แล้วก็จะมีท่านDr. Srinivas TataUNESCAPSocial Development Divisionจะร่วมกล่าวต้อนรับทางออนไลน์ หลังจากนั้นก็จะมีการปาฐกถาพิเศษโดย Mr. James Thurston Vice President for Global Strategy and DevelopmentVice President for Global Strategy and Developmentin clusiveลำดับต่อจากนั้นจะเป็น การบรรยายเรื่อง ทำไมต้องมีการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเพื่อการเข้าถึงโดยสะดวกถ้วนหน้าเข้าถึงประโยชน์ โดยไอโกะซึ่งท่านอยู่ที่ Social Development Divisionหลังจากนั้นช่วงเวลา ๑๐.๓๐ น. ก็จะเป็นการเสวนาเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเพื่อการเข้าถึงโดยสะดวกถ้วนหน้าซึ่งเราได้รับเกียรติจากผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างนะคะ ในการประชุมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมประกอบด้วยผู้เข้าร่วมที่อยู่ในห้องประชุมนี้และผู้เข้าร่วมเสวนาผ่านออนไลน์ซึ่งผู้เข้าร่วมที่อยู่ในห้องประชุมนี้ก็จะประกอบด้วย คณะอนุกรรมาธิการกิจการคนพิการ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้าง แล้วเราก็จะมี ผู้เข้าร่วมผ่านเสวนาออนไลน์ก็จะมี Parliament of Malaysia Senator Ras Adiba RadziParliament of Malaysia Malaysia [ภาษาต่างประเทศ] and socialMs. San Yuenwah ESCAP Senior Advisorผู้ดำเนินรายการเสวนาครั้งนี้ก็จะเป็น ท่านมณเฑียร บุญตัน ร่วมกับทางอาจารย์วิริยะ นามศิริพงษ์พันธ์อยู่ในห้องนี้ ส่วนท่านประธานคณะกรรมาธิการท่านจะทำหน้าที่ผ่านทางซูมนะคะ การเสวนาครั้งนี้เรามีการจัดทำคำบรรยายเสียงและภาพ แล้วก็จะมีการถ่ายทอดสดผ่านทีวีรัฐสภาแล้วก็ผ่าน facebook live ขอด้วย ซึ่งก็จะมีการแปลล่ามภาษามือผ่านทางเฟสบุ๊กไลฟ์ด้วย ช่วงนี้จะเป็นช่วงที่เรารอท่านประธานที่ จะเข้ามาทำหน้าที่พิธีเปิดจะขออนุญาตนำเรียนการเสวนาโต๊ะกลมวันนี้แต่เพียงเบื้องต้นก่อน ขอบคุณค่ะขณะนี้ท่านประธานได้เข้ามาถึงห้องเสวนาแล้วนะคะ จะขออนุญาตนำเรียนเชิญท่านคณะอนุกรรมาธิการกิจการคนพิการ กราบเรียนท่าน(ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ดิฉันนางสาววันทนียในคณะกรรมาธิการพัฒนาสังคมวุฒิสภา ขอกราบขอบพระคุณท่านศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร พิชประธานวุฒิสภาอย่างสูง ที่กรุณาให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีเปิดการพัฒนาสังคมฯ วุฒิสภา กิจการคนพิการได้พิจารณาศึกษาเสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปกฎหมายว่าด้วยการจัดสภาพแวดล้อมสาธารณะที่ทุกคนเขา้าถึงเราเรียกว่า accessการเข้าถึงโดยสะดวกถ้วนหน้าถือเป็นหลัการสำคัญหนึ่ง ที่หน่วยงานของรัฐต้องคำนึงถึงในการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าหรือบริการ เพื่อประโยชน์สาธารณะหรือบริการสาธารณะด้วย ทั้งนี้องค์การสหประชาชาติได้ให้ความให้ประเทศสมาชิกทั่วโลก ได้นำหลักการเข้าถึงโดยสะดวกถ้วนหน้าไปบรรจุไว้ในกฎหมาย ไนโยบายการจัดซื้อจ้ดจ้างภาครัฐด้วยคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมอย่างสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิกหรืือ ได้ศึกษาและจัดทำเอกสารทางวิชาการเพื่อสนับสนุนประเด้็นความคุ้มค่า่และประโยชน์ต่อการกำหนดหลักการ การเข้าถึงโดยสะดวกถ้วนหน้าไว้ในกฎหมายนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เพื่อเป็นหลักประกันการเข้าถึงของประชาชนทุกคนรวมถึงคนพิการ คณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม วุฒิสภา ได้พิจารณาเห็นว่าการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐถือเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยสรา่้ให้กับประชาชนได้อย่างแท้จริง ดังนั้น คณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม วุฒิสภา จึงได้ร่วมกับ UNSCAP จัดสัมมนาเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐโดยสะดวกทั่วหน้า เพื่อเป็นเวทีสร้างความเข้าใจแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อเสนอแนะและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กฎหมายและนโยบายของการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เพื่อการเข้าถึงโดยสะดวกถ้วนหน้า เพื่อนำข้อมูลและข้อเสนอแนะประกอบการจัดทำรายงานผลการพิจารณาศึกษาติดตามเสนอแนะเร่งรัดสาธารณะที่ทุกคนเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ เสนอต่อวุฒิสภาและรัฐบาลต่อไปการเสวนาในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิที่เกี่ยวข้องกับนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสุดภาครัฐได้แก่ ๑.กรมบัญชีกลางกระทรวงต่าง ๆ ๒.สำนักปลัดฯ3. กระทรวงดิทิจัลฯ4. สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 5. กรมส่งเสริมสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกากระทรวงมหาดไทย 6. สำนักงานอัยการสูงสุดและแผนรัฐวิสาหกิจ๙. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน และ 10. กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ที่กรุณาให้เกียรติมาร่วมอภิปรายในวันนี้ รวมทั้งได้รับเกียรติจากผู้แทนผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ นักวิชาการและสื่อมวลชนที่เข้าร่วมเสวนาในวันนี้ บัดนี้ได้เวลาอันสาควรดิฉันขออนุญาตกราบเรียนเชิญท่าน(ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร) ท่านศาสตราจารย์พิเศษพิชิต ชลขัได้กรุณาให้เกียรติกล่าวเปิด ขอกราบเรียนเชิญค่ะขอบคุณครับ ท่านวัลลภ ตังคณานุรักษ์ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการวุฒิสภาได้กล่าวรายงานแก่กระผมเมื่อสุกครฦูนี้ดอกเตอร์(Dr. Srinivas) [ภาษาต่างประเทศ] ท่านสมาชิกวุฒิสภา ท่านวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิท่านผู้บริหารภาครัฐท่านสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษผู้มีเกียรติ รวมทั้งสื่อมวลชนทุกท่านครับผมรู้สึกเป็นเกียรติมีความยินดี ที่ได้มาเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการเสวนาโต๊ะกลมเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐและการเขา้ถึงโดยสะดวกถ้วนหน้าซึี่งจัดโดยคณะกรราธิการการสังคมและกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุคนพิการและผู้ด้อยโอกาส วุฒิสภาร่วมกับคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิกเอสแท่านที่เคารพรักครับ เป็นทีี่ทราบกันดีว่าเป็นที่ทราบกันดีว่า กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐถือเ็นกระบวนการในการงบประมาณรายจ่ายเพื่อพัฒนาประเทศ โดยรัฐบาลได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการป้องกันปัญหาการทุจริตในกระบวนการจัดซื้อจัดจา้งโดยได้มีการการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภารัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ เพื่อบังคังใช้ขึ้นมาบังคับใช้ เพื่อให้การดำเนินการ จัดซื้อจัดจ้างเป็นไปตามหลักมีการส่งเสริมให้ภาประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ ภาครัฐทำให้แนวทางการจัดซื้อจัดจ้างมีความชัดเจนมากขึ้น ทั้งนี้ทั้งนี้ พรบ. การจัดซื้อจัดจและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๘ ได้กำหนดหลักการหรือแนวทาง ในการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุของหน่วยงานรัฐต้องก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่หน่วยงานของรัฐและต้องสอดคล้องกับ 4 หลักการ ได้แก่ ๑. คุ้มค่า ๒. โปร่งใส ๒. โปร่งใส ๓. มีประสิ?ธิและ 4. ตรวจสอบได้ นอกจากนี้นำไปสู่ความสำเร็จในการขับเคลื่อนนโยบานในการพัฒนาประเทศในทุกมิติทั้งด้านเศรษฐกิจสังคม ท่องเที่ยว วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่หน่วยงานของรัฐ ในการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการเพื่อประโยบ์สาธารณะก็คือ ที่เราเรียกว่า [ภาษาต่างประเทศ] เพื่อให้สอดคเพื่อให้สอดคล้องกับการพัฒนาประเทศประเทศไทยให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกันแบบบูรณาการการเชื่อมโยงข้อมูลภาคส่วนราชการในด้านและสรา้งกลไกการให้เบริการแก่ประชาชนอยา่งแท้จริงอย่างแท้จคณะกรรมาธิการการพัฒนาฯสตรี ผู้สูงอายุ คพิการและซึ่งได้ท่านวัลลภ ต้องขอบคุณคณะกรรมาธิที่ดำเนินการเรื่องนี้ ที่ต้องขอบคุณมากคือทท่านวิทยากร ตลอดจน ผู้เข้ารว่มประชุมจากหนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกท่านในกในการที่จะมาประชุมเสวนากันในครังนี้ เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่การหวังเป็นอยา่งยิ่งวา่การจัดโครงการเสวนานี้จะเป็นเวทีจะเป็นเวทีที่จะสรา้งความเขา้ใจพร้อมทั้งเปิดโอกาสแลกเปลรี่วควใามคิดิเและข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทางกับกฎหมายและนโยายของการจัดซื้อจดจังรวมทั้งจะได้รวบรวมความคิดเห็นและข้อเสนอเพื่อนำไปประกอบการจัดทำรายงานผลการพิจารณาศึกษา ติดตามเสนอแนะเร่งรัดสาษธารณะที่ทุกคนเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ เพื่อเสนอต่อวุฒิสภาและรัฐลบาลบัดนี้ ได้เวลาอันสมควรแล้วผมขอเปิด เสวนาโต๊ะกลมเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเพื่อการาเจ้าถึงขอบพระคุณครับ ลำดับต่อไปจะเป็การกลา่วต้อนรับlkT๒๐ เปอร์เซ็นโดยทีทำสาธารณการที่การคนพิการสามารถจะเข้าถึงนโยบายในลักษระเดียวกันเอกสารนโยบายนี้กลายเป็นเพื่อที่จะได้เป็นเอกสารอ้างอิงสำหรับแล้วก็ในระดับของอนุภูมิภาคจะมีแผนแม่บทอาเซียนเรื่องเศรษฐกองคนพิการเข้าได้ นอกเหนือจานอกจากภู มิภาคของเรามีมาตรฐานในการในแล้วก็ G๒เมืองอัจฉริยะคนที่เปOSนผู้ิแล้วก็ดิฉันดีใจอย่างที่ทางวุฒิสภาและผู้ที่ให้มีการจัดซื้อตจัดจ้างได้โดยสะดวกรัฐบาลไทยได้ทำงานทศวรรษแห่งคนพิการมาเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนรัฐบาบไทยและภาคประชาชนได้ทำงานอยา่งใกชล้อย่างใกล้ชิดสิทธิผู้พิการในประเทศไทยเรา ขอขอบคุณทุกท่านที่ได้ผลักดันและเป็นและเป็นผู้นำทางความคิดพยายามที่จะแล้วก็ได้ช่วยเกี่่่ยวกับเรื่องของการสิทธิคนพิการรัฐบาลไทยรัฐบาลไทยและผลักดันให้ให้นโยขอแสดงความยินดีด้วย สามารถทำได้ แต่ว่าขณะเดียวกันการเน้นเข้ามา ขอบคุณคุณมณเฑียรที่มาร่วมมือกับเราแล้วก็ทำงานกับ ส่งผลในสเรื่อ.ของการเปลี่ยนผ่านในไทย แต่ว่าทั่วโลก ขอบคุณ UNSCAP มากทำงานมาอย่างดีในส่วนนี้ เป็นการทำงานที่ดีเยี่ยมเลยที่ทำงานร่วมกัน มีรายงานที่ออกมาขอซึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ เป็นรายงานที่แกร่งมากเลย เดี๋ยวผมจะเปิด PowerPoint แล้วก็แชร์สกรีนนะครับเป็นช่วงที่สำคัญนะคะต้องเปิดให้แชร์สกรีนให้ได้ ให้ได้ สักครู่นะคะเห็น PowerPoint ใช่ไหมครับ เห็นแลว้ครับในเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้างของ ๓ ICT เราได้ทำงานมานานพอสมควร ขอแนะนำ เราเป็นองค์กรอิสระซึ่งไม่ได้เน้นเรื่องของกำไรเราก่อตั้งมา 14 ปีแล้ว ด้วยความช่วยเหลือของสหประชาชาติซึ่งเน้นเกี่ยวกับเรื่องเทคโนโลยีการเข้าถึง แล้วก็ให้คนพิการสามารถเข้าถึงการจัดซื้อจัดจ้าง เราทำงานทุกแห่ง ผมทำงานเป็นหลักที่ แต่ผมเดินทางไปทั่ว เพื่อทำงานกับภาคประชาสังคมแล้วก็ภาคเอกชนด้วย สิ่งหนึ่งที่เป็นหัวข้อที่เราเน้น ตั้งแต่แรกเลยเเกี่ยวกับเรือ่้งของการจัดซื้อจัดจ้าง เพราะเราได้เห็นว่าการผลักดัน การเปลี่ยนแปลงอย่างมากในการที่เรา จัดให้ทางภาครัฐเข้าถึงได้โดยว่าทำไมเป็นเรื่องสำคัญิอยา่งยิ่ง แลว้เรายินดีอยา่งย่ิที่คุณได้มากำหนดนโยบายในประเทศไทยเหตุผลที่เราเน้นเกี่ยวกับเรื่องนี้ เกี่ยวกับเื่องของการจัดซื้อจัดจ้างพบว่า ด้านหนึ่งคือว่าเรื่องของและแนวโน้มทั่วโลกมาตั้งแต่แรก ในตัวเลข มากว่า ๑๕ เปอรืเซ็นตือขงประชากรโลกเป็นผู้พิการ คือมากกว่า กรรมาธิการ ๑,๐๐๐ ล้านคนทั่วโลก เป็นเรื่องสำคัญที่คนดู ๗๐ เปอร์เซ็นต์ มองไม่เห็นเหล่านี้ คือคุณมองไปแล้วคุณมองไปคุณจะไม่รู้เลยว่า จะไม่รู้ เพราะฉะนั้นแนวโน้มในแง่ของประชากร สะดวกเกี่ยวกับเรื่องอายุขึ้นมา ผู้อาวุโสเราใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเหลือ ในส่วนนี้ได้อย่างไร แล้วคนที่ได้ประโยชน์จากการเข้าถึงทางเทคโนโลยีมีจำนวนมากเลยอีกแนวโน้มหนึ่งคือเรื่องของการทุกประเทศ ทุกภาคส่วน กำลังขยับขยายไปสู่เทคโนโลยีเป็นหลัก โดยเฉพาะอยา่งย่ิงรัฐบาล สิ่งที่เราเห็นรัฐบาลที่เราทำงานด้วยก็ใช้เทคโนโลยีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อสนับสนุนการให้บริการต่าง ๆ ในประเทศไทยเอง รัฐบาลก็เสนอให้มีการการเข้าถึงโดยคนพิการต่าง ๆ ที่เดินทางมาในประเทศอยู่แล้ว ก็จะมีข้อมูลเรื่องของการเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัล ประมาณ ๕๐ เปอรืเซ็นต์เท่านั้นเองทีี่ใช้เทคโนโลยี ปัจจุบันนี้ตั้งแต่เช้าจนถึงเย็นเราเข้านอน แม้กระทั่งตอนตื่นเราใช้เทคโนโลยีตลอดเวลา ส่ิงที่น่าสนใจก็คือว่าเราเราเองมีคนรุ่นใหม่ เกิดขึ้น ที่เกิดแล้วใช้เทคโนโลยี ประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของคนรุ่นใหม่ วัยุร่น ออนไลน์ แล้วเข้าเทคโนโลยี แล้วจำนวนจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ การที่มีสิ่งที่เรียกว่า ดิจิทัล คนที่โตมาก็ใช้เทคโนโลยีตลอดเวลาเลยเพื่อสนับสนุนทุกอยา่งที่เขาทำ ส่วนหนึ่งควรจะเป็นคนที่พิการเช่นกัน ถ้าเราคิดถึง แนวทางในลักษณะเช่นนี้ว่า เวลาคุณทำอะไรคุณจะต้องคิดถึงและให้คนเหล่านี้เข้าถึงได้ อีกด้านหนึ่งที่เราจะต้องพิจารณาก็คือดิจิทัลดิจิทัล ให้รู้ว่ามีช่องว่าง คนพิการอาจจะเข้าถึง บางคนอาจจะไม่เข้าถึง ในสหรัฐ ที่ผมอยู่ประมาณแค่ 8 เปอร์เซ็นต์ของคนอเมริกันไม่ใช่คนที่ หรือออนไลน์ แต่สำหรับคนที่เป็นคนพิการ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นคุณจะเห็นว่า คล้ายคลึงกันทั่วโลกว่าคนทส่ิงที่เราทำใน จะตามที่บอกว่าในส่วนในส่วนนี้จะต้องเข้าใจ เพราะว่าความพิการเป็นปัญหาของสังคม ไม่ใช่เป็นปัญหาของคน ๆ นั้นแต่ว่าเป็นปัญหาที่สังคมนี้จะต้องดูแล ดูแล และเทคโนโลยีด้วยเช่นกัน แล้วก็สังคมถ้าสร้าง ราวกั้้นพวกนี้เอาไว้ หรือว่าสหรัฐฯ เองก็จะเป็น จะเป็นปัญหากับผู้พิการต่อไป สหรัฐกำหนดนโยบายว่าต้องให้มีการกระจาย เทคโนโลยีเมื่อมีการให้เข้าถึงได้ คนพิการ ในเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้าง เราจะเห็นได้เลยว่าผู้พิการที่อยู่ทั่วโลกได้รับผลกระทบมากกว่าคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นประเทศใด เป็นจริงสำหรับทุกประเทศ คนเองไม่ได้มีความไม่สามารถจะศึกษาได้ บางครั้งศึกษาไม่จบ แล้วหลายครั้งอาจจะต้องอยู่ด้วยความยากจน และอาจจะเข้าไม่ถึง ไม่ได้เข้าไปยุ่ง หรือว่าไม่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในเรื่องของ จะมีผลลัพธ์หลายเรื่องที่ส่งผลกระทบกับการเข้าถึง ถ้วนหน้า พอพูดถึง เรื่องของการครอบคลุมของทางด้านดิจิทัล ผมใช้คำนิยามของ ยูนิเวอร์ซิตี้ ออฟ สำหรีับคนพิการและคนไม่พิการ เข้าถึงไหม เช่น คนพิการเข้าถึงเทคโนโลยีหรือไม่ เขาเชื่อมโยงได้ไหม จ่ายเงินได้ไหม เงินจ่ายพอไหม แล้วอีกด้านหนึ่งคือเรือ่ของการนำไปใช้คือ ในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ อีกด้านหนึ่งก็คือการนำไปใช้งาน มีการนำเทคโนโลยีเหล่านี้ ที่ครอบคลุมมีประโยชน์หรือไม่ หรือไม่ในเรื่องของการศึกษา ในเรื่องของการทำงาน แล้วก็เวลาเราพูดถึงเรื่องของว่า ครอบคลุมทางด้านดิจิทัลทั้งหมด หรือว่าครอบคลุมถ้วนหน้าทางด้านดิ จิทัล ศัพท์ตัวหนึ่งที่เราคิดถึง คุณหมายถึงอะไร ที่ทุกคนเข้าถึงได้ทุกคน เราคิดว่าเป็นแค่เทคโนโลยีที่ทุกคนจะใช้ได้ใช่ไหมครับ ก็อาจจะมีคำนิยามอื่น ๆ รวมทั้งแนวคิด แนวคิดที่ว่าในไอซีทีตัวนั้น คนที่พิการเข้าถึงได้หรือไม่ หรือว่ามีใช้ได้ หรือไม่ แล้วใช้อย่างมีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับคนที่ไม่พิการหรือไม่ สำหรับเราเองนะครับ มีหลายประเด็นมากเลยเกี่ยวกับการเข้าถึงอย่างแรกสุดเป็นเรื่องของสิทธิมนุษยชนด้วยนะครับ อันนี้เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง เวลาคุณคิดถึงเกี่ยวกับเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง การเข้าถึงคือมีมาตรฐานทางด้านเทคนิค มาตรฐานระดับโลกที่กำหนด ไว้ว่า การเข้าถึงเทคโนโลยีคืออะไร แล้วการเป็นมาตรฐานที่ชัดเจนแข็งแกร่ง เพราะว่ามีการพัฒนามานานแล้ว เรามีเครื่องมือหลายตัวนะครับ ซึ่งสามารถจะวัดได้ว่า๓ เรื่องที่สำคัญที่สุด ไอซีทีที่เป็นมาตรฐาน ไอซีที ทีรัฐบาบจะต้องใช้มี ๓ หัวข้เอใหญ่เราจะต้องใช้ อย่างไร เรื่องของการจัดซื้อจัดจ้างคุณจะต้องอ้างอิงมาตรฐานนี้ตัวใดตัวหนึ่ง อีกด้านหนึ่งที่สำคัญ คือคุณจะต้องมีการกำหนดนโยบาย โดย และมาตรฐาน สหรัฐอเมริกาเองทำพลาด สหรัฐอเมริกามีนโยบายในการจัดซื้อจัดจ้าง แต่ว่าทำพลาด เพราะสหรัฐบอกว่า เราจะซื้อเทคโนโลยีที่เข้าถึงได้แต่เขาไม่เคยให้คำนิยามเทคโนโบนที่เขาถึงได้ แต่เขไม่ได้ให้คำนิยาม ดังนั้น บริษัทเองไม่รู้ว่าเข้าถึงได้ เขาไม่รู้จริง ๆ แล้วก็คุณจำเป็นจะต้องมีมาตรฐาน เพื่อที่จะกำหนดนิยามลงไปให้ชัดเจน อีกเรื่องหนึ่งที่เราพูดถึงเรื่อของการเข้าถึงจะต้องเป็นประโยบน์กับทุกคน มีเพื่อนผมคนหนึ่งที่ผมเคยทำงานด้วยในงานเดิมบอกว่าเทคโนโลยี ที่เข้าถึงได้คือ กระแสหลักของวันพรุ่งนี้ ก็คือถ้าสามารถจะเข้าได้ แต่ คิดว่าผมเป็นคนพิการ แต่ผมมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของการเป็นอาวุโสแล้วจะใช้เทคโนโลยีอย่างไร ดังนั้น ในวีดิโอคอลคุณจะเห็นว่าเวลาประชุม ผมใช้เสียงสั่งเท่านั้นเองเวลาผมใช้เพราะว่าใช้เสียง เพราะว่าใช้เสียงสั่งเท่านั้นเอง ไม่ใช่เพราะว่าผมเป็นคนพิการ แต่เป็นเพราะว่าง่าย เป็นวิธีที่ง่ายกว่าเดิม ดังนั้นเวลาคุณเห็นประโยชน์และการเข้าถึงต้องให้คนพิการเข้าถึงง่าย อยา่งเข้าถึงให้คนพิการเข้าถึงได้อยา่งว่าย เข้าถึงได้อย่างง่าย ท้ายที่สุดเราพูดถึงการเข้าถึงเราก็ต้องรู้ว่าการเข้าถึงนี้รัฐบาลแปลว่าอะไร คนอื่นแปลว่าอะไร คุณคิดเรื่องของสาธารณะบริการสาธารณะเรือ่งของสาธารณะ บริการสาธารณะ ทุกคนในระัดบเมือง เช่น ระบบขนส่งสาธารณะ ระบบประกันสังคม เรื่องของการดูแลเรือ่งของการดูแลสาธารณสุข เรื่อของบ้าน เรื่องของความปลอดภัยทางสาธารณะ สิ่งเหลา่นี้ได้รับการสนับสนุนด้านเทคโนโลยีมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่อย่างไรก็ตามบ่อยครั้งที่เทคโนโลยีเหล่านี้ที่ดูหน้าตายอดเยี่ยมมากเลย เราเข้าไม่ถึง เดี๋ยวจะให้ตัวอย่างจากเมืองของผมในวอชิงตันดีซีก็คือเป็นเมือง อัจฉริยะ ใช้เทคโนโลยีบอกทุกอย่างเลย ใสช่วงโควิด เรายังอยู่ในช่วง lockdown อยู่ที่ในวอชิงตันในเมืองของผม เมืองของเราได้ออกข้อมูลทุกวันเลย ว่าโควิดเพิ่สขึ้นเท่าไร อัตราการตาย เท่าไร อัตราการตายเท่าไร แล้วโรงพยาบาลเต็มขนาดไหนเขาอัพเดททุกวันเลยในเว็บไซต์ และสิ่งแรกที่ผมดูเลยตอนเช้าที่ผมตื่นขึ้นมาว่า ในเมืองเป็นอยา่งไร แต่ว่าข้อมูลที่ ข้อมูลที่มหัศจรรย์อันนี้ และเว็บไซต์คนอื่นเข้าไม่่ได้ คนที่เป็นคนพิการที่ต้องการข้อมูลเหล่านี้ ไม่ได้เข้าถึงไม่ได้ หลายคนไม่มีคอมพิวเตอร์ หลายคนไม่สามารถที่จะเข้าถึงโทรศัพท์ เพราะว่ารัฐบาลไม่ได้กำหนดว่าจะต้องเข้าถึงโดยผู้พิการได้ ดังนั้นไม่ว่าคุณมีเทคโนโลยีดีแค่ไหน หรือรัฐบาลจะสนับสนุนมากแค่ไหน เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องให้แน่ใจว่าเข้าถึงได้โดยทุกคน โดยถ้วนหน้า และโดยผู้พิการด้วย ผมพูดว่าสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศแรกที่ได้เน้นนโยบายอันนี้เป็น เป็นระดับชาติ ดังนั้นเราก็มีที่ดี แต่ว่าอะไร แต่ว่าโดยรวมแล้วสิ่งที่สำคัญ และผมอยากจะแชร์กับผู้รู้ ว่า นโยบายของการจัดซื้อจัดจ้าง เพราะว่าเป็นส่ิงที่เยี่ยมเลย ที่คิดถึการจัดซื้อจัดจ้างตามที่ผมได้ได้เอ่ยไปแล้วว่าโลกนี้ไม่ได้ เน้นเรื่องเข้าถึงโดยหมด การวิจัยของเรานะครับ คุณจะเห็นได้เการใช้เทคโนโลยีอย่างมหัศจรรย์มาก แต่ว่าเขาไม่ได้คิดถึงว่า การเข้าถึงในการจัดซื้อจัดจ้าง เราไม่ได้ระบุเอาไว้ในการจัดซื้อจัดจ้าง ดังนั้น เมื่อรัฐบาลนำ มาใช้นโยบาย เราก็เห็นประโยชน์ที่ดี แน่นอนคนสนใจในประเทศไทย ยกตัวอย่าง อย่างแรกสุดคือ ถ้าคุณซื้อเทคโนโลยีที่เข้าถึงได้เทคโนโลยีที่เข้าถึงได้ การบริการที่เข้าถึงได้ ดังนั้น เรื่องของการบริการสาธารณะก็จะเข้าถึงได้ง่ายขึ้่น ส่งรถยนต์ รถสาธารณะใช้ระบบดิจิทัลทุกอยา่งในสหราชอาณาจักร เป็นแบบไร้กระดาษหมดแล้ว การจัดซื้อจัดจ้างไม่มีการใช้เอกสารอะไรเลย แต่ว่าในประเทศอื่น ๆ ที่กำลังขยับ เข้าไปสู่ดิจิทัลเข้าไม่ถึงสำหรับคนที่เป็นสำรหับคนที่เป็นคนพิการ ดังน้ันถ้าคุณเทคโนโบยี หรือว่าคนพิการใช้ได้ก็จะยาก สิ่งหนึ่งที่เรารู้ว่า Work ก็คือว่า รัฐบาลยินยอมพร้อมรับนโยบายนี้ ในสหรัฐฯ ซื้อ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ของเทคโฯโลยีที่เป็น accessible ทั้งหมด ท้องถิ่นแล้วก็ภาคเอกชนต้องซื้อ มากกว่า ๔๐ เปอร์เซ็นต์ของเทคโนโลยีทั้งหมดบริษัทเทคโนโบยีก็รู้ว่ารัฐบาล เป็นลูกค้าที่ยอดเยี่ยมมาก ดังนั้น ถ้าคุณระบุว่าการเข้าถึงคนพิการเป็นเรื่องสำคัญสำหรับรัฐบาล ไทย ก็จะช่วยให้บริษัทเทคโนโลยีเหล่านั้น ต้องหายใจ เราเห็นเลยว่าสหรัฐฯ มีการกำหนดนโยบาย ตอนนั้นผมทำงานเทคโนโลยีทุกคนเริ่มแข่งขันเพื่อดูว่าคนพิการจะเข้าถึง บริการได้อย่างไร เพื่อแข่งขันกัน แล้วก็หานวัตกรรมใหม่ ๆ ตลอดเวลาเพื่อ เพื่อให้คนพิการเข้าถึงได้ ต่อสู้กันอย่างแรง เพื่อให้คนพิการลดการใช้เทคโนโลยีตัวเองได้ ดังนั้น จะเห็นเลยว่ารัฐบาลเป็นตัวผลักดันเทคโนโลยีและตลาดบริษัท อีกด้านหนึ่งที่เราเห็นนะครับ ก็ คือว่า ถ้าคุณมองเรื่องของ ซึ่งตัวรัฐเป็นจุดซึ่งจ้างคนพิการมากที่สุด จ้างคนพิการมากที่สุด ประเทศต่าง ๆ จ้างคนพิการด้วยจำนวนสูง สหรัฐฯ เอง จ้างคนพิการจำนวนสูงมาก เพราะอะไร เพราะถ้าคุณเป็นคนพิการคุณรู้เรื่องเใช้ระบบเพื่อที่จะหาว่าเขากำลังจ้างใครที่เป็นคนพิการ แล้วคุณจะทำงานกับรัฐบาลได้ เทคโนโบยีต่าง ๆ อันนี้เป็นเหตุผลว่า ที่ทำไมสหรัฐฯ เป็นผู้ที่จ้างงานผู้พิการได้ดีมาก เพราะว่าเขาซื้อ เทคโนโลยีเฉพาะที่คนพิการเข้าถึงได้ด้วย อันนี้เป็นนโยบายซึ่งถ้าคุณทำเช่นนี้ ไม่ใช่เฉพาะคนพิการ แต่กับคนของคุณเองด้วยอีกประโยชน์หนึ่ง ซึ่งเราเห็นในส่วนของนโยบายคือ การใช้คนไทยและเอา เอาเทคโนโลยีของคนไทยมาใช้เรามีเทคโนโลยีคือ มีในสหรัฐและในยุโรปเรามีนโยบายในการจีัดซื้อจัดจ้างที่ดี ดังนั้น รัฐบาลใหญ่มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในสหรัฐและในยุโรป เพื่อช่วยพัฒนาเทคโนโบยีในท้องถิ่นของตัวเองเด้วย ดังนั้นคุณจะต้องมีการพัฒนาคนของคุณในท้องถ่ินในประเทศไทย G3ict เรา มีองค์กรที่เป็นสากล มีสมาชิกมากมายและเน้น และฝึกผู้ที่ต้อง ต้องการที่จะพัฒนาเทคโนโลยีได้โดยคนพิการ ประโยชน์ที่สำคัญ ที่สุดที่รัฐบาลนำนโยบายนี้มาใช้ ก็คือว่าในระัดบ อนุองค์กรหรือองค์กรเล็ก ๆ ก็จะนำนโยบายนี้มาใช้ด้วย รวมทั้งภาคเอกชนด้วย ดังนั้นในฐานะที่คุณเป็นรัฐบาลหลัก รัฐบาลของชาติถ้าคุณนำนโยบายนั้นมาใช้ ก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง แม้กระทั่งกับเอกชนเดี๋ยวผมจะจบ ด้วย ขอแนะนำเครื่องมือ purcurment พวกนี้เป็นนโยบายตา่ง ๆ เครื่องมือ เป็นนโยบายต่าง ๆ เครื่องมือต่าง ๆ เป็นชุดนโยบายเราผ่านทั้งร้อนหนาวมาเยอะ เครือ่งมือเหล่านี้ที่ผมอยากจะให้คุณรับทราบ ก็คือนโยบายที่เป็นโมเดลของ 3 ICTG3ict แล้วก็ สามารถจะนำไปใช้ได้โดยตรง เรามีชุดเครื่องมืออื่น ๆ ซึ่งจะช่วยให้คุณ ได้รับทราบในการที่จะไปเสวนา ไปคุยกับบริษัทต่าง ๆ ว่าอะไรเป็นคำถาม คนที่เป็นผู้จัดซื้อจัดจ้างควรจะต้องรู้เรื่องอะไร เกี่ยวกับเรื่องของ assessibility ดังนั้น ก็จะมีรายการของที่เราจัดเตรียมไว้ให้ เพื่อให้ องค์กรหรือคนในราชการสามารถจะมองหาได้ว่าอะไรเป็นเรื่องสำคัญ เราทำงานกับ UN แล้วก็ช่วยผลักดันให้สหประชาชาติมาใช้ แล้วมีเรื่องของ smart city เราทำงานกับรัฐบาลต่าง ๆ ในอินเดีย ในญี่ปุ่น ออสเตรเลีย เม็กซิโก เพื่อให้มีมาตรฐานระดับชาติเข้ามาเพื่อให้มีนโยบายด้วย แล้วเพื่อนของเราจาก USCAP ก็ได้เรียนไปแล้วว่า ในเรือ่งของเมืองอัจริยะของ เมืองอัจฉริยะของ เราใช้โมเดลตัวนี้ออกมาแล้วก็พยายามผลักดันให้ทุกเมืองมาใช้เรื่องของการจัดซื้ดจัอจ้าง ที่เข้าถึผมก็จะจบตรงนี้ โดยขอเสนอแนะใน UNSCAP ว่าขอเสนอแนะ ส่ิงแรกก็คือกรุณาแสดงความมุ่งมั่นของคุณ ของคุณ เข้าใจว่ารัฐสภาเอง รวมทั้งวุฒิสภาก็มีความตั้งใจอย่างยิ่งถ้าหลายฝ่าย รัฐบาลเองจากหลาย ๆ ประเทศกล่าวว่า เขายินดีรับนโยบาย แต่ว่าขอให้ลงนามในกฎบัตร G3ict แล้วก็นำ จี ๓ ไอซีที แล้วก็นำ อีเอ็น 301549เป็นมาตรฐาน ถ้าคุณนำ EN301549 มาในประเทศไทยก็จะดีมาก ในแมกซิโกเมื่อปีที่แล้วก็ ได้นำ EN ตัวนี้เข้ามาเป็นมาตรฐานระดับชาติ อันนี้เป็นข้อที่เรานำเสนอนะครับ แต่ว่าเป็นส่ิงที่ดีที่สุดเลย ขอแนะนำให้ไปดูโมเดล ดูนโยบาย policy ตัวนี้Policy ตัวนี้เกี่ยวกับเรื่องของ การจัดซื้อจัดจ้างของ ITU ซึ่งเป็นองค์กรโทรคมนาคมระดับโลก เรากำลังจัดด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง แล้วก็คนที่เราเชิญเข้ามาก็คือ รัฐบาลแคนาดา ซึ่งเขากำลังรับมาตรฐานตรงนี้ไปใช้งานและเขาก็ได้ ได้เริ่มจัดทำเครื่องมือต่าง ๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากครับ คุณจำเป็นที่จะต้องใช้เครื่องมือเหล่านี้ เดี๋ยวขอจบตรงนี้เลย อีกครั้งหนึ่ง ที่คุณกำลังทำงานอันสำคัญนี้แล้วก็ขอให้คุณประสบความสำเร็จ ขอบคุณมากครับ // ขอบคุณมากครับคุณเจมส์สำหรับการนำเสนอที่ยอดเยี่ยมมาก เป็นการบรรยายว่าทำไมต้องมีการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเพื่อการเข้าถึงถ้วนหน้า โดยมิสเตอร์อิโกะ(Ms. Aiko) สวัสดีค่ะทุกท่าน ดิฉันชืื่อ (Ms. Aiko) ดิฉันชื่อ(Ms. Aiko) จากes cap ค่ะภาษาไทยดิฉันใช้ได้นะคะสวัสดีตอนเช้าอีกครั้งหนึ่งทุกคน ดิฉันได้มาอยู่ที่นี่จริง ๆ กับผู้ที่ทำงานหลัก ๆ ในเรื่องของ ในเรื่องของประเทศไทยที่สนับสนุนเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้างอย่างครอบคลุมแล้วดิฉันก็เชื่อว่า เป็นก้าวใหญ่ก้าวแรกสำหรับพวกเราทุกคนตรงนี้เลยนะคะ เป็นก้าวที่ เป็นก้าวที่อาจจะมองไม่เห็น แต่ว่าเป็นก้าวที่สำคัญจริง ๆ การที่จะผนวกรวมเอาเรื่องของ ความเข้าถึง เข้าไปและก็เอามาปฏิบัติได้จริของประเทศไทยอันสวยงามแห่งนี้ของเราอยากจะนำเสนออันนี้ ขอสัญญาว่าอันนี้เป็น presentation สุดท้ายดิฉันว่าทำไมถึงสำคัญ อันนี้คุณเจมส์ก็ กล่าวไปแล้ว ทำไม แล้วจะทำงานได้อย่างไร มีเรื่องข้อมูลในเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้างที่ ครอบคลุมถ้วนหน้า เดี๋ยวจะขอไปสไลด์ต่อไป เลยนะคะ อยากจะพูดถึงบริบทก่อน แล้วก็ เรื่ืองของว่ามีคุณค่าอย่างไรในการที่จะจัดซื้อจัดจ้าง แบบครอบคลุมแล้วก็ดูว่าจะใช้วิธีการทำงาน อย่างไร เอาไปทำอย่างไรบ้าง แล้วสุดท้ายจะเป็นประเด็นในการที่จะหารือกันต่อไป ซึ่งอันนี้เป็นเรืิ่องที่สำคัญที่สุดของการ ของการสัมมนาในวันนี้ ต่อมาอย่างที่ได้กล่าวไปเรียบร้อยแล้ว สหประชาชาติ ในประเทศใด ๆ ก็ตามในโลก อย่างน้อย ๑๕ เปอร์เซ็นต์ของประชากรนั้นเป็น เป็นกลุ่มประชากรที่มีความพิการ แล้วถ้าเราแปลงออกมาเป็นตัวเลขในเอเชียแปซิฟิก จะเป็นจำนวนถึง ๖๙๐ ล้านคนเลยทีเดียว แต่อย่างไรก็ตามอันนั้นเป็นตัวเรายงานของกลุ่มคนที่มีความพิการตำ่เกินกว่า ๑๕ เปอร์เซ็นต์ที่กล่าวไว้มาก ไว้มาก อยากจะขอถามได้ไหมว่า ของประเทศไทยนั้นได้แจั้งจำนวนกลุ่มประชากรพิการอยู่ที่จำนวนเท่าไรมีใครบอกได้ไหมว่าประเทศไทย แจ้งไว้เท่าไร ๑ เปอร์เซ็นต์ เกือบ ๒ เปอร์เซ็นต์นะคะ แต่ในระดับโลกอยู่ที่ 15 เปอร์เซ็นต์ ที่จะบอกคือว่ามีคนที่มีความพิการอย่างมาก ที่ต้องเผชิญในความยากลำบากในชีวิตประจำวันของเขาในการขยับขับเคลื่อนในรา่งกาย แล้วก็รับมือกับเทคโนโลยี ไอซีทีต่าง ๆ ที่พวกเขาะต้องเผชิญกับความยาก แล้วนี่เป็นสิ่งที่เราจะต้องพิจารณาและแก้ไข แล้วนอกจากนั้นอย่างที่อยา่งทีทุกคนก็ทราบว่าทั่วประเทศไทยด้วย ด้วย เอเชียแปซิฟิกเป็นกลุ่มภูมิภาคที่มีประชากรที่จะแก่ขึ้นเรื่อย ๆ ไป ปี ๒๐๓๐ ในเอเซีย ๑๐.๓ เปอร์เซ็นต์จะเป็นคนผู้ชรา ผู้สูงวัย หมายความว่าจะมีคนอีกมากมายที่ต้องเผชิญกับความยากลำบากหรือความพิการทางร่างกาย แล้วต่อมามีเรื่องของภัยพิบัติ โชคร้ายที่เอเชียแปซิฟิกเป็นภูมิภาคที่ประสบกับภัยพิบัติได้ ได้มากที่สุด ประเทศไทยเองก็อยู่ในส่วนนั้นด้วย เรือ่งของภัยพิบัติก็จะทำให้เกดความยากลำบาก ความไม่สามารถต่าง ๆ ขึ้นมาได้ หมายความว่าเราจะต้องมีบริการ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ซึ่งเข้าถึง accessib;e ได้ มาสไลด์ถัดไป อันนี้กล่าวไปแล้วอันนี้ก็กลา่วไปแล้วนะคะ เราพูดถึงเรื่องข้อแนะนำใน ของหลักการ mandate ต่าง ๆ อย่างที่คุณเจมได้กล่าวว่าประเทศไทยเมื่อนานมาแล้ว ได้ลงสัตยาบันในอนุสัญญาสิทธิของผู้พิการอนุสัญญาของผู้พิการในปี ๒๐๑๔ ส่วนที่เป็น general comment ในส่วนของการเข้าถึงอยู่ในอนุสัญญามาตรา ที่มาตรา ๙ ในตัว general comment ที่ได้มาจากคณะกรรมาธิการเรื่องของ ผู้พิการ ซึ่งอาจารย์มณเฑียรเป็นสมาชิกด้วย คอมเม้นที่กล่าวไวว้่าเป็นเรื่องที่ยอมรับ ไม่ได้เลย ในการที่จะใช้งบประมาณสาธารณะในการสร้างหรือเสริมส่งให้เกิดความไม่เท่าเทียมกัน ซึ่งเป็นผลอันหลีกเลี่ยงไม่ได้ เกิดมาจากการเข้าไม่ถึงบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ อันนี้เป็นการแปลแบบเป็นทางการ แต่พูดง่าย ๆ คือว่า อย่าใ้งบประมาณถ้าพูดงา่ย ๆ อย่าใช้งบประมาณ ภาครัฐ หรืองบประมาณในการเสริมส่งให้มากขึ้น แล้วต่อมาก็เป็นปฎิญญาปักก่ิ่ง แล้วตัวแผนปฏิบัติการในการที่จะเร่งรัดในการที่จะนำเอายุทธศาสตร์อินซอนไปใช้นะคะ ซึ่งเป็น agenda ของเอเชียแปซิฟิกเลย แล้วรัฐบาลไทยเองก็เป็นผู้นำ ในการที่รับตัวข้อบัญญัติตา่ง ๆ มาด้วย สำหรับเป้าหมายที่ 3 แต่อันนี้มี policy reccommendation ด้วย ในการที่จะบูรณาการมาตรการ มาตรฐาตา่ง ๆ เรือ่งของ assessibility การจัดซื้อจัดจ้างสาธารณะทางอเมริกาทำความผิดพลาดขึ้นมา เพราะถึงจะเป็นกลุ่มประเทศแรก ๆ ในการที่จะทำเรื่องของ assessibility ควบคุมต่าง ๆ แต่ว่ายังไม่มีมาตรฐานที่จะระบุเข้าไปในตัวกฎหมายนั้น เพราะฉะนั้นในปฏิญญา ปักกิ่งของเราระบุไว้ว่า ทุกรัฐบาลในเอเชียแปซิฟิกจะต้องเอามาตรฐานเรื่องของการเข้าถึงใส่เข้าไปด้วย เข้าไปด้วย บอกว่า ไอโอโอ ก็กล่าวไว้เหมือนกัน แล้วระดับเดียวกันกับสากล เพราะตอนนี้เราไม่ได้ค้าขายในประเทศอย่างเดียวเราต้องส่งออก นำเข้า เพราะฉะน้นถ้าคุณ มีมาตรฐานด้าน accesibility ให้บริการในระดับที่แบบเดียวกันกับสหประชาชาติได้ด้วยนะคะ แล้วก็จะเอื้อต่อการสังคม ต่อไป ต่อมาในเรื่องของ ASEAN master planหรือว่าแผนแม่บทของอาเซียนในการที่จะ เอื้อการปฏิบัติงานในการบูรณาการสิทธิของผู้พิการเข้าไปด้วย แล้วก็แนะนำว่าจะต้องมีการ มีการจัดซื้อจัดจ้างแบบเอื้อสิทธิซึ่งประเทศไทยมีแล้ว แล้วก็จะต้องมีการเพิ่มพูนความรู้ ที่ผู้พิการในเรื่องนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างด้วย ต่อมานะคะ เราพูดถึง หรือเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้างแบบครอบคลุม เราพูดมาตั้งแต่ ๙.๓๐ น เป็นต้นมา ดิฉันก็อยากจะ อธิบายให้ชัดเจนขึ้นมา ซึ่งดิฉันแค่อยากให้ชัดขึ้น คิดว่าทุกคนก็คงพอรู้อยู่แล้ว เวลาเราพูดคำ ๆ นี้ มี 2 อย่าง 2 ประเภท อันแรกก็คือการให้สัญญาเเบบเอ้อ้สิทธิซึ่่งเราเห็นประเทศอื่นด้วย ก็คือทำสัญญาในเรื่องของ ในเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้างกับองค์กรต่าง ๆ หรือบริษัทต่าง ๆ ที่มีการจ้างงานกลุ่มผู้ที่เป็นชายขอบหรือกลุ่มผู้เปราะบาง แล้วก็เป็นการสนับสนุนให้เขา มีส่วนร่วมเชิงเศรษฐกิจขึ้นมาในประเทศไทยเรามีกฎหมาย ในการที่จะให้มี preferencial contract ที่มีการจัดจ้างงานคนพิการ หรือว่าคนที่ เป็นแรงงานที่สร้างผลิตภัณฑ์หรือบริการเหล่านั้ันเป็นผู้ที่มีความพิการ แล้วอีกสิ่งหนึ่งที่เราอยากจะพูดถึง แล้วก็ ESCAP อยากจะทำงานในประเทศไทยแล้วเป็นก้าวใหญ่ และพวกคุณที่อยู่ตรงนี้ก็จะเป็นผู้นำ แปซิฟิกเลย นั่นคือ percurement หรือการจัดซื้อจัดจ้างที่จะสนับสนุนการเข้าถึง กับ supplier ที่ทำตามกฎเกณฑ์เรือ่งของการเข้าถึงและการครอบคลุมหรือมีกฎการเข้าถึง accessibilityอยู่ในการเสนอ ขึ้นมา ต่อมาเป็น ๖ ก้าวสำคัญที่รัฐบาลที่จะทำในเรื้่องของการจัดซื้อจัดจ้าง แบบครอบคลุมจะต้องระบุออกมาว่าจะต้องทำอย่างไรบ้าง อย่างเช่นอันแรกเลย จะต้องระบุว่าต้องการผลิตภัณฑ์ บริการสินค้าแบบไหนบ้าง แล้วก็คุณเจมส์ก็ได้กลา่วถึงแล่ว กล่าวมาถึงแล้ว อย่างในอเมริกาสหภาพยุโรป ออสเตรเลีย และญี่ปุ่นเอง ก็เริ่มจะทำจุดนี้ขึ้นมาด้วย เริ่มทำในเรื่องของผลิตภัณฑ์ที่เป็น ICT หรือเป็นทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศตา่ง ๆ และต่อมามีบริการเยอะมากเลย แล้ว จะต้องระบุ scope ของสินค้า ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ขึ้นมาก่อน แน่นอนว่าอยา่ง UN ของเราสนับสน ของเราสนับสนุนในเรื่องของความครอบคลุมทั้งผลิตภัณฑ์และบริการทีเดียวค่ะ ไม่ว่าคุณจะต้องจัดซื้อจัดจ้างเพื่อสร้างห้องน้ำที่สามารถเคลื่อนที่ได้สร้างห้องน้ำที่สามารถเคลื่อนที่ได้ คุณจะต้องคำนึงถึงความเข้าถึง ความครอบคลุมด้วยค่ะ ถ้าเป็นในเรื่องของความครอบคลุมจะต้อง บูรณาการเข้าไป ไม่ว่าจะเป็นห้องน้ำสาธารณะที่สามาารถเคลื่อนที่ได้ และสามารถ ในที่ที่เกิดประสบภัยพิบัติเป็นต้นจะต้องให้ทุกคนเข้าถึงได้ค่ะ ก็ไม่ได้จำกัดเฉพาะแค่ ไอซีที แต่ว่าในตอนนี้การเริ่มต้นในโลกเราก็ใช้เป็นไอซีทีอยู่ ผู้ที่จัดซื้อจัดจ้างจะเชิญ supplier ให้มาเปิดการเสนอการประมูลสินค้าและบริการตา่ง ๆ บริการต่าง ๆ และแน่นอนว่า พอบอกว่านี่คือการจัดซื้อจัดจ้าง เช่น ถ้าสมมุติอยากจะทำอาคารหรืออะไรขึ้นมาทำอาคารหรืออะไรขึั้นคุณจะต้องมี ตัว spec. หรืออื่น ๆ ต่อมาผู้จัดซื้อก็ต้องประเมิน ผู้เสนอราคา ผู้ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญที่่อยู่ตรงนี้ก็รู้ดีอยู่แลว้ ดิฉัน สิ่งที่ดิฉันจะบอกคือว่าแค่เสริมขึ้นมาอีกข้อหนึ่งนอกเหนือจาก พวกของความครอบคลุม เข้าถึง คือเรื่องของ assessibiเข้าไปค่ะ แล้วหลังจากนั้นนะคะ หลังจากที่ประเมินเรียบร้อยแล้ว คุณอาจจะต้องลงไปดูภาครัฐ คุณอาจจะต้องลงไปดู ภาครัฐจะต้องดูว่าใครที่เสนอมาแลว้เหมาะสมกับโจทย์ที่สุด แล้วหลังจากนั้นมาทำตัวสัญญาเงินกู้กับ ผู้ประกอบการหรือ vender ต่าง ๆ แล้วสุดท้าย ผู้จัดซื้อจัดจ้างต้องทำให้แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์เหล่านั้น เหล่านั้นที่ได้ทำสัญญาครอบคลุมแล้วก็เข้าถึงสำหรับกลุ่มผู้พิการได้จริง ๆ นั่นเป็นขั้นตอนสุดท้ายที่พูดถึงใน เรื่องของการจัดซื้อจัดจ้างแบบครอบคลุม ซึ่งรัฐบาลไทยก็ ไปทำงานในส่วนนี้มานานแล้วแต่เราอยากจะเสริมส่งให้ก้าวเพ่ิมขึ้นไปอีกขึั้นหนึ่ง แต่ส่ิงทีว่ามีความหมาย มีความสำคัญอย่างมาก ในเรื่องที่จะเอานโยบายเหล่านี้มาใช้อย่างที่คุณเจมส์ได้กล่าวมาบ้างแล้ว รัฐบาลนั้นจะเป็นตัวอย่างของการสนับสนุนของการเข้าถึง ครอบคลุม เข้าถึงครอบคลุมอยา่งที่คุณเจมส์ และแสดงออกว่าเขาทำอย่างนั้นจริง ๆ ภาคส่วนอื่น ๆ ในชุมชน ไม่วาจะเป็นภาคการตลาด หรือเป็นองค์กรต่าง ๆ จะคิดว่า รัฐบาลเขาทำสิ่งที่พวกเขาพูดวา่จะทำจริง ๆ ว่าจะทำจริง ๆ ก็จะเป็นตัวอย่างที่ดี และเป็นการสร้างแรงจูงใจ ต่อมาเรื่องของ อย่างที่ผู้อำนวยการของเราพูดไปในการกล่าวต้อนรับว่า จริง ๆ แล้ว คุณไมม่สามารถ คุณไม่สามารถจะเพิกเฉยต่อความใหญ่หรือขนาดของทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวพันกับเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง ในประเทศที่พัฒนาแล้ว ในประเทศกำลังพัฒนา ในเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้าง ในประเทศ OECD 12 เปอร์เซ็นต์แล้วก็ ดิฉันอยากจะขอถามว่า ทางภาครัฐบาลของไทยใช้ไปกับการ จัดซื้อจัดจ้างเท่าไร อยากจะบอกว่าเยอะมาก ๆ อย่างที่คุณเจมส์พูด สมมุติว่าถ้า มีเรื่องของการครอบคลุม เข้าถึงเข้าไปในเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้างสาธารณะก็จะทำให้ ภาพการผลิตสร้างผลิตภัณฑ์ที่เข้าถึงได้มากขึ้น แล้วก็จะเป็นวงจร ที่ดี วงจรในแง่บวกคืออุตสาหกรรมสร้างผลิตภัณฑ์ที่เข้าถึงมากขึ้น supply ก็เพ่ิมและทำให้ ผลิตภัณฑ์และบริการเหล่านี้มีเพิ่มขึ้นในตลาดแล้วก็ราคาจะถูกลง แล้วคุณภาพจะดีขึ้น แล้วหมายความว่าทำให้ผู้บริโภคนั้นอาจจะเกิดความสนใจขึ้นมาขึ้นมาเพ่ิมขึ้นด้วย อาจจะอยาก ซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีความเข้าถึงได้ง่ายขึ้นนะคะ อย่างที่คุณเจมส์บรรยายอย่างโทรศัพท์ที่เป็น speed to text ต่อมาเรื่องของ ความเข้าใจในเรื่องการเข้าใจ accessibility หรือว่า aaa ของเรา เรามีหลักการนี้ใส่เข้าไปในหลักการของเราเรียบร้อยแล้วแต่ว่าอยากจะให้เห็นภาพว่าคนพิการ อาจจะ พิการแบบถาวรก็ได้ ในเรื่องของมองไม่เห็น หูหนวก พูดไม่ได้ แต่จะมีความพิการแบบชั่วคราวก็มีความพิการแบบชั่วคราวก็มีค่ะ อย่างเช่น เป็นคนที่ไม่ได้อยู่ใน 50 เปอร์เซ็นต์ที่กล่าวมาเมื่อสักครู่นี้ด้วย อาจจะเป็นคนที่เพิ่งถูก ได้รับบาดเจ็บมาหรือหูอักเสบข้างหนึ่งเลยไม่ได้ยินตั้งแต่ต้นเป็นต้นนะคะ หรือว่าคนอาจจะเป็นต้อกระจก ที่มองไม่เห็นชั่วคราว หรือว่าอาจจะมี คออักเสบ ก็เป็นเรื่องของความพิการแค่ชั่วคราวซึ่งทำให้เราพูดไม่ได้ หรือว่าอาจจะเป็นความพิการเฉพาะสถานการณ์อย่างเช่นอยู่ในบาร์หรือร้านที่เสียงดัง คุณก็มองว่าไม่ได้ยินใช่ไหมคะ หรือว่าคนขับรถที่มั่วแต่มองมือถือ หรือหรือเป็นสมาชิกในบ้าน ที่ต้องไปเข็ญรถเข็ญเด็กหรือว่าต้องไปขึ้นรถสาธารณะก็แปลว่าพวกเขาไม่สามารถที่จะขยับ ขยับเขยื้อนเคลื่อนที่ได้ตามต้องการเขาต้องทั้งอุ้มลูก ต้องถือรถเข็ญ อาจจะเป็นได้ทั้งผู้ชาย ผู้หญิงในครอบครัวเลยทีเีดยวที่เผชิญกับแบบนี้ เพราะฉะนั้นลองคิดถึงสถานการณ์ในชีวิตของคุณที่คุณอาจจะประสบความยากลำบากเฉพาะสถานการณ์ แล้วถ้าคุณทำเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้างที่ครอบคลุมถ้าคุณทำในเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้างทั้ง ผู้พิการและทุกสิ่งทุกอย่างในประเทศไทยจะให้ประโยชน์มากกว่าคน ๕๕ เปอรืเซ็นต์ที่พิการทั้งประเทศ ด้วยค่ะ ยกตัวอย่างหนึ่งของ EU และอเมริกา ออสเตรเลียว่า อะไรบ้างที่EU และอเมริกา และออสเตรเลียว่า อะไรบ้างที่เป็นผลิตภัณฑ์และบริการที่จัดซื้อจัดจ้างแบบสาธารณะแล้วก็รวมทั้งการ ครอบคลุมเข้าถึงและผู้พิการเข้าไปด้วย มีเรื่องของ electronic content electronic content เรื่องของการสื่อสาคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์อื่น ๆ software hardware หรือว่าการให้บริการข่าวสาร เครื่องเอทีเอ็ม เครื่องทำธุรกรรมต่าง ๆ วีดิโอและตู้ ATM เครื่องออกตั๋ว เครื่องออกตั๋ว เครื่องเช็กอิน อุปกรณ์ทีวีหรือบริการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริการทางอากาศ ทางรถไฟ แล้วก็ทางราง เดี๋ยวดิฉัน จะสรุปอีกทีหนึ่ง นี่ค่ะ คุณคงจะมองภาพออกแล้วว่า ผลิตภัณฑ์ อะไรบ้างที่เริ่มจะเอาเรื่องของความครอบคลุมถึงกลุ่มผู้พิการและครอบคลุมถึงทุกคนเข้ามาผนวก ในเรื่องของสัมมนานี้ เราก็จัดเรือ่งของล่ามฉับพลันให้ด้วยค่ะ แต่หลังจากนั้นเราจะมีการแปลภาษาในเร่อ.ของการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อให้คุณทุกคนเห็นรายละเอียด กระบวนการทั้งหมดที่ดิฉันบรรยายเป็น ภาษาไทย ในตัวเอกสารจะมีการแปลเป็นชุดภาษาไทยออกมา ซึ่งดิฉันหวังว่าจะเป็น กระบวนการที่เราจัดทำให้เสร็จได้โดยรวดเร็วแล้วในเรื่องของการหารือที่เราจะคุยกันที่ท่านมณเฑียรจะป็น modilator ในช่วงเวลาถัดจากนี้ไป ก็คือว่า ถ้าเราทำอย่างนั้นแล้วประเทศไทยจะเป็นผู้นำในอาเซียน แล้วอย่างที่คุณเจมส์กล่าว แล้วอย่างที่คุณเจมส์กล่าว่า คุณจะ เป็นผู้นำ ในการที่จะเสริมส่งความเติบโตในอุตสาหกรรมด้วย ขึ้นอยู่กับว่า ขอบข่ายของผลิตภัณฑ์และบริการอะไร อาจจะเป็น ICT อาจจะเป็นการขนส่งห รือจะเป็นอุตสาหกรรม กับทั้ง 2 เรื่องนั้น และเรื่องต่อมาคือเรื่องของการมีกลไก ทั้งระบบหรือว่าเรามีกฎหมาย ๓A แล้วใช่ไหม เรามีข้อ เรามีข้อกำหนดหรือกฎ ระเบียบต่าง ๆ ที่เสริมส่งในเรื่องของการ จัดซื้อจัดจ้างอย่างครอบคลุมและเรื่องของการให้บริการ ใแล้วในเรื่องของมาตรฐาน ทางด้านการเข้าถึงในเชิงเทคนิคจะต้องให้เป็นแบบเดียวกันกับมาตรฐานระดับสากลค่ะ แล้วต่อมาเป็นแนวทางที่พิจารณาโดยอิงหลักของสิทธิก่อน อยา่งที่พวกเราเองก็ตระหนักถึงความสำคัญนะคะ ดิฉันกล่าวไปแล้วว่าไอซีทีเป็นจุดเริ่มต้นเราจะเริ่มตรงนั้นก็ได้ ในต่อมา เหมือนกับสัมมนานี้ ในการที่จะเสวนา ติดตาม และประเมินผลในเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้างแบบครอบคลุมก็จะต้องให้ผู้แทน ขององค์กรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการมีส่วนร่วม และก็ เช่น เช่น คุณเจมส์ได้พูดถึงแล้ว ก็ไม่ใช่เฉพาะกับคุณ แต่ อาจจะเป็นตัวหลักของประเทศไทย ดังนั้นการที่นำคนที่มีผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย หลาย ๆ คนเข้ามามากที่สุดจะเป็นประโยชน์อย่างมาก ก็คือขอบคุณที่รับฟังดิฉัน แล้วถ้าคำถาม ถามได้เลยนะคะ แต่ก็ขอจบการนำเสนอเท่านี้ การนำเสนอเท่านี้ โดยที่เดี๋ยวเราจะลองเช็กดูว่าจะทำ เอกสารนี้ออกมาเป็นภาษาไทยแล้วเดี๋ยวจะส่งให้ท่านได้ลองดูว่า จะเป็นประโยชน์กับคุณมากแค่ไหน ขณะนี้เราอาศัยอยู่ในชีวิต วิถีใหม่ หรือ New Normal ที่ใช้ชีวิต เจรจาพูดคุยกับคนอื่นก็จะเปลี่ยนไป เช่น วิธีที่เราทำในวันนี้ ดังนั้น อันนี้เป็นช่วงเวลาที่สำคัญมากที่คุณจะลองดู เรื่องของการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเพื่อการเข้าถึงโดยสะดวกถ้วนหน้า เพื่อให้เป็นประโยชน์กับทุกคน ขอบคุณมากค่ะ อยา่งดีเลยนะคะ ขอบคุณค่ะ [ภาษาต่างประเทศ] today we have several representative [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาต่างประเทศ] ด้านข้อมูลข่าวสารของราชการ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีท่านพุชพงษ์ ท่านรองปลัดกระทรวงดิจิตัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ท่านโกเมศ จิระชัยสุทธิกุลกรรมการกฤษฎีกา ท่านหัวหน้าผู้ตรวจราชการท่านพิเชศ เนียมนัด ประจำสำนักงานอัยการสูงสุดทีี่ปรึกษากฎหมาย สำนักงานอัยการสูงสุดท่านปิยวรรณ ล่ำกิจจานโยบายรัฐวิสาหกิจ รักษาการในตำแหน่ง ด้านพัฒนารัฐวิสาหกิจท่านธรรมนูญ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ท่านมณเฑียร เจริญผลรองผู้ตรวจ เงินแผ่นดิน ท่านอนิรากรมพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ดำเนินรายงานดำเนินรายการโดยท่านมณเฑียร บุญตัน ซึ่งทา่นจะทำหน้าที่ ดำเนินรายการทางออนไลน์คือ ท่านอาจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธ์ุแล้วก็มีผู้เข้าร่วมเสวนาออนไลน์ตอนนี้ท่าน [ภาษาต่างประเทศ] ขออนุญาต ส่งไมค์ให้ท่านผู้ดำเนินรายการกราบเรียนเชิญค่ะ[ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาต่างประเทศ] จะไม่พูดถึงเลยก็ไม่ได้ ร่างที่ผมได้เสนอต่อสภาเป็นการเสนอขอแปรญัตติไม่ผ่านนะครับ ได้ ๒๕ เสียง จาก 250 เสียง อย่างไรก็ตามความไม่สำเร็จในคราวนั้นก็เป็นแรงกำลังใจให้กับได้นำไปศึกษา เอกสารตามวิชาการซึ่งอีกไม่กี่วันก็จะแปลงเป็น ภาษาไทยให้พวกเราได้อ่าน ในส่วนหนึ่งที่ผมคิดว่าอาจจะต้องมีการทำความเข้าใจอีกนิดหนึ่งว่า เราถึงจะเอาเป็นเอาตายกับการจัดซื้อจัดจ้าง จริงๆ ประเทศไทยเราเราก็มีกฎหมายควบคุมอาคาร เราก็มีกฎหมายดิจิทัล เรามีกฎหมายหลายฉบับเรื่องการเข้าถึง โดยสะดวกถ้วนหน้า อยา่งไรก็ตาม เมืองไทยเราจะเขียนกฎหมายดีขนาดไหนก็ตามมาตกตอนจัดซื้อจัดจ้าง เพราะว่าคนจัดซื้อจัดจ้างเองอาจจะไม่ได้สนใจฉบับนี้ก็ใช้ความคุ้นชินใช้สิ่งที่ตัวเองเห็นว่าเป็นเรื่องที่เคยทำมาในอดีตเราจึงเห็นว่าในโครงการขนาดใหญ่หลายโครงการไม่ว่าจะเป็นขนส่งสาธารณะก็ดี ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานก็ดี ไม่ว่าจะเป็นสร้างมหาวิทยาลัย สร้างโรงพยาบที่เรารู้จักกัน ก็ไม่มีหลักประกันว่าจะทำให้ทุกคนเข้าถึงได้โดยสะดวก เพราะเห็นว่าการจัดซ์้จการจัดซื้อจัดจ้างเหมือนจะอยู่ห่างไกลจากเรื่องนี้ ก็เลยเป็นเหตุผลหนึ่ง ที่ทางเราได้จัดการเสวนาครั้งนี้ หลายท่านอาจจะยังไม่ทราบ ผมขอทบทวนนิดหนึ่งเวลาเราพูดถึงคนพิการ เมืองไทยเราค่อนข้างจะมีตัวเลขต่ำมาก เพราะว่าจำนวนคนที่จดทะเบียน ๑. ต้องมีความพิการ ความพิการถึงขั้นที่แพทย์ออกใบรับรองแพทย์็ให้ ความพิการพิการเชิงประจักษ์ ๒. ก็คือเขาต้องมีกึ๋นพอที่จะก้าวล่วงพ้นความอับอาย ความกลัวที่จะถูกเลือกปฏิบัติในสังคม เขาคิดว่าคุ้มที่เขาจะได้รับสิทธิประโยชน์เพราะฉะนั้นเปอร์เซนต์การจดทะเบียนของคนพิการ จะต้องสะท้อนไปถึงคนพิการอย่างแท้จริง ขณะนี้ เรามีคนจดทะเบียนคนพิการเพียง ๒ ล้านคน แต่สำนักงานสถิติแห่งชาติเพิ่งจะสำรวจไปเมื่อ 2 ปีที่แล้วแล้วก็พบว่าคนที่มีลักษณะไม่ต่างอะไรกับคนที่จดทะเบียนแล้ว แต่ยังไม่ได้จดทะเบียนมีอีกอย่างหนึ่ง 1 ล้าน 7 แสนคน บรรดาคนที่ไปจดทะเบียนและยังไม่ได้จดทะเบียน ยังไม่ได้จดทะเบียนรวมกัน 370,000 คนเป็นคนพิการรุนแรงถึงขึ้นเชิงประจักษณ์ หรือถึีังขั้น แพทย์ออกใบรับรองแพทย์ให้ แต่ถ้าเราจะเอาตามหลักสากล ซึ่งเอาอุปสรรคในการดำรงชีวิต ซึ่งเกิดจากข้อจำกัดทางสังคม สิ่งแวดล้อม ประเทศไทยอาจจะมีคนพิการไม่น้อยกว่า 10 ล้านคน และจำนวนคนพิการนับวันจะมากขึ้น เพราะเหตุว่าเราเข้าสู่ เพราะฉะนั้นถ้าเราอยากให้สังคมเราเป็นสังคมที่เท่าเทียมเป็นสังคมมที่อยู่เย็นเป็นสุข หรือเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนซึ่งประเทศไทยเราก็เข้าร่วมนะครับ การเข้าถึงถ้วนหน้าในบริการสาธารณะทุกมิติ ทุกรูปแบบเป็นเรื่องสำคัญ และเราเห็นว่านโยบายหรือกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างเป็นกุญแจดอกสำคัญ เพราะได้รับการพิสูจน์มาแล้ว ซ้ำแล้วซ้ำอีกอเมริการ ยุโรป ออสเตรเลียว่าบริษัท เอกชน ผู้รับเหมาเขาฟังผู้ซื้อรายใหญ่ที่สุดก็คือรัฐบาล ถ้าไม่ไม่แข็งพอ ไม่มีข้อต่อรองที่ดีพอเพียงพอเขาจะทำอย่างไรก้ได้ รักสบายกันทั้งนั้น จะมี ICT บริษัทยักษ์ใหญ่หลายบริษัทที่โฆษณาว่าสินค้า ที่ตั้งอยู่มีการแข่งขันกัน โฆษณาว่าว่าสินค้าตัวเองเข้าถึงได้สะดวกถ้วนหน้า นโยบายจัดซื้อจัดจ้างของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ นั่นเองถ้าเราต้องการให้ประเทศไทยเป็นเช่นนั้นบ้าง เราก็คง อาจจะต้องมีการทบทวนเรื่องนี้ผมคงมีแค่นี้เพื่อเป็นการ ก้าวมาถึงไหน อย่างไรแล้ว เรามีกฎหมายคนพิการที่ดี เกี่ยวก้บเรื่องการขนส่ง เกี่ยวกับกฎหมาย โทรคมนาคม กฎหมายควบคุมอาคารที่ดีพอสมควรแต่พอมาถึงเรื่องจัดซื้อจัดจ้างเรา เรื่องนี้ สิ่งที่ผมกำลังปวดหัวอยู่ขณะนี้คือสัปปายะสภาสถาน ซึ่งก็ตกม้าตายตอนจัดซื้อจัดจ้างเช่นกันครับ ผมก็จะขอใช้เวลาในการรับฟังทัศนะ จากแต่ละท่านว่ามีความคิดเห็นอยา่งไรเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง ท่านอาจจะไม่ต้องลงลึกถ้าท่านไม่สะดวกที่จะพูดเรื่องนี้ แต่ว่าทา่นอาจจะฉายภาพ ถึงแนวคิด ความคิดเห็นของท่านว่าควรจัดซื้อจัดจ้างในมุมมองของท่านควรจะเป็นประโยชน์ อย่างไรต่อประเทศชาติและประชาชน แล้วก็หน่วยงานจะทำอย่างไรให้การจัดซื้อจัดจ้างเป็นประโยชน์ สูงสุด ไม่ใช่แต่เฉพาะต่อรัฐ แต่ต่อประเทศชาติด้วยนะครับ เข้าใจว่ามี 9 ท่าน ใช่ไหมครับท่านพิธีกรครับ ๑๐ ท่าน ถ้าอยา่งนั้นผมอาจจะขอให้ แต่ละท่านได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นสักท่านละ ๕ นาที ก่อนนะครับ โดยเริ่มตามลำดับเลยก็ได้ที่ได้มีการแนะนำชื่อนะครับ ท่านใดที่ จะขอพอไปก่อนก็ไม่ว่ากันเพราะว่าบางท่านอาจจะอยากฟังท่านอื่นก่อน ผมเข้าใจว่าท่านแรกที่มีการแนะนำชื่อเมื่อสักครู่นี้ จากกรมบัญชีกลางใช่ไหมครับ ใช่ค่ะ//ใช่ครับ ใช่ครับ เพราะว่ากรมบัญชีกลางก็ถือเป็นหน่วยงานสำคัญที่ เป็นผู้ขับเคลื่อนทั้งกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างแล้วก็มีบทบาทสำคัญอยา่งยิ่งก็อยากจะทราบ ว่าท่านมองว่าการจัดซื้อจัดจ้างนอกจากท่านมองมาก่อนแล้ว จากที่ท่านได้ฟังการบรรยายจากท่านอื่น รับทราบจากที่อื่น ท่านคิดว่า โดยหน่วยงานของท่านคิดว่า เราจะสามารถนำเอาหลักการการจัดซื้อจัดจ้างมาทำให้เกิดประโยชน์กับประชาชน บริการสาธารณะได้หรือไม่อย่างไร เชิญครับ 5 นาทีครับ ผม สมศักดิ์ ภู่สกุล นะครับ เราพูดถึง พรบ. จัดซืิ้อจัดจ้างก่อนว่าที่ไปที่มาเดิมกฎหมายนี้ออกมา ดูจากประเด็นใหญ่ ๆ ความเป็นมาตรฐานเมื่อก่อนในอดีตหน่วยงานของรัฐต่าง ๆ ของตัวเองทั้งสิ้น อย่างรัฐวิสาหกิจก็มีระเบียบของตัวเองขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็มีระเบียบของตัวเอง ประเด็นที่ 2 ที่มุ่งเน้นการเปิดเผย โปร่งใส รายการได้เน้นกฎหมายนี้ออกมาตรงนั้นนะครับ เรื่องที่ ๓ ก็คือวัตถุประสงค์ของจัดซื้อจัดจ้าง แต่เราชี้โจทย์ว่าเราต้องการคนดีเอาหลักคิดของ price performance มาใช้ เราเน้นถึงการวางแผนประสิทธิภาพ แต่เน้นเรื่องของการก่อหนี้ การจัดซื้อของ แล้วก็ตัวส่งเสริมในภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมมุ่เน้นความโปร่งใส ตัวระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้เป็นตัวที่สำคัญ ทีนี้เราก็เขียนกฎกระทรวง ขึ้นมา อย่างที่ท่านผู้ดำเนินการวิธีพิเศษ ปัจจุบันใช้วิธีเฉพาะเจาะจง กรณีซื้อของจากกลุ่มคนพิการก็สามารถใช้ ของวิธีเฉพาะเจาะจงได้ แต่บน บนหลักการที่ท่านนำเสนอว่า มาตรา 8ซึ่งขาดหลักการที่สำคัญ คือการเข้าถึง สะดวกถ้วนหน้า ในมุมมองส่วนตัวผมนั้น เห็นด้วยว่าการได้ของผลิตภัณฑ์ ควรจะให้บริการอย่างถ้วนหน้า แต่การให้บริการอย่างถ้วนหน้าสัมพันธ์กับอีกตัวหนึ่ง คือ งบประมาณ รัฐต้องที่ชัดเจน เพราะว่าการที่เราซื้อของที่คนใช้บริการหลากหลาย ตรงนี้สำนักงบประมาณก็เป็น ปัจจัยสำคัญ ถ้านโยบายชัดเจนอย่างนี้ในมุมมองของกรมผมซึ่งดูแลในเรื่องของกฎหมาย เรากำลังพิจารณาทบทวนกฎหมาย ตรงนี้ก็ต้องเขียนไปในหลักการของกฎหมาย ว่าเป็นหลักการตัวที่ ๕ เวลารัฐจะซื้อของที่ให้บริการ สาธารณะ รัฐนั้นต้องมีบริการที่พึงได้ต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่สะดวกเข้าถึงได้ ในความเห็น ขอบคุณครับขอบคุณมากครับ รู้สึกว่างบประมาณ จะเป็นเรื่ืองที่กลับมาอยู่ในใจเราอยู่เรื่อย ๆ ก็ขอบคุณมากครับ ท่านที่ ๒ ถ้าจำไม่ผิดเป็นใคร ท่านวิริยะ รามสมภพของราชการ สวัสดีครับ ผม วิริยะ ในเรื่องของเกี่ยวกับเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้างซึ่งท่านสมศักดฺ์ได้กล่าวไปแล้วในเรื่องของกรมบัญชีกลาง วิธีการดำเนินงาน ซึ่งจริง ๆ แล้วผมเห็นด้วยกับ กับท่านสมศักดิ์ โดยเฉพาะในเรื่องของการ จัดตั้งงบประมาณทำให้ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ สามารถเข้าถึง ถ้วนหน้าได้ก็อยู่ที่การจัดตั้งงบประมาณของแต่ละหน่วยงาน นะครับ ในเรื่องของการขั้นตอน วิธีการให้เป็นไปตามระเบียบ พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้าง แต่ที่สำคัญก็คือต้องอยู่ที่หน่วยงาน ที่เป็นผู้ดำเนินการจัดหาพัสดุในแต่ละเรื่องในแต่ละเรื่อง เพื่อที่จะทำให้ได้อย่างเต็มที่นะครับ ทีนี้ในเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้าง อย่างที่ทุกท่านทราบว่าการจัดซื้อจัดจ้าง โดยเฉพาะการประกาศเชิญชวนทั่วไป ประชาชนหรือผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงได้ ข้อมูลในการจัดซื้อจัดจ้างในข้อมูลของการเสนอราคา หรืออะไรต่าง ๆ แต่ก็มีความคิดเห็น บางงานที่ส่วนราชการได้ดำเนินการ บางกรณี อย่างเช่น ที่กำหนดในกฎกระทรวง วงเงินไม่เกิน ๕ แสนบาท บางครั้งประชาชนหรือผู้ประกอบการ ประชาชนหรือผู้ประกอบการไม่สามารถเข้าถึงได้คือเฉพาะเจาะจงเพื่ออำนวยความ สะดวกกับหน่วยงานของรัฐในการจัดซื้อจัดจ้างทีี่มีราคาไม่สูงมากนัก แต่ว่าวิธีการ ในเรื่องของเฉพาะเจาะจงก็เป็นทางหนึ่งที่ทำให้ส่วนราชการรั่วไหลได้ง่าย จริง ๆ ง่ายกว่าวิธี เพราะว่าเป็นเรืิ่องที่ส่วนราชการ สามารถที่ไปเจรจาติดต่อผู้ประกอบการได้เลยแล้วก็จะทำให้หลาย ๆ หน่วยงาน สามารถจะใช้วิธีตรงนี้ไปจัดหาของ ซึ่งบางครั้งหรือหลาย ๆ ครั้งไม่มีของส่งมอบ ไม่มีของที่ส่งมอบคือซื้อแบบที่ ไม่ได้ของมาแล้วก็มีการสอดรับกันไป และท้องถิ่น ปัญหาตรงนี้ควรที่จะต้องได้มี ที่จะต้องได้มีการแก้ไข โดยเฉพาะการซื้อของที่เป็นว้สดุที่เสื่อมสลายได้ง่าย การจัดซื้อพวกวัตถุดิบมาผลิต เป็นปุ๋ยหมักชีวภาพ จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ก็จะเห็นพวกนี้มีการใช้วิธีการตรงนี้ใช้วิธีการไปจัดทำให้กับ ประชาชนหรือพวกเกษตรกรซึ่งปกติ แทบจะไม่มีของ หรือมีของที่ไม่ได้มาตรฐานหรือไม่ได้ครบตามที่กำหนดไว้ อันนี้ก็จะเป็นปัญหาที่เกิดขึ้น เฉพาะในภูมิภาคหลายหน่วยงานด้วยกันก็ เป็นปัญหาในเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้างทำให้ ประโยชน์อย่างมากในเรื่องนี้ เพราะว่าเราเน้นในวิธี e-bidding ควบคุมในเรื่องของวิธีเฉพาะเจาะจง ซึ่งหลาย ๆ แห่งที่กล่าวมาก็ขออนุญาต ขอบคุณครับ ขอบคุณท่านวิริยะนะครับ วันนี้เราพยายามไม่พูดถึงเรื่องวิธีการจัดซื้อจัดจ้าง เฉพาะเจาะจงแล้วกัน ต้องขอโทษที่ผมหยิบยกเรื่องนั้นมา เพื่อจริง ๆ ก็เป็นไปเพื่อให้เครดิตกฎหมายฉบับนี้แต่ว่าเราจะโฟกัสไปที่จุดอ่อนของกฎหมาย ฉบับนี้ดีกว่า ส่ิงที่ฟัง ๒ ท่านมา แล้วท่านบอกว่าขึ้นอยู่ กับการตั้งงบประมาณของแต่ละหน่วยงานผมดูเหมือนจะเข้าใจว่าเป็นเรื่อง ไก่กับไข่หรือเปล่าว่าถ้าเรากำหนดหลักการไว้ใน มาตรา ๘ ว่าการจัดซื้อจัดจ้างใด ๆ จะต้องคำนึงถึง หรือจะต้องให้หลักประกันว่าประชาชนจะสามารถเข้าถึงได้โดยสะดวกถ้วนหน้า ถ้ามีหลักการเช่นนี้ หน่วยงานตั้งงบประมาณไม่ว่าจะใช้งบประมาณมากหรือน้อยก็ตาม ก็จะต้องทำตามหลักการนี้หรือไม่หลักการนี้ควรจะมีกรอบหรือจำนวนงบประมาณ ที่หน่วยงานต่าง ๆ ตั้งอยู่ควรจะเกิดก่อน ผมดูแล้วเป็นไก่กับไข่ แต่ว่าถ้าในทำนองของการที่จะใช้การจัดซื้อจัดจ้างเป็นเครื่องมือ ในการบังคับแก่ภาคเอกชนหรืออุตสาหกรรมอย่างสหรัฐฯ ก็ดี ยุโรปก็ดี หรือญีปุ่นกำลังจะทำก็ดี เพราะถือว่าภาครัฐมีอำนาจเต็มที่ที่จะกำหนดเงื่อไเอกชนมีหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามนั้น ส่วนผลว่าจะมีผลทำให้งบประมาณแพงขึ้น หรือไม่ อันนี้ยังต้องถกเถียงกันอยู่ เพราะว่า สินค้าบริการที่เข้าถึงสินค้าที่ไม่เป็นมิตร เข้าถึงยาก ไม่เสมอไป เดี๋ยวเราลองมาดูกันนะครับ เชิญท่านต่อไปเลยนะครับ ท่านต่อไปเป็นท่านใดครับ เรียนท่านภุชพงค์ โนไธสงเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ผู้เข้าร่วมสัมมนาทุกท่าน เพื่อเศรษฐกิจและสังคมนะครับ ขอบคุณท่านอาจารย์มณเฑียร ได้พูดถึงตัวเลขคนพิการเพราะตอนนั้นผมเป้นผู้แถลงเอง ผมเป็นอดีตผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ แล้วก็เข้าใจว่า ESCAP ก็ไปช่วยในการนำรวจ เนื่องจากคนพิการกับกฎหมาย อย่างที่อาจารย์พูดชัดเจน ผมเข้าใจว่ากระทรวงดิจิทัลเองมีหน้าที่ในการสนับสนุน เข้าถึงแล้วก็สะดวกโดยถ้วนหน้าโดยใช้เทคโนโลยี ผมเข้าใจแบบที่อาจารย์พูดแล้วว่ากฎหมายที่ออกมา ค่อนข้างจะรองรับทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นยุทธศาสตร์การพัฒนาดิจิทัลทั้ง ๖ ยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะ ในเรื่องของการปรับเปลี่ยนภาครัฐสู่การเป็น อันนี้สำคัญนะครับ ภาครัฐที่จะบริการประชาชนให้เข้าถึงโดยสะดวกและถ้วนหน้าจะต้องทำข้อมูลก่อน ซึ่งกฎหมายต่าง ๆ ก็ได้รองรับแล้ว ดูจากนี้ แล้วมาตรฐานของประเทศไทยเราก็ได้มีการ กำหนดมาตรฐานการเข้าถึงในเรื่องของเว็บไซต์ที่ทุกคนเข้าถึงได้ที่เราเรียกว่า 2.0 guideline 2.0 อันนี้ก็ ได้มีเกณฑ์ออกมาตั้งแต่ปี ๒๐๑๐ ก็คือประมาณ 2553 มาแล้ว ก็คิดว่าเรื่องนี้ก้เป้นเว็บไซต์ที่จะให้ทุกภาคส่วน ผู้พิการหรือผู้สูงอายุได้มีการทั่วถึง แล้วปัจจุบัน ทางประเทศไทยเราก็มีอนุสัญญา ว่าด้วยการบริหารงานและการผ่านระบบดิจิทัล ๒๕๖๒ ซึ่งตรงนี้ก็เป็น การกำหนดให้ภาครัฐของเราจะต้อง จัดทำมาตรฐานและหลักเกณฑ์การเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ เปิดภาครัฐในรูปแบบดิจิทัลต่อสาธารณะซึ่งในหลักการขออนุญาตนำเรียนสั้น ๆ ว่า จะต้องมีการจัดทำธรรมาภิบาลภาครัฐ ๒. จะต้องกำหนดให้มีการเข้าถึงอย่างเสรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ต้องจัดทำระบบชุดข้อมูลจำแนกหมวดชั้นความลับ ให้มีแพลตฟอร์มกลางที่มีความมั่นคงต่อไป และก็สะดวก แล้วสำคัญในการช่องทางรับฟังความคิดเห็น ซึ่งตรงนี้ผมกราบเรียนว่าใน พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐของเรา ทำอย่างไร ให้ทุกภาคส่วนเข้าถึงและสะดวกถ้วนหน้า การเชื่อมโโยงอย่างที่กราบเรียนนะครับ การเชื่อมโยงข้อมูล ปัญหาอุปสรรค แม้ปัจจุบัน เราก็มีกฎหมายหลายตัวที่จะเอื้อที่จะเอื้ออำนวยความสะดวก ด้วยซ้ำ อย่างเช่น พรบ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล จริง ๆ ไม่ได้ห้ามในเรื่องของการเชื่อมโยงข้อมูลของภาครัฐ ด้วยกัน เราคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อจำกัดในการที่จะทำให้ยากในการที่จะบูรณาการภาครัฐเข้า ด้วยกัน ผมในส่วนตัวค่อนข้างเห็นด้วยแล้วก็สนับสนุนในเรื่องนี้ขอบคุณครับ (คุณมณเฑียร) ขอบคุณท่านมากนะครับ เผอิญผมมีบทบาทในการร่วมยกร่างกฎหมายดิจิทัลหลายฉบับ แล้วเราก็พยายามใส่ เรื่องมาตรฐานก็ดี เรื่องการ เข้าถึงโดยสะดวกถ้วนหน้า คือเราเข็ดหลาบเข็ดหลาบก้ับการเขียนว่าคนพิการสามารถเข้าถึงได้หรือจัดสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ ซึ่งเป็นที่นิยมใช้ ในเมืองไทยเมื่อ ๒๐ กว่าปีที่แล้ว พอเราไปเขียนว่าอำนวยความสะดวกคนพิการ ไม่คุ้มค่ากับการการลงทุน โชคดีที่กระแสโลก ไปในทางเข้าถึงโดยสะดวกถ้วนหน้าหรือ Accessibility for all เราอยากมีกฎหมาย เราก็เลยเติม แอด เข้าไปอีกตัวหนึ่ง กลายเป็น หลักการเข้าถึมันจุดติดในหลายประเทศ เพราะว่าทำให้ทุกคนใช้ได้กันทั้งหมด เราก็ใส่ไว้นะครับ แต่อย่างไรก็ตามกระทรวงดิจิทัลก็เป็นพยานได้หลายปีที่ผ่านมาเว็บไซต์ ของภาครัฐในประเทศไทย ไม่ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ อาศัยหลักการ การเข้าถึงโดยสะดวกถ้วนหน้า เพราะไม่มีใครไปตามลงโทษเขา หน่วยงานของรัฐ จะจัดซื้อจัดจ้างบริษัทมาจัดทำเว็บไซต์ให้เขา เราไม่มีบทบังคับว่าคุณต้องเอาหลักการเข้าถึงโดยสะดวก ถ้วนหน้าไปใช้ เขาอยากจะออกแบบเว็บไซต์อย่างไรก็ได้จะเอาตู้เอทีเอ็มไปวางที่ไหน ตู้เอทีเอ็ม นั้นจะเข้าถึงได้ง่ายสำหรับทุกคนหรือไม่ ไม่ได้เป็นประเด็น เพราะถือว่าจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีที่ถูกต้องแล้ว โปร่งใสแล้ว ตรวจสอบได้แล้ว ส่วนประชาชนจะเข้าถึงได้สะดวกหรือไม่ กี่คน คิดเป็นสัดส่วนได้หรือไม่ ไม่ได้เป็นประเด็นสำคัญ อันนี้ก็ คิดว่าคงจะเห็นภาพชัดย่ิงขึ้นนะครับ ขอบคุณท่านมากครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถิติผมคิดว่เราอาจจะได้เห็นสถืิติที่น่าสนใจมากขึ้น ถ้าเรา ขยายความพิการให้ครอบคลุมคนที่มีความ ยากลำบากตั้งแต่ระดับเล็กน้อย ปานกลางลำบากมาก ซึ่งหลายประเทศนำหลักการนี้ไปใช้แล้วของเรายังคงจดทะเบียนให้เฉพาะคนที่มีความ ยากลำบากสูงสุดเท่านั้นเอง ขอเชิญท่านต่อไปครับ //ท่านต่อไปค่ะ คุณ โกมล จิรชัยสุทธิกุลจะขออนุญาตนำเรียนนิดหน่ึ้่ง คือว่า เพราะฉะนั้น ตอนอภิปรายรบกวนเปิดหน้ากากพูดเพราะ ต้องใช้ความชัดเจน ขอบพระคุณค่ะเรียนท่านประธาน ท่าน ผู้เข้าร่วมสัมมนาทุกท่านครับ ผม โกมล จิรชัยสุทธิกุล ปัจจุบันเป็นรองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาในฐานะที่เป็นหน่วยงาน ที่เป็นที่ปรึกษาในการร่างกฎหมายของ รัฐบาลกับท่านผู้อภิปรายท่านแรกที่มาจากกรมบัญชีกลางว่า การเขียนกฎหมาย สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเรื่องของนโยบาย ของรัฐบาล ถ้ารัฐบาลมีนโยบาย แล้ว นโยบายของรัฐบาลมีความชัดเจนว่าจะนำเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ต้องบรรจุในเรื่องหลักการ การเข้าถึงโดย ถ้วนหน้า โดยเฉพาะของราชการ ก็จะทำให้การเขียนกฎหมายประสบความสำเร็จได้โดยง่าย พอดีผมมีส่วน ที่เป็นผู้ยกรา่งกฎหมายพระราชบัญญัติ การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารภาครัฐในปัจจุบันนี้ ก็เรียนว่าหลักการ ที่เสนอมาในเรื่องของการเข้าถึงโดยสะดวก ถ้วนหน้าก็เห็นด้วยอย่างย่ิง เพียงแต่ว่า ตอนที่ยกร่างกฎหมายฉบับนี้นโยบายของรัฐบาลในขณะนั้นไปเน้นใน ๓ เรื่องด้วยกัน แต่ไม่ได้เน้นในเรื่องของ การเข้าถึงโดยสะดวกถ้วนหน้า ทีนี้หลักการ 3 เรื่อง ที่รัฐบาลในขณะนั้นมีนโยบาย ที่เป็นหลักการของร่างคือเรื่องกาเรื่องแรกเลย เรื่องที่2 ก็คือ เรื่องการส่งเสริมการแข่งขัน อย่างเป็นธรรมระหว่างผู้ประกอบการด้วยกัน ซึ่งจะสอดคล้องกับหลักสากซึ่งจะมีข้อตกลงพิเศษในเรื่องของgovernment agreement กำลังจะเข้าเป็นภาคี แต่ยังไม่เป็นภาคีนะครับ แล้วก็หลักการที่ ๓ ก็คือจะใช้กับ หน่วยงานของรัฐทุกประเภท ทุกชนิดซึ่งรวมไปถึง รัฐวิสาหกิจ ซึ่ง เท่าที่เคยศึกษาของต่างประเทศมา รวมถึงองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญด้วย เท่าที่ศึกษาของต่างประเทศปกติแล้วกฎหมาย จัดซื้อจัดจ้างจะแยก การจัดซื้อจัดจ้างของรัฐวิสาหกิจออกไป การที่เรารวมเอารัฐวิสาหกิจเข้ามา ทำให้เกิด บทบัญญัติบางประการต้องคำนึงถึง หน่วยงานพวกนี้ด้วย เพราะฉะนั้น ก็เรียนตามตรงว่ารัฐวิสาหกิจที่กฎหมายจัดตั้ง เช่น การประปา การไฟฟ้า แต่ว่ารัฐวิสาหกิจบางอย่างเขาแข่งขันเชิงพาณิชย์โดยตรงเลย อันนี้เป็นสาเหตุที่ว่าทำไมมาตรา ๗ ของพระราชบัญญัติ ถึงได้เขียนบังคับแก่ การจัดซื้อจัดจ้างของรัฐวิสาหกิจ แล้วก็เป็นที่มาของหลักการตามมาตรา 8ด้วยว่า มาตรา ๘ เป็นหลักการของวิธีการ จัดซื้อจัดจ้างแต่ไม่ใช่เป็นหลักการของตัวพัสดุ ที่เราจะจัดซื้อจัดจ้าง ว่าวิธีการจะต้องคุ้มค่าโปร่งใสมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลและตรวจสอบได้ นี่เป็นหลักการ ๔ ประการ แต่ไม่ใช่เป็นหลักการของตัวพัสดุ ถ้าพัสดุเพื่อการเข้าถึงโดยสะดวกถ้วนหน้า คือเห็นด้วยกับหลักการที่ว่า กฎหมายฉบับนี้ควรจะ เขียนให้เข้าถึงโดยสะดวกถ้วนหน้า เฉพาะ ผมเรียนว่าน่าจะจำกัดเฉพาะพัสดุที่เกี่ยวกับการให้บริการสาธารณะไม่ใช่พัสดุโดยทั่วไป คือหลักการตามมาตรา ๘ ใช้กับวิธีการจัดซื้อจัดจ้าง วัสดุทั้งหมดทุกประเภททั่ว ๆ ไป ไม่ว่าจะซื้อดินสอ ซื้ออะไรก็ตาม ซื้อกระดาษอะไรต่าง ๆ ธรรมดาต้องใช้หลักการ วรรคสองเขาเขียนไว้เลยว่า ถ้าหน่วยงานของรัฐไม่ใช้หลักการตามวรรคหนึ่ง ถ้ามีผลอย่างมีนัยสำคัญ การจัดซื้อจัดจ้างนั้น ๆ ก็จะ เสียไป คือการจัดซื้อจัดจ้าง จะใช้ไม่ได้ไปเลย เสียไปเลยถ้ามีคนโต้แย้งขึ้นมา ขึ้นมา เพราะฉะนั้นจึงเป็นหลักการในมาตรา ๘ เป็นหลักการสำคัญ ผมเห็นด้วยก็จริง แต่ว่า ถ้าจะเขียน ถ้ารัฐบาลมีนโยบายว่ากฎหมายฉบับนี้จะเข้าถึงให้พัสดุที่มีการเข้าถึงโดยสะดวกถ้วนหน้าน่าจะแยกออกมาเป็น มาตราเฉพาะที่เกี่ยวกับตัวพัสดุ ที่ให้บริการสาธารณะต้องจัดให้มีการหรือออกแบบอะไรให้มีการเข้าถึงโดยสะดวกถ้วนหน้า ไม่ว่าจะเป็น หรือแม้แต่ตัวอาคารที่ทำงานของหน่วยงานของรัฐนั้น ๆ ประชาชาจะต้องเข้าถึง อันนี้ผมเห็นด้วย ๑๐๐ เปอรืเซ็นต์ ถ้าแยกมาตราพวกนี้ออกมาแล้วเอาหลักการ อันนี้ไปใส่ เพราะจะแยกให้เห็นแล้วไม่ไปปะปนกับพัสดุอะไรที่เกี่ยวกับรัฐวิสาหกิจเขาจะซื้อเพื่ิอไปทำ กิจการของเขาที่จะแข่งขันกับเอกชน ทีนี้ ถ้าพูดถึงจริง ๆ แล้วกฎหมายฉบับนี้อาจจะไม่ได้พูดถึงสะดวก ถ้วนหน้าโดยตรง แต่ถามว่า กฎหมายฉบับนี้มีบทบัญญัติใดที่เอาไป apply ใช้ได้หรือไม่เรียนว่ามี มาตรา ๖๕ วรรคสอง เขียนเลยว่า พัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน จะมี (๔) ว่า คือ 65 เป็นเรื่องการกำหนดเกณฑ์ในการพิจารณาพัสดุ แล้วก็มี (4) บอกเป็นเกณฑ์หนึ่งด้วยว่าพัสดุที่รัฐส่งเสริมหรือสนับสนุน วรรคสองบอกว่าวัสดุ ตาม (4) ที่รัฐส่งเสริมหรือสนับสนุนให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวงหรือสนับสนุนพัสดุที่สรา้งนวัตกรรมหรือพัสดุ ที่อนุรักษ์พลังงานหรือสิ่งแวดล้อม อันนี้เป็นข้อกำหนดเพียงกว้าง ๆ เท่านั้นเอง แต่จริง ๆ ลงรายละเอียดได้มากกว่านั้น ถ้าลงมาที่กฎกระทรวง ซึ่งกฎกระทรวงปัจจุบันออกมาก็มีการส่งเสริมพัสดุ ที่จัดทำโดยองค์กรของโครงการ แต่ถ้าเราจะกำหนดตัวเนื้อพัสดุเลย ตัวพัสดุเลยว่า ถ้าพัสดุนั้นเป็นบริการ สาธารณะแล้วส่งเสริมการเข้าถึงโดยถ้วนหน้าก็ สามารถที่จะส่งเสริมหรือสนับสนุนก็ได้ ถ้ารัฐมีนโยบายเราก็ออก กำหนดมาได้ ทีนี้อาจจะมีจุดอ่อนตรงที่ว่าไปกำหนด ได้แต่ตัวพัสดุที่เราจัดซื้อจัดจ้าง แต่บริการสาธารณะบางอย่างเกิดขึ้นจากการออกแบบมาจากหน่วยงานของรัฐเลยหรือตั้งแต่การเริ่มยกร่าง TOR เลย การยกร่าง TOR ขอจะไม่มีบทบังคับอะไรว่าเขาจะต้องยกร่างหรือออกแบบสมมุติแล้วกันว่า ออกแบบสนามบินออกแบบที่ทำการ ของชานชลาสนามบิน เขาจะต้องออกแบบโดยคำนึงถึงการเข้าถึง ไม่มีบทบังคับพวกนี้ จุดอ่อนของกฎหมายฉบับนี้น่าจะอยู่ตรงนี้แต่ถ้าเราใส่มาตราเฉพาะลงไปว่า ถ้าเป็นบริการสาธารณะอย่างที่ผมเอ่ยเบื้องต้น ว่า ถ้าเราเป็นแยกมาตราหนึ่งออกมาเป็นเรื่องตัวรับพัสดุที่เป็นบริการสาธารณะเราเอาหลักการเพื่อการเข้าถึงโดยสะดวกถ้วนหน้ามาใส่ ก็จะเป็นบทบังคับ แต่ทั้งนี้ เรียนตามความเป็นจริงจากประสบการณ์ในการร่างกฎหมาย ว่านโยบายของรัฐบาลเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด ถ้ารัฐบาลมีนโยบาย อย่างเข้มแข็งที่จะ บรรจุเอาเรื่องนี้เข้ามาในร่างกฎหมายฉบับนี้ก็สามารถที่จะทำได้เพราะจากกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ที่เป็นจุดอ่อนที่ปัจจุบันทำไมบริการสาธารณะ หรืออาคารที่ทำการ หน่วยงานของรัฐต่าง ๆ ทำไมยังไม่มีการเข้าถึงโดยสะดวกถ้วนหน้าอย่างกฎหมายควบคุมอาคารก็ดีก็เขียนอยู่มาตราหนึ่ง ว่าให้ออกกฎกระทรวงกำหนดอาคารจะต้องจัด ให้มีการเข้าถึงโดยสะดวกของคนพิการอย่างนี้ แต่ก็มีอีกมาตราหนึ่งเขียนว่ารัฐมนตรีก็สามารถออก หน่วยงานของรัฐได้อีก พอ ยกเว้นผ่อนผันปุ๊บหน่วยงานของรัฐก็ไม่ถูกบังคับใช้ฉะนั้นอาคารที่ทำการของรัฐ ก็เลยไม่ถูกบังคับใช้ไปด้วย ยกเว้นว่าผู้บริหาร หรือว่าหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ เขาคำนึงถึงเองแล้วเขาออกแบบตัวอาคารของเขาที่จะให้มีการเอื้อต่อคนพิการหรือเข้าถึงสะดวก หรือกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการเองก็ดี ก็กำหนดในลักษณะของมาตรการจูงใจ ไม่ใช่บังคับ ถ้าอาคาร หรือสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ กำหนดการเข้าถึง เขาจะได้มาตรฐานเดียวกันถ้าภาษีแล้วถามว่ามาตรการทางด้านภาษี หน่วยงานของรัฐเพราะฉะนั้นบังคับหน่วยงานของรัฐไม่ได้อยู่แล้ว อันนี้ยกตัวอย่าง พอสังเขป ขออนุญาตเท่านี้ก่อนครับ ขอบคุณท่านโกมลมากครับ เราก็มีความหวังเห็นเเสงสว่างทีี่ ปลายอุโมงค์ แม้ว่ามาตรา ๘ อาจจะยังดูไม่ชัด ผมฝันเห็นมาตรา ๘ ขึ้นมาเลย ฟังท่านโกมลพูดเราอาจจะเขียนในทำนองว่ากรณีเป็นีพัสดุ สาธารณะ จะต้องมีหลักประกันในการเข้าถึงโดยสะดวกถ้วนหน้า ก็คงจะต้องขอถือโอกาสปรึกษาท่านโกมลว่าถ้าหน่วยงานต่าง ๆ พร้อม รัฐบาลพร้อม ที่จะผลักดันนโยบายนี้ ซึ่งผมเชื่อว่าหลังโควิด รัฐบาลน่าจะพร้อมมากขึ้นในเรื่องนี้ เพราะว่าเราอยากเป็นศูนย์กลางหลายเรื่องเหลือเกินอยากเป็น Hub เรื่องสุขภาพ อยากเป็น Hub ด้านการท่องเที่ยว เพื่อความมั่นคงทางสุขภาพ ทางอาหาร เรา อยากจะเป็นศูนย์กลางการคมนาคม เราอยากจะเป็นศูนย์กลางดิจิทัล แต่เราไม่มีหลักค้ำประกันเราเป็นไม่ได้หรอกครับ เพราะฉะนั้นรัฐบาลต้องเข้าใจ ของการที่จะเป็นฮับด้านนั้นด้านนี้ เป็นศูนย์กลาง ด้านนั้น ท่านจะต้องมีโครงสร้างพื้นฐานที่อำนวยความสะดวกให้กับคนมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ อันนี้ไม่ได้เป็นเรื่องการทำความดี แต่เป็นเรื่องของการลงทุน และหวังผลกำไรต่อประเทศชาติ ขอบคุณท่านโกมลมากครับ ท่านต่อไปเชิญครับ ต่อไปขอเรียนเชิญทา่นธวัชชัย หัวหน้า กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กราบเรียนเชิญค่ะ ท่านใกล้ชิดประชาชนมาก เชิญครับ เรียนท่านประธาน แล้วก็ผู้ร่วมเสวนาทุกท่านผม ธวัชชัย เลี้ยงประเสริฐ ในส่วนของกรมก็คงจะเป็นเรื่อง บทบาทภารกิจของกรมในเรื่องของการทำหน้าที่ส่งเสริมสนับสนุนให้องค์กรปกครองกำหนดให้องค์กรมีตั้งแต่องค์การบริหารส่วนจังหวัด ซึ่งมี ๗,๘๕๑ แห่ง ไม่รวม กทม. และเมืองพัทยา7,000 กว่าแห่ง ซึ่งในภารกิจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เราก็มีวิสัยทัศน์ ที่จะทำให้ท้องถิ่นบริการสาธารณะให้กับประชาชน อย่างมีมาตรฐาน เพราะฉะนั้นคงจะตรงกับที่เรากำลังพูดคุยกันในปัจจุบันสิ่งที่ท้องถิ่น จะเป็นตามกฎหมายจัดตั้งของตัวเองแล้วก็ตามภารกิจที่ถ่ายโอน มีจำนวนมาก แล้วในแต่ละท้องถิ่น ในแต่ละประเภทก็จะมีไม่เหมือนกันที่รับผิดชอบอยู่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อยู่ในบริบทของสภาพพื้นที่ ของตัวเอง สิ่งที่ทาง ท้องถิ่น ผมคงอยากจะพูดในข้อเท็จจริงให้ฟังว่า ท้องถิ่นต่าง ๆ ถ้าไม่คุยเรื่องงบประมาณก็จะไม่ได้ เพราะว่าทางท้องถิิ่น ความต่างเรื่องงบประมาณจะมีความต่างกันมาก มีตั้งแต่ ๒๐ ล้าน จนถึง 1,000 ล้านขึ้นไป ความต่างของท้องถิ่น อันนี้ก็คือเรื่ืองงบประมาณ เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องของ ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น บางท้องถิ่นมีหลายร้อย บางท้องถิ่นมีหลักสิบ นี่คือเรื่องของคนในพื้นที่ อันท่ี่ ๓ ก็คือในเรื่องของพื้นที่ที่ สภาพพื้นที่ของท้องถิ่นก็ไม่เหมือนกัน เป็นชุมชนที่เจริญ บางท้องที่เป็นเรื่องของ ชนบท เพราะฉะนั้นส่ิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ การที่จะออกกฎหมายหรือระเบียบต่าง ๆ เพื่อที่จะสร้างการเข้าถึงทุกภาคส่วน คน ทุกเพศทุกวัยหรือคนผู้ด้อยโอกาสอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ก็คงจะต้องมีความยืดหยุ่นพอสมควร มีความยืดหยุ่นพอสมควร ข้อกฎหมาย อาจจะเกินไป ผลเสียหรือท้องถิ่นหลายแห่งอาจจะทำไม่ได้ บางแห่งอาจจะทำไม่ได้ ในส่วนของ นโยบายกับกฎหมายเหมือนอย่างที่ทางท่านก่อน ๆ ได้พูดไปแล้วก็เห็นด้วยว่านโยบาย ของรัฐบาลจะต้องมีความชัดเจนอันดับแรก อันที่ ๒ คือเรื่องของข้อกฎหมาย เพราะองค์กร ประเภทหนึ่ง ซึ่งเขาใช้ระเบียบของการจัดซื้อจัดจ้าง ภาครัฐเหมือนกัน เพราะฉะนั้นก็คงจะ เห็นด้วยกับเรื่องของท่านที่พูดไปแล้ว เรื่องของนโยบายกับเรื่องข้อกฎหมายแต่จะให้คำนึงถึง การที่จะเขียนทำอย่างไรไม่ให้เป็นการผูกมัดหรือเป็นการบังคับว่าท้องถิ่นทุกแห่งจะต้องทำ เหมือนกัน ซึ่งเป็นไปไม่ได้ด้วยบริบทของคน เรื่องของพื้นที่แล้วก็เรื่องของคน ของพื้นที่และของงบประมาณ รวมทั้งภารกิจทีี่ท้องถิ่นรับไปทุกทบวง กรมที่เราคุยกันอยู่นี้ ส่งภารกิจที่ท้องถิ่นทำเหมือน ๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอาคารสถานที่ตามที่ท่านได้พูดไป พูดไปนี้ หรือแม้กระทั่งเรื่องของการบริการสาธารณะ การขนส่ง การศึกษา ฃท้องถิ่นก็ทำเพราะฉะนั้นในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้หากจะมีการเขียนข้อกฎหมายก็คงจะมีการฝาก ความยืดหยุ่นให้กับทางท้องถิ่นด้วย ขอบคุณครับ ขอบคุณมากนะครับ อันที่จริงที่เราคุยกันมาก็คือถ้าเราบรรจุหลักการ นี้ไว้ในกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างคงจะต้องผันแปรไปตามการจัดสรรงบประมาณ ถ้ารัฐพร้อมที่จะสู้เรื่องนี้เพื่อให้เกิดการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน ให้เข้าถึงโดยสะดวกถ้วนหน้าจริง รัฐบาลก็ต้องใจถึงนะครับ จะกำหนดให้ท้องถิ่นซึ่งมีความแตกต่างกัน ใช้มาตรการเดียวกัน รัฐบาลก็คงต้องจัดสรรทรัพยากรให้อยา่งเป็นธรรมความยืดหยุ่นน่าจะเป็นความยืดหยุ่นในเรื่องของการจัดสรรทรัพยากรก็ดี หรือระยะเวลาในการที่จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จก็ดี ซึ่งความพร้อมแต่ละแห่งอาจจะไม่เหมือนกัน แต่บางเรื่องไม่เกี่ยวกับ ความห่างไกล ไม่เกี่ยวกับความยากง่ายเป็นเรื่องของทัศนคติ เป็นเรื่องของความเชื่อ เป็นเรื่องว่าทำได้ หรือทำไม่ได้ซึ่งไม่เกี่ยวอะไรกับอยางที่ผมพูดบ่อย ๆ การออกแบบ เว็บไซต์ไม่เกี่ยวกับงบประมาณเท่าไร เกี่ยวกับ ฝีมือของผู้ออกแบบ เกี่ยวกับทัศนคติของผู้ จัดซื้อจัดจ้างด้วยว่าท่านต้องการให้เว็บไซด์ใครใช้ได้บ้าง แม้กระทั่งห้องน้ำจริง ๆ แล้วมีเพื่อนผมหลายคน มาบอกว่า ถ้าเราออกแบบห้องน้ำโดยคำนึงความสะดวกถ้วนหน้ัาตั้งแต่แรกเราจะมีค่าใช้จ่าย เพิ่มขึ้นจากเดิมไม่ถึง 3 เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าเราทำแบบเข้าถึงไม่ได้ไว้ก่อนแล้วมาทุบต่อเติมใหม่ อาจจะจ่ายเพิ่มอีก 30 เปอร์เซ็นต์ต่างกันนะครับ อยู่ที่ว่าเราคิดอย่างไรตั้งแต่แรก ถ้าเราออกแบบตั้งแต่แรก แล้วหลักการ univeral disign ตั้งแต่แรกออกแบบเพื่อให้ทุกคนเข้าถึงได้ อาจจะ แตกต่างกับห้องน้ำทั่วไปไม่เกิน 3 เปอร์เซ็นต์มาทุบแล้วต่อเติมใหม่ ทำใหม่ อาจจะ 30 เปอร์เซ็นต์ ขอบคุณมากครับ เชิญท่านต่อไปเลยครับ // ขอเชิญท่านพิเชษฐ์ จากสำนักงานอัยการสูงสุด กราบเรียนเชิญครับ และท่านผู้มีเกียรติทุกท่านนะครับ ในส่วนของสำนักงานอัยการสูงสุด ผมเป็นผู้แทนชื่อ พิเชษฐ์ เนียมนัด อยากเรียนอยา่งนี้ ว่า จากประวัติศาสตร์ผมปูพื้นฐานนิดหนึ่งในอดีตการจัดซื้อจัดจ้าง เราจะใช้ระเบียบสำนักนายกว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 เป็นหลักหรือบางกรณีหน่วยงานจะมีระเบียบ พัสดุของตัวเอง ซึ่งระเบียบนั้นใช้มาจนกระทั่งถึง ปี ๒๕๖๐ ตาม พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้าง ฉบับใหม่ แต่ขณะนี้ตามมาตรา 18 ของ พ.ร.บ. ก็ยังเขียนไว้ว่าการดำเนินการที่ยังต่อเนื่อง การดำเนินการที่ดำเนินการมาจากการจัดซื้อจัดจ้างในสมัยอดีตก็ยังคงให้ใช้อยู่ต่อไป จนกว่าจะมีการตรวจรับงาน สิ้นสุดงาน ถึงจะเร่ิมใช้ พ.ร.บ. ปี 2560 ดังนั้น พ.ร.บ. ปี 2560 โดยหลักแล้วจะเริ่มใช้ตั้งแต่เมื่อมีการจัดซื้อจัดจ้าง เมื่อกฎหมายฉบับนี้ใช้บังคับปี 2560 ทีนี้สิ่งที่ผมอยากจะเรียนอย่างนี้คือการเข้าถึง คือ การเข้าถึงโดยเฉพาะของกลุ่มคนพิการ ผมแยกเป็น ๒ อย่างแล้วกัน คือ ในส่วนของพัสดุ การเข้าถึงโดยดูประเด็นเรื่องพัสดุ ผมว่าตอนนี้เกี่ยวกับเรื่องการบริการสาธารณะซึ่งสำนักงานอัยการสูงสุดจะเป๋็นผู้ดูพิจารณาตรวจร่างสัญญาให้ จะเห็นว่าตอนนี้มีบ้างแล้ว ยกตัวอย่างเช่น กรณีจัดซื้อจัดจ้างรถเมล์ ขสมก. เราก็พยายามให้จัดทำโดยมี ทางลาดชันก่อนขึ้นรถ ใช้รถแบบยก และลดลงมาเพื่อจะรับคนพิการขึ้นไป หรืออย่างกรณีทำถนนที่จะต้องมี ฟุตบาทและมีทางลาด รวมทั้งอาคารด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับ ปัญหาที่ท่านทั้งหลายได้พูดไว้แล้วในเรื่องงบประมาณ เรื่องต้นทุน เรื่องต่าง ๆ อันนั้นส่วนพัสดุ ซึ่งสามารถทำได้อยู่แล้ว ส่วนพัสดุซึ่งสามารถทำได้อยู่แล้วตามปี 2560 ผมเรียนอย่างนี้ แต่ว่าทำได้หรือไม่ได้ก็ มีประเด็นเรื่องเม็ดเงิน เรื่องงบประมาณ ส่วนอีกหัวข้อหนึ่งคือเป็นเรื่องของผู้ประกอบการ ผู้ประกอบการ จริง ๆ แล้วก็ขึ้นอยู่กับหน่วยงานที่จะกำหนด TOR ไว้ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าหน่วยงานไปกำหนด TOR ว่าผู้เข้ามาร่วมแข่งขันประมูลราคาอาจจะต้องมีพนักงาน ผู้พิการอย่างน้อยเท่าไร เป็นจำนวนกี่คน กี่เปอร์เซ็นต์ ตรงนั้นก็ อาจจะเป็นส่วนหนึ่งในการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้เข้ามาร่วมแข่งขัน แต่อาจจะมีประเด็นเรื่องมาตรา ๘ อย่างที่ท่านว่า ซึ่งผมเห็นว่าตอนนี้ ขณะนี้ ในเมื่อยังไม่มีมาตรา ๘/๑ ตามที่ท่านผู้อำนวยการ อยากจะได้ ผมเห็นว่า ตาม พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้าง ปี ๒๕๖๐ ชุดแรกคือ คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ชุดนี้มีอำนาจกว้าง ๆ คือตรวจสอบ พ.ร.บ. ฉบับนี้และเสนอนโยบายให้กับคณะรัฐมนตรี เพื่อจะออกกฎ ระเบียบ กติกาขึ้นมา ออกเป็นมติ ครม. มาตามมาตรา ๒๔ กเพราะฉะนั้นตรงนี้จะใช้ช่องทางทางคณะกรรมการนโยบายมาช่วยดำเนินการในการจัดซื้อจัดจ้าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพัสดุผมว่ายังพอไปได้ขณะที่ยังไม่มีมาตรา ๘/๑ หรืออาจจะมีคณะกรรมการอีกชุดหนึ่งคือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุภาครัฐ ซึ่งมีอำนาจในการวินิจฉัยตีความข้อกฎหมาย ในการตีความระเบียบ ในการตีความกฎกระทรวง ที่ออกมาตามมาตรา 29 ของ พ.ร.บ. ปี 2560 เพราะฉะนั้นคณะกรรมการของคณะนี้ผมว่า ขณะที่ยังไม่มีมาตรา 8/1 เอามาช่วยดูแลในประเด้ที่เราหารือวันนี้พอจะได้ ทีนี้ในส่วนของ พ.ร.บ. เอง ขณะนี้ผมมองว่า โดยหลักตาม พ.ร.บ. นี้เราจะเน้นเรื่องราคาจัดซื้อจัดจ้างพัสดุภาครัฐ ซึ่งมีข้อยกเว้นไว้ เปิดช่องไว้นิดหนึ่งบอกว่าจะใช้หลักเกณฑ์ราคาเป็นหลัก หรืออาจจะใช้อีกข้อหนึ่งเป็นข้อยกเว้น ใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น หรือว่า ประกอบคุณภาพ price performance ก็ยังพอได้นะครับ มาให้คะแนนกัน ตรงนี้ แต่มีปัญหาอีกนิดหนึ่งว่า ในการใช้เกณฑ์ราคาประกอบคุณภาพนี้ ใน พ.ร.บ. นี้ใช้บังคับบอกว่า ต้องใช้กรณีที่พัสดุที่จัดหานั้นเป็นเรื่องที่ซับซ้อน หรือต้องใช้เทคโนโลยีชั้นสูงก็จะสะดุดตรงนี้อีก ว่าถ้าซับซ้อนก็ถูก บังคับว่าไม่ได้ทุกชนิด เพราะฉะนั้นการเข้าถึงในเรืื่องของทุกกลุ่มหรือทุกคนพิการอาจจะเข้าได้ถึง กรณีที่ไม่ซับซ้อนหรือเทคโนโลยีไม่ได้มากนัก มาใช้หลักเกณฑ์นี้ไม่ได้ อาจจะมีปัญหาตรงนี้ หันกลับไปอย่างที่ท่านผู้อำนวยการบอกว่าไม่อยากจะใช้วิธีเฉพาะเจาะจง ตรงนี้ก็ พอทำได้อยู่ แต่ก็มีข้อจำกัดในเรื่องตัวเงิน ในเรื่องวิธีการ เพราะฉะนั้นผมอยากจะเสนอว่า ขณะนี้ถ้าหากรัฐบาลมีนโยบายว่าการจัดซื้อ จัดจ้างพัสดุภาครัฐถ้าไม่มีประเด็นเรื่อง ค่าใช้จ่ายก็สามารถที่จะออกเป็นนโยบาย ได้ ถึงแม้ขณะนีี้ยังไม่ได้แก้ พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างปี ๒๕๖๐ ก็ตาม แต่ยังพอ ทำได้ แต่ขอให้ออกเป็นนโยบายออกมา แล้วหลังจากนั้นกระทรวงการคลัง กรมบัญชีกลางไปออก ประกาศ ไปออกระเบียบมารองรับ แล้วจะมีการตีความโดยคณะกรรมการชุดดัังกล่าว ผมคิดว่ายัง ทำได้อยู่ แต่ถ้าให้ดีที่สุดไปแก้กฎหมาย ไปเพิ่มมาตรา ๘/๑ หรืออะไรก็ตามให้ชัดเจน ก็จะจบปัญหาไป ในส่วนของสำนักงานอัยการสูงสุดคงไม่มีปัญหาอะไรกับการจัดซื้อจัดจ้างที่จะให้เข้าถึง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เพราะว่าเวลาเราตรวจสอบตัวสัญญาที่จะ ลงนามกันเรายึดหลักของ TOR ของหน่วยงานภาครัฐเป็นหลัก หรือหลักความประสงค์ ความต้องการของหน่วยงานภาครัฐเป็นหลักเพราะฉะนั้นตรงนี้ถ้ามีเรายินดีที่จะให้ ส่วนประเด็นเรื่อง จำนวนต้นทุนหรืองบประมาณเป็นเรื่องที่หน่วยงานภาครัฐจะต้องปรึกษาหารือกับหน่วยงาน ภาครัฐ ขอบคุณครับ ดูเหมือนว่าเราพยายาม จะช่วยกันคิดว่าตราบใดที่เรายังไม่มีการแก้ไขก็อาจจะยังค้างคาอยู่ แล้วที่ฟังแล้วใจชื้น ขึ้นมานิดหนึ่ง คือกรรมการทั้ง 2 ชุด คือกรรมการนโยบาย วินิจฉัย ถ้ารัฐบาลทำนโยบายจริง ๆ ให้เกิดวันดีคืนดี อีกไม่กี่วัน ท่านนายกฯ เกิดปิ๊งเรื่องนี้ขึ้นมา เสนอมติ ครม. ขึ้นมาว่า การจัดซื้อจัดจ้างพัสดุ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ให้บริการสาธารณะเป็นพัสดุที่จะสร้างหลักประกันให้ประชาชนเข้าถึงโดยสะดวกถ้วนหน้า การจัดซื้อจัดจ้าง เราคงได้เฮกัน อย่างไรก็ตามผมมองเห็นว่าข้อเสนอของท่าน น่าที่จะได้เอามาเป็นส่วนหนึ่งของข้อเสนอของคณะกรรมาธิการนะครับ เมื่อสักครู่ที่ท่าน ตัวแทนจากกฤษฎีกาพูดถึงมาตรา 65 วรรคหนึ่ง (4)(๔) อันนั้นก็น่าสนใจ แต่อยู่ในระดับแค่ แล้วเอาไปไว้กับนวัตกรรม แต่อยา่งไรก็ตาม ก็ยังเปิดกว้างตีความ ไปไกลกว่าแค่นวัตกรรม ทีนี้ผมลองปรึกษาดูว่าถ้าเอาเฉพาะลำพัง มาตรา 8 ขอใช้คำว่า แถ ถ้าเราจะตีความแถต่อไปว่า คำว่าคุ้มค่า มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลจะ imply ไปถึงการเข้าถึงโดยสะดวกถ้วนหน้าของประชาชน ได้ด้วยหรือไม่ ถ้าในขณะนี้ถ้าเรามีใจให้ สมมุติว่าเรามีใจให้ เดี๋ยวก่อนจะไปที่ท่านต่อไป ก่อนจะไปที่ท่านต่อไปจะขอขัดจังหวะ เรื่องนี้ดู เก็บไว้ตอบทีีหลังก็ได้ เป็นคำถามที่มีในใจว่าถ้าเราเอา 65 วรรคหนึ่งวรรคหนึ่ง (๔) ก็ดี เอาอำนาจกรรมการนโยบาย ก็ดี กรรมการวินิจฉัยก็ดี หรือมติ ครม. เข้ามาช่วยแล้วตีความมาตรา ๘ เท่าที่มีอยู่นี้ เช่น คุ้มค่าก็ดี มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลก็ดี คุ้มค่ามีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ถ้าคน 30 คนเข้าถึงได้ กับคน 50 คนเข้าถึงได้ อันไหนจะมีความคุ้มค่ามากกว่า อันไหนจะมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลมากกว่า contify ได้ไหม เอาตัวเลขมาเป็นบ่งบอกความคุ้มค่า ประสิทธิภาพ ประสิทธิผลได้ไหม ถ้าเรารวม 3.7 ล้านเข้าไป จาก ๓.๗ ล้านคนเข้าถึงได้โดยไม่สะดวก พอบวก 3 ล้าน 7 แสนคนเข้าถึงได้โดยสะดวก จะถือว่ามีความคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น มีประสิทธิภาพประสิทธิ ผมากยิ่งขึ้นด้วยหรือไม่ อันนี้เป็นความคิดเล็ก ๆ ที่พยายามคิดเร็ว ๆ ภายใต้ข้อจำกัด ทางกฎหมายที่เราพิจารณาอยู่ เดี๋ยวพอครบทุกท่าน หรือใครจะขัดจังหวะตอนนี้ก็เลยก็ได้ มีไหมว่า ขอประทานโทษที่ใช้คำว่า แถ จริง ๆ คำว่า แถ ก็ไม่ค่อยน่าฟังเท่าไร โดยใช้อำนาจของคณะกรรมการก็ดีวินิจฉัยไม่ทราบท่านใดขอเรียนท่านผู้ดำเนินรายการอย่างนี้ คือมาตรา ๘ โดยเฉพาะ (๑) เขียนบอกว่า ต้องคุ้มค่า คำว่า คุ้มค่า เขาขยายไปถึงว่า ๑. คือต้องมีราคาที่เหมาะสม มีแผนการบริหารพัสดุท่ี่ชัดเจน มีแผนการบริหารพัสดุที่ชัดเจน แต่ถ้อยคำที่สำคัญบอกว่าต้องมีคุณภาพหรือ ลักษระที่ตอบสนองวัตถุประสงค์ของหน่วยงาน ได้ ทีนี้เวลาหน่วยงานจะทำการ ประกวดราคาอะไรก็ตาม ต้องมีการเสนอหน่วยงานพิจารณา ตรงนี้สามารถระบุไปได้เลยว่า สาเหตุทีี่อยากจะให้เข้าถึงผู้พิการเพราะอะไร วัตถุประสงค์อะไร หรือแม้กระทั่งเราจะมีหนังสือหารือไปที่กรรมการวินิจฉัย ว่าคำว่า คุ้มค่า กว้างขนาดไหน เขาก็สามารถจะวินิจฉัยได้ถ้าหากเป็นนโยบายของรัฐ ตรงนี้เป็นมาตรฐาน เป็นฐานให้หน่วยงานของรัฐว่า คำว่า คุ้มค่า สามารถตีความได้กว้างอย่างที่ท่าน อยากจะเห็น ผมว่าตรงนี้ได้2 ชุด พอทำได้ ถ้าให้ไปทำเองจะไม่กล้า เพราะมีปัญหาว่า ถ้าหากว่า ไม่เข้าเงื่อนไข ๔ ข้อ คุ้มค่า โปร่งใส หรือตรวจสอบได้จะมีปัญหาว่าทำให้การจัดซื้อจัดจ้างตรงนั้นจะ เสียไป แต่ถ้ามีคณะกรรมการชุดใดชุดหนึ่ง ตรงนี้เขาก็จะได้เอาเป็นที่อ้างอิงได้ว่า เป็นไปตามคำวินิจฉัยของ การดำเนินการก็จะสะดวก ก็จะติดปัญหาเฉพาะ ประเด็นเรื่องงบประมาณอย่างเดียว ซึ่งหน่วยงานก็ต้องไปก่อนทีี่จะเสนอลักษณนี้ขึ้นมา ขอบคุณครับ ท่านสมศักดิ์ค่ะ (คุณสมศักดิ์) ขออนุญาตนิดหนึ่งครับ ถ้าเราพลิกกฎหมายดูจะมี 4 มิติมิติแรกเรื่องของคุณภาพ การซื้อของต้องได้ของที่มีคุณภาพ มิติที่ ๒ ต้องตอบสนองวัตถุประสงค์ TOR อย่างไร พอเราจัดซื้อจัดจ้างเสร็จเราต้องตอบสนองตรงนี้ให้ได้มิติที่ ๓ เรื่องราคาที่เหมาะสม ถ้าหากว่าราคาเหมาะสม รับได้ อันนี้คือราคาเหมาะสม ตัวที่ 4 คือ ต้องมีแผนบริหารพัสดุที่เหมาะสม อันนี้คือว่า คุ้มค่า ทีนี้ท่านผู้ดำเนินรายการ ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ถ้าเราไปดูคำว่าประสิทธิภาพของแผน กับผลสัมฤทธิ์ของแผน ผมก็ไม่แน่ใจว่าแถไปได้หรือเปล่า ขอบคุณครับ ความคุ้มค่าอาจจะ ท่านโกมลค่ะ คือมาตรา 8 (1) จุดอ่อนอยู่คำว่า วัตถุประสงค์ในการใช้งานของหน่วยงานของรัฐ เพราะฉะนั้นต้องขึ้นต้น คนที่ต้องเริ่มต้นโดยหน่วยงานของรัฐ เพราะหน่วยงานของรัฐ ถ้าเกิดไม่ได้เขียน TOR ว่าฉันจะเอาไปใช้ โดยพัสดุของฉันต้องให้เข้าถึงโดยสะดวกถ้วนหน้า ก็จะไม่บังคับหน่วยงานของรัฐทีนี้ผมว่าสิ่งที่สามารถจะ ทำได้เลย ค่อนข้างเห็นด้วย กับท่านว่าใช้อำนาจของคณะกรรมการนโยบาย ว่าคณะกรรมการนโยบายมีอำนาจที่จะเสนอแนะนโยบาย การจัดซื้อจัดจ้างต่อรัฐมนตรี ตามมาตรา ๒๔ (๑) ถ้าเสนอนโยบาย ครม. ว่า ถ้าการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุเกี่ยวกับบริการสาธารณะต้องจัดให้มีการเข้าถึงโดยสะดวกถ้วนหน้า แล้ว ครม. อนุมัติหลักการนโยบายอันนี้ปุ๊บ ผมว่าใช้กับหน่วยงานาของรัฐทุกแห่่ง หน่วยงานของรัฐก็ต้องมาเขียน TOR ตอบสนองนโยบายอันนี้ ผมว่าอันนี้ทำได้ทันทีครับ (คุณมณเฑียร) ขอบพระคุณครับ ถ้าอย่างนั้นผมก็ไม่ต้องแถแล้วครับ ๒๔ (๑) ฝ่ายเลขานุการ ฝ่ายเลขานุการบันทึกไว้เลย ขอบคุณมากครับ ถือว่าความเห็นของแต่ละท่าน ช่วยเราได้มากเลย แม้ว่าเรายังไม่ได้แก้กฎหมาย แต่เราก็จะ ที่จะดำเนินการให้เกิดนโยบายของรัฐ ซึ่งการใช้กฎหมายฉบับนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้ เชิญท่านต่อไปครับ ความเห็นของทุกท่านครับ ขอเรียนเชิญทา่นปิยะวรรณ ท่านรองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการ นโยบาย ขอกราบเรียนเชิญค่ะกราบเรียนท่านประธานและท่านผู้ร่วมเสวนา ปิยวรรณ ล่ามกิจจา จากกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิก็ต้องขอ backgound นิดหนึ่งว่า จริง ๆ วันนี้ที่ สคร. ดูโดยตรงก็คือประมาณ ๑๕ แห่ง แต่ต้องบอกว่า พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้าง ครอบคลุมไปมากกว่านี้ แต่อย่างไรก็ดี ตัวเองในการที่ดำเนินการ เมื่อมาเข้าสู่มาตรการ กับหน่วยงานต้องบอกว่าในเรื่องของรัฐวิสาหกิจ อย่างที่ทา่นเลขาธิการกฤษฎีกาบอก มีทั้งบริษัทจำกัดเรื่องของพาณิชย์ แล้วเรื่องงบประมาณตัวเองเลี้ยงตัวเองได้ มีทั้งต้องยังพึ่งพิงงบประมาณ มีทั้งรัฐวิสาหกิจประเภทส่งเสริม นั่นคือ background ของรัฐวิสาหกิจ วันนี้ถ้าพูดถึงการเข้าบริการสาธารณะที่เข้าถึง สะดวกถ้วนหน้า เมื่อสักครู่นี้ท่านอัยการยก ขสมก ก็จะยกตัวอย่างว่าปัจจุบันรัฐวิสาหกิจ โดยทางปฏิบัติก็มีหลายแห่งที่มีการ ให้บริการสาธารณะที่เข้าถึง เป็นเรื่องของการออก TOR ว่าคุณต้องการของประเภทไหน อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่ง หรือแม้กระทั่งอันไหนที่เป็นเรื่องของ infra หรือแม้กระทั่งการบริการรถไฟฟ้าก็ยังมีการให้บริการที่เข้าถึงถ้วนหน้า เพราะฉะนั้นวันนี้ เชิงปฏิบัติรัฐวิสาหกิจก็มีความพร้อม แม้กระทั่งตามปั๊มน้ำมันถ้าท่านเห็นใหม่ ๆ ขึ้นมา ท่านก็จะมีเรื่องของการบริการสาธารณะถ้วนหน้า จะเห็นได้เลยว่าในทางปฏิบัติสามารถที่จะดำเนินการไปได้ โดยบรรจุใน TOR เพราะอันนี้ก็คงคำนวณ คงจะคำนวณหลาย ๆ อย่าง ก็จะก้าวล่วงที่ ท่านถามว่าเวลาคุ้มค่า เวลาคิดด้านการเงินจริง ๆ มีอยู่ ๒ ตัว ตัวหนึ่งคือ FIRR ตรง ๆ เลยว่า ทำโครงการนี้ได้ประโยชน์อย่างไร อย่างไร กับอีกอันหนึ่ง EIRRอันนี้รวบรวมทั้งที่เป็นการเงินและ ตัวที่ไม่ใช่การเงินคงไม่ใช่เรื่องแถ ว่าสิ่งที่ท่านจะทำในแผนของการที่ท่านจะออกไป ท่านต้องการครอบคลุมอะไร มีด้วย ซึ่งถ้าท่านมองทั้ง ๒ มุมแล้ว ฃผลลัพธที่ได้ออกมาไปอยู่กับประชาชนที่มากขึ้น การแสดงออก IRR ในการแสดงออก ในการที่ทำแผนบริหารเงิน อันนั้นก็เป็นการช่วย เพราะฉะนั้นในทางปฏิบัติต้องเรียนว่า ของรัฐวิสาหกิจมีบางส่วนพยายามให้บริการสาธารณะ ที่เข้าถึงสะดวกถ้วนหน้าแต่อย่างไรก็ดี รัฐวิสาหกิจดำเนินการได้ เป็นนโยบายของรัฐบาลจริง ๆ ด้วย เพราะยังต้องมีการสนับสนุนหลาย ๆ ด้าน เห็นด้วยกับที่ท่านอัยการ ว่าคณะกรรมการนโยบายที่สามารถเสนอแนะ ที่สามารถเสนอแนะในเรื่องนี้ เป็นนโยบายหลักก็น่าจะครอบคลุม ไปได้ถึงรัฐวิสาหกิจด้วย สำหรับความคุ้มค่า เรื่องของผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจเพราะจะได้ในทุกแง่มุมค่ะ ในทุกแง่มุม (คุณมณเฑียร) ขอบพระคุณครับ เป็นไปในทิศทางเดียวกัน หลายแห่งก็มีความก้าวหน้านะครับ ที่ตั้งขึ้นมาในช่วงหลัก ๆ ก็ตอบสนองผู้บริโภคมากขึ้น พี่น้องประชาชนเข้าถึงได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องนโยบายของรัฐ ผม ลองคิดดูว่าปกตินโยบายจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องเป็นตัวกำหนดเงื่อนไขการเขียน TOR เพราะว่าหน่วยงานของรัฐคงไม่สามารถเขียน TOR ตามใจไได้ ใช่ไหม ตอนที่ผมเข้าไปเป็น กรรมการเริ่มคิดโครงการสัปปายะสภาสถาน ผมก็คิดว่าคราวนี้เข้าถึงโดยสะดวกถ้วนหน้า สะดวกถ้วนหน้าอย่างแน่นอน ไปพูดถึงฟังก์ชันของอาคารอย่างเต็มที่เลย แต่พอหลุดมือไปถึงขั้นเขียน TOR ผมตามไปไม่ได้แล้ว สุดวิสัยจริง ๆ แล้วย่ิงพอไปถึง จัดซื้อจัดจ้าง กระบวนการทั้งหมด ตรวจรับอะไรต่าง ๆ ไปไม่ถึงเลย ตอนนั้น เป็น ส.ว. แล้วด้วยซ้ำไป แต่ถ้าเกิด TOR จะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างด้วย ด้วย อันนี้ก็น่าสนใจ เพราะผมฟังอเมริกาดูเหมือนกันว่า ยุโรปดูเหมือนว่า กฎหมายจัดซื้อจัดจ้างคลุม ตั้งแต่ขั้นออกแบบไปจนถึง TOR เลย เลย TOR ต้องสะท้อนนโยบายจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยนะครับ เชิญทา่นต่อไปเลยครับ //เรียนเชิญท่านธรรมนูญ เรืองดิษฐ์ รองเลขาธิการ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติแล้วก็จะขออนุญาตเสริฟอาหารกลางวันในห้องประชุมด้วยนะคะ ประธาน ผู้ดำเนินรายการและผู้เข้าร่วมเสวนา ทุกท่านครับผมคงไม่ต้องพูดถึงว่าการจัดซื้อจัดจ้าง สินค้าบริการหรือว่าผลิตภัณฑ์หรือพัสดุ ที่สามารถใช้โดยการเข้าถึงโดยสะดวกถ้วนหน้า เพราะว่าหลายท่านพูดคงจะเคลียร์แล้วสามารถเดินไปได้ด้วยอะไร เพราะว่าสินค้าบริการอย่างที่ว่านั้นอยู่ที่รูปแบบรายการ หรือ TOR หรือตามนโยบายของรัฐบาล หรือตาม นโยบายของผุู้จัดหาที่จะต้องการสินค้าอย่างไร ทีนี้ผมขอเรียนว่าผมมาจาก สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างเหมือนกัน ฉบับนี้ได้ปรับปรุง เมื่อสักครู่นี้ผู้แทนจาก สนง. คณะกรรมการกฤษฎีกาก็ได้ บอกแล้วว่าวัตถุประสงค์หลักของเรื่องนี้ก็คือการ ต่อต้านการทุจริตจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ ถ้าการจัดซื้อจัดจ้างตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ผมพูดว่าสามารถเข้าถึงโดยสะดวกถ้วนหน้าได้ไหมครับ เพราะว่าการปร้บปรุงกฎหมายฉบับนี้ ผู้ซื้อผู้ขายไม่ต้องไปเจอตัวกันแล้ว ในขั้นตอนของการจัดซื้อจัดจ้าง ไม่ต้องไปซื้อซอง ยื่นซองอะไรอยู่ในระบบทั้ังหมด เพราะฉะนั้นทุกฝ่ายสามารถจะเข้าถึง โดยสะดวกถ้วนหน้าได้เป็นการป้องกันการทุจริตได้ เป็นอย่างดี แต่ก่อนนี้ต้องไปพบเจอกันแล้วก็มีปัญหาเรื่องกีดกันราคา อะไรต่าง ๆ ซึ่งติดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเสนอราคา ต่อหน่วยงานของรัฐ เรื่องฮั้วกัน อะไรกัน แก้ปัญหา ได้ว่า ต่อไปเข้าไปเสนอราคาได้แล้ว เสนอทุกอย่าง อยู่ในระบบทั้งหมด อันนั้นก็เป็นการสามารถป้องกันได้ในระดับ ที่ดีมาก เรื่องการกล่าวหาเกี่ยวกับการ กีดกันการเสนอราคาก็ลดน้อยลง ยังมีอีกอย่างหนึี่ง ที่ผู้ดำเนินรายการได้หยิบขึ้นมาว่า ที่รูปแบบของการตกลงราคา หรือชื่อใหม่ การจัดซื้อจัดจ้างโดยเฉพาะเจาะจเฉพาะเจาะจงนั้น ก็ยังเป็นอำนาจของหัวหน้าหน่วยงานที่ต้องการจัดซื้อจัดจ้าง นั้นอยู่ เป็นช่องทางหนึ่ง ยังเป็นระบบคล้าย ๆ แบบเก่าอยู่ที่ว่าวงเงินไม่เกิน ๕ แสนบาทสามารถจัดซืื้อจัอจ้าง โดยวิธีตกลงราคาได้ อันนี้อาจจะเป็นช่องว่าง อยู่นิดหนึ่งว่าการกำหนดราคาถึง ๕ แสนบาท ยกตัวอย่าง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เวลาออกข้อบัญญัติ เกี่ยวกับงบประมาณออกมาจะกำหนดว่า ไม่เกิน ๕ แสนบาท แต่ละโครงการไม่เกิน ๕ แสนบาท เป็นส่วนใหญ่ ที่เกิน 5 แสนบาทก็มี จะทำไม่เกิน ๕ แสนบาท สามารถใช้วิธีตกลงราคาได้ อันนี้คือช่องทางหนึ่ง เป็นจุดอ่อนอันหนึ่ง ของพระราชบัญญัตินะครับ จุดอ่อนอีกจุดหนึ่งของพระราชบัญญัตินี้อีกอย่างหนึ่งคือทุกอย่างอยู่ในระบบ ทุกอย่างป้องกันได้ ไม่ให้ล่วงรู้ความลับในระบบก็เป็นสิ่งที่ดี แต่ ณ เวลานี้ ยังได้ยินการกล่าวกันว่า ระบบนั้นสามารถเปิดได้ เข้าถึงข้อมูลได้ ในช่วงระหว่างเวลาที่มีการเคาะราคา เสนอราคากัน สามารถเข้าไปรู้ได้ว่า มีการเสนอราคากันเท่าไร อย่างไร แล้วคนที่ สามารถล่วงรู้ได้ก็จะเคาะเวลาในช่วงเวลาสุดท้ายแล้วรู้ราคาว่าคนอื่นมีราคาเท่าไรแล้วมีราคาเท่าไรแล้ว แล้วตัวเองก็เคาะ ก็มีการกล่าวหาในลักษณะนี้ ก็ไม่ทราบว่าที่คุมระบบสามารถจะรักษาความสำเร็จของระบบได้แค่ไหนอย่างไรมีการพูดกัน ไม่ทราบเหมือนกัน แต่ว่าถ้าไม่มีได้เป็นดี และไม่แน่ใจว่าระบบของ กรมบัญชีกลางที่มีอยู่นั้นดำเนินการคุมระบบโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐเองหรือว่า outsource ให้เอกชน จะลดเรื่องการ ฮั๊วกัน เรื่องที่ว่าไม่สามารถเข้าถึงโดยถ้วนหน้าได้ ผมขอเรียนในมุมของการป้องกับขออนุญาตท่านประะทานครับ ผมกำลังคิดว่ากรอบผมว่าถ้าเรานำหลักการการ เข้าถึงได้โดยสะดวกถ้วนหน้าในการใช้พัสดุเพื่อให้บริการสาธารณะจะเป็นการลดการทุจริตได้ด้วยนะครับ เพราะยิ่งประชาชนเข้าถึงบริการได้มากเท่าไรประชาชนก็จะช่วยตรวจสอบ คุณภาพของบริการได้มากขึ้น และ อาจจะสาวไปหาปมของการทุจริตในระหว่างการจัดซื้อจัดจ้างได้ อาจจะไม่มีผลได้ตรงแต่ผมเชื่อว่ายิิ่งคนเข้าถึง บริการสาธารณะได้มากเท่าไร เข้าถึงพัสดุอันเกิดจากการ จัดซื้อจัดจ้างการทุจริตจะลดลง ท่านพูดถึงการเข้าถึงโดยสะดวกถ้วนหน้าในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่ง อาจจะเกี่ยวข้องทางอ้อมกับเรื่องนี้ แต่ว่า ในที่สุดแล้ว เมื่อพัสดุที่จัดซื้อจัดจ้างมา มีหลักประกันหรือมีเงื่อนไขว่าจะต้องทำให้ประชาชนเข้าถึงได้โดยสะดวก ถ้วนหน้า น่าจะช่วยเป็นอีกแรงในการลดการทุจริต อันนี้ นี่เป็นความเห็นส่วนตัว เผื่อจะลองคิดตอบกันดูพอดีทางผู้แทนกรมบัญชีกลางจะขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิง เชิญครับ //ขอบพระคุณท่านผู้ดำเนินรายนการครับ โครงการนี้คือวัตถุประสงค์ผลิตภัณฑ์แต่ท่านก็ไปพูดถึงเรื่อง เรียนอย่างนี้ครับ ในเรื่องนี้ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นปีนี้ ๒ - ๓ ปี สมัยนั้นถ้าท่านจำได้ เรื่อง DSI ตรวจสอบไป ๒ ปีกว่าแล้ว ผลก็หายไป คราวนี้กรมบัญชีกลางเราก็จ้างคนมาตรวจสอบช่องโหว่ อันนี้อันที่หนึ่ง อันที่ ๒ เราลงทุน ไม่ใช่ลงทุนเล็กน้อยด้วยเรื่อง IT ก็ลงทุนอะไรเยอะแยะอันที่ ๓ ในช่วงเวลา policy ห้องกระจกใครเข้าออกไม่ได้หรอก ดังนั้นในช่วงเวลา 4 โมงกว่า ๆ ประมาณ 3 โมงกว่า ใครก็เข้าไม่ได้ อันนี้คือแนวทางป้องกันสิ่งที่เราเจอทุก ๆ เวที ไม่ใช่เวทีนี้เวทีเดียว ไปเวที ส.ส. งบประมาณก็พุูดเรื่องนี้ เขาถาม เราก็มีหน้าที่ชี้แจง พอเราชี้แจงประมาณนี้ก็ยังมีข่าวอยู่เนือง ๆ อันนี้เรียนเบื้องต้นว่ากรมบัญชีกลางไม่มี ทีนี้ประเด็นปัญหาว่าเวลาคุณกล่าวหาก็อยากเห็นหลักฐาน ถ้าอย่างนั้นก็กล่าวหาลอย ๆ อย่างนี้ ไม่เห็นสักที อันนี้ก็ว่าผมอยู่ตรงนั้นมา แล้วบังเอิญผมก็ออกมา อธิบดีกรมบัญชีกลางคนปัจจุบันเข้าก็พยายามปิดช่องโหว่ขอบพระคุณครับ ขอบคุณครับ เผอิญมีเรื่องที่ไปด้วยกันได้ ผมว่าจะช่วยทั้ง ๒ หน่วยงานที่สนใจเรื่องนี้ มีหลักฐานชัดเจนว่าข้อมูลที่ เข้าถึงได้โดยสะดวกถ้วนหน้าโดยผ่านระบบ [ภาษาต่างประเทศ] กับข้อมูลที่คำนึงถึงความปลอดภัย ย่ิงเราต้องการให้ปลอดภัยเท่าไร เราก็จะต้องเอาหลักการ เราก็จะต้องเอาหลักการทั้งเรื่องของการเข้าถึงได้โดยสะดวกกับหัลกของความปลอดภัยมาใช้ด้วยกัน อันไหนที่ รัฐต้องการเปิดเผย ทุกคนต้องเข้าถึงได้ อันไหนที่ไม่ต้องการเปิดเผยเราก็ต้องสามารถที่จะปิดไม่ให้คนเข้าถึงได้ซีเคียวริตีกับไม่ให้คนเข้าถึงได้ security กับ assibility ชิดเชื้อกันเลย ในขณะที่บริการสาธารณะเข้าถึงได้ยาก มักจะล่วงได้ อันนี้ไม่เกี่ยวกับเรื่องกรมบัญชีกลางกับ ป.ป.ช. นะครับ อันนี้เป็นหลักการทั่วไป เรื่อง security นะครับในหลักการสากลทั่วไปเป็นเพื่อนซี้กันเลย เชิญท่านต่อไปครับ ขอเรียนเชิญ มณเฑียรเผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ขอบตคคุณครับ สวัสดีครับ ท่านมณเฑียร เรื่องที่ ๒ คือ ครั้งนี้ตำแหน่งรองผู้ว่าการฯ ผมมีเรื่องที่จะพูดหลัก ๆ อยู่ 3 เรื่องเรื่องที่ 1 ที่อยากจะพูดก็คือเรื่องของการกำหนดความต้องการ ซึ่งนำไปสเดี๋ยวจะอธิบายให้ฟัง ไปถึง พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้างการกำหนดความต้องการของหน่วยงานผูกพันกับเรื่องการจัดทำงบประมาณและนโยบายของรัฐบาล ในส่วนของหน่วยงานภาครัฐทั่วไป ในการที่จะดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างได้ หน่วยงานต้องกำหนดความต้องการก่อนล่วงหน้าเป็นปี เพื่อนำไปสู่การของบประมาณ เพราะฉะนั้นถ้าการกำหนดความต้องการของหน่วยงานภาครัฐไม่ชัดเจน เดี๋ยวจะมีผลไปสู่มาตรา ๘ ของ พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้าง นี่คือความผูกพันต่อเนื่องที่จะให้เห็นภาพเพราะฉะนั้นในส่วนการที่จะกำหนดความต้องการล่วงหน้า ไม่ใช่ขั้นตอนในการทำจัดซื้อจัดจ้างในปีนั้นเกิดขึ้นก่อนล่วงหน้า 1 ปี นำไปสู่การจัดสรรงบประมาณ ถ้ารัฐมีความชัดเจนในเรื่องของ นโยบายของรัฐ ในเรื่องของวิธีการจัดสรรงบประมาณจะช่วยในการดำเนินการเรื่องนี้ได้ในขั้นต้นนี่คือหน่วยงานรัฐทั่วไป เรื่องที่ ๒ ท้องถิ่น ท้องถิ่นเริ่มจะของบประมาณจากรัฐแล้ว ท้องถิ่นยังมีรายได้ของตนเองในการดำเนินการท้องถิ่นผูกพันกับระเบียบกระทรวงมหาดไทย ๒ - ๓ ระเบียบ เช่น ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่น ซึ่งมีคณะกรรมการอยู่ เรียกว่า คณะกรรมการท้องถิ่นตามข้อ ๑๐ ที่เรียกว่า คณะกรรมการพัฒนาท้องถิ่นมีหน้าที่และอำนาจ(1) กำหนดแผนพัฒนาท้องถิ่นโดยพิจารณาจาก(1.1) หน้าที่และอำนาจขององค์กรปกครองท้องถิ่น ของประชาชน นี่คือการจัดทำแผนท้องถิ่น แล้วแผนนำไปสู่กรอบในการจัดทำงบประมาณของท้องถิ่น ทีนี้สัมพันธ์กับเรื่องนี้ คือ พ.ร.บ. ว่าด้วยการกำหนดแผนและขั้นตอนกระจายอำนาจ มีอยู่ 2 มาตรามาตรา 16 กับมาตรา 17 มาตรา ๑๖ กำหนดหน้าที่ของเทศบาลพัทยา และ อบต. ว่าในการดำเนินการจัดบริการสาธารณะให้กับประชาชนในท้องถิ่น ท้องถิ่นต้องทำอะไรบ้างในส่วนของมาตรา ๑๖ (๑๐) บัญญัติว่าการอบรมสงเคราะ์และพัฒนาคุณภาพชีวิต เด็ก สตรี ผู้สูงอายุและผู้ด้อยโอกาส นี่คือส่วนของเทศบาลพัทยาและ อบต. ต่่อไปคือ มาตรา ๑๗ ที่กำหนด อบจ. อยู่ใน (๒๗) การสงเคราะห์และพัฒนาคุณภาพชีวิตและผู้ด้อยโอกาส นี่คือส่วนที่เมื่อสักครู่นี้เป็นนโยบายรัฐบาล อันนี้เป็นเรื่องท้องถิ่นอยู่ที่การอภิปรายของกระทรวงถ้ากระทรวงมหาดไทยกำหนดว่ายังไม่ต้องแก้อะไร กำหนดว่าในการกำหนดวิธีการงบประมาณของท้องถิ่น นี่แค่ออกหนังสือเวียน ๑ ฉบับความสำคัญกับเรื่องผู้ด้อยโอกาส นี่ก็จะทำให้ท้องถิ่นเวลาทำงบประมาณ ด้วยงบประมาณในการจัดซื้อจัดจ้างน้อยนิด ก็ต้องให้ความสำคัญเรื่องนี้ นี่คือส่วนที่ ๒ ที่จะให้เห็นภาพว่าในการดำเนินการกรรมาธิการ ไม่ได้เกิดขึ้นในการจัดซื้อจัดจ้างทันที เกิดขึ้นจากการทำงบประมาณซึ่งมีส่วนสำคัญ ๒ ส่วน คือ นโยบายรัฐบาล กับนโยบายมหาดไทย ส่วนที่ 3 ที่กำลังจะพูดถึง เรื่องการจัดซื้อจัดจ้าภาครัฐ เมื่อสักครู่นี้เราพูดกันอยู่มาตราหนึ่งคือมาตรา ๘ ที่ผมจะเชื่อมโยงให้เห็นว่า เมื่อกี้ที่เราพูดกันว่าในมาตรา ๘ บัญญัติว่าการจัดซื้อจัดจ้างให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่หน่วยงานของรัฐและต้องสอดคล้องกับหลักการดังต่อไปนี้ (๑) คุ้มค่า คำว่า คุ้มค่าที่พูดกันอยู่เมื่อสักครู่นี้ โดยพัสดุที่จะจัดซ ื้อจัดจ้างต้องมีคุณภาพและหรือคุณลักษณะเฉพาะในการใช้งานของหน่วยงานของรัฐ คำว่า คุ้มค่ามาจากไหน มาตั้งแต่เรื่องของการจัดทำงบประมาณ การจัดทำความต้องการเพื่อนำไปสู่วิธีการงบประมาณ ซึ่งเราจะตรวจได้ว่าเขาจัดซื้อจัดจ้างคุ้มหรือไม่ เป็นเรื่องของวัตถุประสงค์ในการใช้งาน ผมย้ำอีกที ความคุ้มค่าคือวัตถุประสงค์ในการใช้งาน ไม่ใช่เรื่องทั่ว ๆ ไป สิ่งของบางอย่างห้องน้ำคนพิการ วัตถุประสงค์ในการใช้งาน ต่างจากห้องน้ำทั่วไป นี่คือให้เห็นภาพนะครับ ถ้าเป็นห้องน้ำคนพิการนำไปสู่การจัดทำงบประมาณและดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างให้สอดคล้องกับว้ตถุประสงค์ ผู้ตรวจสอบ แต่ผมพูดกันเยอะแล้ว ผมพูดนิดเดียวฝากทางกรมบัญชีกลาง นิดเดียวครับ วรรคสองบัญญัติว่า ผมอ่านให้ฟังช้า ๆ เผื่อจะมีคนมา ถกแถลงกันต่อวรรคสอง ให้หน่วยงานของรัฐใช้หลักการไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความคุ้มครอง โปร่งใส่มีประสิทธิภาพประสิทธิผล ตรวจสอบได้ ของรัฐ เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุ เป็นแค่แนวทาง เห็นไหมครับ และยังมีอีก แต่ไม่มีผลต่อการจัดซื้อจัดจ้าง อย่างมีนัยสำคัญ หรือกรณีเร่งด่วน หรือมีเหตุผลหรือความจำเป็นอื่น ๆ เห็นไหมครับ มีข้อยกเว้นซ้อนข้อยกเว้น แค่ เป็นแค่แนวทาง และยังยกเว้นอีก ไม่รวมถึงเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างมีนัยสำคัญ เร่งด่วน หรือมีความจำเป็นอื่น ซึ่งบอกว่าเรื่องพวกนี้การจัดซื้อจัดจ้างย่อมไม่แม้จะขัดแนวทางนี้ นี่ผมพูดให้เห็นประเด็น ในการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง ให้เห็นว่ามาตรา 8 เป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องแก้ไข แต่ตัวของมันไม่สามารถบังคับหน่วยงานของรัฐได้ ว่าต้องซื้อ ต้องทำอย่างนั้น เพราะมีตั้งแต่เรื่องของงบประมาณ ให้เห็นภาพอย่างนี้ เรื่องพวกนี้ก็จะไม่แก้ไขปัญหาได้หรอกครับ มาตรา ๘/๑ มาตรา ๘/๒ มาตรา ๘/๓ ต่อไปเรามีมาตรา ๘ แล้ว ผมอยากให้เห็นภาพในการเชื่อมโยงงบประมาณ คือระเบียบกระทรวงการคลัง ข้อ ๑๑ ทำไมผมถึงเกริ่นให้เห็นภาพอย่างนั้นจะได้เข้าใจตรงกัน ข้อ ๑๑ บอกว่าเมื่อหน่วยงานของรัฐได้รับความเห็นชอบวงเงินงบประมาณ การจัดซื้อจัดจ้าง อยู่ดี ๆ เริ่มไม่ได้ เริ่มจากข้อ ๑๑ ที่บอกว่าเมื่อหน่วยงานของรัฐ ที่จะใช้ในการทุกด้าน จากหน่วยงานรับผิดชอบ หรือผู้มีอำนาจพิจารณางบประมาณแล้วให้ดำเนินการจัดทำแผนการจัดซื้อจัดจ้าง เห็นไหมครับ ตัวมันไม่ได้คิดขึ้นเอง มาจากงบประมาณ ถ่ายภาพให้เห็น เพราะฉะนั้นเรื่องอย่างนี้ต้องแก้ไขให้เป็นระบบแก้จาก พ.ร.บ. อย่างเดียวไม่มีประสบความสำเร็จแน่นอน เราว่า TOR ไม่เห็นกำหนดที่สอดคล้อง กับเรื่องของผู้ด้อยโอกาส เรื่องของผู้สูงอายุเลย นี่คือสิ่งที่ผมจะเรียนให้เห็นภาพ ต่อไปผมพูดในมุมมองที่ตัวแทนอัยการพูดไปแล้ว เรื่องต่อไปคือ แม้ไม่มีข้อแก้ไขตามกฎหมาย แต่สามารถกำหนดได้ว่า ในการพิจารณากรรมาธิการ คัดเลือกข้อเสนอราคาราคาไม่ว่าประกาศเชิญชวน หรือการคัดเลือกอันนี้ใช้กับ ข้อ 83 ของระเบียบ ถ้าจะใช้ performance แต่ผมก็ยังมีข้อเสนออยู่ว่า ถึงแม้จะมี ๒ วิธีก็ตามแต่มีบอกว่านอกจากพิจารณาราคาแล้ว เรามีหลักเกณฑ์กำหนดเป็นกฎกระทรวงได้ อันนี้ไม่ต้องแก้ไขกฎหมาย เห็นไหมครับ มีวิธีการทำได้อยู่ แต่ต้องผ่านการกลั่นกรองว่าหลักเกณฑ์ที่จะกำหนดใน กฎกระทรวงเป็นการปิดกั้นการเสนอราคาหรือเปล่า เป็นการกำหนดขอบเขตเงื่อนไขที่เป็นการปิดกั้นหรือเปล่าอันนี้ก็ต้องระวังให้ดี แต่ทำได้ นี่ผมให้เห็นภาพที่ ๑ ในการพิจารณา ผมไม่ได้พูดวิธีการ แล้วสุดท้ายก่อนที่ผมจะจบ มีอีกอันหนึ่งซึ่งผมอยากจะกำหนดในเรื่องของการจ้างที่ปรึกษา การจ้างที่ปรึกษา จริง ๆ แล้วมีช่องทางที่จะกำหนดได้ง่ายมากไม่ว่าจะเป็นการดำเนินการจัดหา หรือเปิดโอกาสถ้าส่วนนี้เราทำ ในส่วนจ้างที่ปรึกษาให้เปิดโอกาสในการเข้าถึงเปิดโอกาสให้ผู้ด้อยโอกาสได้ใช้โอกาสในการดำเนินการ ซึ่งสามารถกำหนดได้ในขั้นตอนรายละเอียด อันนี้จะแก้ไข ผมพูดมาให้เห็นภาพเท่านั้นเอง จริง ๆ แล้วในการดำเนินการเรื่องอย่างนี้มีขั้นตอนรายละเอียดค่อนข้างเยอะอย่างที่บอกว่างบประมาณไม่ได้มีแค่ส่วนเดียวเพราะงบประมาณส่วนการจัดซือจัดจ้างของหน่วงานของรัฐจริง ๆ ไม่เกิน 30 เปอร์เซ็นต์อยู่แล้ว ก็จะบอกให้ทราบขอบพระคุณทา่นประธานครับ ขอบพระคุณครับ ผมคิดว่าสอดคล้องกับหลายท่าน ที่พยายามกลับไปหาความต้องการวัตถุประสงค์ของหน่วยงานของรัฐที่เสนองบประมาณแล้วก็มีเงื่อนไขทั้งในตัว พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างเอง แม้ว่ามาตรา ๘ จะเป็นเรื่องสำคัญ แต่ว่าท่านก็บอกภาคบังคับ อันนี้ก็จริง เป็นแนวทางอย่างไรก็ตามแม้ว่าจะเป็นแนวทาง แต่ค่อนข้างมีน้ำหนักแล้วก็ถูกสังคมคาดหวังสูงมาก ขอยกตัวอย่างนิดหนึ่งว่า การกำหนดการเข้าถึงได้สะดวกได้โดยสะดวกถ้วนหน้า ทำให้บริิษัทที่เข้ามาเสนอตัวหรือเสนอราคาแข่งขันกัน ในระหว่างผู้ประมูล หรือผู้เข้ามาเสนอราคาของเขาในราคาเท่ากัน หรืออาจจะน้อยกว่าหรือมากกว่าคู่ต่อสู้ คู่แข่งขันเล็กน้อยประชาชนเข้าถึงได้โดยสะดวกมากกว่า คือกลายเป็นว่าเงื่อนไขการเข้าถึงได้โดยสะดวกกลายเป็นเงื่อนไขการแข่งขันของผู้เสนอราคาหรือผู้ประมูล ซึ่งเมืองไทยยังไม่เกิดเพราะเงื่อนไขนี้ไม่มีในกฎหมายไทย กฎหมายไทยกำหนดให้รัฐต้องทำโน่นทำนี่หลายเรื่อง เรื่องการเข้าถึงโดยสะดวกก็กำหนดแต่ไม่ได้ไปกำหนดในขั้นเขียน TORในขั้นจัดซื้อจัดจ้างเพราะฉะนั้นก็เลยไม่เป็นตัว กระตุ้นหรือต้านแรงจูงใจให้ผู้เสนอราคาหรือผู้เข้ามาประมูลนำเอาประเด็นเข้าถึงโดยสะดวกถ้วนหน้ามาเป็นประเด็นในการแข่งขันแต่ในอเมริกาเป็นประเด็นแข่งขันสูงมาก จริง ๆ ไม่อยากพาดพิงบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีทางด้านไอซีทีที่มีมูลค่าทรัพย์สินสูงที่สุดในขณะนี้ 1.44 ล้านเหรียญสหรัฐโฆษณาเรื่องสินค้าตัวเอง เข้าถึงได้โดยสะดวกมาหลายปีแล้ว เอาเรื่องการเข้าถึงได้โดยสะดวกถ้วนหน้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนพิการมาเป็นประเด็นข้อได้เปรียบทางธุรกิจ ซึ่ง เมืองไทยยังไม่เอาเรื่องนี้มาโฆษณาทางธุรกิจ แล้วเราก็เชื่อว่า ถ้ากฎหมายจัดซื้อจัดจ้างหรือนโยบายจัดซื้อจัดจ้างในขณะนี้ ถึงแม้ยังไม่แก้กฎหมาย นำเอาเงื่อนไขทั่วหน้า คนพิการเป็นเพียง benchmark เท่านั้นเราต้องการถึงขั้นถ้วนหน้า จะมีภาคธุรกิจหลายคนเริ่มเอาเรื่องนี้ไปโฆษณาประชาสัมพันธ์อวดอ้างสรรพคุณสินค้าของตัวเองว่า สินค้าของตัวเองเข้า ได้โดยสะดวกมากกว่าสินค้าของผู้อื่นขณะนี้เมืองไทยยังไม่โฆษณา แต่ในอเมริกา ในยุโรปโฆษณาแล้ว ขอบคุณมากครับ เข้าใจว่าเหลืออีก เหลือ ท่านรองอธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพชีวิตพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ท่านเนื่องจากว่ากรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการเป็นองค์กรประสานงาน เชิงนโยบายด้านคนพิการ แม้ว่าวันนี้เราพยายามนำเสนอกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างโดยใช้หลักการเข้าถึงโดยสะดวกถ้วนหน้า แต่ว่าเราเองก็ไม่ปฏิเสธว่าคนพิการเป็น benchmark ที่สำคัญ เพราะความยากลำบากของการเข้าถึงของถ้าคนพิการเข้าถึงได้ คนอื่นเกือบ 99 เปอร์เซ็นต์ก็จะต้องเข้าถึงได้ ก็อยากจะฟังมองจากทางกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ในฐานะที่ท่าน เป็นองค์กรขับเคลื่อนเชิงนโยบาย ท่านก็เป็นเลขากรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ท่านมีความรู้สึกนึกคิดอยา่งไรหรือกฎหมายจัดซื้อจัดจ้าง เชิญครับ ดิฉัน รองอธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการนำเรียนท่านประธานและทุกท่าน แล้วก็ทุกท่านที่เข้าร่วมสนทนาในวันนี้ โครงการตาม พ.ร.บ. การ ส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ก็จะมีภารกิจมีอำนาจหน้าที่ตามมาตรา 13 ของ พ.ร.บ. ตามมาตรา ๑๓ ของ พ.ร.บ. ในข้อ ๔ (๑) การตรวจสอบการเข้าถึง ของคนพิการ ซึ่งเรื่องนี้กับการจัดซื้อจัดจ้างการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเพื่อการเข้าถึงโดยสะดวกแล้วก็ถ้วนหน้า คิดว่าการเข้าถึงง่ายแต่ว่าความสะดวกยังไม่แน่ใจว่า จะสะดวกหรือไม่ ก็อยากจะย้อนไปถึงว่าการได้ร่วมการประชุมครั้งหนึ่งว่า เรามีการพูดถึง พ.ร.บ. การพูดถึง พ.ร.บ. และกฎกระทรวงเหมือนกับ พ.ร.บ. นี้ว่าเรามี องค์กรคนพิการที่มีชื่อระบุอยู่ในกฎกระทรวงนี้ประมาณ 4 - 5 องค์กร ที่ระบุไว้ว่าเข้าสู่ระบบการจัดจัดจ้างจากภาครัฐได้ทีนี้มองว่าจริง ๆ แล้วที่มี ๕ ไม่ได้หมายความว่าในกลุ่ม ในสมาคมคนพิการจะมีแค่ 5 องค์กรที่จะเข้าได้แต่จริง ๆ แล้ว พอไปสอบถาม เราไปสำรวจแล้ว ก็ไม่ทราบมากกว่า เพราะ พ.ร.บ. ปี 60 ก็เลยคิดว่าน่าจะมีการตรวจสอบอีกครั้งหนึ่งว่ามีองค์กรใดบ้าง หรือมีกลุ่มคนพิการสมาคมคนพิการที่ีมีความพร้อม ในเรื่องของสินค้า แล้วก็บริการของคนพิการที่จะเข้ามาสู่การจัดซื้อจัดจ้างกับภาครัฐได้ ซึ่งตรงนี้ก็จะมีองค์กรคนพิการ และสมาคมต่าง ๆ องค์กร ที่มีความพร้อมที่จะเข้าสู่การจัดซื้อจัดจ้างในระบบจัดซื้อจัดจ้างกับภาครัฐ แล้วก็ในส่วนของสถานคุ้มครองที่อยู่ในความดูแลของกรม พก. อีก 23 แห่งอยู่ในความดูแลของกรม อีก ๑๓ แห่ง แล้วก็ศูนย์พัฒนาศักยภาพในอาชีพอีก 8 แห่ง และโรงงานอีกปี 1 แห่งไม่สามารถที่จะเข้าสู่ระบบนี้ได้เหมือนกันผลิตน้ำดื่ม น้ำดื่มก็ไม่สามารถที่จะไปแจกคุณภาพกับพวกนั้นได้ ผลิตภัณฑ์ที่เป็นกระเป๋าเอกสาร ที่เป็นอะไรก็แล้วแต่ที่เป็นของคนพิการ อันนี้จะยังไม่ได้เข้าสู่ระบบนี้ได้ ซึ่งคิดว่าการที่เราจะต้องมาดู มีหลายท่านได้กล่าวถึงเรื่องของนโยบายกฎหมาย อันนี้สำคัญมาก ถ้าเขียนไว้อย่างไรก็ต้องไปตามนั้น เพราะว่าไม่มีใครจะไปทำนอกเหนือระเบียบได้ อันนี้เป็นเรื่องของการป้องกันและปราบปรามป้องกันและปราบปรามการทุจริตในองค์กรในหน่วยงานด้วย ตรงนี้ถ้ามีการปรับแก้แล้วคงไม่มีปัญหาในเรื่องของ กระบวนการทำงาน เพราะว่าแต่ละองค์กร แต่ละหน่วยงาน คงจะดำเนินไปได้ ซึ่งในฐานะของ พก. เองเราจะเปิดช่องทางให้กับผู้พิการเข้าถึงได้ ไม่ได้ช่วยแค่คนพิการอย่างเดียว ไม่ได้ช่วยแค่คุณภาพชีวิตคนพิการ แต่ไปช่วยในเรื่องของการยกระดับฝีมือแรงงาน ยกระดับ มี skill มีการ up skill อันนี้จะเป็นจุดประกายให้กับคนพิการได้เห็นความสำคัญว่า มีอีกช่องทางหนึ่งที่คนพิการจะเข้าถึงได้การจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งตรงนี้จะเป็น บริการ แล้วสินค้า จริง ๆ แล้วจะเป็นสินค้าที่เกือบจะเรียกว่าระดับรากหญ้า เขาไม่มีแรงที่จะผลิตเหมือนกับสถานประกอบการโรงงานต่าง ๆ จะไปกำหนดในเรื่อง วัน เวลา ส่งเท่านั้น เท่านี้ อาจจะมีข้อจำกัดในเรื่องของพวกนี้ที่จะเข้าสู่ระบบการจัดซื้อจัดจ้างซึ่งต้องไปเชื่อมกับ TOR ที่อาจารย์มณเฑียรพูดถึงถึงเวลานั้นแล้วไม่มีใครได้ไปรับรู้รับทราบ อะไรเลย เกี่ยวกับ TOR แต่ในฐานะที่กรม พก. ดูแลเรื่องคุณภาพชีวิต เรามองว่า การเปิดช่องทางตรงนี้ทำให้คนพิการยกระดับฝีมือขึ้นได้ ยกระดับคุณภาพขึ้นได้ แล้วก็ส่งผลถึงเศรษฐกิจ ความมั่นคง ซึ่งน่าจะตอบโจทย์ของรัฐบาลว่าตั้งแต่ฐานรากขึ้นมา ตรงนี้คิดว่าเป็นโอกาสที่ดี อาจารย์ ถ้าเราสามารถปรับปรุงตรงนี้ได้คนพิการเข้าถึงได้จะทำให้คนพิการเกิดความตื่นตัว มีความตั้งใจที่จะใช้ชีวิตอยใช้ชีวิตอย่างอิสระในสังคมโดยรวมได้ พก. เองก็ไม่นิ่งนอนใจในเรื่องของการที่จะให้องค์กรหรือว่าสมาคมต่าง ๆ เข้าสู่ระบบ การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เพื่อการเข้าถึงโดยสะดวกถ้วนหน้า กราบเรียนค่ะเผอิญท่านไปพูดเรื่องมาตรา ๕๕ ก็เป็น เป็นเรื่องหนึ่งที่ผมพูดในช่วงต้นของการเสวนาของการเสวนา ถ้าจะมองคงเป็นเรื่องของการที่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง คนพิการ เอ็มพาวเวอร์ผู้ด้อยโอกาส ซึ่งอาจจะเป็นอีกหัวข้อหนึ่ง อย่างไรก็ตามขอบคุณที่ พก. ได้เข้ามาสนใจเรื่องนี้และเข้าใจว่าน่าจะมีการแก้ไขกฎกระทรวง เท่าที่ได้ยินจากกรมบัญชีกลางเอง มีการแก้ไขปรับปรุงกฎ กระทรวง อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่เราถกเถียงกันอยู่ขณะนี้เป็นประเด็นที่ว่าด้วยเรื่องของตัวพัสดุที่มีการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อการให้บริการ สาธารณะจะต้องเป็นพัสดุที่ เข้าถึงได้โดยสะดวกทั่วหน้า อันนี้จะเป็นการมองจากข้างนอก เป็นการมองเรื่องสาธารณะ สภาพแวดล้อม ส่วนการจัดซื้อจัดจ้าง ที่ไปส่งเสริมอาชีพคนพิการอันนั้นก็จะเป็นการเอ็มพาวเวอร์ ไปที่ตัวคนพิการ ผู้ด้อยโอกาส เป็นผู้ด้อยโอกาสโดยวิธีเจาะจง ซึ่งหลายท่านก็ได้พูดว่าวิธีเจาะจงแม้จะมีข้อดี แต่ก็อาจจะเกิดช่องวา่งทำให้เกิดการฮั้วกันได้ หรืออาจจะมีการไม่เหมาะสมด้วยเช่นกัน อันนี้คงต้องระมัดระวังกันต่อไป ได้ฟังจากทุกท่านได้นำเสนอ ผมก็พอจะสรุปได้ ว่า แม้ว่า พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐจะไม่ได้เจาะจง ไม่ได้กำหนดเรื่องของเงื่อนไขว่า พัสดุที่จัดซื้อจัดจ้างมาเพื่อให้บริการสาธารณะจะต้อง มีหลักประกันการเข้าถึงได้โดยสะดวกถ้วนหน้า ก็น่าจะมีกลไกอื่น พอที่จะทำได้ กลไกสำคัญที่คิดว่าน่าจะเป็นกลไกที่หยิบขึ้นมาทำได้ ทันทีก็คือกลไกของคณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้างและคณะกรรมการวินิจฉัยเรื่องของการ จัดซื้อจัดจ้าง อีกอันหนึ่งก็คืออาจจะไปดูบทบัญญัติในมาตราบางมาตราพอจะใช้ได้ เช่น มาตรา ๖๕ วรรคหนึ่ง (๔) ในเรื่องของ พัสดุที่รัฐจะต้องส่งเสริม ซึ่งอาจจะไปบออกให้ครอบคลุมถึงเงื่อนไขว่า กรณีที่เป็นพัสดุที่สร้างหลักประกันการเข้าถึงได้โดยสะดวกถ้วนหน้า รัฐก็พึงจะส่งเสริมได้ก็อาจจะใช้ควบคู่กันไปก็อาจจะใช้ควบคู่กันไป อย่างไรก็ตาม แล้ว หลายท่านก็ยังมองว่า ในท้ายที่สุดน่าจะมีความจำเป็นที่จะต้องแก้ไขปรับปรุงกฎหมายเพื่อสะท้อนนโยบายของรัฐที่มีความชัดเจนยิ่งขึ้นนะครับ การจัดซื้อจัดจ้างเป็นกระบวนการหนึ่ง อย่างไรก็ตาม เรื่องของวัตถุประสงค์ของหน่วยงานก็ดี การจัดตั้งงบประมาณก็ดี นโยบายของรัฐมีส่วนทั้งสิ้นอยา่งไรก็ตาม ผมก็เห็นว่า กฎหมายจัดซื้อจัดจ้างจะเป็นตัวลูกบอลเข้าโกลล์แม้ว่าเราจะมีกฎหมายนโยบายดี ๆ อะไรก็ตาม เงื่อนไขการจัดซื้อจัดจ้างที่ไม่สร้าง insentive ให้ผู้ที่จะเข้ามาประมูล เข้ามา เสนอราคา เข้ามาแข่งขันจะต้องยกระดับ สินค้าและบริการหรือพัสดุของตัวเองที่จะว่าจะต้องมีหลักประกันการใช้ประโยชน์ การเข้าถึงบรรยากาศของเราที่จะใช้การจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อสร้างสังคมไทยที่ทุกคนอยู่เย็นเป็นสุขได้ ก็น่าจะไม่ง่ายเท่าไร หลายประเทศก็เลยหันมาใช้กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างเป็นเครื่องมือ เรามีเวลาเหลือไม่มากก็อยากจะฟังความเห็นจากผู้เข้าร่วม ประชุมว่าท่านมีความเห็นเพิ่มเติมเป็นประการใด แล้วเดี๋ยวเราก็จะฟังจากผู้ร่วมอภิปรายช่วงท้ายสรุปกันสักคนละ ๑ นาที เชิญ ผู้เข้าร่วมประชุม ท่านใดมีความเห็น (Ms. Aiko) (Ms. Aiko) จะขอถามคำถามนิดหนึ่งแล้วกัน ว่าสิ่งที่ดิฉันพูดไม่ใช่คำถามเป็นเหมือนกับ คล้าย ๆ กับขยายความ อย่างแรกคือ ไม่มีใครไม่เห็นด้วยใช่ไหมเกี่ยวกับเรื่องความคิดเกี่ยวกับเรื่อง ของการเข้าถึงอย่างถ้วหน้า แต่ว่ามีรายละเอียดว่าจะเข้าอย่างไร หรือว่าแนวทางเป็นอย่างไร ช่องว่างอย่างไร แล้วก็การผลิตจะทำอย่างไร องค์กร ต่าง ๆ รวมทั้ง อบต. อบจ. จะดูแลเรื่องนี้ได้อย่างไร เมื่อเทียบกับทางของรัฐบาล เรื่องของพลวัติต่าง ๆ มีความสำคัญ ซึ่งดิฉันเองก็ไม่ได้เข้าใจแบบ ถี่ถ้วนนักว่าในกรณีนี้จะทำอย่างไร ในเมื่อมีความซับซ้อนต่าง ๆ การกำหนดงบประมาณก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะเป็นวิธีที่คุณสามารถที่จะเสนองบประมาณล่วงหน้า ก็อาจจะเป็นด้านหนึ่งในการที่จะเป็นตัวกำหนดการจัดซื้อจัดจ้างใช่ไหมคะ ดิฉันสงสัยนิดหนึ่งว่าในกรณี ที่ได้รับฟังสิ่งที่คนอื่นเล่ามา แล้วก็ บางทีมีการแปลความ แล้วดิฉันเองก็ ยังคิดว่า ควรจะมีการระบุให้ชัดเจน เลยใช่ไหมในกฎหมายว่า ควรจะต้องมีนโยบาย การเข้าถึงโดยสะดวกถ้วนหน้าทั้งหมด แต่อาจจะต้องมีการระบุในระดับTOR หรือในระดับของส่วนต่าง ๆ อย่างที่ดิฉันได้ฟังมาที่ ระบุ TOR มา บางทีเขาไม่ได้เข้าใจ แนวคิดของการเข้าถึงโดยสะดวกทั่วหน้าแล้วก็ไม่ได้ระบุไว้ว่าเป็นความต้องการของการจัดหาผลิตภัณฑ์ ดังนั้นก็เลยไม่ได้มีการเขียนหรือ เขียนหรือระบุไว้ชัดเจน แต่ถ้าในกฎหมาย มีข้อกำหนดเอาไว้ว่าจะต้องระบุเรื่องของความสะดวกในการเข้าถึงถ้วนหน้าก็จะเป็นส่ิงที่ดี ดิฉันคิดว่าการที่เหมือนกับมีบทบาทตัวนี้ เข้าไประบุเช่น เรื่องของการเข้าถึงเว็บไซต์ ลักษณะเช่นนี้ใช่ไหมคะ สิ่งนี้ อาจจะไม่ได้สร้างความแตกต่างให้ชัดเจนเท่ากับที่รัฐบาลระบุไว้แต่แรกเลยว่า เว็บไซต์นี้ทุกคนจะต้องเข้าถึงได้ ก็อยากจะรับฟัง ว่า องค์กรต่าง ๆ อย่างESCAP จะช่วยได้อย่างไร ข้อมูลที่ท่านต้องการ ในเรื่องของการพัฒนาประสิทธิภาพ หรือว่าประเทศอื่น ๆ กำลังทำอะไรอยู่ เขาชนะกับความท้าทายลักษณะที่คุณกำลังอธิบายมาอย่างไร อันนี้ช่องว่าง ดิฉันก็อยากจะรับฟังจากคุณว่า ESCAP จะช่ยได้อย่างไร ขอบคุณค่ะ[ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาต่างประเทศ] ภายใต้การจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ มีหน้าที่ และอำนาจในการทีีจะเสนอนโยบายต่อรัฐบาลได้ แม้ว่าเราจะไม่มีเงื่อนไข ได้โดยสะดวกถ้วนหน้าในมาตรา 8 ไม่ได้บอกว่าเป็นเรื่องของประโยชน์ของประชาชน เป็นประโยชน์ของหน่วยงานภาครัฐเสียด้วยซ้ำ แต่ว่าหน่วยงานภาครัฐ ก็มีหน้าที่ที่จะต้องอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน อาจจะไม่ได้เขียนไว้โดยตรงแต่ถ้าเป็นหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการนโยบาย ที่กำหนดเงื่อนไขต่าง ๆ แล้วถ้ารัฐบาลมี เจตจำนงทางการเมือง มีเจตจำนงทางการเมือง ก็อาจจะมีมติ ครม. ออกมาหรือมีประกาศนโยบายออกมาที่จะช่วยทำให้นำมา ประกอบกับกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างได ้แม้ว่าในระยะอันสั้น เรายังไม่สามารถที่จะเขียนบังคับลงไปได้เอง เมื่อสักครู่ผมยกตัวอย่างเช่น มาตรา ๘ อย่างไรก็ตาม TOR ผมเองก็ไม่แน่ใจ เพราะว่าผมเข้าใจว่าประเทศอื่น เขาจะเขียน TOR ในการจัดซื้อจัดจ้างได้เขาก็ต้องดูเงื่อนไขตามกฎหมายจัดซื้อจัดจ้าง แต่บ้านเราไม่ทราบว่าหน่วยงานภาครัฐ เขียน TOR เขาจะต้องชำเลืองดูกฎหมายจัดซื้อหรือเปล่า ไม่ทราบท่านใดจะตอบเรื่องนี้บ้างไหมครับ เชิญท่านพิเชษฐ์ คือ TOR เป็นการกำหนดความต้องการเบื้องต้นของหน่วยงาน ที่จะจัดหาวัสดุ ว่าต้องการพัสดุประเภทไหน แล้วคุณสมบัติที่จะเข้ามาผู้ที่จะเข้ามาแข่งขันในการประกวดราคามีลักษณะไหน แล้วก็จะมีการแนบข้อมูลที่อาจจะต้องระบุไว้ในร่างสัญญาที่จะต้องลงนามกัน ยกตัวอย่างเช่นจะต้องมีหลักประกันอะไรกันเท่าไร อย่างไร ซึ่ง การกำหนดส่วนอื่นที่ว่านี้ บางกรณีก็เอาตัว พ.ร.บ. ชำเรืองไปที่ พ.ร.บ. ก็เอามาใส่แต่ไม่ได้ใส่ทั้งหมดในกฎหมาย พ.ร.บ. แต่ จะเลือกเฉพาะเป็นสาระสำคัญ เป็นสาระสำคัญ เพราะฉะนั้นถ้าเกิดใส่ทั้งหมดTOR จะมีรายละเอียดมากเพราะฉะนั้น TOR โดยหลักจะเป็นกรอบของความต้องการ ของหน่วยงานภาครัฐว่าจะมีอะไรบ้าง ทำอะไรบ้าง ส่วนหลังจากนั้นเมื่อมีการประกวดราคาการประกวดราคาจนกระทั่งได้ผู้ประกอบการ ผู้ดำเนินการแล้วจะมาร่างจัดทำเป็นสัญญา สัญญา ซึ่งก็จะนำ TOR ที่ว่านี้ มาประกอบเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาที่ถือว่า คู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายได้ตกลงกัน ตอบคำถามสั้น ๆ คือว่า ถามว่าเหลื่อมไปไหม ก็เหลื่อม แต่ไม่ได้ยกไปทั้งหมด เช่น มาตรา ๘แต่ไม่ได้ไปเขียนชัดว่ามาตรา ๘ เขียนว่าอย่างไร ซึ่งตรงนี้ ผมได้กราบเรียนตั้งแต่ต้นแล้วว่า มาตรา 8 ก็มี หัวข้อหนึ่งเรื่องความคุ้มค่าเพราะฉะนั้นเรื่องประมูลเขาก็จะไปเขียนในหลักการ เหตุผลและวัตถุประสงค์ในการจัดทำ อย่างไร ซึ่งอาจจะไปโผล่อยู่ในช่วงต้นของ TOR ได้ ขอบคุณครับ (คุณมณเฑียร) แสดงว่ามีอิทธิพล แม้ว่าจะไม่ทั้งหมด อย่างไรก็ตามถือว่ากฎหมายจัดซื้อจัดจ้างมีอิทธิพลต่อการจัดทำ TOR ไม่มากก็น้อยนะครับ เชิญทา่นต่อไปเลยครับ ผมตอบแทนทุกท่านเลยก็ได้ว่า paper ที่ ESCAP จัดทำขึ้นแล้วทำเป็นภาษาไทยมีประโยชน์มาก และผมเชื่อว่า จะเป็นประโยชน์กับการที่เราจะเอาไปปรับปรุง นโยบาย กฎหมาย ผมเองในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการ กิจการคนพิการ ในคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม ยินดีจะเดินทางไปให้ข้อมูลและก็ไป เรียนกรรมการนโยบายจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อให้ท่านกรุณาพิจารณาเรื่องนี้้ว่า ถ้าจะมีหนทางใดที่จะเสนอนโยบายบรรจุเรื่องเงื่อนไขการเข้าถึงได้โดยสะดวกถ้วนหน้าไว้ในการจัดตั้ง ตามหน้าที่และอำนาจในมาตรา ๒๔ (๑) ตามที่ท่านได้เสนอมานี้ ผมยินดี ถ้าอยู่ในวิสัยที่ฝ่ายนิติบัญญัติจะทำได้ถ้าไม่เป็นการแทรกแซงการทำงานของฝ่ายบริหารแต่เป็นการ โดยสุจริตไม่ได้เป็นการไปแทรกแซง ผมคิดว่าทางเราก็ยินดี แล้วก็ยินดีที่จะเป็น สะพานแล้วก็ถ้า ESCAP มีข้อมูลเพิ่มเติมหรือมีกรณีศึกษาจากรัฐบาลประเทศใดที่ ประสบความสำเร็จในการใช้กฎหมายหรือนโยบายจัดซื้อจัดจ้างในการผลักดันให้สังคมเรา เป็นสังคมที่ประชาชนเข้าถึงบริการโดยสะดวกถ้วนหน้าได้เราก็ยินดี รับนั้นมาพิจารณาศึกษานอกจากเปเปอร์ที่ท่านเชิญท่านอื่นต่อ ท่านใดจะแสดงความเห็น ความเห็นหรือว่าสอบถามไหมครับ เชิญครับ ท่าน ทา่นอาจารย์วิริยะมีไหมครับ ในฐานะท่าน เป็นผู้ใหญ่ เป็นหลักให้เรามาตลอดตั้งแต่เช้า ท่านวิริยะถ้าให้ผมเสนอก็ เหมือนที่ท่านประธานพูด เรื่องนโยบายจริง ๆ อก. ในฐานะ เลขาบอร์ดชาติ สามารถเอาเรื่องนี้เสนอบอร์ดชาติที่ท่านนายกญ เป็นเรื่องนี้เสนอบอร์ดที่ท่านนายกฯ เป็นประธานอยู่แล้ว เมื่อบอร์ดชาติเห็นชอบกับนโยบายนี้สามารถส่งต่อ ไปให้ฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างเช่น กรรมการนโยบาย กรรมการนโยบายสามารถส่งผ่านไปให้กรรมการนโยบายพิจารณา รับเป็นหลักการได้ คือแทนที่จะกรรมการนโยบายไปถึง เราก็ใช้บอร์ดชาติก็คือ กรรมการเรื่องนโยบายด้านคนพิการที่ท่านนายกฯ เป็นประธาน รับไปผมว่าเร็ว อยากจะ ฝากท่านรองอธิบดีไปพิจารณาเพราะท่านเป็นฝ่ายเลขานุการ แล้วก็สามารถทำงานร่วมกันเอาเรื่องนี้ส่งผ่าน แล้วก็ให้ส่งผ่านบอร์ดชาติ ที่เราจะต้องพูดคุยและเอาเรื่องนี้ใส่เข้าไปด้วย ผมว่า อันนี้อยากจะฝากไว้ครับ ยินดีค่ะ ถ้ารายงานการประชุมนี้ทันการประชุม กพช. น่าจะเร็ว ๆ นี้ ก็น่าจะเอาเข้ารอบนี้ได้ ขึ้นอยู่กับขอ ข้อสรุปจากเวทีนี้ค่ะ (คุณมณเฑียร) เดี๋ยวเราจะรีบทำสรุปการเสวนาวันนี้ส่งให้ ทาง พก. อยากจะเรียนย้ำอีกครั้งหนึ่งว่า การจัดซื้อจัดจ้างพัสดุ ที่คำนึงถึงเรื่องการเข้าถึง ได้โดยสะดวกถ้วนหน้า อาจจะมีหรือไม่มี ในเชิงงบประมาณก็ได้ หลายท่านดูเหมือนจะกังวลเรื่องนี้ ผมก็เห็นใจว่าเราถูกทำ ให้เข้าใจว่าถ้าเราจะทำให้บร้ิการสาธารณะ เข้าถึงได้โดยสะดวก โดยเฉพาะสะดวกถ้วนหน้า อาจจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น แม้กระทั่งท่านนายกฯ เองตอนผมได้มีโอกาสคุยกับท่านในตอนปี ๒๕๕๘ - ๒๕๕๙ ตอน ที่ผมได้รับเลือกเป็นกรรมการสมัยที่ ๒ คุยกับท่านเรื่องนี้ ท่านก็บอกว่า accessibility ก็แพง ตอนนั้นผมพยายามอธิบายท่านว่าบางอย่างก็แพง างส่วนใหญ่ไม่แพงอยู่ที่การออกแบบ อยู่ที่การออกแบบ อยู่ที่การตัดสินใจทางการเมือง ก็เลยไม่มีโอกาสอธิบายให้ได้รับทราบ ผมคิดว่าถ้าเขียนชี้แจงท่านไป เช่น ตัวอย่างง่าย ๆ เมื่อสักครู่นี้ที่บอก ว่าถ้า built in feature เกี่ยวกับเรื่องการเข้าถึงได้โดยสะดวกตั้งแต่แรก หลักการการออกแบบ การออกแบบเพื่อคนทั้งมวลหรือการออกแบบที่เป็นสากล จะช่วยทำให้เราประหยัดค่าใช้จ่าย อาจจะมีค่าใช้จ่าย เพิ่มขึ้นแต่ไม่เกิน 3 เปอร์เซ็นต์ ไม่ถึง 3 เปอร์เซ็นต์แต่ถ้าสร้างไปแล้ว ผิดไปแล้วเหมือนสุวรรณภูมิ แล้วก็ต่อเติม สร้างใหม่เพิ่มเติมอันนี้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มแน่ เพิ่มขึ้นถึง 30 เปอร์เซ็นต์ อันนี้เป็นสิ่งปลูกสร้าง แต่ถ้าเป็นเรื่องดิจิทัลเป็นเรื่อง information เป็นเรื่องข้อมูลข่าวสาร อันนี้เป็นเรื่องว่าเราจะ ซื้อสินค้ายี่ห้อใด ซื้อสินค้าสเปคใด ไม่ต่างกันเท่าไร อาจจะต่างกันเล็กน้อย ถ้าเป็นเรื่องการออกแบบเว็บไซต์ อันนี้ก็ต่างกันไม่มาก เมืองไทยอาจจะต่างที่ว่ามีบริษัทที่รับทำน้อยราย บริษัทเหล่านั้นอาจจะเรียกค่าตัวสูง แต่ถ้ามีการแข่งขันมากขึ้น ผมก็เชื่อว่าการแข่งขัน จะทำให้ราคาลดลงมาอยู่แล้ว เหตุที่ราคาสูง ที่รับทำน้อยเกินไป ส่วนสินค้าและบริการอื่น ๆ ก็เป็นที่ประจักษ์แล้วว่า ไม่มีนัยสำคัญในเชิงงบประมาณ การที่จะใส่หลักการการเข้าถึงได้โดยสะดวกถ้วนหน้า ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องการตัดสินใจทางการเมือง เรื่องการมีทัศนคติทางบวกเกี่ยวกับเรื่องของการให้บริการ สาธารณะแก่ประชาชนเข้าถึงถ้วนหน้า เป็นสำคัญ เชิญท่านอื่นครับ ท่านวิริยะ มีคนรอใช้ห้องอยู่ เหลืออีก ๕ นาที ถ้าเหลืออีก ๕ นาทีคงต้อง ให้ผู้เข้าร่วมอภิปราย ท่านใดมีประเด็นที่จะทิ้งไว้ ขอประทานโทษคนละไม่เกิน 1 นาที ถ้าท่านใดใช้ครึ่งนาทีีได้จะขอบพระคุณยิ่งครับ มีท่านใดมีประเด็นสุดท้ายอยากจะฝากไว้ไหมครับ ครึ่งนาทีนะคะ ESCAP เรายังคงที่จะสนับสนุน ในเรื่องของกฎหมายฉบับนี้ที่ได้กล่าวถึงกันไว้ เรื่องของการจัดซื้อจัดจ้าง ที่ครอบคลุมอย่างถ้วนหน้านะคะ ท่านมณเฑียรได้กล่าวว่า ถ้าต้องการความช่วยเหลือหรือข้อมูลใดก็ตาม เรายินดีีที่จะทำงานใกล้ชิดกับทุกท่าน เราสามารถหารือกับท่านมณเฑียรจากนี้ต่อได้ แต่หวังว่าในการสร้างเครือข่ายในวันนี้จะสามารถทำความร่วมมือกันต่อไปได้ รู้ว่าทุกคนยุ่งมาก ต้องขอขอบคุณมากที่มาร่วมวันนี้ [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาต่างประเทศ] ท่านประธานปิดการสัมมานาได้เลยใช่ไหมครับ ถ้าอย่างนั้นผมต้อง ขอบคุณทุกท่าน ทุกหน่วยงานที่ได้มา ในการจัดเสวนาโต๊ะกลมในวันนี้ ขอบคุณวุฒิสภานะครับ เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ได้อำนวยความสะดวก ในการจัดการเสวนา แบบ 4.0 มีทั้งคนเข้าเสวนาผ่าน zoom มีทั้งเฟสบุ๊กไลฟ์ มีทั้งล่ามไทยเป็นอังกฤษ อังกฤษเป็นไทย มีทั้งแคปชั่น ผมเข้าใจว่ามีล่ามภาษามือด้วยนะครับ แล้วก็มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างระดับบิ๊ก ๆ ทั้งน้ันเลยที่มาให้ทัศนะที่เป็นประโยชน์อย่างย่ิง ต่อการเสวนาในวันนี้ ผมเชื่อแน่ว่า เป็นการเปิดศักราชใหม่ที่จะทำให้การจัดซื้อจัดจ้าง ภาครัฐในการบริหารพัสดุภาครัฐในบ้านเรา นอกจากจะทำอย่างคุ้มค่า โปร่งใส มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ตรวจสอบได้ แล้วยังจะต้อง เป็นการสร้างโดยได้สะดวกถ้วนหน้า เป็นหนึ่งในการเข้าถึงได้โดยสะดวกถ้วนหน้าเป็นหนึ่งเป็นการพัฒนาที่่ยั่งยืนและจะเป็นการ นำไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนต่อไปในอนาคต ทางคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม โดยคณะอนุกรรมาธิการกิจการคนพิการ ต้อขอกราบขอบคุณทุกท่านอีกครั้งหนึ่ง และหวังว่าเราจได้มีโอกาสพูดคุย ได้มีโอกาส ทำงานร่วมกับทุกท่าน ผมยินดีที่จะ ไปพูดคุยแลกเปลี่ยนและมีการ มีการรับฟังความเห็นจากท่านต่อเนื่อง เพื่อนำความเปลี่ยนแปลงในทางบวกมาสู่สังคมไทยอันเป็นที่รักย่ิงต่อไป วันนี้ขอปิดการเสวนาแต่เพียงเท่านี้ ขอบพระคุณครับ สุดท้ายอยากจะขอกราบขอบพระคุณทีมสนับสนุน สวทช. เนคเทค ที่มาช่วยเราทำแคปชั่น ทางสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาซึ่งประกอบด้วย อนุกรรมาธิการคนพิการ สำนักงานเทคโนโลยี สำนักงานประชาสัมพันธ์ เอสแคปสำหรับล่ามภาษามือนะคะ ขอบคที่เข้ามาสนับสนุนการประชุมในครั้งนี้ ขอบพระคุณค่ะ ขอบคุณทุกท่านอีกคร้ังหนึ่งครับุกรรมาธิการคนพิการ สำนักงานเทคโนโลยี สำนักงานประชาสัมพันธ์ เอสแคปสำหรับล่ามภาษามือนะคะ ขอบคที่เข้ามาสนับสนุนการประชุมในครั้งนี้ ขอบพระคุณค่ะ ขอบคุณทุกท่านอีกคร้ังหนึ่งครับ