(อาจารย์) สวัสดีค่ะ ได้ยินไหมคะ (ล่าม) ได้ยินไหมคะ ทดสอบไมค์ใหม่ค่ะ ไมค์เมื่อเช้าพังไปแล้วเดี๋ยวขอส่งสไลด์ให้ (ล่าม) แต่ว่าได้ยินเสียงเบานะคะ เหมือนอยู่ไกลค่ะ ไกลไปค่ะ (อาจารย์) เพิ่มเสียงไมค์สุดแล้วหรือ แม่ก็ติดปากแล้วนะนี่ (ล่าม) เดี๋ยวเร่งเสียง พูดอีกทีได้ไหมคะ (อาจารย์) โอ.เค. ค่ะ (อาจารย์) มงคล เสือน้อยใช้ภาษาไทยหรือภาษาอะไร ภาษาอังกฤษ M O N G ใช่ไหม มงคลอะไรลูก มงคล Kon หรือ Kol KON แล้วก็ B ใช่ไหมคะ B ใช่ไหมคะ Buasri โอ.เค. รับแด้วยนะ เราขอเพิ่มแล้วนะ เราส่งคำขอไปแล้วนะ ของจั๊ดอะไรของจั๊ด อะไรนะ ส่งให้เสือน้อยก็ได้ใช่ไหม เสือน้อยรับยังเจอหรือยัง มี 2 สไลด์นะคะ วันนี้ให้ใช้สไลด์Week3_2 นะครับ PrinciplesProgramming_Week3_2 นะคะ ในสัปดาห์ที่แล้วการบ้านที่ให้ไปก็คือหาอะไรครับ หาเลขคู่ กับเลขคี่ แล้วให้ไปเขียนอะไร Phudo Code ใช่ไหมทีนี้มันต้องเฉลยก่อน เพราะมันจะไปเขียนผังงานต่อไม่ได้ ถ้าไม่เฉลยใช่ไหม หลักการเขียน Pseudo code บอกไว้แล้วว่า 1 บรรทัด ต่อ 1 คำสั่งนะ ข้อแรกที่ให้ไปเขียน ก็คือการหาค่า... การหาคู่หรือเลขคี่ใช่ไหมคะ ในข้อนี้นะคะ ตามหลักการเขียนโปรแกรมถูกไหม เราจะต้องมีมุมมองให้เห็นเป็นคอมพิวเตอร์ก็คือ เราต้องนึกไปด้วยว่า ถ้าเป็นคอมพิวเตอร์ สิ่งที่คอมพิวเตอร์จะต้องทำมีอยู่ 3 ส่วนถูกไหมคะ ก็คือ Input Process Output เพราะฉะนั้นขั้นตอนแรกก็คือ Input นะคะ Input ของเราในสัปดาห์นั้นก็คือบอกว่าการอะไรคะ รับค่าจำนวนเต็มใช่ไหมคะ 1 จำนวน เพราะเราจะรู้ตัวเลขคู่เลขคี่ได้เราต้องป้อนเลขเข้าไปในเครื่องก่อน ถูกไหมคะ นะคะ เพราะฉะนั้น Input ที่เราจะใส่นะคะ ก็คือตัวนี้ นะคะ ก็คือตัวเลขนั่นเอง ต้องตัวเลขกับเครื่อง 1 ตัว เพราะฉะนั้นถ้าให้คิดเขียนอัลกอออกมานี่ก็จะเป็นฝั่งภาษาไทย ก็คือรับค่าจำนวนเต็มถูกไหมคะ ฝั่งเป็นตารางที่แสดงเป็นภาษาไทย เสร็จแล้วพอมาเขียนเป็น Pseudo Code ที่เป็นภาษาอังกฤษ คำสั่งในการรับค่าก็ทับศัพท์ ก็คือคำว่า Get ใช้คำว่า Get นะคะ Get ส่วนตัวเลข ส่วนคำว่าตัวเลข หรือว่าจำนวนในภาษาอังกฤษ ก็คือ Number เพราะฉะนั้นเราก็เลยใช้คำว่าให้มัน Get number ให้มันรับตัวเลขเข้าไป ทีนี้มาดูในส่วนของ Process คืออะไร ถ้าพูดถึงการ Process Process ก็คือการประมวลผล หรือคำนวณผลนั่นเองนะคะ ก็จะเป็นส่วนนี้เห็นไหมคะ ก็คือสว่นที่ให้เครื่องมันคำนวณหา ่ว่าอะไรจะเป็นเลขคู่ อะไรจะเป็นเลขคี่ ซึ่งในทางคณิตศาสตร์การหาเลขคู่เลขขี้ จะต้องการที่นำเลขจำนวนที่เราต้องการหาไปหารด้วย 2 ถ้าเลขที่เราหานี่นะคะ ที่เราป้อนลงไปนี่ เช่น สมมติ ๆ ถ้าเอา 10 ต้องการอยากรู้ว่า 10 นี่เป็นเลขคู่ หรือเลขคี่ แล้วหารด้วย 2 วิธีตั้งหารนี่ ให้เราฝั่งนี้อลกอนี้นึกแบบคน นึกแบบคน นึกออกนะ 2 หาร 10 ใช่ไหมคะ สูตรคูณแม่ 2 ก็คือ 2X1 2 2x4 8 แล้วก็ 5x5 เป็น 10 10 - 10 ได้เท่าไร 0 เห็นไหมคะ ก็คือถ้าเอา 2 ไปหารแล้ว ผลลัพธ์ที่ออกมาเมื่อเราหาตามวิธีของคนน่ะ เห็นไหม ผลมันออกมาเป็น 0 นี่ แสดงว่าเลขนั้นเป็นเลขคู่ คือถ้าพูดในภาษาคณิตศาสตร์ก็คือเลขจำนวนใดที่ 2 หารแล้วลงตัว ก็คือไม่มีเศษ ปุ๊บ ไม่มีเศษนั้นหมายถึง 0 ไง ถ้ามันเป็นศูนย์ เพราะฉะนั้นให้แสดงข้อความว่าเลขจำนวนนี้เป็นเลขคู่ ถ้าเป็นเลขค่ะ ที่เป็นเลขคี่ ให้นึกถึงหาร 10 เพิ่มให้อีกตัวหนึ่ง ถ้าเป็น 2 หารด้วย 11 ดูนะคะ 2 หารด้วย 11 เมาส์หายไปไหน 2 หาร 11 11 ก็ได้ 5 2 5 เท่ากับเท่าไรคะ 10 เมื่อลบกัน 11 - 10 เหลือ 1 เห็นไหมสังเกตมันจะมี มีอะไรคะ ถ้าเป็นเลขคู่เศษมันจะเศษมันจะเป็น 0 เห็นไหมคะ เมื่อลบออกมาแล้ว มันจะมีเศษเหลือ 1 เห็นไหมคะ แสองว่าเป็นเลขคี่ อันนี้ในมุมมองที่เป็นเรานะคะ ที่เป็นคน แต่เมื่อเราจะส่งให้คอมพิวเตอร์นี่ บางครั้งตรงข้อความตรงนี้ไม่จำเป็นต้องเขียนซ้ำนะคะ ให้มาดูที่ฝั่งนี้ เห็นไหมคะ การคำนวณหาเลขคู่ หรือเลขคี่ การใช้คำในภาษาอังกฤษนี่ เราใช้เงื่อนไขมาช่วย เพราะมันมีทางเลือกเกิดขึ้น 2 ทาง ก็คือทางเลือกที่ 1 ก็คือถ้า เมื่อหารแล้ว เศษเป็น 0 มันจะต้องไปแสดงข้อความว่า เลขคู่ แต่ถ้าไม่ใช่ให้มันแสดงเลขคี่นะคะ ก็คือถ้าเลขตัวใดก็แล้ว ถ้าหารแล้ว ไม่ได้ค่าเท่ากับ 0 นี่ ให้มันแสดงเลขคี่เลย เพราะฉะนั้นเราก็เลขใช้คำว่า ใช้ Number เพราะอะไร เพราะตอนแรกเห็นไหมคะ คำสั่งแรก ค่าที่เราให้รับ ก็คือ ชื่อว่า Get Number ใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้นเงื่อนไขเราก็ต้องบอกว่า ก็คือถ้า Number หาร 2 เท่ากับ 0 รูปแบบของ IF ในคอมพิวเตอร์มันก็จะประกอบด้วย มีคำว่า If ขึ้น แล้วก็มีคำว่าเด็น แล้วก็มี ELSE ถ้าเกิดลักษณะนี้แล้ว Then ก็จะเป็นคำว่าแล้ว ถ้าเกิดแบบนี้แล้ว หรือ ก็จะเป็นอย่างนี้ นึกออกนะคะ If Then เงื่อนไขมันจะเป็นอย่างนี้ ถ้าเป็นจริง มันจะไปแสดงผลตัวที่ 1 นึกออกนะ ถ้ามันตรวจสอบออกมาแล้วว่า Number หารด้วย 2 เท่ากับ 0 ปุ๊บนะคะ ถ้าตรวจสอบแล้ว จำนวนที่เราเอามาหาร แล้วค่าได้เท่ากับ 0 นี่ มันจะแสดงคำว่าเลขคู่ แต่ถ้ามันไม่จำเป็นจริง มันจะกระโดดมาหา ELSE มันจะมาแสดงเลขคี่นะคะ คี่นะคะ แก้ได้วยอันนี้ต้องเป็นเลขคี่นะ ไม่ใช่เลขคู่ แสดงแล้วจะแสดงสิ่งที่เป็นตรงกันข้าม ถ้าอันนี้ True True ซึ่งแสดงเป็นจริงนี่ จะแสดงดเลขคู่ ไม่ใช่ ก็คือไม่ตรงเงื่อนไขข้างบนนี่นะคะ ถ้าไม่ตรงตามเงื่อนไขข้างบนนี่ จะแสดงเลขคี่นะ เลขคี่นะไม่ใช่เลขคู่ True or False นะคะ คอมพิวเตอร์มันเช็ก ถ้าตามเงื่อนไข มันจะเช็กที่ค่าที่เป็นจริงก่อนนะคะ ถ้าเช็กแล้วไม่เจอแล้วมันถึงจะกระโดดมาทำค่าที่เป็นทิศ อันนี้ในส่วนของการหาเลขคู่ เลขคี่ มันก็จะตอบเราไม่ได้ใช่ไหม ว่าตัวนี้เป็นเลขคู่หรือเลขคี่ ก็คือถ้าเราไม่มี ไม่รู้ว่าการหาเลขคู่ เลขคี่ หาอย่างไร ถูกไหมคะ เราก็จะตอบไม่ได้อีกเหมือนกันว่า ตัวไหนจะจัดเป็นเลขคู่ ตัวไหนจัดเป็นเลขคี่นะคะ โดยปกติลักษณะการทำงานของคอมพิวเตอร์นี่มันจะต้องประกอบด้วย 1. ส่วนของ Input ส่วนนี้ก็คือการคำนวนก็คือ Process นะคะ แล้วส่วนของแสดงผล ตัวนี้ ถ้ามี Display ปุ๊บ เพราะฉะนั้น ในส่วนของการแสดงผล จะอยู่ที่ช่องนี้นะคะ นี่ สังเกตได้จากอะไร อะไร Out put สังเกตที่ตัวคำสั่ง คำสั่งที่ใช้ ก็คือคำว่า Display เห็นไหมคะ Display ก็คือให้แสดงนะคะ ในส่วนของ Process ทีนี้ส่วนของ Process ก็คือส่วนนี้ หลักการง่าย ๆ ส่วนของการ Process ก็คือ หลักที่ใช้ในการคิดคำนวณนั่นเองนะคะ มันก็จะไปเกี่ยวข้องกับการหาค่าทางคณิตศาสตร์ การหาตรรกะ หรือจะเป็นส่วนในการ Process ก็คือส่วนนี้ ก็คือถ้ามีการใช้บวก ลบ คูณ หาร เท่ากับนี่ โอ.เค. ไหม จะเป็นกระบวนการในการ Process แน่นอน มาดูในส่วนของข้อที่ 2 2 แบบฝึกหัดข้อที่ 2 ส่วนนี้บางคนอาจจะไม่ได้ใช้วิธีแบบที่เฉลยนี่นะคะ เดี๋ยวจะลองถามดูนะคะ เหมือน B นี่ลองไปทำมาแล้วยัง เดี๋ยวเราจะลองถามเจ้าบีดู บีดูข้อที่บอกว่าให้ไปหาผลบวกของเลข 1-10 บีเขียนออกมาคล้ายแบบนี้ไหม การบ้านที่ให้ไปทำ บีเขียนอย่างไร ลองอธิบายสิ Input คืออะไร Output คืออะไร ของคนอื่นก็เอาของตัวเองขึ้นมานะคะ เพราะข้อนี้วิธีการบวกนี่มันมีได้หลายแบบใช่ไหม บางคนอาจจะใช้วิธีการบวกไปทีละตัว ใช่ไหมคะ เอามาบวกไปทีละตัว เหมือนที่สัปดาห์ก่อนเดินดู บางคนใช้วิธีเอามาบวกทีละตัว แต่อย่าลืมว่าถ้าเราจะให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้เร็ว คำสั่งมันจะต้องไม่ยาว นึกออกนะ เพราะฉะนั้นเวลาเขียน ให้นึกถึงตัวเราเองจะต้องกลายมาเป็นคอมพิวเตอร์นี่ ไอ้คำสั่งยาว ๆ มันจะโดนแปลง หรือโดนทำอย่างไรก็ได้ ให้มันสั้นลงนะคะ มันมีวิธีการไหนบี Input บีคืออะไรคะ ในข้อที่บอกว่าให้บวกเลข 1-10 บียกไอ้ตัวการบ้านที่เขียนน่ะ ให้พี่เขาดู เพื่อนก็จะได้เห็นด้วย ยกขึ้นมาโชว์เลย ยกขึ้นมาเลย เอาขึ้นมาโชว์ ทำให้พี่เขาดู ทำใส่ตรงไหนไว้ อยู่ในคอมหรือ น้องเขาตอบว่าอย่างไรคะ อาจารย์ไม่ได้ยินเสียงล่าม (ล่าม) ค่ะ อาจารย์สวัสดีค่ะ (อาจารย์) ได้ยินแล้ว (ล่าม) ค่ะ น้องแจ้งว่าเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ค่ะ (อาจารย์) อ๋อ ในคอมฯ อย่างนั้นจะเดินไปดู คราวหลังวิธีการเด็ก ๆ ไฟล์ตัวเอง การบ้านใช่ไหมคะ ทุกคนมีเฟซ แน่นอนไหมคะ บีมีเฟซไหมคะ บีมีเฟซหรือเปล่า มีนะ อะตอม ๆ มีเฟซหรือเปล่า ทุกคนมีเฟซบุ๊ก เพราะฉะนั้นเวลาทำการบ้านเสร็จนะคะ ไม่ต้องใช้ flash drive ดูนะคะ เมื่อกี้ เหมือนที่แม่ทำน่ะ แม่ส่งงานใน Facebook นี่เห็นไหม ใน Messenger เราสามารถคลิกที่ตรงนี้ คลิกส่งไฟล์ได้เห็นไหม นี่ เออ เห็นไหมคะ ไม่ต้องใช้ Flash Drive แล้วจะไม่มีปัญหาไวรัสด้วย นึกออกนะ สะดวกกว่านะคะ เพราะฉะนั้นพอมาถึงนี่ เอาไว้ในเครื่องได้เลยนะคะ บอกววิธีไว้ก็คลิกแล้วก็เปิดก็ส่งไฟล์ที่เราจะส่งเข้ามานะคะ แล้วมันก็จะส่ง พอครั้งหน้ามาเปิด ส่ง ไม่ต้องส่งให้เพื่อนก็ได้ เราสามารถในเฟซบุ๊กนี่ เราส่งให้ตัวเราเองได้ ดูนะคะ นี่ ไม่ต้องส่งให้คนอื่น ก็ส่งให้ตัวเองได้ ส่งหาชื่อตัวเองนึกออกนะ ไม่ต้องไปส่งให้เพื่อนก็ได้ มันก็จะอยู่ แล้วไม่ต้อง... เผื่อลืมเอา ย้อนขึ้น ย้อนลงดูได้ มันจะอยู่ในนี้เลยนะ นะคะ เพราะฉะนั้นใช้ให้เป็นประโยชน์ มีเฟซบุ๊กกันทุกคน โอ.เค. เดี๋ยว ๆ จะไปใช้คำว่า Start Start นี่ ถ้าใน Pseudo code จะยังไม่เริ่มใช้ตัวนั้น เพราะ Pseudo Code มันต้องดึงมาจากอัลกอก่อนทางจอก่อนนะคะ มีครบ มีตัวแปร 2 ตัว ของบีใช้ตัวแปรที่ชื่อว่า Total Totol จะใช้คำว่า Sum ก็คือ คล้ายกันนะคะ แต่ทีนี้ ข้อกำหนดตัวเลขของบีนะคะ ตรงของบีใช้อะไรนะ บีก็ใช้คำว่า Number นะคะ แต่ปัญหาคือ ไม่ได้ระบุ ไม่ได้ระบุว่า number เริ่มที่เท่าไร ขาดระบุไปเห็นไหม เหมือนแม่จะบอกตัวเลขนี่มันจะเท่ากับ 1-10 เพราะฉะนั้น set num ให้เริ่มที่ 1 นะคะ ส่วน เซ็ต Sum Sum นี่คือผลบวก ในอัลกอริทึมนี่บอกว่าผลบวก กำหนดให้ผลบวกนะคะ กำหนดค่าเลยนะคะ กก็คือ Fix มาเลยว่า ตัวเลขนี่จะเท่ากับ 1-10 เท่านั้น และผลบวกจะเท่ากับ 0 จะเริ่มต้นที่ 0 เสร็จแล้วในการประมวลผลนะคะ การบวกเลข 1-10 1-10 มันก็คือไปบวก 3 ไปเรื่อย ๆ ถูกไหมคะ จนถึง 10 แต่อยู่ดี ๆ คอมพิวเตอร์มันจะไม่เริ่มที่เลข 1 ไปบวกเลข 2 นึกออกนะ ที่จะบอกว่าผลบวกนี่ นึกออกนะคะ ตัวช่วยในการคำนวณว่า มาสั่งว่า ไอ้ตัวนี้ ผลบวกนี่มันเกิดจากการนำผลบวกไปบวกตัวเลขที่เรากำหนดไว้นั่นเองนะคะ แล้วเราต้องทำให้ตัวเลขนี่ ที่เรากำหนดนี่ ตัวเลขนี้ ทำให้มันเพิ่มขึ้นครั้งละ 1 จำนวน จนถึงจำนวนที่ 10 ก็คือเพิ่มไปจาก 1 เป็น 2 เป็น 3 นึกออกนะคะ เพราะฉะนั้นมันจึงออกมาในรูปที่ว่า Sum ก็คือผลบวก เท่ากับ Sum+Num ก็คือเอา 0 มาบวกตัวแรกเริ่มที่ 1 ก่อน มันก็จะได้ค่า 1 มาก่อนแล้ว เสร็จแล้วต้องมากำหนด เขาเรียกว่าอะไร คือถ้าเป็นแบบที่เราคิดปกติ เราก็พอบวกอันนี้เสร็จเราก็มาเขียนเพิ่ม ผลบวกตัวที่ 2 นึกออกไหม จะเป็นอย่างนั้นไปเรื่อย ๆ จนถึง 10 ใช่ไหม แต่ถ้าเราให้คอมพิวเตอร์ทำ เราจะมีระบบที่เรียกว่า การทำซ้ำ การสั่งให้คอมพิวเตอร์ทำซ้ำ ซึ่งมีหลายตัวนะคะ แต่วันนี้ที่ยกตัวอย่างเป็นคำสั่ง Do While do while ทำเมื่อทำอะไรให้ให้ทำอะไร Do ก็คือมาจากคำว่าทำนั่นเอง ทำอะไร ก็คือให้ทำตัวเลขนี่ บวก ๆ ในภาษาคอมพิวเตอร์หมายถึง ให้ตัวเลขนั้นเพิ่มขึ้นทีละ 1 จำนวน ก็คือถ้าในครั้งแรก ตัวเลขที่ตั้งเป็น 1 ถ้าไปบวกเพิ่ม ตัวเลขที่ตั้งจะกลายเป็น 2 และ While Num Y นำ น้อยกว่าหรือเท่ากับ 10 < พอถึงจนกระทั่ง While ตัวเลขนั้นเท่ากับ 10 ปุ๊บนะคะ ก็คือเครื่องมันจะคำนวณไปเรื่อย ๆ ก็คือเครื่องมันจะคำนวณไปเรื่อย ๆ แต่มันจะรู้โดยคำสั่งนี้ วิธีการเพิ่มตัวเลขของ Num นี่ใช้วิธีการ ทีละ 1 มันเพิ่มไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งมันถึง 10 แล้วมันจะหยุดทำงานนะคะ เมื่อมันมาเจอเงื่อนไขอย่างนี้ปุ๊บ สิ่งที่เราต้องการให้มันแสดง เราต้องการให้มันรู้ว่าการบวกเลข 1-10 เพราะฉะนั้นตัวที่เราต้องให้โชว์ก็คือตัวของ sum นะคะ เพราะ sum มันเป็นผลบวก ใช่ไหมคะ ต้องโชว์ตัวนี้เราจะยังไม่เห็นรูปผล ทำไมกล้องล่ามหาย หลุดหรอ ฝั่งล่ามหลุดหรอหลักการก็คือเครื่องจะทำซ้ำไปจนกว่าจะถึงเงื่อนไขที่กำหนดเพราะฉะนั้นถ้าเราต้งอาการบวก เราก็มาเปลี่ยนค่าที่ตัวสุดท้าย เห็นไหมคะ แต่อย่าลืมว่า ได้นี่ ทุกครั้งมันจะต้องกำหนดค่าเริ่มต้นให้มันก่อนด้วยเราอยากให้มันบวกครั้งละ 5 ถ้าต้องการให้บวกครั้งละ 5 แล้วมาเปลี่ยนตรงค่าที่จะให้บวก จากบวก ๆ จะบวกทีละ 1 ใช่ไหมคะ เราก็เปลี่ยนมาเป็นบวก 5 อย่างนี้ แล้วบวกไปจนถึงเท่าไร เห็นไหม ตัวเลขจะสามารถเปลี่ยนได้ แต่รูปแบบจะคงเดิม จะมีคำว่า Do มีคำว่า Y การสั่งให้เครื่องทำซ้ำนะคะ การประมวลผลในส่วนนี้ เมื่อเราเขียน Pseudo Code ได้แล้ว เข้าใจวิธีการเขียนซูโด้Input อะไรคือ Process และอะไรคือ Output แล้ว มันจะนำไปสู่การเขียน Flowchart หรือผังงาน ในหน้าต่อไปมาดู นะคะ สิ่งที่เราจะเห็นต่อไปนี้ นะคะ ก็คือสิ่งที่เป็นรูปภาพหรือเป็นสัญลักษณ์ที่ใช้แทน วิธีการเขียนขั้นตอนโปรแกรม ขั้นตอนโปรแกรมหรือ Pseudo Code เมื่อกี้นะคะ Flow Chart ด้วย จบด้วย ซูโดโค้ดไม่ได้หต้องอย่าลืมว่าในการทำระบบคอมพิวเตอร์จริง ๆ นี่ คนทำงานนี่ ไม่ได้มีคนเดียวมันจะต้องมีีคนอื่นด้วย เราจะต้องไปนำเสนอ เมื่อจะนำเสนอให้คนอื่นเข้าใจ บางทีเขียน Pseudo Code ต้องนึกว่าถ้าเขาไม่ได้เป็น ไม่ได้เรียนทางคอมพิวเตอร์มา นึกออกนะ เขาก็จะไม่สามารถเข้าใจว่าอันนี้คืออะไร คำสั่งนี้คืออะไร แต่ถ้าเรามาเขียนแทนด้วยผังงานนะคะ มันก็จะมีสัญลักษณ์แทน เขาก็จะรู้ว่า ส่วนนี้คือตรงนี้นะ ส่วนไหนคือ Input นึกออกนะ เราจะมาดูกันว่าทีนี้เด็ก ๆ จะต้องจำนะคะ สัญลักษณ์แต่ละอัน เออ อย่าจำศัพท์เพราะเมื่อเขียนผิด มันก็จะหมายความว่าเราเขียนสิ่งนั้นผิดเข้าใจนะคะ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ต้องมีเลย ก็คือรูปลักษณะเป็น ลักษณเป็นวงรีไม่ได้มันจะเป็นสี่เหลี่ยมมุมมมลรูปทรง... จะบอกว่า วงรีไม่ ก็ไม่รี ตรงมุม 2 ข้างจะเป็นโค้ง ๆ นี่นะคะ สัญลักษณ์ตัวนี้ใช้เมื่อ เริ่ม กับ สิ้นสุด ก็คือเปิดกับปิด โปรแกรมปุ๊บจะใช้ตัวนี้คำสั่งที่ใช้ Start กับ Sto ใช้เขียนเข้าไปในนั้นก็คือ Start กับ Stop ก็คือเริ่มผังงาน แล้วก็จบผังงาน ทีนี้บอกแล้วในเครื่องมันจะมีส่วนของการประมวลผล การ Input แล้วก็ Output มาดูในส่วนของ Input เห็นไหมคะ จะมี 2 แบบ ถ้าเป็นรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน อันที่ 2 นี่ มันจะใช้รับหรืหรือแสดงข้อมูลหรือไม่แสงไม่ระบุชนิดของอุปกรณ์ ก็คือถ้าต้องการให้เขารู้ว่า เราต้องการจะรับค่าข้อมูลนี่ เราใช้รูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน ก็คือรับค่าผ่านอุปกรณ์ใด ๆ ก็ได้ ไม่ต้องระบุลงไป ใช้เป็นรูปนี้นะคะ แต่ถ้าเมื่อใดที่เจาะจงว่า ให้ป้อนข้อมูลด้วยคีย์บอร์ด เราจะใช้รูปสี่เหลี่ยมด้านไม่เท่านี่นะคะ ตัวนี้แทนเลยนะคะ ถ้าใช้ในส่วนของ Input มี 2 สัญลักษณ์นี้ สังเกตจะเป็นรูปสี่เหลี่ยมกับขนมเปียกปูน กับสี่เหลี่ยม ข้อมูลที่ต้องการให้รับผล นี่จะเป็นรูปสี่เหลี่ยมด้านไม่ท่า แต่ถ้าไม่ระบุ ให้ใช้กลาง ๆ จำไม่ จะให้เป็นรับทางไหน ก็ใช้รูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนนะคะ มีส่วนของ Input แล้ก็ต้องมีส่วนของ Output ลักษณะของมันจะโค้งเหมือนกับตัวแรก แต่จะมีตรงส่วนทางด้านมุมทางขวาซ้ายมือนี่ สามเหลี่ยมนะ จะไม่เป็นโค้งนะคะ อันนี้จะเป็นการแสดงผลทางจอภาพนะคะ เป็นสัญลักษณ์ ต้องจำสัญลักษณ์ด้วย แต่ถ้าเป็นทางเครื่องพิมพ์ ทาง Pritner ตัวที่ 2 ที่มันมีโค้งคว่ำ ๆ มีโค้ง ๆ อยู่ด้านล่างนี่ ก็คือให้แสดงผลทางเครื่องพิมพ์ นั่นหมายถึงถ้าเราต้องการสั่งให้เครื่องมัน Prtnt ออกมา นะคะ ทีนี้ส่วนของ Process จะประกอบด้วย เห็นไหมคะ การคำนวณ จะใช้จะใช้สัญลักษณ์รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าธรรมดาแต่ถ้ามีการตัดสินใจหรือว่ามีเงื่อนไข เงื่อนไขนั่นหมายถึงว่า มีช่องทางให้เลือกหลายทางนี่ จะใช้สี่เหลี่ยมจะเรียกว่าอย่างไรดี สี่เหลี่ยมผืนผ้าเหมือนกัน แต่จะเป็นมุมมันจะกลับน่ะ มันจะเป็นอีกแนวหนึ่งก็คือ ปลายบนล่างนี่ จะแหลม ๆ นะคะ เพื่ออะไร ก็คือถ้ามันมีเงื่อนไขไปทางด้านซ้ายก็ได้ จะได้ไปทางขวาก็ได้ หรือจะลงมาด้านล่าก็ได้ มันจะมีทางเลือกให้เลืไปทางไหนได้นะคะ แต่ถ้าให้คำนวณแบบกำหนดค่า มีการกำหนดค่าเหมือนที่หาค่ของ 1-10 เห็นไหมคะ ให้ใช้กำหนดค่า โดยมีการกำหนดไว้แล้วว่า โดยเริ่มจากเลข 1 ไปถึง 10 อย่างนี้นะคะ ลักษณะสัญลักษณรูปทรงนี้นะคะ ตัวสุดท้ายนี่เห็นไหมคะ ทีนี้เมื่อมีสัญลักษณ์ที่เป็นรูปสี่เหลี่ยมมุมป้าน วงมุมป้าน มุมรี ๆ ทั้งหลายแหล่ เราจะเขียนโดยวาดแต่รูปเหลี่ยม ๆ เปล่า ๆ ไม่ได้ เราจะต้องมีสัญลักษณ์ที่แสดงเส้นทางนะคะ ก็คือเป็นลูกศรขึ้นลง ลูกศรซ้ายขวานะคะ คือสัญลักษณ์ทิศทางนี่ไม่ได้มีแค่ 2 อันที่เขียนให้ดูนะคะ ก็คือมันจะเป็นลูกศรไปได้ทั้งทางซ้าน ทางขวา บนล่าง ตามแต่ไอ้ตัวสัญัลักษณ์รูปสี่เหลี่ยมต่าง ๆ ที่มันจะไหลไปนั่นเองนะคะ แสดงการทำงานไปตาม ก็คือลูกศรบอกไปทางไหน ลำดับขั้นการทำงานจะไปตามนะคะ และที่เป็นรูปวงกลมขนาดเล็ก เขาเรียกว่า เป็นจุดเชื่อม คือบางทีการเขียนผังงาน โปรแกรม 1 โปรแกรมมันไม่จบใน 1 หน้า มันมีความยาวนะคะ ถ้าต้องการเชื่อมในหน้าเดียวกันนี่ เราจะต้องใช้ไอ้จุดตัวนี้เป็นตัวเชื่อม แสดงว่าจากนี่ลงมา มันไปหน้าต่อไปได้ จะมีจุดเชื่อมขึ้นให้เห็นก่อน ค่อยมาเป็นจุดเชื่อมต่อไปหน้าอื่น เห็นไหมคะใช้ลักษณะนี้ ถ้าอันนี้เชื่อมอยู่ในหน้าเดียวกัน มีเชื่อมบอกว่าไปหน้าต่อไปอย่างนี้นะคะ ก็คือ... จะบอก... จะบอกว่า ก็คือไปทำอันนี้ เมื่อเท่ากับ 3 แล้ว ให้ไปทำข้อที่ 1 อาจจะเป็นเงื่อนไขก็ได้ แล้วแต่ที่เราจะเขียนลงไปใน Flowchart ด้วยนะคะ ทีนี้รู้ตัวรูปแบบแล้ว ทีนี้ต้องมานะคะ ต้องใช้สัญลักษณ์ตามที่กำหนดนะคะ ไม่ใช่เข้าใจว่ามีรูปสี่เหลี่ยม สามเหลี่ยมเอามาเขียนได้หมดไม่ใช่ นึกออกนะ ต้องเขียนตามที่ให้ดูว่ามีตัวอะไรบ้าง เห็นไหมคะ ใช้ลูกศรแสดงทิศทาง ต้องมีลูกศรแสดงทิศทางด้วย ว่าข้อมูลนั้นน่ะ มันเป็นจากข้างบนลงไปข้างล่าง หรือหรือจากซ้ายไปขวา หรือจากขวาไปซ้าย มีลูกศรบอกทิศทางควบนะคะ และเห็นไหมคะ ข้อที่ 3 ไม่ใช่เขียนแต่รูป ต้องมีคำอธิบายลงไปในไอ้ตัวสัญลักษณ์ของเราดก้วย 1 ไม่ใช่เฉพาะเรารู้ คนที่เขาหมายถึงอะไรด้วยนะคะ เวลาเขียนไม่ต้องเขียนยาวมาก เขียนสั้น ๆ อาจจะบอกว่า "รับค่า" ไม่ต้องไปใส่ว่า รับค่าข้อมูลจำนวนเต็มเต็มนึกออกนะคะ ก็จะเขียนแบบสรุปสั้น ๆ ข้อที่ 4 กำหนดไว้ว่าทุกแผนภาพ เห็นไมคะ ต้องมีลูกศรแสดงทิศทางเห็นไหม มันจะต้องมีลูกศรกำกับเสมอนะเข้าออกของข้อมูลนั่นเอง สมมติ จากซ้ายไปขวา ก็คือลูกศรจากซ้ายแล้วออกไปทางด้านขวาอย่างนี้นะคะ ก็คือทิศทางเข้าออก สิ่งที่ไม่ควรทำ เขาบอกว่า ไม่ควรโยงเส้น ถ้าสมมติ ให้นึกถึงหน้ากว้าง ๆ อย่างนี้อย่างนี้ แล้วไอ้สัญลักษณ์นี้อยู่ตรงนี้ อีกตัวอยู่ตรงนี้ แล้วต้องการเชื่อมกันนี่ มันไกลมาก ๆ เห็นไหมคะ เขาบอกว่าไม่ควรใช้วิธีการวาดเส้น สมมติวาดให้ดูเไม่สมมติแล้ว สมมติว่า ทำไมไม่ขึ้น สมมติมีรับข้อมูลตรงนี้ แล้วปรากฏว่า Display มันมาอยู่ทางนี้นะ ล้นขอบไป สมมติว่าไอ้ตัวแสดงผลนี่มันอยู่ข้างท้ายนี่ เขาจะไม่โยงข้ามมายาว ๆ เพราะบางทีมันจะมีตัวขั้นมาตรงนี้ ให้ใช้จุดกลม ๆ ที่บอกอะค่ะ มาใส่ตรงนี้ก็ได้ แล้วใส่หมายเลขเข้าไปว่า เชื่อมไป 1 เราค่อยใส่เลข 1 เข้าไป นึกออกไหม ให้รู้ว่ามันเชื่อมมาหาเลข 1 ตัวนี้ นึกออกนะคะ ไม่ต้องมาขีดเส้นข้ามยาวมาอย่างนี้ นั่นคือ ไม่ควรโยง เชื่อมผังงานที่อยู่ไกล ๆ ด้วยวิธีนี้นะคะ ให้ใช้จุดเชื่อม เขียนเสร็จเขาบอกว่าข้อสุดท้าย ข้อที่ 6 บอกว่าผังงานจะต้องมีการทดสอบความถูกต้องของการทำงานก่อนไปเขียนโปรแกรมจริง ทดสอบอย่างไรล่ะ ทดสอบโดยเราก็ค่อย ๆ ไล่ไป สมมติ Start ลงมาแล้วมันจะไปไหนนะคะ เราจะต้องไล่เองด้วย เช่น บอกว่าลงมารับค่า แล้วไปทางไหนต่อ เราก็ไล่ตามลูกศร ถ้าบอกลูกศรผิดทางเราก็ต้องแก้ก่อนนะคะ มันถึงจะเอาไปเขียนโปรแกรมจริงได้ ต้องเช็กด้วยนะคะ โดยส่วนใหญ่คนที่เช็กจริง ๆ ก็จะเป็นอาสก็คือจะเป็นอาจารย์นั้นล่ะ ตรวจให้ พอให้เด็ก ๆ เขียนโปรแกรมทีไรก็ต้องเขียน Flow Chart ก็เขียนมาเสร็จแล้วก็เอามาให้อาจารย์ตรวจว่าเขียนถูกไหม ทีนี้ลักษณะของผังงานนี่ มันมีหลายรูปแบบนะคะ แบบแรกเขาเรียกว่าแบบ นั่นก็คือทำงานแบบเรียงจากบนลงมาบ่าลงมาล่างอย่างเดียวเลย คือค่อย ๆ ไล่ลงมาจากข้างบนลงมาข้างล่าง จนถึงจุด Stop ก็คือเริ่มจาก Start ก็คือมีคำสั่งที่ 1 คำสั่งที่ 2 โดยวิธีการทำงาน โดยเริ่มจากบนลงล่างเท่านั้น ก็คือเรียงลำดับลงมา กับอีกแบบ นะคะ ถ้าแบบนี้นะคะ มันจะทำงานจากบนลงล่าง เริ่มต้นก็แค่จุดเดียว จุดสิ้นสุดก็แค่จุดเดียว เพราะไล่ลงมาเรื่อย ๆ มาทางเดียว ก็คือมีเส้นทางเดียวไม่เลี้ยวซ้าย ไม่เลี้ยวขวา มีแค่จากบนมาหาข้างล่างเท่านั้นนะคะ แต่ถ้าเป็นผังงานแบบทางเลือกนะคะ ดูนะคะ แบบ Selection ถ้าผังงานแบบนี้นะคะ จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีเงื่อนไข เหมือนมีเงื่อนไขในข้อที่ 1 ที่บอกว่า หาเลขคู่ เลขคี่ ถ้า แล้ว หรือ มี if then elfแล้วผลลัพธ์เห็นไหมคะ ผลลัพธ์ของเงื่อนไขก็จะมีแค่จริงหรือเท็จ มี TRUE หรือ FALSE ผังงานแบบทางเลือกมีทั้งหมดด้วยกัน 3 แบบ มีทั้งหมดด้วยกัน 3 แบบ 1. ทางเลือกเป็นใช้โครงสร้าง IF... THEN แล้วนะคะ แบบที่ 2 If Then แล้วมี Else เห็นไหมคะ ถ้ามี 1 ทางเลือก จะใช้โครงสร้างแค่คำสั่ง IF... THEN จะใช้คำสั่งที่มี If Then แล้วก็ Else และถ้ามี 3 ทางเลือก ก็คือมากกว่า 2 ทางเลือกขึ้นไปนี่ คำสั่งที่ใช้ จะใช้คำว่า Case นะคะ เคสนะคะ เคส มาดูแบบใช้ IF กับ THEN ก็คือทางเลือกก็คือจะมีแค่ 2 ทางพอมีเงื่อนไขปุ๊บนะคะ มันจะทำงานเมื่อคำสั่งเป็นจริงเท่านั้น วิธีการตรวจสอบ เขาบอกว่าการตรวจสอบเงื่อนไขแบบมีทางเลือกนี่ มันจะตรวจสอบว่าจะทำหรือไม่ก่อนที่จะไปทำงานอื่นต่อ คือมันต้องเข้ามาเช็กก่อน เงื่อนไขอย่างไร นึกออกนะคะ เช็กเงื่อนไขก่อน แล้วก็ค่อยมาเช็กว่าถ้าเป็นจริง มันถึงจะมาทำคำสั่งนี้ แต่ถ้าไม่เป็นจริง ดูนะคะ มันจะมาที่จุดนี้แล้วออกเห็นไหม คือมันต้องเข้ามาที่ตรงนี้ก่อนนะคะ มันต้องเข้ามาที่ตัวตรวจสอบเงื่อนไขก่อน แล้วถึงจะไปตามสัญลักษณ์ทางซ้ายหรือขวาได้ เพราะฉะนั้นทางเลือกกันก็คืมาทางนี้ ถ้าเป็นเท็จมาทางนี้ นึกออกนะคะ แต่ถ้าเป็นแบบ 2 ทางเลือก นั่นหมายความว่า คือเงื่อนไขเป็นอย่างนี้ ถ้าจริงให้มาทำคำสี่าถ้า Test ให้ไปทำคำสั่งที่ 2 มันจะเช็กเงื่อนไขก่อน ตรงตามเงื่อนไขอันไหน มันจะมาทำตามคำสั่งนั้นนะคะ แต่สุดท้ายก็คือ มาที่จุดสุดท้ายเหมือนกันก็คือ Stop เหมือนกัน 2 ทาง ถ้าอย่างนี้มีทางเลือกให้ 2 ทาง และแบบที่มีมากกว่า 2 ทางเลือก ที่เรียกว่าเป็น Case จะมีเงื่อนไขก่อน ถ้าเงื่อนไขนี้ตรงกับเงื่อนไขที่ 1 มาทำคำสั่งที่ 1 แต่ถ้าไปตรงกับคำสั่งที่ 2 นะคะ ตรงกำเงื่อนไขที่ 3 มันจะเช็กเงือนไขก่อน เคสนี้คือมีให้เลือกหลายทาง มีให้เลือกหลายตัวเลย แต่เพียงแต่ว่ามันจะเช็กก่อนว่า มันจะไปตามคำสั่งที่ 1 ได้ เงื่อนไขมันตรงกับข้อที่ 1 นะ เช่น ในตัวอย่างนี้นึกถึงอะไร ให้นึกถึงเมนู ถ้าทำเป็น Cwseนึกออกนะ เวลาเราเลือกใช้งานเมนูนะคะ ถ้าเลือกเมนูไฟล์ ไฟล์ มันก็จะไปทำคำสั่งที่เกี่ยวกับไฟล์ทั้งหมดเลย มันจะมาคำสั่งที่ 1 แต่ถ้าเลือกเมนูแทรกให้นึกถึงใน Word ใน Word มีแทรกอะไรบ้าง แทรกรูปภาพ แทรกตาราง มันก็จะไปเช็กเงื่อนไข ให้นึกถึงตัวนี้ มันจะเหมือนเราเลือกกดเมนูที่ 1 กดเมนูที่ 2 ก็เมนูที่ 3 กดเมนูที่ 4 แล้วไปไหนนั่นเองนะคะ ผังงานแบบโครงสร้างแล้ว มีแบบเป็นทางเลือกแล้ว ผังงานแบบวนซ้ำก็มีนะคะ ทำซ้ำเหมือนในข้อที่ 1+10 นั่นเองนะคะ มันจะมี 2 แบบก็คือใช้คำสั่ง Do Why Do Why กับ Do... Uhtil ต่างกันอย่างไร ถ้าใช้ Do While กับ Do Untill ถ้าใช้ DO... While นะคะ ดูด้วย เครื่องมันจะวนซ้ำจนกว่า จนกว่าตรวจสอบเงื่อนไขแล้วเป็นจริงแล้วเป็นจริง ก็คือมันจะต้องไปเช็กคำสั่งก่อน ถ้าเงื่อนไขเป็นจริง มันถึงจะทำการวน นึกออกนะคะ ถ้าใช้ Do while ก็คือพอเข้ามาดูเช็กเงื่อนไขก่อน ถ้าจริงถึงจะมาทำงานซ้ำตามคำสั่งนะคะ แล้วก็วนกลับไป วนกลับไปจนกว่าจะเป็นเท็จถึงจะออก นึกออกนะคะ นี่คือ Do Why แต่ถ้าใช้ Do... Uhtil (อาจารย์) เมื่อกี้บอกว่า Do While นี่ จะทำก็ต่อเมื่อเงื่อนไขเป็นจริง มันถึงจะไปวน ทำจนเสร็จนะคะ นะคะ แต่ถ้าเป็น Do Untill ฝั่งนู้นหลุดอีกแล้ว แต่ถ้าเป็น Do... Uhtil นี่ มันจะทำเมื่อเงื่อนไขเป็นเท็จ มันจะวนทำทุกครั้งที่เงื่อนไขเป็นเท็์จ จำง่าย ๆ วิธีจำ ถ้าเป็น While ก็คือจริงถึงจะทำ นึกออกนะ Do Until เท็จถึงจะทำ จำง่าย ๆ นะคะ ทีนี้เราจะไม่เอาโจทย์ของตัวใหม่ จะให้เอาโจทย์จากที่ทำเลขบวก เลขคู่กับบวก 1-10 ่บวกเลขคู่กับบวก 1-10 น่ะ ให้เลือกทำข้อใดข้อหนึ่ง เขียน Flowchart ส่ง ใครจะเลือกเอา จะเขียนผังงานของเลขคู่หรือเลขคี่ นึกออกนะคะ หรือใครจะเขียนผังงานการบวกเลข 1 ถึง เลข 10 เลข 1-10 ให้เลือกทำข้อใดข้อหนึ่ง เป็นการบ้าน สงสัยการเขียนผังงานตัวไหน ถามได้นะคะ ยังสงสัยตัวไหน คำสั่ง For For นี่ไง้เป็นแบบ น่าจะอยู่แค่เรียงลำดับลงมา นึกออกนะ ไม่มีเงื่อนไข แต่ถ้ามีเงื่อนไข มันจะมีแบบเรียงลำดับใช่ไหมคะ แบบเรียงลำดับแบบทางเลือกใช่ไหม นี่ไง นะคะ นี่อาจจะเป็นแบบนี้ก็ได้ ก็คือตรงนี้ก็คือใส่ For เข้าไป For จากอันไหน ให้ดูที่ตัวตารางนี่เห็นไหม เห็นไหมคะ ตรงนี้พวกแสดงผล เห็นไหมมีตัวอย่ง ถ้าใช้ตัวนี้ จะเขียนตัวนี้นะคะ จะใช้ตัวนี้ นั่นคือกำหนดว่า เริ่มตั้งแต่อะไรคะ 1 ถึงเท่าไร ถ้าใช้ For ใช้สัญลักษณ์ตัวนี้ ตัวนี้นะคะ กำหนดค่าล่วงหน้าจตะมีสัญลักขงมันอยู่จะมีสัญลักษณ์ของมันอยู่ ต้องเปิดย้อนมาดูอันนี้ด้วย เวลาเขียนก็ไม่จำเหมือนกัน เพราะมันเยอะ มันเยอะกว่านี้อีก ต้องไปเปิดดูในเน็ตเพิ่มด้วยมีเยอะกว่านี้ด้วย แต่ส่วนมากนึกออกนะ กลาง ๆ ก็จะมีไอ้ตัวนี้แน่นอน หรือพอมีเงื่อนไข ก็จะมีตัวนี้นะคะ แต่พอมี For ก็ใช้พวกนี้ ก็ใช้ตัวนี้นะคะ พวกนี้มันจะอยู่ในหมวดของกระบวนการ Process นะคะ ทิศททางนี่ตัวกำหนด ตัวเชื่อมจะมีอยู่แค่ 3 ตัวนี้ล่ะที่เป็นหลัก ๆ จำได้นะ เชื่อมในหน้าเดียวกัน ก็คือพอใส่ตัวนี้ ว่าเชื่อมไปจุดที่ 1 ไอ้ตัวนี้เราก็บอกก็คือ 1 เพื่อให้รู่ว่ามันเป็นจุดที่เราจะเชื่อม ถ้าเราเขียน A เท่ากับ 5 แต่ไม่รู้ว่าเป็นตัวไหน ตัวเชื่อมมันจะไปต่อไม่ได้นะคะ มีใครสงสัยตรงไหนอีกไหม โปรแกรมที่จะใช้ในการเขียนผังงานที่ดีที่สุดนะคะ ง่ายที่สุด แล้วไม่ต้องถ้าไม่มี VisioVisio ไม่มีอะไรนี่ ใช้ Word หรือไม่ก็ แต่เขาบอกว่าทำใน Power Point สะดวกกว่าเดี๋ยวลองเปิดให้ดูก็ได้ ถ้าเราใช้ Word มันจะอยู่ที่เครื่องมือตัวนี้นะคะ ถ้าใช้ word เขียนผังงานดูนะคะ นี่เห็นไหม เห็นไหมคะ มันจะมีอยู่นี่เห็นหรือเปล่าสัญลักษณ์ ที่ให้ดูในตารางนี่ ไอ้ Word จะอยู่แถวนี้นะคะ นี่ เพราะบางคนบอก หนูวาดสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนไม่เท่ากัน ไม่ต้องไปวาดนึกออกนะ ใน Wordeผังนะคะ สัญลักษณ์แสดงผังงานนี่ หรือแผนภาพนี่ อยู่ในหมวดตัวนี้นะคะ อยู่นี่ ตรงนี้ก็คือคลิกตัวนี้ที่ตัวนี้ แล้วก็วางลงใน Word เราได้เลย ไม่ต้องไปวาดเองนะคะ จะสะดวกกว่า เพียงแต่จะต้องเติมข้อความลงไปข้างในเหมือนตัวอย่างนึกออกนะคะ เช่น Start ก็ต้องบอกว่าตัวนี้เริ่ม Start Stop นะ วิธีรับค่า จะใช้ตัวไหนใช้ได้ทั้ง 2 ก็คือถ้าเป็นกลางก็ใช้ตัวแรก ใช้ได้หมด ตัวแรกใช้ได้หมดในการรับค่า นึกออกนะ นึกออกนะคะ แต่ถ้าต้องระบุตัวที่ 2 ตัวนี้ นะคะ มีข้อสงสัยอะไร ถามได้นะครับ บอกเครื่องมือที่ใช้ทำ บอกแล้วใช้ตัวนี้ นะคะ อยู๋ที่เมนูแทรก จุดเชื่อมลูกศรเขาก็อยู่นี่ล่ะ อยู่ด้วยกันนี่ล่ะ นะคะ มันจะอยู่ตรงนี้หมด นี่เห็นไหม เราไม่ต้องวาดเอง เห็นหรือเปล่าคะ เราก็ใส่สี ใส่อะไรให้สวยงามเท่านั้นเอง เราก็เลือกรูปที่มันตรงกับสัญลักษณืในตัวนี้ของเราน่ะนะคะ นี่ เห็นหรือเปล่าเลือกให้มันตรงแค่นั้นเอง เช่น ๆ เริ่ม Start เห็นไหมคะ Start กับ Stop มันจะเป็นเหมือนตัวนี้เลย นี่นี่เห็นหรือเปล่าคะ ตัวเดียวกันตัวนี้ เห็นไหม สลับให้ ว่าไงครับ ครามสงสัยอะไร (ล่าม) ตรงตารางน่ะครับ ก็คือจะต้องใส่ภาษามาด้วยอย่างไร หรือว่าอย่างไรหรือเปล่าครับ ต้องพิมพ์ตัวอักษรใช่ไหม ต้องใส่เข้าไปด้วยนะ พอเวลาเราเขียนน่ะ เราก็... นะ นี่ อย่างนี้ปุ๊บ ใน Word คลิกขวานะคะ แล้วเลือกเพิ่มข้อความเห็นไหมลูกเราก็จะสามารถพิมพ์ข้อความลงไปได้โอ.เค. ไหม (ล่าม) อันนี้ก็คือเป็นการบ้าน ให้เลือกทำจาก 2 ข้อที่ที่ทำในสัปดาห์ก่อน ที่จะเล่อกเลขคี่ หรือจะเลือกบวกเลข 1-10 เลือกเอา ข้อใดข้อหนึ่ง ไม่ต้องทำทั้ง 2 ข้อ เลือกทำข้อใดข้อหนึ่งนะคะ โอ.เค. มีใครสงสัยอีกไป ถามได้นะคะ (ล่าม) สักครู่นะครับอาจารย์ ไอ้ตรงที่เป็นภาพสัญลักษณ์เมื่อสักครู่นี่(อาจารย์) ใช่ครับ ก็คือเราต้องไปเปิดดู Pseudo code ที่เราเขียนนะ ว่ามีขั้นตอนมันมีขั้นตอนมันจะเขียนผังงานจะไหลไปทงไหน นึกออกนะคะ จะเป็นแบบ... (ล่าม) อาจารย์คะ อาจารย์พูดถึงตัวไหน ให้เปิดด้วยได้ไหมคะ ได้ไหมคะ (อาจารย์) ได้ค่ะ (ล่าม) กลัวล่ามจะไม่เข้าใจแล้วทำการบ้านไม่ถูกน่ะค่ะ (อาจารย์) ให้ดูตามรูปแบบผังงาน มันแบบเรียงลำดับ ให้มาย้อนดูนะคะ หรือหรือแบบทางเลือกนะคะ มีตัวอย่างที่เขียนเป็นตัวอย่าง ก็คือเราต้องไปดูการบ้านที่เราทำไว้ด้วย ว่างานของเราน่ะ มันเป็นแบบ มันจะเขียนเป็นผังงานแบบไหนนะคะ นี่นะคะ เริ่มที่แบบเรียงลำดับ แบบธรรมดาที่สุดแล้ว เริ่มจากบนลงล่างเการบ้านเรามันมีเงื่อนไข เราก็ต้องมาดูว่ามันเป็นเงื่อนไขแบบ 1 ทางเลือก ให้ดูที่การบ้าน การบ้านของเราที่เขียนไว้ การบ้านของเขานี่ไม่แน่ใจว่าทำถูกหรือทำผิดอะไรอย่างนี้ค่ะ อาจารย์ลองยกตัวอย่างจากการบ้านเขาได้ไหมคะ (อาจารย์) นะคะ ที่เฉลย ถ้าใครที่มีข้อเลขคู่ เลขคี่ Input ของเราจะต้องมีการรับจำนวนเข้าไป ถ้ามีตัวนี้ถูกนะคะ แล้วต่อมาในขั้น Process ของเรานะคะ จะต้องมีเงื่อนไข เพราะอะไร เพราะเราต้องการให้รู้ว่ามันเป็นเลขคู่ หรือเลขคี่ ใช่เปล่า มันจะต้องมีเงื่อนไขแสดงทางเลือก2 ทาง เข้าใจนะข้อนี้ โอ.เค. นะคะ ข้อนี้เข้าใจ อย่างนั้นดูอีกข้อหนึ่ง เฉลยอีกข้อหนึ่ง แต่ถ้าบวกเลข เห็นไหมเห็นไหม ในผังงานก็มี Do While ในผังงานก็มี Do While ที่บอกใช่ไหมคะ มีคำสั่ง DO... While เห็นไหมคะ ก็คือการบวกเลขนี่ เราจะต้องกำหนดค่าให้เรา 2 ตัว ถ้าข้อนี้มีการกำหนดค่าให้ตัวเลขของเรา 2 ตัว (ล่าม) กำหนดค่า ตรงนี้คือหมายถึง set อีกฝั่งใช่ไหมคะ (อาจารย์) ใช่ค่ะ ในส่วนของการ Process นะคะ เรามีเงื่อนไขในการทำซ้ำ มีการวนรอบ เห็นไหม ในของข้อที่บวกเลข ระบุให้วนโดยโดยเพิ่มตัวเลขขึ้นจนกว่ามันจะถึง 10 เห็นไหมคะ ผังงานแบบ DO... While เรามีตัวอย่างให้ดูอยู่ ข้อนี้ ถ้าทำข้อเลข 1-10 จะทำลักษณะผังงานแบบ Do While นะคะ เห็นไหม ก็คือตัวนี้นะคะ เดี๋ยวเปิดตัวอย่างให้ดู นี่ แต่มันจะมีส่วนหัวขึ้นก่อนนะคะ แต่อันนี้ตัดมาให้ดู คือเวลาเขียนเต็ม ๆ เราต้องมี Start Stop ใช่ไหมคะ นะคะ ต้องมีจุดเริ่มต้นแล้วก็มจุดสิ้นสุด แล้วก็มีจุดสิ้นสุด ก็คือสั่งให้โปรแกรมมันเริ่มทำงาน แล้วก็จบการทำงานด้วย เพราะคอมพิวเตอร์ถ้าไม่สั่งเริ่ม มันก็ไม่ทำ นึกออกนะคะ เพราะฉะนั้นต้องมีคำสั่ง Start แล้วก็ Stop ก็คือบอกให้มันทำ แล้วก็บอกให้มันหยุด อันนี้คืออันนี้น่ะตัดมา มันจะยาว นึกออกนะ ไอ้ยาว ๆ มันก็มาจากข้างหน้านั่นละ รูปแบบข้างหน้า งแบบธรรมดา มันอาจจะใช้ 2 แบบ มาใส่ด้วยกันก็ได้ นึกออกนะคะ ก็คือทำแบบเรียงลำดับลงมาก่อน เพราะอย่าลืมว่า คำสั่งที่เราเขียนมันไม่ได้มีแค่คำสั่งเดียวนะคะ เพราะฉะนั้นเมื่อมันมีหลายคำสั่ง ลักษณะผังงาน มันก็สามารถแตกออกไหลายแบบเหมือนกันนะคะ เหมือนอย่างนี้ Start มาเช็กเงื่อนไขก่อนหรือ บางที่ก็ไม่ใช่ นึกออกนะ พอบางที Start เข้ามาต้องรับค่าก่อนใช่ไหมคะ ค่อยมาตรวจเงื่อนไข คือเป็นตัวอย่างว่า ถ้ามันมีเงื่อนไข มันจะเป็นอย่างนี้ รูปแบบการวน(ล่าม) น้องไม่เข้าใจว่า เงื่อนไขค่ะอาจารย์ ว่าเอาตัวนี้มาจากไหนอ๋อ เงื่อนไข แล้วเขาจะทำต่ออย่างไรได้ เงื่อนไขในข้อไหน สงสัยข้อไหน การบ้านของตัวเองน่ะ ที่คิดจะทำ (ล่าม) เขาไม่เข้าใจว่าเงื่อนไขนี่ค่ะ ว่าจะเอาที่เป็นโจทย์ค่ะ ที่จะตอบออกมาเป็นเงื่อนไขได้นะคะ โดยปกติแล้วเงื่อนไข เหมือนข้อนี้ ข้อเลขคู่ เลขคี่นี่ เงื่อนไขมันมาจากวิธีการหาเลขคู่กับเลขคี่ ในทางคณิตศาสตร์น่ะค่ะ น่ะค่ะ ส่วนใหญ่มันจะอยู่ในทางคณิตศาสตร์ มันจะเป็นสูตรบ้างนะคะ เป็นวิธีการหาค่า เป็นวิธีการหาค่า หาค่าในโจทย์คณิตศาสตร์พื้นฐานทั้งนั้นนะคะ สงสัยถามได้ ให้เขาถามเลยค่ะ สงสัยข้อไหนอีก (ล่าม) ตอนนี้เขาเขากำลังคุยกับเพื่อนค่ะ ว่าเพื่อนเข้าใจหรือยังคำว่าเงื่อนไขนี่ ทางเพื่อนก็บอกไม่เข้าใจในส่วนของตรงนี้เหมือนกันค่ะอาจารย์ (อาจารย์) ข้อนี้นะคะ จากตัวเลขคู่ กับเลขคี่นี่ ที่บอกว่าเวลาเราจะเช็กเลขคู่ กับเลขคี่ได้นี่ เงื่อนไขตัวมาัจากที่ตอนเนียนคณิตศาสตร์ เลขคู่นะคะ หมายถึงจำนวนที่เมื่อหารด้วย 2 หารด้วย 2 แล้ว คือที่เท่ากับ 0 นี่ มันหมายความว่าเมื่อจำนวนนั้นนี่มาหารด้วย 2 ที่เขียนให้ดูอย่างนี้นะคะ เช่น ลองเขียนให้ดูนะคะ (ล่าม) ตรงเรื่องการทำเลขคู่ เขาเข้าใจค่ะ แต่ทีนี้เขาไม่เข้าใจที่ว่า เมื่อระบุเงื่อนไขปุ๊บแล้วเขาจะทำอย่างไรต่อ เขาเขียนเป็นประโยคที่จะทำเป็นเงื่อนไขไม่ได้ค่ะอาจารย์ เช่น If 2 หาร 2 แล้วเท่ากับ 0 ตรงนี้เขาจะไม่ได้ แต่วิธีการหาเลขคู่เลขคี่น่ะค่ะเขาหารได้ค่ะ (อาจารย์) ก็คือตัวนี้ ไอ้ตัว if อะไรพวกนี้นะคะ มันมาจาก เดี๋ยวตัวนี้ มันจะไปมีตอนที่ถ้าเขียนเป็นซูโดโค้ดมันมาจากที่เมื่อเราแปลงจากอัลกอริทึม ก็คือตอนเขียนอัลกอริทึ่มนี่ แต่เราเราจะต้องเขียนมันเป็นคำศัพท์ภาษาอังกฤษไง นึกออกนะคะ เหมือนคำว่า If มันก็จะมาจากค่า เห็นไหมคะ ก็คือตัวนี้ นี่ if นี่ if ตัวนี้ มาจากภาษาไทย คำว่า "ถ้า" เหมือนจำนวนเต็มตัวเลขนี่ ภาษาอังกฤษมันก็คือคำว่า Number นั่นเอง นึกออกนะ พอเข้าใจไหมคะ วิธีการจะเขียน มันก็คือเราจะต้องเอาคำภาษาไทยไปแปลเป็นภาษาอังกฤษเพื่อเขียน(ล่าม) เมื่อกี้ล่ามลองถามว่าเขาทำได้ ล่ามลองถามได้ไหม เขาก็ไม่แน่ใจว่าจะทำได้ไหม เขาจะลองทำดูค่ะอาจารย์ แต่ว่าวิธีการคือที่จะให้เข้าใจชัดเจนอาจจะต้องลองดูก่อนน่ะค่ะ (อาจารย์) มันต้องเห็นตัวอย่างเยอะ ๆ อันนี้ตัวอย่างมันก็ยังไม่เยอะ เออ (ล่าม) ใช่ ๆ ค่ะ (อาจารย์) ใช่ คือ 1. ก็คือต้องไปดูเพิ่ม ค้นในเน็ตเพิ่มอย่างนี้ เพื่อให้เห็นตัวอย่างเพิ่ม มันก็จะเห็นที่เขาเขียนเขียนนะคะ เพราะ 1. คือ เราก็ยังไม่เคยเขียนด้วย มันก็จะเข้าใจยากหน่อยนะครับ เดี๋ยวพอเริ่มเขียนบ่อย ๆ มันจะรู้ไปโดยอัตโนมัติ อันนี้เพิ่งเริ่มเขียนครั้งแรก ก็อาจจะยังงง ๆ บ้าง (ล่าม) คครับ ๆ ครับ ครั้งแรกก็เลยงงครับ ถึงต้องให้ทำเป็นแบบฝึกหัดทุกครั้ง พอไม่เข้าใจจะได้ถาม (อาจารย์) เห็นไหม ถึงต้องมีแบบ ก็ทำได้แค่ข้อ 2 ข้อ เพราะสัปดาห์นี้เพราะสัปดาห์นี้เวลาเรียนเราก็... ไม่ใช่เฉพาะสัปดาห์นี้แล้ว เทอมนี้เราโดนจำกัดเวลาเรียน เขาให้ลดคาบ ความจริงคาบเรา 4 คาบ แต่มันโดนข้อจำัดของของมหาลัยว่าถ้าเคยสอน 4 ก็จะโดนหารไปครึ่งหนึ่ง ก็จะเหลือ 2 ก็คือไม่ได้สอนเต็ม 4 คาบเหมือนเดิม แต่สอนแค่ครึ่งเดียว ครึ่งเดียว ที่เหลือ ก็คือเด็ก ๆ ให้เป็นเป็นการบ้านไปทบทวนอะไรลักษณะนี้นะคะ (ล่าม) เขาบอกเข้าใจค่ะ (อาจารย์)) ก็แต่เรามีระบบล่าม เด็ก ๆ สามารถขอ Video จากพี่ปอยน่ะ ไปดูย้อนหลังได้นะคะ เพราะอันนี้ปี 1 เขายังไม่เคยใช้ระบบล่ามนะคะ เพราะตัวนี้เราจะอัดวิดีโอไว้ เราจะมีวิดีโอไว้ให้ ทุกครั้งที่สอนนี่จะมีการบันทึกวิดีโอไว้อยู่ จะมีการบันทึก Video ไว้อยู่ ไปดูทบทวนได้นะคะ โอ.เค. ไหม สงสัยอะไรอีกไหมครับ ถามได้ โอ.เค. ไหมครับ โอ.เค. (ล่าม) ค่ะไม่มีคำถามแล้วค่ะ (อาจารย์) คนอื่นล่ะครับ ถ้าไม่มีแล้วเราจะปล่อยแล้วนะคะ เพราะน่าจะได้เวลาแล้วใช่ไหม ได้เวลากลับบ้านของเด็ก ๆ แล้ว ลองทำดูนะคะ ลองไปทำเป็นการบ้าน ก็คือสร้างผังงานจากการบ้านข้อเดิม ข้อใดข้อหนึ่ง เลือกไปทำ (ล่าม) ถ้าถูกหรือผิดไม่เป็นไรใช่ไหมครับ แล้วเราค่อยมาแก้กันในห้องได้ เดี๋ยวจะมีเฉลย (ล่าม) คือ เหมือนเพื่อนเขาบอกว่าเหมือนกับ อย่างแรกเลย ต้องทำอะไรก่ อย่างแรกเลยต้องมีตัวนี้ค่ะ จุดของการ Start ก่อน สั่ง Start ก่อน ใช่ เสร็จแล้วพอมี Start ปุ๊บ ที่ซูโดโค้ดที่เราเขียน คือคำสั่งอะไร นึกออกนะ คำสั่งที่ 2 ของเราคือคำสั่งอะไร (ล่าม) ไม่รู้ค่ะ ให้มาดูที่ (ล่าม) หมายถึงของน้องน่ะค่ะ ไม่แน่ใจว่าอยู่ตรงไหน (อาจารย์) นี่ไง ๆ นึกออกนะ เรานี่ นี่คือคำสั่งที่ 1 บรรทัดแรกคือคำสั่งที่ 1 บรรทัดที่ 2 คือ คำสั่งที่ 2 อย่างนี้ เข้าใจแล้วนะ เสร็จแล้ว อย่าลืมว่าเมื่อมี Start จะต้องมีปิดสั่งให้เครื่องมันหยุดทุกครั้งด้วย มันหยุดทุกครั้งด้วยนะคะ ถ้ามี Start ไม่มี Stop ผิด ก็คือเมื่อหมดคำสั่ง Pseudo Code เราต้องปิดด้วย Stop ใช่ตัวสุดท้ายจะจะต้องปิดด้วย Stop ก็คือมันจะต้องมีจุดเริ่มต้นใช่ไหมคะ แล้วก็จะต้องมีจุดสิ้นสุดปิดหัวท้ายเสมอนะคะ เออ เพราะถ้าถ้าไม่ใส่เข้าไปนี่ ให้นึกถึง เครื่องมันก็จะทำงานไม่หยุดน่ะ โอ.เค. ไหม สงสัยอะไรอีกไหมครับ (ล่าม) โอ.เค. ค่ะ น้องไม่มีคำถามแล้วค่ะ (อาจารย์) ถ้าอย่างนั้น สัปดาสัปดาห์นี้เราก็จะ เสร็จในเรื่องของการ หลักการเขียนนะคะ คือต้องรู้... ต้องเขียนอัลกอริทึมให้เป็็น Pseudo Code พอเขียน Pseudo Code ได้ มันจะเขียนผังงานได้ เพราะฉะนั้น 3 ขั้นตอนนี้ ต้องส่งต่อกันมาเป็นทอด ๆ อย่างนี้ มันจะไปกระโดดมาเขียนผังงานก่อน แล้วไปสอน ออไม่ใช่นะคะ ต้องมีจุด... มันก็เหมือนคอมพิวเตอร์นั่นละ แล้วค่อยมีจุดสิ้นสุดเหมือนกันนะคะ แล้วในสัปดาห์หน้าที่เราจะเรียน นะคะ หัวข้อที่เราจะเรียน ไปไหนแล้ว ที่ให้ไปหาคำสั่งภาษา python จำได้ไหม ภาษาที่เราจะใช้ อย่าลืมคำสั่งภาษาใน Phyton นะคะ ไปค้นมาด้วย เราจะได้มาเรียนต่อ ก็คือไปค้นมาแล้วจะได้รู้ว่าคำสั่งนี้มันเป็นของภาษานี้นะ จะได้ผ่านหูผ่านตแล้วสงสัยมาถามในห้องได้นะคะ นั่นคือสัปดาห์หน้า สำหรับสัปดาห์นี้พอแค่นี้ พี่ไอซ์บอกทำความเคารพครับ ขอบคุณค่ะ ผมอยากได้สไลด์ครับ ได้ อยู่ในเครื่องเลยมารับ นี่เสือน้อยก็แล้ว เสือน้อยส่งต่อให้เพื่อนได้ไหมครับ มาเอาจากนี่ได้เลย มานี่ ๆ ตัวนี้ลูก เสียบเลยครับ อยู่ฝั่ง [สิ้นสุดการถอดความ] บ ได้ อยู่ในเครื่องเลยมารับ นี่เสือน้อยก็แล้ว เสือน้อยส่งต่อให้เพื่อนได้ไหมครับ มาเอาจากนี่ได้เลย มานี่ ๆ ตัวนี้ลูก เสียบเลยครับ อยู่ฝั่ง [สิ้นสุดการถอดความ]