ก็จะมีอยู่หลายท่านทีเดียวที่จะยังมีคำถามไม่ได้ส่งแล้วจะหยุดส่งได้หรือไม่ แล้วได้รับเงินบำนาญหรือไม่การส่งเงินสมทบ (นายแพทย์เอกชัย) สวัสดีครับ พี่น้องทุกท่าน ขอต้อนรับสู่การแถลงข่าวจากศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. ประจำวันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2563 กระผม นายแพทย์เอกชัย เทียนศรีวัชรา โฆษกกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้ดำเนินรายการในวันนี้ครับ สำหรับในวันนี้เราจะแบ่งการแถลงการณ์ออกเป็น 2 ช่วงครับ ช่วงแรกจะเป็นการเกาะติดสถานการณ์ไวรัสโคโรนา 2019 สถานการณ์ภายในประเทศไทยและสถานการณ์ทั่วโลก โดยท่านผู้ช่วยโฆษก ศบค. แพทย์หญิง พรรณประภา ยงค์ตระกูล นะครับ แล้วหลังจากนั้นช่วงที่ 2 สิ่งที่พี่น้องประชาชนให้ความสนใจกันมากขณะนี้ก็คือความคืบหน้าของการพัฒนาวัคซีนไวรัสโคโรนา 2019 จะเป็นอย่างไรติดตามกันในช่วงที่ 2 นะครับ สำหรับในช่วงแรกเป็นการเกาะติดสถานการณ์ สถานการณ์ของ COVID-19 วันนี้เป็นอย่างไรครับ ท่านโฆษกครับ (แพทย์หญิง พรรณประภา) สวัสดีพี่น้องประชาชนนะคะ ดิฉันแพทย์หญิง พรรณประภา ยงค์ตระกูล รายงานตัวในฐานะผู้ช่วยโฆษก ศบค. ค่ะ และวันนี้ วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม 2563 วันนี้มีข่าวดีสำหรับพวกเราทุกคนนะคะ ตัวเลขผู้ติดเชื้อในวันนี้คือ 0 รายค่ะ น่ายินดีนี้นะคะ เกิดจากการปฏิบัติตัวดีช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาของพี่น้องประชาชนทุก ๆ ท่าน ไมว่าจะเป็นการสวมหน้ากากอนามัย การใช้เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ หรือว่าการรักษาระยะห่างทางสังคมค่ะ ทำให้ตัวเลขของเราเป็น 0 แต่วันนี้ไม่ใช่วันแรกนะคะที่ตัวเลของเราเป็น 0 ค่ะ ก่อนหน้านี้เราเคยมีตัวเลขเป็น 0 มาแล้ว 4 ครั้ง ก็คือวันที่ 13 พฤษภาคม 16 พฤษภาคม และวันที่ 22 พฤษภาคม และ 24 พฤษภาคม ค่ะ สำหรับภาพรวมในตอนนี้ทำให้มีผู้ป่วยสะสมทั้งสิ้น 3,040 รายค่ะ ได้เพิ่มขึ้นอีก 5 รายนะคะ รวมเป็น 2,921 ราย และมีผู้ป่วยที่รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลเหลือเพียง 63 รายนะคะ ผู้ป่วยเสียชีวิตวันนี้ยังคงเดิมไม่มีเพิ่มขึ้น ก็คือยังคงที่ 56 คนค่ะ สำหรับผู้ป่วยสะสมในประเทศไทย จำแนกตามเพศนะคะ ยังเป็นเพศชายมากกว่าเพศหญิง แล้วก็อายุเฉลี่ยอยู่ที่ 39 ปี หรือเป็นคนในวัยทำงาน เพราะฉะนั้นก็เน้นย้ำสำหรับคนที่อยู่ในวัยทำงานเวลาที่เราออกไปทำงานนอกบ้านก็ต้องมีมาตรการในการดูแลตนเองนะคะ เพื่อไม่ให้เรารับเชื้อกลับไปสู่บุคคลอันเป็นที่รักของเราที่บ้าน หรือว่าพ่อแม่หรือว่าผู้สูงอายุ เนื่องจากผู้สูงอายุจะมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อ และมีอาการรุนแรง เสียชีวิตได้มากกว่าคนอายุน้อยค่ะ จำแนกผู้ป่วยนะคะ ที่จำแนกตามพื้นที่การรักษายังมากอยู่ที่กรุงเทพมหานครและนนทบุรีค่ะ ตามมาด้วยภาคใต้ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือค่ะ สำหรับผู้ป่วยสะสม 10 จังหวัดแรกนะคะ 10 จังหวัดแรกยังคงเป็นกรุงเทพมหานคร ภูเก็ตและนนทบุรีค่ะ 3 อันดับแรกยังคงเดิมนะคะ ตามมาด้วยยะลา สมุทรปราการ ชลบุรี ปัตตานี สงขลา เชียงใหม่ และปทุมธานี ค่ะ และในวันนี้สถานการณ์ของ COVID-19 ทั่วโลกผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นมากกว่า 5,400,000 รายค่ะ ยังคงเพิ่มขึ้นเกือบ ๆ จะ 1 แสนรายต่อวันอย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 3,972 รายค่ะ รวมเป็นผู้เสียชีวิตทั้งหมด 343,975 คนค่ะ โดยในวันนี้นะคะ ประเทศบราซิลค่ะ นำรัสเซียมาแล้วนะคะ มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นถึงเกือบ 350,000 คน และมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ถึง 16,731 รายค่ะ วันนี้บราซิลนำรัสเซียมาแล้วนะคะ ในกลุ่มประเทศอาเซียนหรือว่าเอเชียนะคะ ยังคงเป็นประเทศอินเดียนะคะที่มีผู้ป่วยสะสมยืนยันมากที่สุดในฝั่งอาเซียนก็คือ 103,428 รายค่ะ และมีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นมาเลยนะคะ ก็คือ 6,629 รายค่ะ ของอินเดียในบางวันนะคะ อินเดียนี่ติด Top 10 ของประเทศที่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงสุดค่ะ และในวันนี้เป็นความยินดีของประเทศไทยที่ตกจากอันดับที่ 73 มาเป็นอันดับที่ 75 ค่ะ จากที่เราไม่มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นนะคะ ผู้ป่วยยืนยันสะสมคงเดิมอยู่ที่ 3,040 รายค่ะ ตัวนี้จะเป็นกราฟนะคะ แสดงของผู้ป่วยรายใหม่ในระดับทั่วโลกนะคะ จะเห็นว่าประเทศสหรัฐอเมริกายังคงเป็นประเทศที่มีผู้ป่วยรายใหม่สูงสุดค่ะ ตามมด้วยประเทศบราซิล ที่นำรัสเซียแล้วนะคะ แล้วก็เป็นอินเดีย สหราชอาจักรค่ะ สำหรับในฝั่งเอเชียของเรานะคะ จะเห็นว่ากราฟสีเขียวนะคะ ก็คือเป็นกราฟแสดงความชันของประเทศอินเดีย ที่มีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นมากอย่างต่อเนื่องนะคะ ยังไม่มีทีท่าว่าจะลดลงค่ะ ก็ต้องดูมาตรการในการป้องกันการติดเชื้อแล้วก็ลดจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ของอินเดียกันอย่างต่อเนื่องนะคะว่าจะมีมาตรการอะไรออกมาที่จะลดจำนวนผู้ป่วยที่เกิดขึ้นในตอนนี้ค่ะ รองจากประเทศอินเดียในชั่งเอเชียของเราก็คือจะเป็นปากีสถานนะคะ บังกลาเทศ อินโดนีเซีย สิงคโปร์ แล้วก็ฟิลิปปินส์ค่ะ สำหรับประเด็นที่น่าสนใจในต่างประเทศนะคะ วันนี้มาจากประเทศจีนค่ะ ประเทศจีนมีการแถลงข่าววัคซีนต้านโควิด ผลการทดลองวัคซีนต้าน COVID-19 ตัวแรกนะคะ ที่ผ่านการทดลองทางคลินิกในระยะที่ 1 พบว่าปลอดภัยและก็สร้างการตอบสนองในการสร้างภูมิคุ้มกันไวรัสได้ค่ะ และมีการทดลองแบบเปิดในผู้ใหญ่สุขภาพดี 108 คน ได้รับผลเชิงบวกในช่วง 28 วันที่ผ่านมา โดยอย่างไรก็จะต้องประเมินต่อไปอีก 6 เดือนว่าตัววัคซีนนี้สามารถผลิตภูมิคุ้นกันในการป้องกันเชื้อ COVID-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ค่ะอีก 1 ประเด็นที่น่าสนใจก็คือทางอเมริกาใต้ค่ะ WHO ประกาศว่าอเมริกาใต้เป็นศูนย์กลางระบาดใหม่ของโควิด-19 ค่ะ ตัวเลขสะสมของผู้ติดเชื้อสะสมของบราซิลนะคะ จำนวนผู้ติดเชื้อสะสมมากกว่า 350,000 ค่ะแล้วค่ะ เป็นอันดับ 2 ของโลก ขยับมาจากอันดับ 3 ตามหลังสหรัฐอเมริกา ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า ไม่มีการตรวจโรคอย่างกว้างขวาง ที่ 350,000 รายยังไม่ได้มีการตรวจโรคอย่างกว้างขวาง ตัวเลขที่จริงอาจจะมากกว่านี้ค่ะ นายไมค์ ไรอัน ผู้อำนวยการขององค์การอนามัยโลกกล่าวว่ารัฐบาลจีนได้มีการใช้ยาต้านมาราเลีย หรือว่า Hydroxy ใช้ตัวยาดังกล่าวในวงกว้างของช่วงระบาดของโควิด-19 ค่ะ โดยในตอนนี้นะคะ การศึกษาทางแพทย์ยังตั้งคำถามหลายชิ้นยังตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการใช้ยาดังกล่าวอยู่ค่ะ และในวันนี้ก็เป็นวันอทิตย์นะคะ ก็คงเป็นวันหยุดของพี่น้องประชาชนหลายคนนะคะ สำหรับใครที่ได้พักผ่อนอยู่บ้านก็อยากให้พักผ่อนให้เต็มที่และชาร์จพลังนะคะสำหรับใครที่จะต้องเดินทางออกจากบ้าน ก็อย่าลืมสวมหน้ากากอนามัย พกแอลกอฮอล์เจลหรือว่าแอลกอฮอล์ล้างมือไปด้วย การ์ดอย่าตก แล้วก็หน้ากากอย่าตกนะคะ สำหรับวันนี้ขอจบการแถลงข่าวจากศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 แต่เพียงเท่านี้สวัสดีค่ะ (นายแพทย์ เอกชัย) ครับ ขอบคุณท่านผู้ช่วยโฆษก ศบค. เป็นอย่างสูงนะครับ กับสถานการณ์ในวันนี้ ผมขอสรุปสถานการณ์อีกครั้งหนึ่ง สำหรับผู้ชมที่เข้ามาที่หลังในวันนี้ไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ ไม่มีผู้เสียชีวิต ยอดสะสมทั้งหมด 3,040 รายนะครับ 56 ราย เสียชีวิต และจำนวนผู้รักษาตัวในโรงพยาบาลขณะนี้ มี 63 รายครับ พี่น้องประชาชนครับ อีกสักครู่พบกับในช่วงที่ 2 ครับ [เสียงดนตรี] โรคCOVID-19 ใในกลุ่มผู้ที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศเป็นอย่างดี จะต้องเป็นสถานที่ที่ผ่านการประเมินตามมาตรฐาน และวิศวกรรม 2. บุคลากรจะต้องได้รับการอบรม3. วัสดุอุปกรณ์และอื่น ๆ 5. การจัดการสิ่งแวดล้อม และเป็นมิตรกับชุมชน ซึ่งผู้ที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ จะได้รับการตรวจคัดกรองก่อนเข้าพัก และจะได้รับการตรวจหาเชื้อ COVID-19 ก่อนเลยครับ นอกจากนี้เราได้จักเตรียมสถานที่ และอุปกรณ์ ในการให้บริการแบบ Less contact รวมถึงการทำความสะอาดในจุดที่มีความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอครับ สำหรับเจ้าหน้าที่และพนักงานทุกคนปฏิบัติงานโดยคำนึงถึงความปลอดถัด สวมชุดป้องกัน และเว้นระยะห่างระหว่างทำงานสำหรับผู้ที่เข้าพักเรายังต้องสงวนสิทธิ์ในการเข้าพบญาติพี่น้อง แต่ยังส่งของเยี่ยมได้ และเมื่อกักตัวครบ 14 วันก็จะได้รับหนังสือรับรองแล้วครับ นอกจากนี้ถ้ามีผู้สัมผัสที่ต้องการออกจากพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาต เจ้าหน้าที่ของเราก็พร้อมที่จะชี้แจงถึงความปลอดภัยครับ และมีเรื่องสำคัญที่เราควรทำความเข้าใจ คือผู้เข้าพักที่นี่ไม่ใช่ผู้ป่วยนะครับ แต่เพียงผู้เฝ้าอากรเท่นั้น รวมทั้งที่นี่มีการควบคุมและเฝ้าระวังโรคที่มีประสิทธิภาพ ไม่ต่างไปจากที่โรงพยาบาลเลยครับ เพราะฉะนั้นถ้ามีการจัดตั้ง State Quarantine ในพื้นที่ใกล้เคียงกับคุณ ก็ขอให้มั่นใจได้ครับ ว่าเราจะปลอดภัย แล้วไม่กระทบกับชุมชนอย่างแน่นอน ด้วยความห่วงใยจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 (นายแพทย์ เอกชัย) และที่จบไปนั้นก็คือวิดีโอคลิปที่แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับสถานกักกันของรัฐ หรือ State Quarantine นะครับ และ ณ บัดนี้เข้าสู่ช่วงของการแถลงข่าวในช่วงที่ 2 ครับ ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา พี่น้องประชาชนจะได้รับข่าวว่ามีหลาย ๆ ประเทศไม่ว่าจะเป็นจีน แคนาดา บางประเทศในทั่วโลกนี่ครับ ได้พยายามที่จะมีการพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 นะครับ สำหรับในประเทศไทยเองในขณะนี้ก็มีข่าวว่ามีการพัฒนา มีการทดลองในสัตว์ทดลองไปแล้วครับ เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ต้องติดตาม วันนี้เราได้รับเกียรติจากนายแพทย? นคร เปรมศรี ท่านศาสตราจารย์นายแพทย์เกียรติรัฐ รุ่งธรรม คณบดีกำกับการพัฒนาวิจัย มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยครับ และคุณวิฑูรณ์ วงษ์หาญกูล ประธานบริหารบริษัทเอเชียไบโอเน็ต จำกัด วันนี้ทั้ง 3 ท่านนะครับ จะมาให้รายละเอียด ความคืบหน้าของการพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคไวรัสโคโรนา 2019 ครับ เรื่องราวจะเป็นอย่างไรครับ ขอเชิญอาจารย์ทั้ง 3 ท่านได้เลยครับ // สวัสดีครับพี่น้องประชาชนทุกท่านนะครับ วันนี้ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข ได้ให้ทางส่วนสถาบันวัคซีนแห่งชาติมานำเรียนความก้าวหน้าในการพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 ที่ประเทศไทยเราได้มีความริเริ่ม แล้วก็มีการพยายามในการที่จะพยายามในการพัฒนาวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ซึ่งในวันนี้ก็ได้มีอย่างที่ท่านพิธีกรได้นำเรียนทุกท่านไปแล้วนะครับว่าจะมีท่าน ศ.นพ.รุ่งธรรม แล้วก็คุณวิฑูรย์ วงษ์หาญกูลมาให้ข้อมูล ในช่วงเริ่มต้นผมจะขออนุญาตนำเรียนนะครับ ขออนุญาตที่จะใช้สไลด์ที่จะนำเรียนให้กับทุกท่านว่าการพัฒนาวัคซีนCOVID-19 ในประเทศไทยนะครับ ที่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงสาธารณสุขได้ร่วมมือกับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ หรือว่า วช. นี่ ภายใต้กระทรวงการศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 2 กระทรวงเราจับมือกันในที่จะประสานจัดการให้มีการพัฒนาวัคซีน COVID-19 ให้เกิดขึ้นในประเทศไทยนะครับ ซึ่งได้มีหน่วยงานต่าง ๆ นะครับ ได้ริเริ่มในการพัฒนาวัคซีนต้นแบบขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นะครับ ไม่ว่าจะเป็นที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือ ไบโอเน็ตเอเชีย ไบโอเทค ของ สวทช. หรือแม้กระทั่งที่มหาวิทยาลัยมหิดล แล้วก็ในส่วนของคณะแพทยศาสตร์ แล้วก็ทั้งหมดที่กำลังพัฒนากันก็อยู่ในทิศทางเดียวกันกับการพัฒนาวัคซีน COVID-19 ทั่วโลก ที่เขามีกัน ก็จะมีความก้าวหน้าของวัคซีน 2 ตัว ก็คือวัคซีนDNA วัคซีน รูปแบบการพัฒนาวัคซีนที่ทันสมัยแล้วก็พัฒนาได้อย่างรวดเร็ว ขออนุญาต slide ถัดไปนะครับ ซึ่งขออนุญาตทบทวนว่า ณ เวลนี้ ในการวิจัยพัฒนาวัคซีนต้นแบบในห้องทดลองนี่คณะแพทยศาสตร์คณะวิทยาศาสตร์มหาลัยมหิดล แล้วก็ไบโอเทคของ สวทช. ก็กำลังพัฒนาเมื่อสักครู่ไปนะครับ ในขณะเดียวกันมีความก้าวหน้าในการวิจัยพัฒนาจากการที่ได้วัคซีนต้นแบบและเริ่มทำการทดสอบกับสัตว์ทดลอง ซึ่งบริษัทไบโอเน็ตเอเชีย และ BIOTECT ของ สวทช. ก็เริ่มทำการทดสอบในสัตว์ทดลองก็คือหนูนะครับ DNA Vaccine จุฬาฯ ก็ได้วิจัยพัฒนาMRNA วัคซีน ได้เริ่มทำการทดสอบในหนูและทำการทดสอบในลิงเมื่อวานนะครับ อย่างที่เราได้ทราบข่าวกันจากสื่อมวลชน เพราะฉะนั้นวันนี้ก็จะมีรายละเอียดเพิ่มเติมจากที่เมื่อวานนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ท่านสุวิทย์ เมษิณทรีย์ ได้ลงพื้นที่ไปที่ศูนย์ Primate แห่งชาติเป็นเสมือนสักขีพยานของการวิจัยของวัคซีน COVID-19 ในการทดสอบในลิง ครับ แต่ผมต้องขอนุญาตินำเรียนว่า วัคซีนที่ผ่านการทดสอบต้องมีขั้นตอนนะครับ ต้องผ่านการทดสอบในสัตว์ทดลองให้ได้เป็นที่น่าพอใจเสียก่อน แล้วต้องผ่านเงื่อนไขทั้งด้านความปลอดภัย แล้วก็กระตุ้นคุ้มกันในสัตว์ทดลอง แล้วถึงกระตุ้นให้ทำการทดสอบในคน ซึ่งการทดสอบในคน อย่างที่นำเรียน ก็คือมี 3 ระยะ การทดสอบหาความปลอดภัยของวัคซีนที่ผ่านการทดลองในสัตว์แล้วปลอดภัยหรือไม่ และมาดูกระตุ้นภูมิคุ้มกันหรือไม่ ก็คือเราก็เรียกว่า ระยะที่ 2 ส่วนระยะที่ 3 ก็ดูว่าให้ผลในการป้องกันโรคหรือไม่ นานาชาติก็เริ่มทำการทดสอบในคน ข้อมูล ณ วันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมานี่มี 10 ชนิดนะครับ ที่ได้เริ่มทำการทดสอบในคนแล้วก็เป็นของประเทศจีน ตัวเลขข้างหลังคือตัวเลขของชนิดของวัคซีนที่เริ่มทำการทดสอบในคนนะครับ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ เยอรมัน แล้วก็ออสเตรเลีย เป็นแนวหน้านะครับที่เริ่มทำการทดสอบในคน ในขณะเดียวกันนี่ยังมีวัคซีนในสัตว์ทดลองอีก 114 ชนิด ซึ่งรวมของทั้งประเทศไทยด้วย ที่อยู่ในขั้นตอนการพัฒนาในขั้นตอนของสัตว์ทดลอง จะเห็นได้ว่า ก็แม้ว่าจะไปได้ช้ากว่าประเทศที่เขาอยู่แนวหน้าแต่ก็ไม่ได้อยู่ในแถวหลังนะครับ พวกเราก็ยังอยู่ในกลุ่มที่เราจะต้องวิจัยพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แล้วการพัฒนาวัคซีนมีเงื่อนไขนะครับ ว่าอาจจะ วัคซีนนั้นอาจจะได้ผลไม่ดีนัก การที่ประเทศต่าง ๆ ได้เริ่มทำการทดสอบไปข้างหน้าแล้วนี่ก็จะเป็นพื้นฐานให้กับประเทศที่พัฒนาตาม ๆ กันไปนะครับ จะได้เห็นข้อมูลนะครับ แล้วก็จะได้ปรับปรุงวัคซีนให้ดีขึ้น ๆ ไปเรื่อย ๆ โดยความหวังนี้ ทั้งโลกนี่ นักวิทยาศาสตร์ทั้งโลกก็หวังวัคซีน โควิด-19 ที่ใช้ในการป้องกันโรคในครั้งนี้นะครับสไลด์อีกสไลด์หนึ่งนะครับก็เป็นเรื่องของการดำเนินงานเพื่อให้ประเทศไทยนี่มีวัคซีนป้องกัน COVID-19 ในเวลาที่ใกล้เคียงกับประเทศอื่น ๆ ที่ได้เล่าให้ฟังเมื่อสักครู่ก็คือด้านบนนะครับ ที่มีศักยภาพภายในประเทศ แล้วก็มีหน่วยงานอื่น ๆ ที่มาร่วมมือในการสนับสนุนไม่ว่าจะเป็น วช. ก็คือสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ แล้วก็สถาบันวัคซีนแห่งชาติ ภายใต้การสนับสนุนนักวิจัยของเรา ไม่ว่าจะเป็นวัคซีนต้นแบบ หรือว่าวัคซีนในรูปแบบของเทคโนโลยีใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นMRNA DNA วัคซีนเป็นต้นนะครับแล้วก็เริ่มทำการทดสอบในสัตว์และทดลอง แล้วก็ทดสอบในมนุษย์ นี่ก็เป็นขั้นตอนสำคัญ และเมื่อสักครู่ก็ได้นำเรียนว่าทิศทางหรือว่าแผนที่ที่เราได้เดินไปในแต่ละระยะเป็นอย่างไร ซึ่งวันนี้เดี๋ยวทั้งอาจารย์เกียรติ รักษ์รุ่งธรรม รับลงธรรมแล้วก็คุณเกียรติพันธมิตรผู้ที่ทำงานร่วมกันวันนี้ก็จะได้ช่วยกันดูแล ส่วนอีกด้านหนึ่งก็คือความร่วมมือกันระหว่างประเทศ สถาบันวัคซีนแห่งชาติ ซึ่งได้รับการยอมรับจากซึ่งเป็นหน่วยงานองค์กรนานาชาตินี่ก็เชื่อมต่อเราให้กับพันธมิตรนานาชาติในการวิจัยพัฒนาวัคซีน โดยหวังว่าถ้าเกิดวัคซีนชนิดไหน ในที่เพื่อนพันธมิตรของเรา นานาชาตินี่ สามารถจะได้วัคซีนที่ใช้ในการป้องกันโรคได้เราก็จะขอร่วมถ่ายทอดเทคโนโลยีและก็จะมีข้อตกลงในการที่จะจัดซื้อวัคซีนร่วมกันเพื่อให้ประเทศไทยมีวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ได้ในเวลาใกล้เคียงกับประเทศอื่น ๆ ครับ ผมก็ขออนุญาตนำเรียนข้อมูลเบื้อต้นเท่านี้ก่อน ผมขออนุญาตให้ทางท่านศาสตราจารย์ นายแพทย์เกียรติ รักษ์รุ่งธรรมกรุณาได้เรียนรายละเอียดให้พี่น้องสื่อมวลชนและพี่น้องประชาชนทุกท่านครับ เชิญครับ (ศ. นพ. เกียรติรัตน์) สวัสดีครับ ผู้อำนวนการสถาบันวัคซีนแห่งชาตินะครับ ความจริงตำแหน่งผมก็อาทิตย์ที่แล้วผมก็ครบวาระรองอธิการแล้วครับ ตอนนี้ผมก็เป็นผู้อำนวยการพัฒนาวัคซีน COVID-19 คือโครงการพัฒนาของคณะแพทย์ศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนะครับ ผมขอนำเสนอเป็นสไลด์เพื่อจะได้ได้เห็นภาพกันด้วยนะครับ ก็คือเดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังว่าทำไมมีทั้งผู้สื่อข่าวในประเทศและต่างประเทศถามว่าทำไมไม่รอซื้อ ทำไมประเทศไทยต้องลุกขึ้นมาทำ ถ้าเราค้นตัวเลขประชากรโลกนี่ ทั้งโลกมีประชากร 7,700 กว่าล้านคน ถ้าเราบอกว่าทั้งโลกนี่อย่างน้อยต้องได้วัคซีน -50 เปอร์เซ็นต์ ก็หลายพันล้านแล้ว slide ถัดไปจะเห็นได้ว่าคุณหมอนครพูดถึงว่า เขาเป็นโอกาสที่จะเป็น Champion ที่จะได้วัคซีนก่อน จีนนี้มีประชากร 1,400 ล้านคน อเมริกามีประชาชน 230 ล้านคน มีวัคซีนพรุ่งนี้เลยนะ ซึ่งเราเชื่อว่าไม่มีทาง อย่างเร็วที่สุดก็ 1 ปี กว่าจะมีใช้ได้จริง ถ้าพรุ่งนี้เลยแค่อเมริกาต้องผลิตวัคซีนครึ่งหนึ่งของประเทศคือ 150 ล้านคน ผลิตประมาณ 700 ล้านคนผมว่าก็ไม่พอประเทศเขากว่าจะมาถึงเราไม่รู้ปีไหน ถัดไปเลยครับ อย่างที่คุณหมอนครพูดย้ำนะครับ ผมว่าประเทศไทยนี่ เราคงต้องไปแข่งโอลิมปกล่ะ ถ้าเราไม่เริ่มเราก็จะไม่มีทางที่เราจะรู้ว่าเรามีโอกาสถึงเส้นชัยไหม จุดแข็งของประเทศไทยเราไม่ได้อยู่อย่างศูนย์วิจัยวัคซีนคณะแพทย์ศาสตร์จุฬาฯ นี่ เราตั้งมา 15 ปี เรียนรู้เทคโนโลยีสะสมมาเรื่อย ๆ พัฒนาอยู่ แล้วก็เราก็สามารถที่จะทำอะไรหลายอย่างได้เร็วขึ้น เพราะฉะนั้นก็จะมีทีมนะซึ่งก็มีอาจารย์ธิพรแล้วก็อาจารย์วรัณยู แล้วก็ส่วนองค์นำที่จะประสานทุกฝ่ายในประเทศ ก็สถาบันวัคซีนแห่งชาตินะครับ แล้วก็การตรวจเลือดที่จะพิสูจน์ว่าวัคซีนนี้มันสามารถที่จะป้องกันไม่ให้เชื้อเข้าเซลล์ได้ไหม คือป้องกันไม่ให้ไปติดเชื้อเซลล์ได้ไหมนี่ก็ร่วมมือกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และในประเทศไทย ซึ่งเดี๋ยวได้ฟังคุณวิทูรย์ ซึ่งเป็นผู้บริหารผู้บริหารบริษัท ไบโอเน็ตเอเชีย เราก็ประสานงานกันเพื่อที่ว่าเตรียมที่จะรับถ่ายทอดเทคโนโลยีจากต่างประเทศ เพราะโรงงานไทยต้องผลิตเองได้ แต่ที่สำคัญเรามีเพื่อนที่ดีมากระดับโลก คือ professor ดูไวฟ์ วับคซีนอย่างน้อย 2 ตัว คือ MRA ที่ทดสอบอยู่ในสหรัฐอเมริกา โบเดลน่าก็ดีแล้วก็อีกวัคซีนที่ BIOTEC ก็เป็นเทคโนโลยีที่มาจากโปรเฟสเซอร์ท่านนี้ แล้วโชคดีเราเป็นเพื่อนกัน แล้วสามารถถ่ายทอดเทคโนโลยีกับเราได้เร็วมากนะครับ เพราะฉะนั้นรูปนี้เราจะเห็นชัดขึ้นว่าจริง ๆ เป็นมากกว่า 4 ประสานก็มี 3 ฝ่าย จุฬาฯ แล้วก็กรมวิทย์ฯ แล้วก็สถาบันวัคซีน อเมริกาก็มีมหาวิทยาลัยก็คือยูเครน ภาคมหาวิทยาลัยก็มีบริษัทขนาดเล็กที่จะผลิตให้เราสัก 10,000 โด๊ส ก่อน ถ่ายทอดให้ประเทศไทย ก็เช่น ไซน์ลิ้งค์ แล้วก็ประเทศไทยก็คือ BIOTEC ต่อเลยครับสิ่งที่เราทำวิจัยนี่ ไม่ใช่อยู่ ๆ เราจะเกิดได้วัคซีนเลย จะมีอยู่ 2 คำถามใหญ่ ขออภัยที่เป็นภาษาอังกฤษนะครับ ผมจะค่อย ๆ เล่าให้ฟังก็คือ คำถามที่ 1 เราจะมีเทคโนโลยีอะไร เพราะมีตั้ง เมื่อกี้คุณหมอนครเล่าให้ฟังว่าอย่างน้อยมีตั้ง 6-7เทคโนโลยีเราจะเลือกอะไรสำหรับปรเทศไทย อันที่ 2 นี่ ชิ้นส่วนไหนของไวรัสนี่ควรจะใส่ไว้ในวัคซีน ต่อเลยครับ รูปนี้ก็พยายามทำให้เข้าใจง่ายที่สุด จะเห็นว่า ถ้าเรานึกภาพ เราจะเห็นว่ามันเหมือนลูบอลแล้วก็เอาเข็มหมุดมาปัก ๆ คำถามก็คือว่าเราจะเอาชิ้นส่วนไหนของไวรัสหรือจะเอาทั้งชิ้นเลยนะครับ ตรงข้างล่างที่เห็น คือ S ทั้ง S หรือว่าเป็นแค่ตัวปุ่มของเข็มหมุด หรือว่าตัวก้านเข็มหมุดนะครับ ตัว S 1 หรือ S 2 เพราะว่าเราไม่สามารถทำวัคซีนหลาย ๆ ตัวเข้าไปในลิงแล้วก็เข้าไปในคนนี่ค่าใช้จ่ายเยอะมาก ต่อไปเลยครับ คำตอบเราก็ออกมาแล้วนะครับ จะเห็นเราพบว่าการตรวจ anti body ก็คือ ให้ไวรัสทั้งตัวเข้าไปในหลอดทดลองนี่ เข้าไปในเซลในหลอดทดลองได้นี่ ใช้เข็มหมุดทั้งชิ้น คือทั้งตัวเข็มหมุด แล้วก็เข็มหมุดเลยนี่จะดีกว่าใช้ตัวเข็มหมุดแล้วก้านเข็มหมุดและใช้ตัวก้านเข็มหมุดนะครับ ไม่ว่าจะตัว Antibody อันนี้ก็เห็นในรูปก็ไม่ยากอะไรว่าบาร์ที่มีสีเยอะ ๆ ก็แสดงว่า การตอบสนองของภูมิคุ้มกันระดับเซลล์นี้ถ้าเอาทั้ตรงไปตรงมาแอนตีบอดี้ก็สูงกว่า อันนี้ที่จุฬาฯ เราเลือก 3 เทคโนโลยีที่ไม่ต้องยุ่งกับ cell เลย นะครับ ก็มี แปลว่าอะไร แปลว่า ทำไมสหรัฐอเมริกาใช้เวลาไม่ถึง 16 สัปดาห์ ตั้งแต่รู้สายพันธุกรรมของจีนประมาณต้นเมษายนเขาก็ฉีดในอาสาสมัครได้ เพราะว่าเขาไม่ต้องรอเพาะเชื้อ เพราะฉะนั้นเราสามารถเอาชิ้นส่วนไวรัสที่เป็นสายพันธุกรรมนี่ สามารถออกแบบพันธุกรรมได้เลย แล้วก็โปรตีนวัคซีนได้เลย ผลวิจัยของเราพบว่าต่อเลยครับ ตอนนี้ผมวิจัยเราก็ยืนยัน ผมขอกลับไปสไลด์เดิมครับ เราพบว่าเบื้องต้น DNA เราได้ผลดีนะครับ MR ก็ดี โปรตีนยังไม่ดี เพราะต้องมีตัว เขาเรียกตัวสารผสมที่จะทำให้ภูมิกระตุ้นได้สูงซึ่งก็ปรับอยู่นะครับ เราจะไป MRA เพราะเดี๋ยวฟังคุณวิฑูรย์ว่า DNA บริษัทเอกชนไบโอเน็ตก็พัฒนาทำต่อ ซึ่งพัฒนาของบริษัทเองด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นเราไม่ต้องทำในที่เดียวกัน ต่อเลยครับ อันนี้ก็ผล MRNA ในหนูออกมาแล้วนะครับว่า ยืนยันเลยนะครับว่า โปรตีนทั้งชิ้นนี่ที่เป็นเข็มหมุดทั้งชิ้นก็คือตรงปุ่มเข็มหมุดทั้งชิ้นดีกว่าปุ่มหัวเข็มหมุดอย่างเดียว หรือก้านเข็มหมุดนะครับ หนู 3 ตัวก็ 1ต่อ 900 1 ตัว 300 ก็คือสูงนะครับ เมื่อวานก็ทุกท่านก็ได้ข่าวแล้วนะครับว่าท่านรัฐมนตรีสุวิทย์ กระทรวง อว. และท่านเลขาธิการ วช. ก็ไปเยี่ยมศูนย์ลิงนะครรับ จะตามไปด้วย ก็ได้เริ่มฉีดวัคซีนในลิงแล้วนะครับ ต่อเลยครับอันนี้เป็นสไลด์สุดท้ายนะครับ เราตอนนี้ผ่านด่านหนูไปแล้ว เรากำลังลงลิง แล้วคาดว่าภายในปลายเดือนหน้าเราน่าจะได้ผล คือปกติวัคซีน พอฉีดไปแล้วนี่ ภูมิก็จะขึ้น ขึ้นสูงก็ประมาณ 4-6 อาทิตย์ เพราะฉะนั้นเราตรวจเลือดลิงรอบแรกมีการตรวจเลือดลิงนี่กลางเดือนมิถุนายนนะครับ แต่ถ้าผลเลือดต่ำก็จะรอปลายเดือนหรือต้นเดือนกรกฎาคมอีกทีหนึ่ง แต่สิ่งที่เราเรียนรู้มากในวิกฤตแบบนี้ ก็คือว่า ขณะถ้าเทคโนโลยียังไม่มีในประเทศไทย บริษัทที่เก่ง ๆ รวมทั้งไบโอเนทเอเชียนี่แต่ MRNA นี่เป็นเทคโนโลยีที่ใหม่มาก เราก็ต้องจองโรงงานขนาดเล็กในต่างประเทศก่อน เพื่อที่จะผลิตให้เรา หลังจากผลลิงดี ก็เลือกตัวที่ดีที่สุดนี่ ไปผลิตประมาณ 10,000 โด๊ส เพื่อทดสอบในอาสาสมัครอย่างที่คุณหมอนครพูดว่ากลุ่มแรกก็อาจจะกลุ่มละ 15 คน อยู่ที่จำนวนกลุ่มก็คาดว่าไม่เกินร้อยคน กลุ่มที่ 2 ระยะที่ 2 ก็ประมาณ 500 - 600 คน ในระยะที่ 3 ก็หลายหมื่นคน ในอเมริการนี่เตรียมทดสอบถึง 30,000 คน ด้วยซ้ำไป ต้องเตรียมอีกแบบหนึ่ง แต่จะเห็นกล่องสีน้ำเงินข้างล่างที่เป็นตัวอักษรบอกว่าเราการตรวจการนี่ไม่ใช่รอทุกอย่างเสร็จนะ เราต้องเตรียมโรงงานไทยที่จะรอถ่ายทอดเทคโนโลยีจาก 2 โรงงานขนาดเล็กที่ผลิตเพื่อทดสอบในอาสาสมัครไว้เลย ก็คือ บริษัท ไบโอเนต เอเชียที่ของคุณวิทูรนี้ก็พร้อมที่จะรับเทคโนโลยีนั้นมาผลิตนะ ซึ่งเราเชื่อว่าผมพูดหลายรอบนะครับ ถ้าตัวใหญ่ ๆ ถ้าแต่ละขั้นตอนผ่านด่านแล้วดี ประเทศไทยก็น่าจะมีความพร้อมในการผลิตวัคซีนในอีกประมาณปีครึ่งข้างหน้า เพราะฉะนั้นอย่าไปเสนอข่าวว่าเรามีวัคซีนแล้วภายในสิ้นปีนี้ ไม่ใช่นะครับ เพราะว่าต้องทดสอบดูความปลอดภัย ดูประสิทธิภาพก่อน ก่อนนะครับ แต่ถ้าเราทุกอย่างไปตามแผนนี่เราอาจจะได้ผลิตในประเทศไทยเพื่อหลายล้านคนได้ภายในปลายปีหน้านะครับ สไลด์สุดท้ายเลยนะครับ ต่อไปเลยครับ เข้าใจว่าหมดแล้ว ก็ขอบพระคุณทุกท่านครับสวัสดีครับ // ครับแล้วก็เพื่อให้เรื่องราวต่อเนื่องนะครับ บริษัทเอกชนของประเทศไทยคือบริษัทไบโอเน็ต เอเชีย เป็นบริษัทเอกชนหนึ่งเดียว ที่จะสามารถผลิตวัคซีนตั้งแต่ระดับต้นน้ำนะครับ วันนี้ก็เป็นโอกาสดี คุณวิทูร วงหัน มาร่วมที่จะบอกกล่าวพูดคุยให้กับพวกเราได้รับฟังด้วย ขอเชิญคุณวิฑูรย์ครับ แล้วก็สวัสดีท่านผู้ฟังที่อยู่ทางบ้านทุกท่านนะครับ สำหรับไบโอเนทเอเชียนี้ผมอยากจะเท้าความถึงที่มาที่ไปสักเล็กน้อยนะครับ จริง ๆ แล้วเรามีความภูมิใจที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งในทีม เพราะว่าการผลิตวัคซีนนี้ไม่สามารถที่จะยืนอยู่ตัวคนเดียวได้ นะครับ ต้องมีการกำกับควบคุมดูฉล จากหน่วยงานของทางภาครัฐ ต้องอาศัยงานวิจัยของทางมหาวิทยาลัยแล้วก็มาต่อยอด เพราะฉะนั้นการผลิตวัคซีนจะต้องมีความร่วมมือในหลายภาคส่วนนะครับ ตัวไบโอเน็ตเอเชียเอง เราเริ่มก่อตั้งเมื่อประมาณ 16 ปีที่แล้วนะครับ โดยที่เราเริ่มคิดว่าประเทศไทยถ้าจะผลิตวัคซีนเราจะต้องผลิตวัคซีนที่มีมูลค่าเพิ่มนะครับ ถ้าเราผลิตวัคซีนที่เป็นตัวเหมือนกับไป Copy เขา มันก็ไม่ได้ให้มูลค่าเพิ่มหรือ khow how ที่ให้กับประเทศได้ เพราะฉะนั้น วัคซีนที่เราเริ่มผลิตตัวแรกนี่ วัคซีนที่ใช้พันธุวิศวกรรมที่เป็นวัคซีนไร้เซลล์นะครับ เป็นบริษัทแรกในโลกที่ผลิตตัวนี้เสร็จ สำหรับการป้องกันโรคไอกรน ผมขอกลับไปที่อันเมื่อกี้นี้ก่อนนะครับ ตัวโรงงานที่อยุธยานี้ถือว่าเรามีประสบการณ์และมีความพร้อมของในเรื่องของ Know how หรือเทคโนโลยีใหม่ ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัคซีน DNA หรือ MRNA วัคซีนนี่ ก่อนหน้าโควิดนี่ เราไม่มีการพูดถึงกันมากนะครับ แต่พอโควิดมานี้เราจะได้วัคซีนอะไรที่ผลิตได้เร็วมีผลดีนะครับวัคซีนทั่วไปที่ใช้ผลิตกันอย่างน้อยคือใช้เวลา 5 - 10 ปี เพื่อใช้ในการทดลอนะครับ จากจุดนนี้เองที่ไบโอเน็ตได้มีองค์ความรู้ในเรื่องของทางจีนและเทคโนโลยี ขอสไลด์ถัดไปครับ จะเห็นว่าทางวัคซีน DNA นี่ไบโอเน็ตกับอาจารย์เกียรติที่จุฬาฯ มีความเห็นพ้องกันว่า ถ้าจะผลิตวัคซีนที่มาใช้ ในแง่ที่มีโรคระบาดนี่ เป็นวิธีเดียวเท่านั้นก็คือต้องใช้วัคซีนที่สามารถผลิตได้เร็วแล้วก็ปลอดภัยนะครับเราถึงมีความเห็นพร้อมกันว่า ตัวนิวคลิเอกจะเป็นคำตอบครับ จุดนี้เองที่เราด้มาสนใจ เรื่องของทาง DNA วัคซีน ขอสไลด์ถัดไปนะครับ จะเห็นว่าการพัฒนาการของวัคซีน DNA นี่มันเร็วแค่ไหนครับ ประสบการณ์ที่เรามีในการผลิตวัคซีนที่เป็นพันธุวิศวกรรม จะเห็นว่าเดือนมกรานะครับ ประมาณวันที่ 10 มกราคม มีประกาศว่ามีการโชว์ซีเคว็น ไบโอเน็ตเอเชียเราเริ่มลงทุนเพื่อตั้งทีมงานขึ้นมา เมื่อเดือน วันที่ 1 มีนาคมนะครับ เพื่อเซ็ตทีมขึ้นมา ว่าทำอย่างไรที่จะพัฒนาหรือสร้างกล้าเชื้อของ DNA นี้ให้เร็วที่สุดนะครับ ปรากฎว่าวันที่ 12 มีนาคม เราพัฒนาเชื้อตัวนี้ได้สำเร็จครับ แล้วก็วันที่ 20 เมษายน ได้พัฒนา GMP cell blank นะครับ ใช้ในสัตว์ทดลองได้ ประมาณเดือนพฤษภาคม วันที่ 11 เราก็เริ่มฉีดในหนูทดลองจะเห็นว่าตรงนี้เราใช้เวลาประมาณ 50 วันเท่านั้นเอง ในการพัฒนาตัวกล้าเชื้อ จนกระทั่งมาถึงการผลิต GMP ฉีด ล็อตแรกได้ นั่นหมายถึงว่าเรามีความพร้อมที่จะพัฒนาวัคซีนที่เอามาใช้ป้องกันโควิดสำหรับในสัตว์ทดลองเบื้องต้น แน่นอนครับกระบวนการใช้ในสัตว์ทดลองตัวที่ใหญ่ขึ้น จะเป็นในลิงแล้วค่อยต่อมาในคน สิ่งหนึ่งที่เราไม่ได้อยากจะให้ความหวังกับประเทศไทยมากก็คือเราไม่สามารถผลิตวัคซีนได้ แต่เราพบวิธีที่จะสามารถผลิตวัคซีนได้ ไม่ว่าจะเป็นทาง DNA หรือ MRNA ที่ทางมหาวิทยาลัยจุฬาฯ ทำอยู่ ความพร้อมในการผลิตวัคซีน ตรงนี้ผมให้ความมั่นใจได้ว่าศักยภาพของไบโอเน็ตเอเชีย เราสามารถที่จะผลิตนะครับ เพื่อใช้ภายในประเทศได้ จะเป็น MRNA ก็ดี จะเป็น DNA ก็ดีหรือจะเป็น Tectransfer เล่นส่วนหนึ่งของไทยทีมนะครับ สำคัญที่สุอคือเราได้วัคซีนแล้ว เราจะมาผลิตใช้เองได้ไหม นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะบอกฝากพี่น้องประชาชนไทยว่า ประเทศไทยเรามีศักยภาพพอ แต่การที่ได้วัคซีนมาเราต้องเน้นถึงความปลอดภัยสูงสุดนะครับต้องผ่านกระบวนการหลาย ๆ ขั้นตอนเพื่อจะพิสูจน์ว่าวัคซีนตัวนี้มาใช้กับประชากรไทยได้ ในเบื้องต้นนี้ผมขอรายงาน คือบอกกันในช่วงนี้ก่อนนะครับ // ขอบพระคุณนะครับ ก็จะเห็นได้ว่าแม้ว่าเราจะยังอยู่ในขั้นตอนของการทดลอง แต่เราก็มีความพร้อม แล้วมีศักยภาพนักวิจัยในประเทศ เรามีบริษัทผู้ผลิตวัคซีนที่มีศักยภาพในการผลิตวัคซีนในระดับอุตสาหกรรม เรามีนโยบายที่แข็งแรงจากรัฐบาลในการที่จะสนับสนุนการพัฒนวิจัยภายในประเทศ ตอบสนองต่อสถานการณ์การระบาดของโรค ไม่ว่าจะเป็นโรคติดต่ออุบัติใหม่หรือโรคใด ๆ ขณะนี้ที่เราเจอก็คือโรค COVID-19 แต่เราก็อาจจะเจอกับโรคติดต่ออุบัติใหม่ ในหลากหลายรูปแบบอีกในอนาคต พื้นฐานของการวิจัยพัฒนา การที่มีนักวิจัยของเราภายในประเทศ การที่มีศักยภาพการผลิตวัคซีนเองภายในประเทศ ก็จะเป็นคำตอบสำคัญที่จะสร้างความมั่นคงด้านวัคซีนให้กัยประเทศไทยนะครับ แล้วก็จะเห็นว่า แบบทีมประเทศไทยจริง ๆ ไม่ได้มีองค์กรใดองค์กรหนึ่งองคาพยพในการพัฒนาวัคซีนร่วมกัน วันนี้ขออนุญาตขอบคุณ และจบในเรื่องของข้อมูลที่จะให้กับสื่อมวลชน และพี่น้องประชาชนเพียงเท่านี้ครับ (นายแพทย์ เอกชัย) ขอบคุณครับสำหรับความคืบหน้านะครับในการพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา 2019 ในประเทศไทย เช่นกันนะครับ ท่านอาจารย์ทั้ง 3 ท่าน ได้บอกเรื่องของความก้าวหน้าของการวิจัยและทดลองในประเทศไทย ซึ่งในขณะนี้มีความสำเร็จในการทดลองในสัตว์ทดลองเช่นหนูนะครับ แล้วมีการทดลองในลิงต่อไป ได้พูดถึงเรื่องของความร่วมมือกับนานาชาติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการวิจัยทดลอง หรือเป็นเรื่องเตรียมความพร้อมในการที่จะผลิตวัคซีนต่อไปในอนาคตครับ มาถึงช่วงนี้นะครับมีคำถามจากสื่อมวลชนและพี่น้องประชาชนฃค่อนข้างมากครับ ที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมความพร้อมในการพัฒนาวัคซีน คำถามแรกเป็นคำถามจากมติชน ถามว่า โดยปกติการทดลองในสัตว์ทดลองต้องใช้กี่ชนิดถึงจะแน่ใจก่อนที่จะเอามาใช้ในมนุษย์อย่างปลอดภัยครับ // ก็เบื้องต้นก็ต้องทดสอบในสัตว์เล็กนะครับ ก็คือหนู แล้วก็จากหนูก็จะไปสู่ ทดสอบในลิงนะครับ แต่สิ่งที่มนุษย์เรียนรู้กันมาคือหนูไม่ใช่ลิง แล้วก็ลิงไม่ใช่คนนะครับ เพราะฉะนั้นเพียงแต่ถ้าเราผ่านหนูก็มีโอกาสสูงที่วัคซีนนั้นกระตุ้นภูมิได้สูงในลิง และจากลิงจึงไปสู่คนนะครับ อย่างน้อยก็ 3 Step ครับ (นายแพทย์ เอกชัย) คำถามต่อไปเป็นคำถามจากสำนักข่าวญี่ปุ่นจากBoardcasting system นะครับ ถามมาในคำถามเดียวกันว่า ความคืบหน้าของวัคซีนในการทดลองในลิงไปแล้ว จะมีการเตีรยมขึ้นตอนต่อไปอย่างไรครับ ที่จะทดลองในมนุษย์ต่อ ซึ่งนั่นหมายถึงว่าจะต้องมีมนุษย์ในการเข้ามาสู่กระบวนการทดลองครับ // ครับ อย่างที่ผมเรียนนะครับ การเตรียมแผนคู่ขนานสำคัญมาก เพราะว่าโดยเฉพาะเทคโนโลยีที่เรากล่าวถึง คือ MRNA นี่ ทั้งโลกมีโรงงานอยู่ รวมแล้ว ถ้านับจริงแล้วผมเชื่อว่าไม่น่าจะเกิน 7 แห่งกระมังในโลกนี้ แต่นี้ MRNA มันมีตัโรงงานผลิต MRA กับโรงงานผลิตอีกส่วนหนึ่งก็คือตัวประกอบที่เรียกว่า ลิควิด นาโน พาร์ติคอล MRNA นี่เข้าเซลล์ ซึ่งตรงนี้เราจองโรงงานเรียบร้อยแล้ว มี 1. ไบโอเทค สหรัฐอเมริกาเป็น 1 BIOTEC แล้วก็โรงงานอยู่ที่แวนคูเวอร์แคนาดา ที่จะเตรียมผลิตประมาณ 10,000 โดส เราคาดว่าโดยทั่วไปจะต้องฉีดคนละ 2 โด๊สนะครับ เราก็เตรียมไว้ 10,000 โดส ก็ประมาณ 5,000 อาสาสมัครและถามว่าถ้าผลหนูออกมาดี เราก็คาดว่าจะสามารถผลิตได้ประมาณจาก MRNA ในโรงงานแรก ผลิตเสร็จเร็วสุดก็เดือนตุลาคม แล้วก็ไป Formulate ในโรงงานที่ 2 ที่แวนคูเวอร์นี้เร็วที่สุดก็ก่อนสิ้นปีนะ ก่อนสิ้นปี เพราะฉะนั้นอาสาสมัครที่จะเริ่มนี่เนื่องจากการทำเราทำวัคซีนตามหลังอีกหลายวัคซีนในโลกนี้ เราก็มี เขาเรียกว่ามีความได้เปรียบ ก็คือได้เรียนรู้จากเขาว่าปกติการทำระยะที่ 1 นี่จะใช้อาสาสมัคร 10-15 ท่านต่อกลุ่ม เพื่อที่จะดู 1 ก็คือขนาดต่ำสุด ขนาดกลาง ขนาดสูง แล้วก็เทียบ แล้วดูว่า 1. ปลอดภัยไหม ฉีดแล้วเจ็บ วัคซีนอยู่แล้ว เพราะโดนเข็มก็ต้องเจ็บ แต่ดูแล้วมีอาการบวมไหม ฉีดแล้วมีอาการอื่นไหม มีผืนไหม ดูความปลอดภัย ก็เฉลี่ย ถ้าเราเทียบฉีดเข็มหนึ่งกับฉีด 2 เข็ม ก็งานวิจัยของที่อื่นก็ใช้อยู่ ประมาณ 90-108 คน อย่างที่จีนที่เพิ่งตีพิมพ์ก็อยู่ที่ 108 อาสาสมัครแล้วหลังจากนั้นก็จะเลือกขนาดที่เหมาะสมที่สุด 1-2 ขนาด อย่างโมเดลน่า ตอนนี้ที่ผมทราบมาก็จะเลือก ฉีด 25 ไมโครกรัม ฉีด 100 กับ 200 นี่ 25 นี้คุมต่ำ 250 นี้ไข้ขึ้นในจำนวนหนึ่ง ก็เลยจะเลือกอยู่ที่ 50 กับ 100 ก็อาสาสมัครจะเยอะขึ้น แต่จำนวนโดสจะน้อยลง แล้วอย่างน้อยก็ประมาณ 500 ของจีนในระยะที่ 2 ก็อาจจะถึง 1,000 ด้วยซ้ำไป ระยะที่ 3 ก็หลายพันหรือเป็นหมื่นนะครับ อันนี้เป็นขั้นตอนของการเตรียมการครับ (นายแพทย์ เอกชัย) ขอบคุณครับ เป็นคำถามต่อเนื่องจากผู้สื่อข่าวครับ อยากให้อาจารย์อธิบายเรื่องของวัคซีนป้องกัน COVID-19 ที่ประเทศไทยกำลังผลิตครับ ที่อาจารย์ได้กล่าวว่า มี MRNA DNA และ VLP นะครับ แต่ละแบบต่างกันอย่างไร แล้วขณะนี้มีกี่โครงการ แล้วแต่ละโครงการเป็นอย่างไรครับอาจารย์// ก็อย่างที่ได้นำเรียนครับการวิจัยพัฒนาวัคซีน COVID-19 ณ เวลานี้เราต้องทำแบบหลายรูปแบบ หลายทางเลือก เพื่อให้มีโอกาสที่จะได้มีวัคซีนที่ใช้การได้จริง ณ เวลานี้ยังไม่มีใครทราบว่าการใช้วัคซีนรูปแบบไหนนี่จะสามารถป้องกัน แต่นักวิทยาศาสตร์ก็ใช้ความรู้เท่าที่มีในการวิจัยพัฒนา เพื่อให้ได้ตัววัคซีนที่ใช้การได้ ไม่ว่าจะเป็น ถ้าให้เล่าจำนวนโครงการ อย่างที่กล่าวตอนต้นคัรบ ทุกรูปแบบที่มีอยู่ในโลกนี้ที่เขาได้ พัฒนากันไม่ว่าจะเป็น DNA วัคซีน MRNA วัคซีน หรือใช้โปรตีนบางส่วนของเชื้อเราก็เรียกว่าสัตว์ยูนิตโปรตีน หรือใช้โครงสร้างมาทำเป็นเปลือกของไวรัสที่เราเรียกว่า VLP ก็มี ใช้ไวรัสตัวอื่นมาเป็นพาหะในการนำเอาสารพันธุกรรมของ COVID-19 ก็มี ทุกรูปแบบนะครับมีหมด แล้วทุกคนก็พยายามทำอยู่ ในประเทศไทยเราก็ทำอยู่ในทุก Platform ทุกรูปแบบครับ แล้วส่วนที่ก้าวหน้า คือ ส่วนที่นำมาเรียนในวันนี้นะครับ ก็คือของ DNA วัคซีน แล้วก็ MRNA วัคซีนครับ (นายแพทย์ เอกชัย) ครับเป็นคำถามต่อเนื่องนะครับอาจารย์ ทางผู้สื่อข่าวอยากทราบความร่วมมือระหว่างประเทศครับ ว่าตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง แล้วในกรณีถ้าหากว่ามีการทดลองเสร็จสิ้นแล้วนี้ จะต้องมีการร่วมมือกับต่างประเทศ โรงงานผลิตอยู่ที่ต่างประเทศในการผลิตวัคซีนให้กับประเทศไทย ตรงนี้ประเทศไทยนี่ในอนาคตมีแผนอย่างไรในการมีโรงงานผลิตเป็นของตัวเองหรือไม่อย่างไรครับ // เบื้องต้นตอนนี้เรามีโรงงานที่จะผลิตวัคซีนได้แล้ว อย่างที่ ที่ไบโอเน็ต เอเชีย มีความพร้อม ที่วันนี้ที่ได้มาเรียนก็เพราะอยากให้เห็นว่าศักยภาพในการผลิตวัคซีนที่ใช้ลักษณะของการตัดต่อสารพันธุกรรมนะครับ หรือว่า MRNA เรามีศักยภาพสามารถที่จะผลิตได้ แต่ก็ต้องรับการถ่ายทอดในการให้เทคโนโลยีในบางส่วน MRNA วัคซีน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ใหม่มาก ๆ ความร่วมมือที่มีก็เป็นความร่วมืออย่างที่อาจารย์เกียรติแจ้งพวกเรานะครับว่าเป็นการร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยเพนซิวาเนียร์ของประเทศสหรัฐอเมริกาในการทำงานร่วมกัน นอกจากนี้นี่นะครับ ก็จะมีความร่วมมือในรูปแบบอื่น ก็คือทำความร่วมมือที่จะนำวัคซีนที่เขาพัฒนาในประเทศต่าง ๆ เข้ามาทำการทดสอบในคน ในประเทศไทยนะครับ ตอนนี้เรากำลังเร่งทำความร่วมมือกับพันธมิตรของเรา เท่าที่จะสามารถติดต่อประสานงานได้นะครับ ไม่ว่าจะเป็นประเทศแนวหน้าทั้งหลายนะครับ ที่การทดสอบในคน ที่อยู่ในการทดสอบในคนเราก็พยายามติดต่อ แล้วบางส่วนก็ได้รับความร่วมมือมาแล้ว ตัวอย่างเช่นนะครับ ประเทศจีนที่เราได้มีข้อตกลงทำความร่วมมือกันกับหน่วยงานของประเทศจีน ซึ่งก็จะเป็นพื้นฐานในการที่จะร่วมทำการวิจัย แล้วก็รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีแล้วก็ผลิตวัคซีน ซึ่งการผลิตวัคซีนนี่ถ้าเป็นการร่วมมือกับนานาชาตินี่ก็ต้องใช้เวลาในการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เราผลิตได้เอง ดังนั้นก็จะมีในเรื่องของข้อตกลงที่จะซื้อวัคซีนบางส่วน ที่ผลิตจากประเทศต้นทางนะครับ เพื่อมาใช้ในช่วงเวลาเวลาสั้น ๆ ก่อน แล้วก็รับถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อให้เราผลิตได้เองให้ได้เพียงพอ อย่างที่อาจารย์เกียรติได้เรียนว่าไม่มีประเทศใดประเทศหนึ่งที่จะผลิตวัคซีนเพียงพอกับทั้งโลกได้ ที่จะหยุดยั้งปัญหา COVID-19 นี้ได้ ความร่วมมือระหว่างประเทศจึงเป็นสิ่งจำเป็น และทุกคนเห็นความสำคัญว่าจำเป็นต้องขยายฐานการผลิตวัคซีนโควิด-19 ให้กว้างขวางดังนั้นนี่ไม่ว่าใครที่สำเร็จนี่ต้องสร้างความร่วมมือต่อกันนะครับ ก็เป็นพื้นฐานในการสร้างให้กับประชากรทั้งโลกครับ เชิญอาจารย์วิฑูรย์ครับ // ผมอยากจะเสริมที่คุณหมอนครพูดไป ว่าถ้าคำถามว่าเรามีความพร้อมที่จะผลิตวัคซีนไหม และมีความร่วมมือระหว่างประเทศไหม ต้องเรียนอย่างนี้เรามีเครือข่ายนะครับ เครือข่าย... เนื่องจากเรามาจากบริษัทที่ทำการค้าวัคซีน เรามีเครือข่ายเกือบจะทั่ว เกือบจะทั่งอย่างน้อยใน South East Asia ในส่วนของตัว ถามว่าตัวไหนที่จะเอามาผลิตได้นี่ประเด็นของเราก็คือว่าเรามีเองมีเทคโนโลยีของ DNA ซึ่งการใช้เทคโนโลยีของ DNA เราสามารถใช้ถังหมักที่บริษัทกำหนด scale ได้ แต่ขณะที่ ถ้าเป็น MRNA ซึ่งตัวเครื่องผลิตไม่ได้ใหญ่โตอะไรมากมาย สามารถผลิตได้จำนวนเป็นหลายล้าน ๆ นะครับ สิ่งที่ต้องคิดถึงต่อก่อนจะทำการผลิตก็คือ ตัวไหนที่ดีที่สุดที่เราจะมาใช้กับประเทศของเรา แล้วค่อยคิด ถึงว่าจะสเกลเพิ่มการผลิตได้อย่างไร ประเด็นตรงนั้นไม่ใช่เป็นเรื่องที่น่าวิตกนะครับ หาตัวนี้ก็คือจะเอาแคนนิเดตตัวไหนมาใช้ให้ดีที่สุด เพราะผลในหนูทดลองนี่จะเป็น DNA ก็ดี จะเป็น MRNA ก็ดี ให้ผลที่ดี แต่เราต้องมาลองดูว่า ภูมิต้านทานนั้นไปทำให้เชื้อไวรัสตายไปได้ไหม จากจุดนั้นมาแล้วค่อยมาคิดกันว่าจะขยายการผลิตอย่างไรในประเทศเรามีหน่วยงานของภาครัฐที่เป็น Pilot plant อยู่หลายโรงงานนะครับ ถ้าสเกลการผลิตไม่พอ เราก็ไปใช้โรงงานของรัฐที่มีอยู่ แล้วผมเชื่อว่าจุดนี้ผมไม่ห่วงในเรื่องของตัวการผลิตนะครับแต่ห่วงว่าเราจะเอาวัคซีนตัวไหนมาใช้กับคนของเรามากกว่าครับ (นายแพทย์ เอกชัย) มีคำถามจากผู้สื่อข่าวอีก 1 คำถามครับ มีข่าวว่าศูนย์ Private แห่งชาติวางแผนระยะยาวจะสร้างอาคารวิจัยป้องกันโรคติดเชื้อทางอากาศอันนี้มีรายละเอียดอย่างไรและมีการเชื่อมโยงในการที่จะป้องกันในเรื่องของ COVID-19 นี้อย่างไรครับ // ก็ขอเรียนเพิ่มเติมนะครับ ก็เมื่อวานท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้ไปเยี่ยมศูนย์วิจัยไพร์เมทแห่งชาติของจุฬาลงกรณ์ที่สระบุรีนะครับ ผมว่าสิ่งที่เราขาดนี่ก็คือ ถ้าเราฉีดวัคซีนในลิงแล้ว เราจะทราบได้อย่างไรว่า ถ้ามีการได้รับเชื้อนี่ เราจะป้อกงันโรคได้ อาคารหรือยูนิต ที่เรียกว่าABSL 3 คือเป็นการป้องกันการแพร่เชื้อไม่ให้ออกมาจากตัว Unit หรือตัวอาคารนั้น โดยเป็นระดับ 3 โดยป้องกันได้อย่างดี เรายังไม่มีตรงนั้น ก็ทราบว่าทางรัฐบาลก็เตรียมงบประมาณที่ดูอย่างน้อยเป็นยูนิตฉุกเฉินที่จะเอามาติดตั้งได้ภายใน 3 เดือนเพราะหลังฉีดลิงแล้วเราจะได้ทราบว่าสามารถป้องกันโรคได้จริง อันนั้นก็เป็นสิ่งที่เราจะต้องช่วยกันเร่งว่าระบบนี้จะสามารถจะติดตั้งได้เร็วแค่ไหนนะครับ จะช่วยให้เราอีกหน่อยจะศึกษาวัคซีนในระยะยาวก็จะทำได้เร็วขึ้นด้วย ก็พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสครับ ที่เราจะสร้างความเข้มแข็งในระบบ value chain ของ vaccine development ของประเทศไทย ครับ (นายแพทย์ เอกชัย) ครับ มาถึงคำถามสุดท้าย เป็นคำถามจากทางบ้านนะครับ ประชาชนสงสัยคำถามนี้มากว่าในสัปดาห์นี้ครับ ว่าจีนประสบความสำเร็จเบื้องต้นในการทดลองในมนุษย์จำนวน 100 กว่าคน แต่ว่าทางผู้ทดลองก็ได้ออกมาแถลงข่าวนะครับว่า ยังต้องใช้เวลาอีกประมาณ 6 เดือนเป็นอย่างน้อยถึงจะมีผลลัพธ์ที่แน่นอนที่จะเอามาใช้ในมนุษย์ได้จริงแล้วมีคำถามว่าในประเทศไทยครับ จะรออีกนานแค่ไหนจะมั่นใจว่าจะมีวัคซีนใช้ในคนไทยครับอาจารย์ // ก็จะเห็นได้ว่า การวิจัยนี่ เวลาเราพูดเรามักจะบอกว่าถ้าเป็นไปตามแผนอย่างที่ได้ว่างไว้ก็จะบอกระยะเวลาได้คร่าว ๆ นะครับ แต่ต้องพึงระลึกไว้เสมอว่างานวิจัยนี่มีโอกาสที่ผลงานวิจัยจะออกมาไม่เป็นที่น่าพอใจ และถ้าผลการวิจัยออกมาที่ไม่เป็นที่น่าพอใจ เวลาก็ต้องใช้มากขึ้นครับ ตัวอย่างของประเทศจีนที่มีผลการทดสอบวัคซีนในคนนี่บอกว่าต้องใช้ระยะเวลาอีก 6 เดือน เพื่อดูผลกระตุ้นภูมิคุ้มกันที่ชัดเจนว่าวัคซีนจะกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้สูงพอหรือไม่ แล้วก็อยู๋ได้นานพอหรือไม่ อันนี้ก็เป็นคำตอบที่สำคัญที่นักวิทยาศาสตร์จะต้องมาช่วยกันหา นะครับ เพราะฉะนั้นถ้าใช้ตามระยะเวลาแบบนี้ แบบกรอบอย่างนี้นะครับ ถ้านับเอาว่าผู้ที่อยู่แถวหน้าที่สุด ดำเนินการไปได้โดยไม่ติดขัด ดำเนินการเป็นไปตามแผน ผลเป็นที่น่าพอใจในทุกขั้นตอนนะครับ ในเรื่องของความปลอดภัย ในเรื่องของระดับภูมิคุ้มกันที่ขึ้นได้สูงอยู่ได้นานพอสมควรแล้วก็ระดับภูมิคุ้มกันทุกคนก็วางกรอบอยู่ในอีกสักประมาณอีก 12 - 18 เดือนข้างหน้าครับ ที่จะได้มีวัคซีนใช้ อันนี้ก็คืออยู่ในกรอบอย่างที่ได้เรียนนะครับ ว่าทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่ได้วางไว้ แต่ถ้าหากว่ามีการสะดุดติดขัดตรงไหนนี่ก็ต้องกลับมาปรับ มาปรับรูปแบบของวัคซีนกันใหม่ ซึ่งก็ต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้น ในกรอบของประเทศไทย นี่นะครับ ก็จะเป็นตามกรอบอย่างที่อาจารย์ได้เรียนว่า ถ้าเราเป็นไปตามแผนเราน่าจะได้เริ่มทำการทดสอบวัคซีนในคนนี่ภายในปีนี้หรือต้นปีหน้านะครับ แล้วก็ถ้าเป็นไปตามแผนก็คือภายในสิ้นปี 2564 ถ้าวัคซีนได้ผลนะครับ ท่านอาจารย์เกียรติก็จะย้ำอยู่อเสมอ ว่าถ้าเป็นเช่นนั้นเราก็จะสามารถที่จะมีวัคซีนใช้ภายในปี 2564 ทั้งหมดนี่เป็นเรื่องของงานวิจัยครับ เรายังไม่มีวัคซีนก็จริง แต่ที่ได้แสดงให้เห็นก็จะเห็นว่าทั้งในประเทศไทย แล้วก็ทั้งโลก กำลังใช้ความพยายามกันอย่างเต็มที่ เรากำลังทำงานกันอยู่ในลักษณะของความเร็วที่ไม่ปรากฎมาก่อนอย่างที่คุณวิฑูรย์ได้บอกว่าใช้เวลา 50 วัน ก็ผลิตวัคซีนต้นแบบได้แล้ว ก็เป็นเวลาที่ไม่เคยได้ทำมาก่อน นะครับ ส่วนใหญ่จะใช้เวลากันมากกว่านี้ทั้งสิ้น อย่างที่ได้นำเรียนบอกว่ากรอบ 12-18 เดือน ก็ไม่เคยได้มีการวางกรอบในเช่นนี้มาก่อนนะครับในการพัฒนาวัคซีน นี่เป็นสิ่งที่ท้าทายนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกเลยครับว่าเพราะเราทุกคนก็อยากจะให้มีวัคซีนใช้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว แต่ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของเราครับ เพื่อหวังว่าในที่สุดเราจะได้มีวัคซีนใช้ เพื่อใช้ร่วมกันครับ (นายแพทย์ เอกชัย) ครับขอบคุณอาจารย์มากครับ ด้วยความร่วมแรงร่วมใจนะครับจากทุกภาคส่วนในประเทศไทย รวมจนถึงความร่วมมือกับนานาชาติ ทางประเทศไทยเองก็มีความต้องการให้คนไทยมีวัคซีนใช้ในเวลาที่ใกล้เคียงกับประเทศชั้นนำต่าง ๆ ทั่วโลกให้ได้มากที่สุดนะครับก็อยากให้พี่น้องประชาชนได้อุ่นใจตรงจุดนี้ครับ สำหรับในวันนี้ต้องขอขอบคุณอาจารย์ทั้ง 3 ท่านครับ ท่านนายแพทย์นคร เปรมศรี วัคซีนแห่งชาติ ศาสตรจารย์ นายแพทย์ เกียรติ ผู้อำนวยการโครงการวิจัยวัคซีนโควิด-19 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคุณวิทูร ประธานกรรมการบริหารบริษัท ไอโอเนท เอเชีย จำกัด เป็นอย่างสูงครับ พี่น้องประชาชนครับ ขณะนี้ตั้งแต่เรามีมาตรการผ่อนปรนมา กิจการอย่างหนึ่งซึ่งกำลังจะมีการเปิดในช่วงนี้นะครับ ก็คือเรื่องของ Fitness หรือเรื่องของสตูดิโอออกกำลังกายต่าง ๆ ที่มีการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในวันนี้ทางกระทรวงสาธาณสุข โดยกรมอนามัย มีวีดีโอคลิปที่แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับคลีนฟิตเนส ดีได้ด้วยสุขภาพอนามัยที่ดี เรามาชมกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในวันพรุ่งนี้ สวัสดีครับ คลีนฟิตเนส สุขภาพดีได้สุขอนามัยดีด้วย การไปออกกำลังกายที่ฟิตเนส เป็นการใช้เวลาที่ดีสำหรับคนรักสุขภาพ แต่ในช่วงการระบาดของโรคก็ต้องระมัดระวังตัวเองให้มากขึ้น อย่าลืมหยิบเจลล้างมือ และแอลกอฮอล์ฆ้าเชื้อไปด้วย เพื่อล้างมือและทำความสะอาดอุปกรณ์ก่อนใช้งาน ระหว่างออกกำลังกายก็อย่าเผลอเอามือจับหน้าโดยเด็ดขาด และถ้ารู้สึกไม่สบาย ป่วย ไอ จาม ก็สามารถเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการวามสะอาดอุปกรณ์ก่อนใช้งาน ระหว่างออกกำลังกายก็อย่าเผลอเอามือจับหน้าโดยเด็ดขาด และถ้ารู้สึกไม่สบาย ป่วย ไอ จาม ก็สามารถเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการ