--- title: ทดสอบถอดความ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๒ ครั้งที่ ๒๒ subtitle: date: วันพุธที่ 19 สิงหาคม 2563 เวลา 10.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) เปอร์เช็นต์ ก็คือรัฐจะชดเชยธนาคารนี่ประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ นะครับ แล้วก็เงื่อนไขการกู้ก็คือกู้เพิ่มเติมนะครับ ได้รายละ 20 เปอร์เซ็นต์จากหนี้ นะครับ โดยอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 2 เปอร์เซ็นต์นะครับ ระยะเวลา 2 ปี นะครับ บัดนี้ ได้ปล่อยสินเชื่อ ครอบคลุม 17,000 ราย กล่าวถึงนะครับ ส่วนอีก 400,000 ล้านบานนั้น ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นผู้กำกับดูแล โดยไปช่วยนะครับ โดยไปช่วยเรื่องของตั๋วแลกเงิน ตั๋วเงินที่อยู่ในตลาดนะครับ ไปช่วยนะครับ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหานะครับ ในด้านความน่าเชื่อถือบริษัท หรือของสถาบันการเงินต่าง ๆ พี่น้องประชาชนนี่ครับ ซื้อ ซื้อตั๋วแลกเงินเหล่านี้แล้วนี่นะครับ เมื่อถึงเวลาครบกำหนดมาเคลมคืนนะครับ จะได้มีเงิน ปรากฏว่ามาตรการต่าง ๆ ออกไปแล้วนี่นะครับ สถาบันการเงิน หรือบริษัทต่าง ๆ ก็ได้เกิดความเชื่อถือจากพี่น้องประชาชนนะครับ ก็ขณะนี้ก็ไม่มีสถาบันเหล่านี้หรือบริษัทในตลาดหลักทรัพย์มาขอกู้เงิน ก้อนนี้เลย เพราะฉะนั้นก้อนนี้ยังไม่เกิดความจำเป็นในการใช้นะครับ ก็ขอตอบท่านผู้แทนฯ ดังนี้ครับ ขอบคุณครับ (ประธาน) เชิญท่านสุทิน คลังแสง เป็นคำถามสุดท้ายครับ (ประธาน) เชิญท่าน ผมเข้าใจว่า เวลาผมเหลืออีก 10 นาทีเศษ แต่ท่านรัฐมนตรี ท่านเหลือนาทีเศษ ผมก็จะใช้เวลาผมให้ครบนะครับ ผมเรียนอย่างนี้ครับว่าท่านรัฐมนตรีตอบนนี่ (ประธาน) ท่านสุรินทร์ครับ แต่ท่านก็ถามได้ 3 ครั้ง ตามข้อบังคับครับ // ครับ เรียนต่อคำตอบที่รัฐมนตรีได้ตอบเมื่อสักครู่นี้นะครับ ก็เข้าใจได้ว่าเฉพาะเงินกู้ 1 ล้านล้านนี่ ซึ่งแยกมาเป็น 6 แสนล้านสำหรับเยียวยา ท่านได้ใช้ไปเพียงประมาณ 400,000 ล้าน ก็ยังเหลืออีกประมาณ 200,000 ล้าน ที่ยังไม่ได้ใช้ แล้วที่ผมถามว่า ท่านมีโครงการจะเยียวยาต่อไหม ท่านก็ตอบเพียงว่า จะเยียวยาเฉพาะกลุ่มที่ตกหล่น นั่นก็แสดงว่ากลุ่มที่ได้รับการเยียวยาแล้วจะไม่มีอีก จะได้รับเฉพาะกลุ่มที่ยังไม่ได้รับการเยียวยา ถ้าเป็นเช่นนั้นนี่ จะตั้งข้อสังเกตว่า แล้วก็อธิบายต่อสภาชัดเจนว่า เป็น 500,000 ที่ใช้ชาวบ้านโดยตรงนี่ยังไม่หมดนะ ถ้าใช้ไม่หมดนะ ท่านต้อง ไปเยียวยาชาวบ้านต่ออีก ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มตกหล่น แล้วก็กลุ่มที่ยังได้ไปแล้วนี่ ท่านจะใช้อย่างไรให้เขาได้รับการเยียวยาเม็ดเงินที่ท่านสภาอนุมัติให้ท่าน นั่นส่วนหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตาม ข้อสังเกตประการที่ 2 ผมในฐานะตัวแทนของสภานี่ ได้ตั้งขอสังเกตว่าเราอนุมัติเงินให้ไปเยอะ คือ 1 ล้าน ๆ มาตรการทางการเงินอีก 9 แสนล้านนี่ แถมท่านทาง SMEs นี่ การใช้เงินกูของรัฐบาลนี่ไม่มีประสิทธิภาพ ใช้ยังไม่หมด แล้วก็ใช้ได้ไม่ตรงจุด ยังไม่คเราก็เลยคิดได้ว่า การบริหารงบประมาณจึงเป็นปัญหาว่าวันนี้นี่ ในใตรมาสที่ 3 สภาพัฒฯ จึงได้แสดงตัวเลขออกมาว่าติดลบ 12 เปอร์เซ็นต์ ยังติดลบ 12 % เราเป็นห่วงนะครับ ผมเองเป็นห่วงนะครับ การอนุมัติเงินกู้นี่ นอกจากท่านยังใช้ได้ไม่ครบ ไม่ตรงเวลา แก้ปัญหาไม่ทันการแล้วนี่ ของเก่าใช้ยังไม่หมด ของใหม่นี่ ท่านอนุมัติกู้อีกเมื่อวาน มันก็เกิดความสับสนว่า ของเก่าก็ยังกู้ ยังใช้ไม่หมด ทำไมต้องยังกู้ ต้องอนุมัต อีก 200,000 ล้าน คำถามที่ 3 ยังอยากจะถามต่อว่าเมื่อท่านบริหารจัดการงบประมาณแบบนี้ คือล้าช้า แล้วนี่ แล้วก็ยังบอกว่า ยังไม่มีคำมั่นว่ายังต้องเยียวยาชาวบ้านต่ออีกนี่ ถามว่าเมื่อไม่เยียวยาต่อ เศรษฐกิจก็ดำดิ่งลงอย่างอนี้ ความลำบากที่ชาวบ้านไม่ได้รับเยียวยา ก็จะเผชิญกับความลำบากต่อไปอย่างนี้นี่ ท่านจะแก้ปัญหาอย่างไร กับความลำบากของชาวบ้าน คือความลำบากอันเนื่องมาจากหรือการเยียวยาหมดลงแล้ว เขาไม่มีอะไรจะอยู่ อะไรจะกิน นี่ระดับจุลภาค ส่วนมหาภาคตัวเลข GDT มันตกลง แล้วเชื่อว่ามันจะตกลงอีกเรื่อท่านจะแก้ปัญหานี้อย่างไร จะให้ความเชื่อมั่นกับกับพี่น้องประชาชนอย่างไร ว่าจะพาพี่น้องประชาชนอยู่ได้ ผ่าวิกฤตินี้ได้ แล้วไม่ดำดิ่งลงไปกว่านี้อีก นี่คำถามที่ 3 ครับ (ประธาน) เชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ // ครับ ขอบคุณท่านประธานสภานะครับ แล้วก็ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านสุทิน คลังแสงครับ คำถามที่ 3 ของท่านนี่ครับ ท่านได้กล่าวว่า ขณะนี้นี่เงิน 600,000 ล้าน ที่จะมาเยียวยาให้ความช่วยเหลือนะครับ กับผู้ประสบภัยโควิดในครั้งนี้นี่ ที่ยังเหลืออีกประมาณ 2 แสนล้าน ผมต้องขอกราบเรียนท่านนะครับ ภัยโควิดนะครับ ยังไม่จบสิ้นนะครับ เพราะฉะนั้นนี่นะครับ เพราะฉะนั้นนี่เงินที่เหลืออยู่จะเป็นเงินที่นะครับ เตรียมการไว้ หากมีเหตุการณ์ของโควิดที่ยังไม่จบสิ้นนั้น หรือว่าวัคซีนนี่นะครับ จะออกมาช้า ออกมาเร็ว ก็ยังไม่สามารถที่จะคาดการณ์ได้นะครับ เพราะฉะนั้นเงินก้อนนี้ 1.9 ล้านล้านบาท ก็จะต้องใช้นะครับ เพื่อการนี้นะครับ ต้องใช้เพื่อการนี้ เมื่อเกิดเหตุการณ์นะครับ ที่ดูแลผู้ที่ตกหล่นแล้วนี่นะครับ นะครับ ใช้ต่อไปนะครับ เพื่อแก้ไขปัญหาในการให้เยียวยากับผู้ที่ได้รับความเดือนร้อน ขณะนี้นี่ก็ยังมีผู้ที่เดือดร้อนแจ้งมาอยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นเจ้าหน้าที่ ที่ดำเนินการสิ่งเหล่านี้อยู่นะครับ ส่วนเรื่อง SMEs นะครับ ที่งบเงินกู้นี่นะครับ ได้อนุมัติไว้ 5 แสนล้าน ได้กู้ไปเพียง 1. 1 แสนล้าน นั้นนะครับ ก็เนื่องจากว่าในระบบการเงินนั้นก็จะมีกฎมีเกณฑ์อะไรต่าง ๆ เมื่อในวันอังคารที่ผ่านมา คือเมื่อวานนี้ การคลังท่านใหม่ ท่านก็ได้เสนอ ครม. ในการผ่อนปรนเงื่อนไขต่าง ๆ ที่จะนะครับ ให้ SMEs สามารถเข้าถึงแหล่งเงินนี้นะครับ ได้คล่องตัวยิ่งขึ้น ขณะนี้นะครับ ธนาคาร ธนาคารและกระทรวงการคลัง กำลังดำเนินการหามาตรการผ่อนปรน เพื่อให้เงินอีกแสนล้านบาทหรือประมาณ 4 แสนล้านนี้ ได้ไหลลงไปยัง เพื่อได้ช่วยเหลือผ่อนคลาย ให้ SMEs นะครับ ดำเนินการต่อไปได้ นั่นก็คือจะเปิดการสร้างงานนะครับ ให้กับแรงงานนะครับ ได้อีกจำนวนมากนะครับ ก็ขอกราบเรียน ส่วนท่านถามว่า แล้วยังจะมีการเยียวยา ช่วยเหลือต่อไปหรือไม่นะครับ ในเบื้องต้นนะครับ ก็ได้ช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ถูกเลิกจ้างหรือตกงาน หรือถูกเลิกจ้างชั่วครวรวมแล้วก็ ครอบคลุมไป 20 กว่าล้าน 20 กว่าล้านคนนะครับ แต่หลังจากนี้นี่นะครับ ท่านนายกฯ ได้บัญชานะครับ ว่าให้ลงไปดูภาคอุตสาหกรรม ภาคการผลิต ภาคอุตสาหกรรม หามาตรการที่จะไปกระตุ้นนะครับ ให้ภาคอุตสาหกรรมนั้นสามารถที่จะเปิดดำเนินการก่อนที่นะครับ การรักษาโควิดจะเกิดประสิทธิภาพ ที่จะมีวัคซีน เพราะฉะนั้นเราก็เริ่ม Restart นะครับ ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวเราก็ผ่อนปรนให้นักลงทุน นักท่องเที่ยวเริ่มทยอยที่จะ เข้ามาในบ้านเราระดับหนึ่งนะครับ แต่ทั้งนี้นะครับ ก็ต้องเรียนว่าเราก็ระมัดระวังเรื่องการ์ดตก เราก็เกรงว่าเราจะมีรอบ 2 เหมือนกับประเทศอื่น ๆ นะครับ ในด้านเศรษฐกิจ พณฯ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ไม่ได้นิ่งนอนใจนะครับ ท่านได้พยายามนะครับ ในหลายด้าน ในการที่จะฟื้นฟูให้อุตสาหกรรมภาคการผลิตต่าง ๆ ตามที่ท่านบอกว่า เศรษฐกิจของเราติดลบถึง 12 เปอร์เซ็นต์ ตามประกาศของสภาพัฒน์นั้น ต้องเรียนว่าเป็นความจริงนะครับ อันนี้เป็นความจริง แต่ถ้ามาเทียบกับนะครับ กับอุตสาหกรรมในโลกนะครับ ตัวเลขของเรานะครับ ยังดีกว่าประเทศเหล่านั้นนะครับ ไม่ว่าจะเป็น ญี่ปุ่น สิงคโปร์นะครับ ตัวเลขของเราก็ดีกว่าในประเทศหลาย ๆ ประเทศในโลก แต่สิ่งหนึ่งที่ยังต้องชื่นชม พณฯ ท่านรัฐมนตรีและรัฐบาล นะครับ เราเองได้ป้องกันโควิดนะครับ ได้อย่างดีเลิศ อาจจะกล่าวว่าดีที่สุดในโลกก็ว่าได้นะครับ ทำให้เราเซฟชีวิตของพี่น้องประชาชนนะครับ ได้เป็นจำนวนมาก ในหลาย ๆ ประเทศที่ไม่มีวคามเข้มงวด เราก็เห็นได้ว่าสูญเสีย ล้มตาย เจ็บไข้ได้ป่วย ขณะนี้ก็ 20... 2.2 ล้าน ๆ ก็เกือบจะล้านคนแล้ว อันนี้ก็เป็นความตั้งใจของรัฐบาลนะครับ ที่จะดูแลโรคระบาดในครั้งนี้อย่างดีที่สุดนะครับ ก็กราบเรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎกเป็นใยพี่น้องประชาชน แล้วก็เศรษฐกิจของบ้านเมืองของเราด้วย ขอบคุณครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมสุทิน คลังแสง แต่ว่าผมขออนุญาตเวลาที่เหลือ ของท่านรัฐมนตรี (ประธาน) เอาสั้น ๆ นะครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ก็ธรรมดา (ประธาน) ถามแล้ว 3 คำถาม ถือว่าจบแล้วนะครับ หมดแล้วครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ก็เป็นขอบเขตในกรอบเวลา ก็จะพยายามสั้น ๆ ครับท่านประธาน ท่านประธานคมันก็ได้สรุปและ แลเห็นได้หลายอย่าง อย่างแรกที่สุดเลยครับ ที่มันเป็นเหตุทำให้เศรษฐกิจล่าช้า ก็คือแม้จะมีเงินให้ แม้อนุมัติเงินกู้ให้ แต่การบริหารจัดการที่ล่าช้า และไม่ตรง ก็ยังคงเป็ฯไปตามข้อสังเกต แล้วอภิปรายกันเยอะ ที่เป็นห่วงเรื่องนี้ คิดว่ารัฐมนตรีไม่ได้ตอบหรือตอบไม่ชัด มันเป็นตัวที่ชัดเจนก็คือ เรื่องของเงินฟื้นฟู อันนั้นก็เป็นเงินหนึ่ง จะเป็นตัวช่วยให้ดีขึ้น สอดรบกับเงินเยียวยา แต่ 400,000 ล้าน ที่แจ้งกับสภาคราวนั้นว่าเมื่อสภาอนุมัติแล้วนี่ 4 แสนล้าน ท่านจะดำเนินการจัดการจบสิ้น 400,000 ล้าน แล้วเม็ดเงินก็จะออกหลังจากกรกฎาคม ถ้าเป็นเช่นนั้นเราก็คิดว่าน่าจะตรงกับเวลา สอดคล้องกับเวลา จะปลายเดือนแล้วนี่ ท่านเพิ่งอนุมัติ สภาพัฒน์ หรือคณะกรรมการชุดนั้นกลั่นกรอง แสนกว่าล้าน ยังเหลืออีก 200,000 กว่าล้าน เพิ่งจะอนุมัติ กว่าจะอนุมัติจบ กว่าจะต้องเซ็นสัญญาไ กว่าเม็ดเงินจะลงไปนี่ เราคาดว่าอีกหลายเดือนอันนี้คือความล่าช้า ไม่ตรงกับที่บอกสภาฯ ไว้ ไม่ตรงไม่พอ แต่มันจะไม่ทันกับการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ซ้ำร้ายท่านยังจะกู้เพิ่มอีก ก็ฝากท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรี ว่าการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของท่านในวันนี้นี่ เราวิตกอย่างยิ่ง แล้วเราวิตกว่ามันจะลุกลามแล้วก็ดำดิ่งไปจนถึงจุดที่ท่านจะเยียวยาได้ จะให้กู้กี่ครั้ง แม้จะกู้ซ้ำซ้อน พิสูจน์แล้วว่าวันนี้ยังไม่ดีขึ้น เพราะฉะนั้นฝากให้ท่านต้องไปปรับปรุง แล้วก็ให้ความเชือกับพี่น้องประชาชนให้มากกว่านี้ ทำให้เป็นมัก เป็นผลมากกว่านี้ ขอบพระคุณครับ (ประธาน) ขอบคุณครับ ก็ต้องขอท่านรัฐมนตรีมีอะไร // ก็ไม่มีอะไร นะครับ แล้วก็ข้อสังเกตของท่านนี้ ทางกระทรวงากรคลังจะรับไปนะครับ เร่งรัดในการดำเนินการให้ทันใจนะครับขอบคุณครับ (ประธาน) ก็ถือว่าเป็นการถาม-ตอบกระทู้ ถามสดด้วยวาจาของท่านคลังแสง ตอบโดนท่ายรัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงการคลัง ท่านสันติ พร้อมพัฒน์ เป็นที่เรียบร้อยครับ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังนะครับ ผู้แทนราษฎรของเรา ต่อไปเป็นระเบียบวาระที่ 1.1.2 กระทู้ถามสดด้วยวาจาของท่าน ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวง.... รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ ได้มีหนังสือแจ้งว่า เนื่องจากในวันนี้รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ มีภารกิจสำคัญที่ได้มีการนัดหมายไว้ล่วงหน้านะครับ ทำให้ไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามดังกล่าวออกไปก่อนนะครับ หากท่านวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ต้องการถามเป็นกระทู้ถามสดด้วยวาจา ก็ให้เสนอใหม่ นะครับ แจ้งท่านวิโรจน์ ได้รับทราบ ท่านวิโรจน์มีอะไรจะหารือครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ท่านประธานครับ ผมขอความกรุณาจากท่านประธานอย่างนี้ครับ เนื่องจากประเด็นคุกคามนักเรียนโดยครูบางท่าน ผู้อำนวยการบ้างีน แพร่กระจายไปทั่วประเทศ แล้วมีนักเรียนที่ตกเป็นเหยื่อนี่นะครับ อยู่ประมาณ 2,000,000 หวาดหวั่นนี่รวมกันเกือบ 4,000,000 คน ผมเข้าใจดีนะครับ ว่าทางท่านรัฐมนตรีติดภารกิจ แต่ผมยืนยันครับ ว่าภารกิจนี้สำคัญกว่า ผมจึงขออนุญาตปรึกษาหารือท่านประธาน ขอตั้งปรึกษาฝ่ายเดียว (ประธาน) คืออย่างนี้ครับท่านวิโรจน์ครับ ขอเรียนให้ทราบว่า ไม่มีข้อบังคับข้อใดรองรับที่ถามกระทู้ฝ่ายเดียวนะครับ แต่ว่าที่คราวก่อนนี่ ผมเคยอนุญาตให้ท่านจะเลือกถาม เนื่องจากว่ากระทู้ถามของท่านจิรายุถูกเลื่อนม2 สัปดาห์ต่อกัน ผมก็เลยให้ท่านจิรายุหารือสั้น ๆ นะครับ เพียงแต่ท่านจิรายุจะพูดยาวเกิน 5 แต่ถ้ากรณีของท่านนี้ ปัญหาที่ผมเมื่อเช้าผมฟังแล้วพิจารณาด้วยตัวเองนี่ ผมก็ทราบว่ามันเป็นปัญหาเร่งด่วนที่จะได้รับการแก้ไข ฉะนั้น ถ้าท่านจะยืนยันที่จะสอบถามเรื่องนี้ ก็ถือว่าไม่ถือว่าเป็นการถามกระทู้ แต่ผมจะขออนุญาตให้ท่านได้เอาเรื่องนี้พูดหารือในการประชุมที่สภาราษฎร เพื่อจะได้นำเอาเรื่องนี้ไปพิจารณาปรับปรุงแก้ไข ถ้าหากเหตุการณ์อย่างที่ท่านได้พูดนะครับ เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตท่านใช้เวลาประมาณสัก 5 นาทีนะครับ และเรื่องนี้ก็คง เมื่อท่านได้เอาหารือในที่ประชุมแล้ว สัปดาห์หน้าก็คิดว่าท่านถามไม่ได้อีก แต่ถ้าท่านจะเอาเรื่องนี้ถามอีกสัปดาห์หน้า ผมก็คิดว่าให้ท่านรอถามสัปดาห์ //ท่านประธานครับ ผมจะหารือท่านประธานครับ คือนักเรียนนี่ จากข้อมูลจากศูนย์ทนายนี่ วันหนึ่งที่มีการแจ้งนี่ 40 เคส อีกหนึ่งสัปดาห์ ยังมีนักเรียนที่ถูกคุกคามอีก 200 เคส นี่คือแค่ที่รับแจ้ง ดังนั้นนี่ ผมคิดว่าเวลา 5 นาทีนี่มันน้อยเกินไปครับ ที่จะส่งเสียงเล็ก ๆ ของพวกเขานี่ เพื่อที่จะหยุดคุกคาม ความจริง 5 นาที ไม่ใช่น้อย ๆ นะครับ เอาอย่างนี้แล้วกันนะครับ ผมขยายให้ท่านเป็น 10 นาที (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ผมขอ 1 (ประธาน) ไม่เอาแล้วครับ มันเป็นการถามกระทู้ปกติ เพราะฉะนั้นจะเอาไว้ถามอาทิตย์หน้า ให้รัฐมนตรีฯ พร้อมมาตอบ เพราะถ้าถามไปนี่ มันไม่มีข้อบังคับข้อใดรองรับนะครับ ก็อนุญาตท่าน 10 นาที ให้ท่านนำเรื่องนี้เสนอให้สภาผู้แทนรับทราบ หารือ เชิญครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ผมอย่างนั้น อย่างนี้ครับ ผมอยากจะถามทางท่านรัฐมนตรีครับ (ประธาน) ถ้าจะถามก็สัปดาห์หน้าครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ผมขออนุญาตใช้เรื่องนี้สัก 10 นาทีว่า เพื่อตราเมื่อนี้ไว้ในสภาว่า ลูกหลานของเราที่อยู่ในโรงเรียน ถูกคุกคามโดยครูบางคน ผู้อำนวยการบางคน คุณพ่อคุณแม่ไม่รู้หรอกครับ เวลาที่ขี่มอเตอร์ไซค์ไปส่งลูกเรา จังหวะที่เราปล่อยมือลูกเรา เขากำลังอยู่ในสมรภูมิหรือเปล่า วันที่เขากลับบ้าน (ประธาน) ผมเข้าใจครับท่านวิโรจน์ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ไม่มีอะไรครับแม่ ผมเข้าใจในประเด็นปัญหาที่ท่านนำเสนอ ผมก็ฟังผมก็เข้าใจ แต่ว่าการถามตอบกระทู้เพียงฝ่ายเดียวไม่มีข้อบังคับ ถ้าประธานอนุญาต ให้ท่านถามฝ่ายเดียว 15-20 นาทีนี้ มันเป็นการผิดข้อบังคับของประธาน ฉะนั้นท่านก็เข้าใจประธานด้วยนะครับ แต่ถ้าท่านเห็นว่าปัญหานี้ ที่อยากจะสะท้อนออกไปถ่ายทอดสด หน่วยราชการต่าง ๆ ก็คงจะรับฟัง รับรู้ รับทราบ เวลายาว 10 นาทีครับ แต่ถ้าท่านจะใช้เวลามากกว่านี้ ขอให้ถามในสัปดาห์หน้า //ท่านประธานครับ ผมขออนุญาติถามท่านในสัปดาห์หน้า เอาอย่างนี้ได้ไหมครับ ฝากเบอร์โทรศัพท์ให้กับคุณพ่อคุณแม่ให้กับกรณีลูกหลานถูกคุกคาม จะโทรศัพท์ไปที่ไหนบ้างนี่นะครับ ซึ่งเป็น ของรัฐจริง ๆ ครับ ชื่อว่า ศูนย์เฉพาะกิจฯ ผมให้เบอร์โทรศัพท์ไว้ ดังนั้นผมขออนุญาตถามกระทู้ถาม จะได้ทั้งถาม ผู้ถามและผู้ตอบนะครับ อย่างนั้นก็ถือว่ากระทู้ถามสดด้วยวาจาของท่านวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ขอเลื่อนถามไปในคราวต่อไปครับ ต่อไปเป็นกระทู้ถามสดด้วยวาจา ของท่านอัฐกร ศิริอัฐยากร ด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้แจ้งว่าติดภารกิจสำคัญ ไม่สามารถ จึงได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมคือท่านถาวร เสเนียม ขอเชิญท่านอรรถกร ศิริลัทธยากร ถามแล้วเชิญท่านรัฐมนตรีช่วยฯ //กราบเรียนท่านประธานสภาสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผมนายอรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัดฉะเงิท่านถาวร เสเนียม ท่านรัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ท่านให้ความกรุณาตอบกระทู้ที่เป็นข้อสงสัยของสมาชิกที่สภาแห่งนี้ โดยในวันนี้ครับ กระผมขอสอบถามกระทรวงคมนาคม ในเรื่องที่เกี่ยวกับแนวทางการในการฟื้นฟูกิจการบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ท่านประธานที่เคารพครับ อย่างที่เราทราบกันดีเป็นบริษัทที่มีประวัติมาอย่างยาวนาน เป็นสัญลักษณ์หนึ่ง เป็นธุรกิจการบินที่อยู่กับประเทศมากว่า 60 ปี ในอดีตครับ ที่ทำการบินที่เกี่ยวกับ Low coseสายการบินราคาถูก ราคาย่อยเยานี่ จริง ๆ ต้องบอกว่า การบินไทย ประสบความสำเร็จในระดับประเทศ ในระดับโลก ก็เป็นหนึ่งในบริษัทที่ผู้น้องประชาชนยาวไทยอว่าอยากจะมาร่วมงานด้วย อยากจะมาสมัครงาน มีวอลุ่มมากกว่า 2 แสนล้านบาท ปัจจุบันมีเครื่องบินกว่า 100 ลำ และในอดีตที่ผ่านมาครับ ก็มักจะมีการจัดอันดับ และการบินไทยก็ติดอันดับสายการบินที่ดีที่สุดของโลก จากการจัดอันดับในหลาย ๆ สำนัก แต่ทว่า ในปัจจุบันครับ การบินไทย ต้องประสบปัญหาการขาดทุนอย่างต่อเนื่องมาหลายปี โดยเฉพาะในปีหลั2 พันกว่าล้าน บางปี ขาดทุน หมื่นกว่าล้าน โดยปัญหาต่าง ๆ ที่เห็นอยู่ครับท่านประธานครับ ที่เห็นตามข่าวทำให้คนไทยหลายคน ซึ่งมีความรัก มีความผูกพันกับการบินไทยครับ แล้วก็อยากทราบถึงปัยหา แล้วก็แนวทางในการแก้ไข แนวทางในการหาทางออกของสายการบินของประเทศ ตัวกระผมก็เช่นกันครับ เวลาผมจะบินไปที่ไหน ไม่ว่าจะบินในไทย หรือต่างประเทศ ผมก็นึกถึงการบินไทยเป็นลำดับแรกมาโดยตลอด จนในวันที่ 19 พฤษภาคม 2563 ก็ได้มติ ครม. ครับ ให้บริษัทการบินไทยจำกัดมหาชน กระบวนการการฟื้นฟูกิจการ ภายใต้คำสั่งศาลตามกฎหมายล้มละลาย กระผมอยากจะขอแนบเรียนถาม ก็อยากจะขอทราบเหตุผลว่า ปัจจัยต่าง ๆ มีปัจจัยอะไรบ้าง ทำให้บริษัทการบินไทย จำกัดมหาชน ต้องเผชิญกับภาวะวิกฤติที่เลวร้ายหรือ และในฐานะที่ท่านเป็นกระทรวงนะครับ ท่านได้ดำเนินการ ท่านได้ตวรจสอบถึงแนวทางการบริหารที่ผิดพลาดในอดีตที่ผ่านมาอย่างไรบ้าง ยกตัวอย่างนะครับ การซื้อเครื่องบินลำใหญ่ ๆ ลำใหญ่ ๆ ที่ไม่สามารถทำกำไรได้ และมีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา หรือค่าจอดต่าง ๆ หรือจะเป็นเรื่องที่ปรากฏในข่าวครับ มีผู้บริหารการบินไทยบางคนนะครับ ก็ได้ใช้สิทธิพิเศษ หรือบ้าง จนเกิดความเสียหาย บางเส้นทาง ถึงแม้จะเป็นเส้นทางที่นิยม ถึงจะมีเคบิล เป็นเปอร์เซ็นต์ที่สูง แต่ก็ยังขาดทุน อยากสอบถามท่านรัฐมนตรีเบื้องต้นครับ ปัญหาต่าง ๆ เกิดมาจากอะไรครับ (ประธาน) เชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ // กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผมนายถาวร เสเนียม สมาชิกผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ 6 จังหวัดสงขลา จากพรรคประชาธิปัตย์ จากรัฐมนตรีว่าการ ต้องขอบคุณผู้ทรงเกียรติที่ให้ความสนใจสายการบินแห่งชาติ สายการบินที่คนไทยภาคภูมิใจ แล้วก็ดำเนินกิจกรรมมา จนปีนี้เป็นปีที่ 60 เราดำเนินการขาดทุนในช่วง 10 ปีหลัง 50 ปีแรก กำไรมาอย่างต่อเนื่อง คำถามของท่าน ท่านถามว่าสาเหตุของการขาดทุนเพราะอะไร ว่า ประถมเหตุจากการที่ขาดทุนนี่ ผมขอกราบเรียนเบื้องต้น ไปตั้งแต่ผมเข้ามารับหน้าที่ประมาณเดือนกรกฎาคม ปี 2562 มาถึ1 ปี ในวันที่ผมเข้าไปกำกับดูแลจากการได้รับมอบหมาย จากรัฐมนตรีว่าการนั้น การบริหารรัฐวิสาหกิจนั้นจะต้องมีคณะกรรมการ คนร. หรือ โครงสร้างของพระราชบัญญัติ และบริหารรัฐวิสาหกิจ 2562 จะเข้าไปกำกับตามแผนปฏิบัติการที่มีรัฐวิสาหกิจ แต่อย่างไรก็ตาม การกำกับ เราก็ต้องดูย้อนหลังไปว่า จากการที่ท่านสมาชิกมีการขาดทุน 4-5 ปี เกิดจากปฐมเหตุอะไร ผมก็ตั้งคณะกรรมการมา 1 ชุด เพื่อที่จะตรวจสอบและนำไปสู่การแก้ไข นั่นคือตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2563 และต่อมาเพิ่มเติมแก้ไขคำสั่ง เมื่อ 7 พฤษภาคม 2563 มีพลตำรวจโท ชาญเทพ มีคณะทำงานอยู่ 33 คน ผลของการตรวจสอบ เบื้องต้นแค่ย้อนหลังประมาณ 2 ปีครับ ท่านประธานครับ ปรากฏว่าปฐมเหตุนั้นในห้วงปี 2546 ถึงปี 2547 รัฐบาลในยุคนั้น ให้การบินไทยจัดซื้อเครื่องบิน A340500 และ A340600 เป็นเครื่องบินชนิด 4 เครื่องยนต์ และก็ตั้งใจว่าจะเอามาบินว่า ระหว่างประเทศไทย นั่นคือ กรุงเทพฯ Loss Anผลของการดำเนินการบินในช่วงนั้น ปรากฏว่าขาดทุน แค่ 2-3 ปี ขาดทุนไปแล้ว 12,000 ล้าเศษ หลังจากนั้นการบินไทยก็กลับมาคิดใหม่ เอาเครื่อง 4 เครื่องยนต์ เอาเครื่องบินมาบินในเส้นทางเพิ่มเติมอีก 51 เส้นทาง ก็ปรากฏว่าขาดทุนหนักเข้าไปอีก ขาดทุนเข้าไปอีก 39,000 ล้าน นี่คือเหตุ หลังจากนั้น ถามกลับมาว่า แล้ว ซื้อไปได้อย่างไร ผมดูย้อนหลังปรากฏว่าสภาพัฒน์ได้ทักท้วงทั้งบอร์ดการบินไทย แต่ไม่ฟังสภาพัฒฯ ในประเทศไทยแล้ว ดังนั้นผมก็สืบต่อไปว่า แล้วดำเนินการอย่างไรต่อไป ขณะนี้เครื่องบินทั้ง 10 ลำนั้น ขายออกให้กองทัพอากาศแล้ว 1 ลำ ยังคงจอด ซึ่งยังต้องเสียค่าใช้จ่าย เกี่ยวกับการบำรุงรักษา และค่าจอด รวมแล้วตั้งแต่วันซื้อจนถึงวันนี้ขาดทุนทั้งค่าด้อยค่าและค่าประกอบการ ขาดทุนทั้งหมด 62,000 กว่าล้านครับ ท่านประธานครับ ขณะนี้คณะกรรมการที่ผมดำเนินการ สอบสวนหาข้อเท็จจริงในการบริหารงานของการบินไทยว่าบกพร่องเรื่องไหนบ้าง เรื่องนี้คือเรื่องปฐมเหตุ ต่อมา พฤษภาคม 2563 ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีชุดนี้ได้มีมติว่า ในระหว่างที่การบินไทยดำเนินการนั้นจะฟื้นฟูอย่างไร ก็ปรากฏว่า การบินไทยได้ส่งแฟื้นฟูผ่าน ครน. เพื่อที่จะดำเนินการฟื้นฟูในช่วงนั้น ปรากฏว่าคณะรัฐมนตรีภายใต้การนำของ พลเอก ประยุทธิ์ จันทร์โอชา การบินไทยอย่างมาก และพิจารณาการที่จะฟื้นฟูการบินไทยนั้นมีอีกช่องทาง ช่องทางแรก คือ รัฐบาลเข้าไปอุ้ม ปรากฏว่าการบินไทยได้เสนอให้ 45000 ล้าน แล้วถ้าเอาเงิน เอาเงิน 54,000 ล้านนั้น มาใช้จ่าย ในช่วงนั้น ถ้าหากไม่ได้ผลอีก ก็ต้องเพิ่มทุนโดยการออกกู้อีก 80,000 กว่าล้าน บอกเอาเก็บไว้ก่อน ทางเลือกที่ 2 รัฐบาล ให้ดำเนินกิจการไป จะล้ม หรือจะฟื้นก็สุดแล้วแต่ความสามารถของการบินไทย อันนั้นก็ไม่ใช่ มหาชนจำกัด เป็นรัฐวิสาหกิจ ฟื้นฟูด้วยการส่งเข้าสู่บริหาร ด้วยวิธีการเข้าสู่ศาลล้มละลาย ตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย จะให้เกิดความคล่องตัวได้นั้น การบินไทยจะลดการถือหุ้น การคลังที่ถือหุ้นเกิน 50 เปอร์เซ็นต์ เพื่อเปลี่ยนจากรัฐวิสาหกิจมาเป็นบริษัท บริษัทปกติ เมื่อโอนหุ้นแล้ว การบินไทย ก็ไม่ได้เป็นรัฐวิสาหกิจอีกต่อไป รัฐมนตรีทุกคนก็ไม่มีอำนาจกำกับ