--- title: การแถลงข่าวศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ช่วง 11.30-12.30 (20 พ.ค. 63) subtitle: date: วันพุธที่ 20 พฤษภาคม 2563 เวลา 10.42 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) ...Ր [เสียงดนตรี] (คุณสุภนันท์) สวัสดีครับ ต้อนรับคุณผู้ชมทุกท่านนะครับ เข้าสู่การแถลงข่าวจากศูนย์บริหารสถานการณ์ COVID-19 หรือ ศบค. ประจำวันพุธที่ 20 พฤษภาคม 2563 นะครับ วันนี้ครับ เริ่มกันที่สถานการณ์ประจำวัน และประเด็นสำคัญ จาก ศบค. นะครับ โดยท่านโฆษก นายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน เรียนเชิญคุณหมอครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) กราบสวัสดีพี่น้องประชาชนคนไทยที่รักทุกท่านครับ ผม นายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ในนามของโฆษก ศบค. ขออนุญาตรายงานตัว เพื่อรายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ครับ ท่านผู้ชมครับ อยู่ที่บ้านหรืออยู่ที่ทำงาน หรือไปเที่ยวห้าง ใด ๆ ก็แล้วแต่นะครับ ให้สวมหน้ากากอนามัยไว้อย่างนี้ทุก ๆ ครั้งนะครับ เราจะเป็นชนชาติ ที่ดูแลรักษาอนามัยส่วนบุคคลได้ดีที่สุด ได้รับคำชมอะไรหรือเปล่า เดี๋ยวผมจะมีชุดข้อมูลที่จะมาบอกกับท่าน ในช่วงที่จะมาบอกข่าวอย่างนี้นะครับ มีหลายเรื่องที่น่าภาคภูมิใจมาก ๆ ทีเดียวครับ ขอรายงานครับ วันนี้สถานการณ์ของผู้ติดเชื้อรายวัน วันนี้อยู่ที่เพิ่มขึ้น 1 รายครับ อยู่ใน State Quarantine นะครับ หรือสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ ทำให้ตัวเลขยืนยันสะสม อยู่ที่ 3,034 ราย แล้วก็มีผู้ป่วยหายแล้ว เพิ่มขึ้น 31 ราย ทำให้จำนวนตัวเลขของผู้ป่วยหายอยู่ที่ 2,888 แล้วก็ข่าวดี อีกเช่นเคยครับ ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม ยังคงที่อยู่ที่ 56 ราย ยังนอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลลดต่ำลงมา เหลืออยู่ 90 รายแล้ว ต่ำกว่า 100 แล้ว ใน ๑ ราย อยู่ในโรงแรมที่เราจัดให้นะครับเป็น State Quarantine ที่กรุงเทพมหานครครับ ก็ทำให้ตัวเลขของกรุงเทพมหานครที่อยู่ในศูนย์กักกัน เป็น 17 รายนะครับ มาดูรายละเอียดของผู้ป่วยรายนี้นะครับ เป็นเพศชายอายุ 45 ปี อาชีพเป็นเชฟร้านอาหารไทย เดินทางกลับจากประเทศบาห์เรน เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม เข้าพัก State Quarantine ในโรงแรมในกรุงเทพฯ นะครับ ก็ตรวจหาเชื้อวันที่ 18 พฤษภาคม 2563 นี้ เขาไม่มีอาการนะครับ ตอนนี้นะครับก็เกิดขึ้นจากระบบของการตรวจสอบนะครับ เรื่องของผู้ที่เข้ามายังเมืองไทย ซึ่งจะมีการตรวจเช็ก เรื่องของการติดเชื้อเป็นระยะ ๆ คนนี้ก็เกิดขึ้นจากกระบวนการ ของที่เราวางไว้ตั้งแต่ต้นนะครับ มาดูครับในสถิติของสถานกักกันโรคที่เราจัดไว้นะครับ ซึ่งจริง ๆ แล้วก็เป็นโรงแรม หลาย ๆ ที่ ที่เราประสานไว้ บาห์เรนนะครับ อยู่ในช่องที่ขวามือ จะอยู่แถบมาล่าง ๆ จะเห็นเป็นสีเงินนี่นะครับ มีคนเดินทางมาจากประเทศบาห์เรนคนเดิมมีการติดเชื้อรายงานไปแล้ว 1 ราย วันนี้เพิ่มขึ้นอีก 1 ราย รวมเป็น 2 สถิติ ก็ยังไม่ได้มากมายนักนะครับ ก็จะเห็นอันดับที่เราเห็นนะครับ อินโดนีเซียเป็นอันดับที่ 1 ปากีสถานรองลงมานะครับ ที่เป็นการผู้ป่วยยืนยันนะครับ แล้วก็คาซัคสถาน ประทานโทษครับ ต้องมี 5 ก่อน ก็คือจาก UAE ที่เราพบผู้ป่วยยืนยันนะครับ ก็ต้องเรียนว่า ก็ต้องมีการรายงานอย่างนี้อยู่เรื่อย ๆ นะครับ มาดูครับว่าการตรวจทางห้องปฎิบัติการ ณ ตอนนี้ ประเทศไทยตรวจไปแล้วเท่าไรนะครับ ขวามือที่เป็นกล่องสีเหลี่ยมด้านบน ตรวจไปแล้วตัวอย่างกว่า 328,073 ตัวอย่าง ข้อมูลตัวเลข ณ วันที่ 15 พฤษภาคม แล้วจำนวนแห่งที่มีห้องปฎิบัติการนะครับ ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์รับรองนะครับ มีถึง 167 แห่งทั่วประเทศ อันนี้ข้อมูลวันที่ 17 เราอยู่ในสถานะไหน ครับ ให้ดูตัวเลขของประเทศไทยก็แล้วกันนะครับ มีตัวแดง ๆ ซ้ายมือ กลม ๆ นี้นะครับ และก็เห็นจำนวนผู้ตรวจต่อประชากร 1 ล้านคนนะครับ ที่เป็นกลม ๆ แดง ๆ เราเรียงลำดับลงมา ประทานโทษนะครับ เพราะว่าตัวเลขอาจจะสีกลมกลืนไป สีแดงกับสีดำ เดี๋ยววันหลังต้องปรับสีนิดหนึ่งนะครับ 4,926 รายต่อ 1,000,000 ประชากร ของเรายังเหนือกว่าเวียดนาม ซึ่งก็ได้รับคำชมว่า มีการตรวจได้ค่อนข้างดี เหนือกว่าญี่ปุ่นนะครับ ซึ่งญี่ปุ่นประมาณ 1,902 1 รายต่อประชากร แต่อย่างไรก็ตามแต่ครับ อิตาลี สิงคโปร์ สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ ก็มีจำนวนตรวจที่สูงกว่า แต่อย่างไรก็ตามแต่การตรวจตรงนี้ เราเจอเท่าไร เราดูวงเล็บนะครับ 9.2 ของเราที่ประเทศไทยนี้นะครับ หมายถึงว่าจำนวนที่ส่งตรวจนี่เป็นเปอร์เซ็นต์นี่ 100 คน เราพบ 0.92 คือประมาณ 1 คนนะครับ เกือบ ๆ 1 คน แต่ของทางอิตาลีเจอไป 7.63 เปอร์เซ็นต์ เขาบอกว่าตัวเลขตัวน้อย ๆ จะดีกว่าตัวเลขตัวเยอะ ๆ เพราะอะไรครับ เพราะว่าแสดงถึงแล้วว่า เรากวาดคนกลุ่มที่มีโอกาสติดเชื้อนี่เข้ามาได้มากกว่า นั่นก็คือการพยายามที่จะให้มีกลุ่มที่ได้ตรวจสอบได้กว้าง ๆ นะครับ นี่ก็คือสิ่งที่เราได้ทำกันขึ้นมา 0.92 เขาบอกว่าตัวเลขต่าง ๆ เหล่านี้ดีกว่าสิงคโปร์นะครับ 11.39 ซึ่ง 100 คนเจอไป 11 คน ซึ่งของเราตรวจมา 100 คน เราเจอ 0.9 ก็คือประมาณเกือบ ๆ 1 คนนะครับ ซึ่งตรงนี้ทางสถิติของทางห้องปฏิบัติการทั้งหลายก็มีการ เขาเรียกมอนิเตอร์ หรือการตรวจสอบกันอยู่เป็นระยะ ๆ เพื่อให้เราอยู่ในมาตรฐานระดับโลกที่น่าเชื่อถือได้ แต่อย่างไรก็ตามแต่ครับ เมื่อเช้านี้ ทางผู้บริหาร ทั้งท่านรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุข และท่านอธิบดีกรมควบคุมโรค กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์คุยกันอยู่ว่า เรายังไม่พอใจหรอกครับตัวเลข 3 แสนกว่า ต้องตรวจตัวอย่างให้ได้เพิ่มมากกว่านี้ นำเรียนนะครับพี่น้องประชาชนทั้งหลายที่ใครคิดว่าตัวเองเป็นกลุ่มเสี่ยงขอรับการตรวจได้เลย ที่เราได้เคยประกาศออกไป มาดูสถานการณ์ของโลกนะครับ ตอนนี้ 4,986,332 เพิ่มขึ้นวันเดียว 95,000 เสียชีวิตไปเมื่อวานนี้อีก 4,476 รวมทำให้ตัวเลขไปอยู่ที่ 328,910 นะครับ ยังเป็นสหรัฐอเมริกา แต่การเสียชีวิตทั้งหลายนี้ ก็มากขึ้นกับทางบราซิล แล้วก็กับทางสหราชอาณาจักรนะครับ ที่เป็น 3 อันดับที่เป็นเคสใหม่และเคสสะสมก็คือสหรัฐอเมริกา รัสเซีย สเปน อินเดียครับ ตอนนี้แตะแสนเป็นวันที่ 2 แล้วนะครับ 106,475 ปากีสถานก็จำนวนมากทีเดียว 40,000 กว่านะครับของประเทศทางสิงคโปร์ อินโดนีเซียนะครับ ก็ยังเป็นตัวเลขอันดับต้น ๆ นะครับ ของไทยอยู่ที่ อันดับที่ 70 ครับ ไปดูที่อันดับของกลุ่มอาเซียนครับ อินเดียเป็นอันดับ 1 ที่เห็นตรงนี้ ก็อยากให้ลำดับลดลง ๆ เรื่อย ๆ นะครับ มาดูแนวโน้มของประเทศต่าง ๆ ครับสหรัฐอเมริกา ดูเหมือนจะลดลงนิดหน่อยนะครับ ถ้าดูแนวโน้ม เขาเรียกแนวโน้มลงมา ขึ้น ๆ ลง ๆ แต่ภาพรวมแนวโน้มยังลง แต่ของบราซิลแนวโน้มก็ยังทรง ๆ รัสเซียก็ยังทรง ๆ อยู่ กับอินเดียก็ยังทรง ๆ อาจจะแนวโน้มสูงขึ้นนิดหน่อยนะครับ ทางเอเชีย ทางอินเดียยังสูงมาก ๆ ทีเดียวนะครับ แล้วก็ปากีสถานก็ดูออกไปในแนวโน้มที่สูง เช่นเดียวกับบังกลาเทศ นี่ก็คือแนวโน้มเช่นเดียวกับประเทศทางด้านกลุ่มเอเชีย มาดูข่าวต่างประเทศครับ พบว่าวัคซีนของคนไทย เราคาดว่าจะได้ใช้ปีหน้า คนไทยทำเองตอนนี้อยู่ในขั้นทดสอบในสัตว์นะครับ ก็คือใช้กับหนู เตรียมใช้กับลิงในสัปดาห์หน้า เพราะข่าวว่าวัคซีนนิด MRNA นะครับ ทางศูนย์วัคซีน ศูนย์วิจัยวัคซีนของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแห่งชาติและกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์นะครับ หลังประสบความสำเร็จในหนูทดลองแล้ว กำลังเตรียมทดสอบในลิงในสัปดาห์หน้านะครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษาเผยกับนายกรัฐมนตรีได้ดำเนินการเผยว่า นายกรัฐมนตรีให้ดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อให้คนไทย ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีวัคซีนใช้อย่างเพียงพอ นี่ก็ต้องดีใจกับคนไทย แล้วก็ชื่นชมกับนักวิทยาศาสตร์ไทยที่ก็มีความคืบหน้าไม่แพ้กับโรคอื่น ๆ นะครับ มาดูครับว่าเมื่อกี้บอกว่า เรื่องของการใส่หน้ากากอนามัยมีความสำคัญ มีความจำเป็นอย่างไร บอกว่าคนไทยแชมป์ใส่หน้ากากและล้างนะครับ มีบริษัท YouGov นะครับ จากทางประเทศอังกฤ ษเปิดเผยการสำรวจพฤติกรรมการป้องกันโรค COVID-19 ของประชาชนอาเซียนใน 6 ประเทศ สิงคโปร์ เวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินโด มาเล ในกลุ่มตัวอย่างเกือบ ๆ 13,000 เพราะว่าคนไทยมีพฤติกรรมการใช้ การใส่หน้ากากอนามัย การล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์สูงสุดในอาเซียน พบว่าคนไทยถึง 95 เปอร์เซ็นต์ ที่ใส่หน้ากากอนามัยและล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์สูงที่สุดในอาเซียน ก็คือมีอยู่ 95 เปอร์เซ็นต์ ที่บอกว่าใส่หน้ากากอนามัย ในรอบ 7 วันที่ผ่าน และล้างมือนะครับ ส่วนประเทศอื่น ๆ ก็ยังน้อยกว่าเรานะครับ ดูสรุปของการดำเนินการเรื่องของ www.ไทยชนะ.com ซึ่งเป็นระยะที่ 2 ของการผ่อนคลายนี้ ก็พบว่ามีร้านค้าลงทะเบียนไปถึง 67,904 ร้านค้า มีผู้ใช้งานลงทะเบียนถึง 5,070,000 นะครับ 7,978 นะครับ Check-out อยู่ที่ 6 ล้านกว่า ประเมินร้านค้าไป 3 ล้าน 9 ต้องบอกว่าความร่วมมือร่วมใจของเราตรงนี้ที่ทำให้เราเวลาเกิดโรคขึ้นมา ชุดข้อมูลของท่านสำคัญยิ่งเลยนะครับ ณ ตอนนี้เรายังไม่เกิดก็ขอภาวนาว่า อย่าเกิดเลยนะครับ แต่เมื่อไรที่เกิดขึ้นมา ข้อมูลของท่านที่อยู่ในนี้จะมีความสำคัญจำเป็น และลดค่าใช้จ่าย ผมยืนยันอย่างนั้นจริง ๆ เพราะหลายคนบอกว่า เข้าไปเช็กนู่นนี่นั่นแล้วนี่ยุ่งยาก ก็เป็นอย่างนี้ครับ เดี๋ยวอีกสักพักจะคุ้นเคยกันนะครับ กรุงเทพมหานครยังเป็นอันดับที่ 1 ก็เพราะว่าเป็นจังหวัดที่มีกลุ่มคนจำนวนมากที่อยู่นะครับ เช่นเดียวกับชลบุรี นนทบุรี สมุทรปราการ ได้ไปในจำนวนของร้านค้านะครับ อะไรมากที่สุดครับตอนนี้ ร้านอาหาร เครื่องดื่ม ห้างสรรพสินค้า และ supermarket ร้านสะดวกซื้อ ข้อที่ต้องดูนะครับ ตอนนี้ร้านค้าต่าง ๆ น่าจะมีจำนวนมากกว่า 11,156 นะครับ เพราะร้านค้าก็คือร้านย่อย ๆ ต่าง ๆ เหล่านี้ มองดูแล้ว เอาเฉพาะแค่ร้านสะดวกซื้อ เขาบอกว่าทั่วประเทศของไทยเรา มีอยู่ประมาณเกินกว่า 12,000 กว่าร้าน เอาเฉพาะแค่ยี่ห้อเดียวนะครับ ตรงนี้นำเรียนว่า ผู้บริหารของร้านสะดวกซื้ อที่มีแบรนด์ของต่างประเทศ ของไทยอะไรก็แล้วแต่ลงให้มากกว่านี้ เพื่อที่เราจะได้มีระบบป้องกันพี่น้องประชาชนกันได้อย่างเข้มแข็งนะครับ ทาง ศบค. ชุดเล็กได้มีการประชุมกันทุกเช้าก็มีความห่วงใยกับท่านนะครับ ที่อยู่ในนั้นก็สแกนเข้าออกนะครับ ซึ่งแต่ละท่านก็สามารถที่จะให้ความร่วมมือ และประตูส่วนใหญ่ก็เป็นทางเดียว เข้า-ออกได้ ก็จะรู้ความหนาแน่นได้นะครับ ก็ขอให้ช่วยกันสักนิดหนึ่งนะครับ ขอให้ตัวเลขเพิ่มขึ้นทุกวันนะครับ ไปที่จำนวนเช็กอิน เช็กเอ้าท์ 3,000,000 นะครับ กับ 2,200,000 ครับ ประมาณ 714,000 ต้องให้แคบที่สุด ถ้าเป็นตัวเลขตัวเดียวกันเลยยิ่งดี ต้องขอบคุณทุกท่านที่ช่วยกัน ณ วันนี้ก็ใกล้เคียงลงมาแล้วนะครับ ต้องขอขอบคุณที่ท่านเข้าไปเช็กอิน แล้วเสร็จแล้วพอเสร็จธุระกลับออกจากร้านค้าออกมาแล้ว Check-out ด้วย นี่คือสิ่งที่ต้องการและอยากให้เป็นทุก ๆ ที่ด้วยนะครับ เราจะได้มีพื้นที่ให้คนอื่นได้เข้ามา ตรงนี้ทั้งกรุงเทพมหานครนี่นะครับ จังหวัดต่าง ๆ ต้องช่วยกันด้วยในส่วนต่าง ๆ นี้ มาเรื่องของการประเมินร้านค้า โดยส่วนใหญ่ก็อยู่ระดับที่ 5 คะแนนเต็มนะครับ ก็กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูง ร้านค้า ร้านอาหาร เครื่องดื่มนี่นะครับ ช่วยกันลงมาก ๆ ทีเดียว ลงไปถึง 10,000 กว่า ในช่วงที่ผ่านมานี้ ต้องขอบพระคุณเป็นอย่างสูงนะครับ จะได้ใช้ข้อมูลชุดนี้ในกลุ่มที่ได้คะแนนน้อย ๆ นะครับ ชุดตรวจตามมาตรการผ่อนคลาย ซึ่งตอนนี้มีชุดตรวจร่วมที่ตามมาตรการหลัก ชุดตรวจร่วมที่มากถึง 2,081 ชุด และชุดตรวจกลางอีก 148 ชุด จะกระจายไปทั่วประเทศ ตรวจในทุก ๆ ประเด็นในขวามือนี้ ที่ว่านี้นะครับ ตรวจมีอะไรบ้างครับ ผลของการตรวจเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ตรวจไปถึง 11, 588 ร้านนะครับ กิจการ กิจกรรม พบว่าไม่ปฏิบัติตามมาตรการอยู่เพียงแค่ 5 เท่านั้นเอง ก็ถือว่าน้อยนะครับ ปฏิบัติไม่ครบนี่ถึง 1,863 ไม่ปฏิบัติตามมาตรการจะเกิดอะไรขึ้นครับ จะเป็น bullet หรือว่าเป็นจุด ๆ ทางด้านซ้ายมือครับ 1. คือตักเตือน 2. คือแนะนำ 3. คือเข้าไปตรวจซ้ำ และถ้าตรวจแล้วไม่ผ่านก็ขอให้ปิดแล้วปรับปรุงอีกทีหนึ่งนะครับ อันนี้ก็เป็นมาตรการที่พวกเราก็พยายามให้มีคุณภาพ แต่อย่างไรก็ตามแต่อย่างที่ว่านะครับ ไม่มีเจ้าหน้าที่คนไหนอยากจะปิดท่านหรอกครับ ถ้าท่านปฏิบัติตามแล้ว ก็เราไปตรวจซ้ำแล้วดีก็ได้เปิดกันทุกร้านนะครับ ส่วนเรื่องของการปฏิบัติไม่ครบนี่นะครับ มีเรื่องของกองถ่ายนะครับประมาณสัก 20 เปอร์เซ็นต์ เรื่องของทางด้านสถานที่ออกกำลังกาย 16.5 ร้านตัดผม 13.9 แล้วก็ ห้องสมุด 12.9 การเว้นระยะห่างก็ยังไม่ค่อยจะดีนักในเรื่องตรงนี้รวมถึงจำนวนผู้ใช้บริการที่ยังหนาแน่น มีจุดให้ใช้สบู่ เจลแอลกอฮอล์นก็น้อยลงไปหน่อยหนึ่ง ตรงนี้ช่วยกันปรับสักนิดหนึ่ง ผมมีหน้าที่นำชุดที่พวกเราออกไปทำงานกันทั่วประเมาสะท้อนกลับให้ทุก ๆ ท่านได้รับทราบ แล้วท่านก็เติมส่วนที่ขาดทำให้ดีให้ครบทั้ง 5 ข้อ พวกเราก็จะได้มั่นใจในระยะที่ 3 4 เราได้ไปต่อแน่ ๆ ไปดูมาตรการเดิม ๆ ที่เรายังคงใช้อยู่ ก็คือเรื่องเคอร์ฟิวนะครับ ก็ยังมีผู้ที่กระทำผิดในเรื่องของการชุมนุมมั่วสุม 3 อันดับแรกยังเป็นดื่มสุรา ลักลอบเล่นการพนัน 11 เปอร์เซ็นต์ อันนี้เมื่อวานนี้ก็ลดน้อยถอยลงไป ก็ต้องขอบพระคุณนะครับ ตัวเลขลดลงเรื่อย ๆ กลุ่มของชุมนุมมั่วสุม ขอบคุณเป็นอย่างสูงครับ ขอจบการรายงานในวันนี้ เดี๋ยวรอฟังคำถามครับ (คุณสุภนันท์) ครับ วันนี้มีคำถามเรื่องเกี่ยวกับการใช้แพลตฟอร์มไทยชนะครับ เริ่มกันที่คำถามพี่น้องประชาชนกันหน่อยครับ ถามมาว่าทำไมเวลาเข้าไปใช้บริการต้องมีการ scan QR code หลายรอบ อย่างเช่น เข้าไปในห้างสรรพสินค้า ก็สแกนไปรอบหนึ่งแล้ว พอเข้าไปในร้านย่อย ๆ หรือในช็อปก็ต้องไปสแกนอีกครั้งครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ครับก็ต้องรบกวนท่าน ให้มีการสแกนหลายครั้ง คนที่เข้าห้าง ห้างหนึ่งนี่จุได้เป็นหลักหมื่นหรือหลาย ๆ หมื่นนะครับ ถ้าเข้าไปในช่วงเวลาเช้า 10 โมง เปิดร้านปุ๊บ ท่านเดินเข้าไปเป็นหมื่น ถ้าท่านมีคนหนึ่งคนติดเชื้ออยู่ในห้างสรรพสินค้านั้น คนที่อยู่ในห้างสรรพสินค้านั้น เราจะต้องเอาคนทั้งหมื่นคนมาตรวจก็กระไรอยู่ แต่ถ้าเราทุกคนช่วยเช็กเข้าไป เสร็จแล้วเข้าไป สมมุตินั่งทานในร้านอาหาร หรือเข้าไปเดินอยู่ในเป็นเขาเรียกอะไรครับ ร้านย่อยร้านเล็ก ร้านเล็กขึ้นมา ถ้าเรา Track ได้กลับไป สืบสวนโรคว่า คนหนึ่งคนที่ติดเชื้อ เดินเข้าไปตรงไหน เช่น เขาไปแค่ร้านค้าที่ซื้อของ กับไปทานอาหาร ซึ่งคนที่เช็กอินตอนแรก 10,000 คน ไม่ต้องตรวจทั้งหมดหรอกครับ เหลือเฉพาะที่คนที่ไปสัมผัสใกล้ชิดอยู่ตรงนั้นนะครับ ร้านค้า 2 ร้านนั้น อาจจะเป็นจำนวนหลักสิบ หรือหลักร้อยเท่านั้นเองที่เอาเข้ามาตรวจ ไม่จำเป็นต้องเป็นหมื่นคน นี่คือความสำคัญของการตรวจย่อย เช็กอิน เช็กเอ้าย่อย ๆ เข้าไป นี่คือสิ่งที่ตั้งใจระบบตั้งใจขึ้นมา ออกแบบขึ้นมาให้ทุกคนได้ประโยชน์ แล้วก็แทนที่จะต้องกักกันคนเป็นจำนวนมาก ๆ ก็เหลือจำนวนน้อย ๆ คนอื่น ๆ ก็ไปทำมาหากินต่อได้ เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งที่เราให้ความสำคัญ ก็นำเรียนว่า ก็เพื่อพี่น้องประชาชนทุก ๆ คนได้มีอิสระในการที่จะใช้ชีวิตต่อ เพราะฉะนั้นตรงนี้ไม่ได้ต้องการให้ลำบากยากเย็นอะไร แต่มีวัตถุประสงค์ที่ปลายทางวางไว้อย่างนั้น ต้องขอให้ทุกท่านให้ความร่วมมือกันครับ (คุณสุภนันท์) คำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องของไทยชนะครับ สอบถามถ้าร้านค้า สถานประกอบการที่ไม่ลงทะเบียนกับ www.ไทยชนะ.com จะมีความผิดหรือไม่ครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ครับ ก็อย่างที่บอกนะครับ เราก็ให้คำแนะนำนะครับ แล้วก็มีการตักเตือน แต่ก็ไม่อยากจะต้องให้ถึงกับขนาดปิดหรอกครับ เป็นความร่วมมือ ขอความร่วมมือจริง ๆ เพราะว่า เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ดีต่อท่านเองด้วย ถ้าท่านสงสัยว่าคนที่เข้ามาของท่านนี่จะมีติดเชื้อด้วยหรือเปล่า ไม่ใช่แค่ท่านจะเป็นแหล่งที่จะต้องดูแลเรื่องของกิจการร้านค้าเท่านั้น ท่านยังต้องระวังตัวเองด้วย ในเรื่องของการที่จะได้รับเชื้อมาจากคนที่เดินเข้ามาในห้างฯ ของท่าน ท่านเองก็ต้องปกป้อง เพราะท่านก็ต้องทำกิจการทุกวัน ใครก็ไม่รู้ที่มากหน้าหลายตาเข้ามายังท่าน ท่านยังสบายใจนะครับว่า เขาเองได้สแกนตั้งแต่เข้ามา และสแกนเข้าร้านท่าน แล้วก็พอออกไป ท่านจะได้รู้ว่า ท่านจะต้องทำอย่างไร นี่คือสิ่งที่เป็นประโยชน์ ต่อตัวท่านเอง เพราะฉะนั้นการลงทะเบียนเป็นประโยชน์ทั้งท่านเอง ผู้รับบริการ และสังคมโดยรวม นี่คือเหตุผลที่อยากให้ทุก ๆ คนเข้าร่วม Platform ไทยชนะ นี้ครับ (คุณสุภนันท์) มีคำถามจากคนที่เข้าไปใช้บริการ และก็ไปสแกนคิวอาร์โค้ดมาครับ ถามว่าทำไมแพลตฟอร์มของไทยชนะต้องเก็บข้อมูลของผู้ใช้บริการถึง 60 วัน จริง ๆ แล้วระยะเวลาในการสืบสวนสอบสวนโรค ย้อนกลับมาแค่ 14 วันเท่านั้นครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ครับ ก็อธิบดีกรมควบคุมโรคให้ชุดข้อมูลมาว่า เราใช้ย้อนหลังกลับไปจากสถานการณ์ของการติดเชื้อที่เราเคยได้ยินมานะครับ ที่เราต้องตามกันตลอด คือสนามมวยครับ มีเพียงแค่ไม่กี่คน มีการติดจากรุ่นที่ 1 ไปรุ่นที่ 2 ไปรุ่นที่ 3 ไปรุ่นที่ 4 รุ่นหนึ่งก็คือใช้เวลา 14 วัน อีกรุ่นหนึ่งก็คือ 14 วัน รวมแล้ว คือ คูณ 4 ก็คือต้องวางไว้ถึงประมาณ 2 เดือนครับ นี่คือสิ่งที่มีหลักการมีเหตุผลทั้งสิ้น ไม่ได้ต้องการเอาตัวเลขนี้มา ทำไมไม่เป็น 3 เดือน ทำไมไม่เป็น 1 เดือน ก็เพราะตรงนี้ครับ เราใช้ประสบการณ์ของการที่มีมาก่อน ประสบการณ์ในประเทศไทยเองด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นรุ่นที่ คำว่า รุ่น หรือว่าเป็น gen genaration ที่ 1 ที่ติดเชื้อส่งต่อมา 2 แล้วไปถึง 3 และไปถึง 4 นี่คือเหตุผลว่า 60 วัน อยู่ตรงนี้ครับ (คุณสุภนันท์) มีสอบถามถึงความกังวลครับ ที่รับโควิดแล้วแสดงอาการ และอีก 80 เปอร์เซ็นต์ นี่อาจไม่แสดงอาการ หรือกลุ่มคนเหล่านั้นไม่รู้ตัว และมาเทียบกับข้อมูลในประเทศไทยที่มีผู้ป่วยราว ๆ 3,000 คนครับ ในประเทศไทยเราอาจจะมีคนป่วยที่มีเชื้อโควิดอยู่ในตัวแล้วไม่รู้ตัวราว 12,000 คนหรือเปล่าครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ก็คงไม่ใช่เป็นตัวเลขเทียบเทียงบัญญัติไตรยางค์ง่าย ๆ อย่างนี้นะครับ จริง ๆ แล้วต้องใช้ปัจจัยในการคิด แล้วก็ในการที่จะมาคำนวณอีกมากมาย ตัวเลขเท่าไร ตอนนี้เรายังไม่รู้ ตัวเลขที่ติดเชื้อถึงบอกเป็นประมาณ 3,000 กว่านี้นะครับ ตั้งแต่คนแรก ๆ ก็หายไปแล้วครับ ไม่มีอาการต่าง ๆ ในกลุ่มก้อนนั้นตอนนี้ก็น่าจะหายไปแล้วด้วย เพราะว่ามีอาการหรือระยะเวลาการฟักตัวของโรคอยู่ที่ประมาณ 14 วัน ตรงนี้ก็ไม่ได้หมายถึงว่า จะต้องเยอะขนาดนั้น แต่ขณะเดียวกันนักระบาดวิทยากับทางภาคคลินิก เดี๋ยวผมไปสอบถามให้ ถ้ามีตัวเลขอย่างไรก็จะมาแจ้งให้ทราบในล่วงหน้า แต่อย่างไรก็ตามเราใช้ตัวเลขยืนยัน ก็คือจำนวนคนที่ติดเชื้อรายวันนะครับ กับจำนวนสะสมที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เขาเรียกว่า R นี่นะครับ 1 คนมีโอกาสติดเชื้อกับคนอื่น ๆ เท่าไร เพราะฉะนั้นถ้าตัวเลขเพิ่มขึ้น จาก 1 เป็น 2 เป็น 4 เป็น 8 อันนี้เป็นเลขยกกำลังอันนี้ไม่ดี ตรงนี้ก็มีกระบวนการการคิดต่าง ๆ อยู่ครับ แต่ไม่ใช่จำนวนตัวเลขที่สรุปง่าย ๆ เอาเป็น 12,000 ยังไม่ใช่ตัวเลขที่จะต้องส่งแพร่กระจายกันไป ขอเป็นตัวเลขจากทางกระทรวงสาธารณสุขจะดีที่สุดครับ (คุณสุภนันท์) ครับ ขออนุญาตที่คำถามจากสื่อมวลชนมีฝากจากทางช่อง 3 บอกว่ามีผู้ประกอบการหลายกลุ่มที่ยังไม่ได้รับมาตรการคลาย Lock Down นี่ เริ่มออกมาเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเป็นก่อนหน้านี้กลุ่มนวด กลุ่มมวย ศบค. มีข้อแนะนำกลุ่มต่าง ๆ ที่ยังไม่ได้รับการผ่อนคลาย และออกมาเคลื่อนไหว ณ ปัจจุบันเป็นอย่างไรบ้างครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ก็เป็นที่รับทราบว่า พี่น้องประชาชนทุก ๆ ท่านจำเป็นที่จะต้องหาเลี้ยงชีพในอาชีพที่ท่านเป็นอยู่ แต่ครับทางด้าน ศบค. ก็ได้มีการพูดคุยกันเป็นชุดของคณะกรรมการทั้งกรม กอง กระทรวงต่าง ๆ เอามานั่งพูดคุยกันในรายละเอียด แล้วกว่าจะแบ่งเป็นระยะต่าง ๆ นี้ มีชุดข้อมูลที่เป็นพื้นฐานของการตัดสินใจทั้งสิ้นนะครับ ถ้าท่านยังไม่ปรากฏอยู่ในระยะที่ 2 แต่อย่างน้อยท่านก็เป็นผู้ใช้บริการกับคนที่เปิดกิจการอื่น ๆ ก็ขอให้ท่านปฏิบัติตัวได้อย่างดี เพื่อให้เราปลอดโรคปลอดภัย เพื่อให้เราจะได้ไปต่อ ไปต่อในระยะที่ 3 ถ้าท่านเองเป็นคนที่จะต้องประกอบการเองในระยะที่ 3 ณ ห้วงเวลานี้ เหลือเวลาอยู่อีก 10 กว่าวัน ถ้าตัวเลขเรายังเป็นหลักเดียว หลักนี้ไปเรื่อย ๆ ท่านก็มีโอกาสที่จะได้รับการผ่อนคลายตรงนี้อยู่ สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ ระยะเวลาตอนนี้ ต้องไม่ผ่านไปเฉย ๆ ฝากท่านช่วยคิด ได้ช่วยดูที่ร้านท่านนะครับ เอาหลักการ 5 ข้อที่ว่าง่าย ๆ นี้ ท่านจะไปปรับใช้กับร้านท่านได้อย่างไร ไม่ต้องรอใครไปตรวจ ระหว่างนี้ท่านอาจจะไปเดินสำรวจกิจการอื่น ๆ แล้วมาปรับกับท่านเอง ที่ผมบอกไว้เหมือนกัน อย่างที่บอกว่าเมื่อวานนี้พูดถึงผับ บาร์ทั้งหลาย จะมีนวัตกรรมใหม่ ๆ เกิดขึ้นมาไหม เพื่อที่ให้พี่น้องประชาชนที่จะมาใช้บริการของท่านมั่นใจ และไปของท่าน พอเปิดเสร็จแล้วไป ไปแล้วไม่ติดเชื้อ ไปแล้วกิจการก็เปิดได้ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ รอท่านช่วยกันคิด รอท่านช่วยกันแก้ไข แล้วขณะเดียวกันร้านของท่าน ก็เป็นพื้นที่ของท่าน ท่านรู้ดีที่สุด ที่จะจัดกระบวนการทางเข้า-ทางออกนะครับ แม้กระทั่งการแยกโต๊ะนั่งทั้งหลาย ทำได้ตั้งแต่ตอนนี้ ไม่จำเป็นต้องรอถึงวันนั้น ถึงแม้จะต้องอาจจะต้องลงทุนก็อาจจะไม่ต้องลงทุน แต่อาจจะเตรียมกระบวนการความคิดว่า ใส่กระดาษหรืออะไรก็แล้วแต่นะครับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ หากถึงเวลาที่เราได้เห็นตัวเลขเดี่ยว ๆ อย่างนี้ไปเรื่อย ๆ ผมเชื่อว่ากิจการต่าง ๆ เหล่านี้ ถึงแม้จะมีความเสี่ยงที่สูง ก็อยู่ที่วินัยทุก ๆ ค นที่ดูแลตัวเองได้อย่างดี ก็มีโอกาสที่จะเปิดกลับมาได้ เป็นปกติได้เหมือนเดิม แต่อยู่ในวิถีชีวิตใหม่ ชีวิตวิถีใหม่อย่างที่ว่านี้ ต้องช่วยกันตรงนั้นด้วยครับ (คุณสุภนันท์) วันนี้ไม่มีคำถามเพิ่มเติมแล้วครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ครับผม ก็กราบขอบพระคุณอย่างสูงนะครับ (คุณสุภนันท์) ขอบพระคุณนายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. รวมถึงสถานการณ์ ตัวเลขผู้ติดเชื้อ 1 ราย เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ แล้วก็ตอนนี้อยู่ในความดูแลของ State Quarantine ทำให้ยอดผู้ป่วยสะสมในประเทศไทยอยู่ที่ 3,034 คนนะครับ ส่วนตัวเลขของผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาหายกลับบ้านเรียบร้อยแล้วกลับบ้านไปแล้วนี่นะครับ 2,888 คน และขณะเดียวกันครับ เราไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม ทำให้ยอดของผู้เสียชีวิต ณ ขณะนี้อยู่ที่ 56 รายด้วยกันนะครับ ลำดับต่อไปจะเป็นการแถลงข่าวในภาคภาษาอังกฤษนะครับ สำหรับชาวต่างชาติที่เข้ามาพักอาศัยอยู่ในประเทศไทยและต้องติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งสื่อมวลชนต่างประเทศเอง ที่ตอนนี้ติดตามสถานการณ์ในบ้านเราอย่างใกล้ชิด ขออนุญาตกราบเรียนเชิญท่านณัฐภาณุ นพคุณ รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เรียนเชิญครับ (คุณณัฐภาณุ) [ภาษาต่างประเทศ] Ր (คุณณัฐภาณุ) [ภาษาต่างประเทศ] สวัสดีครับ (คุณสุภนันท์) ครับขอบพระคุณนะครับท่าน คุณณัฐภาณุ นพคุณ รองอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ และทั้งหมดคือการแถลงข่าวจาก ศูนย์บริหารสถานการณ์ COVID-19 หรือ ศบค. ทำเนียบรัฐบาลนะครับ ผม สุภนันท์ ฤทธิ์มนตรี พร้อมทีมงานทั้งหมดลาไปก่อน สวัสดีครับ [สิ้นสุดการถอดความ] Ր