ก็คือต้องสร้างเอง สร้างเว็บด้วยตัวเอง นะคะ สามารถเข้าไปสร้างร้านค้าได้ เว็บพวนกนี้นะคะ ใน 2 ตัวนั้นจะอยู่ใน 7 อันดับนี้นะคะ เด็ก ๆ อาจจะยังไม่เคยใช้ขายดี.com ของขายดี เว็บฯ ขายดี ส่วนใหญ่สังเกตสินค้าในขายดี เห็นไหม จะเป็นสินค้าที่มีขนาดใหญ่ เพราะดูขายดีขายกระทั่งบ้าน ขายบ้านเห็นไหมคะ ขายบ้าน ขายรถยนต์ ขายนาฬิกา นาฬิกา ซึ่งนาฬิการาคาสูง ๆ ยี่ห้อแบรนด์เนมนะคะ ซึ่งในขายดีจะเป็นสินค้าที่มีราคาค่อนข้างสูง กลุ่มตลาดของเด็ก ๆ เว็บตัวนี้คือถ้าเราต้องการเข้าไปขาย ในเว็บของขายดีนี่ เราก็แค่สมัครสมาชิก ก็คือเขาต้องให้เราสมัครเป็นสมาชิกเขาก่อนนะคะ ถึงจะเข้าไปทำการขายได้ ไม่ใช่ขายอย่างเดียว ซื้อได้ด้วยนะคะ แต่ถ้าต้องการขายมันจะมีสมาชิกเป็นผู้ขายนั่นเองนะคะ ก็คือต้องสมัครเป็น เพราะฉะนั้นตัวนี้ก็จะไม่เป็นที่สนใจของเด็ก ๆ เราก็ข้ามไปนะคะ ทีนี้มาดูตัวที่ 2 Shopee ที่เด็กเลือก ที่เด็ก ๆ ตอบ ในสัปดาห์ก่อน มี Shopee ใช่ไหมคะ ใน Shopee นี่ ไม่ใช่ว่าเราซื้อได้อย่างเดียว เราจะขายด้วยก็ได้นะคะ และของ Shopee ยังมีทั้งบนเว็บใช่ไหมคะ แล้วก็มีแอปฯ บนมือถือด้วยนะคะ ในการสมัครขายสินค้าใน Shpee นะคะ เขาจะใช้คำว่า"สมัครเป็นผู้ขายนะคะ สมัครเป็นผู้ขาย จะมีให้สมัครนะคะ จากซื้อแล้วเรายังขายได้ด้วยนะคะ ถ้ามีสินค้าที่จะมาขาย ตอนนี้ที่ Shopee ได้รับความนิยมเพราะสินค้าใน Shopee จะมีราคาถูกกว่าท้องตลาดเมื่อไปเทียบกับเว็บอื่น ๆ หรือว่าแอปฯ อื่น ๆ แอปฯ ขายสินค้าอื่น ๆ ใช่ไหมคะ ถึงนิยมเข้าไปซื้อใน Shopee กันนะคะ แต่ต้องพึ่งระวังเพราะว่าคนที่เข้ามาขายใน shopee มันไม่ใช่บริษัทบริษัทเดียว มีหลายบริษัท หรือบุคคลหลาย ๆ คนนะคะ เพราะฉะนั้นจะต้องตรวจสอบ ต้องเช็กก่อน เช็กอะไร เช่น Check reiviewเช็กที่เขามารีวิวร้านที่เราจะเข้าไปซื้อน่ะ เช็กดู จะมีคนเข้ามารีวิวว่าเป็นอย่างไร สินค้าคุณภาพดีสมราคาไหม หรืออะไรอย่างไรด้วยนะะค ไม่ใช่เห็นแต่ของถูก น้องสาวอาจารย์เป็นคนหนึ่งที่ชอบซื้อสินค้าใน Shopee นะคะ พอเข้าไปซื้อแล้วเห็นราคามันถูก พอของออกมากลายเป็นของเล่นอย่างนี้นะคะ เพราะฉะนั้นต้องระวังด้วย คือขายออนไลน์นี่ต้องมีข้อพึงระวังด้วย เด็ก ๆ รู้จักแล้ว อีกตัวหนึ่งที่เด็ก ๆ ก็รู้จักเหมือนกัน ก็คือLazada ช่วงหนึ่ง Lazada มีปัญหาเกี่ยวกับการส่งส่งของนั่นเองนะคะ เพราะช่วงหนึ่ง Lazada มีท็อปฮอตฮิตติดอันดับที่ 1 เลยนะคะ ในการซื้อขาย ลักษณะของ Lazada วิธีการสมัครสมาชิกแล้วก็ขายนะคะ มาดูตัวต่อไปก่อน แล้วเราจะเข้าถึงเนื้อหาที่เราจะใช้นะคะ Pantip Panthip Market ใครเคยเข้าไปใน Pantip พันทิปนี่ส่วนใหญ่คนจะซื้อโดยการดูจากรีวิวก่อน ไปดูว่า รีวิวว่า เหมือน คือในพันทิปนี่จะใช้การค้นหาแบบเจาะจงนะคะ ก็คือลักษณะเหมือนจะซักผ้าอย่างนี้นะ ก็จะเข้าไปถามเครื่องซักผ้ายี่ห้อนี้รุ่นไหนใช้ดี หรือให้เขา Revikeเครื่องซักผ้าแบบอัตโนมัติใช้เครื่องไหนดี นึกออกนะคะ ก็คือเราจะไปอ่านรีวิวเสียก่อน ไปดูรีวิวแล้วค่อยเข้าไปซื้อ อันนี้ส่วนใหญ่จะเป็นแนวของพวกของใช้ของมือ 2 ใน Pantip นะคะ มันจะมีเหมือนอย่าง... ของเด็กนี่ เหมือนบางบ้านซื้อไปลูกตัวใหญ่เกิน เขาถึงบอกว่าอย่าเพิ่งซื้อของให้เด็กอ่อนก่อน เพราะบางครั้ง เด็กที่คลอดออกมาตัวใหญ่นึกออกไหม ของที่ซื้อมาขนาดเล็กก็ไม่ได้ใช้ นึกออกไหมคะ เขาถึงบอกว่าของบางอย่างสำหรับเด็กอ่อนไม่ควรซื้อไว้ก่อน พวกผ้าองผ้าอ้อมมันซื้อได้ เพราะอะไร เพราะมันไม่ได้เป็นไซซ์เฉพาะใช่ไหม มันเป็นฟรีไซซ์ แต่เหมือนคาซิตบางทีขนาดเล็กลูกออกมาอย่างกับเด็กยักษ์ ใช่ไหมคะ แล้วบางทีราคาสูง ขายก็ค่อนข้างยากด้วยนะคะ คือถึงคุณจะบอกว่า มือ 1 ๆ แล้วนึกออกไหมว่าคุณจะไม่เคยใช้นะคะ คือถ้ายังหุ้ม หุ้มอะไรนะ หุ้มพลาสติกอยู่ใช่ไหม เชื่อถือได้ไหม ก็ไม่ได้นะคะ เพราะแค่เอาพลาสติกมาหุ้ม โดยส่วนใหญ่แล้วใน Pantip Market นี่จะเป็นลักษณะการเข้าไปถาม หรือดูรีวิวก่อนว่าสินค้าตัวไหน ก็คือมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนนะคะ ก็คือผู้ซื้อมีวัตถุประสวคที่ชัดเจนในการที่จะซื้อสินค้าแต่ละอย่าง เขาจะเจาะจงลงไปเลยนะคะ เลยส่วนใหญ่จะเข้าไปซื้อในพันทิปเพราะว่ามันจะมีหมวดหมู่ไว้เลย เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นบ้านเป็นเฟอร์นิเจอร์ เป็นยานพาหนะ แยกหมวดหมู่ไว้ชัดเจน ไว้ดูเฉพาะเจาะจงอย่างใดอย่างหนึ่งที่เราต้องการได้ ใน Pantip นะคะ ตัวนี้ก็ไม่ใช่กลุ่มตลาดของเด็ก ๆ แน่นอนอยู่แล้ว ส่วนใหญ่เป็นสินค้าประเภทของใช้ในบ้าน ของผู้ใหญ่นั่นเองนะคะ ผู้ใหญ่จะมาเลือกซมาดูตัวต่อมา สมัยก่อน Welove Shopping ในยุคแรก ๆ นี่ We love Shopping จะดังมาก แต่ส่วนใหญ่จะขายในสมัยแรก ๆ นี่ ส่วนใหญ่จะขายเสื้อผ้าแฟชัน ขายเสื้อผ้าอย่างเดียวว่าอย่างนั้นเถอะนะคะ แต่มาในยุคหลัง ๆ นะคะ การซื้อขายออนไลน์เริ่มมีขายอย่างอื่นเพิ่มมากขึ้น เห็นไหมคะ สินค้าใน We love Shopping ก็เยอะขึ้น เดี๋ยวนี้มีขายกระทั่งของกิน เห็นไหม มีขนมขายหมดเลยนะคะ คือแต่ก่อนขายเสื้อผ้าเพราะอะไร 1. เวลาส่งของมันไม่ต้องกลัวของแตกของหัก ส่วนใหญ่เขาก็เลยนิยมขายเสื้อผ้าออนไลน์นะคะ แต่ถ้าเป็นพวกขนมอะไรอย่างนี้บางทีต้องระวังในการส่ง แต่เดี๋ยวนี้เนื่องจากพอมีระบบขายออนไลน์เยอะขึ้น บริษัทขนส่งต่าง ๆ เริ่มมีมากขึ้น รูปแบบการขายก็เลยหลากหลายยิ่งขึ้น การขายสินค้าก็มีหลากหลาย เพราะอะไร ถ้าสมัย... ย้อนไปเอาอย่างเร็วสุด 5 ปีที่แล้ว ยังต้องส่งของผ่านระบบไปรษณีย์ไง นึกออกนะ เพราะ kerry อะไรยังไม่ออกนะคะ มันเพิ่งมาบูมเมื่อปีหลัง ๆ นี่นะคะ พวกนี้นะคะ We love Shopping นี่แต่ก่อนส่วนใหญ่จะเป็นเว็บอย่างเดียว Shopee ที่มีแอปฯ ด้วยที่ใช้งานนะคะ ตัวถัดมาตลาด ตลาด.com ตลาดนี้ก็มีแอปฯ เหมือนกันนะคะ เริ่มซบเซาลงนะคะ แต่ก็ยังมีคนใช้อยู่ เพราะมันเป็นกลุ่มเฉพาะเหมือนราคาจะค่อนข้างสูงแล้วก็กลุ่มผู้ซื้อก็จะเป็นกลุ่มหนึ่งนะคะ ก็มีหลายกลุ่มเหมือนที่บอก ก็คือเมื่อคนมีทางเลือกเยอะ เขาก็จะเลือกซื้อตามที่เคย... เหมือนเคซซื้อร้านไหนก็จะซื้อร้านนั้น ใช่ไหมคะ ความเชื่อมั่นในร้าน เพราะฉะนั้นบางทีคนรุ่นเก่าเขาก็ไม่เปลี่ยนมาเป็น Shopee กับ Lazada ใครเคยซื้อในตลาด เขาก็ซื้อในตลาด ตัวนี้น่าจะเป็นตัวใหม่ เพลต 365 Store เว็บนี้ยังไม่เคยเข้าไปใช้บริการนะคะ เพิ่งมาเห็นตอนมาหาข้อมูลตอนจะมาสอนนี่ละนะคะ คือ ก็จะเป็น น่าจะมาจากของ Google นะ ไอ้เพจ 365 นี่นะคะ เพราะว่า Google จะมีพวกให้บริการสร้างเว็บฯ ฟรี เช่น Google site ตัวนี้น่าจะพัฒนามาจาก Google อีกทีหนึ่ง 365 นะคะ ก็คือ Google Site เราสามารถสร้างเว็บไซต์เอง แต่ถ้าเราจะขายสินค้าออนไลน์หรือระบบ E-Commerce นี่ ecommerce นี่เราจะต้องมีการชำระเงินได้ใช่ไหมคะ การจ่ายเงิน การมีตระกร้าสินค้า มีการตรวจสอบการส่งสินค้าอะไรพวกนี้ได้ แต่ถ้าเราทำไซซ์ปกตินี่นะคะ มันจะไม่มีการตะกร้าสินค้านะคะ ไม่มีการ ไม่มีเช็ก Stock ให้อะไรพวกนี้ เราต้องเช็กเอง เชถ้าเราใช้พวกเว็บที่เก่า ๆ มานี่ นี่นะคะ พวกนี้มันจะมีทุกอย่าง ก็คือพร้อมจะเปิดร้านได้เลย เราแค่ป้อนข้อมูลที่เราจะขายสินค้าเราลงไปนะคะ เช่น ที่เคยไปทำนะคะ ก็คือไปอบรมการใช้งาน การเปิดร้านด้วย Shopee กับ Lazada นี่นะคะ คือ 1. เรามีสินค้าปุ๊บ เราเอารูปลงนะคะ แต่ก่อนอื่นต้องสมัครสมาชิกก่อนนะคะ ใน Shopee กับ Lazada สมัครเป็นผู้ขายด้วยนะคะ ถึงจะมีสิทธิ์ขาย ก็คือเอารูปสินค้าลงได้นะคะ เขาให้ยืนยันตัวตนไม่ได้ยากอะไรค่ะ ใช้เฟซหรือใช้ LINE นะคะ เป็นการยืนยันตัวตนแค่นั้นเองนะคะ เพราะอะไร เพราะโดยปกติ Face กับ Line มันจะผูกด้วยเบอร์โทรศัพท์เราใช่ไหมคะ ก็คือเพราะ Facebook กับ LINE เขาใช้เบอร์โทรศัพท์เป็นการยืนยันตัวบุคคลนะคะ เพราะฉะนั้นเว็บฯ ของ Shopee กับ Lazada จะไม่เหมาะสำหรับบุคคลที่ชอบเปลี่ยน Line [jvเขาก็จะมีเครื่องมือให้ใส่รูป ใส่ข้อความ ใส่ราคามีให้กรอกน่ะ ก็คือเป็นฟอร์ม เหมือนเป็นฟอร์มน่ะค่ะ เราไปกรอกหรือป้อนข้อมูลลงไป ก็จะมีการโชซ์ขึ้นมาได้นะคะ มีตัว... แล้วเรามาดูของเว็บนี้ สุดยอด 5 เว็บไซต์ e-Commerce นะคะ อันนี้มี 5 เว็บฯ ออนไลน์ดีสำหรับคนไทยด้วย อันนี้เหมาะสำหรับคนไทยนะคะ ตัวแรกInw.com นะคะ LWShop.com ไม่มีค่าใช้จ่าย สมัครฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่จำกัดจำนวนสินค้าและ... นะคะ คือถ้าเราไปสร้างเว็บเองนี่ เราต้องสร้างฐานข้อมูล นึกถึงว่าพอสร้างฐานข้อมูลต้องมานั่งไล่ จะเก็บอะไรบ้างหนอ เก็บรูปไหม เก็บชื่อสินค้า เก็บรายละเอียด เก็บจำนวน เก็บนั่นเก็บนี่ ไล่กันหัวแตกไปเลย ตัวนี้จะเหมาะสำหรับคนที่ไม่มีความรู้ทางด้านคอมพิวเตอร์ก็สามารถใช้ได้นะคะ เพราะก็คือจะมีฟอร์มไว้ให้จัดการเลย เข้าไปทำได้ ของตัวนี้ออกแบบมารับรองมือถือได้ด้วยนะคะ ของ lnwshop ที่เอามาให้ดูข้างบนนี่จะเป็นตัวใหม่ ๆ นะคะ ตัวที่ 2 makeweb ชื่อก็บอกอยู่แล้ว Makeweb easy makeweb easy ชื่อบอกให้สร้าง ให้สร้างเอง ตัวนี้เราจะต้องสร้างเอง ก็คือเราสามารถจัดการหน้าตา หน้าตาของร้านด้วยตัวเราเอง ก็คือรูปแบบจัดเรียงรูปแบบไม่ให้เหมือนคนอื่นได้ ไปใช้พวกตลาดอะไรพวกนี้ ลักษณะหน้าร้านมันจะเหมือนกัน แค่เขาเข้ามาดูสินค้าแค่นั้นเองนะคะ แต่ถ้าเป็น Makeweb easy เราสร้าง Banner เราสร้างหัว หรือสร้างเครื่องมือ หรือสร้างแถบ หน้าต่าง ๆ นี่ ได้ของเราเอง เพราะชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า makewebeasyก็คือสร้างเว็บฯ นั่นเองนะคะ สร้างเว็บฯ แบบง่าย ๆ ด้วย ตลาดมีเหมือนเมื่อกี้นะคะ We love Shopping ก็เพิ่งเคยเห็น Shopup นะคะ ตัวนี้บอกว่าเป็นเว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์ฟรีเหมือนกัน ที่เอามานี่ฟรีหมด ปรับแต่งเองได้ แต่อันนี้บอกมีแพ็กเกจให้เลือกจ่ายสตางค์ ใช้สำหรับทำอะไร ก็น่าจะเป็นเหมือนเพิ่มฟังก์ชันในการขายสินค้าได้ งพวกนี้นะคะ อาจจะมีการเช็กสต็อกให้อะไรพวกนี้นะคะ แพกเกจที่ต้องซื้ถ้าแบบฟรีอาจจะแค่ลงขายได้ อะไรพวกนี้ ไอ้ตัวนี้ ShopUp นี่นะคะ น่าจะไม่ค่อยได้รับความนิยมเลยตกไปอยู่อันดับที่ 5 ทีนี้มาดูตัวที่จะสร้างเว็บฯ ฟรี ยังมีอีกตัวหนึ่งนะคะ ตัวนี้ เนื่องจากเราเรียนคอมฯ นี่ เราก็ควรจะใช้วิธีการสร้าง เราจะไม่ใช้วิธีไปสมัครขายใน Lazada สร้างเอง แต่ไม่ถึงกับต้องเขียน Code นะคะ ยกตัวอย่างของเว็บ My นะคะ จะเอาไว้สำหรับสร้างเว็บฯ เห็นไหมคะ ใช้อะไร ใช้ HTML5 ใช้เหมือนกัน เพราะโดยปกติถ้าทำเว็บฯ นะคะ จะต้องใช้ HTML แต่เขาบอกว่าอะไร ใช้ง่ายมาก ๆ แค่ลากแล้ววาง ใช้วิธีการลากไปวาง ก็คือลากเครื่องมือ ลากแถบต่าง ๆ นี่ ไปจัดวางรูปแบบร้านของเราเองนะคะ ง่ายเข้าไปอีก ก็คือรองรับทุกอุปกรณ์ ก็คือเว็บฯ ตัวนี้ เมื่อทำแล้วนี่นะคะ ก็คือเหมือนเราทำ 1 หน้า Page นี่ แต่พอไปอยู่ใน Notebook แต่พอไปอยู่ในมือถือ หรือไปอยู่ใน Tablet มันจะปรับขนาด เป็น Respondsive ปรับรูปแบบ ปรับขนาดนี่โดยอัตโนมัติให้ได้ขนาดกับอุปกรณ์ต่าง ๆ นะคะ ของตัวนี้นะคะ เห็นไหมคะ คือ Web Mind นี่ นอกจากทำเว็บฯ แล้ว ยังทำเป็นร้านขายออนไลน์ได้ นะคะ มีระบบ ก็คือทำเป็นระบบ คือไม่ใช่ทำแค่ธรรมดา แล้วขายของ ก็คือมีระบบ เช่น ระบบสต็อกสินค้า ระบบชำระเงินพวกนั้นนะคะ ทำอะไรได้อีก มันทำให้เว็บฯ ก็คือเนื่องจากเราตกแต่งเอง เพราะฉะนั้นจะสวย หรือขี้เหร่นึกออกนะ ขึ้นอยู่กับฝีมือคนทำ ก็คืออยากทำให้มันสวย ๆ มันก็ออกมาสวยอ ถูกไหมคะ ทำแบบพื้น ๆ มันก็หน้าตาก็ออกมาพื้น ๆ เว็บฯ ตัวนี้เวลาจัดแต่งต่าง ๆ จะขึ้นอยู่กับตัวผู้ทำนะคะ ทีนี้ในเรื่องของภาษา ใช้เว็บนี้แล้วเปลี่ยนภาษาได้หลายหลายนะคะ และสุดท้ายรองรับการทำตลาดออนไลน์นะคะ ถ้าในพวกที่ขายของ เขายังมีอันอื่น ๆ อีกเยอะเลยนะคะ ตัวนี้มีถึงขั้นทำให้เว็บติดหน้า ติดหน้า 1 Google เวลาเรา ให้นึกถึงเวลาเราหาซื้อของคือบางทีบางอย่างในร้านค้าหรือในแอปฯ ที่เราหาแล้วมันไม่มี นึกถึง เราก็จะนึกถึง Google นึกออกไหมคะ เรามาเพราะฉะนั้น เมื่อ Search ด้วย Google นี่ เว็บฯ ไหนที่ เขาเรียกว่าอย่างไร ปั่นยอด โดนปั่นนี่มันก็จะติดอันดับใช่ไหม เวลา Google เรียงลำดับนะ อันไหนโดนค้นมากที่สุด ใช่ไหมคะ Google จะค้นตามลำดับของการเข้าไปสืบค้นน่ะ ก็คือพอค้นเจอก็ เข้าไปดูเยอะ เว็บนั้นก็จะโดนดึงขึ้นมาให้ติดหน้า 1 Google มันจะอยู่หน้า 1 เสมอ ถ้าเว็บฯ ไหนไม่ค่อยมีคนค้นมันก็จะไปอยู่หน้าถัด ๆ ๆ ไปนะคะ เพราะอะไร เพราะตามหลักคนเราเวลาค้นเจอสิ่งใดจะกดเลือกอันแรกก่อนเสมอ นึกออกนะ จะไม่มีเลื่อนลงไป เพราะ 1 คิดแล้วว่า มันต้องคนเข้าไปดูเยอะที่สุด ใช่หรือเปล่า เพราะฉะนั้นต้องเข้าไปดูมีอะไร ถึงน่าดู อย่างนี้เป็นต้นนะคะ คือ เราคงไม่ได้ทำถึงขนาดว่าจะให้ขึ้นติดเว็บฯ Google หรอก เราจะทำแค่พอว่าสร้างหน้าร้านค้าของเราออกมาให้ได้เท่านั้นเองนะคะ แต่ถ้าใครจะไปขายเพื่อให้ติดอันดับ Google ก็แล้วแต่สินค้าของเราด้วยนะคะ ก็จะมีหน้าตัวอย่างนะคะ อยากดูตัวอย่างไหนดี คือ บอกแล้วว่า Web Mind นี่สร้างได้ทั้งเว็บไซต์ธรรมดา แล้วก็เว็บขายของ ลองดู น่าจะเป็นขายสินค้า ก็คือเสื้อเซิ้ตนะคะ เห็นไหม มันจะมีคำว่า "Shop" นะคะ ปุ๊บ เห็นไหมคะ มีสินค้าขึ้นมาโชว์เลย เห็นไหม เห็นไหมคะใน Shop มีอะไร ลองเข้าไปดูเสื้อสีชมพู จะมีตะกร้าสินค้าให้ ระบบจะสร้างตะกร้าสินค้า เราไม่ต้องไปสร้างเองนะคะ และยังสามารถจัดโปรโมชัน สร้างโปรโมชันให้ลูกค้าได้ โปรโมชั่น สังเกตคืออะไร เราไม่ได้เขียนเองนะคะ เราไม่ได้เขียนเอง ระบบจะทำให้ ก็คือถ้าคุณต้องการจัดโปรโมชันนะคะ แต่ต้องเลือกระบบที่เป็นระบบขายนะคะ ระบบขายก่อน ทีนี้ ทีนี้ คือเนื่องจากตอนนี้ ตัวทำเว็บฯ นี่ ตอนนี้ยกตัวอย่างมา 2 ตัวแล้วนะคะ แต่มันไม่ได้หมดแค่นี้ มันยังมีอีก คือนอกจาก Make Web Easy Makeweb easy นะคะ อีกตัวหนึ่งนะคะ ชื่อว่า ทีนี้ลองค้นคำนี้ดูนะคะ เข้า Google ค่ะ ให้เข้า Google ลองค้นด้วยตัวเอง ให้ค้นคำว่า "Web W-eedly นะคะ คืออะไร เดี๋ยวจะให้เวลาในการค้น เอากี่นานทีดี ตอนนี้ 8 โมง 49 ให้เวลาจนถึง 09.00 น. นะคะ ค้นให้ได้ข้อมูลของเว็บฯ ของ Weely น่ ให้ได้มากที่สุดนะคะ เดี๋ยวจะถามว่ามันคืออะไร พี่ล่ามเบรกก่อนก็ได้นะคะ สัก 9 โมงค่อยมานั่ง ยัง ยังนะ อย่างนั้นเดี๋ยวเราจะข้ามไปไม่ได้เปิดเครื่องนะ ปรายไม่ได้เปิดเครื่องหรือปราย ดูพี่ล่ามนะคะ เด็ก ๆ เปิดเครื่องตัวเองทุกคน เด็กหูให้เปิดเครื่อง เดี๋ยวจะถาม ใครยังไม่เปิด เปิดเสีย โจโจ้ ถามโจโจ้ดีกว่า โจโจ้ รู้ไหมว่า Weebly คืออะไร ลองตอบมาสักข้อหนึ่งสิ ที่ให้ค้นเมื่อกี้ weebly คืออะไรคะ ค่ะ อย่างนั้นเดี๋ยวจะถาม มันเป็นของใคร Weebly นี่ ที่ให้ค้นรู้ไหมว่า Weebly มันเป็นของใคร ค้นเจอไหม ใครเป็นเจ้าของ อยู่ที่ไหน ๆ เว็บฯ นี้ เจ้าของอยู่ในไทยไหม อยู่ในประเทศไทยหรือเปล่า Webbly นี่ ไม่ใช่ไหม นะคะ ไม่ได้เป็นของไทยนะคะ เป็นของอเมริกานะคะ มันไว้ใช้ทำอะไร เดี๋ยวถามคนต่อไป ปุ๊กกี้รู้หรือเปล่า เว็บฯ นี่ใช้ทำอะไรได้ นะคะ ทำอะไรได้อีก เดี๋ยวถามคนอื่นบ้าง อยากถามแดนว่า มันมีข้อดีอย่างไร ในเว็บนี้ มาสักหนึ่งสิ ข้อดีของ Weebly ตอบ 1 ข้อ ๆ เดี๋ยวจะได้ไปถามคนอื่นต่อ เป็นไร้เสียงจริงนะวันนี้ มาดูนะคะ ข้อดีของ Weebly ตัวแรก กำหนดค่าเว็บไซต์ได้ ค่าไซซ์ก็คือ กำหนดค่าต่าง ๆ นั่นเองนะคะ ก็คือเราสามารถมันจะมีให้น่ะ มีฟอร์มให้ไปกำหนดค่าต่าง ๆ ถ้าเป็นแต่ก่อนต้องมานั่งคิดแล้วนะคะ อย่างนี้นะคะ ข้อดีข้อที่ 2 เราสามารถเพิ่ม หรือแก้ไขหน้าเว็บฯ ได้นะคะ ข้อที่ 2 ยังมีข้ออื่น ๆ อีกนะคะ ที่อยากให้รู้ เขาบอก Weely ใช้งานง่ายมาก แค่คลิก แค่คลิก ๆ เขียน ๆ ก็เสร็จ คือหลักการทำของ Weebly นี่ การทำ เราคลิกเพื่อเลือกวัตถุไปวาง แล้วก็เหมือนเขียน ก็คือพิมพ์ชื่อหรือใส่ป้าย หรือใส่ราคา หรือใส่ข้อมูลต่าง ๆ ให้วัตถุชิ้นนั้น ๆ นะคะ นี่ และอีกอันหนึ่ง ก็คือสร้างฟรี สร้างได้ฟรี ก็คือให้สร้างฟรีเลย ไม่เสียค่าใช้จ่ายนะคะ นั่นคือข้อดี ทีนี้มาดูข้อเสียบ้าง อยู่ในอันไหนนะ นี่ยังเป็นข้อดีอยู่นะคะ มี e-ในตัว มาสร้างร้านค้าออนไลน์ได้ ควบคุม CEO ได้ มีคำแนะนำในการตั้งค่านั่นนี่นู่นนะคะ ข้อเสีย ๆ มีอยู่ว่า ถ้าอินเทอร์เน็ต อินเทอร์เน็ตมีขนาดเล็กนะคะ เพราะอะไร ก็เนื่องจากการทำเว็บฯ ขายออนไลน์มันต้องใช้เน็ตใช่ ถ้าเน็ต ขนาดของอินเทอร์เน็ตนี่ น้อยนี่ นะคะ การทำงานมันก็จะทำให้การโหลดรูปภาพหรือการโหลดหน้าเว็บฯ ขึ้นมานี่ มันจะทำได้ช้า หรือบางครั้ง เน็ตไม่ค่อยดีนี่ ก็จะหลุด จะหลุดได้ง่าย นึกออกนะ นั่นก็คือข้อเสีย ซึ่งโดยปกติส่วนใหญ่แล้วการเว็บฯ ออไลน์นี่ ก็คือเป็นปัญหาสำคัญนะคะ เพราะคือทางร้านค้าเน็ตดี แต่ลูกค้าเน็ตไม่ดี นึกออกนะ เน็ตลูกค้าต่ำ มันก็หลุดได้เหมือนกัน มันก็มีองค์ประกอบหลายส่วนนะคะ รูป เรื่องของรูปภาพ มีปัญหาในเรื่องของรูปภาพ จะไม่สามารถใส่รูปที่มีอยู่ในเว็บฯ อยู่แล้วนะคะ ก็คือถ้าไป Copy รูปเขามาใช้ มันจะใส่ไม่ได้นั่นเองนะคะ ก็คือเขาป้องกันเรื่องลิขสิทธิ์นั่นเองนะคะ ก็ช่วยให้ระดับหนึ่งนั่นเองนะคะ ก็คือช่วยแก้ปัญหาในด้านลิขสิทธิ์ในระดับหนึ่งนะคะ บอกว่า ถ้าฟีเจอร์หนึ่ง มันจะใส่ได้แค่1 ช่อง 1 ช่องต่อ 1 นะคะ และข้อสุดท้าย ข้อเสียข้อสุดท้ายบอกไว้ว่า ถ้าเราเชี่ยวชาญเว็บฯ ขั้นสูง นั่นหมายถึง เราสามารถเขียน Code โค้ดควบคุมนะคะ เขียนภาษา ภาษาคอมพิวเตอร์ได้นะคะ นะคะ มันจะยังไม่เปิดโอกาสาให้ทำอย่างนั้น ก็คือต้องทำตาม อะไรล่ะ รูปแบบที่เขามีวางไว้ให้ ยังมีข้อจำกัดอยู่นะคะ ยังไม่ถึงขั้นให้เราเขียนโค้ดได้ เพราะส่วนใหญ่ใครทำเว็บฯ รุ่นก่อน ๆ เวลาทำเว็บฯ นี่ มันจะต้องเขียน เขียนโปรแกรมเพื่อสร้างเว็บฯ ขึ้นมา บอกไว้ว่าในยุคใหม่ ๆ จะเป็น... ไม่ต้องเขียนโปรแกรมก็สร้างเว็บฯ ได้นะคะ แต่ของ Weebly เขาไม่เปิดให้แก้ ไม่ให้เข้าไปแก้โปรแกรมเขานั่นเองนะคะ มีข้อจำกัดอยู่แค่ 1 อย่างเท่านี้เองนะคะ นอกนั้นถือว่าเป็นจุดเด่นของเขานะคะ เช่น เรื่ององค์ประกอบของภาษาหรืออะไรพวกนี้ เขารองรับได้หมด เขาตัดปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์กับเรื่องการแก้โค้ดแค่นั้นเองนะคะ แล้วก็อินเทอร์เน็ตนี่มันไม่มีใครแก้ได้เพราะมันขึ้นอยู่กับทางฝั่งผู้ร้านค้าอย่างเดียว บางทีมันก็ไปขึ้นอยู่กับฝั่งของผู้ใช้หรือผู้ซื้อด้วย คือเน็ตเราคุณภาพต่ำ พอมาโหลดรูปจากร้านมาดู ร้านเขาให้เน็ตคุณภาพสูงไปด้วยอะไรอย่างนี้ อาจจะมีขนาดใหญ่อะไรก็แล้วแต่นะคะ มันก็จะทำให้การดาวน์โหลดข้อมูล หรือการเปิดรูปดูอาจจะช้า ก็ขึ้นอยู่กับอินเทอร์เน็ตของผู้ใช้ด้วยเหมือนกัน คือปัญหาอินเทอร์เน็ตนี่เป็นปัญหาเฉพาะฝั่งนั่นเองนะคะ ไม่เจาะจง เจอกันหมดนะคะ ไม่ใช่เฉพาะ เหมือนเว็บฯ มหาลัยน่ะ บางทีเข้าจากข้างนอกไม่ค่อยได้ แต่ถ้าเขาอยู่ในมหาลัยนี่เข้าได้ อย่างนี้เป็นต้นค่ะ นี่ก็คือ Weebly สิ่งที่จะให้ทำหลังจากนี้นะคะ ลองดูอีกตัวหนึ่งเพื่อเปรียบเทียบกันนะคะ ลองค้นคำว่า MakeWebEasy คืออะไร M-a-k-e E Make นะคะ แล้วก็ Web แล้วก็ Easy e-a-s-y นะคะ เมื่อกี้ดูของต่างประเทศแล้ว แล้วมาดู MakeWebEasy มีเป็นของที่ไหน ประเทศอะไรนะคะ ดูนะคะว่าใช้อย่างไร อะไรอย่างไร ลองค้นดู ให้เวลาเท่าเดิม เมื่อกี้ 09.16 ถึง 9.30 น. นะคะ อีก 15 นาที ฮัลโหล เมื่อกี้ให้ไปค้นของ MakeWebEasy บ้างแล้ว เป็นของMakeWebEasy เป็นของทำช้า ๆ ทำมือใหม่ ทำมือใหม่ ประเทศอะไรคะ ไทยหรือแบบนี้ เห็นไหม ล่ามเห็นมือไหม ถามใหม่ ๆ เมื่อกี้ให้ไปค้น MakeWebEasy MakeWebEasy เป็นของใครเอ่ย เป็นของประเทศอะไร ประเทศไทยใช่ไหมคะ โอ.เค. ถูกต้อง ทีนี้คนต่อไป เห็นไหมคะ MakeWebEasy Respondsive Websiคืออะไร ยุ้ยได้อ่านหัวข้อนี้หรือเปล่า นี่ เมื่อกี้ตอน Weebly บอกไปแล้ว Respondsive respond ลองตอบมาสิ เหมือนกับ Weebly เลย เมื่อกี้เลย มีเว็บ... เหมือนกัน จำได้หรือเปล่า Responsive คืออะไรคะ เปิดเข้าไปดู เปิดเข้าไปดูสิ บอกไปแล้แเปิดเข้าไปดูสิ จำได้ไหม Responsive ก็คือ ถ้าอยู่ใน... ถ้าหน้าเว็บฯ อยู่ในเครื่อง ขนาดเว็บฯ เล็กก็จะเท่ากับเครื่องใช่ไหม ถ้าอยู่ในโทรศัพท์ ก็จะเท่ากับของโทรศัพท์ ก็คือถ้าเป็น Responsive หมายถึงการแสดงผลของรูป หรือของอะไรก็แล้วแต่ มันจะปรับให้เหมาะกับอุปกรณ์ที่เราใช้ในแต่... อุปกรณ์ที่เราใช้งานนั่นเองนะคะ แต่ละตัว ก็คือถ้าใช้เครื่องใหญ่ ๆ ขนาดมันก็จะใหญ่ตาม ถ้าเครื่องเล็กลงมา ขนาดมันก็จะเล็ก มันจะโดนปรับสภาพ หรือปรับให้เหมาะกับอุปกรณ์ของเรานั่นเองนะคะ นี่คือ Responsive นะคะ มีเหมือน Weebly เลย แต่ของ MakeWebEasy ทำบนอะไรได้ เห็นไหมคะ ทำบนแอปฯ ได้ แต่ของ Weebly จะทำบนเว็บฯ เท่านั้น นี่คือข้อแตกต่าง ก็คือถ้าเราไม่มีเครื่องคอม เราสามารถไปสร้างบนมือถือเราได้ ใช่ ๆ นะคะ มีข้อแตกต่างกันนะคะ ทีนี้มาดูของ MakeWebEasy นะคะ มีระบบต่าง ๆ มีระบบจัดการเนื้อหา Weebly ก็มีเหมือนกัน มีระบบ E-commerce แยกออกมาให้เห็นเลยว่าเขามีระบบ E-commerce นะคะ แล้วก็มีเพิ่มขึ้นมาอีก ก็คือเพราะของ Weebly ไม่มีการเชื่อมต่อกับโซเชียล แต่ของ MakeWebEasy สามารถเชื่อมต่อกับโซเชียลได้ เพราะอะไร บางคนขายของในเพจมาแล้ว นึกออกนะ ในเพจ Facebook น่ะค่ะ เมื่อเรามาเปิดเว็บฯ เพราะถ้าใครไม่แน่ใจ เคยไปซื้อของใน Page มีส่วนหนึ่งที่เขาบอกว่าให้ระบุเว็บไซต์ เห็นไหมคะ เพราะฉะนั้น ถ้ามี Facebook ส่วนใหญ่ร้านค้าเขาก็จะมีหน้าเว็บฯ ของเขาด้วยนะคะ มัน MakeWebEasy มันเลยเชื่อมทำให้มาเชื่อมต่อกัน ก็คือถ้าลูกค้าไม่สะดวกคุยในเว็บ ลูกค้าก็สามารถมาคุยในเฟซ ใน LINE ใน หรือใน Google ได้นะคะ เห็นไหมคะ ก็คือสามารถติดต่อกับลูกค้าได้หลายช่องทางนั่นเอง เพิ่มช่องทางติดต่อกับลูกค้าได้มากขึ้นนะคะ นี่คือ ของ MakeWebEasy นะคะ ทีนี้การสร้าง ก็ไม่ได้มีอะไรยุ่งยางเลย บอกแล้วทุกอย่างไม่สมัครสมาชิกเขาก็ไม่ให้สร้างนึกออกนะ เราจะต้องสมัครสมาชิกก่อนนะคะ นะคะ มี 1. ให้สมัครสมาชิก เสร็จแล้วก็พอสมัครเสร็จนะคะ ก็ให้กรอกข้อมูล ของ MakeWebEasy แล้วก็มาเลือก Template ที่จะไปใช้งาน เลือกหน้าตา อยากได้แบบไหน อยากได้โครงสร้างแบบไหนอย่างนี้นะคะ เลือกเอาเอง ไปคลิกสร้าง จะต่างจาก Weebly นะคะ ถ้า Weebly นี่ เครื่องมือก็จะเป็นภาษาอังกฤษหมด เนื่องจากเครื่องมือเป็นต่างประเทศ ใช่หรือเปล่า เครื่องมือในการสร้างก็จะเป็นภาษาอังกฤษใช่ไหมคะ เริ่มต้ั้Create your website ก็คือสร้างนะคะ แล้วก็มีให้เลือกแบบ ธุรกิจของคุณเติบโต นั่นก็คือสร้างเว็บ เป็นแบบ สร้างเป็นร้านค้านั่นเอง แบบทำธุรกิจนั่นเอง เขาก็จะแยก มันจะเว็บฯ แบบธรรมดากับเว็บฯ ที่เป็นสร้างร้านค้าด้วย ก็จะมีให้นะคะ ก็คือถ้าเลือกทำจาก Weebly นี่ เครื่องมือมันจะเป็นภาษาอังกฤษนะคะ ถ้าเราเลือกทำด้วย MakeWebEasy เครื่องมือมันจะเป็นภาษาไทย เพราะอะไร เพราะ 1. ผู้พัฒนาตัวนี้ ก็คือคนไทยนั่นเองนะคะ แต่ถ้า Weebly จะเป็นของอเมริกาเขาพัฒนามา เพราะฉะนั้นคงไม่ต้องถามว่าจะใช้ตัวไหนสร้าง นึกออกนะ แต่ความจริง คือ ถ้าใช้ Weebly นี่ มันจะง่ายที่มันคลิกแล้วลากไปวาง แต่ทีนี้ Tool มันจะเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมดแค่นั้นเองนะคะ แต่ถ้าใช้ MakeWebEasy นี่ มันจะเป็นเหมือนให้เรากรอกหรือป้อน หรือเลือก อย่างนี้นะคะ แต่เป็นภาษาไทยหมด น่าจะเข้าใจได้ง่ายกว่า เอาอย่างนี้ก็คือจะสร้างด้วย MakeWebEasy ก่อน ถ้ามีเวลาเหลือแล้วค่อยไปลองใช้ Weebly เพื่อให้เห็นความแตกต่างนะคะ แต่ถ้าไม่พอก็อาจจะได้แค่ตัวเดียว ก่อนอื่นทำอย่างไร สมัครสมาชิกไว้ก่อนค่ะ วันนี้ เริ่ม คลิกเข้าไปค่ะ คลิกที่อะไร MakeWebEasy คลิกให้เข้ามาที่หน้า... หน้านี้หน้าเหมือนตัวอย่างนี่ หาสิ หาเว็บฯ MakeWebEasy วันนี้จะให้สมัครสมาชิกไว้ก่อนนะคะ เพื่อจะได้ทำ นี่ ให้มันเข้าตัวนี้ค้นโดยเลือกโดยสร้างเว็บฯ ขายของฟรี หรือพิมพ์ MakeWebEasy เลยก็ได้ แล้วให้มันมาที่หน้านี้ MakeWebeasy.com พิมพ์ตัวนี้เข้ามา นี่ เห็นหรือเปล่า แล้วก็คลิก "สร้างเว็บฯ ฟรีได้เลย ใครยังเข้าไม่ได้ เดี๋ยวเราจะเดินดูถ้าใครขึ้น บางคนอาจจะไม่ขึ้นหน้าอย่างนี้ คลิกที่ ถ้าใครไม่ขึ้นอย่างนี้ ให้ลองคลิกไปที่หน้าหลัก 1 ครั้งนะคะ มันก็จะขึ้นเหมือนกัน เห็นไหมคะ สมัครทำเว็บไซต์ อ้นอยู่ตรงไหน สมัครทำเว็บฟรี คลิก นี่ใช่ไหม นี่ ๆ หรือคลิกตรงนี้ก็ได้ เห็นไหมคะ เราให้เราเลือกสมัครด้วยบัญชี Facebook เลยก็ได้ คือเราไม่ต้องมากรอกใหม่ นึกออกไหม หรือใช้บัญชี Google บัญชี Google นั่นหมายถึง ฟังอธิบาย ถ้าช่องทางขวามือ เอาอย่างไร หันหน้าเข้าเครื่อง ซ้ายมือ ถ้าช่องทางซ้ายมือที่มีอีเมลยืนยันรหัสผ่านนั่นหมายความว่า เราจะต้องมากรอก และก็กรอกรหัสผ่านใหม่ กับทางซ้ายมือ ถ้าเราเลือกกด "สมัครสมาชิก ผ่าน Facebook " นั่นก็คือมันจะให้เราเข้าด้วย Facebook เราน่ะ หรือสมัครด้วย Goolge G-mail เรานั่นเองนะคะ เข้าด้วย G-mail ของเรา เพราะฉะนั้นไม่ต้องไม่กรอกใหม่ เพราะไม่ค่อยจำรหัสผ่านใช่ไหมพอเวลากรอกใหม่ ถูกไหม ใช้ Face หรือ G-mail อันไหนสะดวก รู้สึกเฟซนี่จะจำได้ดี เพราะฉะนั้นให้ใช้ Facebook นะคะ ให้เขาด้วย facebook ไปเลยนะคะ จะง่ายกว่า เพราะ เดี๋ยวจำรหัสผ่านไม่ได้ ให้ไม่ได้ว่าลูกกรอกอะไรกันลงไป เพราะฉะนั้น Facebook ปลอดภัยสุด แล้วก็น่าจะจำง่ายสุดนะคะ เพราะฉะนั้นจะให้เลือกคลิกว่าสมัครสมาชิกด้วยบัญชี Facebook เห็นไหมคะ พอสมัครด้วย Facebook ถ้ามันไม่ขึ้นชื่อเรา เราก็ค่อยเปลี่ยน นึกออกนะคะ ก็คือ Facebook ของเราน่ะ ให้เข้าด้วย Facebook ของเรา แต่เมื่ีอขึ้นมาชื่อตัวเอง ถ้าใครที่เปิดเฟสฯ ตัวเองไว้แล้ว แล้วคลิกดำเนินการ ถ้าใครยังไม่เปิด วิธีการเราไปเปิดเฟซเราก่อนก็ได้แล้วค่อยมากด นึกออกนะ วิธีการ ก็คือก่อนจะกดตัวนี้ ก่อนจะกดตัวนี้นะคะ ก่อนจะกดสมัครด้วยบัญชี Facebook ให้ทุกคนเปิด Facebook ของตัวเองก่อน แล้วค่อยมาสมัครสมาชิกด้วย Facebook จะง่ายกว่านะคะ อย่าลืมว่า... ดำเนินการต่อ คลิกตรงนี้ ถ้าใครเปิดชื่อก็คือชื่อเรา ใส่ข้อมูลนะคะ ต้องใส่ข้อมูล เห็นไหม นะคะ ต้องใส่เป็นภาษาอังกฤษนะคะ ชื่อนั้นหมายถึงชื่อเราเองนะ Domain Name Domain Name ก็คือชื่อเว็บฯ ก็คือเราอยากตั้งชื่อเว็บฯ เราว่าอะไร นึกออกไหมคะ ให้เราพิมพ์ชื่อนั้นลงไป เช่น สมมติ จะเลือกเป็นร้านค้า ก็พิมพ์ NewShop นะคะ อย่างนี้ลงไป เพราะฉะนั้นให้นึกถึง เราจะเปิดร้านออนไลน์ Domain Name นี่ ก็จะสื่อไปถึงชื่อร้านเรานั่นเองนะคะ ตั้งลงไป พอเสร็จแล้วกรอกครบหมด ก็กด Create ได้เลย ใครกรอกครบหมดแล้ว คลิก Create ได้เลย อะไรหาย Dis Website Name ถ้าบางเขาตั้งไปแล้ว เห็นไหม แสดงว่าชื่อเรามันซ้ำ ถ้าขึ้นว่า Diss Websit Name...นั่นหมายความว่าชื่อนี้มีคนใช้ไปแล้ว เราจะต้องเปลี่ยนนะคะ ชื่อร้าน เดี๋ยวขอเติม ขอเติมจะลองดู NPPShop ไม่ได้ ซ้ำ การตั้งชื่อนี่จะเป็นอะไรที่ยากมากเลยนะ Reset ใหม่ ได้แล้วนะคะ ถ้าสร้างได้ ใช้ตัวเล็ก ถ้าใครสร้าง Domain ได้ ตัวอักษรตัวเล็กเท่านั้นนะคะ ถ้าสร้างได้มันจะขึ้นอย่างนี้ วิ่งหมุน ๆ ๆ ๆ เป็นเปอร์เซ็นต์มาให้ดู ตัวอักษรตัวเล็กเท่านั้นนะคะ ลืมอ่าน Lower Upper Case มันระบุว่าต้องใช้ตัวอักษรตัวเล็กเท่านั้น ใส่ตัวเลขได้ ใส่ตัวอักษรตัวเล็ก แล้วก็ตัวเลขได้นะคะ ถ้าใครยัง แก้ Reset มันเสียก่อน พอเสร็จเรียบร้อย เขาก็จะมี Template ที่ต้องการใช้งาน เห็นไหมคะ ให้เลือกที่เป็นฟรีอยู่แล้ว นึกออกนะ เราอยากได้แบบไหน นี่ดูได้นะะ สามารถเลือกได้ ที่ล็อก ๆ ไว้นี่ คือเสียเงิน บอกไว้เลย ที่เป็นอย่างนี้เห็นไหม ที่เป็นฟรีนี่เลือกไปใช้ได้ อยากได้ Tempage เอาเลยนะคะ 1 อัน ถ้ายังไม่ชัวร์ คลิกที่ตัวอย่าง ใครเข้ามาหน้านี้แล้ว ใครยังสมัครสมาชิกได้ ยกมือเด้อ ถ้าใครเข้ามาหน้านี้ได้ ยังไม่รู้จะเลือกแบบไหน ให้คลิกที่ตัวอย่างเพื่อดูรายละเอียดของหน้าตา Template สามารถคลิกดูได้ทุกอันเลยนะคะ คลิกดู คลิกดู แม็กสามารถเลือกในหน้าจอค่ะ เลือกตัวใดตัวหนึ่ง ถ้านึกไม่ออกลองคลิกที่ตัวอย่างตัวใดตัวหนึ่งเพื่อเข้าไปดูได้ อย่างนี้ ไปดูว่าหน้าเว็บฯ แบบนี้เป็นอย่างไร ถูกใจเราไหม เราอยากได้แบบนี้ไหม ถ้าไม่อยากได้ย้อน มาดูตัวที่ 2 ต่อ เห็นไหมคะ คลิกที่ตัวอย่าง เพื่อเข้าไปดูลักษณะหน้าเว็บฯ น่ะค่ะ ที่เราต้องการ ถ้าตัดสินใจได้แล้วก็คลิกเลือก สมมติจะเลือกเอาตัวนี้ ก็คลิกเลือก แต่ถ้ายังไม่เลือกให้ดูที่ตัวอย่าง ตัวอย่างเว็บฯ ตัวอย่างจากเว็บฯ คลิกที่ตัวอย่าง ก็คือมันก็จะมีส่วนหัวอย่างนี้ ส่วนตรงนี้เป็นอย่างนี้ อย่างนี้ล่ะค่ะ แต่ละแบบเขาก็ไม่เหมือนกันนะคะ เขาก็จะมี เพราะฉะนั้น เราอยากเลือกแบบไหน อุปกรณ์เห็นไหมที่อยู่ด้านบน เมื่อมันอยู่ในคอมฯ เป็นอย่างนี้ ไปอยู่ใน Tablet แล้วไปอยู่ในมือถือหน้าตาจะเป็นอย่างนี้ สามารถเลือกดูได้ ว่าเราจะใช้งานกับตัวไหน แล้วออกมาหน้าเป็นอย่างไร ถูกไหมคะ สามารถเลือกได้นะคะ อยู่ด้านบนนะคะ ออกไปเยอะเกินใช่ไหม อยากได้ตัวไหนลองดูก่อน ลองดูเสียก่อน ถ้าตัดสินเอาตัวนั้นก็ค่อยคลิกปุ่มเลือก โอ.เค. ไหม ไล่ดู มีหลายตัว เอาเฉพาะที่มีคำว่าฟรีติดข้างบนนี่ ถ้าใครไปดูไอ้ที่ล็อก ๆ มันต้องเสียเงินก่อนถึงจะได้ เห็นไหม เขาก็จะมีบอกว่าอัปเกรด ให้จ่ายสตางค์นั่นเองนะคะ ไม่ได้มีอะไรพิสดารเพราะฉะนั้นดูแบบฟรีมีตั้งหลายแบบ เลือกได้เลย เหมือน... สมมติ ๆ ข้าพเจ้าจะเปิดร้านกาแฟ ข้าพเจ้าก็เลยมาเลือกที่เป็นตัวอย่างนี้นะคะ Coffe Chill มีเมนูนะคะ มี Coffee menu หรือไม่ถูกใจ ขอดูแบบในมือถือมันออกมาหน้าตาจะเป็นอย่างไรนะ เลือกดูได้ด้วย ว่าไปอยู่ในมือถือ หน้าเว็บฯ ที่เราเลือกนี่หน้าตาออกมาเป็นอย่างไรนะคะ เปลี่ยนใจแล้ว ไม่ชอบ มาดูแบบนี้บ้าง ทำอาหาร ชอบทำอาหาร น่ากินเชียว ตกลงถูกใจหน้านี้แล้ว เราก็คลิกเลือกจากตรงนี้ได้เลย คลิกเลือกตรงนี้ได้เลยก็ได้ คลิกเลือกนะคะ มันก็จะถามว่า คุณต้องการใช้งาน Template นี้หรือไม่ ถามยืนยัน เผื่อบางทีกดผิด เปลี่ยนใจ ๆ นะคะ เพราะฉะนั้นถ้าคิดว่าเลือก ก็กดตกลง ขอดูหน้าตาเมื่อไปอยู่ใน Tablet เป็นอย่างไร สวยไหม จัดการร้านตามทฤษฎีสีเลย ทฤษฎีสีเลย เลือกสีส้มทำอาหาร มันจะส่งผลให้เกิดความอยากอาหารนั่นเอง สมมติเลือกแล้ว คลิกเลือก ๆ มันก็จะถาม เราก็กดตกลง เมื่อกด ตกลง มันก็จะหมุนอย่างนี้ล่ะ มาให้เราใช้งาน เสร็จแล้วเขาก็จะให้เริ่ม Make You own website ก็คลิกเริ่มทำงานได้ หน้า โอ.เค. ไหม นี่นะคะ มันก็จะมีเครื่องมือมาให้ ทำอะไร อัปโหลดโลโก้ เพิ่มเพจ เพราะฉะนั้น เด็ก ๆ จะเข้าโลโก้ได้ ไปทำโลโก้ตัวเองใช่ไหม การบ้าน 1 ไปสร้างบางทีก็ใช้แค่ชื่อนะ ชื่อร้าน หรือบางทีเราเหมือนเลือกขายอาหาร เพราะฉะนั้น เครื่องครัวก็ได้ สิ่งที่จะไปทำเป็นการบ้านก็คือสร้างโลโก้มา โดยใช้ Photoshop หรือ อะไรก็แล้วแต่ หรือโปรแกรมสร้างโลโก้ก็ได้ ในเว็บมีเยอะแยะเลย สร้างโลโก้ฟรีหาเลย ใช้ตัวนั้นก็ได้สิ่งที่จะต้องทำขึ้นมา ก็คือ เห็นไหม มีเพิ่มสินค้า นั่นก็คืออะไรคะ ต้องไปหาสินค้าที่จะเอามาขาย นึกออกนะ ต้องมีรูป ไปเลือกรูกมานะคะ ไปเลือกรูปที่จะเอามาใช้นะคะ รูปอาหาร เหมือนนี่เป็นร้านอาหาร เปิดเว็บฯ เป็นร้านอาหาร เพราะฉะนั้น เราก็ต้องหาอาหารมาลงใช่ไหมคะ การบ้านที่ 2 หาสินค้าที่จะนำมาลงด้วยนะคะ มาทำจะได้ไม่ต้องเสียเวลามา search โอ.เค. ไหมคะ แต่ไม่ใช่ว่าเด็ก ๆ ไปหาอาหารมานะ ให้นึกถึงว่าตัวเอง ร้านตัวเองจะขายอะไร ให้ไปหาสินค้าชนิดนั้นมาขายนะคะ อันนี้ยกตัวอย่างของคุณแม่ว่าเปิดร้านอาหาร ก็เลยต้องหาอาหารมาลงใช่ไหมคะ สมมติเด็ก ๆ ขายนาฬิกาก็ไปหานาฬิกามาลง ขายโทรศัพท์ ให้ขายสินค้า 1 อย่าง มันจะเป็นชิ้นงานที่จะส่งนะคะ เพราะฉะนั้น หาสินค้าที่จะขายในร้าน คิดว่าตัวเองอยากขายอะไร ก็ให้หาสินค้าตัวนั้นมา อย่าลืมดูราคง ราคาเขามาด้วยนะคะ เข้าใจไหม โอ.เค. ไหมคะ การบ้านมี 2 ข้อ ก็คือ ทำโลโก้ 1 อัน หารูปสินค้า กับรายละเอียดของมันน่ะ ที่เราจะใช้ขายน่ะให้ครบด้วย ไม่ใช่มาลงแต่รูปราคาก็ไม่มี นึกออกนะ รายละเอียดก็ไม่มี เข้าใจนะคะ ก็คือต้องมีข้อมูลสินค้าที่เราจะขายนะคะ ในสัปดาห์หน้าเราจะมาต่อขั้นตอนนี้ สัปดาห์นี้พอแค่นี้ก่อนค่ะ ขอบคุณค่ะ [สิ้นสุดการถอดความ] กนะ รายละเอียดก็ไม่มี เข้าใจนะคะ ก็คือต้องมีข้อมูลสินค้าที่เราจะขายนะคะ ในสัปดาห์หน้าเราจะมาต่อขั้นตอนนี้ สัปดาห์นี้พอแค่นี้ก่อนค่ะ ขอบคุณค่ะ [สิ้นสุดการถอดความ]