--- title: การแถลงข่าวศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ช่วง 11.30-12.30 (29 มิ.ย. 63) subtitle: date: วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน 2563 เวลา 10.45 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) ...Ր [เสียงดนตรี] (คุณสุภนันท์) สวัสดีครับ ต้อนรับคุณผู้ชมเข้าสู่การแถลงข่าวจากศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. จากทำเนียบรัฐบาลนะครับ วันนี้จันทร์ที่ 29 มิถุนายน 2563 มีการขยับเวลาการแถลงข่าวมาเล็กน้อย จากเดิม 11 โมงครึ่ง วันนี้มีการแถลงข่าวช่วงเที่ยง ที่ผ่านมามีการประชุมของ ศบค. ชุดใหญ่ หลากหลายมาตรการที่หลายท่านรอคอย ก็คือเรื่องของมาตรการผ่อนคลายในระยะที่ 5 นะครับ เดี๋ยวสักครู่ท่านจะได้มานำเรียนในส่วนของรายละเอียดกัน แต่ว่าในช่วงต้นของการแถลงข่าวในวันนี้ จะขออนุญาตเป็นเรื่องสถานการณ์ประจำวัน ก่อนที่จะเริ่มสำหรับมาตรการผ่อนคลายระยะที่ 5 นะครับ ขออนุญาตกราบเรียนเชิญท่านนายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุขครับ (นายแพทย์ สุขุม) สวัสดีครับ เพื่อความชัดเจนขออนุญาตปลดหน้ากากนะครับ จะได้พูดให้ชัดเจนนะครับ พี่น้องประชมชนครับ วันนี้ก็เป็นวันที่ 35 ของประเทศไทย ที่ไม่มีการติดเชื้อ ภายในประเทศ วันนี้มีผู้ป่วยรายใหม่วันนี้ คือ 7 ราย เป็นผู้ป่วยที่มาจากต่างประเทศ แล้วก็เข้าใน State Quanrantine เรา ก็คือมาจากอินเดีย 6 ราย และก็สหรัฐอเมริกา 1 ราย ก็จมีผู้ป่วยทั้งหมด 3,169 คน แล้วก็ปัจจุบันนี้มีผู้ป่วย ยังรักษาอยู่ในโรงพยาบาลอยู่ 58 ราย แล้วก็ทั้งหมดนี่ก็ไม่มีผู้ป่วยหนัก ไม่มีผู้ป่วยหนัก แล้วก็ไม่มีผู้ป่วยรายใดต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ก็ทำให้สถานการณ์ของประเทศไทยนี้ค่อนข้างเรียกว่า สบายใจได้หน่อยหนึ่งนะครับ แต่ถ้าเผื่อเราสังเกตในผู้ป่วยในแต่ละคน ก็จะพบว่าผู้ป่วย 6 รายแรก มาจากประเทศอินเดีย ก็จะมีผู้ชาย 3 คน แล้วก็ผู้หญิง 3 คน ทั้งหมดเข้ามา แล้วก็มีการตรวจก็จะพบว่า ครึ่งหนึ่งมีไข้ มีไอ แต่ว่าอีกครึ่งหนึ่งนี่ไม่มีอาการเลย ส่วนสุภาพสตรีที่มาจากสหรัฐอเมริกานี่ก็พบว่ามีอาการไข้ มีไอ เราก็ตรวจพบเชื้อ ก็ทำให้วันนี้เรามีผู้ป่วยเข้าสู่ในการระบบรักษาอยู่ 7 รายครับ ทีนี้ถ้าเกิดเรามองดู สถานการณ์ต่าง ๆ เราจะพบว่านะครับ ประมาณ 1 เดือนกว่า ๆ นี้ ก่อนที่เราจะมีการผ่อนปรนในระยะที่ 1 ระยะที่ 2 ระยะที่ 3 แล้วก็ระยะที่ 4 ก็ยังมีผู้ป่วยส่วนมากก็คือ เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์นี่ มาจากต่างประเทศ แล้วก็ที่สำคัญก็คือว่า ได้รับการดูแลเพื่อให้เกิดความมั่นใจ กับพี่น้องประชาชนนะครับ ถ้าเผื่อเราสังเกตได้ว่านะครับ ว่าผู้ป่วยทั้งหมดที่อยู่ในโรงพยาบาล หรือที่เรารักษาตัวทั้งหมดนะครับ ถ้าเผื่อเราจะพบว่า 7 วันนี่ ที่เรานำมาตรวจจะพบเชื้อ อยู่ประมาณ 85 เปอร์เซ็นต์นะครับ ก็คือส่วนใหญ่ของประเทศ และส่วนมากเหล่านี้ก็มีทั้งมีอาการมาก่อน ก็จะมีอาการไข้ ไอ แล้วก็ตรวจพบเชื้อ แล้วก็ที่สำคัญก็คือว่า ถึงแม้เราจะรอจนถึง 14 วัน ก็จะพบว่าหลังวันที่ 11 ลงไป ก็จะมีถึงเกินร้อยละ 10 ก็แสดงว่าการที่เราให้ผู้ที่กลับจากต่างประเทศ คนไทยนี่นะครับเข้ามา เพื่อในการดูแลหรือสังเกตอาการอยู่ ยังมีความจำเป็นอยู่ก็คือ ต้องอยู่ประมาณ 2 สัปดาห์ เพราะว่ากลุ่มเหล่านี้ยังมีอยู่ ถ้าเกิดกลุ่มเหล่านี้นะครับ เร็วเกินไปหรือว่ามาสู่ชุมชนก็จะแพร่เชื้อได้ อันนี้คือสิ่งที่ทางรัฐบาลนะครับ ภายใต้นโยบายของท่านนายกฯ แล้วก็กระทรวงสาธารณสุขทำมาตรฐาน ทำให้พี่น้องประชาชนมีความมั่นใจว่า 35 วัน ที่ผ่านมานี้ เราไม่มีผู้ป่วย เราก็สามารถดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ได้ ก็คือผ่อนปรนระยะต่าง ๆ ระยะที่ 1 2 3 4 เพื่อให้พี่น้องประชาชนมีความปลอดภัย แต่ขณะเดียวกัน ในสถานการณ์ทั่วโลกในวันนี้นี่เราจะพบว่าประเทศไทยนี่ ถึงแม้เราจะมีการดูแลอย่างดี แต่ทางโรค เราพบผู้ป่วยทั้งหมดนี่ 10,230,000 กว่าคนแล้ว ซึ่งเรียกว่าเกิน 10 ล้าน เป็นวันที่ 2 แล้วก็วันนี้เพิ่มใหม่ถึง 160,000 ราย ประเทศที่ยังมีปัญหาอยู่ ก็คือสหรัฐอเมริกา เราเคยเห็นว่าสหรัฐอเมริกาลดลงมา ประมาณ 20,000 กว่าราย แต่ช่วงนี้นี่อาจจะไม่ดูแลนะครับ ไม่ได้สนใจเรื่องสุขอนามัย ไม่ใส่หน้ากาก ยังรวมในที่ชุมชน แล้วก็ยังมีการที่จะไม่มีการดูแลสุขภาพตัวเองทำให้เขาเพิ่มเป็น 40,000 กว่าคน เรียกว่าสูงสุดในโลกตอนนี้ และก็ทำให้มีการเพิ่มจำนวนนะครับ ผู้ป่วยหนัก แล้วก็ผู้ป่วยเสียชีวิต บราซิลนี่มีแนวโน้มที่ดีขึ้น วันนี้เหลือประมาณ 29,000 แต่ก็ยังถือว่าเยอะเป็นอันดับ 2 อยู่ แล้วที่สำคัญประเทศในเอเชียเช่นเดียวกับเรา เหลืออยู่ 20,000 คน สิ่งที่น่าเป็นห่วง ประเทศไทยนี่ตอนนี้สถิติของเรานี่ก็เพิ่ม 7 คน ก็อยู่อันดับที่ 95 ของโลกนะครับ แต่สิ่งที่เรามองก็คือว่าถ้าวันนี้ประเทศไทยดี สถิติเราลดลง ผู้ป่วยใหม่ลดลง แต่ต่างประเทศยังมีจำนวนมากขึ้น เราเองก็ต้องมีความระมัดระวังตัวเช่นเดียวกันครับ ถ้าประเทศในกลุ่มที่อยู่ใกล้ ๆ บ้านเรานะครับ ประเทศอาเซียน หรือในเอเชียเราจะพบว่า ประเทศที่ยังมีปัญหา ก็คืออินเดีย ปากีสถาน บังกลาเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนของเรา อินโดนีเซียก็เกือบ 2,000 กว่านะครับ 2,700 กว่า สิงคโปร์ก็เกือบ 200 กว่าคนนะครับ แล้วก็ที่สำคัญก็คือว่า ฟิลิปปินส์ หรือว่าประเทศพม่า หรือว่าประเทศกัมพูชา ก็มีจำนวนผู้ป่วยอยู่ เราก็ต้องมีการระมัดระวังในประเทศเพื่อนบ้านเราเช่นเดียวกัน สิ่งที่เราต้องระมัดระวังต่อไปก็คือว่า ตอนนี้เรามั่นใจว่าประเทศไทย ไม่มีผู้ป่วยในประเทศมีจำนวนที่ควบคุมได้ แล้วก็ผู้ป่วยรายใหม่ ก็ยังอยู่ในจำนวนไม่มาก แต่ในเวลาที่เราผ่อนปรนประเทศของเรานะครับ อาจจะมีการผ่อนปรนตั้งแต่กิจกรรมในประเทศในระยะที่ 5 ที่เรียกว่า มีความเสี่ยง แต่ก็เพื่อให้พี่น้องประชาชนมีชีวิตปกติ สามารถดำเนินชีวิต แบบ new normal ได้นี่ รัฐบาลก็มีการประเมินนะครับ ว่าเรามีทรัพยากรเราอย่างไร ก็ต้องกราบเรียนว่าตอนนี้ โรงพยาบาลต้องมีการสำรวจ ทั้งในกรุงเทพมหานครนะครับ แล้วก็ทั่วประเทศ ก็พบว่าเรามีเตียง ICU รองรับผู้ป่วย 547 เตียง แล้วก็สำหรับผู้ป่วยที่เป็นห้องแยก หรือ ผู้ป่วยที่ดูผู้ป่วยที่มีอาการหนักพอสมควรก็เกือบหมื่นกว่าเตียง และก็โดยทั่วไปก็เกือบหมื่นกว่าเตียง วันนี้ต้องกราบเรียนพี่น้องประชาชนว่า กระทรวงสาธารณสุขเอง ได้มีการสำรวจทั้งประเทศไม่พบผู้ป่วยหนัก นะครับ ไม่มีผู้ป่วยต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ เพราะฉะนั้นเตียงที่เราเตรียมไว้ประมาณ 20,000 กว่าเตียงนี้ น่าจะพอที่จะรองรับนะครับ ถ้าเกิดสถานการณ์ที่ว่า มีผู้ป่วยมากขึ้นหรืออะไร เราก็มีการคำนวณว่า เราสามารถรับได้วันละ 50 ถึง 100 คนต่อวัน ถ้ามีผู้ป่วยรายใหม่ อันนี้ก็คือดูสถิติที่เราดู แล้วก็ผู้ป่วยของเราที่อยากเรียนว่า อุปกรณ์ เวชภัณฑ์ต่าง ๆ ที่เราเคยกังวลในอดีต เช่น หน้ากาก N95 ตอนนี้เรามีเรียกว่า เตรียมความพร้อมไว้ประมาณ 1 ล้านกว่าชิ้น แล้วก็ชุดป้องกันอันตรายนี้มีระดับสูงเรียกว่าระดับทางการแพทย์ หรือ medical grade 350,000 ชุดเรากระจายทุกโรงพยาบาลนี้ เราเตรียมที่องค์การเภสัชกรรม เรามีเครื่องช่วยหายใจที่ว่างพร้อมใช้ทันทีก็คือ 10,000 กว่าเครื่อง อันนี้คือ มีความมั่นใจว่า ถ้ามีจำนวนผู้ป่วยหรือมีอะไร เราก็สามารถที่จะดูแลที่สำคัญนอกจากเรื่องเตียง และที่สำคัญเรื่องของยา เราต้องกราบเรียนพี่น้องประชาชนว่า ยาฟาวิพิราเวียร์ที่เป็นยาที่รักษาโดยเฉพาะ ในสมัยที่เราเริ่มนำมาใช้นี่ เราใช้เฉพาะผู้ป่วยหนัก ก็คือมีอาการปอดบวมต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ปัจจุบันนี้นี่เรามีจำนวนใน Stock กว่า 300,000 เม็ดนะ รอที่จะมาเพิ่มเติม เพราะฉะนั้นยาตอนนี้เรากระจายให้ผู้ป่วยที่มีอาการเรียกว่าไม่มาก แต่ว่ามีปัจจัยเสี่ยง เรียกว่า ถุงลมโป่งพอง โรคหัวใจ เบาหวาน ต่าง ๆ ก็ทำให้ขณะนี้สถานการณ์ผู้ป่วยของเรานี่ ดีขึ้นนะครับ มีอาการหนักน้อยลง แล้วก็อยู่โรงพยาบาลน้อยลง สามารถกลับบ้านได้เร็วขึ้น ยาอื่น ๆ เราก็มีการเตรียม เช่นเดียวกันครับ ทีนี้สถานการณ์ที่กราบเรียนพี่น้องประชาชน ว่าสิ่งที่พวกเรารอคอย หรือว่าพวกเราพูดถึงกันเยอะ ก็คือการมีวัคซีน ทีนี้วัคซีนที่มีในประเทศไทยตามนโยบายของรัฐบาล ตามท่านนายก นะครับ แล้วก็ร่วมกับท่านรองนายกฯ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขท่านอนุทิน ชาญวีรกูลนะครับ เราก็ได้มีการวางแผนเรื่องวัคซีนก็จะพบว่า เรามีแนวบริหารจัดการวัคซีนอยู่ 3 อย่าง 1 ก็คือ แนวทางที่ 1 คือ พัฒนาในประเทศ วิจัยในประเทศนะครับ อันนี้ที่ 2 ก็คือ ร่วมมือกับต่างประเทศอย่างใกล้ชิด แล้วก็อันที่ 3 ก็คือ มีการจัดหา ถ้ามีใครมีแนวโน้มที่จะผลิตได้ มีบริษัทไหน เราก็จะไปติดต่อเพื่อขอจองจำนวนวัคซีน ทีนี้ต้องกราบเรียนพี่น้องประชาชนนะครับ ในแนวทางการพัฒนาวัคซีนในประเทศของไทยนี้ ตอนนี้เรามีการร่วมมือกัน มีการพัฒนาวัคซีนได้หลายอย่าง ก็คือ 1. การพัฒนาวัคซีนต้นแบบ เราก็มีหลายบริษัท หลายมหาวิทยาลัย ทั้งมหาวิทยาลัยจุฬาฯ มหาลัยมหิดลนะครับ มีทั้งภาคเอกชน หรือกระทรวงสาธารณสุข หรือกระทรวงอุดมศึกษาก็ร่วมกันนะครับ ก็มีการทำต้นแบบมา 20 ชนิด แต่วันนี้ทดลองในสัตว์ เรียกว่า มาใน เฟสที่ 2 ระยะที่ 2 นี่เราทำไปได้ 2 ชนิด เราทราบดีว่า 2 ชนิดนี่ เรียกว่า พัฒนาโดยฉีดในสัตว์ทดลอง เช่น หนู หรือว่าลิง หรือก็พบว่ามีการทดลองขึ้นมา ทีนี้การทดลองในมนุษย์ ก็มีการเตรียมในการทดลอง ก็อาจจะมีรายหนึ่ง ก็อาจจะมีประมาณเดือนตุลาคม อีกรายหนึ่งก็บอกว่า ถ้าทำเร็วก็อาจจะกรกฎาคมก็จะทำได้ ก็ต้องมีการศึกษาติดตามเป็นระยะ ๆ แล้วถ้าเผื่อทำสำเร็จแล้วก็ได้ผล เราก็คิดว่ากระทรวงสาธารณสุขก็คงจะนำมา ใช้กับพี่น้องประชาชน ก็จะนำมาผลิตในประเทศ และก็พัฒนาให้ผลิตภายในประเทศมาก ผลิตได้ถึงปีละ 30 ล้านโดส ก็คิดว่าการนำมาใช้ก็อาจจะ ที่บอกว่าเคยประมาณการณ์ไว้ ปี 64ประมาณกลางปี 2564 งบประมาณสนับสนุนได้มีการเตรียมเอาไว้นะครับ เพื่อให้ผลิตทำงานวิจัยและเพื่อให้ใช้ได้ ทีนี้สำหรับต่างประเทศอื่น ๆ ที่เรามีการร่วมมือก็คือ การพัฒนาวัคซีนกับต่างประเทศ เราพบว่าต่างประเทศตอนนี้นี่มีวัคซีนทดลองในมนุษย์ แล้วอีก 3 ตัว เรามีการประสานงานร่วมมือกับ 3 ประเทศ และก็ 3 หน่วยงาน เพื่อร่วมกันในการพัฒนาวัคซีน แล้วก็เผื่อนำมาถ้ามีเทคโนโลยีใหม่ ๆ ก็สามารถนำมาในประเทศไทย เพื่อลดเวลาได้ ส่วนการจัดซื้อนี่เราก็มีการติดตามในต่างประเทศอยู่ 2 ประเทศ และก็ 5 หน่วยงาน และคิดว่า ค่าใช้จ่ายนี้ก็ประมาณ โดสละประมาณ 20-30 เหรียญสหรัฐฯ เพื่อในการที่จะมาพัฒนาวัคซีนเพื่อหาซื้อ การหาความร่วมมือกับต่างประเทศก็คงจะมีดีขึ้นนะครับ และก็ที่สำคัญนะ ต้องกราบเรียนพี่น้องประชาชนว่า ในความร่วมมือในระดับนานาประเทศอาเซียนเราก็มีการร่วมมือในการทำข้อมูลเรื่องวัคซีน เช่น เรื่องการแลกเปลี่ยนข้อมูล ก็จะมีการวิจัยร่วมกัน โดยการทดสอบว่าวัคซีนในคน ระหว่างประเทศไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย มีการผลิตนะครับร่วมกันในอนาคต เพื่อให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่า วัคซีนจะมีเพียงพอ แล้วก็ทันต่อเหตุการณ์ครับ อันนี้ก็เป็นความก้าวหน้าในการเตรียมความพร้อมของกระทรวงสาธารณสุข ที่จะนำมาเรียนให้พี่น้องประชาชนคนไทยครับผม (คุณสุภนันท์) ครับ สำหรับวันนี้นะครับ ต้องกราบขอบพระคุณนะครับ นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ขอบคุณครับ สักครู่ท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุข ก็ได้เน้นย้ำการเปิดกิจการ กิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูง กับการผ่อนคลายมาตรการต่าง ๆ ในระยะที่ 5 นะครับ แต่หลายคนครับยังรอคอยครับ วันนี้ทาง ศบค. ชุดใหญ่ มีการประชุมกัน รายละเอียดต่าง ๆ ของมาตรการที่จะออกมาเป็นอย่างไร เมื่อสักครู่เราจะเห็นแล้วมีการเตรียมความพร้อมครับ ไม่ว่าจะเป็นหน้ากากอนามัย ชุด PPE เตียงสำหรับรองรับผู้ป่วย หากเกิดการแพร่ระบาดเกิดขึ้น ในระยะต่อมาหรือในระยะที่ 2 นะครับ สำหรับรายละเอียดต่าง ๆ ในระยะผ่อนคลาย เดี๋ยวขออนุญาตเรียนเชิญนะครับ นายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. เป็นผู้นำเรียนในรายละเอียด เรียนเชิญคุณหมอครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) กราบสวัสดีครับพี่น้องประชาชน แล้วก็มีสื่อมวลชนด้วยนะครับ ที่อยู่ในที่ทำเนียบรัฐบาลวันนี้นะครับ วันนี้มีการประชุมใหญ่ของทาง ศบค. นะครับ ขออนุญาตถอดหน้ากากนะครับ ยังมีความจำเป็นอยู่ที่ต้องใช้หน้ากากผ้า หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ออกจากบ้านนะครับ วันนี้ผมก็จะนำข้อสรุปของการประชุม นะครับ และก็สาระสำคัญที่ท่าน ผอ. ศบค. พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผอ. ศบค. นายกรัฐมนตรีมาประชุมในวันนี้เป็นชุดใหญ่นะครับ ก่อนอื่นครับ ก็ได้มีนานนิดหน่อยที่ได้นำเรียน เพราะว่ามีความสำคัญกันตรงนี้ด้วยนะครับ ช่วงตอนต้นเมื่อเช้านี้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นกยกรัฐมนตรี กระทรวงกลาโหม ได้รับมอบเวชภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์จากนายหยางซิน ซึ่งเป็นอุปทูตรักษาราชการแทนเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทย ที่ตึกไทยคู่ฟ้าทำเนียบรัฐบาลนะครับ ทั้งนี้รัฐบาลจีนได้มอบความช่วยเหลือเวชภัณฑ์ให้ไทยเป็นครั้งที่ 2 โดยมีรายการเวชภัณฑ์หลายอย่างทีเดียวครับ เช่น หน้ากากอนามัยจำนวน 130,000 ชิ้น หน้ากาก N95 จำนวน 70,000 ชิ้น ชุดตรวจ Test Kit COVID-19 150,000 ชุด แล้วก็ชุด PPE หรือเครื่องปกป้องร่างกาย ในการดูแลในเรื่องของโควิดนะครับ จำนวน 70,000 ชุดนะครับ นี่ก็คืองานแรก งานที่ 2 ครับ ท่าน ผอ. ศบค. ในฐานะนายกรัฐมนตรีและบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุข ที่ได้รับผลกระทบในการปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จำนวน 88 ราย ซึ่งก็ได้ใช้เงินถึง 28 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินบริจาคทั้งสิ้นนะครับ จากบัญชีสำนักงานปลัดกระทรวง ประทานโทษครับ บัญชีสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี 28 ล้านบาท ก็มีผู้ที่มารับไปทั้งหมดทั้งสิ้น 88 รายนะครับ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเช้านี้ครับ แล้วก็ประมาณ 9.30 น. นะครับ ท่าน ผอ.ศบค. ก็ได้เปิดการประชุม ก็ได้เริ่มการประชุม มีเนื้อหาสาระที่สำคัญนะครับ อันแรกท่านก็ขอบพระคุณข้าราชการทางฝ่ายการเมืองทั้งฝ่ายราชการและที่สำคัญที่สุด คือ พี่น้องประชาชนที่ทำให้เราผ่านการผ่อนคลายระยะที่ 4 มาแล้วนะครับ แล้วก็เข้ามาสู่การจัดการในระยะที่ 5 แล้วเราก็มีตัวเลข 0 วันนี้ที่ท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุข ก็ได้แจ้งไปแล้วนะครับ ก็เป็นวันที่ 35 แล้วนะครับ ซึ่งก็ทำให้สถานการณ์ของไทยเรา ก็เป็นที่ไว้วางใจในระดับหนึ่งนะครับ แต่อย่างไรก็ตามสถานการณ์ของโลกก็ยังมีประเด็นปัญหาอยู่ สิ่งสำคัญที่ท่านเน้นย้ำ ก็คือ ศบค. ก็เป็นตัวอย่างที่ดี การทำงานที่เรียกว่า New Normal หรือการทำงานในชีวิตวิถีใหม่ที่ว่านี้ มีความสำคัญ ก็คือ ยกตัวอย่างมา ก็คือเป็นลักษณะการรับฟังกับผู้มีปัญหา ที่ผ่านมาทาง ศบค. ชุดเล็ก ก็ได้มีการเปิดการรับฟังไม่ว่าจะเป็นนวดแผนโบราณ ศิลปินนักร้อง ห้างสรรพสินค้า ร้านเกมอะไรทั้งหลายนี่ รายละเอียดทั้งหลายนี้นะครับ ทำให้กระบวนการของการพิจารณาการตัดสินใจนำไปสู่แนวทางในการลงมติต่าง ๆ นี้ มีการรับฟัง อันที่ 2 ก็คือ มีการประชุมทุกวันไม่มีวันหยุด อันนี้ผมก็ยืนยันได้นะครับ เสาร์-อาทิตย์ วันหยุดราชการ ไม่มีวันหยุดเลยนะครับ แล้วก็ทำให้เห็นการบูรณาการความร่วมมือในทุกภาคส่วน นี่คือสิ่งที่เราก็ได้เห็น New Normal ในทิศทางอย่างนี้นะครับ อีกประเด็นหนึ่งก็คือ เรื่องของการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 36 ที่เชื่อมโยงเกี่ยวเนื่องกันกับทางด้านโควิดนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะเป็นสมาชิกของอาเซียนนะครับ ก็ได้มีการผลักดัน 3 แนวทาง นำเสนอต่อที่ประชุมนะครับ โดยที่ว่านี้ ข้อแรกก็คือ ส่งเสริมอาเซียนให้เชื่อมโยงกันอย่างแท้จริง ข้อที่ 2 คือ สร้างความเข้มแข็งจากภายใน และข้อที่ 3 ก็คือสร้างความภูมิกันอาเซียน โดยนำเอาเน้นหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงนะครับ แล้วก็เน้นการแก้ปัญหาในกลุ่มเปราะบางนะครับ นี่ก็คือสิ่งที่เกิดขึ้น และท่านก็ยังเน้นย้ำมาตรการ แล้วก็นโยบายของท่านก็คือ การจัดตั้งกองทุนอาเซียนเพื่อรับมือ แสวงหาความร่วมมือ เพื่อความสำเร็จในการพัฒนาวัคซีนให้ได้ ซึ่งถ้ากลุ่มประเทศอาเซียนมีความแข็งแรงด้านนี้ เวลาผลิตชุดของวัคซีนขึ้นมา พวกเราก็จะเป็นกลุ่มแรก ๆ ที่จะได้ใช้ประโยชน์ ในเรื่องของวัคซีนนี้ แล้วก็ที่สำคัญนโยบายอีกด้านหนึ่ง อันนี้เชื่อมโยงกับเรื่องของการนำไปสู่การเป็น New Norm ก็คือ การ Work From Home หรือการทำงานอยู่ที่บ้านนะครับ กับการเหลื่อมเวลา ท่านก็เน้นย้ำว่า นี่คือยังเป็นนโยบายต่อ เพื่อลดการแออัดนะครับ ในการเดินทาง หรือการใช้บริการขนส่งสาธารณะ ก็อยากจะให้เน้นย้ำตรงนี้นะครับว่า ตอนนี้เห็นในท้องถนนรวมถึงไปหลายที่นะครับ ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติ ซึ่งเรากลับมาสถานการณ์ปกติแล้ว แล้วก็เน้นย้ำการใช้แพลตฟอร์ม และแอปพลิเคชันไทยชนะนะครับ นี่คือสิ่งที่ท่านให้ความสำคัญ แล้วก็ยังพูดถึงทิ้งท้ายไว้เรื่องของการช่วยเหลือเยียวยาฟื้นฟูเศรษฐกิจนะครับ ก็ให้มีการเร่งการกลั่นกรองแผนงาน แล้วก็เสริมโอกาส แล้วรวมถึงการเสริมศักยภาพของไทยหลังของโควิด-19 นี้นะครับ ก็เน้นประมาณสัก 3 - 4 ข้อ อันแรกก็คือเรื่องของ medical hub การเป็นศูนย์กลางของการรักษาพยาบาลทางการแพทย์นะครับ แล้วก็เป็นแหล่งอาหารของโลก และเป็นแหล่งท่องเที่ยวแบบเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ นี่คือสิ่งที่ได้มีการเกริ่นนำ และนำมาสู่เรื่องข้อพิจารณาที่สำคัญ ประมาณ 2 - 3 ประเด็น อันแรกก็คือมาตรการการผ่อนคลายระยะที่ 5 ที่ผมเคยเกริ่นนำเรียนไปนะครับ ทั้งนี้ทางท่านเลขาฯ สมช. ได้นำข้อเสนอของมาตรการการผ่อนคลายระยะที่ 5 ขึ้นมาให้ที่ประชุมได้มตินะครับ ก็เคยนำเรียนไปแล้วอีกครั้งหนึ่งก็แล้วกันนะครับอันนี้ ก็คือมีการใช้สถานที่โรงเรียนหรือสถานสถาบันการศึกษา อันนี้ก็คือพูดง่าย ๆ เปิดโรงเรียนทั้งหมด เราเปิดไปแล้วสถาบันกวดวิชา เรื่องของทางเอกชนนะครับ ตอนนี้ภาครัฐเปิดทั้งหมดแล้วนะครับ อันที่ 2 ก็คือห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า Community Mall อันนี้ให้เปิด-ปิด การดำเนินงานได้ตามความเหมาะสมของพื้นที่ ในที่ประชุมก็มีข้อเสนอเป็นข้อสรุปมติเพิ่มเติม ก็คือว่าให้ศูนย์การค้านี้ก็ปิด 4 ทุ่ม แล้วก็ร้านสะดวกซื้อทั้งหลายนี่ก็ได้ 24 ชั่วโมง ก็คือเรื่องของผับ บาร์ คาราโอเกะ อันนี้ก็อนุมัตินะครับ แต่กว่าที่จะอนุมัติก็ได้มีการถกแถลงกันในหลายประเด็นทีเดียว ในทุกข้อไม่ว่าจะเป็น เรื่องของการเปิดบริการได้ 24 ชั่วโมง ในทุกกรณีอันนี้ขอให้เข้าใจชัดเจน มาถึงนะครับ ถ้ามีใครก็ตามแต่ที่ออกไปในเรื่องของการดื่มต่อ กินต่อร้านอะไรนะครับ ร้านข้าวต้ม หลังจากปิดผับ ปิดบาร์ไปแล้ว แล้วมีการขายเหล้าต่อนี่ไม่ได้นะครับ เพราะว่ากฎหมาย เรื่องของการอนุญาตให้ดื่มสุราอยู่ได้แค่ 24.00 นาฬิกา ก็คือเที่ยงคืนเท่านั้น ส่วนเรื่องของการนั่ง ยืน ห่างกัน 1 เมตรนะครับ โต๊ะห่างกัน 2 เมตร ถ้าไม่มีพื้นที่ว่างก็เอาฉากกั้นขึ้นมา 1 เมตรครึ่งก็เอาตามที่เสนอ แล้วก็ยังคุยกันถึงว่าทำกันได้จริงไหม ที่สำคัญตรงนี้นะครับ เพราะว่าเวลาพวกเราดื่มกันแล้วนี่นะครับ ก็แน่นอนครับ สุราก็ทำให้ขาดสติ ที่เราเคยได้ยินกันมา ก็ทำให้เกิดการย่อหย่อน อันนี้ทางที่ประชุมก็บอกว่า สำคัญที่สุดคือ การกำกับติดตาม ตั้งแต่ก่อนจะเข้า เพราะฉะนั้นแอปพลิเคชันไทยชนะ จะต้องได้รับการดูแลจากผู้ประกอบกิจการ กิจกรรมอย่างเข้มงวด แล้วก็แนะนำให้ลูกค้าปฏิบัติตามทุกราย ถ้าที่ไม่ได้เป็นไปตามที่ว่า ขอให้ ศปม. แล้วก็ฝ่ายมั่นคงตรวจเข้ม เพราะว่ามีตัวอย่างของต่างประเทศขึ้นมาแล้วว่านี่คือ จุดที่มีความเสี่ยงสูงมาก ๆ แล้วก็ทำให้เกิดการติดเชื้อขึ้นมา ซึ่งจะมีผลกระทบมากมายทั้งในเชิงของเรื่องของการควบคุมโรค เรื่องของการติดเชื้อ เรื่องสุขภาพแน่นอน อันที่ 2 ก็คือความมั่นใจในระบบสาธารณสุข แล้วก็ทางด้านเรื่องของความมั่นคง ก็จะมีผลกระทบด้วย เพราะฉะนั้นตรงนี้ผู้ที่ประกอบกิจการกิจกรรมต้องทำอย่างเข้มงวด หากพบว่าผิดนะครับ หรือไม่ปฏิบัติตามให้กำหนดบทลงโทษลงไปด้วย ซึ่งอันนี้ท่านก็ได้สั่งการให้กับทางท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านวิษณุ เครืองาม ลงไปในรายละเอียดของข้อกำหนดเพิ่มเติมขึ้นมา ซึ่งอันนี้ อันก็บอกกันตามความเป็นจริงนะครับ เวลาอยากจะเปิดหลายคนก็บอกอะไรก็ยอม อะไรก็ยอม พอยอมเสร็จแล้ว แล้วก็เกิดผลถ้าติดเชื้อที่ใดนะครับ ต้องมีบทลงโทษด้วย เพราะว่าต้องมีการสูญเสียอย่างที่บอก ถ้ามีการติดเชื้อในโรงพยาบาลก็ว่ากันเป็นหลักแสน เป็นหลักล้านเลยนะครับ แล้วก็กระบวนการตรวจของการหาเชื้อก็หลักเป็นพัน หลักเป็นหมื่น อย่างต่างประเทศต้องตรวจกันเป็นหมื่นคน ต้องเสียค่าใช้จ่ายเท่าไร ตรงนี้ผู้ประกอบกิจการ กิจกรรม ต้องพึง แล้วก็พึงที่จะต้องรับรู้ด้วยนะครับ ว่าจะต้องมีส่วนที่จะต้องรับความรับผิดชอบตรงนี้ด้วย อันนี้ก็เป็นข้อ 1 นะครับ ส่วนร้านเกมอินเทอร์เน็ตนะครับ ที่เป็นข้อเสนอ ผมได้เคยกล่าวในรายละเอียดไปแล้ว อันนี้ก็คงไม่ได้กล่าวซ้ำนะครับ มีเรื่องประเด็นที่สำคัญ ก็คือ อาบอบนวด โรงน้ำชานะครับ อันนี้ก็มีความห่วงใยกับพื้นที่ที่จะต้องเปิดกิจการ กิจกรรมนี้ด้วย เพราะฉะนั้นเรื่องของใบอนุญาตสถานบริการที่ถูกกฎหมาย ตรงนี้ท่านก็มอบให้ทาง ศบม. ตรวจเข้มนะครับ กับทุกแห่งและที่สำคัญที่สุดที่โยงไปก็คือต้องใช้แอปพลิเคชัน ก็เป็นการป้องกันตั้งแต่ตอนต้น ถึงแม้จะมีข้อซักถาม แล้วก็มีข้อ ตั้งข้อสังเกต ข้อห่วงใย ว่าหลายคนอาจจะไม่ เขาเรียกว่าอะไร ไม่แสดงตัว อาจจะใช้ข้อมูลที่ผิดพลาด หรือเอาข้อมูลของใครมาแอบอ้าง อันนี้ก็เป็นข้อที่จะต้องแสดงความห่วงใย เจ้าของกิจการ กิจกรรมเหมือนกัน ต้องรับผิดชอบตรงนี้ด้วยหากเกิดพบว่า มีการติดเชื้อขึ้นมาจากกิจการของท่านก็ต้องรับผิดชอบ แล้วก็มีบทลงโทษเช่นกัน แล้วก็ที่สำคัญคือตรงนี้กลุ่มพนักงานต้องตรวจเชื้อโควิดเป็นระยะ รวมถึงเฝ้าระวังโรคอื่น ๆ ด้วย โดยเฉพาะที่พูดคุยกัน ก็คือห้ามมีการขายประเวณีนะครับ เรื่องของตามข้อกฎหมายที่มีข้อกำหนดกันอยู่แล้วนะครับ เพราะฉะนั้นละเมิดตรงนี้ไม่ได้ มีความสำคัญสูงมาก ๆ แล้วก็เป็นตัวอย่างที่เกิดขึ้นในต่างประเทศมาแล้วนะครับ อันนี้ก็เป็นไปตามนั้น แล้วก็ที่สำคัญที่สุดก็คือ ลงมาถึงประเด็นสำคัญที่เคยคุยกันไปแล้วนะครับ มีข้อที่สำคัญก็คือผู้พิทักษ์ไทยชนะ ซึ่งก็คือเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปตรวจนะครับ ให้การตรวจประเมินทั้งหลายนี่ต้องได้รับการรับรองว่า เป็นผู้พิทักษ์ไทยชนะ ซึ่งจะลดการแอบอ้าง ลดการเป็นข่าวที่ทางด้านไม่สุจริตทั้งหลาย อันนี้ก็นำเรียนนะครับอื่น ๆ ก็เป็นตามที่เคยแจ้งมา ส่วนการขยายเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรในที่ประชุมก็มตินะครับ เห็นชอบในการที่จะให้นำเสนอไปสู่ที่ประชุมของคณะรัฐมนตรีที่จะเกิดขึ้นในพรุ่งนี้นะครับ ที่จะยืดระยะเวลาต่อออกไปอีก 1 เดือนนะครับ ซึ่งก็มีเหตุผลความจำเป็นตามที่ได้เคยแจ้งไปแล้วนะครับ แล้วก็ไปสู่อีก 1 เรื่องครับ นั่นก็คือเรื่องของการขนส่งครับ การขนส่งสินค้าเพิ่มเติม เพื่อขอเปิดจุดผ่านแดนนะครับ ซึ่งทางกระทรวงมหาดไทยนะครับ ตรงนี้ก็ได้มีข้อเสนอขึ้นมาว่า เดิมนี่ก็มีจุดผ่านแดนถาวรที่ขนส่งสินค้าจำนวน 28 แห่ง 22 จังหวัดทั่วประเทศนะครับ เราก็จะเห็น เมียนมาร์ 4 แห่ง กัมพูชา 6 แล้วก็มาเลเซียอีก 7 นะครับ ทางข้อเสนอของจังหวัดขอเปิดจุดผ่านแดน เพื่อขนส่งเพิ่มเติมนะครับ อันนี้ก็มีตามรายการอีก 9 จุดนะครับ ก็ครอบคลุมทั่วประเทศเลย อันนี้อยู่ตามหน้าจอตรงนี้ อันนี้ก็ขออนุญาตให้ทางสื่อมวลชนได้รับทราบ แล้วก็ขยายผลไปตรงนี้ก็แล้วกัน ที่ประชุมก็อนุมัติ ที่หนองคาย เลย ตาก แม่ฮ่องสอน เชียงราย ประจวบฯ และกาญจนบุรี ตามที่ว่านี้นะครับ แล้วก็ไปสู่อีกเรื่องหนึ่งครับ คือเรื่องของการ เดี๋ยวนะครับ ผมเอกสารชุดที่ 1 คือ เรื่องของการที่ให้มาตรการการผ่อนคลายของผู้ที่เข้ามาในราชอาณาจักร อันนี้ก็เป็นเรื่องที่มีความสำคัญนะครับ เพราะว่าคนที่จะเข้ามาในประเทศไทย ก็เป็นเรื่องที่ต้องการที่จะได้เข้ามาเพิ่มเติมขึ้นมาตามมาตรการ เพราะว่าผ่อนคลายไปไว้แล้วนะครับ ผมต้องหาเอกสารนิดหนึ่ง เข้าใจว่าน่าจะอยู่อีกที่หนึ่ง ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวให้ทางทีมงานเอามาให้เพิ่มเติมสักหน่อยหนึ่ง เอา slide มาเลย ทางกระทรวงการต่างประเทศนะครับ ก็ได้พูดถึงว่า ข้อเสนอของเพิ่มเติมขึ้นมาของบุคคล 6 กลุ่ม ที่จะให้เดินทางเข้ามาสู่ในประเทศไทยเรานะครับ อันแรก ก็คือคู่สมรสและบุตรที่มีใบอนุญาตการทำงาน หรือได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้ามาทำงานในราชอาณาจักร พูดง่าย ๆ ก็คือคนที่ได้รับ Work Permit เขาได้รับอนุญาตให้เข้ามาอยู่แล้ว แต่ทีนี้ญาติของเขาไม่ได้เข้ามา อันนี้ต้องอนุญาต ทั้งคู่สมรส ทั้งบุตร เอามาเลยนะครับ นี่เข้ามา ส่วนกลุ่มที่ 2 3 4 5 6 เป็นกลุ่มที่อันนี้ขออนุญาตใหม่ครับ ก็คือ ผู้ที่เป็นคนต่างชาติ ข้อที่ 2 นี่นะครับ แต่เป็นคนต่างชาติ แต่มีถิ่นที่อยู๋ในเมืองไทยอยู่แล้วพูดง่าย ๆ อันนี้ก็อนุญาตให้เข้ามา ข้อที่ 3 คือ เป็นคู่สมรส แต่ว่าเขาเป็นคนต่างชาติ แล้วก็บุตรของคนไทย พูดง่าย ๆ คนไทยไปแต่งงานกับคนต่างชาติ แล้วก็เป็นผู้สมรสอันนี้ให้เขาเข้ามา กลุ่มที่ 4 คือ กลุ่มที่ไม่มีสัญชาติไทยก็คือ คนต่างชาติ แต่ต้องการเข้ามารับการรักษาในประเทศไทย แล้วก็มีผู้ติดตามเข้ามา อันนี้เน้นย้ำนะครับว่า เข้ามารักษานี่ อันนี้ก็คือ Medical Hub เน้นบางโรค บางกลุ่มนะครับ หลายคนบอกว่า ถ้าเอาโรคโควิดเข้ามาหรือเปล่า อันนี้ไม่ใช่นะครับ ไม่ใช่ป่วยเป็นโควิดนะครับ ถ้าเป็นโควิดนี่ต้องถูกกันไว้ตั้งแต่ตอนแรกแล้ว เดี๋ยวผมจะบอกว่าต้องมีคุณสมบัติอะไร อย่างไร เช่น อย่างที่เคยบอกนะครับ มาทำตา 2 ชั้น มาเสริมดั้งจมูก การมีบุตรยาก ชื่อเสียงของแพทย์ไทยเราดังทางด้านนี้ อันนี้มาได้ เขาก็สุขภาพแข็งแรงนี่มาได้ ข้อที่ 5 เป็นนักเรียน นักศึกษาต่างชาติ แล้วก็เป็นผู้ปกครองของบุคคล นะครับ อันนี้มาได้ แล้วข้อที่ 6 อันนี้ครับ ก็คือคนต่างชาติที่ได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้ามา ตามข้อตกลงพิเศษกับประเทศที่เป็นเป้าหมาย ซึ่งอันนี้รวมถึงแขกของรัฐบาล หรือนักลงทุนพิเศษอะไรทั้งหลาย อันนี้ทางกระทรวงการต่างประเทศ โดยท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ก็เป็นคนที่เสนอขึ้นมา ซึ่งก็กำหนดวไว้เป็นนักธุรกิจนะครับ เป้าหมายเป็นนักธุรกิจ เจ้าหน้าที่ด้านเทคนิค โควตากำหนดให้สอดคล้องกับ ASQ ก็คือเป็นสถานที่โรงแรมหรู ๆ นี่ล่ะครับ แล้วก็จับมือกันกับทางโรงพยาบาลทั้งหลาย ผู้ที่จะเข้ามานี่จะต้องจ่ายสตางค์เองนะครับ แล้วก็กำหนดขั้นต้นอาจจะรวมกันไว้ไม่เกิน 200 ซึ่งตอนนี้ห้องว่างตั้ง 600 กว่า เพราะฉะนั้น 200 นี่ก็พอไหวนะครับ แล้วก็ประเด็นพิจารณา ก็คือจะอยู่ที่ 4 ประเทศ แล้วก็ 1 เขตปกครอง ก็คือประเทศญี่ปุ่นนะครับ เกาหลีใต้ สิงคโปร์ จีน แล้วก็เขตปกครองพิเศษฮ่องกง ตามธงชาติที่เรียงกัน 5 สีธงชาตินี่นะครับ แล้วก็มีความสำคัญนี่นะครับ ว่าประเทศนี้ดูอย่างไรครับ มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจ มีการควบคุมการระบาดได้ดี ใกล้เคียงกับไทยที่มีประสิทธิภาพ มีความพร้อม มีความสนใจในการทำความตกลงนะครับ เขามาได้ 2 ระบบ ระบบแรกก็คือนอร์มอลแทร็คหรือระบบแบบปกติ ก็คือพูดง่าย ๆ ว่าเข้ามาแล้วต้องมาอยู่ใน State Quanrantine ซึ่งเขาเป็นทางเลือกนะครับ ก็คือโรงแรมหรู ๆ ที่ว่านี่ 14 วัน ออกค่าใช้จ่ายเอง เขาเข้ามาต้องมาอยู่ตรงนี้ มาอยู่กับเรานาน ๆ work permit หรือมีญาติอะไรทั้งหลายเขาก็ต้องยอม ส่วนอีกกลุ่มหนึ่ง คือ ฟาสแท็ก อันนี้คือกรณีเร่งด่วน อันนี้ก็ต้องมีการจะไปอยู่ เช่น มาจดทะเบียนสำคัญ ลงสัญญากับธุรกิจอะไรทั้งหลายนี่ มา 2-3 วันแล้วกลับไปไม่ต้องอยู่ 14 วัน แต่จะต้องมีข้อเงื่อนไขเข้มงวดนะครับ ซึ่งเดี๋ยวผมจะว่าไปนะครับ อันนี้ก็ไปที่ข้อการเดินทางแล้วกันนะครับ เขาจะมาอย่างไร กลุ่มที่ 1 ก็คือมาพร้อมกันกับคนไทยที่กลับมาครับ จะเห็นว่าผมรายงานตัวเลขของคนไทย เดี๋ยวนี้ไม่เต็ม 500 ไม่เติมถึง 600 ครับ เข้ามา 200-300 ก็มาเติม จะมีเที่ยวบินที่มาจากประเทศต่าง ๆ 4-5 ประเทศนี้มาประจำอยู่แล้ว เที่ยวบินนี้ เรียกว่า รีแพรทิเอชัน ก็คือเที่ยวบินที่เป็นพิเศษอย่างนี้ก็มาพร้อมกันตรงนี้ กับกลุ่มที่ 2 ต้องก็เหมือนกันครับ อาจจะมีเที่ยวบินพิเศษขึ้นมา ก็มีทาง กพท. นะครับ หรือการบินพลเรือนนะครับ ทางเขาอนุญาตแล้วก็มีเที่ยวบินเข้ามา ซึ่งต้องเป็นหลักเกณฑ์อย่างไรในการรองรับนี้ 1. คณะเล็กไม่เกิน 10 คน 2. เดินทางระยะสั้น 3. มีตรวจการรับรองการปลอดเชื้อ COVID-19 ทั้งต้นทางและเมื่อเดินทางถึงประเทศไทย ต้นทางตรวจมาแล้วเป็นผลลบนะครับ เดินทางมาประเทศไทย สมมุติว่าลงที่สุวรรณภูมิ สุวรรณภูมิจะมีห้องตรวจตรงนี้ให้ด้วย ตรวจตรงนั้นแล้วรอผลตรงนั้นเลยครับ ก็คือต้องลบ 2 ครั้ง ถึงจะได้เข้าประเทศเรา หน่วยงานราชการที่เป็นเจ้าภาพเชิญแขกระดับสูงนี้ จัดเจ้าหน้าที่ประจำในลักษณะของเรียลซอง พูดง่าย ๆ มีคนตามประกบนะครับ ถ้าเป็นแขกประจำของข้าราชการ ต้องมีคนตามเข้าไปด้วยนะครับ แล้วก็ต้องมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุข หรือเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานความมั่นคงติดตามประจำคณะนั้นไปด้วย จะอยู่ 3 วัน ก็ตาม 3 วัน ต้องมีค่าใช้จ่ายให้กับทางทีมเหล่านี้ด้วย แล้วก็เดินทางไปไหน มีแผนการเดินทาง แล้วก็ต้องเดินทางตามแผนนั้น ๆ แล้วก็ที่สำคัญคือ ห้ามใช้ขนส่งมวลชน ต้องเดินทางโดยใช้ส่วนบุคคลไปนะครับ ติดตามไปตรงนั้น เพื่อให้เราได้ติดตามได้ง่ายขึ้น อันนี้ก็คือสิ่งที่ทางกระทรวงการต่างประเทศได้เสนอ แล้วทางคณะที่ประชุมก็ได้อนุมัติตามแผนที่ว่านี้ไปแล้วนะครับ ในตรงนี้น่าจะหมดนะครับในเรื่องนี้ มีอีกเรื่องหนึ่งสุดท้ายครับ จากกระทรวงคมนาคม ยกเว้น การปฏิบัติตามข้อกำหนดที่เราเคยเสนอไปแล้ว มี 2 ข้อ คือ ที่นั่งเว้นที่นั่งบน BTS หรือว่ารถยนต์อะไรทั้งหลาย ตอนนี้ถ้าเข้ามาสู่ปกติ การเคลื่อนย้ายการใช้ขนส่งบริการสาธารณะจะเพิ่มมากขึ้นจำนวนเป็นหลักล้านต่อวัน เพราะฉะนั้นตรงนี้ถ้าเว้นไปก็ไม่ได้ แต่ว่าต้องมีการใส่หน้ากากผ้า หน้ากากอนามัยกันตลอดเวลานะครับ เพราะฉะนั้นขอการยกเว้นการนั่งที่นั่งแบบเว้นระยะห่างเข้าไป แต่ว่าเรื่องของการยืนอะไรทั้งหลาย ก็เหมือนเดิมแล้วก็ความหนาแน่นสูงสุดนะครับ 70 เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขตัวนี้ ที่ประชุมก็อนุมัติไป นี่คือสิ่งที่ได้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ครับ ไปที่คำถามครับ (คุณสุภนันท์) วันนี้มีคำถามถามมาเกี่ยวกับเรื่องของการพบนะครับว่า มีการลักลอบเข้าประเทศ ที่ตรงนี้เอง อาจจะมีความเสี่ยงในการแพร่ระบาดในพื้นที่ หรือว่าเข้ามาในประเทศไทยด้วย ศบค. มีการทำงานในเรื่องนี้อย่างไรบ้างครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ครับ เรื่องนี้ก็ได้ปรากฏอยู่ในสื่อ Social Media ก็พบว่า มีการถ่ายภาพคนที่เดินทางข้ามพรมแดนนะครับ อันนี้นำเรียนว่า ทางท่าน ผอ. ศบค. ก็มีความห่วงใย แล้วก็ให้มีการสั่งการว่าให้ไปดูว่า มีการตรวจสอบว่าเป็นอย่างไร ก็พบนะครับ ว่ามีการเดินทาง ผู้เป็นผู้หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย กฎหมยนี่มีเป็นประจำและมีรอบพื้นที่ประเทศไทยเลยนะครับ ก็ท่านก็สั่งการให้มาดูแล ฝ่ายมั่นคงดูแลกันอย่างเข้มนะครับ เมื่อเช้านี้ผมได้ตัวเลขมีการประชุม ศบค. ชุดเล็กก็ได้มีการประชุมตรงนี้ขึ้นมาด้วยก็พบว่าในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมานี่ ตั้งแต่ 2 มิถุนายน จนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้ วันนี้ 29 นะครับ วันนี้รอบ 24 ชั่วโมง เขาบอกว่าจาก สปป. ลาว นี่ จับกุมได้ 7 คน กัมพูชาจับกุมได้ 35 คนนะครับ และก็มีรายงานมาตลอดทั้งเดือนนี่นะครับ ตอนนี้สะสมทั้งสิ้น 2,498 คน ในช่วงเกือบเดือนหนึ่งนี่นะครับ แล้วก็มากที่สุดก็คือเมียนมาร์ 142 กัมพูชา 1,016 แล้วก็เวียดนาม 4 มีจีนอีก 4 อินเดียอีก 27 อื่น ๆ อีก 27 นี่คือข้อมูลสถิติที่ชัดเจน แต่บอกว่าไม่ได้เป็นจากขอบพื้นที่ติดชายแดนเท่านั้น มีพื้นที่ตอนในเข้ามาด้วย นั่นหมายความว่า มีคนที่เป็นคนต่างด้าวที่เข้าเมืองผิดกฎหมายมา แล้วก็อยู่ในเมืองไทย ซึ่งอาจจะอยู่กันมานานด้วย อันนี้ก็จับกุมได้นี่ ในรอบ 1 เดือนมานี่ นำเรียนว่าเห็นตัวเลขนี้ตอนแรกผมก็บอกว่านี่ไง อาจจะเป็นเหตุด้วยหรือเปล่าครับ เรายังไม่วางใจได้ เขาบอกเบาใจได้ถ้าตัวเลขประเทศไทยเป็น 0 แต่ถ้ามีการเดินทางกันอย่างนี้ฝ่ายมั่นคงของเราดูแลกันเต็มที่ก็จับได้ประมาณนี่ แต่ในฐานะที่ผมเองเป็นโฆษก ศบค. ผมขออนุญาตนำชุดข้อมูลนี้มานำเรียนประชาชน จะรอให้ทางฝ่ายความมั่นคงบอกอย่างเดียวไม่ได้ครับ ต้องขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนได้ช่วยกันสอดส่อง ได้ช่วยกันดูแลด้วย เพราะถ้าจะบอกว่ามีการเดินทางเข้ามาบ้านพี่เมืองน้อง อาจจะเป็นญาติกัน เดินเข้าเดินออกตรงนี้ แต่ท่านก็ต้องให้ความสำคัญด้วยนะครับว่า มั่นใจว่าเขาเป็นผู้ที่มีเชื้อโรคไหมนะครับ เราจะบอกได้อย่างไร ทางอากาศเราคุมกันอย่างเข้มให้ตรวจก่อน ลงมาก็ตรวจ แต่ขอบชายแดนนี่ไม่มีห้องแล็บไปตรวจให้ตรงนี้นะครับ ท่านต้องเป็น 1 คน ที่จะช่วยกันดูแลคนที่จะข้ามแดนผ่านมา เพราะว่ามีความเสี่ยงทั้งสิ้น ข่าวของประเทศต่าง ๆ ที่มีการติดเชื้อ รวมถึงเมื่อกี้บอกมีอินเดียนี่ เราก็รายงานกันอยู่ ถึงแม้ว่าขอบประเทศเพื่อนบ้านของเราจะมีการติดเชื้อน้อย ไม่มีการที่จะให้เกิดอย่างนี้ขึ้นมานะครับ ซึ่งเราก็มีความเป็นห่วง เพราะฉะนั้นท่าน ผอ.ศบค. ในฐานะนายกรัฐมนตรีได้กำชับไปแล้ว ตัวเลขต่าง ๆ รายงานขึ้นมาเป็นระยะ ๆ ครับ (คุณสุภนันท์) ครับ มีคำถามมาจาก Social Media สอบถามเพิ่มเติมขึ้นมาจากตอนนี้ ในประเทศนี่ติดเชื้อต่อเนื่องต้องมีการต่อเรื่องของ พ.ร.ก. ฉุกเฉินครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ครับ มีคำถามอย่างนี้อยู่บ่อยมาก ๆ ก็นำเรียนว่า พ.ร.ก. ฉุกเฉิน มีความสำคัญอยู่ 2 ประเด็นใหญ่ ๆ ประเด็นแรกก็คือ อำนาจในเชิงของการป้องกันโรค ซึ่งมากกว่าเรื่องของ พ.ร.บ. โรคติดต่อครับ 3 ประเด็น อันที่ 1 คือ พ.ร.ก. ฉุกเฉินจะช่วยในเรื่องของการเดินทางเข้าออกในราชอาณาจักรในทุกช่องทาง อย่างที่ว่านี้นะครับ พ.ร.บ. โรคติดต่อทำไม่ได้ครับ คนที่เดินเข้าเดินออก 2,000-3,000 คนอย่างนี้ จัดการไม่ได้นะครับ อันที่ 2 ก็คือ การจัดทำระบบการติดตามตัว กักตัว หรือเฝ้าระวัง ไม่ว่าจะเป็น State Quarantine นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นได้จากการใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน นะครับ แล้วก็การควบคุมโรคนะครับ โดยใช้มาตรการครอบคลุมทุกกิจการ กิจกรรมที่เกี่ยวข้องนะครับ เพราะฉะนั้นจะเปิดจะปิดกิจการอะไรทั้งหลายโน่นนี่นั่นนะครับ พ.ร.ก. ฉุกเฉินเท่านั้นครับ ที่จะช่วยในเรื่องที่จะทำให้เราควบคุมโรคได้ทันการณ์ ส่วนหน้าที่ 2 ก็คือ เป็นภาพรวมของการบูรณาการเอกภาพและประสิทธิภาพ ที่เมื่อกี้บอกว่าท่าน ผอ.ศบค. ชื่นชมว่ามีการประชุม ศบค. ชุดเล็กทุกวัน ต้องชื่นชมคณะกรรมการชุดนี้ครับ ซึ่งท่านรอง ผบ.ทบ. ท่านพลเอก ณัฐพล นะครับ เป็นผู้ที่ประชุมอย่างนี้ทุกวัน ๆ อย่างนี้นะครับ ผมเองก็อยู่ในการประชุมด้วย นำเรียนว่าเราจะเห็นตัวแทนของทุกภาคส่วน ทุกกระทรวงนะครับ ทุกกรม หรืออะไรที่เกี่ยวข้องมานี่ครับ ประชุมกันไม่หยุดครับ ตั้งแต่เปิดสถานการณ์ฉุกเฉินนี้มา ทำงานอย่างนี้จึงให้เห็นภาพของบูรณาการเป็นเอกภาพอย่างนี้ ก็ต้องใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินนี่ล่ะครับ (คุณสุภนันท์) มีการสอบถามเข้ามาสำหรับการเดินทางจากต่างประเทศ คำสั่งประกาศห้ามเที่ยวบินต่างประเทศจนถึงวันที่ 30 มิถุนายนนี้ แล้วในเดือนกรกฏาคมห้ามเที่ยวบินจากต่างประเทศหรือไม่ และชาวต่างชาติที่จะเข้ามาในประเทศไทยนี่จะต้องทำอย่างไรครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ไม่มีการเสนอมติในการให้หยุดหรือว่าเปลี่ยนแปลงการดำเนินการในเรื่องของเที่ยวบินจากต่างประเทศเข้ามา ทำแบบอย่างนั้นนะครับ เมื่อกี้ที่บอกว่าถ้าเราจะรับคนต่างชาติขึ้นมานี่ก็ต้องเข้ามามาตรการของ State Quarantine ถ้าเป็นรูปแบบของเดิม หรือถ้ามาเฉพาะสั้น ๆ อันนี้แหละครับที่จะต้องขออนุญาตใหม่ แต่ไม่ได้มาแบบเสรีนะครับ ต้องผ่านเที่ยวบินที่เราจัดให้กับคนไทยที่เข้ามา บอกว่ารีแพททีเอชัน คือ จัดเฉพาะของคนไทย และเขาก็เติมเข้ามาซะ คือ 5 ประเทศที่จะเข้ามานะครับ เพราะฉะนั้นไม่ใช่เปิดแบบเสรี เปิดแบบเหมือนอย่างแต่ก่อนนะครับ แล้วก็ให้ความมั่นใจได้เลยว่าคนไทย คนต่างประเทศที่เข้ามาก็ต้องมีการเฝ้าดูอย่างที่นำเรียนไปแล้วนะครับ (คุณสุภนันท์) ครับ สำหรับวันนี้ไม่มีประเด็นคำถามเพิ่มเติมนะครับ คุณหมอมีอะไรจะฝากทิ้งท้ายช่วงท้ายนี้ไหมครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ก็เป็นประเด็นที่มีความสำคัญอย่างยิ่งนะครับ ว่าการเข้าสู่ระยะที่ 5 มีความสำคัญของคนไทย เพราะเราผ่อนคลายกิจกรรมทุกอย่างกลับไปเป็นเหมือนเดิม เขาบอกว่าคนวิถีปกติ เรา ๆ ท่าน ๆ พี่น้องประชาชนทุกคนสามารถใช้ชีวิตได้ปกติ ภายใต้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินนี้ แต่ พ.ร.ก. ฉุกเฉินก็ไม่ได้มีการจัดการอะไรอย่างอื่น ๆ ในการที่จะฃจำกัดสิทธิของท่านนะครับ เพียงแต่ว่าในการที่จะสอดส่องมองหาดูแลเรื่องสุขภาพกันทุกคน แล้วเราก็จะได้มีชีวิตที่ปกติกันยาวกันไป แต่ปกติที่ว่านี้ต้องเป็นปกติที่เป็นวิถีใหม่ ซึ่งจะเป็นปกติที่เราจะได้อยู่กันได้ และยืดระยะเวลาของการติดเชื้อออกไปให้นานที่สุด แถลงข่าวที่จะเกิดขึ้นตรงนี้ ในสัปดาห์นี้ยังคงไว้ที่ 3 วัน คือจันทร์ พุธ ศุกร์ อยู่ ถ้าต่าง ๆ ดีขึ้น ผ่อนคลายในระยะที่ 5 ที่เกิดในวันที่ 1 กรกฎาคมเป็นต้นไปนี้ และยาวนานได้ สัปดาห์ถัดไปก็จะลดลงนะครับ ผมก็จะขออนุญาตไปทำหน้าที่ในการประชุมทุก ๆ วันเหมือนเดิม แต่ว่าจะมาบอกพี่น้องประชาชนในช่วงเวลาที่ลดน้อยลงก็อาจจะเหลือวันจันทร์กับวันพฤหัสบดีนะครับ จากการประชุมที่มีความเข้มข้นที่ว่านี้นำมาให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบนะครับ ก็จะค่อย ๆ ผ่อนคลายกันลงไป ให้เหมือนกับเราก็ยังอยู่ในบ้านเมืองที่สถานการณ์ปกตินะครับ ถึงแม้จะมี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 1 เดือนก็ไม่ได้มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปในชีวิตประจำวันของเราเลยนะครับ ก็ขอให้ท่านดูแลชีวิตและสุขภาพด้วยนะครับ กราบขอบพระคุณครับ (คุณสุภนันท์) ขอบพระคุณนายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน นะครับ โฆษก ศบค. เมื่อสักครู่ได้นำเรียนในการผ่อนคลายในระยะที่ 5 ที่หลายคนจับตารอนะครับว่า รายละเอียดที่ออกมาจะเป็นเหมือนฉบับร่างหรือไม่ หลากหลายมาตรการที่ออกมายังคงไว้ ซึ่งตามฉบับร่างได้ออกมาก่อนหน้านี้นะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโรงเรียน อาคารสถานที่ต่าง ๆ เรื่องของผับ บาร์ คาราโอเกะ นะครับ แต่อาจจะมีการควบคุมในการห้ามดื่มหลังเที่ยงคืนนะครับ ส่วนห้างสรรพสินค้าเอง มีการปรับแก้รายละเอียดในส่วนของการปิดให้บริการห้างสรรพสินค้าไม่เกิน 4 ทุ่ม แต่อย่างไรก็ตามยังคงเน้นย้ำเรื่องของแพลตฟอร์มไทยชนะ หรือว่า Application ไทยชนะนะครับ ลำดับถัดไปจะเป็นการแถลงข่าวในภาคภาษาอังกฤษ สำหรับชาวต่างชาติในประเทศไทย และสื่อที่ติดตามด้วยนะครับ ขอเรียนเชิญท่านณัฐภาณุ นพคุณ รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เรียนเชิญครับ (คุณณัฐภาณุ) [ภาษาต่างประเทศ] Ր (คุณณัฐภาณุ) [ภาษาต่างประเทศ] (คุณสุภนันท์) ครับ ขอบพระคุณนะครับ ท่านณัฐภาณุ นพคุณ รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ และทั้งหมดคือการแถลงการณ์โควิด-19 ประจำวันนี้นะครับ ผม สุภนันท์ ฤทธิ์มนตรี พร้อมทีมงานทั้งหมดลาไปก่อนนะครับ สวัสดีครับ [เสียงดนตรี] [สิ้นสุดการถอดความ] Ր