อแอปพลิเคชันที่จะมาเรียกคิวจัดคิว ใช้อันนี้ได้เลยสามารถทำได้ ประหยัดเงินด้วยกับกิจการร้านค้าเล็ก ๆ อันนี้ต้องขอบคุณทางไทยชนะ.com ที่มาช่วยในเรื่องตรงนี้ ต้องขอบคุณประชาชนคนไทยทุกคนที่มาช่วยกันนะครับ แล้วก็ห้างรวมถึงกิจการทั้งหลายที่ได้มาช่วยกันนะครับตรงนี้ มาดูเรื่องของการประเมินร้านค้าผ่านทางพี่น้องประชาชนกันนะครับ เมื่อกี้ที่บอกว่า 1,200,000 กว่าคนที่ประเมินกัน ส่วนใหญ่ออกมาเป็นอย่างไรครับ น่าชื่นใจครับ มาอยู่ทางขวามือเป็นส่วนใหญ่ ประเมิน 5 ข้อของร้านค้า ออกมาในเกรดที่ดีมาก ๆ นะครับ ต้องขอขอบพระคุณ อาจจะมี 3 4 2 1 อะไรบ้างนิดหน่อย อันนี้เป็นเรื่องปกติธรรมดา ท่านไหนตัวเลข 1, 2 นี่ ช่วยกันพัฒนาขึ้นมาให้ได้นะครับ ตรงนี้เราจะได้มั่นใจว่าทุก ๆ ร้านไม่ได้ไปประเมินเรื่องอื่น ประเมินเรื่องร้าน ความสะอาด เรื่องที่เกี่ยวข้องกับการที่เราจะสู้โควิดนี่อย่างเดียวเท่านั้น นี่คือสิ่งที่สำคัญ แล้วประเมินง่าย ๆ 5 ข้อ ล่าสุดครับ มีข้อมูลตอน 6 โมงเช้า ของ 18 พฤษภาคม คือตอนนี้ มีคนที่ลงทะเบียน 46,744 มีผู้ใช้บริการเกิดขึ้น 2,700,000 กว่าคน เชื่อว่าตอนนี้เกือบเที่ยงแล้วตัวเลขนี้คงจะเป็นอีกตัวเลขหนึ่งแล้วครับ ต้องฝากทุก ๆ ท่านนะครับ ช่วยกันเข้าระบบนี้ให้มากที่สุดครับ ขอบคุณครับ (คุณสุภนันท์) มีคำถามเกี่ยวกับ platform ไทยชนะเหมือนกันครับ เมื่อวานนี้ มีการส่งเข้าไปเพิ่มเพื่อน ในแอปพลิเคชันไลน์ที่ใช้ชื่อว่า ไทยชนะ ครับ แล้วก็มีชุดข้อมูลอีกชุดหนึ่ง บอกว่าการเพิ่มเพื่อน ดังกล่าวนี่ถือว่าเป็นของปลอม อย่ากดเข้าไปเพิ่มเพื่อนครับ ตกลงไทยชนะที่เป็น official account ได้ในไลน์นี่ตกลงเป็น Official ของจริงหรือเปล่าครับคุณหมอครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) เป็นออฟฟิเชียลของจริงครับ แต่ว่าไม่ได้ต้องการให้ท่านไปแอดเป็นเพื่อน เพื่อไปลงทะเบียนแต่อย่างใด สำหรับคนที่ต้องการเข้าไปได้รับทราบข้อมูลข่าวสารนะครับ ซึ่งอาจจะยังไม่ค่อยได้เข้าใจนัก หรือว่าจะโทรไป 1119 ถ้าท่านไม่ต้องการแอดตรงนี้ ก็ไปที่ 1119 แต่ว่าสายโทรศัพท์อย่างเดียว ก็อาจจะไม่เพียงพอ สายระบบทั้ง 2 ระบบ ทั้งระบบ online และระบบใช้สายโทรศัพท์เป็นแค่ 2 สายเท่านั้นเอง ใครที่ยังไม่เข้าใจนะครับ ระบบ ไปบอกว่าไม่ใช่ของจริง ของปลอมอะไรทั้งหลายนี้ เป็นของจริงครับ แต่ว่าเราใช้ไทยชนะตรงนี้ เพื่อที่จะได้สื่อสาร 2 ทางครับ แล้วก็ท่านถามมาบางทีอาจจะเป็นเรื่องส่วนตัวของร้านค้าลงเลขไม่ค่อยถูกนู่นนี่นั่น บอกเฉพาะเจาะจงท่านก็เห็นเฉพาะ 2 คน ไม่ต้องไปเปิดเผยอะไรกับใคร นี่คือสิ่งที่เป็นความละเอียดอ่อนของทีมงานที่ทำให้เห็นภาพชัด ๆ นะครับ เพราะคล้ายกับสายโทรศัพท์ครับ ถ้าท่านไปทำช่องทางอื่น ๆ คนอื่นมาเห็นด้วย ในคำตอบก็อาจจะไม่ดี ก็มีสิ่งที่เป็นเรื่องที่จะได้พูดคุยกันโดยตรงกับผู้ที่ให้คำแนะนำโดยตรงเท่านั้นเองครับ (คุณสุภนันท์) คำถามต่อไปนะครับ เป็นคำถามที่ฝากมาทางสื่อมวลชนครับ อยากให้ทาง ศบค. ประเมินภาพรวมของการเปิดห้างวันแรกหน่อยครับ หลายท่านเห็นภาพของผู้ไปใช้บริการ สแกน QR Code ตั้งแต่บริเวณทางเข้าและค่อนข้างจะหนาแน่น และ PPTV ก็ฝากความเป็นห่วงว่า พอไปอยู่รวมกันแบบนี้ก็เพิ่มความเสี่ยงให้เกิดความแพร่กระจายของโรคหรือไม่ครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) แน่นอนครับ เรื่องของการที่เราได้เรียนรู้ ในมาตรการระยะที่ 2 มาตรการผ่อนคลายอย่างนี้ เพิ่งผ่าน 1 วัน สำหรับส่วนตัวผมเอง ผมว่าต้องขอบพระคุณพี่น้องประชาชน ขอบพระคุณร้านค้าทุก ๆ ท่านที่ให้ความร่วมมืออย่างสูงมาก ๆ ซึ่งก็ทำให้เราได้เห็นภาพของการที่ได้มีการผ่อนคลาย ทุก ๆ ท่านได้ไปจับจ่ายใช้สอย ไปทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียนได้ดีขึ้นมานะครับ แต่อย่างไรก็ตามแต่ แน่นอนครับอย่างที่เคยบอกกันไว้ว่า ผมก็ต้องขออนุญาตออกตัวเลยครับว่า เราเพิ่งเริ่มการเรียนรู้ในไม่กี่วันนี้ จะให้เนี้ยบ จะให้ดีไม่กี่วันนี้ก็คงไม่ได้ ก็ต้องมีความขรุขระไม่สะดวกไม่สบายบ้าง ต่างคนต่างเขาเรียกอะไร ถ้าผ่อนคลายก็ต้องผ่อนคลายเรื่องพวกนี้ด้วย เพราะฉะนั้นตอนนี้เราเรียนรู้ร่วมกัน และต้องพัฒนาระบบและสังคมไปด้วยกัน จะเกิดสิ่งอะไรที่ที่เกิดขึ้นมาก็ถือว่าเป็นการทักท้วง ติเตียนหรือเก็บขึ้นมาเพื่อพัฒนากัน วันนี้มันเป็นอย่างนี้ พรุ่งนี้ก็จะดีขึ้นกว่าวันนี้ มะรืนนี้ก็จะดีกว่าวันพรุ่งนี้ ทำอย่างนี้กันไปเรื่อย ๆ นะครับ ผมเชื่อว่า ก็เหมือนอย่างตัวเลขที่บอก จากขาวมาเป็นแดง จากแดงมาเป็นเขียว เราต่างช่วยกันทำให้พื้นที่ประเทศไทยทุก ๆ แห่ง ทุก ๆ ที่ กลับมาปลอดภัย เพราะฉะนั้นถ้าท่านเริ่มต้นตรงนี้จาก 40,000 มาเป็น 80,000 มาเป็นแสน มาเป็นล้าน ร้านค้ากิจการทั้งหลายเข้ามาอยู่ในระบบนี้เชื่อมั่นว่า ระบบนี้จะเป็นการปกป้องคุ้มครองชีวิตและครอบครัวของเรา ระบบนี้ฐานข้อมูลจะอยู่ที่กรมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุข ใช้เจตนากันใช้ในการติดตามคนที่จะมีการเจ็บไข้ได้ป่วยเท่านั้น ท่านไม่ต้องกังวลใจนะครับ เรื่องอื่น ๆ เลย ด้วยตรงนี้คิดกันอย่างละเอียดแล้ว แล้วก็จะเก็บข้อมูลอยู่ในช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น อย่างที่บอกนะครับ ก็คือเพื่อตรงนี้คืออย่างที่บอกนะครับ จากภูเก็ตมาต้องโยงตรงโน้นตรงนี้ เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ ของเราต้องทำงานอย่างหนักมาก ๆ แต่ถ้ามีระบบนี้ปุ๊บขึ้นมานี่ไม่ต้องหาอะไรใครเลยนะครับ สามารถที่จะยกสาย แล้วก็เกิดชุดข้อมูลที่จะเรียกว่าอะไร เฉพาะเจาะจงขึ้นมาไม่ได้ไปกระทบร้านค้า ไม่ต้องกระทบกับสังคม ไม่ต้องกระทบกับคนอื่น ๆ มาก จะสามารถชี้จุดเป้าหมาย แล้วก็จัดการกับปัญหาได้อย่างรวดเร็ว ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงได้เห็นของความร่วมมือร่วมใจของพี่น้องชาวไทย ผมเชื่อว่าระยะที่ 2 ที่เรากำลังผ่านมาวันที่ 2 นี่ จนกระทั่งครบ 14 วัน ถ้าเราทำได้อย่างดี ระยะที่ 3 ที่มีกิจการร้านค้ารออยู่จำนวนมาก ปากท้องของพวกเขาก็รอกันอยู่ ถึงแม้ธุรกิจนั้นจะมีความเสี่ยงสูง ๆ แต่ถ้าของมาตรการของระยะที่ 2 ที่มีความเสี่ยงปานกลางตรงนี้ไปได้ ความเสี่ยงสูงเหล่านั้น ก็เป็นอิสระเสรีของพวกเราอยากจะไปทำตรงนั้นก็จะเกิดขึ้นได้ครับ ยกตัวอย่างเช่น เรื่องของด้านการ บางคนเดี๋ยวจะทำที่ใบหน้า ทำไมทำไม่ได้ ทำไมทำได้แต่ตัว ไม่เกิดขึ้นถ้าพี่น้องเราระยะที่ 2 ระยะที่ 2 กิจการระยะที่ 2 ทำได้ดี ระยะที่ 3 ได้แน่นอนนะครับ ต้องฝากทุก ๆ ท่านด้วยครับ (คุณสุภนันท์) สำหรับวันนี้ไม่มีคำถามเพิ่มเติมแล้วนะครับ คุณหมอจะมีอะไรทิ้งท้ายไหมครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ไม่มีแล้วครับ ร่วมมือกันและขอให้เราผ่านพ้นไปให้ได้ภายใน 12-13 วันข้างหน้านี้นะครับ กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับ (คุณสุภนันท์) ขอบพระคุณนายแพทย์ทวีศิลป์วิษณุโยธิน นะครับ โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 นำเรียนในส่วนของข้อมูลสถานการณ์เป็นประจำทุกวัน นะครับ สำหรับในช่วงต่อไปนะครับ จะเป็นการแถลงเรื่องมาตรการรายละเอียด โดยเฉพาะการบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในยามที่การทำมาหากินอาจจะไม่ได้มาก อาจจะไม่ได้เข้ามาเหมือนในอดีต เรื่องของหนี้สิน ซึ่งกระทบทั้งผู้ประกอบการรายย่อยของคนทั่วไป เรียกว่ากระทบกันทั่วหน้านะครับ ธนาคารแห่งประเทศไทยมีมาตรการอะไรที่เป็นรายละเอียดออกมาในการบรรเทาลูกหนี้เหล่านี้นะครับ ขออนุญาตเรียนเชิญท่าน รณดล นุ่มนนท์ นะครับ รองผู้ว่าด้านการเสถียรภาพด้านการเงินแห่งประเทศไทย (คุณรณดล) ครับ เรียนสวัสดีท่านผู้รับชม รายการทุกท่านนะครับ ในเรื่องของผลกระทบที่เกิดขึ้นจากภาวะเศรษฐกิจ แล้วก็การเงิน โรคระบาด โควิด -19 ธนาคารแห่งประเทศไทยไม่ได้นิ่งนอนใจ ก็คงได้รับทราบนะครับว่า ที่ผ่านมาที่มาช่วยลดผลกระทบที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างที่ท่านพิธีกรพูดถึง เป็นผลกระทบกับประชาชนนะครับ และผู้ประกอบการ SMEs ที่ค่อนข้างจะไม่มากนัก เพราะฉะนั้นผมจะถือโอกาสเรียน ที่จะเรียนชี้แจงใน 2 มาตรการ ในมาตรการแรกจะเกี่ยวกับผู้ประกอบการรายย่อย ประชาชนรายย่อยที่มีภาระหนี้สิน ที่เกิดจากผลกระทบจาก COVID-19 ในมาตรการที่ 2 นี่ จะเป็นเรื่องของซอฟโลน ที่จะเป็นการส่งเสริม เสริมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อย ในช่วงนี้นี่ซึ่งมีเรื่องของการผ่อนมาตรการต่าง ๆ เรื่องของเสริมสภาพคล่อง ในเรื่องของการนำเงินมาใช้ในการซื้อวัตถุดิบก็คงจะมีความจำเป็นนะครับ กับลูกหนี้รายย่อยนะครับ ในเรื่องของมาตรการแรกที่จะพูดถึง เป็นมาตรการที่จะช่วยเหลือโดยตรงนะครับให้กับลูกหนี้รายย่อย สินเชื่อทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อที่เกี่ยวกับบัตรเครดิต สินเชื่อเงินสดหมุนเวียน สินเชื่อบ้าน หรือแม้กระทั่งสินเชื่อในการเช่าซื้อและรถยนต์ ซึ่งที่ผ่านมาตั้งแต่เดือนมีนาคม เมษายนเราก็ได้รับการช่วยเหลืออย่างดีนะครับ ไม่ว่าจะเป็นธนาคารพานิชย์ ธนาคารของรัฐหรือ non-bank ในการช่วยเหลือลูกหนี้ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการลดดอกเบี้ย ลดเงินต้นนะครับ มีการชะลอพักเงินต้น และดอกเบี้ยเป็นระยะเวลาถึง 3 เดือน ในเรื่องของสินเชื่อบัตรเครดิตเราก็ให้สถาบันการเงิน ลดผ่อนขั้นต่ำของหนี้ที่ค้างชำระอยู่ ซึ่งแต่เดิมจะต้องค้างชำระก็ต้องจ่ายร้อยละ 10 ลงเหลือเพียงแค่ร้อยละ 5 นะครับ แต่ที่สำคัญอย่างยิ่งนะครับ เงินคงค้างที่เหลือก็จะมีการขยายเวลาผ่อนเป็น 48 เดือน รวมถึงมีการลดดอกเบี้ย 18 เปอร์เซ็นต์ เป็น 12 เปอร์เซ็นต์นะครับ เกี่ยวกับสินเชื่อเงินสดหมุนเวียน หรือเงิน OD ก็มีการขยายเวลาผ่อน นะครับ 48 เดือน ลดดอกเบี้ยลง เป็น 22 เปอร์เซ็นต์ และก็มีการพักดอกเบี้ย อีก 3 เดือน เป็นต้น นะครับ ก็เข้าใจว่ามีการพักเงินต้นและดอกเบี้ยรวมถึงในเรื่องของขยายเวลาผ่อน แล้วก็ลดค่างวดนะครับ ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากสถาบันการเงิน รายย่อยกลุ่มนี้ จากข้อมูลล่าสุด ก็มีลูกหนี้ที่ได้รับการช่วยเหลือจากสถาบันการเงินรวมถึง 13 ล้านรายนะครับ แล้วก็วงเงินทั้งหมดประมาณ 4.6 ล้านล้านบาท โดยเป็นรายย่อยอยู่ที่ประมาณ 13,000,000 รายนะครับ จำนวนเงินอยู่ที่ 3.4 ล้านล้านบาท แต่ถึงแม้การช่วยเหลือนี่จะอยู่ในวงกว้างนะครับ แต่สิ่งที่ธนาคารแห่งประเทศไทยก็คือว่าสิ่งที่ช่วยเหลือนี้เป็นมาตรการชั่วคราวเท่านั้น เพราะเป็นการพักเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นระยะเวลา 3-6 เดือน เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราเห็นในการเข้าไปช่วยเหลือ ดูแลลูกหนี้ในการปรับโครงสร้างหนี้ ให้สอดคล้องกับรายได้ที่ลูกหนี้จะมีในช่วงต่อไปนี้จากผลกระทบ COVID-19 หมายความว่า ในการปรับโครงสร้างหนี้ ก็ต้องคำนึงถึงรายได้ที่จะได้รับจากลูกหนี้ในช่วงต่อจากนี้ไปนะครับ การปรับโครงสร้างหนี้ กับเรื่องการลดดอกเบี้ย การยืดเวลาการลดค่างวดเป็นต้น เพราะฉะนั้นตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ก็จะร่วมมือกับสถาบันการเงินมีการเจรจาปรับปรุงโครงสร้างหนี้กับลูกหนี้รายย่อยทั้งหมด ผมเรียนว่า มาตรการที่ผ่านมานี้ เป็นมาตรการชั่วคราวเท่านั้นนะครับ นอกเหนือจากเรื่องของความคืบหน้าที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของลูกหนี้แล้วนี่ผมอยากจะเรียนอีกอย่างที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ได้เริ่มมาตั้งแต่ 1 พฤษภาคม ก็คือเรื่องของดอกเบี้ยผิดชำระหนี้ ที่ผ่านมาปรากฏว่า เวลาที่ลูกหนี้ชำระเงินผิดชำระ วิธีกาาคำนวณของสถาบันการเงิน ก็จะคำนวนจากยอดเงินต้นคงเหลือทั้งหมด กี่งวดก็ตามนี่ก็จะนำเงินต้นทั้งหมดมาคำนวณดอกเบี้ยค้างชำระ ซึ่งอันนี้ทางธนาคารแห่งประเทศไทย เห็นว่าไม่น่าจะเป็นธรรมนะครับ เพราะว่าดอกเบี้ยค่อนข้างจะสูง ในตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2563 เราก็ได้มีการกำหนดวิธีการคำนวนดอกเบี้ยผิด ใหม่นะครับ โดยให้คำนวณเฉพาะเงินต้นในงวดที่ผิดนัดชำระหนี้เท่านั้น ไม่ให้เอาเงินต้นที่คงเหลือทั้งหมดนี่มาคำนวณ จะทำให้ภาระหนี้ของลูกหนี้ลดลงเป็นอย่างมาก จากตัวอย่างสินเชื่อบ้านจำนวน 5 ล้านบาท และลูกหนี้นี่ผิดนัดชำระครั้งเดียวนะครับ แต่ในการคำนวณแบบเดิมจะคำนวณเงินต้นคงค้างทั้งหมด ล้านบาท แปลว่าลูกหนี้นี่ ต้องเสียดอกเบี้ย 27,443 แต่ในวิธีการใหม่นี่เราให้คำนวณในเฉพาะเงินที่ค้างชำระเท่านั้น ก็แสดงว่าลูกหนี้นี่ก็ค้างชำระเพียงแค่ 10,000 บาทเท่านั้น ก็แสดงว่าลูกหนี้จะเสียดอกเบี้ยปรับ 57 บาท เท่านั้น อันนี้ก็เป็นมาตรการหนึ่งที่เราดูแลลูกหนี้นะครับ โดยเฉพาะในช่วงที่ได้รับผลกระทบต่อโควิด-19 และก็ให้เกิดความเป็นธรรมกับลูกหนี้ นี่คือมาตรการแรกนะครับ เป็นมาตรการที่เกี่ยวข้องกับลูกหนี้รายย่อยโดยตรงนะครับ ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อบัตรเครดิต สินเชื่อบ้าน สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ อย่างที่ผมเรียนในช่วงนี้เป็นช่วงของการพักชำระ 6 เดือน แต่สิ่งที่ธนาคารแห่งประเทศไทยและสถาบันการเงินจะทำต่อไป ก็คือในเรื่องของการเจรจาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ให้สอดคล้องกับรายได้ของลูกหนี้ในช่วงหลังจาก COVID-19 ในมาตรการที่ 2 จะเป็นมาตรการที่เพิ่งออกมาเมื่อปลายเดือนที่แล้ว เป็นเรื่องของมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ SMEs โดยตรง มาตรการนี้เป็นมาตรการที่มีวัตถุประสงค์ในการที่ต้องการเสริมสภาพคล่องให้กับลูกหนี้ ในการที่จะไปจ่ายเงินให้พนักงาน ไปจ่ายลูกหนี้การค้านะครับ และสำคัญอย่างยิ่งช่วงนี้ที่มีการผ่อนคลายในเรื่องของกิจการ ดังนั้นลูกหนี้อาจจะจำเป็นที่ต้องมีเงินสดหมุนเวียน ในการที่ไปซื้อวัตถุดิบในการที่จะไปเปิดกิจการเบื้องต้น ในการส่งเสริมสินเชื่อซอฟโลนที่ออกมาครับ ในมาตรการนี้นี่ในเรื่องของการอนุมัติในเรื่องของสินเชื่อ Soft Loan นี่ ในเรื่องของการให้สินเชื่อวงเงินไม่เกินร้อยละ 20 นะครับ ของเงินสินเชื่อคงค้าง ในปี 2562 นะครับ และเป็นสินเชื่อที่ดอกเบี้ยถูก ร้อยละ 2 เป็นเวลานาน 2 ปีและสำคัญที่สุดนะครับก็คือว่า จะไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยใน 6 เดือนแรก รวมทั้งในเรื่องของจะไม่มีค่าธรรมเนียมทุกประเภท ซึ่งเป็นเรื่องที่เรากำชับสถาบันการเงินนะครับ ขอย้ำอีกทีหนึ่งนะครับว่า ซอฟโลนจะต้องไม่มีค่าธรรมเนียมทุกประเภท รวมถึงพวกขายประกัน ต้องไม่มีนะครับ อันนี้เป็นสิ่งที่เราให้ความชัดเจนนะครับ ในเรื่องของซอฟโลนที่จะได้จากสถาบันการเงิน มาตรการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของ Soft Loan มาตรการการชะลอการชำระหนี้ อันนี้ก็คือการที่จะเลื่อนกำหนดการชำระหนี้ ไม่ว่าจะเป็น 6 เดือน โดยอัตโนมัตินะครับ ซึ่งอันนี้ไม่ถือว่าผิดชำระหนี้ แล้วก็ไม่เสียประวัติในเรื่องของ NCB ในเรื่องของคุณสมบัติของ Soft Loan ซึ่งผมชี้แจงให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่งนะครับ มีอยู่ 4 ลักษณะด้วยกันที่จะได้รับมาตรการนี้นะครับ 1 ก็ต้องเป็นลูกหนี้ที่ประกอบธุรกิจในประเทศไทย 2. จะต้องไม่เป็นลูกหนี้ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ 3.จะต้องไม่เป็นลูกหนี้ NPL เมื่อ 31 ธันวาคม 2562 และ 4. ก็คือจะต้องมีวงเงินกับสถาบันการเงินไม่เกิน 500 ล้านบาทครับ เพราะฉะนั้นถ้าท่านเข้า 4 คุณลักษณะนี้ นี่ ท่านสามารถยื่น Soft lone จากสถาบันการเงินได้นะครับ อันนี้ผู้ประกอบการ SMEs ที่จะยื่นความจำนงที่จะรับซอฟโลน จากความคืบหน้า Soft Loan ซึ่งมีวงเงิน 500,000 ล้านนี่นะครับ มีเข้ามายื่นแล้วประมาณ 49,000 ล้านบาท โดยเป็นจำนวนลูกหนี้ประมาณ 28,600 รายนะครับ และวงเงินเฉลี่ยที่ได้รับกันไป 1.7 ล้านต่อราย อันนี้ก็จากการที่เราดู ก็มีการกระจายตัวดีนะครับ 72 เปอร์เซ็นต์นี่เป็นธุรกิจขนาดเล็กที่วงเงินไม่เกิน 20 ล้านบาท แล้วก็ในแง่ของเป็นธรุกิจขายส่ง ขายปลีกสินค้า ประมาณร้อยละ 49 และในแง่ของการกระจายตัวของต่างจังหวัดก็ค่อนข้างจะเยอะ ก็แสดงว่ามีการกระจายตัวอย่างดีในมิติต่าง ๆ อย่างไรก็ดีนะครับ มาตการนี้อย่างที่เรียนมีอยู่ 5 แสนล้านบาท ถ้ารวม 49,000 ที่ออกไปแล้ว ซอฟโลนที่ธนาคารออมสินออกไป 55,000 ล้าน แล้วจำนวน แสนล้านบาทนี่ก็ยังมี SMEs ที่ผมคิดว่ายังต้องการสินเชื่อ Soft Loan นี้อยู่ เพราะฉะนั้นส่งที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ดำเนินการควบคู่ไป ก็คือ 1. โดยเฉพาะสถาบันการเงินที่มีโครงสร้างลูกหนี้ SMEs ขนาดใหญ่ ให้เร่งนะครับ ที่จะไปติดต่อลูกค้าที่จะไปยื่น SMEs ในส่วนที่ 2 นะครับ ในส่วนที่เราประสานงานกับสมาพันธ์ SMEs ไทย รวมถึงสภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้า ที่จะเร่งให้สมาชิกของสมาคมทั้งหมดเข้ามายื่นขอซอฟต์โลนจากทางสถาบันการเงินนะครับ นี่คือ 2 มาตรการหลัก ๆ ที่พูดถึง ก็คือเรื่องของมาตรการที่เกี่ยวกับสินเชื่อรายย่อย ที่เรามีการพักต้นพักดอกให้ลูกหนี้ และมาตรการที่ 2 คือเรื่องของซอฟต์โลน อีกเรื่องหนึ่งนะครับ ที่จะชี้แจงก็คือในแง่ของแบงก์ชาตินะครับ เพิ่งเปิดตัวเว็บไซต์เรียกว่า BOT covid-19 ของมาตรการที่ได้พูดถึงให้กับผู้ที่ต้องการรับทราบข้อมูล ว่ามาตรการที่แบงก์ชาติออกไปมีมาตรการอะไรบ้างนะครับ แล้วนอกจากข้อมูลที่เกี่ยวข้องแล้วนี่ใน website ก็สามารถที่จะดูรายละเอียดของสถาบันการเงินนะครับ มีมาตรการอะไรที่เกี่ยวข้องกับมาตรการนี้ และสามารถเข้าไปเชื่อมโยงติดต่อกับสถาบันการเงินโดยตรงนะครั บเพราะฉะนั้นในเว็บไซต์นี้นี่ ในเว็บไซต์ของแบงก์ชาติเพื่อดูรายละเอียดมาตรการต่าง ๆ รวมถึงเป็นช่องทางในการที่จะติดต่อกับสถาบันการเงินโดยตรงได้นะครับ ท้ายสุดถ้าในเรื่องของมาตรการต่าง ๆ ที่ผมพูดถึงนี่ ถ้าประชาชน โดยเฉพาะลูกหนี้ของสถาบันการเงินไม่ได้รับความเป็นธรรมนะครับ หรือไม่ได้รับการช่วยเหลือเท่าที่ควร ประชาชนสามารถที่จะติดต่อผ่านทางสถาบันการเงิน หรือมาที่ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย เบอร์ 1213 ได้โดยตรงนะครับ ในเวลาราชการ โดยอีกช่องทางหนึ่งนะครับ ช่องทางที่เรียกว่า ทางด่วนแก้หนี้ ซึ่งมี QR Code Scan ท่านสามารถกรอกข้อมูลเรื่องของภาระหนี้ของท่าน แล้วท่างด่วนแก้หนี้ก็จะส่งข้อมูลของท่านโดยตรงไปยังสถาบันการเงิน และช่วยเหลือดูแลลูกหนี้ได้อย่างเร็ว ท้ายสุดก็คือเว็บไซต์ที่ผมเรียนถึง เป็น website ที่ทางแบงก์ชาติได้รวบรวมมาตรการต่าง ๆ ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยนี่ ได้จัดทำขึ้นนะครับ รวมถึงเป็นช่องทางที่ทำให้ลูกหนี้สามารถที่จะติดต่อกับสถาบันการเงินได้โดยตรงครับ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่อยากจะเรียนชี้แจงรายงานผู้ชมรายการนะครับว่า มาตรการที่แบงก์ชาติได้ออกไป 2 มาตรการ ซึ่งเป็นมาตรการที่สำคัญในเรื่องของการดูแล ในเรื่องของหนี้ของประชาชนในช่วงนี้ รวมถึงการเสริมสภาพคล่องใหักับผู้เประกอบการขนาดกลางขนาดย่อมของ SMEs ในแง่ของซอฟต์โลนครับ (คุณสุภนันท์) เพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องของ Soft Loan หรือดอกเบี้ยพิเศษนี่ครับ soft loan เฉพาะกลุ่ม SMEs สำหรับพี่น้องประชาชนทั่วไปได้หรือไม่ ได้นำเรียนไปแล้ว ต้องเป็นที่ลงทะเบียนในประเทศไทย อะไรต่าง ๆ นี่นะครับ แล้วได้มีการจำกัดกิจการที่ประกอบธุรกิจหรือไม่ เป็น 2 คำถามนะครับ (คุณรณดล) ขอบคุณครับ ในมาตรการของ Soft Loan นี้เป็นมาตรการที่ผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจในประเทศไทย ไม่เกิน 500 เพราะฉะนั้นต้องมีวงเงินลงทุนบาทที่ผ่านมาก็มียื่นมา มีวงเงินที่แค่ 1,000 บาท ก็มายื่นในสินเชื่อ Soft Loan เราแล้ว เพราะฉะนั้นผู้ที่เป็นผู้ประกอบการรายย่อย ก็สามารถเข้ามายื่นใน Soft Loan ได้นะครับ ในเรื่องของธุรกิจที่ท่านประกอบ (สุภนันท์) หลาย ๆ มาตรการที่ทางแบงค์ชาติออกมา มาตรการที่จะครอบคลุมทั้งหมดนะครับ แต่ลูกหนี้หลายท่านบอกว่าพอไปแจ้งมาว่าเวลาไปติดต่อที่สถาบันการเงินของเขาเองต่าง ๆ ที่ออกมา อยากให้ทางธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ย้ำช่องทางการที่ติดต่อขอความช่วยเหลืออีกครั้งหนึ่งครับ (คุณรณดล) ขอบคุณครับ อย่างที่ผมเรียนนะครับ ถ้าหากว่าท่านยังไม่ได้ความเป็นธรรม ยังไม่ได้รับการติดต่อ จากสถาบันการเงิน อย่างที่ผมได้เรียนว่า ท่านที่จริงมีคุณสมบัติครบถ้วน ที่จะได้รับมาตรการช่วยเหลือต่าง ๆ นี้ ก็สามารถที่จะติดต่อมาโดยตรง มายังธนาคารแห่งประเทศไทย มายังศูนย์ผู้ใช้บริการทางการเงิน มาที่เบอร์ 1213 ได้นะครับ รวมถึงช่องทาง ทางด่วนแก้หนี้นะครับ ที่สามารถที่จะกรองข้อมูลกับท่านทั้งหมด แล้วทางเราจะส่งข้อมูลนี้ไปให้สถาบันการเงินเพื่อที่จะเร่งรัดช่วยเหลือลูกหนี้โดยตรงต่อไปครับ (คุณสุภนันท์) สำหรับวันนี้ไม่มีประเด็นคำถามเพิ่มเติม ท่านมีอะไรเพิ่มเติมไหมครับ (คุณรณดล) ครับ ก็มาตรการที่ผมได้เรียนนั้นนะครับ ในเรื่องของมาตรการที่เกี่ยวกับลูกหนี้รายย่อยก็จำเป็นที่จะต้องให้สถาบันการเงินดูแลลูกหนี้รายย่อยต่อไปนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเจรจาให้สอดคล้องกับรายได้ของลูกหนี้ในช่วงต่อไปได้นะครับ รวมถึงเรื่องของมาตรการ Soft Loan ยังเหลืออยู่อีกเยอะนะครับ จากที่ผ่านมามี Soft Loan ยื่นมา 50,000 ล้านบาทเท่านั้นเอง เรายังมีวงเงินที่เหลือ ที่อยากจะให้สถาบันการเงินผลักดัน รวมถึงสมาชิกของ SMEs ที่เกี่ยวข้อง ผู้ประกอบการการที่เกี่ยวข้องก็อยากจะให้เข้ามายื่นในเรื่องของ Soft Loan เพื่อที่จะบรรเทาปัญหาสภาพคล่องของผู้ประกอบการได้ครับ (คุณสุภนันท์) วันนี้ต้องกราบขอบพระคุณท่านรณดล นุ่มนนท์ ท่านรองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพทางการเงินประเทศไทยนะครับ เมื่อสักครู่ท่านก็ได้นำเรียนนะครับ มาตรการช่วยเหลือต่าง ๆ ออกมา ยังอยากทราบในรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถเข้าไปได้ที่ www.bot.or.th สักครู่เราไปเปิดดู ทำเป็น infographic ให้เราเข้าใจได้ง่าย ๆ นะครับ สำหรับในช่วงต่อไปในการรอการแถลงข่าวในภาคภาษาอังกฤษนะครับ ขอนำเรียนข้อมูลสรุปสั้น ๆ สำหรับยอดผู้ป่วยวันนี้พบเพิ่ม 3 ราย ทำให้ยอดผู้ป่วยสะสม 3,031 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมนะครับ ยอดผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 56 ราย ลำดับต่อไปนะครับ ขออนุญาตเรียนเชิญนะครับท่านคุณณัฐภาณุ นพคุณ รองอธิบดีกรมสารนิเทศ รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เรียนเชิญครับ (คุณณัฐภาณุ) สวัสดีครับ พ่อแม่พี่น้องผู้ชมทางบ้านนะครับ ขอสรุปเป็นภาคภาษาอังกฤษนะครับ [ภาษาต่างประเทศ] Ր (คุณณัฐภาณุ) [ภาษาต่างประเทศ] สวัสดีครับ (คุณสุภนันท์) ขอบพระคุณท่านณัฐภาณุ นพคุณ รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศนะครับ และทั้งหมดคือการแถลงข่าวของศูนย์ข่าวโควิด19หรือ ศบค. ทำเนียบรัฐบาลประจำวันนี้นะครับ กระผม สุภนันท์พร้อมทีมงานทั้งหมดลาไปก่อนนะครับ สวัสดีครับ [เสียงดนตรี] [สิ้นสุดการถอดความ] Ր