--- title: การแถลงข่าวศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ช่วง 11.30-12.30 (11 มิ.ย. 63) subtitle: date: วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน 2563 เวลา 10.36 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) ... Ր (นายแพทย์ เอกชัย) สวัสดีครับท่านผู้ชมทางบ้านทางช่องทางออนไลน์ โทรทัศน์ วิทยุ พี่น้องสื่อมวลชน ท่านกำลังชมการถ่ายทอดสด โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จากกระทรวงสาธารณสุข ผม นายแพทย์เอกชัย เพียรศรีวัชรา รับหน้าที่เป็นพิธีกรดำเนินรายการเช่นเคยครับ วันนี้ขอเชิญทุกท่านพบกับท่านผู้ช่วยโฆษก ศบค. แพทย์หญิง พรรณประภา ยงค์ตระกูล กับการแถลงข่าวประจำวัน เกาะติดสถานการณ์โรคติดเชื้อ COVID-19 ในประเทศและต่างประเทศครับ รายละเอียดเป็นอย่างไรและมีประเด็นสำคัญอย่างไร ขอเชิญพบกับท่านผู้ช่วยโฆษกฯ เลยครับ (แพทย์หญิง พรรณประภา) สวัสดีพี่น้องประชาชนนะคะ ดิฉัน แพทย์หญิง พรรณประภา ยงค์ตระกูล รับหน้าที่ผู้ช่วยโฆษก ศบค. ค่ะ ในวันนี้วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน 2563 จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ของเราในวันนี้ 0 ราย ค่ะ ซึ่งเป็นความสุข และเป็นเรื่องที่น่ายินดี สำหรับคนไทยทุกคนในวันนี้ที่ไม่มีจำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศในวันนี้เลย แต่อย่างไรก็ตามความสุขนี้เราก็เก็บไว้ในใจค่ะ สิ่งที่ยังคงต้องปฏิบัติกันนะคะ ยังคงจะต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการติดเชื้อ ไม่ว่าจะเป็นการสวมหน้ากากอนามัย การล้างมือบ่อย ๆ แล้วก็การรักษาระยะห่างทางสังคมค่ะ มาที่ภาพรวมของสถานการณ์ในประเทศในวันนี้นะคะ ในวันนี้เรามีผู้ป่วยยืนยันสะสมทั้งสิ้น 3,125 ราย เป็นผู้ป่วยที่ติดเชิื้อภายในประเทศ 2,444 ราย และเป็นผู้ป่วยที่ตรวจพบ ในสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้ 188 รายค่ะ วันนี้มีอีก 1 ข่าวดีนะคะ มีผู้ป่วยรักษาหายและก็กลับบ้านได้เพิ่มขึ้นอีก 6 รายค่ะ รวมกลับบ้านได้แล้ว 2,987 ราย ยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 80 ราย และวันนี้ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้้นนะคะ คงที่อยู่ที่ 58 คนค่ะ ผู้ป่วย COVID-19 นะคะ จำแนกตามเพศค่ะ ยังคงเป็นเพศชายมากกว่าเพศหญิง และจำแนกตามพื้นที่การรักษา มากที่สุดยังคงเป็นกรุงเทพมหานคร และนนทบุรีค่ะ ตามมาด้วยภาคใต้ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แล้วก็ภาคเหนือค่ะ อายุเฉลี่ยอยู่ที่ 39 ปี โดยกลุ่มอายุที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดยังคงอยู่ในช่วง 20 - 29 ปี ค่ะ ผู้ป่วยจำแนกตามอาชีพนะคะ จะเห็นได้ว่าล่าสุด อาชีพที่พบผู้ป่วยมากที่สุดค่ะ จะเป็นนักเรียนนักศึกษาในช่วง 2 สัปดาห์ ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ป่วยที่เดินทางมาจากต่างประเทศแล้วเข้าพักในสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้ อาชีพส่วนใหญ่จึงเป็นนักศึกษา ตามมาด้วยพนักงานนวดค่ะ ตามมาด้วยรับจ้างทั่วไป สุดท้ายที่พนักงานบริษัทหรือโรงงานค่ะ อันนี้คือ 4 อันดับแรก ที่พบมากที่สุดค่ะ ผู้ป่วยยืนยันสะสมนะคะ จำแนกตามปัจจัยเสี่ยง จะเห็นได้ว่า ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมานะคะ ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยต่างประเทศทั้ง 100 เปอร์เซ็นต์เลย ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาโดยถ้าจำแนกตามประเทศต้นทางค่ะ พบว่ามีคนเดินทางกลับมาแล้วป่วยมากที่สุด ก็คือเดินทางกลับมาจากประเทศคูเวต พบผู้ป่วยจำนวน 28 ราย ตามมาด้วยสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 7 ราย ซาอุดิอาระเบีย อินเดีย 3 ราย และปากีสถาน 3 รายค่ะ มาที่สถานการณ์ของ COVID-19 ทั่วโลกนะคะ ในวันนี้มีจำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสมทั่วโลกมากกว่า 7,450,000 ราย แล้วนะคะ โดยในวันเดียวค่ะ มีจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ ถึง 134,000 ราย แล้ววันนี้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 5,000 คนนะคะ รวมมีผู้เสียชีวิตแล้วมากถึง 420,000 คน ค่ะ ประเทศ 3 อันดับแรกที่มีจำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสมมากที่สุด ยังคงเป็นสหรัฐอเมริกา บราซิล แล้วก็รัสเซียค่ะ โดยในแถบสีเหลืองนะคะ ที่เป็นแถบไฮไลท์ ก็คือแสดงถึงจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ค่ะ จะเห็นว่าประเทศบราซิล คือเป็นประเทศที่มีจำนวนผู้ป่วยรายใหม่มากที่สุดของโลกในวันนี้ค่ะ ก็คือ 33,000 รายนะคะ ตามมาด้วยสหรัฐอเมริกาเป็นอันดับ 2 อยู่ที่ 20,000 ราย และอินเดียในแถบเอเชียของเราอยู่อันดับ 3 ของโลกค่ะ ของจำนวนผู้ป่วยรายใหม่นะคะ ส่วนแถบเข้มที่เป็นไฮไลต์สีแดง อันนี้แสดงถึงจำนวนผู้เสียชีวิตนะคะ ใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาค่ะ จะเห็นได้ว่าประเทศบราซิลนะคะ เป็นประเทศที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุด ใน 24 ชั่วโมง ที่ผ่านมา ก็คือถึง 1,300 คนค่ะ ตามมาด้วยสหรัฐอเมริกา และเม็กซิโกค่ะ เสียชีวิตอยู่ที่ 208 คนค่ะ ประเทศไทยในวันนี้ยังคงอยู่ในอันดับที่ 85 ของโลกค่ะ สถานการณ์ของ COVID-19 ในฝั่งเอเชียจะเห็นได้ว่า ยังคงเดิม ก็คือประเทศอินเดีย เป็นประเทศที่มีจำนวนผู้ป่วยสะสมมากที่สุดในฝั่งเอเชียของเรา ก็คือมากถึงเกือบ 290,000 รายแล้วนะคะ และจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ค่ะ ก็มากถึง 11,000 รายค่ะ ตามมาด้วยปากีสถาน บังกลาเทศ สิงคโปร์ อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ อินโดนีเซียยังมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นค่อนข้างมากนะคะ ในหลักถึง 1,200 คน และในเกาหลีใต้รวมถึงญี่ปุ่นนะคะ ก็ยังมีผู้ป่วยรายใหม่อย่างต่อเนื่องค่ะ วันนี้มีที่ 41 และ 45 คน ส่วนประเทศไทยยังคงอยู่ในอันดับที่ 85 และในวันนี้ไม่มีผู้ป่วยรายใหม่ค่ะ กราฟนี้นะคะ เป็นกราฟแสดงจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ จำแนกตามประเทศค่ะ จะเห็นว่าในเส้นกราฟสีแดง ก็คือประเทศบราซิลค่ะ ในวันก่อนหน้านี้ จะเห็นว่าบราซิล เหมือนจะมีผู้ป่วยรายใหม่จำนวนลดลง แต่วันนี้ก็กลับมาเพิ่มสูงอีกนะคะ โดยเพิ่มมีมากถึง 33,000 รายต่อวัน ก็เส้นกราฟยังคงอยู่ในแนวโน้มที่ค่อนข้างเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องค่ะ ส่วนเส้นกราฟสีน้ำเงินนะคะ แสดงถึงประเทศสหรัฐอเมริกาค่ะ ยังคงมีจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ต่อวันประมาณ 20,000 กว่ารายนะคะ แต่มีแนวโน้มที่ลดลงเล็กน้อยค่ะ มาที่สถานการณ์ในฝั่งเอเชียนะคะ นี่เป็นกราฟแสดงจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ของประเทศในฝั่งเอเชียค่ะ ตามที่รายงานกันมาตลอดนะคะ ก็คือประเทศอินเดีย วันก่อนหน้านี้ก็เหมือนจะมีผู้ป่วยลดลงค่ะ แต่ในวันนี้เพิ่มมากถึง 11,000 รายต่อวัน ก็เป็นจำนวนมากที่สุดตั้งแต่มีการระบาดเชื้อโควิด - ๑๙ ในประเทศอินเดียค่ะ และแนวโน้มก็เพิ่มขึ้นมากอย่างต่อเนื่องค่ะ ประเทศอินเดียเป็นประเทศที่เราจะต้องจับดูสถานการณ์ของประเทศอินเดียค่ะ ปากีสถานและบังกลาเทศนะคะ ก็เป็นประเทศที่อยู่ใกล้เคียงกันกับประเทศอินเดียยังคงมีจำนวนผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเพิ่มมากในช่วงตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาค่ะ มาที่ประเด็นที่น่าสนใจในต่างประเทศในวันนี้นะคะ ประเด็นแรกมาจากสหรัฐอเมริกา แล้วก็แคนาดา ก่อนหน้านี้ค่ะ สหรัฐอเมริกาและแคนาดาได้กำหนดการห้ามเดินทางข้ามแดนระหว่างกัน มีมาตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา แล้วก็มีการขยายเวลามา ในเดือนเมษายนแล้วก็พฤษภาคม โดยคำประกาศสั่งห้ามล่าสุด จะหมดอายุลงในวันที่ 21 มิถุนายน ที่จะถึงนี้ แต่ก็มีแนวโน้มว่าสหรัฐอเมริกาและแคนาดา จะขยายคำสั่งห้ามการเดินทางระหว่างกันไปอีก 1 เดือนค่ะ อีก 1 ประเด็น เป็นเรื่องของการล็อกดาวน์นะคะ ก็มีการใช้มาตรการการล็อกดาวน์ ที่ประเทศไทยเราก็เช่นกันนะคะ แต่ก็จะมีความแตกต่างไปในแต่ละประเทศ มีงานศึกษาวิจัยล่าสุดค่ะ มาจากประเทศอังกฤษและสหรัฐอเมริกาค่ะ ค่ะ โดยรายงานแรกมาจากประเทศอังกฤษ ของมหาวิทยาลัย Imperial college of London ค่ะ ที่ใช้ในทวีปยุโรปจะช่วยกันไม่ให้มีการไม่ให้มีผู้เสียชีวิตจาก COVID-19 ได้ถึง 3,000,000 รายค่ะ พบว่า มาตรการการล็อกดาวน์ที่นำมาใช้ เช่นในประเทศจีน เกาหลีใต้ อิตาลี อิหร่าน แล้วก็สหรัฐอเมริกาได้ช่วยป้องกันและชะลอการติดเชื้อ COVID-19 ได้ทั่วโลกค่ะ ประเด็นนี้เป็นเรื่องของการสวมหน้ากากอนามัยค่ะ ที่ประเทศไทยของเรานะคะ เน้นย้ำมาตลอด เรื่องของการสวมหน้ากากอนามัย ตอนนี้เราก็มีงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ และมหาวิทยาลัยกรีนิช ระบุการล็อกดาวน์อย่างเดียวนี่ไม่สามารถยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ได้ค่ะ แต่หากประชาชนร่วมมือกันสวมหน้ากากอนามัย ในที่สาธารณะ ได้อย่างมีนัยสัมพันธ์ โดยค่าอาร์หรือว่า reproduction number ความสามารถในการแพร่กระจายของเชื้อ พบว่าถ้าเราสวมหน้ากากอนามัย ความสามารถในการแพร่เชื้อจะลดลงครึ่งหนึ่งค่ะ ซึ่งก็สอดคล้องนะคะ ประกาศล่าสุดขององค์การอนามัยโลกค่ะ ซึ่งประกาศว่าให้ผู้คนนะคะสวมหน้ากากอนามัยเมื่อไปในสถานที่สาธารณะค่ะ ทั้งหมดก็เป็นประเด็นที่น่าสนใจวันนี้ วันนี้มีประเด็นคำถามไหมคะ (นายแพทย์ เอกชัย) ครับ มีประเด็นคำถาม ที่พี่น้องประชาชนถามกันมาบ่อยมากครับ นั่นก็คือว่าเมื่อมีการสวม Face Shield แล้วนี่ เพียงพอหรือเปล่าครับ มีความจำเป็นต้องใส่หน้ากากอนามัย หน้ากากผ้าร่วมด้วยหรือไม่ เพราะว่าขณะนี้ก็มีประชาชนบางคนบางทีก็ใส่ Face Shield อย่างเดียวครับ อยากให้คุณหมอได้อธิบายตรงจุดนี้ครับ (แพทย์หญิง พรรณประภา) ค่ะ ก็เป็นคำถามที่พบบ่อยมากนะคะ อธิบายตามหลักการก่อนนะคะ คือ การที่เราแนะนำว่าควรสวมหน้ากากผ้า หรือหน้ากากอนามัย ก็คือเราช่วยในการปิดปาก แล้วก็จมูกนะคะ อย่างที่เวลาเราสวมหน้ากากอนามัยจะปิดอย่างนี้ถูกไหมค่ะ ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้ละอองจากการไอหรือจาม ซึ่งก็คือน้ำมูก น้ำลาย เสมหะ กระจายออกไป ซึ่งน้ำมูก น้ำลาย เสมหะ ในการแพร่กระจายของเชื้อโรค ก็คือเชื้อ COVID-19 แต่ว่าจะเห็นได้ว่า ถ้าเราสวม Face shield แค่บริเวณตา จมูกและปากยังมีการแพร่กระจายออกไปได้ ถ้าเราไอหรือจาม เชื้อโรคก็ยังคงแพร่กระจายออกไปได้ เพราะฉะนั้นก็เป็นคำตอบค่ะ ว่าการสวม Face shield นั้นไม่เพียงพอ ต้องสวมหน้ากากอนามัยด้วย แต่ถ้าถามว่าจะสวมร่วมกันได้หรือเปล่า ก็สามารถทำได้มีหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยเป็นหลัก เพิ่มขึ้นไป ซึ่ง Face Shield แนะนำกับคนที่ต้องทำงานกับคนที่ต้องพบปะคนจำนวนมาก จะต้องมีการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้คนเป็นเวลานาน ก็คือบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องมีการใกล้ชิดกับผู้ป่วยเป็นเวลานาน ๆ อย่างนี้ค่ะ ก็แนะนำให้สวมคู่กัน ถ้าจะสวมอย่างเดียวก็ต้องเป็นการสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยค่ะ แล้วก็มีอีกประเด็นหนึ่งที่ตอนนี้พบได้บ่อยมากเลย ก็คือถามว่า ถ้าเราเว้นระยะห่างระหว่างกัน เราไม่ต้องสวนหน้ากากอนามัยได้ไหม สวมแต่ Face Shield ได้หรือเปล่า คำตอบก็คือว่า ตามหลักการการแพร่กระจายของเชื้อ COVID-19 นะคะ ตัวเชื้อ COVID-19 จะสามารถแพร่กระจายได้อยู่ในระยะประมาณ 3-6 ฟุต ๖ ฟุต ก็คือ 180 เซนติเมตร หรือ 2 เมตร นั่นหมายความว่า ตามหลักการการแพร่กระจายของเชื้อ ถ้าเราอยู่ห่างกันเกินระยะ 2 เมตร โอกาสที่จะได้รับเชื้อของ COVID-19 ก็จะลดลง หรือว่ามีความเสี่ยงต่ำ แต่อย่างไรก็ตามค่ะ เพื่อความมั่นใจสูงสุดในการป้องกันในการแพร่เชื้อไปให้ผู้อื่นหรือรับเชื้อมาค่ะ ว่ายังควรจะสวมหน้ากากอนามัย แม้ไปในที่สาธารณะอยู่ดีค่ะ (นายแพทย์ เอกชัย) ครับ ขอบคุณครับ สรุปแล้วนะครับ พี่น้องประชาชน สวม face shield อย่างเดียวไม่ได้นะครับ ต้องใส่หน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้าช่วยด้วยครับ สำหรับในวันนี้ไม่มีประเด็นคำถามเพิ่มเติมครับ ท่านผู้ช่วยโฆษก ศบค. มีอะไรจะฝากถึงพี่น้องประชาชนทางบ้านบ้างครับ (แพทย์หญิง พรรณประภา) ฝากอย่างเดิมนะคะ ก่อนออกจากบ้านวันนี้ ก่อนลงไปทานอาหารเที่ยงนะคะ อย่าลืมสวมหน้ากากอนามัยค่ะ หรือว่าแอลกอฮอล์สเปรย์ติดตัวไปด้วย แล้วก็รักษาระยะห่างทางสังคมนะคะ สำหรับวันนี้ก็เป็นประเด็นที่น่าสนใจทั้งหมดในวันนี้ค่ะ [สิ้นสุดการถอดความ] Ր