--- title: ถอดความ คำนมัสการมาตาปิตุคุณและคำนมัสการอาจริยคุณ 28-8-63 subtitle: date: วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 2563 เวลา 09.24 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) วิชานี้นะคะ เป็นวิชาภาษาไทยค่ะ และฉันทลักษณ์ สอนโดยครูสุวดี นาสวัสดิ์ [เสียงดนตรี] เป็นวิชาภาษาไทยค่ะ วันนี้เราจะมาเรียนกันเรื่องผู้ประพันธ์ ปิตุคุณ และนมัสการอาจริยคุณ สอนโดยครูสุวดี นาสวัสดิ์ นักเรียนคะ เวลาเราเรียนวรรคดีนั้น เราควรที่จะต้องเอาใจของเราใส่ลงไปในวรรณครพนะคะ นั่นก็คือพยายามทำความเข้าใจเกี่ยวกับสิ่งที่วรรณคดีกำลังจะสื่อสารกับเรา ครูอยากให้นักเรียนลองพิจารณาโครงบทนี้นะคะ แล้วก็ค่อย ๆ ทำความเข้าใจว่า โคลงบทนี้กโคลงบทนี้นะคะ มีอยู่ว่า คุรณนาหนักเพี้ยงพสุธา กาฬกว้าง คุณพี่... คุณพระอาจารย์อ้างอาจสุสาคร สาคร // บทนี้นะคะ มาจากโคลงโลกนิตนั่นเองค่ะ ที่นักเรียนเคยได้เรียนแล้ว ปีที่ 1 นะคะ ถามว่าโครงบทนี้พูดถึงอะไรบ้าง นักเรียนจะเห็นว่า มีคำสำคัญในแต่ละบาท นั่นก็คือบาทแรก พูดถึงแม่ใช่ไหมคะ แล้วก็บอกว่าแม่นั้นมีพระคุณนะคะ เปรียบได้เพียง เพียงก็คือเหมือน ก็คือแผ่นดินนะคะ พระคุณแม่นั้นแผ่นดินอันกว้างใหญ่นะคะ ในขณะที่บาทที่ 2 นั้นพูดว่า พระคุณของบิดานะคะ ของพ่อนะคะ ก็ดุจก็คือเหมือน เหมือนกับอากาศนะคะ เหมือนกับท้องฟ้าอากาศที่กว้างใหญ่ไพศาล ที่ 3 นะคะ บอกว่า คุณพี่พ่างเมนมาก บาทนี้นะคะ ก็พูดถึงพระคุณของพี่ว่าพ่าง พ่างก็แปลว่า เหมือน ก็คือภูเขาใหญ่ในที่นี้นะคะ นักเรียนอาจจะคุ้นเคยชื่อนี้ ว่าเขาพระสุเมรุ ปรากฏอยู่ใรวรรณคดีเรื่องต่าง ๆ นะคะ เขา ก็เป็นคำสำคัญทีเดียวค่ะ หมายชื่อภูเขานะคะ คติทางพระพุทธศาสนานะคะ ศูนย์กลางของจักรวาล ศูนยกลางของพระสุเมรุตั้งอยู่ มีความสูงมากนะคะ แล้วก็กว้างใหญ่ไพศาลมาก พระคุณของพี่ ก็เปรียบได้นะคะ เขาพระสุเมร นะคะ ในขณะที่บาทที่ 4 นั้นหมายถึงพระคุณของอาจารย์นะคะ เปรียบได้กับสาคร สาครนั้นก็หมายถึงแม่น้ำนะคะ พระคุณของครูบาอาจารย์นั้นเปรียบเหมือนกับแม่น้ำนะคะ จะเห็นได้ว่าทั้ง 4 บาทนี้นะคะ พูดถึงมารดา บิดา นะคะ พี่ แล้วก็พูดถึงครูบาอาจารย์ที่สั่งสอนเรา โดยเปรียบเทียบนะคะ กับสิ่งต่าง ๆ ที่มีความกว้างใหญ่ไพศาลนะคะ ใหญ่โตนะคะ ให้เห็นว่าพระคุณของบุคคลเหล่านี้มีมากมายเกิดคนานับนั่นเองค่ะ ถามว่าโคลงก็กล่าวถึงพระคุณของบุคคลเหล่านี้นะคะ ทีนี้มาถึงเรื่องของเราบ้าง วันนี้นะคะ วรรณคดีที่เราจะเรียนกันนะคะ เป็นบทร้อยกรองอีก 1 เรื่องที่เราควรจะต้องรู้จักนะคะ เนื่องจากว่าพูดถึงเรื่องของพระคุณของบิดาร มารดา แล้วก็ครูบาอาจารย์ มีชื่อว่า บทนมัสการมาตปิตุ อาจริยคุณค่ะ กันในวันนี้นะคะ เรื่องที่ 1 นะคะ ผู้ประพันธ์นะคะ และนมัสการอาจริยคุณนั้น ใครคือผู้แต่งนะคะ และ 2 นั่นก็คือเรื่องนี้แต่งด้วยคำประพันธ์ชนิดใดนะคะ แล้วก็จะได้เรียนรู้ถึงแนวทางในการอ่านบทร้อยกลองด้วยนะคะ ว่าเราจะมีวิธีการอ่านอย่างไร ให้ได้ความไพเราะนะคะ และได้อรรถรส และก็จะพูดถึงเรื่องของการสวดสรพันญะค่ะ แรกนะคะ จะพูดถึงเรื่อง ใครคือผู้ประพันธ์นะคะ บทนมัสการมาตาปิตุคุณ แล้วก็นมัสการอาจาริยผู้ประพันธ์นะคะ คือ อาจรยังกูลนะคะ ซึ่งท่านเป็นบุคคลสำคัญอย่างยิ่งเป็นกวี และปราชญ์ ในสมัยรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ค่ะ จังหวัดฉะเชิงเทรา ถึงรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ค่ะ ในสมัยรัชกาลที่ 3 ค่ะ ท่านนั้นได้ร่ำเรียนภาษาไทยและภาษาขอมจนเชี่ยวชาญนะคะ แล้วก็ได้ศึกษาบวชเรียนนะคะ กับพระคุณ ในสำนักต่าง ๆ นะคะ ศึกษาบทเรียนทางพระพุทธศาสนา จนมีความรู้นะคะ เชี่ยวชาญอย่างยิ่ง สามารถสอบแปลพระ... ได้ปริญญาเอก 7 ประโยคนะคะ แล้วท่านก็ดำรงสรรมเพศบัญชิตนะคะ เป็นเวลา 9 พรรษานะคะ จากนั้นในสมัยรัชกาลที่ 4 ท่านก็ดำรงสัมนเพศอยู่อีก 2 พรรษานะคะ แล้วท่านก็ได้ลา และมารับราชการนะคะ ในกรมมหาดเล็ก ในตำแหน่งผู้ชของผู้ช่วยกรมพระอารักษ์ค่ะ และในที่สุดก็ได้เลื่อนนะคะ เป็นเจ้ากรมอักษรพิมพกาญ ซึ่งกรมอักษรพิมพ์... นะคะ นักเรียนจะเห็นได้ว่าท่านนั้น นะคะ อย่างแม่นยำและลึกซึ้งมากค่ะ และในสมัยรัชกาลที่ 5 ค่ะ สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจองเกล้า เจ้าอยู่หัว ได้เลื่อนตำแหน่งนะคะ เป็น และก็ได้เลื่อนเป็น พระศรีสุนทรโวหาร ศรีสุทรโวหาร ได้เป็นองค์มนตรีราชการ และได้เป็นพระอาจารย์นะคะ แด่พระบรม... รวมทั้งสมเด็จพระบรมโอสาธิราชสยามวชิราวุฒ สยามมงกุฎราชกุมาร ท่านนั้นมีความรู้แตกฉานในด้านหนังสือเป็นอย่างมาก ศรีสุนทรโวหาร ที่มีคุณูปการต่อภาษาไทย เพราะว่าท่านได้เป็นผู้ประพันธ์ซึ่งในสมัยนั้น ในสมัยรัชกาลที่ 5 นะคะ ใช้แบบเรียนของท่านนะคะ สอนให้กับพระบรมวงศานุวงศ์ รวมทั้งบุตรหลานในสมัยนั้นด้วย ซึ่งนักเรียนอาจจะคุ้นชื่อแบบเรียนดังต่อไปนี้นะคะ อาจจะเคยได้ยินมาบ้าง มูลบทบรรพกิจ สังโยคพิทาน มากกว่านี้นะคะ แต่คุณครูยกตัวอย่างมาแต่ละเรื่องนะคะ จะพูดถึงเรื่องที่แตกต่างกันนะคะ จะเห็นว่าในมูลบทบรรพกิจท่านก็จะกล่าวถึงเรื่องตัวอักษรและเครื่องหมายนะคะ พอเรื่องต่อมานะคะ คือวาหนินิกร จะพูดถึงเรื่องอักษรนำ เรื่องถึงอักษรประโยคนะคะ ท่านก็จะพูดถึงอักษรควบกล้ำ พอถึงกล่าวถึงตัวสะกด แล้วก็พิสารตัวการันต์นะคะ ก็เป็นแบบนี้มีแบบเรียนอีกหลายเล่มเลย ถ้านักเรียนสนใจนะคะ ไปค้นคว้าอ่านเพิ่มเติมได้ค่ะ ทีนี้บท นมัสการอาจริยคุณนั้น อยากให้นักเรียนลองพิจารณานะคะ ว่าบทประพันธ์ที่ปรากฏอยู่บนหน้าขณะนี้เป็นคำประพันธ์ชนิดใดคะ สังเกตได้ว่าน่าจะเป็นร้อยกรองนะคะ เป็นร้อยกรอง ชนนีเป็นเค้ามูล ผู้กอบนพดุงจวบเจริญวัย สังเกตไหมคะ ว่ามีเสียงเบานะคะของแต่ละคำที่เราอ่าน สำหรับลักษณะคำประพันธ์เรื่อง อาจริยคุณนะคะ แต่งด้วยคำประพันธ์ประเภทฉันท์ คำประพันธ์ประเภทฉันท์นะคะ เป็นวัฒนธรรมที่รับมาจากวรรณคดีบาลีนะคะ ในวรรคดีบาลีก็จะมีการใช้เสียงหนักเบานะคะ รับมาใช้นั้นเราก็มีการกำหนดเป็นเสียงหนักนี่ก็คือ เป็นคำ... นะคะ เสียงเบสคำลหุ ซึ่งคำประพันธ์ในเรื่องนี้นะคะ ว่าฉันที่มีลีลาอันรุ่งเรืองดุจสายฟ้า ซึ่งเป็นอาวุธของพะรอินทร์นะคะ ดังนั้นเวลาที่นักเรียนได้อ่านนะคะ ฉันชนิดนี้ต้องจินตนาฃจะมีเสียงหนักเบาเป็นอย่างไรค่ะ อินทราวิเชียรฉันท์ วรรคหน้ามี 5 วรรคหลังมี 6 คำ คำว่าคำในที่นี้นะคะ ถ้าเราพูดถึงในร้อยกรองแล้วนะคะ จะหมายถึงการเปล่งเสียงออกมาครั้งหนึ่ง ๆ หรือพยางค์นั่นเองค่ะ ให้นักเรียนลองพิจารณาอินทราวิเ31 นะคะ นักเรียนจะเห็นว่าวรรคหน้าวรรคแรกนะคะ จะมี 5 คำนะคะ คะรุ คะรุ ครุ ครุนะคะ และวรรคที่ 2 มี 6 คำ นั่นก็คือ ลหุ ลหุ ครั ครุ ครุ ครุ นะคะ อันนี้คือ 1 บาท ก็มีจำนวนคำเท่ากันนะคะ แล้วก็ใช้เสียงหนักเบาเช่นเดียวกันค่ะ และจะเห็นว่าใน 1 บท ก็จะมีบางคับนะคะ จากคำสุดท้ายของวรรคที่ 2 นะคะ สั่งไปยังคำสุดท้ายของวรรคดีที่ ทีนี้เราลองมาดูว่า คำ ระหุ และคำ ครุ นักเรียนอาจจะเคยทราบกันมาแล้ว คำลหุก็หมายถึงพยางค์นะคะ ที่ผสมสระเสียงสั้นในแม่ ก. กา เท่านั้น ตัวอย่างเช่นคำว่า จะ จ. อะ จะ คำว่าจะนั้นเป็นคำลหุนั่นเอง อย่างเช่น ปะ คำว่า สิ คำว่า ธุระ คำว่า ชนะ คำว่าสุริยะ อย่างนี้เป็นต้น หมายถึง พยางค์นะคะ ที่ไม่ใช่คำ ระหุ คำในแม่ ก กา ซึ่งผสมด้วยสระเสียงยาว รวมไปถึงคำที่มีตัวสะกดในทุกมาตรานะคะ ตัวอย่างเช่น คำว่า นา น. อา นา สระอา เป็นสระเสียงยาว คำว่านาจึงเป็นคำครุนะคะ หนัก ส่วนคำว่า รี นะคะ นะคะ รี คำนี้ก็เป็นคำที่ผสมด้วยสระเสียงยาว คำว่าเมือง คำว่าโสภานะคะ คำเหล่านี้เป็นคำ ครุ ทั้งสิ้นค่ะ นักเรียนจะเห็นว่าในแผนผังของฉันนะคะ บางครั้งเราจะใช้สัญลักษณ์แทนคำ ครุ และคำ ระหุ นะคะ อย่างเช่น จะใช้เครื่องหมายที่เขียนเหมือนกับไม้หันอากาศนะคะ ส่วนคำลหุจะใช้เครื่องหมายที่เหมือนกับสระอุค่ะ อย่างเช่นในแผนผังนี้ค่ะ การกำหนด คำ ครุ ระหุ นั้น จำเป็นเพียงผู้แต่งเพียงฝ่ายเดียวอย่างนั้นหรือไม่ แน่นอนค่ะผู้แต่งนั้นจะแต่งฉันท์ให้ได้ถูกต้องตามฉันทลักษณ์ ก็ต้องมีความรู้ทาง ครุ แต่ว่าในแง่ของผู้อ่านเอง ก็ควรจะต้องศึกษาและมีความรู้เรื่องนี้ด้วย เพื่อที่ว่าเวลาอ่านฉันก็จะได้รับอรรถสรในการอ่านได้มากขึ้นค่ะ ถามว่าอ่านอย่างไรจึงจะไพเราะ เมื่อเราต้องอ่านคำ ครุ เราจะต้องอ่านลงเสียงหนักนะคะ ในขณะที่เราอ่านคำลหุ เราอ่านโดยไม่ลงน้ำหนักนะคะ ก็คืออ่านเสียงเบา แม้ว่าคำนั้นจะมีตัวสะกดก็ตาม อันนี้ต้องจำไว้ให้ดี อย่างเช่น ตัวอย่างนี้ค่ะ บทนี้อย่างนี้ค่ะ บอกว่าข้าขอนบชนกคุณ ชนผู้กอบนุกูล ผดุงจวบเจริญวัย นักเรียนจะเห็นว่าในตำแหน่งของคำว่า จริง ๆ แล้วเป็นตำแหน่งที่ต้องใช้คำ ระ หุ นะคะ ดังนั้นคำว่านบในที่นี้ เป็นคำครุ หรือคำลหุคะ ดังนั้นคำว่า นบ เป็นคำ ครุ ใช่ไหมคะ ตำแหน่งของคำ ระหุ แสดงว่าเราต้องอ่านคำ ว่า นบตรงนี้โดยออกเสียงเบานะคะ เช่นเดียวกันกับวรรคถัดไปนะคะ ชนนีเป็นเค้ามูลนะคะ นักเรียนสังเกตคำว่าเป็นนะคะ คำว่าของคำระหุเช่นเดียวกัน ดังนั้นเราจะต้องอ่านโดยไม่ลงน้ำหนักนะคะ เช่นเดียวกันกับในวรรคที่ 4 นะคะ ผดุงจวบเจริญวัย นักเรียนจะเห็นว่า ดุงนะคะ ผดุง ดังนั้นเราจะต้องอ่านออกเสียงไม่ลงน้ำหนัก แม้ว่าจะอยู่ในตำแหน่งของคำลหุค่ะ หรืออีก 1 ตัวอย่างนะคะ นักเรียนจะเห็นว่า ผู้การุญ โอบเอื้อและเจือจุน นะคะ นักเรียนดูวรรคแรกนะคะ ตำแหน่งของคำระหุ ไปตรงกับคำว่าคำนะคะ ซึ่งคำว่าคำนะคะ มีตัวสะกดในมาตราแม่กม เหมือนกับมีตัวประสมด้วยมาตราแม่ กง ออกเสียงเบานะคะ คือไม่ลงน้ำหนัก แม้ว่า มีตัวสะกดก็ตามนะคะ อ่านออกเสียงเหมือนมีตัวสะกดก็ตาม กับคำว่าต่อ แล้วก็คำว่าทุกนะคะ ประเด็นต่อไปนะคะในเรื่องของการอ่าน การอ่านฉันต์ ผู้แต่งนะคะ อาจจะไม่เร่งฉันทลักษณ์ ในวรรค บางทีก็อาจจะไม่ได้เป็นไปตามที่กำหนดนะคะ บางทีกำหนด 5 คำ แต่ว่ามีจำนวนคำเกินมาเป็น 6 อย่างนี้เราก็ควรจะต้องอ่านรวบคำนะคะ ค่ะ ที่บอกว่ายังบ่ทราบก็ได้ทราบ ในวรรคแรกนั้น จะต้องมี 5 คำ หรือ 5 พยางค์นะคะ นักเรียนจะเห็นว่า ยัง บ ทราบก็ได้ทราบ อย่างนี้ 6 พยางค์ใช่ไหมคะ ดังนั้นเราควรจะอ่านรวบคำนะคะ ที่คำว่า บ่ทราบนะคะ ยังบ่อทราบ ก็ได้ทราบนะคะ เพื่อให้ลงจังหวะนะคะ ในจังหวะ 5 คำนั่นเอง ต่อไปนะคะ ครูอยากให้นักเรียนลองฟัง เสียงอ่านทำนองสเนาะ นะคะ การลงเสียงหนักเบา รวมทั้งการเอื้อนเสียงค่ะ ข้าขอนพชนกคุณ เป็นข้าวมูล ผู้กอบนุกูลพูน ผดุงจวบเจริญวัย ฟูมฟักถนุบ่บำราศ นี่ลาไกล แสนยากเท่าไรไร บ่คิดยากลำบากกาย ตรากทนประคน หรือรู้วาย ปกป้องซึงอันตราย จนได้รอดเป็นกายา เปรียบหนัก ชนกคุณ ชนนีคือภูผา ใหญ่พื้นพระสนุธรา ก็ บ เทีนบ บ เทียมทัน เหลือที่จะแทนทด จะสนองคุณานันต์ชันยอันอุดมเลิศประเสริฐคุณ (คุณครูสุวดี) ค่ะ อันนี้คือเรื่องนมัสการมาตาปิตุคุณนะคะ ต่อไปค่ะเป็นเรื่องนมัสการอาจิรยคุณค่ะ นักเรียนลองฟังดูค่ะ อนึ่งข้าคำนับน้อม ต่อพระครูผู้การุนญ โอบเอื้อโอบเอื้อและเจือจุน อนุสาสน์ทุกสิ่งสรรพ์ ยังบ่ทราบก็ได้ทราบ ทั้งบุญบาบ ทุกสิ่งอัน ชี้แจงและแบ่งปัน ขยายอัตถ์ให้ชัดเจน จิตมากด้วยเมตตา และกรุณา บ เอียงเอน เหมือนท่านมาแกล้งเกณฑ์ ให้ฉลาดและแหลมคม ขจัดเขลา บรรเทาโง่ หจิตมืดที่งุนงม กังขา ณ อารมณ์ ก็สว่างกระจ่างใจ คุณส่วนมิควรนับ ถือว่าเลิศ ณ แดนไตร ควรนึกและตรึกใน จิตน้อมนิยมชม ที่ (คุณครู) ค่ะสำหรับเรื่องนมันสการมาตาปิตคุณ ก็มีผู้นำไปสวดด้วยทำนองสรภัญญะนะคะ ทำนองสวด ประเภทฉันท์นะคะ ซึ่งนักเรียนอาจจะเคยได้ยินบทสรรเสริญพระพุทธคุณนะคะ ที่ขึ้นต้นด้วย องค์ใดพระสัมพุทธ นะคะ ถ้าใครคุ้นก็ลองไปฟังดูนะคะ วันนี้ครูมีตัวอย่างนะคะ ของการสวดทำนองสรญทำนองสรภัญญะนะคะ ของเรื่องอาจริยคุณ แล้วก็นมัสการอาจาริยคุรให้นักเรียนได้ฟังด้วยค่ะ ข้อขอนบชนกคุณ ชนบคุณ คน ชนนีเป็นเข้ามูล ผู้กอบนุกลูพูน ผดุงจวบเจริญวัย ฟูมฟักทะนุถนอม ถนุถนอม บ บำราศนิราไกลนิราศไกล แสนยากเท่าไร บ คิดยาก ลำบากกาย ตรากทน รทุกข์ ถนอมเลี้ยง ฤ รู้วาย ปกป้องซึ่งอันตราย ปกป้องซึ่งอันตราย จนได้รอดเป็นกายา เปรียบหนักชนกคุณ ธรนีชนนีคือภูผา ใหญ่พื้นพสุนธรา ก็ บ เทียบ บ เทียมทัน เหลือที่จะแทนทด จะสนองคุณานันต์ จะสนองคุณานันต แท้บูชไนยอัน อุดมเลิศประเสริฐคุอุดมอุดมเลิศประเสริคุณ อนึ่งข้าคำนับน้อม ต่อพระครู ผุ้การุญ โอบเอื้อและเจื้อจุน อนุสาสน์ทุกสิ่งสรรพ์ ยัง บ ทราบก็ได้ทราบ ทั้งบุญบาปทุกสิ่งอัน ชี้แจงและแบ่งปัน ขยายอัดให้ชัดเจน จิตนบทเรียนออนไลน์ บทนมัสการมาตาปิตุคุณและอาจริยคุณ paragraph_857 ผู้แต่ง พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร) จุดประสงค์ เพื่อสรรเสริญพระคุณของบิดามารดาและพระคุณของครู อาจารย์ที่ได้อบรมสั่งสอนและให้ความรู้แก่ศิษย์ทั้งหลาย บทนมัสการมาตาปิตุคุณ รูปภาพที่เกี่ยวข้อง ข้าขอนบชนกคุณ ชนนีเป็นเค้ามูล ผู้กอบนุกูลพูน ผดุงจวบเจริญวัย ฟูมฟักทะนุถนอม บ บำราศนิราไกล แสนยากเท่าไรไร บ คิดยากลำบากกาย ตรากทนระคนทุกข์ ถนอมเลี้ยง ฤ รู้วาย ปกป้องซึ่งอันตราย จนได้รอดเป็นกายา เปรียบหนักชนกคุณ ชนนีคือภูผา ใหญ่พื้นพสุนธรา ก็ บ เทียบ บ เทียมทัน เหลือที่จะแทนทด จะสนองคุณานันต แท้บูชไนยอัน อุดมเลิศประเสริคุณ” ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง ไม่มีพระคุณของผู้ใดจะยิ่งใหญ่เท่ามารดา ถอดความ บทกวีนี้ กล่าวนอบน้อมพระคุณของบิดามารดา ผู้ได้เกื้อกูลมาตั้งแต่เล็กจนเติบโต คอยเฝ้าระวังรักษาประคับ ประคองดูแลอยู่ไม่ยอมห่าง แม้จะ ลำบากเท่าไรก็อดทนได้ เลี้ยงลูกอย่างทะนุถนอม ปกป้องอันตราย จนรอดพ้นอันตราย เติบใหญ่ เป็นตัวเป็นตน เปรียบประคุณของบิดามารดายิ่งกว่าภูเขา หรือแผ่นดิน สุดที่จะทดแทนพระคุณ มากล้นนี้ได้ด้วยการบูชาอันวิเศษสมบูรณ์เลิศล้ำ วิดีโอ YouTube นมัสการอาจริยคุณรูปภาพที่เกี่ยวข้อง อนึ่งข้าคำนับน้อม ต่อพระครูผู้การุญ โอบเอื้อและเจือจุน อนุสาสน์ทุกสิ่งสรรพ์ ยัง บ ทราบก็ได้ทราบ ทั้งบุญบาปทุกสิ่งอัน ชี้แจงและแบ่งปัน ขยายอัตถ์ให้ชัดเจน Ցและกรุณา บ เอียงเหมือนท่านมาแกล้งเกณ ให้ฉลาดและแหลมคม ขจัดเขลาบรรเทาโม ขจัดเขลาบรรเทาโม- หะจิตมือที่งุนงม กังขา ณ กังขา ณ อารมณ์ ก็สว่างกระจ่างใจ ณควรนับ ถือว่าเลิศ ณ แดนไตร ควรนึก และตรึกไน จิตน้อมนิยมชม จิตน้อมนิยมชม (อาจารย์) ค่ะ สำหรับบทสวดทำนองอรภัญญะที่ได้ฟังเมื่อครู่นี้นะคะ นักเรียนจะเห็นว่า มีทำนองนะคะ ซึ่งช่วยในการจดจำเนื้อหา ทำให้นักเรียนได้จดจำเนื้อหาได้ขึ้นใจนะคะ แล้วนักเรียนจะรู้สึกซาบซึ่งไปกับความไพเราะกับบทประพันธนั่นเองค่ะ ครูก็อยากให้นักเรียนได้ฝึกสวดด้วยทำนองสวดสรภัญญะเช่นนี้ค่ะ ส่วนสิ่งที่นักเรียนได้เรียนรู้ นั่นก็คือมาตาปิตุคุณ และนมัสการอาจริยคุณ นะคะ ก็คือพระยาศรีสุนทร โวหาร ประพันธ์ประเภท อินทร์วิเชียรฉันท์นะคะ ในการอ่านบทร้อยกรองประเภทฉันท์ รวมทั้งทำนองการสวดสรภัญญะด้วยค่ะ สำหรับกิจกรรมสามารถนำไปฝึกฝนเพิ่มเติมได้นะคะ มี 1. นักเรียนอาจจะลองเปรียบเทียบนะคะ คำประพันธ์ประเถทฉันท์ อินทรวิเชียรนะคะ กับคำประเภทกาพย์ยานีนะคะ โดยเขียนแผนผังประกอบ อย่างเช่น คณะ คณะนี่ก็หมายถึงข้อกำหนดจำคำนะคะ ว่าในบทร้อยกรองของฉันท์และกาพย์ มีจำนวนคำนั้นเหมือนกันหรือไม่นะคะ ของฉันและกาพย์ คือ อินทรวิเชียนฉันท์ และกาพย์ยานี เหมือนกันไหมนะคะ รวมทั้งในข้อกำหนดในการใช้เสียงในการทำอันนี้คือข้อที่ 1 ที่นักเรียน... ส่วนข้อที่ 2 นะคะ นักเรียนจะลองอ่านทำนองเสนาะ บนนมัสการมาตาปิตุคุณ และนมัสการอาจริยรวมทั้งฝึกสวดทำนองสวดสรภัญญะ บันทึกเสียงส่งครูค่ะ สำหรับวันนี้นะคะ สวัสดีค่ะ (ติวเตอร์) สำหรับเรื่องฉันท์นะคะ ในพ้อยประเด็นนี้นะคะ เราพบกับเรื่องของฉันท์เป็นคำประพันธ์ที่ไม่ได้ยาก แล้วก็ไม่ได้ง่ายเสียจนเกินไป ลักษณะของฉันท์นี่ คล้ายคลึงกับกาพย์กลอนจะเหมือนกัน คำประพันธ์จำนวนคำ แต่มีลักษณะที่เด่นชัดก็คือเรื่องของเสียงหนักเบานะคะ ถ้าใครได้อ่านเรื่อสามัคคีเทศน์คำฉันท์มาแล้ว มีการเสียงสั้นเสียงยาว ลงเสียงหนักเสียงเบา นี่คือลักษณะของฉันท์ประเภทหนึ่งนะ แล้วที่เราจะเรียรู้ไปว่า ฉันท์ที่เราจะเรียนรู้ในวันนี้มีอะไรกันบ้างนะคะ ดูภาพรวมกันก่อนนะคะ ฉันท์คืออะไร ฉันท์ คือ ลักษณะถ้อยคำที่กวีได้ร้อยกรองขึ้น เรื่องของอะไร เกิดเสียงหนักเบานะคะ เรื่องของเสียงหนักเบานะคะ เรื่องของเสียงหนักเบา เป็นจังหวะที่ไพเราะ โดยใช้อะไร การกำหนดคณะ คณะก็คือ คำ นี่นะ ครุ ลหุ ไว้ เดี๋ยวเราค่อยมารู้กันว่า ครุคืออะไร ลหุคืออะไร หรือบางคนนี่อาจจะรู้มาแล้ว ครุ ลหุ และสัมผัวไว้เป็นมาตรฐาน เหมือนเวลาเราเรียนกาพย์ โคลง ใช่ไหม สุภาพเราบังคับเรื่องอะไร วรรยุกต์เรื่องเอก โท มีการบังคับเหมือนกัน ฉันท์ ครุ ลหุ คำประพันธ์ ประเภทนี้ได้รับการถ่ายแบบมาจากอินเดีย ไม่ใช่ของไทยแท้นะคะ แต่เดี๋ยวเราจะมีลักษณะของฉันทลักษณ์คำประพันธ์ประเภทหนึ่งเป็นแบบไทยแท้ อันนี้เราสันนิษฐานว่ามาจากอินเดีย เพราะอะไร เดิมแต่งเป็นภาษาบาลีและสันสกฤตนะคะ ตำรานี่ เขาบอกว่าในภาษาบาลีนี่ มีวิธีแต่งฉันท์ไว้เรียกว่า วุตโตไทยนะคะ และต่อมาไทยนะคะ ปรับเปลี่ยน ปรับปรุงนะ แต่งเพิ่ม และสัมผัสเพิ่มขึ้นเพื่อให้เกิดความไพเราะ ตามแบบฉบับนิยมของไทยนะคะ แบบฉบับนี่มาจากคำภีร์พุทโธแล้วก็ของไทยก็มาปรับเปลี่ยนไป เมื่อเราพูดถึงภาพรวมของฉันแล้ว เรามีการกำหนดบังคับของ ครุ ลหุ นะคะ ลหุเป็นคำประพันธ์ เป็นคำร้อยกรองประเภทฉันท์เท่านั้นนะคะ ร้อยกรองจะเป็นลักษณะเหมือนไม้หันอากาศนะคะ จำให้ดีนะ เพราะว่า ต้องจำให้ได้เพราะว่าต่อไปเราจะใช้ตัวแทน เพราะเราจะลงเสียงหนัก เสียงหนักเสียงเบา มีการบังคับ เพราะฉะนั้นนี่ เป็นรูปลักษณะเหมือนไม้หันอากาศอย่างนี้ ส่วน ลหุ ลหุ เหมือนสระอุ เพราะฉะนั้น ครุ ไม้หันอากาศ ลหุ นี่นะคะ ครุ ครุ เป็นอย่างไร เดี๋ยวเราไปดูครุ แต่คร่าวคือครุนะ ครุ ครู ครูมีภาระที่หนัก เพราะฉะนั้น ครุ ส่วนใหญ่จะเป็นน้ำหนักเสียงหนักนะ ลหุ ละ เราเห็นหรือเปล่า ตัว ล. ลิง เราก็คิดถึงว่าลม เบาเสียงเบา ไปดู ล. ลิง เหมือนกัน เพราะฉะนั้นไปดู ครุ เป็นคำที่มีเสียงหนักเหมือนไหม ลหุ มันหนักหน่วงนะ เพราะฉะนั้น ครุ จำไว้ เป็นคำที่มีเสียง เสียงหนักอย่างไรบ้าง คำที่ผสมกับสระเสียงยาวในแม่ ก กา นะคะ เช่น งา ชี้ สู้ และ ห่อ และคำที่มีสระเสียงสั้นก็ได้ สระเสียงสั้นกับเสียงยาวได้ แต่ทำไม มันจะไม่เหมือนคำเป็นคำตายนะ ไม่เหมือนกัน เพราะอะไร ครุ มีได้ทั้งเสียงสั้นเสียงยาว แต่ประกอบด้วยอะไร ประกอบด้วยเสียงสะกดนะคะ ถือว่าเป็นคำที่... ขม คิด นึก ปาน โชค เล็บ ถือเป็นคำครุนะคะ นอกจากนั้นยังไปผสมกับอะไร สระอำไอใอเอา ลากของ อำ ไอ ใอ เอา เสียงเยอะอย่างนี้ เสียงมันจะมี นี่มีเสียงสระไว้ เสียงที่มันอะไร ที่มันทำอะไร ไอ เสียง ย. ยักษ์ อำ ไอ ใอ เอา อย่างนี้ อาจจะมีเสียงแบบควบเข้าไป เสียงพยข้างท้ายอย่างนี้นะคะ เพราะฉะนั้น เราจะถือว่าเป็นคำครถุ มีอะไรบ้าง ครุ จำให้ได้ ก็คือ 1. 1. คืออะไร สระเสียงยาว 2. สระเสียงสั้นก็ได้ เสียงยาวหรือเสียงสั้น ที่บวกตัวสะกด จำง่าย ๆ มีตัวสะกด เสียงหนักนะคะ คือเรื่องอะไร สระผสม สระพวกสระอำ ไอ ใอ เอา หลัก ๆ นะ มันก็ทำไม มันก็คือเสียงที่ออกเป็นเสียงหนัก ก็คือคำครุนะคะ ส่วนลหุ ลม ลม เบา ๆ นี่ ล. ลิง เหมือนกันเลย ลหุ สระอุ หุ เบา สระด้วยอะไร ประกอบด้วยสระเสียงสั้น ในแม่ ก กา เสียงสั้นในแม่ ก. กา เช่นอะไร อะ อุ อิ โอะ อย่างนี้ คำเป็นพยัญชนะตัวเดียว ตัวเดียวแบบไม่มีรูปสระ ตัวเดียวแบบไม่มีรูปสระ เช่น ทะ บ่ ทะ อะไรอย่างนี้ ก็เป็นเสียงของคำลหุนะคะ เพราะฉะนั้นดู ครุ ลหุ นะคะ ลหุ 1 สระเสียงสั้น 2. พยัญชนะตัวเดียว เพราะฉะนั้น เมื่อ 2 พยัญชนะ เราเห็น 2 คำ 2 ตัว พยัญชนะ 2 ตัวติดกัน ตัวหลัง หรือไม่มีสระอะทั้งคู่ แต่มันลงบังคับคำที่ต้องเป็นลหุ มันทำไม สั้นทั้ง 2 เสียงได้เช่นกัน อย่างเช่น จร ติดกันอย่างนี้เห็นไหม ลงในตำแหน่งที่ต้องเป็นลหุนะคะ มน อย่างนี้ มน เป็น พล เป็นพละ ขึ้นอยู่กับว่าเราลงในตำแหน่งนั้น ลงของคำว่าเป็นลหุนะคะ เพราะฉะนั้นดู เรารู้จักภาพรวมคราว ๆ แล้วของฉันท์นะ ครุ ลหุ นะคะ แล้วก็ในส่วนของคำ ครุ ลหุ ลหุคืออะไร ทีนี้มาดูในส่วนคำประพันธ์ก็มีการแตกยอดออกไปนะคะ ว่าในส่วนของฉันท์นี่ ฉันท์แบบนี้เรียกว่าฉันท์อะไร ฉันท์มีบังคับ ครุ ลหุ ก็มีแบบนี้เหมือนกันนะคะ ที่จะเรียนรู้กันคือเรื่องอินทรวิเชียรฉันท์ อินทร สีเขียวพระอิน เพราะฉะนั้นลงไปสีเขียวเลย เราเห็นทำไม มีฉันท์ 11 นี่ แสดงว่ามี 11 11 คำ ทำไม จำนวนคำ ใกล้เคียงกับอะไร ใกล้เคียงกับกาพย์ยานี 11 เดี๋ยวเราจะมาดูกันว่าใกล้เคียงกับรูปแบบไหนนะคะ ว่าเรื่องของอินทรวิเชียรฉันท์ พระอินทร์นะคะ หมายถึงฉันท์อะไร ลีลาอย่างสายฟ้าของพระอินท์ ฉันท์ที่มีลีลาอย่างสายฟ้าของพระอินทร์ บทชมนะคะ นิยมแต่งเป็นบทชม บทชมบทคร่ำครวญ พรรณาโศก หรือคร่ำครวญหานางอันเป็นที่รักอย่างอะไรอย่างนี้ และนิยมแต่งเป็นบทสวดและภาคย์โขลน ก็จะมีอย่างที่บอกว่าอะไรอย่างนี้ พวกนี้ ลักษณะของพวกคำแต่งค่ะ สระสลวย เพื่อใช้ในการส่วนนะคะ สูงส่งอะไรแบบนี้ อินทรวิเชียรฉันท์มีแบบแผน เหมือนกัน ก็เหมือนกับกาพย์ยานี 11 ต่างกันยังไง คำจำนวนคำเท่ากันเลย แต่ต่างกันที่อะไร คำบังคับของฉันท์อยู่แล้ว ก็ ครุ ลหุ มีการเพิ่มครุลหุเข้าไป แบบแผนเหมือนกาพย์ยานี 11 แบบแผนของมันคืออะไร การโยงเส้นสัมผัสและจำนวนคำนะคะ ไปดูกัน ลักษณะของบังคับ บทหนึ่งมี 2 บาท บาทละ ละ 11 คำ บาทหนึ่งมี 2 วรรคหน้าทำไม วรรคหน้ามี 5 วรรคหลังมี 6 เท่ากับกาพย์ยานี 11 ไหม เท่ากันเลย เพราะฉะนั้นเรื่องของจำนวนคำที่เท่ากันแล้ว กันนะคะ สัมผัสคำสุดท้ายเหมือนกับคำที่ 3 ของวรรค 2 วรรคที่ 2 ทำไม สัมผัสกับวรรคสุดท้ายของคำที่ 3 แล้วระหว่าวรรคที่ 3 กับ 4 เป็นอย่างไร ใช่ไหม กลอนสุภาพ ฉันท์ไม่บังคับนะคะ ในเรื่องของกาพย์ ฉันท์ไม่บังคับ แต่ทำไม ถ้าส่งสัมผัสแล้วมันจะมาสัมผัสไพเราะมากยิ่งขึ้นนะคะ คำสุดท้ายของวรรคที่ 3 ทำ วรรคที่ 3 ทำให้ไพเราะมากยิ่งขึ้น แต่ทำไม ไม่บังคับ ไม่บังคับนะคะ เดี๋ยวไปดูเรื่องของอันนี้เป็นข้อความนี่ เดี๋ยวเราไปดูการตั้ง ครุ ลหุ อีกทีแล้วดูการเชื่อมโยงจะได้เห็นภาพนะคะ ครุ ลหุ ในอินทรวิเชียรฉันท์มันต้องมี ครุ - ลหุ เราบอกว่าอะไร วรรคหน้า วรรคหน้า 5 คำ วรรคหลัง 6 คำใช่ไหม ฉะนั้น ครุ จะมีทั้งหมดอยู่ 7 คำ ในอินทรวิเชียรฉันท์ มี ครุ ลหุ 7 คำ 1 2 4 5 8 10 11 จำยาก ไปจำเอาบทกลอนจะง่ายกว่า มันก็จะเป็นปแล้วล่ะ ครุ ลหุ ครุ หลุ 1, 2, 4, 5, 8, 10, 11 เพราะลหุ มีแค่ 4 คำ บวกรวมกันเป็นเท่าไร 11 คำ คำพอดี คำลหุมี 4 คำ มีอะไร 3 6 7 9 เปลี่ยนจาก 5 เป็น 6 นะคะ มีลหุ 4 คำ 3, 6, 7, 9 มาดูต่อแผนผังอินทรวิเชียรฉันท์ บอกแล้วว่าทำไม ว่าทำไม หน้า 5 หลัง 6 6 คำ 5 คำ รวมแล้วเป็นทำไม 11 คำ พอดี 1 วรรคหรือ 1 บาทเห็นไหม อันนี้ถือเป็น 1 บท 1 บทนะคะ มีเท่ากับ 1 บาท 1 บาท เท่ากับ 11 คำ อย่างนั้นดู เราบอกแล้วว่า สัญลักษณ์ของอะไร ไม้หันอากาศ ไม้หันอากาศ ก็คืออะไร ครุ เสียงหนัก หนัด ลหุ ลหุ ลมเบา ทำไม เมื่อกี้เขาบอกว่าตัวเลขอะไรนะ จำได้ใช่ไหมว่า 4 คำง่าย ๆ สั้น ๆ เลย 3 6 7 9 เพราะฉะนั้น คำนี้คำที่เท่าไร คำที่ 3, 6, 7 และก็ 9 เพราะฉะนั้นนี้อะไร ลหุนะ 3 6 7 9 เป็นคำลหุ ๆ ๆเส้นเสียงสัมผัส การโยงสัมผัส สัมผัสกับคำที่ 3 ของวรรคที่ 2 และสัมผัสของวรรคที่ 2 สัมผัสกับคำสุดท้ายของวรรคที่ 3 อันนี้ไม่บังคับเห็นไหม แต่ถ้าเป็นกลอนบังคับจาก 3 ไป 4 แต่กาพย์กับฉันท์ไม่ได้บังคับนะคะ อิทนวิเชียรอันนี้ก็คือสัมผัสระหว่างบท ทีนี้จำให้ง่ายขึ้น จำเป็นบทกลอน มันก็จะจำแม่นขึ้นนะ บงเนื้อแม้เนื้อเต้น พิศะเส้นสรีร์รัว ทั่วร่างและทั้งตัว ก็ระริก โล หิตโอ้เลอะ หลั่้งไปอนาจใจ ตาลาล้านระรอยหวาน เราเหมือนจะเห็นคำที่บางคำเป็นอย่างไร เหมือนจะควบ ถ้าเราอ่านในกาพย์กลอนเป็นอย่างไร ตัวสระกดใช่ไหม ตนอย่างนี้ หรือเป็นคำว่าอะไร มีไหม ในนี มันอาจจะเป็นการควบ แต่อันนี้ทำไม อ่านเป็นอย่างไร ลงสั้น หนักเบา เสียงสระอะ แบบนี้ ลักษณะของฉัน เสียงมีเสียงหนักเสียงเบา เป็นแบบ Melody ไปนะคะ ครุ ลหุ ถ้าเราบอกจำไม่ได้ จำได้แค่ ลหุ ลหุ มี 4 ตัว ก็คืออะไร 3 6 7 9 ก็คืออะไร ตัวนี้คำที่ 3 6 นี่ 3 4 5 6 7 แล้วก็ 9 ก็ใส่ไป จำไว้ให้ได้ หุ ลม มงเนื้อก็เนื้อเต้น ก็เนื้อเต้นเห็นไหม มง สระมีแม่ตัวสะกดถูกไหม เป็นเสียงหนักก็มี ครุ เนื้อเป็นสระเสียงยาวใช่ไหม ออกเสียงยาว เพราะฉะนั้นเป็น ครุ เหมือนกัน ก็อย่างที่บอกว่าทำไม พยัญชนะเหมือนกัน ตัวเดียวนะคะ ออกเสียงตัวเดี๋ยวเพราะฉะนั้นเป็นเสียงตัวเดียว เนื้อเต้น เต้น มีเสียงสะกดด้วย เห็นไหม พิศะ เส้น มีเสียงตัวสะกดใช่ไหม เพราะฉะนั้นมีคำว่าอะไร คุเป็นครุนะคะ สรีรัว สะ เสียงสั้น สระ อะ เสียงสั้น รี เสียงอะไร สระอีเสียงยาว รัว สระ 3 6 7 9 นะคะ เพราะฉะนั้นบังคับมันเหมือนกัน ถ้าทุกอัน ทำไม ตรงถ้าวรรคที่ 1 กับวรรคที่ 4 ก็ต้องเหมือนกันอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นมันเป็นรูปแบบเดียวกันอยู่เครุ ลหุ ครุ ลหุ อย่างนี้ เหมือนกัน สังเกต สังเกตอะไร การโยงเส้นเสียงสัมผัสมักจะเป็นอะไร มักจะไปลงที่อะไร ที่ ครุ เสียงมันทำไม จะสวย มันจะเชื่อมเสียงไมันจะเชื่อมเสียงได้ง่ายเห็นไหม ลงที่ครุหมดเลย เวลาโยงเส้น ถ้าสังเกตดี ๆ นี่อะไร ครุ เชื่อมเสียงสัมผัส นะคะ อันนี้ก็มาจากอะไร สามัค สั้น ๆ ก็ได้ ก็ระริกระริวไหว หรือไม่ก็จำเรื่องของอะไร ลหุ 3, 6, 7, 9 ง่าย ๆ เหลือแค่ 4 ตัว จำได้ เวลา เพราะว่าอะไร ที่เราต้องจำเพราะว่า อันนี้ใช่ตรงกับคำที่ลงกับครุหรือลักษณะของคำ ครุ ลหุ แบบนี้ เป็นฉันท์ลักษณ์ของอะไร หรือเป็นฉันท์ประเภทไหน เพราะฉะนั้้น อินทรวิเชียรฉันท์ มันจะยังไม่ยามันมีแค่ 11 คำ หน้า 5 หลัง 6 ครุ ลหุ นะ แล้วก็จำลหุเอาไว้ 3, 6, 7, 9 (บรรยาย) ผลิตรายการโดย สำนักกรรมการขั้นพื้นฐาน [เสียงดนตรี]