ต้อง ผมใช้เพื่อนบ้านเป็นรั้ว อาศัยเขา อาศัยเรา (คุณสุภนันท์) สวัสดีครับต้อนรับคุณผู้ชมทุกท่านเข้าสู๋การแถลงข่าวจากศูนย์บริหารสถานการณ์ COVID-19หรือ ศบค. ประจำวันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน 2563 นะครับ ทุกวันจันทร์ วันพุธ และวันศุกร์ครับ จะเป็นการแถลงข่าวจากทำเนียบรัฐบาล วันนี้เชื่อว่าหลายท่านรอติดตามตัวเลขสถานการณ์ประจำวันภายในประเทศของเรานั้นเป็น 0 ติดต่อกันมาแล้วถึง 27 วันนะครับ และนอกจากเรื่องของสถานการณ์ประจำวันครับ ผู้ปกครองหลายท่านอาจจะมีความกังวล ก็คือเรื่องของความชัดเจนในการเปิดภาคเรียนที่จะมีขึ้นในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ เดี๋ยวอีกสักครู่ก็จะมีผู้แทนจากกระทรวงศึกษาธิการมาอธิบาย แต่ว่าเริ่มต้นการแถลงข่าวในวันนี้ ขออนุญาตเรียนเชิญนายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธินทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. (นายแพทย์ ทวีศิลป์) กราบสวัสดีพี่น้องประชาชนครับ ผม นายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน มารายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 ศูนย์บริหารสถานการณ์ COVID-19 หรือ ศบค. ประจำวันที่ 22 มิถุนายน 2563 เรายังต้องรวมไทย สร้างชาติ โดยการรวมไทยข้อแรกโดยการใช้หน้ากากผ้า หน้ากากอนามัยกันอย่างต่อเนื่องนะครับ แม้ว่าวันนี้จะเป็นวันที่เราพบการติดเชื้อเฉพาะใน State Quarantine พบการติดเชื้อเฉพาะภายใน State Quarantine อีก 3 ราย แต่ต่อเนื่องก็คือ 0 ราย ที่รายงานในประเทศติดต่อกันเป็นวันที่ 28 ครับ หลายท่านตั้งตัวเลขว่า 28 นี้ทำให้เราได้อุ่นใจสบายใจขึ้น แต่ยังวางใจไม่ได้อย่างที่ว่านะครับ เรายังต้องมีการดูแลอย่างนี้ เพราะว่าประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกนี้ยังมีการติดเชื้อมากกว่าแสนคน แสนรายต่อวันอยู่ แต่อย่างไรก็ตามแต่ ผมจะนำข้อดีของการที่เราต่อเนื่องกันเป็น 0 ราย ภายในประเทศนี่ 0 รายภายในประเทศนี่ ต่อเนื่องกัน 28 วัน ที่ ศบค. ชุดเล็กได้มีการสรุปข้อที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการเปิด เรื่องของข้อยกเว้นต่าง ๆ ขึ้นมา จะมีอะไรเพิ่มเติมขึ้นมาจะเอาไว้ในช่วงท้ายของการรายงาน ขอให้ติดตามอีกทีหนึ่งแล้วกันนะครับ สำหรับยอดผู้ป่วยรายใหม่ 3 ราย ผมเรียนไปแล้วนะครับ อยู่ใน State Quarantine 3 ราย ทำให้ยอดตัวเลขสะสม 3,151 รายนะครับ อยู่ในสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ 214 ราย แล้วก็หายป่ายไปแล้วนะครับ วันนี้ 4 ราย รวมเป็น 3,022 ราย ไม่มีเสียชีวิตเพิ่ม คงที่อยู่ที่ 58 ตัวเลขของการรักษาอยู่ในโรงพยาบาลอยู่ที่ 71 ราย ไปดูใน 3 รายนี้มาจากไหน จากอินเดียครับ อายุ 11 ปี 21 ปี แล้วก็ 34 ปี เป็นหญิงนะครับ แล้วก็เข้ามานี่ในวันที่ 15 มิถุนายน โดยมีการเชื่อมโยงกับการรายงานผู้ป่วยหนึ่งราย ที่มาในเที่ยวบินเดียวกันในวันที่ 18 มิถุนายน ที่รายงานมาในวันที่ 18 ที่พบ Case ที่ State Quarantine ที่จังหวัดชลบุรี แล้วก็ตรวจหาเชื้อในวันที่ 20 มิถุนายน ผลพบการติดเชื้อนี้นะครับ ทุกรายไม่มีอาการ ทำให้ตัวเลขสะสมของทางอินเดียที่เดินทางเข้ามาแล้ว 2,665 ผลยืนยันไปแล้ว 14 บวกเพิ่มวันนี้อีก 3 ราย กลายเป็น 17 ประทานโทษ เป็น 14 ที่บวกเพิ่มวันนี้ 3 นะครับแล้วก็ไปดูผลรวมของทั้งโลกแตะไปที่ 9,000,000 นะครับ 9,064,067 รายนะครับ บวกเพิ่มไปวันเดียว 130,204 ราย ใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมานี้ แล้วก็ทำให้รายที่หนักเป็นตัวเลขอยู่ที่ 54,000 กว่า แล้วก็หายไปแล้ว 4,800,000 แล้วก็เสียชีวิตไปแล้ว 470,703 ราย เท่ากับเสียชีวิตประมาณสัก 5.2 เปอร์เซ็นต์ สหรัฐอเมริกายังเป็นอันดับที่ 1 ที่พบยืนยันเคสยืนยัน 2 ล้าน 3 แสนโดยประมาณ บราซิลรองลงมาที่ 1,080,000 กว่านะครับ แล้วก็รัสเซียรองลงมาที่ 580,000 แล้วก็อินเดีย 420,000 นะครับ จะเห็นนะครับ ว่าแต่ละอันคนละทวีปกันเลย ซึ่งก็เป็นตัวอย่างของการแพร่กระจายเชื้อที่ไปค่อนข้างรวดเร็วแล้วก็ขึ้นแตะ 9,000,000 เพราะว่ามีตัวเลขประชากรอยู่รวมกันตรงนี้ แล้วมาตรการในการดูแลของแต่ละประเทศก็แตกต่างกันนะครับ ประเทศไทยอยู่อันดับที่ 92 นะครับ ประเทศไทยอยู่ที่อันดับ 92 แล้วก็จะเห็นทางฝั่งขวามือ 11-20 อันดับแรกนะครับ มี Maxico ที่เพิ่มขึ้นวันเดียวถึง 5,300 ปากีสถาน 4,900 ซาอุดีอาระเบีย 3,300 บังคลาเทศ 3,500 และ South Aflica 4,600 นะครับ หลักตัวเลขนี้ขึ้น 4 หลักทั้งนั้นเลยนะครับ แล้วก็ทำให้จำนวนตัวเลขของคนก็พุ่งสูงขึ้นไปด้วยทั้งหมดนี่นะครับ ไปดู 21 อันดับ ถึง 50 อันดับนี้มีอะไรบ้างที่เชื่อมโยงกับประเทศไทย ก็จะมีกรอบสีเหลือง อียิปต์ 55,000 นะครับแล้วก็มีติดเชื้อวันใหม่นี่ รายใหม่ในวันหนึ่งที่ผ่านมา คือ 1,400 กว่า อินโดนีเซีย 45,000 ติดเชื้อวันเดียว 862 สิงคโปร์ก็ยังเยอะอยู่นะครับ 262 คูเวตก็ 505 ฟิลิปปินส์ 652 12 แล้วก็บาเรนนะครับ นี่คือตัวเลขที่น่าสนใจ แล้วก็ทำให้ตัวกราฟก็ยังพุ่งขึ้นอยู่ ตัวเลขของผู้ที่ติดเชื้อใหม่ ยังทะแยงขึ้นไปทางขวามือ ยังไม่ถึงจุดสูงสุดของยอด ยังไม่ทราบว่าจะอยู่ที่ตรงไหนนะครับ เพราะตัวเลขแตะไปที่ 9,000,000 วันนี้ ก็เกิดขึ้นจากผู้ป่วยใหม่ที่ยังมีรายงานมาต่อวัน 130,000 บ้าง 140,000 บ้าง แตะไปที่ 150,000กว่าคน ก็เกิดขึ้นมาแล้ว เพราะฉะนั้นตอนนี้สถานการณ์ของทั่วโลกยังไม่ได้น่าไว้วางใจครับ ส่วนอินเดียก็ยังเป็นประเทศที่นำโด่งมาก ๆ ของทางเอเชียอยู่นะครับ ปากีสถานก็ดูทรง ๆ บังคลาเทศก็เริ่มที่จะทรงไว้ มาดูข่าวต่างประเทศที่น่าชื่นชมก็คือสื่อญี่ปุ่นก็ชื่นชมไทย แล้วเขาวิเคราะห์ด้วยครับ ว่าทำไมถึงควบคุมโควิดได้ผลนะครับ นิเคอิเอเชียน รีวิว เขาเอาบทความนี้เป็นการวิเคราะห์ความสำเร็จ ที่ควบคุม COVID-19 ได้สำเร็จว่ามีปัจจัยอะไรบ้าง เขาบอกว่าปัจจัยก็สำคัญก็คือการตัดสินใจการใช้มาตรการเข้มงวดก่อนที่อัตราการแพร่ระบาดต่อวันจะพุ่งสูงเกิน 0.5 ราย ต่อแสนประชากร ซึ่งหากใช้มาตรการหลังจากนั้น อาจจะมีการแพร่ระบาดจนควบคุมไม่อยู่จะเกิดสูงขึ้น เขาบอกว่าไทยได้ผลตอนไหนครับ เราใช้มาตรการเข้มงวดเมื่ออัตราผู้ติดเชื้ออยู่เพียงแค่ 0.02 ต่อแสนประชากร พูดง่าย ๆ เรายังติดเชื้อไม่มาก แต่เราใส่มาตรการเข้มเข้าไปตั้งแต่แรก ก็ทำให้ประสบความสำเร็จในการควบคุมการแพร่ระบาดระลอกแรกได้ เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศในยุโรป อเมริกา ก็พบว่ามีการใช้มาตรการที่เข้มงวดล่าช้ากว่าเรามาก โดยอังกฤษมีการติดเชื้อสูงถึง 0.76 ต่อ 1 แสนประชากร จึงใช้มาตรการเข้มงวด นิวยอร์กก็เริ่มช้าเหมือนกันนะครับ ป่วยถึง 4.5 รายต่อแสนประชากร ก็เลยทำให้การติดเชื้อเกิดขึ้นโดยง่าย ทำให้เกิดขึ้นเยอะ นี่คือสิ่งที่ทางสื่อของญี่ปุ่นก็ชื่นชมไทย แล้วก็ออกมาเป็นข้อวิเคราะห์อย่างนี้นะครับ ครับไปดูมาตรการการนำคนไทยที่ตกค้างกลับไทยนะครับ ในวันนี้ 22 มิถุนายน จะมีคนไทยกลับมา 429 คนนะครับ ผ่านทางหลายประเทศ ทางซ้ายมือนี้ ส่วนพรุ่งนี้จะกลับมาอีก 4 เที่ยวบินทางขวามือ ก็เป็นภารกิจที่เราต้องทำต่อเนื่องทุกวัน ผมก็จะนำมารายงาน แล้วก็จะเอาขึ้นเว็บไว้ให้เผื่อใครได้เห็นแล้วก็ได้บอกญาติพี่น้องนะครับ แล้วก็ยังมีโปรแกรมในอีก 1 สัปดาห์ข้างหน้า ในชุดของตั้งแต่วันที่ 24 - 29 ก็จะมีตามมาอีก วันที่ 29 นะครับ ก็จะมีตามมาอีกนะครับ แล้วก็ในการเดินทางทางบกนะครับ ผ่านแดนทางบกก็มีเมียนมาร์เข้ามาเป็น 0 คน แต่มีข่าวเรื่องของคนแรงงานเมียนม่าในไทย แล้วก็ไปเป็นผลยืนยันกับทางเขา ซึ่งตอนนี้ก็ยังมีการสอบสวนโรคเชื่อมประสานกันระหว่างประเทศกันอยมาเลเซียเดินทางผ่านทางบก 106 คน ลดลงไปเยอะมาก เพราะว่าเขาก็ควบคุมโรคอยู่ในระดับที่น่าพอใจ เพราะฉะนั้นคนไทยที่อยู่ที่นั้น ก็อาศัยทำงานกับเขา ก็คงไม่มีเหตุผลที่จะเรียกอะไรกลับมานะครับ เพราะว่าทำงานทำการได้ ก็พึงพอใจที่อยู่ในพื้นที่ของตัวเองนะครับ ลาวก็ไม่มีนะครับ กัมพูชามี 14 คน แล้วก็ทำให้ตัวเลขสะสมของทั้ง State Quarantine และ Local Quarantine ตอนนี้อยู่ในตัวเลขถึง 44,413 ราย413 รายนะครับ แล้วก็กลับบ้านไปแล้ว 34,000 กว่า แล้วก็ติดเชื้อสะสมพบ 214 นะครับ เพิ่มขึ้นวันนี้ตามที่รายงาน ก็ 143 นะครับ ก็มาดูนะครับในตรงนี้ แพลตฟอร์มไทยชนะ แพลตฟอร์มแล้วก็แอปพลิเคชันที่เป็นทางการ แล้วก็ใช้กันหลากหลายที่ แล้วก็เชื่อว่า ถ้าทุกท่านใช้แล้วตอนนี้ก็ใช้อยู่ ทำให้เราควบคุมโรคได้ดี มีผู้ใช้งานไปแล้ว 29 ล้านคนนะครับ แล้วก็ลงทะเบียนกันไปในกิจการร้านค้าต่าง ๆ 210,000 กว่า แล้วก็ดาวน์โหลดการใช้แอบพลิเคชัน 38,000 กว่านะครับ มีคนใช้แอป ไทยชนะ เช็กอิน เช็กเอาท์ เยอะกว่า นี่คือการรายงานสำหรับวันนี้ เดี๋ยวรอคำถามเลยครับ (คุณสุภนันท์) ครับสำหรับประเด็นคำถามวันนี้นะครับ ฝากคำถามมาจากพี่ ๆ สื่อมวลชนหลายสำนักครับ ไม่ว่าจะเป็น PPTV จส.100 เอ็นบีทีนะครับ คำถามแรกนะครับ กรณีแรงงานเมียนมาร์ ที่ติดเชื้อ COVID-19 หลังจากกลับจากไทย ตกลงมีการสอบสวนโรคว่าติดจากประเทศไทยหรือเปล่าครับ มีกลุ่มแรงงานที่สัมผัสกับผู้ที่ติดโควิดหรือไม่ครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) อันนี้ก็เป็นข่าวที่ประเทศเพื่อนบ้านเราได้รายงานขึ้นมา แล้วก็ผ่านไปยังสื่อต่างประเทศก็ทำให้เราได้ทราบนะครับ ว่าใน 23 รายนี้เป็นรายที่ผ่านมาจากเมืองไทยแล้วกลับไปนี่ ตอนนี้ข่าวจากทางกรมควบคุมโรคก็พยายามติดตามข่าว ก็ผสานกัน ก็เป็นการให้เกียรติซึ่งกันและกันระหว่างประเทศ เพราะว่าเราก็เข้าใจว่าทางพม่าเองก็มีมาตรการในการดูแลผู้ที่ติดเชื้อภายในประเทศเขาอย่างดีนะครับ เพราะฉะนั้นพอมีข่าวอย่างนี้ขึ้นมา ทางการไทยก็ร่วมมือประสานไปยังทางองค์การอนามัยโลก WHO แล้วเราก็มีเรื่องของกฎหมายอนามัยระหว่างประเทศ ต้องดูแลข้อมูลเป็นกฎระหว่างประเทศข้อมูลของการเจ็บไข้ได้ป่วยของผู้ป่วยที่ติดเชื้อกันอยู่ตรงนี้ ก็ต้องใช้กฎระหว่างประเทศตรงนี้ดูแลซึ่งกันและกัน ณ ตอนนี้ประสานหาข้อมูลกันอยู่ แต่ฝั่งของเมืองไทยตอนนี้เราได้ทราบมาแล้วว่ามี 19 รายครับ ที่เป็นคนไข้เดิม พูดง่าย ๆ เป็นแรงงานต่างด้าวที่เรากักตัวเขาแล้ว ดูแลเขาแล้วครบไปแล้ว 14 วัน ตั้งแต่ 25 เมษายน แล้วให้เขาได้เดินทางกลับประเทศของเขา ส่วนอีก 4 รายที่ยังขาดอยู่นั้น ยังพยายามหาชุดข้อมูลนี้อยู่ประสานชุดข้อมูลอยู่ ความสำคัญที่ต้องดู ขณะเดียวกัน 19 รายที่ว่านี้ ในเมื่อเข้าในระดับของสถานกักกันที่เราดูแลแล้ว ก็ค่อนข้างมั่นใจ แต่ข้อมูลที่ยังขาดหายไปนี้ก็ยังอยู่ในการที่จะต้องประสานกันทั้ง 2 ประเทศก็ต้องนำเรียนว่าทางการของไทย แล้วก็ทางพม่าทำงานกันอยู่นะครับ ส่วนในทางด้านเรื่องของการควบคุมโรคทางกระทรวงสาธารณสุขก็ประสานกันอยู่ ก็เดี๋ยวมีสิ่งใดที่จะเพิ่มเติมขึ้นมา ก็จะรายงานให้ท่านผู้ชมได้ทราบครับ (คุณสุภนันท์) คำถามถัดไปครับ เกี่ยวกับเรื่องของผู้ที่เข้ามาพักใน State Quarantine มีโรคประจำตัว อย่างเคสล่าสุดโรคหัวใจ แล้วก็ไปตรวจร่างกายไม่พบเชื้อโควิด แต่คำถามก็คือว่าถ้าเกิดผู้ที่มีโรคประจำตัว แล้วเข้ามายัง State Quarantine อีก ทางเจ้าหน้าที่จะต้องมีการดูแลกลุ่มที่เขามีโรคเป็นพิเศษหรือไม่โดยเฉพาะในช่วงกักตัวของ State Quarantine ครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) กรณีที่เกิดขึ้นนี้ก็เป็นบทเรียน แล้วก็เรียนรู้กัน 40,000 กว่ารายที่เข้ามายัง State Quarantine และ Local Quarantine ก็ต้องขอแสดงความเสียใจกับทางครอบครัวด้วยนะครับ ก็ 40,000 กว่าก็เพิ่งเกิดรายแรกที่พวกเราพูดคุยกันแล้วประชุมกันอย่างหนักทีเดียว เมื่อเช้านี้ก็มีการพูดคุยกัน เป็นความห่วงใยของท่านนายกรัฐมนตรีก็มอบมาทาง ศบค. ชุดเล็ก ว่าเราจะต้องมีมาตรการอะไร อย่างไร เพราะฉะนั้นตอนนี้เกิดมาตรการคุมเข้มครับ เมื่อซักประวัติแล้วมีการป่วยที่จำเป็นที่ต้องเข้าอยู่โรงพยาบาล รายอย่างนี้เราจะไม่ให้เข้าในลักษณะของโรงแรมที่เป็น State Quarantineนะครับ จะต้องเข้าไปยังลักษณะของ Hospital Quarantine ซึ่งอันนี้ก็เป็นมาตรการอันใหม่ ซึ่งทางทีมของทางการปฎิบัติการในเรื่องของการดูแลผู้ที่กลับมาจากต่างประเทศก็ต้องดำเนินการตามนั้นนะครับ อันนี้ก็นำเรียนว่าเป็นเรื่องที่เราก็ต้องแสดงความเสียใจ แล้วก็จะต้องเป็นบทเรียนที่สำคัคญ ก็ต้องขอขอบพระคุณทุก ๆ ท่านที่ให้ความร่วมมือ และต่อไปก็ต้องดูแลกันอย่างเข้มข้นครับ (คุณสุภนันท์) ครับมีคำถามจากในพื้นที่หาดใหญ่ของอำเภอสงขลานะครับ ถามถึงกรณีที่มีชายขอความช่วยเหลือจากกู้ภัย บอกว่าตัวเองมีอาการเหนื่อยหอบ แน่นหน้าอก ที่สถานีหาดใหญ่ แล้วบอกว่าตัวเองป่วยเป็น COVID-19 ได้รับรายงานเรื่องนี้แล้วหรือยัง รายละเอียดเป็นอย่างไรครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ก็ได้รับทราบรายงานแล้วก็ประสานไปทางหน่วยงานที่รักษาภายในพื้นที่นะครับ ก็พบว่าเป็นผู้ป่วยที่มีอาการทางจิตอยู่ก่อนอยู่แล้ว รักษาอยู่โรงพยาบาลชุมชนแห่งหนึ่ง ในจังหวัดสงขลา ล่าสุดก็เพิ่งไปรับยาวันที่ 23 มกราคม แล้วก็พบว่าต้องมีนัดในช่วงเดือนมีนาคม 26 มีนาคม แต่นี่ก็ล่วงเลยมาถึงมิถุนายน น่าจะเป็นไปได้ว่าก็ขาดการรักษาไปอยู่ช่วงหนึ่งนะครับ แล้วก็แถมมีประวัติใช้สารเสพติดอยู่ด้วย ซึ่งตอนนี้ก็ดูแลผู้ป่วยอย่างดี เขาให้ประวัติมาว่าเป็นอย่างนั้นก็ต้องจัดทีมชุดเต็ม ดูแลตรงนี้ก็ถือว่าเป็นมาตรการ มาตรฐานการดูแลของการผู้ป่วยที่สงสัยว่ามีการติดเชื้อ แต่อย่างไรก็ตามแต่นะครับ พอเข้าไปดูแล้วเราจัดชุดเต็ม แต่พอถึงเวลาเข้าไปดูแล้วถ้าไม่ใช่อะไรอย่างไรก็คงจะต้องให้พื้นที่ได้มีการตรวจตรวจเรื่องของการทำ toast swabหรือการดูสารคัดหลั่งในโพรงจมูก ตอนนี้รักษาอยู่ที่โรงพยาบาลหาดใหญ่ ถ้ามีเหตุอย่างอื่นหรือหมายถึงผลอย่างอื่นที่มีการตรวจ ตอนนี้อยู่ในการดูแลทางแพทย์ของแพทย์ทั้งหมดแล้วนะครับ ครับผม (คุณสุภนันท์) สำหรับวันนี้ไม่มีประเด็นคำถามนะครับ ฝากมาเพิ่มเติม ช่วงท้ายคุณหมอมีอะไรทิ้งท้ายไหมครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ก็จะเพิ่มเติมอย่างที่ว่า หลายท่านตั้งคำถามว่า 28 วันนี้มีผลอะไร อย่างไร ก็นำเรียนนะครับว่า การใช้วันที่ 28 นี้เป็น 2 เท่าของระยะการฟักเชื้อ ก็เป็น 2 เท่า ก็จะเป็นที่น่าไว้วางใจมากขึ้น ก็จะเป็นที่น่าไว้วางใจมากขึ้น แต่ถามว่าจะทำให้เราต้องผ่อนคลายทุกเรื่องกลับไปเป็นปกติได้ไหม มาตรการตรงนี้ยังไม่สามารถกลับไปได้ครัยอย่างที่ว่า การติดเชื้อแม้เราจะมั่นใจภายในประเทศว่าเกิดมาตรการได้เป็นอย่างดี แต่การนำเข้าของเชื้อ แม้เพียงแค่ 1 คน ก็จะเกิดผลที่มีผลที่ทำให้เกิดการติดเชื้อแล้วก็รุนแรงได้ เพราะฉะนั้นตรงนี้ยังไม่สามารถที่จะเกิดเรื่องของการจัดการได้ เรามีการพูดคุยกัน ว่า แต่อย่างไรก็ตามแต่ ออกมาเป็น 0 28 วัน มีชุดของทาง ศบค. นะครับ ที่คุยกันในเรื่องของชุดเฉพาะกิจที่เป็นเรื่องของการผ่อนคลายออกมา ก็ได้กล่าวถึงว่าเราจะแบ่งกลุ่มได้ไปสัก 2 กลุ่ม เพื่อให้เกิดมาตรการผ่อนคลาย ที่เราเรียกว่า travel bubble ชุดแรกก่อนครับ อันนี้ไม่ต้องรอที่เป็นคือ กลุ่มเป้าหมายที่เป็นกลุ่มตอบรับ Quarantine ได้เลยจะมี 4 กลุ่มย่อย กลุ่มที่ 1 คือมีนักธุรกิจ นักลงทุนนะครับ ซึ่งมีการลงทะเบียนโดยประมาณแล้วมีประมาณสัก 700 คน กลุ่มที่ 2 คือ กลุ่มที่เป็นแรงงานฝีมือแล้วก็เป็นผู้เชี่ยวชาญต่าง ๆ ที่ต้องเข้ามาดูเรื่องของโรงงานอะไรต่าง ๆ ทั้งหลายนี้นะครับ ก็จะได้ให้เรื่องของการทำทำงานทางด้านธุรกิจนี้ออกมาประมาณ 22,000 กว่าคนประมาณ 23,000 กว่าคน ต่อมากลุ่มคนต่างด้าวนะครับ เป็นที่มีครอบครัวเป็นคนไทยอยู่ อันนี้เขาก็อยากจะกลับมาหาครอบครัว เพราะตรงนี้ก็มีที่อยู่ แล้วอีกกลุ่มหนึ่งก็คือเป็นคนต่างด้าวที่มีถิ่นที่อยู่ในไทย กลุ่มนี้ประมาณอีกสัก 2,000 คนนะครับ แรกนี่นะครับ ก็เขาอยู่เมืองไทยนาน เพราะฉะนั้นเข้ามา แล้วก็เข้าสู่ State Quarantine14 วันได้ ก็ออกไปกลุ่มพวกนี้รวมกัน และกลุ่มสุดท้ายคือกลุ่มที่ 4 เขาเรียกว่าเป็นเข้ามาในเรียกว่าเป็นนักท่องเที่ยวทางด้านการแพทย์ เรียกว่า medical and wellness tourism นี้นะครับ อันนี้มีความต้องการอยู่ประมาณสัก 30,000 กว่าคน กลุ่มพวกนี้เข้ามารับการรักษา อาจจะดูแลสุขภาพโน่น นี่ นั่น แล้วก็อยู่ในโรงพยาบาล มาตรฐานพอ ๆ กันในเรื่องของ State Quarantine ของเรา เพราะฉะนั้น 4 กลุ่มนี้จะมีการเสนอ ศบค.ชุดใหญ่ว่าสามารถที่จะทำได้เลยเพื่อที่จะทำให้เกิดการขับเคลื่อนในเรื่องของธุรกิจ แล้วมั่นใจได้ว่าตอนนี้เรา 0 ราย แล้วกลุ่มนี้ก็เดินทางเข้าออก ๆ นี่ ก็สามารถทำได้ ไม่ว่าจะเป็นประเทศไหนอะไรก็ตามแต่ แต่พอเข้ามาแล้วเรา State Quarantine เขา แล้วเราดูแลเขาเหมือนที่เราทำกันมา กลุ่มที่ 1 นี้ทำได้เลย ส่วนกลุ่มที่ 2 ที่จะเรียกว่าเป็น Travel Bubble นี่ ขอผ่อนผันที่จะไม่อยู่ในพื้นที่ที่เรียกว่า State Quarantine กลุ่มนี้มีอยู่ 3 กลุ่มย่อย คือกลุ่มที่ 1 เป็นนักธุรกิจ นักลงทุนที่เดินทางเข้ามาในระยะสั้น ๆ เข้ามาเจรจาธุรกิจ เข้ามาประชุม 3 วัน 2 วัน หรือมาแค่ไม่เท่าไร จะให้อยู่ 14 วันได้อย่างไร เขาก็ขอเข้ามาเป็นพัก ๆ แต่มาแล้วเราต้องจัดพื้นที่ จัดกระบวนการ ต้องจัดตรวจตั้งแต่ก่อนมา ทั้งหลาย และอยู่เฉพาะที่ อย่าง 3 วัน 5 วัน แต่เขามาทีหนึ่ง เขามาเซ็นสัญญา เขามาทีหนึ่งเขามาดูแลธุรกิจของเขาทำให้วงจรของภาคเศรษฐกิจมันขับเคลื่อนได้ กลุ่มนี้เราก็จะมีการพิจารณาเสนอ อันที่ 2 เป็นแขกของรัฐบาล หรือเป็นแขกของส่วนราชการต่าง ๆ เข้ามา เชิญประชุม เข้ามาเป็นวิทยากร เข้ามาแล้วทำให้เกิดการความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เรื่องต่าง ๆ อันนี้ก็แน่นอนครับมาระยะสั้น ๆ ไม่ได้มีมาถึง 14 วันอย่างที่ว่า เพราะฉะนั้นการไปกักตัวก็คงจะไม่เหมาะนัก อันนี้ก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่ต้องพิจารณา แล้วก็กลุ่มสุดท้ายครับก็คือกลุ่มที่เป็นนักท่องเที่ยว ผู้เดินทางตามโครงการ Travel Bubble อันนี้กลุ่มสุดท้ายนี่ล่ะครับที่ต้องคิดกันเยอะหน่อยหนึ่ง มีมาตรการกันมากหน่อยหนึ่ง เพื่อที่เราจะได้วางแผนรองรับกลุ่มพวกนี้ได้ อาจจะมีจำนวนมากทีเดียว ที่กำลังรอกันอยู่ เขาบอกว่าหลัก ๆ ตอนนี้คิดถึงประเทศ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี 3 ประเทศนี้ ซึ่งก็เป็นประเทศหลัก ๆ ที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยจำนวนมาก ถ้ามองดูประเทศหลัก ๆ เหล่านี้ตอนนี้ทั้ง 3 ประเทศก็ควบคุมดูแลในเรื่องของมาตรฐานการควบคุมโรคของประเทศเขาอย่างเต็มที่ด้วยเหมือนกัน ก็มีความเป็นไปได้สูงนะครับ ที่ได้มีการดูแลพวกเขา แล้วเขาก็ต้องดูแลพวกเราในลักษณะของทั้ง 2 ประเทศ ที่เป็นผู้ประเทศที่เรียกว่า Troble Bubble นี้ นี่คือภาพของการนำเสนอ จะทำกันอย่างเต็มที่แล้วก็มีการนำเสนอ ศบค. ชุดใหญ่ ทั้งนี้ท่านพลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ นาควานิช ท่านเป็นผู้ที่รับผิดชอบเรื่องนี้อยู่ แล้วท่านก็จะนำเสนอต่อ ศบค. ผ่านทางด้าน สมช. แล้วก็นำเสนอในที่ประชุมชุดใหญ่ในการประชุมชุดใหญ่ ครับผม เมื่อสักครู่มีข้อมูลเพิ่มเติมขึ้นมานะครับ บอกว่า รายที่เกิดขึ้นที่หาดใหญ่ตอนนี้ผลตรวจออกเป็นลบไปแล้ว ไม่ได้มีความน่ากังวลใจใด ๆ ขอให้พี่น้องประชาชนที่หาดใหญ่ได้รับทราบและเข้มแข็งของการดูแลในระบบของการควบคุมโรคของเราอย่างเต็มที่ครับ ได้ดูแลสุขภาพของตัวเอง เพื่อที่เราจะได้นำไปสู่ของการไป 0 ตลอดไป ไม่ต้องแค่ 28 วัน แต่ 0 อีกหลาย ๆ วัน เป็นเดือน 2 เดือน 3 เดือนขึ้นมา ก็จะทำให้ต่างชาติมั่นใจ แล้วใส่เราเป็นลำดับต้น ๆ ที่เขาจะเปิดประเทศ เชื่อมโยงกับการที่เรียกว่า Travel Bubble ของเรานะครับ วันนี้ขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับ (คุณสุภนันท์) ขอบพระคุณท่านนายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ท่านโฆษกสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. นะครับ ที่มาพบเราทุกวันจันทร์ วันพุธ และวันศุกร์นะครับ โดยเฉพาะวันนี้ครับ ข่าวดีที่คนไทยรอฟังก็คือตัวเลขการติดเชื้อภายในประเทศที่เป็น 0ต่อเนื่องถึง 28 วัน ขณะเดียวกันตัวเลขที่พบผู้ป่วยรายใหม่ ณ วันนี้ก็คืออยู่ใน State Quarantine 3 รายนะครับ ทำให้ตัวเลขยืนยันสะสมนะครับ ลำดับต่อไปครับ หลายคนรอคอยครับ กับการเปิดเทอมของน้อง ๆ นักเรียนที่จะมีขึ้น เราเลื่อนกันมาเเดือนเศษ ๆ และหลายคนรอคอยครับ น้อง ๆ เอง ก็อยากจะได้กลับมาเจอเพื่อน กับมาทำการเรียนการสอนตามปกติ พ่อแม่ผู้ปกครองเองก็กังวลใจครับ ว่าตอนนี้ห่วงเรื่องการเรียน เรื่องของการศึกษา เรื่องของการเรียนรู้จะกระทบกับการศึกษาของน้อง ๆ หรือไม่ วันนี้รายละเอียดเรื่องนี้ความชัดเจนเป็นอย่างไร ขออนุญาตกราบเรียนเชิญ ท่านวราวิทย์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กราบเรียนเชิญครับ // สวัสดีครับท่านผู้ชม เป็นที่ทราบกันดีนะครับว่าโรงเรียนทั่วประเทศเราจะเปิดในวันที่ 1 กรกฎาคมที่จะถึงนี้นะครับ โดยเฉพาะคุณพ่อคุณแม่ผู้ปกครอง ซึ่งคงมีความห่วงใยในสุขภาพของบุตรหลายตนเองนะครับ ว่ากระทรวงเราได้เตรียมตัวอะไรอย่างไรไว้บ้างในการดูแลความปลอดภัยตรงนี้นะครับ การทำงานที่กระทรวง เราได้มีแคมเปญนะครับ โดยที่ขอยืมคำว่า Back to School ที่เมื่อก่อนจะใช้กันเยอะ Back ot School นี่ครับ ของเราทั้งหมดเราใช้คำว่า back to healthy shcoolโรงเรียนสุขภาพดี นักรเียนมีความสุขด้วย มีส่วนร่วมด้วยนะครับ ประเด็นที่เราจะเปิดเทอมนะครับ หลักการสำคัญที่สุดคือว่า เราเลื่อนการเปิดเทอมนะครับ ปกติเราเปิดเทอมวันที่ 16 หรือ 17 แล้วแต่ ถ้าเป็นวันจันทร์เดือนพฤษภาคม ขณะนี้เราเลื่อนมาเป็น วันที่ 1 กรกฎาคม ความห่วงใยอันแรกของคุณพ่อคุณแม่ก็คือเราเรียนครบไหมนะครับ สิ่งที่อยากจะชื้อแจงก็คือของเดิมนี่เราเรียนเป็น 2 เทอมนะครับ 2 ภาคเรียน แล้วก็จำนวนเวลาเรียนทั้งหมดประมาณ 200 วัน ภาคเรียนใหม่ที่เปิดคือ 1 กรกฎาคม ถึง 14 พฤศจิกายน แล้วก็ ๑ ธันวาคมถึง 14 เมษายน ก็จะมีวันหยุดน้อยลงหน่อยหนึ่ง แล้วก็วันเรียนนี่จะอยู่ทั้งหมด 180 วันนะครับ ที่เหลือทางกระทรวงได้ให้โรงเรียนแต่ละโรงเรียนมีอิสระในการสอนเพิ่ม คือ วันเสาร์ หรืออาจจะเป็นตอนเย็น เพื่อให้มั่นใจว่านักเรียนได้รับการเรียนรู้ครบถ้วนนะครับ มาตรการในการเปิดเทอมนะครับ สิ่งที่สำคัญที่สุดขณะนี้นอกเหนือจากคุณภาพการศึกษาแล้วก็คือ สาธารณสุข ขณะนี้กรมอนามัย ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการได้ออกคู่มือการปฏิบัติของสถานศึกษานะครับ ซึ่งขณะนี้ได้แจกจ่ายทำความเข้าใจไปเรียบร้อยหมดแล้ว ในคู่มือนี้นี่แบ่งออกเป็น 6 มิติด้วยกัน โดยที่มีมิติที่ 1 ก็คือว่าด้วยเรื่องการลดการแพร่เชื้อโรค มีจำนวน 20 ข้อ ในมิตินี้ห้ามขาดนะครับ ก็คือต้องครบ 20 ข้อ จึงจะเปิดเรียนได้ ส่วนอีกมิติที่เหลือ 2-6 นี่ เป็นมติเพิ่มเติม 24 ข้อ ซึ่งโรงเรียนก็ทำต่อ ณ วันนี้ก็มีเรื่องน่ายินดีครับ ขณะนี้เราได้เตรียมความพร้อมโดยมีแบบประเมินนะครับ ซึ่งเป็นแบบเดียวกันทั่วประเทศ ทุกสถานศึกษา ทุกโรงเรียนใช้แบบเดียวกันหมด เราประเมินผ่านจากกรมอนามัยไปเกินกว่า 90 เปอร์เซ็นต์แล้ว เพราะฉะนั้นเวลาเหลืออีก 6-7 วัน ไม่น่าจะมีปัญหาที่โรงเรียนทั้งหมด จะผ่านเกณฑ์ 20 ข้อนี้ทั้ง 100 เปอร์เซ็นต์นะครับ หลัก ๆ ผมจะปรับอธิบายให้ดูนะครับในเรื่องของเกณฑ์ ก็คือว่าด้วยเรื่องของประเด็นในการคัดกรอง ก็คือแน่นอนมีตรวจอุณหภูมิ สวมหน้ากากนักเรียนทุกคนที่อยู่ในโรงเรียนต้องสวมหน้ากาก ถ้าวันใดวันหนึ่งคุณพ่อคุณแม่ไม่ได้จัดเตรียมมา โรงเรียนก็จะมีให้นะครับมีหน้ากากจัดให้ มีสถานที่ล้างมือ และแอลกอฮอล์ มีการทำความสะอาดโต๊ะ ที่นั่ง นะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าเป็นอาชีวศึกษา ซึ่งมีเครื่องมือนะครับจะต้องปฎิบัติก็ต้องมีการทำความสะอาดด้วยแอลกอฮอล์ก่อนที่คนถัดไปจะเข้ามาใช้นะครับ ใน 20 ข้อนี้ สำหรับกระทรวงศึกษา ประเด็นที่น่าจะทำยากที่สุด แต่เราก็จะอธิบายว่าทำอย่างไร แต่เดี๋ยวจะอธิบายว่าเราทำอย่างไร ก็คือการเว้นระยะห่าง 1.5 เมตรของห้องเรียนนะครับ เราได้สรุปออกมาแล้ว แล้วก็ทำเป็นตัวเลขอย่างที่เห็นในภาพนะครับ โรงเรียนที่สามารถเว้นระยะห่างได้ แล้วมาเรียนได้ตามปกติ คือไม่ต้องสลับกันมาเรียน หมายความว่านักเรียนทุกคนมาเรียนได้พร้อมกันนี่ มีทั้งหมด 31,000 โรงเรียน รวมทั้งโรงเรียนเอกชน โรงเรียนรัฐบาล โรงเรียนนานาชาติ แม้กระทั่งอาชีวะศึกษาประมาณ 31,000 โรง ส่วนโรงเรียนที่มาเรียนพร้อมกันไม่ได้ คือ โรงเรียนขนาดใหญ่จรง ๆ ก็ต้องสลับกันมาเรียน ตรงนี้ 4,500 โรง คราวนี้คนที่ไม่ได้มาเรียนทำอย่างไร ทางกระทรวงศึกษาก็ได้จัดออนแอร์และออนไลน์ ซึ่งคอยดูแลนักเรียนที่ไม่ได้มาเรียน ก็คือเวลาอยู่ที่บ้านก็เรียนผ่านทีวี ผ่านอินเทอร์เน็ตนะครับ และในทำนองเดียวกัน ถ้าเกิดปัญหาสิ่งที่เราไม่อยากให้เกิดขึ้น อาจจะมีผู้ติดเชื้อหรืออะไรต่าง ๆ นักเรียนโรงเรียนเหล่านั้น ก็จะต้องเรียนออนแอร์หรือออนไลน์ที่บ้าน ตัว 4,500 โรงฯ ที่เราต้องสลับเรียนนะครับ ก็มีการประชุมกันครับ หารือแล้วก็หาวิธีในการสลับนักเรียนที่เข้ามาเรียน ส่วนใหญ่ก็ออกมาประมาณ 4-5 แบบนี้โดยที่อันนี้เป็นการประชุมร่วมกันระหว่างคุณครูแล้วก็พ่อแม่ผู้ปกครอง ซึ่งเป็นกรรมการของสถานศึกษาอยู่แล้วนะครับ ที่เด่น ๆ ก็จะมีเรียน 5 วัน หยุด 9 วัน แต่อย่าเข้าใจว่าหยุดเยอะนะครับ ก็คือกลุ่มหนึ่งมาเรียนอาทิตย์นี้แล้วก็อยู่บ้านแล้วอีกกลุ่มหนึ่งก็มาเรียนอีกอาทิตย์หนึ่ง ฟังเร็ว ๆ นึกว่าทั้งประเทศเป็นแบบนี้ ไม่ใช่นะครับ เพียง 4,500 โรง อีก 31,000 โรงเรียนทุกวัน มาทุกวันนะครับ เพราะฉะนั้นไม่ติดขัดตรงนั้นอีกอันหนึ่งก็คือสลับเช้าบ่าย ตรงนี้จะมีน้อยหน่อย ซึ่งตรงนี้จะเป็นโรงเรียนประถม เนื่องจากคุณพ่อคุณแม่ก็บอกมาส่งเช้าแล้วนี่จะให้มารับเร็วสงสัยรับยาก ส่วนใหญ่ก็จะฝากเด็กอยู่ที่โรงเรียน อันนี้โรงเรียนประถมก็ไม่ใช้แบบนี้ ก็จะมีวิธีการสลับการเรียนไปแบบนี้ครับ ทีนี้ผมอยากกราบเรียนถึงประเด็นตรงนี้นิดหนึ่ง ถึงประเด็นต่าง ๆ ที่อาจจะมีข้อห่วงใยนะครับ อาจจะมีสัก 6-7 ประเด็น 7 ประเด็นนี้ก็มีเรื่องรถโรงเรียน เด็กเล็ก อะไรต่าง ๆ นอกเหนือจากในโรงเรียนแล้วเราได้ดูแลคิดถึงการเดินทางด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นสำหรับรถโรงเรียนที่กระทรวงศึกษาดูแล หรือเป็นรถเหมาที่โรงเรียนเหมาเองก็จะต้องนั่งตามมาตรการที่กำหนด เว้นระยะห่างและสวมหน้ากาก แต่นี้การนั่งตามมาตรการที่กำหนดนี่ รถเมื่อก่อนนั่งได้ 30 คน ตอนนี้นั่งได้ 15 คน ก็ต้องทำอย่างไร ก็มีรถ 2 คัน กระทรวงศึกษามอบงบประมาณให้กับโรงเรียนไปแล้ว แต่ข้อที่น่าสังเกต โรงเรียนที่จะต้องมีเด็กเยอะ ๆ ก็สลับกันมาเรียนอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นโอกาสที่จะใช้รถอาจจะไม่ถึง 2 คัน แต่แน่ ๆ ไม่ถึง 3 เที่ยวนะครับ ประเด็นถัดไปก็คือเด็กเล็ก เด็กเล็ก ๆ เลย เด็กปฐมวัย เด็ก ป. 1 ป. 2 ดูแลยาก เนื่องจากว่าเด็กเหล่านั้นก็ยังไม่ค่อยมีความรับผิดชอบเท่าผู้ใหญ่นะครับ เราก็ต้องให้คุณครูดูครับ แล้วก็มีประเด็นที่หลายคนเป็นห่วงว่าเรามีครูน้อย ก็ยืนยันครับโรงเรียนขนาดเล็ก เรานอกเหนือมีคุณครู เรามีครูผู้ช่วยซึ่งประจำอยู่ที่โรงเรียนก็คอยดูกัน เราดูแลไปจนถึงการนอนครับ เด็กอนุบาลต้องนอนครับ การนอนนี้ตกลงเราให้นอนห่างกัน 1.5 เมตร อีกจุดหนึ่ง design ออกมาก็คือนอนเอาเท้าชนกันครับ เพื่อให้ศีรษะไม่ใกล้กันมากที่สุด ก็คือสีเหลี่ยมนี่ก็คือนอนเอาศีรษะเข้าข้างฝา แล้วก็เอาเท้ามารวมอยู่ตรงกลาง แล้วประเด็นคือตอนนอนไม่สวมหน้ากากไม่น่าจะดี ถ้าให้เด็กนอนสวมหน้ากากนะครับ แต่อย่าลืมว่าก่อนที่จะเข้ามาถึงโรงเรียนก็ต้องผ่านการคัดกรองอุณหภูมิแล้วอะไรแล้ว เด็กเข้ามาก็ไม่น่าจะมีปัญหา ประเด็นถัดไปครับ ก็คือเรื่องของการทานข้าวนะครับ ก็เป็นห่วงว่า ก็เป็นห่วงว่า โอ.เค. อุตส่าห์แบ่งในห้องเรียนห่างกัน 1.5 เมตรแล้วจะพอไหม แล้วโรงอาหารจะพอหรือไม่นะครับ สำหรับโรงเรียนใหญ่ ๆ ก็จะผลัดกันทานครับ ก็คือเราจะแบ่งให้มี 4 ผลัด หรือ 3 ผลัด แล้วแต่โรงเรียน อาจจะเริ่มตั้งแต่ 11 โมง เที่ยงและเที่ยงครึ่งแล้วแต่จำนวนนักเรียน อีกประเด็นหนึ่งก็เป็นประเด็นที่ผู้ปกครองเป็นห่วงและสอบถามมาเยอะมาก เรื่องของการสอบยังต้องสอบไหม กระทรวงศึกษาจะประกาศเร็ว ๆ นี้ ตัดสินใจว่าจะต้องสอบหรือไม่ แต่ ม.6 อย่างไรก็สอบครับ ส่วนม. อื่นเราจะปรับตัวชี้วัดให้ได้เกณฑ์ที่เราสามารถสอนได้ในปี ผมเรียกว่าปี โควิด เพื่อให้นักเรียนถือวัดผลได้อย่างยุติธรรม กรณีถัดไปเป็นกรณีที่เราไม่อยากให้เกิดแต่ว่าคิดวางแผนทั้งหมดนี่ต้องดูทั้งเบสท์เคส เวิร์ดเคส ซีเนริโอ ถ้าเกิดคัดกรองแล้ว มีผู้ต้องสงสัย มีผู้ที่คิดว่าอาจจะอยู่ในเกณฑ์ที่จะเป็น เราจะคัดแยกก่อนเลยครับ คัดแยกคนเหล่านั้น แล้วก็ให้หยุด 14 วัน ระหว่างนั้นแน่นอนแจ้งผู้ปกครอง หรือถ้าเป็นครู หรือเป็นบุคลากรทางการศึกษาก็ให้คัดกรองออก แล้วก็แจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเพื่อตรวจในระหว่างตรวจยังเรียนหนังสืออยู่ แต่ถ้าตรวจไม่พบก็จบนะครับกลับมาเรียนได้ ถ้าตรวจพบแน่นอนคนนั้นก็จะต้องหยุด 14 วัน โรงเรียนจะปิด 3 วัน เพื่อทำความสะอาด แล้วเจ้าหน้าที่สาธารณสุขก็จะมาดูว่าคน ๆ นี้ มีใครใกล้ชิดอยู่บ้างนะครับ แล้วก็ให้คนเหล่านั้นหยุดเพื่อดูอาการ 14 วัน ในกรณีนี้ก็จะมีสอบถามว่าแล้วเราจะรู้ได้อย่างไรใครอยู่ใกล้ใคร ทางศบค. ศูนย์โควิด ก็ได้ประสานกับกระทรวงศึกษาธิการ อยากให้เราใช้ไทยชนะด้วย นะครับ ซึ่งก็ทำได้และทำไม่ได้ เพราะคุณครูหรืออาจจะเด็กโตหน่อยอาจจะทำได้ เพราะว่ามีมือถือส่วนเด็กเล็ก ๆ ที่ทำไม่ได้ กระทรวงก็จดนี่ละครับ ให้คุณครูจดว่าเด็กคนนี้ได้มาเรียนแล้วก็นั่งอยู่กับใคร อันนี้ก็จะรู้อันนี้ก็จะเป็นสิ่งที่กระทรวงสาธารณสุขมาตรวจย้อนหลังได้นะครับในอนาคต เรื่องถัดไปน่าจะเป็นเรื่องสุดท้าย ก็คือโรงเรียนที่อยู่ชายขอบของกระทรวงศึกษา ก็จะมีเด็กที่อยู่ประเทศเพื่อนบ้าน ข้ามเข้ามาเรียนไปกลับทุกวันนะครับ สมัยก่อน มีนักเรียนที่เป็นคนไทย แต่พ่อแม่ไปอาศัยอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านก็เดินทางไป-กลับทุกวันเหมือนกัน ตรงนี้ก็ยังไม่ให้เข้านะครับ ก็ต้องทำตามคำประกาศของ ศบค. เพราะฉะนั้นเด็กเหล่านั้นก็จะข้ามมาเรียนไม่ได้ จนประกาศผ่อนปรน หรือถ้าจะมาก็มาเลยครับ อยู่ Quarantine 14 วัน แล้วก็เรียน แล้วก็ไม่กลับแล้ว แต่ก็เพื่อไม่ให้มีปัญหามาก แล้วก็เพื่อไม่ให้มีปัญหามาก เพื่อให้การเรียนการสอนได้เต็มรูปแบบ โรงเรียนที่อยู่ใกล้ชายขอบนี่ ได้ประสาน ตม. หมดแล้วครับ ก็คือเรามีกล่อง แล้วคุณครูเอาใบงานไปใส่ในกล่อง เด็กจะเอาใบงานไป แล้วเอาการบ้านมาส่งที่กล่อง ๆ นี้ ทุกวันก็ทำอย่างนั้น ส่วนการเรียนการสอนก็คือ เรียนผ่านทีวีสะส่วนใหญ่ เพราะเป็นเด็กประถมครับ ผมคงขอใช้เวลาคร่าว ๆ สั้น ๆ ขณะนี้เพื่อให้พ่อแม่ผู้ปกครองได้สบายใจว่า กระทรวงศึกษาได้เตรียมการไว้อย่างค่อนข้างพร้อมมูล แล้วก็จะเป็นไปไม่ได้เลยถ้าเราจะทำแบบนี้โดยไม่ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นคนของกระทรวงเอง คุณครู และบุคลากรทางการศึกษาทำงานอย่างหนัก ตั้งใจทำอย่างยิ่งพ่อแม่ผู้ปกครอง รอบ ๆ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้ามาร่วมประชุมอย่างดีนะครับ เพื่อจะปรับมาตรการต่าง ๆ ให้เข้ากับโรงเรียนนะครับ แล้วก็ศูนย์ต่าง ๆ กระทรวงสาธารณสุขอื่น ๆ ที่ที่ได้ให้ช่วยเหลือ ซัพพอร์ตเราตลอด(คุณสุภนันท์) ขออนุญาตมีประเด็นคำถามเพิ่มเติมครับ ก่อนหน้านี้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายนนี่ ได้มีโรงเรียนบางส่วนได้ทดลองเปดเรียนไปแล้ว อย่างโรงเรียนอินเตอร์ โรงเรียนกวดวิชา เพื่อนำเอารายละเอียดต่าง ๆ มาปรับใช้ในโรงเรียนต่าง ๆ ที่จะเริ่มเปิดวันที่ 1 กรกฎาคม อย่างไรบ้างไหมครับ // ก็มีโรงเรียนนานาชาติ แล้วก็โรงเรียนกวดวิชาเปิดไปแล้วกว่า 600 แห่งครับ เราก็เข้าไปทำการศึกษาหาว่ามีอุปสรรคไหมในการจัด ซึ่งก็คือการจัด Social Distancing 1.5 เมตร เท่าที่ไปมาทั้งหมดก็ไม่ได้มีแห่งใดมีปัญหานะครับ แล้วก็ผลเหล่านี้ยังถือว่าโชคดีครับ จากวันนั้นถึงวันนี้ 15 วันแล้วก็ยังไม่มีผู้ติดเชื้อนะครับ ก็ถือว่าเรายังดูแลสถานการณ์ได้ดีครับ (คุณสุภนันท์) ขออนุญาตท่านย้ำอีกทีครับว่าตกลงนี่ 31,000 โรงเรียนนี่เปิดให้ไปเรียนในห้องเรียนได้ 5 วันเต็มที่เลย แล้วก็อีกกี่โรงเรียนที่จะต้องมีการเข้าไปบริหารจัดการเพื่อให้สามารถเว้นระยะห่าง แล้วก็ได้ตามมาตรการควบคุมโรคครับ //อย่างที่ผมกราบเรียนนี่ 31,000 จัด Social Distได้เลยนะครับ เพราะฉะนั้นสมมติโรงเรียนนี้มีนักเรียน 40-50 คน ก็มาเรียนพร้อมกันได้เลย โดยแน่นอนอยู่คนละห้องนะครับ 45,000 โรงครับ ที่ต้องผลัดกันมาเรียน ซึ่งในจำนวนนี้ ใน 45,000 โรง จะเป็นโรงเรียนที่ใหญ่เลย ประมาณ 200 โรง แล้วที่เหลือแบ่งครึ่ง ๆ ครับ เป็นโรงเรียนประถมครึ่งหนึ่ง แล้วก็โรงเรียนมัธยมอีกครึ่งหนึ่งขนาดใหญ่ (คุณสุภนันท์) 31,000 โรงเรียนที่มาเรียนตามปกติใช่ไหมครับ // แล้วก็ 4,500 โรงเรียน (คุณสุภนันท์) แล้วก็ 4,500 อย่างเช่นเรียนสลับวันคู่วันคี่ เรียนเช้าบ่ายใช่ไหมครับ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการควบคุมโรค // ถูกต้องครับ (คุณสุภนันท์) ท่านที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ มีอะไรฝากถึงผู้ปกครองน้อง ๆ นักเรียนนักศึกษาในช่วงนี้บ้างครับ // ความร่วมมือครับแล้วก็เราได้รับความร่วมมือจากพวกเราคนไทยอย่างดียิ่งอยู่แล้วนะครับ ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ที่ประเทศเราสามารถทำได้ นอกเหนือจากความสามารถของบุคลากรทางการแพทย์แล้ว ความร่วมมือ ความเข้าใจของประชาชนคนไทยทั้งหมดนะครับ เราถึงผ่านตรงนั้นมามี 28 วันที่ไม่มีคนติดเชื้อในประเทศ เปิดเทอมก็เป็นอีกเรื่องใหญ่เรื่องหนึ่ง เพราะว่าเป็นการเอาคนจำนวนมากมารวมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นเด็ก แน่นอนครับฝั่งโรงเรียนเราก็จะดูแลอย่างเต็มที่นะครับ แล้วก็ฝั่งพ่อแม่ผู้ปกครองก็ต้องขอกราบกรุณาอธิบายให้บุตรหลานท่านทราบว่าเราจะไม่เปิดเทอมคงเป็นไปไม่ได้ สถานการณ์นี้ยังคงอยู่กับเราอีกเป็นปี เมื่อเปิดเทอมแล้ว ถ้าเรายังปฏิบัติตัวเหมือนเดิมนะครับ เหมือนเดิม ก็คือใส่หน้ากากผมว่าเราน่าจะผ่านวิกฤตอันนี้ไปได้ด้วยความร่วมมือกันครับ ขอบคุณครับ (คุณสุภนันท์) วันนี้ต้องกราบขอบพระคุณท่านวราวิช กำภู ณ อยุธยา ท่านที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการครับ ครับ เชื่อว่าพ่อแม่ผู้ปกครองหลายท่านได้ฟังก็เบาใจนะครับ เรื่องการเปิดภาคเรียนอีกครั้งของน้อง ๆ นะครับ นักเรียนที่จะกลับมาทำการเรียนได้ตามปกติในวันที่ 1 กรกฎาคม 31,000 โรงเรียนนะครับ ก็เน้นย้ำแล้วนะครับ เรียกว่าส่วนใหญ่จะได้กลับมาทำการเรียนการสอนได้ปกติ น้อง ๆ ได้มาเรียนในห้องเรียนนะครับ แล้วก็ที่สำคัญก็คือว่าได้เกิดการเรียนรู้ การเรียนการสอนต่าง ๆ ปรับเปลี่ยนตามข้อจำกัดที่เกิดขึ้น ก็คือเรื่องของการแพร่ระบาดของ COVID-19 ส่วนอีก 4,500 โรงเรียนก็จะมีการปรับเปลี่ยนการเรียนการสอนให้มีความเหมาะสมตามบริบท ลำดับต่อไปนะครับจะเปที่ติดตามสถานการณ์ในบ้านเรา และชาวต่างชาติที่อยู่ในบ้านเรา นะครับ ขออนุญาตกราบเรียนเชิญ ท่านณัฐภาณุ นพคุณ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ขอเรียนเชิญครับ (คุณณัฐภาณุ)(คุณณัฐภาณุ) [ภาษาต่างประเทศ] (คุณสุภนันท์) ครับกราบขอบพระคุณนะครับ ท่านณัฐภานุ นพคุณ อธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศนะครับ และทั้งหมดคือการแถลงข่าวจากศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19ประจำวันนี้ ผมสุภนันท์ ฤทธิ์มนตรี ลาไปก่อนนะครับ สวัสดีครับ [เสียงดนตรี] รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศนะครับ และทั้งหมดคือการแถลงข่าวจากศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19ประจำวันนี้ ผมสุภนันท์ ฤทธิ์มนตรี ลาไปก่อนนะครับ สวัสดีครับ [เสียงดนตรี]