--- title: การแถลงข่าวศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ช่วง 11.30-12.30 (30 พ.ค. 63) subtitle: date: วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม 2563 เวลา 10.45 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) ตุลาคม 58 ด้วย ตุลาคม 58 ใช่ไหม เงินอุดหนุนเด็กที่จะได้เดือนละ 600 บาท (นายแพทย์ วรตม์) สวัสดีพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกท่านนะครับ การแถลงข่าวของศูนย์บริหารสถานการณ์ COVID-19 ประจำวันที่ 30 พฤษภาคม พุทธศักราช 2563 หรือ ศบค. นะครับ วันนี้ถ่ายทอดสดจากกระทรวงสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี กระผมโฆษกกรมสุขภาพจิต รับหน้าที่เป็นพิธีกรในวันนี้ครับ พี่น้องประชาชนครับ ทุกวันเสาร์ - อาทิตย์ นี้ การแถลงข่าวจะแบ่งเป็น 2 ช่วง ช่วงโดยช่วงแรกเป็นการรายงานประจำวันนะครับ และช่วงที่ 2 วันนี้ เป็นความรู้ดี ๆ จากกรมสุขภาพจิต โดยเราจะมาพูดถึงผลกระทบต่อสถานการณ์โควิด-19 ต่อประชาชนต่อเด็กและเยาวชน การปฏิบัติของผู้ปกครองที่จะช่วยเหลือบุตรหลานของท่านอย่างไร หลังจากที่มีการผ่อนปรนมาตรการในการเปิดเทอมต่อไปครับ ในช่วงแรกครับการแถลงข่าวประจำวันในวันนี้เป็นอย่างไร กราบเรียนเชิญ แพทย์หญิง พรรณประภา ยงค์ตระกูล ผู้ช่วยโฆษก ศบค. ครับ (แพทย์หญิง พรรณประภา) (แพทย์หญิง พรรณประภา) สวัสดีพี่น้องประชาชนนะคะ ดิฉัน แพทย์หญิง พรรณประภา ยงค์ตระกูล พบเจอกันอีกครั้งนะคะในวันหยุด วันนี้วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม2563 สำหรับวันนี้ค่ะ ตัวเลขผู้ติดเชื้รายใหม่ของเราในวันนี้คือ 1 ราย โดยผู้ป่วย 1 รายนะคะเป็นผู้ป่วยที่กลับมาจากต่างประเทศค่ะ สำหรับภาพรวมของประเทศไทยในวันนี้นะคะ ผู้ป่วยสะสมอยู่ที่ 3,077 รายค่ะ ผู้ป่วยสะสมภายในประเทศ 2,434 ราย มาจากต่างประเทศ 633 ราย และวันนี้เป็นที่น่ายินดีนะคะจากที่เมื่อวานไม่มีผู้ป่วยกลับบ้าน วันนี้มีผู้ป่วยกลับบ้านได้เพิ่มขึ้น 16 ราย รวมหายป่วยแล้วนะคะ 2,961 ราย และกำลังรักษาตัวในโรงพยาบาล59 ราย เสียชีวิตวันนี้ไม่มีเพิ่มขึ้นนะคะ ยังอยู่ที่ 57 คนค่ะ จากตัวเลขผู้ป่วยในวันนี้นะคะก็จะเห็นได้ว่าผู้ป่วย 1 รายเป็นผู้ป่วยที่พบใน State Quarantine ก็คือเดินทางกลับมาจากต่างประเทศ นั่นหมายความว่าจำนวนผู้ป่วยในประเทศจริง ๆ ในวันนี้ก็คือ 0 ราย นอกเหนือจากนี้ค่ะ หลังจากที่มีมาตรการผ่อนคลายในระยที่ 2 ที่ผ่านมานะคะตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม จนถึงวันนี้จำนวนตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ใน 14 วัน เป็น 52 ราย โดยส่วนใหญ่แล้วเป็นผู้ป่วยที่อยู่ใน state quarantine ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ ก็คือ 43 รายค่ะ มีเพียง 9 รายเท่านั้นที่มีการติดเชื้อภายในประเทศ นั่นก็คือผู้ป่วยที่สัมใกล้ชิดกับผู้ป่วยก่อนหน้า หรือผู้ป่วยที่ไปในสถานที่ชุมชน สำหรับตัวเลข 9 รายนี้ค่ะ ก็เป็นตัวเลขที่น่าพึงพอใจ จากสถานการณ์การระบาดอย่างหนักในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา จนถึงวันนี้จะเห็นว่าตัวเลขที่ลดลง แต่อย่างไรก็ตามค่ะจากตัวเลขที่ลดลงนี้ เราก็ยังไม่สามารถที่จะลดการ์ดลงได้นะคะ เนื่องจากในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ค่ะ หรือวันที่ 1 มิถุนายน จะมีมาตรการในการผ่อนคลายในระยะที่ 3 ตามด้วยมาตรการในการผ่อนคลายในระยะถัดไป ความร่วมมือของพี่น้องประชาชนในการปฏิบัติตามมาตรการการติดเชื้อต่าง ๆ ยังเป็นสิ่งที่จำเป็นในการป้องกันการระบาดที่อาจจะเกิดขึ้นใหม่ได้ค่ะ สำหรับผู้ป่วยสะสมในประเทศไทย จำแนกตามเพศตอนนี้ก็ยังเป็นเพศชายมากกว่าเพศหญิงนะคะ จำแนกตามพื้นที่การรักษา มากที่สุดยังคงเป็น กรุงเทพฯ และนนทบุรีค่ะ ตามมาด้วยภาคใต้ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ อายุเฉลี่ยอยู่ที่ 39 ปี ค่ะ สำหรับผผู้ป่วยสะสมตามจังหวัดในประเทศไทยนะคะ มากที่สุดอยู่ที่กรุงเทพมหานคร 1,935 ราย 35 รายค่ะ ตามมาด้วยภูเก็ตและนนทบุรี โดยภูเก็ตนะคะจะเห็นว่ามีจำนวนผู้ติดเชื้อต่อประชากร 1 แสนคนมากที่สุด ก็คือ 54.91 ต่อประชากร 1 แสนคนค่ะ สำหรับรายละเอียดของผู้ป่วยในวันนี้ เป็นผู้ป่วยที่เดินทางกลับมาจากซาอุดิอาราเบีย เพศชายอายุ 26 ปี อาชีพนักศึกษา มหาวิทยาลัยอายูป เดินทางกลับจากกรุงริยาด กรุงกัวลาลัมเปอร์เดินทางเข้าประเทศไทย เดินทางเข้าถึงไทยในวันที่ 25 พฤษภาคม เวลา 08.00 น. นะคะโดยมีผู้โดยสารเดินทางมาโดยรถบัสนี่ 39 คน เข้าพักใน State Quarantine ในจังหวัดนราธิวาสค่ะ ในการตรวจครั้งที่ 1 ในวันที่ 25 พฤษภาคม ไม่พบเชื้อนะคะ และในวันที่ 28 พฤษภาคม ได้มีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ หายใจลำบาก จึงมีการตรวจซ้ำอีกครั้งวันที่ 28 พฤษภาคม ผลพบเชื้อจึงเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลในจังหวัดนราธิวาส ส่วนผู้ที่เดินทางมาพร้อมกันในรถบัสคนอื่น ๆ นะคะ ตอนนี้ก็มีการตรวจเชื้อว่ามีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นหรือไม่ค่ะ สำหรับสถานการณ์ของ COVID-19 ในสถานกักกันของรัฐนะคะ ประเทศต้นทางที่เดินทางมามากที่สุดก็คือคนไทยกลับมาสะสมสูงสุด เป็นประเทศอินโดนีเซียนะคะ 302 คน 65 ราย รองลงมาคือคูเวตและซาอุดีอาระเบียค่ะ โดยคนไทยกลับมาสะสมจนถึงวันนี้นะคะทั้งสิ้น 20,953 ราย และพบผู้ป่วยยืนยันใน state quarantine มาที่สถานการณ์ของ COVID-19 ทั่วโลก ในวันนี้มีผู้ป่วยยืนยันสะสมทั่วโลกมากกว่า 6,000,000 คน โดยในวันนี้ค่ะผู้ป่วยรายใหม่พบมากที่สุดตั้งแต่มีการระบาดของเชื้อโควิด-19 มา ก็คือ2,500 รายค่ะ และชีวิต สะสมอยู่ที่ 366,000 รายค่ะ เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 4,788 คนค่ะ สำหรับประเทศที่มีผู้ป่วยยืนยันสะสมมากที่สุดนะคะ ยังคงเป็นประเทศสหรัฐอเมริกา มีผู้ป่วยยืนยันสะสมเกือบ 1 ล้าน 8 แสนรายค่ะ 25,000 ราย สำหรับประเทศบราซิล ในวันนี้มีผู้ป่วยรายใหม่เกิดขึ้นคือมากกว่า 29,000 รายค่ะ และประเทศอินเดียในฝั่งเอเชีย อินเดียอยู่ใน TOP 10 นะคะ ของประเทศที่มีผู้ป่วยยืนยันสะสมสูงสุดของโลกค่ะ สถานการณ์ของโควิดในฝั่งเอเชียของเรานะคะ ประเทศที่มีผู้ป่วยยืนยันสะสมมากที่สุดก็ยังเป็นอินเดีย ตามด้วยปากีสถานบางกาลาเทศและฟิลิปปินส์ สำหรับประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 77 คงที่ค่ะ ตัวนี้เป็นกราฟนะคะแสดงถึงสถานการณ์ของผู้ป่วยรายใหม่ทั่วโลกค่ะ จะสังเกตว่าเส้นดีแดงคือประเทศบราซิลในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเลยนะคะ ตามมาด้วยสหรัฐอเมริกา รัสเซีย และก็อินเดียค่ะ สำหรับสถานการณ์ของโควิดในฝั่งเอเชียนะคะ อันนี้เป็นกราฟแสดงผู้ป่วยรายใหม่ ประเทศอินเดียในกราฟสีเขียวยังเป็นประเทศที่มีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องค่ะ ตามมาด้วยปากีสถาน บังกลาเทศ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซียและสิงคโปร์ค่ะ สำหรับประเด็นที่น่าสนใจในต่างประเทศในวันนี้ มาจากเกาหลีใต้ เกาหลีใต้ประกาศปิดบางพื้นที่ต่อนะคะ เนื่องจากวันเดียวมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเกือบ 100 ราย นายพักมิงฮู ประธานาธิบดีกระทรวงสาธารณสุขของเกาหลีใต้ ประกาศว่าพิพิธภัณฑ์ สวนสาธารณะ สถานที่จัดแสดง จะถูกปิดอีกครั้งเป็นเวลา 2 สัปดาห์ รวมทั้งกักกันทุกอย่างในกรุงโซนะคะ ขณะที่บริมาใช้มาตรการในการป้องกันโควิดในการทำงานอีกครั้ง นอกจากนี้กระทรวงสาธารณสุขยังงดเว้นการพบปะทางสังคม และงดการเดินทางไปยังสถานที่ที่มีคนพฃุกพล่าน ส่วนอาคาร สถาน ศาสนาต่าง ๆ นะคะ ให้ระมัดระวังเป็นพิเศษ ในขณะที่โรงเรียนยังไม่ได้เลื่อนกำหนดการเปิดเรียนค่ะ ล่าสุดพบผู้ติดเชื้อ COVID-19 รายใหม่ถึง 79 ราย ในช่วงตลอดระยะเวลา 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ก็นับเป็นสถิติสูงสุดของเกาหลีใต้เลยค่ะ อีก 1 ประเด็นที่น่าสนใจมาจากประเทศฟิลิปปินส์ค่ะ ประเทศฟิลิปปินส์เลื่อนเปิดเทอมเป็นเดือนสิงหาคม 2563 กระทรวงศึกษาธิการของฟิลิปปินส์เปิดเผยว่าระดับประถมและมัธยมจะกลับมาเปิดเรียนในเดือนสิงหาคม แต่ยังไม่อนุญาตให้เปิดการเรียนการสอน ทางกระทรวงได้ออกมาชี้แจงถึงแผนดังกล่าว หลังจากที่ประธานาธิดีได้กล่าวมาต้นสัปดาห์นี้ว่าจะไม่อนุญาตให้นักเรียนและนักศึกษา กลับมาเรียนที่โรงเรียนได้จนกว่าจะมีการผลิตวัคซีนโควิด-19 ออกมาใช้ได้อย่างสำเร็จค่ะ แต่ก็มีการทนแรงกดดันไม่ไหวนะคะ จึงมีการประกาศเปลี่ยนว่าจะมีการเปิดเทอมในเดือนสิงหาคมนี้ค่ะ (นายแพทย์ วรตม์) ขอบคุณอาจารย์พรรณประภานะครับ วันนี้มีคำถาม 2 คำถาม ถึงท่านผู้ช่วยโฆษก ศบค. คำถามแรกครับในการระบาดของ COVID-19 ณ ตอนนี้ เราเห็นตัวเลขผู้ป่วยที่ติดเชื้อมากขึ้นใน State Quarantine เข้ามาครับว่าการรับคนไทยเข้ามาจากต่างประเทศเพื่อกลับบ้านสู่ประเทศเรามีความจำเป็นอย่างไรครับ (แพทย์หญิง พรรณประภา) เราก็เชื่อเหลือเกินว่าคนไทยที่อยู่ในต่างประเทศในตอนนี้ค่ะ ก็คงจะกังวล เครียด แล้วก็อยากกลับบ้าน การที่สถานการณ์ทั่วโลกในตอนนี้ค่ะมีการติดเชื้อ COVID-19 การที่เราจะรับคนไทยกลับบ้านก็เป็นสิ่งที่เราจะทำเพื่อคนไทยด้วยกัน เมื่อคนไทยได้เดินทางกลับบ้าน เราดูแลเขาอย่างดีที่สุดในสถานกักกันขอซึ่งมีมาตรการในการดูแลรักษา แล้วก็ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อคนไทยที่อยู่ในประเทศค่ะ เชื่อว่าการดูแล เมื่อคนไทยเหล่านี้ได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดี หลังจากที่สถานการณ์คลี่คลายและดีขึ้นแล้ว คนไทยเหล่านี้ก็น่าจะได้กลับมาทำประโยชน์ให้กับประเทศไทย ได้ดูแลประเทศไทยของเราเหมือนกับที่ประเทศไทยได้ดูแลพวกเขาเป็นอย่างดีค่ะ (นายแพทย์ วรตม์) ครับคำถามที่ 2 ครับ ในช่วงวันที่ 1 มิถุนายน จะมีการเปิดระยะที่ 3 แล้ว ผ่อนคลายระยะที่ 3 ท่านผู้ช่วยโฆษก ศบค. มีอะไรจะบอกให้คนไทยส่วนใหญ่ครับ เมื่อเรามาถึงจุดที่เราผ่อนปรนในระยะที่ 3 ครับ (แพทย์หญิง พรรณประภา) สำหรับมาตรการการผ่อนคลายที่จะเกิดขึ้นในระยะที่ 3 ในวันจันทร์ที่จะถึงนี้มาตรการการผ่อนคลายเกิดขึ้นเพื่อให้พี่น้องประชาชนทุกคนรู้สึกผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น และมีความสุขมากยิ่งขึ้นในการใช้ชีวิตประจำวันค่ะ ชีวิตประจำวันใหม่ที่เกิดขึ้นก็คงเป็นสิ่งที่เรียกว่า เป็น New Normal คือเป็นวิถีชีวิตใหม่ วิถีชีวิตใหม่เหล่านี้ค่ะเมื่อเกิดขึ้นแล้วในการผ่อนคลาย ก่อนหน้านี้เหมือนดึงชะเย่อ คือเรากำลังดังชักเย่อดึงด้วยแรงที่มาก ก็คือมาตรการอื่น ๆ ในการช่วยเป็นแรงดึงในการต่อสู้กับ COVID-19 แต่เมื่อเราผ่อนคลายมาตรการจากระยะที่ 1 เข้าสู่ระยะที่ 2 เข้าสู่ระยะที่ 3 การผ่อนคลายก็เหมือนการปล่อยมือ เพราะฉะนั้นมือที่เหลืออยู่ก็ต้องดึงด้วยแรงที่มากแล้วมือที่เหลืออยู่นี้ก็คือมือของพี่น้องประชาชนทุกคนค่ะ ที่จะต่อสู้กับ COVID-19 นั่นคือการที่เราร่วมมือร่วมใจกันปฏิบัติตามาตรการป้องกันการติดเชื้อ ไม่ว่าจะเป็นการสวมหน้ากากอนามัย การล้างมือบ่อย ๆ การเว้นระยะห่างทางสังคม จะร่วมมือกันได้ ทำให้เราฝ่าพ้นวิกฤตินี้ไปได้ด้วยกันค่ะ (นายแพทย์ วรตม์) ครับกราบขอบพระคุณนะครับ กราบขอบพระคุณแพทย์หญิง พรรณประภา ยงค์ตระกูล ครับ วันนี้เรามีผู้ป่วยรายใหม่เพียง 1 ราย แล้วก็ไม่มีผู้เสียชีวิตนะครับ แต่อย่างไรก็ดีครับ มาตรการหลาย ๆ อย่างยังมีความจำเป็น และความสำคัญอยู่ ที่พี่น้องประชาชนจะต้องปฏิบัติตัวต่อไป หลังจากนี้ครับเราจะมีการแถลงข่าวของกระทรวงสาธารณสุขต่อโดยเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก ๆ ครับ เนื้อหาข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบของเด็กที่อยู่ที่บ้าน จากภาวะ COVID-19 นะครับ และการปฏิบัติตัวของผู้ปกครอง ต่อไปในอนาคตข้างหน้า แต่ก่อนอื่นครับ ก่อนที่เราจะไปถึงการแถลงข่าวของกระทรวงสาธารสุขนั้นเรามีคลิปดี ๆ ครับที่เกี่ยวกับความในใจของผู้ติดเชื้อ COVID-19 และการตีตราที่ไม่จำเป็นครับ [เสียงวิดีโอ] พูดตรง ๆ เลยนะครับ ต้อเหมือนเราติดคุกค่ะ ขนาดลงไปข้างล่าง ถ้าเราใช้ลิฟต์ไปกักตัวที่ต่างจังหวัด เป็นบ้านกลางทุ่งนอกหมู่บ้านประมาณ 2-3 ชั่วโมง มีข้อความเข้ามาจาก social ไม่ได้แล้วนะ พอเขารู้ว่าเพื่อนพี่คนนี้เจอกับกี่ เพื่อนพี่โดนรังเกียจ คือการที่ว่านั่งประชุมกันในฝ่าย แอลกอฮอล์ฉีดใส่ตัวเพื่อนพี่ จริง ๆ โควิดไม่ได้น่ากลัวนะครับ สังคมข้างนอกน่ากลัว คือเข้าใจไหมคะ ร่างกายเรารักษาได้ เราทำตามคุณหมอแนะนำ เราไม่อยากให้คนอื่นติดเหมือนกัน มาอยู่ที่บ้านใช่ไหมคะ ถ้าให้เลือกกลับไปอยู่โรงพยาบาลดีกว่า ฟ้องเจ้านายใหญ่ว่าจะให้ครอบครัวนี้มาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไรน้องที่เขามี facebook ผมก็ถ่ายรูปใบรับรองแพทย์ให้เขาไปให้เขาไปแชร์ คือคิดว่าสถานการณ์น่าจะดีขึ้น Feedback จากครอบครัวก็ยังเหมือนเดิม ยังไปไหนไม่ได้ ไม่รู้เรื่อง อย่างคนในบ้าน พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย พ่อแม่พี่น้องโดนผลักไปอยู่กับกลุ่มคนป่วยเหมือนเราเป็นตัวประหลาด ใช้ชีวิตยากกว่าอยู่ในโรงพยาบาลอีกครับ สิ่งที่คนเผชิญอยู่ คือเผชิญกับความไม่รู้ ฉันไม่น่าไปสนามมวย ฉันไม่น่าไปเที่ยวผับในวันนั้นเลย ต่อกับคน ๆ นี้เลย เขาอาจจะโทษตนเองว่าเป็นความผิดของเขาโรคนี้ก็เหมือนโรคไข้ แต่ก็ยังไม่มียารักษา เขาก็คง ซึ่งเมื่อก่อนเขาก็เคยคุยกับเรา COVID-19 เป็นโรคติดเชื้อที่เป็นแบบเฉียบพลัน พอหายแล้วก็คือจบ บุคคลที่หายป่วยจาก COVID-19 เวลาเขากลับไปสู่สังคมแล้ว เขามีส่วนช่วยในการแพร่กระจายเชื้อ อาจจะเป็นไข้หวัดหรืออาจจะเป็น COVID-19 ก็ตาม และอันนี้ก็เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดผลเสียกับบุคคลที่ตีตรา (นายแพทย์ วรตม์) กล้าเข้ามาสู่ช่วงที่ 2 ของการแถลงข่าวจาก ศูนย์บริหารสถานการณ์ COVID-19 หรือ ศบค. นะครับ พี่น้องประชาชนก็ได้เห็นแล้วว่าสถานการณ์ของ COVID-19 นั้นทำให้ชีวิตคนเปลี่ยนไปนะครับ ความเห็นอกเห็นใจกันจึงเป็นเรื่องที่สำคัญครับ ในช่วงลำดับถัดไปเป็นการแถลงข่าวของกระทรวงสาธารณสุขครับ วันนี้มีเนื้อหาที่น่าสนใจอย่างมากครับ จากสถานการณ์ COVID-19 เป็นอย่างไรปฏิบัติตัวของผู้ปกครองนั้นจะเป็นอย่างไร วันนี้เราได้รับการจากแพทย์หญิง ผู้อำนวยการสถาบันพี่น้องประชาชนทุก ๆ คนค่ะ แล้วก็คุณพ่อคุณแม่ แล้วก็น้อง ๆ ที่อยู่ทางบ้าน น้อง ๆ หลาย ๆ คนอาจจะบอกว่าเริ่มจะเบื่อแล้วละค่ะ ที่ต้องกักตัวอยู่ที่บ้าน อยู่ที่บ้านนาน ๆ นะคะ วันนี้คุณหมอจะมาเล่าให้ฟังว่ามีผลกระทบอย่างไรบ้างจากในเรื่องของสถานการณ์ COVID-19 นะคะ เราจะเห็นว่าสถานการณ์ของ COVID-19 นี่มีผลกระทบกับผู้ใหญ่หลาย ๆ คน แต่อยากจะบอกว่าในกรมสุขภาพจิตเองมีการสำรวจนะคะ กับเด็ก ๆ ด้วยนะคะ ตั้งแต่เด็ก ๆ ที่อยู่ตั้งแต่แรกเกิดในเรื่องของพัฒนาการ พอโตขึ้นมาน้อง ๆ มีผลกระทบมีความเครียดเรื่องของสุขภาพจิตค่ะ ตอนนี้น้อง ๆ หลาย ๆ คนเริ่มมีการเรียนออนไลน์ก็จะมีผลกระทบด้วยนะคะ แล้วบางครั้งเองเราก็เห็นในข่าวนะคะ น้อง ๆ นี่มีโดนทำร้ายร่างกายจากคุณพ่อคุณแม่บ้าง หรือโดนคุกคามทางเพศบ้าง และอันสุดท้ายที่จะเอามาฝากก็คือเรื่องของการติดเกมนะคะ ก็เดี๋ยวเราตามไปดูนะคะ ในช่วงที่มี COVID-19 บุคลากรกระทรวงสาธารณสุขเองก็ได้มีการทำกระตุ้นพัฒนาการเด็กอยู่นะคะตั้งแต่แรกเกิดถึง 3 ขวบนะคะ โดยตัวเลขเราจะเจอว่า ตัวเลขที่อยู่กับคุณพ่อคุณแม่พบว่าความสัมพันธ์กับคุณพ่อคุณแม่ กับน้อง ๆ เล็ก ๆ เอง แยกเป็นรายเขตสุขภาพทั่วประเทศไทย พบว่าน้อง ๆ ที่มีพัฒนาการล่าช้า มีการพัฒนาที่ดีขึ้นค่ะ โดยตัวของตัวบุคลากรสาธารณสุขใจแอปพลิเคชัน line และในระบบ online ในการติดตาม ใช้ความรักความผูกพันตรงนี้ค่ะ ทำให้เด็ก ๆ กลับมาสมวัยได้ดีขึ้น ก็จะเห็นว่าตัวเลขตรงนี้บุคลากรสาธารณสุขเองและตัวคุณพ่อคุณแม่นะคะ พอขยับมาดูน้อง ๆ นะคะที่เริ่มโตขึ้นมา ตั้งแต่อนุบาลตอนนี้ก็ปิด ศูนย์เด็กเล็กก็ปิด มีการสำรวจค่ะ โดยองค์การยูนิเซฟร่วมกับสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย ในช่วงเดือนมีนาคมกับเมษายนช่วงที่เรากักกันตัวค่ะ ในสีแดงนะคะ น้อง ๆ เองนะคะตั้งแต่เด็กเล็ก ๆ เองนะคะ จนถึงวัยรุ่นเขามีความกังวลเหมือนกันว่าสถานะทางเศรษฐกิจที่บ้านเป็นอย่างไร เด็ก ๆ รับรู้นะคะว่าคุณพ่อคุณแม่เริ่มมีความเครียดที่ต้องหยุดทำงาน คุณพ่อคุณแม่บางคน Work Form Home ค่ะ แต่บางคนนี่ทำในเรื่องที่แบบ... ไม่มีงานทำค่ะ ซึ่งตรงนี้เด็ก ๆ รับรู้ แล้วก็มีความเครียดด้วย ถามว่าน้อง ๆ มีความเครียดในเรื่องของการเรียนการสอบไหม จะเห็นว่าเครียดเล็ก ๆ ไม่ได้เครียดมาก เพราะว่าโรงเรียนเองนะคะก็มีการให้การบ้านมีการส่งงานกันทางผ่านโซเชียลมีเดียหรือ online แล้วก็เด็ก ๆ หลายคนที่เป็นวัยรุ่น ก็มีการทำงานบ้าง หลาย ๆ คนนะคะ ก็พบว่าก็จะมีความกังวลในเรื่องของการทำมาหากิน แต่อยากจะให้ดูในเรื่องของสีเขียวค่ะ ปฏิสัมพันธ์นะคะกับคนรอบ ๆ ตัวนะคะของเด็กไทยเองนะคะ ทั่วทุกประเทศ ก็พบว่าน้อง ๆ เองไม่ได้มีความเครียดความกังวลด้านนี้ ก็จะเห็นว่าเด็ก ๆ ไทยปรับตัวได้ค่อนข้างดี แล้วก็ความกังวลของคุณพ่อคุณแม่ส่งต่อไปถึงความกังวลของลูก ๆ ด้วยค่ะ แต่อย่างไรก็ตามคุณหมออยากให้โฟกัสในเรื่องของน้อง ๆ นะคะที่อยู่ในกลุ่มเปราะบางนะคะ ซึ่งตอนนี้รัฐบาลเองก็ได้มีการช่วยเหลือครอบครัวของน้อง ๆ เอง ไม่ว่าจะเป็นการให้เงินสนับสนุนนะคะ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มที่ยากจน ครอบครัวที่มีความเปราะบาง มีความเชื่อมโยงกับยาเสพติดซึ่งตรงนี้ก็ยังเป็นแก็บอยู่ว่าติดตามดูนะคะ แล้วก็กลุ่มที่เป็นคนไข้ของคุณหมอค่ะ ก็คือเรื่องของกลุ่มที่ต้องได้รับการช่วยเหลือเป็นพิเศษ ผู้พิการทั้งหลายที่มีความกังวลมากกว่าเด็กปกติทั่ว ๆ ไปในทุกกลุ่มวัยด้วยค่ะ ทางกรมสุขภาพจิตค่ะก็ได้มีการจัดทำเพจขึ้นมา แล้วก็มีการส่งเสริมในเรื่องของการระบายความเคียรดสร้างความผูกพันในครอบครัว โดยเราใช้ชื่อว่า บ้านพลังใจโดยได้รับทุนสนับสนุนจาก สสส. ซึ่งในวันเสาร์วันนี้นะคะ สักเวลา 3 ทุ่มนะคะ ข้อมูลดี ๆ นะคะจะมาเล่าให้เราฟังว่าในครอบครัวจะสร้างความผูกพันอย่างไร ระหว่างความเครียดอย่างที่หมอแสดงให้เห็นได้อย่างไร รายการนี้ทำมาได้ประมาณ 1 เดือน สำหรับผู้ที่สนใจก็สามารถติดตามชมได้ทาง เพจของเฟซบุ๊กนะคะ บ้านพลังใจ เพื่อชมรายการย้อนหลังได้ค่ะ เราอยากเติมพื้นที่ความสุขนะคะที่อยู่เป็นเพื่อนกับครอบครัวได้ตลอดทั้งวัน มาถึงเรื่องของการเรียนออนไลน์ค่ะ เราจะเห็นว่าน้อง ๆ มีการบ้านที่ต้องส่งคุณครู หลาย ๆ คนรอลุ้นว่าจะเปิดเทอมเมื่อไรนะคะ มีข่าวอัปเดตว่าตอนนี้นี่โรงเรียนเอกชนเองก็อาจจะต้องเลื่อนเตรียมความพร้อมไปเปิดพร้อม ๆ กับโรงเรียนสังกัดรัฐบาล น้อง ๆ ก็อาจจะยังต้องมีบทเรียนออนไลน์อยู่นะคะ แล้วก็ต้องมีการบ้านส่ง แต่อย่างไรก็ตามคุณพ่อคุณแม่ยังต้องเป็นตัวช่วยนะคะในการที่จะต้องให้น้อง ๆ เรียนรู้ โดยเฉพาะเด็กเล็ก ๆ ค่ะ ยังมีข้อจำกัดอยู่นะคะ แล้วก็หลาย ๆ คนอาจจะต้องรวมกลุ่มกัน เพราะมีข้อจำกัดในเรื่องของทรัพยากรพอสมควรและก็คนไข้ของคุณหมอค่ะ ที่บางทีนี่ก็ต้องมีการดูแลเป็นพิเศษ และอันสุดท้ายเด็ก ๆ เองนะคะ อยู่หน้าจอมาก ๆ ลดการเคลื่อนไหวตัวเองนะคะก็จะเกิดภาวะเด็กอ้วนขึ้นมา แล้วจะเห็นว่าเด็ก ๆ เอง กินอาหารจากที่เราต้องไปตุนอะไรต่าง ๆ นานา นะคะ ที่เป็นลักษณะของพลังงานค่อนข้างสูง อาหารสำเร็จรูป เรื่องพวกนี้จะต้องฝากคุณพ่อคุณแม่ต้องมีการกระตุ้นเตือนเด็ก ๆ นะคะลุกเดินออกจากหน้าจอบ้างนะคะ แล้วก็มีการเสริมเรื่องของอาหารด้านอื่น ๆ บ้าง เพื่อที่จะให้เด็ก ๆ เองไม่มีปัญหาในเรื่องของอ้วนต่อไปนะคะสำหรับคำแนะนำนะคะ ใน 1 เดือน ตรงนี้ค่ะ อยากจะชวนคุณพ่อคุณแม่ได้ลองเด็ก ๆ ที่อยู่ที่บ้าน ลองกลับนะคะ ไปสู่กิจวัตรประจำวัน ลองซ้อมกันสักเดือนหนึ่งว่าเราจะต้องกลับไปกิจกวัตรประจำวัน น้อง ๆ หลาย ๆ คนอยู่ในช่วงของปิดเทอมนานเป็นพิเศษนะคะ เราลองค่อย ๆ ขยับเวลาในการที่จะต้องกลับมาตื่นแต่เช้า นะคะ แล้วก็การกินนะคะให้เป็นเวลาเพราะเดี๋ยวเราต้องเริ่มไปโรงเรียนแล้ว อีก 1 เดือนนะคะ อันที่ 2 มีสิ่งที่ต้องเพิ่มเติม เราต้องใส่แมสก์เหมือนเดิมนะคะ หมั่นล้างมือบ่อย ๆ นะคะ แล้วก็เว้นระยะห่าง ซึ่งตรงนี้เวลาที่เราจะต้องไปโรงเรียนก็ต้องทำตรงนี้เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นนี่เป็นการซ้อมใหญ่ 1 เดือนนะคะ อันสุดท้ายค่ะ คือผู้ปกครองนะคะใช้เวลาสื่อสาร ทำความเข้าใจกับวิถีชีวิตใหม่ที่จะเกิดขึ้นมา ให้ลูก ๆ เข้าใจค่ะ อาจจะบอกว่าเด็ก ๆ เล็ก ๆ เอง บางครั้งไม่ค่อยเข้าใจ แต่ถ้าคุณพ่อคุณแม่อธิบายด้วยเหตุด้วยผล นะคะเด็ก ๆ เองก็จะปรับตัวได้นะคะ แล้วก็จะเป็นนักเรียนที่ดีของคุณครูในเดือนกรกฎาคมด้วยค่ะ ก็ให้กำลังใจนะคะ ใในช่วงที่ลูก ๆ อยู่กับคุณพ่อคุณแม่ คุณพ่อคุณแม่ก็จะต้องปรับตัวในการที่จะเป็นคุณครูร่วมด้วยนะคะ มาถึงอีกประเด็นหนึ่งนะคะ ก็คือเรื่องของประเด็นการติดเกม น้อง ๆ เองอาจจะมีปัญหาในเรื่องของการที่ใช้เวลาอยู่กับ social media มาก ๆ มีงานวิจัยค่ะ ของญี่ปุ่นนะคะ เขาทำงานวิจัยขึ้นมาในช่วงที่เขาติดโควิด แล้วเขาจะต้องกักตัวเหมือนในประเทศไทยนี่ละค่ะ ก็พบว่าน้อง ๆ เองมีโทรศัพท์มือถือกันทุกคนเลยค่ะ แล้วก็ใช้เวลากับมือถือสมาร์ทโฟนเพิ่มขึ้น ใน ม. ปลาย กับ ม. ต้น เพิ่มขึ้นพอ ๆ กันเลยค่ะมีอยู่ 10 คน ก็ 7 คนค่ะ ที่ใช้เยอะ อีก 3 คนก็ไปทำอย่างอื่น ช่องทางการใช้งานของเด็ก ๆ เองส่วนมากแล้วเขาก็จะใช้เรื่องของ Youtube เหมือนเมืองไทยเลยใช่ไหมคะ Youtube ชาแนลนิยมมากในคนเอเชีย และอีกส่วนหนึ่งก็จะเล่นเกมนะคะ เพราะฉะนั้นนี่ความกังวลของคุณพ่อคุณแม่ที่เห็นว่าเด็ก ๆ เล่นเกมส์หรือเปล่า ไม่ใช่ค่ะ เด็ก ๆ ส่วนมากก็จะ View ในการดู Youtube เพราะฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่ก็สามารถที่จะเลือกช่องทางแนะนำลูก ๆ ได้ว่าจะดู Youtube อะไร อันสุดท้ายค่ะ วิดีโอเกมซึ่งเป็น off line นะคะ กลับมาแล้วค่ะ เพราะบริษัทเกม ก็พยายามหาช่องทางตรงนี้มาให้น้อง ๆ คลายเครียด องค์การอนามัยโลกออกมาสนับสนุนนะคะ ในช่วง Work Form Home กักกันตัวอยู่ที่บ้าน ให้ผู้ใหญ่เล่นเกม วิดีโอเกมนี่ค่ะ แต่เด็ก ๆ เองต้องอยู่ในเรื่องของการควบคุมดูแลของคุณพ่อคุณแม่ด้วยนะคะ หมอมีข้อแนะนำค่ะ ใน 3 อย่างที่จะดู คือต้องทำเวลาที่เราอยู่ที่บ้านนะคะเราก็คงต้องกำหนดเวลาในการเล่นด้วยพอสมควรนะคะ แต่เดิมนี่ตอนที่ยังไม่มีการกักกันตัวนะคะ ของสมาคมทางจิตแพทย์ และสมาคม2 ชั่วโมงต่อวันพอนะคะ เด็ก ๆ คราวนี้ 24 ชั่วโมงอยู่บ้านทั้งวัน ก็คงต้องทำความตกลงกับน้อง ๆ นะคะกับลูกนะคะว่าเราจะต้องเล่นเกมอย่างไร แล้วก็ใช้เวลาเท่าไร อันนี้แล้วแต่บ้านนะคะไม่ได้มีข้อกำหนดข้อห้าม แต่ระหว่างชั่วโมงอยากให้เด็ก ๆ ลุกขึ้นมาทำอย่างอื่นด้วยค่ะ อันที่ 2 ค่ะ ตกลงโปรแกรมที่เล่นกันด้วยว่าโปรแกรมที่เล่นเป็นอย่างไรบ้างนะคะแล้วก็แบ่งเวลา หลาย ๆ คนยังมีการบ้านที่ต้องทำอยู่ แบ่งเวลาด้วยนะคะ อันที่ 3 ค่ะ คุณพ่อคุณแม่หลาย ๆ คนยังอยู่ที่บ้านอยู่ ก็เล่นกับลูกเลยค่ะ ก็น่าจะเป็นเด็ก ๆ นะคะ บางครั้งก็จะสนุกได้ คลายเครียดได้เช่นเดียวกัน แต่สิ่งที่ไม่ควรจะทำเลยค่ะก็คือ เช่น เราเองนี่พออินกับเกมมากเกินไป และเลือกเกมที่รุนแรง เด็ก ๆ เขาแอบชำเรืนะคะ พอเขาเล่นอะไรที่มันมากเกินไปเขาก็จะกลับมาบอกหรือว่ารุนแรงเขาก็จะกลับมาบอกว่าคุณพ่อยังเล่นได้นานเลย เพราะฉะนั้นการเป็นตัวอย่างที่ดีกับลอันที่ 2 ค่ะ เล่นผิดเวลาค่ะ เวลาทานข้าวห้ามเลยค่ะ กรุณาวางมือถือ คุณพ่อคุณแม่วางมือถือ นะคะ อยู่กับลูกนะคะ ให้เป็นเวลานะคะ อันสุดท้ายเล่นเป็นที่ สถานที่ต้องห้ามเลยก็คือห้องนอนค่ะเพราะว่าเป็นห้องที่พักผ่อนนะคะ หลาย ๆ คนบอกว่าทำยากจังเลยนะคะ เพราะว่ากินนอนอยู่กับที่หมดเลยนะคะ คิดว่าพวกเราในการที่จะปรับตัวในช่วงนี้กับวิถีชีวิตใหม่ในช่วงนี้นะคะ เข้าสู่วิถีชีวิตใหม่นะคะ กับการอยู่ในสังคมออนไลน์ต่าง ๆ ก็ให้เวลาค่อย ๆ ปรับค่อย ๆ ลด อีกอันหนึ่งนะคะที่อยากจะบอกว่าในช่วงนี้นะคะในเรื่องของเราเริ่มเห็นข่าวคนใกล้ชิดทำร้ายเด็ก หรือคนในครอบครัวเองทำร้ายเด็ก มีการวิเคราะห์สาเหตุนะคะ ความเครียดของคุณพ่อคุณแม่เองนะคะ บางครั้งก็แสดงออกออกมาให้ลูกเห็น อย่างที่เราเห็นในการสำรวจที่ผ่านมาเวลาที่คุณพ่อคุณแม่เครียดกังวลนะคะ ก็หาทางระบายความเครียด ตรงนี้จะไม่ส่งผ่าน จะไม่ใช้วาจาหรือการที่รุนแรงกับลูก หรือไม่ลงไม้ลงมือกับลูก อาจจะต้องใช้พลังของชุมชนในการที่เพื่อนบ้านอาจจะต้องเฝ้าคอยดู สำหรับเด็ก ๆ นะคะที่ต้องอยู่บ้านคนเดียว เริ่มมีการปลดล็อก คลายล็อกแล้ว คุณพ่อคุณแม่หลาย ๆ คนกลับไปทำงาน ขณะที่ลูกเองยังไม่ได้เปิดเทอม อีกส่วนหนึ่งในเรื่องของสังคมออนไลน์นะคะ ตรงนี้นี่ก็ต้องเฝ้าระวังดูนิดหนึ่ง ในการที่เด็ก ๆ อาจจะโดนในเรื่องของการล่อล่วงนะคะ โดยเฉพาะการคุกคามทางเพศนะคะ ถ้าน้อง ๆ ฟังอยู่ ถ้ามีกรณีแบบนี้ขึ้นมาก็ต้องแจ้งคุณพ่อคุณแม่ให้ทราบว่าหนูโดนละเมิดทางเพศแบบนี้ คุณพ่อคุณแม่ก็ตื้วิธีการ block สุดท้ายค่ะ อยากจะบอกว่าที่ผ่านมานะคะน้อง ๆ ก็มีความอดทนนะคะ แล้วก็รับรู้ถึงความเครียดของคุณพ่อคุณแม่ กรมสุขภาพจิตมีวัคซีนใจเพื่อที่จะบำรุงใจในช่วงCOVID-19 ในครั้งนี้ค่ะ วัคซีนตรงนี้ค่ะ 3 เข็มด้วยกันนะคะฝากให้ฉีดให้กันทุก ๆ วัน พลังแรกคือพลังบวกค่ะ มองวิกฤตตรงนี้นะคะให้เป็นพลังบวก เสริมสร้างความอบอุ่นในครอบครัว สังคมไทยยังมีความอบอุ่น ลดในเรื่องของช่องว่างของวัยลง อันที่ 2 คือพลังของความยึดหย่อนค่ะ New Normal หรือวิถีชีวิตใหม่ ยังต้องปรับให้มีความยืดหยุ่น ในเรื่องของการให้เด็กเล่นเกมก็เหมือนกันนะคะ เคารพซึ่งกันและกัน เพื่อนบ้าน พลังความร่วมมือต่าง ๆ ตรงนี้ก็จะทำให้ครอบครัว อยู่ได้อย่างมีความสุข เรื่องของ COVID-19 ไปได้ แล้วก็ให้กำลังใจคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกเล็ก ๆ นะคะแล้วก็เด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาค่ะ ขอบคุณค่ะ (นายแพทย์ วรตม์) ครับ กราบขอบพระคุณแพทย์หญิง ผู้อำนวยการสถาบันราชานุกูล เกี่ยวกับผลกระทบต่อเด็กจากสถานการณ์ COVID-19 ต่อเด็กและเยาวชนครับ จากพี่น้องประชาชนหลาย ๆ ท่าน ช่วงหยุดเรียนในช่วงที่หยุดติดต่อเนื่องกันยาว ๆ ในช่วงที่ผ่านมา ค่อนข้างมากครับ จะมีวิธีจัดการอย่างไรให้ประนีประนอมมากที่สุด และไม่ทำให้ลูกเครียดครับ (แพทย์หญิง พรรณประภา) ทุก ๆ บ้านก็จะเจอปัญหาเหมือนกันค่ะ อยากจะบอกว่า ลูก ๆ ที่เล่นเกมแต่ละคนไม่ได้ติดเกมส์ทุก ๆ คน ระดับ level ของการเล่นเกมส์ เด็ก ๆ เองคลายเครียดเฉย ๆ เพราะฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่ก็ต้องคลายความกังวลตรงนี้ด้วยค่ะ แต่หมอมีลักษณะให้สังเกตว่าถ้าน้อง ๆ เองเริ่มไม่สนใจอะไรเลย แล้วเวลาที่เราสะกิตให้ลูก ๆ นี่ กินข้าวได้แล้ว อาบน้ำได้แล้ว เริ่มมีอารมณ์หงุดหงิดตรงนี้ ถือว่าเด็ก ๆ เองนี่เริ่มมีอาการแล้วค่ะ ว่าเด็ก ๆ เริ่มมีอาการของการติดเกมตรงนี้ค่ะ ทีนี้วิธีการก็คือว่า การคุยกัน การตกลงกัน และการรักษาระเบียบวินัย คือการคุยกันอย่างที่หมอบอกว่า สิ่งที่ควรต้องทำก็คือ ในเรื่องของการตกลงเวลา แล้วก็ตกลงว่าถ้าเกินเวลาก็ต้องมีการเตือนแล้วก็เลือกเกมให้เหมาะสมนะคะ อย่ามองว่าเกมเป็นสิ่งที่ร้ายนะคะ ก็อยากจะฝากบอกคุณพ่อคุณแม่ว่าเราสามารถจะตกลงได้ค่ะ แล้วก็เด็ก ๆ เอง เขาก็ทำตามเเด็ก ๆ ทำตามเงื่อนไขตรงนั้นแล้วคุณพ่อคุณแม่ก็ต้องให้รางวัลด้วย ก็คิดว่าจะเป็นการประณีประนอมโดยที่เด็ก ๆ เองก็จะมีเหตุมีผลมากขึ้นด้วยค่ะ (นายแพทย์ วรตม์) ครับ คำถามถัดไปครับ ในหลาย ๆ บ้านมีลูกหลาย ๆ บ้านที่เรียน onlie อยู่ณ ตอนนี้ครับ แล้วระหว่างเรียนออนไลน์ มีการตัดสลับไปไปเล่น Social Media บ้าง ไม่ค่อยมีเวลาเรียนออนไลน์ คุณพ่อคุณแม่จะช่วยอย่างไรได้บ้างครับ (แพทย์หญิง มธุรดา) เป็นปัญหาที่บอกว่าเราต้องควบคุมอย่างไรนะคะ ในเรื่องของการที่บางทีเด็ก ๆ เองวอกแวกนะคะ ถ้าเด็กต่ำกว่าอายุ อยู่ช่งหรืออนุบาล คุณพ่อคุณแม่บางทีก็ต้องอยู่ควบคุม หรือคอยเข้าไปดูว่าเด็ก ๆ เองนี่มีสมาธิในการเรียนหรือเปล่านะคะ แต่จริง ๆ แล้วไม่แนะนำให้เรียนออนไลน์มากสำหรับเด็กเล็กมาก แต่ถ้าเด็กโตถามน้อง ๆ ดู ว่าตอนนี้น้องผลงานเขาเป็นอย่างไรบ้าง อันนี้เป็นการฝึกให้เด็ก ๆ รับผิดชอบ แล้วก็แบ่งเวลาที่จะเล่นนะคะแน่นอนค่ะเวลาเราเบื่อผู้ใหญ่ที่เรานั่งประชุมอยู่นะคะ อาจจะมีการยก social media ขึ้นมา หรือว่ามีงานด่วนขึ้นมา ตรงนี้อาจจะเป็นสิ่งที่อาจจะมีการเตือนกันได้บ้าง แต่ไม่แนะนำให้ลงโทษ เพราะว่าในสิ่งที่เข้ามาอาจจะเป็นเรื่องเร่งด่วนของน้อง ๆ จริงก็ได้ค่ะ นะคะคอยสอดส่องดูแลเด็ก ๆ ในช่วงที่เรียน online ด้วย หรือคอย serv น้ำ serv อาหารในช่วงที่ 1 เดือนก่อนจะเปิดเทอมอย่างนี้ค่ะ (นายแพทย์ วรตม์) ครับเข้ามาเรื่อย ๆ เลยนะครับ ลูกเล่นเกมส์ที่บ้าน เล่นโซเชียลมีเดียที่บ้านไม่ทราบว่าตอนนี้ลูกติดเกมแล้วหรือยังน่ะนะครับ มีข้อสังเกตอย่างไรได้บ้างว่าลูกเริ่มติดเกมในช่วงที่มี COVID-19 ระบาดระบาด แล้วจะแก้ไขอย่างไรในครอบครัวครับ สังเกตก็คือว่าเด็ก ๆ เองเล่นเกมส์อย่างมีความรับผิดชอบหรือเปล่า อันนี้คำใหญ่มากเลยค่ะ คือเขายังทำกิจวัตรประจำวันได้ไหม ถ้าเขายังกินยังนอนปกติ ไม่เบียดเวลากิน ไม่เบียดเวลานอน เวลาที่เราเตือน หรือว่าชวนไปทำอย่างอื่น เขาไม่หงุดหงิดกับเรา ก็แสดงว่าเขายังไม่ติดเกมส์ เขาแค่อาจจะเริ่มแบบว่าเล่นเฉย ๆ หรือว่าคลั่งไคล้เพราะฉะนั้นนี่คุณพ่อคุณแม่จะเป็นคนสังเกตได้ดีค่ะ แล้วก็เพื่อน ๆ ของเด็ก ๆ เอง ดูแล้วว่าถ้าเล่นเกม เพราะเกมสมัยนี้ต้องเล่นกับคนอื่น ๆ นะคะ ถ้าเป็นเพื่อนที่อยู่นอกวงการหรือว่านอกโรงเรียนตรงนี้ก็เป็นความเสี่ยงอีกส่วนหนึ่งค่ะในการที่จะทำให้เด็ก ๆ เองติดเกมนะคะ (นายแพทย์ วรตม์) ครับ คำถามถัดไปครับ แล้วก็โรงเรียนจะมีการปรับเป็นการปรับใช้ชีวิตวิถีใหม่ ในโรงเรียนเหมือนกันครับ กับลูกหลานเป็นพิเศษบ้างครับ // เตรียมอันแรกเลยค่ะ ในช่วงเดือนหนึ่งนะคะก็คือต้องซ้อม ในเรื่องของกฎระเบียบวินัย กินเป็นเวลา นอนเป็นเวลา ค่อย ๆ ปรับในช่วง 1 เดือน ก่อนจะเปิดเทอม ก็คือคุณพ่อคุณแม่ต้อปรับในเรื่องของการตั้งการ์ด การ์ดอย่าตกในเรื่องของการใส่แมสนะคะ การล้างมือบ่อย ๆ ล้างมือให้ถูกวิธี แล้วก็การเว้นระยะห่างนะคะ อันสุดท้ายเลยค่ะ ในเรื่องของการที่จะต้องพูดคุย เพราะน้อง ๆ ปิดเทอมอยู่นานค่ะจะเกิดกรณีที่บอกว่าไม่อยากไปค่ะ ขณะที่เด็กโตอยากไปใจจะขาด อยากเจอเพื่อนแล้วนะคะแต่เด็กเล็กจะมีปัญหาตรงนี้ค่ะ ต้องทำข้อตกลงกัน ต้องบอกว่าค่อย ๆ เคาท์ดาวน์ว่าอีก 2 อาทิตย์ จะเปิดเทอมแล้วนะ ต้อง Remind ต้องกระตุ้นค่ะ (นายแพทย์ วรตม์) คำถามสุดท้ายครับ ถ้าเกิดลูกหลานมีปัญหาด้านสุขภาพจิตนะครับและพฤติกรรม สามารถรับบริการด้านสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่น หรือปรึกษาใครได้บ้างครับ (แพทย์หญิงมธรุดา)บอกว่า เอ้ยลฃุทางด้านของ 1323 สายด่วนสุขภาพจิต และตอนนี้นี่โรงพยาบาลทุกแห่งก็รับปรึกษาเรื่องของสุขภาพจิตของเด็กนะคะ เราไม่ได้ทำเฉพาะ COVID-19 ก็คิดว่าโรงพยาบาลใกล้บ้านสามารถที่จะดูแลเราได้นะคะ ถ้าไม่สะดวกค่ะ ก็สามารถที่จะหมุนโทรศัพท์ 1323 ไปติดต่อกับเจ้าหน้าที่จิตวิทยานะคะในการที่จะให้คำแนะนำดี ๆ ในการดูแลลูกในช่วงนี้ค่ะ (นายแพทย์ วรตม์) ครับ ต้องกราบขอบพระคุณ แพทย์หญิง มธุรดา สุวรรณโพธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันวันนี้เราได้ความรู้ดี ๆ มากมายในการเตรียมตัวผู้ปกครองในภาวะที่เรากำลังผ่อนคลายมาตรการให้เด็กกลับไปเรียนนะครับ พี่น้องประชาชนครับวันนี้เรามีผู้ป่วย 1 รายก็จริงครับ แต่สถานการณ์โควิดที่ระบาดอยู่ต่างประเทศนั้นยังคงมีสูงอยู่ เรายังคงมีความจำเป็นที่จะต้องดูแล เรามีความสุขในการที่มีมาตรการต่าง ๆ ที่ถูกผ่อนคลายลูก แล้วเราอยากมีความสุขแบบนี้นาน ๆ ซึ่งต้องอาศัยแรงของพี่น้องประชาชนชาวไทยครับ อย่างที่ท่านโฆษก ศบค. ได้นำเรียนไปแล้วครับ ขณะนี้เหมือนเรายื้อยุดอยู่ 2 ด้านครับ ด้านหนึ่งเป็น COVID-19 อีกด้านหนึ่งเป็นด้านพี่น้องประชาชนชาวไทย เมื่อเราลดแรงในส่วนที่เป็นมาตรการต่าง ๆ ออกไปแล้ว พี่น้องประชาชนนั่นแหละครับมีส่วนสำคัญเป็นอย่างมากที่จะช่วยออกแรงดึงให้มากขึ้น เพื่อไม่ให้ COVID-19 กลับไปสู่ที่เดิม ซึ่งการออกแรงนี้มาจากการดูแลตัวเองครับ การกิน ร้อน ช้อนกลาง การล้างมือ การหลีกเลี่ยงไปสถานที่แออัด การเอาใจใส่ซึ่งกันและกันให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ยังมีความจำเป็นอย่างมากในการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ทางวิถีชีวิตใหม่ต่อไปครับ วันนี้ขอจบการแถลงข่าว ศบค. ครับ และพบกันใหม่วันพรุ่งนี้ครับ ขอบคุณครับ สวัสดีครับ