--- title: การประชุมโครงการทุนวิจัย ลอรีอัล ประเทศไทย เพื่อสตรีในงานวิทยศาสตร์ สาขางานวิจัยโควิด-19 subtitle: date: วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน 2563 เวลา 14.30 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) ...Ր...Րทุนพิเศษ ลอรีอัล ประเทศไทย เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์ สนับสนุนงานวิจัยโควิด-19Ր "โครงการทุนวิจัย ลอรีอัล ประเทศไทย เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์" สาขางานวิจัยโควิด-19 [เสียงดนตรี] สวัสดีครับ ขอต้อนรับพี่ๆ สื่อมวลชน และแขกผู้เกียรติมีทุกท่านทั้งใน ณ ที่นี้และบน Live Stream ทางเพจ L’Oréal Group เข้าสู่งานในวันนี้ครับ ทุกท่านครับ ลอรีอัล ประเทศไทย ได้จัดทุนพิเศษในโครงการทุนวิจัย ลอรีอัล “เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์” เพื่องานวิจัยโควิด-19 ขึ้น เพื่อเชิดชูผลงานสร้างประโยชน์อย่างโดดเด่นในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในหลากหลายด้าน และในวันนี้ 3 นักวิจัยสตรีไทย ที่ได้รับทุนพิเศษจากโครงการฯ จะมาแชร์รายละเอียดงานวิจัยโควิด-19 ให้ทุกท่านได้รับทราบครับ แบมเชื่อนะครับ ว่าทุกท่านรู้สึกเหมือนแบม เราเชื่ออย่างยิ่งครับ ผู้หญิงไทย ไม่แพ้และเท่าเทียมกับผู้ชายอย่างแน่นอน และไม่แพ้ชาติใดในโลกเลยนะครับ ซึ่งเราก็ได้เห็นชัดเจนเลยว่าประเทศไทยเราถือว่ารับมือกับไวรัสโควิด-19 ได้เป็นอย่างดี มียอดผู้ติดเชื้อได้น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งในวันนี้มีสุภาพสตรีหลายท่านครับ ที่เป็นแรงสำคัญในการต่อสู้และป้องกันไวรัสโควิด-19 นี้ครับ ผมมั่นใจว่าหลาย ๆ ท่านรู้จักและคุ้นเคยกับผลิตภัณฑ์ของบริษัท ลอรีอัล แต่ก็คงสงสัยว่า บริษัทความงามอันดับหนึ่งของโลกที่มีอายุกว่า 100 ปี ทำไมถึงสนับสนุนโครงการทุนวิจัยนี้ คำตอบอยู่ที่ว่า ลอรีอัล ก่อตั้งโดยนักเคมี ที่มีชื่อว่า ยูชีน ชูแลร์ นั่นเองครับ ในการค้นคว้าวิจัยที่ตระหนักว่าการศึกษาวิจัยซึ่งความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และนวัติกรรมใหม่ ๆ นะครับกับงานวิจัยและพัฒนามาโดยตลอด ลอรีอัล จึงจัดตั้งโครงการนี้กับโครงการทุนวิจัย ลอรีอัล หรือ For Women in Science เพื่อสนับสนุนสตรีในสายงานนี้ทั่วโลกให้ได้รับการยกย่องและส่งเสริมมากขึ้น ด้วยความร่วมมือกันระหว่างมูลนิธิลอรีอัล ด้วยการสนับสนุนโดยปัจจุบันมีนักวิจัยสตรีที่ได้รับการสนับสนุนภายใต้งานวิจัยนี้ จาก 117 ประเทศทั่วโลก และสำหรับประเทศไทยโครงการทุนวิจัยลอรีอัลประเทศไทยเพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์ได้ดำเนินการปีนี้มาถึงปีที่ 18 แล้ว ซึ่งนักวิจัยสตรีไทยที่ได้รับทุนจากโครงการนี้ ล้วนได้สร้างงานวิจัยดี ๆ มากมายที่เป็นประโยชน์ให้กับประเทศไทยของเรา ซึ่งตอนนี้แบมมี Video Presentation ให้รับชมกันด้วยนะครับ ถ้าพร้อมแล้วเชิญรับชมกันได้เลยครับՐ (คุณปีติภัทร) ผมหวังเป็นอย่างยิ่งนะครับทุกท่านจะได้แรงบันดาลใจและช่วยกันสนับสนุนนักวิจัยสตรีไทยให้มีกำลังใจในการคิดค้นผลงานให้มีประโยชน์ต่อประเทศชาติของเรานะครับ และแน่นอนครับทุกท่าน โครงการวิจัยดี ๆ ในวันนี้ จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากขาดบุคคลสำคัญของโครงการครับ ผมขอเชิญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลอรีอัล ประเทศไทย คุณ Inês Caldeira และประธานคณะกรรมการกิตติมศักดิ์ของโครงการฯ ดร.กอปร กฤตยากีรณ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม ขึ้นกล่าวแสดงความยินดีให้กับ 3 นักวิจัยสตรีไทย ที่ได้รับทุนพิเศษในโครงการทุนวิจัย ลอรีอัล ประเทศไทย “เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์” สาขางานวิจัยโควิด-19 ด้วยครับ (Mrs. Caldeira) [ภาษาต่างประเทศ] Ր (Mrs. Caldeira) [ภาษาต่างประเทศ] (คุณปีติภัทร) Thank you Inês Caldeira: Managing Director of L’Oreal Thailand ขอเสียงปรบมือด้วยนะครับ ทุกท่านที่อยู่ในห้องเลย ขอบคุณมากเลยครับ ขออนุญาตแปลคร่าว ๆ นะครับ สิ่งที่คุณอินเนส ได้กล่าวเมื่อสักครู่นี้ท่านก็ได้กล่าวขอบคุณทุกท่านนะครับ รวมถึงท่านที่รับชมไลฟ์ด้วย แล้วยังบอกว่าโลกของเราต้องการเรื่องของวิทยาศาสตร์มาก ๆ โดยเฉพาะช่วงนี้ที่งานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์สำคัญยิ่งกว่าเคยครับ ซึ่งท่านก็ได้บอกครับว่า ลอรีอัล ได้ดำเนินการต่อเนื่องมาถึง 18 ปีแล้ว รวมถึงทุนพิเศษในวันนี้ได้ตอกย้ำความมุ่งมั่นของลอรีอัล ในการสนับสนุนวงการวิทยาศาสตร์ไทยมาอย่างยาวนานครับ ซึ่งทุนพิเศษเป็นส่วนหนึ่งของลอรีอัล ไทยแลนด์ COVID-19 เลยครับ ซึ่งลอรีอัล ตั้งใจมีส่วนร่วมใน ในการสนับสนุนวงการวิทยาศาสตร์ไทยมาอย่างยาวนาน ทุนพิเศษเพื่องานวิจัยโควิด-19 เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ L’Oréal Thailand COVID-19 Solidarity ซึ่งลอรีอัลตั้งใจช่วยเหลือหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ กลุ่มธุรกิจ ร้านเสริมสวย และกลุ่มผู้ด้อยโอกาสในประเทศไทยในช่วง โควิด-19แบบนี้คุณทั้ง ๓ ท่านครับ ที่มีผลงานที่เป็นประโยชน์ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด ของ COVID-19 สำหรับประเทศไทย และท่านก็ได้กล่าวขอบคุณประธานกิตติมศักดิ์ของโครงการที่สนับสนุนโครงการของเรามาโดยตลอดเลยครับ ท่านต่อไปขออนุญาตเรียนเชิญครับ อาจารย์กอปร อาจารย์กิตติมศักดิ์ เรียนเชิญกับ ๓ นักวิจัยสตรีไทยครับ เชิญครับ (ดร.กอปร) สวัสดีครับ ท่านนักวิจัยผู้ได้รับทุนวิจัยในบ่ายวันนี้นะครับ [ภาษาต่างประเทศ] ผมขอพูดเป็นภาษาไทยนะครับ ผมในฐานะเป็นตัวแทนของคณะกรรมการคัดเลือกผู้ได้รับรางวัลของลอรีอัล ตอนนี้มีความดีใจเป็นพิเศษ ตอนนี้ก็ได้ทำงานร่วมกับลอรีอัล มาร่วม 18 ปีแล้ว ตามที่ได้กล่าวไปตอนต้นนะครับ แต่ครั้งนี้ก็เป็นครั้งที่พิเศษหน่อย เพราะว่าไม่ใช่โครงการสนับสนุนการวิจัยอย่างที่ลอรีอัลได้เคยให้ต่อเนื่องกันมา 10 กว่าปีนะครับ ครั้งนี้เป็นเหตุการณ์จัดครั้งเดียว ในโอกาสพิเศษ ในโอกาสที่ที่มนุษยชาติต้องเจอกับภัยพิบัติ โรคระบาดครั้งใหญ่โควิด-19 ตามที่เรากำลังต่อสู้กันอยู่นะครับ เมื่อทราบว่าลอรีอัล มีดำริที่จะมีส่วนส่งเสริมนักวิจัยให้กำลังใจ และรับรองเชิดชูนักวิจัยที่มีผลงานสู้กับโควิด-19 คณะกรรมการตัดสิน Jury ก็มีความดีใจ ที่สำหรับผมอย่างน้อยก็มีส่วนร่วมโดยตรง แม้จะเล็กน้อย ในการที่จะสู้กับโควิดครั้งนี้ผ่านการรับรองผลงานของนักวิจัยนะครับ คนไทยความจริงก็รับมือกับโรคระบาดใหญ่ครั้งนี้ได้ดีนะครับ อ่านจากในสื่อก็จะค่อนข้างพูดว่าเราจะอยู่ชั้นแนวหน้าของโลกที่ได้ยินกันนะครับ การที่รับมือได้ดี ส่วนตัวเอง ผมคิดว่าองค์ประกอบใหญ่ ๆ ๓ กลุ่ม กลุ่มหนึ่งก็คือ ผมคิดว่าฝ่ายบริหารปกครองของเราก็มีนโยบาย มีมาตรการ แล้วก็มีความเป็นเอกภาพดีในการรับมือนะครับ ส่วนที่ 2 เป็นส่วนสำคัญมาก ก็คือ ผมว่าเราเองบางคน คนไทยด้วยกันเอง ก็ยังแปลกใจว่าเรามีโครงสร้าง คือ ฐานทางด้านสาธารณสุขที่เข้มแข็งระดับโลกเลยนะครับ หลายคนบอกว่าประเทศไทยก็จะเป็นตัวอย่างได้นะครับ ส่วนที่ 3 ที่ผมเองรู้สึกนะ ผมว่าคนไทยเรามีพื้นฐานทางวัฒนธรรมที่ช่วยการรับรองอันนี้ เช่นว่า เรามีการเห็นแก่ส่วนรวม เรามีการเสียสละ เรามีการให้ความร่วมมือในข้อดำริต่าง ๆ ที่คิดว่ามีประโยชน์ แล้วเราก็มีความเคารพนับถือรู้สึกบุญคุณ ของคนที่ทำประโยชน์ให้เรา เช่น คณะแพทย์ และบุคลากรทางการแพทย์ต่าง ๆ นะครับ โครงสร้างพื้นฐานทางสาธารณสุขที่เข้มแข็งนี้ เป็นส่วนที่ทำให้โรคระบาดครั้งนี้จะเห็นว่า วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีนี่ เข้ามามีส่วนเยอะ ในแง่ของการช่วยรับมือนะครับ คือในการต่อสู้นี่ผมคิดว่าก็อาจจะแบ่งเป็น 2 หมวดใหญ่ ๆ ที่มีการต้องต่อสู้ ทางด้านสาธารณสุขเองก็จะต้องมี เช่น ตั้งแต่สารตรวจวินิจฉัยโรค ซึ่งก็จะค่อนข้างลึกซึ้งกว่าโรคธรรมดาทั่วไปถึงขั้นต้องใช้วิชาพันธุศาสตร์ DNA ก็ค่อนข้างละเอียดอ่อน แล้วก็จะต้องมียารักษาโรค ซึ่งขณะนี้ก็คล้าย ๆ กับยังไม่มียาที่รักษาโดยตรง ตรงนี้ก็จะเป็นโอกาสของนักวิทยาศาสตร์ที่จะทำงานต่อไปนะครับ แล้วก็ยังมีอีกอันหนึ่งที่สำคัญที่ลุ้นกันอยู่ทุกวันตอนนี้ ก็คือวัคซีนที่จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันไม่ให้ติดโรค เพราะฉะนั้นนักวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะนักวิทยาศาสตร์สตรีในวันนี้ ผมคิดว่าท่านมีโอกาสที่จะทำงานสำคัญให้แก่มนุษยชาติในโลกได้อยู่ต่อหน้าเลยนะครับ และยังมีเครื่องเกี่ยวข้องกับการต่อสู้ ที่ยังใช้พื้นฐานของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีอยู่มาก ตัวอย่างเช่น หน้ากากที่เราพึ่งพิงกันอยู่นะครับ ใช้ป้องกัน แล้วก็ยังมีพวก คือครั้งนี้เนื่องจากโรคติดต่อและแพร่ง่ายเหลือเกิน เพราะฉะนั้นการที่ต้องมีมาตรการระยะห่างทางสังคมก็ดี การติดตามตัวผู้ที่ได้สัมผัสติดต่อกันก็ดี มันก็ต้องอาศัยซอฟต์แวร์ หน้ากาก ซึ่งก็มีเนื้อหาของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอยู่พอสมควรนะครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าคนที่ เราที่ศึกษาทำงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เราก็จะเห็นว่าเราก็ดีใจมีโอกาส ที่จะได้ช่วยทำประโยชน์ให้กับสังคมมนุษย์โดยตรงในเหตุการณ์ครั้งนี้นะครับ ซึ่งลอรีอัลตามที่เรียนก็มีความรวดเร็วมากในการบริหาร [ภาษาต่างประเทศ] ที่จะกระตุ้น ให้กำลังใจ ส่งเสริมนักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ให้ทำงานทางด้านของสาธารณสุข โดยเฉพาะโควิดมากขึ้น โดยรวดเร็วมาก ประกาศจะให้รางวัลรับรองผู้มีผลงานที่จะต่อสู้กับโควิด-19 และในฐานะกรรมการ Jury เมื่อได้รับแจ้ง พวกเราก็ยินดีนะครับ ที่มีโอกาส แต่สิ่งที่จะเรียนเพิ่มเติมก็คือว่า ลอรีอัล ให้กำลังใจนักวิจัยสตรีต่อเนื่องมา 18 ปีแล้ว อันนั้นจะเป็นให้ในลักษณะทุนอุดหนุนงานวิจัยส่วนหนึ่ง ให้ทำงานต่อเนื่องซึ่งกำลังดำเนินการอยู่ ให้ได้ผลดียิ่งขึ้น แต่ครั้งนี้ ก็จะมีความแตกต่างอยู่นิดหนึ่ง คือไม่เชิงให้เพื่อไปทำงาน ให้เพื่อเป็นเกียรติเพื่อเชิดชูยกย่อง งานที่ทำแล้วก็สัมฤทธิ์ผล เกิดผลได้ สัมผัสได้ พอสมควร ซึ่งเนื่องจากลักษณะของรางวัลก็แตกต่างไป วิธีการก็จะต่างไปบ้าง ธรรมดานี่ ถ้าเป็นอุดหนุนการวิจัยก็จะมีการเชิญชวนให้สมัครหรือเสนอชื่อ แต่ครั้งนี้ก็จะเป็นแบบเชิญผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้ใหญ่ในวงการ ช่วยกันมองหางานวิจัยของนักวิทยาศาสตร์สตรีที่เกี่ยวกับโควิด-19 ที่ทำแล้วเห็นผลพอสมควรแล้วก็ไม่ได้เป็นแบบให้สมัคร เป็นการสรรหาและคัดเลือก แล้วก็ลอรีอัลได้ตั้งเงินรางวัลพอสมควรนะครับ 1 ล้านบาท ตามที่คุณอินเนสได้พูดไปแล้วนะครับ นักวิจัยก็ได้ช่วยกันสรรหาผู้มีผลงานแล้วก็กลั่นกรองนักวิจัยก็อยากจะเน้นให้เป็นผลงานที่มีความชัดเจน มีน้ำหนักที่ดี ก็คัดเลือกได้ผู้มีผลงานเด่นอยู่ 3 ท่าน ซึ่งตามแนวของลอรีอัลที่ตั้งวงงบประมาณไว้ก็ใช้ยังไม่ครบ 1 ล้านบาท แต่ลอรีอัลไม่มีเก็บคืนครับ เงินทอน ลอรีอัลบอกว่าเงินที่เหลือจะใช้ในการผลิตหน้ากากที่มีคุณภาพ เพื่อแจกจ่ายกับผู้ที่จะได้ใช้ประโยชน์อย่างมีความสำคัญต่อไปก็อยากจะเชิญชวนให้ปรบมือแสดงความชื่นชมตรงนี้นะครับ [ภาษาต่างประเทศ] ครับก็เพื่อไม่ใช้เวลาเกินไปนะครับ ผมก็จะขอถือโอกาสนี้แสดงความชื่นชม ยินดี สั้น ๆ กับนักวิจัยผู้จะได้รับผลงาน ซึ่งเดี๋ยวจะมีประกาศชื่อ ประกาศผลงานที่ได้รับรางวัลต่อ แล้วก็ขอให้กำลังใจว่าท่านจะได้มีกำลังใจที่จะสร้างสรรค์ผลงานทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อเป็นประโยชน์ต่อสังคมโลกมนุษย์ต่อไปนะครับ (คุณปีติภัทร) ขอบพระคุณมาก ๆ ขอเสียงปรบมือให้ทั้ง ๒ ท่าน อาจารย์กอปร และคุณอินเนส ขอบพระคุณครับ เรียนเชิญได้เลยนะครับ ทุกท่านได้ฟังไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งอาจารย์กอปรเป็นประธานกิติมศักดิ์ของโครงการ โอกาสนี้ผมขอแนะนำรายชื่อคณะกรรมการกิตติมศักดิิ์ท่านอื่น ๆ ครับ ซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิแถวหน้าของวงการวิทยาศาสตร์ ของประเทศไทยให้ทุกท่านได้ทราบกันนะครับ ท่านแรกครับ รองประธานคณะกรรมการกิตติมศักดิ์โครงการครับ ศ. ดร.ไพรัช ธัชยพงษ์ ท่านเป็นเลขาธิการมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น ปี พ.ศ. 2534 สาขาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ครับ คณะกรรมการกิตติมศักดิ์โครงการฯ ได้แก่ ศ. ดร. ยงยุทธ ยุทธวงศ์ ท่านเป็นอดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น ปี พ.ศ. 2527 สาขาชีวเคมีครับ ศ. เกียรติคุณ ดร.วันเพ็ญ ชัยคำภา ท่านเป็นศาสตราจารย์และที่ปรึกษางานวิจัย ภาควิชาปรสิตวิทยา คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราช หัวหน้าศูนย์วิจัยเป็นเลิศด้านโปรตีนรักษาพันธุวิศวกรรมแอนติบอดี และเป็นนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น ปี พ.ศ. 2542 สาขาวิทยาภูมิคุ้มกันครับ ท่านที่ 4 ครับ ศ. เกียรติคุณ ดร. มรว. ชิษณุสรร สวัสดิวัตน์ ท่านเป็นหัวหน้าห้องปฏิบัติการชีววิทยา สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ และนายกสมาคมโปรตีนแห่งประเทศไทย และเป็นนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น ปี พ.ศ. 2545 สาขาชีวเคมีครับ ท่านที่ 5 ครับ รศ.ดร.ปริทรรศน์ พันธุบรรยงก์ ท่านเป็นผู้บริหารประจำสำนักงานศึกษาและพัฒนาโครงการพิเศษ (โครงการจัดตั้งหลักสูตรวิศวกรรมการผลิตยานยนต์) สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ และเป็นที่ปรึกษาผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติครับ ท่านที่ 6 ครับ รศ. ดร.วีระศักดิ์ อุดมกิจเดชา ท่านเป็นที่ปรึกษาอาวุโส ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ศ. ดร.จำรัส ลิ้มตระกูล ท่านเป็นอธิการบดีสถาบันวิทยสิริเมธี หรือ VISTEC และเป็นนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น ปีพ.ศ. 2546 สาขาเคมีครับ ท่านที่ 8 ครับ ศ. เกียรติคุณ ดร. ยงค์วิมล เลณบุรี ท่านเป็นผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านคณิตศาสตร์ และเป็นนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น ปี พ.ศ. 2550 สาขาคณิตศาสตร์ครับ และท่านสุดท้ายครับ และท่านสุดท้าย ศ. เกียรติคุณ ดร. นทีทิพย์ กฤษณามระ ท่านเป็น ผู้ทรงคุณวุฒิคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ขอขอบพระคุณอาจารย์ทุกท่านในความทุ่มเทและการสนับสนุนโครงการฯ ครั้งนี้ด้วยนะครับ เอาล่ะครับทุกท่าน มาถึงตอนนี้แบมเชื่อว่าหลาย ๆ ท่านอยากจะทราบกันแล้วว่านักวิจัยสตรีทั้ง 3 ท่านจะทำโครงการวิจัยเกี่ยวกับอะไร ซึ่งแน่นอนครับ เราไลฟ์สดกัน เป็นรูปแบบการจัดงานแบบ New Normal ครับ ท่านใดที่มีคำถามเรา open มากเลย ก็สามารถพิมพ์ถามเข้ามาได้ในคอมเมนต์เดี๋ยวทีมงานจะรวบรวมคำถามให้แน่นอนครับ ท่านแรกที่จะมาพูดคุยกับเรา รศ.พญ.อรุณี ธิติธัญญานนท์ จากภาควิชาจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่จะมานำเสนอ “โครงการวิจัยเพื่อพัฒนาวิธีการวินิจฉัย วิธีการรักษาโรค วัคซีนของโรค COVID-19 และการติดตามการเปลี่ยนแปลงลักษณะทางพันธุกรรมและระบาดวิทยา ที่เกิดจากเชื้อไวรัส SARS-CoV-2” ต้องสวัสดีนะครับอาจารย์ครับ ขอเสียงปรบมือด้วยครับ (รศ.พญ.อรุณี) สวัสดีค่ะ (คุณปีติภัทร) นะครับ ขอเรียนถามเห็นว่าอยู่ในสาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ เรียนเชิญอาจารย์นำเสนอผลงานครับ (รศ.พญ.อรุณี) ขอบคุณนะคะ ขอบคุณกรรมการนะคะ แล้วก็ลอรีอัล ที่เห็นความสำคัญของวิทยาศาสตร์ รู้สึกขอบคุณมากที่ให้โอกาสได้มาเล่าว่าเราทำอะไรบ้างนะคะ จริง ๆ จะเห็นว่าเราดูเหมือนถ้าตามหัวข้อเราก็จะทำงานหลากหลายอย่าง ส่วนหนึ่งจริง ๆ แล้วไม่ได้ทำคนเดียวนะคะ ทั้งหมดเราทำร่วมกันระหว่างนักวิทยาศาสตร์หลากหลายสาขานะคะ ทั้งในคณะวิทยาศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดีและที่อื่น ๆ ก็จะเล่าเรื่องหลัก ๆ หลัก ๆ ที่เราทำ จริง ๆ มีงานอื่น ๆ ซ่อนอยู่ ยิ่งทำยิ่งขยายนะคะ ขอไปที่ slide แรกก่อนนะคะ จะเห็นว่าจริง ๆ แล้วงานของเราจะทำไม่ได้เลยทั้งหมดถ้าเราไม่มีสิ่งนี้ที่เราเรียกว่า Biosafety Level-3 laboratory (BSL-3) เป็นห้องแล็บพิเศษ ซึ่งเราสามารถจะเพาะเชื้อไวรัสที่เรา ไม่ว่าจะไวรัสใด ๆ ที่มีลักษณะรุนแรงที่อันตราย เราไม่อยากปล่อยให้หลุดไปในชุมชน แล้วก็คนทำจะต้องปลอดภัยเพราะฉะนั้นห้องแล็ป จะต้องมีลักษณะพิเศษ ซึ่งต้องขอบคุณท่านอาจารย์ของคณะวิทยาศาสตร์ อาจารย์วันชัย มาตังคสมบัติ ก็ร่วมกันอาจารย์ประสิทธิ์ ซึ่งได้ช่วยกันสร้างห้องมาตั้งแต่ 1997 ระหว่างนี้เรามีโอกาสใช้ห้องเพื่อทำงานวิจัยสำคัญ ๆ ตลอดมา โดยเฉพาะงานวิจัยเรื่องของวัณโรค แต่ว่าระหว่างนั้นจะมีการระบาดของเชื้อหลายตัวสำคัญ ๆ เช่น ไข้หวัดนก ไข้หวัดใหญ่ ซึ่งเราใช้ห้องนี้มาตลอด ในระหว่างนี้เราก็ปรับปรุงให้ห้องนี้มีคุณสมบัติที่ปลอดภัยขึ้น ได้มาตรฐานขึ้น ในปี 2015 เราสามารถปรับปรุงจนห้องเราได้รับมาตรฐานสากล คือได้รับการรับรองจาก WHO ได้รับการรับรองว่าได้มาตรฐาน USCDC ซึ่งจะทำให้เรามั่นใจมากว่าเวลาเราทำงานเราปลอดภัย คนที่มีส่วนสำคัญเป็นอดีตนักวิทยาศาสตร์หญิงที่เคยได้รางวัลลอรีอัล เมื่อ 2 ปีก่อน ก็คือดอกเตอร์มาริสา จนกระทั่งปี 2020 พอเริ่มมีการระบาดของ SARS-CoV-2 หรือโควิด-19 นี่นะคะ ในประเทศจีนเราก็เริ่มเตรียมการแล้วว่า ในที่สุดเราคงต้องได้ทำงานนี้แน่นะคะ ในช่วงต้นนะคะ เรายังไม่ได้เชื้อจนกระทั่งปลายเดือนมกราคมเราเพิ่งได้เชื้อก็ขอบคุณโรงพยาบาลบำราศนราดูร ที่แบ่งตัวอย่างคนไข้จำนวนหนึ่งมาให้เรา แล้วเราสามารถ เพาะเชื้อได้ในห้องแล็บของเราเอง จากคนไข้ 2 คนนะคะ การเพาะเชื้อนี้จะทำให้เราสามารถทำอะไรอีกหลายอย่างมากนะคะ ความสำคัญของการมีเชื้อไวรัสอยู่ในมือ 1 เราเพิ่มจำนวนได้ เพราะฉะนั้้นเราจะศึกษายาฆ่าเชื้อไวรัสเราก็ต้องใช้เชื้อไวรัส ใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้นเราสามารถทำ Antiviral Research ได้แน่ถ้าเรามีเชืออยู่ในมือ เราจะต้องทำวัคซีน เราอยากรู้ว่าผลของวัคซีนนั้นบล็อกไวรัสได้หรือไม่ ก็จำเป็็นต้องมีเชื้อ เราอยากรู้ว่าไวรัสนี้มีชีวิตอยู่ในอากาศ ในสิ่งแวดล้อมนานเท่าไร คำถามพวกนี้เราทำไม่ได้แน่นอน ถ้าเราไม่มีเชื้อจริงอยู่ในมือเราทำไม่ได้ทั้งสิ้น รวมทั้งไวรัสทำให้เกิดอาการของโรครุนแรงอย่างไร บางคนทำไมเป็นน้อย บางคนทำไมเป็นมาก ของอย่างนี้เราต้องทำการศึกษาในการศึกษา เพราะฉะนั้นพอเราแยกเชื้อได้ จะทำให้เราแยกงานจำนวนมากต่อไป ซึ่งจะเล่าต่อไปนี้นะคะ จะเห็นว่าเราแบ่งกลุ่มงานวิจัยของเรานี้ เนื่องจากหลายกลุ่มต้องใช้เชื้อมีชีวิต เพราะฉะนั้นด้วยความร่วมมือของคณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลรามา โดยมีอาจารย์สุรเดช หงส์อิง เป็นผู้ประสานงานหลักนะคะ เราจะมีตัวอย่างคนไข้จากโรงพยาบาลรามาธิบดีจากบางพลี ซึ่งคนไข้โควิดทั้งหมดจะไปอยู่ที่บางพลี ร่วมกับอาจารย์สมนึก ซึ่งเป็นพ่องานหลักเลยที่ดูคนไข้ที่บางพลี ส่งตัวอย่างมาให้เราช่วยตรวจ เราเอาตัวอย่างไปเป็น Positive Control ให้เป็นชุดตรวจแบบใหม่ให้เร็วขึ้น ให้แม่นยำขึ้น ซึ่งอันนี้เราก็จะมีทีม Startup ผ่าน Startup ของมหิดล ซึ่งก็จะเป็นทีมเด็ก ๆ ซึ่งทำให้การทำงานกับทีมเด็กพวกนี้ ทำให้ตัวเองเห็นว่าเรามีศักยภาพมากกว่าที่เราคิดเยอะนะคะ ในเวลาสั้น ๆ ที่ทำงานกับเด็กพวกนี้ เรามีโครงการวัคซีนด้วย เรามีนักวิจัยที่เรียกว่าผู้เชี่ยวชาญเรื่อง RNA แล้วเขาอยากทำงาน วิจัยเกี่ยวกับ อยากทำวัคซีน ซึ่งเราก็ร่วมมือทำกัน เดี๋ยวเราจะเล่าให้ฟัคร่าว ๆ ก็แล้วกันนอกจากนั้นเรายังมีอาจารย์ที่เชี่ยวชาญงานการวิเคราะห์รหัสพันธุ์กรรม ซึ่งจะมีความสำคัญมากนะคะเนื่องจากเราทุกคนรู้ว่า รหัสพันธุกรรมจะเปลี่ยนเนื่องจากไวรัสแพร่ไปเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้นมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนแปลง แน่ ๆ ในระยะยาวเกี่ยวกับเรื่องยา เกี่ยวกับเรื่องวัคซีนที่เราจะใช้ ซึ่งเป็นความกังวลลึก ๆ อยู่ว่าที่เราออกแบบกันไว้ กว่าเราจะทดลองเสร็จจะใช้ได้ไหมนะคะ สิ่งแรกที่เราทำเราได้เอาไปใช้หลังจากที่เราเพาะเชื้อได้แล้ว เราก็ได้รับการติดต่อจากบำราศนราดูร ผ่านอาจารย์ประเสริฐ เอื่้อวรากูล ที่โรงพยาบาลศิริราชแล้วตอนนั้นเราไม่มียาใด ๆ เลย คนไข้ช่วงแรก ๆ ของเรา คำถามคือเราจะรักษาคนไข้คนนี้อย่างไร เพื่อให้รอด การรักษาอันหนึ่งซึ่งได้มีรุ่นแรกก็คือ อันนี้ก็เป็นเหตุผลหลักอันหนึ่งหรือเทสอันหนึ่งที่เราเรียกว่า Neutralizing Antibodies Test คือตรวจดูว่าในเลือดของคนไข้ที่หายแล้วมีแอนติบอดีที่สามารถดร็อปไวรัสได้หรือไม่อย่างไร และเราอยากจะเอาเลือดของคนที่หายแล้วไปให้ของคนที่ป่วยหนัก แต่ว่าเราจะต้องรู้ก่อนว่าเลือดของคนที่หายแล้ว มีแอนติบอดีหรือน้อยเท่าไร เพราะฉะนั้นเราก็รีบ setup โชคดีที่เรา setup ได้สำเร็จในเวลารวดเร็วทำให้เรารู้ไตเติลว่าคนที่จะเป็นโดเนอร์ ถ้าใครจำได้คือคุณแท็กซี่ซึ่งก็มีโอกาสให้เลือดกันคนไข้หนัก แล้วก็ประสบความสำเร็จด้วยดี จากการพัฒนาแอสเสอันนี้ ทำให้เราสามารถทดสอบเลือดในคนไข้ได้ เราสามารถทดสอบเลือดของคนที่หายแล้วและมาบริจาคให้กาชาดเพื่อเก็บเอาไว้เป็น bank นะคะ ถ้าเกิดมีเวฟ 2 เวฟ 3 ก็ตาม ซึ่งเราก็มี protocol หรือพร้อมที่จะเอาเลือดที่แช่แข็งไว้พวกนี้มาใช้ โดยที่เรารู้ว่าไตเตอร์สูงมีระดับของนอกจากนี้ในแง่ของการทำวัคซีนเรามีความจำเป็นจะต้องรู้ว่าหลังจากเราฉีดวัคซีนแล้วมีแอนติบอดีอย่างไร มี การ set แอสเสนี้ก็จะมีประโยชน์ การใช้วัคซีนบางตัวของกลุ่มนักวิจัยที่จุฬาฯ วัคซีนที่ผลิตจากพืช มีวัคซีนที่เป็น RNA วัคซีน ซึ่งทดสอบในลิง ซึ่งผลน่าจะออกวันนี้ มาลุ้นกันคืนนี้ค่ะ สำหรับเรื่องยาใช่ไหมคะ อย่างที่อาจารย์พูดเมื่อกี้ว่าไม่มียาจำเพาะทำให้เราก็คิดว่าเป็นหน้าที่ของเราเหมือนกัน เราเป็นแล็บเดียวที่มีความสามารถจะทำ แต่บังเอิญที่คณะวิทยาศาสตร์ก็มีอาจารย์ที่ทำเรื่องยาอยู่ เพราะฉะนั้นเราก็เลยจับคู่กันว่าจะทำยา แล้วสุดท้ายก็คือพวกกลุ่มที่พัฒนาแยกเอาเซลล์ที่ผลิตแอนติบอดีทีี่จำเพาะที่สามารถฆ่าไวรัสได้ สามารถจะทดสอบได้ด้วยแอสเสอันนี้ เพราะฉะนั้นแอสเส แอสเสที่เราพัฒนามานี้ก็จะมีประโยชน์ในอีกหลาย ๆ อย่างแล้วก็แอสเสที่เราพัฒนานี้ค่อนข้างคลีนมาก คือในคนที่ไม่ได้ติดเชิื้อ เราทดสอบแล้วก็เรียกว่าแทบจะไม่มี background เลยแอสเสนี้เป็นแอสเสที่เรามั่นใจว่าจะเอามาใช้ต่อได้ค่ะ อีกอันหนึ่งซึ่งเป็นงานที่เมื่อสักครู่พูดถึงกลุ่มสตาร์ตอัพ เพราะฉะนั้นพอกลุ่มนี้ตั้งใจพัฒนาชุดตรวจ การพัฒนาชุดตรวจใด ๆ มีความจำเป็นที่จะต้องมีส่ิงที่เรียกว่า positive control เพราะฉะนั้นพอเราเพาะเชื้อได้เราจะมี RNA ของไวรัสได้โดยไม่จำกัด เพราะฉะนั้นนักวิจัยเหล่านี้ก็สามารถเริ่มพัฒนาแล้วก็ตรวจเช็กว่าชุดที่เขาพัฒนาแล้วดีหรือไม่ดี ได้อย่างรวดเร็ว เพราะฉะนั้นทีมนี้เป็นทีมแรก ๆ เลยที่ผลิตชุดตรวจได้นะคะ แล้วก็น่าสนใจมาก คือเขาสามารถทำไปจนเสร็จออกมาเป็นคิดพร้อมขายนะคะ ซึ่งตอนนี้อยู่ในระหว่างขึ้นทะเบียน อย. ในเวลาแค่ 3 เดือนเอง เพราะฉะนั้นก็เป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจ ที่ในเมืองไทย เราจะไม่ได้เป็นผู้ซื้ออีกต่อไป ในอนาคตเรามีโอกาสสูงมาก ที่เราจะเป็นผู้ผลิต แล้วก็อาจจะขายได้ด้วย เราก็มีอนาคตที่จะลง ชุดวิจัยนี้ก็ได้เอาไปใช้ผ่านกรมวิทยาศาสตร์ ผ่านโรงพยาบาลรามาธิบดี ขณะนี้ก็ยังใช้อยู่ ก็มีนักวิจัยหลัก ๆ 3 ท่าน นะคะ คือ ดอกเตอร์เติมศักดิ์ ดอกเตอร์สมชาย แล้วก็คุณกวิน ซึ่งเป็น Startup ซึ่งเป็นนักเรียนปริญญาเอกของภาควิชา Material Science ด้วยเมื่อสักครู่พูดถึงแล้วเรื่องยา เรื่องยาเราทำอย่างไร เนื่องจากว่าที่แล็บที่เพาะเชื้อไวรัส แต่เรามีศูนย์ความเป็นเลิศ เรื่องยา อยู่ที่คณะวิทยาศาสตร์ เพราะฉะนั้นพอเกิดเหตุการณ์ขึ้น เราก็คุยกันเลย่วาน่าสนใจที่เราจะต้องหายาแล้วล่ะ ทีนี้เราเลือกจะเอายาตัวไหนมาเทสต์ เขามียาอยู่ในคลัง 6,000 ตัว แต่จริง ๆ เรารู้อยู่แล้วว่าจีนมียามีมาก่อนเรา เพราะฉะนั้นยาที่เป็น FDA approve ยาที่มีมาก่อนที่ใช้กันอยู่แล้วที่ใช้ test นี้ ก็ test ไปแล้ว เพราะฉะนั้นถามว่าถ้าเราจะเทสต์อะไรที่แตกต่าง เราก็เลยมองหาสมุนไพร ใน ECDD ศูนย์เป็นเลิศทางยา เขามียาสมุนไพรอยู่ในคลังจำนวนมากจำนวนหนึ่ง เราก็เลือกมาทั้งหมด 100 กว่าตัว โดยเลือกสมุนไพรที่หาง่าย ที่ใช้กันอยู่แล้ว เพื่อว่าถ้าได้ผลเราก็จะผลิต หรือว่าทำต่อได้ง่าย แล้วก็โชคดีมากว่าในตัวที่เราเทสต์มีอยู่ตั้ง 5-6 ตัว ที่สามารถจะบล็อกได้ ไวรัสได้นะคะ ในตัวนี้บางคนอาจจะเคยได้ข่าวแล้ว จากของกรมวิทยาศาสตร์ เช่น ฟ้าทลายโจร มีขิง ซึ่งก็ได้ผลพอสมควร แต่ตัวที่ดีที่สุดที่เรา test ก็คือกระชายขาว กระชายแก่ที่เราใช้กันอยู่ทำให้เราก็สงสัยว่าฤทธิ์ของกระชายมาจากอะไรนะคะ บังเอิญกระชายเป็นในกลุ่มนักวิจัยที่คณะวิทยาศาสตร์ มีนักวิจัยคนอื่นศึกษาอยู่แล้ว พบว่ามีสารบริสุทธิ์อยู่ 3 ตัวซึ่งเป็นตัวหลัก เราก็เลือกทั้ง 3 ตัวมาเทสต์เราพบว่า 2 ตัวเลยที่ได้ผลดี แล้วก็จะเห็นว่าสามารถบล็อกไวรัสได้ด้วยจำนวนยาต่ำ เป็นหลักนาโนลา เพราะฉะนั้นจึงน่าสนใจมากว่าออกฤทธิ์อย่างไร ถ้าเราเอาไปทดสอบในสัตว์มันสามารถรักษาสัตว์ได้ไหมที่ติดเชื้อ COVID-19 เราก็มีแผนที่จะขึ้นไปทดลองในคน ซึ่งเรารู้ว่าสารในกระจายนี้ปลอดภัยมาก จากประสบการณ์ที่ผ่านมา จากข้อมูล literature review ต่าง ๆ เพราะฉะนั้นก็เป็นตัวที่น่าจะเป็นความหวัง แต่ว่าคงใช้เวลาอีกสักพักหนึ่งในสัตว์ การทดลองในคน รวมถึงพยายามมองหา อีกอันหนึ่งก็คือเรื่องของวัคซีน ในโลกนี้มีวัคซีนอยู่เป็น 100 กว่า version แต่จริง ๆ แล้วมีมากกว่านั้นที่แอบ ๆ ซ่อน ๆ ทำกันอยู่ ก็มีหลายเจ้า มากที่สุดวัคซีน ซึ่งตัวเองก็เป็นกำลังใจให้ทุกเจ้า ซึ่งบางเจ้าเราก็เทสแล้วก็ทุกคนนี้พยายามเร่งมือทำ แล้วบางส่วนเราก็ test ให้อย่างที่ว่า วัคซีนที่กลุ่มคณะวิทยาศาสตร์ที่เราทำ มีอาจารย์ที่เชียวชาญเรื่อง RNA ไบโอเคมฯ โดยการสนับสนุนของอาจารย์สุรเดช ซึ่งแบบว่าเป็นผผู้สนับสนุนอย่างมาก เราก็มีแผนว่าเราจะลองทดสอบสร้าง RNA Vaccine ของเราเองคือทั้งหมดผลิตไทยดูว่าเราจะสามารถสร้าง ทดสอบ Capacity ของเรานะคะ ว่าเราสามารถทำไปได้ไกลถึงไหน ตอนนี้ก็อยู่ในขั้นที่ว่าใกล้จะลงสัตว์ทดลองแล้ว อีกอาทิตย์- 2 อาทิตย์ สุดท้ายนะคะ อย่างที่เราบอกว่าเรามีผู้เชี่ยวชาญเรื่องรหัสพันธุกรรม ไวรัสเปลี่ยนตลอด แต่ว่าต้องมีคนบางคนที่ไปนั่งมองมัน ว่าเปลี่ยนแบบไหนอย่างไร เปลี่ยนอย่างไรนี้ ยังไม่พอนะคะ แค่รหัสพันธุกรรมยังไม่พอ เราต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญดูเกี่ยวกับเรื่องโปรตีน ดูโครงสร้าง 3 มิติพันธุกรรมมีผลกับโครงสร้างโปรตีนไหม ถ้ามีก็จะน่าสนใจ มีน่าจะเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นเราต้องไปเทสต์ต่อในห้องทดลองว่าการเปลี่ยนของไวรัสพวกนั้นมีผลกับการตอบสนองต่อวัคซีนไหม มีผลกับความรุนแรงของโรคไหม เรากำลังทำอยู่นะคะ สุดท้ายก็ต้องขอบคุณทุกคนไม่ได้หมด แต่คนที่คิดว่าสำคัญมาก ๆ กับ project ทั้งหมด คือ คุณสุวิมล ที่ตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม ก็คือกลับบ้านแบบเคอร์ฟิวทุกวันนะคะ มีลูกเล็ก 2 คนแบบนี้เรามั่นใจว่าห้องแล็บเราปลอดภัย ขอบคุณคุณวิมลด้วยที่ยอมอนุญาตให้คุณสุวิมลมาทำแล็บขนาดนี้ มาหลายเดือนแล้ว รวมทั้งคุณตาคุณยายที่ช่วยดูแลหลาน ๆ ด้วย ทีมของเราเราถ่ายรูปมาไม่ได้หมดนะคะ แต่จะเห็นว่าทีมเรารวม ๆ กันอาจจะถึง 40 คนนะคะ สุดท้ายก็จะขอขอบคุณอาจารย์ที่เคยเป็นแรงบันดาลใจแล้วกันนะคะ อาจารย์พิไลพรรณ สุวัฒนะ ซึ่งอาจารย์อายุ 70 แล้ว ปัจจุบันอาจารย์ก็ยังทำงานวิจัยอย่างเข้มแข็งอยู่ รวมทั้งโควิดด้วยนะคะ อาจารย์ประเสริฐ เอื้อวรากุล ซึ่งเป็นกัลยานมิตร ได้พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องโรคอะไรกันเสมอนะคะ อาจารย์ประสิทธิ์ อาจารย์ปิยมิตรอาจารย์คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ซึ่ง support เสมอ ไม่ว่าเรื่องใด ๆ โดยเฉพาะเรื่องเงิน บอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง ไม่ได้ทุนที่ไหนที่คณะแพทย์ยินดีสนับสนุน อันนี้ก็จะทำให้เราทำงานโดยไม่มีความกังวลมาก สุดท้ายก็เป็นอาจารย์สมนึกคนสุดท้ายนะคะ เป็นพ่องานในการดูแลคนไข้โควิดซึ่งเป็นด่านหน้าที่สำคัญมาก คิดว่าก็ต้องขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์ทั้งหมดนะคะ ที่ช่วยดูแลคนไข้อย่างดี ทำให้เรามีอัตรารอดสูง เราประสบความสำเร็จ ทั้งหมดนี้ก็อยากจะบอกว่านอกจากงานเบื้องหน้าแล้ว พวกเรางานเบื้องหลังก็ทำอะไรกันอยู่ ขอบคุณที่ให้โอกาสเรามาเล่า เราก็คิดว่าพวกเรามีประโยชน์มากกว่าอยู่บ้าน ช่วยชาติ เรามาทำแล็บช่วยชาติ ขอบคุณค่ะ (คุณปีติภัทร) ขอบคุณครับ ขอเสียงปรบมือให้กับอาจารย์อรุณีนะครับ ถือว่าเป็นภารกิจที่ยิ่งใหญ่มาก ๆ เลย ขออนุญาตถามสั้น ๆ ครับ ว่าอาจารย์คาดหวังว่างานวิจัยนี้สามารถประยุกต์ใช้กับเหตุการโรคระบาดในอนาคตได้อย่างไรครับ (รศ.พญ.อรุณี) ได้แน่นอนค่ะ คือ อันนี้ทำให้ว่าเราสามารถ เราได้เชื้อมา เราสามารถจะเพาะเชื้ออะไรทั้งหมด แล้วก็ setup แอสเสเพราะฉะนั้นถ้าเรามีห้องแล็บเราดูแลอย่างดี และพร้อมทำงาน เรามีนักวิจัยที่สามารถมารวมทีมกันได้หลากหลายสาขา เชี่ยวชาญกันคนละอย่าง แต่เวลาเรามา Discuss กันนี้ เราเริ่มงานได้เร็ว ครั้งนี้ตัวเอง เราจะสามารถสกรีน 120 สาร แล้วได้สารออกมาภายในเวลาแค่ 2 เดือน แล้วตีพิมพ์ด้วยนะ คือทั้งหมดเลยนะคะ ชุด Kit ทั้งหมด เขาก็สามารถทำจนเอาออกไปใช้อะไรนี้ก็ 3 เดือน เพราะฉะนั้นเรามีศักยภาพมากกว่าที่เราคิด เพราะฉะนั้นตัวเองคิดว่าต่อไปนี้เมืองไทยควรจะมองเห็นตัวเองเป็นผู้ผลิตองค์ความรู้ เป็นผู้ผลิตเทคโนโลยี เราต้องก้าวข้ามผ่านความรู้สึกที่เราทำไม่ได้ไป ในความคิดเห็นส่วนตัว เพราะฉะนั้นในความคิดเห็นส่วนตัวคิดว่าเราทำได้ดีกว่านี้แน่นอนค่ะ (คุณปีติภัทร) คนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลกแน่นอน ก็ต้องขอแสดงความยินดีอีกครั้ง แล้วก็หวังว่าผลแล็บในคืนนี้เป็นไปตามที่อาจารย์ต้องการ เป็นอีก ๑ ครั้งครับ ขอบพระคุณครับอาจารย์ เป็นอย่างไรกันบ้างครับทุกท่าน ฟังดูแล้วมีความหวังกันขึ้นมาเลยนะครับ โครงการดี ๆ นี่คือภารกิจที่ยิ่งใหญ่มาก ๆ นักวิจัยสตรีทั้ง 3 ท่าน ฟังจากท่านแรกเป็นที่เรียบร้อยแล้วมาต่อกันที่ท่านต่อไปเลยครับ ซึ่งตอนนี้ก็อยู่กับผมแล้ว ดร.นฤภร มนต์มธุรพจน์ จากศูนย์วิจัยเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกและเครื่องมือแพทย์ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ที่จะมานำเสนอโครงการ “การเตรียมและทดสอบคุณสมบัติของวัสดุคอมพอสิทของไฮดรอกซีอะพาไทต์ และไททาเนียมไดออกไซด์ นั่นเองครับ สวัสดีอาจารย์ครับ (ดร.นฤภร) สวัสดีค่ะ (คุณปีติภัทร) เรียนเชิญเลยครับอาจารย์ครับ (ดร.นฤภร) ก่อนอื่นทุกท่านนะคะ ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณทางลอรีอัล ประเทศไทย แล้วก็คณะกรรมการทุกท่านที่ให้เกียรติคัดเลือกผลงานนี้มาเป็นผลงานเด่นที่คาดว่าจะมีประโยชน์สำหรับประเทศต่อไปค่ะ ก็อยากจะขอเล่าถึงแรงบันดาลใจก่อนว่าที่มาของโครงการนี้หรือผลงานนี้มาอย่างไรนะคะ เราเริ่มโครงการนี้กันมาตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของตัวไข้หวัดใหญ่ 2009 ตามที่อาจารย์อรุณีได้โชว์ไปในสไลด์นะคะ ด้วยความที่เป็นคุณแม่ ลูกอายุประมาณขวบกว่า ๆ อยู่เนิร์สเซอรีก็ติดไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ 2009ตัวนี้มา แล้วก็มาติดคนในครอบครัว เพราะว่าลูกยังเล็ก ด้วยความรู้ความสามารถของเรา เราไม่สามารถผลิตวัคซีน ได้แน่ ๆ เพราะเรามาในสายของวัสดุศาสตร์ แล้วเราจะทำอย่างไรดี สิ่งหนึ่งที่คิดได้ก็คือการป้องกันเราก็นึกถึงตัวหน้ากากอนามัย แต่จะทำอย่างไรให้หน้ากากอนามัยสามารถที่จะป้องกันตัวไวรัสได้ เพราะว่าเท่าที่เราทราบกัน หน้ากากอนามัยไม่ได้สามารถป้องกันไวรัสได้ใช่ไหมคะ ด้วยความรู้ของวัสดุศาสตร์นี้เราก็เลยนำเอาตัววัสดุคอมพาซิต จากหัวข้อเรื่องเลยค่ะ ที่บอกว่า hydroxyapatite/titania ทำไมต้องเป็น 2 ตัวนี้ ด้วยความที่ ไฮดรอกซีอะพาไทต์นี้เป็นวัสดุใกล้เคียงกับกระดูกกระดูกของคนเราก็คือแคลเซียมและฟอสฟอรัสแต่นอกจากที่เขาจะเป็นวัสดุทีี่ทดแทนกระดูกได้แล้ว ยังมีคุณสมบัติอีกอย่างหนึ่ง ก็คือเป็น Electrostatic หรือไฟฟ้าสถิตย์ ตัวของวัสดุจะเป็นตัวประจุ แล้วก็เป็นที่ทราบกันดีว่าตัวไวรัสแบคทีเรียหรือจุลินทรีย์เขาก็มีปะจุเช่นกัน ที่มีความแตกต่างมาเจอกันก็จะดูดเข้าหากัน แต่ในมุมของนักวัสดุศาสตร์แล้วนี่ แค่การดักจับตัวฝุ่น ไวรัส หรือแบคทีเรียอาจจะไม่เพียงพอ เรามองว่าคุณสมบัติของตัววัสดุอีกชนิดหนึ่งก็คือไทเทเนียมไดออกไซด์ ที่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาทางแสง ซึ่งเขาจะถูกกระตุ้นเมื่อโดนแสง UV ก็เมื่อเขาโดนกระตุ้นด้วยแสง UV แล้ว เขาก็จะทำหน้าที่ในการย่อยสลายตัวไวรัสและแบคทีเรียหรือฝุ่นออกมาในรูปของอนุมูลอิสระ ทีนี้ปริมาณของไวรัสแบคทีเรียก็จะลดลง หลังจากที่เราได้ idea นี้แล้วก็ต้องมีการทดสอบคุณสมบัติ โดยเฉพาะตัวเป็นเร่งปฏิกิริยาทางแสงนะคะซึ่งเราพบว่าจากไอเดียที่เราคิด เราสามารถพิสุูจน์และผลการทดสอบออกมาเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ตัวสารเองเรายังได้มีการทดสอบการย่อยสลายตัวไวรัส การย่อยสลายตัวไวรัส โดยเฉพาะตัว H1N1 ว่าสารคอมพอสิตตัวนี้มีประสิทธิภาพในการที่จะลดตัวจำนวนของ เราก็ได้ร่วมกับทางอาจารย์เวชศาสตร์เขตร้อน จนได้มีการตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานนี้ในระดับนานาชาติไป ทีนี้ต่อไปเราจะเข้ามาใกล้ตัวหน้ากากอนามัยมากขึ้น ใน step ต่อไปเราก็นำสารตัวนี้ไปเคลือบลงบนผ้า Non-woven ก็ต้องใช้องค์ความรู้ของนักวิจัยที่มีความรู้ทางด้านสิ่งทอทางด้านสิ่งทอเข้ามาช่วย เราจะเคลือบมันอย่างไร ด้วยวิธีการแบบไหน ที่เมื่อต่อไปเราสามารถขยับจาก lab scale ขึ้นเป็นอุตสาหกรรมได้หลังจากที่เรามีการศึกษาในห้องแล็บแล้ว เราก็ไปทดลองทำจริง ๆ ที่โรงงานเลย จากภาพก็จะเห็นว่าเป็นภาพออกมาเป็นม้วนใหญ่ ๆ เลยค่ะ พร้อมที่จะสามารถนำไปผลิต เป็นหน้ากากอนามัย แต่ก่อนที่เราจะนำไปทดสอบหน้ากากอนามัยเราก็ต้องมีการทดสอบตัวแผ่นกรองก่อนว่าคุณสมบัติของมันยังเหมือนกับคุณสมบัติของตัววัสดุคอมพอสิทตั้งแต่ตั้งต้นหรือเปล่าซึ่งเราพบว่าคุณสมบัติในการที่จะลดปริมาณของตัวแบคทีเรียนี้ เราสามารถที่จะลดปริมาณแบคทีเรียลงได้ หลังจากนั้นก็พัฒนามาเป็นตัวหน้ากากอนามัยใน step ถัดไป ซึ่งก่อนหน้านี้ได้อธิบายให้ฟังแล้วนะคะ ว่ามีความแตกต่างอย่างไร หน้ากากอนามัยทั่วไป ประกอบไปด้วย ผ้า 3 ชั้น ชั้นที่ 1 เป็นชั้นนอกสุด จะเป็นผ้า Spunbond ซึ่งมีคุณสมบัติกันน้ำ ไม่ให้เมื่อโดนสารละลายต่าง ๆ เข้ามาภายในตัวผู้สวมใส่ ชั้นที่ 2 ของหน้ากากอนามัยทั่วไป จะเป็นผ้า Meltblown ซึ่งตอนนี้ที่เรารู้ว่าหน้ากากอนามัยราคาแพง เพราะว่าเราขาดผ้าชนิดนี้ ผ้าชนิดนี้ไม่สามารถผลิตได้ในเมืองไทย เรานำเข้าผ้าชนิดนี้จากต่างประเทศ ส่วนผ้าในชั้นถัดไปคือผ้า Spunbond ซึ่งสามารถผลิตได้ในประเทศไทยนะคะ โดยผ้าในชั้นนี้จะมีคุณสมบัติที่จะดูดซับเหงื่อต่าง ๆ เมื่อผู้สวมใส่ ใส่แล้วมีเหงื่อออกมาใช่ไหมคะ หน้ากากอนามัยที่เราพัฒนาขึ้น เรามีแผ่นกรองเพิ่มขึ้นมาเป็น layer ที่อยู่ระหว่างชั้นนอกสุดและผ้า Meltblown ตัวนี้นะคะ ซึ่งเส้นใยของตัวผ้าที่เราพัฒนาขึ้นมานี้ก็จะเป็นเส้นใยที่มีองค์ประกอบเป็นเส้นใยธรรมชาติ เพื่อให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เพราะเราทราบว่าเมื่อเราใช้หน้ากากอนามัยแล้วทิ้ง ปริมาณมากขึ้น ๆ แล้วจะกำจัดอย่างไร ใช่ไหมคะ ถ้าเราสามารถใช้เส้นใยที่เป็นธรรมชาติได้ ก็จะช่วยทำให้เรื่องของการย่อยสลายเป็นไปได้ง่ายกว่าการใช้เส้นใยที่เป็นใยสังเคราะห์ หลังจากนั้นเพื่อเป็นการพรูฟว่าหน้ากากอนามัยที่เราผลิตขึ้นมามีคุณสมบัติตามที่เราต้องการแล้ว เราต้องส่งไปทดสอบในห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐาน แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ประเทศไทย ไม่ได้มีห้องที่ได้มาตรฐานสำหรับการทดสอบประสิทธิภาพในการกรองฝุ่น PM2.5 แล้วก็การกรองไวรัสเราต้องส่งออกไปยังต่างประเทศ ซึ่งก็เสียค่าใช้จ่ายจำนวนมาก แต่ก็ต้องขอขอบคุณทางผู้บริหารของ สวทช. ที่สนับสนุนให้เราได้ดำเนินโครงการนี้จนสำเร็จลุล่วง ซึ่งเราพบว่าเมื่อเราส่งตัวอย่างไปทดสอบที่แล็บของเนลซัน ที่สหรัฐอเมริกาประสิทธิภาพในการกรองไวรัสของเรากรองได้ถึง 99 เปอร์เซ็นต์ ในขณะเดียวกันเราก็ส่งหน้ากากของเราไปทดสอบที่สิงคโปร์ โดยบริษัท TUV SUD เป็นแล็บที่ได้มาตรฐาน อีกเช่นกันซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงความมั่นใจว่าหน้ากากอนามัยตัวนี้จะป้องกันผู้สวมใส่ได้อย่างเต็มที่ ในช่วงปลายปีที่แล้วจนถึงต้นปีที่ผ่านมา เราเลยได้ผลิตหน้ากากอนามัย ตัวนี้ออกมา แล้วก็แจกจ่ายไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจาก PM2.5 จนข้ามเขตมาจนถึงการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโควิด-19 ตัวนี้ เราก็เลยได้มีโอกาสที่จะช่วยเหลือทางบุคลากรทางการแพทย์ แต่เนื่องจากว่าหลังจากมีการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโควิด-19 แล้วหน้ากากอนามัยในประเทศไทยถูกกำหนดให้เป็นสินค้าควบคุม เพราะฉะนั้นทางทีมวิจัยเองไม่สามารถที่จะผลิตหน้ากากอนามัยออกมาให้ประชาชนได้ลองใช้ หรือให้บุคลากรทางการแพทย์ได้อย่างง่าย เพราะฉะนั้น เราก็เลยมีการทำหนังสือเข้าไปที่กรมการค้าภายใน จะเห็นว่า Timeline เราเริ่มทำงานตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ขออนุญาตกันมา ซึ่งเราได้นำเรื่องเข้าไปในกรรมการเฉพาะกิจ เกี่ยวกับการบริหารจัดการพัสดุสำหรับการป้องกัน ควบคุม หรือรักษาโรคติดเชื้อ COVID-19 ซึ่งเข้าไปในคณะกรรมการ เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม แล้วเราก็ได้รับการอนุญาตให้ผลิตหน้ากากอนามัย แต่ว่าไม่จบแค่นั้นนะคะ ทางโรงงานที่เราได้ติดต่อกับเขาไว้ เขาต้องทำหนังสือกลับเข้าไปที่คณะกรรมการ หรือตัวกรมการค้าภายใน เพื่อที่จะอนุญาตให้เขาออกของด้วย เพราะไม่อย่างนั้นหน้ากากอนามัยอาจจะไม่ถึงบุคลากรทางการแพทย์ตามที่เราคาดหวังเอาไว้ อันนี้ก็จะเป็นโปรเกรสของงานเรา แล้วก็คาดว่า การขออนุญาตเพื่อที่จะออกสินค้าอันนี้น่าจะเสร็จสิ้นภายในเดือนมิถุนายน แล้วก็ดำเนินการผลิตหน้ากากอนามัยได้เพื่อส่งไปต่อที่บุคลากรทางการแพทย์ค่ะ สำหรับงานในอนาคตต่อไปจากที่นักข่าว พี่ ๆ นักข่าวหลายท่านสัมภาษณ์เมื่อสักครู่นี้ ถามว่าแล้วจะมีการผลิตจริง ๆ ไหม บอกได้เลยค่ะว่า จะมีการผลิตจริง ๆ เราได้คุยกับบริษัทเอกชน อย่างน้อย 2-3 แห่งตอนนี้ที่กำลังสนใจแล้วก็ผลิตหน้ากากอนามัย แล้ววันนี้ก็ได้นำตัวอย่างของหน้ากากอนามัยที่เราผลิตแล้ว แจกให้กับผู้ที่เข้ามาร่วมงานแถลงข่าว วันนี้ด้วย เดี๋ยวทางทีมงาน PR ของ สวทช. ก็จะแจกหน้ากากอนามัยตัวซึ่งเป็นรูปร่างแบบเป็นสามมิติ เพื่อป้องกันให้ปกปิดใบหน้าของเราได้เต็มที่ป้องกันได้เต็มที่ค่ะ ต้องขอขอบคุณทางทีมงาน ทีมวิจัยทุกท่าน ทีมผู้บริหารที่ให้การสนับสนุนผลงานนี้มาตลอดระยะเวลาที่ดำเนินโครงการค่ะ ต้องขอขอบพระคุณมากค่ะ (คุณปีติภัทร) ขอเสียงปรบมือให้กับ ดร.นฤภร นอกจากแจกให้กับผู้ที่มาร่วมงานด้วย ไม่แน่ใจว่ามีแจกให้กับผู้ที่ดำเนินรายการด้วยนะครับ สัก 1 ชิ้น ขอบพระคุณครับ ขออนุญาตเรียนถามว่าโครงการนี้ของอาจารย์ไม่แน่ใจว่าเน้นให้กับประชาชนกลุ่มไหนเป็นพิเศษไหมครับ และมี plan กระจายให้ทั่วประเทศหรือไม่ครับ (ดร.นฤภร) คือเบื้องต้นเราคงมุ่งเน้นไปที่บุคลากรทางการแพทย์ก่อนค่ะ เนื่องจากว่าด้วยคุณสมบัติพิเศษที่สามารถกรองตัวไวรัสได้นะคะ เราก็เลยอยากให้บุคลากรทางการแพทย์เป็นกลุ่มแรก ๆ ที่จะได้ใช้ แล้วก็ถ้าหลังจากนั้นเป็นบุคลากรหรือเป็นบุคคลทั่วไปค่ะ (คุณปีติภัทร) เป็นกำลังใจให้ แล้วก็ของแสดงความยินดีและเป็นกำลังใจให้นะครับ ต้องขอแสดงความยินดีอีกครั้งด้วยครับ ขอเสียงปรบมือให้อาจารย์อีก 1 รอบ ขอบพระคุณครับ นี่แหละครับกับนักวิจัยสตรีท่านที่ 2 ในโครงการนี้นั่นเอง เดินทางมาถึงท่านสุดท้ายแล้วนะครับ ผมได้รับเกียรติจาก ดร.อนันต์ลดา โชติมงคล จากศูนย์วิจัยเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกและเครื่องมือแพทย์ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่จะมาพูดคุยและนำเสนอโครงการ “ระบบติดตามและประเมินผู้ที่มีความเสี่ยงต่อ โรคติดเชื้อ COVID-19 (DDC-Care)” ขอเชิญบนเวทีได้เลยครับ (ดร.อนันต์ลดา) สวัสดีค่ะ สวัสดีท่านผู้มีเกียรติทุกท่านนะคะ ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบพระคุณทาง ลอรีอัล และทางคณะกรรมการที่เห็นความสำคัญของงานวิจัยชิ้นนี้นะคะ แล้วก็อยากจะขอบคุณทีมงานเบื้องหลังทุกท่าน ระบบเป็นความพิเศษก็คือเราใช้ในการพัฒนาสั้นมากนะคะ เป็นงานวิจัยที่ทำออกมาได้ไม่ถึงเดือน เดี๋ยวจะเล่ารายละเอียดและที่มาของงานวิจัยนี้ให้ฟังนะคะ ก่อนอื่นอยากจะขอขอบคุณทีมงานหลายชีวิตที่ร่วมกันทำงานหามรุ่งหามค่ำจนงานชิ้นนี้ออกมาจนประสบความสำเร็จออกมา อยากเอ่ยชื่อ ๒ ท่าน ที่มีส่วนร่วมเป็นนักวิจัยหลักที่อยู่ในทีมวิจัยนะคะ ท่านแรกก็คือดอกเตอร์ณัฐนันท์ ที่ร่วมทำงานมาด้วยกันตลอด แล้วอีกท่านหนึ่งเป็นนักวิจัยจากศูนย์วิจัยเทคโนโลยีฯ และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ ซึ่งอันนี้เป็นงานที่ทำงานร่วมกันระหว่าง 2 ศูนย์วิจัย ดอกเตอร์นัยนา ที่ร่วมพัฒนาระบบนี้ด้วยนะคะ ทีนี้ก่อนอื่นเลย เล่าถึงชื่อ DDC-Care เป็นตัวย่อของกรมควบคุมโรคนะคะ ก็คือเราหวังว่าระบบนี้หลังจากจบโควิดไปแล้วจะยังมีประโยชน์สำหรับในการติดตามแล้วก็ควบคุมโรคติดเชื้ออื่น ๆ เราเลยตั้งชื่อว่า ว่าเป็น DDC-Care เพื่อที่จะให้กรมควบคุมโรคสามารถใช้ระบบนี้ไปประยุกต์ใช้งานได้ต่อไปในอนาคตถ้าเกิดโรคระบาดต่อไปในอนาคตเกิดขึ้นมาอีก ทีนี้มาดูที่ความเป็นมาของโจทย์วิจัย ย้อนกลับมาตอนช่วงย้อนกลับไปเมื่อช่วงต้นเดือนมีนาคม ที่ว่าจะเป็นช่วงที่ถ้ายังพอจำกันได้ จะเป็นช่วงที่เริ่มระบาดของโรคโควิด-19 จะมีในประเทศรอบ ๆ ตัวเราในเอเชีย ทั้งเกาหลี ญี่ปุ่น หรือสิงคโปร์ แล้วก็จะมีคนที่เดินทางกลับมา ซึ่งเราพูดว่าถ้าเดินทางกลับมาจากประเทศเสี่ยง ควรกักตัวอยู่บ้านเป็นระยะเวลา 14 วัน ซึ่งก็เป็นระยะเวลาของการฟักตัวของโรค ทีนี้ก็จะมีคำถามว่าแล้วเราจะทราบได้อย่างไรว่าคนกลุ่มนี้เขากักตัวอยู่ที่บ้านจริง ถ้าไม่ได้อย่างมีข่าวว่ามีคนแอบไปทานหมูกระทะ คือถ้าเกิดขึ้นอย่างนั้นจะมีความเสี่ยงที่เชื้อก็จะกระจายไป ก็เป็นที่มาของโจทย์ที่จะพัฒนาระบบที่ชื่อว่า DDC-Care ขึ้นมานะคะ อันนี้ก็คือเน้นว่าจะเป็นการอำนวยความสะดวกให้เจ้าหน้าที่ที่ติดตามกลุ่มเสี่ยงกลุ่มนี้ คุณต้องกักตัวนะ กักตัวอยู่จริงหรือเปล่า แล้วสุขภาพเป็นอย่างไร สุขภาพดีไหม ยัง o.k. ปกติดีไหม หรือว่าเข้าข่ายมีความเสี่ยงที่ว่าน่าจะต้องมาหาคุณหมอ เพื่อจะตรวจเชื้อว่ามีเชื้อไวรัสหรือไม่ อันนี้ก็เป็นความเป็นมาที่เราเริ่มต้นขึ้น พัฒนาขึ้นมา ตอนนั้นคือตอนที่ได้โจทย์นี้มาเราก็คิดกันอยู่เยอะเหมือนกัน ว่าจะเอาเทคโนโลยี ที่มีอยู่มาพัฒนา เอามาใช้ร่วมกันได้อย่างไรนะคะ เรื่องระบบการติดตามตัวนี้ก็มีเทคโนโลยีที่ใช้ได้หลากหลาย แต่ว่าด้วยเวลาที่จำกัด และโจทย์ที่เราก็เลยบอก เราเอาสิ่งที่เราทำที่เร็วที่สุด เทคโนโลยีติดตามตัวผ่านอุปกรณ์พกพา ก็คือโทรศัพท์ของเรานี่เอง Smartphone เพื่อที่จะให้ลงเพื่อที่จะรายงานผลสุขภาพ แล้วก็ตำแหน่งของผู้ที่ใช้งานมา เดี๋ยวเรามาดูว่าภาพรวมของระบบเป็นอย่างไร ตอนช่วงเดือนมีนาคม เราเริ่มทำอันนี้ตอนต้นเดือนมีนาคม ต้นเดือนมีนาคม ระบบเสร็จประมาณกลางเดือนมีนาคม ก็มีการปรับปรุงก็คือใช้เวลาสั้นมากไม่ถึง 2 อาทิตย์ ก้มีการปรับปรุงขึ้นมาเรื่อย ๆ มีการทดสอบกับกรมควบคุมโรค และมีโจทย์เพิ่มเข้ามาจนในที่สุดนำไปใช้กับสถาบันบำราศนราดูรเป็นแห่งแรกตอนช่วงปลายเดือนมีนาคม ตอนต้นการใช้งานจะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ก็คือกลุ่มที่เป็นผู้ที่มาตรวจแล้วไม่พบเชื้อที่เราเรียกว่า Negative เจ้าหน้าที่เขาบอกจะให้ลงทะเบียนเป็นการ scan QR code ลง Application แล้วกรอกข้อมูลสุขภาพเป็นประจำ ส่วนอีกกลุ่มหนึ่ง ถ้าตรวจแล้วเจอว่าเป็นบวก กลุ่มนี้ไม่ต้องลง Application แล้ว ต้องรักษาตัวนะคะ แต่ว่าเราจะติดตามว่าหากลุ่มผู้ใกล้ชิดก็คือหาการสอบสวนโรค ทีนี้แทนที่เราจะให้กลุ่มเดินทางมาโรงพยาบาล ซึ่งก็จะมีความเสี่ยง เราจะใช้วิธีการส่ง SMS ไป ให้กลุ่มเสี่ยงกลุ่มนี้ลง Application เพื่อติดตามตัว และสามารถรักษาพยาบาลได้โดยไม่กระจายเชื้อให้ผู้อื่น เดี๋ยวจะมีรายละเอียดถัดไปนะคะ ทีนี้ระบบก็จะแบ่งงานเป็น 3 ส่วน อันนี้ก็จะมีความแตกต่าง คือระบบนี้จะแตกต่างจากแอปพลิเคชันภาคประชาชนทั่วไปที่ปัจจุบันเราจะมีไทยชนะ จุดประสงค์ก็จะต่างกันเราจะให้เขาระบุแล้วว่าเขาเป็นกลุ่มเสี่ยง คือ เช่น ก็จะเป็นการเดินทางมาจากต่างประเทศ หรือว่าสัมผัสผู้ที่ติดเชื้อนะคะ ก็คือเจ้าหน้าที่ระบุตัว ทีนี้วิธีการใช้งานก็จะต้องมีการลงทะเบียนก่อน ถ้าเป็น QR code จะเปลี่ยนตัวเองทุก 30 นาที ก็คือเฉพาะคนที่อยู่หน้า QR นั้นเท่านั้น ถึงจะลงทะเบียนใช้งานได้ หรือกรณี SMS ก็จะต้องมีข้อมูลตรงกับที่เจ้าหน้าที่ให้ไว้ ถึงจะใช้งานได้ อันนี้ก็เพื่อช่วยกรองให้เจ้าหน้าที่ได้ข้อมูลของคนที่จำเป็นจะต้องติดตามจริง ๆ วัตถุประสงค์หลักเราต้องการจะลดภาระเจ้าหน้าที่ ในการติดตามสุขภาพ แล้วก็ตำแหน่งที่อยู่ของคนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงนะคะ ซึ่งที่เราใช้งานไปแล้ว เราไปสอบถามเจ้าหน้าที่ เราก็จะพบว่าระบบนี้ช่วยลดเวลาของเจ้าหน้าที่ได้ไป 2 ใน 3 เลยทีเดียว อันนี้ก็เป็นขั้นตอนแรกเป็นการลงทะเบียนใช้งาน อันนี้เป็น Application ไม่ได้ทำงานง่าย ๆ นะคะ มีอยู่ ๒-๓ ฟังก์ชัน ก็คือปักหมุดว่าบ้านเราอยู่ที่ไหน เราจะกักตัวอยู่ ณ ตำแหน่งนี้ แล้วก็ทุก ๆ วันเข้ามาในแอปพลิเคชันรายงานสุขภาพก็จะเป็นแบบคัดกรองกรมควบคุมโรค ว่ามีไข้หรือเปล่า มีอาการทางเดินหายใจหรือเปล่า พอเรากรอกข้อมูลไปเสร็จเรียบร้อย ระบบจะประเมินให้อัตโนมัติว่าเรามีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อมากน้อยแค่ไหน แล้วก็จะมีคำแนะนำให้ อันนี้ที่เห็นตัวอย่างเป็นสีแดงก็คือมีอาการครบ มีไข้ มีไอ เจ็บคอ อะไรอย่างนี้ ระบบก็จะแนะนำว่าควรจะติดต่อเจ้าหน้าที่ โดยจะมีเบอร์โทรศัพท์ติดต่อเจ้าหน้าที่ให้ เป็นเบอร์โรงพยาบาลใกล้บ้าน ของกรมควบคุมโรค นอกจากเราจะติดต่อเจ้าหน้าที่ได้แล้ว เจ้าหน้าที่เองก็จะทราบด้วยว่าคนนี้มีอาการที่เข้าข่ายที่น่าจะมาที่โรงพยาบาลแล้ว ที่น่าจะมาที่โรงพยาบาลแล้ว แล้วก็จะทราบตำแหน่งของผู้ใช้อยู่แล้ว ซึ่งอันนี้จะช่วยลดการกระจายเชื้อได้ เพราะว่าทางเจ้าหน้าที่ก็จะสามารถส่งรถพยาบาลไปรับได้ถึงบ้านค่ะ แล้วก็ส่วนสุดท้าย ก็เป็นส่วนสำคัญอีกอันหนึ่ง อันนี้คนที่เห็นหน้าจอนี้เฉพาะเจ้าหน้าที่ ที่มีได้รับสิทธิเข้าถึงข้อมูล เช่น ได้รับอำเภอ หรือระดับจังหวัด ที่จะดูข้อมูลสุขภาพของคนกลุ่มเสี่ยงในแต่ละคนได้ ดูภาพรวมตำแหน่ง แล้วก็ดู อย่างที่เห็นรูปทางขวามือนะคะ ที่เป็นวง ๆ ที่เขาอยู่รัศมีรอบพื้นที่บ้าน ถ้ามีการออกนอกพื้นที่ ก็จะเห็นเลยว่าอยู่เลยจุดที่กำหนดไป อันนี้จะมี อย่างบางพื้นที่เขาจะส่งคนเข้าไปสอบถามเลยว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงไม่ได้อยู่ในพื้นที่ที่ปักหมุดไว้ว่าเป็นบ้าน ก็อาจจะมีการเตือนให้ ว่าถ้าแบบช่วยให้ความร่วมมือในการควบคุมโรคด้วย อันนี้ก็มีการใช้งานจริง ก็มีเจ้าหน้าที่ไปเตือนจริง ๆ มาแล้วนะคะ อันนี้เป็นภาพรวมการใช้งานที่ตอนนี้เราพัฒนา ตัวที่เป็นแอปพลิเคชัน ก็มีทั้งระบบ iOS และ Android แล้วก็รวมทั้งเครื่องหัวเหว่ยที่เราทราบว่ารุ่นใหม่ ๆ อาจจะไม่ได้มี App store มา ตัว DDC-Care มีบน App Gallery หัวเหว่ยด้วยค่ะ ก็คือครบถ้วน แล้วก็ปัจจุบันรองรับ 4 ภาษานะคะ มีไทย อังกฤษ จีน พม่า พม่านี้เพิ่มเข้ามาหลังสุด เพราะว่ามีการใช้ที่ด่านชายแดนที่แม่สอดจังหวัดตาก อันนี้ก็ต้องขอบคุณทางทีมในการเรื่องแปลภาษา และตรวจสอบความถูกต้อง จะมีทางผู้เชี่ยวชาญภาษามาช่วยแปล และอย่างที่ได้เรียนไปว่าใช้ที่สถาบันบำราศนราดูรเป็นแหล่งแรกนะคะ ตอนนี้ใช้เกือบ ๆ 5,000 คน แต่ส่วนใหญ่จะครบ 14 วัน อย่างที่ทราบว่าการระบาดของโรคของเราเร่ิมน้อยลงมีคนที่ต้องกักตัวอยู่ประมาณ ๔๐๐-๕๐๐ คน จริง ๆ ระบบออกแบบมาให้รองรับได้เป็นแสนคน อันนี้เป็นข้อมูลใน model ของกรมควบคุมโรคว่าถ้ามีระบาด จริง ๆ เราต้องรองรับข้อมูลกลุ่มเสี่ยงได้เป็นแสนคน เราก็ทดสอบแล้วว่าก็ได้ แต่ก็ดีใจว่าเราไม่ต้องรองรับข้อมูลเยอะถึงขนาดนั้นนะคะ ที่มีการใช้งานอยู่ตอนนี้ มีประมาณ 50 โรงพยาบาล ซึ่งหลัง ๆ ก็จะเป็นการใช้งานที่เป็นด่านภายในประเทศ เหมือนการเดินทางข้ามจังหวัด หรือในสนามบินก็ต้องมีการนำไปใช้จาก 50 โรงพยาบาล ก็จะมีการใช้งาน ที่ไปช่วยสอน อบรมใช้งาน มีทีมงานหลังบ้านอีกส่วนหนึ่ง หลังบ้านอีกส่วนหนึ่งที่คอยตอบคำถามผู้ใช้นะคะ แล้วก็ผู้ใช้ที่เป็นคนใช้งานแอปพลิเคชันเวลาเขาติดปัญหาก็จะมีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำแล้วก็ตอบปัญหาด้วยนะคะ (คุณปีติภัทร) ขอเสียงปรบมือให้กับ ดร.อนันต์ลดา ด้วยนะครับ ก็เป็นอีก ๑ มิติที่สำคัญมาก ๆ เลยจริง ๆ ครับ อยากให้อาจารย์ทิ้งท้ายครับ ฝากเชิญชวนให้ผู้ที่อาจจะมีความเสี่ยงหรือว่าบุคลากรทางการแพทย์ใช้แอปพลิเคชันตัวนี้ DDC-Care ครับ (ดร.อนันต์ลดา) เป็นการขอความร่วมมือ ถ้ากลุ่มเสี่ยงถ้ามีเจ้าหน้าที่ว่ามีกลุ่มเสี่ยง ต้องมีความเสี่ยงนะ ต้องลง Application ก็อยากให้ช่วยลง เพราะว่าเป็นประโยชน์ต่อตัวเรา เพราะเราจะได้ทราบด้วย อย่างประเมินสุขภาพรายวันเราทราบทันทีว่าถ้ามีอาการอย่างนี้แล้วมีความเสี่ยงมากน้อยแค่ไหน ควรปฏิบัติตัวอย่างไร หากเจ้าหน้าที่ที่ดูแลเราก็ทราบทันทีว่าอาการเป็นประโยชน์ต่อตัวเรา และเป็นประโยชน์ต่อคนรอบข้าง ต่อการควบคุมโรคค่ะ (คุณปีติภัทร) ก็ถือว่าสำคัญมาก ๆ เลย ก็อยากให้ใช้กันด้วย ผู้ที่มีกลุ่มเสี่ยงหรือว่าบุคลากรทางการแพทย์ วันนี้ต้องขอขอบพระคุณอย่างยิ่งดอกเตอร์อนันต์ลดา โชติมงคล ครับ ขอเสียงปรบมือด้วยนะครับ [เสียงปรบมือ] (คุณปีติภัทร) ได้รับฟังจากทุกท่านเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ นี่คือ ๓ โครงการ จากนักวิจัยสุภาพสตรีที่ได้รับทุนพิเศษจากงานวิจัย COVID-19 ทุนวิจัย ลอรีอัล ประเทศไทย เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์ หลายมิติมาก ๆ ทั้งในทางด้านของการพัฒนาตัววัคซีนหรือว่าจะเป็นหน้ากากอนามัย รวมไปถึง Application ตัวนี้ด้วยนะครับที่ถือว่าสำคัญมาก ๆ สำหรับผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงหรือว่าบุคลากรทางการแพทย์ ถือว่าร่นระยะเวลาในเรื่องของการตรวจไปจนถึง 2 ใน 3 เลย กับโครงการดี ๆ จากลอรีอัล อย่างยิ่ง ว่ายังมีนักวิจัยเก่ง ๆ อีกหลายท่านที่ทำโครงการวิจัยเพื่อพัฒนาประเทศชาติ ซึ่งมีข่าวดีด้วย จากลอรีอัล ประเทศไทย กำลังเปิดรับผลงานสำหรับโครงการทุนวิจัย ลอรีอัล ประเทศไทย เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์ ปีที่ 18 ในปีนี้นั่นเอง สำหรับนักวิจัยสตรีท่านใด ที่สนใจส่งผลงานวิจัยวิทยาศาสตร์กายภาพ และวิทยาศาสตร์ชีวภาพได้ถึง ๓๑ กรกฎาคม ปีนี้ครับ 2563 โดยจะมีการพิจารณามอบทุนสนับสนุนงานวิจัยทั้งสิ้น 5 ทุน ทุนละ 250,000 บาท ในช่วงเดือนกันยายนนี้นั่นเอง สำหรับวันนี้ผมในนามของลอรีอัล ประเทศไทย ต้องขอบคุณที่ติดตามเลยนะครับ และต้องขอขอบคุณลอรีอัล ที่จัดทำโครงการดี ๆ แบบนี้ เพื่อสนับสนุนนักวิจัยสตรี แล้วก็ต้องขอเป็นกำลังใจให้กับนักวิจัยสตรีที่ได้รับทุนทั้ง 3 ท่าน เพื่อในการประสบผลสำเร็จในการนำมาวิจัย เพื่อนำมาพัฒนาและช่วยเหลือคนไทยทุกคนนะครับกับโครงการดี ๆ โครงการทุนวิจัยลอรีอัล ประเทศไทย เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์ For Women in Science และวันนี้ผมแบม ปีติภัทร ขอลาไปก่อนครับ สวัสดีครับ เราจะมีจัดสัมภาษณ์พิเศษกันต่อนะครับเรียนเชิญด้านหน้านะครับ ตรงจุดลงทะเบียนด้วย ขอบพระคุณอาจารย์และพี่ ๆ สื่อมวลชนทุกท่านครับ [สิ้นสุดการถอดความ] Ր