(นายแพทย์ วรตม์) สวัสดีครับ สวัสดีพี่น้องประชาชนคนไทยทุกท่านนะครับ 2563 ครับ ถ่ายทอดสดจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี กระผมนายแพทย์ วรตม์รับหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการการแถลงข่าวในวันนี้ครับ พี่น้องประชาชนครับ เช้านี้มีการประชุมที่กระทรวงสาธารณสุขครับ สถานการณ์วันนี้เป็นอย่างไร ตัวเลขรายใหม่ของประเทศไทยเป็นอย่างไร กราบเรียนเชิญท่านผู้ช่วยโฆษก ศบค. แพทย์หญิง พรรณประภา ยงค์ตระกูล ครับ (แพทย์หญิง พรรณประภา) สวัสดีพี่น้องประชาชนนะคะ ดิฉัน แพทย์หญิง พรรณประภา ยงค์ตระกูล รับหน้าที่ผุ้ช่วยโฆษก ศบค. ค่ะ ในวันนี้วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน 2563 จากที่มีกระแสนะคะ ในการทายจำวนผู้ป่วย ในการรายงานผู้ป่วยรายใหม่กันตลอดเลยนะคะ ก็ทุกท่านคิดว่ามีจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ หรือ 2 หลักดีคะ แต่วันนี้คือ 2 ค่ะ แต่ไม่ใช่ 2 หลัก นะคะ 2 รายค่ะ สำหรับตัวเลข 2 ในประเทศไทยในวันนี้ลดลงค่ะ โดยทั้ง 2 รายนี้เป็นผู้ป่วยที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ และเข้าพักอยู่ในสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้ค่ะ และในวันนี้นะคะหมายความว่าผู้ติดเชื้อภายในประเทศไทย ในวันนี้ก็คือ 0 ราย ซึ่งเป็น 0 ราย ต่อเนื่องกันมาเป็นวันที่ 12 แล้วค่ะ สำหรับสถานการณ์ภาพรวมของประเทศไทยในวันนี้นะคะ มีผู้ป่วยสะสมอยู่ที่ 3,104 รายค่ะ โดยเป็นผู้ป่วยที่ติดเชื้อภายในประเทศ 2,444 ราย และเข้าพักในสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้และตรวจพบ 167 รายค่ะ ในวันนี้ไม่มีผู้ป่วยที่รักษาหายเพิ่มขึ้น ยังคงอยู่ที่ 2,971 และรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 75 ราย เสียชีวิตไม่มีเพิ่มขึ้น อยู่ที่ 58 คน ค่ะ สำหรับผู้ป่วยสะสมCOVID-19 ในประเทศไทยจำแนกตามเพศ ยังคงเป็นเพศชายมากกว่าเพศหญิงค่ะ และจำแนกตามพื้นที่การรักษานะคะ ยังคงอยู่ที่กรุงเทพมหานครและนนทบุรี ตามมาด้วยภาคใต้ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือค่ะ อายุเฉลี่ยอยู่ที่ 39 ปีค่ะ แต่กลุ่มที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุดจะอยู่ในกลุ่มอายุ 20-29 ปี ซึ่งก็คือวัยทำงานนั่นเองค่ะ ผู้ป่วย 2 รายนะคะที่เดินทางมาจากต่างประเทศและเข้าพักในสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจะให้ด รายละเอียดของผู้ป่วย 2 รายนะคะ รายแรกเป็นผู้ป่วยที่เดินทางกลับมาจากประเทศรัสเซีย เป็นนักศึกษาชายอายุ 22 ปี เดินทางมาถึงไทยค่ะ ในวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา และเข้าพักในสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้ในจังหวัดชลบุรี ผลตรวจยืนยันว่าพบเชื้อ COVID-19 ในวันที่ 14 มิถุนายน แล้วก็เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลในจังหวัดชลบุรีอีก 1 รายนะคะ เป็นพนักงานในโรงานแห่งหนึ่งในประเทศคูเวตค่ะ กลับถึงไทยวันที่ 24 พฤษภาคม ที่ผ่านมา แล้วก็เข้าพักในสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้ ที่กรุงเทพมหานครค่ะ ครั้งแรกตรวจไม่พบเชื้อ แล้วก็ครั้งที่ 2 ตรวจพบเชื้อโควิด 19 ในวันที่ 4 มิถุนายน ที่ผ่านมา จึงส่งตัวไปรักษาต่อค่ะ ซึ่งทั้ง2 ราย ไม่มีอาการ เราจะเห็นได้ว่าระยะหลังมานี้เราพบผู้ป่วยที่ไม่มีอาการเยอะมากขึ้นนะคะ ในผู้ป่วยที่ตรวจพบในสถานที่เฝ้าระวังทีรัฐจัดให้ค่ะ สำหรับสถานการณ์ของ COVID-19 ในสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้นะคะ ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาจนถึงมิถุนายนเดือนนี้ มีผุู้ป้วย167 รายค่ะ และสำหรับสถิติล่าสุดนะคะ อัตราป่วยตามประเทศต้นทาง หมายถึงว่า จำนวนคนไทยที่กลับมาต่อประเทศต้นทางที่มากที่สุด ก็คือ ประเทศคูเวต ซาอุดิอาระเบีย และอินโดนีเซีย ในกรอบสีแดงแสดงถึงว่า วันนี้ค่ะก็คือผู้ป่วยที่กลับมาจากคูเวตและรัสเซีย เพิ่มขึ้นอย่างละ 1 รายค่ะ ตัวนี้นะคะ เป็นกราฟแท่งที่แสดงอาชีพที่เป็นปัจจัยเสี่ยงนะคะ จะสังเกตว่า คอลัมน์ทางด้านขวาที่ส่วนใหญ่แล้วเราจะพบเป็นผู้ป่วยที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ ซึ่งผู้ป่วยที่เดินทางกลับมาอาชีพส่วนใหญ่ก็คือ เป็นนักเรียนนักศึกษา รับจ้างทั่วไป พนักงานนวด แล้วก็พนักงานโรงงานหรือว่าบริษัทค่ะ สำหรับสถานการณ์ของCOVID-19 ทั่วโลกนะคะ ในวันนี้ค่ะ ตัวเลขของผู้ป่วยรายใหม่ทั่วโลกเพิ่มขึ้นมากที่สุดตั้งแต่มีการระบาดของเชื้อ COVID-19 มาค่ะ ก็คือ เกือบ 150,000 รายค่ะ ทำให้ผู้ป่วยยืนยันสะสมทั่วโลกมากถึง 6,800,000 ราย แล้วค่ะ และวันนี้มีผู้ป่วยสะสมประมาณ 5,000 คนนะคะ ทำให้มีผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ประมาณ 4 แสนคนแล้วค่ะ แล้วสำหรับประเทศที่มีผู้ป่วยยืนยันสะสมอันดับที่ 1 ค่ะ ยังคงเป็นประเทศสหรัฐอเมริกาค่ะ มีผู้ป่วยยืนยันสะสมในวันนี้เกือบ 2 ล้านรายแล้วค่ะ แล้วจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ในวันนี้ก็มากเช่นกันค่ะ มากถึง 41,000 ราย ก่อนหน้านี้อเมริกาจะมีผู้ป่วยแล้วก็มีช่วงที่ลดลงค่ะ อยู่ในช่วง 20,000 ต้น ๆ แต่ในวันนี้กลับเพิ่มขึ้น 40,000 รายอีกครั้งค่ะสำหรับประเทศอันดับ 2 นะคะ ก็คือบาร์ซิลค่ะ ที่ในวันนี้มีผู้ป่วยรายใหม่มากเช่นกันถึง 30,000 รายค่ะ ทำให้มีจำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสมเกือบ ๆ 650,000 ราย ค่ะ อีก 1 ประเทศนะคะ ก็คือินเดียค่ะ ของประเทศทั่วโลกขยับขึ้นมาเรื่อย ๆ วันนี้ขยับจากอันดับ 7ขึ้นมาเป็นอับดับที่ 6 ค่ะ โดยมีผู้ป่วยรายใหม่มากถึง 9,400 ราย สำหรับประเทศไทยนะคะ ยังคงที่อยู่ในอันดับที่ 80 ค่ะ สถานการณ์ของCOVID-19 นะคะฝั่งเอเชียบ้านเรากันบ้างค่ะ อย่างที่บอก ประเทศอินเดียยังคงเป็นประเทศในฝั่งเอเชีย ที่มีผู้ป่วยยันยืนสะสมมากที่สุดค่ะ เกือบ ๆ 240,000 ราย โดยมีผู้ป่วยรายใหม่ถึง 9,400 รายตามาด้วยปากีสถาน บังคลาเทศ สิงคโปร์ อินโดนีเซีย แล้วก็ฟลิสำหรับญี่ปุ่น เกญีปุ่น เกาหลีใต้ และมาเลเซียนะคะ มีผู้ป่วยรายใหม่ต่อวันเพิ่มขึ้น แต่อยู่ในหลักประมาณ 10 กว่าคน แล้วก็ประเทศไทยค่ะ อยู่ที่อันดับที่ 80 ค่ะ กราฟนี้นะคะ เป็นกราฟแสดงจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ทั่วโลก จะเห็นได้จากเส้นกราฟสีแดง ประเทศบราซิลที่กราฟชันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ช่วงกลางของกราฟนะคะ ประมาณช่วงกลางของภาพ จะเห็นได้ว่าซึ่งช่วงนั้นค่ะคือบราซิลมีจำนวนผู้ป่วยอยุู่ประมาณ 10,000 ต่อวัน 1 เดือนผ่านมาค่ะ บราซิลมีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นถึง 30,000 รายต่อวัน ซึ่งจาก 10,000 เป็น 30,000 ถือเป็นจำนวนตัวเลขที่ค่อนข้างสู.พอสมควร สถานการณ์ในบราซิล ตอนนี้ก็ถือว่ายังควบคุมโรคไม่ได้ค่ะ สำหรับประเทศสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนที่ผ่านมาค่ะ จนถึงปัจจุบันนี้ค่ะ มีแนวโน้นที่ค่อย ๆ ลดลงอย่างเล็กน้อย แต่ใน 1 วันก็ยังมีผู้ป่วยตั้งแต่25,000 ราย จนถึง 30,000 ตอนนี้ก็ 40,000 รายค่ะ สถานการณ์ยังน่าเป็นห่วงเช่นเดียวกันค่ะ สำหรับสถานการณ์ของ COVID-19 ในฝั่งเอเชียจะเห็นกราฟของสีเขียวเป็นเส้นกราฟแสดงผู้ปวยรายใหม่ของประเทศอินเดียค่ะ ที่เราพูดกันมาตลอดนะคะ ประเทศอินเดียมีผู้ป่วยรายใหม่ต่อวันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะเห็นได้ว่าช่วงกลางของภาคนะคะ จะเห็นได้ว่าต้นเดือนพฤษภาคมค่ะ ต้นเดือนประเทศอินเดียมีผู้ป่วยรายใหม่ประมาณ 2,000-3,000 รายค่ะ จนถึงวันนี้ ก็คือ 1 เดือนผ่านมา จำนวนผู้ป่วยรายใหม่ของอินเดียเพิ่มขึ้นเกือบจะ 10,000 รายต่อวัน ที่มากนะคะ ถ้าแยกให้เข้าในง่าย ๆ นะคะ มีจำนวนผู้ป่วยรายใหม่มากที่สุดคือแค่188 ราย แต่อินเดียค่ะ ตอนนี้มีเพิ่มถึง 10,000 ราย ต่อวัน ซึ่งถือว่าเยอะมากนะคะในฝั่งเอเชียของเรา ปากีสถานและบังคลาเทศก็มีจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน ซึ่งอยู่ในแถบประเทศที่ใกล้กันนะคะ สำหรับฟิลิปปินส์และอินโดนีเซียกราฟแบน ๆ ด้านล่างนะคะ ก็มีจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ต่อวันมีอยู่คะ แต่ว่าไม่ได้เพิ่มขึ้นสูงมากค่ะ ประเด็นที่น่าสนใจในต่างประเทศในวันนี้นะคะ มาจากประเทศบาร์ซิลค่ะ ได้เปิดไฟเขียวให้มีการทดสอบไวรัสโควิด-19ได้ ทดสอบวัคซีนต้านเชื้อไวรัส COVID-19 ได้ โดยวัคซีนตัวนี้ค่ะผลิตมาจากมหาวิทยาลัยออกฟอร์ดของสหราชอาณาจัรก ซึ่งวัคซีนตัวนี้ได้ทดสอบในสหราชอาณาจักรแล้ว ในห้องทดลอง แล้วก็ขณะนี้กำลังมีการทดสอบในอาสาสมัคร10,000 คน ซึ่งไม่ใช่คนที่ติดเชื้อมาก่อน ซึ่งถ้าวัคซีนตัวนี้มีประสิทธิภาพดีนะคะ จะนำมาทดสอบในบราซิลต่อไป ซึ่งเป็นในครั้งแรกที่มีการทดสอบวัคซีนตัวนี้ นอกสหราชอาณาจักรค่ะ อีก 1 ประเด็นที่น่าสนใจมาจากเกาหลีใต้ค่ะ ล่าสุดนะคะ ศูนย์ป้องกันโรคของเกาหลีใต้ค่ะ ได้ประกาศว่ามีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มอีก 39 ราย ซึ่ง 39 รายนี้ ค่ะ เป็นผู้ป่วยที่ตรวจพบแบบกลุ่ม หรือว่าCluster และผู้ป่วยจำนวนมากในกลุ่มที่ตรวจพบเป็นกลุ่มผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการ เกาหลีใต้ได้มีการรายงานค่ะ 25-35 เปอร์เซ็นต์ของผู้ป่วยสะสมในประเทศเป็นกลุ่มที่ไมแสดงอาการ นั่นหมายความว่าเทียบกับประเทศไทยตอนนี้หมายความว่า ซึ่งตอนนี้ตัวเลขก็ใกล้เคียงกันนะคะ ซึ่งเราพบส่วนใหญ่ตอนนี้ไม่แสดงอาการ เป็นผู้ป่วยที่ตรวจพบในช่วงหลังมานี้ เพิ่มขึ้นอย่างมาก เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญ คือ การป้องกันตัวเอง อย่างที่เน้นย้ำกันมาตลอดค่ะ คือการสวมหน้ากากอนามัย เพราะว่าเวลาที่เราไม่ทราบเวลาที่เราเชื้อติดเชื้อหรือคนอื่นค่ะ ก็ไม่ทราบเช่นกันค่ะ ว่ามีคนอื่นติดเชื้อหรือเปล่า เพราะฉะนั้นการสวมหน้ากากอนามัยในทุก ๆ คนก็จะช่วยป้องกันทั้งเราไม่ให้ไปติดคนอื่น ถ้าหากเราติดเชื้อจะได้ไม่รับเชื้อมาค่ะ (นายแพทย์ วรตม์) กราบขอบพระคุณอาจารย์พรรณประภา ช่วงต่อไปเป็นคำถามจากพี่น้องประชาชน และสื่อมวลชนครับ อาจารย์ครับ เราเห็นภาพในจุดท่องเที่ยวหลายๆ ภาพเห็นครอบครัวออกมาแต่ว่าภาพออกมาว่ามีคนเยอะมาก ๆ เช่น ห้างสรรพสินค้าเอง ชายหาดเอง อาจารย์มีอะไรอยากฝากถึงพี่น้องประชาชนตรงนี้บ้างครับ ก็ก่อนหน้านี้นะคะ ที่มีมาตรการในการล็อกดาวน์ ปิดกิจการ สถานที่ท่องเที่ยวในหลาย ๆ ที่ก็สร้างความเครียดให้กับพี่น้องประชาชนอย่างแน่นอนนะคะ หลังจากที่เรามีมาตรการผ่อนคลายตั้งแต่ระยที่ 1 ระยะที่ 2 และระยะที่ 3 มีกิจการการท่องเที่ยว เปิดให้บริการเพิ่มมากขึ้นนะคะ เพราะฉะนั้นก็เป็นเรื่องที่ดีที่พวกเราคนไทยทุกคนจะได้ออกไปผ่อนคลาย หรือว่าคลายเครียดค่ะ หรือว่าครอบครัวได้ออกไปใช้เวลาพักผ่อนรวมกันซึ่งเป็นเรื่องที่ดี อีกหนึ่งเรื่องดีก็คือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศตอนนี้ก็มีแต่เราคนไทยด้วยกันเองค่ะ ซึ่งจะช่วยกันได้ในเรื่องของเศรษฐกิจภายในประเทศ แล้วก็ในเรื่องของการท่องเที่ยว แต่ที่ต้องเน้นย้ำอยู่ค่ะ ก็คือ การออกไปท่องเที่ยวนี่ ต้องคำนึงถึงจำนวนผู้คนในแต่ละพื้นที่ด้วย ถ้าหากเราไปเที่ยวเชื่อว่าหลาย ๆ คน พี่น้องคนไทยหลาย ๆ คน เวลาที่เราไปท่องเที่ยวแล้ว เราอยู่ในพื้นที่ที่คนเยอะ ๆ เราก็อาจจะรู้สึกเครียด กลัวว่าจะมีการติดเชื้อหรือเปล่า มีการสัมผัสใกล้ชิดกันหรือเปล่า เพราะฉะนั้นการเว้นระยะห่างค่ะ เลือกสถานที่ที่คนไม่แออัดมาก หรือในช่วงนี้ค่ะถ้าเราเลือกได้ ก็เลือกไปในสถานที่ที่คนยังไม่เยอะมากค่ะ หรือรอก่อนค่ะรอให้คนอื่นเที่ยวไปก่อนก็ได้ค่ะ แล้วเราก็ไปเที่ยวในสถานที่อื่นก่อน ก็จะช่วยป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ และพสิ่งที่สำคัญค่ะ ถ้าหากจะไปจริง ๆ ก็คือการสวมหน้ากากอนามัยค่ะ งดการสัมผัสใบหน้า ล้างมือบ่อย ๆ แล้วก็งดไปในสถานที่แออัดค่ะ (นายแพทย์ วรตม์) ครับ คำถามถัดไปครับ ตอนนี้สิ่งที่เราต้องเจอกันอยู่ทุกวัน คือแอปพลิเคชั่นไทยชนะ หรือแพลตฟอร์มไทยชนะนะครับ ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ตาม เราต้องไป การใช้วิถีชีวิตแนวใหม่ของคนไทยครับ ความสำคัญมีอย่างไรที่เราจะต้องหมั่น check in check out แอปพลิเคชันไทยชนะครับ การใช้แพลตฟอร์มหรือแอปพลิเคชั่นไทยชนะนะคะ ในช่วงแรกนี้ก็อาจจะไม่คุ้นชินค่ะ สำหรับพี่น้องประชาชนหลายคนนะคะ จะต้องถือมือถือไปสแกน QR Code ตลอด แต่ว่าสิ่งที่จำเป็นคือการ check in หรือแพลตฟอร์มไทยชนะ สิ่งสำคัญเลยก็คือตัวแอปฯ นี้จะช่วยประเมินความหนาแน่นของประชากรในพื้นที่นั้นได้ อย่างเช่นว่า เราจะเดินทางไปที่ไหน การเช็กอินจะทำให้เรารู้ว่าในตำแหน่งนั้นมีประชากรหรือผู้ใช้งานหนาแน่นหรือเปล่า ถ้าตรงนั้นมีคนไปเยอะ เราก็อาจจะยังไม่ได้เดินทางไป ไปในสถานที่อื่นก่อน ตัวนี้จะช่วยประเมินความหนาแน่นของพื้นที่ที่เป็นผู้ให้บริการได้นะคะ อีกอย่างหนึ่งค่ะ การเช็กอินจะเป็นการบอกว่าเข้าไปในพื้นที่นั้นในเวลาไหน แล้วหากมีผู้ติดเชื้อที่ติดเชื้อในบริเวณนั้น ก็จะได้ให้กรมควบคุมโรคค่ะ ซึ่งจะเก็บข้อมูล 60 วัน จะสามารถติดตามผู้ที่มีโอกาสสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยรายนั้นนะคะ ซึ่งตามมาตรวจคัดกรองโรค หรือรักษาได้อย่างทันท่วงทีค่ะ อีกอย่างหนึ่งค่ะก็คือการ check out อย่างที่บอก หลาย ๆคน ตอนนี้เรื่องของข้อมูลการใช้งานค่ะ คือหลายท่านเช็กอินค่ะ แต่ว่าลืมเช็กเอ้าต์ การเช็กเอ้าท์สำคัญอย่างหนึ่งค่ะ อย่างที่บอกว่าเข้าไปแล้ว เราเช็กอินใช่ไหมคะ คนอื่น ๆ พี่น้องก็จะเห็นว่าพื้นที่นั้นหนาแน่น ถ้าเราไม่ check out เราจะอยู่ในร้านนั้นค่ะ 1 เดือนเลย ก็คือสถานที่นั้นจะหนาแน่น โอกาสให้พี่น้องประชาชนคนอื่นเข้ามาใช้บริการ ซึ่งการที่เราเช็กเอาต์ก็จะช่วยให้ผู้ประกอบการ คนไปใช้บริการได้มากขึ้น เป็นอัตราผู้ใช้งานที่แท้จริง และการ check out จะช่วยเรากำหนดระยะเวลาเราเดินทางไปในสถานที่นั้น จริง ๆ ถ้าเราเดินทางไปร้านอาหาร 1 ชั่วโมง แต่ถ้าเราไม่เช็กเอ้าต์เราจะไม่รู้ว่าเราใช้เวลาในร้านนั้นเท่าไร หากมีผู้ติดเชื้อหลังจากที่เราเช็กเอาท์ไปแล้ว เราจะได้ไม่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ซึ่งปกติแล้วกว่าจะตรวจพบผู้ติิดเชื้อเวลาอาจจะผ่านไป7 วัน 10 วัน หรือ 14 วัน บางที่เราก็จะจำไม่ได้ แล้วว่าเราไปร้านนั้นมาเวลาไหน วันที่เท่าไหร่เราอยู่นานเท่าไร การที่เรามีข้อมูลอยู่ในแพลตฟอร์มไทยชนะ ก็จะช่วยเป็นตัวจดจำให้เราได้ค่ะ (นายแพทย์ วรตม์) คำถามสุดท้ายครับอาจารย์ ในช่วงวันเสาร์ วันดี ๆ แบบนี้นะครับ อยากให้อาจารย์ฝากทิ้งท้ายนะครับ (แพทย์หญิง พรรณประภา) เช่นเคยนะคะ เราเจอกันเป็นประจำทุกวันหยุดนะคะ ก่อนออกจากบ้าน ไปท่องเที่ยว ไปสถานที่ท่องเที่ยวไหนนะคะ อย่าลืมนะคะ อย่าลืมค่ะ 2 มือ ที่จะสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อย ๆ รักษาระยะห่าง และที่อยากจะเพิ่มมาในวันนี้นะคะ 2 มือที่จะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาสแกน QR Code ในการเข้าและออกตามสถานที่ต่าง ๆ ผ่านแพลตฟอร์มหรือแอปพลิเคชันไทยชนะกันด้วยนะคะ และสำหรับวันนี้ขอจบการแถลงข่าวจากศูนย์บริหารสถานการณ์ COVID-19 เพียงเท่านี้ สวัสดีค่ะ (นายแพทย์ วรตม์) ครับ ต้องกราบขอบพะรคุณแพทย์หญิง พรรณประภา ยงค์ตระกูล โฆษก ศบค. ครับ พี่น้องประชาชนครับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ในประเทศไทยนั้น มาอย่างต่อเนื่องยาวนานนะครับ แม้ว่าสถานการณ์ ณ วันนี้สถานการณ์แพร่ระบาดของทั่วโลกถือว่าสูงที่สุดในประวัติการณ์แต่สถานการณ์ในประเทศไทยกลับกันครับ เป็น 0 ติดต่อเนื่องกันมานานนับสัปดาห์แล้ว วันนี้ผมจะพาทุกท่านย้อนกลับไปถึงอดีตที่เราเคยมีผู้ติดเชื้อรายแรกครับ คนขับรถแท็กซี่ผู้ติดเชื้อรายแรกของประเทศไทย ประสบการณ์ที่ผ่านมาของคุณลุงเป็นอย่างไร คุณลงต้องพบบททดสอบในชีวิตอย่างไรบ้างครับ ขอเชิญรับชมในคลิปนี้ครับ คุณลุงทองสุข ผู้ติดเชื้อรายแรกของประเทศไทย สวัสดีครับ ผมลุเป็นคนแรกในประเทศไทยที่ติด COVID-19 ครับก็ขับแท็กซี่มา 14 - 15 ปี แล้ว วันนั้นรู้สึกเพลีย ๆ นะ ตื่นขึ้น เหมือนกับเราจะเป็นไข้หวัด ก็เลยไปกินยาลดไข้ มันไม่ดีขึ้น ก็เลยตัดสินใจก็รีบไปหาหมอครับ พอหมอบอกว่าเราติดโคโรนาอู่ฮั่นนะเมื่อก่อนน่ะ ปัจจุบันนั้นแหละ ตกใจ เพราะว่าเป็นคนแรก คนไทยคนแรก เพราะว่าที่ติดใช่ไหม แล้วมันก็ยังไม่มียารักษา ก็น้ำตาคลอนะพอออกจากโรงพยาบาลกักตัวอยู่ 20 วัน เราก็อยากให้ความมั่นใจว่าเราหายเป็นล้านเปอร์เซ็นต์ ให้ความมั่นใจว่าเราหาย แล้วก็หายแล้ว ตัวผมไม่ประมาท มีลูกค้า ผู้โดยสารขึ้นมา 3 คน เขาก็บอกจุดหมายเราไป ใช่ไหม ที่นี้เหมือนกับเขาคับคล้ายคับคลาว่าเหมือนกับเราออกทีวี ติดเชื้อเป็นคนแรก เขาก็กลัวติด ก็ขอลง ก็ท้อ ชีวิตก็ท้อ ช่วงนั้น น้ำตาคลอนะเหมือนกับเราเป็นตัวเชื้อโรค แต่ก็เข้าใจเขานะ ไม่โกรธนะ ไม่โกรธเขาเลยเพียงแต่อยากให้เขาได้รับข่าวสารและความรู้มากกว่านี้ เขาจะได้แบบไม่รังเกียจคนที่ติด แต่ส่วนใหญ่เขาจะให้กำลังใจผมอย่างเดียวเลยนะ ลุงอย่าท้ออะไรอย่างนี้ส่วนมากเขาก็จะปลอบใจ แล้วก็ให้กำลังใจ // คุณลุงเขาก็น่ารักนะคะ คือบนรถก็สะอาดมาก คุณลุงก็ใส่แมสตลอด แล้วก็มีเจลล้างมือให้ผู้โดยสารที่ขึ้นไปด้วยค่ะ จริง ๆ ไม่กลัวค่ะ คือคุณลุงเขาหายแล้วเราไม่ได้กลัวขนาดนั้น อีกอย่างหนึ่งคือเขาก็มีอุปกรณ์ที่เซฟผู้โดยสารด้วย เราก็ดูแลตัวเองประมาณหนึ่งด้วย เราก็เลยไม่ได้รู้สึกกลัวอะไร ตอนเขาป่วยเขาก็อาจจะรู้สึกแย่ แต่พอเขากลับมาทำมาหากินถ้าเป็นเราก็จะรู้สึกแย่ มาแบบทำอาชีพเพื่อหาตังค์เลี้ยงชีพต่อไปอย่างนี้เราก็เลยรู้สึกว่า เราอยากจะแบบ เป็นกำลังใจให้เขาสู้ชีวิตต่อไปอะไรอย่างนี้ค่ะ [เสียงดนตรี] โดยทั่วไปตอนนี้มีการเก็บข้อมูลของต่างประเทศนี่ คนไข้ที่มีอาการน้อย ๆ ส่วนใหญ่จะสามารถแพร่โรคได้เพียง8 วัน ถึง 10 วัน เพราะฉะนั้นเราเก็บคนไข้ไว้ประมาณ 14 วัน ซึ่งก็จะเห็นว่าเรามีระยะเวลาเผื่อไว้อีกค่อนข้างจะเยอะอยู่แล้ว ตอนนี้อยากจะบอกกับทุก ๆ คนนะครับ ว่าคนไข้ที่รักษาหายออกจากโรงพยาบาลแล้วนี่ กระทรวงสาธารณสุข ออกจากโรงพยาบาแล้วโอกาสที่เขาจะแพร่โรคในชุมชนต่ำมาก ๆ เพราะฉะนั้นนี่เขาจะกลับไปใช้ชีวิต กับชุมชน กับสังคมของเขา (นายแพทย์ วรตม์) พี่น้องประชาชนครับ เราจะเห็นได้ว่าในช่วงก่อนหน้านี้ครับ ว่าเรามีความรู้และความเข้าใจในเรื่อง COVID-19 น้อยครับ มีการตีตราในสังคมไทยครับ แต่ปัจจุบันครับ มีความรู้เกี่ยวกับ Covid -19 มากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้นการตีตราหรือที่เรียกภาษาอังกฤษว่า Stigma ความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกันนั้นเป็นเรื่องสำคัญครับ การทีีคนเราตีตราคนอื่น บางครั้งเกิดจากความไม่รู้ ถ้าเรามองย้อนกลับไปครับ ถ้าตัวเราเองเป็นคนอื่นในสมัยก่อน หรือมีคนรอบข้างเราที่จะตีตราคนอื่นตอนนั้นให้อภัยตัวเองครับ ตอนนั้นเราอาจจะไม่รู้ เราอาจจะไม่รู้ในเรื่อง COVID-19 แล้ววันนี้ครับเรากลับไปช่วยเหลือผู้อื่นแทน เพราะการมีน้ำอกน้ำใจช่วยเหลือผู้อื่นพี่น้องประชาชนครับ ความเห็นอกเห็นใจนั้นเป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ ครับ ซึ่งในช่วงก่อนหน้านี้ครับ ในช่วงก่อนการผ่อนปรนมาตรการต่าง ๆ ครับ เราอยากให้เห็นความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ผมอยากพาเราย้อนกลับไปอีกครั้งหนึ่งครับ ไปดูในช่วงที่เรายากลำบาก หลาย ๆ ธุรกิจยากลำบาก ร้านค้า ห้างสรรพสินค้า บททดสอบสำคัญในชีวิตของพวกเขาคืออะไร และเขาช่วยเหลืออะไรสังคมบ้าง เชิญรับชมในคลิปนี้ครับ ข้าวหมูทอด ไม่ถอดใจ เห็นคนตกงานเยอะพี่ เห็นคนรายได้น้อยเยอะขึ้น ประเทศเราแย่ เราช่วยอะไรได้เราช่วยดีกว่า ผมกอล์ฟครับ ศราวุธ แซ่จริง เจ้าของร้าน วันเฉลิมครับ ผมไปมาก ตอนเย็นเขามีข้าวทานกันเลย 1.เขาออกมาหาทานยาก ไกลด้วย ไกลจากของกิน ร้านอาหารปิดตัวลงไปเยอะ การหาของกินก็ยากขึ้น ผมเข้าไปผมเจอ รปภ. ผมถามพี่ทานข้าวหรือยังครับ เขาตอบผมมา เขาไม่มีข้าวทาน ผมกำลังจะไปบริจาคข้าวครับ ผมก็เลยให้เขาไปตอนนั้นตอนที่ยังไม่มีวิกฤต ผมมีกำไรแน่ ๆ อยู่แล้ว แต่พอมีวิกฤติกำไรผมลดลง ผมมาทำข้าว มาหักลบกลบหนี้กันให้เสมอตัว แล้วผมก็ตั้งเงินอีกกองไว้ เป็นเงินส่วนตัวเลย อันนั้นเงินเนื้อ ๆ ของตัวเองเลย ตั้งไว้ประมาณครึ่งแสนเพราะมันมีกำไรหน้าร้านด้วย กำไรวันละ 1,000 บาท ก็ 50 วันแล้ว ยืดเวลาให้มากที่สุด ตอนนี้รายจ่ายคือเงินต่าง ๆ หรือปริมาณลูกน้องเท่าเดิมหมด ผมไม่ลดเงิน ไม่ลดลูกน้องลง ก็ยังไปรอดกันอยู่ ไม่อยากทำร้ายใครพี่ ถึงวันหนึ่งมันแย่ผมก็ต้องเอาเงินที่ผมมีนี่ พผมต้องเอามาช่วยตรงนี้ให้ได้ ทุกคนมีภาระนะ ไปฆ่าเขาทางอ้อมก็ไม่ดี มีมาขอบริจาคเยอะ ไม่ว่าจะมาอินบ็อคเพจร้านก็มี มาหน้าร้านก็มีค่อนข้างเยอะ แต่ผมจะบอกทุกคนว่าไม่รับเงินบริจาค ผมลำบากใจ ปัญหาคือผมต้องบริหารเงินก้อนนี้ให้ดีที่สุด ดีที่สุดนี่คือหมายความว่าให้ยาวที่สุด ให้ช่วยเหลือคนให้มากที่สุด ผมให้มีร้านถ้ามีร้านอย่างนี้ อยู่จุดต่าง ๆ ของไม่ว่าจะเป็นจังหวัดนนท์ ทั่วประเทศดีกว่ามีทุกหย่อมหญ้านะพี่นะ บางคนค่าเช่าห้องยังไม่มีเลย เขาเดินออกจากบ้านไปร้านข้าวน่ะ ซื้อข้าวมาทานได้ ให้ประทังชีวิตช่วงนี้ไปก่อน //เขาก็จะช่วยเหลือคนที่ตกงาน ที่ตกงาน อย่างผมผมขับวินตอนนี้ก็เงียบ คนก็ไม่มี มันก็ทุ่นไปแล้ว แล้วที่เขาให้เราน่ะมันก็ไม่ใช่ข้าวที่ไม่ดีน่ะ เขาขายอย่างไรเราก็ได้กินแบบนั้น /// ขอบพระคุณทุกท่านที่มีร้านแบบนี้ อยากให้สู้ด้วยกันผ่านวิกฤตินี้ไปได้คนไทยช่วยเหลือกันนะ ขอบคุณที่ยังช่วยเหลือพวกเรานะ ผมขับรถตุ๊ก ๆ นะครับ ผมใส่แมส ล้างมือ อะไรที่ช่วยป้องกันโรคนี้ได้ก็ช่วยกันผมก็ทำ เพื่อให้โรคนี้มันหายไป ให้กลับมายิ้มกันได้เหมือนเดิม// ทำจนสุดครับ ผมไม่หยุดแน่ ๆ จะทำไปเรื่อย ๆ ครับ มันได้ทำแล้วพี่ อิ่มไปหมดน่ะ [เสียงดนตรี] (นายแพทย์ วรตม์) พี่น้องประชาชนครับ ในช่วงก่อนที่จะมีการผ่อนปรนมาตรการต่าง ๆ นั้น เราจะได้เห็นร้านค้า หลายธุรกิจมีการแบ่งปันน้ำใจซึ่งกันไม่ใช่แค่ร้านอาหารในคลิปนี้เท่านั้นนะครับ ยังมีธุรกิจอีกเป็นพัน ๆ ร้านอาหารเป็นหมื่น ๆ ประชาชนอีกเป็นแสน ๆ แบ่งปันน้ำใจซึ่งกันและกัน ช่วยเหลือกันและกันในช่วงวิกฤติที่ผ่านมาครับ ณ วันนี้เราเริ่มผ่อนปรนมาตรการต่าง ๆ แล้ว สถานการณ์ทุกอย่าง หลาย ๆ อย่างดูดีขึ้นครับ ถึงเวลาแล้วที่พี่น้องประชาชนทุกคนจะหันกลับไปช่วยคนที่เขาเคยมีน้ำใจกลับไปช่วยในธึรกิจร้านค้าต่าง ๆ ที่เขามีน้ำใจแบ่งปันให้พี่น้องประชาชน ช่วยเหลือกันเองในครอบครัว ช่วยเหลือกันเองในธุรกิจ เรากลับไปช่วยเหลือเขาให้เขามีกำลังใจ ให้เขารู้สึกดี เพราะอะไรครับ ถ้าเกิดเขารู้สึกดี เขามีกำลังใจ แล้วเขาต้องเผชิญหน้ากับวิกฤตในอนาคตข้างหน้า เพื่อให้เขากลับมาให้ช่วยประเทศชาติอีกครั้งหนึ่งครับ สุดท้ายนี้อยากฝากครับ สังคมไทยยังไปต่อได้ครับ ถ้าคนไทยใจไม่ป่วย วันนี้ขอจบการแถลงข่าวของ ศบค. เพียงเท่านี้ครับ แล้วพบกันใหม่วันพรุ่งนี้ครับ ขอบคุณ สวัสดีครับ[เสียงดนตรี] กครับ สังคมไทยยังไปต่อได้ครับ ถ้าคนไทยใจไม่ป่วย วันนี้ขอจบการแถลงข่าวของ ศบค. เพียงเท่านี้ครับ แล้วพบกันใหม่วันพรุ่งนี้ครับ ขอบคุณ สวัสดีครับ [เสียงดนตรี]