--- title: การแถลงข่าวศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ช่วง 11.30-12.30 (22 ก.ค. 63) subtitle: date: วันพุธที่ 22 กรกฎาคม 2563 เวลา 10.45 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) ... ՐՐ [เสียงดนตรี] (คุณปวีณา) สวัสดีค่ะ ต้อนรับคุณผู้ชมเข้าสู่การแถลงข่าวจากศูนย์บริหารสถานการณ์ COVID-19 จากทำเนียบรัฐบาลนะคะ วันนี้เราขยับเวลามาครึ่งชั่วโมง เนื่องจากเมื่อเช้านี้มีการประชุม ศบค. ชุดใหญ่ ที่มีพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ผลเรื่องของมาตรการผ่อนคลายจะมีอะไรบ้าง รวมถึงสถานการณ์ ณ วันนี้เป็นอย่างไรนะคะ ติดตามจากนายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษนุโยธิน โฆษก ศบค. เรียนเชิญค่ะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) กราบสวัสดีพี่น้องประชาชนครับ วันนี้มารายงานตัวช้าสักนิดหนึ่งนะครับ เพราะว่าการประชุมถึงตอนนี้ก็ยังไม่เสร็จสิ้น แต่ขออนุญาต ผอ. ศบค. ได้ออกมารายงานให้ท่านได้รับทราบ ถึงผลการประชุมในเบื้องต้นก่อนก็แล้วกันนะครับ วันนี้เป็นการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ถ้าจะพูดว่า เป็นชุดใหญ่ ศบค. ชุดใหญ่วันนี้ก็เต็มทีมนะครับ ที่ตึกสันติไมตรีหลังนอกนะครับ มีหลายเรื่องทีเดียว ผมขออนุญาตได้นำเสนอชุดที่เป็นการนำเสนอตามวาระการประชุมนะครับ เรื่องของแรกก็คือทางศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณะได้มีการรายงานสถานการณ์ โดยทางท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุข ก็ได้มีการ Update เรื่องของชุดข้อมูลของทางจังหวัดระยองและกรุงเทพมหานครนะครับ โดยสรุปวันนี้ทุกรายที่ไปตรวจนี่ไม่พบเชื้อ ใน 7,207 ราย สถานการณ์ของทาง 2 จังหวัดนี้ ก็ได้ทำให้เกิดการเรียนรู้นะครับ ทางคณะกรรมการก็ได้นำเรียนว่า เราคงจะต้องมีมาตรการกันอย่างละเอียด เพื่อที่จะได้ดูแลกันต่อไป ลงรายละเอียดของสถานการณ์ประจำรายวัน วันนี้ 6 ราย ก็ยังอยู่ State Quarantine ทั้งสิ้น ทั้ง 6 ราย ทำให้ตัวเลขยืนยัน 3,261 รายนะครับ หายป่วยไปแล้ววันนี้ 3,105 ราย ยังคงเดิม เสียชีวิตก็ไม่เพิ่มขึ้น ที่ 58 แล้วก็รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 98 ราย ทั้ง 6 รายนี้ เป็นอียิปต์ 4 ราย สหรัฐเมริกา 1 ราย เยอรมันอีก 1 ราย ในรายละเอียดผมขอได้ไปเร็ว ๆ นะครับ ที่อยู่ในรายละเอียดนี้ท่านสามารถดูได้ในเฟซบุ๊กนะครับ ซึ่งก็จะรายงานเป็นประจำนะครับ เพื่อประหยัดเวลาในวันนี้ ซึ่งมีหลายเรื่องที่ต้องรายงานนะครับ รวมถึงสถิติของอียิปต์นะครับ สหรัฐอเมริกา และเยอรมัน ซึ่งเป็นชาติที่คนเดินทางกลับมาจากต่างประเทศ เราก็ได้รายงานอยู่ในหน้าถัดไปนี้นะครับ ไปดูสถานการณ์ของโลกนะครับ ตอนนี้ยืนยันอยู่ที่ 15,093,712 ล้าน แล้วก็สหรัฐอเมริกาก็ขึ้น 4 ล้าน วันแรก บราซิล อินเดีย รัสเซีย และเซาต์แอฟริกา ลงมานะครับ เสียชีวิตยังอยู่ที่ 600,000 นะครับ 619,000 กว่านะครับ ไทยอยู่ที่อันดับที่ 103 นะครับ ขยับลงมา 1 อันดับ เมื่อวานนี้อยู่ 102 แล้วก็มีลำดับต่าง ๆ ก็จะนำเสนอ 50 ลำดับตามเอกสาร ผมขออนุญาตไปเร็ว ๆ ณ ตอนนี้นะครับ ที่มีประเด็นที่สำคัญนะครับ ก็คือวันนี้มีการนำเสนอ เพื่อทราบสักประมาณ 2-3 เรื่อง ก็คือเรื่องของความก้าวหน้าของวัคซีน ซึ่งในเรื่องของภายในประเทศก็ได้มีการทำงาน โดยทางฝั่งของฝ่ายวิชาการของมหาวิทยาลัยนะครับ และทางด้านของทาง... อันนี้เราจะผลิตเองก็ใช้เวลา แต่อีกฝั่งหนึ่ง คือการร่วมมือกับต่างประเทศ ซึ่งข่าวโดยเร็วก็อย่างที่เราได้ทราบนะครับ คือที่อังกฤษได้มีความก้าวหน้าเข้าไปในการทดลองของระดับของมนุษย์แล้ว ซึ่งอันนี้ของทาง ศบค. ใหญ่ ก็ได้ให้มีความร่วมมือกันนะครับ ในลักษณะหนึ่ง ก็คือเป็นทางการระหว่างรัฐบาลนะครับ อันที่ 2 ก็คือ ในระดับของทางการประสานงาน ในระดับของภาคเอกชน ที่เรามีโรงงานที่เรียกว่า Siam Bioscience โรงงานที่มีศักยภาพนะครับ สูงที่สุด ซึ่งถ้าย้อนความไปทุกท่านคงทราบ siam bioscience ผลิตชุดที่ตรวจในปัจจุบันนี้ เป็นโรงงานที่อยู่ในพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่สร้างโรงงานนี้ขึ้นมานะครับ ก็จะมีการพัฒนา สนับสนุนให้มีการพัฒนาในการที่จะต่อยอดไปผลิตวัคซีนนี้ให้ได้ ซึ่งในส่วนของการต้องใช้งบประมาณหรืออะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ในที่ประชุมก็ได้มีการอนุมัติหลักการ และให้ไปลงในรายละเอียดแล้ว เพื่อที่จะหาแหล่งทุน แล้วก็ไปสู่ความร่วมมือกับทางประเทศที่มีศักยภาพที่จะพัฒนวัคซีนโดยเร็ว เพื่อทำให้เกิดความมั่นคงในทางด้านสาธารณสุขต่อไป ซึ่งตรงนี้ท่าน ผอ. ศบค. ต้องมีการสร้างความร่วมมือกันให้มากขึ้น ขณะเดียวกันคงต้องมีบทในเรื่องของการลงโทษ ถ้ามีเรื่องของการฝ่าฝืนในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ ในเรื่องของมาตรการการป้องกันช่วยเหลือประชาชน โดยฝั่งของทางมหาดไทยและกรุงเทพมหานคร เดี๋ยวคงมีข้อสรุปกันไป ส่วนประเด็นเพื่อพิจารณาที่มีความสำคัญ ณ วันนี้นะครับ ก็มีเรื่องของการพิจารณาความเหมาะสมการขยายระยะเวลาในการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ซึ่งอันนี้ก็มีนะครับ ทางด้านของการรายงาน โดยทางท่านเลขาฯ สภาความมั่นคงแห่งชาตินะครับ ก็ได้รายงานว่าเนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดของภาพรวมของโลก แล้วยังคงมีการระบาดที่รุนแรง อีกทั้งยังมีคนไทยและชาวต่างชาติ ที่ได้รับการผ่อนผันการเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการมีการอนุญาตของชาวต่างชาติที่เข้ามาในราชอาณาจักรเพิ่มเติมนะครับ นอกจากนี้มาตรการผ่อนคลายภายในประเทศที่เป็นกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูงต่อการแพร่ระบาดโรค ที่มีความจำเป็น ต้องมีการกำกับดูแลเจ้าหน้าที่ของรัฐอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง เพื่อเฝ้าระวังไม่ให้มีการระบาดของโรคภายในประเทศนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ในความจำเป็นจึงขอขยายระยะเวลาในการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินนะครับ ซึ่งมีความจำเป็นที่ต้องมีอำนาจตามกฎหมายเชิงป้องกันตามกฎหมายเชิงป้องกันและแก้ไขปัญหาที่มีประสิทธิภาพ อาทิ 1. การควบคุมการเดินทางเข้าออกราชอาณาจักรในทุกช่องทาง 2. การจัดทำระบบติดตามตัว การกักตัว และติดตามเฝ้าระวังบุคคลต้องสงสัย และ 3 มาตรการการควบคุมโรคที่สามารถบังคับใช้ได้อย่างครอบคลุมในทุกกิจกรรมกิจการที่เกี่ยวข้อง ความจำเป็นมีระบบบริหารกิจการ ในลักษณะของการรวมศูนย์ปฏิบัติได้อย่างรวดเร็ว เป็นเอกภาพ และมีประสิทธิภาพ รวมทั้งมีการบูรณาการกำลังพลเรือน ตำรวจและทหาร ตามกำลังอย่างมีประสิทธิภาพ ตามอำนาจ ตาม พ.ร.ก. ฉุกเฉิน จะเป็นเครื่องมือที่สำคัญให้กับประเทศในช่วงการเปลี่ยนผ่านสู่ฐานวิถีชวิตใหม่ หรือนิวนอร์มอล ตรงนี้นะครับ ท่านเลขา ศบค. อนุมัติในหลักการที่จะนำเสนอต่อที่ประชุมของทางคณะรัฐมนตรีที่จะเกิดขึ้นในสัปดาห์หน้า ต่าง ๆ ก็ทางสื่อมวลชนสามารถที่จะสัมภาษณ์ได้ โดยตรงกับท่านเลขา สมช. ต่อไปนะครับ ในเรื่องถัดมาก็เป็นเรื่องที่ก็เป็นเรื่องที่เกี่ยวโยงกันกับเรื่องของการจัดการกับเรื่องของผู้ที่นำนะครับ เรียกว่าเรื่องของความคืบหน้าในการจัดการทำข้อตกลงพิเศษ Special Arrangement คณะกงสุลนะครับ องค์การระหว่างประเทศ หรือผู้แทนรัฐบาล หรือหน่วยงานของรัฐและกระทรวงการต่างประเทศอย่างที่เคยนำเรียนว่า เอา 2 กลุ่มง่าย ๆ คือ กลุ่มของนักธุรกิจ และผู้เชี่ยวชาญที่เดินทางเข้ามา กับอีกกลุ่มหนึ่ง คือกลุ่มของนักการทูต ที่เราเคยคุยกันนะครับ ซึ่งอันนี้โดยสรุปพูดสั้น ๆ ง่ายเลยนะครับ เข้ามาแล้วต้องมีมาตรการอยู่ใน State Quarantine ซึ่งอันนี้โดยเฉพาะนักการทูตที่เราได้พูดคุยกัน แล้วก็ได้ทราบไปแล้ว ตรงนี้ในรายละเอียดทางกระทรวงการต่างประเทศจะเป็นผู้ที่ลงรายละเอียด และให้ข่าวกับสื่อมวลชนต่อไปได้นะครับ ซึ่ง ณ ตอนนี้รายละเอียดก็ได้พูดคุยกันในที่ประชุมหลากหลาย แล้วก็มีลงในรายละเอียดจำนวนมาก ซึ่งผมเคยนำเรียนผ่านทางการแถลงกันไปบ้างแล้ว ณ วันนี้ก็เป็นการอนุมัติในหลักการ และให้ทางกระทรวงการต่างประเทศได้ไปลงในรายละเอียดครับ ถัดไปครับ เป็นเรื่องของทางด้านกระทรวงแรงงานนะครับ ขออนุญาตได้ดูหัวข้อสักนิดหนึ่ง ครับ เป็นเรื่องของการพิจารณาแนวทาง มาตรการ หลักเกณฑ์และวิธีการปฏิบัติสำหรับการนำแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ คือ เมียนมาร์ ลาว และกัมพูชา เข้ามาในประเทศนะครับ อันนี้โดยทางกระทรวงแรงงานนะครับ อย่างที่นำเรียนว่า ตอนนี้มีความต้องการการใช้แรงงาน ที่เขาเรียกว่าไร้ฝีมือ ก็คือต้องใช้แรงกายทั้งหลายเป็นส่วนใหญ่ จากทางกัมพูชา ลาว เมียนมา ร์นะครับ ก็พบว่ามีความต้องการ ตัวหนังสือเล็กสักนิดหนึ่งนะครับ แต่ผมขออนุญาตอ่านให้ฟังแล้วกันนะครับ มีอยู่ 2 กลุ่มด้วยกันครับ ที่มี Work permit หรือใบอนุญาตการทำงาน และมีวีซ่าอยู่แล้ว กลุ่มนี้ต้องการกลับเข้ามาทำงานใหม่นะครับ 69,235 คน และแรงงานที่ยังไม่มี work permit หรือไม่มีวีซ่าออกมาเลยนะครับ นายจ้างเขาก็ได้มีการยื่นติดต่อกันแล้วครับ ประมาณ 42,168 คน รวมแล้วประมาณสักแสนกว่าคน ประมาณ 11,000 กว่า หรือ 120,000 ธุรกิจอะไรบ้างครับ โครงสร้างพื้นฐาน ก็ก่อสร้างพูดง่าย ๆ ครับ แล้วอุตสาหกรรมอาหาร เข้ามาแล้วต้องมีอะไรบ้าง ตรงนี้มีความสำคัญครับ เพราะว่าผู้ประกอบการบอกว่า ถ้าเข้ามาแล้วอยู่ใน State Quarantine แล้วต้องจ่ายเอง ตอนนี้ต้นทุนอยู่สูงมากครับ ก็คือประมาณสักเกือบ ๆ 20,000 บาทต่อคน ซึ่งถ้าเข้ามาขนาดอย่างนี้นี่อาจจะทำให้ต้นทุนในการทำงาน การผลิตต่าง ๆ สูงขึ้นไปด้วย มีการพูดคุยกันขึ้นมา มีศัพท์ขึ้นมา เขาเรียกว่า Organizational Quarantine ขึ้นมา และอาจจะแทนที่จะนอน 1 คน ซึ่งค่าใช้จ่ายจะเปลือง ก็อาจจะเป็น 2 คนบ้าง หรืออาจจะ... จำนวนคน เพื่อให้คนกลุ่มนี้ที่เข้ามาได้อยู่ในพื้นที่ที่องค์กรนั้น อาจจะเป็นบริษัทหรืออะไรก็แล้วแต่ที่ได้รับการตรวจมาตรฐานไปพร้อม ๆ กัน กับส่วนของกระทรวงสาธารณสุข กับฝ่ายมั่นคงเข้ามาดูตรงนี้ด้วย ว่ามีระบบป้องกันไม่ให้คนเหล่านี้ออกข้างนอกอย่างไร มีระบบการที่จะดูแลเขาในการที่จะทำให้เรื่องของการถ่าย เขาเรียกอะไรครับ อยู่ในพื้นที่ ไม่ออกไป ไม่ถ่ายทอดเชื้อ ไม่เอาเชื้อไปติดต่อคนอื่นนี่ ต้องคล้าย ๆ กับเรื่องของการดูแลที่เราคุ้นเคยกัน State หรือ Local Quarantine ที่เรามั่นใจอยู่ในระบบนี้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นชุดนี้มาอีก 120,000 จะต้องมี Organizational Quarantine ซึ่งจะลดค่าใช้จ่ายลง จะทำให้สามารถที่จะกำกับดูแลได้ ซึ่งอันนี้ทางภาคของทางกระทรวงแรงงานก็ได้พูดคุยกับ ศบค. ชุดเล็ก และได้มีแนวทางการปฏิบัติ แล้วก็ได้มีแนวทางการปฏิบัติอะไรกันมาบ้างอยู่แล้วนะครับ ซึ่งช่องทางที่เขาจะเข้ามา คือ หนองคาย สระแก้ว มุกดาหาร ตาก ระนอง สุวรรณภูมิทั้งหลายนี่ ก็จะเป็นช่องทางที่เขาเข้ามา แต่อย่างไรก็ตามแต่พื้นที่ที่จะอยู่หรือพื้นที่จะต้องจัดตรงนี้ คงจะมีในรายละเอียดนะครับ เดี๋ยวทางกระทรวงแรงงานคงจะได้นำข้อมูลเพิ่มเติมเข้ามานะครับ นี่คือเรื่องหนึ่งในข้อการพิจารณานะครับ เรื่องเพื่อพิจารณา ถัดมาครับ อันนี้จะเกี่ยวข้องกับหัวข้อของการพิจารณาการเตรียมความพร้อม เพื่อผ่อนคลายการบังคับใช้กฎหมายในอนาคต ซึ่งจะมีกลุ่มที่เกี่ยวข้องอีก 4 กลุ่มครับ ก็คือเรื่องของการอนุญาตให้ชาวต่างชาติเข้ามาจัดการแสดงสินค้าในราชอาณาจักรนะครับ กลุ่มที่ 1 คือกลุ่มนี้ ก็คุยกันว่ามีกลุ่มที่จะเข้ามาจำนวนค่อนข้างที่จะมากขึ้นเรื่อย ๆ นะครับ มีความต้องการเข้ามา ซึ่งเขาบอกว่า ในเดือนกันยายนนี่จะมี 1 งาน สัก 400 กว่าคน พฤศจิกาจะเยอะขึ้น 4,000 กว่าคน ธันวาคม จะมีงานนานาชาติอีก 2 งาน 1,000 กว่าคน เพราะฉะนั้น งานเหล่านี้จะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจพอสมควร เพราะฉะนั้นขอทางที่ประชุมได้อนุมัติ โดยเขาไม่ได้มีการคุยกันนะครับว่า มีแนวปฏิบัติในการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าสำหรับชาวต่างชาติ ก่อนจะเข้ามาต้องทำอย่างไร เข้ามาแล้วจะต้องเกิดอะไรขึ้นบ้าง ต้องอยู่ในโรงแรมที่ ศบค. List ไว้ เป็น State Quarantine เป็น Alternative State Quarantine นะครับ แล้วก็ต้องระหว่างนั้นที่อยู่กระบวนการของบริษัทที่จะรับจัดการให้มีการเดินทาง จะต้องมีเจ้าหน้าที่กำกับดูแล 1 คน ต่อ 10 คนต่างชาติที่เข้ามา อะไรต่าง ๆ เหมือน ๆ กับสิ่งที่เราเคยนำเรียนชุดที่เรียกว่าเป็น special arrengment ติดตามกันไปในทุก ๆ ที่จนกว่าจะเข้าสู่งานแสดงสินค้า ก็จะมีช่องทางเข้าพักอะไรทั้งหลาย การจัดทางเดินทางให้ มีกระบวนการของการจัดโต๊ะที่นั่ง มีภาพของการจัดโต๊ะที่นั่งนะครับ ถ้าเจรจากัน คู่ค้าเจรจากันโต๊ะต้องมีแผ่นกั้นนะครับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เกิดการพูดคุยลงไปในรายละเอียด เดี๋ยวไปดูภาพที่มีรูปภาพ แนวปฏิบัติการเข้าร่วม และการเจรจา เป็นตัวอย่างนะครับ ถัดไปเลยครับ เลื่อนไปครับ ก็จะเห็นภาพของโต๊ะที่นั่งที่ทำให้คนที่พูดคุยเจรจาผู้เจรจาทางการค้า ได้เห็นภาพนี้ รายละเอียดเยอะครับ ผมคงไม่ได้เล่าให้ฟังทั้งหมด แต่ว่าที่ประชุมได้รับฟังข้อเสนอและก็พิจารณากันอย่างดี ให้เห็นภาพของการควบคุมดูแลเรื่องโรคนี้ด้วย อันนี้ก็คือที่ประชุมก็รับหลักการ เดี๋ยวเรื่องของตรงนี้ สสปน. หรือสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ จะเป็นผู้ให้ข่าวในรายละเอียดถ้าสื่อมวลชนต้องการจะทราบนะครับ เพื่อสร้างความมั่นใจ ก็จะได้ติดตามข่าวทาง สสปน. นะครับ ไปในเรื่องของการอนุญาตให้ชาวต่างชาติมาถ่ายทำภาพยนตร์ ก็พบว่าในแต่ละปี ผมเพิ่งทราบนะครับว่า มีหนังมาถ่ายทำกันนี่นะครับ ตั้งแต่ปี 59 นี่ 700 กว่าเรื่อง 60 800 กว่าเรื่อง 61 700 แล้วก็เกิดมูลค่าของเงินนะครับ จาก 2,000 ล้าน ขึ้นเป็น 3,000 ล้าน เป็น 4,000 กว่าล้านบาท ในปี 2562 4863 แต่มาพอปี 63 นี่ หายไปเลยนะครับ ซึ่งตรงนี้นะครับถือเป็นการจ้างงาน ถือเป็นการที่จะสร้างมูลค่าได้ วันนี้ครับ ก็ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ก็ได้มานำเสนอในข้อปฏิบัติการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ของคณะถ่ายทำชาวต่างชาติ มาบอกให้ที่ประชุมทราบ ซึ่งมีทั้งในเรื่องของการตรวจก่อนมา ใบรับรองแพทย์ การอยู่ใน Alternative State Quarantine การอยู่ในที่เขาเรียกว่าเป็น Liaison Officer มีประกันสุขภาพ มีมาตรการต่าง ๆ อันนี้หลายอย่างเลยนะครับ ซึ่งที่ประชุมได้รับทราบก็ได้อนุมัติในหลักการ ก็ให้ทารกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ลงในรายละเอียด เช่นเดี่ยวกับเรื่องของ Medical And Wellness Program นะครับ ซึ่งอันนี้ต้องเรียกว่าบอกว่าเป็น Package Tour เชื่อมโยงเข้าไปนะครับ พอรักษาจำได้ไหมครับ พอรักษาเสร็จ ประเภททำทั้งหลาย ทำหน้า ทำตา ทำจมูก ทำลูกอะไรก็แล้วแต่ ทำฟันเสร็จแล้ว ไปเที่ยวต่อ เขาจัด package ต่าง ๆ เหล่านี้ เพื่อให้ทางด้านของผู้ที่มีศักยภาพเข้ามา บินเข้ามารักษาโรคที่ต้องค่าใช้จ่ายแพง ๆ ก็ได้เที่ยวต่อ หลังจากที่อยู่ในโรงพยาบาลแล้ว 14 วัน เขาต้องทำ ถึงแม้ทำฟันก็ต้องอยู่ โรงพยาบาล 14 วัน เหมือนเราไปทำฟัน เสร็จแล้วก็กลับบ้านเฉย ๆ ไม่ได้ ต้องอยู่ที่นั่นเลย 14 วัน ทำให้เรามั่นใจ เพราะฉะนั้น ถ้าเขาจะไปที่ไหนภายในประเทศไทยเราหลังจากนั้นได้ครับ นี่คือโปรแกรม Plus ขึ้นมา โปรแกรมที่บวกขึ้นมา เพื่อให้คนเหล่านี้ได้มาใช้จ่ายในประเทศเรา ถัดไปอีกเรื่องหนึ่งก็คือ บุคคลที่ถือบัตรสมาชิกพิเศษของประเทศไทย หรือ Thailand Elit card ซึ่งมีจำนวนนะครับ ซึ่งสมาชิกประมาณสักหมื่นกว่าราย อยู่ในราชอาณาจักรประมาณ 3,000 กว่าราย แล้วก็นอกราชอาณาจักรไทยอีก 7,000 กว่ารายนะครับ กลุ่มนี้ที่จะนำร่องให้เดินทางเข้าราชอาณาจักร 200 ราย ก็จะนำเสนอว่ามีมาตรการอะไรนะครับ ที่จะให้สร้างความมั่นใจนะครับ เชื้อเชิญให้เขาเข้ามาแล้วก็กำกับดูแล โดยเฉพาะเราจะต้องให้เขาอยู่ใน State Quarantine อะไรอย่างไรเพื่อให้มั่นใจ นี่คือสิ่งที่ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ผมขออนุญาตไม่ลงในรายละเอียด ถ้าท่านมีข้อคำถามก็เชิญไปทางที่ทางกระทรวงได้นะครับ ก็จะตอบได้ทุก ๆ คำถาม แต่โดยหลักการแล้วทาง ศบค. ชุดใหญ่ก็อนุมัติในหลักการ แล้วก็ให้ลงไปในรายละเอียดที่จะเกิดขึ้น นี่คือสิ่งที่ได้มีการพูดคุยกัน ส่วนข้อมูลชุดต่าง ๆ ก็จะนำเรียนผ่านทางด้านของทาง Facebook นะครับ ศูนย์ข้อมูลโควิดนะครับ สุดท้ายทิ้งท้ายที่ก่อนที่ผมจะได้ให้ท่านเลขา สมช. ท่านจะมาแถลงข่าวต่อในเรื่องของหลักการเหตุผลของการขยาย พ.ร.ก. ฉุกเฉินนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะ ผอ. ศบค. นะครับ ได้ฝากนะครับ ชุดข้อมูลมาว่า ก็ให้กำลังใจกับทางพี่น้องประชาชน ขอบคุณทางระยอง แล้วก็กรุงเทพมหานครที่เกี่ยวข้อง และให้กำลังใจกับทางทีมเจ้าหน้าที่ ผู้ที่ทำงานทั้งหมดนะครับ ได้กำลังใจได้อย่าท้อถอย แล้วก็อดทนนะครับ เรื่องของโรคนี้ยังต้องอยู่กับเราไปอีกพอสมควร แล้วก็หลักการต้องจัดการสมดุลให้ได้ระหว่างทางด้านสาธารณสุขกับเศรษฐกิจ นี่คือสิ่งที่เราไปได้รับหลักการมา แล้วก็ในเรื่องของการไปทำงานตรงนี้ต้องมีแผนทั้งเชิงรับและเชิงรุก ต้องมีแผนเผชิญเหตุที่เราจะต้องเรียนรู้ขึ้นมา แล้วก็จัดการตรงนี้เพิ่มเติมขึ้นมานะครับ และต้องรับฟังเสียงของพี่น้องประชาชน และความคาดหวังของพี่น้องประชาชนด้วย ซึ่งให้ไปตามความเป็นจริงนะครับ ซึ่งความคาดหวังนี่มีความสำคัญ ถ้าจะมีความคาดหวังว่าเป็น 0 ใช่ตามความเป็นจริงไหม ในความคาดหวังของประชาชนต้องเป็นไปตามของโลก แล้วก็ของประเทศไทยเราด้วย ต้องพยายามเพิ่มเติมในด้านการสื่อสารถึงพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะด้านออนไลน์ทั้งหลายนะครับ แล้วก็ที่สำคัญเราได้รับรถพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัย ซึ่งเป็นพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ที่ทำให้เรายังต้องมีการดูแลพี่น้องประชาชนอยู่ที่จังหวัดระยองนะครับ ซึ่งอีกไม่กี่วันก็จะครบ 14 วัน ก็จะสร้างความมั่นใจได้ดียิ่งขึ้น และให้ความห่วงใยกับเรื่องของการชุมนุม ซึ่งก็แน่นอนครับ การชุมนุมก็เป็นเรื่องอันหนึ่งที่ต้องมีความสมดุล ต้องมีความสมดุลกับเรื่องของการจัดการระยะห่าง ซึ่งท่านก็เป็นห่วงในเรื่องของการ เพราะว่าเราอยู่ในช่วงของการติดเชื้ออยู่ ณ ตอนนี้ครับผม ในเนื้อหาสาระของผมก็มีอยู่เพียงแค่นี้ครับ (คุณปวีณา) วันนี้ไม่มีประเด็นคำถามนะคะ ที่ฝากมาทางสื่อมวลชน แล้วก็คาดว่าไม่มีประเด็นเพิ่มเติมจากทางสื่อมวลชนที่ติดตามที่นี่ด้วย สุดท้ายคุณหมอมีอะไรเพิ่มเติมไหมคะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) เดี๋ยว เลขาฯ สมช. นะครับ พลเอก สมศักดิ์ รุ่งสิตา ในกรณีของ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ผมนำเรียนตรงนี้นิด เดี๋ยวในวันมะรืนนี้ผมจะกลับมาที่นี่เหมือนเดิม เพื่อที่จะติดตามกรณีของทางระยอง แล้วก็เหตุการณ์ที่จะครบ 14 วัน ในช่วงตอนนั้นนะครับ แล้วก็ในเบื้องต้นสัปดาห์หน้า พรุ่งนี้ก็ยังเป็นการแถลงข่าว โดยคุณหมอบุ๋มที่กระทรวงสาธารณสุขเหมือนเดิม ในเวลา 11.30 น. ยังคงเดิม และวันศุกร์เรามาเจอกันที่นี่ และภายในสัปดาห์หน้านะครับ ท่าน ผอ. ศบค. จะเห็นสถานการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ดีขึ้นจะเป็นจันทร์ พุธ ศุกร์ นะครับ จันทร์กับศุกร์ที่ผมจะได้มาพบกับพี่น้องประชาชน พุธก็เป็นคุณหมอบุ๋ม ผู้ช่วยโฆษก วันนี้ได้ลากันเพียงแค่นี้ก่อน และพบกันใหม่ในครั้งหน้า สวัสดีครับ (คุณปวีณา) ขอบพระคุณนะคะ นายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน เป็นภาพรวมของการประชุม ศบค. ชุดใหญ่ที่ผ่านมา อย่างที่ท่านโฆษกแจ้งไปว่าที่ประชุมนั้นมีเรื่องของมติการขยาย พ.ร.ก. ฉุกเฉินทั่วราชอาณาจักรไปอีก 1 เดือน และวันนี้เราก็ได้รับเกียรติจากทาง พลเอก สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสมาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. หลักการและเหตุผลของการพิจารณาต่อ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ณ วันนี้ เรียนเชิญท่านเลขาฯ ค่ะ (พลเอก สมศักดิ์) สวัสดีทุกท่านนะครับ วันนี้ผมขออนุญาตเรียนถึงเหตุผลความจำเป็นในการขยายเวลาความมั่นคงฉุกเฉินนะครับ เราได้มีการพูดคุยกันเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยเชิญหน่วยงานความมั่นคง ประชาคมข่าวกรอง แล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุข คุณหมอทั้งหลายก็มายืนยันกับเราว่า อยากจะต้องมีกฏหมายอีก กฏหมายลักษณะนี้ควบคุมต่อไปอีกระยะหนึ่งก่อน เหตุผลก็คือว่า ถ้าเราดูสถานการณ์โลกในปัจจุบันจะพบว่ามีการติดเชื้อทั่วโลกเฉลี่ยวันละเกือบ 2 แสน คนต่อวันเกือบ 2 แสนคน ต่อวัน ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ยังรุนแรงอยู่ และก็ยังอยู่รายล้อมประเทศไทยอยู่นะครับ เรายังมีความจำเป็นที่จะต้องใช้สถานการณ์ฉุกเฉินต่อไปอีกสักระยะหนึ่งก่อน ด้วยเหตุผลว่า ขณะนี้อยู่ในช่วงที่เราจำเป็นจะต้องเปิดประเทศมากยิ่งขึ้น เปิดประเทศมากยิ่งขึ้น และวันนี้ในที่ประชุม ศบค. ก็ได้ให้ความเห็นชอบหลาย ๆ ประการที่เกี่ยวข้องกับการเปิดประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะการรับแรงงานต่างด้าวก็ดี การผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น ด้วยการมีโปรแกรมที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น การอนุญาตให้ชาวต่างชาติมาประชุมในประเทศไทย หรือแม้แต่อนุญาตให้มาถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทย ทั้งหมดนี้เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศไทย แต่อยู่บนพื้นฐานความปลอดภัยของสาธารณสุข เครื่องมือเพียงหนึ่งเดียวที่จะประกันได้ว่า สิ่งที่เราอนุญาตหรือผ่อนคลายไปในเชิงธุรกิจ ในเชิงเศรษฐกิจ จะถูกชั่งน้ำหนัก โดยความปลอดภัยทางด้านสาธารณสุข เครื่องมือเพียงอย่างเดียวที่มีอยู่ ก็คือ พ.ร.ก. ฉุกเฉินนะครับ เราจึงจำเป็นที่จะต้องขยายประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินออกไปอีก 1 เดือน โดยเฉพาะอย่างยิ่งมันเป็นช่วงเปลี่ยนผ่าน มันยังไม่มีกฎหมายตัวอื่น ผมเข้าใจดีกว่าทีมงานกฎหมาย และกระทรวงสาธารณสุขเอง ก็พยายามเร่งรัดที่จะปรับเปลี่ยนหรือปรับปรุงกฎหมายที่มีอยู่ โดยเฉพาะ พ.ร.บ. โรคติดต่อ ในการใช้ในการควบคุมโรค เพื่อให้มีบทบาทและอำนาจหน้าที่มากยิ่งขึ้น ใกล้เคียงกับ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน อันนั้นเป็นความพยายามของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่กำลังทำอยู่ แต่ในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ ซึ่งยังไม่มีกฎหมายแบบนั้นออกมา ก็ยังมีความจำเป็นที่จะต้องคงมาตรการจำเป็นของรัฐในการ โดยเฉพาะในการกักตัว 14 วัน ซึ่งเป็นมาตรการที่สำคัญนะครับ เครื่องมือเดียวที่จะทำได้ก็คือ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน แต่เพื่อให้พี่น้องประชาชนทั่วไป ได้สบายใจยิ่งึ้น อันที่จริงเราใช้มาตรการ 9 อย่างค่อนข้างที่จะเบาที่สุดแล้วนะครับ ถึงวันนี้เราไม่ได้มีการห้ามการออกนอกเคหสถาน หรือเคอร์ฟิว เราจะไม่ห้ามแล้วนะครับ แต่สิ่งที่เราจะไม่ห้ามต่อไปก็คือ เราจะไม่ใช้มาตรา 9 ของ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน มาห้ามการชุมนุม ให้เห็นว่า พ.ร.ก. ฉุกเฉินที่จะต่อทั้งเดือนสิงหาคมนี้ มีเจตนาเพื่อใช้ในการควบคุมโรคโดยบริสุทธิ์ใจแต่เพียงอย่างเดียว การห้าม การชุมนุม จะไม่ปรากฏอยู่ใน พ.ร.ก. ฉุกเฉินที่ต่อออกไปอีก 1 เดือน การชุมนุมทางการเมืองท่านก็ต้องไปปฏิบัติอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องที่เป็นกฎหมายปกตินะครับ แต่ขอยืนยันว่าเราจะนำเสนอ ครม. ในวันอังคารที่จะถึงนี้ในการต่อ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ออกไปอีก 1 เดือน โดยไม่มีมาตรการเรื่องการห้ามการชุมนุม เพื่อให้มั่นใจว่าเราใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน เพื่อประโยชน์ในการสาธารณสุขจริง ๆ ครับ ขอบพระคุณครับ (คุณปวีณา) มีประเด็นคำถามเพิ่มเติมไหมคะ ไมโครโฟนด้านซ้ายมือค่ะ เชิญค่ะ (ผู้สื่อข่าว) ท่านเลขาฯ ครับ ขออนุญาตครับ กรณีของการชุมนุมที่มีบางคนโดนดำเนินคดีเกี่ยวกับ พ.ร.ก. ฉุกเฉินไปแล้ว ทำอย่างไรต่อครับ (พลเอก สมศักดิ์) อันนั้นเราก็ต้องว่าไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องน่ะนะครับ แต่อันนี้เราพูดถึงการต่อ พ.ร.ก. ในเดือนสิงหาคม ซึ่งเราจะไม่ได้เอาเรื่องประเด็นของการชุมนุมมาเกี่ยวข้องอีกต่อไปแล้ว แต่ถ้าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก็ขึ้นอยู่กับตำรวจที่จะแจ้งข้อหา โดยใช้กฎหมายอื่น ๆ หรือแม้กระทั่งใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินก็ตามครับ (คุณปวีณา) มีคำถามสอบถามเพิ่มเติมไหมคะ จากสื่อมวลชน ขออนุญาตสอบถามท่านเลขาฯ ค่ะ อาจจะสงสัยว่าอย่างที่ท่านบอกว่าฝ่ายกฎหมายกำลังเร่งรัดปรับปรุงเรื่องของ พ.ร.บ. โรคติดต่อ แล้วก็กฎหมายที่จะเอามาใช้แทน พ.ร.ก. ฉุกเฉิน เราได้มีการพูดคุยไหมคะ ว่ากรอบเวลาในการแก้กฎหมายนี่ใช้เวลานานขนาดไหนนะคะ (พลเอก สมศักดิ์) ผมใช้ว่าเร็วที่สุดครับ คือผมอยากจะเรียนว่าตั้งแต่ต้นที่เราตั้ง ศบค. มา มี 2 กฎหมายที่เราใช้ควบคู่กันมาตลอด คือ เรื่อง พ.ร.ก. ฉุกเฉิน กับ พ.ร.บ. โรคติดต่อ ซึ่งใช้ แต่แน่นอนใช้มาระยะหนึ่งแล้ว ก็รู้ว่า พ.ร.ก. ฉุกเฉินมีข้อดีอย่างไร และ พ.ร.บ. โรคติดต่อมีข้อเสียอย่างไร ไม่ได้บอกว่าเปรียบเทียบ 2 กฎหมาย แต่ผมคิดว่า ทั้ง 2 กฎหมา ย พ.ร.บ. โรคติดต่อ ถูกออกแบบมาแก้ไขสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แต่อำนาจหน้าที่ของ พ.ร.ก. ฉุกเฉินทำให้กำหนดมาตรการที่ดีมากขึ้น เพราะฉะนั้นมีความจำเป็นที่จะต้องมีมาตรการป้องกันและมาตรการแก้ไขควบคู่กันต่อไป เราจะเห็นทั้ง 2 ฉบับ ควบคู่กันมาอย่างต่อเนื่อง แต่แน่นอนครับว่า ทีมงานกฎหมายซึ่งมีท่านรองฯ วิษณุ ท่านก็กำลังพิจารณาอยู่ว่า ถ้าเป็นเช่นนี้ต้องหาจุดดีของ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน เพื่อเอามาผนวกกับ พ.ร.บ. โรคติดต่อเพื่อในอนาคตจะได้ใช้ พรบ. โรคติดต่ออย่างเดียวได้ครับ (คุณปวีณา) ถ้าพูดให้ชัดก็คือการต่อ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน เราเอามาตรา 9 ออกไปแล้ว แต่ในเดือนสิงหาคมนี้ เราเอามาตรา 9 ออกไปแล้ว การชุมนุมของประชาชนในประเทศปกติ แต่กฎหมายนี้จะควบคุมสำหรับคนที่เดินทางเข้าประเทศ เพื่อที่จะกักตัว 14 วันเท่านั้น ถูกต้องไหมคะ (พลเอก สมศักดิ์) ถูกต้องครับ ถ้าพี่น้องประชาชนสังเกตดี ๆ ในเบื้องต้นที่เราประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน อันนั้นเราใช้บังคับประชาชนส่วนใหญ่ไม่ให้ทำโน่นทำนี่ ปิดกิจการโน่น ปิดกิจการนี่ เพื่อประโยชน์ในการควบคุมโรค ในการกำหนด จำกัดการเคลื่อนไหว แต่ระยะหลัง ๆ จะเห็นว่าเป็นระยะผ่อนคลาย ระยะที่ 5 ไปแล้วนี่นะครับ พ.ร.ก. ฉุกเฉินจะใช้สำหรับการทำงานของเจ้าหน้าที่ ไม่ได้มีมาตรการอื่น ๆ ในเชิงบังคับประชาชนอีกต่อไป นั่นคือความแตกต่าง แต่เรายังคงมีความจำเป็นที่จะใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ก็อย่างน้อยไปอีก 1 เดือนก่อน เพื่อรอว่าจะมีกลไกอื่น ๆ ที่จะมาทดแทน พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ที่ใกล้เคียงกันครับ (คุณปวีณา) ค่ะวันนี้เรียกว่าครบถ้วนนะคะ ท่านเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ท่านพลเอก สมศักดิ์ รุ่งสิตา ขอบพระคุณท่านเป็นอย่างยิ่งค่ะ อย่างไรก็ตามนะคะ ในเรื่องของ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ชุดใหญ่ ในวันนี้จะมีการนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง แต่ตอนนี้ค่อนข้างมีความชัดเจนแล้ว อย่างไรก็ตามสามารถติดตามรายละเอียดและศึกษาข้อกฎหมาย เพื่อเป็นการป้องกันความเข้าใจผิด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการต่อ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ไปอีก 1 เดือนหรือมาตรการที่มีการผ่อนปรน ผ่อนคลาย ให้ต่างชาติเข้ามา แต่สิ่งสำคัญก็คือ เรื่องของการที่ทุกคนจะต้องผ่านการกักตัว 14 วันเหมือนกันหมดนะคะ และทั้งหมดคือการแถลงข่าวนะคะ จากศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ดิฉันปวีณา ฟักทอง พร้อมทีมงานลาไปก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี] [สิ้นสุดการถอดความ] Ր