(อาจารย์) สวัสดีค่ะ ฮัลโหล สวัสดีค่ะ (ล่าม) สวัสดีค่ะ อันดับแรกยืนขึ้นทุกคน ยกเว้นเซฟ เซฟขยับออกมา แล้วออกมายืนที่นั่งข้างตัวเอง ออกยืนแล้วก็ออกมายืนข้างที่นั่งตัวเอง เดี๋ยวจะถามชื่อ บี บีเดี๋ยวแม่จะถามชื่อเพื่อน บอกชื่อเพื่อนแล้วบีทำภาษามือนะ เดี๋ยวแม่จะไล่ไป เพื่อนมาใหม่ชื่ออะไรคะ ชื่ออะไรนะ แป๋ม โอ.เค. เอาใหม่ ภาษามือช้า ๆ ให้ทำภาษามือให้ดู โอ.เค. แป๋ม แล้วชื่อภาษามือล่ะ ชื่อภาษามือ แป๋ม โอ.เค. อันนี้แป๋มนะ ใบเตย ยืน ยืน ไม่ฟังแม่เลย ภาษา... ใบเตย ชื่อภาษามือ ใบเตยของใบเตยนะ ของเสือน้อย เสือน้อย คนไหนเสือน้อย จั๊ดล่ะ ทีนี้เซฟ เซฟนี่ใส่แว่น เซฟ หูดี ชื่ออะไรชื่ออะไร อะไรนะ กวางตุ้ง ไม่เพื่อนเขาตั้ง เอาแล้วตกลงอันไหน อันนี้ หรืออันนี้ ตกลงกวางตุ้งอันนี้นะ อันนี้เด้อ กวางตุ้ง ต่อไปอันนี้ชื่ออะไร เพื่อนชื่ออะไร ไม่ ๆ หมิว ตรงกลางใช่ไหมหมิว ถัดไป ข้างหลัง (นักศึกษา) จ็อบ ๆ (อาจารย์) จ๊อบ จ๊อบ ไอซ์ ไอซ์ หายไปไหน 1 ไม่มา โอ.เค. เออยังไม่มา ดูนะคะ วันนี้ก่อนอื่นโดยปกติแล้วเรียนเขียนโปรแกรมจะง่วงหงาวหาวนอน จะให้เบิร์นสมองตัวเอง ดูนะคะ ทุกคนดู ทีนี้จั๊ดกับเสือน้อยจะมองไม่เห็น เดี๋ยวแม่จะบอกท่า เพลงนี้ชื่อ อะแลมแซมๆ ก็คือ ใครทำทัน มันจะถูก นึกออกไหม เบิร์นให้สมองไปตามจังหวะเพลง ฟังก่อน 1 รอบ เข้าใจไหมคะ ดูแล้วฟัง ท่ามันจะมี ดูทีช็อต อาแรม แซม (อาจารย์) ท่าแรกก่อนอื่นให้ยื่นมือมาข้างหน้า เสือน้อยยื่นมือมาข้างหน้า เสือน้อยกับจั๊ดก็คือยื่นมือมาข้างหน้า จังหวะแรกที่ ฟังให้จบก่อนนะ ใช่ไหม อาแลมแซ่ม ๆ แล้วก็กุริกุริ ก็คือพอขึ้นอาแรมแซม ๆ ตรงแซม ๆ ก็คือจะตบหน้าขาตัวเองน่ะ ก็คือตบขา เข้าใจนะ เสือน้อย ก็คือท่าเริ่มต้นมันจะยืนขึ้นแล้วก็ยื่นมือไปข้างหน้า พอ A Ram พอเริ่ม A Ram แล้วก็ อาแรแซม ๆ พอถึง กุริกุริ กูรีกู ก็คือหมุนมือ กำมือนะคะ เสือน้อยกำมือแล้วเอามาวางระหว่างหน้าอกตัวเอง แล้วเอามือวางในแนวนอน แล้วเอามือวางในแนวนอนเสือน้อย เอามือไขว้กันนะคะ ไม่ต้องไขว้สิ อย่างนั้นแล้วหมุน ให้จั๊ดด้วย ทำให้จั๊ดดู แล้วก็หมุนมือ หมุนใช่ กุริกุ เพราะฉะนั้น เสือน้อยฟังพี่ ว่า A Ram Sam Sam คืออะไร [เสียงดนตรี] บอกว่าก็คือเอามือประกบ มือซ้ายประกบมือขวา แล้วโยงตัวไปทางซ้าย ไปทางซ้าย อีกอันก็ไปทางขวา โอ.เค. นะคะ [เสียงดนตรี] ตบเข่า (อาจารย์) เห็นไหม ถ้าเด็ก ๆ ทำทัน จังหวะจะไม่ผิด นี่คือการกระตุ้นสมองวิธีหนึ่ง เพราะต้องทำให้ทันใช่ไหมคะ เพราะ Step มันจะไป ลองก่อน ลองก่อน เออ เดี๋ยวเปิดเสียงเพิ่ม เดี๋ยวแม่เพิ่ม... เดี๋ยวก่อนลูก บอกล่ามเขาลด บอกล่ามลดเสียงทางฟังตัวเองก่อนนะคะ อาจารย์ขอเบิร์นสมองเด็กนิดหนึ่ง ก็ได้นะคะ พาเด็ก ๆ ทำด้วยก็ได้นะคะ นะคะ เอาละนะ ดูนะ Step ความเร็วมันจะเพิ่มขึ้น พร้อมหรือยังเดี๋ยวจะเริ่มใหม่ พร้อมนะคะ อยู่ในท่าเตรียม เด็ก ๆ อยู่ในท่าเตรียม ยืนตรงแล้วยื่นมือมาข้างหน้า อยู่ในท่าเตรียมนะคะ ยื่นมือมาข้างหน้า เสือน้อย พร้อมฟังนะคะ (อาจารย์) เริ่ม [เสียงดนตรี](อาจารย์) โอ.เค. ทันไหม [เสียงหัวเราะ] ทันไหม สมองวิ่งไหมคะ ตามทจังหวะทันไหมนะคะ พร้อมจะเรียนนะคะ วันนี้เซิฟ ๆ ก่อน 1 รอบ สิ่งที่เราจะเรียนกันในวันนี้ เมื่อกี้ปิดสไลด์ไปแล้วหรอ นะคะ ก็คือการเขียนโปรแกรมด้วยภาษา python ออกเสียงตัว P คือ Phyton ก่อนอื่นจะเขียนได้เราจะต้องรู้ก่อนว่ามันใช้เครื่องมืออะไรบ้าง ในปีที่แล้ว ที่สอนนี่มีอยู่แค่ 2 ตัว ปีนี้มีเพิ่มมาอีก 2 ตัวแต่คงไม่สอนหมดทุกตัวนะคะ เดี๋ยวเปิดให้ดูว่าเครื่องมือที่เราจะใช้ในการเขียนภาษา Python นี่ ตัวแรก ตัวแรกชื่อ Phyton Shell โปรแกรมตัวแรก น่าจะอยู่ในเครื่องแล้ว มีอยู่ในเครื่องแล้ว ไม่ต้องติดตั้งใหม่ ชื่อ ดูอย่างไร ดูว่ามี Phyton Shell หรือยัง เด็ก ๆ ดูที่ใช้เครื่องมือค้นหาตรงแถบเครื่องมือด้านล่าง เห็นไหมคะ หน้า Dotop หน้า Desktop เราใช่ไหม หน้าต่าง Desktop แล้วพิมพ์คำว่า Python ลงไป ถ้ามีโปรแกรมตรงช่องค้นหานี่ พิมพ์ Py เห็นไหมคะ จะมีตัวนี้ ตัวนี้ เห็นไหม แสดงว่าเครื่องของใครไม่มี ของใครไม่มี มีทุกคนนะคะ นี่มันจะมีตัวนี้ตัวหนึ่ง อ๋อ ถ้าอย่างนั้นไม่มี Seach รอ ถ้าเครื่องใครไม่มีนะคะ เข้า Google เข้า Google หาโปรแกรม Python Python ในเครื่องนี้จะมี ก่อนอื่น ๆ เช็กสเปกเครื่องตัวเองด้วยว่ากี่ Bit บางเครื่องมันมี 64 Bit32 bit เปิดตรงไอ้นั่นน่ะ Control Panel เช็กสถานะเครื่องน่ะ นึกออกนะคะ เพราะฉะนั้นเช็กด้วยว่าเครื่องของตัวเองเป็น 32 Bit ก่อนจะติดตั้ง อย่างเครื่องแม่เป็น 32 แม่ก็ลง 32 แต่ถ้าเครื่องตัวเองที่นั่งน่ะ มันเป็น 64 ต้องเลือกเวอร์ชันสำหรับ 64 นึกออกไหม เลือกให้ถูกเวอร์ชันด้วย ในห้องนี้ มี 64 bit กับ 32 bit บิต นี่ ๆ นะคะ ไม่เหมือนกัน นั่นคือตัวที่ 1 ที่เราจะใช้นะคะ เช็กด้วยว่า Window ตัวเองด้วยว่า เวอร์ชันไร นึกออกนะ เช็ก Windows ให้มันรองรับกัน บางทีอาจจะไม่ต้องใช้ 3.8 เหมือนของแม่ก็ได้ เช็ก Windowว่าเป็นกี่ bit ดูตาม Window ด้วย ถ้าใช้ Python Shell เหมือนเราเขียนโค้ดใน เขาเรียกว่าอะไร command prompt เขียนคำสั่งใน Comma จะมีสัญลักษณ์เป็นอย่างนี้นะไม่เป็นไร เดี๋ยวจะพาติดตั้งนะคะ ดูแล้วว่าน่าจะยังไม่มี ดูตัวต่อไปก่อน ดูก่อนว่าเครื่องมือมีอะไร อีก 1 อัน ตัวที่ 2 ก็ Python เหมือนกัน แต่เป็น Python Commandline ตัวนี้นะคะ จะต้องผ่านระบบปฏิบัติการ Dos บอกไว้ แต่ไม่ได้ให้ใช้ตัวนี้ บอกไว้ และสลับไป Dos เดี๋ยวจะงง ลักษณะการเขียนนี่ คนเขียนจะต้องเคยเรียนการเขียนโปรแกรมระบบปฎิบัต มาก่อนนะคะ ระบบปฏิบัติการ ก็คือ Dos นั่นเอง ก็คือจะเขียนในหน้าจอดำ ๆ นี่ล่ะ แล้วก็มีคำสั่งเขียนไปทีละบรรทัด ๆ แล้วก็กดคำสั่งให้มันทำให้เด็ก ๆ จะไม่เห็นคำสั่งเดิม ๆ ที่มันอยู่ต้น ๆ เราก็เลยจะไม่ใช้ตัวนี้ แต่บอกให้ฟังว่ามันมีตัวนี้ด้วยนะคะ อีกตัวหนึ่ง มาดูตัวที่ 3 มีหลายตัว เพราะ Python นี่มีคนเขียนเยอะ แล้วเป็นตัวใหม่ และเขียนง่าย เขาก็เลยเลือกใช้ สำหรับตัวที่ 3 ชื่อว่า Pychom เพื่อจะใช้ทำ เขียนโปรแกรมเกมกับทำ Robot เดี๋ยวจะลองพาทำไอ้โปรแกรมควบคุมหุ่นยนต์น่ะนะคะ เดี๋ยวจะไปเอาเครื่องมือจากตึก 7 นี่ล่ะ ใช้งานฟรี ก็คือโหลด ให้ดาวน์โหลดฟรีใช้ได้ทั้ง Windows, Linux, Mac ใช้ได้ทุกระบบปฏิบัติการสำหรับ Pycharm ตัวนี้นะคะ อันนี้จะใช้เรียนตอนท้าย ๆ ต้องเรียนตัวเบสิกก่อน ไฟชามนะคะ ส่วนส่วนอีกตัวหนึ่ง ตัวที่ 4 google colab ตัวนี้ ก็คือเรียน Python จนแอนวานส์แล้ว ค่อยใช้ตัวนี้ เพราะเขียนพวก AI ได้ ทำ AI ได้นะคะ ก็คือจะต้องมีตรรกะระดับแอดเวรมีฐานข้อมูลระดับสูงเพราะทำ AI ไม่ใช่ จิ๊ก ๆ จ๊อก ๆ แล้วมาทำ AI ได้ เพราะฉะนั้นตัวนี้ก็คือในอนาคตตัวเองอาจจะได้ใช้ ก็ให้ดูไว้ อยู่ใน Google นะคะ ใช้ Google เพราะ Google เป็นคนพัฒนา เพราะอะไรสาเหตุ ส่วนใหญ่ Google พัฒนาจะเป็น open source ก็คือให้คนอื่นเข้าไปแก้โปรแกรมได้ด้วยได้ พัฒนาโปรแกรมที่มีอยู่ได้ Google เขาพยายามสร้างโปรแกรมเป็นแบบ Open Source เสียส่วนใหญ่นะคะ เพราะฉะนั้นเนื่องจากทุกคนยังไม่มีตัวนี้ Python Shell เราจะไปโหลดกันนะคะ วิธีการเข้าไปที่ Google ครับ เพราะบางเครื่องยังไม่มีเลย ให้เปิดเว็บเบราว์เซอร์ขึ้นมา เปิดเว็บเบาร์เซอร์ขึ้นมา แล้วค้น ค้นชื่อโปรแกรม ใส่เฉย ๆ ก็ได้ แต่ลืมว่าใส่ฟรีดาวน์โหลดเข้าไปด้วยนะ ที่เขาให้โหลดฟรีนะ ใส่คำว่า "ฟรี" Free Download เข้าไปด้วย ของ Python org น่าจะได้ ตัวเดียวเลย เข้ามาหน้าเว็บฯ นี้เลย เว็บไซต์ Python.org นะคะ พิมพ์ www.Python Python.org ลงไป มันจะเข้ามาหน้านี้ ใช้ของตัวนี้ ใช้ของตัวนี้ รองรับ Windows Linux mac บีพิมพ์ Python พอ คลิกตัวนี้นะคะ ดาวน์โหลด ของเราโหลดแล้ว... มันจะไปโหลดไฟล์มาไว้ที่... แล้วคลิกเปิดที่มุมล่างซ้ายมันจะมีไฟล์ที่เรา ชื่อ Python.exe โอ.เค. ไหมคะ แล้วมันขึ้นอะไร คลิกปุ่มว่า ถัดไปหรือ Install อะไรสักอย่าง ได้แล้ว มันจะมีคำว่า "Install now" กับกับ Custom เลือก Install Now ไม่ต้องเลือก Custom นะคะ คลิกที่ Install Now คลิกที่ตัวที่ 1 คลิกเลย บางเครื่องจะขึ้นว่าให้อนุญาต ทีนี้รอนะคะ มันจะขึ้นหน้าต่าง Pop-Up แล้วจะมีแถบสีว่ากำลัง Install ขึ้น รอจนกว่ามันจะเต็ม ถึงจะ Install เสร็จนะคะ รอแป๊บ ของใครเสร็จก็... เมื่อใครที่โหลดเสร็จ มันจะมี Pop-up ขึ้นมาว่า ให้คลิกปุ่ม Codeนึกออกไหม คลิกปุ่ม Close C โอ.เค. ทีนี้แล้วทำอย่างไร ไปที่แถบเครื่องมือ หน้า Desktop คลิกค้นหาด้วย Python Py ถ้าใครยังไม่ขึ้นก็ TH เข้าไปด้วย เมื่อใครขึ้นลักษณะโปรแกรม คลิก Open ได้เลย คลิก Open เพื่อเปิดได้เลย ขึ้นหรือยัง ขึ้นตัวนี้มาหรือยัง ขึ้น Logo Python อย่างนีคลิกที่แถบเครื่องมือว่า Open ได้เลย ลืม เครื่องตัวเองเป็นภาษาอังกฤษ เครื่องเด็ก ๆ เป็นภาษาไทย Open เปิด ๆ คลิกเปิด ของใครเป็นภาษาไทยมันคือเปิดนะคะ ของแม่เป็นภาษาอังกฤษ Open หรือปุ่มเปิดนะคะ ตามเครื่องของตัวเอง โอ.เค. จะมีหน้าต่างตัวนี้ขึ้นมา ถูกต้องไหมคะ ที่เป็นพื้นสีดำ ๆ ไว้สำหรับเขียนโปรแกรมนี่คือหน้าต่างนี้นะคะ นี่คือ Python Shell ที่เราจะใช้ จะมีหน้าต่างของมันขึ้นมาอย่างนี้ มาดูบทเรียนของเรากันต่อนะคะ ต่อเมื่อกี้เราเปิด Python Shell แล้ว สิ่งที่จะต้องมาทำความรู้จักก่อนจะเขียนโปรแกรมได้ ต้องรู้ก่อนว่า นี่ มันประกอบด้วยอะไรบ้างนะคะ ทุกครั้งที่ขาดไม่ได้ จะต้องใส่เครื่องหมายอะไรนะ ภาษาไวรุ่น Hastag หรือ Comment นั่นเองนะคะ ทุกครั้งเลย แฮชแท็กหายไม่ได้ ในส่วนบนนี่ ถ้าตัวใดใส่ Hastet นั่นหมายถึง จำเป็นต้องใช้ หรือโดนเรียกใช้งานถ้าจำง่าย ๆ ต้องติด Hastag นึกออกนะ เหมือนเวลาเราไปติด Hashtag หมายถึงเราพูดถคอยู่ติดในการในการในข้อมูลในหน่วยความจำว่าอย่างนั้นเถอะ ขาดตัวนี้ไม่ได้ เครื่องหมาย Comment นี่ขาดไม่ได้เลยนะคะ มาดูอันต่อมา ใส่ Hastag ต้องใส่ Hashtag Comment นี่จะหมายถึงตัวแปรภาษาจะข้ามบรรทัดดังกล่าวที่ติดไว้ ที่ให้ติดไว้ คอมเมนท์จะมีบอกว่าตรงนี้เราใช้ทำอะไร อธิบายมันคือตัวที่จะอธิบายว่าโปรแกรมของเราตรงส่วนนี้นะคะ จะใช้ทำอะไร ติดไว้ Hastag ไว้จะได้ไม่ลืมนะคะ เวลามาค้นดูจะได้รู้ว่า อ๋อถ้าคอมเมนต์นี้ไว้ใช้ทำอะไรนะ เช่น บอกว่า ให้รับค่า ก็ต้องแท็กว่ารับค่านะคะ อธิบาย อธิบายโปรแกรมนั่นเองนะคะ ใช้สำหรับอธิบายโปรแกรม ส่วนต่อมา ถ้ามีต่อท้ายว่า Sys sys.sysไม่มี . นะคะ Sys ที่มาจาก System ตัวนี้ก็คือ เป็นการไปเรียกใช้ คำสั่งที่อยู่ใน Libary หรืออยู่ในห้องสมุดของ Python เอามาใช้งานนะคะ ซึ่งจะมีนามสกุลเป็น sys ซึ่งมาจากคำว่า Systems นั้นเองนะคะ จะเป็น Libary ที่ ก็คือมีคำสั่งที่เกี่ยวกับการจัดการระบบ มันจะอยู่ที่คำสั่งนี้ เมื่อใช้คำสั่งใดที่จัดการระบบ มันจะมี sys ต่อท้ายนะคะ เป็นการเรียกใช้งาน Class ที่ชื่อว่า Sys นั่นเองนะคะ ซึ่ง Class นี่ จะเริ่มตั้งแต่ส่วนที่ เห็นไหมคะ ตั้งแต่ Sys ลงไป จนไปถึงปิดคลาสนะคะ จะอยู่ในช่วงที่กำหนดนี่ เห็นไหม ส่วนในช่วงที่อยู่ด้านในนี้เราจะเรียกว่า Statment ในช่วงนี้นะคะ ในประโยคที่อยู่ในคลาสนี่เราจะเรียกมันว่า "statement" แล้ว คือรวมนี่ 1 อันจะเรียกมันว่า Module นะคะ ก็คือในหนึ่ง 1 หน้า ใน 1 หน้า 1 โปรแกรมนี่ คือ 1 โมดูล สิ่งที่จะต้องรู้ต่อมา โครงสร้างแล้ว รู้ Module ต้องมารู้จักตัวแปร variable เรียกง่าย ๆ va ต้องรู้จักตัวแปรก่อน เขียนเลยไม่ได้ ต้องมีการสร้างตัวแปร มารับค่าหรือให้มาแสดงผล หรืออะไรก็แล้วแต่ ตั้งชื่อเล่น ตั้งชื่อให้มันก่อนนะคะ ใส่ชื่อแล้วต้องกำหนดค่าให้ด้วย ก็คือจะมี identify ใช้ในการอ้างอิงข้อมูลนะคะ มาดูเวลาตั้งชื่อตัวแปรทำอย่างไร มันมีหลักการอยู่ 1, 2, 3 ดู 3 ข้อในหน้านี้ก่อนนะคะ การตั้งชื่อตัวแปร ลำดับแรก บอกแล้วว่า ตัวแปลใช้ เนื่องจากเป็นคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์เพื่อเขียนโปรแกรมจะรู้จักภาษาไทยน้อยมาก ถ้าจะให้ดีควรเป็นภาษาอังกฤษนะคะ เพราะฉะนั้นให้จำไว้เลยว่า ต้องเป็น ภาษาอังกฤษ ชื่อตัวแปรจะต้องเป็นภาษาอังกฤษ ตามด้วยตัวเลข มีตัวอักษร มีตัวเลขได้นะคะ แต่แต่ชื่อตัวแปรตัวแปรห้ามมีข้อห้ามว่า ห้ามมีช่องว่าง เว้นวรรไม่ได้นั่นเอง ห้ามไปกดเว้นวรรคชื่อนะ ใช้จุดทศนิยมก็ไม่ได้ เพราะถ้าเป็นจุดในภาษาคอมพิวเตอร์น่ะ ถ้ามีจุดปุ๊บมันจะหมายถึง นามสกุล บางทีมันจะหมายถึงนามสกุล นะคะ สัญลักษณ์พิเศษที่ใช้ได้มีแค่ ตัวเดียวเท่านั้น เช่น เปอร์เซ็นต์อะไรพวกนี้ไม่ได้ ใช้สัญลักษณ์พิเศษได้อันเดียวอันเดอร์สกอร์เท่านั้นนะคะ เพราะฉะนั้น ช่องว่าง จุด อะไรใช้ไม่ได้เลยนะคะ ใช้ได้ตัวเดียว ตัวเดียวเท่านั้น ถ้าจะใช้สัญลักษณ์พิเศษนะคะ มันมีข้อแตกต่างนะ มันมีขีดตรงกลางใช่ไหม กับขีดล่าง ต้องเป็นขีดล่างนะ ไม่ใช่ขีดที่อยู่ตรงกลาง underscore คือขีดล่างนะคะ ทีนี้ปัญหาที่เจอ ทำตัวตัวแปร ตอนต้น ๆ ก็ตั้งชื่อด้วยตัวอักษรตัวใหญ่ เสร็จแล้วพอเริ่มเขียนไปเยอะ ๆ ตั้งตัวแปรเป็นตัวอักษร เช่น ตั้ง Apple ตัวแรก apple ตัวที่ 2 นะคะ เพราะฉะนั้นแล้วเกิดจะไปเรียกใช้ อยากเรียกใช้ Apple ตัวใหญ่ หมายถึงคุณไปเรียก Apple เล็กนะ ไม่ใช่ apple ใหญ่ มันจะเป็นคนละชื่อเลยนะคะ แค่พิมพ์ตัวอักษรเป็นตัวเลขกับตัวใหญ่ ถึงแม้จะชื่อเดียวกัน ที่ผิดแล้วโดนประจำก็คือตัวนี่ล่ะ ตั้งต้นชื่อด้วยตัวใหญ่ แต่พอไปเรียกใช้ดันเรียกใช้ด้วยตัวเล็ก บางครั้งมันก็จะขึ้นว่า Unknow ไม่รู้จัก ๆ ๆ แต่ตัวเองก็จะบอกว่า หนูตั้งชื่อว่า apple แต่สาเหตุก็คือที่ตั้งไว้ตั้งแต่ต้นมา คือ Apple ใหญ่ ไม่ใช่ Apple ลเเพราะฉะนั้น สิ่งนี้จะต้องจำด้วยนะคะว่า มันสร้างความแตกต่างให้โปรแกรมนะคะ ถึงแม้ชื่อมันจะเป็นชื่อเดียวกันก็เถอะนะคะ ข้อห้ามต่อมา หลักการต่อมา ต้องจำให้ได้นะ เพราะส่วนใหญ่ที่เขียนโปรแกรมผิด หรือ Error นี่ ที่ตั้งแต่ตัวแปรเลย ตั้งชื่อตัวแปรไม่ถูกต้อง รูปแบบตัวแปรไม่ถูกปุ๊บ เมื่อเรียกใช้ตัวแปรไม่ได้ข้อผิดพลาดอื่น ๆ มันก็จะตามมา พอจำไม่ได้จำ ว่าตัวแปรมันตั้งอย่างไร หาจุดผิดไม่เจออีก ก็จะไล่ยากนึกออกนะ เพราะฉะนั้นต้องจำกฎของมันให้ได้ด้วยนะคะ ทีนี้ คำสงวน ห้ามใช้คำสงวน คือเนื่องจากตั้งเป็นภาษาอังกฤษ เราจะน้อย ความรู้ด้านภาษาอังกฤษเราจะน้อย วิธีป้องกัน ที่จำได้ไหมที่เคยให้ตั้งแต่ต้น ๆ สัปดาห์ว่า ให้ไปค้นคำสั่เพราะฉะนั้น เราควรจะมี ฤทธิ์ของคำสงวนไว้ด้วย เพื่อจะเอาไว้ดูว่า เมื่อเราตั้งตัวแปรนี่ เราไปตั้งซ้ำกับคำสงวนที่สร้างไว้หรือเปล่า เพราะฉะนั้นถ้ามีปุ๊บ คำสงวนที่มี อย่าเอามาตั้งแปรน่ะ มันจะตั้งไม่ได้ เดี๋ยวมันจะขึ้นเตือนอยู่ แต่ทีนี้มันก็จะทำให้เราเสียเวลา นึกออกนะคะ ทีนี้มาดูส่วนต่อมา เวลาตั้ง คือส่วนใหญ่เขียนโปรแกรมตั้งกันง่ายเลย ตั้งตัวแปรง่าย ๆ เลย a a1 a2 ไม่รู้มันใช้อะไร ความจริงแล้วเวลาตั้งชื่อตัวแปรเช่น จะให้มันเป็นตัวแปรสำหรับเก็บเงินเดือนอย่างนี้ อะไรที่หมายถึงเงินเดือน ก็คำว่า นะคะ ไม่ควรจะตั้งเป็น A1 B1 T1 อะไรอย่างนี้ และตัวเองก็ต้องมาเขียนคอมเมนต์ทุกครั้งหรือว่า a1 คืออะไร ควรเขียนชื่อให้มันสื่อ ให้มันสื่อว่า ว่า ไอ้ตัวแปรนี้มันใช้ทำอะไรในภาษาไทยไปเลยให้สื่อถึงไปเลยนะคะ เพราะอะไร ตั้งยาวก็ได้แล้วใช้ _ คั่น นะคะ ห้ามใช้เครื่องหมายเครื่องหมายที่บอกไปเมื่อกี้นี้ ยกเว้น Underscore เครื่องหมายอักขระพิเศษใช้ไม่ได้ ขนาดความยาวของตัวแปร ไม่เกิน 255 ตัวนี้ไม่มีใครตั้งชื่อตัวแปรเกิน 255 ตัวหรอกใช่ไหมคะ อย่างมากน่าจะประมาณนี้ 3 ประโยค คือ ถ้าในภาษาไทยนึกออกนะ 1 คำ มารวมกัน 2 คำ ก็เป็นประโยคใ่ช่ไหม ก็คืออย่างมากก็ 1 ประโยค เอาคำ 1 คำ 2 คำ 3 คำ ไม่เกิน 3 ประโยค ว่าอย่างนั้นเถอะนะคะ คือคงไม่มีใครขยันใส่ 255 ตัว จำก็จะยากด้วยนะ ทีนี้สิ่งที่จะต้องดูก็คือเวลาจะใช้ เมื่อตั้งไปแล้ว ต้องรู้วิธีใช้งานมันด้วย ซึ่งเขาเรียกว่า วิธีการนี้นะคะ เรียกว่าการประกาศตัวแปร ไมค์มันก้อง หามุมไม่ได้ โอ.เค. ยังก้องอยู่ การประกาศตัวแปรนะคะ หรือ variable ทำไมจะต้องประกาศ สาเหตุก็คือ เพื่อให้รู้ว่า ตัวแปรนี้มันใช้ทำอะไร บอกคอมพายเลอร์ คอมพายเลอร์ก็คือตัวแปรภาษานะคะ วิธี วิธีประกาศมีอยู่แค่บอกว่าตัวแปรชื่ออะไรนะคะ แล้วมีเครื่องหมายเท่ากับมา นี่นะคะ เช่นตัวอย่าง ในตัวอย่างที่อยู่ด้านล่าง ตัวแปรชื่อว่า Price =120 มีค่าเท่ากับ 120 นะคะ นะคะ บอกค่ามันด้วย หรืออีกวิธีหนึ่งถ้าเป็นข้อความ ดูที่คำว่า Display ถ้าบอกให้รู้ว่าตัวแปรนี้เป็นข้อความ นี่มันจะอยู่ในเครื่องหมายคำพูด เห็นไหมคะ จะใส่เครื่องหมายคำพูดไว้นะคะ กับอีกแบบหนึ่ง ถ้าตัวแปรใช้ในการคำนวณค่า มันจะมีชื่อตัวแปรและมีตัวแปรอยู่ข้างใน 1 2 3 อันซ้อนกัน เพื่อคำนวณหาค่านั้น เห็นไหมคะ ตัวแปรใช้ได้หลายแบบนะคะ การประกาศตัวแปรก็ใช้ได้หลายรูปแบบ มาดูวิธีกำหนดค่า เราจะต้องรู้ก่อนว่า เราจะกำหนดตัวแปรนี่ ต้องกำหนดอย่างไร รูปแบบไม่มีอะไรพิศดารเลย รูปแบบไม่มีอะไรพิศดารเลย 1. มันจะต้องเริ่มโดยสร้างชื่อตัวปแล้วตามด้วยเครื่องหมายเท่ากับ แล้วก็ตามด้วยค่าของข้อมูล ค่าของข้อมูลในทีนี้ ที่เราจะประกาศนะ ยกตัวอย่างเช่น ตัวแปรที่ชื่อว่า ตั้งชื่อตัวแปรว่า Name เวลากำหนดค่า จะมีเครื่องหมายเท่ากับแล้วตามด้วย ถ้าเป็นข้อความนะคะ บอกว่า Name นี่หมายถึงบอกว่าชื่อสุชาตินี่ เห็นไหม เราก็จะใส่เครื่องหมายคำพูด (""สุชาติอยู่ข้างใน นั่นหมายความว่า ตัวแปรที่ชื่อว่า Name มีค่าเป็นสุชาตินะคะ หรือ ค่าของตัวแปรเป็นตัวเลข เช่น ตัวอย่างเช่น ตัวแปร Tax ให้ค่าของ Tax เท่ากับ Tax คือ ภาษี ภาษีบ้านเราเท่าไร 0.07 0.75 ก็คือค่าของตัวแปรนี้ ค่าของตัวแปร Tax มีค่า 0.075 นะคะ เพราะฉะนั้น ขึ้นอยู่กับเวลาประกาศตัวแปรออกมา หรือกำหนดค่าให้ตัวแปรนะค ต้องมีชื่อของตัวแปรแล้วมีเครื่องหมายเท่ากับ (=) เสมอนะคะ เขาบอกว่าเวลาจะใช้งานตัวแปรนี่นะคะ ตัวแปรบางตัวมันจะมีค่าตายตัว ให้นึกถึงสููตรคณิตศาสตร์ นึกออกใช่ไหมคะ เช่น สูตรของการหาพื้นที่สามเหลี่ยมมีค่าตายตัวก็คือเศษ 1 ส่วน 2 x ฐาน x สูง อย่างนี้นะคะ หรือ หรือในตัวอย่างนี้เขาบอกว่า ภาษีมูลค่าเพิ่ม ของเราตอนนี้ภาษีมูลค่าเพิ่มเรายังอยู่ที่ 7 เปอร์เซ็นต์ ให้นึกถึงนะ เมื่อใดที่มันเปลี่ยนเป็น 10 การภาษี ค่าตัวแปรที่เกี่ยวกับตัวค่าความเป็นจริงด้วยในการคำนวณด้วยนะคะ ไม่ใช่เราตั้งเอาเองนะคะ บางอย่างมันต้องคำนึงถึงหลักการ หรือตัวสูตร หรือข้อมูลที่เขากำหนดไว้อยู่แล้วนะคะ เหมือนการหาคอมมิสชัน แต่ละบริษัทเขาก็ให้เปอร์เซ็นต์ไม่เหมือนกันนะ เพราะฉะนั้น ขึ้นอยู่กับข้ทำไมมันก้องจัง เอามาหานะคะ การใช้งานก็จะขึ้นอยู่กับตัวนี้ ทีนี้เราจะต้องมารู้จักชนิดของข้อมูลกันเสียก่อนมันแบ่งออกเป็น 2 แบบนะคะ Data Type หรือ ข้อมูลพื้นฐาน กับ Composit data ก็เชิงประกอบ ต่างกันอย่างไร มาดู ถ้าประเภทเบสิกนะคะ ก็จะประกอบด้วยข้อมูลที่เป็นตัวเลข แล้วก็ตัวอักษร ก็คือข้อมูลพื้นฐานเลย ก็คือเกี่ยวกับตัวเลข ซึ่งตัวเลขนี้มี 4 ชนิด มีจำนวนเต็ม Integer มีทศนิยม หรือในภาษาคอมพิวเตอร์จะเรียกว่าเป็นจำนวนจริง นะคะ แล้วก็จำนวนตรรกะ Boolean ก็คือ Boolean จำนวนเชิงซ้อน คอมเพรคนัมเบอร์ True กับ False จริง นั่นคือเบสิก 1 กก็คือข้อมูลตัวเลขนี่ นะคะ นี่ อันนี้ Boolen ที่เป็น Boolen true or fouจะหาแค่จริงหรือเท็จ True ก็เป็นจริง ถ้าเป็นเท็จ หา 2 ค่ะอันนี้ที่บอกว่าเป็นคอมเพรคนะคะ ก็คือมีทั้งตัวเลข แล้วก็มีทั้การใช้สมการหรือตัวตัวดำเนินการในคณิตศาสตร์มาร่วม Complex รวมผสมหลาย ๆ แบบเข้ามาด้วยกันนะคะ ทีนี้เมื่อกี้เบสิกแล้ว ต่อไปข้อมูลเชิงประกอบ ถ้าเป็นแบบ Composite นะคะ มันจะเกิดจากข้อมูลที่เป็นลักษณะที่ประกอบด้วยข้อมูลที่ต่างกันน่ะ แต่เอามาใช้ในตัวแปรนี้ เห็นไหมคะ เช่น ตัวอย่างบอก Dtda นี้่ หรือตัวเลขก็ได้ หรือค่าที่เป็นตั้งแต่ค่า -3 ถึง 6 ก็คือตัวแปรที่ประกอบด้วยข้อมูลที่มีได้หลายอันนะคะ ลักษณะเช่น เป็นแบบลิสต์ List ตัวนี้จะพูดถึงฐานข้อมูล ถ้าเป็น Composite ถ้าเป็น Composite หรือ set จะเป็นฐานข้อมูล ข้อมูลจะเป็นในรูปฐานข้อมูลหลาย ๆ ตัว ตัวแต่อยู่ในตัวแปร 1 ตัวอย่างนี้นะคะ ทีนี้เราจะมาลองเริ่มที่โปรแกรมของเราก่อน อยาก Test อะไรก่อน ดำมืดขนาดนี้เห็นไหม มองเห็นไหมคะ 14 47 คำสั่งแรกเลยที่เราจะ Test กันนะคะ ในสัปดาห์ที่ให้ไปหามา ลองเปิด เปิดดูสิว่าคำสั่งในภาษา Python คำสั่งพื้นฐาน เราจะพูดถึงคำสั่งพื้นฐานก่อน ไมค์มันก้องมาก เกิดอะไรขึ้น ไอ้ไมค์ใหม่ไม่ค่อยเวิร์คนะ ไม่เวิร์ค ๆ มันเป็นก้อง ๆ อื้อ ๆ มี 1print คำสั่งแรก คำสั่ง Print คำสั่งที่ 2 Input คำสั่งที่ 3 Sum และ คำสั่งที่ 4 Type Print คำสั่งแรก ก็บอกอยู่แล้วนั่นคือพิมพ์ พิมพ์ในที่นี้เราไม่มีเครื่องพิมพ์ มันหมายถึงพิมพ์บนหน้าเรานั่นเองนะคะ ก่อนอื่นเราจะต้องมาดูรูปมาดูรูปแบบของคำสั่ง Print ก่อน เขาบอกว่า คำสั่ง Print ใช้สำหรับใช้สำหรับแสดงผลนะคะ โดยวิธีพิมพ์รูปแบบก็คือ ต้องพิมพ์ว่า Paแล้วตามด้วยเครื่องหมายวงเล็บ แล้วก็ตามในเครื่องหมายวงเล็บใส่ชื่อตัวแปรหรือใส่ชื่อข้อมูลที่เราจะ Print นะคะ อยู่ดี ๆ เราจะสั่ง Print 1 2 3 เลยได้หรือไม่ ทดสอบ เปิดโปรแกรมพร้อม โปรแกรมก็เปิดแล้ว บรรทัดแรก ลองพิมพ์ลงไปสิ พิมพ์คำว่า Print นี่ พิมพ์ประโยคนี้นะคะ ไหนเอ่ย แล้วดูสิมันจะออกไหม ให้ Test กดผิด ๆ เดี๋ยวนะ เพิ่มหน้าให้ก่อน สร้างสไลด์ใหม่ ได้มีพื้นที่ในการเขียน เห็นไหมคะ ในหน้าโปรแกรมสีดำ ๆ นี่ ในหน้าต่างโปรแกรมเรานี่ ให้เด็ก ๆ เดี๋ยวทำเป็น 2 หน้าให้ก่อน แล้วก็อีกหน้าหนึ่ง ให้ดู 2 อัน เห็นไหม เห็นไหมคะ ให้พิมพ์คำว่า Print นี่ 1, 2, 3 นี่ ในวงเล็บ 1, 2, 3 ลงที่โปรแกรม ในหน้าต่างสีดำ ๆ ของเรานี่ ลองดูสิ มันขึ้นอะไรขึ้นมา ลอง Test ด้วยตัวเอง สังเกตสถานะมันจะอยู่ที่ Command Promt ที่ prompt เสมอ พิมพ์สิ ได้อะไรบอกแม่ ใบเตยลองพิมพ์ บีลองพิมพ์ ทางสไลด์นะคะ แต่ให้พิมพ์ในหน้าต่าง Python Shell ของเรา พิมพ์เสร็จแล้วกด Enter ขึ้นอะไรมา เมื่อพิมพ์เสร็จสิ้น 1 ประโยคคำสั่งจะต้องกด Enter นะคะ ก็คือพิมพ์ Print จนถึงวงเล็บปิด 3 แล้วก็ นั่นคือพิมพ์เสร็จ แล้วกดปุ่ม Enter นะคะ เพื่อสั่งให้โปรแกรมมันทำงาน ก็คือต้องกดปุ่ม Enter ทุกครั้ง ถ้าใครพิมพ์แล้วมันขึ้นอะไร ขึ้นเลข 1 2, 3 ถูกต้องไหม นั่นเพราะมันบอกแล้วว่าคำสั่งนี้คือคำสั่งให้ Print ใช่ไหมคt ให้ Print อะไรนะ ให้ Print แปรหรือข้อมูลใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้นไอ้ 1, 2, 3 นั่นคือข้อมูล ถูกไหม ไม่ได้เป็นตัวแปร ถ้าเป็นตัวแปร ให้มาดูผลในข้อนี้ ลองทำก่อนอื่นประกาศตัวแปร 1 ตัว ตัวแปรนี้ให้แสดงคำว่า "Hole ประกาศตัวแปร ตั้งค่าตัวแปร ในตัวอย่าง ดูในตัวอย่าง ตัวไหนเอ่ยใช้ประกาศตัวแปรได้ ตั้งชื่อตัวแปร 1 แล้วให้ตัวแปรนั้น ให้แสดงผลใช้ข้อความสวัสดี หรือ Hello ก่อน เดี๋ยวจะเปลี่ยนไทยเปลี่ยนอังกฤษจะยาก แล้วให้ตัวแปรนั้นแสดงคำว่า Hello อย่าลืมนะคะ ให้ย้อนกลับไปดูที่อะไร ดูวิธีการประกาศตัวแปรเราด้วยใช่ไหม นี่ มันจะต้องใส่ชื่อตัวแปร แล้วก็ค่าของข้อมูล เสร็จแล้วให้มันทำการ Print ตัวแปรนะคะ ต้องระบุตัวแปร คำสั่ง 1 ประกาศตัวแปร 1 ตัว โดยมีค่าข้อมูลเป็นรูปแบบตัวอักษรหรือข้อความว่า Hello เสร็จแล้วคำสั่งที่ 2 บรรทัดที่ 2 ให้มัน Print ตัวแปรที่เราสร้างน่ะ แล้วมันจะแสดงอะไรออกมา เดี๋ยวเราจะซ่อนของเรานะ แล้วเราจะเฉลยให้ดู หน้านี้ก่อนสิ เขียน... ดูรูปแบบการประกาศตัวแปรนะคะ กับรูปแบบการ... สิ่งที่เด็ก ๆ จะต้องทำ ก็คือจะต้องทำคำสั่งอยู่แค่ 2 บรรทัด บรรทัดแรกก็คือ บรรทัดที่ประกาศตัวแปรนะคะ บรรทัดที่ 2 ก็คือคำสั่ง Print ให้มัน print ตัวแปรที่เราประกาศเมื่อกี้ มันจะต้องเป็นข้อความ เป็นค่าของข้อมูลที่เรากำหนดให้ตัวแปรที่เราประกาศ เมื่อกี้บอกว่าให้ประกาศตัวแปร 1 ตัว โดยกำหนดค่าข้อมูล เป็นข้อความที่แสดงคำว่า Hello ถูกต้องไหมคะ นั่นคือ 1 คำสั่งแล้ว และคำสั่งต่อมา ก็คือให้ประกมาตัวแปรที่เราประกาศเมื่อกี้ เพราะฉะนั้นตัวแปรเมื่อกี้ตั้งชื่อว่าอะไร ก็ต้องใช้คำสั่ง Print แล้วก็ตามด้วยรูปแบบก็คือ Print ด้วยวงเล็บ ตัวแปร หรือข้อมูล อย่าลืมวงเล็ บมีเปิดแล้วก็มีปิด มีปิดวงเล็บด้วย โอทำได้หรือเปล่า ตอนแรกที่ให้ทำ Print 1, 2, 3, 4 นั่นหมายถึงว่า prinข้อมูล ก็คือตัวเลข 1 2 3 4 แต่ตอนนี้สิ่งที่จะให้ทำ ที่ 2 ก็คือ กำหนดค่า ค่าให้ตัวแปร 1 ตัว โดบค่าของตัวแปรนั้นเป็นข้อความที่แสดงคำว่า "Hello" ลงไป ฉะนั้น นั่นคือ 1 บรรทัด พิมพ์ชื่อตัวแปร 1 ตัวก่อน แล้วตามด้วยเครื่องหมายเท่ากับ (=) ชื่อตัวแปรเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น จำได้นะ การตั้งชื่อตัวแปร กฎการตั้งชื่อตัวแปร ตัวใหญ่ตัวเล็กแตกต่างกัน อันดับแรกให้พิมพ์ชื่อตัวแปร ตามด้วยรูปแบบนะคะ ดูรูปแบบการกำหนดค่าให้ตัวแปร ดูรูปแบบ ตอนให้ดูรูปแบบนี่เป็นภาษาไทย แต่พอเวลาสั่งคอมพิวเตอร์ทำงาน เปลี่ยนเป็นภาษาอังกฤษเสีย หลักการง่าย ๆ นั่นคือบรรทัดที่ 1 บรรทัดที่ 2 ก็คือตัวนี้ เมื่อบอกบรรทัดที่ 1 เสร็จมาบอกบรรทัดที่ 2 Print รูปแบบก็คือคำสั่ง Print ตามด้วยวงเล็บ แล้วตามด้วยตัวแปรที่อยู่ข้างในหรือข้อมูลที่อยู่ข้างในวงเล็บ แล้วมันจะ print ตัวนั้นออกมา เพราะฉะนั้น ให้ดูจากตัวอย่างแรกก่อน คำสั่ง Print ในตัวอย่างแรก นั่นก็คือ แล้วก็ตามด้วยข้อมูลที่เราระบุแบบที่ 2 ที่จะให้ทำ มันจะ Print ตัวแปร เพราะฉะนั้นก่อนมันจะ print ตัวแปรได้ เราจะต้องไปกำหนดค่าให้ตัวแปรก่อน เห็นไหมคะ คำสั่งนี้จะต้องทำ 2 ครั้ง ครั้งที่ 1 ที่ 1 จะต้องสั่งกำหนดค่าให้ตัวแปร เมื่อกำหนดเสร็จเรียบร้อย ค่อยมา print ค่าให้ออกมา โอ.เค. ไหม เด็ก ๆ ต้องเข้าใจรูปแบบของตัวโปรแกรมด้วย อันดับแรก อย่างที่บอก Print นี่ รูปแบบของมันนี่ มีคำสั่ง Print แล้วจะต้องมีวงเล็บเปิด วงเล็บปิด ข้อมูลในวงเล็บเปิดกับวงเล็บปิดนี่ มีอยู่ได้เป็น 2 อย่าง ก็คือตัวแปร หรือ ต้องการให้ข้อมูล ให้ Print ตัวแปรสั่งให้ print ข้อมูมันจะเหมือนตัวอย่างแรก มันจะเหมือน เพราะอะไร เพราะ 1 2 3 เป็นข้อมูล แต่ถ้าเมื่อใดที่ต้องการให้ Print ตัวแปร เราจะ print ตัวแปรได้ก็ต่อเมื่อเรามีตัวแปรก่อนแล้ว นึกออกนะคะ เราต้องสร้างตัวแปรก่อน ไม่ใช่ว่าอยู่ดี ๆ ไปบอกมัน Print P มันจะเข้าใจเปล่า P สมมติตัวแปรชื่อว่า P นี่ มันต้องมีที่มาที่ไป เพราะฉะนั้นการจะสั่งตัวแปร ชื่อ p ได้ มันต้องรุ้เท่ากับอะไร เห็นไหมคะ ต้องมีการประกาศ หรือกำหนดชื่อ กำหนดค่าให้ตัวแปรออกมาเสียก่อน มี 2 บรรทัด บี บีดู บีฟังนะคะ ตอนนี้บีจะต้องเขียนโปรแกรม 2 บรรทัด โดยบรรทัดแรก ก็คือให้บีประกาศตัวแปร ให้บีดูที่รูปแบบรูปแบบของการประกาศตัวแปร ในหน้าโปรแกรมให้บีตรงกำหนดเห็นไหมคะ จากองค์ประกอบของคำสั่งจะต้องมีชื่อตัวแปร อันดับแรกพิมพ์ชื่อตัวแปร อันนี้จะต้องตั้งเอง ตั้งขึ้นมา ตั้งว่าอะไร ชื่อเป็นภาษาอังกฤษ พิมพ์ลงไปค่ะ จะตั้งอะไรก็ได้แล้วแต่ตัวเอง (ล่าม) ต้องใส่วงเล็บไหมคะ หรือไม่ต้องใส่ (อาจารย์) ไม่ใช่นคือรูปแบบของตัวบน ดู ๆ คนละตัวกับ print นะคะ ดูอันบน อันนี้สร้างตัวแปรนี่ ดูรูปแบบของตัวแปรจะต้องอันที่ 1 คือ ตัวนี้ ต้องมีส่วนที่ 1 ส่วนที่ 1 (ล่าม) อาจารย์คะ คือ ใส่ชื่อแล้วก็เท่ากับ เป็นคำว่า "ค่าของข้อมูล" ใช่ไหมคของการกำหนดค่าตัวแปร ทุกครั้งที่จะกำหนดค่าตัวแปร ใช้รูปแบบนี้เสมอนะคะ ก็คือ 1 สร้างชื่อตัวแปรของเรามา 1 ตัว เสร็จแล้วใส่เครื่องหมาย = ต้องมีเครื่องหมายเท่ากับ แล้วก็ตามด้วยค่าของข้อมูล ซึ่งเมื่อกี้บอกแล้วว่า เราต้องการให้ข้อมูลนี้แสดงข้อความคำว่า Hello เพราะฉะนั้นค่าของข้อมูลที่เป็นข้อความก็คือต้องอยู่ในเครื่องหมายอะไรคะ เครื่องหมายคำพูดเสมอ ดูรูปแบบด้วย ให้ดูรูปแบบด้วย นี่ เครื่องหมายคำพูดคำพูดหรือว่าขีดเดียวกับ 2 ขีดเหมือนกันใน Python นี่ใช้ได้เหมือนกัน เมื่อเสร็จบรรทัดนี้ นั่นคือ 1 คำสั่ง คำสั่งต่อมาก็คือสั่งให้มัน print ตัวแปรที่เราประกาศไปในบรรทัด คำสั่งที่ 1 ทำเสร็จหรือยัง บี บีตรงค่าของข้อมูลของบีนะคะ บีจะต้องเนื่องจากค่าข้อมูลที่จะแสดงน่ะ มันเป็นข้อความ มันจะต้องใส่เครื่องหมายคำพูด ("") มันจะหมายถึงเป็นข้อมูลประเภทตัวเลขนึกออกนะ เพราะฉะนั้นบีจะต้องไปแก้ก่อน แก้ตัวแปรนั้นใหม่เครื่องหมายเท่ากับ (=) ไปข้อความในเครื่องหมายคำพูดคือ Hello โอ.เค. ไหมคะ เข้าใจหรือเปล่า (ล่าม) อาจารย์คะ สักครู่นะคะ ก็คือตรงชื่อของตัวแปร เป็นชื่ออะไรก็ได้ใช่ไหมคะ (อาจารย์) ใช่ ๆ แล้วแต่เขาจะตั้ง พอหลัง = ตรงค่าของข้อมูลให้ใส่ว่าอะไรคะ (อาจารย์) ตรงค่าของข้อมูล ตอนนี้เราอยากให้ข้อมูลชนิดนี้เป็นข้อความ ถ้าเป็นข้อความเขาต้องใส่เครื่องหมายคำพูด แล้วก็ตามด้วยคำว่า "Hello" ค่ะ Hello ค่ะ (ล่าม) ชื่อกำหนดเอง แล้วก็เท่ากับ แล้วเครื่องหมายคำพูด และเป็น Hello ใช่ไหมคะ (อาจารย์) ใช่ค่ะ มี HelloName เป็นชื่อเฉพาะอะไรนะ น้องใหม่ชื่ออะไรนะ แป๋ม แป๋ม แป๋มดู แป๋มดูรูปแบบของการตั้งชื่อตัวแปรดี ๆ นพคึชื่อตัวแปรนี่ แป๋มตั้งเองไม่ต้องไปดูของเพื่อน ตัวแปรจะตั้งว่า A ก็ได้ A, B, C คือชื่อสมมติน่ะค่ะ ชื่อ นะคะ ไม่ใช่ชื่อจริง แต่เราต้องรู้ว่าตัวแปรนี้ใช้ทำอะไร หรือมีค่าเท่ากับเท่าไร เพราะฉะนั้นก่อนอื่นปุ๊บ ตั้งชื่อตัวแปร แล้วรูปแบบมันก็คือ มีรูปแบบตามด้วยเครื่องหมายเท่ากับเสมอ ขาดไม่ได้ เสร็จแล้วตามด้วยค่าของข้อมูล ทีนี้ ถ้าข้อมูลที่เราจะแสดง จะแสดง เป็นข้อความ ถ้าเป็นข้อความจะต้องมีเครื่องหมายคำพูดเสมอ แต่ถ้าไม่ใช่ข้อความไม่ต้องใส่เครื่องหมายคำพูด เพราะฉะนั้น ตอนนี้นะคะ ตัวแปรนี้ แม่บอกว่าให้แสดงข้อความ ว่า Hello เพราะฉะนั้นแป๋มจะต้องตั้งชื่อตัวแปรที่มีค่าของข้อมูล อยู่ในเครื่องหมายคำพูด คือ Hello ลองทำ ค่ะ พิมพ์ใหม่ แป๋มพิมพ์ใหม่ แล้วแป๋มค่อยไป print สั่ง print ตัวแปรที่แป๋มตั้งแค่นั้นเอง อะตอม ๆ นั้นอะตอมนึกออกนะ อะตอมสงสัยว่า พอบรรทัดต่อมา อะตอมไม่มีเครื่องหมายคำพูด แต่ครั้งแรกอะตอมทำชื่อตัวแปรที่ชื่อว่า Name ถูกต้องไหม เครื่องหมายเท่ากับ คำพูด แล้วก็ Hello เสร็จแล้วอะตอมมาตั้งชื่อตัวแปรอีกครั้งหนึ่ง เป็นชื่ออะตอม ถูกต้องไหม แล้วอะตอมให้ชื่อของอะตอมไปเท่ากับ Name อะตอมตั้งไว้ พอเวลาสั่ง print สั่ง Print ตัวแปรที่เป็นชื่อะตอม มันก็เลยไปดึงคำว่า Hello ที่อะตอมตั้งค่าไว้ตั้งแต่ชื่อว่า Name ทีนี้พอตอนอะตอมบอกเพื่อน อะตอมบอกใส่ให้อะตอมจำไว้ว่า ถ้าค่าของข้อมูลเป็นข้อความ จะต้องใส่เครื่องหมายคำพูดเสมอ เพราะฉะนั้นเป็นข้อความเท่านั้น ถึงใส่เครื่องหมายคำพูดที่ขึ้นเป็นข้อความ แต่ถ้าไม่ใช่ไม่ต้องใส่ ถ้าเป็นตัวเลขอย่างนี้ นึกออกนะคะ ถ้าเป็นข้อความเท่านั้น ต้องการกำหนดค่าให้น่ะ เป็นข้อความเท่านั้นที่จะใส่ ทีนี้สิ่งที่จะต้องจำ ก็คือให้จำรูปแบบของการกำหนดค่าตัวแปรไว้ด้วย ว่าจะต้องประกอบ ด้วย 3 ส่วนนี้เสมอ เพราะครั้งหน้ามาแม่จะไม่มาเปิดสไลด์ย้อนแล้วนะคะ เด็ก ๆ จะต้องจำนะคะ ว่าการตั้งค่าตัวแปรประกอบด้วย ชื่อตัวแปร เครื่องหมาย เท่ากับ แล้วก็ตามด้วยค่าของข้อมูล ใส่ค่าอยู่ 3 อย่าง จำได้ไหม รูปแบบมีแค่นี้ เช่นเดียวกันกับคำสั่ง Print รูปแบบคำสั่ง Print ไม่มีทางเป็นอย่างอื่น พิมพ์คำว่า Print แล้วก็ตามด้วย วงเล็บ ซึ่งในวงเล็บจะ Print อะไร ถ้า P4rชื่อตัวแปรที่เรากำหนด แต่ถ้า Print ข้อมูลก็ใส่ข้อมูลลงไปได้เลย เห็นไหมคะ เพราะฉะนั้นมันจะมีรูปแบบของใครของมันนะคะ คือส่วนใหญ่ที่ผิด 1. คือไม่จำ รูปแบบ เด็กๆ ไม่จำรูปแบบในการเขียนโปรแกรม แล้วทีนี้จำแล้วไปจำสับสน เพราะเดี๋ยวมันจะมคำสั่งอื่นมากอีก เพราะฉะนั้นต้องจำไปให้ได้ทีละอันก่อน จำได้ตัวที่ 1 ก็จะจำตวัที่ นะคะ เพราะถ้าเราเสียเวลาย้อนกลับไปกลับมานี่ เราจะเสียเวลา เราจะไม่ย้อนเปิดแล้วนะคะ เราจะต้องจำให้ได้ก่อนว่า การใช้คำสั่ง Print มีรูปแบบอย่างไร คือถ้าผิดนิดเดียวนี่ มันขึ้น Error แน่นอน โปรแกรมจะขึ้น Error มาแจ้งเตือน ไม่รู้จักบ้างล่ะ อะไรบ้างล่ะ ต้อง ต้องไปเปิดดู ต้องไปค้นคำสั่ง Python ค้นคำสั่ง Python ดูรูปแบบไว้ ดูที่เดูคำที่เป็นคำสงวนไปไว้ เพราะมันจะมีการ อีกทุกเกือบทุกครั้ง ไว้ด้วยว่าคำนี้เอามาตั้งไม่ได้นะ นะคะ โอ.เค. นะคะ วันนี้พอแค่คำสั่ง Print ก่อนนะคะ สัปดาห์หน้าค่อยมาต่อ คำสั่งอื่นต่อ ไปดูคำสั่งอื่นมาเพิ่มไว้ด้วยนะคะ โอ.เค. ค่ะ สัปดาห์นี้พอแค่นี้ อะตอม ขอบคุณ ขอบคุณค่ะ ขอบคุณนะคะ [สิ้นสุดการถอดความ]หน้าค่อยมาต่อ คำสั่งอื่นต่อ ไปดูคำสั่งอื่นมาเพิ่มไว้ด้วยนะคะ โอ.เค. ค่ะ สัปดาห์นี้พอแค่นี้ อะตอม ขอบคุณ ขอบคุณค่ะ ขอบคุณนะคะ [สิ้นสุดการถอดความ]