--- title: การแถลงข่าวศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ช่วง 11.30-12.30 (29 พ.ค. 63) subtitle: date: วันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2563 เวลา 10.45 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) ...Ր [เสียงดนตรี] (คุณปวีณา) สวัสดีค่ะ ต้อนรับคุณผู้ชม เข้าสู่การแถลงข่าว สถานการณ์โควิด-19 ที่ทำเนียบรัฐบาลนะคะ แน่นอนค่ะประเด็นที่หลายคนรอคอย คือมาตรการการคลายล็อกในระยะที่ 3 หลังจากที่วันนี้มีการประชุม ศบค. ชุดใหญ่ ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ซึ่งนอกจากนายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. จะเป็นผู้ชี้แจงรายละเอียดแล้ว ในวันนี้ค่ะศูนย์ ศบค. ของเราได้รับเกียรติจากเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ มาชี้แจงของรายละเอียดในเรื่องของการผ่อนคลายระยะที่ 3 นี้ด้วย แต่ลำดับแรกค่ะ ขอเรียนเชิญทาง นายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. ชี้แจงรายละเอียดและประเด็นในภาพรวมก่อน เรียนเชิญคุณหมอค่ะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) กราบสวัสดีครับ พี่น้องประชาชนครับ ผมนายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน รายงานตัว วันนี้มีการประชุมใหญ่ของทาง ศบค. นะครับ ผมจะขออนุญาตไปโดยเร็วเลยนะครับ ต้องขออภัยที่มาช้าตรงนี้ เพราะว่าเพิ่งเสร็จจากการประชุมเมื่อไม่กี่นาทีนี้นะครับ ก็จะไปรายงานสถานการณ์โดยเร็วแล้วก็ไปสรุปการประชุมของวันนี้นะครับ วันนี้มีเพิ่มใหม่ 11 ราย เป็นจาก State Quarantine หรือสถานที่กักกันที่รัฐจัดการให้นะครับ 3,076 ราย หายป่วยแล้ว 2,945 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่มนะครับ ก็ทำให้เราเห็นภาพของตรงนี้นะครับ ในกราฟถัดไปนี่นะครับ ก็หลายคนก็คงจะรู้สึกว่า น่าจะอุ่นใจสบายใจนะครับ เพราะว่าเคสที่เกิดขึ้นใหม่ ก็เท่ากับว่าเรายังไม่มี นี่ก็เท่ากับว่าเข้าสู่การผ่อนคลายไปสู่ระยะที่ 3 แต่อย่างไรก็ตามแต่ ๑๑ รายของวันนี้ มาจากประเทศคูเวตนะครับ ซึ่งทำให้ในตารางประเทศคูเวตเป็นอันดับที่ 2 รองมาจากอินโดนีเซียนะครับ รายละเอียดต่าง ๆ วันนี้จะขออนุญาตไปโดยเร็วนะครับ รายละเอียด แล้วก็จะเป็นวัยแรงงานนะครับ ที่กลับมาจากประเทศคูเวตนะครับ แล้วก็อาการไม่มีมาก บางคนไม่มีอาการด้วยนะครับ ก็ไปเรื่องของทางสถานการณ์ทั่วโลกนะครับ ตอนนี้ยืนยันอยู่ที่ 5,900,000 กว่าคน เพิ่มขึ้นที่น่าเป็นห่วงกังวลวันนี้ก็คือวันนี้ 115,000 กว่าคนนะครับหมายถึงว่ารายใหม่ของทั่วโลกกำลังเพิ่มขึ้นมาก ๆ ทีเดียว เสียชีวิตไปประมาณ 360,000 แล้วนะครับ เพิ่มขึ้น 4,500 สหรัฐอเมริกา รัสเซีย บราซิล ยังอยู่ต้น ๆ อยู่ ส่วนทางประเทศที่อยู่ในตะวันออกกลาง คล้าย ๆ กัน ก็คือซาอุดิอาระเบียก็คือแสนกว่านะครับ แล้วก็ในนี้ใน 20 อันดับนี้ ยังไม่เห็นคูเวตที่นำคนไทยกลับมาจากด้านนั้น ก็เชื่อว่าน่าจะมีจำนวนที่สูงอยู่ ประเทศไทย อยู่อันดับที่ 77 ครับ ไปเรื่องของการสรุปรายงาน ของทางการประชุม ศบค. ชุดใหญ่ ขออนุญาตใช้ชื่อนี้นะครับ ก็แล้วกันนะครับ เริ่มต้นจากท่าน ผอ. ศูนย์ ศบค. ท่านนายรัฐมนตรี และท่านรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม ในตำแหน่งของท่านนะครับ ได้เกริ่นนำในที่ประชุมวันนี้นะครับ บอกว่าต้องขอขอบคุณทั้งคณะรัฐมนตรี แล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ร่วมมือการทำงานในการควบคุมโรค และป้องกันโรค แล้วก็ผลที่ออกมาดังที่เราได้เห็นอย่างนี้นะครับ และได้รับคำชมจากทางต่างประเทศด้วย ทางท่านนายกรัฐมนตรี ในฐานะของท่าน ผอ. ศูนย์ ศบค. เช้านี้ได้ไปดูรถตู้ Mobile Swab Test ระบบตรวจจับอุณหภูมิด้วยกล้องถ่ายภาพความร้อน ตู้เก็บเชื้อ แล้วก็ตู้เก็บเชื้อระบบความดันลบ เครื่องอบฆ่าเชื้อระบบปิดนะครับ แล้วก็เครื่องช่วยหายใจแบบพกพานะครับ ซึ่งเป็นนวัตกรรมของทางเทคโนโลยี นวัตกรรมของศูนย์รวมนวัตกรรม ของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระคุณเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ซึ่งเช้านี้ก็ได้นำมาให้ท่าน ผอ. ศูนย์ ศบค. ท่านได้ดูนะครับ ซึ่งก็ท่านได้กล่าวชมว่า เป็นการสร้างนวัตกรรมช่วยลดต้นทุน และนำมาใช้งานได้ ก็จะมีโครงการผลิตและพัฒนาขึ้นมาใช้เอง แล้วก็พัฒนาต่อยอดออกไป แล้วก็พูดถึงว่าถ้าสามารถนำหน่ายได้ มาทำเป็นสินค้าที่มีมูลค่าในเรื่องนี้ต่อไปในอนาคตนะครับ เรื่องที่ 2 ที่ท่านนายกฯ ท่าน ผอ. ศูนย์ได้กล่าวถึงเรื่องของการขยาย พ.ร.ก. ฉุกเฉินนี่นะครับ ก็มีเหตุมีผลของสถานการณ์ในภาพรวมของ ศบค. เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพนะครับ แล้วก็เป็นเอกภาพ และอยากให้ทุกฝ่ายนะครับ เข้าใจถึงในเรื่องของเจตนาของการขยาย พ.ร.ก. นี้ หากสถานการณ์ดีขึ้น ก็จะมีการขยายขึ้นไปในระยะที่ 4 ก็จะมีการพิจารณายกเลิก พ.ร.ก. ฉุกเฉินต่อไป ซึ่งก็ต้องเตรียมความพร้อมไว้เพื่อดำเนินการต่อเนื่องอย่างราบรื่น และควบคุมสถานการณ์ต่อไปให้ได้ เช่น ต้องมีมาตรการรองรับการใช้ พ.ร.บ. โรคติดต่อหรือกฎหมายอื่น ๆ ที่จะมาใช้ทดแทน พ.ร.ก. ฉุกเฉินนี้ ก็ได้ฝากกับคณะกรรมการทุก ๆ ท่าน ได้เชื่อมต่องานนะครับ หากไม่ได้มี พ.ร.ก. ฉุกเฉินแล้วนะครับ จากนั้นก็เป็นการเสนอรายงานของศูนย์ปฏิบัติการต่าง ๆ เริ่มต้นจากทางศูนย์ปฏิบัติการด้านความมั่นคง โดยท่าน ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พลเอก พรพิพัฒน์ เบญญศรี นะครับ ก็นำเรียนรายงานผลของการดำเนินงานชุดตรวจตามมาตรการหลัก ซึ่งเราก็ได้มีการรายงานกันอยู่เรื่อย ๆ ก็มีชุดตรวจ 90 ชุด แล้วก็ชุดตรวจทั่วไป 1,937 อันที่รายงานนะครับ ไปดูผลงานของทางสถิตินะครับ ที่สะสม 17-28 นะครับ ก็พบว่ามีการปฏิบัติการเป็นส่วนใหญ่ ปฏิบัติการครบเป็นส่วนใหญ่ 2 แสนกว่าแห่ง 260,000 ขออภัยครับ 263,937 แห่ง ปฏิบัติไม่ครบเพียงแค่ 426 แห่ง เฉลี่ยแล้วก็ตรวจได้ถึง 22,000 กว่าแห่งนะครับ มาดูช่วงของเคอร์ฟิว คดีก็ลดลงครับ จากเดิมที่เราเคอร์ฟิวที่ 22.00 น. ถึง 04.00 น. ก็จะมีการทำผิดกฎหมายอยู่ระดับหนึ่ง พอลดลงมานะครับ คดีก็ลดน้อยลงเกิดจากการได้ผ่อนคลายขึ้น อีกส่วนหนึ่งก็ความร่วมมือ ของพี่น้องประชาชน ต้องขอขอบพระคุณนะครับ ไปเรื่องของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งของ ศปม. ซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการป้องกันช่วยเหลือประชาชน ของท่านปลัดกระทรวงมหาดไทย ท่านฉัตรชัย พรหมเลิศนะครับ ก็พบว่ามีคนที่เดินทางเข้ามายังประเทศไทย โดยการผ่านทางด่านพื้นที่ชายแดนทั้งหลาย ที่เดินทางเข้ามาแล้ว 14,910 คน ก็ได้มีการกักตัว 14 วัน และส่งตัวสู่ภูมิลำเนา 11,230 คน คงเหลือไว้อยู่ตอนนี้ 3,680 คนนะครับ กิจกรรมกิจการต่าง ๆ ที่ได้งดไป ปิดไป 47,164 แห่ง ก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี ก็มีการรายงานภาพของหน่วยงานทั้งหลาย ที่ปิดไป ส่วนที่เปิดแล้วก็ผ่อนคลายไป 291,394 แห่ง ก็ได้รับความร่วมมือ ก็ส่วนใหญ่ก็เป็นกิจการกิจกรรมที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวันทั้งหลาย อย่างที่เคยได้รายงาน อันนี้ก็เป็นหน้าที่ของ ศปม. แล้วก็มีผลออกมานะครับว่า ความร่วมมือของผู้ประกอบการตามมาตรการป้องกันโรค 3 อันดับแรก อยู่ที่ห้างสรรพสินค้า คอมมูนิตี้มอลล์ แล้วก็ศูนย์การค้าทั้งหลาย 93.55 สถานรับการดูแลเด็กอีก 93.11 นะครับ ส่วนการดำเนินการตามมาตรการป้องกันโรคนะครับ งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็เป็นอันดับที่ 1 ที่ปฏิบัติการได้ดี 3 อันดับแรก แล้วก็ห้ามผู้มาชุมนุม มีจุดบริการล้างมือ และ 3 อันดับสุดท้ายที่ไม่ค่อยจะดี ก็คือการใช้แอปพลิเคชันติดตามตัวนะครับ แล้วก็เรื่องเก็บข้อมูล แล้วก็การสวม Face Shield ถุงมือทั้งหลาย ก็ยังได้รับการร่วมมือน้อย ไทยชนะ บ้างนะครับ ทางปลัดกระทรวง DE ท่านอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัยปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ก็ได้รายงานว่าไทยชนะมีคนเข้าร่วมโครงการเป็นร้านก่อนนะครับ กิจการ กิจกรรม 120,000 กว่าร้าน แล้วก็ 15 ล้านคนที่เข้ามาร่วมในกิจการนี้ ก็อย่างที่เราเคยได้รายงานนะครับ ก็ได้เห็นแนวโน้มที่เพิ่มขึ้น ๆ ในร้านค้านะครับ ส่วนทางด้านเช็กอิน เช็กเอาต์อย่างที่เราบอกไปก็ยังไม่มากนะครับ ไม่ได้เท่ากัน เช็กอิน มากกว่า เช็กเอาท์ หมายถึง Check-in มากกว่า Check-out ตอนนี้ต้องมาใช้ Application ไทยชนะนี่ครับ ที่จะมาช่วยท่านก็มาเช็กเอาท์ออกที่นอกห้างก็ได้ นอกร้านก็ได้นะครับ ต่อไปก็เป็นภาพของทางจังหวัดที่ได้ร่วมมือกัน ก็จะเห็นภาพของความร่วมมือกันอยู่ในจังหวัดใหญ่ ๆ เช่นเดียวกันกับจังหวัดเล็ก ๆ น้อย ก็มีความร่วมมือกันของร้านค้าอยู่น้อย อันนี้ก็เป็นเรื่องธรรมดานะครับ แล้วก็คะแนนต่าง ๆ ที่ท่านให้คะแนนมานี้ ก็ทำให้เราได้ประเมินได้ง่ายขึ้น การถ่ายทำโทรทัศน์ แล้วก็บริการทางการแพทย์ คลินิกเสริมความงามก็ให้ความร่วมมือก็ยังเป็นอันดับต้น ๆ ที่ให้ความร่วมมือและมีคะแนนที่สูง มาดูเรื่องของคะแนนต่ำสุดก็มีอยู่บ้างนะครับ อันนี้ก็ช่วยกันนะครับ ตลาดนัด Super Market ร้านค้า ก็ยังเรียกว่าต้องช่วยกัน แต่ต่ำนี้ก็ยัง 4 กว่า ๆ นะครับ 4 กว่า ๆ ขึ้นไป ก็มาช่วยกัน ในเรื่องที่สำคัญที่วันนี้นะครับ นำเรียนว่าวาระที่สำคัญ คือ มาตรการผ่อนคลายระยะที่ 3 นะครับ อันนี้ใช้เวลาในช่วงที่พิจารณาอยู่นานพอสมควร มีหลายเรื่องครับ ที่เข้ามา เรื่องสำคัญเรื่องแรก ก็คือเรื่องของการที่ต้องเอาตามเรื่องนี้ก่อนนะครับ ก็คือเรื่องของการดำเนินการนะครับ ประเด็นสำคัญที่ต้องดำเนินการก็คือ ต้องให้มีมาตรการคัดกรอง การคัดกรองไข้ ไอ หอบ เหนื่อย จาม อันนี้เป็นเรื่องของส่วนบุคคลของพนักงานด้วยนะครับ และผู้ใช้บริการ ซึ่งต้องรายงานหน่วยงานรับผิดชอบ แล้วก็กรณีพบผู้เข้าเกณฑ์ หรือสอบสวนโรค ตามแนวทางที่กำหนด ก็ต้องบอกว่า มีการทำทุกที่ ว่าห้างร้านไหนที่จะต้องเปิดในมาตรการในระยะที่ 3 นำเรียนท่านผู้ชมนะครับว่า เป็นเรื่องของการเปิดกิจการกิจกรรมที่มีความเสี่ยงปานกลางออกไปทางสูง เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ต้องเข้มก่อน ประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้ 3-4 เรื่องนี้ต้องเข้มก่อน อันที่ 2 ทุกกิจการ กิจกรรม ต้องมีการลงทะเบียนก่อนเข้าออกสถานที่ และเพิ่มมาตรการการใช้ แพลตฟอร์มไทยชนะ เพื่อควบคุม การควบคุม บันทึกข้อมูล รายงานข้อมูลก่อนนะครับ แล้วก็ถ้าไม่มีเรื่องของอิเล็กทรอนิกส์นี้ ก็ต้องใช้แรงงานทดแทน อันนี้จำเป็นมากครับ เพราะว่าเนื่องจากเป็นมาตรการในเชิงของการมีความเสี่ยงที่ปานกลางออกไปทางสูง เพราะฉะนั้นถ้าติดตามได้ ก็จะทำให้เราควบคุมได้โดยเร็ว นี้เป็นสิ่งที่ต้องมาทดแทนกันนะครับ อันที่ 3 คือ ให้พิจารณาพัฒนานวัตกรรม ลงทะเบียน เข้าออก การเรียนออนไลน์ การจองคิวระบบออนไลน์ เพื่อให้ระบบการการป้องกันควบคุมโรคที่มีประสิทธิภาพ และนี่ก็คือภาพกว้างนะครับ ในที่ประชุมในวาระการพิจารณาแรก ๆ ก็คือเรื่องของการเสนอให้มีการเปิดเรียน ในช่วงเวลา เดิมนี่คือ 1 กรกฎาคม ซึ่งยังคงตรงนี้อยู่ แต่มีการพูดคุยกันว่า จะเลื่อนเข้ามาเร็วขึ้นได้บ้างไหม บางโรงเรียน มีการพิจารณาถึงโรงเรียนห่างไกล ที่อยู่ตามพื้นที่ที่เป็น เรียกว่า ต่างจังหวัดอย่างนี้นะครับ แล้วก็อัตราการเกิดโรคก็ไม่ได้มาก แล้วก็เป็นนักเรียนที่สามารถที่จะเป็นคลาสน้อย ๆ น้อยคน อันนี้ควรจะเปิดได้ก่อนไหม ที่ประชุมก็มีการพูดคุยกัน เช่นเดียวกันกับทางเอกชนนะครับ ซึ่งเป็นห้องเรียนน้อย ๆ จำนวนไม่ค่อยมาก สามารถเปิดก่อนได้ไหม ซึ่งอยู่ในเมือง และอยู่ในต่างจังหวัด ในข้อสรุปของทางที่ประชุมก็ยังไม่ได้เป็นข้อสรุปทั้งหมดนะครับ ยังยึดไว้ว่า อันที่ ๑ วันที่ 1 กรกฎาคม เหมือนเดิม แต่ถ้าสามารถที่จะมีความพร้อมเกิดขึ้นก่อน อาจจะขยับขึ้นมาเร็วขึ้นได้ ทั้งนี้ทั้งนั้น โดยหลักการที่ท่าน ผอ. ศบค. นำไว้ ก็คือให้ไว้เป็นหลักการกว้าง ๆ แล้วก็ให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการนะครับ ซึ่งมานำเสนอในเรื่องนี้นะครับ ท่านณัฏฐพล ทีปสุวรรณ นะครับ ก็จะไปลงในรายละเอียด เช่น เรื่องของโรงเรียนนะครับ ขนาดโรงเรียน สถานที่การจัดตั้งของโรงเรียนจะอยู่ที่ห่างไกลอย่างนี้ แล้วก็ไม่ได้มีอัตราการติดเชื้อ อยู่ในถิ่นทุรกันดาร ได้รับการเรียนมา อันนี้ก็เป็นหลักการอันหนึ่ง อันที่ 2 ให้เรียนประมาณสัก ถ้าอยู่ในพื้นที่ในเมืองหรือต้องเดินทางจราจรทั้งหลาย สลับเหลื่อมเวลาเรียนกันได้ไหม สัก 3 วันต่อสัปดาห์ ก็เป็นหลักการที่พูดคุยกันอยู่นะครับว่า ถ้าสามารถทำได้ คนหนึ่งมาเรียน สมมติจันทร์ พุธ ศุกร์ อีกคนหนึ่งมาเรียน อังคาร พฤหัสบดี เสาร์ อะไรอย่างนี้นะครับ ก็ถ้าได้อย่างนี้ก็จะเกิดการไม่แออัดกันมากนะครับ แต่ก็ขึ้นอยู่กับจำนวนด้วยเหมือนกันนะครับ แต่ว่าที่มองดูก็คือ โดยเฉพาะเด็กเล็กยังเป็นประเด็นอยู่นะครับ ว่าเด็กเล็กอาจจะยังมีความเสี่ยง เพราะเขาก็จะต้องอยู่ใกล้ชิดกัน เพราะเขาจะต้องนอน จะต้องมีการอะไรต่าง ๆ อีกหลายอย่าง แล้วเด็ก ๆ ส่วนใหญ่ก็จะเล่นกัน อันนี้กความเสี่ยงอยู่ อันนี้ก็ยังไม่ได้พูดคุยกันนักตอนนี้ ก็เน้นที่เด็กโตพูดง่าย ๆ ครับ ส่วนเรื่องของทางโรงเรียนที่เป็นโรงเรียน เรียกว่า นานาชาติ ซึ่งก็มีข้อร้องเรียนมาว่า การเรียนที่จะต้องมีการเปิดขึ้นเร็ว เพราะว่าให้ทันกับกระแสของโลก หรือที่การเรียนที่เป็นมาตรฐานของต่างประเทศมีคนที่ทำงานเป็น เรียก เอ็กซ์แซกส่วนของด้านอื่น ๆ มานี่อาจจะมีความต้องการอย่างนี้ ยังไม่ได้มีข้อตกลงนะครับว่าจะเป็นข้อสรุปอย่างไร ก็นำเรียนว่า ณ ตอนนี้ก็ได้มอบให้ทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้ไปศึกษา แล้วก็หาข้อสรุปของแต่ละเรื่อง นำมาเสนอขึ้นมาอีกนะครับ ซึ่งการประชุมของทาง ศบค. อาจจะมีความถี่บ่อยมากขึ้น เพื่อที่จะสรุปข้อเสนอต่าง ๆ นี้ แล้วก็นำมาสู่การประชุมของ ศบค. ชุดใหญ่อีกทีหนึ่ง แล้วก็จะนำเรียนต่อไปถึงความชัดเจนอีกครั้งหนึ่งนะครับ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นนะครับ ส่วนเรื่องของกิจการ กิจกรรมนะครับ ผมขออนุญาตว่า จะให้กราบเรียนท่านเลขาธิการ สมช. ได้มาเป็นผู้ที่จะลงในรายละเอียด เท่าที่คุยมานี้ แล้วก็คือผ่อนปรน มามากมายนะครับ ทั้งในเชิงของกิจการ กิจกรรมทางด้านเศรษฐกิจต่าง ๆ นะครับ โดยเฉพาะเรื่องของห้างสรรพสินค้าก็ไปสายขึ้นได้ เปิดขึ้นได้ถึง 21.00 น. ห้างสรรพสินค้าก็จะได้มากขึ้น ถึงในรายละเอียดเพื่อที่จะได้ให้เกิดความชัดเจนนะครับ แล้วก็ไม่ต้องซ้ำซ้อนกัน ก็จะฝากกราบเรียนท่านเลขา สมช. ได้เป็นผู้ลงรายละเอียดตรงนี้นะครับ แล้วก็สุดท้ายก็คือ การออกนอกเคหสถานก็จะเป็นช่วงเวลาของ 23.00 น. - 03.00 น. ก็จะเป็นช่วงเวลาที่เราสามารถผ่อนปรนกันได้นะครับ ครับสำหรับวันนี้ก็ต้องขออนุญาตใช้เวลาน้อยลง แล้วก็นำเรียนว่าขอให้ทางท่าน กราบเรียนทางท่านเลขา สมช. นะครับ ได้มาเป็นผู้ที่ได้ลงรายละเอียด และจะได้เป็นต้นทางของทางแหล่งข่าวให้กับทางสื่อมวลชนสื่อสารให้กับพี่น้องประชาชนต่อไปนะครับ ก็เน้นย้ำเหมือนเดิมนะครับว่า หน้ากากผ้าถ้าท่านมี เพียงแค่หน้ากากผ้านี้ก็สามารถป้องกันได้แล้ว ใส่ทุกครั้งเวลาออกนอกเคหสถาน แล้วเราก็จะปลอดโรค ปลอดภัยนะครับ (คุณปวีณา) กราบขอบพระคุณ นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ระหว่างเจ้าหน้าที่ได้ทำความสะอาดโพเดียมและไมโครโฟนนะคะ ขอสรุปเบื้องต้น วันนี้จำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น 11 คน ทำให้ภาพรวม ผู้ป่วยติดเชื้อสะสมซึ่งทั้ง 11 คน ที่เพิ่มขึ้นมาในวันนี้เป็นผู้ที่กลับมาจากประเทศคูเวต แล้วก็อยู่ในพื้นที่ State Quarantine นะคะ ส่วนรายละเอียดเรื่องการผ่อนคลายมาตรการระยะ 3 มีการผ่อนคลายอะไรบ้าง มีอะไรที่เป็นประเด็นสำคัญ รวมถึงเหตุผลและหลักการ เพื่อที่จะให้ทุกท่านเข้าใจมากยิ่งขึ้นนะคะ โอกาสนี้ขออนุญาตเรียนเชิญทาง พลเอก สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เรียนเชิญท่านค่ะ (พลเอก สมศักดิ์) สวัสดีครับ ขออนุญาตถอดหน้ากากก่อนนะครับ ก็หลังจากที่เราได้พูดคุยกันไปเมื่อวันพุธที่ผ่านมา คณะกรรมการเฉพาะกิจที่พูดถึงเรื่องการผ่อนคลาย วันนี้ก็ได้มานำเสนอในที่ประชุม ศบค. ซึ่งก็ได้มีการพิจารณากันหลายประเด็น แล้วก็อย่างที่ท่านโฆษกฯ ได้นำเสนอไปแล้วนะครับ ก็ขอสรุปสั้น ๆ ว่า ในระยะที่ 3 นี้เรามีการผ่อนคลายในหลายกิจกรรม หลายกิจการ อันดับแรก คือการผ่อนคลายการใช้อาคาร สถานที่ของโรงเรียน และสถาบันการศึกษา มีเหตุผลสำคัญหลายประการนะครับ อันนี้ใช้เพื่อในการคัดเลือก สอบคัดเลือก ในการอบรมระยะสั้น แต่ยังไม่ได้มีการเปิดให้มีการเรียนการสอนนะครับ ใช้เพื่อประโยชน์ในการสอบคัดเลือกและฝึกอบรมเท่านั้น รวมทั้งจะให้มีการเปิดโรงเรียนนอกระบบว่าด้วยโรงเรียนเอกชน เฉพาะประเภทวิชาชีพ และประเภทศิลปะการกีฬา อันนี้เป็นเรื่องการใช้สถานศึกษานะครับ สำหรับกิจกรรมและกิจการ ผ่อนปรนในระยะที่ 3 ที่สำคัญ ๆ ก็คือ กำหนดให้มีการขยายเวลาการดำเนินการของห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า Community Mall ออกเป็น 11.00 น. ที่ท่านโฆษกได้พูดไปแล้วนะครับ มีการอนุญาตให้เปิดศูนย์แสดงสินค้า ศูนย์จัดนิทรรศการ ทั้งนี้ก็จะกำหนดไว้ในแง่ของพื้นที่ ก็คือไม่ให้เกิน 20,000 ตารางเมตรนะครับ ให้ปิดการจัดนิทรรศการ ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับห้างสรรพสินค้านะครับ อนุญาตให้เปิดสนามพระเครื่อง ศูนย์พระเครื่อง แต่ว่ามีมาตรการจำกัด ก็คือห้ามแออัด ห้ามเกิดสภาพการไร้ระเบียบครับ ร้านเสริมสวย แต่งผม ดัดผม สุภาพสตรี สุภาพบุรุษ ก็อนุญาตให้เปิดได้เหมือนปกติที่เราเปิดไปในระยะที่ 2 แล้วนะครับ ในระยะที่ 3 ก็จะผ่อนคลายมากขึ้น ทำสีผมได้ นอกเหนือไปจากการตัดผม สระผม ไปแล้วเพียงแต่จะต้องใช้เวลาในการทำกิจกรรมเหล่านั้นภายใน 2 ชั่วโมง แล้วก็ยังคงห้ามการนั่งรอภายในร้านอยู่เหมือนเดิมนะครับ เรื่องศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ผมย้ำว่ายังไม่ให้มีการเรียนการสอน หรือรับเด็กเล็กเข้ามาในศูนย์ เพียงแต่จะเปิดศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เพื่อให้ให้เจ้าหน้าที่เข้ามาประกอบอาหาร สำหรับทั้งอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อให้เป็นอาหาร เครื่องดื่มสำหรับเด็กที่อยู่ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ผู้ปกครองก็จะมารับอาหารเหล่านั้นไปแจกเด็กต่อไป เด็กเล็กนะครับ สำหรับกิจกรรมออกกำลังกายและกิจกรรมสันทนาการ ด้านคลินิกเวชกรรมเสริมความงาม อันนี้ก็จะเปิดให้บริการทั้งตัวแล้วเว้นใบหน้า ยังต้องใส่หน้ากากเป็นปกติทั้ง ผู้ให้บริการ และผู้รับบริการสถานบริการประเภทนวดเพื่อสุขภาพ สปา นวดแผนไทย นวดฝ่าเท้า ก็จะเปิดให้บริการตามปกติแล้วนะครับ แต่ว่าจะต้องมีมาตรการกำกับ เช่น ใช้เวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมง ต้องใส่หน้ากากเพื่อจับต้องใบหน้าอยู่เหมือนเดิม และแล้วก็ยังคงงดการอบตัว อบสมุนไพร อบไอน้ำ อันนี้ยังงดอยู่ต่อไปนะครับ ส่วนกิจกรรมอาบอบนวดก็ยังคงห้ามอยู่ต่อไปนะครับ สถานที่พวกฟิตเนส ไม่ว่าจะอยู่ที่ในห้าง หรือนอกห้างสรรพสินค้า ซึ่งเดิมเราอนุญาตให้ทำได้เฉพาะบางกิจกรรม ในขณะนี้ก็จะผ่อนคลายให้ทำกิจกรรมได้ทั้งหมดแล้วก็จะมีมาตรกำกับในการใช้บริการครับ เรื่องต่อไปเรื่องสนามกีฬาเพื่อออกกำลังกายและการฝึกซ้อม อันนี้ก็เป็นไปตามมากีฬาด้วย ประเภทฟุตซอล รวมทั้งมวย วอลเลย์บอล พวกนี้ก็จะมีมาตรการกำกับเรื่องการรักษาระยะห่าง บางอันก็จะมีจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม เช่น จำนวนนักกีฬาก็เป็นไปตามกติกาสากล แต่เจ้าหน้าที่จะจำกัดไว้ไม่เกิน 10 ครั้ง รวมทั้งจำกัดจำนวนเวลาในการใช้ในการทำกิจกรรมนั้น ๆ สถานที่เล่น Bowling หรือการกระทำในลักษณะเดียวกัน การละเล่นในลักษณะเดียวกัน ก็จะเปิดเพื่อให้บริการ เพียงแต่ว่าจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม รวมทั้งเวลาในการทำกิจกรรมนั้นด้วย เช่นเดียวกัน สถานบันลีลาศหรือลีลาศ ก็จะเปิดให้บริการได้ตามปกตินะครับ สระน้ำเพือการละเล่น เล่นกีฬาที่อยู่ในบึง อนุญาตให้ดำเนินการได้นะครับ ไม่ว่าจะเป็นเจ็ทสกี เครื่องเล่นบานานาโบ๊ต ที่อยู่ในบึงนะครับ อนุญาตให้เล่นได้ ไม่ใช่อยู่ในทะเลนะครับ แต่ว่าก็มีมาตรการทำความสะอาดอุปกรณ์ รวมทั้งจำกัดจำนวนผู้เล่นที่อยู่ในการเล่นแต่ละครั้ง โรงภาพยนต์โรงละคร โรงมหรสพก็จะเปิด เพียงแต่ว่าจะมีมาตรการควบคุม เช่นจำกัดผู้เข้าชมแต่ละครั้งไม่เกิน ในกรณีของระยะห่างในโรงภาพยนตร์ก็จะอนุญาตให้นั่งคู่กันได้ แต่ต้องใส่หน้ากากอยู่เหมือนเดิมนะครับ แล้วก็รักษาระยะห่างที่นั่งในโรงภาพยนตร์ แต่สรุปว่าในการฉายภาพยนตร์แต่ละครั้ง ก็ห้ามผู้เข้าร่วมชมเกิน 200 คนนะครับ กิจกรรมสุดท้ายที่จะเปิดในช่วงนี้ ก็คือ สวนสัตว์ สถานจัดแสดงสัตว์ อันนี้ก็จะเปิดตามปกติและมีมาตรการกำกับนะครับ อันนี้ก็จะเป็นกิจกรรมที่เราทราบดีว่า มีความเสี่ยงในการที่จะแพร่เชื้อโรคค่อนข้างสูง เพียงแต่ว่าทุกครั้งที่เราเรียนให้ทราบนะครับว่า การเปิด การผ่อนคลายกิจกรรม ซึ่งมีความเสี่ยงค่อนข้างสูงตามลำดับนั้นน่ะ สิ่งที่เราจะทำควบคู่กันไม่ว่าจะเป็นการสวมหน้ากาก การรักษาระยะห่าง การวัดไข้ การจำกัดจำนวนผู้เข้ากิจกรรม การล้างมือต่าง ๆ ยังคงปฏิบัติตามปกตินะครับ มาตรการบังคับในด้านกฎหมาย ผมขออนุญาตเน้นย้ำอีก 2 - 3 เรื่อง ก็คือยังคงควบคุมมาตรการทั้งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ ไว้ในระดับที่เข้มข้นเช่นเดิม เนื่องจากเราทราบดีว่าภายในประเทศค่อนข้างจัดการได้เป็นอย่างดีแล้ว แต่ว่าจากต่างประเทศการจัดการยังคงเป็นสิ่งที่น่ากังวลอยู่ เพราะฉะนั้นมาตรการการควบคุมคนไทยเข้าในราชอาณาจักร รวมทั้งคนไทยที่จะเดินทางเข้าสู่ประเทศในลักษณะเดิมนะครับ ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ห้วงระยะการห้ามออกนอกเคหสถาน หรือที่เราเรียกกันว่าเคอร์ฟิวเป็นเรื่องที่ถูกถามกันมาก ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนเป็นต้นไป ก็จะมีการผ่อนคลายเป็น 23.00 น. ถึง 03.00 น. ก็จะผ่อนคลายให้ 1 ชั่วโมง เพราะเรารู้ว่า 1 ชั่วโมงที่เราผ่อนคลายนั้น เป็นการช่วยกระตุ้นทางเศรษฐกิจช่วยการแบ่งเบาภาระ และกิจการบางอย่างที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิตปกติ ก็จะผ่อนคลายให้ 1 ชั่วโมง เป็น 23.00 น. ถึง 03.00 น. ในวันรุ่งขึ้น ข้ามจังหวัดก็เช่นเดียวกัน ในระยะที่ 3 ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน เป็นต้นไป ก็จะอนุญาตให้เดินทางข้ามจังหวัดไปมาได้ แต่ก็ไม่ถึงกับเสรีนักนะครับ เรายังคงมองเห็นว่าการอยู่ที่บ้านยังคงเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด เพียงแต่ว่าห้วงเวลาต่อไปนี้ มีความจำเป็นที่จะต้องผ่อนคลายมากขึ้น การเดินทางข้ามจังหวัดจึงเป็นสิ่งสำคัญ เป็นสิ่งจำเป็นในการดำเนินชีวิต จึงอนุญาตให้เดินทางข้ามจังหวัดได้ ภายใต้ข้อกำหนดที่ทางราชการกำหนด ซึ่งหมายความว่าแต่ละจังหวัดก็อาจจะมีความสามารถที่จะสอบท่านได้ว่าท่านไปกิจธุระอันใด ใช้เวลานานเท่าใด มาตรการนั้นก็ยังคงอยู่ เพียงแต่ยังเป็นเสรีมากยิ่งขึ้น และห้างสรรพสินค้า จะให้เปิดกิจการได้ไปจนถึงเวลา 21.00 น. ครับ นั่นคือสิ่งที่เราพูดคุยกันในวันนี้ สำหรับเรื่องสถานศึกษาขอรับไว้ก่อน แล้วก็จะไปหารือดูรายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง จะมานำเสนอในโอกาสต่อไปครับ ขอบคุณครับ (คุณปวีณา) ค่ะ สักครู่นะคะ ขออนุญาตสอบถามเพิ่มเติม ไหน ๆ ก็มีโอกาสได้พูดคุยกันแล้ว สอบถามถึงเหตุผลของการใช้เคอร์ฟิวค่ะ เพราะว่าหลาย ๆ คนบอกว่า นี่เป็นเหมือนร่มใหญ่ที่จะทำให้หน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน เรียกว่าเป็นเอกภาพมากขึ้น แต่ว่าเรื่องของเคอร์ฟิวเราได้พูดคุยอยู่ไหมคะ ว่าทำไมยังคงเอาไว้ ทำไมถึงไม่สามารถที่จะยกเลิกได้ค่ะ (พลเอก สมศักดิ์) มันมีเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งก็คือว่า ๑. เรายังห้ามการดื่มสุราในร้านอาหาร อันนั้นเป็นเรื่องสำคัญ แต่ว่าเราอนุญาตให้ขายสุรา แต่เพียงแต่ว่าต้องกลับไปทานที่บ้าน เพราะฉะนั้นเพื่อป้องกัน มีคนอยู่อีกกลุ่มหนึ่ง ที่ใช้ช่วงเวลานี้ในการมั่วสุมหรือการทำกิจกรรมที่ไม่ถูกกฎหมาย เล่นการพนันก็ดี อันนั้นมันเป็นสาเหตุของการแพร่โรคด้วยเหมือนกัน จึงต้องมีมาตรการเรื่องเคอร์ฟิวมากำกับ อันนี้เราทราบดีว่าเรื่องเคอร์ฟิว หรือการห้ามออกจากเคหสถาน ยังมีปัญหาอยู่บ้าง แต่ว่าคงเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องดำเนินการเป็นอย่างน้อยในช่วงระยะเวลานี้ แต่จะสังเกตได้ว่าลดลงไปเรื่อย ๆ ครับ ก็เดิมตั้งแต่ 22 นาฬิกา ถึงตี 4 ปัจจุบันตั้งแต่ 1 มิถุนายน คือ 23.00-03.00 น. ก็จะลดลงไปเรื่อย ๆ ครับ (คุณปวีณา) ขอขยายความเรื่องของคลินิกเสริมความงาม อันนี้เป็นประเด็นที่หลายคนถามเข้ามามากว่าให้บริการ อันนี้เรามีเงื่อนไขอะไรอย่างไรบ้าง เพื่อให้มีความเข้าใจที่ตรงกันสำหรับหลาย ๆ คนที่รอคอยอยู่ค่ะ (พลเอก สมศักดิ์) เรื่องคลินิกเสริมความงาม เราให้เสริมความงามในช่วงคอลงไป ในระยะที่ 3 นี้ ก็มีการเปิดให้เสริมความงามมากขึ้น ก็ยังมีความกังวลว่า การทำกิจกรรมใด ๆ ก็ตามที่เกี่ยวข้องกับใบหน้า อาจจะเป็นแหล่งการแพร่ระบาดโรคได้อีก ก็จะแนะนำให้ผู้รับบริการ และผู้ให้บริการยังคงต้องใส่หน้ากากอยู่ แน่นอนมีความไม่สะดวกสบายอยู่บ้าง แต่นี่เป็นมาตรการที่เราจำเป็นต้องใช้ การไม่เอามือไปสัมผัสใบหน้า แม้กระทั่งนวดแผนโบราณที่เราอนุญาตก็ไม่ได้อนุญาตให้นวดบริเวณใบหน้านะครับ เพราะใบหน้ายังเป็นสิ่งที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษอยู่ จะสักคิ้วก็คงพอเป็นไปได้ แต่ว่าทำต่ำกว่าจมูกคุณหมอคงไม่ยอมนะครับ (คุณปวีณา) ค่ะ เพิ่มเติมเรื่องของมาตรการ แน่นอนวันนี้เราต้องรอเรื่องของการประกาศในราจกิจจานุเบกษาก่อน หลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษา อันนี้เรายังต้องรอเพิ่มอยู่ไหมคะ ถูกต้องไหมคะ (พลเอก สมศักดิ์) ถูกต้องครับ (คุณปวีณา) แล้วอย่างนี้เรายังต้องรอออกมาตรการเพิ่มหรือเปล่า หรือมีผลบังคับใช้ทั่วประเทศตรงกันเลยคะ (พลเอก สมศักดิ์) มาตรการเราพูดไปหลายครั้งแล้วว่า เป็นมาตรการกลางที่ออกโดย ศบค. ซึ่งหมายความว่า ในทุกจังหวัดจะต้องปฏิบัติเป็นบรรทัดฐาน ที่แตกต่างไปจากรัฐบาลกลาง นั่นก็หมายความว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถกำกับกิจกรรมนั้น ๆ ที่เข้มข้นได้ ยังคงทำได้อยู่ เพียงแต่ว่าอันนี้เป็นมาตรการกลางเราทำมาตั้งแต่ระยะที่ 1 ระยะที่ 2 จนมาถึงในระยะที่ 3 ก็ยังคงยึดถือแนวความคิดเดิม ก็คือรัฐบาลกลาง หรือ ศบค. ออกมาตรการ ออกกิจการที่จะเปิดมีมาตรการกำกับ แต่ในขณะที่ท่านผู้ว่าแต่ละจังหวัดเห็นว่า มาตรการหลักนั้นอ่อนไปท่านก็สามารถใช้มาตรการเสริมได้ครับ (คุณปวีณา) ขออีกนิดหนึ่งเรื่องของการเดินทาง เมื่อสักครู่ท่านเลขาธิการบอกว่า เดินทางได้แต่ยังเน้นย้ำว่า เดินทางแต่กรณีจำเป็นเท่านั้น แต่ ณ วันนี้หลาย ๆ คน เริ่มมีการจองสถานที่ท่องเที่ยว ที่พักต่าง ๆ เพราะคิดว่ามีการผ่อนคลายแล้ว ถามว่า ณ วันนี้นี่ มีความเป็นไปได้ หรือว่ามีความเหมาะสม ถ้าประชาชนคิดว่า อยากจะไปผ่อนคลาย เดินทางไปท่องเที่ยวในพื้นที่พักผ่อนต่าง ๆ น่ะค่ะ (พลเอก สมศักดิ์) พื้นที่พักผ่อนที่ท่านไปพักผ่อนที่ไหน ชายทะเลขณะนี้เรายังไม่เปิด เพราะฉะนั้นก็ต้องไปดูว่าท่านจองสถานที่พักไว้ มันเกี่ยวข้องกับกิจการอะไร โบราณสถาน อันนี้ก็เปิดแล้ว อย่างที่ผมเรียนแล้ว เราก็ทราบว่าไม่มีความสะดวก เราก็ผ่อนคลายให้ แต่ว่าอยู่บ้านคงยังเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดอยู่ดี เพียงแต่ว่าถ้าจะต้องไปก็ไปได้แล้วล่ะครับตอนนี้ แต่ต้องพกบัตรประจำตัว เผื่อเจ้าหน้าที่จะสอบถาม หรือจะตรวจไข้ วัดไข้ อันนั้นก็แล้วแต่กรณีไปครับ (คุณปวีณา) ค่ะ วันนี้ต้องกราบขอบพระคุณ ท่านเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ท่านพลเอก สมศักดิ์ รุ่งสิตา ก็ถือว่ามีความชัดเจน เรื่องของมาตรการที่ออกมา ณ วันนี้ ถ้าเกิดคุณผู้ชมยังมีข้อสงสัย การปฏิบัติ อดใจรอไม่นานค่ะ เพราะว่าไม่นานนี้ทางราชกิจจานุเบกษา ก็จะมีการเผยแพร่ประกาศ เพื่อให้มีความเข้าใจที่ตรงกัน พอเห็นในรายละเอียดแล้ว เชื่อว่าทุกท่านน่าจะเข้าใจ ถึงแนวทางการปฏิบัติมากยิ่งขึ้นนะคะ เพราะว่าตอนนี้ในการผ่อนคลายในระยะที่ 3 ก็จะทำให้การทำกิจกรรม กิจการทำได้มากยิ่งขึ้น แต่ในขณะเดียวกันเราก็จะต้องระมัดระวังในการใช้ชีวิตของเรามากยิ่งขึ้นเช่นเดียวกันค่ะ ลำดับต่อไปนะคะ ขออนุญาตเรียนเชิญท่านรองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ท่านณัฐภาณุ นพคุณ สรุปประเด็นการแถลงวันนี้ในภาคภาษาอังกฤษค่ะ (คุณณัฐภาณุ) [ภาษาต่างประเทศ] Ր (คุณณัฐภาณุ) [ภาษาต่างประเทศ] สวัสดีครับ (คุณปวีณา) กราบขอบพระคุณนะคะ ท่านณัฐภาณุ นพคุณ รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ และสำหรับวันนี้การแถลงข่าวจากศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ดิฉันปวีณา ฟักทอง พร้อมทีมงานลาไปก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ [สิ้นสุดการถอดความ] Ր