--- title: การแถลงข่าวศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ช่วง 11.30-12.30 (7 มิ.ย. 63) subtitle: date: วันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน 2563 เวลา 10.48 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) ...Ր [เสียงดนตรี] (นายแพทย์ เอกชัย) สวัสดีครับ พี่น้องประชาชนทุกท่าน จากศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. ถ่ายทอดสดจากกระทรวงสาธารณสุข ประจำวันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2563 กระผมนายแพทย์เอกชัย เพียรศรีวัชรา โฆษกกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้ดำเนินรายการ เช่นเคยครับ วันนี้ช่วงแรกจะเป็นการแถลงข่าวในประเด็นของการเกาะติดสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในประเทศและทั่วโลก สำหรับวันนี้ในช่วงหลังมีประเด็นที่น่าสนใจคือ เรื่องของการเตรียมพร้อมของการเปิดโรงเรียน รวมไปจนถึงศูนย์พัฒนาเด็กประถมวัยกันนะครับ เรื่องของสถานรับเลี้ยงเด็กจนถึงศูนย์เด็กเล็กนะครับ ประเด็นเป็นอย่างไร แต่ก่อนอื่นครับในช่วงแรกพบกับท่านผู้ช่วยโฆษก ศบค. แพทย์หญิง พรรณประภา ยงค์ตระกูล ครับ กับการเกาะติดสถานการณ์ประจำวันของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ขอเรียนเชิญครับ ท่านผู้ช่วยโฆษก (แพทย์หญิง พรรณประภา) สวัสดีพี่น้องประชาชนนะคะ ดิฉัน แพทย์หญิง พรรณประภา ยงค์ตระกูล รับหน้าที่ผู้ช่วยโฆษก ศบค. ค่ะ พบกันเช่นเคยเป็นประจำทุกวันหยุดนะคะ วันนี้ วันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน 2563 จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ของเราในวันนี้ คือ 8 รายค่ะ โดยทั้ง 8 รายนะคะ เป็นผู้ป่วยที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ และเข้าพักในสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้ค่ะ นั่นหมายความว่า วันนี้ค่ะ จำนวนผู้ติดเชื้อภายในประเทศของเราคือ 0 ราย ต่อเนื่องกันเป็นวันที่ 13 แล้วค่ะ ก็ต้องขอปรบมือให้กับพี่น้องคนไทยทุกคนนะคะ ที่ร่วมมือกันค่ะที่ทำให้ประเทศไทยของเราฝ่าพ้นวิกฤต COVID-19 ในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมาค่ะ เดินทางมาถึงที่มีจำนวนผู้ป่วยที่ติดเชื้อในประเทศ 0 รายต่อเนื่องกันเป็นวันที่ 13 แล้ว จากภาวะความเครียดมาก ๆ ในวันนั้นนะคะ เปลี่ยนมาเป็นรอยยิ้มเล็ก ๆ ของเราในวันนี้ได้ ก็ต้องขอขอบคุณสำหรับทุก ๆ ความร่วมมือ ของพี่น้องประชาชนจริง ๆ ค่ะ แล้วก็มาที่สถานการณ์ภาพรวมของประเทศไทยในวันนี้ ประเทศไทยมีผู้ป่วยยืนยันสะสม จำนวนทั้งสิ้น 3,112 ราย เป็นผู้ป่วยที่ติดเชื้อภายในประเทศ 2,444 ราย เดินทางมาจากต่างประเทศนะคะ 668 ราย และตรวจพบในสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้ 175 รายค่ะ ในวันนี้มีผู้ป่วยรักษาหายเพิ่มขึ้น 1 รายนะคะ รวมรักษาหายป่วยแล้ว 2,972 ราย ตอนนี้ก็คือ สูงถึง 95.5 เปอร์เซ็นต์ แล้วนะคะ ยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 82 ราย และวันนี้ไม่มีเสียชีวิตเพิ่มขึ้นนะคะ คงที่อยู่ที่ 58 คนค่ะ มาที่สถานการณ์ของ COVID-19 สะสมในประเทศไทยนะคะ จำแนกตามเพศนะคะ ยังคงเป็นเพศชายมากกว่าเพศหญิง จำแนกตามพื้นที่การรักษา มากที่สุดอยู่ที่ กรุงเทพมหานคร และนนทบุรี ตามมาด้วยภาคใต้ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือค่ะ อายุเฉลี่ยคงที่ ที่ 39 ปีนะคะ แล้วก็กลุ่มอายุที่พบมากที่สุดยังคงเป็น 20 - 29 ปี ซึ่งพบมากขึ้น นะคะ เพราะว่าก่อนหน้านี้ เพราะว่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา คนไทยที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศค่ะ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นนักเรียนนักศึกษา หรือว่าคนทำงานก็จะพบในกลุ่มอายุ 20-29 มากขึ้นค่ะ รายละเอียดของผู้ป่วยรายใหม่ในวันนี้สำหรับผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศค่ะ กลับมาจาก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 5 รายนะคะ มาถึงไทยในวันที่ 2 มิถุนายน ทุกคนเคยได้รับการตรวจเชื้อ COVID-19 ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ไม่พบเชื้อ เมื่อกลับมาถึงประเทศไทย โดยตรวจพบเชื้อโดยทุกรายไม่มีอาการ และเข้ารักษาในโรงพยาบาลจังหวัดกรุงเทพมหานครค่ะ อีก 2 รายมาจากประเทศคูเวต เป็นเพศชายอายุ 46 แล้วก็ 37 ปี อาชีพรับจ้างค่ะ เดินทางมาถึงไทย ในวันที่ 24 พฤษภาคม แล้วก็ตรวจเชื้อภายใน 31 พฤษภาคม ค่ะ แล้วก็มีการตรวจอีกครั้งในวันที่ 6 มิถุนายน ตรวจครั้งที่ 2 นี้ ตรวจพบเชื้อโดยไม่มีอาการ แล้วเข้ารับการเข้ารักษาในโรงพยาบาลในจังหวัดสมุทรปราการค่ะ อีก 1 ราย มาจากประเทศอินเดียค่ะ เป็นผู้ป่วยเพศชายอายุ 52 ปีนะคะ เดินทางมาถึงไทยวันที่ 5 มิถุนายนค่ะ รายนี้ได้มีการตรวจคัดกรองที่สนามบิน และได้พบเชื้อ COVID-19 ผู้ป่วยรายนี้มีอาการไข้และไอค่ะ จึงได้เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลจังหวัดสมุทรปราการค่ะ สถาณการณ์ของ COVID-19 ในสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้นะคะ ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่มีการระบาดของโรค จนถึงวันนี้ค่ะ วันที่ 7 มิถุนายน มีจำนวนผู้ป่วย 175 รายค่ะ ท่านจะเห็นได้จากตารางนี้นะคะ นับจากทางด้านขวามือ เป็นคอลัมน์ที่ 3 ก็คืออัตราป่วยตามประเทศต้นทางนะคะ ที่เราพูดกันมาตลอด ใน 3 ลำดับแรก ก็คือคูเวต ซาอุดิอาระเบีย แล้วก็อินโดนินีเซีย จะเห็นได้ว่าคูเวตนะคะ มีผู้ป่วยตามประเทศต้นทางมากที่สุดถึงหมายความว่า ถ้ามีคนไทยเดินทางมาจากคูเวต 100 คน จะมีโอกาสตรวจพบเชื้อ ประมาณ 20 คน หรือว่า 1 ใน 5 นั่นเองค่ะ ถือว่าเป็นอัตราป่วยมากที่สุดนะคะ ในกรอบสีแดงค่ะ เป็นจำนวนผู้ป่วยยืนยันในวันนี้ว่า กลับมาจากประเทศคูเวต สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และอินเดียค่ะ จำนวนผู้ป่วยยืนยันตามปัจจัยเสี่ยง คอลัมน์ทางด้านขวานะคะ แสดงจำนวนจำแนกตามปัจจัยเสี่ยง จะเห็นได้ว่าปัจจัยเสี่ยงที่พบมากที่สุด ก็คือเกือบทั้งหมดเลย เป็นผู้ป่วยที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ และเข้าพักในสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้ค่ะ มีเพียง 1 รายเท่านั้นนะคะ ที่เป็นผู้ป่วยที่ตรวจพบในประเทศ ก็คือสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยก่อนหน้าค่ะ จำแนกตามอาชีพนะคะ ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาค่ะ หรือจะบอกได้ว่า ก็คือผู้ป่วยที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ อาชีพที่พบมากที่สุดค่ะ ก็คือ นักเรียน นักศึกษา พนักงานนวด รับจ้างทั่วไป แล้วก็พนักงานบริษัท มาที่สถานการณ์ของ COVID-19 ทั่วโลกนะคะ ในวันนี้มีผู้ป่วยยืนยันสะสมทั่วโลกเกือบ 7 ล้านรายแล้วนะคะ โดยมีผู้ป่วยรายใหม่ค่ะ 130,000 รายค่ะ และจำนวนผู้เสียชีวิต ในวันนี้ทะลุ 400,000 รายแล้วค่ะ 4,000 คนค่ะ ประเทศที่มีจำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสมมากที่สุดของโลก ยังคงเป็นประเทศสหรัฐอเมริกา บราซิล แล้วก็รัสเซียใน 3 อันดับแรก โดยสหรัฐอเมริกามีผู้ป่วยยืนยันสะสมถึงเกือบ 2,000,000 รายแล้วค่ะ แล้วก็มีผู้ป่วยรายใหม่ 22,000 ราย สำหรับที่ประเทศที่ตอนนี้ อยู่ในสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง ก็คือบราซิลค่ะ ก่อนหน้านี้ค่ะ WHO เคยประกาศไว้ว่า บราซิลจะเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในฝั่งอเมริกาใต้ และในตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาค่ะ บราซิลมีจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ค่ะ ประมาณ 30,000 ราย 2 หมื่นปลาย ๆ 3 หมื่นกว่า ๆ ซึ่งก็ทำให้ตอนนี้ค่ะ ประเทศบราซิลมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้น จำนวนผู้ป่วยสะสมเพิ่มขึ้นและในฝั่งเอเชียของเราค่ะ ก็คือประเทศอินเดียค่ะ วันนี้จะเห็นว่าประเทศอินเดียมีผู้ป่วยรายใหม่ต่อวันทะลุ 10,000 รายแล้ว ทำให้มีผู้ป่วยยันยันสะสมเกือบ 250,000 ราย ในอันดับ 6 ของโลก จะเห็นได้ว่าห่างจากอันดับ 4 ก็คือสเปน อันดับ 5 สหราชอาณาจักร คิดว่าในเร็ววันนี้ค่ะ อินเดียจะขยับขึ้นเป็น Top5 ของโลกค่ะ สำหรับประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 81 ค่ะ สำหรับสถานการณ์ของ COVID-19 ในฝั่งเอเชียนะคะ ประเทศอินเดียเป็นประเทศที่มีจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ และจำนวนผู้ป่วยสะสมมากที่สุดในฝั่งเอเชีย ตามมาด้วยปากีสถาน บังกลาเทศ สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 81 นะคะ กราฟนี้ค่ะ เป็นกราฟแสดงจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ต่อวันสำหรับ COVID-19 ทั่วโลก ประเทศบราซิลในกราฟสีแดงจะเห็นว่า จำนวนผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นะคะ มากกว่าสหรัฐอเมริกาค่ะ ตามมาด้วยประเทศที่ 2 ที่มีผู้ป่วยรายใหม่ สหรัฐอเมริกา อินเดีย และรัสเซียค่ะ กราฟนี้ที่เราจะเห็นกันได้บ่อยเลยค่ะ ก็คือกราฟเส้นสีเขียวนะคะ แสดงจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ในประเทศอินเดียค่ะ กราฟชันที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นมากเป็นกราฟชันอย่างชัดเจนนะคะ แล้ววันนี้ก็แตะ 10,000 ราย สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ และอีก 1 ประเทศค่ะ ก็คือกราฟสีม่วงค่ะ ปากีสถาน ที่ใน 2 - 3 วันที่ผ่านมาค่ะ ก็พบผู้ป่วยรายใหม่เช่นกันค่ะ บังกลาเทศ อินโดนีเซีย แล้วก็ฟิลิปปินส์เป็นอันดับรองลงมาค่ะ มาที่ประเด็นที่น่าสนใจในต่างประเทศนะคะ ประเด็นแรกมาจากองค์การอนามัยโลกค่ะ องค์การอนามัยโลกได้ประกาศให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าก่อนออกเคหสถาน โดยก่อนหน้านี้องค์การอนามัยโลกเคยประกาศว่าให้สวมหน้ากากอนามัย เฉพาะผู้ที่มีอาการป่วย หรือบุคลากรทางการแพทย์เท่านั้นค่ะ แต่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาได้มีประกาศคำแนะนำใหม่ว่า แนะนำให้ประชาชนทุกคนค่ะ สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า ก่อนออกนอกเคหสถาน รวมถึงล้างมือให้ถูกวิธี แล้วก็เว้นระยะห่างระหว่างบุคคล อีก 1 ประเด็นที่น่าสนใจมาจากประเทศจีน ทีมนักวิจัยของประเทศจีน ในเมืองอู่ฮั่นค่ะ ได้มีผลงานวิจัยค่ะ จำนวน 2,866 ราย พบว่าโรคความดันโลหิตสูงค่ะ จะมีอัตราการเสียชีวิตมากกว่าผู้ป่วยที่ไม่มีความดันโลหิตสูงร่วมด้วย มากถึง 4 เท่าค่ะ และอีก 1 ประเด็นนะคะ มาจากประเทศซาอุดิอาระเบีย ประเทศซาอุดิอาระเบียประกาศปิดเมือง ๗ ด้าน จากที่พบว่ามีการแพร่ระบาดของ COVID-19 อย่างหนักค่ะ กลางเมืองเจตดาร์ เป็นเมืองที่เป็นประตูสู่เมืองมะกาะซึ่งในทุก ๆ ปี ก็จะมีผู้ที่เดินทางไปประกอบพิธีศาสนาที่เดินทางไปเป็นจำนวนมาก ล่าสุดของประเทศซาอุดิอาระเบีย ก็มีการใช้มาตรการที่เข้มงวดในการปิดเมืองเจตดาร์ ก็คือห้ามประชาชนออกนอกเคหสถาน คือประกาศเคอร์ฟิว ในช่วง 15.00 ถึง 06.00 น. ค่ะ หรือว่าพนักงานของราชการค่ะปฏิบัติงานที่บ้านหลังจากที่พบว่า มีการระบาดเพิ่มมากขึ้นของเชื้อ COVID-19 หรือว่า ICU เพ่ิ่มขึ้น ซาอุดิอาระเบียก็เป็นประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 มากที่สุด ในประเทศกลุ่มอาหรับค่ะ ทั้งหมดนี้ก็เป็นประเด็นที่น่าสนใจค่ะ วันนี้มีคำถามหรือไม่คะอาจารย์ (นายแพทย์ เอกชัย) วันนี่้มีประเด็นคำถามที่อยู่ในความสนใจของพี่น้องประชาชนมากเลยครับ คำถามแรกนะครับเป็นคำถามจากช่อง TNN ครับ ว่าพิจารณาจากมาตรการผ่อนปรนในระยะที่ 4 ซึ่งกำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้นะครับ อยากทราบว่าทาง ศบค. มีการเตรียมความพร้อมในเรื่องของหลักปฏิบัติ หรือเรื่องของมาตรการอย่างไรบ้างครับ (แพทย์หญิง พรรณประภา) ค่ะ สำหรับมาตรการการผ่อนคลายในระยะที่ 4 ซึ่งจะเปิดกิจการที่มีความเสี่ยงสูงค่ะ เช่น โรงเรียน สถานรับเลี้ยงเด็ก หรือว่ากองถ่าย ผับ บาร์ กลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงค่อนข้างสูงค่ะ มีจำนวนประชาชนเป็นจำนวนมาก หรือว่าเป็นสถานที่ที่อยู่ในสถานที่ปิดค่ะ ซึ่งก็จะเสี่ยงทำให้มีการระบาดของเชื้อได้มาก ตอนนี้เราก็รอมาตรการในการที่จะเปิดสถานบริการเหล่านี้ค่ะ ว่าจะต้องมีมาตรการหลัก และมาตรการรองอย่างไรบ้าง ซึ่งแต่ละกิจการนะคะ ก็จะมีมาตรการที่แตกต่างกันไปค่ะ ตอนนี้ก็ต้องรอสรุปทาง ศบค. อีกครั้งหนึ่งค่ะ (นายแพทย์เอกชัย) ขอบคุณครับ มาอีก 1 คำถามครับ คำถามนี้เป็นคำถามจากท่านผู้ชมทางบ้านนะครับ ว่าขณะนี้มีรายงานจาก ศบค. ครับว่า ใกล้แล้วว่าในช่วง 13 วันที่ผ่านมา รวมวันนี้ด้วย ไม่มีการติดเชื้อของพี่น้องประชาชนภายในประเทศเลย นั่นหมายความว่าถ้าครบ 14 วันแล้ว ถือว่ามีความปลอดภัยหรือไม่ครับ ในประเด็นเรื่องของการติดเชื้อกันภายในประเทศ และประชาชน ถ้าเกิน 14 วันไปแล้ว ถือว่ามั่นใจแล้วสามารถที่จะปฏิบัติตัวอย่างไรครับ (แพทย์หญิง พรรณประภา) ค่ะ ตามหลักการของระบาดวิทยา แล้วก็การสอบสวนโรค ปกติระยะฟักตัวค่ะ ของ COVID-19 นี่ จะอยู่ที่ 14 วัน แต่ระยะที่เราเรียกว่า มีความเสี่ยงต่ำ คือ 2 เท่าของระยะฟักตัว นั้นคือ 28 วัน เท่ากับ 28 วันนี้ค่ะ จะเป็นตัวบอกว่า ที่จะมีโอกาสในการแพร่ระบาดของเชื้อ เพราะฉะนั้นในช่วงนี้ที่เราครบ 13 วันแล้วค่ะ ก็ต้องให้พี่น้องประชาชนทำตามมาตรการในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้ออยู่ ยังคงจะต้องสวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง รวมถึงล้างมือบ่อย ๆ ค่ะ แล้วก็ช่วงนี้ค่ะ ถ้าสมมติว่าถ้าจะออกไปไหนค่ะ ก็ต้องไปในพื้นที่ที่มีคนน้อย เพราะว่ามีมาตรการในการผ่อนคลายเยอะเพิ่มขึ้นค่ะ (นายแพทย์ เอกชัย) ครับ สำหรับในวันนี้ก็ไม่มีประเด็นคำถามเพิ่มเติมครับ ท่านผู้ช่วยโฆษก ศบค. มีอะไรจะทิ้งท้ายให้กับคุณผู้ชมไหมครับ (แพทย์หญิง พรรณประภา) ก็ที่อยากจะฝากไว้สุดท้ายนี้นะคะ ก็คือไม่ประมาท การ์ดอย่าตก แล้วก็ไม่เปิดหน้านะคะ (นายแพทย์ เอกชัย) ครับ (แพทย์หญิง พรรณประภา) แล้วสำหรับวันนี้ ขอจบการรแถลงข่าวจากศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด - 19 เพียงเท่านี้ สวัสดีค่ะ (นายแพทย์เอกชัย) ครับขอขอบคุณแพทย์หญิงพรรณประภา ยงค์ตระกูล นะครับ อย่างที่ท่านผู้ช่วยโฆษก ศบค. ได้บอกว่าไม่ประมาท การ์ดอย่าตก และควรต้องใส่หน้ากากตลอดเวลา ล้างมือและเว้นระยะห่าง ในวิถีชีวิต New Normal สำหรับในช่วงต่อไปนะครับ เป็นประเด็นที่พี่น้องประชาชนให้ความสนใจค่อนข้างมาก เพราะว่าใกล้แล้วครับ ใกล้จะถึงช่วงเวลาเปิดเทอม ในวันที่ 1 กรกฎาคม ที่จะถึงนี้ จากรายงานทั่วประเทศนี่ ทำให้พี่น้องประชาชนค่อนข้างกังวล เพราะว่าไม่ว่าจะเป็นข่าว ทางหน้าหนังสือพิมพ์ หรือสื่อสื่อมวลชนต่าง ๆ ว่าไม่ว่าจะเป็นฝรั่งเศส หรือล่าสุดที่อิสราเอล ล่าสุดที่เปิดเทอมขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นศูนย์เด็กเล็ก โรงเรียนอนุบาล หรือโรงมัธยม พบว่ามีการติดเชื้อภายในโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นเด็กนักเรียน ครู ในโรงเรียนเอง มีการติดเชื้อเกิดขึ้น โดยเฉพาะที่ประเทศอิสราเอลมีรายงานมากกว่า 100 ราย ที่เกิดขึ้นในโรงเรียน ปัญหาคือว่า ประเทศของเราพร้อมหรือยังครับ ที่จะเปิดโรงเรียน และจะมีมาตรการอย่างไร ที่จะสร้างความมั่นใจให้กับผู้ปกครองครับ เมื่อมาที่โรงเรียนแล้วนะครับ วันนี้เรามีคำตอบครับ โดยมาตรการต่าง ๆ เหล่านี้ เกิดจากการพิจารณาจากผู้เชี่ยวชาญ ด้วยความร่วมมือจากภาคีเครือข่าย ของกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ WHO ยูนิเซฟ และภาคเอกชน วันนี้มีคำตอบขอเชิญให้พี่น้องประชาชนได้รับชมวิดีโอคลิป เรื่อง "การเตรียมความพร้อมอย่างไรที่จะเปิดโรงเรียนครับ" [เสียงดนตรี] // ค่ะ เราออกคู่มือแนวปฏิบัติสำหรับสถานศึกษาร่วมกัน กระทรวงสาธารณสุข ด้านที่สำคัญ คือ เรื่องของความปลอดภัย เพื่อที่จะควบคุมการแพร่ระบาดของโรคในโรงเรียนตั้งแต่ 1 ตั้งแต่จุดรับส่งนักเรียน เราจะได้ดูเบื้องต้นว่าไม่สบายไหม มีไข้หรือเปล่า ส่วนที่ 2 ก็คือการใช้เวลาอยู่ในโรงเรียน ตอนนี้เด็ก ๆ จะต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา แล้วจะต้องมีจุดล้างมือ ซึ่งจะต้องมีจุดให้ล้างมือ แล้วมีช่วยที่จะไปสู่การล้างมือนะคะ ด้านที่สำคัญมากอีกเรื่องหนึ่ง คือเรื่องการเว้นระยะห่างค่ะ ตอนนี้ทางโรงเรียนต้องเริ่มปรับปรุง ทำอย่างไรจะให้มีโต๊ะ การนั่งเรียนที่ห่างกัน จำนวนเด็กต่อชั้นเรียนจะน้อยลง รวมไปถึงพื้นที่อื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น โรงอาหาร การใช้พื้นที่ร่วมกันในโรงเรียนเว้นระยะห่างเกิดขึ้น ถัดไปเป็นเรื่องของความสะอาดนะคะ ปกติก็ต้องมีการทำความสะอาดอยู่แล้วแต่ของความสะอาดจะต้องบ่อยขึ้น โดยเฉพาะในห้องน้ำ ห้องส้วมที่จะต้องใช้ร่วมกัน นะคะ จุดสัมผัสต่าง ๆ ที่จะต้องเช็ด และทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ รวมไปถึงการต้องงดกิจกรรม ที่จะทำให้เกิดความแออัดนะคะ การแข่งกีฬา การแข่งขันต่าง ๆ อันนี้อาจจะต้องเว้นงดไปก่อนนะคะ อยากให้ทางคุณพ่อคุณแม่ ได้สื่อสารกับทางโรงเรียน ร่วมมือกันค่ะ เพราะว่าตอนนี้ ท่านอาจจะต้องปรับ ตั้งแต่การมาส่งลูกที่โรงเรียน การที่จะต้องมีหน้ากากติดตัวมาในขณะที่มาโรงเรียน ฝึกเขา ให้เข้าใจว่า เขาต้องสวมหน้ากาก ล้างมือ เขาต้องเว้นระยะห่างจากเพื่อน ๆ ด้วยนะคะ ความร่วมมือระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ แล้วก็กระทรวงสาธาณสุขนะคะ 6 มาตรการ เราก็จะมีเป็นเครื่องมือเพื่อให้ทางสถานศึกษาประเมินตนเอง เบื้องต้นหลังจากที่ประเมินแล้ว เราก็จะวิเคราะห์ข้อมูลจากสถานศึกษา ถ้าด้านไหนที่ท่านยังติดขัดนะคะ เราก็จะร่วมกัน ลงไปสนับสนุนให้โรงเรียนมีความพร้อม มีความปลอดภัยมากขึ้น หลักจากนั้นก็จะมีการพิจารณาเตรียมการสถานศึกษาเปิดแล้วก็ยังต้องติดตามเฝ้าระวัง โดยเฉพาะเรื่องการควบคุมโรค เด็กที่อาจจะติดเชื้อ หรือมีการแพร่ระบาด ก็จะทำการแยกเด็กกลุ่มนี้ออกมา เพื่อที่จะทำการควบคุมโรคต่อไปด้วยค่ะ Ր (นายแพทย์ เอกชัย) ครับ แล้วนั้นเป็นวิดีโอคลิปที่แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมอย่างไร ก่อนที่จะเปิดโรงเรียนในช่วงเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้นะครับ โดยวิดีโอนี้ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการและอีกหลายภาคีเครือข่ายครับ อยากจะเน้นย้ำตรงนี้ครับ มาตรการที่สำคัญนะคะ ที่เมื่อสักครู่นี้กรมอนามัยได้กล่าวไว้นะครับว่า เรื่องแรกเลยก็คือ เรื่องของการคัดกรองอาการนะครับ โดยเฉพาะไข้ บริเวณหน้าโรงเรียน การคัดกรองนี้ควรจะต้องคัดกรองหมด ไม่ว่าจะเป็นบุคลากรในโรงเรียน ครู อาจารย์ นักเรียน ถ้าเข้ามาในโรงเรียน อันที่ 2. ก็คือจะต้องมีการใส่หน้ากากตลอดเวลา ที่อยู่ในโรงเรียน และหน้ากากชิ้นเดียวอาจจะไม่พอนะครับ อาจจะต้องเตรียมมาอย่างน้อย 3 ชิ้นนะครับ มีจุดบริการล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ สบู่ หรือน้ำ ตั้งแต่อยู่ที่ทางเข้าโรงเรียนเลย อีกจุดหนึ่งที่สำคัญก็คือ บริเวณห้องน้ำและโรงอาหาร เรื่องที่ 3 ก็คือการเว้นระยะห่าง เรื่องนี้อาจจะเป็นเรื่องที่เป็น New Normal หน่อย ว่าในห้องเรียนหรือในโรงอาหารหรือในห้องนอนที่เด็กได้นอนรวมกันนะครับ อันที่ 4 ก็คือ ต้องมีการทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ ในบริเวณที่มีจุดสัมผัสทั้งก่อนและหลังใช้ และอีกอันหนึ่ง ก็คือในห้องเรียน บริเวณที่มีการใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ บริเวณประตู หน้าต่าง จะมีการทำความสะอาดอย่างไร แล้วสุดท้ายก็คือ การลดความแออัด กิจกรรมต่าง ๆ ที่ให้นักเรียนมารวมตัวกันในช่วงนี้ อาจจะต้องงดไปก่อน ทั้งหมดนี้มีรายละเอียดเกี่ยวกับการประเมินตนเอง ของโรงเรียนทุกแห่งนะครับ ซึ่งเกิดจากการพิจารณาจากผู้เชี่ยวชาญเรียบร้อยแล้วนะครับ โดยอยู่ในคู่มือการปฏิบัติสำหรับสถานศึกษาในการป้องกัน การระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 นะครับ ภายในหนังสือเล่มนี้จะมี checklist ประมาณ 40 กว่าข้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งครับ 20 ข้อแรกนี่ ถ้าโรงเรียนผ่านการประเมินตนเองทั้ง 20 ข้อ อย่างน้อยมั่นใจครับว่า จะไม่มีการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในโรงเรียนเกิดขึ้น ในช่วงที่นักเรียนมาเรียน และผู้ปกครองก็จะได้สบายใจ หนังสือเล่มนี้สามารถดาวน์โหลดข้อมูลทั้งหมดครับ ในหน้าเว็บไซต์ของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขครับ มีผู้ปกครองถามมามากว่า กรณีของเด็กโตไม่ค่อยน่าเป็นห่วง เด็กโตเองนี่อย่างน้อยรู้ว่าจะต้องทำตัวอย่างไร แต่ในกรณีที่เป็นเด็กเล็ก ๆ โดยเฉพาะเป็นศูนย์เด็กเล็ก หรือสถานรับเลี้ยงเด็ก ที่เด็กมีอายุตั้งแต่แรกเกิด ไม่เกิน 6 ขวบ เลี่ยงยาก ถ้าเด็กมาโรงเรียนแล้วเด็กมักจะเล่น มีการไล่จับกัน กอดรัดฟัดเหวี่ยงนะครับ อันนี้วันนี้เราก็มีคำตอบเช่นกันครับว่า ในเด็กปฐมวัยที่มาอยู่ที่ศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัย ควรจะมีมาตรการอย่างไร เรามาชมกันครับ ในวิดีโอคลิปที่ 2 ประจำวันนี้ครับ [เสียงดนตรี] Ր [เสียงดนตรี] (นายแพทย์ เอกชัย) ครับ วิดีโอคลิปเมื่อสักครู่นี้ผู้ปกครองทั่วประเทศนะครับ ที่นำบุตรหลานไปจะเห็นได้ว่า ในรายละเอียดของวิดีโอคลิปนั้น ว่าทางครูพี่เลี้ยงเอง บุคลากรที่ทำงานอยู่ในศูนย์เด็กเล็กจะต้องมีการคัดกรองสุขภาพตัวเอง ต้องล้างมือให้เรียบร้อย แล้วมารอที่จุดคัดกรอง เมื่อผู้ปกครองพาลูกหลาน มาส่งที่ทางเข้าของศูนย์เด็กเล็กก็จะมีการล้างมือทำความสะอาด และตรวจให้มั่นใจครับว่า มีการใส่หน้ากากแน่นอน ในบางที่ครับ ก็จะมีการเปลี่ยนชุดของบุตรหลานของท่านก่อนที่จะเข้าสู่ศูนย์เด็กเล็กและในระหว่างวันที่ มีการทำกิจกรรมของศูนย์เด็กเล็ก คำแนะนำนี้ ก็คือน้อง ๆ จะต้องมีการใส่หน้ากากตลอดเวลา ยกเว้นน้องที่อายุน้อยกว่า 2 ขวบ ก็ไม่จำเป็นต้องใส่นะครับ ช่วงเวลาที่จะถอดหน้ากากได้ ก็คือช่วงที่มีการแปรงฟันหลังอาหารกลางวัน มีการนอนหลับพักผ่อนในช่วงบ่าย ซึ่งอันนี้ไม่จำเป็นต้องใส่หน้ากากนะครับ การเตรียมหน้ากากมาก็ไม่ควรเตรียมมาไม่น้อยกว่า 3 ชิ้น เพราะว่าส่วนใหญ่เด็กเล็ก ๆ หน้ากากจะเปียกได้ง่ายนะครับ จากน้ำลายนะครับ แล้วก็ช่วงเย็นหรือช่วงบ่ายถ้าผู้ปกครองมารับก็จะมีมาตรการจุดรับส่งเช่นกัน คือเว้นระยะห่าง ทั้งหมดนี้มีรายละเอียดอยู่ในแผ่นพับตัวนี้ ที่ทางกระทรวงสาธารณสุขร่วมกับอีกหลาย ๆ กระทรวง ผลิตนี้ขึ้นมา ให้สำหรับสถานประกอบการรับเลี้ยงศูนย์เด็กเล็กทั่วประเทศได้ศึกษา แล้วก็แจกให้กับผู้ปกครองด้วยนะครับ ในแผ่นพับนี้จะมีรายละเอียดทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมความพร้อม ที่จะเปิดศูนย์เด็กเล็ก และผู้ปกครองเองควรจะมีการเตรียมความพร้อมอย่างไรนะครับ ครับ ในวันนี้เองครับ มีเนื้อหาสาระที่เน้นเป็นพิเศษ เพราะคาดว่า ในเรื่องของโรงเรียน นะครับ โรงเรียนอนุบาล หรือศูนย์เด็กเล็กนี้ จะอยู่ในมาตรการผ่อนปรนในระยะที่ 4 ซึ่งจะเริ่มต้นในไม่ช้านี้ การเตรียมความพร้อมของผู้ปกครองมีความสำคัญอย่างยิ่งที่ผู้ปกครองเอง ต้องเน้นย้ำระวังเป็นพิเศษในช่วง 14 วัน ก่อนที่จะมี่การเปิดเทอม แล้วควรจะดูแลบุตรหลานของท่าน มีการใส่หน้ากากล้างมือ ถ้าไปเข้าในที่ชุมชน ควรหลีกเลี่ยงในที่ชุมชนแออัด และที่สำคัญ ก็คือเมื่ออยู่ที่บ้านนะครับ เด็ก ๆ ควรจะได้รับโภชนการที่ดี พักผ่อน ออกกำลังตามธรรมชาติ ในการที่จะต้านโควิดได้ ก่อนที่มีการเปิดเทอมครับ ทั้งหมดนี้ั ในวันนี้ครับ เราจะส่งท้ายกันด้วยวิดิโอคลิป ที่เน้นย้ำมาตรการหลัก 6 มาตรการนะครับ รายละเอียดเป็นอย่างไร เดี๋ยวเรามาติดตามกันอีกทีในช่วงท้ายของการส่งท้ายในวันนี้ สำหรับวันนี้นะครับ การแถลงข่าวจาก ศบค. นะครับ ก็ขอจบลงเพียงเท่านี้ พบกันใหม่ในวันพรุ่งนี้ครับ สวัสดีครับ (บรรยาย) New Normal วิถีชีวิตใหม่ มาตรการด้านสุขอนามัยและความปลอดภัย ในการป้องกันการแพร่ระบาดของการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โรงเรียนอนุบาลพิบูลย์เวช สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา กรุงเทพมหานคร 6 ข้อ ปฏิบัติในสถานศึกษา 1. คัดกรอง Screening 2. สวมหน้ากากอนามัย Mask ทุกคนต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่อยู่ในสถานศึกษา 3. ล้างมือ hand wash 4. เว้นระยะห่าง Social Distancing เว้นระยะห่าง ระหว่างบุคคลอย่างน้อย 1 - 2 เมตร ของสถานที่ต่าง ๆ ในโรงเรียน 5. Cleaning ทำความสะอาดผิวสัมผัสที่มีการใช้ร่วมกันบ่อย 6. ลดแออัด ทำกิจกรรม และหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรม New Normal วิถีชีวิตใหม่ในโรงเรียนวิกฤตโควิดไปด้วยกัน โรงเรียนดูแลนักเรียนที่รักด้วยความห่วงใย [เสียงดนตรี] [สิ้นสุดการถอดความ] Ր