--- title: การแถลงข่าวศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ช่วง 11.30-12.30 (25 มิ.ย. 63) subtitle: date: วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน 2563 เวลา 10.45 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) แล้วก็จะเคลียร์หนี้ซึ่งผู้ว่าได้ถึง ๒.๕ ล้าน อันนี้ผมคุยกับทาง ผอ. ฝ่ายสินเชื่อจะตามเรื่องต่อให้นะครับ แล้วถ้าเป็นหนี้สถาบันการเงิน สวัส (นายแพทย์เอกชัย) สวัสดีครับ พี่น้องประชาชนคนไทยที่น่ารั (นายแพทย์เอกชัย) สวัสดีครับ พี่น้องประชาชนไทยที่รักทุกท่านครับ วิทยุ พี่น้องสื่อมวลชน ท่านกำลังฟังถ่ายทอดสดจากศูนย์แถลงข่าวโรคติดเชื้อไว้รัสโคโรนา 2019 จากกระทรวงสาธารณสุข ประจำวันพฤหัสบดีที่ ๒๕ มิถุนายน พุทธศักราช 2563 กระผม นายแพทย์เอกชัย เพียรศรีสวัสชรา โฆษกกระทรับหน้าที่เป็นพิธีกรดำเนินรายการในวันนี้ครับ เช่นเคยครับ วันนี้จะเป็นการแถลงข่าวครับ เกาะติดสถานการณ์โควิด-๑๙ ในประเทศไทย และในต่างประเทศทั่วโลก รวมไปถึงการวิเคราะห์ที่สนใจนะครับ ที่เป้นความสนใจของพี่น้องประชาชนในขณะนี้ และในช่วงหลังครับ เวลา 13.00 น. จะเป็นประเด็นที่พี่น้องประชาชนถามกันมาว่าการจับคู่กันระหว่างประเทศในการเดินทางท่องเที่ยว หรือที่เรียกกันว่า travel bubble เป็นอย่างไร มีมาตรการอย่างไรที่พวกเรานะครับ จะดำเนินการตามนั้นนะครับ ซึ่งจะต้องติดตามนะครับ วันนี้เวลา 13.00 น. แต่ก่อนอื่นครับ ในวันนี้ขอเชิญพบกับท่านผู้ช่วยโฆษก ศบค. ครับ แพทย์หญิง พรรณประภา ยงค์ตระกูล สถานการณ์ในประเทศ และต่างประเทศ ขอเรียนเชิญท่านโฆษกครับ (แพทย์หญิง พรรณประภา) สวัสดีพี่น้องประชาชนนะคะ ดิฉัน แพทย์หญิง พรรณประภา ยงค์ตระกูล รับหน้าที่ผู้ช่วยโฆษก ศบค. ค่ะ ในวันนี้วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน 2563 จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ของเราในวันนี้ คือ 1 รายค่ะ โดย 1 รายนี้ค่ะเป็นผู้ป่วยที่เดินทางจากต่างประเทศ และเข้าพักในสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้ค่ะ นั่นหมายความว่า จำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศในวันนี้ยังคงเป็น 0 ราย ต่อเนื่องกันเป็นวันที่ 31 แล้วค่ะ มาที่ภาพรวมในประเทศของเราในวันนี้ มีจำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสมทั้งสิ้น 3,158 ราย โดยเป็นการติดเชื้อภายในประเทศนะคะ ๒,๔๔๔ ราย 2,444 ราย และเป็นผู้ป่วยที่ตรวจพบในสถานที่ที่เฝ้าระวังที่รัฐฯจัดใหม่ 221 รายค่ะ ในวันนี้มีข่าวดีนะคะ ก็คือมีผู้ป่วยรักษาหายเพิ่มขึ้นอีก 12 รายค่ะ ก็รวมรักษาหายป่วยแล้ว ๓,๐๓๘ ราย ยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ๖๒ ราย 62 ราย และวันนี้ไม่มีเสียชีวิตเพิ่มขึ้นนะคะ คงที่อยู่ที่ 58 คนค่ะ สำหรับรายละเอียดของผู้ป่วยรายใหม่ในวันนี้นะคะ เป็นผู้ป่วยคนไทยค่ะที่เดินทางกลับมาจากประเทศอียิปต์ค่ะ เพศชาย อายุ ๒๔ ปี อาชีพ นักศึกษา เดินทางมาถึงประเทศไทยในวันที่ 9 มิถุนายน และได้เข้าพักในสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐฯจัดให้ ในจังหวัดชลบุรี ก็มีผู้โดยสารที่เดินทางมาในเที่ยวบินเดียวกัน 2 ราย ที่ติดเชื้อและไม่อาการนะคะ ได้มีการตรวจหาเชื้อครั้งแรกในวันที่ ๑๓ มิถุนายน ผลไม่พบเชื้อนะคะ และได้มีการตรวจในครั้งที่ 2 ในวันที่23 มิถุนายน ที่ผ่านมา ผลพบเชื้อค่ะ โดยรายนี้ไม่มีอาการนะคะ รวมสถานการณ์ของ COVID-19 นะคะ ในสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้ จะเห็นในกรอบสีแดงนะคะ ก็คือแสดงถึงจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ในวันนี้ที่เพิ่มขึ้น 1 รายนะคะ โดยมาจากประเทศอียิปต์ค่ะ รวมแล้วนะคะ ก็จะมีจำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสมทั้งสิ้น 221 รายในสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้ค่ะ มาที่สถานการณ์ของโควิด-๑๙ ทั่วโลกนะคะ ในวันนี้มีจำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสมทั่วโลกมากกว่า 9 ล้าน 5 แสน รายแล้วนะคะ รวม ๆ แล้วมีผู้ป่วยสะสมมากถึง 170,000 ราย ซึ่งเกือบ ๆ จะมากที่สุด ตั้งแต่มีการติดเชื้อ COVID-19 นะคะ มากที่สุดที่เราเคยเจอก็คือวันละประมาณ ๑.๘ แสน ราย ในวันนี้มากถึง 1 แสน 7 หมื่นรายค่ะ ผู้ป่วยที่เสียชีวิตนะคะ ในวันนี้ค่ะ มีเสียชีวิตมากกว่า 5,000 คนค่ะ มากกว่า 485,000 คนค่ะ ประเทศ 3 อันดับแรกนะคะที่ยังคงมีจำนวนผู้ป่วยจำนวนยืนยันมากที่สุดยังคงเป็น สหรัฐอเมริกา บราซิล แล้วก็รัสเซีย โดยประเทศสหรัฐอเมริกาค่ะ ในวันนี้มียืนยันผู้ป่วยสะสมเกือบ ๆ จะ 250,000 รายแล้วค่ะ รายใหม่มากถึง 38,000 ราย ประเทศบราซิลในอันดับ ๒ ในวันนี้มีจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ค่อนข้างมากนะคะ มากถึง 40,000 ราย ทำให้มีจำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสมเกือบ ๆ 1200 000 ราย จากเหตุใน hilight สีแดงนะคะ จำนวนผู้เสียชีวิตในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มากที่สุดก็คือประเทศบราซิลค่ะ รองลงมาก็คือเม็กซิโกและสหรัฐอเมริกาค่ะ ส่วนสถานการณ์โควิด-19 ในฝั่งเอเชียนะคะ จะมีประเทศอินเดียที่มีจำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสมมากที่สุดค่ะ ในวันนี้มีถึง 470,000 รายค่ะ จำนวนผู้ป่วยรายใหม่ถึง ๑๖,๐๐๐ ราย ค่ะ ตามมาด้วยปากีสถานและบังคลาเทศ ซึ่งที่กล่าวมาตลอดก็คือเป็นประเทศข้างเคียงนะคะ ที่ยังมีผู้ป่วนรายใหม่มากกว่า 3 - 5 พันรายค่ะ ตามมาด้วยอินโดนีเซีย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ค่ะ ในวันนี้ค่ะ ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ก็คงยังมีจำนวนผู้ป่วยรายใหม่อย่างต่อเนื่องนะคะ แต่อยู่ในหลักประมาณ 30-50 รายต่อวันค่ะ ประเทศไทยคงที่อยู่ในอันดับที่ 93 ค่ะ กราฟนี้ค่ะเป็นกราฟแสดงจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ต่อวันทั่วโลกนะคะ จะเห็นว่าเส้นกราฟสีแดงและสีน้ำเงินค่ะ แสดงจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ ของประเทศบราซิลและสหรัฐอเมริกา ซึ่งก็ยังค่อนข้างมากนะคะ อยู่ที่วันละมากกว่าประมาณ 30,000 ราย แล้วก็มีแนวโน้มที่ค่อนข้างคงที่ ไม่ลดลง แต่ก็ไม่เพิ่มขึ้นค่ะ ซึ่งที่กล่าวมาตลอดค่ะจะแตกต่างจากประเทศอินเดียนะคะ ซึ่งสถานการณ์ค่อนข้างน่าเป็นห่วง เส้นกราฟ สีเขียวของประเทศอินเดียยังคงชันขึ้นพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องนะคะ โดยในวันนี้ค่ะอินเดียก็มีผู้ป่วยรายใหม่มากกว่า 65,000 ราย ซึ่งใกล้เคียงกับประเทศปากีสถาน และบังกลาเทศนะคะ ซึ่งเป็นประเทศที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งมีจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ ทำให้มีจำนวนผู้ป่วยสะสมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องค่ะ ประเด็นที่น่าสนใจในวันนี้นะคะ มาจากประเทศอังกฤษค่ะ ได้มีจำนวนผู้ติดเชื้อลดลง จากในเดือนพฤษภาคมค่ะ มีผู้ติดเชื้อ 1 ใน 400 คน ในปัจจุบันนี้มีอัตราผู้ติดเชื้อ เพียง 1 ใน 1,700 คนนะคะ เทศบาลของประเทศอังกฤษค่ะ จึงได้มีการกลับมาเปิดให้บริการของ ผับ ร้านทำผม พิพิธภัณฑ์ สนามเด็กเล่น รวมถึงโรงภาพยนตร์อีกครั้ง โดยจะเปิดวันที่ 4 กรกฎาคม นอกเหนือจากนี้ค่ะ มาตรการการเว้นระยะห่างทางสังคม ของประเทศอังกฤษ ก่อนหน้านี้ก็ได้กำหนดไว้ห่าง 2 เมตร ลดระยะห่างลงเหลือ 1 เมตรด้วยเช่นกันค่ะ ทั้งหมดก็เป็นสถานการณ์ของวันนี้นะคะ วันนี้มีคำถามไหมคะอาจารย์ (นายแพทย์ เอกชัย) มีครับ มีพ่อแม่ผู้ปกครองเป็นห่วงบุตรหลาน โดยเฉพาะกลุ่มที่เด็ก ๆ น้อง ๆ ที่อายุน้อยกว่า 6 ขวบ มีประเด็นว่าเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ ก็จะได้มีการเปิดเทอม โดยเฉพาะเด็นอนุบาล ซึ่งกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เด็กก็อายุน้อยกว่า 6 ขวบ ยังมีสถานดูแลเด็กนะครับแบบไปเช้าเย็นกลับ และมีศูนย์เด็กเล็ก ซึ่งกลุ่มเหล่านี้จริง ๆ เดือนนี้เอง ก็เริ่มมีการทยอยเปิดแล้ว พ่อแม่ ผู้ปกครองมีคำถามว่า ในกลุ่มเด็กเล็กนี่ จะดูแลอย่างไร ก็ค่อนข้างเป็นห่วงให้เว้นระยะห่าง แต่ในกลุ่มเด็กเล็ก ๆ นี้น่าจะยากนะครับ เขาอาจจะเล่นกันอะไรอย่างนี้พอไปในศูนย์เด็กเล็ก หรืออาจจะการใส่หน้ากากอยู่ตัวหนึ่ง เด็กเล็ก ๆ มีโอกาสที่จะดึงออกบ่อยมาก จะมีคำแนะนำอย่างไรในภาพรวมครับ ว่าผู้ปกครองควรจะดูแลลูกหลานอย่างไรครับ (แพทย์หญิง พรรณประภา) คำแนะนำสำหรับพ่อแม่ผู้ปกครองนะคะสำหรับเด็กเล็กค่ะ ที่เอามาปรับใช้ได้จริง ว่าในเด็กเล็กจะมีอาการป่วยได้ง่าย เพราะฉะนั้น ตอนนี้ถ้าสมมุติว่าลูกหลานของเรามีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ หรือว่ามีน้ำมูกคะ สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่จะช่วยเหลือกัน ก็คือให้น้อง ๆ หยุดเรียนก่อน อย่าเพิ่งไปโรงเรียน แล้วก็เฝ้าดูอาการอยู่ที่บ้าน ถ้าผ่านไป 3-4 วัน ถ้าอาการป่วยยังไม่ดีขึ้นก็ควรจะพาไปพบแพทย์ นอกเหนือจากนี้ถ้ามีผู้สูงอายุอยู่ที่บ้าน สิ่งสำคัญก็คือไม่ควรให้เด็กเล็กนะคะ ก็คือลูกหลานของเราอยู่ใกล้ชิดกับผู้สูงอายุค่ะ เพราะว่าผู้สูงอายุก็มีโอกาสที่จะ ถ้าหากได้รับเชื้อจริง ๆ ก็มีโอกาสมีอาการรุนแรงนะคะ นอกเหนือจากนี้ค่ะ ก็คือการส่งเสริมในเรื่องของอาหาร ควรจะให้น้อง ๆ ได้รับประทานอาหารที่ถูกโภชนาการ โดยเป็นอาหารที่ปรุงสุกใหม่นะคะ ส่งเสริมให้ลูกหลานของเราค่ะ ได้ออกกำลังกายทุกวัน แล้วก็นอนให้ได้อย่างน้อยวันละ 9 - 11 ชั่วโมงค่ะ นอกจากนี้ค่ะเวลาไปโรงเรียนแล้วก็กลับบ้านค่ะ สิ่งสำคัญก็คือรีบกลับมาแล้ว ทำความสะอาดร่างกายด้วยสบู่ แล้วก็เปลี่ยนชุด เพื่อให้ร่างกายของน้อง ๆ สะอาด เวลาที่เข้าบ้าน นอกเหนือจากนี้ก็คือวันหยุดค่ะ วันหยุดค่ะ ถ้าสมมติวันหยุดแล้วคุณพ่อคุณแม่จะพาลูก ๆ หลาน ๆ ไปเที่ยวนะคะ ก็ควรจะเลือกในสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่แออัดมากค่ะ หรือถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ ก็ควรจะให้น้อง ๆ สวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยเสมอเวลาที่ออกไปข้างนอกค่ะ (นายแพทย์เอกชัย) ก็ได้คำตอบค่อนข้างครบถ้วนเลย พ่อแม่ผู้ปกครองก็น่าจะสบายใจนะครับ ครับในวันนี้ก็ไม่มีประเด็นคำถามอะไรเพิ่มเติมนะครับ อยากจะเรียนท่านผู้ช่วยโฆษก มีประเด็นอะไรจะฝากถึงพี่น้องประชาชนบ้างครับ (แพทย์หญิง พรรณประภา) ค่ะ สำหรับตอนนี้สิ่งที่อยากจะฝากไว้นะคะ ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร สิ่งที่เราต้องทำอยู่เสมอก็คือการดูแลตัวเอง รวมถึงห่วงใยและใส่ใจคนรอบข้างค่ะ สิ่งที่เราจะทำได้ก็คือการสวมหน้ากากอนามัย การล้างมือบ่อยๆ รวมถึงรักษาระยะห่างทางสังคมไว้เสมอค่ะ และในวันนี้นะคะ ก็ขอจบการแถลงข่าวจากศูนย์บริหารสถานการณ์ COVID-19 แต่เพียงเท่านี้ สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี] [สิ้นสุดการถอดความ]