(อาจารย์) โอ.เค. (อาจารย์) อยู่ในเมล สไลด์อยู่ในเมลค่ะ อะไรนะ ทักทายพี่ล่ามหรือยังคะ เด็ก ๆ โอ.เค. ล่ามไม่ได้ยินค่ะ ปอย เสียงมันก่อง ๆ อยู่แถวนี้น่ะ มันโอ.เค. อยู่ใช่ไหม ข้างหลังได้ยินไหมอ้นได้ยินนะ โอ.เค. ค่ะ เราเรียนเนื้อหาบทที่ 3 นะคะวันนี้ เรื่องใหม่ เดี๋ยวครูค่อยเฉลยแบบฝึกหัดให้ จำแบบฝึกหัดสัปดาห์ที่แล้วได้ไหมคะ มาตรฐาน IEEE เดี๋ยวท้ายคาบนะคะ เพราะว่าทำเฉลยมาให้แล้ว เดี๋ยวจะให้พวกเราเปลี่ยนการส่งผ่านไลน์ โอ.เค.เดี๋ยวแป๊บหนึ่งนะคะ เดี๋ยวส่งสไลด์ให้ส่งสไลด์ให้แล้วนะคะ โอ.เค. เดี๋ยวของเด็ก ๆ เดี๋ยวค่อยอัปให้นะคะ วันนี้เรียนเนื้อหาก่อน ส่วนแบบฝึกหัดตอนที่ 2 เราค่อยเฉลยกันตอนท้ายคายนะคะ วันนี้เราจะพูดถึงองค์การสมัยใหม่นะคะ เรียกว่า ... องค์การสมัยใหม่คืออะไร เคยได้ยินคำนี้ไหมคะ "องค์การ" ไม่ใช่โครงการนะ องค์การ เคยได้ยินคำว่า "องค์กร" ไหมคะ ต่างกันอย่างไร หมายถึงขนาดของกลุ่มคนที่ร่วมกันทำงาน เขาอธิบายความหมายว่า องค์การ ก็คือการที่มีคนนี่มาทำงานร่วมกันนะคะ แล้วงานนั้นจะต้องทำกันอย่างเป็นระบบ แล้วจะต้องมีเป้าหมายนะคะ ในการทำงาน ให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่ง เราจะเรียกว่า องค์การนะคะ โดยลักษณะองค์การนะคะ มี 3 อย่าง คือ 1. องค์การที่จัดตั้งขึ้นนั้นจะต้องมีวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายของตัวเองนะคะ 2. มีคน ร่วมทำงานอยู่ในองค์การนั้นด้วย 3. ก็คือมีโครงสร้างของโครงการที่แบ่งหน้าที่รับผิดชอบต่อคนในองค์การที่ชัดเจนนะคะ จากสภาวะแวดล้อมปัจจุบันทำให้องค์การนี่ จะต้องมีการปรับเปลี่ยนนะคะ อยู่ตลอดนะคะ ก็เลยมีแนวคิดเกิดขึ้นว่าองค์การในรูปแบบเดิม และองค์การในรูปแบบสมัยใหม่ต่างกันอย่างไรนะคะ อย่างแรก ก็คือการจัดการนะคะ ถ้าเป็นองค์การแบบเดิมนี่ จะเป็นการจัดการแบบคงเดิม แต่ถ้าเป็นองค์การสมัยใหม่นะคะ จะเป็นการจัดการแบบพลวัฒน์นะคะ จะมีคีย์เวิร์ดคำนี้มานะคะ จะมีแบบยืดหยุ่นนะคะ แบบไม่ยืดหยุ่น การทำงานจะเน้นที่ตัวงานเอง หรือจะเน้นที่ทักษะคนทำงานนะคะ รวมถึงสถานที่ทำงานนะคะ แล้วก็เวลาที่ทำงานนะคะ จะมีแบบ Fix ตายตัวนะ ว่าให้ทำงานเวลาไหน สถานที่ไหน ที่สถานที่ไหน ที่ไหนก็ได้ เวลาไหนก็ได้ ความแตกต่างนะคะ ระหว่างองค์การแบบเดิมนะคะ ฉะนั้นนะคะ ลักษณะขององค์การแบบเดิมนะคะ ก็จะไม่ค่อยมีการเปลี่ยนแปลง หรือถ้ามีการเปลี่ยนก็จะเปลี่ยนแปลงระยะสั้น ๆ ช่วงสั้น ๆ นะคะ ซึ่งถ้าเป็นองค์การปัจจุบันนี้การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นตลอดเวลานะคะ การจัดการ จะเป็นการจัดการแบบแบบพลวัตนะคะ ซึ่งรูปแบบพลวัตนี่ จะมีการจัดการที่ยืดหยุ่น ไม่ยึดติดนะคะกับแนวทางอย่างใดอย่างหนึ่ง จะต้องสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามเวลา สถานการณ์คือ รูปแบบองค์การสมัยใหม่นะคะ ถ้าองค์การแบบเดิมนะคะ จะมีสถานที่ทำงานและเวลาที่แน่นอนอย่างที่กล่าวไปแล้วนะคะ แต่ถ้าเป็นองค์การสมัยใหม่นะคะ พนักงานจะมีอิสระมากขึ้นนะคะ จะต้องทำงาน แต่จะไปมุ่งที่ผลงานนะคะ จะต้องเสร็จตามที่กำหนดนะคะ มองว่าด้วยความที่ปัจจุบันนี้เทคโนโลยีจะเอื้อ สามารถติดต่อสื่อสารกันได้ไม่ว่าที่ไหน ก็คือทำที่ไหนก็ได้นะคะ เรามาดูความหมายของการจัดการนะคะ ก็คือการทำให้งานจะต้องสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลนะคะ ความหมายของการจัดการ จะประกอบด้วย Process กระบวนการในการทำงาน ประสิทธิภาพ และก็ประสิทธิผลนะคะ โดย Process หรือกระบวนการนะคะ ก็จะหมายถึงขั้นตอนในการทำงาน เริ่มจากการวางแผน จัดองค์การนะคะ การโน้มนำองค์การและการควบคุมในการทำงานนะคะ ส่วนประสิทฑิภาพ นะคะ หมายถึงการทำงานอย่างถูกวิธี เราจะเทียบปัจจัยนำเข้า เราจะเรียก Input กับ Out Put หรือผลผลิตที่ได้ ยกตัวอย่าง เช่น ถ้าทำงานได้ผลผลิตมากกว่านะคะ ในขณะที่ใช้ปัจจัยนำเข้าน้อยกว่าหรือเท่ากันนี่ เราจะถือว่างานนั้นมีประสิทธิภาพนะคะ ดังนั้นนะคะ การจัดการที่ดีจะต้องพยายามทำให้ใช้ทรัพยากรน้อยนะคะ น้อยที่สุด แต่ว่าเกิดผลผลิตที่มากที่สุดนะคะ อันนี้คือคำว่า "ประสิทธิภาพ" ส่วนประสิทธิผลนะคะ ก็คือการทำตามเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ที่กำหนดเอาไว้ คืองานนี่ ถ้ามีแค่ประสิทธิภาพ ก็ยังถือว่าไม่เพียงพอนะคะ ในองค์การจะต้องมีประสิทธิผลด้วยนะคะ ยกตัวอย่างเช่น สถาบันการศึกษาที่ผลิตบัณฑิตจำนวนมาก ๆ ในปริมาณมาก ๆ นี่ หากไม่คำนึงถึงคุณภาพการศึกษานะคะ เราก็จะได้แต่ประสิทธิภาพ คือจบนะคะ นักศึกษาเรียนจบ แต่ว่านักศึกษาเรียนจบ ใช้ทรัพยากรและต้นทุนต่ำ แต่ประสิทธิผลไม่มีงานทำ ถือว่าไม่มีประสิทธิผลนะคะ เรามาดูขบวนการจัดการนะคะ นักการจัดการนะคะ ฟาโย ได้เสนอว่า คนที่จะเป็นผู้บริหารนะคะ ผู้บริหารในองค์การนี่ จะมีกระบวนการอยู่ 5 ขั้นตอนนะคะ ในการเป็นผู้บริหารขององค์การ ขั้นตอนแรกก็คือการวางแผนนะคะ Planning การจัดองค์การนะคะ 3. การสั่งการ นะคะ 4. การประสานงและการควบคุมนะคะ เราเรียกกระบวนการ 5 อย่างนี้นะคะ ย่อ ๆ ว่า POCCC เป็น 5 ขั้นตอนของ FAYO ที่กำหนดไว้นะคะ ต่อมานะคะ มีนักวิชาการของมหาวิทยาลัยนะคะ ได้ปรับขบวนการนะคะ มาเป็นการวางแผนนะคะ จัดองค์การ จัดการพนักงาน สั่งการ แล้วก็ควบคุม เปลี่ยนชื่อกระบวนการใหม่จาก POCCC นะคะ มาเป็น POSDC นะคะ ซึ่งกระบวนการนี้นะคะ ได้รับความนิยมมากนะคะ ในการนำมาปรับการทำงานในองค์การนะคะ ต่อมามีการปรับขบวนการอีก 5 ข้อ 4 ข้อพื้นฐานในองค์การนะคะ จะต้อง 1. ผู้บริหารจะต้องทำการวางแผน 2. จัดองค์การนะคะ 3. โน้มนำพนักงานนะคะ แล้วก็ควบคุมนะคะ เรามาดูการวางแผนทำอะไรบ้าง การวางแผนนะคะ ก็คือกิจกรรมนะคะ ในการกำหนดเป้าหมายและวางกลยุทธ์ และแผนการปฏิบัติการ ของการวางแผนนะคะ ส่วนการจัดองค์การนะคะ ก็คือการวางโครงสร้างของโองการ ที่เรากำหนดไว้ในข้อ 1 นะคะ การโน้มนำก็คือการจูงใจนะคะ พนักงานให้ทำงาน ให้สำเร็จนะคะ ตามเป้าหมายที่องค์การกำหนดไว้ สุดท้ายนะคะ การควบคุมนะคะ ก็คือการติดตามประเมินผลการทำงานนะคะ เพื่อเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่ได้กำหนดไว้นะคะ สำเร็จตามเป้าหมายไหม ได้ตามมาตรฐานไหมนะคะ ที่องค์การกำหนดเอาไว้นะคะ เรามาดูคำอธิบายเพิ่มเติมของการวางแผนนะคะ การวางแผนก็คือการกำหนดเป้าหมายขององค์การ พอกำหนดเป้าหมายเสร็จ ผู้บริหารจะต้องสร้างกลยุทธ์ขึ้นมา เพื่อกระจายกลยุทธ์ไปสู่แผนของการปฏิบัติการ หมายถึงว่ามีนโยบาย มีแผนแล้ว นำไปสู่การปฎิบัติจะต้องมีแผนในระดับปฏิบัติการ คนในองค์การจะได้ทำงานได้นะคะ ส่วนการจัดองค์การนะคะ โครงสร้างขององค์การนี่จะพิจารณาในประเด็นว่า องค์การนี้มีงานอะไรบ้างที่ต้องทำ ซึ่งแต่ละองค์การจะแตกต่างกัน มีการแบ่งกลุ่มงานอย่างไรนะคะ ใครเป็นผู้รับผิดชอบในแต่ละส่วนงานที่แบ่งนะคะ ใครเป็นผู้บังคับบัญชาในส่วนงานนะคะ แล้วก็ใครมีสิทธิ์ในการติดสินใจนะคะ ในส่วนงานนั้น ๆ อันนั้นคือการจัดองค์การนะคะ ส่วนการโน้มนำพนักงาน ก็คือทำอย่างไรนะคะ ให้คนที่ทำงานนี่ หรือพนักงานนี้ มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลนะคะ โดยนะคะ การประสานงานหรือการติดต่อสื่อสารกันนะคะ การสร้างแรงจูงใจในการทำงาน ลบความขัดแย้งและความตรึงเครียดในองค์การ อันนี้เป็นหน้าที่ผู้บริหารในการจัดการโน้มนำพนักงานนะคะ ส่วนการควบคุมนะคะ เมื่อองค์การมีเป้าหมายนี่ การวางแผนนะคะ ให้เป้าหมายสำเร็จนะคะ ต้องมีการติดตามผลการปฏิบัติการ แล้วก็เปรียบเทียบผลงานจริงกับเป้าหมายที่กำหนดว่าเป็นไปตามเป้าหมายไหม เป็นไปตามภายใต้มาตรฐานที่องค์การกำหนดไหม อันนี้คือการควบคุมนะคะ คราวนี้เรามาดูบทบาทของการจัดการ ภายใต้ 4 ขั้นตอนในการจัดการ ก็คือ การวางแผน การจัดองค์การ การน้อมนำและการควบคุม เรามาดูว่าประกอบไปด้วยอะไรบ้างนะคะ คือแต่ละองค์การนี่จะมีความแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่าองค์การที่ก่อตั้งตอนแรกนะคะ เป็นอเป็นองค์การที่จัดตั้งมาเพื่อแสวงหากำไร หรือที่ทำเพื่อสาธารณะ คือไม่แสวงหากำไร เป็นข้อแรกที่ต้องดูนะคะ ลักษณะขององค์การ บทบาทของการจัดการนะคะ สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่ง ก็คือระดับของผู้บริหารที่แตกต่างกัน เราเคยได้ยินว่า ผู้บริหารระดับต้น ระดับกลาง และระดับสูงอันนี้คือบทบาทหน้าที่ที่แตกต่างกันของผู้บริหารนะคะ ในแต่องค์การ คราวนี้เมื่อพูดถึงกิจกรรมของผู้บริหารในองค์การนะคะ จะมีอยู่ 3 บทบาทใหญ่ ๆ นะคะ ก็คือบทบาทด้านระหว่างบุคคล และบทบาทด้านข้อมูลนะคะ บทบาทด้านข้อมูลนะคะ แล้วก็บทบาทด้านการติดสนะคะ เรามาขยายความนะคะ บทบาทระหว่างบุคคลจะมีบทบาทย่อย 3 อย่างก็คือ บทบาทตามตำแหน่งนะคะ ก็คือพนักงานนะคะ ในองค์การ หรือเจ้าหน้าที่ในองค์การนี่ มีหน้าที่ทำอะไรในองค์การแต่ละวัน ฝ่ายต้อนรับ ก็ทำหน้าที่ต้อนรับแขกที่มาในองค์การ อันนี้คือบทบาทตามตำแหน่ง ก็ทำงานตามบทบาทตามตำแหน่งของตัวเองไป ส่วนบทบาทของผู้นำนะคะ อันนี้จะต้องรับผิดชอบต่อองค์การโดยการสร้างแรงจูงใจและกระตุ้นของคนในองค์การนะคะ ให้รับผิดชอบต่องานของตัวเองนะคะ ส่วนบทบาทการสร้างสัมพันธภาพ สร้างเครือข่าย ทั้งภายในองค์การเองนะคะ และก็ภายนอกองค์การด้วย พูดถึงการกระจายรายได้ให้ทั่วถึงนะคะ อันนี้จะไม่มีปัญหา ถ้าองค์การมีขนาดเล็ก แต่ถ้าเกิดการรวมกลุ่มขององค์การมีขนาดใหญ่นะคะ การกระจายข้อมูลให้ทั่วถึงมีความสำคัญบทบาทด้านที่ 2 นะคะ คือ ด้านinformational roles Informational Low นะคะ คือเป็นผู้ติดตาม และประเมินผลนะคะ ติดตามดูว่าข้อมูลตอนนี้ที่องค์การมีนี่เป็นปัจจุบันหรือยัหรือยังนะคะ 2. นะคะ พอติดตามการประเมินผลข้อมูลเป็นปัจจุบันแล้วนะคะ เป้นผู้กระจายข้อมูล กระจายข้อมูล หมายถึงการส่งผ่านข้อมูลไปในองค์การให้ทั่วถึงนะคะ อันนี้คือบทบาททางด้านข้อมูลนะคะ แล้วก็บทบามของการเป็นประชาสัมพันธ์ เราเรียก ก็คือถ้าใครที่รับบทบาทประชาสัมพันธ์นะคะ จะต้องส่งข้อมูลไปยังหน่วยงานภายนอกนี่ การกำหนดขั้นตอนนะคะ แผนงานดี ๆ เพราะว่าเป็นการติดต่องานภายนอกนะคะ ขององค์การ จะมีบทบาทย่อยอยู่ 4 บทบาทนะคะ บทบาทแรก ก็คือบทบาทของการเป็นผู้ประกอบการ การเป็นผู้ประกอบการเพื่อหาโอกาส การปรับปรุงนะคะ นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในองค์การนะคะ หรือบทบาՑาทของผู้จัดการความเรียบร้อย นะคะ กรณีที่เกิดความไม่สงบ หรือเกิดวิกฤตการในองค์การ อันนี้จะต้องจัดการให้เกิดความเรียบร้อย ให้องค์การสามารถดำเนินการปกติไปได้นะคะ บทบาทของการเป็นผู้จัดสรรทรัพยากรนะคะ ก็คือรับผิดชอบการจัดสรรในองค์การนะคะ รับผิดชอบหมายถึงตัดสินใจ ให้ใครสามารถให้ใครใช้ทรัพยากรได้บ้างนะคะ อนุมัติในองค์การนะคะ นี่คือบทบาทจัดสรรทรัพยากร ส่วนบทบาทสุดท้ายในการตัดสินใจก็คือ บทบาทการเป็นผู้ต่อรองนะคะ อันนี้คือรับผิดชอบเป็นตัวแทนในการต่อรองในเรื่องสำคัญ ๆ ขององค์การ เช่น เวลามีทำสัญญากับสหแรงงาน สหภาพแรงงานนะคะ ต้องไปต่อรองว่าข้อตกลงตัวไหน ที่องค์การเกิดความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่ายน่ะ ทั้ง 2 ฝ่ายน่ะ ทั้งกับองค์การกับพนักงานที่ทำงานนะคะ คราวนี้เรามาดูทักษะของผู้บริหารบ้างนะคะ เมื่อพูดถึงผู้บริหารนะคะ อธิบายไปแล้วนะคะ ว่าผู้บริหารนี่จะมีอยู่ 3 ระดับด้วยกัน มีระดับต้นนะคะ ผู้บริหารระดับกลาง ผู้บริหารระดับสูงนะคะ แต่สรุปแล้วนะค ผู้บริหารนี่ หรืออยู่ในระดับใด หรืออยู่ในองค์การใดนะคะ หน้าที่ก็คือวางแผนนะคะ จัดการองค์การให้เป็นไปตามแผนที่วาง แล้วก็โน้มนำพนักงาน คือสร้างแรงจูงใจและก็ควบคุมให้พนักงานนี่ทำงานตามหน้าที่รับผิดชอบของตัวเอง เพื่อให้องค์การไปถึงเป้าหมายที่กำหนด ในเบื้องต้นนะคะ ผู้บริหารก็จะมีทักษะอย่างน้อย อันนี้คืออย่างน้อย 3 อย่าง จริง ๆ อย่างน้อยนี่ คือ บังคับว่าต้องมีนะคะ คือทักษะของผู้บริหารนี่จะมีเยอะนะคะ ผู้บริหารต้องมีภาวะความเป็นผู้นำ ทฤษฎีนี้ให้ความหมายว่าจริงผู้บริหารนี่ ควรจะมีทักษะอย่างน้อย 3 อย่างนี้ ด้านเทคนิคผู้บริหารจะต้องมีนะคะ ด้านคนนะคะ Human Skill ทักษะด้านความคิด Conceptial Skills นะคะ เรามาขยายความนะคะ ทักษะของผู้บริหารด้านเทคนิคนะคะ เป็นความสามารถในการประยุกต์ใช้ความรู้ และความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเกี่ยวกับงานนะคะ อันนี้ผู้บริหารระดับสูงนะคะ ก็คือถ้าเป็นผู้บริหารระดับสูง ต้องมีความรู้ทั่วไปขององค์การที่ทำ รวมถึงกระบวนการและผลลัพธ์สุดท้ายของผลิตภัณฑ์ขององ๕ขององค์การนะคะ ว่าสุดท้ายได้อะไรออกมานะคะ จะต้องมองภาพรวมพวกนี้ให้ออกนะคะ ถ้าเป็นผู้บริหารระดับกลางหรือระดับต้นนะคะ อันนี้จะเป็นความสามารถเฉาพะ นะคะ แล้วแต่ว่าระดับกลางระดับต้นนี่ อยู่ฝ่ายไหน เช่น ถ้าเป็นผู้บริหารฝ่ายของการเงิน ของการเงินนะคะ จะต้องมีทักษะรอบรู้ทางด้านการเงินนะคะ แต่ถ้าเกิดเป็นผู้บริหารบุคลากร ก็ต้องมีความรู้เกี่ยวกับบุคลากรที่ทำงาน ก็ต้องแตกต่างกันไปนะคะ หรือเป็นผู้บริหารด้านเทคโนโลยีสารสนเทศขององค์การ ก็ต้องเลือกคนที่มีความรู้ทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาบริหารในส่วนนนี้นะคะ ส่วนทักษะทางด้านคนนะคะ Human Skill อันนี้คือทักษะที่ทำให้เกิดการประสานงานกันนะคะ จะเริ่มที่การปรับทัศนคติ ของคนในองค์การให้มองไปในเป้าหมายเดียวกันในองค์การว่ามีเป้าหมายอะไร และสุดท้ายแล้วเราทำงานจะได้อะไรนะคะ มองตั้งแต่ทัศนคตินะคะ ความคิด การสื่อสาร ผลประโยชน์การทำงานของแต่ละคนว่าเป็นอย่างไร อันนี้คือทักษะด้านคนที่ผู้บริหารต้องมีนะคะ ส่วนทักษะด้านconceptual skill เป็นการมององค์รวม ขององค์การนะคะ ผู้บริหารจะต้องมีทักษะทางด้านความคิดนะคะ มองการณ์ไกล เข้าใจสภาพปัญหาในปัจจุบัน วิกฤติการณ์อันนี้คือทักษะด้านความคิด และผู้บริหารจะต้องมีความเข้าใจระหว่างองค์การ และสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับองค์การดว้ยนะคะ อันนี้เป็นทักษะด้านความคิดนะคะ คราวนี้เรามาดูจริยธรรมของนักบริหาร จะมีอยู่ 3 ประเด็นนะคะ ด้านแรก ก็คือผู้บริหารนะคะ จะต้องมองถึงประโยชน์ของส่วนรวมนะคะ เดี๋ยวค่อยขยายความ ประเด็นที่ 2 สิทธิส่วนบุคคลนะคะ จริยธรรม ประเด็นที่ 3 ก็คือความยุติธรรมนะคะ เรามาดูประเด็นที่ 1 นะคะ ประโยชน์ของส่วนรวม หมายถึงอะไรนะคะ ยกตัวอย่างเช่น ในองค์การนี่มีการเล่นการเมือง เราจะมองที่ว่าผู้บริหารนี่เล่นการเมืองเพื่อประโยชน์องค์การนี่เอง หรือเล่นการเมืองเพื่อประโยชน์ส่วนตัว ถ้าเพื่อองค์การก็ถือว่าไม่ขัดกับจริยธรรมของผู้บริหาร แต่ถ้าเล่นการเมืองเพื่อผลประโยชน์ของตนเองอันนี้คือผิดจริยธรรมนักบริหารนะคะ ประเด็นที่ 2 นะคะ มองที่สิทธิส่วนบุคคลของแต่ละคน ก็คือการละเมิดสิทธิของคนนะคะ ในองค์การเองนะคะ เช่น ผู้จัดการฝ่ายซ่อมนี่ ไปก้าวก่ายงาน อันนี้ก็คือไม่ควรกระทำนะคะ เป็นพฤติกรรมที่ขาดจริยธรรมของผู้บริหารนะคะ เพราะว่าผู้จัดการฝ่ายนี่เป็นผู้บริหารระดับหนึ่งนะคะ ฉะนั้นถ้าเราไปทำงานก้าวก่ายฝ่ายอื่นถือว่าเราไม่มีจริยธรรมตามบทบาทหน้าที่ของตัวเองนะคะ ประเด็นที่ 3 ก็คือ ความยุติธรรมนะคะ ผู้บริหารจะทำอย่างไรนะคะ เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกัน ยุติธรรม ก็คือความเท่าเทียมกัน ยุติธรรมก็คือทำให้ทุกคนนี่รับรู้ได้ว่า ทุกคนอยู่แล้วได้รับความยุติธรรม ได้รับความเท่าเทียมกัน ไม่มีการเอารัดเอาเปรียบกันในองค์การนะคะ ไม่มีคนที่ได้ผลประโยชน์หรือมีคนที่เสียผลประโยชน์นะคะ อันนี้คือมองที่ประเด็นความยุติธรรม โอ.เค. บทที่ 3 จะมีเนื้อหาประมาณนี้นะคะ การทบทวนนะคะ นักศึกษาให้ทำแบบฝึกหัดตัวนี้ มี 4 ข้อ แต่เป็นแบบฝึกหัดที่เราจะต้องฝึกคิดนะคะ วิเคราะห์ว่าโจทย์ถามอะไรนะคะ ครูให้ทำอันนี้ก่อน ส่งนะคะ แล้วค่อยกลับบ้านได้ อย่างข้อแรกนะคะ ให้นักศึกษาอธิบายว่าลักษณะขององค์การนี่เป็นอย่างไร เราก็เขียนสรุปออกมา ว่าองค์การนี่เป็นอย่างไร มีลักษณะอย่างไรถึงเรียกว่า องค์การ อันนี้คือข้อที่ 1 นะคะ ข้อที่ 2 นะคะ ให้บอกความแตกต่างระหว่างการจัดการแบบเดิม กับการจัดการองค์การในแบบพลวัตต่างกันอย่างไร เป็นคำถามในการวิเคราะห์นะคะ ข้อ 3 นะคะ ให้เราบอกว่าประสิทธิภาพกับประสิทธิผลนี่ต่างกันอย่างไร ครูไม่ได้ถามความหมายนะ ดูโจทย์ดี ๆ นะ อาจารย์ไม่ได้ถามว่าประสิทธิภาพคืออะไร ประสิทธิผลหมายถึงอะไร แต่ถามว่า2 คำนี้นะคะ ที่องค์การต้องมีนี่ มีความแตกต่างกันอย่างไรนะคะ ถ้าเรามองออกนะคะ ว่า องค์การ มีประสิทธิ์ภาพอย่างนี้มาก็ได้ค่ะ ประสิทธิผลคือเป็นแบบนี้ แต่ไม่ใช่ว่าเอาความหมายของประสิทธิภาพมาเอาความหมายของประสิทธิภาพมาเขียน น่ะค่ะ ให้เขียนในเชิงการวิเคราะห์นะคะ ให้เขียนในเชิงวิเคราะห์ของ 2 คำนี้ แล้วข้อสุดท้าย ของนักบริหารนะคะ จริยธรรมของผู้บริหารจะต้องมีอะไรบ้างน่ะค่ะ เราใช้เวลาทำนานไหม มีกระดาษไหมคะ ปอยมีกระดาษให้น้องไหมคะ ใช่ ๆ ค่ะ กระดาษ A4 คนละแผ่นนะคะ เราจะต้องกลับไปอ่านสไลด์ที่อาจารย์ให้นะ เสร็จแล้วก็ต้องวิเคราะห์โจทย์ที่ให้ ฝึกคิด วิเคราะห์นะคะ องค์การ ทั้ง 4 ข้อเลย ให้เขียนรหัส เขียนชื่อบนหัวกระดาษ ลอกโจทย์ลงไปแล้วก็เขียนอธิบายมาน่ะค่ะ ให้ทำข้อแรกก่อนนะคะ แล้วอาจารย์จะสุ่มให้ตอบดูนะคะ ว่าเราสามารถอธิบายลักษณะขององค์การได้ไหมนะคะ ทำข้อแรกไปก่อน Search ได้นะคะ แล้วก็ค้นน่ะค่ะ ค้นแล้วก็อ่าน ทำการวิเคราะห์ออกมา ว่า องค์การเป็นอย่างไรนะคะ เปรียบเทียบกับองค์กรก็ได้ค่ะ ต่างกันอย่างไร เราจะได้เห็นภาพชัดขึ้นน่ะค่ะ มีคำถามไหมคะ จากคำถามนี้ สงสัยไหม ถ้าสงสัยถามได้เลยค่ะ มีไหมคะ ไม่มี ถ้าไม่มีก็ลงมือทำค่ะ 5 นาทีเสร็จไหม ข้อ 1 ให้ทำข้อ 1 ก่อนนะคะ แล้วอาจารย์จะสุ่มถาม อธิบายลักษณะองค์การว่าเป็นอย่างไร องค์การเป็นอย่างไรนะคะ เทียบกับองค์กรก็ได้ค่ะ องค์กรเป็นแบบนี้ องค์การเป็นแบบนี้ อย่างนี้ค่ะ เราจะเห็นลักษณะ Chart ว่าเป็นอย่างไร เขียนโจทย์ก่อนนะคะ ทุกคนมีสไลด์แล้วนะคะ ดูในสไลด์ได้ แล้วก็ค้นข้อมูลเพิ่มได้ อยู่ในกลุ่ม Facebook สไลด์อยู่ในกลุ่ม Facebook ในห้องเรา เอาไปโหลดสไลด์มาค่ะ แล้วก็ค้นข้อมูลเพิ่มเติมนะคะ ให้ทำเลยค่ะ ให้ทำข้อ 1 ก่อน มีใครไม่ได้สไลด์ ไม่เจอในกลุ่ม Facebook มีไหมคะ ไม่มีแปลว่าทุกคนได้สไลด์แล้วนะคะ แล้วก็ค้นข้อมูลเพิ่มเติมนะคะ ใน Search Engine ใช้ Google น่ะค่ะ เสร็จหรือยังคะข้อ 1 นะคะ ดูใช้ความคิด วันนี้เรายังไม่ได้เช็กชื่อเลยนะคะ ทำไมไม่ได้เช็กอิน รีบมาก แล้วตอนเช้ามามาไม่ได้เช็กอินหรือ สุ่มถาม ครูเชื่อว่าตอนนี้ข้อ 1 เสร็จแล้ว ดูคลิปเยอะ ลักษณะขององค์การเป็นอย่างไรนะคะ ถ้าให้เห็นภาพชัดนี่ อธิบายเปรียบเทียบกับองค์กรนะคะ องค์กรเป็นแบบนี้ องค์การเป็นแบบนี้ค่ะ อธิบายเปรียบเทียบกันได้เลยนะคะ เราจะได้เห็นภาพชัดขึ้นนะคะ ใครทำข้อ 1 เสร็จแล้วบ้างคะ ยกมือ ยกสูง ๆ เลยค่ะ 2 หนุ่ม โอ.เค. ค่ะ เอามือลง ทำข้อ 2 ต่อไปเลยนะคะ ข้อ 2 3, 4 เลย เดี๋ยวจะสุ่มถาม เสร็จกี่ข้อแล้วคะ ข้อแรกยังไม่เสรทำต่อนะคะ มีค้นข้อมูลแล้วเจอไหมคะ เดี๋ยวอาจารย์จะบอกแหล่งค้นให้ แปลว่า ทุกคนค้นเจออยู่ อย่าลอกมานะคะ อ่านแล้วก็วิเคราะห์นะคะ วิเคราะห์ข้อมูลมา ถ้าลอกมามันเยอะมาก ครูไปเดินดูที่แต่ละคน ค้นเจอเป็นหน้า ๆ แล้วอ่านทำความเข้าใจ เข้าใจนะคะ แล้วก็วิเคราะห์มา ว่าเขาวิเคราะห์ตามที่โจทย์ให้นี่นะคะ เขาอาจจะอธิบายมาเยอะนะคะ ยืดยาว แต่ให้เราอธิบายเฉพาะที่โจทย์ถามถามนะคะ สุรเชษนี่เสร็จกี่ข้อแล้ว (นักศึกษา) 2 ข้อครับ (อาจารย์) 2 ข้อ เก่งมาก จตุรพรเสร็จกี่ข้อแล้ว 2 ข้อเหมือนกัน โอ.เค. ค่ะ ถึงครึ่งทางแล้ว เดี๋ยวให้ทำก่อนแล้วกันนะคะ เดี๋ยวค่อยถามถามนะคะ มาดูข้อ 1 ก่อน ใครยังทำข้อ 1 ไม่เสร็จ ยกมือค่ะ ไม่มี แปลว่าทุกคนทำข้อ 1 เสร็จแล้ว ครูขอสุ่มถามหน่อยนะ ถาม รบกวนล่ามนะคะ รบกวนถามนักศึกษาให้หน่อยค่ะ น้องเขาเสร็จหรือยัง ข้อ 1 ค่ะ (ล่าม) ข้อ 1 เสร็จแล้วค่ะ แต่ข้อ 2 ยังไม่เสร็จ (อาจารย์) โอ.เค. นะคะ ถามแน็กว่าตอบว่าอย่างไร จากโจทย์ที่อาจารย์กำหนดให้แน็กอธิบายข้อ 1 ให้ฟังหน่อยค่ะ เว็บไซต์ค่ะ อินเทอร์เน็ตค่ะ ค้นหาข้อมูลค่ะ (อาจารย์) หมดแล้วนะ โอ.เค. นะคะ ไม่ใช่ น้องบอก น้องอธิบายว่าองค์การมันต้องเป็นแบบนี้น่ะค่ะ มีการใช้อินเทอร์เน็ต มีการใช้เว็บไซต์ มาถามคนอื่นบ้างสิ โสภิดา ข้อ 1 เสร็จหรือยัง อย่างนั้นถามโสพิฎานะ โสภิดาอธิบายคำตอบข้อที่ 1 หน่อยค่ะ หนูตอบเองค่ะ แล้วหนูก็งง องค์การเป็นอย่างไรคะ องค์การมีองค์ประกอบอะไรบ้าง มีการทำ มีกระบวนการ หรือมีอะไรที่เกี่ยวข้องบ้างถึงเป็นองค์การ ตอบว่าอะไรนะ เมื่อกี้มีวัตถุประสงค์ มีเป้าหมายที่ชัดเจน มีอะไรอีกคะ มีคนนะคะ ทำงานร่วมอยู่ในองค์การด้วย มีอีกไหมคะ องค์การ จะต้องมีโครงสร้างขององค์การนะคะ แล้วก็จัด จัดแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบ ของคนในองค์การโอ.เค. ค่ะ คราวนี้ข้อ 2 ใครทำข้อ 2 เสร็จแล้วบ้างเอ่ย ยกมือค่ะ ข้อ 2 เสร็จหรือยังคะ เสร็จแล้วยกมือหน่อย เตยเสร็จแล้ว ปรายเสร็จแล้ว 2 คน 1, 2, 3 3 สาวนี้เสร็จแล้ว สุรเชษเสร็จหรือยังคะ ข้อ 2 ถามเพื่อนหูดีกว่า เพื่อนหูฯ น้อง ๆ หู ใครทำข้อ 2 เสร็จแล้วบ้างคะ บัดดี้แปลให้อาจารย์หน่อย ทำข้อ 2 เสร็จแล้ว มีใครบ้างเอ่ย มีใครบ้างเอ่ย ยังไม่เสร็จค่ะ อย่างนั้นให้ฟ้าอธิบายให้ฟังนะ ฟ้าเครื่องไหน ฟ้า 22 ค่ะ โอ.เค. ให้ฟ้าอธิบายความแตกต่าง ให้ฟังหน่อยกว่าการจัดการแบบเดิม กับการจัดการแบบพลวัฒน์อธิบายที่ฟ้าตอบมานะคะ (ล่าม) เขาบอกว่ามันคือการทำงาน มีเรื่องเกี่ยวกับเวลาค่ะ (อาจารย์) เป็นการทำงานนะคะ มีเรื่องของเวลาเกี่ยวข้องด้วยนะคะ (ล่าม) เป็นเวลาการทำงานน่ะค่ะ (อาจารย์) มีอีกไหมคะ หมดหรือยัง เป็นเรื่องของเวลาค่ะ (ล่าม) น้องตอบเหมือนเดิมค่ะ เป็นเรื่องของเวลานะคะ (อาจารย์) ขอบคุณค่ะ ก็คือพูดถึงเวลานะคะ เหมือนยังไม่ครอบคลุมประเด็นนะ ถามอีก เครื่องอ้นน่ะ เปิดกล้องไม่ได้ อ้นลุกมานั่งเครื่องฟ้า ได้ ๆ 28 นะ งั้นถามอีกคนหนึ่งนะคะ ข้อ 2 อธิบายคำตอบข้อ 2 ที่เราตอบให้ฟังเลยค่ะ ให้บอกความแตกต่างนะคะ ระหว่างการจัดการแบบเดิมกับแบบพลวัตนะคะ ข้อแตกต่าง ใช่ค่ะ อันนี้ล่ามไม่ได้ยินเสียงน้องหูดีนะคะ โอ.เค. การจัดการแบบเดิมก็คือ ทำงานแบบเดิม ๆ นะคะ วิธีทำงานที่ชัดเจนนะคะ เวลาทำงานที่แน่นอน ครูอุตส่าห์ใช้ล่ามใช่ไหม ถ้าเป็นแบบพลวัฒน์ละคะ จริง ๆ อ้วนต้องมาใช้ไมค์เดียวกับครูนะ ไมค์นี้มันไม่ถึง ไม่เป็นอะไรค่ะ อ้นพูดมาเดี๋ยวครูอธิบายเพิ่ม พลวัตเป็นแบบไหน เป็นการจัดการที่ยืดหยุ่น มีอีกไหมคะ พลวัตเป็นแบบไหนอีก อธิบายความหมายของคำว่ายืดหยุ่นสิคะ เป็ยอย่างไร ยืดหยุ่น ค่ะ ถูกต้อง ยืดหยุ่น ก็คือสามารถปรับนะคะ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้นะคะ โอ.เค. เก่งมากนะคะ ข้อ 3 เสร็จหรือยังคะ ใครทำข้อ 3 เสร็จแล้ว ข้อ 3 เสร็จแล้ว จตุรพรเสร็จแล้ว ครูมองจากนี้เห็นเลย เสร็จแล้ว 2 คน ครูมองจากนี่เห็นเลยว่าจตุรพรทำข้อ 3 เสร็จแล้ว เห็นเลยว่าจตุรพรทำเสร็จแล้ว เสร็จแล้วใช่ไหมคะ ไปก่อน ทำข้อ 3 เสร็จหรือยังลูกเดี๋ยวเอาข้อ 3 ก่อน ข้อ 3 ก่อน เตยน้อยทำข้อ 3 เสร็จหรือยังคะ เสร็จแล้ว ทำไมเสียงเบาจังดูเพื่อนหูให้หน่อย โจโจ้ทำข้อ 3 เสร็จหรือยังคะ งั้นรอก่อน ตอนนี้ทุกคนกำลังทำข้อ 3 อยู่นะคะ ข้อ 3 ให้เราบอกว่าประสิทธิภาพนะคะ กับประสิทธิผลในองค์การนะ แตกต่างกันอย่างไร อันนี้ครูขยายความโจทย์แบบฝึกหัดให้ ทุกคนวิเคราะห์ต่อนะคะ [สิ้นสุดการถอดความ]ราบอกว่าประสิทธิภาพนะคะ กับประสิทธิผลในองค์การนะ แตกต่างกันอย่างไร อันนี้ครูขยายความโจทย์แบบฝึกหัดให้ ทุกคนวิเคราะห์ต่อนะคะ [สิ้นสุดการถอดความ]