--- title: การแถลงข่าวศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ช่วง 11.30-12.30 (16 มิ.ย. 63) subtitle: date: วันอังคารที่ 16 มิถุนายน 2563 เวลา 10.45 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) ...Ր (ดร.นพ. วรตม์) สวัสดีพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกท่านครับ ท่านกำลังรับชมข่าวจากกระทรวงสาธารณสุข ประจำวันอังคารที่ 16 มิถุนายน 2563 ครับ ถ่ายทอดสดจากศูนย์แถลงข่าวโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จากระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรีครับ กระผมด็อกเตอร์นายแพทย์ วรตม์ กรมสุขภาพจิต รับหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการการแถลงข่าววันนี้จะแบ่งออกเป็น 2 ช่วงด้วยกันนะครับ ช่วงแรกจะเป็นการแถลงการณ์รายวันสถานการณ์ภายในประเทศ หัวข้อที่น่าสนใจในต่างประเทศครับ สำหรับในช่วงที่ 2 เป็นหัวข้อข่าวของกระทรวงสาธารณสุข โดยวันนี้เป็นเรื่องแนาวทางการแพทย์แผนไทยในสถานบริการของภาครัฐนะครับ ในช่วงหลังจาก COVID-19 ครับ เช้านี้เรามีการประชุมกันครับ เกี่ยวกับสถานการณ์ในประเทศ สำหรับสถานการณ์เช้านี้เป็นอย่างไร ภายในประเทศในต่างประเทศอย่างไรบ้าง ตัวเลขผู้ติดเชื้อในประเทศไทยยังเป็น 0 หรือไม่นั้น กราบเรียนเชิญแพทย์หญิง พรรณประภา ยงค์ตระกูล ท่านผู้ช่วยโฆษก ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. ครับ (แพทย์หญิง พรรณประภา) สวัสดีพี่น้องประชาชนนะคะ ดิฉันแพทย์หญิง พรรณประภา ยงค์ตระกูล รับหน้าที่ผู้ช่วยโฆษก ศบค. ค่ะ ในวันนี้วันอังคารที่ 16 มิถนายน 2563 จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ของเราในวันนี้ คือ 0 รายค่ะ โดยเป็น 0 ราย ทั้งผู้ติดเชื้อในสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้ แล้วก็การติดเชื้อภายในประเทศนะคะ ซึ่งสำหรับการติดเชื้อภายในประเทศไทยของเราค่ะก็เป็น 0 ราย ต่อเนื่องกันมาประมาณ 3 สัปดาห์แล้วนะคะ สิ่งที่น่ายินดีนี้ค่ะ ก็ยังต้องเฝ้าระวัง แล้วก็เน้นย้ำกับพี่น้องประชาชนนะคะ เนื่องจากในเมื่อวานนี้ค่ะ วันที่ 15 มิถุนายน ในการผ่อนคลายในระยะที่ 4 มีกิจการ กิจกรรม แล้วก็สถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งกลับมาเปิดดำเนินการตามปกติค่ะ ซึ่งกิจการในระยะที่ 4 ที่เปิดทำการค่ะ ก็ส่วนใหญ่เป็นกิจการที่มีความเสี่ยงค่อนข้างสูงนะคะ มีการรวมตัวของพี่น้องประชาชนเป็นจำนวนมากต่าง ๆ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ยังต้องช่วยเหลือกันค่ะ ก็คือการสวมหน้ากากอนามัย การล้างมือบ่อย ๆ ถ้าพบว่าในสถานที่ใดมีจำนวนผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมาก ก็ควรจะหลีกเลี่ยงก่อนค่ะ แล้วก็มาที่สถานการณ์ภาพรวมในประเทศไทยนะคะ มีจำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสมทั้งสิ้น 3,135 ราย โดยเป็นจำนวนผู้ติดเชื้อภายในประเทศ 2,444 ราย แล้วก็พบในสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้ 198 ราย วันนี้เป็นข่าวดีนะคะ มีผู้ป่วยรักษาหายเพิ่มนะคะ รวมรักษาหายป่วยแล้ว 2,993 ราย ยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 84 ราย และวันนี้ไม่มีเสียชีวิตเพิ่มขึ้นค่ะ คงที่อยู่ที่ 58 คนค่ะ มาที่สถานการณ์ของ COVID-19 จำแนกตามเพศนะคะ ยังคงเป็นเพศชายมากกว่าเพศหญิงค่ะแล้วก็อยู่ในกลุ่มอายุ 20-29 30-39 ปี ในวงกลมสีแดงนะคะ ก็เป็นสิ่งที่ต้องเน้นย้ำว่า กลุ่มผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ อยู่ในกลุ่มวัยทำงาน แล้วก็ระยะหลังนี้ค่ะ ยังมีจำนวนผู้ป่วยติดเชื้อ แล้วก็ไม่แสดงอาการเป็นจำนวนมากขึ้น เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะต้องเน้นย้ำค่ะ ก็คือคนที่จะต้องออกไปทำงานนอกบ้านนะคะ ก็ต้องสวมหน้ากากอนามัยค่ะ เวลากลับมาที่บ้านแล้ว ก็ให้อาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า เพื่อไม่ให้เรานำเชื้อโรค กลับมาติดบุคคลที่เป็นที่รักของเราที่บ้านค่ะ เมื่อเราจำแนกตามพื้นที่การรักษา ก็ยังคงพบมากที่สุดอยู่ที่กรุงเทพมหานคร และนนทบุรี ตามมาด้วยภาคใต้ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือค่ะ มาที่สถานการณ์ของ COVID-19 ในสถานที่ที่รัฐจัดให้ เมื่อจำแนกตามประเทศต้นทางที่เป็นคนไทยที่เดินทางกลับมานะคะ พบว่าคนไทยที่เดินทางกลับมาจากประเทศคูเวตค่ะ เป็นประเทศที่มีอัตราจำนวนผู้ป่วยมากที่สุด ก็คืออยู่ที่ 17 คนค่ะ ตามมาด้วย ซาอุดิอาระเบีย อินเดีย ปากีสถาน แล้วก็กาตาร์ค่ะ สถานการณ์ของ COVID-19 ทั่วโลก จะเห็นสถานการณ์ของ COVID-19 ทั่วโลกนะคะ จะเห็นว่าวันนี้มีจำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสมทั่วโลกมากกว่า 8 ล้านรายแล้วนะคะ แล้วมีจำนวนผู้ป่วยใหม่มากถึง 125,000 ราย แล้วก็วันนี้มีผู้เสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นที่ประมาณ 3,600 คนนะคะ รวมเสียชีวิตแล้วค่ะ ประมาณ 440,000 คนค่ะ สำหรับประเทศที่มีจำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสมมากที่สุดนะคะ ยังคงมากที่สุดที่ประเทศสหรัฐอเมริกา บราซิล แล้วก็รัสเซีย โดยสหรัฐอเมริกามีผู้ป่วยยืนยันสะสมในวันนี้ถึง 280,000 รายแล้วนะคะ แล้วมีจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ในแถบสีเหลืองมากกว่า 20,000 ราย ตามมาด้วยประเทศบราซิลมาอันดับ 2 เกือบ ๆ 9 แสนราย และมีผู้ป่วยรายใหม่ ในแถบสีแดงนะคะ แสดงถึงผู้เสียชีวิตค่ะ ซึ่งในวันนี้มากที่สุดจะเป็นประเทศบราซิล มีผู้เสียชีวิตมากถึง 729 คน อันดับ 2 คือ สหรัฐอเมริกา แล้วก็อินเดียเป็นอันดับ 3 ค่ะ ที่ 395 คนค่ะ สำหรับสถานการณ์ของ COVID-19 ในฝั่งเอเชียนะคะ อินเดียยังคงเป็นประเทศที่มีจำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสมมากที่สุดรวมถึงมีผู้ป่วยสะสมของเราค่ะ ตามมาด้วยปากีสถานและบังกลาเทศ ที่จะเห็นได้ว่ามีจำนวนผู้ป่วยรายใหม่เป็นหลักพันนะคะ ต่อวัน ตามมาด้วยสิงคโปร์ อินโดนีเซีย แล้วก็ฟิลิปปินส์ค่ะ มีจำนวนผู้ป่วยรายใหม่เป็นหลักร้อย แต่จะเห็นว่าอินโดนีเซียในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมานี้ค่ะ มีผู้ป่วยรายวันประมาณ 1,000 คนขึ้นไปเลย ซึ่งก็เป็นประเทศที่ต้องเฝ้าจับตามองค่ะ ตามมาด้วยญี่ปุ่น แล้วก็เกาหลีใต้นะคะ ในวันนี้มีผู้ป่วยรายใหม่ 73 ราย แล้วก็ 34 ราย และประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 88 ค่ะ อันนี้เป็นกราฟแสดงถึงจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ทั่วโลกค่ะ จะเห็นว่าเส้นแถบสีแดงค่ะ คือ ประเทศบราซิลค่ะ ซึ่งมีผู้ป่วยรายใหม่ต่อวัน ประมาณ 20,000 ราย แล้วก็ค่อนข้างคงที่ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่วนสหรัฐอเมริกา ก็มีจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ ประมาณ 20,000 ราย เช่นเดียวกันค่ะ มีจำนวนค่อนข้างคงที่และมีจำนวนลดลงค่ะ สำหรับสถานการณ์ของโควิด-19 ในฝั่งเอเชียแสดงกราฟเส้นสีเขียวนะคะ แสดงถึงผู้ป่วยรายใหม่ ของประเทศอินเดียค่ะ ซึ่งตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา จะเห็นว่ามีจำนวนผู้ป่วยรายใหม่จำนวนหมื่นรายต่อวันนะคะ และในวันนี้ค่ะ อินเดียก็มีผู้ป่วยรายใหม่ รวมถึงจำนวนผู้เสียชีวิตเป็นอันดับ 3 ของโลกค่ะ ตามมาด้วยปากีสถานค่ะ เส้นกราฟสีม่วง ตั้งแต่ต้นเดือนที่ผ่านมา เช่นเดียวกันค่ะ มีจำนวนผู้ป่วยรายใหม่มากกว่า 5,000 รายต่อวันค่ะ และประเด็นที่น่าสนใจในวันนี้นะคะ ก็คือเป็นประเด็นในประเทศไทยของเรา สวนดุสิตโพลล์ได้ทำการสำรวจพฤติกรรมการท่องเที่ยวของคนไทยค่ะ มีมาตรการการผ่อนคลาย lock down ตั้งแต่ระยะที่ 1 จนถึงระยะที่ 4 แล้วค่ะ ก็ได้มีการสำรวจพฤติกรรมคนไทยอยากไปท่องเที่ยวที่จังหวัดไหนมากที่สุดค่ะ จังหวัดที่ได้รับการโหวตมากที่สุดก็คือเชียงใหม่ ตามมาด้วยประจวบคีรีขันต์ กรุงเทพมหานคร แล้วก็กาญจนบุรีค่ะ และเมื่อถามว่าประชาชนควรท่องเที่ยวอย่างไร ถึงจะปลอดภัยจากเชื้อ COVID-19 ที่ประชาชนให้ความสำคัญมากที่สุดนะคะ ก็คือการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว ให้เหมาะสมกับพื้นที่ ตามมาด้วยการเลือกสถานที่ที่มีการทำความสะอาด มีการตรวจคัดกรอง แล้วก็ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายค่ะ พนักงานที่ให้การบริการนะคะก็จะต้องมีการสวมหน้ากากอนามัย แล้วก็มีการจัดเตรียมแอลกอฮอล์เจลฆ่าเชื้อให้ผู้รับบริการด้วยค่ะ ทั้งหมดก็เป็นประเด็นที่น่าสนใจในวันนี้นะคะ วันนี้มีคำถามไหมคะ อาจารย์ (ดร.นพ. วรตม์) ขอบพระคุณอาจารย์พรรณประภาครับ วันนี้มีคำถาม 1 ข้อครับ จากพี่น้องประชาชน ซึ่งเวลาที่เราเข้าไปห้างตอนนี้ครับ นอกจากเราเดินเข้าไปเช็กอินที่ห้างแล้ว ตอนเข้าไป ขาออกเราก็เช็กอินออกจากห้าง แต่ว่าเวลาเราไปในร้านแต่ละร้าน คืออยาก ช็อปปิง ร้านนี้ แล้วก็ไปร้านนี้ครับ เราจะต้อง Check-in อีกครั้งหนึ่ง และ Check-out อีกครั้งหนึ่ง ความจำเป็นครับที่เราจะต้องเช็กอิน (แพทย์หญิง พรรณประภา) ค่ะ ก็เป็นคำถามที่เจอบ่อยมาก ๆ แล้วก็พบเจอจากประสบการณ์ส่วนตัวด้วยค่ะ เวลาที่เราเข้าไปที่ห้างสรรพสินค้า หรือห้างใหญ่ ๆ ก็จะมีการ scan QR code ในการเข้าไปผ่าน Platform Thai Chana ไปผ่านแพลตฟอร์มไทยชนะค่ะ หลังจากที่เราเข้าไปในร้านต่าง ๆ ที่เป็นร้านค้าย่อยในห้างสรรพสินค้าก็จะมีการให้สแกน QR Code อีก หรือแม้กระทั่งไปตามแผนกต่าง ๆ ตามชั้นต่าง ๆ ของศูนย์สรรพสินค้า มีการ scan QR code เข้าไปอีก บางทีที่พบเจอจากประสบการณ์เลยก็คือว่า มีคุณลุงค่ะบอกว่าต้องสแกนอีกแล้ว ไม่เข้าดีกว่า ก็การสแกนหลาย ๆ ครั้งนี้ค่ะ อาจจะสร้างความไม่สบายบ้างนะคะ แต่สิ่งสำคัญที่ทำไมเราจะต้องสแกนเข้าออกในหลาย ๆ ที่หลาย ๆ ครั้ง ถ้าสมมติว่ามีการตรวจพบว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ขึ้นมาจริง ๆ ในการไปที่ห้างสรรพสินค้าแห่งใดแห่งหนึ่งค่ะ เข้าไปใช้บริการต่อครั้งนะคะ ของห้างสรรพสินค้านี่ สามารถเข้าไปใช้บริการได้ถึงประมาณ 80,000 คนต่อวันต่อครั้ง ที่ไปใช้บริการได้พร้อม ๆ กัน ถ้าสมมติว่ามีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ขึ้นมาจริง ๆ แล้วเราจำเป็นจะต้องมีการสอบสวนโรค นั่นหมายความว่าเราจะต้องมีการสอบสวนโรค คนจำนวน 80,000 คน ที่ไปใช้บริการในช่วงเวลานั้น แต่ถ้าเรามีการสแกน QR Code ในการเข้าไปในสถานที่ย่อยต่าง ๆ ก็จะทำให้เราสามารถสำรวจโรคได้ง่ายขึ้น จำกัดขอบเขตคนที่เราจะต้องสอบสวนโรคจริง ๆ ได้ง่ายขึ้นค่ะ ก็เป็นส่วนที่เราสามารถจะช่วยเหลือกันได้ เพื่อป้องกันว่าถ้ามีการแพร่ระบาดเกิดขึ้นจริง ๆ เราก็จะได้ติดตามหาผู้ที่มีโอกาสสัมผัสใกล้ชิดได้ง่ายขึ้นค่ะ แล้วก็มีอีกอย่างหนึ่งที่จะพบเจอได้บ่อยเลยก็คือเวลาที่เราเลือกที่จะเข้าไปในสถานที่แห่งไหน เราก็เสิร์ซหาจาก Platform Thai Chana แล้วเราก็พบว่าร้านค้าแห่งนั้น หรือสถานที่แห่งนั้นมีคนใช้บริการเต็มพื้นที่แล้ว แต่พอไปถึงจริง ๆ ในร้านไม่มีใครเลย อันนี้เกิดจากการที่เราไม่ได้สแกนออก ก็คือไม่ได้สแกนเช็กเอาต์เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่ง สแกนเช็กอิน แล้ว อย่าลืม Check-out ค่ะ เพื่ออีกอย่างหนึ่งเพื่อที่เราจะทราบว่า เวลาในการใช้บริการจริง ๆ ในการเข้าและออกอยู่ในช่วงเวลาใด แล้วก็การสแกนออกค่ะจะทำให้ทราบความหนาแน่นของคนที่ไปใช้บริการในสถานที่แห่งนั้นได้จริง เปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนคนอื่นได้มาใช้บริการในสถานที่แห่งนั้นค่ะ (ดร.นพ. วรตม์) สุดท้ายรบกวนอาจารย์พรรณประภาทิ้งท้ายถึงพี่น้องประชาชนนิดหนึ่งครับ (แพทย์หญิง พรรณพิมล) ค่ะ 2 มือของพวกเราที่สำคัญที่สุดค่ะ 2 มือที่จะสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อย ๆ แล้วก็รักษาระยะห่างระหว่างกัน สำหรับวันนี้ก็ขอจบการแถลงข่าวจาก ศูนย์บริหารสถานการณ์ COVID-19 เพียงเท่านี้ค่ะ สวัสดีค่ะ Ր