--- title: การบรรยายวิชา หลักการเขียนโปรแกรม (ปี1) subtitle: date: วันจันทร์ที่ 31 สิงหาคม 2563 เวลา 13.40 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (ล่าม) ค่ะ ได้ยินค่ะ (อาจารย์) โอ.เค. ก่อนอื่น ก่อนจะเปิดเขียนโปรแกรม ต้องเปิดโปรแกรมเสียก่อนนะคะ เด็ก ๆ ต้องไปที่ของเรา แล้วก็พิมพ์ Python Python HON แล้วให้คลิกที่Open File Location นะ ให้เลือกเปิดที่ Open Open ตัวที่ 3 น่ะ ไม่เอาตัวแรกนะ เลื่อนลงมา 1 2 3 นะคะ คลิกเพื่อเปิด 1 ครั้ง มันจะต้องเข้ามาที่หน้าต่างนี้ ให้เลือกไฟล์ที่มีคำว่า IELD ดับเบิ้ลคลิกเพื่อเปิดเลยนะคะ ใครที่เข้ามาแล้ว เปิดโปรแกรมเลย ถ้าเปิดแล้วมันจะได้ มันจะได้หน้าตาหน้าต่างแบบนี้ขึ้นมา IDLE นี่ เจอไหม เจอไหมคะ เออ ถ้าเจอแล้วดับเบิ้ลคลิกเพื่อเปิด มันจะมีหน้าต่างเหมือน Notepad น่ะ ขึ้นมา เจอหรือยัง วันนี้จะพิมพ์ในตัวนี้ เพราะว่ามันจะเซฟได้ด้วย ถ้าในครั้งแรกในสัปดาห์ที่แล้วจะเป็น commond line มันจะเป็นพิมพ์ใน Dos นะ มันจะไม่เก็บข้อมูลไว้นะคะ แต่ทีนี้เขียนโปรแกรมให้จำได้ ต้องเก็บไว้ด้วย เก็บไว้ดูด้วย ใครยังเปิดไม่ได้อีก ก่อนอื่นนะคะ สิ่งที่จะต้อง... มาดูสไลด์เราเสียก่อน ดูคำสั่งก่อนจะทำ บอกแล้วว่าเราจะมีส่วนที่เรียกว่า "Comment" ก่อนที่จะเขียนโปรแกรม จะต้องเขียน Comment ทีนี้ comment ใน phyton นี่ มันมีอยู่ 2 วิธีการเขียน Comment ใน Python มี 2 วิธี คือเขียนเพื่ออะไร จะได้รู้ว่าโปรแกรมนี้ หรือตรงส่วนนี้เป็นอะไร หรือเหมือนตั้งชื่อ a นี่ ตัวแปร a ใช้สำหรับเก็บข้อมูลอะไร นึกออกนะ เพราะบางตัวแปรนี่เหมือนสัปดาห์ก่อนเราทำให้ Print ตัวแปร แต่เราไม่ได้ระบุว่าตัวแปรนั้นทำอะไร ใช่ไหม ทีนี้ก็ต้องบอก เราจะได้รู้ว่าตัวแปรที่ชื่อนี้มันใช้ทำอะไรนะคะ ทุกครั้ง มาดูรูปแบบก่อนจะได้รู้วิธีเขียนแบบแรก Line Comment Line ก็คือเป็นบรรทัด ถ้าเขียนแบบ line comment มันจะเขียนแค่ 1 บรรทัด Comment แค่บรรทัดเดียว โดยใช้เครื่องหมาย hashtag นั่นล่ะ ไว้ข้างหน้าข้อความ ก็คือโปรแกรมมาอ่านนี่พอมันเจอ Hastag มันจะข้ามไป จะไม่ทำงานในส่วนนั้น แต่เราจะรู้ว่าตรงแฮชแท็กมันหมายถึงเราเขียน Comment ก็คือเขียนคำอธิบายตัวโปรแกรมของเราไว้ มีตัวอย่างให้ดูว่าเขียนอย่างไร ก็คือต้องใส่เครื่องหมายแฮชแท็กก่อนแล้วก็ตามด้วยอย่างนี้นะคะ a = 10 หรือ b = 20 นี่ hastag บอกว่า บรรทัดนี้เอาไว้ประกาศตัวแปรเห็นไหมคะ ก็คือบอกไว้เลยว่าตรงนี้จะเป็นการประกาศตัวแปรหรือกำหนดค่านะคะ แต่ถ้าไม่มี Hasteg ขึ้นมาเลย แบบนี้นะคะ อันนี้คือแบบ line Comment ก็คือแค่บรรทัดเดียวนะคะ มาอีกแบบหนึ่ง Block block เป็น block อธิบายยาวกกว่า 1 บรรทัด เขาก็เลยบอกว่าอย่างนั้นทำเป็นบล็อกเลย Comment แบบนี้นะคะ จะต้องใช้ไอ้ตัวเหมือนเครื่องหมายคำพูด แต่จะมี Single Code กับ ขีดเดียว เป็นอันเดียวน่ะ ตัวเดียว เป็น single แต่ต้องพิมพ์ 3 ตัว นึกออกนะคะ ต้องพิมพ์ 3 ตัว ต้องมีเปิดแล้วมีปิด เหมือนกัน ถ้าใช้ Double Code ไอ้ที่มี 2 อันน่ะ ก็ต้องพิมพ์ 3 ครั้ง พิมพ์เปิด แล้วต้องพิมพ์ปิด มันจะพิมพ์แค่เปิดข้างหน้าอันเดียวใช่ไหม บอกจุดเริ่มต้นแล้วก็จุดสิ้นสุดเสมอนะคะ ก็คือถ้าพิมพ์เปิดด้านหน้า 3 อัน ด้านข้างหลังก็ต้อง 3 นั่นหมายความว่าสิ่งที่อยู่ในดับเบิลโคดนั้น คือคำอธิบายทั้งหมดนะคะ ไม่ใช่เป็นคำสั่ง ไม่ใช่เป็นฟังก์ชันนะคะ วิธีการเขียนแบบนี้ เห็นไหมคะ ใส่ ดับเบิลโคด มาเลย นะคะ นี่เป็นบล็อกอย่างนี้ ตรงนี้แล้วมาปิดที่อย่างนี้ ถ้าเป็นบล็อกนี่จะสามารถพิมพ์ได้หลายบรรทัด แต่ถ้าเป็น ไลน์คอมเม้นพิมพ์ได้แค่ 1 บรรทัดBlog Comment คือ สิ่งที่เราต้องการอธิบายเยอะน่ะ เราก็พิมพ์ได้หลายบรรทัด โอ.เค. นะคะ เพราะฉะนั้นอันดับแรก สิ่งที่เราจะทำวันนี้ ก็คือเปิดโปรแกรมที่เมื่อกี้ให้เปิดขึ้นมา ใส่ Comment ลงไปก่อน ว่า สิ่งแรกที่เราจะทำ เอาแบบไลน์คอมเม้น ใส่แฮชแท็กเข้าไป ไม่ได้ใช้นาน Hashtag เจอแล้ว เห็นไหมคะ จะขึ้นสีแดง ๆ อย่างนี้นะคะ แล้วพิมพ์ภาษาไทยลงไปเลยนะคะ เปลี่ยนคีย์บอร์ด้วย พิมพ์ลงไปว่า... เดี๋ยวขอโทษ ลืมส่งไฟล์ให้เสือย+ส่งไฟล์ให้แล้วนะคะ เสือน้อยโอ.เค. เมื่อกี้นะคะ คอมเม้น เราจะอธิบายว่า วันนี้การใช้งาน... คือ มันเป็นทั้งคำสั่งแต่ Python มันจะเรียกว่าเป็นฟังก์ชันนะ เราจะบอกว่าการใช้งานฟังก์ชัน Input นะคะ สุดได้เท่านี้ล่ะ เดี๋ยวต้องใช้ตัวช่วยอื่น ใหญ่พอหรือยังคะ เอาอีกไหม การใช้งาน Function Input มันจะพิมพ์เป็นมันจะพิมพ์เป็นคำสั่งของ Python จะพิมพ์เป็นตัวเล็กนะคะ จะไม่พิมพ์ด้วยตัวพิมพ์เล็ก จะไม่มีเป็นตัวพิมพ์เล็ก จะไม่มีเป็นตัวพิมพ์ใหญ่ นี่คือ Function ที่เราจะเรียนกันในวันนี้นะคะ ก่อนอื่นเราจะต้องรู้ก่อนว่ารูปแบบ Function มันใช้งานอย่างไรบ้าง คะ Input นะคะ คำสั่ง Input หรือ Function Input นี่ คือ คำสั่งสำหรับรับข้อมูล รับข้อมูลจากแป้นพิมพ์เท่านั้นด้วยนะคะ ก็คือสั่งให้รับค่าหรือรับข้อมูลจากแป้นพิมพ์ ก่อนอื่นจะต้องรู้ก่อนว่าข้อมูลใน Python นี่ ที่คำสั่ง... Function Input จะสามารถรับได้มีอยู่ 3 ตัว หรือมีอยู่ 3 ชนิด อันแรก ก็คือ Int integer นะคะ ข้อมูลตัวที่ 1 นี่ INP Integer นะคะ ตัวที่ 1 ก็คือจำนวนเต็มนะคะ จำนวนเต็มนะคะ คำสั่งที่ 2 STR เอ้ย ไม่ใช่คำสั่ง ข้อมูลชนิดที่ 2 ข้อมูลตัวที่ 2 Str นั่นก็คือข้อมูลที่เป็น 2 นี่นะคะ String นี่ ข้อความ ข้อมูลที่เป็นข้อความนะคะ และข้อมูลแบบสุดท้าย Float ตัวนี้นะคะ Float นะคะ จำนวนที่มีทศนิยมได้ เราจะใช้ Fone ที่เป็นทศนิยมหรือที่เป็นทศนิยมหรือมันจะมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "จำนวนจริง หรือจำนวนจริง ทีนี้รูปแบบ รูปแบบ ก็คือพิมพ์แค่คำว่า input เดี๋ยว ๆ ๆ พิมพ์แค่ตรงนี้นะคะ ตั้งแต่ input เป็นต้นไป แล้วก็ ( ) แค่นั้นพอ Input คือ รับข้อมูล รับข้อมูลบอกเลยว่าให้รับข้อมูลนะคะ จะพิมพ์แค่นี้นะคะ ทีนี้ เดี๋ยวจะมาพาทำว่า ถ้าจะรับข้อมูลทั้ง 3 แบบนี่ รูปแบบนี่ มันจะเปลี่ยนไปอย่างไร รูปแบบนี่มันจะเปลี่ยนไปอย่างไร มาดูก่อนแบบที่ 1 ถ้าเราต้องการให้รับค่า ที่เป็นข้อมูลหรือข้อมูลที่เป็นข้อความ ก็คืออะไรคะ ข้อมูลประเภท String อย่างนี้ใช่ไหมคะ String รับค่าข้อมูลแบบ Str นี่ ในตัวอย่าง ดูที่ตัวอย่าง Name = Input ) ความหมายก็คือ บรรทัดนี้นี้นะคะ คำสั่งในบรรทัดนี้ หมายความว่า ให้ทำการรับค่าข้อความไปเก็บไว้ในตัวแปร เห็นไหมคะ เพราะรูปแบบการประกาศตัวแปร แล้วก็มีเครื่องหมายเท่ากับ แล้วก็มีข้อมูลหรือสิ่งที่จะต้องให้ตัวแปรนั้นเป็นนะคะ หรือระบุข้อมูลลงไปนะคะ ผลลัพธ์ out put นี่คือผลลัพธ์ที่เรารันคำสั่งนี่นะคะ มันจะมีเคอร์เซอร์กระพริบเพื่อรอรับข้อความหรือข้อมูลต่าง ๆ นั่นเอง แบบที่ 1 นะคะ เป็นการรับค่าที่เป็นข้อความชนิดที่เป็น String มาดูแบบที่ 2 แล้วถ้ารับค่าที่เป็นตัวเลขแบบจำนวนเต็ม หรือ int หรือ Intger แบบ Intiger วิธีเขียนนี่ มันจะเขียนได้ 2 แบบ คือแบบที่ 1 ทำเหมือนทำเหมือนข้อความเลย แต่ต้องมาระบุเห็นไหมคะ ระบุเพิ่มว่าเป็น Integer แต่ถ้าเลือกเขียนแบบที่ 2 จะเร็วกว่า นั่นก็คือระบุ Intiger ข้างหน้าเลย แล้วตามด้วย Function input ข้างในเห็นไหมคะ ถ้าเราจะเขียน แนะนำให้เขียนแบบวิธีที่ 2 เพราะวิธีที่ 1 ต้องมาประกาศตัวแปร 1 ครั้ง เสร็จแล้วมาบอกว่าตัวแปรนี้เก็บข้อมูลประเภทไหน เห็นไหมคะ ต้องมาแปลงค่า ก็คือให้รับค่าเข้ามา แล้วมาแปลงค่า ถ้าทำแบบวิธีที่ 1 นี่ จะต้องเขียน 2 บรรทัด เขียนถึง 2 บรรทัด แต่ ถ้ามาแบบวิธีที่ 2 แบบวิธีที่ 2 นะคะ อันนี้อันนี้แบบวิธีที่ 1 เราจะเขียนแค่บรรทัดเดียว บอกไว้เลยเราะจะใช้ตัวแปรอะไร เก็บข้อมูลแบบไหน เห็นไหมคะ แบบนี้ไปเลยนะคะ เพราะฉะนั้นถ้าเมื่อใดที่ให้จำง่าย ๆ ถ้าเป็นตัวค่าข้อมูลที่เป็น Integer ให้พิมพ์รูปแบบว่า Intger วงเล็บ แล้วก็ใส่ฟังชันก์ Input ซ้อนเข้าไปอย่างนี้นะคะ บอกไปเลย 2 อย่างทีเดียว ประกาศทีเดียวเลย บอกทีเดียวเลยนะคะ อันนี้เป็นแบบ Intiger ยังเหลืออีก 1 แบบนะคะ ยังเหลืออีก 1 แบบ รับค่าตัวเลข ที่เป็นจำนวนจริง หรือทศนิยม เห็นไหมคะ ถ้าเป็นตัวเลขทศนิยม ก็คือ Folt ก็คือ fort นั้นเองนะคะรูปแบบจะเหมือนกับ Integer แต่เปลี่ยนจาก Integer เป็นอะไรคะ Folt ระบุชนิดของข้อมูลลงไป เป็น Float หรือเป็น Integer เห็นไหมคะ วิธีเขียนเหมือนกัน แต่เปลี่ยนแค่ถ้ารับค่าเป็นเลขจำนวนเต็มก็ใช้ Int แต่ถ้ารับเป็นทศนิยม หรือจำนวนจริงให้ใช้ Float นะคะ รูปแบบจะเปลี่ยนแค่นี้เอง พร้อมจะเขียนหรือยัง เอาล่ะ เริ่มเปิดหน้าต่างโปรแกรมของเราขึ้นมานะคะ บอกแล้ว 1 ใช้งาน Function อันดับแรกพิมพ์ เราจะให้มีตัวแปร 1 ตัว สำหรับเก็บข้อมูล หรือรับค่าข้อมูลที่เป็นข้อความก่อนนะคะ เพราะฉะนั้น ก่อนอื่น เดี๋ยว ๆ สิ่งที่อยากให้จำ ต้องจำนะคะว่าถ้าเมื่อใดที่ใช้ Function Iต้องมีเพิ่มเติมนี่ นี่ต้องมีเพิ่มเติมนี่ ควรบอกผู้ใช้งานว่าโปรแกรมจะทำอะไร หรือป้อนข้อมูลปรเทวิธีการเช่นต้องการให้เขาพิมพ์ชื่อ เห็นไหมคะ ให้มันขึ้น อันนี้คือ Output นะคะตรงส่วนนี้เป็น Output ต้องการให้เครื่องทำงาน ก็คือต้องการให้พิมพ์ชื่อ หรือให้เครื่องมันรับค่าชื่อที่คนพิมพ์ลงไป หรือให้พิมพ์อายุ อะไรอย่าเพราะฉะนั้นเวลาทำคำสั่งในฟังก์ชัน input เห็นไหมคะ เราก็พิมพ์ข้อความที่เราต้องการแสดงให้ผู้ใช้รู้ลงไปด้วย อย่างนี้นะคะนะคะ เห็นหรือเปล่าคะ พร้อมหรือยัง ก่อนอื่น 1 Hastag แรกเลย ประกาศตัวแปร บรรทัดนี้บอกเลยว่าเราจะประกาศตัวแปรname ทีนี้เด็ก ๆ จะต้องจำนะคะ ถ้าเด็ก ๆ ใช้ตัวแปรในการพิมพ์ โดยการพิมพ์จำกฎได้เปล่า ถ้าตัวแปร ถ้าเป็นตัวพิมพ์เล็กกับตัวพิมพ์ใหญ่จะแต่เพราะฉะนั้นตอนประกาศถ้าเราใช้ตัวพิมพ์เล็ก เวลาเรียกใช้ตัวพิมพ์เล็กนะคะ เพราะฉะนั้น ถ้าเรามี Hastag มีคอมเม้นท์ เราจะรู้ว่าตัวแปรที่เราประกาศน่ะ ตัวเดียวกันไหมนะคะ อันนี้จะใช้ตัวพิมพ์ใหญ่ อันนี้ใส่คอมเมนท์เข้าไปว่า เราจะประกาศตัวแปรที่ชื่อว่า name เพื่อสำหรับรับชื่อ รับข้อมูลชื่อนะคะ รับค่า ข้อความ พิเพราะฉะนั้น ก็ต้องพิมพ์ name ตัวแปร name เมื่อใช้ตัวใหญ่ ถ้าใช้ตัวใหญ่ ถ้าใครพิมพ์เหมือนตัวอย่างนี่ เป็นตัวใหญ่นี่ เวลาประกาศก็ต้องอะไรคะ ต้องใช้ตัวใหญ่เหมือนกันนะคะ name ตัวเล็ก ถ้าใช้ตัวเล็กผิดนะคะ ต้องใช้ให้เหมือนกัน รูปแบบของการประกาศตัวแปร ก็คือ Name แล้วตามด้วยเครื่องหมายเท่ากับบรรทัดต่อมาเราบอกรับค่า เห็นไหมคะ รับค่า เพราะฉะนั้น ฟังชันก์ที่ใช้ก็คือ Input แต่ตอนเป็นฟังก์ชันนี่ใช้ตัวเล็ก input แล้วก็ ( 0 วงเล็บเปิดวงเล็บปิด แต่เมื่อกี้บอกแล้วว่าเราควรพิมพ์เพิ่มเเข้าไป พิมพ์ข้อความเพิ่มเข้าไป เพื่อเขาจะได้รู้ว่าตรงนี้เราจะให้ทำอะไรนะคะ เมื่อจะแสดงข้อความ ต้องพิมพ์ Single Quote นะคะ ก็คือเครื่องหมายคำพูด (" ") ไม่ใช่ Sigle code แต่เป็น Dobble code 2 ตัว สังเกตตัวนี้ใน Python เห็นไหมคะ ตัวใดเป็นตัวแปร ตัวใดเป็นคำสั่งนี่ เออ มันจะสี มันจะขึ้นมาตามนั้นเลย ตรงไหนเป็นข้อความ เพราะฉะนั้น ถ้าเด็ก ๆ ที่เด็ก ๆ พิมพ์อะไรผิดนิดหนึ่งสีมันจะเปลี่ยน ให้สังเกตที่สีแต่ละรูปแบบ สีที่บอกลักษณะ ตัวแปรบอกลักษณะ บอกลักษณะข้อความหรืออะไรก็แล้วแต่มันจะไม่เหมือนกันนะคะ แต่ละส่วน เราควรมีโคลอนเพื่อเว้นช่องระหว่างเคอเซอร์สักหน่อยหนึ่งนะคะ ใส่เครื่องหมาย : หรือเครื่องหมาย จะเอาเครื่องหมายอะไร ส่วนใหญ่ เขาจะนิยมเป็นเครื่องหมาย Colone นะคะ คั่นไว้ แล้วถ้าเราต้องการให้มีช่องว่างเพิ่ม แบบนี้นะคะ สิ่งที่จะต้องทำต่อมาจะเขียนอธิบายไหม เพื่อจะได้เข้าใจว่าตัวนี้ ตัวแปรชื่อว่า Name นี่ รับค่าที่เป็นข้อความนะคะ เพราะอะไร เพราะ 1 มีรูปแบบเป็นข้อความแบบนี้นะคะ อย่างนี้ก็ได้ต่อท้าย เราสามารถใส่ Comment ต่อท้ายได้ เอาคอมเมนท์มาไว้ตรงบรรทัดนี้ก็ได้ ใส่อย่างนี้ เพื่ออธิบายว่าบรรทัดนี้ เราจะให้ตัวแปร Name นี่ เราอธิบายไว้ว่า ตัวแปร Name นี่จะรับค่าข้อความเข้าไปนะคะ เอามาไว้ข้างหลังอย่างนี้ก็ได้นะคะ จะได้รู้ ต่อไปเมื่อมีข้อความแล้ว ก็ต้องมีตัวเลขอีก 2 แบบเห็นไหมคะ รับค่าแบบข้อความ ทีนี้ ใส่ Hashtag ก่อนก็ได้อ เหมือนเดิมประเกตัวแปร เหมือนเดิมนะคะ เราจะใส่คอมเม้นท์ เพื่อบอกว่าเราจะประกาศตัวแปร ชื่อว่า... วัน เดือน ปี เกิด วันเดือนปีเกิดก็น่าจะเป็นข้อความ ไม่เอา ๆ เราอยากได้ตัวเลข อะไรที่เกี่ยวกับตัวเลข ที่เป็นจำนวนเต็ม มีอายุ มีอะไรอีก มี... ส่วนสูงก็ไม่เป็นจำนวนเต็ม อย่างนั้นใส่อายุ ตัวแปรที่ชื่อว่า... อายุในภาษาอังกฤษ ก็คือคำว่า A G E นั่นเองนะคะ Age อายุ ตั้งชื่อตัวแปรนะคะ ก็คือเหมือน Name ก็หมายถึง ภาษาไทยก็คือชื่อ ชื่อตัวแปรภาษาอังกฤษ ภาษาอังกฤษ ก็คือ Age นะคะ สำหรับ... เราก็บอกไป รับค่าจำนวนเต็มในที่นี้ (ค่าของอายุ ใส่วงเล็บไว้ นะคะ ทีนี้ น่าจะรู้ว่าเด็ก ๆ ประกาศตัวแปรได้อย่างไร เราก็พิมพ์ตัวแปรที่ชื่อว่า "Age" แล้วก็ตามด้วยเครื่องหมาย (=) ทีนี้ชนิดของข้อมูล เราบอกแล้วว่าเป็ฯอะไรคะ จำนวนเต็มใช่ไหม รูปแบบก็คือร่ใช้อะไรคะ Integer คือจำนวนเต็ม ก็คือ Int ตามด้วย ( ) สังเกตเมื่อใช้ตัวนี้ มันจะมีให้เลือก เห็นไหม ว่าจะเอา int แบบไหน int x ที่ 1 หรือแบบที่ 2 ให้เลือกแบบที่ 1 นะคะ ไม่ใช่ให้เลือก มันจะมีรูปแบบขึ้นมาให้ดูว่าพิมพ์อย่างไร ใช่ไหม สิ่งที่อยู่ในนี้คืออะไรคะ Input แล้วก็ตามด้วย วงเล็บเปิด วงเล็บปิด () เห็นไหมมันจะมีขึ้นมาบอก ว่ารูปแบบเป็นอย่างไร จะต้องใส่เข้าไปด้วยนะคะ อย่าลืมใส่คำ... ใส่ข้อความไว้ใน input ด้วย ว่าสิ่งที่เขาจะต้องป้อนในตอนนี้คืออะไรนะคะ เหลืออีก 1 ชนิดข้อมูลที่เราจะต้องให้รับค่า ก็คือข้อมูลชนิดจำนวนจริง หรือทศนิยม หรือ Float นั่นเองนะคะ ให้ประกาศตัวแปร เพื่อรับค่า ทีนี้เด็ก ๆ ประกาศเองนะ ชื่อภาษาอังกฤษจะเป็นอย่างไร ตัวแปรสำหรับรับค่า อะไรที่จะเป็นทศนิยมได้ ส่วนสูง ส่วนสูง 150 เอาน้ำหนักแล้วกัน เอาน้ำหนักนะคะ เพราะน้ำหนัก 52.9 กิโลฯ อย่างกิโลกรัม อย่างนี้ โอ.เค. เพราะส่วนสูงมันจะเป็นจำนวนเต็มนะคะ เพราะฉะนั้นให้เด็ก ๆ ตัวแปรสำหรับรับค่าจำนวนจริง หรือทศนิยมที่... ทศนิยมนะคะ ที่เก็บข้อมูลสำหรับรับค่าส่วนสูง ส่วนสูง เพราะฉะนั้นบรรทัดที่ 3 ลองประกาศเอง เขียน แล้วก็ทำ แล้วก็พิมพ์คำสั่งเองดู ใช้คำสั่งเหมือนกันนะคะ ทดสอบ ด้วยตัวเอง ก่อนอื่นต้องรู้ก่อนว่า น้ำหนัก ภาษาอังกฤษ คำว่า น้ำหนักในภาษาอังกฤษ นึกไม่ออกใช้อะไรช่วย เครื่องมือที่จะช่วยเราได้ดีที่สุด ก็คืออะไรคะ แปลภาษาถ้าใครคิดคำภาษาอังกฤษไม่ออก สิ่งที่เด็ก ๆ ควรใช้ก็คือ นี่นะคะ เข้าไปที่ Google แล้วพิมพ์คำว่า แปลภาษา เห็นไหมคะ เราก็สลับเลย เราจะต้องการจะแปล ให้มันแปลจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ ลองพิมพ์ลงไป ภาษาอังกฤษแปลว่าอะไร อาจารย์รู้แล้วนะ... คำไหน... ภาษาอังกฤษบอกว่า weighWeige Weight Weight นะคะ ภาษาอังกฤษ อย่าลืมว่า ถ้าใช้ตัวเล็ก ก็ต้องเป็นตัวเลข อย่าลืมนะคะ ชื่อตัวแปรนะ ดูด้วยพิมพ์ตัวเล็กหรือพิมพ์ตัวใหญ่ เห็นไหม หน้าต่างมันสามารถเปิดมาคู่กันได้เลย เราแอบแล้ว พิมพ์เอง เดี๋ยวเราจะไปเดินดูก่อน จะสังเกตว่าถ้าใช้ Python IDLE น่ะ พอกด Enter มันจะยังไม่ทำงานอะไร ถูกไหม แต่ถ้าใช้แบบ phyton commond lineเห็นไหมคะ จนกว่าเราจะสั่งมัน Run นะคะ ก็คือต้อง Complie ดูรูปแบบนะคะ การประกาศ... การรับค่าแบบจำนวนจริง เมื่อกี้อันแค่สอง คือบี ๆ ดูรูปแบบบีดูรูปแบบของการใช้คำสั่งเพื่อรับข้อความนะ 1 อันดับแรก ส่วนที่ 1 เห็นไหมคะ ในตัวอย่างนี่ ตรง name ตรง name นี่ก็คือตัวแปรที่เราประกาศนะ แล้วเครื่องหมายเท่ากับ (=) มันมีค่าหรือมีข้อมูลอะไรจะต้องมาเพิ่ม ก็คือ Function input ที่เราใช้นี่ รูปแบบของฟังก์ชัน Input ก็คือบีจะต้องพิมพ์คำว่า "Input" วงเล็บเปิดวงเล็บปิด แต่ที่มีให้เพิ่ม ก็คือแม่บอกว่าควรจะเพิ่มข้อความเข้าไป ข้อความที่จะพิมพ์ในนี้ บีพิมพ์ผิด บีจะต้องพิมพ์ข้อความเพื่อบอกให้เขามาป้อนชื่อ ไม่ใช่พิมพ์ชื่อเราลงไป เข้าใจไหม เพราะฉะนั้นต้องแก้นะคะ อันนี้คือให้เครื่องมันรับค่า ไม่ใช่ว่าคนนี้ชื่อจุฑาทิพย์ ไม่ใช่รูปแบบไม่ใช่ ต้องแก้นะคะ ตรงนี้คือเรา... ข้อความตรงนี้ บีเข้าใจไหม เราใส่ข้อความที่ให้พิมพ์ว่า input เราใส่เพื่อป้องกันให้พอเวลาขึ้นมันขึ้นโชว์แสดงให้เขามาป้อนข้อความลงไป ไม่ใช่ให้เขาต้องใส่แบบนี้ ไม่ใช่ไปพิมพ์ว่า input input แล้วในวงเล็บพิมพ์ชื่อมันจะไม่เหมือนกับคำสั่ง Print ในสัปดาห์ที่แล้ว ถ้าคำสั่ง print ในสัปดาห์ที่แล้ว มันแสดงชื่อออกมาใช่ไหม แต่ตอนนี้ฟังชันก์ input นี่ เราต้องการให้รับข้อมูลลงไป ก็คือต้องมาพิมพ์ข้อมูลลงไปเสียก่อน เพราะฉะนั้น บีจะไปพิมพ์ว่า พิมพ์ชื่อ นามสกุลเลยไม่ได้ ผิด ผิด มันจะเป็นคนละคำสั่งนะจากสัปดาห์ที่แล้ว อย่าสับสนคำสั่งเป็นคนละตัวแล้วนะคะ Function เป็นคนละตัวแล้วนะคะ เพราะฉะนั้นคือ ข้อความที่เราจะใส่ในช่องนี้ มันจะต้องหมายถึงเราต้องการบอกว่าเราต้องการให้เขาพิมพ์อะไร แป๋มเข้าใจแล้วใช่ไหม ไอ้แป๋มถูกยัง แป๋มดูไปด้วย ดูด้วย แป๋มดูไปด้วยนะคะ ข้อความที่เราจะระบุตรงนี้ คือต้องการจะบอกให้คนที่ หรือเราที่จะมาใช้โปรแกรม รู้ว่า ป้อนอะไรลงไปนะคะ ในตรงนี้ ข้อความในตรงนี้ ข้อความในตรงนี้ มันจะต่างกับคำสั่ง Print ที่ครั้งก่อน ที่บอกอยากให้ print อะไร ได้เลย อย่างนั้นถึงจะใส่ชื่อ นามสกุลตัวเองลงไป แต่ตอนนี้เราใช้ Function Input เพื่อจะให้เขาป้อนหรือพิมพ์ข้อความลงไปนั่นเองก็ต้องสื่อว่า ว่าไงครับ เราจะต้องทำ 3 อันใช่ไหมคะ เพราะว่าอันที่ 1 รับชื่อใช่ไหม อันที่ 2 รับอายุ อันที่ 3 รับน้ำหนัก เพราะฉะนั้น ตอนนี้บีได้ name แล้ว บีก็ทำอันที่ 2 และอันที่ 3 ต่อเพิ่ม ต้องมี 3 คำสั่งนะคะ ไปทีละคนนะคะ เลื่อนลงมาเจอหรือยัง ๆ เจอหรือยังใบเตย เจออยู่ใช่ไหม นี่อันนี้คือ 1 ใช่ไหมคะ เห็นไหมคะ อันที่ 2 แล้วก็อันที่ 3 โอ.เค. ไหม เข้าใจหรือยัง โอ.เค. ไหมบี เข้าใจหรือยัง ก็คือเมื่อประกาศตัวแปรที่ 1 เสร็จก็ต้องประกาศให้ครบ 3 อันสิครับ ประกาศเหมือนกัน แต่เปลี่ยนแค่อะไร เปลี่ยนแค่ตัวที่บอกว่าเป็นจำนวนเต็ม หรือจำนวนจริง เปลี่ยนแค่ตรงข้างหน้านี่ เหมือนของบางคนโปรแกรมมันไม่เป็น IDL เหมือนของตัวนี้ใช่หรือเปล่า คือ ถ้ามันเป็นตัวนี้ เดี๋ยวจะ Run ให้ดู เมื่อเราพิมพ์นี่ มันจะให้เราพิมพ์จนครบทุกคำสั่งก่อนแล้วค่อยไปสั่งให้มัน Run Program โดยการให้คำสั่งรันโปรแกรมคือกดแป้น F5 เดี๋ยวจะใช้ตัวอื่น ถ้ามันมีปัญหาใช้ไม่ได้ เดี๋ยวจะใข้ Python Shell มันจะให้เราเซฟก่อนทุกครั้งนะคะ Save ก่อน เราก็จะตั้งชื่อให้เช่น เช่น ตัวนีก็คือคำสั่ง Input ก็คือการใช้คำสั่ง input พอกด Save เห็นไหมคะ มันจะขึ้น มันจะไปขึ้นหน้านี้ หน้าที่เป็น phyton shell ขึ้นขึ้นมา เห็นไหมมันจะขึ้นอีกหน้าต่างหนึ่ง แล้วมันก็จะขึ้นข้อความที่เราระบุลงไป กรุณาพิมพ์ชื่อ พอกด Enter มันก็จะไปทำคำสั่งที่ 2 เห็นไหม กรุณาพิมพ์อายุ พอกด Enter มันก็จะไปทำคำสั่งที่ 3 เห็นไหมคะ สังเกต เมื่อเสร็จ คำสั่งจะเป็นเครื่องหมายพร้อมเสมอ เด็ก ๆ ผลลัพธ์มันออกมามันจะต้องได้เป็นแบบนี้ นี่คือผลของการ Run โปรแกรมเมื่อกี้นี้ที่เราทำ จะต้องได้ผลหน้าต่างที่ 2 ตัวนี้นะคะ ปัญหาก็คือตอนนี้เครื่องมือที่ใช้รันมันไม่ขึ้นนะคะ เด็ก ๆ จะสับสนเล็กน้อยก็คือ จำนวนเต็ม จำนวนเต็มน่ะ ให้นึกถึงง่าย ๆ ก็คือตัวเลขไม่มีจุดต่อท้าย ไม่มีตัวเลขทศนิยมต่อท้าย นั่นคือจำนวนเต็ม ให้นึกถึงเราใส่ อายุ หรือส่วนสูง 152 เซนติเมตร เห็นไหมคะ มันจะไม่มี 152.01 อย่างนี้ ไม่มีเลย เพราะค่าการวัดส่วนสูงจะเป็นเซน เซนติเมตร 180 เซนติเมตร จะเป็นจำนวนเต็ม แต่ในกรณีที่จำนวนจริงหรือทศนิยมนี่ ก็คือเช่น เหมือนเวลาเราไป ใช่ไหม เครื่องอยู่หน้าเซเว่น เคยไปชั่งใช่ไหม ค่าน้ำหนักโดยปกติ มันก็จะขึ้น 52.01 กิโลฯ หรือ 52.5 กิโลกรัม อย่างนี้ ก็คือจะมี ทศนิยมบอกตามหลังนะคะ นั่นคือเป็นจำนวน Float เพราะฉะนั้นอย่าจำสลับ ใช้ไม่เหมือนกัน ก็คือถ้าเป็นเล้กจำนวนเต็มให้ใช้ Intiger แต่ถ้าเป็นเลขที่มีทศนิยมให้ใช้ Float นะคะ เมื่อกี้ไปดู ตอนนี้บางคนน่ะเปิดขึ้นมันเป็น... มันจะเป็นตัวนี้ มันจะขึ้นว่า phyton 3.8.2 Shell ใช่ไหมคะ มันจะไปขึ้นหน้าต่างนี้ มันจะไปขึ้นหน้าต่าง... ใช่ไหม ตอนนี้ วิธีแก้ เพื่อจะให้มันขึ้นหน้าต่างเหมือนของ IDLE ไม่ได้แก้อะไรพิสดารเลย เมื่อขึ้นหน้าต่างนี้มาปุ๊บ ให้เด็ก ๆ คลิกที่เมนูไฟล์ ใบเตยไม่ต้องของเราถูกแล้ว เฉพาะของเพื่อนที่เขาเป็น Python Shell แล้วคลิกคำว่า "New Flie" เห็นไหมคะ จะมีหน้าต่าง IDLE นี่ขึ้นมา ทีนี้จะสามารถพิมพ์ทีเดียว 3 คำสั่งได้เลย ไปก๊อบจากตัวแรกที่พิมพ์ครั้งแรกมาใส่ได้ นึกออกนะ เข้าใจไหมเซฟ ใครที่พิมพ์ในหน้าต่างแรกไปแล้วน่ะ ไปก๊อปแล้วมาวางในหน้าต่างที่เป็น DLE นี่ แล้วเมื่อพิมพ์ครบ 3 คำสั่ง ค่อยกด F5 นะคะ เพื่อ Run Programเดี๋ยวเราจะไปดู บีนะคะบี บีดูที่คำสั่ง เห็นไหม วงเล็บ ตรงวงเล็บน่ะค่ะ วงเล็บเปิด ต้องมีวงเล็บปิด อันที่ 2 บีปิดแค่อันเดียว ดูดี ๆ เห็นไหม อันที่ 1 ดูนะคะ นี่ ๆ ให้ดูนี่ ๆ เห็นไหมนี่ 1. ใช่ไหม 2 วงเล็บ ใช่ไหมคะ ตรงปิดต้องมี 2 ต้องมี 2 นะลูก เพราะวงเล็บมันมี 2 วงเล็บ เพราะฉะนั้น เมื่อเปิดวงเล็บกี่อันจะต้องปิดเท่ากัน ถ้าเปิด 2 แต่ปิดแค่อันหนึ่ง ยังไม่เสร็จ คำสั่งยังไม่จบ โอ.เค. ไหม เพราะฉะนั้นต้องปิดวงเล็บ ต้องดูด้วยเราเปิดวงเล็บกี่อัน เราต้องดูด้วยไล่ เวลามันขึ้น Error เช็กง่าย ๆ เปิดวงเล็บ 2 อัน ก็ต้องมีวงเล็บปิด 2 อัน โอ.เค. นะ เข้าใจนะคะ โอ.เค. แล้วลอง Run ใหม่ กด F5 รันใหม่ ถ้าได้มันก็จะขึ้นมาที่หน้านี้ เหมือนตัวอย่าง มันต้องขึ้นนะคะ ต้องขึ้นเหมือนตัวอย่างนี่ ใครที่ยัง Run ไม่ได้อีก เสื้อน้อย รันได้หรือยังครับ พี่จั๊ดดูเสือน้อย Run ได้หรือยัง อ๋อคุยอยู่ เมื่อพิมพ์เสร็จ กด Enter บีกด Enter กด Enter ครับ ป้อนข้อมูลเสร็จแล้วกด Enter เดี๋ยวคำสั่งที่ 2 มันจะขึ้นมา Enter เลย กดปุ่ม Enter เลยค่ะ กดหรือยัง กดลงไป เห็นไหม อันที่ 2 ให้ทำอะไรคะ ข้อที่ 2 ก็ต้องบอกให้พิพม์อายุใช่ไหม พอพิมพ์เสร็จก็กด Enter เหมือนกัน คำสั่งที่ 3 ก็ขึ้นมาก็ทำเหมือนกันค่ะ ตัวที่ 3 ใส่ลองใส่เป็นทศนิยม บีใส่เป็นเลขทศนิยมด้วย ใส่จุดด้วย ใส่จุดทศนิยมด้วย ใส่เหมือนอย่างนี้ ลองใส่ดูแล้วกด Enter เป็นอย่างไรครบ 3 อัน เข้าใจหรือยัง เข้าใจไหมคะ หลักการ 1. หลักการ ก็คือ ถ้า ข้อความที่อยู่ในวงเล็บในคำสั่ง Input น่ะ ถ้าเราต้องการให้เขาทำหรือป้อนข้อมูลอะไร เพราะฉะนั้น มันก็จะเปลี่ยนไปตามที่ใส่ นึกออกนะ ตอนนี้เราแค่อยากได้ชื่อ สกุล แล้วก็น้ำหนัก แต่ครั้งหน้า สมมติแม่บอกว่า อยากให้กรอกข้อมูล วัน เดือน ปีเกิด นึกออกนะ ข้อความมันก็จะเปลี่ยนเป็น วัน เดือน ปี เกิด เพราะฉะนั้นที่อยู่มันจะหมายถึงข้อความที่เราทำให้เครื่องมันแสดงว่าจะให้เราป้อนข้อมูลอะไร โอ.เค. นะคะ มันจะเปลี่ยนไปตามที่เรากำหนดนั่นเองนะคะ ส่วนการใส่ Comment ที่เป็นบรรทัดสีแดงนี่ ใส่เพื่ออะไร ใส่เพื่ออธิบายสิ่งที่เรา อธิบายตัวแปรของเรา ว่าตัวแปรนี้ เพราะส่วนใหญ่ตัวแปรมันจะเป็นชื่อภาษาอังกฤษนะ ถ้าไม่อธิบายนี่ บางคนส่วนใหญ่สร้่งตัวแปรสั้น ๆ A B C อย่างนี้ เราก็ไม่รู้ว่า แล้วก็ไม่รู้ว่า a b c นี่เก็บอะไร ก็คือไว้เพื่ออธิบายว่าตัวแปรนี้เราจะไว้สำหรับเก็บค่าอะไร หรือไว้สำหรับทำอะไรอธิบายไว้ เวลาเรามาเขียน นะคะ ว่ามีตัวแปรชื่อนี้อยู่ เผื่อเวลาครั้งต่อไปจะมาเรียกใช้ จะเรียกใช้ได้ถูกนะคะ ไม่อย่างนั้นมันจะเรียกไม่ได้ เรียกว่า ใช้งาน ประโยชน์ โอ.เค. นะคะ ส่วนใหญ่วันนี้น่าจะ Run ผ่านกันหมดทุกคนแล้วนะคะ อย่างนั้นสัปดาห์นี้พอแค่นี้นะคะ เดี๋ยวจะให้ขอบคุณขอบคุณ บีขอบคุณพี่เขา ขอบคุณพี่ล่ามนะคะ สัปดาห์นี้พอแค่นี้ค่ะ สวัสดีค่ะ ค่ะ [สิ้นสุดการถอดความ]