--- title: การแถลงข่าวศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ช่วง 11.30-12.30 (18 มิ.ย. 63) subtitle: date: วันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน 2563 เวลา 10.45 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) เพราะว่าคุณตาทวดเพิ่งเสียไป แต่หลาน ๆ ทำอย่างไร เขาจะต้องติดมอนิเตอร์ที่มือ ว่าหัวใจเริ่มเต้นไม่เป็นศัพท์หรือยัง ยุคที่เขาเข้าถึงต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น แล้วสำคัญอย่าคิดว่าลูกหลานไม่รัเรา (นายแพทย์ เอกชัย) สวัสดีครับ พี่น้องประชาชนทุกท่านผ่านช่องทางออนไลน์โทรทัศน์ วิทยุ สื่อมวลชน ท่านกำลังชมการถ่ายทอดสดจากศูนย์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จากกระทรวงสาธารณสุข ประจำวันพฤหัสบดีที่ ๑๘ มิถุนายน พุทธศักราช 2563 กระผม นายแพทย์เอกชัย เพียงศรีวัชรา โฆษกกระทรวงสาธารณะสุข รับหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการครับ เช่นเคยครับ ในวันนี้จะเป็นการเกาะติดสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ภายในประเทศไทย และการวิเคราะห์ประเด็นในต่างประเทศ มีประเด็นสำคัญอะไรบ้างครับ ขอเชิญพบกับท่านผู้ป่วยโฆษก ศบค. ท่านผู้ช่วยแพทย์หญิง พรรณประภา ยงค์ตระกูล ขอเรียนเชิญครับ (แพทย์หญิง พรรณประภา) สวัสดีพี่น้องประชาชนนะคะ ดิฉัน แพทย์หญิง พรรณประภา ยงค์ตระกูล รับหน้าที่ผู้ช่วยโฆษกศบค. ค่ะ วันนี้ วันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน 2563 จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ของเราในวันนี้มีจำนวนทั้งสิ้น ๖ รายค่ะ โดยทั้ง 6 รายเป็นผู้ป่วยที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทส และเข้าพักในสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐฯ จัดให้ค่ะ จำนวนผู้ติดเชื้อภายในประเทศของเรายังคงเป็น 0 ราย ต่อเนื่องกันเป็นวันที่ ๒๔ แล้วค่ะ และมาดูที่สถานการณ์ภาพรวมของประเทศไทย ในวันนี้นะคะ มีจำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสมทั้งสิ้น 3,141 ราย เป็นการติดเชื้อภายในประเทศ 2,444 ราย และเป็นผู้ตรวจพบในสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้ ๒๐๔ รายค่ะ ในวันนี้มีเรื่องน่ายินดีนะคะ คือมีผู้ป่วยรักษาหายเพิ่มขึ้นอีก 1 ราย รวมรักษาหายป่วยแล้ว 2,997 ราย ยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 86 ราย และวันนี้ไม่มีเสียชีวิตเพิ่มขึ้นนะคะ คงที่อยู่ที่ ๕๘ คนค่ะ สำหรับสถานการณ์ของโควิด ๑๙ นะคะ จำแนกตามเพศ อายุ และพื้นที่การรักษาค่ะ จำแนกตามเพศยังคงเป็นเพศชาย มากกว่าเพศหญิงนะคะ และพบในกลุ่มอายุ 20 - 29 ปี ซึ่งเป็นวัยทำงาน จำแนกตามพื้นที่การรักษานะคะ ยังคงมากที่สุดที่กรุงเทพมหานครและนนทบุรี ตามด้วยภาคใต้ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือค่ะ สถานการณ์ของโควิด-19 ในสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้ จำแนกตามประเทศต้นทาง ที่มีคนไทยเดินทางกลับมาค่ะ พบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่มากที่สุดก็คือ ซาอุดีอาระเบีย รองลงมาก็คือสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์อินเดีย คูเวต และปากีสถานค่ะ รายละเอียดของผู้ป่วยรายใหม่ที่พบ 6 รายในวันนี้ ก็คือเป็นคนไทยที่เดินทางกลับมาจากซาอุดิอาระเบีย ๕ ราย และอินเดีย ๑ ราย ค่ะ โดยคนไทยที่เดินทางกลับมาจากซาอุดีอาระเบียทุกรายค่ะ เป็นเพศชายค่ะ อาชีพนักศึกษานะคะ อายุ 23 ปี 24 ปี 27 ปี แล้วก็ 26 ปี 2 รายค่ะ ทั้งหมดเดินทางมาจากเมืองเจดดาถึงประเทศไทยในวันที่ ๑๒ มิถุนายน ค่ะ และมีการตรวจหาเชื้อในวันที่ 16 มิถุนายน ผลพบเชื้อนะคะ โดยทุกรายค่ะ ไม่มีอาการ ขณะนี้ก็อยู่ในระบบการรักษาค่ะ อีก 1 ราย เป็นผู้ป่วยที่เดินทางกลับมาจากประเทศอินเดียค่ะ เป็นเพศหญิงอายุ ๒๖ ปี เดินทางมาถึงไทยในวันที่ 15 มิถุนายน ในวันที่ 16 มิถุนายนเริ่มมีอาการป่วยนะคะ ก็คือมีไข้ ก็มีการตรวจหาเชื้อค่ะ แล้วก็ผลพบเชื้อ ได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในจังหวัดชลบุรีค่ะ สถานการณ์ของโควิด-๑๙ ในสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้ จะเห็นว่าในกรอบสีแดงก็คือแสดงจำนวนผู้ป่วยที่ตรวจพบในวันนี้นะคะ จากประเทศซาอุดิอาระเบียเพิ่มขึ้น 5 รายค่ะ และจากอินเดียเพิ่มขึ้น 1 ราย ทำให้มีผู้ป่วยยืนยันสะสมในสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้ทั้งสิ้น ๒๐๔ รายค่ะ มาที่สถานการณ์ของ COVID-19 ทั่วโลกนะคะ ในตอนนี้ค่ะ มีจำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสมทั่วโลก มากถึง 8 ล้าน 4 แสนรายแล้วนะคะ โดยใน 24 ชั่วโมง มีจำนวนผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นถึง ๑.๔ แสน และมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นถึง 5,000 ราย รวมมีผู้เสียชีวิตแล้ว 450,000 คนค่ะ สำหรับประเทศ 3 อันดับแรกที่มีผู้ป่วยยืนยันสะสมมากที่สุด ยังคงเป็นสหรัฐอเมริกา บราซิล และรัสเซียค่ะ โดยประเทศสหรัฐอเมริกามีผู้ป่วยจำนวนยืนยันสะสม มากกว่า 2,200,000 รายค่ะ และในแถบสีเหลืองแสดงถึงจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ของสหรัฐอเมริกาในวันนี้นะคะ เพิ่มขึ้น 26,000 ราย สำหรับประเทศบราซิลค่ะ ประเทศในอันดับ 2 มีจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ในวันนี้มากที่สุดของโลก ก็คืออยู่ ๓๑,๐๐๐ รายค่ะ 31,000 ราย ทำให้มีผู้ป่วยยืนยันสะสมเกือบ ๆ 1 ล้านรายแล้วค่ะ สำหรับสถานการณ์ COVID-19 ในฝั่งเอเชียของเรานะคะ ยังคงเดิมที่ประเทศอินเดียนะคะ ที่เป็นประเทศที่มีจำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสมมากที่สุด และจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ต่อวันมากที่สุดเช่นเดียวกัน โดยประเทศอินเดียมีผู้ป่วยรายใหม่ในวันนี้มากถึง 13,000 รายนะคะ ตามมาด้วยปากีสถานและบังกลาเทศค่ะ ที่ยังมีจำนวนผู้ป่วยรายใหม่อยู่ประมาณ ๔ - ๕ พันรายนะคะ และอินโดนีเซีย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ค่ะ มาเป็นอันดับถัดไปเป็นผู้ป่วยหลักร้อย แต่ว่าอินโดนีเซียจะสังเกตว่าช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีผู้ป่วยเป็นหลักพันนะคะ ก็คือเกิน 1,000 รายขึ้นไปต่อวันค่ะ สำหรับญี่ปุ่นและเกาหลีใต้นะคะ ในวันนี้มีจำนวนผู้ป่วยรายใหม่อยู่ที่ ๔๑ ราย และ ๔๓ รายค่ะ ประเทศไทยของเราขยับจากอันดับที่ 90 วันนี้ตกลงมาเป็นอันดับที่91 ของโลกค่ะ กราฟนี้เป็นกราฟแสดงจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ของโลก จะเห็นว่าจากเส้นกราฟสีแดงนะคะ เป็นเส้นกราฟที่แสดงจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ของบราซิล ซึ่งก็ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และในวันนี้ก็มีจำนวนผู้ป่วยรายใหม่มากกว่า 30,000 รายต่อวันค่ะ ส่วนเส้นกราฟสีน้ำเงินก็คือประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ยังคงมีผู้ป่วยรายใหม่ประมาณ ๒๐,๐๐๐ กว่ารายต่อวันนะคะ แนวโน้มคงที่พอ ๆ เดิมค่ะ 20,000 กว่าราย ไม่เพิ่มขึ้นแต่ก็ไม่ลดลงค่ะ กราฟนี้เป็นแสดงผู้ป่วยรายใหม่ในฝั่งเอเชียบ้านเรา เส้นสีเขียวค่ะ ก็คือประเทศอินเดียนะคะ จะเห็นได้ว่าจะยังมีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุก ๆ วันนะคะ และในวันนี้ก็มีมากถึง 13,000 รายค่ะ ไปในทิศทางเดียวกันกับประเทศปากีสถานและบังกลาเทศนะคะ ไปในทิศทางสีม่วง แล้วก็สีน้ำตาล จะเห็นได้ว่าประเทศข้างเคียงก็คือปากีสถานและบังกลาเทศยังคงมีจำนวนผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกันค่ะ มาถึงประเด็นที่น่าสนใจในต่างประเทศในวันนี้มาจากปักกิ่งค่ะ หลังจากที่มีการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ระลอกใหม่ในปักกิ่ง หลังจากที่ไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่มานานหลายสัปดาห์ค่ะ ในเรื่องของการศึกษาค่ะ คณะกรรมการการศึกษาเทศบาลนครปักกิ่ง ได้มีการเน้นย้ำในโรงเรียนปฏิบัติตามมาตรการในการป้องกันและควบคุมในการติดเชื้อค่ะ โดยให้คุณครู นักเรียน และบุคคลากรค่ะ ต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่อยู่ในโรงเรียน แล้วก็นักเรียนที่จะเลือกเรียนจากที่บ้านได้ นอกจากนี้ค่ะ ยังไม่ได้มีการตัดสินใจเลื่อนการเปิดการเรียนการสอน สำหรับชั้นประถมศึกษา ปีที่ 1 - 3 ออกไปก่อนค่ะ อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจนะคะ มาจากประเทศบราซิลค่ะ ก่อนหน้านี้ที่เราบอกกันมาตลอดว่าสถานการณ์ของประเทศบราซิลยังน่าเป็นห่วงค่ะ เนื่องจากตอนนี้มีจำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสมเกือบ ๑ ล้านรายแล้วค่ะ นอกเหนือจากนี้กระทรวงสาธารณสุขของบราซิลรายงานว่าล่าสุดค่ะ พบผู้ติดเชื้อมากขึ้น มากกว่า 34,000 รายต่อวัน แล้วก็มียอดผู้เสียชีวิตใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมามากถึง ๑,๒๘๒ รายค่ะ ทั้งหมดก็เป็นสถานการณ์ที่น่าสนใจในวันนี้ทั้งหมดค่ะ วันนี้มีคำถามไหมคะอาจารย์ (นายแพทย์เอกชัย) มีประเด็นสำคัญที่ประชาชนทางบ้านถามกันมามากครับ ในระยะที่ 4 ในขณะนี้ จะเห็นได้ว่ามีพี่น้องประชาชนโดยสารรถสาธารณะมากขึ้นนะครับ ไม่ว่าจะเป็น รถเมล์ รถตู้ หรือว่ารถปรับอากาศ รวมไปถึงรถไฟฟ้าใน กทม. นะครับ คำถาม คือ ว่าจะมีคำแนะนำอย่างไรในการโดยสาร ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้าหรือรถโดยสารสาธารณะครับ มีผู้ปกครองกังวลว่า ถ้าในช่วงเปิดเทอมแล้ว เด็ก ๆ คงต้องโดยสารโดยรถไฟฟ้าหรือรถประจำทางเช่นกันครับ (แพทย์หญิง พรรณประภา) ก็ในสถานการณ์ตอนนี้นะคะ หลังจากที่มีมาตรการผ่อนคลายในระยะที่ 4 กิจการหลายประเภท รวมถึงพี่น้องประชาชนก็เริ่มกลับมาทำงานที่บริษัทได้ตามปกตินะคะ นอกเหนือจากนี้ในวันที่ ๑ กรกฎาคม ที่จะถึงนี้ก็จะมีการเปิดการเรียนการสอนในการศึกษาทุกระดับ เพราะฉะนั้นจำนวนคนที่ออกมาใช้บริการขนส่งสาธารณะก็จะเพิ่มมากขึ้นค่ะ ไม่ว่าจะเป็นรถเมล์ เรือ หรือรถไฟฟ้าก็ตาม ตามประกาศของคำสั่ง ศบค. ในฉบับที่ ๕/๒๕๖๓ 2563 นะคะ เรื่องการโดยสารสาธารณะก็กำหนดว่าให้มีความหนาแน่นของผู้คนในรถโดยการ ประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ของความจุรวมทั้งหมด แต่ในสถานการณ์ความเป็นจริงในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน ก็จะมีคนที่หนาแน่นมากกว่านั้นนะคะ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราจะทำได้ค่ะ ก็คือเฝ้าระมัดระวังตัวเองในการป้องกันไม่ให้เราติดเชื้อหรือเป็นคนแพร่กระจายเชื้อค่ะ สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การสวมหน้ากากอนามัยค่ะ โดยเวลาสวมอย่าลืมปิดปากและจมูก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อ ที่สำคัญก็คือพกแอลกอฮอล์เจลเสมอ หรือแอลกอฮอลสเปรย์ ลดการสัมผัสในพื้นที่สัมผัสร่วม ถ้าต้องสัมผัสจริง ๆ หลังจากสัมผัสแล้วค่ะ ก็อย่าลืม เอามือไป แคะ แกะ เกา จมูกหรือว่าป้ายจมูก แล้วก็ถ้าสัมผัสแล้วก็อย่าลืมรีบไปล้างมือค่ะ ที่สำคัญที่สุดที่จะช่วยได้ค่ะ ในช่วงชั่วโมงเร่งด่วนอาจจะต้องเผื่อเวลาการเดินทางไว้สักนิดค่ะ ที่เผื่อเห็นแล้วว่ามีความหนาแน่นของผู้คนที่ใช้บริการในรถคันนั้น หรือเรือ หรือรถไฟฟ้ามาก ก็อาจจะรอก่อนค่ะ แล้วก็ค่อยขึ้นโดยสารในรถคันถัดไป ก็จะช่วยในการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อได้ค่ะ (นายแพทย์ เอกชัย) ครับ สรุปก็คือต้องใส่หน้ากากตลอดเวลา ที่โดยสารรถสาธารณะนะครับ (แพทย์หญิง พรรณประภา) ใช่ค่ะ (นายแพทย์ เอกชัย) ขอเชิญท่านผู้ป่วยโฆษกสบค.จะมีอะไรฝากแนะนำในช่วงท้ายนี้หรือไม่ครับ (แพทย์หญิง พรรณประภา) ย้ำเช่นเคยนะคะ ไม่ว่าตอนนี้สถานการณ์จะเป็นอย่างไรค่ะ เรายังคงจะต้องสวมหน้ากากอนามัย รักษาระยะห่าง แล้วก็ล้างมือบ่อย ๆ เป็นสิ่งที่เน้นย้ำกันเสมอนะคะ และสำหรับวันนี้ขอจบการแถลงข่าวจากศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 แต่เพียงเท่านี้ สวัสดีค่ะ [สิ้นสุดการถอดความ] [เสียงดนตรี] [สิ้นสุดการถอดความ]