--- title: การแถลงข่าวศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ช่วง 11.30-12.30 (2 ก.ค. 63) subtitle: date: วันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม 2563 เวลา 10.45 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) ... Ր (นายแพทย์เอกชัย) สวัสดีครับพี่น้องประชาชนที่รักทุกท่านขอต้อนรับเข้าสู่ศูนย์แถลงข่าวโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ถ่ายทอดสดจากกระทรวงสาธารณสุข วันที่ 2 กรกฎาคม พุทธศักราช 2563 กระผมนายแพทย์ เอกชัย เพียรศรีวัชรา รับหน้าที่เป็นพิธีกรในวันนี้ครับ เช่นเคยครับ ในช่วงแรกของวันนี้จะเป็นการเกาะติดสถานการณ์ COVID-19 ภายในประเทศไทย รวมไปจนถึงสถานการณ์ต่าง ๆ ทั่วโลกนะครับ และมีประเด็นวิเคราะห์ และมีประเด็นอะไรบ้างครับ 13.00 น. ในวันนี้จะมีประเด็นที่พี่น้องประชาชนให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่งครับ เรื่องของธุรกิจอุตสาหกรรม Mise นะครับ และขณะนี้ในช่วงมาตรการผ่อนปรนครับ จะเดินหน้าต่อไปอย่างไร ในการฝ่าวิกฤตินี้ ขอเรียนเชิญผู้ชมทุกท่านชมในช่วง 13.00 น. ครับ แต่สำหรับในช่วงแรกในวันนี้ขอเชิญท่านพบกับท่านผู้ช่วยโฆษก ศบค. นะครับ แพทย์หญิง พรรณประภา ยงค์ตระกูล กับการเกาะติดสถานการณ์ไวรัส COVID-19 ประจำวันครับ ขอเรียนเชิญครับ (แพทย์หญิงพรรณประภา) สวัสดีพี่น้องประชาชนนะคะ ดิฉันแพทย์หญิง พรรณประภา ยงค์ตระกูล รับหน้าที่ผู้ช่วยโฆษก ศบค. ค่ะ ในวันนี้วันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม 2563 จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ของเราในวันนี้ คือ 6 รายค่ะ โดยทั้ง 6 ราย เป็นผู้ป่วยที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ และเข้าพักในสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้ค่ะ นั่นหมายความว่า จำนวนผู้ติดเชื้อภายในประเทศของเรายังคงเป็น 0 ราย อย่างต่อเนื่องนะคะ สำหรับสถานการณ์ภาพรวมในประเทศไทยในวันนี้ค่ะ มีจำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสมทั้งสิ้น 3,179 ราย โดยเป็นการติดเชื้อภายในประเทศ 2,444 ราย และในสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้ 242 รายค่ะ มีผู้รักษาหายป่วยแล้ว 3,059 ราย และยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 62 ราย และในวันนี้ไม่มีเสียชีวิตเพิ่มขึ้นนะคะ คงที่อยู่ที่ 58 คนค่ะ จะเห็นว่าภาพด้านซ้ายมือนะคะ ก็คือกราฟแท่งค่ะ ก็คือ สีฟ้าและสีชมพูค่ะ จะแสดงจำนวนผู้ป่วยยืนยันตามจำนวนกลุ่มอายุนะคะ ก็คือสีฟ้าจะเป็นเพศชาย ส่วนสีชมพูเป็นเพศหญิงค่ะ จะเห็นว่ากราฟแท่งจะชัดเจนในช่วงอายุ 20-29 ปี รวมถึง 30-39 ปี ซึ่งก็เป็นจำนวนผู้ติดเชื้อมากที่สุดค่ะ ก็จะเน้นย้ำในเรื่องของกลุ่มวัยทำงาน ที่ต้องเฝ้าระวังตนเองจากการติดเชื้อค่ะ รายละเอียดของผู้ป่วยรายใหม่ในไทยวันนี้นะคะ ผู้ป่วยทั้ง 6 ราย ค่ะเป็นคนไทยที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศและเข้าพักในสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดหาให้ค่ะ เดินทางมาจากอินโดนีเซีย แล้วก็แอฟริกาใต้ 1 ราย แล้วก็ซูดาน 1 รายค่ะ โดยรายละเอียดค่ะ ผู้ป่วยคนไทยที่เดินทางกลับจากอินโดนีเซียรายที่ 1 ค่ะ เป็นเพศชายอายุ 21 ปี อาชีพนักเรียน นักศึกษาค่ะ รายที่ 2, 3 และ 4 เป็นเพศชาย อายุ 37 ปี 43 ปี และ 62 ปีค่ะ ทั้งหมดมีอาชีพรับจ้างทั่วไปค่ะ ทั้ง 4 รายนี้ค่ะ เดินทางมาถึงไทยวันที่ 24 มิถุนายน มีผู้โดยสารเดินทางมาทั้งหมด 172 คนนะคะ แล้วก็ได้มีการเข้าพักในสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้ ในจังหวัดชลบุรีค่ะ มีการเก็บตัวอย่าง ในวันที่ 29 มิถุนายนค่ะ โดยพบเชื้อ โดยทั้ง 4 รายนี้ไม่มีอาการค่ะ อีก 1 รายนะคะ เดินทางมาจากแอฟริกาใต้ค่ะ เป็นผู้ป่วยเพศชายอายุ 24 ปี เป็นนักศึกษา มีอาการไอมา 1 สัปดาห์ เดินทางมาถึงไทยในวันที่ 28 มิถุนายนค่ะ โดยมีผู้โดยสารเดินทางร่วมกันมาทั้งหมด 106 คน มีการคัดกรองที่ด่านสุวรรณภูมินะคะ ส่งตรวจครั้งที่ 1 ในวันที่ 28 มิถุนายน ผลไม่พบเชื้อค่ะ แล้วก็ได้มีการส่งตรวจครั้งที่ 2 ในวันที่ 30 มิถุนายน ผลพบเชื้อค่ะ อีก 1 รายนะคะ เดินทางกลับมาจากประเทศซูดานค่ะ เป็นผู้ป่วยเพศชายทั่วไปค่ะ เดินทางมาถึงไทยวันที่ 24 มิถุนายน และได้เข้าพักในสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดหาให้ ในจังหวัดชลบุรีค่ะ เก็บตัวอย่างในวันที่ 29 มิถุนายนนะคะ ผลพบเชื้อ รายนี้ไม่มีอาการค่ะ ตารางนี้นะคะ เป็นตารางแสดงจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ในวันนี้ ในสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้ จะเห็นว่ากรอบสีแดง ก็คือแสดงจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ที่เพิ่มขึ้นในวันนี้ค่ะ ซึ่งมาจากอินโดนีเซีย 4 ราย ซูดาน 1 ราย และแอฟริกาใต้ 1 รายค่ะ ทำให้จำนวนผู้ป่วยสะสมในสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้ของเรานะคะ มีจำนวนทั้งสิ้น 242 รายค่ะ มาที่สถานการณ์ของ COVID-19 ทั่วโลกนะคะ ในวันนี้ค่ะ ทั่วโลกมีจำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสมมากถึง 10,800,000 รายแล้วนะคะ โดยเป็นผู้ป่วยรายใหม่มากถึง 200,000 ราย ซึ่งก็เป็นจำนวนผู้ป่วยมากที่สุด ตั้งแต่มีการระบาดทั่วโลกมาค่ะ และในวันนี้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีก 5,000 คนนะคะ รวมผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 518,000 คนค่ะ ประเทศ 3 อันดับแรกนะคะ ที่มีจำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสมมากสุดยังคงเป็นสหรัฐอเมริกา บราซิล แล้วก็รัสเซียค่ะ โดยในวันนี้ในไฮไลท์สีเหลือง ประเทศสหรัฐอเมริกามีจำนวนผู้ป่วยมากถึง 52,000 ราย ทำให้มีจำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสม 2,779,953 รายแล้วค่ะ ตามมาด้วยบราซิลในอันดับ 2 นะคะ ซึ่งมีจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ 44,000 รายค่ะ ทำให้มีจำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสม 1,450,000 ราย สีแดงนะคะ แสดงจำนวนผู้เสียชีวิตในวันนี้ค่ะ ซึ่งมากที่สุดอยู่ที่ประเทศบราซิลนะคะ มากกว่า 1,000 คนค่ะ อันดับ 2 ก็คือ เม็กซิโก อันดับ 3 ก็คืออเมริกาค่ะ มาที่สถานการณ์ของโควิด-19 ในประเทศอินเดียค่ะ ยังคงเป็นประเทศที่มีผู้ป่วยยืนยันสะสมมากที่สุดในเอเชีย โดยในวันนี้ค่ะมีมากถึง 600,000 ราย และมีจำนวนผู้ป่วยเกือบ ๆ 20,000 รายด้วยกัน ตามมาด้วยปากีสถานและบังกลาเทศค่ะ ในวันนี้จะเห็นว่าอินโดนีเซียค่ะ มีจำนวนผู้ป่วยรายใหม่มากถึง 1,385 ราย ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงเรื่อย ๆ นะคะ เช่นเดียวกับฟิลิปปินส์ค่ะ มีจำนวนผู้ป่วยรายใหม่เกือบ ๆ 1,000 รายค่ะ ก่อนหน้านี้ฟิลิปปินส์มีผู้ป่วยหลักร้อย ก็คือประมาณ 500 - 600 รายต่อวัน แต่ในวันนี้ ก็คือเกือบ ๆ 1,000 รายนะคะ ญี่ปุ่นค่ะ ประเทศในอันดับถัดไปก็มีจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ในวันนี้เกิน 100 รายค่ะ ซึ่งมีจำนวนมากถึง 130 รายในวันนี้ค่ะ ประเทศไทยยังคงที่อยู่อันดับที่ 96 ค่ะ กราฟนี้เป็นกราฟแสดงจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ทั่วโลกนะคะ จะเห็นได้ว่าในกราฟสีแดงและกราฟเส้นสีน้ำเงินนะคะ แสดงจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ในประเทศบราซิลและสหรัฐอเมริกา ซึ่งก่อนหน้านี้ช่วงต้นเดือนมิถุนายน จะเห็นได้ว่าตัวกราฟดูเหมือนจะค่อนข้างคงที่ค่ะ ประมาณ 2 - 3 หมื่นรายต่อวัน รายใหม่ แต่ในช่วงปลายเดือนที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ค่ะ มีรายงานว่ามีการระบาดระลอกใหม่ในสหรัฐอเมริกา และการระบาดที่ยังคุมไม่ได้ในประเทศบราซิล ก็จะเห็นว่า เส้นกราฟที่มีการพุ่งสูงขึ้นอย่างเล็กน้อย อย่างต่อเนื่องค่ะ เส้นกราฟสีเขียวนะคะ แสดงจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ในประเทศอินเดียนะคะ ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนะคะ อย่างที่บอกว่าในวันนี้ก็มีเกือบ ๆ 20,000 รายต่อวัน ซึ่งก่อนหน้านี้ค่ะ ประเทศข้างเคียงก็คือบังกลาเทศ และปากีสถาน ก่อนหน้านี้ประมาณต้นเดือนค่ะ จะมีเส้นกราฟที่พุ่งสูงขึ้นค่ะ แต่วันนี้ค่ะปากีสถานและบังกลาเทศมีจำนวนผู้ป่วยค่อนข้างลดลงเล็กน้อยและก็มีเกณฑ์ที่ค่อนข้างคงที่อยู่ประมาณ 3,000-5,000 รายต่อวันค่ะ มาที่ประเด็นที่น่าสนใจในต่างประเทศ อันนี้เป็นประเทศไทยของเราค่ะ อันนี้เป็นความน่ายินดีนะคะ ในวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา สมาชิกของสหภาพยุโรป หรือ EU ลงมติอนุมัติรายชื่อปลอดภัย นอก EU นะคะ ซึ่งจะอนุญาตให้นักท่องเที่ยวและนักธุรกิจจากกลุ่มประเทศดังกล่าว สามารถเดินทางเข้า EU ได้ค่ะ ซึ่งรายชื่อของ 15 ประเทศ ก็ได้แก่ดังนี้ค่ะ ไทย จีน ออสเตรเรีย ญี่ปุ่น มอนเตเลโก มอลรอคโค ระวันดา เซอร์เบีย เกาหลีใต้ ตุรกี และอุรูกวัยค่ะ จากประเทศดังกล่าวนี้ค่ะ สามารถเดินทางเข้าสู่ EU ได้ แต่อย่างไรก็ตามค่ะ นักท่องเที่ยวจากจีนนะคะ จะได้รับอนุมัติเข้า EU เข้าประเทศได้ก็ต่อเมื่อประเทศจีนรับนักท่องเที่ยวจาก EU ค่ะ ทั้งหมดก็เป็นประเด็นที่น่าสนใจในวันนี้ค่ะ วันนี้มีประเด็นคำถามไหมคะอาจารย์ (นายแพทย์ เอกชัย) ครับ วันนี้ไม่มีประเด็นคำถามเพิ่มเติมนะครับ เป็นที่น่ายินดีที่ประเทศไทยติดโผที่น่าเชื่อถือ และปลอดภัยสูงจากเชื้อ COVID-19 แล้วก็จากที่ท่านโฆษก ศบค. ได้พูดในวันนี้นะครับ วันนี้มีสถิติที่ค่อนข้างน่าสนใจมากนะครับ เป็นวันแรกนะครับ เพียงวันเดียวผู้ติดเชื้อเกิน 200,000 คนนะครับ ภายในวันเดียว เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงในสถานการณ์ทั่วโลกนะครับ ในช่วงท้ายวันนี้ ท่านผู้ช่วยโฆษก ศบค. มีประเด็นอะไรที่จะฝากถึงพี่น้องประชาชนทางบ้านบ้างครับ (แพทย์หญิง พรรณประภา) ที่อยากจะฝากไว้ในวันนี้นะคะ ในวันพรุ่งนี้ค่ะ ก็จะเป็นวันศุกร์สุดสัปดาห์นะคะ ตามด้วยวันหยุดยาวค่ะ ก็คือวันเสาร์ อาทิตย์ จันทร์ อังคาร เพราะฉะนั้นค่ะ หลังจากมีมาตรการผ่อนคลายมาตรการที่ 5 ผับ บาร์ คาราโอเกะที่เปิดให้บริการ ในวันหยุดสุดสัปดาห์ ก็จะมีพี่น้องประชาชนก็อาจจะออกไปใช้บริการกัน รวมถึงในวันหยุดยาวค่ะ ก็อาจมีการเดินทางไปท่องเที่ยวตามต่างจังหวัด ไปทำบุญที่วัดนะคะ เพราะฉะนั้นค่ะมาตรการในการป้องกันการติดเชื้อยังเป็นสิ่งสำคัญ ก็จะต้องเน้นย้ำในเรื่องของมาตรการในการป้องกันการติดเชื้อ รวมถึงพี่น้องประชาชนที่ไปใช้บริการค่ะ ก็ต้องท่องเที่ยวด้วยความระมัดระวังค่ะ สวมหน้ากากอนามัยเสมอ แล้วก็ล้างมือบ่อย ๆ พยายามรักษาระยะห่างระหว่างกันค่ะ เพื่อให้เราท่องเที่ยวได้อย่างมีความสุข และปลอดภัยค่ะ ในวันนี้ก็ต้องขอจบการแถลงข่าวจากศูนย์บริหารสถานการณ์ COVID-19 แต่เพียงเท่านี้ สวัสดีค่ะ [สิ้นสุดการถอดความ] Ր