--- title: การแถลงข่าวศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ช่วง 11.30-12.30 (3 มิ.ย. 63) subtitle: date: วันพุธที่ 3 มิถุนายน 2563 เวลา 10.44 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) พี่น้องประชาชนชาวไทยทุกท่านที่รักครับ ขอต้อนรับเข้าสู่การแถลงข่าวของศูนย์บริหารโควิด-19 ศบค. ที่ถ่ายทอดสดจากกระทรวงสาธารณสุข ประจำวันที่ 3 มิถุนายน พุทธศักราช 2563 ผมผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ นายแพทย์ปราการ วันนี้จะมีการแบ่งเป็น 2 ช่วงช่วงแรกจะเป็นการรายงานสถานการณ์ COVID-19 ในประเทศและต่างประเทศ ในช่วงที่ ๒ จะเป็นการแถลงข่าวเกี่ยวกับเรื่องของวัคซีนครอบครัวโดยกรมสุขภาพจิตนะครับ ในช่วงแรกนี้รายงานสถานการณ์รายวันในประเทศและต่างประเทศ โดยแพทย์หญิงพรรณประภา ยงค์ตระกูลผู้ช่วยโฆษก ศบค. ขอเรียนเชิญครับ คุณหมอครับ (แพทย์หญิง พรรณประภา) สวัสดีค่ะ ดิฉันแพทย์หญิง พรรณประภา ยงค์ตระกูล รับหน้าที่ผู้ช่วยโฆษก ศบค. ค่ะ ในวันนี้วันพุธที่ ๓ มิถุนายน 2563 จำนวนตัวเลขของวันนี้ คือ 1 รายค่ะ โดย 1 ราย เป็นผู้ป่วยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ และเข้ารับการเฝ้าระวังที่รัฐจัดให้ค่ะ นั้นหมายความว่าจำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศจริง ๆ ก็คือ 0 รายค่ะ สำหรับภาพรวมของประเทศไทยในวันนี้นะคะ ยืนยันสะสมอยู่ที่ 3,084 ราย เป็นผู้ป่วยที่อยู่ในสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้ 147 รายค่ะ และติดเชื้อในประเทศ 2,244 ราย วันนี้มีผู้ป่วยที่รักษาหายเพิ่มขึ้นอีก 2 รายนะคะ รวมรักษาหายแล้ 2,968 ราย และผู้ป่วยที่ยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 58 ราย เสียชีวิตคงที่ยังไม่มีเพิ่มขึ้นนะคะ คงที่อยู่ที่ 58 คนค่ะ สำหรับภาพรวมของ COVID-19 ในประเทศไทยนะคะ ยังคงเป็นเพศชายมากกว่าเพศหญิง และจำแนกตามพื้นที่การรักษา ยังคงพบมากที่สุดที่กรุงเทพและนนทบุรี และตามมาด้วยภาคใต้ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ อายุเฉลี่ยของผู้ป่วยอยู่ที่ 39 ปีค่ะ จังหวัดในประเทศไทยนะคะที่มีผู้ป่วยยืนยันสะสมมากที่สุด 3 จังหวัดแรก ยังคงเป็นกรุงเทพมหานคร นนทบุรี ภูเก็ต โดยภูเก็ตมีผู้ป่วยต่อประชากร100,000 คนมากที่สุด อยู่ที่ต่อประชากร 100,000 คนค่ะ สำหรับรายละเอียดของผู้ป่วยรายใหม่ในวันนี้ ผู้ป่วยเป็นนักศึกษาชายไทยอายุ 26 ปี เดินทางจากประเทศซาอุดิอาระเบียบค่ะถึงกัวลาลัมเปอร์แล้วเข้าไทยผ่านทางด่านปาดังเบซาโดยรถบัสในวันที่ 25 พฤษภาคม 2563 ตรวจหาเชื้อครั้งแรกไม่พบเชื้อนะคะ และได้เข้าพักในสถานที่รัฐจัดหาให้ ระหว่างการเข้าพักได้มีการตรวจครั้งที่ 2 ในวันที่ 31 พฤษภาคม ยืนยันว่าพบเชื้อ COVID-19 จึงส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลที่จังหวัดปัตตานีค่ะ สถาการณ์ของโควิด-19 ในสถานที่เฝ้าระวังในที่รัฐจัดหาให้ จนถึง 3 มิถุนายนพบผู้ป่วยทั้งสิ้น147 ราย เป็นเพศชายมากกว่าเพศหญิงนะคะ อายุเฉลี่ยอยู่ที่ 39 ปี สำหรับประเทศต้นทางนะคะที่มีผู้ป่วยที่มีคนไทยเดินทางกลับมามากที่สุด 5 อันดับแรกนะคะ เป็นประเทศอินโดนีเซีย ซาอุดิอาระเบีย คูเวต ปากีสถานและคาซักสถานค่ะ ในกรอบสีแดงนะคะ แสดงถึงผู้ป่วยที่ยืนยันวันนี้เพิ่มขึ้น 1 รายนะคะ โดยเดินทางกลับมาจากประเทศซาอุดิอารเบียค่ะ สำหรับสไลด์นี้นะคะ ทางคอลัมน์ด้านซ้ายแสดงถึงปัจจัยเสี่ยงนะคะที่มีจำนวนผู้ป่วยตลอดระยะเวลาการระบาดของเชื้อ COVID-19 ค่ะ จะเห็นว่าตั้งแต่แรกที่มีการระบาดจนถึงปัจจุบัน ปัจจัยเสี่ยงของผู้ที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุดค่ะ ก็คือสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อก่อนหน้าค่ะ ตามมาด้วยอาชีพเสียง สนามมวย คนไทยที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ สถานบันเทิง และในอันดับ 6 ค่ะ คือผู้ป่วยที่เดินทางมาจากต่างประเทศ และเข้าพักในสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้ค่ะ แต่จะแตกต่างไปทางคอลัมน์ด้านขวานะคะ คือผู้ป่วยยืนยัน 2 สัปดาห์ล่าสุด จำแนกตามปัจจัยเสี่ยง เห็นว่าจากอันดับที่ 6 ของปัจจัยเสี่ยงด้านซ้ายนะคะ ขึ้นมาเป็นอันดับที่ 1 ก็คือ ผู้ป่วยที่เดินทางมาจากต่างประเทศค่ะ อันดับที่ 2 และ3 คือผู้ป่วยที่ไปในสถานที่ที่ชุมชน และสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยก่อนหน้าค่ะ ยังคงพบผู้ป่วยที่อยู่ในชุมชนอยู่ เพราะฉะนั้นการใส่หน้ากากอนามัยก็ยังเป็นสิ่งจำเป็น ที่ผ่านมาเราจะเห็นพี่น้องประชาชนใส่หน้ากากผ้ามากยิ่งขึ้น ก็อยากจะเน้นย้ำเรื่องการซักทำความสะอาดผ้าด้วยนะคะ อย่าลืมซักทำความสะอาดก่อนนำกลับมาใช้ใหม่ค่ะ สำหรับสถานการณ์ของCOVID-19 ทั่วโลกนะคะ ใน 211 ประเทศ และ 2 เรือสำราญ ในวันนี้พบผู้ป่วยยืนยันสะสมเกือบจะ 650,000 ราย นะคะ มีผู้ป่วยรายใหม่เกิดขึ้นทั่วโลกเกือบ 120,000 ราย เป็นผู้ป่วยเสียชีวิตมากถึง 382,412รายโดยวันนี้เพิ่มขึ้นเกือบ ๆ 5,000 รายค่ะ อันดับแรกนะคะของประเทศที่มีผู้ป่วยยืนยันสะสมมากที่สุดยังคงเป็นสหรัฐอเมริกา บราซิลและรัสเซียโดยในวันนี้ค่ะ สหรัฐอเมริกา มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้น 21,000 ราย ทำให้มีผู้ป่วยสะสมมากถึง 1,880,000 รายแล้วค่ะ อันดับที่ 2 นะคะ ก็คือประเทศบราซิล เมื่อวานนี้จำนวนผู้ป่วยรายใหม่ลดลงที่จำนวน 14,000 ราย แต่วันนี้ก็กลับมาเพิ่มซ้ำอีกค่ะ 28,200 ราย ทำให้มีผู้ป่วยยืนยันสะสมเป็นอันดับ2 นะคะ มากถึง 550,000 รายค่ะ สำหรับในฝั่งเอเชียนะคะคือประเทศอินเดียค่ะ อยู่อันดับ 7 และประเทศไทยคงเดิม อยู่ในอันดับที่ 79 ค่ะ สำหรับสถานการณ์ของ COVID-19 ในฝั่งเอเชีย ประเทศอินเดียยังเป็นประเทศในฝั่งเอเชียที่มียอดผู้ป่วยสะสมมากที่สุด และมีผู้ป่วยรายใหม่มากที่สุดเช่นเดียวกัน สำหรับประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงกับเรานะคะ ก็คือสิงคโปร์ อินโดนีเซีย และฟิลิปินส์ ยังคงมีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นรายวันอย่างต่อเนื่อง ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 79 นะคะ และวันนี้รายใหม่เพิ่มขึ้น 4 รายค่ะ ตัวนี้เป็นกราฟแสดงสถานการณ์โควิด-19 สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ทั่วโลกนะคะ จะเห็นว่าเส้นกราฟสีแดงแสดงถึงประเทศบราซิลที่เมื่อวานเสันกราฟดิ่งลง 14,000 ราย แต่วันนี้ขยับขึ้นอีกแล้วนะคะ เกือบ ๆ จะ 30,000 ราย นั่นคือแนวโน้มของประเทศบราซิล ยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องค่ะ เทียบกับประเทศสหรัฐอเมริกาเส้นกราฟสีน้ำเงินมีผู้ป่วยรายใหม่ต่อเนื่องเช่นเดียวกันแต่มีแนวโน้มที่ค่อย ๆ ลดลงอย่างช้า ๆ ค่ะ อันดับที่ 3 และ 4 ก็คืออินโดนีเซียและีกราฟนี้แสดงถึงสถานการณ์ COVID-19 ในฝั่งเอเชีย เส้นกราฟสีเขียวประเทศอินเดียเห็นจากความชันที่พุ่งสูงมากอย่างต่อเนื่องนะคะ ต้องเฝ้าดูสถานการณ์ของประเทศอินเดียอย่างใกล้ชิดค่ะ เพราะผู้ป่วยรายใหม่ยังคงเพ่ิมอย่างต่อเนื่องทุก ๆ วัน ตามมาด้วย ปากีสถาน บังคลาเทศ ฟิลิปินส์ และอินโดนีเซีย ค่ะ ประเด็นที่น่าสนใจในต่างประเทศในวันนี้นะคะ ประเทศแรกมาจากประเทศอินเดียพบผู้ป่วย COVID-19 สะสมรวมพุ่งขึ้นมากกว่า 189,000 ราย เพิ่มขึ้นมากถึง 8,000 รายค่ะ เปิดเผยว่าพบผู้ป่วยติดเชื้อ COVID-19 มากขึ้น8,171 ราย ส่งผลให้ยอดติดเชื้อรวมของประเทศนะคะเกือบ 2 แสนราย ในขณะเดียวกันพบผู้เสียชีวิตรายใหม่เพิ่มขึ้นอีก 240 ราย ทำให้มีผู้เสียชีวิต 5,598 ราย อินเดียค่ะเริ่มใช้มาตรการผ่อนคลายทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคมที่ผ่านมานะคะ ซึ่งการผ่อนคลาย ข้อจำกัดต่าง ๆ ก็ได้กลับมาเปิดบริการอีกครั้ง ภายใต้การ Lockdown ในระยะล่าสุดนี้ค่ะ อีก 1 ประเด็นที่น่าสนใจมาจากดูไบนะคะ เปิดหาดนะคะให้คนได้กลับมาพักผ่อน หลังจากล็อกดาวน์ควบคุม COVID-19 ค่ะ ทางการดูไบและสวนสาธารณะเป็นครั้งแรก หลังจากผู้ปกครองในสหรัฐอาหรับเอมิเรตมีคำสั่ง Lockdown และใช้เคอร์ฟิวร่วม 2 เดือน ล่าสุดค่ะทางการก็ได้มีการผ่อนปรนข้อจำกัดต่าง ๆ เริ่มอนุญาตให้เปิดโรงภาพยนต์ โรงยิม และสวนสาธารณะต่าง ๆ มาดำเนินการได้ตามปกติค่ะ ขณะเดียวกันพบว่าประชาชนหลายส่วนค่ะเริ่มไม่สวมหน้ากากอนามัยและไม่ปฏิบัติการเว้นระยะห่างทางสังคม หลังจากมีมาตาการผ่อนคลายต่าง ๆ แล้ว ความร่วมมือต่าง ๆ อาจจะเริ่มย่อหย่อน เราจะต้องไม่ย่อหย่อน สวมหน้ากากอนามัยในการไปสถานที่ต่าง ๆ แล้วยังต้องเว้นระยะห่างทางสังคมอยู่นะคะ อีก 1 ประเด็นที่น่าสนใจนะคะมาจากประเทศอังกฤษค่ะ ครูในประเทศอังกฤษหวั่นว่าจะมีการระบาดซ้ำในโรงเรียนค่ะ เกรงว่าจะมีการระบาดของโควิดซ้ำในโรงเรียนค่ะ ว่าจะมีการปลดล็อคเร็วเกินไป สหภาพครูในประเทศอังกฤษนะคะแสดงความกังวลว่าเชื้อ COVID-19 อาจจะระบาดในโรงเรียนได้ หลังจากรัฐบาลอังกฤษค่ะได้ประกาศให้มีการเริ่มการเรียนการสอนในวันที่ 1 มิถุนายน ซึ่งถูกมองว่าเร็วเกินไป ถึงแม้ว่าจะมีการจำกัดจำนวนนักเรียนต่อห้องเรียนให้ไม่เิน 15 คน แล้วก็ยังมีเจ้าหน้าที่ที่คอยให้นักเรียนแสดงความระยะห่างระหว่างกันแต่พบว่าการป้องกันการแพร่ระบาดเหล่านี้ที่พยายามทำอยู่ก็ไม่สามารถทำได้จริง โอกาสนี้ทางรัฐบาลอังกฤษได้มีการประกาศผ่อนคลาย Lockdown แล้วก็ให้ประชาชนสามารถรวมตัวกันได้คือไม่เกิน 6 คน แล้วก็ยังต้องเว้นระยะห่างทางสังคมค่ะ ในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญในอังกฤษก็ออกมาบอกค่ะว่ามาตรการปลดล็อกและผ่อนคลายเร็วเกินไป เนื่องจากประเทศอังกฤษยังคงมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ค่ะ อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจมาจากสาธารณรัฐประชาธิไตยคองโกค่ะ คองโกออกมาประกาศนะคะว่าพบการระบาดของไวรัสอีโบลาเป็นครั้งที่ 11 ทำให้มีผู้ติดเชื้ออีโบล่าแล้ว และมีผู้ติดเชื้อถึง 6 คน ซึ่งการแพร่เชื้อของเชื้อไวรัสอีโบลานี้เป็นการระบาดทางของเหลวในร่างกาย ใกล้เคียงกับการระบาดของเชื้อ COVID-19 1แต่มีอัตราการเสียชีวิต 25-90 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสูงมาก ตัวนี้สะท้อนกลับมาที่ประเทศไทยนะคะ หลังจากที่เรามีการสวมหน้ากากอนามัย สถิติการแพร่เชื้อในประเทศไทยซึ่งถือเป็นเชื้อประจำถิ่นของประเทศไทยนี่ลดลงอย่างมาก เพราะฉะนั้นการสวมหน้ากากอนามัยก็สามารถป้องกันทั้งเชื้อ COVID-19 และเชื้อไข้หวัดใหญ่ได้ค่ะ อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจของประเทศที่ผ่านมาในวันที่ 1 มิถุนายนมีมาตรการในมีการผ่อนคลายในระยะที่ 3 ซึ่งมีกิจการและกิจกรรมหลายประเภทนะคะที่กลับมาดำเนินกิจการได้ปกติ ซึ่งก็ทำให้พี่น้องประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตตามปกติมากยิ่งขึ้น แต่อย่างไรก็ตามค่ะ ความปกตินี้จะไม่ใช่ความปกติเดิมจะเป็นความปกติใหม่หรือที่เราเรียกกันว่า New Normal หรือวิถีชีวิตใหม่ ซึ่งวิถีชีวิตใหม่นี้ค่ะ สำหรับพี่น้องหลายคนก็อาจจะรุู้สึกว่าขัดใจ ไม่คุ้นชิน หรือไม่สะดวกสบายบ้าง มาตรการต่าง ๆ ที่เราออกมาเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดของเชื้อ COVID-19 ซ้ำใหม่ ที่ออกให้ผู้ประกอบกิจการหรือผู้รับบริการได้ปฏิบัติ อย่างเช่นอย่างเดิมก็คือการสวมหน้ากากอนามัย หรือว่าการใช้เจลแอลกอฮอลเจลล้างมือบ่อย ๆ การเข้าไปในสถานที่ต่าง ๆ มีการสแกนอุณหภูมิร่างกาย หรือการสแกนQR Code ในการเข้าและออกผ่านสถานที่ต่าง ๆ ผ่านแพลตฟอร์มหรือแอปพลิเคชันไทยชนะ สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดของเชื้อไรรัสCOVID-19 หรือหากมีการระบาดของเชื้อเพิ่มขึ้นจริง ๆ และจำกัดวงการแพร่ระบาดให้แคบที่สุด และถ้าหากมีผู้ป่วยที่ติดเชื้อจริง ๆ เราก็สามารถติดตามผู้ที่มีโอกาสติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดและนำมาตรวจคัดกรองและนำมารักษาได้ทันที เราจะเห็นจากบทเรียนของหลาย ๆ ประเทศทั่วโลกนะคะ ที่มีมาตรการปลดล็อก ผ่อนคลายมาตรการและมีการกลับมาระบาดของโรคซ้ำใหม่ เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชนจะช่วยกันได้ ร่วมมือกันได้ก็คือการปฏิบัติตามมาตรการต่าง ๆ เพื่อให้ประเทศไทยเดินไปข้างหน้า เพื่อให้มีมาตรการในการลดหย่อนหรือการผ่อนคลายจนทุกอย่างกลับมาดำเนินกิจการได้ตามปกติ ให้เราไม่อยู่ที่เดิมซ้ำเดิมหรือปิดกิจการที่เคยเปิดไปแล้วค่ะ ทั้งหมดนี้ก็อาจจะไม่ใช่เรืื่องง่าย แต่เชื่อว่าพวกเราทุกคน คนไทยทุกคนจะปรับตัวแล้วก็กลับมาใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้อีกครั้งหนึ่งค่ะ (นายแพทย์ ปราการ) ครับก็ขอขอบคุณผู้ช่วย ศบค. มากนะครับ วันนี้ยังไม่มีคำถามมาจากผู้ชมทางบ้าน เพราะฉะนั้นในท้ายที่สุดนี้อยากจะขอให้คุณหมอได้ฝากประเด็นบางอย่างให้กับประชาชน เชิญครับ ขอเรียนเชิญครับ (แพทย์หญิง พรรณประภา) สุดท้ายนี้นะคะ วันนี้ก็เป็นวันหยุดอีก 1 วันก่อนที่จะออกจากบ้านสิ่งที่เราขอพี่น้องประชาชนมากที่สุดก็คือ 2 มือค่ะ 2 มือที่จะสวมหน้ากากอนามัย ๒ มือที่จะล้างมือบ่อย ๆ แล้วก็เว้นระยะห่างระหว่างกันนะคะ สำหรับวันนี้ขอจบการแถลงข่าวของแต่เพียงเท่านี้สวัสดีค่ะ (นายแพทย์ ปราการ) ขอขอบคุณ แพทย์หญิง พรรณประภา ยงค์ตระกูล ผู้ช่วยโฆษก ศบค. อย่างมากครับ ก่อนที่เราจะไปเข้าสู่เรื่องที่ 2 วัคซีน สำหรับครอบครัวอยากจะให้ดูคลิปดี ๆ เรื่องของเหตุผลที่เราไม่ควรดื่มเหล้าในช่วงนี้นะครับ จากสำนักงานกองทุนสนับสนุนหรือ สสส. เรื่อง ดื่มเหล้าภูมิคุ้มกันตก เสี่ยว COVID-19 ขอรับชมเลยครับ แห่งชาติ พบว่าคนไทยเริ่มดื่มเหล้าตั้งแต่ 15 ปี มีการดื่มเหล้ามากถึง เกือบ 3,000,000 คนมีอาการติดเหล้า ซึ่งทำให้มีการหลงลืม และหากดื่มติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจมีอาการทางจิตเวชด้วย อย่าง 2 สามี ภรรยาคู่นี้ ดื่มเหล้ามานานกว่า 20 ปี ทั้งคู่ดื่มเหล้าทุกวันมีปากเสียงกันเป็นประจำ และสุดท้ายต้องออกจากงาน เพราะดื่มเหล้าหนักจนทำงานไม่ไหว คนงานก็กินด้วยกัน กิน 2 คนกับแฟนนี่ล่ะ ลงไม้ลงมือกันแล้ว ตื่นเช้าไม่ได้กินนี่มือสั่น ลงเหล้าหมด หลานไม่ให้อุ้ม ไม่ให้กอด ไม่เอาหรอก เหม็น เสียใจ น้ำตานี่ไหล ด้วยปัจจัยด้านสุขภาพและปัญหาครอบครัวประจวบเหมาะกับที่มีประกาศเลิกขายเหล้า เลิกเหล้าอย่างเด็ดขาด และเริ่มช่วยเหลือผู้คนในชุมชน (ผู้ให้สัมภาษณ์) ยาย ไปไม่ไหว ก็ช่วยอาสาไปเอาให้ ทำบุญก็ช่วยคนแก่ีเวลาเขาเป็นมาเราก็ไปดู เวลาเราเป็นไรเขาก็มาดูเรา พี่น้องนั่นแหละ (ผู้ให้สัมภาษณ์) คือเราจะเจอครอบครัวนี้ เราจะเจอเขาในครอบครัวนี้ห้องฉุกเฉิน รพ.สต. เนินหอม คือเขาอุบัติเหตุนะ คือทะเลาะเบาะแว้ง จะพูดจาอะไรอย่างนี้จะไม่ค่อยฟัง พอวันหนึ่งเขาก็เดินมาที่สถานีอนามัย แปลกไปจากเดิม หน้าตาสดใสทั้ง 2 สามีภรรยา เราก็บอกว่ามาขอรับยาให้ป้าเขียน แต่อาสามาทำความดีให้คนอื่น มารับยาให้ผู้สูงอายุอะไรอย่างนี้ค่ะ (บรรยาย) คนติดเหล้าสามารถเลิกได้ด้วยตัวเอง โดยแบ่งเป็นผู้มีอาการถอนไม่รุนแรง ที่จะมีอาการหงุดหงิด คลื่นไส้ ช่วง 3-7 วันแรก แล้วอาการจะดีขึ้น แต่สำหรับผู้ที่มีอาการถอนรุนแรง อาจจะมีอาการถึงขั้นหนัก ขั้นครื้นไส้อาเจียน ชักเกร็ง หูแว่ว ประสามหลอน เพื่อทำการรักษา และยิ่งในช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19 ผู้มีอาการติดเหล้าก็จะมีโอกาสติดเชื้อมากกว่าผู้อื่น เพราะภูมิคุ้มกันน้อยกว่าผู้อื่น (ผู้ให้สัมภาษณ์) แอลกอฮอล์นี้ ทำให้ภูมิต้านทานในร่างกายแย่ลงที่เกี่ยวข้องกับโควิดโดยตรง มันทำให้ขนเล็ก ๆ นะที่คอยจับในหลอดลมและเม็ดเลือดขาวตามเยื้อบุของปอดนี่ทำงานแย่ลง เพราะฉะนั้นเชื้อเมื่อเข้าสู่ร่างกาย มันก็จะเข้าสู่ปอด และไปสู่กระแสเลือดได้ง่าย เพราะฉะนั้นโดยรวมเหล้าจะทำให้ภูมิต้านทานแย่ลง ติดเชื้อแล้วก็รุนแรงมากขึ้นครับ หากผู้ใดอยากเลิกเหล้า สามาถรเข้าไปรักษาโรงพยาบาลใกล้บ้าน หรือสามารถโทรไปที่ 1413 โดยจะมีผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาและช่วยประเมินการรักษาให้ในเบื้องต้น ในช่วงเมษายนที่ผ่านมามีวิกฤตไวรัสโควิดนี่ ประกอบกับมาตรการงดขายสุรา เราพบว่ามีคนโทรเข้ามาปริมาณมากใกล้เคียงกับเลิกเหล้าเข้าพรรษาเลย นับว่าเป็นโอกาสที่จะทำให้คนกลับมาดูแลสุขภาพ เพราะฉะนั้นเราจึงใช้โอกาสนี้รณรงค์เพิ่มขึ้นนะครับ เพื่อให้สังคมมีความเข้าใจในเรื่องนี้ แล้วก็ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้ดีมากยิ่งขึ้น (บรรยาย) กำลังใจจากคนรอบข้าง ทำให้มีกำลังใจ หากเรามีความตั้งใจจริงไม่ดื่มเหล้าได้อย่างน้อย 6เดือนก็จะสามารถเลิกเหล้าได้อย่างเด็ดขาดและกลับมามีชีวิตที่ดีขึ้น (นายแพทย์ ปราการ) ครับ ขอต้อนรับเข้าสู่ช่วงที่ 2 นะครับ เป็นสิ่งที่ทุกคนกำลังรอคอยอยู่ทีเดียววัคซีนครอบครัว ทุกคนอยากจะมีความสุขในครอบครัว วันนี้ครับจะมีวิทยากรเป็นผู้เชี่ยวชาญจริงๆ ที่จะมาบอกเราว่าวัคซีนครอบครัวทำอย่างไรถึงทำให้เรามีความสุขได้ ความสุข เป็นสิ่งยอดปราถนาของทุกคนนะครับ โดยวันนี้เป็นหัวข้อเรื่อง วัคซีนครอบครัว ความสุขที่เราสร้างได้ โดยนายแพทย์ และแพทย์หญิงดุสดี จึงศิรสุวิทย์ ผู้อำนวยการสถาบันจิตเด็ก และวัยรุ่นราชนครินทร์ขอเรียนเชิญวิทยากรทั้ง 2 ท่านเลยครับ พี่น้องประชาชนคนไทยทุกท่านครับ รวมทั้งผู้สื่อข่าวทุกแขนง สถานการณ์การระบาด [สิ้นสุดการถอดความ] ไม่ว่าสถานการณการระบาดของโคโรนาไวรัส จะมีวิกฤตที่ดีขึ้น เศรษฐกิจและสังคมยังคงอยู่แล้วก็มีแนวโน้มที่คงอยู่อีกสักระยะหนึ่งนะครับ กรมสุขภาพจิตก็มีความเป็นห่วงพี่น้องชาวไทยต้องการให้ทุกท่านผ่านวิกฤติสุขภาพจิตเรื่องนี้ไนะครับ ต้องการให้ทุกท่านผ่านวิกฤตสุขภาพจิตครั้งนี้ไปได้อย่างไม่มีปัญหาทางด้านจิตใจ นะครับ เพราะฉะนั้นการที่เราจะมีพลังใจที่ดีนะครับ ก็ต้องมีภูมิต้านทานทางกายที่ดี มันก็เหมือนกับโรคฝ่ายกาย ภูมิต้านทานบางอย่างเราต้านทานได้ โดยใช้วัคซีน เพื่อป้องกันโรคบางโรคได้ เราก็เรียกว่าวัคซีนใจนะครับ ซึ่งกรมสุขภาพจิตได้วางแนวทางไว้แล้วว่าวัคซีนนี้มี 3 ประเภท ประเภทแรกก็คือวัคซีนใจนะครับ หรือเรียกว่าพลังอึด ฮึด สู้ วัคซีนที่ ๒ ที่เราจะคุยกันวันนี้วัคซีนครอบครัว ความสุขที่เราสร้างได้นะครับ แล้วก็วัคซีนที่ 3. ก็คือวัคซีนชุมชนนะครับ วัคซีนชุมชนก็คือพลังใจที่ทำให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็งและจับมือกันก้าวผ่านวิกฤตนี้ผ่านไปได้ ซึ่ง 3 วัคซีนนี้เรามีแนวทางทั้งหมดแล้ว แล้วขอบคุณทุก ๆ แห่งทั่วประเทศกำลังดำเนินการอยู่ วันนี้เราจะมาคุยกันเรื่องวัคซีนครอบครัว เป็นวัคซีนที่ครอบครัวเป็นพลังเล็ก ๆแต่พลังเล็ก ๆ ที่สำคัญ ที่เป็นพลังขับเคลื่อน และชุมชนโดยภาพรวม สไลด์ต่อไปครับ ผลกระทบมันเกิดขึ้นได้อย่างไรบ้าง ผลกระทบของ COVID-19 นะครับต่อครอบครัวนะครับ เมื่อเกิดการระบาดเกิดขึ้น สมาชิกกลัวอันหนึ่งเครียดจากการกลัวติดโรค ความไม่แน่นอนว่าโรคนี้เป็นอย่างไร อันตรายจริงไหม ติดง่ายไหม ความเครียดที่ 2. คือความเครียดจากเศรษฐกิจ ทีนี้ถ้าครอบครัวภูมิต้านทานไม่ดีนะครับ ก็จะเกิดความเครียดขึ้นในครอบครัว ส่งผลที่ตามมาก็คือความรุนแรงในครอบครัว การหย่าร้าง คนในครอบครัว ที่เกิดขึ้นกับเด็ก สตรีและคนชราที่อยู่ในครอบครัวนะครับต่อไปเลยครับ กรมสุขภาพจิต ความสุขของครอบครัวไทยนะครับ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกคือการสำรวจ online โดยให้สมาชิกครอบครัวทั่วประเทศ ได้สำรวจทางออนไลน์ ก็ขอเรียกว่าเป็นครอบครัวทั่วไป กลุ่มที่ 2 สำรวจครอบครัวที่เปราะบาง อันนี้ลงไปสำรวจด้วยตัวเอง โดยผู้นำชุมชนหรือ อสม. นะครับ ครอบครัวเปราะบางก็คือคนที่ไปสอบถามซึ่งอยู่ใกล้ชิดอยู่แล้วในชุมชน รับรู้ว่า เป็นครอบครัวที่น่าจะมีปัญหาจากผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ ส่วนแรกเราดูเรื่องของความสุขของครอบครัว ถึงแม้ว่าครอบครัวของคนไทยก็ยังมีความสุขในระดับมากอยู่ แต่เราก็จะเห็นว่า ถ้าเปรียบเทียบกับครอบครัวทั่วไป กับครอบครัวที่เปราะบางจะมีความสุขน้อยหรือน้อยมากที่เป็นสัดส่วนที่มากกว่าครอบครัวทั่วไป คือประมาณ 17 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับครอบครัวทั่วไปเมื่อมีแค่ 11 เปอร์เซ็นต์ต่อไปครับ เรื่องความอบอุ่น และความใกล้ชิดของครอบครัวเราก็จะเห็นว่าถึงแม้ว่าครอบครัวจะบอกว่ามีความอบอุ่นใกล้ชิดนะครับ ครอบครัวทั่วไปอาจจะบอกมากขึ้นด้วย เพราะได้อยู่กันในครอบครัว บางคนก็กลับมาทำงานที่บ้านแต่เราก็เห็นว่า ครอบครัวที่เปราะบาง จะมีความอบอุ่นใกล้ชิดกันน้อยลง มีความห่างเหินกันประมาณ 7 เปอร์เซ็นต์ นะครับ ดังนั้นจะเป็นจากสมาชิกในครอบครัว อาจจะมีหน้าที่ความรับผิดชอบที่มากขึ้นในสถานการณ์นี้ จนทำให้ความใกล้ชิด ที่ที่เหมือนเดิมอาจจะลดน้อยลงไปนะครับ ต่อไปเลยครับ มาดูที่ความเครียดของครอบครัวนะครับ ผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19 ทำให้กลุ่มครอบครัวไม่ว่าจะเป็นกลุ่มครอบครัวทั่วไป ครอบครัวที่เปราะบาทางด้านสังคมนี่ มีความเครียดอยู่ในระดับปานกลาง แล้วก็จริง ๆ ความเครียดที่สูไม่ได้แตกต่างกันเลยนะครับ ระหว่างครอบครัวทั่วไปกับครอบครัวที่เปราะบาง แสดงว่าความเครียดส่วนใหญ่ที่ปานกลางนี่คือแสดงว่าจริง ๆ สถานการณ์นี้ครอบครัวไทยนี้มีสถานการณ์นี้ครอบครัวไทยก็มีผลกระทบ มีความเครียด สไลด์ต่อไปครับ ความเชื่อมั่นของครอบครัวในการก้าวผ่านโควิด อย่างน้อยที่สุดนี่ครอบครัวไทยก็ยังมีความเชื่อมั่นนะครับ ความเชื่อมั่นนี้อาจจะเกิดจากความช่วยเหลือรัฐ ความเชื่อมั่นนี้อาจจะเกิดจากพวกเราทุกคน มีการช่วยเหลือเกื้อกูลกันดังตัวอย่างที่เราจะเห็นจากตู้ปันสุขนะครับที่ทุกคนถ้ามีก็เอาของไปใส่ในตู้ปันสุข เพื่อให้คนที่ไม่มีนะครับ คนที่ขาดแคลนได้มาเอาไปใช้ อันนี้ก็จะเป็นภาพรวมว่าครอบครัวไทยเราก็ยังมีการมองบวก ว่าจะผ่านเหตุการณ์นี้ไปได้ ต่อไปครับ ความร่วมมือของครอบครัวนะครับก็จะเห็นว่าทั้งครอบครัวทั่วไปและครอบครัวที่เปราะบางก็ยังเป็นทีมเดียวกัน อาจจะมีเห็นไม่ตรงกันบ้าง อาจจะมีไม่ค่อยเป็นทีมบ้างนะครับ แต่ภาพรวมยังดีอยู่นะครับ เราอยากเห็นครอบครัวไทยเป็นอย่างนั้นทุกครอบครัว ต่อไปเลยครับ ภาพนี้ก็ให้เห็นเปรียบเทียบกันเฉย ๆ นะครับว่า ถ้าเป็นโรคฝ่ายกายนะครับ เรากำลังรอวัคซีน ถ้าเป็นโคโรนาไวรัส ตอนนี้ก็จะทำให้พวกเรามีสุขภาพจิตที่ดี แต่ส่วนครอบครัวอะไรคือตัวทำให้ครอบครัวมีสุขภาพครอบครัวที่ดี มีครอบครัวที่เข้มแข็ง สิ่งนั้นก็เรียกเหมือนกันคือวัคซีน วัคซีนครอบครัวครับ ต่อไปเลยครับ วัคซีนครอบครัวมีอะไรบ้าง วัคซีนครอบครัวอยู่ 3 พลัง พลังแรกคือ พลังบวก คือมองเห็นข้อดีหรือทางออกในทุกปัญหาหรือคนเคยบอกไว้ว่าเมื่อเรามองอะไร เราจ้องอะไรมากขึ้นหรือนานขึ้นสิ่งนั้นจะใหญ่ขึ้น อุปมาเหมือนกันสิ่งนั้นจะดูเหมือนใหญ่ขึ้น อุปมาเหมือนกันครับถ้าเรามองความทุก ถ้าเรามองปัญหา ให้ความสำคัญกับมันมากเกินไปจะทำให้เป็นภาระมันจะทำให้เราหมกมุ่นครุ่นคิด มองถึงทางออกทีมันมีตั้งหลายทางนะครับ พลังต่อมาคือพลังยืดหยุ่น ก็คือเมื่อถึงเวลาหนึ่ง เมื่อถึงเป้าหมาย ปรับเปลี่ยนบทบาทบางคนอาจจะต้องมาช่วยกันทำงาน ออกมาช่วยกันแก้ปัญหา นะครับ ถ้าเราขาดแคลนนะครับ ถ้าเรารู้สึกเป็นทุกข์ ก็ต้องรู้จักหาแหล่งสนับสนุนนะครับหรือขอความช่วยเหลือ ในขณะเดียวกันคนที่มีมากพอแล้วก็อาจจะช่วยแบ่งปัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เหมือนที่ตามแบบสอบถามเลยครับ ครอบครัวไทยจะต้องร่วมมือกันเป็นทีมเดียวกัน ไม่ทะเลาะเบาะแว้งนะครับ ต้องจับมือกันสู้ปัญหาไปได้ด้วยดีนะครับ ต่อไปนะครับ ผมอยากจะเชิญชวนทุกท่านนะครับ ดูคลิปวิดีโอวัคซีนครอบครัว โดยเฉพาะในครอบครัวกลุ่มเปราะบางในชุมชนนะครับ ซึ่งก็จะเป็นตัวอย่างที่ดีนะครับ ให้เห็นว่าวัคซีนวัคซีนครอบครัวเราทำกันอย่างไรครับ ขอเชิญรับชมได้แล้วครับ ครอบครัวอยู่กัน 5 คนค่ะ มีแม่แล้วก็มีพ่อ สามีกับลูกสาวคนกลางก็เข้าไปทำงานไม่ได้อยู่บ้าน ก็อยู๋กัน 2 คน กับผู้ใหญ่ตั้งแต่เล็กเป็นไข้เลือดออก ก็เสียสมอง ก็อ่านหนังสือไม่ได้ จำไม่ได้ เสียสมองหมดเลย โตขึ้นมา ก็พูดได้ ทำอะไรได้ ทำโน้นทำนี่ได้ กับเขาเหมือนกับพวกเขาก็ไปทำไม่ได้ รับจ้าง รับจ้างทำนา ทำไร่ รับจ้าง อาชีพ บางทีเห็ดออกก็เก็บเห็ดมาขาย ไปรับจ้างทุกงาน ไม่ได้ไปไหนอยู่บ้าน รายได้ลดลง แต่ไม่มีอะไรจะทำไม่มีอะไรจะกิน โควิดเข้ามาไปหาอะไรก็ไม่ได้ ออกไปไหนก็ไม่ได้ อยู่แต่บ้าน จะเอาอะไรไปขายก็ไปขายไม่ได้เพราะอยู่แต่บ้าน ให้ดูแลกัน พึ่งกันและดูแลกัน อยู่ตามอรรถภาพของตัวเองนี่ล่ะ ถ้าท้อแท้แล้วมันจะทำเรา เราต้องทำมัน ต่อสู้ (ผู้ให้สัมภาษณ์) ร่วมมือร่วมใจแล้วก็ทำตัวให้สบาย ทำใจให้สบาย ร่วมมือกันไม่ทิ้งกัน (นายแพทย์ จุมภฏ) นั้นก็เป็นตัวอย่างกิจกรรมที่ทำกับครอบครัว ต่อไปแพทย์หญิงดุษดีย์ ผู้อำนวยการสถานบันเด็ก ต่าง ๆ ว่ามีอะไรบ้าง ขอเชิญครับ สวัสดีค่ะ พี่น้องชาวไทยทุกท่านนะคะ เมื่อสักครู่เราก็จะได้ชมคลิปวัคซีนครอบครัวที่ได้ลงไปดำเนินกิจกรรม กับครอบครัวที่เปราะบางทางสังคมนะคะ ในพื้นที่ 3 ตำบลในจังหวัดอุบลราชธานีนะคะ ทั้งนี้ต้องขอขอบพระคุณ ขอบคุณทีมผู้นำชุมชน แล้วก็กลุ่มครอบครัวที่หมอขอเรียกว่าครอบครัวจอมพลังอนุญาตและอนุเคราะห์ให้ถ่ายทำได้ชมไปนะคะ เหตุที่ต้องเรียกครอบครัวจอมพลังเพราะว่า จริง ๆ ในสถานการณ์ COVID-19 ครั้งนี้ เปรียบเสมือนเราเจอคลื่นลูกหนึ่งพร้อม ๆ กัน ก็ระหว่างเรือใหญ่กับเรือเล็กออกแรงไม่เท่ากัน ครอบครัวกลุ่มเปราะบางทางสังคม ก็จะมีพลังน้อยกว่านะคะ ต้องออกแรงน้อยกว่านะคะ ที่นี้เราขอเรียกว่า ครอบครัวจอมพลัง หลายท่านดูแล้วอาจจะมีคำถามว่า ถ้าอย่างนั้นแล้ว ครอบครัวของเรา จะเอาครอบครัววัคซีน จะเอาไปใช้ได้อย่างไรถ้าหากว่าครอบครัวของเราไม่ได้เป็นเหมือนครอบครัวที่เห็นในคลิปจะสามารถนำวัคซีนครอบครัวไปใช้ได้หรือไม่ ก็ต้องเรียนก่อนนะคะว่าวัคซีนครอบครัวเหมาะกับทุก ๆ ครอบครัวค่ะ แต่ก็จะเหมาะเป็นพิเศษเลยก็คือครอบครัวเปราะทางสังคม อย่างที่บอกว่า เหมาะกับทุกครอบครัว ครอบครัวที่อยู่ในช่วงที่กำลังเปราะบางหรือในครอบครัวที่เข้มแข็งที่จะต้องมีภูมิคุ้มกัน ที่จะเป็นเกราระและก็ปัญหาความเครียดของคนในครอบครัวนะคะ ที่เปราะบางทางสังคม เป็นกลุ่มที่เราจำเป็นที่ต้องเข้าไปให้การช่วยเหลือเป็นอย่างยิ่งนะคะ ครอบครัวที่เรียกว่าสายป่านสั้นกว่าอาจจะได้รับผลกระทบมากกว่าแล้วก็อาจจะทำให้ไม่สามารถสู้ต่อได้ ทางหากว่าจะนำไปใช้จะทำได้อย่างไรนะคะ สำหรับครอบครัวที่เข้าถึงสื่อสังคม onlie นะคะ เราจะมี QR Code ในสไลด์หลังจากนี้ ซึ่งท่านสามารถที่จะสแกนQR Code แล้วก็ทดลองทำกิจกรรมเลห่านี้ได้เลยนะคะ แต่เรายังมีความเป็นห่วงของครอบครัวเปราะบางทางสังคมนะคะ ซึ่งอาจจะเข้าไม่ถึงสื่อสังคม online จึงออกแบบไว้ใน 2 ลักษณะนะคะ คือ ครอบครัวชนชั้นกลางที่สามารถเข้าถึงสื่อสังคมออนไลน์ ท่านสามารถสแกนแล้วดำเนินกิจกรรมตามในเล่มได้เลยนะคะ ทางสังคมนะคะ เราได้แจกจ่ายสิ่งนี้นะคะ เล่มวัคซีนครอบครัวให้กับพี่น้อง อสม. หรือผู้นำชุมชน ก็คืออาสาสมัครสุขภาพ อาสาสมัครสาธารณสุข ทางพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ก็ได้ ไปเป็นผู้นำกลุ่มทำกิจกรรมโดยเว้นระยะห่าง กับครอบครัวที่เป็นกลุ่มเปราะบางนี้ประมาณ 10-15 ชุมชนนะคะ โดยกิจกรรมจะประกอบไปด้วยกิจกรรมต้นแบบ 3 กิจกรรมด้วยกัน ซึ่งจะเน้นทางพลังบวกและพลังร่วมมือนะคะ ถ้าหากว่าชุมชนมีกิจกรรมทที่เป็นบริบทของท้องถิ่นเองนะคะ กิจกรรมของพื้นที่ก็สามารถที่จะปรับเปลี่ยนและเสริมกิจกรรมเหล่านี้ได้ ใช้เวลาประมาณครึ่งวันหรือ 3 ชั่วโมง ในการทำ แต่หลังจากที่ทำแล้ว จะมีกิจกรรมที่เอาไปทำต่อที่บ้าน ตามที่เห็นในตารางบันทึกวัคซีนครอบครัว 3 กิจกรรมนี้คือกล่องพลังใจ และต้นไม้พลังใจค่ะ กล่องพลังใจจะทำให้สมาชิกในครอบครัวทุกคนเห็นว่าจริง ๆ แล้วทุกคนต่างก็มีข้อดี และถ้าหากว่า เราได้เห็นข้อดี คนพูดก็สุขใจ คนฟังก็มีกำลังใจ กำลังใจเหล่านี้จะทำให้เราอยากจะร่วมมือเป็นทีมค่ะ เกมพลังใจจะทำให้ครอบครัวรู้ว่าจริง ๆ แล้วเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป เราจะยึดติดกับอันเดิมไม่ได้ค่ะ เราอาจจะต้องเปลี่ยนแปลงเป้าหมาย เปลี่ยนวิธีการบทบาทหน้าที่ของเราเพื่อให้สู่กับปัญหาในครั้งนั้นได้ ซึ่งจะทำให้ครอบครัวมีความยืดหยุ่น รับมือกับปัญหาได้นะคะ ต้นไม้พลังใจค่ะ จะช่วยให้ครอบครัวฝึกการสังเกต รับฟังให้เกิดพลังใจด้วยกัน การปลูกต้นไม้ ถ้าท่านเห็นในคลิป ทำโดยการปิดตาเพียงคนเดียวไม่ได้แน่ ๆ แต่ถ้าหากว่ามีคนปิดตา แต่สมาชิกในครอบครัวเข้ามาช่วย ครอบครัวเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ใช้ความเก่งของแต่ละคนมาร่วมมือฟ่าฟันอุปสรรค แม้จะปิดตามจนมองไม่เห็นก็ยังสามารถปลูกต้นไม้ด้วยกันได้นะคะ โดยที่ในกิจกรรมที่เราลงไปดำเนินการในครั้งนี้อยากชวนพี่น้องประชาชนติดตามผลการดำเนินกิจกรรมในรายการบ้านพลังใจตอน บ้านเล็กพลังใจ ซึ่งเราได้ลงไปทำกิจกรรมกับ 30 ครอบครัว ของจังหวัดอุบลราชธานีค่ะ ผลจากการดำเนินการพบว่าจากเดิมที่เราพบว่าครอบครัวกลุ่มเปราะบางจะมีสัดส่วนความเครียดค่อนข้างสูงนะคะ ก็พบว่าหลังจากทำกิจกรรมแล้ว ครอบครัวกลุ่มความเครียดสูงมากนี่ลดลงค่ะ ครอบครัวมีการยิ้ม ทักทาย ขอบคุณ และชื่นชมกันนั้นหมายความว่า วัคซีนครอบครัวและสร้างสุขให้กับทุกครอบครัว ใกล้ชิดเมื่อครอบครัวอบอุ่นแล้ว ต่อกันอย่างที่เราไม่อยากเห็นมันเกิดขึ้นนะคะ เราพบว่านอกจากการที่เราวัดผลว่าความเครียดลดลงแล้ว เรายังพบว่าสมาชิกครอบครัว ยังมีการขอบคุณ ใกล้ชิดกันเพิ่มขึ้นด้วยท่านครอบครัวใดนะคะ หรือชุมชนใดได้นำวัคซีนครอบครัวไปใช้นะคะ เราอยากเชิญชวนให้เข้ามาแลกเปลี่ยนค่ะ ผลของการนำวัคซีนครอบครัวไปใช้ร่วมแชร์กิจกรรมที่ท่านไปปรับเปลี่ยน ที่ Facebook Page บ้านพลังใจซึ่งขณะนี้ก็จะมีการเผยแพร่กิจกรรมในเฟซบุ๊กในลักษณะนี้นี่จะทำให้วัคซีนครอบครัวและบ้านพลังใจเป็นจุดเชื่อมโยงโลก online ของชนชั้นกลาง และโลกออฟไลน์ ของครอบครัวเปราะบาง หรืออาสาสมัครในชุมชน เราพบว่าหลายสิ่งที่ภาครัฐดำเนินการนี่เข้าถึงกลุ่มชนชั้นกลาง ทางสังคมยังเข้าไม่ถึง ซึ่งในที่นี้เราอยากเห็นผู้น้ำชุมชน หรืออาสาสมัครของมนุษย์เป็นเสมือนสะพาน เชื่อมครอบครัวเปราะบางให้เข้ากับกระบวนการหรือมาตรการทางรัฐจะสนับสนุนช่วยเหลือนะคะ ติดตามในบ้านพลังใจตอน บ้านเล็กจอมพลังค่ะ ขอบคุณค่ะ (นายแพทย์ ปราการ) (นายแพทย์ ปราการ) ทุกท่านครับ จะได้เห็นแล้วว่า ความสุขไม่ได้อยู่ที่ไหนเลยครับ หากันได้ง่าย ๆ หากันได้ในครอบครัวนี้ครับด้วยวัคซีนครอบครัวด้วย 3 พลังด้วยกันนะครับ พลังบวก พลังยืดหยุ่น และพลังร่วมมือ เมื่อกี้ในวิดีโอคลิป พูดด้วยความยิ้มแย้มแจ่มใส ว่าร่วมมือกัน ร่วมใจกัน รักกัน แล้วก็ไม่ทิ้งกัน แล้ววิทยากรทั้ง ๒ ท่านก็ได้ให้ข้อสรุปนะครับแล้วก็ได้บอกเราจริง ๆ แล้วครับว่า ขอให้มีวัคซีนครอบครัว ด้วยอะไรครับ ยิ้มให้กัน ขอบคุณกัน ชื่นชมกัน ถ้ามีอะไรผิดพลาดก็ขอโทษกันครับ ก็เป็นสิ่งที่เรามีความสุขมากครับที่เราอยู่ในครอบครัวแห่งประเทศไทยแห่งเดียวกันครับ ฟ่าฟัน COVID-19 นี้ไปให้ได้ ด้วยการรักษาระยะห่าง ใส่หน้ากากอนามัยแล้วก็ล้างมืออย่างสม่ำเสมอนะครับ ในวันนี้ครับ ก็ยังไม่มีเรื่องของคำถามจากของท่านผู้ชม เพราะฉะนั้นวันนี้ก็ต้องขอขอบคุณ นายแพทย์ จุมภฏ พรมสีดา รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต และแพทย์หญิงดุษฎี จึงศิรกุลวิทย์เด็ก และวัยรุ่น ราชนครินทร์อย่างมากนะครับ ก่อนจบยังมีคลิปปิดท้ายเป็นคลิปดี ๆ เรื่องของวัคซีนใจ วัคซีนใจเป็นวัคซีนที่ทำให้เรารู้สึกมีจิตใจที่เข้มแข็ง ทำให้เราสามารถฟันฝ่าปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ไปได้ โดยกรมสุขภาพจิตนะครับ ขอเชิญรับชม รับฟัง ผู้ชมทุกท่านมีความสุขกาย สุขใจ สุขภาพแข็งแรงครับ สวัสดีครับ จริงหรือที่ครอบครัวมีรายได้น้อยแล้วเราจะหาความสุขไม่ได้ พบกับเรียลลิตี้ครอบครัว ที่จะมาหลอมละลายกำแพงแห่งความทุกข์ยาก ใจจากครอบครัวกับแบบที่ใคร ๆ ก็ทำได้ โดยการ ขอบคุณ ขอโทษ และชื่นชมกัน จะไปตัดสิน หรือไม่ได้เข้าไปเพื่อจะไปหยิบอะไรใส่มือ เราเชื่อว่า ครอบครัวไม่ว่าจะยากดี มีจน แค่ไหน มีความรักเสมอ พลังของความรักจะแปลงเป็นพลังบวก ว่าจะช่วยเหลือยืดหยุ่นตัวเองว่าจะช่วยเหลืออย่างไร เพื่อหาทางออกอย่างไร ท้าทายมากแต่ต้องทำ สุขภาพแข็งแรง ลูกชายหันหนี เขิน การสร้างพลังใจมีผลต่อชีวิตจริง ๆ มันไม่ใช่เรื่องยากที่เกินจะทำได้ ทำแล้วไม่เสียสตางค์ เป็นเรื่องที่ฝึกฝนได้ ลองทำดู ช่วยชีวิตได้จริง ๆ ใช่ไหมครับ ลองทำดู ยิ่งทำ ยิ่งได้รับ ถ้าพลังใจดี ก็เดินหน้าต่อไปได้นะครับ ตื้นตันขอบคุณที่เขาดูแลแม่ รักแม่ [สิ้นสุดการถอดความ]