--- title: การแถลงข่าวศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ช่วง 11.30-12.30 (3 มิ.ย. 63) subtitle: date: วันพุธที่ 3 มิถุนายน 2563 เวลา 10.44 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) ...Ր [เสียงดนตรี] (นายแพทย์ ปราการ) สวัสดีครับ พี่น้องประชาชนชาวไทยทุกท่านที่รักครับ ขอต้อนรับเข้าสู่การแถลงข่าวของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ศบค. ที่ถ่ายทอดสดจากกระทรวงสาธารณสุข ประจำวันที่ 3 มิถุนายน พุทธศักราช 2563 ผมผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ นายแพทย์ปราการ ถมยางกูร วันนี้จะมีการแบ่งเป็น 2 ช่วง ช่วงแรกจะเป็นการรายงานสถานการณ์ COVID-19 ในประเทศและต่างประเทศ ในช่วงที่ ๒ จะเป็นการแถลงข่าวเกี่ยวกับเรื่องของวัคซีนครอบครัว โดยกรมสุขภาพจิตนะครับ ในช่วงแรกนี้รายงานสถานการณ์รายวัน ในประเทศและต่างประเทศ โดยแพทย์หญิงพรรณประภา ยงค์ตระกูล ผู้ช่วยโฆษก ศบค. ขอเรียนเชิญครับ คุณหมอครับ (แพทย์หญิง พรรณประภา) สวัสดีพี่น้องประชาชนนะคะ ดิฉันแพทย์หญิง พรรณประภา ยงค์ตระกูล รับหน้าที่ผู้ช่วยโฆษก ศบค. ค่ะ ในวันนี้วันพุธที่ ๓ มิถุนายน 2563 จำนวนตัวเลขของผู้ติดเชื้อของเราในวันนี้ คือ 1 รายค่ะ โดย 1 ราย เป็นผู้ป่วยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ และเข้ารับการเฝ้าระวังที่รัฐจัดให้ค่ะ นั่นหมายความว่า จำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศจริง ๆ ก็คือ 0 รายค่ะ สำหรับภาพรวมของประเทศไทยในวันนี้นะคะ ยืนยันสะสมอยู่ที่ 3,084 ราย เป็นผู้ป่วยที่อยู่ในสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้ 147 รายค่ะ และติดเชื้อในประเทศ 2,444 ราย วันนี้มีผู้ป่วยที่รักษาหายเพิ่มขึ้นอีก 2 รายนะคะ รวมรักษาหายแล้ 2,968 ราย และผู้ป่วยที่ยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 58 ราย เสียชีวิตคงที่ไม่มีเพิ่มขึ้นนะคะ คงที่อยู่ที่ 58 คนค่ะ สำหรับภาพรวมของ COVID-19 ในประเทศไทยนะคะ ยังคงเป็นเพศชายมากกว่าเพศหญิง และจำแนกตามพื้นที่การรักษา ยังคงพบมากที่สุดที่กรุงเทพมหานครและนนทบุรี และตามมาด้วยภาคใต้ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ อายุเฉลี่ยของผู้ป่วยอยู่ที่ 39 ปีค่ะ จังหวัดในประเทศไทยนะคะที่มีผู้ป่วยยืนยันสะสมมากที่สุด 3 จังหวัดแรก ยังคงเป็นกรุงเทพมหานคร ภูเก็ตและนนทบุรี โดยภูเก็ตมีผู้ป่วยต่อประชากร 100,000 คนมากที่สุด อยู่ที่ต่อประชากร 100,000 คนค่ะ สำหรับรายละเอียดของผู้ป่วยรายใหม่ในวันนี้ ผู้ป่วยเป็นนักศึกษาชายไทย อายุ 26 ปี เดินทางจากประเทศซาอุดิอาระเบียค่ะ ถึงกัวลาลัมเปอร์ แล้วเข้าไทยผ่านทางด่านปาดังเบซาร์โดยรถบัส ในวันที่ 25 พฤษภาคม 2563 ตรวจหาเชื้อครั้งแรกไม่พบเชื้อนะคะ และได้เข้าพักในสถานที่รัฐจัดหาให้ ระหว่างการเข้าพักได้มีการตรวจครั้งที่ 2 ในวันที่ 31 พฤษภาคม ยืนยันว่าพบเชื้อ COVID-19 จึงส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลในจังหวัดปัตตานีค่ะ สถาการณ์ของโควิด-19 ในสถานที่เฝ้าระวังในที่รัฐจัดหาให้ จนถึง 3 มิถุนายน พบผู้ป่วยทั้งสิ้น 147 ราย เป็นเพศชายมากกว่าเพศหญิงนะคะ อายุเฉลี่ยอยู่ที่ 39 ปี สำหรับประเทศต้นทางนะคะ ที่มีคนไทยเดินทางกลับมามากที่สุด 5 อันดับแรกนะคะ เป็นประเทศอินโดนีเซีย ซาอุดิอาระเบีย คูเวต ปากีสถานและคาซักสถานค่ะ ในกรอบสีแดงนะคะ แสดงถึงผู้ป่วยที่ยืนยันวันนี้เ พิ่มขึ้น 1 รายนะคะ โดยเดินทางกลับมาจากประเทศซาอุดิอาระเบียค่ะ สำหรับสไลด์นี้นะคะ ทางคอลัมน์ด้านซ้ายแสดงถึงปัจจัยเสี่ยงนะคะ ที่มีจำนวนผู้ป่วยตลอดระยะเวลาการระบาดของเชื้อ COVID-19 ค่ะ จะเห็นว่าตั้งแต่แรกที่มีการระบาดจนถึงปัจจุบัน ปัจจัยเสี่ยงที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุดค่ะ ก็คือสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อก่อนหน้าค่ะ ตามมาด้วยอาชีพเสี่ยง สนามมวย คนไทยที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ สถานบันเทิง และในอันดับ 6 ค่ะ คือผู้ป่วยที่เดินทางมาจากต่างประเทศ และเข้าพักในสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้ค่ะ แต่จะแตกต่างไปทางคอลัมน์ด้านขวานะคะ คือผู้ป่วยยืนยัน 2 สัปดาห์ล่าสุด จำแนกตามปัจจัยเสี่ยง เห็นว่าจากอันดับที่ 6 ของปัจจัยเสี่ยงด้านซ้ายนะคะ ขึ้นมาเป็นอันดับที่ 1 ก็คือ ผู้ป่วยที่เดินทางมาจากต่างประเทศค่ะ อันดับที่ 2 และ3 คือ ผู้ป่วยที่ไปในสถานที่ที่ชุมชน และสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยก่อนหน้าค่ะ จะเห็นได้ว่า ยังคงพบผู้ป่วยที่อยู่ในชุมชนอยู่ เพราะฉะนั้นการใส่หน้ากากอนามัย ก็ยังเป็นสิ่งจำเป็น ที่ผ่านมาเราจะเห็นพี่น้องประชาชนใส่หน้ากากผ้ามากยิ่งขึ้น ก็อยากจะเน้นย้ำ เรื่องการซัก ทำความสะอาดหน้ากากผ้าด้วยนะคะ อย่าลืมซักทำความสะอาด ก่อนนำกลับมาใช้ใหม่ค่ะ สำหรับสถานการณ์ของ COVID-19 ทั่วโลกนะคะ ใน 211 ประเทศ และ 2 เรือสำราญ ในวันนี้พบผู้ป่วยยืนยันสะสม เกือบจะ 6,500,000 ราย นะคะ มีผู้ป่วยรายใหม่เกิดขึ้นทั่วโลกเกือบ 120,000 ราย เป็นผู้ป่วยเสียชีวิตมากถึง 382,412 ราย โดยวันนี้เพิ่มขึ้นเกือบ ๆ 5,000 รายค่ะ อันดับแรกนะคะของประเทศที่มีผู้ป่วยยืนยันสะสมมากที่สุด ยังคงเป็นสหรัฐอเมริกา บราซิลและรัสเซียโดยในวันนี้ค่ะ สหรัฐอเมริกา มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้น 21,000 ราย ทำให้มีผู้ป่วยสะสมมากถึง 1,880,000 รายแล้วค่ะ อันดับที่ 2 นะคะ ก็คือประเทศบราซิล เมื่อวานนี้มีจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ ลดลงที่จำนวน 14,000 ราย แต่วันนี้ก็กลับมาเพิ่มซ้ำอีกค่ะ 28,200 ราย ทำให้มีผู้ป่วยยืนยันสะสม เป็นอันดับ 2 นะคะ มากถึง 550,000 รายค่ะ สำหรับในฝั่งเอเชียนะคะ คือประเทศอินเดียค่ะ อยู่อันดับ 7 และประเทศไทยคงเดิม อยู่ในอันดับที่ 79 ค่ะ สำหรับสถานการณ์ของ COVID-19 ในฝั่งเอเชีย นะคะ อย่างที่บอกค่ะ ประเทศอินเดียยังเป็นประเทศในฝั่งเอเชียที่มียอดผู้ป่วยสะสมมากที่สุด และมีผู้ป่วยรายใหม่มากที่สุดเช่นเดียวกัน สำหรับประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงกับเรานะคะ ก็คือสิงคโปร์ อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ยังคงพบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นรายวันอย่างต่อเนื่อง ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 79 นะคะ และอินเดียวันนี้รายใหม่เพิ่มขึ้น 4 รายค่ะ ตัวนี้เป็นกราฟแสดงสถานการณ์โควิด-19 สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ทั่วโลกนะคะ จะเห็นว่าเส้นกราฟสีแดง แสดงถึงประเทศบราซิล ที่เมื่อวานเส้นกราฟดิ่งลง 14,000 ราย แต่วันนี้ขยับขึ้นอีกแล้วนะคะ เกือบ ๆ จะ 30,000 ราย นั่นคือแนวโน้มของประเทศบราซิล ยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องค่ะ เทียบกับประเทศสหรัฐอเมริกาเส้นกราฟสีน้ำเงิน มีผู้ป่วยรายใหม่ต่อเนื่องเช่นเดียวกัน แต่มีแนวโน้มที่ค่อย ๆ ลดลงอย่างช้า ๆ ค่ะ อันดับที่ 3 และ 4 ก็คือรัสเซียและอินเดียค่ะ กราฟนี้แสดงถึงสถานการณ์ COVID-19 ในฝั่งเอเชีย เส้นกราฟสีเขียวประเทศอินเดีย เห็นจากความชันที่พุ่งสูงมากอย่างต่อเนื่องนะคะ ต้องเฝ้าดูสถานการณ์ของประเทศอินเดียอย่างใกล้ชิดค่ะ เพราะผู้ป่วยรายใหม่ยังคงเพ่ิมอย่างต่อเนื่องทุก ๆ วัน ตามมาด้วย ปากีสถาน บังกลาเทศ ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย ค่ะ ประเด็นที่น่าสนใจในต่างประเทศในวันนี้นะคะ ประเทศแรกมาจากประเทศอินเดีย ประเทศอินเดียพบผู้ป่วย COVID-19 สะสมรวมพุ่งขึ้นมากกว่า 189,000 ราย เพิ่มขึ้นมากถึง 8,000 รายค่ะ เปิดเผยว่าพบผู้ป่วยติดเชื้อ COVID-19 มากขึ้น 8,171 ราย ส่งผลให้ยอดติดเชื้อรวมของประเทศนะคะ เกือบ 2 แสนราย ในขณะเดียวกันพบผู้เสียชีวิตรายใหม่เพิ่มขึ้นอีก 204 ราย ทำให้มีผู้เสียชีวิต 5,598 ราย อินเดียค่ะเริ่มใช้มาตรการผ่อนคลายล็อกดาวน์ทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคมที่ผ่านมานะคะ ซึ่งการผ่อนคลาย ข้อจำกัดต่าง ๆ รวมถึงธุรกิจต่าง ๆ ก็ได้กลับมาเปิดบริการอีกครั้ง ภายใต้การ Lockdown ในระยะล่าสุดนี้ค่ะ อีก 1 ประเด็นที่น่าสนใจ มาจากดูไบนะคะ เปิดหาดนะคะ ให้คนได้กลับมาพักผ่อน หลังจากคลายล็อกดาวน์ควบคุม COVID-19 ค่ะ ทางการดูไบและสวนสาธารณะเป็นครั้งแรก หลังจากผู้ปกครองในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์มีคำสั่ง Lockdown และใช้เคอร์ฟิวร่วม 2 เดือน ล่าสุดค่ะทางการก็ได้มีการผ่อนปรนข้อจำกัดต่าง ๆ เริ่มอนุญาตให้เปิดโรงภาพยนต์ โรงยิม และสวนสาธารณะต่าง ๆ มาดำเนินการได้ตามปกติค่ะ ขณะเดียวกันพบว่า ประชาชนหลายส่วนค่ะเริ่มไม่สวมหน้ากากอนามัย และไม่ปฏิบัติการเว้นระยะห่างทางสังคม หลังจากมีมาตาการผ่อนคลายต่าง ๆ แล้ว ความร่วมมือต่าง ๆ อาจจะเริ่มย่อหย่อน เราจะต้องไม่ย่อหย่อน สวมหน้ากากอนามัยในการไปสถานที่ต่าง ๆ แล้วยังต้องเว้นระยะห่างทางสังคมอยู่นะคะ อีก 1 ประเด็นที่น่าสนใจนะคะ มาจากประเทศอังกฤษค่ะ ครูในประเทศอังกฤษหวั่นว่า จะมีการระบาดของโควิดซ้ำในโรงเรียนค่ะ เกรงว่าจะมีการระบาดของโควิดซ้ำในโรงเรียนค่ะ ว่าจะมีการปลดล็อคเร็วเกินไป สหภาพครูในประเทศอังกฤษนะคะ แสดงความกังวลว่าเชื้อ COVID-19 อาจจะระบาดในโรงเรียนได้ หลังจากรัฐบาลอังกฤษค่ะ ได้ประกาศให้มีการเริ่มการเรียนการสอน ในวันที่ 1 มิถุนายน ซึ่งถูกมองว่าเร็วเกินไป ถึงแม้ว่าจะมีการจำกัดจำนวนนักเรียนต่อห้องเรียนให้ไม่เกิน 15 คน แล้วก็ยังมีเจ้าหน้าที่ที่คอยให้นักเรียนรักษาความระยะห่างระหว่างกัน แต่พบว่าการป้องกันการแพร่ระบาดเหล่านี้ ที่พยายามทำอยู่ก็ไม่สามารถทำได้จริง โอกาสนี้ทางรัฐบาลอังกฤษได้มีการประกาศผ่อนคลาย Lockdown แล้วก็ให้ประชาชนสามารถรวมตัวกันได้ คือไม่เกิน 6 คน แล้วก็ยังต้องเว้นระยะห่างทางสังคมค่ะ ในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญในอังกฤษ ก็ออกมาบอกค่ะว่า มาตรการปลดล็อกและผ่อนคลายเร็วเกินไป เนื่องจากประเทศอังกฤษยังคงมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ค่ะ อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจมาจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกค่ะ คองโกออกมาประกาศนะคะว่า พบการระบาดของไวรัสอีโบลา เป็นครั้งที่ 11 ทำให้มีผู้ติดเชื้ออีโบลาแล้ว และมีผู้ติดเชื้อถึง 6 คน ซึ่งการแพร่เชื้อของเชื้อไวรัสอีโบลานี้ เป็นการระบาดทางของเหลวในร่างกาย ใกล้เคียงกับการระบาดของเชื้อ COVID-19 แต่มีอัตราการเสียชีวิต 25-90 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสูงมาก ตัวนี้สะท้อนกลับมาที่ประเทศไทยนะคะ หลังจากที่เรามีการสวมหน้ากากอนามัย สถิติการแพร่เชื้อในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นเชื้อประจำถิ่นของประเทศไทยนี่ลดลงอย่างมาก เพราะฉะนั้นการสวมหน้ากากอนามัยก็สามารถป้องกันทั้งเชื้อ COVID-19 และเชื้อไข้หวัดใหญ่ได้ค่ะ อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจของประเทศที่ผ่านมาในวันที่ 1 มิถุนายน มีมาตรการในมีการผ่อนคลายในระยะที่ 3 ซึ่งมีกิจการและกิจกรรมหลายประเภทนะคะที่กลับมาดำเนินกิจการได้ปกติ ซึ่งก็ทำให้พี่น้องประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตตามปกติมากยิ่งขึ้น แต่อย่างไรก็ตามค่ะ ความปกตินี้จะไม่ใช่ความปกติเดิม จะเป็นความปกติใหม่ หรือที่เราเรียกกันว่า New Normal หรือวิถีชีวิตใหม่ ซึ่งวิถีชีวิตใหม่นี้ค่ะ สำหรับพี่น้องหลายคนก็อาจจะรู้สึกว่าขัดใจ ไม่คุ้นชิน หรือไม่สะดวกสบายบ้าง มาตรการต่าง ๆ ที่เราออกมา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดของเชื้อ COVID-19 ซ้ำใหม่ ไม่ว่ามาตรการที่ออกให้ผู้ประกอบกิจการหรือผู้รับบริการได้ปฏิบัติ อย่างเช่น อย่างเดิมก็คือการสวมหน้ากากอนามัย หรือว่าการใช้เจลแอลกอฮอล์ เจลล้างมือบ่อย ๆ การเข้าไปในสถานที่ต่าง ๆ มีการสแกนอุณหภูมิร่างกาย หรือการสแกน QR Code ในการเข้าและออกผ่านสถานที่ต่าง ๆ ผ่านแพลตฟอร์มหรือแอปพลิเคชันไทยชนะ สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 หรือหากมีการระบาดของเชื้อเพิ่มขึ้นจริง ๆ และจำกัดวงการแพร่ระบาดให้แคบที่สุด และถ้าหากมีผู้ป่วยที่ติดเชื้อจริง ๆ เราก็สามารถติดตามผู้ที่มีโอกาสติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิด และนำมาตรวจคัดกรอง และนำมารักษาได้ทันที เราจะเห็นจากบทเรียนของหลาย ๆ ประเทศทั่วโลกนะคะ ที่มีมาตรการปลดล็อก ผ่อนคลายมาตรการและมีการกลับมาระบาดของโรคซ้ำใหม่ เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชนจะช่วยกันได้ ร่วมมือกันได้ ก็คือการปฏิบัติตามมาตรการต่าง ๆ เพื่อให้ประเทศไทยเดินไปข้างหน้า มีมาตรการในการลดหย่อนหรือการผ่อนคลาย จนทุกอย่างกลับมาดำเนินกิจการได้ตามปกติ เพื่อให้เราไม่อยู่ที่เดิม ซ้ำเดิม หรือปิดกิจการที่เคยเปิดไปแล้วค่ะ ทั้งหมดนี้ก็อาจจะไม่ใช่เรืื่องง่าย แต่เชื่อว่าพวกเราทุกคน คนไทยทุกคนจะปรับตัว แล้วก็กลับมาใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้อีกครั้งหนึ่งค่ะ (นายแพทย์ ปราการ) ครับ ก็ขอขอบคุณผู้ช่วย ศบค. มากนะครับ วันนี้ยังไม่มีคำถามมาจากผู้ชมทางบ้าน เพราะฉะนั้นในท้ายที่สุดนี้ อยากจะขอให้คุณหมอ ได้ฝากประเด็นบางอย่าง ให้กับประชาชน เชิญครับ ขอเรียนเชิญครับ (แพทย์หญิง พรรณประภา) สุดท้ายนี้นะคะ วันนี้ก็เป็นวันหยุดอีก 1 วันค่ะ ก่อนที่จะออกจากบ้านสิ่งที่เราขอพี่น้องประชาชนมากที่สุด ก็คือ 2 มือค่ะ 2 มือที่จะสวมหน้ากากอนามัย ๒ มือที่จะล้างมือบ่อย ๆ แล้วก็เว้นระยะห่างระหว่างกันนะคะ สำหรับวันนี้ ขอจบการแถลงข่าวจากศูนย์บริหารโควิด-19 แต่เพียงเท่านี้สวัสดีค่ะ (นายแพทย์ ปราการ) ขอขอบคุณ แพทย์หญิง พรรณประภา ยงค์ตระกูล ผู้ช่วยโฆษก ศบค. อย่างมากครับ ก่อนที่เราจะไปเข้าสู่เรื่องที่ 2 วัคซีน สำหรับครอบครัวอ ยากจะให้ดูคลิปดี ๆ เรื่องของเหตุผลที่เราไม่ควรดื่มเหล้าในช่วงนี้นะครับ จากสำนักงานกองทุนสนับสนุนสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. เรื่อง ดื่มเหล้าภูมิคุ้มกันตก เสี่ยงติด COVID-19 ขอรับชมเลยครับ [เสียงดนตรี] Ր (นายแพทย์ ปราการ) ครับ ขอต้อนรับเข้าสู่ช่วงที่ 2 นะครับ เป็นสิ่งที่ทุกคนกำลังรอคอยอยู่ทีเดียว วัคซีนครอบครัว ทุกคนอยากจะมีความสุขในครอบครัว วันนี้ครับจะมีวิทยากรเป็นผู้เชี่ยวชาญจริงๆ ที่จะมาบอกเราว่าวัคซีนครอบครัวทำอย่างไร ถึงทำให้เรามีความสุขได้ ความสุข เป็นสิ่งยอดปรารถนาของทุกคนนะครับ โดยวันนี้เป็นหัวข้อ เรื่อง วัคซีนครอบครัว ความสุขที่เราสร้างได้ โดยนายแพทย์ และแพทย์หญิง ผู้อำนวยการสถาบันจิตเด็ก และวัยรุ่นราชนครินทร์ขอเรียนเชิญวิทยากรทั้ง 2 ท่านเลยครับ พี่น้องประชาชนคนไทยทุกท่านครับ รวมทั้งผู้สื่อข่าวทุกแขนง สถานการณ์การระบาด ไม่ว่าสถานการณการระบาดของโคโรนาไวรัส จะมีวิกฤตที่ดีขึ้น เศรษฐกิจและสังคมยังคงอยู่แล้วก็มีแนวโน้มที่คงอยู่อีกสักระยะหนึ่งนะครับ กรมสุขภาพจิต ก็มีความเป็นห่วงพี่น้องชาวไทย ต้องการให้ทุกท่านผ่านวิกฤติสุขภาพจิตเรื่องนี้นะครับ ต้องการให้ทุกท่านผ่านวิกฤตสุขภาพจิตครั้งนี้ไปได้อย่างไม่มีปัญหาทางด้านจิตใจ นะครับ เพราะฉะนั้นการที่เราจะมีพลังใจที่ดีนะครับ ก็ต้องมีภูมิต้านทานทางกายที่ดี มันก็เหมือนกับโรคฝ่ายกาย ภูมิต้านทานบางอย่างเราต้านทานได้ โดยใช้วัคซีน เพื่อป้องกันโรคบางโรคได้ เราก็เรียกว่าวัคซีนใจนะครับ ซึ่งกรมสุขภาพจิตได้วางแนวทางไว้แล้วว่า วัคซีนนี้ มี 3 ประเภท ประเภทแรกก็คือวัคซีนใจนะครับ หรือเรียกว่าพลังอึด ฮึด สู้ วัคซีนที่ ๒ ที่เราจะคุยกันวันนี้วัคซีนครอบครัว ความสุขที่เราสร้างได้นะครับ แล้วก็วัคซีนที่ 3. ก็คือวัคซีนชุมชนนะครับ วัคซีนชุมชนก็คือ พลังใจที่ทำให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็งและจับมือกันก้าวผ่านวิกฤตนี้ผ่านไปได้ ซึ่ง 3 วัคซีนนี้ เรามีแนวทางทั้งหมดแล้ว แล้วขอบคุณทุก ๆ แห่ง ทั่วประเทศกำลังดำเนินการอยู่ วันนี้เราจะมาคุยกันเรื่องวัคซีนครอบครัว เป็นวัคซีนที่ครอบครัวเป็นพลังเล็ก ๆ ต่พลังเล็ก ๆ ที่สำคัญ ที่เป็นพลังขับเคลื่อน และชุมชนโดยภาพรวม สไลด์ต่อไปครับ ผลกระทบมันเกิดขึ้นได้อย่างไรบ้าง ผลกระทบของ COVID-19 นะครับ ต่อครอบครัวนะครับ เมื่อเกิดการระบาดเกิดขึ้น สมาชิกกลัวอันหนึ่งเครียดจากการกลัวติดโรค ความไม่แน่นอนว่าโรคนี้เป็นอย่างไร อันตรายจริงไหม ติดง่ายไหม ความเครียดที่ 2. คือ ความเครียดจากเศรษฐกิจ ทีนี้ถ้าครอบครัวภูมิต้านทานไม่ดีนะครับ ก็จะเกิดความเครียดขึ้นในครอบครัว ส่งผลที่ตามมา ก็คือความรุนแรงในครอบครัว การหย่าร้าง คนในครอบครัว ที่เกิดขึ้นกับเด็ก สตรี และคนชราที่อยู่ในครอบครัวนะครับ ต่อไปเลยครับ กรมสุขภาพจิต ได้มีการสำรวจความสุขของครอบครัวไทยนะครับ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกคือการสำรวจ online โดยให้สมาชิกครอบครัวทั่วประเทศ ได้สำรวจทางออนไลน์ ก็ขอเรียกว่าเป็นครอบครัวทั่วไป กลุ่มที่ 2 สำรวจครอบครัวที่เปราะบาง อันนี้ลงไปสำรวจด้วยตัวเอง โดยผู้นำชุมชนหรือ อสม. นะครับ ครอบครัวเปราะบางก็คือคนที่ไปสอบถาม ซึ่งอยู่ใกล้ชิดอยู่แล้วในชุมชน รับรู้ว่า เป็นครอบครัวที่น่าจะมีปัญหา หรือได้รับผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ ส่วนแรกเราดูเรื่องของความสุขของครอบครัว ถึงแม้ว่าครอบครัวของคนไทยก็ยังมีความสุขในระดับมากอยู่ แต่เราก็จะเห็นว่า ถ้าเปรียบเทียบกับครอบครัวทั่วไป กับครอบครัวที่เปราะบางจะมีความสุขน้อยหรือน้อยมาก ที่เป็นสัดส่วนที่มากกว่าครอบครัวทั่วไป คือประมาณ 17 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับครอบครัวทั่วไป เมื่อมีแค่ 11 เปอร์เซ็นต์ ต่อไปครับ เรื่องความอบอุ่น และความใกล้ชิดของครอบครัว เราก็จะเห็นว่า ถึงแม้ว่าครอบครัวจะบอกว่า มีความอบอุ่นใกล้ชิดเท่าเดิมนะครับ ครอบครัวทั่วไปอาจจะบอกมากขึ้นด้วย เพราะได้อยู่กันในครอบครัว บางคนก็กลับมาทำงานที่บ้าน แต่เราก็เห็นว่า ในครอบครัวที่เปราะบาง ครอบครัวจะมีความอบอุ่นใกล้ชิดกันน้อยลง มีความห่างเหินกันประมาณ 7 เปอร์เซ็นต์ นะครับ เมื่อเทียบกับครอบครัวทั่วไป ดังนั้นจะเป็นจากสมาชิกในครอบครัว อาจจะมีหน้าที่ความรับผิดชอบที่มากขึ้นในสถานการณ์นี้ จนทำให้ความใกล้ชิด ที่เหมือนเดิมอาจจะลดน้อยลงไปนะครับ ต่อไปเลยครับ มาดูที่ความเครียดของครอบครัวนะครับ เราจะเห็นว่า ผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19 ทำให้กลุ่มครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มครอบครัวทั่วไป ครอบครัวที่เปราะบางทางด้านสังคมนี่ มีความเครียดอยู่ในระดับปานกลาง แล้วก็จริง ๆ ความเครียดที่สูงไม่ได้แตกต่างกันเลยนะครับ ระหว่างครอบครัวทั่วไปกับครอบครัวที่เปราะบาง แสดงว่าความเครียดส่วนใหญ่ที่ปานกลาง นี่คือแสดงว่าจริง ๆ สถานการณ์นี้ครอบครัวไทยนี้มีสถานการณ์นี้ครอบครัวไทยก็มีผลกระทบ มีความเครียด สไลด์ต่อไปครับ ความเชื่อมั่นของครอบครัวในการก้าวผ่านโควิด อย่างน้อยที่สุดนี่ครอบครัวไทย ก็ยังมีความเชื่อมั่นนะครับ ความเชื่อมั่นนี้อาจจะเกิดจากความช่วยเหลือภาครัฐ ความเชื่อมั่นนี้อาจจะเกิดจากพวกเราทุกคน มีการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ดังตัวอย่าง ที่เราจะเห็นจากตู้ปันสุขนะครับ ที่ทุกคนถ้ามีก็เอาของไปใส่ในตู้ปันสุข เพื่อให้คนที่ไม่มีนะครับ คนที่ขาดแคลนได้มาเอาไปใช้ อันนี้ก็จะเป็นภาพรวมว่า ครอบครัวไทยเราก็ยังมีการมองบวก ว่าจะผ่านเหตุการณ์นี้ไปได้ ต่อไปครับ ความร่วมมือของครอบครัวนะครับ ก็จะเห็นว่าทั้งครอบครัวทั่วไปและครอบครัวที่เปราะบาง ก็ยังเป็นทีมเดียวกัน อาจจะมีเห็นไม่ตรงกันบ้าง อาจจะมีไม่ค่อยเป็นทีมบ้างนะครับ แต่ภาพรวมยังดีอยู่นะครับ เราอยากเห็นครอบครัวไทยเป็นอย่างนั้นทุกครอบครัว ต่อไปเลยครับ ภาพนี้ก็ให้เห็นเปรียบเทียบกันเฉย ๆ นะครับว่า ถ้าเป็นโรคฝ่ายกายนะครับ เรากำลังรอวัคซีน ถ้าเป็นโคโรนาไวรัส ตอนนี้ถ้าวัคซีนมา ก็จะทำให้พวกเรามีสุขภาพจิตที่ดี แต่ส่วนครอบครัวอะไรคือตัว ทำให้ครอบครัวมีสุขภาพครอบครัวที่ดี มีครอบครัวที่เข้มแข็ง สิ่งนั้นก็เรียกเหมือนกัน คือ วัคซีน วัคซีนครอบครัวครับ ต่อไปเลยครับ วัคซีนครอบครัวมีอะไรบ้าง วัคซีนครอบครัวอยู่ 3 พลัง พลังแรกคือ พลังบวก คือ มองเห็นข้อดี หรือทางออกในทุกปัญหา มีคนเคยบอกไว้ว่า เมื่อเรามองอะไร เราจ้องอะไรมากขึ้น หรือนานขึ้นสิ่งนั้นจะดูเหมือนใหญ่ขึ้น อุปมาเหมือนกัน สิ่งนั้นจะดูเหมือนใหญ่ขึ้น อุปมาเหมือนกันครับ ถ้าเรามองความทุกข์ ถ้าเรามองปัญหา ให้ความสำคัญกับมันมากเกินไป จะทำให้เป็นภาระมันจะทำให้เราหมกมุ่นครุ่นคิด มองถึงทางออกทีมันมีตั้งหลายทางนะครับ พลังต่อมาคือพลังยืดหยุ่น ก็คือเมื่อถึงเวลาหนึ่ง เมื่อถึงเป้าหมาย ปรับเปลี่ยนบทบาท บางคนอาจจะต้องมาช่วยกันทำงาน ออกมาช่วยกันแก้ปัญหา นะครับ ถ้าเราขาดแคลนนะครับ ถ้าเรารู้สึกเป็นทุกข์ ก็ต้องรู้จักหาแหล่งสนับสนุนนะครับ หรือขอความช่วยเหลือ ในขณะเดียวกัน คนที่มีมากพอแล้วก็อาจจะช่วยแบ่งปัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน พลังสุดท้ายครับ พลังความร่วมมือ เหมือนที่ตามแบบสอบถามเลยครับ ครอบครัวไทยจะต้องร่วมมือกันเป็นทีมเดียวกัน ไม่ทะเลาะเบาะแว้งนะครับ ต้องจับมือกันสู้ปัญหาไปได้ด้วยดีนะครับ ต่อไปนะครับ ผมอยากจะเชิญชวนทุกท่านนะครับ ดูคลิปวิดีโอวัคซีนครอบครัว โดยเฉพาะในครอบครัวกลุ่มเปราะบางในชุมชนนะครับ ซึ่งก็จะเป็นตัวอย่างที่ดีนะครับ แล้วก็ให้เห็นว่า วัคซีนวัคซีนครอบครัวเราทำกันอย่างไรครับ ขอเชิญรับชมได้แล้วครับ Ր (นายแพทย์ จุมภฏ) นั้นก็เป็นตัวอย่างกิจกรรมที่ทำกับครอบครัว ต่อไปแพทย์หญิงดุษฎี ผู้อำนวยการสถานบันเด็ก ต่าง ๆ ว่ามีอะไรบ้าง ขอเชิญครับ (แพทย์หญิง ดุษฎี) สวัสดีค่ะ พี่น้องชาวไทยทุกท่านนะคะ เมื่อสักครู่ เราก็จะได้ชมคลิปวัคซีนครอบครัวที่ได้ลงไปดำเนินกิจกรรม กับครอบครัวที่เปราะบางทางสังคมนะคะ ในพื้นที่ 3 ตำบลในจังหวัดอุบลราชธานีนะคะ ทั้งนี้ต้องขอขอบพระคุณ ขอบคุณทีมผู้นำชุมชน แล้วก็กลุ่มครอบครัวที่หมอขอเรียกว่า ครอบครัวจอมพลัง อนุญาตและอนุเคราะห์ให้ถ่ายทำได้ชมไปนะคะ เหตุที่ต้องเรียกครอบครัวจอมพลังเพราะว่า จริง ๆ ในสถานการณ์ COVID-19 ครั้งนี้ เปรียบเสมือนเราเจอคลื่นลูกหนึ่งพร้อม ๆ กัน ก็ระหว่างเรือใหญ่กับเรือเล็กออกแรงไม่เท่ากัน ครอบครัวกลุ่มเปราะบางทางสังคม ก็จะมีพลังน้อยกว่านะคะ ต้องออกแรงน้อยกว่านะคะ ที่นี้เราขอเรียกว่า ครอบครัวจอมพลัง หลายท่านดูแล้วอาจจะมีคำถามว่า ถ้าอย่างนั้นแล้ว ครอบครัวของเรา จะเอาครอบครัววัคซีน จะเอาไปใช้ได้อย่างไร ถ้าหากว่าครอบครัวของเรา ไม่ได้เป็นเหมือนครอบครัวที่เห็นในคลิปจะสามารถนำวัคซีนครอบครัวไปใช้ได้หรือไม่ ก็ต้องเรียนก่อนนะคะว่า วัคซีนครอบครัวเหมาะกับทุก ๆ ครอบครัวค่ะ แต่ก็จะเหมาะเป็นพิเศษเลย ก็คือครอบครัวเปราะบางทางสังคม อย่างที่บอกว่า เหมาะกับทุกครอบครัว ครอบครัวที่อยู่ในช่วงที่กำลังเปราะบางหรือในครอบครัวที่เข้มแข็งที่จะต้องมีภูมิคุ้มกัน ที่จะเป็นเกราระและก็ปัญหาความเครียดของคนในครอบครัวนะคะ ที่เปราะบางทางสังคม เป็นกลุ่มที่เราจำเป็นที่ต้องเข้าไปให้การช่วยเหลือเป็นอย่างยิ่งนะคะ ครอบครัวที่เรียกว่า สายป่านสั้นกว่าอาจจะได้รับผลกระทบมากกว่าแล้วก็อาจจะทำให้ไม่สามารถสู้ต่อได้ ทางหากว่าจะนำไปใช้จะทำได้อย่างไรนะคะ สำหรับครอบครัวที่เข้าถึงสื่อสังคม online นะคะ เราจะมี QR Code ในสไลด์หลังจากนี้ ซึ่งท่านสามารถที่จะสแกน QR Code แล้วก็ทดลองทำกิจกรรมเหล่านี้ได้เลยนะคะ แต่เรายังมีความเป็นห่วงของครอบครัวเปราะบางทางสังคมนะคะ ซึ่งอาจจะเข้าไม่ถึงสื่อสังคม online จึงออกแบบไว้ใน 2 ลักษณะนะคะ คือ ครอบครัวชนชั้นกลางที่สามารถเข้าถึงสื่อสังคมออนไลน์ ท่านสามารถสแกน แล้วดำเนินกิจกรรม ตามในเล่มได้เลยนะคะ ทางสังคมนะคะ เราได้แจกจ่ายสิ่งนี้นะคะ เล่มวัคซีนครอบครัวให้กับพี่น้อง อสม. หรือผู้นำชุมชน ก็คืออาสาสมัครสุขภาพ อาสาสมัครสาธารณสุข ทางพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ก็ได้ ไปเป็นผู้นำกลุ่มทำกิจกรรมโดยเว้นระยะห่าง กับครอบครัวที่เป็นกลุ่มเปราะบางนี้ประมาณ 10-15 ชุมชนนะคะ โดยกิจกรรมจะประกอบไปด้วยกิจกรรมต้นแบบ 3 กิจกรรมด้วยกัน ซึ่งจะเน้นทางพลังบวกและพลังร่วมมือนะคะ ถ้าหากว่าชุมชนมีกิจกรรมที่เป็นบริบทของท้องถิ่นเองนะคะ เป็นกิจกรรมของพื้นที่ก็สามารถที่จะปรับเปลี่ยนและเสริมกิจกรรมเหล่านี้ได้ ใช้เวลาประมาณครึ่งวันหรือ 3 ชั่วโมง ในการทำ แต่หลังจากที่ทำแล้ว จะมีกิจกรรมที่เอากลับไปทำต่อที่บ้าน ตามที่เห็นในตารางบันทึกวัคซีนครอบครัว 3 กิจกรรมนี้ คือกล่องพลังใจ เกมพลังใจ และต้นไม้พลังใจค่ะ กล่องพลังใจจะทำให้สมาชิกในครอบครัวทุกคนเห็นว่าจริง ๆ แล้วทุกคนต่างก็มีข้อดี และถ้าหากว่า เราได้เห็นข้อดี คนพูดก็สุขใจ คนฟังก็มีกำลังใจ กำลังใจเหล่านี้จะทำให้เราอยากจะร่วมมือเป็นทีมค่ะ เกมพลังใจจะทำให้ครอบครัวรู้ว่าจริง ๆ แล้ว เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป เราจะยึดติดกับอันเดิมไม่ได้ค่ะ เราอาจจะต้องเปลี่ยนแปลงเป้าหมาย เปลี่ยนวิธีการบทบาทหน้าที่ของเรา เพื่อให้สู่กับปัญหาในครั้งนั้นได้ ซึ่งจะทำให้ครอบครัวมีความยืดหยุ่น รับมือกับปัญหาได้นะคะ ต้นไม้พลังใจค่ะ จะช่วยให้ครอบครัวฝึกการสังเกต รับฟังให้เกิดพลังใจด้วยกัน การปลูกต้นไม้ ถ้าท่านเห็นในคลิป ทำโดยการปิดตาเพียงคนเดียวไม่ได้แน่ ๆ แต่ถ้าหากว่ามีคนปิดตา แต่สมาชิกในครอบครัวเข้ามาช่วย ครอบครัวเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ใช้ความเก่งของแต่ละคนมาร่วมมือฝ่าฟันอุปสรรค แม้จะปิดตามจนมองไม่เห็นก็ยังสามารถปลูกต้นไม้ด้วยกันได้นะคะ โดยที่ในกิจกรรมที่เราลงไปดำเนินการในครั้งนี้อยากชวนพี่น้องประชาชนติดตามผลการดำเนินกิจกรรม ในรายการบ้านพลังใจ ตอน บ้านเล็กพลังใจ ซึ่งเราได้ลงไปทำกิจกรรมกับ 30 ครอบครัว ของจังหวัดอุบลราชธานีค่ะ ผลจากการดำเนินการพบว่า จากเดิมที่เราพบว่า ครอบครัวกลุ่มเปราะบางจะมีสัดส่วนความเครียดค่อนข้างสูงนะคะ ก็พบว่าหลังจากทำกิจกรรมแล้ว ครอบครัวกลุ่มความเครียดสูงมากนี่ลดลงค่ะ ครอบครัวมีการยิ้ม ทักทาย ขอบคุณ และชื่นชมกัน นั่นหมายความว่า วัคซีนครอบครัวและสร้างสุขให้กับทุกครอบครัว อบอุ่นใกล้ชิด เมื่อครอบครัวอบอุ่นแล้ว ต่อกันอย่างที่เราไม่อยากเห็นมันเกิดขึ้นนะคะ เราพบว่านอกจากการที่เราวัดผลว่า ความเครียดลดลงแล้ว เรายังพบว่าสมาชิกครอบครัว ยังมีการขอบคุณ ใกล้ชิดกันเพิ่มขึ้นด้วยนะคะ โดยที่ครอบครัวใดนะคะ หรือชุมชนใดได้นำวัคซีนครอบครัวไปใช้นะคะ เราอยากเชิญชวนให้เข้ามาแลกเปลี่ยนค่ะ ผลของการนำวัคซีนครอบครัวไปใช้ ร่วมแชร์กิจกรรมที่ท่านไปปรับเปลี่ยน ที่ Facebook Page บ้านพลังใจ ซึ่งขณะนี้ก็จะมีการเผยแพร่กิจกรรมในเฟซบุ๊กด้วยนะคะ ในลักษณะนี้นี่จะทำให้วัคซีนครอบครัว และบ้านพลังใจเป็นจุดเชื่อมโยง โลก online ของชนชั้นกลาง และโลกออฟไลน์ ของครอบครัวเปราะบาง หรืออาสาสมัครในชุมชน เราพบว่าหลายสิ่งที่ภาครัฐดำเนินการนี่เข้าถึงกลุ่มชนชั้นกลาง ทางสังคมยังเข้าไม่ถึง ซึ่งในที่นี้เราอยากเห็นผู้นำชุมชน หรืออาสาสมัครของมนุษย์เป็นเสมือนสะพาน เชื่อมครอบครัวเปราะบางให้เข้ากับกระบวนการหรือมาตรการทางรัฐจะสนับสนุนช่วยเหลือนะคะ อยากจะชวนให้ติดตามในบ้านพลังใจ ตอน บ้านเล็กจอมพลังค่ะ ขอบคุณค่ะ (นายแพทย์ ปราการ) ทุกท่านครับ จะได้เห็นแล้วว่า ความสุขไม่ได้อยู่ที่ไหนเลยครับ หากันได้ง่าย ๆ หากันได้ในครอบครัวนี้ครับ ด้วยวัคซีนครอบครัว ด้วย 3 พลัง ด้วยกันนะครับ พลังบวก พลังยืดหยุ่น และพลังร่วมมือ เมื่อกี้ในวิดีโอคลิป พูดด้วยความยิ้มแย้มแจ่มใส ว่าร่วมมือกัน ร่วมใจกัน รักกัน แล้วก็ไม่ทิ้งกัน แล้ววิทยากรทั้ง ๒ ท่านก็ได้ให้ข้อสรุปนะครับ แล้วก็ได้บอกเราจริง ๆ แล้วครับว่า ขอให้มีวัคซีนครอบครัว ด้วยอะไรครับ ยิ้มให้กัน ขอบคุณกัน ชื่นชมกัน ถ้ามีอะไรผิดพลาด ก็ขอโทษกันครับ ก็เป็นสิ่งที่เรารู้สึกว่า มีความสุขมากครับ ที่เราอยู่ในครอบครัวเดียวกันครับ ฝ่าฟัน COVID-19 นี้ไปให้ได้ ด้วยการรักษาระยะห่าง ใส่หน้ากากอนามัย แล้วก็ล้างมืออย่างสม่ำเสมอนะครับ ในวันนี้ครับ ก็ยังไม่มีเรื่องของคำถามจากของท่านผู้ชม เพราะฉะนั้นวันนี้ก็ต้องขอขอบคุณ นายแพทย์ จุมภฏ พรมสีดา รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต และแพทย์หญิง ดุษฎี จึงศิรกุลวิทย์ อย่างมากนะครับ ก่อนจบยังมีคลิปปิดท้ายเป็นคลิปดี ๆ เรื่องของวัคซีนใจ เป็นวัคซีนที่ทำให้เรารู้สึกมีจิตใจที่เข้มแข็ง ทำให้เราสามารถฟันฝ่าปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ไปได้ โดยกรมสุขภาพจิตนะครับ ขอเชิญรับชม รับฟัง ผู้ชมทุกท่านมีความสุขกาย สุขใจ สุขภาพแข็งแรงครับ สวัสดีครับ (บรรยาย) จริงหรือที่ครอบครัวมีรายได้น้อยแล้วเราจะหาความสุขไม่ได้ พบกับเรียลลิตี้กิจกรรมวัคซีนครอบครัว ที่จะมาหลอมละลายกำแพงแห่งความทุกข์ยาก ใจจากครอบครัวกับแบบที่ใคร ๆ ก็ทำได้ โดยการ ขอบคุณ ขอโทษ และชื่นชมกัน เพื่อจะไปตัดสิน หรือไม่ได้เข้าไปเพื่อจะไปหยิบอะไรใส่มือ เราเชื่อว่า ครอบครัวไม่ว่าจะยากดี มีจน แค่ไหน ในนั้นจะมีความรักเสมอ พลังของความรักจะแปลงเป็นพลังบวก ว่าจะช่วยเหลือยืดหยุ่นตัวเองว่าจะช่วยเหลืออย่างไร เพื่อหาทางออกอย่างไร ท้าทายมาก แต่ต้องทำ // สุขภาพแข็งแรง // พูดเสร็จลูกชายหันหนี เขิน// การสร้างพลังใจมีผลต่อชีวิตจริง ๆ มันไม่ใช่เรื่องยากที่เกินจะทำได้ ทำแล้วไม่เสียสตางค์ เป็นเรื่องที่ฝึกฝนได้ ถ้าเขิน ลองทำดู ช่วยชีวิตได้จริง ๆ ใช่ไหมครับ ลองทำดู // ยิ่งทำ ยิ่งได้รับ ถ้าพลังใจดี ก็เดินหน้าต่อไปได้นะครับ // ตื้นตันขอบคุณที่เขาดูแลแม่ // ผมรักแม่ [เสียงดนตรี] [สิ้นสุดการถอดความ] Ր