﻿1
00:00:00,000 --> 00:00:04,000

2
00:00:04,004 --> 00:00:08,004
แต่ว่าสำหรับนักศึกษาเคยเจอกันหลายครั้งแล้ว

3
00:00:08,010 --> 00:00:12,010
สำหรับแต่ว่าพี่ล่ามนี่ครั้งแรก สำหรับที่ใช้วิธีการนี้

4
00:00:12,011 --> 00:00:16,011
แล้วก็ครั้งแรกด้วยที่ใช้วิธีการนี้

5
00:00:16,016 --> 00:00:20,016
ทีนี้อาทิตย์ที่แล้วนะคะ เราได้...

6
00:00:20,016 --> 00:00:24,016
ถ้าอาจารย์พิเชนท์มา

7
00:00:24,017 --> 00:00:28,017
ค่ะ มาแล้วค่ะ เพิ่งเริ่ม

8
00:00:28,019 --> 00:00:32,019

9
00:00:32,020 --> 00:00:36,020
นักศึกษาดู

10
00:00:36,022 --> 00:00:40,022
ตัวเอกสารนะคะ Powerpoint

11
00:00:40,023 --> 00:00:44,023
นะคะ พี่ล่ามเห็นด้วยอยู่ไหมคะ

12
00:00:44,025 --> 00:00:48,025
เห็นนะคะ (ล่าม) เห็นค่ะ (อาจารย์)

13
00:00:48,026 --> 00:00:52,026
อันนี้คือ... ล่าม นักเรียน

14
00:00:52,028 --> 00:00:56,028
อาจารย์

15
00:00:56,030 --> 00:01:00,030

16
00:01:00,032 --> 00:01:04,032

17
00:01:04,033 --> 00:01:08,033
อ๋อ

18
00:01:08,036 --> 00:01:12,036
ค่ะ ค่ะ

19
00:01:12,038 --> 00:01:16,038
โอ.เค. ค่ะ

20
00:01:16,041 --> 00:01:20,041
เอาไว้ ค่ะ ได้ค่ะ เพราะว่าครั้งแรก

21
00:01:20,042 --> 00:01:24,042
ที่ใช้นะคะ อาจจะยังงง ๆ อยู่นะคะ

22
00:01:24,043 --> 00:01:28,043
นักศึกษาก็ใครสงสัยประเด็นไหน

23
00:01:28,048 --> 00:01:32,048
นะคะ ก็สามารถสอบถามตัวต่อตัวได้เหมือนกัน

24
00:01:32,049 --> 00:01:36,049
นะคะ อาทิตย์ที่แล้วนะคะ

25
00:01:36,051 --> 00:01:40,051
อาจารย์ได้ให้คำอธิบาย แล้วก็อธิบายความผิด

26
00:01:40,052 --> 00:01:44,052
ในส่วนของความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เบื้องต้น มาตรา

27
00:01:44,053 --> 00:01:48,053
5 มาตร 6 มาตร 7 ตามหน้าจอนี้

28
00:01:48,059 --> 00:01:52,059
นะคะ ทีนี้

29
00:01:52,062 --> 00:01:56,062
ที่อาจารย์ให้นักศึกษาดูนะคะ ว่าลักษณะ

30
00:01:56,064 --> 00:02:00,064
ความผิดแต่ละมาตรา ความผิดแต่ละมาตรา

31
00:02:00,065 --> 00:02:04,065
มันก็จะแตกต่างกันนะคะ อย่างมาตรา 5 นี่

32
00:02:04,067 --> 00:02:08,067
เป็นความผิดลักษณะไหน มาตรา 5 เป็นความผิด

33
00:02:08,084 --> 00:02:12,084
ในลักษณะที่ผู้ใด ก็คือใครก็ได้

34
00:02:12,087 --> 00:02:16,087
จะเป็นใครก็ได้ เข้าถึง มีการ

35
00:02:16,087 --> 00:02:20,087
เข้าถึงนะคะ คำว่าเข้าถึงในที่นี้คืออะไร

36
00:02:20,088 --> 00:02:24,088
ก็คือมีการ ถ้าเป็นภาษาคอม ก็คือมีการ Access

37
00:02:24,089 --> 00:02:28,089
ใช่ไหม เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์

38
00:02:28,089 --> 00:02:32,089
ของบุคคลอื่นโดยไม่ได้

39
00:02:32,089 --> 00:02:36,089
รับอนุญาต ถูกต้องไหมคะ ดังนั้นนี่ถ้า

40
00:02:36,089 --> 00:02:40,089
มีการเข้าถึงคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่น

41
00:02:40,090 --> 00:02:44,090
โดยที่เป็นอย่างไรคะ ตัวเอาไม่ได้อนุญาตให้เขา

42
00:02:44,092 --> 00:02:48,092
เข้าได้ คนที่เขาเข้ามาสู่ระบบคอมพิวเตอร์

43
00:02:48,094 --> 00:02:52,094
ของเรามีความผิดไหมคะ มีความผิด แต่ทีนี้

44
00:02:52,096 --> 00:02:56,096
ระบบคอมพิวเตอร์นะคะ หมายความว่าอะไรบ้าง

45
00:02:56,099 --> 00:03:00,099
เฉพาะคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ

46
00:03:00,099 --> 00:03:04,099

47
00:03:04,099 --> 00:03:08,099
เอาหมายเลขอะไรดี ตอบอาจารย์หน่อย

48
00:03:08,101 --> 00:03:12,101
เอาหมายเลข

49
00:03:12,102 --> 00:03:16,102
หมายเลข 8 อยากลองเล่นดู

50
00:03:16,108 --> 00:03:20,108
ระบบคอมพิวเตอร์

51
00:03:20,110 --> 00:03:24,110
ระบบคอมพิวเตอร์มีอะไรบ้างเอ่ย

52
00:03:24,111 --> 00:03:28,111
ที่เป็นระบบคอมพิวเตอร์ตามความเข้าใจของเรา

53
00:03:28,112 --> 00:03:32,112

54
00:03:32,115 --> 00:03:36,115
มีอะไรบ้างลูก

55
00:03:36,115 --> 00:03:40,115
เฉพาะคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะนี้ไหมครับ

56
00:03:40,117 --> 00:03:44,117
ที่เราเรียนมา ระบบคอมพิวเตอร์

57
00:03:44,118 --> 00:03:48,118
ตามภาษาคอมพิวเตอร์ที่เราได้ศึกษา

58
00:03:48,119 --> 00:03:52,119
มันคืออะไรบ้างเอ่ย

59
00:03:52,119 --> 00:03:56,119

60
00:03:56,119 --> 00:04:00,119
อธิบายให้อาจารย์ฟังหน่อย ระบบคอมพิวเตอร์

61
00:04:00,122 --> 00:04:04,122
ตามความเข้าใจของเราเลย

62
00:04:04,123 --> 00:04:08,123
(ล่าม) เขาบอกว่ามีข่าว

63
00:04:08,130 --> 00:04:12,130
มีข้อมูลต่าง ๆ

64
00:04:12,130 --> 00:04:16,130
(อาจารย์) ระบบคอมพิวเตอร์ นักศึกษาดูตามเอกสารขอ

65
00:04:16,131 --> 00:04:20,131
มันมีลักษณะเป็นเหมือนฮาดแวร์

66
00:04:20,132 --> 00:04:24,132
คอมพิวเตอร์ตั้งโต้ะ

67
00:04:24,134 --> 00:04:28,134
ทีนี้สิ่งที่นักศึกษาบอกว่าเป็นอะไรนะ มันเป็นข่าว

68
00:04:28,134 --> 00:04:32,134
ตัวนั้นจะมีลักษณะเป็นเหมือน Software หรือเปล่า

69
00:04:32,136 --> 00:04:36,136
ที่เราได้เรียนมา

70
00:04:36,137 --> 00:04:40,137
ไอ้ตัวระบบคอมพิวเตอร์

71
00:04:40,139 --> 00:04:44,139
คำว่าจะต้อง Access เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์

72
00:04:44,140 --> 00:04:48,140
มันคือกระบวนการไหนลู

73
00:04:48,141 --> 00:04:52,141
มันคือระบบคอมพิวเตอร์ที่หน้าตาอย่างไร

74
00:04:52,147 --> 00:04:56,147
ยากไปไหม

75
00:04:56,148 --> 00:05:00,148

76
00:05:00,150 --> 00:05:04,150
มีอะไรบ้างครับ ยังอยู่หมายเลข 8 อยู่นะลูก

77
00:05:04,150 --> 00:05:08,150
ไหนเพื่อนคนอื่น

78
00:05:08,152 --> 00:05:12,152
ช่วยตอบหน่อย อะไรดี

79
00:05:12,153 --> 00:05:16,153
23

80
00:05:16,154 --> 00:05:20,154

81
00:05:20,156 --> 00:05:24,156
ระบบคอมพิวเตอร์ ๆ

82
00:05:24,157 --> 00:05:28,157
อาจารย์ยกตัวอย่างว่า นี่ค่ะ มันเป็น

83
00:05:28,159 --> 00:05:32,159
คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะอย่างเดียวไหม

84
00:05:32,160 --> 00:05:36,160

85
00:05:36,161 --> 00:05:40,161
(ล่าม) เขาบอกว่าอย่างเดียว

86
00:05:40,163 --> 00:05:44,163
ครับ แล้วถ้าเรามีโทรศัพท์มือถือ

87
00:05:44,165 --> 00:05:48,165
ใช่หรือเปล่า

88
00:05:48,167 --> 00:05:52,167
(ล่าม) ใช่ครับ โทรศัพท์ก็ใช่ครับ

89
00:05:52,177 --> 00:05:56,177
(อาจารย์) โทรศัพท์ก็ใช่ครับ

90
00:05:56,179 --> 00:06:00,179
(ล่าม) เขาบอกโทรศัพท์ต้องเป็นอินเทอร์เน็ตน่ะครับ (อาจารย์)

91
00:06:00,180 --> 00:06:04,180
จะต้องมีระบบเชื่อมโยงเครือข่าย

92
00:06:04,182 --> 00:06:08,182
อย่างนี้หรือเปล่าคะ

93
00:06:08,183 --> 00:06:12,183
(ล่าม) ใช่ ๆ ๆ ครับ (อาจารย์) อ๋อ

94
00:06:12,185 --> 00:06:16,185
ถ้าตามสิ่งที่เราได้ศึกษามา

95
00:06:16,186 --> 00:06:20,186
ในสาขาคอมพิวเตอร์นี่ คำว่า

96
00:06:20,186 --> 00:06:24,186
ระบบคอมพิวเตอร์คืออะไร เพราะตอนนี้อาจารย์

97
00:06:24,187 --> 00:06:28,187
จบนิติศาสตร์นะคะ ก็จะไม่เข้าใจอย่างชัดเจน

98
00:06:28,187 --> 00:06:32,187
เท่าไหร่ ช่วยอธิบายอาจารย์หน่อย

99
00:06:32,188 --> 00:06:36,188

100
00:06:36,189 --> 00:06:40,189

101
00:06:40,191 --> 00:06:44,191

102
00:06:44,193 --> 00:06:48,193
(ล่าม) เขาบอกว่ายังเป็นคอมพิวเตอร์ PC อย่างเดียว

103
00:06:48,199 --> 00:06:52,199
โทรศัพท์ได้ อีเมลก็เหมือนกัน ที่สำคัญ

104
00:06:52,199 --> 00:06:56,199
จะต้องมีอินเทอร์เน็ต (อาจารย์) โอ.เค.

105
00:06:56,206 --> 00:07:00,206
ปรบมือให้เพื่อนหน่อยนะคะ เพื่อนตอบถูกนะคะ

106
00:07:00,207 --> 00:07:04,207

107
00:07:04,207 --> 00:07:08,207
แสดงว่าในระบบคอมพิวเตอร์

108
00:07:08,208 --> 00:07:12,208
นะคะ ที่เราได้ศึกษามา มันจะต้องมีการ

109
00:07:12,220 --> 00:07:16,220
เชื่อมโยงใช่ไหมคะ ทางอินเทอร์เน็ตทาง

110
00:07:16,222 --> 00:07:20,222
ระบบเครือข่าย ที่สามารถออนไลน์ได้ด้วย

111
00:07:20,222 --> 00:07:24,222
ถ้าเป็นแค่คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ

112
00:07:24,222 --> 00:07:28,222
แต่ไม่เสียบปลั๊ก ใช้งานไม่ได้

113
00:07:28,224 --> 00:07:32,224
ถ้ามีคนเข้าระบบไปงัดไปแงะ

114
00:07:32,225 --> 00:07:36,225
อย่างนี้ จะผิด พรบ. คอมพิวเตอร์ไหม

115
00:07:36,225 --> 00:07:40,225
อาจารย์ยกตัวอย่างคือ คอมพิวเตอร์

116
00:07:40,227 --> 00:07:44,227
ตั้งโต๊ะนี่ล่ะค่ะ ไม่ได้เสียบปลั๊กเลยนะ

117
00:07:44,228 --> 00:07:48,228
ไม่ได้เสียบปลั๊กเลยนะลูก เหมือนเป็นค

118
00:07:48,244 --> 00:07:52,244
คอมฯ ที่มันพัง

119
00:07:52,244 --> 00:07:56,244
วางอยู่แล้วก็มีไอ้ตัว

120
00:07:56,245 --> 00:08:00,245
CPU วางอยู่ เขาก็ไปงัด ไปแงะค่ะ

121
00:08:00,251 --> 00:08:04,251
ถามว่ามันการ

122
00:08:04,255 --> 00:08:08,255

123
00:08:08,256 --> 00:08:12,256
เพื่อนตอบว่าอย่างไร

124
00:08:12,257 --> 00:08:16,257
คะ

125
00:08:16,259 --> 00:08:20,259
(ล่าม) มี ๆ ครับ

126
00:08:20,260 --> 00:08:24,260

127
00:08:24,264 --> 00:08:28,264

128
00:08:28,266 --> 00:08:32,266

129
00:08:32,269 --> 00:08:36,269
(อาจารย์) ผิดไหม

130
00:08:36,270 --> 00:08:40,270

131
00:08:40,272 --> 00:08:44,272
(ล่าม) เขาบอกว่าได้ในคอมพิวเตอร์มันมีความจำอยู่

132
00:08:44,273 --> 00:08:48,273
นะครับ (อาจารย์)

133
00:08:48,274 --> 00:08:52,274

134
00:08:52,274 --> 00:08:56,274
(อาจารย์) เพื่อนบอกว่า ในตัวนี้

135
00:08:56,274 --> 00:09:00,274
มันก็ยังมีเหมือนหน่วยความจำ มี CPU ใช่ไหมคะ

136
00:09:00,275 --> 00:09:04,275
แต่กรณีที่อาจารย์ยกตัวอย่าง ไปงัดไปแงะ

137
00:09:04,277 --> 00:09:08,277
เพื่อเอาข้อมูลออกไป โดยที่ใช้

138
00:09:08,277 --> 00:09:12,277
ระบบเครือข่ายออนไลน์ไหม

139
00:09:12,277 --> 00:09:16,277
ได้ใช้ไหม อาจารย์บอกแล้วไม่ได้เสียบปลั๊กเลยนะลูก

140
00:09:16,291 --> 00:09:20,291
ไม่ได้เสียบปลั๊กเลยนะคะ

141
00:09:20,292 --> 00:09:24,292
เห็นไหม นี่คือความแตกต่างนะคะ เมื่อกี้เราก็บอกว่า

142
00:09:24,293 --> 00:09:28,293
ถ้ามันจะเป็นการ Access เข้าคอมพิวเตอร์ได้

143
00:09:28,295 --> 00:09:32,295
ของการเชื่อมต่อออนไลน์ใช่ไหมคะ มันถึงจะผิด พรบ.

144
00:09:32,296 --> 00:09:36,296
คอมพิวเตอร์นะคะ แต่ถ้าเราไม่ได้เสียบปลั๊กเลย

145
00:09:36,296 --> 00:09:40,296
คอมฯ มันพังอยู่นะคะ แล้วก็มีคนไปงัดไปแงะ

146
00:09:40,297 --> 00:09:44,297
แล้วก็เอาอุปกรณ์ไป อันนี้

147
00:09:44,298 --> 00:09:48,298
มันจะผิดกฎหมายอาญา คือลักทรัพย์

148
00:09:48,298 --> 00:09:52,298
นะคะ แต่มันยังไม่ได้ผิด

149
00:09:52,299 --> 00:09:56,299
พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ หรือกฎหมายคอมพิวเตอร์

150
00:09:56,301 --> 00:10:00,301
โอ.เค. นะคะ แต่ถือว่าเพื่อน

151
00:10:00,302 --> 00:10:04,302
มีความเข้าใจนะคะ มีความเข้าใจ

152
00:10:04,303 --> 00:10:08,303
ไปหมายเลขไหนต่อดีนะ

153
00:10:08,304 --> 00:10:12,304

154
00:10:12,304 --> 00:10:16,304
คุณโจโจ้นะคะ คุณโจโจ้

155
00:10:16,304 --> 00:10:20,304
เมื่อกี้ที่อาจารย์ยกตัวอย่างว่า ถ้า

156
00:10:20,306 --> 00:10:24,306
จะต้องมีการ Access เข้า

157
00:10:24,306 --> 00:10:28,306
สู่ระบบคอมพิวเตอร์ใช่ไหมคะ ต้องมีการออนไลน์

158
00:10:28,307 --> 00:10:32,307
ถ้าโทรศัพท์เมื่อกี้ที่อาจารย์ยกตัวอย่าง

159
00:10:32,312 --> 00:10:36,312
โทรศัพท์ โทรศัพท์วางอยู่บนโต๊ะ

160
00:10:36,313 --> 00:10:40,313
นะคะ แล้วเราก็

161
00:10:40,315 --> 00:10:44,315
หยิบโทรศัพท์ของใครก็ไม่รู้ล่ะ กดเข้าไป

162
00:10:44,315 --> 00:10:48,315
กดเข้าไปดู อย่างนี้ผิด พรบ.

163
00:10:48,316 --> 00:10:52,316
คอมไหมคะ ผิดกฎหมายคอมพิวเตอร์ไหม

164
00:10:52,322 --> 00:10:56,322

165
00:10:56,328 --> 00:11:00,328
(ล่าม) ผิดครับ (อาจารย์) ที่ผิดเพราะอะไรครับ

166
00:11:00,329 --> 00:11:04,329
ทราบไหมคะ

167
00:11:04,330 --> 00:11:08,330
(ล่าม) ก็เราแอบเข้าไปน่ะครับ

168
00:11:08,330 --> 00:11:12,330
(อาจารย์) เข้าไปในระบบคอมพิวเตอร์

169
00:11:12,332 --> 00:11:16,332
ของคนอื่นใช่ไหมคะ โดยที่บุคคลนั้นอนุญาตไหม

170
00:11:16,333 --> 00:11:20,333
อนุญาต ไม่ได้อนุญาต

171
00:11:20,341 --> 00:11:24,341
ใช่ไหมคะ ทีนี้อาทิตย์ที่แล้ว

172
00:11:24,341 --> 00:11:28,341
อาจารย์ยกตัวอย่างแล้วล่ะ ถ้าเราเห็นโทรศัพท์

173
00:11:28,342 --> 00:11:32,342
ตกอยู่ที่พื้นนะคะ เราก็

174
00:11:32,344 --> 00:11:36,344
หยิบโทรศัพท์เครื่องนั้นขึ้นมา แล้วกดเข้าไป

175
00:11:36,344 --> 00:11:40,344
เพื่อที่จะไปดูว่า โทรศัพท์เครื่องนี้

176
00:11:40,346 --> 00:11:44,346
เป็นของใคร พอ

177
00:11:44,347 --> 00:11:48,347
เรากดเข้าไปดูข้อมูล

178
00:11:48,349 --> 00:11:52,349
เข้าไปดูในระบบคอมพิวเตอร์ และเข้าไปดู

179
00:11:52,351 --> 00:11:56,351
ว่าเป็นของใคร

180
00:11:56,351 --> 00:12:00,351
พอเราพบแล้ว ว่ามันเป็นของอ้นนี่

181
00:12:00,353 --> 00:12:04,353
เพื่อนเรา เราก็เอาโทรศัพท์เครื่องนั้

182
00:12:04,353 --> 00:12:08,353
ไปคืนอ้น ถามว่ายังมี

183
00:12:08,354 --> 00:12:12,354
ผิดตามกฎหมายนี้อยู่ไหมคะ

184
00:12:12,354 --> 00:12:16,354
มันเป็นความผิดแล้วหรือยัง

185
00:12:16,356 --> 00:12:20,356
โจโจ้เก็บได้

186
00:12:20,356 --> 00:12:24,356
โจโจ้เก็บได้ แล้วโจโจ้ก็เข้ามือถือ

187
00:12:24,358 --> 00:12:28,358
เขา เข้าไปดูข้อมูล เข้าไปดูเบอร์โทร

188
00:12:28,358 --> 00:12:32,358
เพื่อที่จะได้รู้ว่า โทรศัพท์เครื่องนี้เป็นของใคร

189
00:12:32,358 --> 00:12:36,358
เป็นของใคร โจ้ก็เอาไปคืนเพื่อน

190
00:12:36,359 --> 00:12:40,359
ถามว่าเป็นความผิดไหม

191
00:12:40,360 --> 00:12:44,360
ผิดไหมคะ โจ้

192
00:12:44,361 --> 00:12:48,361

193
00:12:48,363 --> 00:12:52,363

194
00:12:52,364 --> 00:12:56,364
(ล่าม) ก็ยังผิดอยู่นะครับ (อาจารย์) แสดง

195
00:12:56,369 --> 00:13:00,369
ว่าต่อไปนี้เราเจอโทรศัพท์ใครเราก็ไม่กล้าหยิบเลยสิ

196
00:13:00,370 --> 00:13:04,370
เพราะเรากลัวความผิด

197
00:13:04,371 --> 00:13:08,371
แต่โจ้มีเจตนาอย่างไรลูก

198
00:13:08,372 --> 00:13:12,372
โจ้เก็บโทรศัพท์เขามาดู

199
00:13:12,373 --> 00:13:16,373
โจ้มีเจตนาดีไหมคะ

200
00:13:16,374 --> 00:13:20,374
โจ้

201
00:13:20,376 --> 00:13:24,376
อยากจะเอาของ คือโทรศัพท์ไปคืนเพื่อน

202
00:13:24,378 --> 00:13:28,378
กับอีกอันหนึ่ง

203
00:13:28,379 --> 00:13:32,379
โจ้เห็นโทรศัพท์อยู่ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาใส่กระเป๋าตัวเอง

204
00:13:32,380 --> 00:13:36,380
อันนี้เจตนาดีหรือไม่ดี

205
00:13:36,380 --> 00:13:40,380

206
00:13:40,381 --> 00:13:44,381
โจ้ ตอบหน่อยสิลูก (ล่าม) ใช่ ๆ

207
00:13:44,393 --> 00:13:48,393
อันนี้คิดไม่ดีครับ (อาจารย์)

208
00:13:48,399 --> 00:13:52,399
แสดงว่าอะไร ไหน เดี๋ยว

209
00:13:52,401 --> 00:13:56,401
หมายเลขอื่นช่วยหน่อยค่ะ

210
00:13:56,403 --> 00:14:00,403
ตอนนี้อยากให้เด็กหูฯ

211
00:14:00,404 --> 00:14:04,404
กำลังมองว่ามีหมายเลขอะไรบ้าง

212
00:14:04,404 --> 00:14:08,404
12

213
00:14:08,405 --> 00:14:12,405
เด็กหูฯ ใช่ไหมคะ 12

214
00:14:12,406 --> 00:14:16,406
เมื่อกี้

215
00:14:16,406 --> 00:14:20,406
ที่อาจารย์ถามว่า ถ้า

216
00:14:20,408 --> 00:14:24,408
เราเห็นโทรศัพท์ตกอยู่นะคะ

217
00:14:24,409 --> 00:14:28,409
กรณีแรก หยิบเข้ามาเข้าสู่ระบบ

218
00:14:28,409 --> 00:14:32,409
คอมพิวเตอร์ เพื่อที่จะหาเจ้าของ และเพื่อ

219
00:14:32,410 --> 00:14:36,410
เอาโทรศัพท์นี้ไปคืนเขา กับอีกกรณีหนึ่ง

220
00:14:36,412 --> 00:14:40,412
หยิบขึ้นมา แล้วก็กดค่ะ เข้าไป

221
00:14:40,423 --> 00:14:44,423
ดูว่าเป็นของใครก็จริง แต่เก็บเข้ากระเป๋าตัวเอง

222
00:14:44,425 --> 00:14:48,425
อันไหนเจตนาดี

223
00:14:48,426 --> 00:14:52,426
กรณีแรกหรือกรณีที่ 2

224
00:14:52,427 --> 00:14:56,427
(ล่าม) หาเจ้าของค่ะ

225
00:14:56,428 --> 00:15:00,428
หาเจ้าของ เป็นเจตนาดีค่ะ (อาจารย์) แสดงว่าการหาเจ้าของ

226
00:15:00,429 --> 00:15:04,429
และถามว่า ถ้าเราเอาโทรศัพท์เขากดเข้าไปดู

227
00:15:04,431 --> 00:15:08,431
ผิดหรือไม่ผิด

228
00:15:08,439 --> 00:15:12,439
ผิดหรือไม่ผิดคะ

229
00:15:12,440 --> 00:15:16,440

230
00:15:16,441 --> 00:15:20,441
เมื่อกี้หนูบอกว่า เห็นโทรศัพท์ตกอยู่

231
00:15:20,443 --> 00:15:24,443
หนูอยากจะเอาโทรศัพท์เครื่องนี้ไปคืนเพื่อน

232
00:15:24,444 --> 00:15:28,444
หนูบอกมันเป็นเจตนาดี หนู

233
00:15:28,445 --> 00:15:32,445
กดโทรศัพท์เข้าดู โดยที่เจ้าของเขาก็ไม่รู้หร ก

234
00:15:32,447 --> 00:15:36,447
อย่างนี้ ถามว่าผิดหรือไม่ผิด

235
00:15:36,448 --> 00:15:40,448

236
00:15:40,450 --> 00:15:44,450
ผิดไหมลูก

237
00:15:44,451 --> 00:15:48,451

238
00:15:48,451 --> 00:15:52,451
ผิดค่ะ

239
00:15:52,453 --> 00:15:56,453

240
00:15:56,454 --> 00:16:00,454
(อาจารย์) เดี๋ยวยังอยู่กรณีนี้อยู่นะคะ

241
00:16:00,455 --> 00:16:04,455
ใครอยาจะช่วยเพื่อนตอบ 13

242
00:16:04,456 --> 00:16:08,456
หนูเห็นว่าอย่างไร ผิดหรือไม่ผิด

243
00:16:08,458 --> 00:16:12,458

244
00:16:12,459 --> 00:16:16,459
เห็นโทรศัพท์ตกอยู่ ไปเก็บ แต่จำเป็น

245
00:16:16,459 --> 00:16:20,459
ที่จะต้องกดเข้าไปดูค่ะ ว่าเป็นของใคร

246
00:16:20,461 --> 00:16:24,461
เข้าไปดูเอง เป็นการกระทำที่ผิดค่ะ (อาจารย์)

247
00:16:24,462 --> 00:16:28,462
อย่างไรหนูก็ยังมองว่า

248
00:16:28,463 --> 00:16:32,463
ถึงเรามีเจตนาดี แต่ก็ยังผิดอยู่ดี

249
00:16:32,465 --> 00:16:36,465
อย่างนี้ถูกต้องไหมคะ (ล่าม)

250
00:16:36,466 --> 00:16:40,466
ใช่ค่ะ มีใครอยากตอบ

251
00:16:40,467 --> 00:16:44,467
ช่วยเพื่อนไหมเอ่ย หรือว่าใคร

252
00:16:44,467 --> 00:16:48,467
มีใครมีความเห็นต่าง จากกรณที่เพื่อนอธิบาย

253
00:16:48,468 --> 00:16:52,468
มีไหมคะ

254
00:16:52,476 --> 00:16:56,476

255
00:16:56,477 --> 00:17:00,477
29 ลูก

256
00:17:00,478 --> 00:17:04,478

257
00:17:04,479 --> 00:17:08,479
คอมฯ ไม่ขึ้นหรือคะ ค้างหรือคะ

258
00:17:08,482 --> 00:17:12,482
อะไรนะ เพื่อนไม่เปิด

259
00:17:12,483 --> 00:17:16,483
หรือคะ

260
00:17:16,484 --> 00:17:20,484

261
00:17:20,485 --> 00:17:24,485
อ๋อ เอา 28 ก็ได้นะ อยู่ใกล้กัน

262
00:17:24,487 --> 00:17:28,487
ขึ้นไหมคะ มันค้าง

263
00:17:28,489 --> 00:17:32,489
น่ะค่ะ

264
00:17:32,489 --> 00:17:36,489

265
00:17:36,491 --> 00:17:40,491

266
00:17:40,493 --> 00:17:44,493

267
00:17:44,495 --> 00:17:48,495
เข้าได้ไหมคะ

268
00:17:48,496 --> 00:17:52,496
เอ่ย โอ.เค.

269
00:17:52,498 --> 00:17:56,498
เปิดแมสก์ไหมลูก

270
00:17:56,500 --> 00:18:00,500
จะได้เห็นหน้าหล่อ ๆ หน่อย

271
00:18:00,500 --> 00:18:04,500
หล่อจริง

272
00:18:04,501 --> 00:18:08,501
เข้าใจไหมคะ เมื่อกี้ หรือยังไม่ได้ดู

273
00:18:08,515 --> 00:18:12,515
ก็คือถ้าเราเห็นโทรศัพท์เพื่อนตกอยู่ แต่

274
00:18:12,525 --> 00:18:16,525
เรามีเจตนาดี ที่จะเอาโทรศัพท์ไปคืนเขา

275
00:18:16,525 --> 00:18:20,525
ก็ต้องมีความจำเป็นต้องกดเข้าสู่มือถือ

276
00:18:20,527 --> 00:18:24,527
นี่ค่ะ เข้าไปดูว่ามันเป็นของใคร มีเบอร์โทร.

277
00:18:24,530 --> 00:18:28,530
มีรูปไหม อย่างนี้ถามว่าผิดไหม

278
00:18:28,530 --> 00:18:32,530

279
00:18:32,531 --> 00:18:36,531
แต่เรามีเจตนาที่อยากจะเอาไปคืนเจ้าของเขานะ

280
00:18:36,532 --> 00:18:40,532
แต่ถ้าเราเอาโทรศัพท์ขึ้นมาดูเฉย ๆ

281
00:18:40,533 --> 00:18:44,533
ก็คงไม่รู้ล่ะว่ามันเป็นของใคร (ล่าม)

282
00:18:44,535 --> 00:18:48,535
เขาบอกว่าผิดครับ เขาบอกว่าเจ้าของก็โทรฯ มา

283
00:18:48,536 --> 00:18:52,536
เดี๋ยวเจ้าของเขาโทร. มาเดี๋ยวเรา

284
00:18:52,537 --> 00:18:56,537
คุยกัน แล้วเราค่อยเอาไปให้เขาก็ได้ครับ

285
00:18:56,537 --> 00:19:00,537
โอ.เค. แสดงว่า

286
00:19:00,537 --> 00:19:04,537
เราแสดงว่า เราไม่อยากจะเข้าโทรศัพท์เลย คือ

287
00:19:04,538 --> 00:19:08,538
วางไว้เฉย ๆ เดี๋ยวเจ้าของเขาก็โทร. มาเอง

288
00:19:08,539 --> 00:19:12,539
กลัวความผิด ใช่ไหม จริง ๆ

289
00:19:12,539 --> 00:19:16,539
อยากคืนอยู่ แต่เราไม่กล้าที่จะเข้า

290
00:19:16,552 --> 00:19:20,552
แล้วก็รอให้เจ้าของโทรศัพท์มา

291
00:19:20,553 --> 00:19:24,553

292
00:19:24,554 --> 00:19:28,554
(ล่าม) ใช่ ๆ กลัวครับ

293
00:19:28,556 --> 00:19:32,556
(อาจารย์)

294
00:19:32,558 --> 00:19:36,558
อาจารย์ว่า เด็กปกติ

295
00:19:36,559 --> 00:19:40,559
อยากจะแชร์ไหมลูก

296
00:19:40,573 --> 00:19:44,573
หลายคนแล้ว มีไหม ช่วยเพื่อนหน่อย

297
00:19:44,574 --> 00:19:48,574

298
00:19:48,574 --> 00:19:52,574
หมายเลข

299
00:19:52,575 --> 00:19:56,575

300
00:19:56,577 --> 00:20:00,577
ค้าง 9 ค่ะ

301
00:20:00,581 --> 00:20:04,581
ข้างกัน ข้างเพื่อน

302
00:20:04,583 --> 00:20:08,583
หนูได้เปิดคอมฯ ไหม

303
00:20:08,584 --> 00:20:12,584

304
00:20:12,584 --> 00:20:16,584

305
00:20:16,587 --> 00:20:20,587

306
00:20:20,590 --> 00:20:24,590
อ๋อ ไม่คืออาจารย์อยากรู้ว่า

307
00:20:24,595 --> 00:20:28,595
จะมีความคิดที่เหมือนกันหรือแตกต่างกันไหม

308
00:20:28,595 --> 00:20:32,595

309
00:20:32,609 --> 00:20:36,609
มีใครเปิดแล้วคะ มีใครเปิดแล้ว

310
00:20:36,610 --> 00:20:40,610

311
00:20:40,611 --> 00:20:44,611

312
00:20:44,613 --> 00:20:48,613
เปิดหรือยังเอ่ย

313
00:20:48,615 --> 00:20:52,615
ยังค้างอยู่เลย

314
00:20:52,615 --> 00:20:56,615
1 อยากตอบไหม 1

315
00:20:56,616 --> 00:21:00,616
ใช่ไหมคะ

316
00:21:00,618 --> 00:21:04,618
11

317
00:21:04,620 --> 00:21:08,620
ไหนช่วยตอบหน่อยสิลูก

318
00:21:08,622 --> 00:21:12,622
นี่พูดเคสนี้ไป 3-4 รอบแล้วนะ

319
00:21:12,623 --> 00:21:16,623
สรุปว่าอย่างไร สรุปว่าอย่างไร หนูเห็นว่าอย่างไร

320
00:21:16,635 --> 00:21:20,635
เรามีเจตนาดีที่จะเอาไปคืนล่ะ

321
00:21:20,637 --> 00:21:24,637
แต่มันก็มีความจำเป็นที่จะต้องกดดูน่ะ อย่างนี้ผิดไหม

322
00:21:24,637 --> 00:21:28,637
เอ๊ะ

323
00:21:28,639 --> 00:21:32,639
ผิดครึ่งหนึ่งไม่ผิดครึ่งหนึ่ง

324
00:21:32,639 --> 00:21:36,639

325
00:21:36,654 --> 00:21:40,654

326
00:21:40,657 --> 00:21:44,657

327
00:21:44,661 --> 00:21:48,661
แบบไม่มีสิทธิ์

328
00:21:48,661 --> 00:21:52,661
มีคนอื่นอยากแชร์เพิ่มเติมไหมคะ

329
00:21:52,662 --> 00:21:56,662
ก่อนที่จะเฉลย เฉลยเลย

330
00:21:56,663 --> 00:22:00,663
หนูก็อยากรู้ใช่ไหมคะ

331
00:22:00,664 --> 00:22:04,664
จริง ๆ คือยากให้แชร์กันก่อนไง

332
00:22:04,666 --> 00:22:08,666
อ้นล่ะ อ้นเห็นว่าอย่างไร อ้น

333
00:22:08,668 --> 00:22:12,668

334
00:22:12,668 --> 00:22:16,668

335
00:22:16,669 --> 00:22:20,669
เข้าไปเพื่ออะไร อ้นนี่

336
00:22:20,671 --> 00:22:24,671
หมายเลขอะไรลูก

337
00:22:24,672 --> 00:22:28,672
อ๋อของอ้นเปิดไม่ได้

338
00:22:28,673 --> 00:22:32,673
(ล่าม) ไม่ได้ยินค่ะ

339
00:22:32,674 --> 00:22:36,674

340
00:22:36,674 --> 00:22:40,674

341
00:22:40,676 --> 00:22:44,676
โอ.เค.

342
00:22:44,678 --> 00:22:48,678
นะคะ ถ้าเป็นกรณีเมื่อกี้ที่อาจารย์บอกว่า

343
00:22:48,678 --> 00:22:52,678
เห็นโทรศัพท์นะคะ เห็นโทรศัพท์ แล้วมันตก

344
00:22:52,678 --> 00:22:56,678
อยู่ที่พื้นนะคะ ถ้าเราไปหยิบขึ้นมา

345
00:22:56,679 --> 00:23:00,679
นะคะ แล้วเราก็ตัดสินใจ

346
00:23:00,681 --> 00:23:04,681
แล้ว ว่าเรามีความตั้งใจ

347
00:23:04,684 --> 00:23:08,684
ที่จะเอาโทรศัพท์เครื่องนี้ไปคืนเจ้าของจริง ๆ

348
00:23:08,685 --> 00:23:12,685
นะคะ แม้ว่าในตัวกฎหมายนี่นะคะ

349
00:23:12,687 --> 00:23:16,687
เขาจะเขียนไว้เลยว่า เป็นอย่างไรคะ

350
00:23:16,687 --> 00:23:20,687
ถ้าผู้ใดมาตรา 5 นะคะ มาตรา 5

351
00:23:20,689 --> 00:23:24,689
ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบ

352
00:23:24,697 --> 00:23:28,697
คำว่า "โดยมิชอบ" ก็คือไม่ถูกกฎหมาย

353
00:23:28,698 --> 00:23:32,698
ใช่ไหมคะ โดยที่บุคคลนั้นไม่ได้อนุญาต

354
00:23:32,699 --> 00:23:36,699
มีการเข้าถึงนะคะ ซึ่งระบบ

355
00:23:36,701 --> 00:23:40,701
คอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่น

356
00:23:40,701 --> 00:23:44,701
โดยที่ไม่ได้รับอนุญาต จะต้อง

357
00:23:44,701 --> 00:23:48,701
มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน

358
00:23:48,702 --> 00:23:52,702
หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ พอ

359
00:23:52,703 --> 00:23:56,703
เราเห็นว่ามันโทษ ถ้าเราเข้า

360
00:23:56,704 --> 00:24:00,704
ระบบคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่น โดยที่ไม่ได้รับอนุญาต

361
00:24:00,706 --> 00:24:04,706
มันมีความผิดแน่นอน เราก็เลยตัดสินใจ

362
00:24:04,706 --> 00:24:08,706
ก็ทิ้งโทรศัพท์มันไว้อย่างนั่นล่ะ เดี๋ยวเจ้าของก็ต

363
00:24:08,716 --> 00:24:12,716
แต่จริง ๆ แล้วกฎหมายนี่

364
00:24:12,717 --> 00:24:16,717
มันมีองค์ประกอบนะคะ เราเรียกว่า "

365
00:24:16,718 --> 00:24:20,718
องค์ประกอบภายนอก และองค์ประกอบภายใน

366
00:24:20,719 --> 00:24:24,719
แม้ว่าองค์ประกอบภายนอกมันจะครบหมดเลย นักศึกษา

367
00:24:24,720 --> 00:24:28,720
ดูมาตรา 5 เราเป็นบุคคลอื่น ก็คือผูใด

368
00:24:28,721 --> 00:24:32,721
เรามีการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ค่ะ ก็คือ

369
00:24:32,722 --> 00:24:36,722
มีการกดเข้าไปในระบบมือถือของคนอื่น

370
00:24:36,723 --> 00:24:40,723
โดยที่ไม่ได้รับอนุญาตใช่ไหมคะ

371
00:24:40,724 --> 00:24:44,724
เรียกกระบวนการนี้ว่า ครบองค์ประกอบ

372
00:24:44,725 --> 00:24:48,725
ภายนอกนะคะ ครบหมดเลยค่ะ

373
00:24:48,726 --> 00:24:52,726
แต่อะไร แต่พอเรามาดูเจตนาภายใ

374
00:24:52,727 --> 00:24:56,727
ที่เรียกว่า "องค์ประกอบภายใน" ภายในจิตใจเร

375
00:24:56,727 --> 00:25:00,727
เป็นคนมีจิตใจดีไหมคะ เรายังมีจิตใจ

376
00:25:00,728 --> 00:25:04,728
ที่ดีนะ เราก็มีเจตนาที่ดีนะ

377
00:25:04,730 --> 00:25:08,730
ที่อยากจะเอาโทรศัพท์เครื่องนี้ไปคืนเจ้าของ

378
00:25:08,730 --> 00:25:12,730
กฎหมายบอกว่า แม้ว่ามันจะครบองค์ประกอบภายนอก

379
00:25:12,732 --> 00:25:16,732
ก็ตาม แต่ขาดองค์ประกอบภายใน

380
00:25:16,732 --> 00:25:20,732
เพราะคุณเป็นคนจิตใจดีไง เพราะคุณมีเจตนาที่

381
00:25:20,734 --> 00:25:24,734
อยากจะเอาไปคืนเจ้าของไง มันก็จะไม่ครบองค์ประกอบ

382
00:25:24,735 --> 00:25:28,735
และการกระทำนั้น ก็จะไม่เป็นความผิดตามมาตรา

383
00:25:28,735 --> 00:25:32,735
5 ค่ะ ถ้าไม่อย่างนั้นแล้ว ใครอยากจะทำดี ถูกต้องไหมลูก

384
00:25:32,737 --> 00:25:36,737
เก็บ

385
00:25:36,739 --> 00:25:40,739
เข้าไปดูมือถือเขา ว่าจะเข้าไปคืนเจ้าของ

386
00:25:40,739 --> 00:25:44,739
ด้วยซ้ำ แต่กลายเป็นว่า เธอมีความผิดนะ แล้ว

387
00:25:44,740 --> 00:25:48,740
ใครอยากจะเก็บนึกออกไหมคะ ใครอยากจะทำความดี

388
00:25:48,741 --> 00:25:52,741
นะคะ ดังนั้นกฎหมายก็เลยมองว่า แม้มันจะครบองค์ประกอบ

389
00:25:52,755 --> 00:25:56,755
ภายนอกก็ตาม แต่องค์ประกอบภายในคุณมี

390
00:25:56,763 --> 00:26:00,763
เจตนาที่ดี ไม่ได้มีเจตนาที่จะเอา

391
00:26:00,765 --> 00:26:04,765
ของเขามาเป็นของเรา

392
00:26:04,767 --> 00:26:08,767
นักศึกษาก็จะไม่เป็นความผิดตามมาตรา 5

393
00:26:08,776 --> 00:26:12,776
นะคะ ดังนั้น เมื่อกี้ที่อาจารย์ถามไป

394
00:26:12,777 --> 00:26:16,777
กับเพื่อน ๆ นี่ ก็ประเด็นเดียวนี่ล่ะ ที่เพื่อน ๆ

395
00:26:16,778 --> 00:26:20,778
น่าจะยังมีความสับสนอยู่ ก็คือเรื่องของเจตนา เรา

396
00:26:20,791 --> 00:26:24,791
มองว่าครบใช่ไหมคะ องค์ประกอบภายนอก

397
00:26:24,792 --> 00:26:28,792
ก็มันครบหมดแล้ว ก็เราหยิบโทรศัพท์

398
00:26:28,793 --> 00:26:32,793
เขา อย่างนี้ก็ผิดแล้ว แม้ว่าเราอยากจะเอาไปคืนก็ตาม

399
00:26:32,794 --> 00:26:36,794
นะคะ อาจารย์ถึงเน้นว่าถ้าเรามีเจตนาดีนะ

400
00:26:36,795 --> 00:26:40,795
ถ้าเราอยากจะเอาไปคืนเขานะ อันนี้

401
00:26:40,797 --> 00:26:44,797
คือองค์ประกอบภายในค่ะ ดังนั้นต้อง

402
00:26:44,798 --> 00:26:48,798
ดูนะคะว่า แม้ว่าจะครบองค์ประกอบภายนอกก็ตาม สิ่งที่

403
00:26:48,799 --> 00:26:52,799
เราทำไป เรามีเจตนาที่ดี เราก็จะไม่มีความผิด

404
00:26:52,800 --> 00:26:56,800
นะคะ สมมติว่าเทียบเคียงกฎหมายอาญา

405
00:26:56,801 --> 00:27:00,801
อย่างเช่นนี่ ลักทรัพย์

406
00:27:00,808 --> 00:27:04,808
ลักทรัพย์ก็คือผู้ใดเอาของคนอื่นไป

407
00:27:04,809 --> 00:27:08,809
เอาของของคนอื่นนะคะ ไปโดยที่

408
00:27:08,809 --> 00:27:12,809
เขาไม่รู้ไม่เห็น ผู้นั้นนี่

409
00:27:12,811 --> 00:27:16,811
มีความผิดฐานลักทรัพย์

410
00:27:16,811 --> 00:27:20,811
ครบองค์ประกอบภายนอก คือ เราเห็นโทรศัพท์ใช่ไหมคะ เห็นโทรศัพท์เพื่อน

411
00:27:20,812 --> 00:27:24,812
วางอยู่ นักศึกษาก็นี่ค่ะ

412
00:27:24,814 --> 00:27:28,814
โทรศัพท์เพื่อนเรา เราจำได้ เคสนี้

413
00:27:28,822 --> 00:27:32,822
สีชมพูหวานแหว

414
00:27:32,824 --> 00:27:36,824
เจตนาที่จะหยิบโทรศัพท์เครื่องนี้ แล้วก็ไปตามหา

415
00:27:36,825 --> 00:27:40,825
โจโจ้ค่ะ โจโจ้อยู่ไหน นี่โทรศัพท์เธอ

416
00:27:40,825 --> 00:27:44,825
ทำให้ทรัพย์เคลื่อนที่ไปจากเดินหรือยัง

417
00:27:44,826 --> 00:27:48,826
เราไปแล้วค่ะ ถ้าเราพิจารณาองค์ประกอบภายนอก

418
00:27:48,827 --> 00:27:52,827
ครบไหม เป็นความผิดฐานลักทรัพย์

419
00:27:52,829 --> 00:27:56,829
ใช่ไหมคะ เพราะเอาทรัพย์ของบุคคลอื่นไปค่ะ

420
00:27:56,829 --> 00:28:00,829
นี่คือองค์ประกอบภายนอก แต่คือ

421
00:28:00,830 --> 00:28:04,830
เจตนาภายใน มีเจตนาอะไรคะ

422
00:28:04,832 --> 00:28:08,832
อยากจะเอาโทรศัพท์เครื่องนี้ไปคืนเพื่อน เจตนา

423
00:28:08,833 --> 00:28:12,833
ดีไหม ดี เห็นไหมคะ

424
00:28:12,833 --> 00:28:16,833
มันก็จะไม่เป็นความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา

425
00:28:16,835 --> 00:28:20,835
คือความผิดฐานลักทรัพย์ แล้วการเข้าข้อมูลใน

426
00:28:20,836 --> 00:28:24,836
ระบบข้อมูล

427
00:28:24,843 --> 00:28:28,843
นั่นเองนะคะ ดังนั้นประการที่สำคัญที่สุด

428
00:28:28,845 --> 00:28:32,845
นะคะ คือ เจตนา ถ้าเรายืนยันว่ามี

429
00:28:32,845 --> 00:28:36,845
เจตนาดีนะคะ ที่ทำไปปนี่ เพราะเรา

430
00:28:36,860 --> 00:28:40,860
เรามีเจตนาดีจริง ๆ กฎหมายก็ทำอะไร

431
00:28:40,861 --> 00:28:44,861
เราไม่ได้นะคะ เพราะไม่อย่างนั้นแล้วน่ะ คนดีก็ไม่มีที่อยู่

432
00:28:44,861 --> 00:28:48,861
ถูกต้องไหมนะคะ ก็กลายเป็นว่า ทำแล้วผิด

433
00:28:48,861 --> 00:28:52,861
จะทำทำไม นะคะ ฉะนั้นเรื่องเจตนา

434
00:28:52,862 --> 00:28:56,862
สำคัญมาก ทีนี้พอมาตรา 5

435
00:28:56,863 --> 00:29:00,863
เข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์

436
00:29:00,865 --> 00:29:04,865
มาตราที่ใกล้เคียงกัน ก็คือ

437
00:29:04,880 --> 00:29:08,880
เข้าถึงข้อมูลคอมพิวเตอร์ คือ

438
00:29:08,880 --> 00:29:12,880
มาตรา 7 การเข้าถึงจะมี 2 มาตรา คือมาตรา 7 เข้าถึง

439
00:29:12,882 --> 00:29:16,882
ถึงระบบคอมพิวเตอร์ แต่มาตรา 7 เข้าถึง

440
00:29:16,883 --> 00:29:20,883
ข้อมูลคอมพิวเตอร์นะคะ ทีนี้มาตรา 7

441
00:29:20,883 --> 00:29:24,883
เรามาขยายความกันหน่อยว่าคืออะไร

442
00:29:24,898 --> 00:29:28,898
ยังจำกันได้อยู่ไหมคะ

443
00:29:28,899 --> 00:29:32,899
ข้อมูลคอมพิวเตอร์ลูก

444
00:29:32,900 --> 00:29:36,900
ข้อมูล ก็คือโปรแกรมต่าง ๆ ใช่ไหมคะ

445
00:29:36,902 --> 00:29:40,902
โปรแกรมคอมพิวเตอร์

446
00:29:40,902 --> 00:29:44,902
นะคะ พวกนี้ ถือว่าเป็นข้อมูล

447
00:29:44,904 --> 00:29:48,904
คอมพิวเตอร์ทั้งสิ้น ดังนั้นถ้าเรามีการเข้าถึง

448
00:29:48,904 --> 00:29:52,904
คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ เสร็จปั๊บ

449
00:29:52,905 --> 00:29:56,905
นะคะ เราก็แอบเข้าไปดูข้อมูลเขา

450
00:29:56,906 --> 00:30:00,906
นะคะ ที่อยู่ในเครื่องนะคะ เขา

451
00:30:00,907 --> 00:30:04,907
มีไฟล์งาน เข้าไปดู อย่างนี้

452
00:30:04,909 --> 00:30:08,909
นอกจากผิดมาตรา 5 คือเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์

453
00:30:08,910 --> 00:30:12,910
แล้วผิดมาตรา 7 คือเข้าสู่อะไรคะ เข้าสู่

454
00:30:12,912 --> 00:30:16,912
ระบบคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่นด้วย จะผิดทั้งมาตรา 5 และ

455
00:30:16,923 --> 00:30:20,923
มาตรา 7 นะคะ ส่วนมาตรา 6 ก็คือ

456
00:30:20,925 --> 00:30:24,925
นะคะ ผู้ใดนะคะ ผู้ใด

457
00:30:24,926 --> 00:30:28,926
ล่วงรู้มาตราการป้

458
00:30:28,928 --> 00:30:32,928
ก็คืออะไรคะ พวก Username Password

459
00:30:32,928 --> 00:30:36,928
นะคะ รหัสลับอะไรอย่างนี้ที่เราตั้งค่าไว้นี่

460
00:30:36,930 --> 00:30:40,930
ล่วงรู้แล้ว ทำอย่างไรต่อนะคะ ล่วงรู้แล้ว

461
00:30:40,931 --> 00:30:44,931
นี่นะคะ ล่วงรู้แล้ว

462
00:30:44,931 --> 00:30:48,931
รู้แล้วไปบอกต่อนะคะ

463
00:30:48,933 --> 00:30:52,933
มาตรา 6 นะคะ มาตราการเข้าถึง ล่วงรู้แล้ว

464
00:30:52,934 --> 00:30:56,934
ต่อค่ะ ไปบอกต่อนะคะ นี่

465
00:30:56,934 --> 00:31:00,934
คอมพิวเตอร์เครื่องนี้นะ มีรหัส 12345

466
00:31:00,935 --> 00:31:04,935
เข้าได้เลย เธอเข้าสิ รหัสนี้

467
00:31:04,935 --> 00:31:08,935
นึกออกไหมคะ ทีนี้อาจารย์มีอีกคำถามหนึ่ง

468
00:31:08,935 --> 00:31:12,935
นะคะ ตู้ ATM

469
00:31:12,936 --> 00:31:16,936
ตู้ ATM นะคะ ตู้ ATM นี่

470
00:31:16,938 --> 00:31:20,938
ถือว่าเป็นระบบ

471
00:31:20,938 --> 00:31:24,938
คอมพิวเตอร์ไหม ทำไมถึงเป็น

472
00:31:24,939 --> 00:31:28,939
ลูก

473
00:31:28,941 --> 00:31:32,941
ใช่ไหมคะ มันมี...

474
00:31:32,941 --> 00:31:36,941
มันมีการ

475
00:31:36,942 --> 00:31:40,942
มันมีโปรแกรมซอฟต์แวร์ แล้วก็เป็นการเชื่อมต่อ

476
00:31:40,943 --> 00:31:44,943
เครือข่ายอินเทอร์เน็ตใช่ไหมคะ เพื่อให้ใช้งานได้

477
00:31:44,944 --> 00:31:48,944
ดังนั้น ตู้ ATM นี่มันก็

478
00:31:48,945 --> 00:31:52,945
เป็นระบบคอมพิวเตอร์ ปรากฎว่าสิ่งไหนจะนำมาใช้

479
00:31:52,953 --> 00:31:56,953
กับตู้เอทีเอ็มคะ ตู้กดเงินสด

480
00:31:56,954 --> 00:32:00,954
นี่ สิ่งใด

481
00:32:00,954 --> 00:32:04,954
บัตรใช่ไหมคะ บัตร อะไรนะ

482
00:32:04,955 --> 00:32:08,955
เดี๋ยวนี้ก็ไม่มีบัตรก็

483
00:32:08,957 --> 00:32:12,957
ทำอย่างไรคะ Access เข้าผ่านแอปพลิเคชัน

484
00:32:12,958 --> 00:32:16,958
ได้นะคะ แต่ว่าแอปพลิเคชันนี่

485
00:32:16,959 --> 00:32:20,959
มันจะส่งสิ่งหนึ่งมาคะ มันจะส่งมาว่า

486
00:32:20,959 --> 00:32:24,959
เรากดเงินแบบไม่ใช้บัตรใช่ไหมคะ แล้ว

487
00:32:24,960 --> 00:32:28,960
กดจำนวนเงินว่าเราจะเอาจำนวนเงินเท่าไร พอเข้าสู่

488
00:32:28,961 --> 00:32:32,961
เขาเรียกว่าอะไร ถึงขั้นตอนสุดท้าย

489
00:32:32,962 --> 00:32:36,962
เขาจะส่งสิ่งหนึ่งมาให้เรา นั่นคือ

490
00:32:36,965 --> 00:32:40,965
Password เพื่อเอาไปเชื่อม

491
00:32:40,967 --> 00:32:44,967
กับตู้เอทีเอ็ม

492
00:32:44,968 --> 00:32:48,968
พวกนี้มันเป็นระบบอะไรคะ

493
00:32:48,969 --> 00:32:52,969
ระบบคอมพิวเตอร์ใช่ไหมคะ  ที่มีการเชื่อมโยงเครือ

494
00:32:52,971 --> 00:32:56,971
ทางอินเทอร์เน็ตหมดเลย ดังนั้นนี่

495
00:32:56,971 --> 00:33:00,971
เรากดแล้วเรียบร้อย รหัส

496
00:33:00,972 --> 00:33:04,972
มันโผล่ขึ้นมา เพื่อนนี่ตาไวกว่าเรา

497
00:33:04,983 --> 00:33:08,983
เพื่อนเห็นปุ๊บทำอย่างไรคะ เห็นปุ๊บ

498
00:33:08,985 --> 00:33:12,985
วิ่งไปกดเดี๋ยวนั้นเลย

499
00:33:12,986 --> 00:33:16,986
ผิดไหม แน่นอนเลย ใช่ไหมคะ อันนี้

500
00:33:16,986 --> 00:33:20,986
ผิดแน่นอนนะคะ แล้วพอเพื่อนรู้เสร็จปั๊บ

501
00:33:20,986 --> 00:33:24,986
บอกต่อเลย นี่ ๆ รหัสมันอย่างนี้นะ

502
00:33:24,988 --> 00:33:28,988
ไปกดต่อเลย ยิ่งถ้าเป็น

503
00:33:28,988 --> 00:33:32,988
รหัสเอทีเอ็มนี่ ตายตัวใช่ไหมคะ รหัสกดเงินสดออนไลน์นี่

504
00:33:32,990 --> 00:33:36,990
เขาเรียกว่าอะไร กดแบบออนไลน์นี่ Password

505
00:33:36,990 --> 00:33:40,990
มันจะเปลี่ยนไปตลอด แต่ถ้าบัตร ATM นี่

506
00:33:40,998 --> 00:33:44,998
เป็นอย่างไรคะ มันตายตัวตลอด

507
00:33:44,999 --> 00:33:48,999
แต่เราเขียนเลขบัตรไว้ หรือเราไม่ได้เขียนเลขบัตรไว้

508
00:33:49,000 --> 00:33:53,000
แต่เพื่อนรู้ ง่ายมากเลย 2 4 ตัว

509
00:33:53,002 --> 00:33:57,002
ใช่ไหมคะ ไปแล้วคะ ไปบอกนาย A ต่อ

510
00:33:57,003 --> 00:34:01,003
ไปบอกนาย ค. ต่อ ไปต่อเรื่อย ๆ

511
00:34:01,005 --> 00:34:05,005
ตัวนี้ถามว่าเขาเสียหายไหม เสียหาย

512
00:34:05,007 --> 00:34:09,007
คนที่รู้แล้วไปบอกต่อ มีความผิด

513
00:34:09,007 --> 00:34:13,007
มาตรา 6 ด้วยนะคะ แล้วคนที่เข้า

514
00:34:13,008 --> 00:34:17,008
ก็มีความผิดนะคะ ทั้งมาตรา 5 และ

515
00:34:17,009 --> 00:34:21,009
มาตรา 7 เห็นไหมคะ คนที่รู้แล้วไปบอกต่อ

516
00:34:21,009 --> 00:34:25,009
นะคะ อาจจะรู้แล้วไม่ทำนะคะ

517
00:34:25,010 --> 00:34:29,010
แต่เป็นคนเหมือนคนสนับสนุน เราได้บัตรมาแล้ว

518
00:34:29,012 --> 00:34:33,012
ยื่นต่อ นี่รหัส 1234 นะ เอาไปกดนะ

519
00:34:33,016 --> 00:34:37,016
อันนี้รู้แล้วไปบอกต่อ ตัวเองนี่มีความผิด

520
00:34:37,016 --> 00:34:41,016
ตามมาตรา 6 ใช่ไหมคะ แล้วคนที่รับไป

521
00:34:41,017 --> 00:34:45,017
ไปกดต่อ ใช่ไหมคะ ได้บัตรแล้วนี่

522
00:34:45,032 --> 00:34:49,032
ได้รหัสแล้วนิ ใช่ไหมคะ ก็ไปที่ตู้เลย ก็

523
00:34:49,032 --> 00:34:53,032
เสียบบัตรกดเข้าไปเลย

524
00:34:53,033 --> 00:34:57,033
ผิดข้อหาลักทรัพย์ไหม คนเอาไปนี่

525
00:34:57,034 --> 00:35:01,034
ถ้าเขาเอาบัตรนี่ ผิดแน่นอนอยู่แล้ว คือ

526
00:35:01,034 --> 00:35:05,034
ตัวการร่วมกันเป็นกระบวนการ

527
00:35:05,034 --> 00:35:09,034
นะคะ จริง ๆ แล้วกฎหมายนี่นะคะ มันก็

528
00:35:09,035 --> 00:35:13,035
ไม่ได้มีแค่ตัว พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์

529
00:35:13,045 --> 00:35:17,045
นะคะ กฎหมายอะไรอื่น ๆ เข้ามาอีก

530
00:35:17,045 --> 00:35:21,045
มันคือยกตัวอย่างให้ฟัง

531
00:35:21,047 --> 00:35:25,047
จะมีความผิดอย่างไรนะคะ แต่ความเป็นจริง

532
00:35:25,048 --> 00:35:29,048
อาจจะมีผิดหลายมาตร หลายกฎหมาย มากกว่านั้

533
00:35:29,049 --> 00:35:33,049
นะคะ ทีนี้นะคะ

534
00:35:33,050 --> 00:35:37,050

535
00:35:37,052 --> 00:35:41,052
ที่อาจารย์เคยบอกว่าอาทิตย์หน้า

536
00:35:41,052 --> 00:35:45,052
อาทิตย์หน้านะคะ อาทิตย์หน้า อาจารย์จะให้นักศึกษา

537
00:35:45,053 --> 00:35:49,053
ได้ลงไปสอบ

538
00:35:49,054 --> 00:35:53,054
ถามใช่ไหมคะ กับคนทั่ว ๆ ไปนะคะ

539
00:35:53,056 --> 00:35:57,056
คุณนี่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ พรบ.

540
00:35:57,057 --> 00:36:01,057
คอมพิวเตอร์มาตรา 5, 6, 7

541
00:36:01,059 --> 00:36:05,059
หรือไม่นะคะ นี่คือไอ้มาตราที่เราได้ศึกษากันไปนี่ค่ะ

542
00:36:05,060 --> 00:36:09,060
มาตรา 5 6 7 นี่ คุณมีความเข้าใจ

543
00:36:09,061 --> 00:36:13,061
อย่างไรนะคะ อาจารย์ก็เลยอาทิตย์ที่แล้ว

544
00:36:13,062 --> 00:36:17,062
อาจารย์ก็บอกว่าให้นักศึกษาจับคู่กัน

545
00:36:17,064 --> 00:36:21,064
คิดคำถามใช่ไหมคะ ว่าเราจะเอาคำถาม

546
00:36:21,065 --> 00:36:25,065
ไปถามนะคะ ไปถาม

547
00:36:25,066 --> 00:36:29,066
คนทั่ว ๆ ไปนะคะ ว่าคุณมีความรู้ความเข้าใจ

548
00:36:29,066 --> 00:36:33,066
นะคะ ในมาตรา 5, 6, 7 หรือไม่

549
00:36:33,067 --> 00:36:37,067
ทีนี้นี่อาจารย์ก็เลยลองทำมาดู

550
00:36:37,069 --> 00:36:41,069
ลองดูนะคะ ว่ามันจะใช้ได้ไหม

551
00:36:41,071 --> 00:36:45,071
เดี๋ยวเปิดให้ดูนะคะ

552
00:36:45,071 --> 00:36:49,071
อุ๋ยคะ

553
00:36:49,072 --> 00:36:53,072
ถ้าเราจะ... เรามีนี่ค่ะ

554
00:36:53,072 --> 00:36:57,072
ค่ะ จะปิ้ง

555
00:36:57,074 --> 00:37:01,074
ปิ้งตัวนี้

556
00:37:01,075 --> 00:37:05,075

557
00:37:05,076 --> 00:37:09,076

558
00:37:09,079 --> 00:37:13,079

559
00:37:13,084 --> 00:37:17,084

560
00:37:17,085 --> 00:37:21,085
ต้องคำสั่งตัวนี้

561
00:37:21,087 --> 00:37:25,087

562
00:37:25,087 --> 00:37:29,087

563
00:37:29,088 --> 00:37:33,088

564
00:37:33,090 --> 00:37:37,090

565
00:37:37,092 --> 00:37:41,092

566
00:37:41,097 --> 00:37:45,097
ได้ไหมคะ

567
00:37:45,100 --> 00:37:49,100
ใครยังมีข้อสงสัยมาตรา 5, 6, 7

568
00:37:49,102 --> 00:37:53,102
ใครยังไม่ไดเข้าใจประเด็นไหนไหม

569
00:37:53,102 --> 00:37:57,102
อยากให้อาจารย์อธิบายเพิ่มเติมหรือเปล่า

570
00:37:57,103 --> 00:38:01,103
คุยกันเป็นรายคนก็ได้นะคะ

571
00:38:01,104 --> 00:38:05,104
ถามอาจารย์เลย

572
00:38:05,105 --> 00:38:09,105

573
00:38:09,106 --> 00:38:13,106

574
00:38:13,107 --> 00:38:17,107
ได้ไหมเอ่ย

575
00:38:17,110 --> 00:38:21,110
เข้าใจไหมเอ่ย 5, 6, 7

576
00:38:21,110 --> 00:38:25,110
พอไหวไหม

577
00:38:25,110 --> 00:38:29,110
เพราะว่าเดี๋ยวหนูจะต้องไปถามเข้านะ

578
00:38:29,111 --> 00:38:33,111
ว่าคุณเข้าใจไหม มาตรา 5 6 7 เรานี่

579
00:38:33,113 --> 00:38:37,113
คุณเข้าใจ

580
00:38:37,114 --> 00:38:41,114
เรื่องการเข้าถึงไหม คุณเข้าใจระบบคอมพิวเตอร์ไหม

581
00:38:41,114 --> 00:38:45,114
คุณเข้าใจข้อมูลคอมพิวเตอร์ไหม นี่คือสิ่งที่หนู

582
00:38:45,115 --> 00:38:49,115

583
00:38:49,116 --> 00:38:53,116
โอ.เค.

584
00:38:53,117 --> 00:38:57,117
นี่นะคะ อาจารย์ทำตัวอย่าง

585
00:38:57,117 --> 00:39:01,117
อาจารย์ แบ่

586
00:39:01,119 --> 00:39:05,119
คือการวัดความเข้าใจ แล้วก็วัดความรู้

587
00:39:05,120 --> 00:39:09,120
อันนี้เป็นตัวอย่างที่อาจารย์ทำมาให้พวกคุณดู

588
00:39:09,122 --> 00:39:13,122
นะคะ

589
00:39:13,123 --> 00:39:17,123

590
00:39:17,124 --> 00:39:21,124

591
00:39:21,128 --> 00:39:25,128
ค่ะ เดี๋ยว

592
00:39:25,130 --> 00:39:29,130
เดี๋ยวมันมืดไปหน่อย

593
00:39:29,132 --> 00:39:33,132
ได้ไหม

594
00:39:33,134 --> 00:39:37,134
พี่ล่ามเห็นไหมคะ เห็นนะคะ

595
00:39:37,135 --> 00:39:41,135

596
00:39:41,148 --> 00:39:45,148
วัดความเข้าใจนะคะ วัดความเข้าใจใน

597
00:39:45,150 --> 00:39:49,150
มาตรา 5 6 7 กับประชาชนทั่วไปนี่ เราจะใช้คำถาม

598
00:39:49,152 --> 00:39:53,152
ไหน ในการวัดนะคะ อย่างแรกอาจารย์

599
00:39:53,152 --> 00:39:57,152
ลองถามเขาก่อนว่า

600
00:39:57,154 --> 00:40:01,154
ท่านเข้าใจระบบคอมพิวเตอร์หรือไม่

601
00:40:01,162 --> 00:40:05,162
นะคะ ก็คือคอมพิวเตอร์

602
00:40:05,163 --> 00:40:09,163
เหมือนเมื่อกี้ที่อาจารย์ถามเรา ว่าระบบคอมพิวเตอร์คืออะไร

603
00:40:09,165 --> 00:40:13,165
ใช่ไหมคะ ถ้าเราถามเขาว่าระบบคอมพิวเตอร์คืออะไร

604
00:40:13,166 --> 00:40:17,166
มันจะเป็นลักษณะของการอธิบายเลย แล้วบางคน

605
00:40:17,166 --> 00:40:21,166
อาจจะตอบยาก ถ้าใครไม่ได้เรีย

606
00:40:21,167 --> 00:40:25,167
คอมพิวเตอร์มาก็จะไม่เข้าใจว่า ไอ้ตัวคอมพิวเตอร์ System

607
00:40:25,169 --> 00:40:29,169
นี่ มันคืออะไรนะคะ ดังนั้น นักศึกษา

608
00:40:29,170 --> 00:40:33,170
อาจจะถามตัวนี้ค่ะ ท่านเข้าใจ

609
00:40:33,171 --> 00:40:37,171
ระบบคอมพิวเตอร์หรือไหม 5 4 3 2 1

610
00:40:37,172 --> 00:40:41,172
ถ้าเขาเข้าใจก็จะติ้กที่ 5 ถ้าเขา

611
00:40:41,172 --> 00:40:45,172
ไม่เข้าใจเขาก็จะไปติ๊กที่น้อยที่สุดเลย คือ 1

612
00:40:45,173 --> 00:40:49,173
นะคะ อันนี้คือวัดความเข้าใจเขา

613
00:40:49,174 --> 00:40:53,174
ในเบื้องต้น พอมาข้อ 2

614
00:40:53,174 --> 00:40:57,174
ท่านเข้าใจการเข้าถึง โดย

615
00:40:57,176 --> 00:41:01,176
มิชอบหรือไม่นะคะ เมื่อกี้ที่อาจารย์อธิบายไป

616
00:41:01,177 --> 00:41:05,177
นะคะ คือการ Access เข้านะคะ

617
00:41:05,178 --> 00:41:09,178
โดยที่บุคคลนั้นไม่ได้อนุญาต

618
00:41:09,179 --> 00:41:13,179
นะคะ คุณถามเขาไปเลยว่า ท่านเข้าใจ

619
00:41:13,179 --> 00:41:17,179
นะคะ ท่านเข้าใจการเข้าถึงโดยมิชอบ

620
00:41:17,181 --> 00:41:21,181
ถ้าเขาเข้าใจก็จะติ๊กที่ 5

621
00:41:21,182 --> 00:41:25,182
เขาก็จะไปติ๊กที่ 1 ถ้าเขา

622
00:41:25,182 --> 00:41:29,182
พอจะเข้าใจบ้าง เขาอาจจะไปที่

623
00:41:29,184 --> 00:41:33,184
3 ตรงกลางไว้ก่อน อย่างนี้

624
00:41:33,184 --> 00:41:37,184
พอข้อ 3 นะคะ เราก็ถามเลยว่า

625
00:41:37,185 --> 00:41:41,185
แล้วตัวท่านเองน่ะ นะคะ คนที่ทำแบบสอบถาม

626
00:41:41,185 --> 00:41:45,185
ท่านเคยเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ของคนอื่น

627
00:41:45,187 --> 00:41:49,187
โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่

628
00:41:49,188 --> 00:41:53,188
เคยไหม นะคะ ถามเขาไปดู

629
00:41:53,188 --> 00:41:57,188
เขาเคยไหมนะคะ ถ้าเขาเคย เขาก็จะวัดประเมินตัวเองว่า

630
00:41:57,189 --> 00:42:01,189
ได้ว่า เคยบ่อยไหม มันก็จะไปที่ 5 3

631
00:42:01,201 --> 00:42:05,201
2, 1 ก็แล้วแต่ 5, 4, 3, 2, 1

632
00:42:05,202 --> 00:42:09,202
นะคะ ข้อ 4 นะคะ

633
00:42:09,211 --> 00:42:13,211
ข้อ 1 นี่มันจะเป็นคอมพิวเตอร์ซิมเตม

634
00:42:13,211 --> 00:42:17,211
ท่านเข้าใจข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือไม่

635
00:42:17,212 --> 00:42:21,212
เห็นไหมที่อาจารย์ถามพวกคุณว่า ระบบ

636
00:42:21,212 --> 00:42:25,212
ข้อมูลคอมพิวเตอร์คืออะไร

637
00:42:25,213 --> 00:42:29,213
คุณรู้ไหม ว่าข้อมูลคอมพิวเตอร์คืออ

638
00:42:29,213 --> 00:42:33,213
เข้าใจหรือเปล่า ถ้าเขาเข้าใจก็จะติ้ก

639
00:42:33,214 --> 00:42:37,214
5, 4, 3, 2, 1, เหมือนกันนะคะ

640
00:42:37,215 --> 00:42:41,215
ข้อ 5 นะคะ ข้อ 5

641
00:42:41,216 --> 00:42:45,216
แล้วท่านเองเคยเข้าถึงข้อมูลค

642
00:42:45,216 --> 00:42:49,216
โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่นะคะ

643
00:42:49,217 --> 00:42:53,217
ช่วง

644
00:42:53,218 --> 00:42:57,218
ข้อ 3 นี่ คือเคยเข้าถึงระบบ ส่วนจข้อ 5 นี่

645
00:42:57,219 --> 00:43:01,219
คือเคยเข้าถึงข้อมูลนะคะ

646
00:43:01,221 --> 00:43:05,221
เคยไหม นะคะ เคยไหม

647
00:43:05,221 --> 00:43:09,221
ข้อ 6 นะคะ  ข้อ 6 ท่านเข้าใจถึง

648
00:43:09,224 --> 00:43:13,224
มาตรการป้องกันการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ที่ผู้อื่น

649
00:43:13,226 --> 00:43:17,226
จัดทำขึ้นเป็นการเฉพาะหรือไม่นะคะ

650
00:43:17,227 --> 00:43:21,227
ตัวนี้ถ้านักศึกษาบอกว่า อาจารย์มันเป็นภาษากฎหมายเกินไป

651
00:43:21,227 --> 00:43:25,227
มันยาก ลองปรับได้นะคะ ลองปรับได้

652
00:43:25,242 --> 00:43:29,242
ตัวนี้ ก็คือท่านเข้าใจถึง

653
00:43:29,244 --> 00:43:33,244
กระบวนการนะคะ Password

654
00:43:33,258 --> 00:43:37,258
รหัส หรือไม่

655
00:43:37,259 --> 00:43:41,259
ท่านเข้าใจไหมนะค ถ้าท่านเข้าใจ

656
00:43:41,259 --> 00:43:45,259
ท่านก็ติ๊กมานะคะ แล้วข้อ 7

657
00:43:45,262 --> 00:43:49,262
ถามต่อว่า แล้วท่านนี่เคย

658
00:43:49,276 --> 00:43:53,276
นำมาตราการเหล่านี้ นำ

659
00:43:53,276 --> 00:43:57,276
Password นี่ไปเผยแพร่ให้คนอื่น

660
00:43:57,278 --> 00:44:01,278
หรือไม่ เคยทำไหม เคยเอา Password

661
00:44:01,279 --> 00:44:05,279
ของคนอื่นไปบอกต่อไหม ในทางที่ทำให้เขาเสียหาย

662
00:44:05,281 --> 00:44:09,281
นะคะ มันก็จะเป็นข้อ 7 นะคะ

663
00:44:09,281 --> 00:44:13,281
ทีนี้

664
00:44:13,283 --> 00:44:17,283
นักศึกษาดูสิว่ามันครบ

665
00:44:17,285 --> 00:44:21,285
ทุกมาตราไหมคะ 5 6 7 ไหม ครบไหม

666
00:44:21,287 --> 00:44:25,287

667
00:44:25,290 --> 00:44:29,290
อันไหนที่เป็นการถาม เป็นคำถาม

668
00:44:29,291 --> 00:44:33,291
ของมาตรา 5

669
00:44:33,295 --> 00:44:37,295
หมายเลข 13

670
00:44:37,296 --> 00:44:41,296
ซ้ำ

671
00:44:41,297 --> 00:44:45,297
อันเดิมแล้วนี่ ถามไปแล้ว ไม่เป็นไร หมายเลข 13 ลูก

672
00:44:45,299 --> 00:44:49,299
หนูสะกิดเพื่อนหน่อย

673
00:44:49,300 --> 00:44:53,300

674
00:44:53,301 --> 00:44:57,301
คำถามข้อไหน คำถามข้อไหนคะ

675
00:44:57,302 --> 00:45:01,302
ที่สื่อถึงมาตรา 5

676
00:45:01,303 --> 00:45:05,303
ที่เป็นความผิดตามมาตรา 5

677
00:45:05,303 --> 00:45:09,303
ข้อไหนลูก

678
00:45:09,304 --> 00:45:13,304
คำถามข้อไหนคะ

679
00:45:13,304 --> 00:45:17,304
มาตรา 5 เป็นเรื่องอะไร

680
00:45:17,304 --> 00:45:21,304
มาตรา 5 เป็นเรื่องอะไร

681
00:45:21,306 --> 00:45:25,306
จำได้ไหม

682
00:45:25,307 --> 00:45:29,307
เข้าถึงอะไรลูก มาตรา 5

683
00:45:29,307 --> 00:45:33,307

684
00:45:33,309 --> 00:45:37,309

685
00:45:37,311 --> 00:45:41,311

686
00:45:41,312 --> 00:45:45,312
เข้าถึง

687
00:45:45,314 --> 00:45:49,314
อะไรคะ ใครตอบได้ มาตรา...

688
00:45:49,316 --> 00:45:53,316

689
00:45:53,318 --> 00:45:57,318
หมายเลข 8 ตอบได้ไหมลูก

690
00:45:57,321 --> 00:46:01,321

691
00:46:01,322 --> 00:46:05,322
(ล่าม) ข้อ 3 หรือเปล่าคะ

692
00:46:05,323 --> 00:46:09,323
(อาจารย์) ค่ะ ถามเขาว่าข้อไหน

693
00:46:09,326 --> 00:46:13,326
ที่มันเข้ากับ ที่มันตรงกับ

694
00:46:13,328 --> 00:46:17,328
มาตรา 5 มันเป็นเรื่องอะไร

695
00:46:17,330 --> 00:46:21,330
หนูจำได้ไหม

696
00:46:21,336 --> 00:46:25,336
(ล่าม) เขาตอบว่าข้อ 3 น่ะค่ะ (อาจารย์) ข้อ 3

697
00:46:25,337 --> 00:46:29,337
แล้วข้อ 1 ข้อ 2 ล่ะลูก

698
00:46:29,338 --> 00:46:33,338

699
00:46:33,340 --> 00:46:37,340

700
00:46:37,341 --> 00:46:41,341
มาตรา 5

701
00:46:41,343 --> 00:46:45,343
เข้าถึงอะไร มาตรา 5

702
00:46:45,345 --> 00:46:49,345
เข้าถึงอะไรลูก (ล่าม) ข้อ 1 ข้อ 2

703
00:46:49,346 --> 00:46:53,346
ก็เหมือนกันค่ะ (อาจารย์) โอ.เค.

704
00:46:53,361 --> 00:46:57,361
นะคะ 1, 2, 3 นี่ มันเป็นเรื่องของ

705
00:46:57,362 --> 00:47:01,362
ระบบคอมพิวเตอร์ใช่ไหมคะ มันก็จะไปถามความเข้าใจ

706
00:47:01,362 --> 00:47:05,362
ในมาตรา 5 นะคะ

707
00:47:05,363 --> 00:47:09,363
มาตรา ขอโทษ

708
00:47:09,364 --> 00:47:13,364
ข้อ 4, 5 นะคะ

709
00:47:13,366 --> 00:47:17,366
ข้อ 4, 5 จะไปถามความเข้าใจของมาตราอะไร

710
00:47:17,367 --> 00:47:21,367

711
00:47:21,367 --> 00:47:25,367

712
00:47:25,368 --> 00:47:29,368
ข้อ 4 ข้อ 5

713
00:47:29,370 --> 00:47:33,370
ถามความเข้าใจของมาตราอะไรลูก

714
00:47:33,371 --> 00:47:37,371
มาตราอะไรคะ

715
00:47:37,372 --> 00:47:41,372

716
00:47:41,373 --> 00:47:45,373
มาตราอะไร

717
00:47:45,374 --> 00:47:49,374

718
00:47:49,375 --> 00:47:53,375

719
00:47:53,378 --> 00:47:57,378

720
00:47:57,380 --> 00:48:01,380

721
00:48:01,385 --> 00:48:05,385
(ล่าม) มาตรา 7 หรือเปล่าครับ (อาจารย์) โอ.เค. เก่งมาก

722
00:48:05,390 --> 00:48:09,390

723
00:48:09,391 --> 00:48:13,391
ข้อ 4 ข้อ 5 จะไปถาม

724
00:48:13,392 --> 00:48:17,392
ความเข้าใจของมาตรา 7 นะคะ ข้อ 6

725
00:48:17,394 --> 00:48:21,394
ข้อ 7 จะไปถามความเข้าใจมาตรา 6

726
00:48:21,402 --> 00:48:25,402
นะคะ โอ.เค. นะคะ

727
00:48:25,404 --> 00:48:29,404
คือตัวคำถามน่ะ มันจะต้องไปสื่อ

728
00:48:29,405 --> 00:48:33,405
กับตัวกฎหมายที่เรากำลังจะไปถามเขา

729
00:48:33,406 --> 00:48:37,406
ว่าคุณเข้าใจมาตรา 5 มาตรา 6 มาตรา 7

730
00:48:37,407 --> 00:48:41,407
ไหม ใช่ไหมคะ เราก็จำเป็นที่จะต้องเอาเนื้อหา

731
00:48:41,409 --> 00:48:45,409
ของตัวมาตรา 5, 6, 7

732
00:48:45,409 --> 00:48:49,409
นะคะ อันนี้คืออาจารย์ยกตัวอย่าง

733
00:48:49,412 --> 00:48:53,412
แต่ถ้านักศึกษามองว่าอาจารย์ใช้ภาษาที่มันยากเกินไป

734
00:48:53,413 --> 00:48:57,413
คุณสามารถปรับให้มันเป็นภาษง

735
00:48:57,415 --> 00:49:01,415
ง่าย ๆ ก็ได้นะคะ ตัวนี

736
00:49:01,416 --> 00:49:05,416
อาจารย์เอามาเป็นภาษา ถ้อยคำของ

737
00:49:05,417 --> 00:49:09,417
กฎหมาย เวลาอ่านบ้างคนเขาอ่าน

738
00:49:09,417 --> 00:49:13,417
ไม่เข้าใจ มันคืออะไร นักศึกษาอาจจะไปทำให้มันง่ายขึ้นก็ได้

739
00:49:13,434 --> 00:49:17,434

740
00:49:17,446 --> 00:49:21,446
น่ะ นะคะ อ่านแล้วเข้าใจน่ะ

741
00:49:21,446 --> 00:49:25,446
นะคะ นี่คือวัดความเข้าใจ วัดความเข้าใจว่า

742
00:49:25,447 --> 00:49:29,447
นะคะ ในข้อมูลคอมพิวเตอร์

743
00:49:29,448 --> 00:49:33,448
ก็ดีหรือว่าการเอาข้อมูลคนอื่น ๆ ไปเผยแพร่

744
00:49:33,449 --> 00:49:37,449
นะคะ คุณเข้าใจหรือเปล่านะคะ

745
00:49:37,450 --> 00:49:41,450
กระบวนการพวกนี้ ทีนี้วัดความรู้

746
00:49:41,452 --> 00:49:45,452
วัดความรู้จะวัดความรู้อย่างไร ว่าเขารู้หรือไม่

747
00:49:45,453 --> 00:49:49,453
ว่ากฎหมาย พรบ. คอมพิวเตอร์ มาตรา 5, 6 q

748
00:49:49,453 --> 00:49:53,453
นะคะ มันเป็นความผิดอย่างไร

749
00:49:53,455 --> 00:49:57,455
นะคะ ตัววัดความรู้นะคะ วัดความร

750
00:49:57,456 --> 00:50:01,456
วัดว่าเขามีความรู้ไหมนะคะ

751
00:50:01,456 --> 00:50:05,456

752
00:50:05,463 --> 00:50:09,463

753
00:50:09,463 --> 00:50:13,463

754
00:50:13,465 --> 00:50:17,465

755
00:50:17,467 --> 00:50:21,467
นะคะ

756
00:50:21,467 --> 00:50:25,467
วัดความรู้ ว่า

757
00:50:25,469 --> 00:50:29,469
สิ่งที่เขาเห็นนะคะ ในตัวข้อเท็จจริงอะไร

758
00:50:29,469 --> 00:50:33,469
ลองวิเคราะห์สิว่า มันเป็นความผิด

759
00:50:33,470 --> 00:50:37,470
ไหมนะคะ เหมือนอย่างที่อาจารย์ยกตัวอย่าง

760
00:50:37,476 --> 00:50:41,476
อะไรต่าง ๆ ตัวนี้วัดความรู้ ไม่ใช่วัด

761
00:50:41,487 --> 00:50:45,487
ความเข้าใจเบื้องต้นแล้ว ว่าคุณเข้าใจไหม

762
00:50:45,493 --> 00:50:49,493

763
00:50:49,493 --> 00:50:53,493

764
00:50:53,500 --> 00:50:57,500

765
00:50:57,501 --> 00:51:01,501
ใหญ่ขึ้นไหมเอ่ย

766
00:51:01,502 --> 00:51:05,502
ข้อ 1 อาจารย์วัดว่าอะไร อาจารย์วัดว่า

767
00:51:05,503 --> 00:51:09,503
คุณทราบไหมนะคะ ว่าพระราชบัญญัติหรือ พรบ.

768
00:51:09,505 --> 00:51:13,505
เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ หรือว่ากฎหมายเกี่ยวกับ

769
00:51:13,506 --> 00:51:17,506
ทางอาญา

770
00:51:17,508 --> 00:51:21,508
คุณรู้ไหม ว่าโทษทางอาญาคืออะไร

771
00:51:21,509 --> 00:51:25,509
ที่อาจารย์ยกตัวอย่างว่ามาตรา 5 มาตรา 6 มาตรา 7

772
00:51:25,510 --> 00:51:29,510
ทำผิดจะได้รับโทษอย่างไรคะ ปรับ

773
00:51:29,512 --> 00:51:33,512
ใช่ไหมคะ จำคุกใช่ไหมคะ หรือทั้งจำทั้งปรับ

774
00:51:33,512 --> 00:51:37,512
นี่คือโทษทางอาญา นี่คือโทษร้ายแรง

775
00:51:37,513 --> 00:51:41,513
ของมัน คุณรู้ไหม คุณรู้ไหม

776
00:51:41,514 --> 00:51:45,514
นะคะ อันนี้คือวัดความรู้

777
00:51:45,518 --> 00:51:49,518
ว่าเขารู้หรือเปล่าว่า กฎหมายคอมพิวเตอร์ ความผิดทางอาญา

778
00:51:49,518 --> 00:51:53,518
นักศึกษาก็ทำได้ 5 4 3 2 1 ถ้าเขารู้

779
00:51:53,520 --> 00:51:57,520
เขาก็จะติ๊ก 5 เลยนะคะ ข้อ 2

780
00:51:57,520 --> 00:52:01,520
นะคะ คุณรู้ไหม ว่ากฎหมายฉบับนี้

781
00:52:01,522 --> 00:52:05,522
ใช้บังคับเฉพาะคนเล่นคอมพิวเตอร์เท่านั้น

782
00:52:05,537 --> 00:52:09,537
ใช่หรือเปล่า บังคับ

783
00:52:09,537 --> 00:52:13,537
เฉพาะคนที่เล่นคอมพิวเตอร์เท่านั้น

784
00:52:13,539 --> 00:52:17,539
ใช่ไหม

785
00:52:17,539 --> 00:52:21,539
ตัวนี้นะคะ นักศึกษาอาจจะทำโปรแกรม Google

786
00:52:21,549 --> 00:52:25,549
ใช่ไหมคะ แล้วก็ตอบรู้ไม่รู้ก็ได้

787
00:52:25,551 --> 00:52:29,551
นะคะ วัดความรู้ว่ารู้ไม่รู้ ใช่ไม่ใช่

788
00:52:29,552 --> 00:52:33,552
นะคะ กฎหมายฉบับนี้

789
00:52:33,554 --> 00:52:37,554
ใช้บังคับเฉพาะคนเล่นคอมพิวเตอร์

790
00:52:37,554 --> 00:52:41,554
ถูกหรือผิด

791
00:52:41,555 --> 00:52:45,555
เมื่อกี้ยังเข้าหน้าไอ้นี่อยู่ ใครดีหนอ

792
00:52:45,555 --> 00:52:49,555
22 นี่

793
00:52:49,557 --> 00:52:53,557
เด็กหูฯ ไหมลูก

794
00:52:53,557 --> 00:52:57,557
ใช่ไหม ค่ะ เพราะว่ายังไม่ได้ถามเลย

795
00:52:57,559 --> 00:53:01,559

796
00:53:01,561 --> 00:53:05,561
กฎหมายฉบับนี้

797
00:53:05,561 --> 00:53:09,561
ก็คือตัว พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ กฎหมายคอมพิวเตอร์นี่

798
00:53:09,562 --> 00:53:13,562
เฉพาะคนเล่นคอมพิวเตอร์เท่านั้นใช่ไหม

799
00:53:13,563 --> 00:53:17,563
ถูกหรือผิดคะ

800
00:53:17,564 --> 00:53:21,564

801
00:53:21,575 --> 00:53:25,575
(ล่าม) ผิด เดี๋ยวสักครู่นะคะ

802
00:53:25,575 --> 00:53:29,575

803
00:53:29,579 --> 00:53:33,579

804
00:53:33,581 --> 00:53:37,581

805
00:53:37,582 --> 00:53:41,582

806
00:53:41,584 --> 00:53:45,584

807
00:53:45,586 --> 00:53:49,586
หนูไม่เข้าใจ

808
00:53:49,589 --> 00:53:53,589
หรือลูก

809
00:53:53,591 --> 00:53:57,591
(ล่าม) อายน่ะค่ะ

810
00:53:57,591 --> 00:54:01,591

811
00:54:01,592 --> 00:54:05,592

812
00:54:05,592 --> 00:54:09,592
คือบังคับเฉพาะคนที่เล่นคอมฯ อย่างเดียวใช่ไหมคะ

813
00:54:09,593 --> 00:54:13,593
(อาจารย์) ค่ะ ถามเขาค่ะ เขาเข้าใจไหม

814
00:54:13,593 --> 00:54:17,593
ที่อาจารย์ถามว่า

815
00:54:17,594 --> 00:54:21,594
กฎหมายฉบับนี้บังคับเฉพาะคนที่เล่นคอมพิวเตอร์

816
00:54:21,595 --> 00:54:25,595
เท่านั้น ถูกหรือผิด

817
00:54:25,602 --> 00:54:29,602

818
00:54:29,603 --> 00:54:33,603

819
00:54:33,603 --> 00:54:37,603
(ล่าม) ครับไม่แน่ใจ

820
00:54:37,605 --> 00:54:41,605
เหมือนกัน ว่าบังคับแค่คนเล่นคอมพิวเตอร์อย่างเดียว

821
00:54:41,606 --> 00:54:45,606
ตอบได้ไหมลูก มีใครตอบได้

822
00:54:45,607 --> 00:54:49,607
23 ช่วยเพื่อนหน่อย

823
00:54:49,621 --> 00:54:53,621
ถูกหรือผิด

824
00:54:53,622 --> 00:54:57,622
นี่ค่ะ ที่อาจารย์ถาม กฎหมายฉบับนี่

825
00:54:57,623 --> 00:55:01,623
ใช้บังคับคนเล่นคอมพิวเตอร์เท่านั้น

826
00:55:01,625 --> 00:55:05,625
คนที่ไม่ได้เล่นคอมพิวเตอร์อาจจะ

827
00:55:05,626 --> 00:55:09,626
ไม่ได้มีความผิดตามกฎหมายนี้เลย

828
00:55:09,627 --> 00:55:13,627
ถูกหรือผิด ที่อาจารย์พูดอยู่นี่

829
00:55:13,627 --> 00:55:17,627

830
00:55:17,628 --> 00:55:21,628
(ล่าม) ก็คือ

831
00:55:21,637 --> 00:55:25,637
ผิดกฎหมายเหมือนกัน คนที่เล่นคอมฯ เหมือนกันน่ะครับ

832
00:55:25,640 --> 00:55:29,640

833
00:55:29,640 --> 00:55:33,640

834
00:55:33,641 --> 00:55:37,641
เหมือนที่เรียนน่ะครับ

835
00:55:37,643 --> 00:55:41,643
ผิดกฎหมายเหมือนกันนะครับ (อาจารย์)

836
00:55:41,644 --> 00:55:45,644
เขาเข้าใจ

837
00:55:45,646 --> 00:55:49,646
คำว่า "บังคับ

838
00:55:49,647 --> 00:55:53,647
ครับเข้าใจครับ

839
00:55:53,648 --> 00:55:57,648
(อาจารย์) และถ้าคนไม่เล่นคอมพิวเตอร์ผิดไหม คนไม่เล่น

840
00:55:57,648 --> 00:56:01,648
จะผิดกฎหมายนี้ไหม คนที่ไม่เล่นคอมพิวเตอร์

841
00:56:01,649 --> 00:56:05,649
จะผิดกฎหมายนี้ไหม ไปเล่นมือถืออย่างนี้

842
00:56:05,650 --> 00:56:09,650

843
00:56:09,652 --> 00:56:13,652

844
00:56:13,653 --> 00:56:17,653
ผิดเหมือนกันครับ

845
00:56:17,653 --> 00:56:21,653
(อาจารย์) ผิดเหมือนกัน แสดงว่า ใช้เฉพาะ

846
00:56:21,654 --> 00:56:25,654
คนเล่นคอมพิวเตอร์เท่านั้น

847
00:56:25,654 --> 00:56:29,654
คำตอบว่าผิด ถูกต้องไหมคะ

848
00:56:29,656 --> 00:56:33,656
เพราะไม่ได้บังคับเฉพาะคนเล่นคอมพิวเตอร์

849
00:56:33,657 --> 00:56:37,657
แต่รวมถึงระบบคอมพิวเตอร์อื่นด้วย

850
00:56:37,674 --> 00:56:41,674
นั้นก็เมื่อกี้ อย่างที่เรายกตัวอย่าง โทรศัพท์มือถือ เครื่องมือ

851
00:56:41,677 --> 00:56:45,677
สื่อสารอย่างอื่น หรือว่าตู้เอทีเอ็มใช่ไหมคะ

852
00:56:45,677 --> 00:56:49,677
ก็ยังเป็นระบบคอมพิวเตอร์ ดังนั้นนะคะ

853
00:56:49,694 --> 00:56:53,694
ที่บอกว่า กฎหมายนี้ใช้บังคับเฉพาะ

854
00:56:53,696 --> 00:56:57,696
มันจึงผิดนั้นเอง เห็นไหมคะ

855
00:56:57,696 --> 00:57:01,696
นี่คือวัดความรู้ไหม วัดความรู้นะคะ ว่าคุณรู้ไหม

856
00:57:01,698 --> 00:57:05,698
นะคะ พอมาข้อ 3 นะคะ

857
00:57:05,698 --> 00:57:09,698
ข้อ 3 นะคะ

858
00:57:09,700 --> 00:57:13,700
ข้อ 3 ถามว่า สามี ภรรยา

859
00:57:13,701 --> 00:57:17,701
สามารถเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ โดยที่

860
00:57:17,701 --> 00:57:21,701
อีกฝ่ายไม่อนุญาตได้ ถูกหรือผิด

861
00:57:21,701 --> 00:57:25,701
ถูกหรือผิด

862
00:57:25,702 --> 00:57:29,702
ถูกหรือผิด

863
00:57:29,708 --> 00:57:33,708
ที่อาจารย์ไม่ค่อยถามเด็กปกติเพราะว่า

864
00:57:33,709 --> 00:57:37,709
เหมือนเข้าใจกันภาษาง่าย ๆ อยู่แล้ว เด็กหูฯ

865
00:57:37,710 --> 00:57:41,710
เขาจะยากหน่อย เดี๋ยวถามใครดี 18 ได้ไหมคะ

866
00:57:41,711 --> 00:57:45,711

867
00:57:45,725 --> 00:57:49,725
เดี๋ยวนะคะ 18

868
00:57:49,727 --> 00:57:53,727
นี่ค่ะ

869
00:57:53,729 --> 00:57:57,729
นี่ค่ะ 18

870
00:57:57,730 --> 00:58:01,730
18 ลูก

871
00:58:01,731 --> 00:58:05,731
สามีภรรยากันค่ะ

872
00:58:05,733 --> 00:58:09,733
เข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์โดยที่อีกฝ่าย

873
00:58:09,734 --> 00:58:13,734
เข้าได้ไหม เขาไม่อนุญาตนะ

874
00:58:13,735 --> 00:58:17,735
สามีบอกว่า ห้ามเช็กโทรศัพท์ฉัน

875
00:58:17,736 --> 00:58:21,736
แต่ภรรยาก็ไปหยิบเลยจ้า (ล่าม) ผิดค่ะ

876
00:58:21,737 --> 00:58:25,737
ไม่ได้ค่ะ

877
00:58:25,737 --> 00:58:29,737

878
00:58:29,737 --> 00:58:33,737
ผิดค่ะ ไม่ได้ค่ะ

879
00:58:33,739 --> 00:58:37,739
โอ.เค. แม้แต่เป็นสามีภรรยากันก็ไม่ได้

880
00:58:37,740 --> 00:58:41,740

881
00:58:41,741 --> 00:58:45,741
(ล่าม) ใช่ค่ะ ผิดค่ะ (อาจารย์) โอ.เค.

882
00:58:45,742 --> 00:58:49,742
ตัวนี้นี่ อาจารย์เคยใช้คำหนึ่ง

883
00:58:49,743 --> 00:58:53,743
สิทธิส่วนบุคคลใช่ไหมคะ

884
00:58:53,748 --> 00:58:57,748
ดังนั้นนี่ เรื่องของการเข้าถึงนะคะ

885
00:58:57,750 --> 00:59:01,750
ระบบคอมพิวเตอร์ หรือว่าข้อมูลคอมพิวเตอร์

886
00:59:01,754 --> 00:59:05,754
เฉพาะบุคคลอยู่ แม้ว่าจะเป็น

887
00:59:05,754 --> 00:59:09,754
สามีภรรยากันนะคะ ถ้าอีกฝ่ายหนึ่งไม่อนุญาต

888
00:59:09,755 --> 00:59:13,755
แล้วคุณเข้าไป

889
00:59:13,760 --> 00:59:17,760
ก็จะมีความผิดตามกฎหมายนี้นะคะ

890
00:59:17,768 --> 00:59:21,768

891
00:59:21,769 --> 00:59:25,769
อาจารย์ถามข้อ 4 นะคะ

892
00:59:25,769 --> 00:59:29,769
ว่า ตู้ ATM เป็นระบบคอมพิวเตอร์หรือไหม

893
00:59:29,770 --> 00:59:33,770
ความรู้ตอบได้ไหม ตอบว่าอะไรดี

894
00:59:33,771 --> 00:59:37,771
เป็นใช่ไหมคะ

895
00:59:37,771 --> 00:59:41,771
ผู้กระทำต้องมีเจตนา

896
00:59:41,772 --> 00:59:45,772
ในการกระทำความผิด

897
00:59:45,773 --> 00:59:49,773
มีเด็กหูฯ ...

898
00:59:49,774 --> 00:59:53,774
ยากไปไหมลูก

899
00:59:53,774 --> 00:59:57,774
ไปไหมลูก เพื่อนจะตอบได้ไหม 10 10

900
00:59:57,775 --> 01:00:01,775

901
01:00:01,776 --> 01:00:05,776
หมายเลข 10

902
01:00:05,777 --> 01:00:09,777
ผู้กระทำนี่ ต้องมีเจตนา

903
01:00:09,777 --> 01:00:13,777
กระทำความผิด ถูกหรือผิด เมื่อกี้

904
01:00:13,779 --> 01:00:17,779
อาจารย์อธิบายองค์ประกอบภายนอก องค์ประกอบภายใน

905
01:00:17,779 --> 01:00:21,779
จำได้ไหมคะ แล้วถามว่า

906
01:00:21,781 --> 01:00:25,781
ผู้กระทำความผิดนี่ ต้องมีเจตนา

907
01:00:25,782 --> 01:00:29,782
ที่จะกระทำความผิด ถูกหรือผิด

908
01:00:29,789 --> 01:00:33,789

909
01:00:33,791 --> 01:00:37,791

910
01:00:37,792 --> 01:00:41,792

911
01:00:41,793 --> 01:00:45,793

912
01:00:45,795 --> 01:00:49,795
(ล่าม) ผิดค่ะ (อาจารย์) แสดงว่า

913
01:00:49,799 --> 01:00:53,799
ไม่ต้องมีเจตนาก็ได้หรือคะ

914
01:00:53,800 --> 01:00:57,800

915
01:00:57,801 --> 01:01:01,801

916
01:01:01,803 --> 01:01:05,803

917
01:01:05,804 --> 01:01:09,804
(ล่าม) เขาบอกว่า

918
01:01:09,807 --> 01:01:13,807
ไม่มีเจตนาค่ะ

919
01:01:13,809 --> 01:01:17,809
(อาจารย์) ไม่มีเจตนาก็ผิดหรือลูก

920
01:01:17,809 --> 01:01:21,809
เพราะอาจารย์อธิบายเรื่ององค์ประกอบภายนอก

921
01:01:21,810 --> 01:01:25,810
จะผิดได้มันต้องคู่กัน จำได้ไหมคะ

922
01:01:25,812 --> 01:01:29,812
จะผิดได้ต้องมีองค์ประกอบภายนอก และองค์

923
01:01:29,812 --> 01:01:33,812
ประกอบภายใน แม้ว่ามันจะเป็น

924
01:01:33,813 --> 01:01:37,813
ความผิดตามองค์ประกอบายนอก แต่ไม่มีเจตนา

925
01:01:37,827 --> 01:01:41,827
ที่เป็นองค์ประกอบภายในจะผิดไหม

926
01:01:41,827 --> 01:01:45,827
ก็ไม่ผิดใช่ไหมคะ

927
01:01:45,828 --> 01:01:49,828
มันต้องคู่กัน จะต้องมีทั้งองค์ประกอบ

928
01:01:49,840 --> 01:01:53,840
ภายนอก และองค์ประกอบภายในที่เจตนา

929
01:01:53,840 --> 01:01:57,840
ดังนั้น ที่อาจารย์ถามว่า ผู้กระทำ

930
01:01:57,840 --> 01:02:01,840
ต้องมีเจตนาในการกระทำความผิด

931
01:02:01,842 --> 01:02:05,842
อันนี้ถูก

932
01:02:05,842 --> 01:02:09,842
ต้องมีเจตนาค่ะ ถ้าคุณไม่มีเจตนา มันจะผิดได้ไหม

933
01:02:09,846 --> 01:02:13,846
ไม่ผิดค่ะ เหมือนที่อาจารย์ยกตัวอย่าง

934
01:02:13,848 --> 01:02:17,848
ก็เรามีเจตนาดี เอาโทรศัพท์ไปคืนเพื่อน

935
01:02:17,849 --> 01:02:21,849
ใช่ไหมคะ ดังนั้นนี่ การกระทำของเรา

936
01:02:21,849 --> 01:02:25,849
มันก็ แม้ว่ามีองค์ประกอบภายนอกครบ องค์ประกอบภายใน

937
01:02:25,854 --> 01:02:29,854
มันขาด มันไม่ครบไปทั้งคู่ อย่างนี้ก็จะไม่เป็นความผิด

938
01:02:29,855 --> 01:02:33,855
นะคะ ข้อ 6

939
01:02:33,855 --> 01:02:37,855
นะคะ ผู้กระทำต้องรู้ว่า

940
01:02:37,856 --> 01:02:41,856
เป็นคอมพิวเตอร์ของผู้อื่น และตนเองไม่มีสิทธิ์

941
01:02:41,858 --> 01:02:45,858
ไม่มีอำนาจที่จะเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ได้

942
01:02:45,858 --> 01:02:49,858
ถูกหรือผิด ถูกหรือผิด

943
01:02:49,860 --> 01:02:53,860
หรือผิด คนทำนะคะ คนที่ทำนี่

944
01:02:53,860 --> 01:02:57,860
ต้องรู้ว่าเป็น

945
01:02:57,860 --> 01:03:01,860
ระบบคอมพิวเตอร์ของคนอื่น

946
01:03:01,862 --> 01:03:05,862
นี่ค่ะ

947
01:03:05,862 --> 01:03:09,862
และต้องรู้ด้วยว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์

948
01:03:09,872 --> 01:03:13,872
ที่จะทำได้ ประเด็นที

949
01:03:13,873 --> 01:03:17,873
ที่อาจารย์ขีดเส้นใต้ก็คือ ต้องรู้ อันนี้

950
01:03:17,875 --> 01:03:21,875
ถูกหรือผิด

951
01:03:21,877 --> 01:03:25,877

952
01:03:25,879 --> 01:03:29,879
ต้องรู้ไหมคะ

953
01:03:29,880 --> 01:03:33,880
ต้องรู้ไหมคะ ต้องรู้ไหมว่า

954
01:03:33,881 --> 01:03:37,881
มันไม่ใช่ระบบคอมพิวเตอร์ของเราเอง

955
01:03:37,881 --> 01:03:41,881
ต้องรู้สิ ต้องรู้ว่าอันนี้มันไม่ใช่ของเรานะ

956
01:03:41,882 --> 01:03:45,882
อันนี้มันไม่ใช่มือถือเรานะ

957
01:03:45,895 --> 01:03:49,895
นี่มันไม่ใช่ ATM เรานะ

958
01:03:49,896 --> 01:03:53,896
เราต้องรู้ค่ะ

959
01:03:53,898 --> 01:03:57,898
บอกว่าก็มันเป็นของผม อันนี้เราไม่รู้แล้ว

960
01:03:57,899 --> 01:04:01,899
ว่ามันเป็นของคนอื่น

961
01:04:01,900 --> 01:04:05,900
แล้วคุณทำระบบคอมพิวเตอร์ของตัวเอง ผิดไหมคะ

962
01:04:05,907 --> 01:04:09,907
เราเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ของเรา

963
01:04:09,907 --> 01:04:13,907
ที่มันจะผิดคือ คุณเข้าระบบคอมพิวเตอร์ของคนอื่น คุณ

964
01:04:13,909 --> 01:04:17,909
ต้องรู้ด้วยว่านี่คือเครื่องของคนอื่น

965
01:04:17,909 --> 01:04:21,909
ถ้าคุณยังเข้าใจ แล้วก็รู้ว่านี่มันคอมฯ

966
01:04:21,910 --> 01:04:25,910
ฉันเข้าคอมฯ ตัวเองมันจะผิดไหมล่ะ

967
01:04:25,911 --> 01:04:29,911
ทีนี้ มันก็ไม่ผิดใช่ไหมคะ ดังนั้น

968
01:04:29,911 --> 01:04:33,911
ข้อสุดท้าย คือ คุณต้องรู้ค่ะ ต้องรู้ว่า

969
01:04:33,912 --> 01:04:37,912
มันเป็นคอมพิวเตอร์ของผู้อท่น

970
01:04:37,913 --> 01:04:41,913
นะคะ อันนี้ก็คือ ลักษณะที่นำมา

971
01:04:41,915 --> 01:04:45,915
วัดความรู้ ทีนี้ถามว่า

972
01:04:45,919 --> 01:04:49,919
6 ข้อนี่ นักศึกษาจะใช้ตามนี้ก็ได้

973
01:04:49,919 --> 01:04:53,919
อาจารย์อาจจะใช้ภาษามันยากเกินไป

974
01:04:53,926 --> 01:04:57,926
นะคะ คนอ่านไม่เข้าใจ นักศึกษาสามารถ

975
01:04:57,927 --> 01:05:01,927
ทำให้มันง่ายนะคะ

976
01:05:01,927 --> 01:05:05,927
โดยใช้ภาษาธรรมดาก็ได้

977
01:05:05,928 --> 01:05:09,928
ยกตัวอย่างให้ดูเฉย ๆ ว่าลักษณะของ

978
01:05:09,929 --> 01:05:13,929
การวัดความรู้ที่มันจะต้องมีวิเคราะห์

979
01:05:13,931 --> 01:05:17,931
วัดความรู้นี่นะคะ มาวิเคราะห์มากขึ้นเป็นอย่างไร

980
01:05:17,932 --> 01:05:21,932
นะคะ ทีนี้นะคะ ที่อาจารย์

981
01:05:21,932 --> 01:05:25,932
ให้นักศึกษาลองทำดูนะคะ

982
01:05:25,934 --> 01:05:29,934
เป็ฯอย่างไรบ้าง ใครอยากจะให้อาจารย์เดิน

983
01:05:29,934 --> 01:05:33,934
ไปดูว่าของผม

984
01:05:33,934 --> 01:05:37,934
ใช้ได้ไหม คำถาม

985
01:05:37,949 --> 01:05:41,949
ที่นำมาพอจะไหวหรือเปล่า โต๊ะไหนคะ

986
01:05:41,950 --> 01:05:45,950
เดี๋ยวอาจารย์เดินไปดูให้

987
01:05:45,951 --> 01:05:49,951

988
01:05:49,952 --> 01:05:53,952

989
01:05:53,954 --> 01:05:57,954

990
01:05:57,956 --> 01:06:01,956

991
01:06:01,958 --> 01:06:05,958

992
01:06:05,961 --> 01:06:09,961

993
01:06:09,963 --> 01:06:13,963

994
01:06:13,965 --> 01:06:17,965

995
01:06:17,967 --> 01:06:21,967

996
01:06:21,969 --> 01:06:25,969

997
01:06:25,971 --> 01:06:29,971

998
01:06:29,974 --> 01:06:33,974

999
01:06:33,976 --> 01:06:37,976

1000
01:06:37,977 --> 01:06:41,977

1001
01:06:41,979 --> 01:06:45,979

1002
01:06:45,979 --> 01:06:49,979

1003
01:06:49,981 --> 01:06:53,981

1004
01:06:53,983 --> 01:06:57,983

1005
01:06:57,985 --> 01:07:01,985

1006
01:07:01,986 --> 01:07:05,986

1007
01:07:05,989 --> 01:07:09,989

1008
01:07:09,990 --> 01:07:13,990

1009
01:07:13,991 --> 01:07:17,991

1010
01:07:17,992 --> 01:07:21,992

1011
01:07:21,994 --> 01:07:25,994

1012
01:07:25,995 --> 01:07:29,995

1013
01:07:29,997 --> 01:07:33,997

1014
01:07:33,999 --> 01:07:37,999

1015
01:07:38,001 --> 01:07:42,001

1016
01:07:42,001 --> 01:07:46,001

1017
01:07:46,004 --> 01:07:50,004

1018
01:07:50,006 --> 01:07:54,006
ที่ให้วัดความรู้นี่

1019
01:07:54,007 --> 01:07:58,007
นะคะ บางคนนักศึกษาต้องนึกถึง

1020
01:07:58,007 --> 01:08:02,007
คนที่ยังไม่ได้ศึกษากฎหมายตัวนี้ เขาอาจมีคำถามว่า

1021
01:08:02,008 --> 01:08:06,008
พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ เห็นไหมคะ

1022
01:08:06,009 --> 01:08:10,009
พระราชบัญญัติเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ก็ฉันเล่น

1023
01:08:10,010 --> 01:08:14,010
โทรศัพท์มือถืออยู่บ้านน่ะ ทำไมถึงผิดตัวนี้

1024
01:08:14,011 --> 01:08:18,011
เห็นไหมคะ ดังนั้นนี่นักศึกษาไปถามเขา

1025
01:08:18,012 --> 01:08:22,012
ว่าคุณนี่มีความรู้ความเข้าใจ

1026
01:08:22,013 --> 01:08:26,013
ในเรื่องพรบ. คอมพิวเตอร์ มากน้อยแค่ไหน

1027
01:08:26,014 --> 01:08:30,014
นะคะ ถ้าเราทำแบบสอบถามนี่ ตัวความเข้าใจนี่

1028
01:08:30,015 --> 01:08:34,015
เขาเข้าใจไหมนะคะ เขาเข้าใจแค่ไหนนะค

1029
01:08:34,016 --> 01:08:38,016
มันก็มี 5 4 3 2 1 ใช่ไหมคะ

1030
01:08:38,018 --> 01:08:42,018
นักศึกษาเข้าไปติ๊ก

1031
01:08:42,018 --> 01:08:46,018
นะคะ ค่าเฉลี่ยเป็นอย่างไร น้อยมาก

1032
01:08:46,018 --> 01:08:50,018
นักศึกษาก็สามารถวัดความรู้ ความเข้าใจได้เลย

1033
01:08:50,020 --> 01:08:54,020
แสดงว่าคนคนนี้ไม่มีความเข้าในมาตรา

1034
01:08:54,021 --> 01:08:58,021
5 6 7 เลย เห็นไหมคะ เพราะมันมี

1035
01:08:58,021 --> 01:09:02,021
ปริมาณ ก็คือค่าคะแนนที่ตำมากนะคะ

1036
01:09:02,022 --> 01:09:06,022
เราก็สามารถเขียนวิเคราะห์ได้เลย

1037
01:09:06,035 --> 01:09:10,035
ไม่ได้เข้าใจเลยว่าระบบคอมพิวเตอร์คืออะไร

1038
01:09:10,036 --> 01:09:14,036
คืออะไรเห็นไหมคะ พอเรามาดูความรู้

1039
01:09:14,038 --> 01:09:18,038
ดูต่อว่าเมื่อเขาไม่เข้าใจนี่ ไอ้

1040
01:09:18,039 --> 01:09:22,039
ตัวความเข้าใจแล้วนี่ แล้วความรู้เขามีไหม

1041
01:09:22,040 --> 01:09:26,040
ในเรื่องของคอมพิวเตอร์นะคะ ปรากฏว่า

1042
01:09:26,041 --> 01:09:30,041
เพราะอาจารย์เอาเป็นข้อเท็จจริง

1043
01:09:30,041 --> 01:09:34,041
ผิดไหม อย่างนั้นผิดไหม แสดงว่าอะไร แสดงว่าเขารู้

1044
01:09:34,042 --> 01:09:38,042
แต่เขาไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ คือ

1045
01:09:38,042 --> 01:09:42,042
ว่ามันผิด แต่ไม่รู้ว่ามันผิดอะไร

1046
01:09:42,043 --> 01:09:46,043
ส่วนใหญ่จะเป็นแบบนี้

1047
01:09:46,044 --> 01:09:50,044
คนตายผิดไหม รู้ว่าผิด แต่กฎหมายอะไรรู้ไหม

1048
01:09:50,046 --> 01:09:54,046
อย่างนี้ค่ะ ส่วนใหญ่จะเป็นแบบนี้

1049
01:09:54,048 --> 01:09:58,048
ดังนั้นนี่นักศึกษาลองทำเลย

1050
01:09:58,049 --> 01:10:02,049
กับอาจารย์ได้ว่า ที่หนูทำมาทั้งหมดนี่

1051
01:10:02,049 --> 01:10:06,049
เหมือนมองเห็นภาพแล้วว่าคนที่หนูไปถามน่ะ

1052
01:10:06,051 --> 01:10:10,051
เหมือนเขารู้นะ เข้าใจนะ แต่พอถามว่า

1053
01:10:10,051 --> 01:10:14,051
ผิดกฎหมายตัวไหน กฎหมายชื่อว่าอะไร ตอบ

1054
01:10:14,052 --> 01:10:18,052
ไปไม่เป็นแล้ว นึกออกไหมคะ หรือบางคน

1055
01:10:18,053 --> 01:10:22,053
เข้าใจว่าระบบคอมพิวเตอร์

1056
01:10:22,053 --> 01:10:26,053
ไม่รู้เลยว่า ATM โทรศัพท์มือถือ

1057
01:10:26,055 --> 01:10:30,055
ก็เป็นระบบคอมพิวเตอร์เหมือนกัน นักศึกษา

1058
01:10:30,057 --> 01:10:34,057
แตกคำถามที่อาจารย์ยกตัวอย่างได้

1059
01:10:34,059 --> 01:10:38,059
หลากหลายเลยนะคะ นักศึกษาอาจจะไปโยงโทรศัพท์

1060
01:10:38,059 --> 01:10:42,059
มือถือใช่ไหมคะ ข้อมูลคอมพิวเตอร์อย่างอื่น

1061
01:10:42,061 --> 01:10:46,061
พวกคุณใช้กันอะไรอย่างนี้

1062
01:10:46,063 --> 01:10:50,063
เฉย ๆ นะคะ ที่ให้นักศึกษาได้เห็นภาพมากขึ้น

1063
01:10:50,063 --> 01:10:54,063
นะคะ มีใคร

1064
01:10:54,063 --> 01:10:58,063
จะให้อาจารย์ดูเพิ่มเติม ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่อง

1065
01:10:58,063 --> 01:11:02,063
ของการวัดความรู้มากกว่า ว่าข้อเท็จจิรล

1066
01:11:02,064 --> 01:11:06,064
มันผิดไหมนะคะ

1067
01:11:06,066 --> 01:11:10,066
มีใครจะให้อาจารย์ดูอีกไหมเอ่ย มีไหมลูก

1068
01:11:10,067 --> 01:11:14,067
อาทิตย์หน้า อาทิตย์หน้านี่

1069
01:11:14,068 --> 01:11:18,068
อาจารย์จะให้นักศึกษาได้ลงพื้นที่นะคะ ไปสอบถาม

1070
01:11:18,069 --> 01:11:22,069
ใช่ไหมคะ ไปสอบถาม

1071
01:11:22,070 --> 01:11:26,070
แจก สามารถแจกแบบสอบถามก็ได้ หรือเราจะใช้ Google Form

1072
01:11:26,072 --> 01:11:30,072
นะคะ ใช้ Google Form

1073
01:11:30,073 --> 01:11:34,073
นักศึกษาอาจจะทำ QR Code

1074
01:11:34,074 --> 01:11:38,074
ในกูเกิลฟอร์มเลย จะได้ไม่เปลืองตัวเอกสาร

1075
01:11:38,074 --> 01:11:42,074
นะคะ แล้วก็ Print ส่ง Print

1076
01:11:42,076 --> 01:11:46,076
ก็คือเป็นแบบรายงานส่งอาจารย์ที่เดียวเลยก็ได้ จะได้ไม่

1077
01:11:46,077 --> 01:11:50,077
ตัวทรัพยากรมากนะคะ

1078
01:11:50,079 --> 01:11:54,079
แล้วก็เหมือนเดิมก็คือ

1079
01:11:54,079 --> 01:11:58,079
พอนักศึกษาไปเก็บข้อมูลแล้วสรุปผล

1080
01:11:58,091 --> 01:12:02,091
นะคะ แล้วก็อาทิตย์ต่อไป ก็คือมา

1081
01:12:02,092 --> 01:12:06,092
รายงานนะคะ อาจารย์อยากจะให้เด็กหูฯ ได้ฝึกรายงาน

1082
01:12:06,092 --> 01:12:10,092
นะคะ เพราะว่า บัดดี้บางคนยังไม่เข้าใจกัน

1083
01:12:10,106 --> 01:12:14,106
นะคะ ไม่เข้าใจในที่นี้คือ อีกฝั่งหนึ่งไป

1084
01:12:14,117 --> 01:12:18,117
แต่อีกฝั่งหนึ่งแปลไม่เป็นนะคะ

1085
01:12:18,118 --> 01:12:22,118
มันปี 3 แล้วน่ะ มันจะต้องเข้าใจมากกว่านี้

1086
01:12:22,120 --> 01:12:26,120
ให้ลองฝึกแล้วก็ ที่อาจารย์บอกไว้

1087
01:12:26,121 --> 01:12:30,121
ถ้าใครไม่ได้ใช่ไหมคะ ไม่สามารถ

1088
01:12:30,123 --> 01:12:34,123
ที่จะมารายางานทันในห้องเรียน อาจารย์ก็บอกว่าให้

1089
01:12:34,129 --> 01:12:38,129
อัดวิดีโอนะคะ อัดวิดีโอนะคะ

1090
01:12:38,129 --> 01:12:42,129
มีหน้าจอเล็ก ๆ อยู่ แล้วก็

1091
01:12:42,130 --> 01:12:46,130
พื้นหลังก็จะเป็นตัว PowerPoint

1092
01:12:46,132 --> 01:12:50,132
นะคะ ใช้ OBS นะคะ

1093
01:12:50,133 --> 01:12:54,133
มีใครมีคำถามเพิ่มเติม

1094
01:12:54,134 --> 01:12:58,134
สามารถใช้ตัวคำถามที่อาจารย์

1095
01:12:58,136 --> 01:13:02,136
ยกตัวอย่างนี่ ปรับเปลี่ยนได้นะคะ

1096
01:13:02,137 --> 01:13:06,137
แล้วก็ถ้าใครยังไม่มั่นใจ เหมือนเดิมค่ะ

1097
01:13:06,139 --> 01:13:10,139
เดี๋ยวอาจารย์ช่วยดูให้นะคะ

1098
01:13:10,140 --> 01:13:14,140

1099
01:13:14,141 --> 01:13:18,141
จริง ๆ อยากได้ข้อมูลเชิงปริมาณ

1100
01:13:18,148 --> 01:13:22,148
จริง ๆ เชิงคุณภาพ นักศึกษาอาจจะไปสอบถามเพื่อนได้

1101
01:13:22,148 --> 01:13:26,148
ไม่กี่คน รุ่นพี่ รุ่นน้องเรา ไปถามเลยนะคะ

1102
01:13:26,149 --> 01:13:30,149
เข้าใจไหม ระบบคอมพิวเตอร์ เข้าใจไหมข้อมูลคอมพิวเตอร์

1103
01:13:30,150 --> 01:13:34,150
เป็นอย่างไร อะไรอย่างนี้ แล้วเขาก็จะอธิบาย

1104
01:13:34,151 --> 01:13:38,151
เอง ไม่เข้าใจ ไม่รู้เรื่องอะไรอย่าง เรา

1105
01:13:38,152 --> 01:13:42,152
ลองถามเขาว่า แล้วรู้ไหมว่ามันมีกฎมาย

1106
01:13:42,152 --> 01:13:46,152
นักศึกษาก็ลองถามข้อมุล

1107
01:13:46,153 --> 01:13:50,153
มาให้มากที่สุด เหมือนที่อาจารย์อธิบายคุณไป

1108
01:13:50,153 --> 01:13:54,153
เขาก็ยังไม่เข้าใจอีก คุณก็ประเมินได้เลบ

1109
01:13:54,154 --> 01:13:58,154
คนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจในกฎหมายคอมพิวเตอร์

1110
01:13:58,154 --> 01:14:02,154
ปัยหาที่ตามมาก็คืออะไร กฎหมายตัวนี้

1111
01:14:02,156 --> 01:14:06,156
มันอาจจะไม่มีประสิทธิภาพ

1112
01:14:06,156 --> 01:14:10,156
มากเพียงพอแล้ว เพราะคนส่วนใหญ่ไม่ได้รู้เลย ว่า

1113
01:14:10,157 --> 01:14:14,157
มีกฎหมายตัวนี้อยู่ ดังนั้น เมื่อไม่รู้

1114
01:14:14,161 --> 01:14:18,161
สูงไหมคะ ก็สูง

1115
01:14:18,163 --> 01:14:22,163
นะคะ ดังนั้นนี่นักศึกษาสามารถสรุปผล

1116
01:14:22,163 --> 01:14:26,163
นักศึกษาสามารถสอบถาม และสามารถสรุปผล

1117
01:14:26,164 --> 01:14:30,164
ได้ทั้งแบบปริมาณ แล้วก็แบบคุณภาพ

1118
01:14:30,165 --> 01:14:34,165
คุณภาพจะได้มา

1119
01:14:34,166 --> 01:14:38,166
คุณถึงจะได้ข้อมูลนี้กลับมานะคะ

1120
01:14:38,167 --> 01:14:42,167
เมื่ออาทิตย์ที่แล้วอาจารย์บอกกับนักศึกษาบาง

1121
01:14:42,168 --> 01:14:46,168
ข้อมูลพวกนี้ เวลาที่ตอนจบ คุณสามารถ

1122
01:14:46,169 --> 01:14:50,169
จบได้นะคะ คุณสามารถเอาข้อมูล

1123
01:14:50,171 --> 01:14:54,171
ที่คุณทำ ๆ อยู่นี่นะคะ ไปสร้างเป็นไอเดียใหม่

1124
01:14:54,171 --> 01:14:58,171
นะคะ จะทำอย่างไร ให้คนรู้

1125
01:14:58,172 --> 01:15:02,172
กฎหมายคอมพิวเตอร์นี้มากขึ้น หรือว่าคุณจะสร้าง

1126
01:15:02,173 --> 01:15:06,173
โปรแกรมตัวไหนนะคะ เข้ามาเพื่อให้เขารู้ว่า

1127
01:15:06,175 --> 01:15:10,175
เขามีการกระทำความผิดแบบนี้มันเสี่ยง

1128
01:15:10,178 --> 01:15:14,178
ที่จะเป็นความผิดที่เกี่ยวกับ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ไหม

1129
01:15:14,180 --> 01:15:18,180
ตัวสร้างโปรแกรมขึ้นมาวัดก็ได้

1130
01:15:18,182 --> 01:15:22,182
วัดการกระทำความผิด คือได้หมดเลย

1131
01:15:22,196 --> 01:15:26,196
เลย เพราะตอนนี้ถ้าเราทำแบบสอบถามมาทั้งหมดนี่ เราอาจจะสรุป

1132
01:15:26,196 --> 01:15:30,196
ได้แล้วว่าคนไม่ได้รู้เลย ว่ากฎหมาย

1133
01:15:30,198 --> 01:15:34,198
มันหน้าตาเป็นอย่างไร

1134
01:15:34,198 --> 01:15:38,198
เกิดขึ้นอย่างนี้ คือข้อมูลที่อาจารย์

1135
01:15:38,198 --> 01:15:42,198
พยายามให้นักศึกษาเก็บมันอาจจะนำไปใช้ได้

1136
01:15:42,199 --> 01:15:46,199
ตอนทำโปรเจกต์จบนะคะ สำหรับคนที่มีวคามเ

1137
01:15:46,200 --> 01:15:50,200
ในตัวประเด็นคำถามเกี่ยวกับตัวกฎหมาย

1138
01:15:50,201 --> 01:15:54,201
มาสอบถามอาจารย์ได้ พี่รุ่นไหน อาจารย์

1139
01:15:54,203 --> 01:15:58,203
ไม่ได้แล้วนะคะ เขาก็เคยเอาพวก

1140
01:15:58,203 --> 01:16:02,203
ประเด็นกฎหมายค่ะ ไปทำโปรเจกต์จบนะคะ เป็น

1141
01:16:02,204 --> 01:16:06,204
ล่าม ขอโทษ ไม่ใช่ล่าม เขาทำ

1142
01:16:06,204 --> 01:16:10,204
ดิกชันนารี เป็นศัพท์

1143
01:16:10,205 --> 01:16:14,205
เทคนิคกฎหมายนะคะ

1144
01:16:14,207 --> 01:16:18,207
อย่างเช่น แบบ กฎหมายอาญาคืออะไร

1145
01:16:18,207 --> 01:16:22,207
แล้วก็อีกคนหนึ่งก็แปลจาก

1146
01:16:22,208 --> 01:16:26,208
ไทยเป็นอังกฤษอย่างนี้ เขาก็ใช้คอมพิวเตอร์

1147
01:16:26,208 --> 01:16:30,208
นะคะ เขาก็สร้างขึ้นมาก็ได้นะคะ

1148
01:16:30,213 --> 01:16:34,213
อาจารย์มีหนังสือของกระทรวงฯ

1149
01:16:34,214 --> 01:16:38,214
ลืมเอามาให้ดู เขาส่งมาให้

1150
01:16:38,214 --> 01:16:42,214
เป็นภาษาล่ามทางกฎหมาย

1151
01:16:42,230 --> 01:16:46,230
เอามาให้พี่อุ๋ยกับพี่ปอยดูนะคะ เพราะว่า

1152
01:16:46,230 --> 01:16:50,230
กระทรวงยุติธรรม เขาส่งมา มันจะเป็นหนังสือ เหมือน

1153
01:16:50,231 --> 01:16:54,231
ภาษาล่ามกฎหมายโดยตรง เขาส่งมา

1154
01:16:54,231 --> 01:16:58,231
ก็เลยลืมหยิบมาให้ดู เผื่อใช้ได้ เผื่อใช้

1155
01:16:58,233 --> 01:17:02,233
ประโยชน์ได้ เพราะว่ากฎหมายมันก็ยังเป็นศัพท์เทคนิค

1156
01:17:02,234 --> 01:17:06,234
ใช่ไหมคะ บางอย่างก็อาจจะยังไม่เข้าใจ เด็ก ๆ เองด้วย ก็

1157
01:17:06,242 --> 01:17:10,242
อาจจะยังไม่เข้าใจ เด็ก ๆ เองก็ยังไม่เข้าใจ

1158
01:17:10,242 --> 01:17:14,242
สำหรับวันนี้นะคะ อาจารย์ลองให้นักศึกษา

1159
01:17:14,243 --> 01:17:18,243
ไปจับคู่คุยกันนะคะ ว่าคุณจะตั้งคำถามประมาณไหน

1160
01:17:18,250 --> 01:17:22,250
นะคะ แล้วก็ Inbox ส่งมาให้อาจารย์ดู

1161
01:17:22,251 --> 01:17:26,251
นะคะ แล้วพออาทิตย์หน้าเราไม่เจอกันนะคะ

1162
01:17:26,251 --> 01:17:30,251
พี่อุ่ย พี่ปอยคะ อาทิตย์หน้าไม่เจอกันนะคะ

1163
01:17:30,252 --> 01:17:34,252
นักศึกษาลงพื้นที่ไปสอบถามข้อมูลเลยนะคะ

1164
01:17:34,253 --> 01:17:38,253
แล้วก็อาทิตย์ต่อไป ค่อยมาสรุปผลเหมือนเดิม

1165
01:17:38,255 --> 01:17:42,255
นะคะ ที่เราคุยกันตามแผนงานเรานะ ใครมีข้อ

1166
01:17:42,256 --> 01:17:46,256
ซักถามสงสัย

1167
01:17:46,268 --> 01:17:50,268
มีไหมเอ่ย

1168
01:17:50,279 --> 01:17:54,279
มีไหมคะ สำหรับเพื่อนที่ไม่มานี่ ติดภารกิจ

1169
01:17:54,280 --> 01:17:58,280
ดูแลกันด้วยนะคะ ถามเพื่อนด้วยนะคะ อาจารย์อยา่กให้

1170
01:17:58,280 --> 01:18:02,280
ทั้งบัดดี้ ทั้งเด็กหู และเด็กปกติ

1171
01:18:02,282 --> 01:18:06,282
ได้คุยกันให้มาก ๆ แล้วก็ลงไปถาม เห็นไหม

1172
01:18:06,284 --> 01:18:10,284
ตอนที่อาจารย์ถาม ตอนคุณ Present รายงาน

1173
01:18:10,286 --> 01:18:14,286
ได้มีส่วนร่วมอะไร ทำอะไร

1174
01:18:14,287 --> 01:18:18,287
ไม่ใช่ให้เด็กปกติทำ หรือ

1175
01:18:18,290 --> 01:18:22,290
ให้เด็กหูทำอย่างเดียว มันต้องร่วมกัน มันต้องร่วมกันไป

1176
01:18:22,291 --> 01:18:26,291

1177
01:18:26,295 --> 01:18:30,295
มีไหมเอ่ย มีใครมีคำถาม ไม่มีนะ

1178
01:18:30,296 --> 01:18:34,296
ไม่มีนะคะ เดี๋ยวเช็กชื่อนะคะ

1179
01:18:34,296 --> 01:18:38,296

1180
01:18:38,305 --> 01:18:42,305

1181
01:18:42,306 --> 01:18:46,306
ชลิกาญ

1182
01:18:46,308 --> 01:18:50,308
อริชญา

1183
01:18:50,310 --> 01:18:54,310
ศิริชัย

1184
01:18:54,312 --> 01:18:58,312
โจโจ้ นะ

1185
01:18:58,313 --> 01:19:02,313
ศิริชัย ปิชาฎา

1186
01:19:02,313 --> 01:19:06,313
ปาย ยุ้ย นัน

1187
01:19:06,314 --> 01:19:10,314
ศินี

1188
01:19:10,316 --> 01:19:14,316
ปุ๊กกี้ลาใช่ไหมคะ

1189
01:19:14,317 --> 01:19:18,317
กาญจนา พิมพา ลา

1190
01:19:18,318 --> 01:19:22,318
สุรเชตย์ อ้น

1191
01:19:22,319 --> 01:19:26,319
ฟ้า วินิจ เต้

1192
01:19:26,330 --> 01:19:30,330
จุทามาศ เบล

1193
01:19:30,332 --> 01:19:34,332
อ๋อ เบลที่อุบัติเหตุ

1194
01:19:34,333 --> 01:19:38,333

1195
01:19:38,334 --> 01:19:42,334
แบน พิสิทธิ์

1196
01:19:42,335 --> 01:19:46,335
เต่า

1197
01:19:46,336 --> 01:19:50,336
คมกฤต

1198
01:19:50,346 --> 01:19:54,346
อรสา

1199
01:19:54,348 --> 01:19:58,348
กาญจนศิริ

1200
01:19:58,348 --> 01:20:02,348

1201
01:20:02,350 --> 01:20:06,350
วันวิสา

1202
01:20:06,351 --> 01:20:10,351
ที่นั่ง นี่ใช่ไหมที่ลา วิภาพร

1203
01:20:10,352 --> 01:20:14,352
ไม่ทราบ วิภาพร

1204
01:20:14,353 --> 01:20:18,353
นัทสุดา จตุรพร

1205
01:20:18,355 --> 01:20:22,355
สุวัต โอ.เค. นะคะ

1206
01:20:22,356 --> 01:20:26,356
ก็เดี๋ยวมีอะไรให้อินบ็อกมาถามอาจารย์นะคะ

1207
01:20:26,357 --> 01:20:30,357
แล้วก็ส่งคำถามมาให้ดูนะคะ หรือใครทำเป็น

1208
01:20:30,358 --> 01:20:34,358
Google Form ก็ส่งทั้งฟอร์มมา

1209
01:20:34,358 --> 01:20:38,358
ก่อนที่จะไปลงพื้นที่จริงในอาทิตย์หน้า

1210
01:20:38,359 --> 01:20:42,359
ถ้าอย่างไรเอาไว้เท่านี้นะคะ แล้วเจอกันอีกทีสัปาดห์

1211
01:20:42,361 --> 01:20:46,361
สัปดาห์ต่อไปที่เป็นการสรุปรายงาน

1212
01:20:46,362 --> 01:20:50,362
วันนี้ขอบคุณค่ะ สวัสดีค่ะ

1213
01:20:50,362 --> 01:20:54,362
(อาจารย์) ขอบคุณพี่ล่ามนะคะ [สิ้นสุดการถอดความ]

1214
01:20:54,364 --> 01:20:58,364

1215
01:20:58,366 --> 01:21:02,366

1216
01:21:02,367 --> 01:21:06,367

1217
01:21:06,369 --> 01:21:10,369

1218
01:21:10,371 --> 01:21:14,371

1219
01:21:14,371 --> 01:21:18,371

1220
01:21:18,373 --> 01:21:22,373

1221
01:21:22,374 --> 01:21:25,378

1222
01:21:26,378 --> 01:21:29,379

1223
01:21:34,382 --> 01:21:33,383

1224
01:21:38,383 --> 01:21:38,387

1225
01:21:42,388 --> 01:21:42,392

1226
04:05:51,543 --> 04:05:54,545

1227
04:05:55,544 --> 04:05:55,545

1228
04:05:59,546 --> 04:05:59,551

1229
04:06:03,551 --> 04:06:03,553


