--- title: การแถลงข่าวศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ช่วง 11.30-12.30 (22 พ.ค. 63) subtitle: date: วันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม 2563 เวลา 10.55 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) ...Ր [เสียงดนตรี] (คุณสุภนันท์) สวัสดีครับต้อนรับคุณผู้ชมทุกท่านนะครับ เข้าสู่การแถลงการจากศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. ประจำวันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม 2563 ช่วงเช้าที่ผ่านมา มีการประชุม ศบค. นะครับ เพิ่งเสร็จสิ้นไป แต่ว่าจะมีรายละเอียดอย่างไร ประเด็นสำคัญมีอะไรบ้าง รวมทั้งสถานการณ์ประจำวันของวันนี้เป็นอย่างไร ช่วงแรกขอเรียนเชิญนะครับ ท่านโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน เรียนเชิญคุณหมอครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) สวัสดีครับ พี่น้องประชาชนครับ ผม นายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ครับ ในฐานะของโฆษก ศบค. มารายงานสถานการณ์ประจำวันนะครับ คุณผู้ชมครับ เน้นย้ำอยู่เสมอสิ่งที่เราประสบความสำเร็จมาได้ ณ วันนี้ นี่คือการมีหน้ากากอนามัยส่วนบุคคล ทุก ๆ คนมี บางคนมีมากกว่า 1 ชิ้น บางคนทำเป็นเรื่องของแฟชั่นต่าง ๆ ได้สวยงาม ก็นำเรียนว่านี่คือสิ่งที่เป็นอาพรติดกายเลยนะครับ นี่จะต้องมีทุก ๆ ท่าน เวลาท่านอยู่ที่บ้านกับคนหลาย ๆ คน หรือออกนอกบ้าน จำเป็นอย่างยิ่ง วันนี้ผมจะแบ่งเป็น 2 ช่วง ช่วงแรกจะสรุปสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาประจำวันที่ 22 พฤษภาคม 2563 ตามที่เคยได้ทำ แต่วันนี้มีประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้น จากการประชุม ชุด ศบค. ชุดใหญ่ ที่ท่าน ผอ. ศบค. ในนามของทางท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เข้าประชุม มีเนื้อหาสาระที่สำคัญ ผมจะได้ใช้เวลาในช่วงที่ ๒ นำเรียนในรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนถัดไป ระยะเวลาถัดไปของการผ่อนคลายด้วยนะครับ มาข่าวดีวันนี้ครับ 0 รายอีกเช่นเคยนะครับ วันนี้ทำให้ยอดผู้ป่วยสะสม อยู่ที่ 3,037 ราย แล้วก็หายป่วยเพิ่มขึ้น 2,910 ราย เสียชีวิตไม่มีเพิ่มขึ้นนะครับ ยังคงที่ 56 ราย รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลก็ลดน้อยลง เหลืออยู่ 71 ราย แต่ 0 ราย ในวันนี้ที่ว่า ไม่ได้ 0 แบบเต็มที่นะครับ บังเอิญว่าเมื่อคืนนี้ก็มีข่าวออกมาว่า ทาง State Quarantine แห่งหนึ่ง ยังมีผลที่รอตรวจอย่างเป็นทางการนะครับ ในเช้าวันนี้น่าจะมีการยืนยันออกผลนี้ เลยทำให้ตัวเลข 0 นี้ ยังวงเล็บไว้ 2 ราย คือมีรายที่กลับมาจากอียิปต์กับอินเดีย ซึ่งอยู่ในกระบวนการของการรายงานนะครับ แต่อย่างไรก็ตามแต่ครับ ก็ยังให้ได้ชื่นชมว่า 2 รายนี้ถือเป็นรายที่นำเข้าเชื้อจากต่างประเทศ แต่ 0 ราย ก็คือยังไม่มีรายงานในพื้นที่ของประเทศไทย แต่จะทำให้เกิดความชะล่าใจ ทำให้เกิดความไม่สบายใจหรือเปล่า ใจหนึ่งก็อยากจะดีใจ แต่อีกใจหนึ่งลองไปทบทวนข้อมูลดูหน่อยซิ ว่าในช่วงเวลา 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา คือ 8-21 นะครับ พฤษภาคมนี้ มีทั้งหมดกี่ราย พบว่ามีรายงานมาทั้งหมด 45 ราย เป็นผู้ป่วยที่กลุ่มต่าง ๆ อะไรอย่างไรบ้าง อยู่ในกล่องขวามือด้านบนนะครับ พบว่าเป็นผู้ป่วยที่กลับจากต่างประเทศ ใน State Quarantine ทั้งหมด 15 ราย พูดง่าย ๆ คือ นำเชื้อเข้ามาจากต่างประเทศ 15 ราย นะครับ ถ้ารวมศูนย์กักด้วย อีก 5 ราย ก็เป็น 20 ราย 20 รายก็เกือบครึ่งหนึ่ง ยังไม่ถึงครึ่งนะครับ ที่เหลือสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยรายก่อนหน้า 11 ราย การค้นหาเชิงรุกในชุมชน 6 ราย ประทานโทษครับ ผู้ป่วยที่ไปอยู่ในที่ชุมชน วันที่ 21 กุมภาพันธ์ กทม. ก็คือเมื่อวานนี้ เราได้รายงานไปนะครับ รวมอื่น ๆ ด้วยเป็น 5 รายนะครับ และเป็นอาชีพเสี่ยง พนักงานขายของอีก 3 ราย พูดง่าย ๆ ก็คือ 20 ราย ที่เหลืออีก 25 ราย ที่น่ากังวลก็คือเดินไปเดินมาอยู่ในพื้นที่ของพวกเราที่อยู่ในชีวิตประจำวันนี่ครับ จังหวัดไหน ต่างจังหวัด ยังมีผู้ที่ติดเชื้ออยู่ด้วยนะครับ เบาใจได้ แต่วางใจไม่ได้ อย่างที่ผมเคยนำเรียน มาดูครับ ในระยะของการระบาด COVID-19 จำแนกตามปัจจัยเสี่ยงและตามวันที่รับรายงานของประเทศไทย มีคำถามมาบ่อยมาก แล้วเจอในโซเชียลมีเดียมากมายทีเดียวว่า ทำไมเราถึงจะต้องมีการเก็บข้อมูลกันยาวนานนัก ถึง 60 วัน ความเป็นส่วนตัวของฉันอะไรทั้งหลายนี้นะครับ มีความกังวลใจต่าง ๆ มากมายนะครับ แต่ทั้งหมดทั้งปวงนี้ เป็นเรื่องที่เกี่ยวโยงกับชุดข้อมูลทางด้านสาธารณสุขทั้งสิ้นเลยนะครับ ผมนำภาพที่ทางกระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรค ได้จำแนกออกมาเป็นรายวัน ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม มาจนกระทั่งมาถึงวันที่ 20 พฤษภาคม แบ่งเป็น สีช่องนี้ก็จะเป็นประมาณสัก 10 กว่าวันนะครับ ช่วงแรกที่มีการ โรคต่ำนะครับ มีการแพร่โรคต่ำในวงจำกัด ออกไปซ้ายมือสุดนี้นะครับ จะเห็นนะครับว่า จาก 0 ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นมา 1 2 3 นะครับ แล้วมาค่อย ๆ สูงชันขึ้นมาช่วงเวลาวันที่ 15 วันที่ 16 ตัดลงไปที่วันที่ 17 วันที่ 18 11 มีนาคม มีสนามมวยเริ่มติดเชื้อที่มีรายงานแรก ๆ นะครับ แล้วก็ทำให้ตัวพีคขึ้นไปนี่ครับอยู่ประมาณสัปดาห์ที่ 3-4 ของเดือนมีนาคมนะครับ ซึ่งเป็นจุดพีคในวันนั้น มีตัวเลขที่รายงานต่อวันเป็นร้อยคน แล้วจากนั้นพอเข้าสู่เดือนเมษายนก็ยังสูงอยู่ จนกระทั่งเราต้องมีการประกาศเคอร์ฟิว มีเรื่องของ พ.ร.ก. ฉุกเฉินประกาศออกมาและประกาศเคอร์ฟิวออกมา ก็เลยทำให้กุมสถานการณ์ได้ระดับหนึ่ง เขาบอกว่าที่คุณหมอพูดอย่างนี้ กฎหมายมันเป็นสำคัญหรือ จริง ๆ แล้วก็สำคัญระดับหนึ่งครับ แต่ความสำคัญที่สุด ที่เรามีข้อสรุปกัน ในกลุ่มนักวิชาการ และผู้ที่อยู่ในคณะกรรมการต่าง ๆ คือความร่วมมือของพี่น้องประชาชนครับ สูงที่สุดครับ ถึงแม้จะมีกฎหมายอะไรอย่างไรก็ตามแต่ หลายคนคงจะเคยบ่นอะไรออกมานะครับ เช่นกรณีของหมวกกันน็อกอย่างนี้ครับ ก็ไม่ได้มีการปฏิบัติกันเป็นร้อยเปอร์เซ็นต์นะครับ สำรวจกันทีไรก็ยังไม่ถึง 100 กันสักที แต่ครั้งนี้ที่ขอความร่วมมือ ไม่ต้องออกเป็นข้อกฎหมาย คือการใส่หน้ากากอนามัย กลับกลายเป็นการได้รับความร่วมมือร่วม ๆ 90 หรือบวกกว่านั้น ใกล้ ๆ เคียงร้อยก็มี ทั้งหมดทั้งปวง กฎหมาย คือ สิ่งที่ถูกกำหนดขึ้น แต่สำคัญมาจากใจของทุก ๆ ท่านครับ ใจของท่านเท่านั้นเอง ทำให้เราสามารถควบคุมโรคได้ ในกราฟที่พุ่งขึ้นในยอดที่อยู่ในช่วงของเดือนเมษายน ก็ทำให้ปรับลดลงมาเข้าสู่ช่วงที่เป็นหน้าจอเป็นสีเขียว ๆ เป็นพื้นหลังนี้นะครับ ควบคุมได้ พบผู้ป่วยประปราย นี่คือความร่วมมือ ร่วมใจของพวกเราทุกคน จนกระทั่ง มาเข้าสู่ในเดือนพฤษภาคมนี้ เราคุมได้เต็มที่ ยอดออกมาเป็นหลักหน่วย บางครั้งเป็นหลัก 0 เป็นตัวเลข 0 ซึ่งนำเรียนว่า เราได้เรียนรู้ตรงนี้มา ระยะเวลาที่มีความสำคัญ คือ อยู่ที่ประมาณ 2 เดือน 2 เดือนนะครับ ก็เลยทำให้มีการติดเชื้อ รายที่ 1 นะครับ บางคนมีการติดเชื้อ ไม่รู้หรอกครับรายที่ 1 เป็นใคร แต่คนที่ 2 ครับ ติดเชื้อขึ้นมา แล้วมีอาการไข้ขึ้น สมมติว่าคนอายุน้อย แต่คนที่ 2 อายุมากมาติดเชื้อจากคนที่ 1 ต้องย้อนกลับไปถามว่าคนที่ 1 นี่คือใคร 14 วัน หรือมากกว่านั้นครับ ถึงจะไปรู้ว่าคนที่ 1 เป็นใคร ถ้าคนที่ 1 อายุน้อย คนที่ 2 อายุน้อย ไปเจอคนที่ 3 คือ กลับเข้าไปในบ้านของตัวเอง เป็นอายุมากคนนี้มีอาการเลยต้องไล่ย้อนประวัติมาว่าไปสัมผัสกับใคร คนนี้ไปสัมผัสกับใคร เพราะฉะนั้นมันต้องมี 3 ช่วง ที่สุดแล้วมีประมาณถึง 4 ช่วงที่มีรายงานอยู่ ที่มีอาการไปถึงคนนี้ ที่มีอาการออกมา ถึงคนต้น คนแรก เพราะฉะนั้น 60 วันนี้ มีที่มาในเชิงวิชาการทั้งสิ้น ขอกราบเรียนว่าเราก็ไม่อยากที่จะต้องใช้ข้อมูลมหาศาล มโหฬาร ที่เราจะได้ตามเคสต่าง ๆ ได้ นี่คือสิ่งที่เป็นความข้อมูล ที่แสดงเข้าใจให้กับท่านนะครับ มาดูสถานการณ์ของต่างประเทศครับ 5,194,210 นะครับ เป็นสถานการณ์ตอน 10 โมงเช้า เสียชีวิตไป 340,000 กว่าคน ประเทศไทยอยู่ที่อันดับ 73 ลดลงมาแล้วนะครับ เมื่อวานนี้ 70 วันนี้ 73 นะครับ ส่วนรายละเอียดของรายที่พบเยอะนะครับ สีเหลืองข้างบนนั้นก็คือ สหรัฐอเมริกา รัสเซีย แล้วก็บราซิลนะครับ ก็เสียชีวิตอันดับ 1 ก็ยังเป็นสหรัฐอเมริกานะครับ บราซิล 1188 และรัสเซียมีความกังวลใจก็คือ ฝั่งของเม็กซิโก อินเดีย ปากีสถานที่เราวงไว้นะครับ สำหรับอาเซียน เอเชียเราสิงคโปร์ก็ยังนำขึ้นมานะครับ สูงทีเดียว แล้วก็บังกลาเทศ ผมอยากให้ดูสวีเดนครับ อันดับที่ 24 สวีเดนนี่ ใช้วิธีการไม่ล็อกดาวน์ แล้วก็ใช้วิธีการของการให้มีอิสระเสรีทั้งหลาย ดูตัวเลขการติดเชื้อครับ 32,000 กว่า เสียชีวิตถึง 3,871 แล้วเมื่อวานนี้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น คือ 40 คน นี่คือสิ่งที่แต่ละประเทศเลือกใช้นะครับ แล้วก็ภาพสะท้อนนี้ ก็คือจากสิ่งที่เป็นชุดข้อมูลให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบนะครับว่า วิถีของการเลือกในการที่จะดำเนินมาตรการของแต่ละประเทศแตกต่างกัน แต่ก็ต้องยอมรับในเรื่องของการสูญเสียที่เกิดขึ้น หลายประเทศก็เลือกสิ่งต่าง ๆ ในดังที่ปรากฏตรงนี้นะครับ ขอไปเร็ว ๆ เกาหลีเมื่อวานนี้ก็เพิ่มขึ้นมา 20 เท่านั้นนะครับ แต่ญี่ปุ่นก็ยังเยอะอยู่ 57 นะครับ แล้วก็ฟิลิปปินส์ยัง 213 มาดูในอาเซียน อินเดียอันดับ 1 เกาหลี แล้วก็ทาง เกาหลีอยู่ในท้ายตารางอันแรก แต่ของไทยอยู่ที่ 73 ตรงนี้นะครับ ผมอยากจะเน้นย้ำอีกกราฟหนึ่งนะครับ ซึ่งสถานการณ์โลกอยู่ในวงกลมใหญ่ซ้ายมือ เวลาเราจะประเมินสถานการณ์ว่า ณ ตอนนี้ของเราเป็นอย่างไร กราฟของเราเป็นอย่างไร กราฟของเราเป็นเส้นขึ้น แล้วก็ลงแล้ว แล้วโลกเป็นอย่างไร เป็นเส้นที่กำลังขึ้นอยู่เลยครับ เขายังเป็นขาชันขึ้นเขายังไม่ถึงยอดเลยนะครับ แล้วก็มาดูนะครับ ผมก็มี 3 กราฟข้าง ๆ นี้ให้เห็นว่า ทิศทางของผู้ป่วยใหม่ ผู้ป่วยกลับบ้าน ผู้ป่วยเสียชีวิต รวม ๆ กันแล้วนี่ ทิศทางยังเป็นทางชันขึ้น ถึงได้มีความสำคัญจำเป็นว่า มาตรการที่จะต้องเกิดขึ้น ชุดข้อมูลเหล่านี้ ท่านผู้บริหารใน ศบค. ได้รับทราบ เพื่อที่จะเอามาตัดสินใจกัน ไม่ได้มองแค่ในประเทศอย่างเดียว ต้องเอาข้อมูลรอบด้านของทั้งโลกมาดูด้วยครับ ไปดูข่าวของนักเรียนเกาหลีใต้ เขาบอกว่าป่วนเปิดเรียนวันแรก พบติดโควิด ก็เลยทำให้ต้องปิดอีกรอบ มีโรงเรียนมัธยม 75 แห่ง ในเกาหลีใต้ ต้องส่งเด็กกลับบ้านนะครับ ไม่กี่ชั่วโมง หลังเพิ่งกลับมาเปิดเรียนการเรียนการสอนในวันพุธที่ 20 หลังพบนักเรียน 2 คน ติด COVID-19 นักเรียนบางส่วนถูกส่งตัวกลับบ้านทันที ที่พวกเขาเพิ่งเดินผ่านประตูรั้วเป็นครั้งแรกในรอบปี 2 คน ของโรงเรียนระดับมัธยม โรงเรียนของเมืองอินชอนมีผลตรวจ COVID-19 ออกมาเป็นบวกในเช้าวันพุธ ไม่มีคำอธิบายครับนำเรียนว่าเป็นตัวอย่างที่เกิดขึ้นนะครับ ไปดูการใช้ WWW.ไทยชนะ.COM ซึ่งเราต้องการให้เข้ามามีส่วนช่วยในชีวิตวิถีใหม่ในครั้งนี้ ภาพรวมเมื่อวานนี้ต้องขอบพระคุณท่านที่เป็นเจ้าของกิจกรรมลงทะเบียนเพิ่มขึ้นเป็น 81,449 เพิ่มขึ้นเมื่อวานนี้ 70,000 เศษ ๆ เมื่อวานนี้ 80,000 แต่ผมเห็นตัวเลขที่ขึ้นมาก็ดีใจ ช่วงกว้างค่อย ๆ แคบลง น่าจะเพิ่มขึ้นทีละเป็นหมื่น ๆ เลยนะครับ เพราะว่าเข้าใจว่าร้านค้าที่อยู่ในเมืองไทยเป็นแสนหรือหลายแสนเสียด้วยซ้ำ แต่ ณ วันนี้ยังอยู่ที่ 80,000 กว่า ผมเกรงว่าเวลาที่มีการติดเชื้อ อย่างที่เมื่อวานนี้ยกตัวอย่าง ที่เกิดขึ้นที่ร้านตัดผมแถวประชาชื่น ถามผมกันเต็มเลยว่าร้านไหน ไม่สามารถบอกได้หรอกครับ แต่อย่างไรก็ตามแต่ทีมสอบสวนโรคสามารถที่จะเข้าไปดูแล้วก็ใช้วิธีการเดิม ๆ ที่ซักประวัติเดิม ๆ โน่น นี่ นั่น ทั้งหลาย ซึ่งต้องใช้เวลา กว่าจะตอบท่านได้ต้องใช้เวลา แต่ถ้าเข้ามาที่ระบบนี้จะเร็วขึ้นแน่นอนครับ จำนวนของผู้ที่ใช้งานก็คือตอนนี้ 7,400,000 เช็กอินนี่ 14 ล้าน ประเมินร้านค้ามาให้เรา 6 ล้านกว่า ขอประเมินเพิ่มขึ้นสักนิดหนึ่งนะครับ ตอนนี่ห่างกันไปตั้ง 4,000,000 นะครับ ก็เข้าด้วยก็ต้องออกด้วย เมื่อวานนี้ผมก็ลองไปทดสอบกับร้านค้าที่อยู่ใกล้ ๆ เป็น Supermarket ลืมครับ เพราะว่าหน้าร้านค้านี่เขาจะมีป้ายโฆษณา ป้ายลดราคาทั้งหลาย แล้วป้ายของสแกน QR Code นี่ ก็หลบอยู๋ข้างหลังนะครับ ก็เลย แล้วไม่มีใครมาทักกัน ปกติจะต้องมีเจ้าหน้าที่บอกกับเราด้วย ทั้งเจ้าหน้าที่ที่เป็น รปภ. หรือเจ้าหน้าที่ตามร้าน จนกระทั่งจะจ่ายเงินแล้วถึงจะเห็นสติกเกอร์ตอนจะออก บางทีเราก็ลืม ตรงนี้ต้องช่วยกันทั้งฝ่ายประกอบการ ทั้งประชาชนคนไทย ทั้งใครทั้งหลายที่อยู่ในตรงนี้นะครับ ช่วยกันเราก็จะได้ทำให้ระบบสมบูรณ์ ระบบมันดีแต่ว่าคนที่ใช้ต้องมีความร่วมมืออันนี้สำคัญมาก ๆ เลยครับ ครับ มาเข้าสู่เรื่องของสาระสำคัญในการประชุม ศบค. ชุดใหญ่ ขออนุญาติใช้คำพูดคำนี้นะครับ ซึ่งประกอบด้วยท่าน ผอ.ศบค. ท่านนายกรัฐมนตรี นะครับ ท่านรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีกระทรวงต่าง ๆ และปลัดกระทรวงฯ ที่เกี่ยวข้องนะครับ วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีได้กล่าวชื่นชม โดยโโยท่านได้กล่าวถึงว่า ทั่วโลกได้ชื่นชมประเทศไทยที่ได้มีการป้องกันควบคุมโรค โดยการให้ความรู้กับประชาชนจนสามารถควบคุมการแพร่ระบาดโรคได้ในระดับต้น ๆ ของโลกนะครับ มีตัวอย่างของทางท่านเอกอัครราชทูต รัฐคูเวต ประจำประเทศไทยนะครับ ได้เข้าพบท่าน แล้วก็ได้กล่าวชื่นชมการทำงานทางด้านการจัดการกับ COVID-19 ในประเทศไทยก็ได้ชื่นชมว่า ไทยเรานี่มีการดูแลแรงงานของไทยที่อยู่ในต่างประเทศอย่างดี แม้กระทั่งการนำกลับมาอะไรทั้งหลายนี่ ชื่นชมในตรงนี้มาก ๆ นะครับ เพราะฉะน้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ท่านก็ยังพูดถึงว่าแรงงานไทย ก็ยังเป็นที่ต้องการของต่างชาติ ก็อยากจะให้มีการเชื่อมการทำงานในทุก ๆ ระดับกับผลงานที่ดีของคนไทยนี้ ถูกขยายวงกว้างออกไป ให้มีความร่วมมือกันหลาย ๆ ด้าน ทั้งในเรื่องการพัฒนาประเทศ ในเรื่องแรงงาน ในการลงทุน ในการทำเศรษฐกิจต่าง ๆ นี่เห็นไหมครับว่า สิ่งที่เราร่วมมือร่วมใจกัน ไม่ได้อยู่เฉพาะพวกเราอยู่ในประเทศเท่านั้น ชื่อเสียงเรากระจายไป แล้วทำให้ชาติอื่น ๆ เขามามองดู แล้วเห็นความสำคัญตรงนี้ด้วยนะครับ แล้วก็ท่านได้กล่าวถึงเรื่องของการผลิตวัคซีน ซึ่งก็ได้แจ้งไว้ว่าต้องบอกถึงความสำเร็จในระดับหนึ่งนะครับ จริง ๆ แล้ววัคซีนเป็นเรื่องที่โลกที่พัฒนาทั้งหลาย ก็พยายามที่จะช่วยกันทำ ทุก ๆ แห่งมีการให้ข่าวกันนะครับ ในระดับต่าง ๆ ของไทยเราก็มีการให้ข่าวในการประสบความสำเร็จเหมือนกัน ยังอยู่ในระดับสัตว์ทดลองแต่อย่างไรก็ตามแต่ครับ มันมีอีกหลายขั้นตอน ตรงนี้ต้องระมัดระวังในการที่จะต้องสื่อสาร เพราะว่าจะเกิดความคาดหวังในประเด็นที่ไม่สอดคล้องกัน พอพูดว่าประสบความสำเร็จแล้ว แต่สำเร็จในขั้นตอนที่อยู่ในระดับของสัตว์เท่านั้นเอง ยังมีขั้นตอนยังใช้เวลากันเป็นปี นั่นก็จะทำให้มีความเข้าใจผิด บอกว่าถ้าได้วัคซีนมาแล้วก็ผ่อนปรน ผ่อนคลาย ไม่ต้องมี พ.ร.ก สิ อะไรทั้งหลายนี่นะครับ ในการสื่อสารนะครับ ตรงนี้ผมเลยต้องขออนุญาตมาเน้นย้ำว่าไทยเรา เพียงแค่เริ่มต้นเท่านั้น เดี๋ยวจะมีรายงานของทางส่วนของทางปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้มาชี้แจงเพิ่มเติม ถ้าอย่างนั้นไปเลยแล้วกันนะครับ ของกระทรวงสาธารณสุข ให้เห็นถึงความก้าวหน้าในการพัฒนาวัคซีน ทางปลัดกระทรวงสาธารณสุข แจ้ง ผอ. ศบค. ว่ามีผู้ที่ทำเรื่องของวัคซีน ทั้งหมดประมาณ 6 เทคโนโลยี ส่วนของผู็ที่ทำงานนีนะครับ รายชื่อดังปรากฏอยู่ข้างล่างนี้นะครับ ล้วนแล้วแต่เป็นระดับยอดของประเทศไทย แล้วก็บางท่านที่เป็นนักวิทยาศาสตร์ระดับโลก ก็มาช่วยกันทำงาน ซึ่งอยู่ในทิศทางเดียวกันในการพัฒนาวัคซีน COVID-19 ทั่วโลกครับ นำเรียนว่า ตรงนี้เป็นความสำคัญ แต่ครับ มาดูไทม์ไลน์ หรือระยะเวลาของการทำ ต้องใช้ระยะเวลากันพอสมควร ทั้งจะทำเอง ทั้งจะจองคนก็ไม่ใช่เสร็จวันนี้พรุ่งนี้จะได้นะครับ ใน timeline กว่าทั้งหมดจะได้ ขีดเลยนะครับว่า 1 นะครับ ซึ่งคำว่า 1 ปีนี้ก็จะเกิดขึ้นโดยทั่วไปที่พูดกันบ่อย ๆ ไม่ใช่ปีนี้ด้วยนะครับ ยากเหมือนกัน มีบางคนก็เอาไปหาเสียงทางการเมืองบางประเทศ บอกว่าอาจจะได้ปลายปีอะไรก็แล้วแต่ แต่ว่าทางนักวิทยาศาสตร์ก็บอกว่า ยังต้องใข้เวลารอคอย ถึงแม้เราผลิตไม่ทันเราก็ยังต้องมีการสั่งจองซื้อล่วงหน้าเหมือนกันนะครับ 1 ปี ถึงจะได้ พอถ้าได้เสร็จนะครับ จำนวนวัคซีนจำนวนที่เหมาะสมต้องเอาไปผลิต ต้องเอาเข้าทำผลิตในลักษณะของการทำเป็น Mask Production หรือการผลิตมาก ๆ นี่ ต้องว่ากันอีก 6 เดือน 2 ปี 3 ปี เพราะว่าไม่ได้ทำง่าย ๆ นี่คือสิ่งที่เราถึงต้องบอกว่าสถานการณ์อย่างนี้ เราต้องอยู่กับไวรัสโควิดอีกนาน เพราะฉะนั้น Norm ใหม่ ชีวิตวิถีใหม่ ถึงต้องเกิดขึ้น แล้วเราก็มีความร่วมมือกับต่างชาติหลาย ๆ ชาตินะครับที่ปรากฏอยู่ในแผนที่นี้ นะครับ ซึ่งต้องมีการทดสอบวัคซีนในคน ต้องมีการรับถ่ายทอดเทคโนโลยี ถ้าทำไม่ได้ ถ้าใครทำดีก่อน ก็ต้องมีการจัดซื้อขึ้นมา สรุปแล้วตอนนี้ทางรัฐไทยก็ได้มีการสนับสนุนเจรจาในระดับรัฐบาล เพื่อให้เชื่อมโยงกับต่างประเทศ หากใครทำได้ หรือเรามีส่วนที่จะช่วยเขา ในส่วนไหนก็ต้องเข้าไป ทั้งในเชิงการสนับสนุนงบประมาณ จำได้ไหมครับ ช่วงแรก ๆ ท่าน ผอ. ศบค. บอกว่าต้องมีการประเดิมเงินทุนลงไป เพื่อให้ทางกลุ่มประเทศอาเซียนได้ช่วยวิจัยพัฒนา ไทยเราเป็นจุดเริ่มต้น ขณะเดียวกันมีการสนับสนุนการขับเคลื่อนการดำเนินงานของระดับชาติเข้ามาด้วย เพื่อเอาคนเก่งของเราขึ้นมาทำงานทางด้านนี้ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นครับ ถัดไปเป็นเรื่องของทางด้านการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคงนะครับ ซึ่งท่านพลเอก พรพิพัฒน์ เบญญศรี เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้มารายงานความสำคัญในการจัดการกับการตรวจตามมาตรการหลัก 5 ข้อนะครับ ทุกท่านคงจำได้ขึ้นใจครับ เรามีการตรวจ 5 มาตรการหลัก เรามีการตรวจมาตรการเสริม และเรามีการตรวจตามคู่มือ ตามกิจการย่อย ๆ มาตรการหลัก 5 มาตรการนี่แหละครับ ตอนนี้มีชุดตรวจ 90 ชุดตรวจ ชุดตรวจทั่วไป 1,992 แล้วก็ชุดตรวจส่วนกลางอีก 148 ชุดตรวจ แล้วก็มีการประกอบการทำงานผ่าน กทม. ศบก.จ. การทำงานผ่าน กทม. ศบค. จ. หมายถึงจังหวัด ศปก. อำเภอ ตำบล แล้วก็ อปท. แล้วก็มีกระทรวงต่าง ๆ ทั้งกระทรวงสาธารณสุข ก็คือวัฒนธรรม แล้วก็ ทศ. ประทานโทษ แหม บล็อกไปเลยครับ สิ่งแวดล้อม ขออภัย จริง ๆ ที่จำได้ไม่ได้ทั้งหมด ครับผม หลาย ๆ กระทรวงนี้ได้มาช่วยกันที่ทำให้เรามีการตรวจมาตรการได้ให้ได้เกิดผล มาดูผลที่เป็นการตรวจมาถึง 3 พฤษภาคม จนกระทั่ง 21 พฤษภาคม สีเขียวนี้ตรวจไปทั้งหมดเป็นกลุ่มปฏิบัติครบนะครับ แล้วก็เป็นกราฟสีออกส้ม ๆ เหลือง ๆ ข้างบนนี่นะครับ ที่ปฏิบัติไม่ครบ ก็จะน้อยนะครับ ส่วนใหญ่ครบทั้งนั้น ไปแล้วทั้งหมด ประมาณ 350,000 กว่าแห่งนะครับ แล้วก็มีไม่ปฏิบัติตาม ตอนนี้ทุกท่านคงได้รับคำแนะนำไปปรับกันแล้วนะครับ ต่อไปเป็นวาระที่สำคัญครับ นำเสนอโดยทางท่านเลขาธิการนะครับ ของสภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ท่านพลเอกสมศักดิ์ รุ่งสิตา ได้นำเสนอวาระเพื่อพิจารณาสำคัญ คือการขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกท้องที่ ทั่วราชอาณาจักร ด้วยเหตุผลที่มีอยู่ประมาณ 3 ข้อนะครับ ทางท่าน ผอ. ศบค. เน้นย้ำว่าขยายเพื่ออะไร คำตอบ คือเพื่อความมั่นคงด้านสาธารณสุข อันนี้เป็นจุดหมายหลักขึ้นมาก่อนนะครับ เพราะฉะนั้นเหตุผลที่มารองรับต้องประกอบไปด้วยเหตุผลที่เชื่อมโยงกับด้านความมั่นคงด้านสาธารณสุขทั้งสิ้น มี 3 เหตุผลครับ 1. ยังคงมีความจำเป็นและต้องมีการบังคับใช้ พ.ร.ก. นี่ เพราะอะไรครับ เพราะต้องการเอกภาพ รวดเร็ว มีความต่อเนื่อง มีประสิทธิภาพและมีมาตรฐานกลางในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ที่ผมเคยนำเรียนนะครับว่า กฎหมายทั้งหมดที่เกี่ยวโยงกันกับ เรื่องทางด้านสาธารณสุขการควบคุมโรค ไม่ใช่แค่เอา พ.ร.บ. โรคติดต่อมาใช้แล้ว ได้ผลนะครับ ไม่เพียงพอครับ ต้องมีการประกอบกฎหมาย 40 กฎหมาย มาอยู่ภายใต้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน เราถึงจะปฏิบัติตรงนี้ได้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินไม่ได้เกี่ยวข้องกับติดเชื้อ รักษาในโรงพยาบาลอย่างที่เราเคยคุยกัน มันจะเชื่อมโยงถึงการเดินทางในต่างประเทศ พูดถึงการเคลื่อนย้าย การใช้ยานพาหนะ อากาศยาน การตรวจคนเข้าเมือง จิปาถะอีกมากมายก่ายกอง 40 กฎหมายนะครับ ต้องเป็นเอกภาพและรวดเร็ว นี่คือความสำคัญในการที่จะให้เกิด พ.ร.ก. ฉุกเฉินนี้ ทำให้เกิดเอกภาพ ข้อที่ 2 ครับ เป็นการเตรียมรองรับในระยะต่อไป คำนี้มีความสำคัญอย่างไรครับ เพราะว่า ประเทศไทยอยู่ในระหว่างการเกิดกำหนดมาตรการการผ่อนปรนในระยะที่ 2 ตอนนี้คือ 2 ต่อไปคือ 3 และ 4 3 และ 4 นี่เทียบกับ 1 และ 2 สิ่งที่ต่างกัน คือ ความเสี่ยงของ 3 และ 4 จะสูงกว่า เสี่ยงเรื่องอะไรครับ เสี่ยงเรื่องติดเชื้อ เรื่องสาธารณสุข คือเรื่องติดเชื้อ 1 กับ 2 สีขาว สีเขียวนี่เปิดขึ้นมาแล้วเรายังพอใจ เรายังเห็นตัวเลขเป็น 0 เป็น 1 เป็น 2 เป็นหลักหน่วย แต่เมื่อไรที่กลับไปเป็นระยะ 3 และ ระยะ 4 กิจการ กิจกรรม ที่มีความเสี่ยงสูงจะมาปรากฎอยู่ตรงนี้ ที่หลายคนกังวลใจ จะต้องสัมผัสกันอย่างใกล้ชิด จะต้อจะอยู่ในกิจกรรมที่ 3 มาตรการที่ 3 และมาตรการที่ 4 ทั้งนั้น เพราะฉะนั้นพอมันมีความเสี่ยงสูง จะบอกว่าพอความเสี่ยงสูง ตัวกำกับจะหย่อนลง ก็ลำบากแล้วนะครับ เพราะเดิมนี่ตัวกำกับที่ดี แต่ถ้าตัวกำกับนี้หย่อนลงไป จะให้ยกเลิก พ.ร.ก. นี้ ลงไป แต่ปรากฏว่าพฤติกรรมความเสี่ยงสูงนี้กลับมา สิ่งนี้ครับ ไม่สมดุลกันไม่ได้ เพราะฉะนั้นครับ เราต้องสร้างความสมดุลตรงนี้ให้เกิดขึ้น จึงจำเป็นเราต้องสร้างกฎหมาย เพื่อกำกับบริหารจัดการ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการผ่อนคลายในระบบที่มีระยะเวลาที่เหมาะสม นี่คือเหตุผลข้อที่ 2 ส่วนข้อที่ 3 สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคยังไม่สิ้นสุด โดยมีข้อมูลว่าหลายประเทศยังคงมีระบาดและมีจำนวนผู้ที่ติดเชื้อในระดับที่สูง ถึงแม้ในประเทศไทยจะทำมาตรการครบทั้ง 4 ระยะแล้วนะครับ จำเป็นต้องมีการ ต้องมีระยะเวลา เพื่อเตรียมความพร้อมในการเปิดประเทศ อาทิ มาตรการด้านกฎหมายนะครับ แผนปฏิบัติการเพื่อรองรับความเสี่ยงที่อาจจะกลับมาแพร่ระบาดของโรค เมื่อสักครู่ที่ผมเอากราฟขึ้นมาของทั่วโลกกำลังชันขึ้น ของเราเป็นกราฟที่ลดลง จนกระทั้วแตะที่ 0 เรามีการซีลประเทศไทย เรามีการเอาคนเข้ามา เราควบคุมของเราได้ แต่ถ้าไม่มีกฎหมายควบคุม เราเปิดปั๊บ ตัวเลขที่กำลังสูง ๆ อยู่ต่างประเทศ ก็อาจจะไหลเข้ามาอยู่ในประเทศไทยเรา โรคติดต่อ โรคแพร่ระบาด ไม่มีพรมแดนอย่างที่ว่าครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้น ๆ จากร่วมมือร่วมใจของพี่น้องประชาชนคนไทย ระบบของการจัดการภาครัฐซึ่งเอื้อต่อการจัดการของท่าน ตรงนี้ต้องเหมาะสมกันทั้ง 2 อย่าง นำเรียนว่า วันนี้ ทางคณะกรรมการของ ศบค. คุยกันนะครับ ปรึกษากัน แล้วก็เห็นชอบ ครับ ให้มีการเสนอข้อเสนอนี้ต่อคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. เพื่อขยายต่อนะครับ จากวันที่ 1 มิถุนายน ถึง 30 มิถุนายนนี้ วันนี้เราอยู่ในระยะที่ 2 ซึ่งจะหมดประมาณสักสิ้นเดือนนี้ เราแค่ 2 นะครับ แล้วถ้าหลายคนบอกว่ายกเลิกเถอะ พอแล้ว ประเด็นก็คือ เราอยากจะเข้าสู่ ระยะที่ 3 ถึงตอนนั้นถ้าไม่มี พ.ร.ก. จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าเราจะเอาระยะที่ 4 ถ้าไม่มี พ.ร.ก. จะเกิดอะไรขึ้น นี่คือสิ่งที่ผมต้องถามย้อนกลับไปยังพี่น้องประชาชนนะครับว่า ตอนนี้เรามีความมั่นใจในทุก ๆ เรื่อง ถึงแม้มี พ.ร.ก. ก็ไม่ได้หมายถึงว่า เป็นที่สุดนะครับ ที่ทำให้เรามีน้ำหนึ่งใจเดียวกัน แล้วทุก ๆ ท่านเข้าใจด้วยกันว่า เราทำด้วยกันไปเพื่ออะไร เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้เราจะทำเพื่อทุก ๆ ท่าน แล้วทุก ๆ ท่านก็ทำเพื่อญาตของท่านเอง เพื่อคนของท่านที่รักกันกันเอง แล้วที่สุดแล้วเราก็ทำเพื่อประเทศไทยเราถึงประสบความสำเร็จกันมาถึงตอนนี้นะครับ การประกาศภาวะฉุกเฉินเป็นเครื่องมืออันหนึ่งเท่านั้น แต่ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะฉะนั้นตรงนี้ขออนุญาตนำเรียน เพื่อให้เกิดภาพตรงนี้ด้วยกัน มีภาพตรงนี้ น่าจะเป็นสุดท้ายแล้วของผมตอนนี้ แล้วระยะเวลาถัดไปจากนี้ มีอะไรบ้างครับ ในการจัดทำมาตรการผ่อนคลาย ระยะที่ 3 นะครับ ก็แบ่งออกเป็น 5 ช่วง ช่วงแรกขั้นตอนที่ 1 23-24 พฤษภาคม คือ จัดเตรียมข้อมูลครับ ก็จะมีการประชุม เพื่อให้คณะทำงานกลั่นกรองกิจการกรรมตามมาตรการบังคับใช้มาตรการทางการป้องกัน และยับยั้งการระบาดของโรคนี้ ได้จัดเตรียมข้อมูลกัน 2 วัน อีก 2 วัน คือ 25-26 มีการประชุมคณะทำงานกลั่นกรองกิจการ และกิจกรรมกัน ใช้เวลา 2 วันนี้ และอีก 1 วัน คือวันที่ 27 ขั้นตอนที่ 3 ครับ ประชุมคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการผ่อนคลาย การบังคับใช้มาตรการนี้ ในระยะ 3 นี้ 29 นะครับ ก็ข้ามไป 1 วันนะครับ 27 ไม่ทันก็ 28 เพิ่มขึ้นมานะครับ แล้ว 29 ครับ นำเข้าที่ประชุมของ ศบค. ชุดใหญ่นี้ครับ เพื่อขออนุมัติ 1 มิถุนายน ก็จะมีผลบังคับใช้มาตรการผ่อนคลายในระยะที่ 3 นี่คือ Timeline คร่าว ๆ นะครับ ที่ทาง ศบค. ชุดใหญ่ได้มีการนำเรียนขึ้นมา และอยากให้พี่น้องประชาชน ได้ทราบผ่านการแถลงข่าววันนี้ครับ ขอรับทราบของข้อมูลคำถามได้เลยครับ (คุณสุภนันท์) วันนี้มีคำถามเกี่ยวกับเรื่อง พ.ร.ก. ฉุกเฉินครับ การขยาย พ.ร.ก. ฉุกเฉินนี่ จะมีการปรับเรื่องของการปรับลดเวลาเคอร์ฟิวหรือไม่ครับ เพราะกระทบหรือว่าคนทำงาน ในบางอาชีพที่อาจจะต้องออกจากบ้านในเวลาคาบเกี่ยว รวมทั้งอาจจะให้คุณหมอขออนุญาตย้ำอีกครั้งหนึ่ง ในการใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินแทนที่จะนำกฎหมายอื่น ๆ มาใช้ในช่วงดังกล่าวครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ครับ ก็เรื่องของความจำเป็นใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ผมได้กล่าวอ้างไปเมื่อสักครู่ตามที่ 3 ข้อใหญ่แล้ว ขอให้ท่านได้รับทราบตามนั้นนะครับ แต่เรื่องของการปรับลดเคอร์ฟิววันนี้มีการคุยกันผ่านทางท่านผู้บัญชาการทหารสูงสุดที่กำลังจะบอกว่า ถ้ามาตรการนี้ผ่อนคลายได้นะครับในระยะที่ 3 แล้วก็ประชาชนส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือ ไม่มีการมาดื่ม ไม่มีการไปเอะอะ ไม่มีการชุมนุมทางด้านเรื่องที่ไม่ดี ตัวเลขถ้าลดน้อยถอยลงเราก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไป หรือท่านออกจากเคหสถาน โดยที่ไม่มีเหตุผลทั้งหลาย ถ้าท่านออก ก็อย่างที่บอก ถ้าไเพื่อการค้า ไปเพื่อการขนส่ง ไปเพื่อที่จะเตรียมทำมาหากินอันนี้ไม่มีใครว่ากัน แต่ว่าถ้าไปกรณีของการมั่วสุมอันนี้ ก็ต้องขอร้อง แต่สถิติต่าง ๆ เรารับรู้และนำเสนอท่านทั้งหมดนี่นะครับ ก็ได้รับความร่วมมือจากท่านเป็นอย่างดี มีโอกาสครับ ที่ทาง ศบค. จะลดช่วงเวลาของการมีเคอร์ฟิวลงนะครับ ซึ่งจะเป็นเวลากี่ชั่วโมง เมื่อไหร่ อะไรอย่างไร คงต้องรอในการประชุมในครั้งต่อไป เพื่อที่ถ้าการผ่อนคลาย เชื่อว่ามีการประชุม ศบค. ครั้งหน้าน่าจะเข้าตรงนี้ได้ครับ (คุณสุภนันท์) มีคำถามฝากมาจากสื่อมวลชนนะครับจากช่อง 9 กิจกรรมที่คาดว่าจะได้การผ่อนปรนในระยะที่ 3 มีอะไรบ้างครับ ไม่แน่ใจว่าตอนนี้มีรายละเอียดออกมาหรือยัง (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ในที่ประชุมไม่ได้กล่างถึงตรงนี้เลยนะครับ โดยหลักการ ก็ยังใช้หลักการเดิมอยู่ ที่มีความเสี่ยงปานกลางออกไปทางสูงนะครับ ในเรื่องติดเชื้อ ในเรื่องเกิดปัญหาทางด้านสาธารณสุขเป็นหลัก ซึ่งท่านอาจจะไปดูกิจการ กิจกรรมต่าง ๆ ในตรงนั้นได้ แต่เมื่อวันนี้ท่าน ผอ. ศบค. ก็ยังพูดว่าถ้าแบ่งระหว่าง 3 กับ 4 นะครับ 4 นี่คือถ้าพูดแดงแจ๋เลยนะครับ กิจการมีความเสี่ยงมาก ๆ เลยนี่ต้องเอาไว้ที่ 4 เพราะฉะนั้น 3 อาจจะเป็นก้อนใหญ่หรือเปล่า เป็นกิจการที่จะต้องเอามารวมตรงนี้ให้ได้มากที่สุดนะครับ ซึ่งก็จะหลุดจากนี้ไปก็ต้องไป 4 แล้วนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้อาจจะมีความจำเป็นนับเอาเรื่องนี้เข้าไปนะครับ จะไปบอกว่าเป็นความเสี่ยงสูง ไม่สูงทั้งหลาย คณะกรรมการต้องไปช่วยกันคิด ในประเด็นของแต่ละกิจการ กิจกรรมกันไป ตอนนี้ผมไม่สามารถบอกได้ว่า อะไรคืออะไร ตรงไหนนะครับครับ (คุณสุภนันท์) ขออนุญาต มีคำถามเพิ่มเติมจากกอง บก. ของ Nation TV นะครับ ถ้าเกิดมีการผ่อนปรนสถานบันเทิงในเฟสที่ 4 ศบค. จะมีคำแนะนำของผู้ประกอบการ จัดเตรียมสำหรับการดำเนินการกิจการต่าง ๆ ในอนาคตในรูปแบบอย่างได้บ้างครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ก็จะแนะนำก็ใช้หลักการ 5 ข้อเหมือนเดิมครับ แต่ส่วนที่ท่านจะต้องไปคิดต่อเป็นนวัตกรรม เป็นความเหมาะสมกับงานของท่าน อะไรอย่างไรนี้ ของกิจการของท่านอย่างไร อันนี้เป็นเรื่องของเขาเรียก Creative Thinking หรือความคิดสร้างสรรค์ แล้วครับที่จะทำให้ดึงดูดคนที่จะไปร้านท่าน แล้วก็เกิดความปลอดภัย นะครับ แล้วก็ทำให้มีเเรื่องของความนิยมที่จะเกิดขึ้นได้ ก็เป็นโจทย์ที่ยากครับ คงไม่ได้มีการมาบอกนะครับว่า ต้องเป็นอย่างโน้นอย่างนี้อย่างนั้น ยกเว้นอาจจะเกิดขึ้นมาว่า มีมาตรการอย่างที่เคยเป็นคือมาตรการหลัก 5 ข้อ มาตรการเสริม ซึ่งอาจจะต้องใส่ให้ท่าน ได้เข้มขึ้นมา กรณีของร้านที่ทำเกี่ยวข้องกับทางด้านสถานบันเทิงมันจะโยงไปกับเรื่องเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์โน่นนี่นั่นอะไรทั้งหลาย การรักษาคนที่ไปที่ร้านท่านให้ได้ ก็ต้องเป็นหน้าที่ของท่าน แล้วไม่ติดเชื้อกัน เรามีประสบการณ์จากกรณีของทางด้านเหตุการณ์ของสถานบันเทิงแถวกรุงเทพฯ บางแห่งที่เราพูดกันอยู่ ท่านต้องเรียนรู้จากตรงนั้นแล้วเอามาใช้ สุดท้ายก็คือมาตรการที่ยิบย่อยลงไปอีก นั่นก็คือมาตรการระดับคู่มือ ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุข ต้องออกมา ใน 3 ชุดนี้ ท่านลองศึกษาดูครับ ดูจากในระยะที่ 2 ที่ออกมานี้ด้วยก็ได้แล้วเขาเป็นอย่างไร อยากจะให้เป็นอย่างไรนะครับ ถ้าเป็นไปได้มีร่างนี้ออกมาประกอบพูดคุยกันในลักษณะของชมรม สมาคม องค์กรทางด้าน ทางด้านวิชาชีพใกล้เคียงกัน เบรนสตรอมกัน สะสมความคิดด้วยกัน แล้วก็มาแชร์ไอเดียกันแล้วก็นำเสนอให้กับทาง ศบค. ให้กับทางคณะกรรมการที่มีการประชุมกันต่อได้ครับ (คุณสุภนันท์) สำหรับวันนี้ไม่มีประเด็นคำถามเพิ่มเติม คุณหมอมีอะไรจะทิ้งท้าย ฝากไปยังพี่น้องประชาชนที่ติดตามการแถลงข่าวเพิ่มเติมไหมครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ครับ หลายคนเป็นห่วงผมว่ามายืนอยู่ตรงนี้ในการแถลงข่าว ค่อนข้างนานนะครับ ตั้งแต่ช่วงของการประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน 26 มีนาคม ณ ตอนนี้ ท่าน ผอ. ศูนย์ ศบค. มีดำริที่จะหาคนมาช่วยแทนนะครับ ซึ่งทางท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขนะครับ ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ก็ได้เสนอผู้ที่เป็นที่ปรึกษาของท่านรองนายกรัฐมนตรีเองนะครับ คือ แพทย์หญิง พรรณประภา ยงค์ตระกูล ให้มาเป็นผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19นะครับซึ่งวันนี้ผมเชิญตัวเธอมาเองแนะนำตัวตรงนี้บ้างนะครับ ตรงนี้เล็กน้อย อยากให้เธอได้ทักทายกับทางสื่อมวลชนสักเล็กน้อย เชิญครับ (แพทย์หญิง พรรณประภา) สวัสดีพี่น้องประชาชนทุกคนนะคะ มารายงานตัวในฐานะผู้ช่วยโฆษก ศบค. จากนี้ก็จะมาพบเจอกับพี่น้องประชาชนเป็นประจำทุกวัน เสาร์ - อาทิตย์ นะคะ เพื่อรายงานสถานการณ์ COVID-19 ประจำวันค่ะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) เดี๋ยวคงจะได้ใช้เวลาในช่วงเสาร์อาทิตย์ เปลี่ยนหน้าเปลี่ยนแต่ แต่อย่างไรก็ตามแต่ผมคงจะได้เข้าไปช่วยเริ่มต้น แล้วก็ทำการเชื่อมโยงชุดข้อมูลต่าง ๆ นะครับ ให้ท่างผู้ช่วยโฆษกฯ คนใหม่นี้ ได้ทำหน้าที่ได้อย่างดี เพื่อที่จะนำชุดข้อมูลต่าง ๆ ไปถึงพี่น้องประชาชนในทั้งคงเดิม ทั้งคุณภาพเชิงเนื้อหาสาระนะครับ มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่พวกเราสามารถที่จะพัฒนาก็ขอท่านได้ช่วยแนะนำด้วยนะครับ เพื่อให้สิ่งต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นกับ COVID-19 ซึ่งจะต้องประกาศเพิ่มเติมออกไปอีกประมาณ 1 เดือนเศษ ๆ นี้ ให้เราได้สำเร็จ แล้วก็ถือเป็นประเทศหนึ่ง ซึ่งมีผลสัมฤทธิ์ของการทำงานได้ในระดับโลก ซึ่งเราทั้งหลาย ๆ คนนี้นะครับ ผมเองไม่ได้มีแค่ 2 คนนี้นะครับ เรามีทีมงานของโฆษกนะครับ ซึ่งอยู่เบื้องหลังผมอีกจำนวนมากทีเดียวนะครับ ไม่สามารถเอ่ยนามได้มีมากมาย ทั้งส่วนของผู้ที่เป็นนักวิชาการ ส่วนของทีม Back Up ทางด้านในเรื่องการถ่ายทอดสดนะครับ ทั้ง NBT แล้วก็ที่สำคัญ ส่วนของชุดข้อมูล ที่มาจากทางกระทรวงสาธารณสุข ทาง ศบค. ศปม. นะครับ ทางกระทรวงการต่างประเทศ เยอะแยะมากมาย ถึงต้องเอ่ยนามให้ทั้งหมด เราถึงได้มีตรงนี้ ต้องมีการประชุมกัน วันหนึ่ง 4 ประชุม 7.30-8.30 นาฬิกา ที่กระทรวงสาธารณสุข ทางสำนักงาน ก.พ. นะครับ ระหว่างเรื่องของคณะกรรมการประสานงานกลาง แล้วก็ยังมีประมาณ 9.30 ถึง 10.30 ของทีมทางด้านงานการข่าว จนกระทั่งสุดท้าย คือ 10 โมงครึ่ง ถึงประชุมที่เป็นของทีมโฆษกนี่นะครับที่เรามาประมวลกัน 4 ประชุม และบ่ายเรายังมีแผนเพิ่มเติมอีก เพราะฉะนั้นเป็นความหนักของทุก ๆ ท่าน เพียงแค่งานที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง จะประสบความสำเร็จเท่านั้นนะครับ เป็นการร่วมมือกันนะครับ ขออนุญาตเรียกเอ่ยนามชื่อเล่น ก็จะได้มาเป็นส่วนหนึ่งของทีมของพวกเรา แล้วก็นำเสนอสิ่งที่ดี ๆ สำคัญที่สุดครับ ไม่ได้อยู่ที่พวกเราตรงนี้ อยู่ที่พี่น้องประชาชนทุก ๆ ท่าน ที่จะรับฟังข้อมูลข่าวสารของพวกเราแล้ว นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน แล้วทำให้เกิดความสำเร็จ และความสำเร็จนั้นก็จะตอบแทนสู่ความสำเร็จของประเทศไทย กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับ (คุณสุภนันท์) ครับ ขอบคุณนะครับ นายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. นะครับ และแพทย์หญิง พรรณประภา ยงค์ตระกูล ผู้ช่วยโฆษก ศบค. ระหว่างที่รอการแถลงข่าวในภาคภาษาอังกฤษนะครับ ขออนุญาตนำเรียนในส่วนของตัวเลขประจำวัน วันนี้ถือว่าเป็นข่าวดี หลายคนยิ้มอ่อนกับตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศไทย เป็น 0 นะครับ ยืนยันผู้ติดเชื้อในประเทศไทยอยู่ที่ 3,037 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมนะครับ ทำให้รายงานผู้เสียชีวิต ณ ขณะนี้ อยู่ที่ 56 คน ขณะที่จำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาจนหายก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ตอนนี้มีรายงานผู้ได้รับการรักษาจนหาย กลับบ้านเรียบร้อยแล้ว 2,910 คน นอกจากนี้คุณหมอยังคงย้ำครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการ์ดอย่าตกครับ เรื่องของมาตรการต่าง ๆ ที่จะออกมานะครับ อยากให้ติดตามข้อมูลข่าวสารที่เชื่อถือได้ โดยเฉพาะการแถลงข่าวจาก ศบค. นี้นะครับ ลำดับต่อไปครับ จะเป็นการแถลงข่าวในภาคภาษาอังกฤษนะครับ สำหรับชาวต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทย รวมทั้งสื่อต่างชาติที่ติดตามสถานการณ์ในบ้านเราอย่างใกล้ชิดนะครับ ขออนุญาตเรียนเชิญท่านณัฐภาณุ นพคุณ รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เรียนเชิญครับ (คุณณัฐภาณุ) [ภาษาต่างประเทศ] Ր (คุณณัฐภาณุ) [ภาษาต่างประเทศ] (คุณสุภนันท์) ขอบพระคุณนะครับท่านคุณณัฐภาณุ นพคุณ รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศนะครับ และทั้งหมดคือการแถลงข่าวจากศูนย์บริหารสถานการณ์ COVID-19 ประจำวันนี้ ผม สุภนันท์ ฤทธิ์มนตรี พร้อมทีมงานทั้งหมดลาไปก่อน สวัสดีครับ [สิ้นสุดการถอดความ] Ր