--- title: (สำรอง1)การบรรยายวิชา หัวข้อพิเศษด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (ปี3) subtitle: date: วันจันทร์ที่ 14 กันยายน 2563 เวลา 07.50 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) เอาอีกแล้ว เสียงนี้มาอีกแล้ว ดูเว็บฯ มหาลัย นี่นะคะ เห็นไหม ของ SNRU ไม่มี นี่ไอคอนของเว็บฯ นี่ของ Google จะเป็นแบบนี้ มีไหม ลองดู Facebook ก็ไม่มีนะคะ น่าจะมีของพี่กูคนเดียว Google เขาทำไว้ เป็นไอคอนน่ะค่ะ นี่ ก็คือสัญลักษณ์ของเว็บฯ นะคะ ต่างจากโลโก้นะ ไอคอนมันจะเล็กกว่าใช่ไหม นะคะ มันก็จะขึ้น จะขึ้นอยู่ตรงที่ช่อง IP address ตอนนี้คุณใช้งานเว็บฯ Google อยู่นะคะ อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้น เราไม่มี เราก็ไม่ต้องใส่นะค Favicon นี่ เมื่อกรอกเสร็จเรียบร้อยครบหมดทุกตัวแล้ว เราก็กดบันทึก เห็นไหมคะ ข้อมูลที่เรากรอกลงไป มันก็จะแสดงขึ้นมานะคะ ว่ากรอกอะไรไปแล้วบ้าง นี่คือในส่วนของการตั้งค่าเว็บฯ ต้องตั้งค่าด้วย เดี๋ยวใช้งานไม่ได้ บางอย่างมันต้องไปทำนะคะ มาดูส่วนต่อไป ข้อมูลพื้นฐานตั้งแล้วนะ เขาบอกว่า ถ้าเราใส่ข้อมูลพื้นฐานในเว็บฯ นี่ เมื่อผลลัพธ์ที่ออกมา ก็คือเมื่อ... ในใบสั่งซื้อสินค้าของเราน่ะค่ะ มันก็จะแสดงพวกนี้ อยู่ตรงนี้ในส่วนหัว เห็นไหมคะ ในส่วนหัวของใบสั่งซื้อของเรา เห็นไหมคะ นะคะ เป็นการยืนยันตัวตนกับกับลูกค้านั่นเองนะคะ ตั้งค่าข้อมูลพื้นฐานไปแล้ว ต่อไป ตั้งค่าภาษา อันนี้น่าจะรู้ เปิดให้ดูก็ได้ การตั้งค่าภาษาในเว็บฯ นะคะ ที่เมนูตั้งค่าเว็บไซต์ เลือกภาษา ไปที่เมนูระบบภาษา เห็นหรือยังเอ่ย เมนูที่เท่าไร 1 2 3 4 5 6 7 เมนูที่ 8 เมนูย่อยที่ 8 นะคะ ระบบภาษา อยู่ที่เมนูย่อยที่ 8 ชื่อว่า "เมนูระบบภาษา" ภาษาของเว็บฯ เห็นไหมคะ เราเลือกภาษาไทยนะคะ เขาบอกว่า ไหนบอกว่าเพิ่มได้ คุณสามารถตั้งค่าเปลี่ยนภาษาได้ ถ้าต้องการเพิ่มมากกว่า 1 ภาษา จะต้องเสียสตางค์ นั่นก็คือหมายถึงสมมติ ๆ ในอนาคต เรามีการซื้อขายกับต่างประเทศ เราก็อาจจะต้องเพิ่มอีกภาษาหนึ่งอะไรอย่างนี้นะคะ เราก็ค่อยมีเงินแล้วก็ค่อยมาอัปเกรดแล้วกันนะ ก็คือถ้าในคู่มือน่ะ มันจะมีปุ่มว่า "เพิ่มภาษา" ให้ ที่จะใช้ได้อีก 1 ภาษาไรอย่างนี้ แต่ตอนนี้เราใช้เป็นฟรี เขาก็เลยบอกว่าคุณจะไม่สามารถเพิ่มได้ คุณจะใช้ได้แค่ 1 ภาษานะคะ ก็ถ้าเปลี่ยนเป็นภาษาอังกฤษก็คลิกตัวนี้ อยากรู้เหมือนกัน เดี๋ยวขอลองได้ไหม อยากรู้ว่าไอ้เมนูไว้อาลัยมันจะเปลี่ยนเป็นอะไรขอเปลี่ยนแป๊บหนึ่ง ขอลอง ๆ เปลี่ยนนานมากเลย ไม่น่าเปลี่ยนเลย เปลี่ยนแล้วขอดูผลลัพธ์หน่อย แต่ส่วนใหญ่เราใช้ไอ้นี่ไง คือข้อความเราส่วนใหญ่มันเป็นภาษาไทยนะคะ ภาษาก็โอ.เค. ทดสอบดูเฉย ๆ ไม่เห็นความเปลี่ยนแปลง มาดูส่วนต่อมา ส่วนต่อมาที่เราจะไปตั้งค่ากันนะคะ ตั้งค่าการปิดปรับปรุงแถบโฆษณาแล้วก็บล็อกแล้วก็ข้อความ แล้วก็ป้องกันการคัดลอกข้อมูลของเว็บฯ ในส่วนต่าง ๆ ไปที่เมนูที่... เมนูที่ 6 เมนูย่อยที่ 6 ปิดปรับปรุงเว็บไซต์ เมนูนี้นะคะ รอมันเปลี่ยนภาษาให้แป๊บหนึ่ง ได้แล้ว ไปที่เมนูย่อยที่ 6 ปิดปรับปรุงเว็บไซต์ ก็คือนั่นหมายความว่า ถ้าสมมติเรามีการปรับปรุงเว็บฯ ของเรา แล้วถ้าลูกค้าเข้ามา มันจะเกิด Error อะไรอย่างนี้ เราควรแจ้งลูกค้าให้ทราบว่าตอนนี้เราปรับปรุงเว็บฯ เราอยู่นะคะ คือมีการปรับปรุงเว็บฯ เลยขอปิดการใช้เว็บฯ ของเราชั่วคราวนี่ หลักการก็คือมากดปุ่มเพื่อเปิด เสร็จแล้วก็ข้อความน่ะค่ะ ข้อความหรือรูปภาพ รูปที่จะใช้ อันนี้เหมาะ อันนี้มันมีรูปที่ตั้งไว้แล้วนะคะ ก็ได้ มาใส่ แล้วก็รายละเอียดก็ใส่ เช่น ขออภัย ใส่ข้อความเพื่อบอกลูกค้าว่า ปิดเพราะอะไรอะไรอย่างนี้นะคะ แล้วจะเปิดเมื่อไร ควรบอกด้วยว่าปิดนานไหม อะไรอย่างนี้นะคะ บอกระยะเวลา เหมือนแอปฯ ธนาคารน่ะค่ะ ที่เขาจะแจ้ง เหมือน ช่วงเวลาตั้งแต่ 23.00 - 24.00 น. ถึง 04.00 น. อาจจะปิดแค่สัก 5 ชั่วโมง 2 ชั่วโมงอะไรอย่างนี้ เราก็ควรบอกให้ลูกค้าทราบ เผื่อบางทีลูกค้ากำลังจะเข้ามาซื้อของ แล้วแต่ไม่บอกว่าปิดนานขนาดไหนอะไรอย่างนี้ ควรจะบอกนะคะ ควรจะแจ้งให้ลูกค้าทราบ เราจะปิดนานขนาดไหน ก็คือบอกวันหรือเวลาในการปิดให้เรียบร้อย คือแจ้งก่อนก็ได้เสียก่อนข้างหน้าเป็นประกาศ เป็นอะไร แล้วพอถึงเวลาปิดก็แจ้งไว้ด้วยว่าเราจะปิดนานขนาดไหน แล้วก็เปลี่ยนสีให้เป็นสี เช่น ปิดเป็นสีเทาไปเลยอย่างนี้นะคะ ขออภัยทางเว็บปิดปรังปรุง ตั้งแต่เวลา 12.00-18.0018.00 น. เหมือนในตัวอย่างนะคะ แม่กรอกไปว่า ขออภัยทางเว็บไซต์ปิดปรับปรุงตั้งแต่เวลา 12.00-18.00 น. ในวันที่ 19 กันยายน นี้ค่ะ นั่นหมายความว่า ถ้าลูกค้าเข้ามาในวันที่ 19 เขาก็จะเป็น เขาก็จะได้รู้ว่าหลัง 6 โมง 18.00 น. ไปนี่เราเปิดใหม่ เพราะฉะนั้นวันนี้ต้องหลัง 6 โมง เขาจะเข้ามาที่เว็บฯ ของเราได้ ลองกดบันทึกดูนะคะ อยากรู้ผลมันจะขึ้นอย่างไร เสร็จแล้วก็ต้องไปที่หน้า View Side มันก็จะขึ้น มันก็จะขึ้นเห็นไหม รูปข้อความ รู้สึกจะใช้ฟอนต์ตัวเล็กไปหน่อย แต่ไม่เป็นไร ก็ขึ้นข้อมูลบอกลูกค้าว่า ขออภัยนะคะ เว็บฯ เราปรับปรุงไม่ได้จัดเลย ถ้าจัดมันก็จะสวยงามกว่านี้นะคะ จัดก็ได้ แก้ให้ดูหน่อย เปลี่ยนไซซ์ก็ได้ เอาตัวใหญ่ ๆ เลย ทดสอบ ๆ อีกรอบหนึ่ง เมื่อกี้สีข้อความเป็นอะไร สีชมพู สีอยู่ไหนหว่า Color สีอะไร พื้นมันสีอะไรนะ พื้นมันสีเทา เดี๋ยวเปลี่ยนให้ดูก่อน นี่ไง ๆ นี่ ตัว A นี่ สีข้อความเห็นหรือยัง กด View ดู เห็นเปล่า ๆ มันติดไปเราเว้นบรรทัดได้ เห็นไหม นะคะ ควรมีการ มีข้อความแจ้งลูกค้าด้วย ไม่ใช่ขึ้นมาแค่อย่างเดียว รูปเราก็สามารถเลือกรูปมาเปลี่ยนได้นะคะ นี่คือแจ้งให้ทราบว่าเรามีการปรับปรุงนะคะ แต่ถ้าไม่มี ช่วงนั้นไม่มีก็ปิดไปนะคะ กดปิด กดปิดแล้วเว็บฯ เราก็ต้องกลับมาเป็นหน้าปกติ อะไรนี่ เปิดหลายอัน จะงง กดปิดเราอย่าลืมบันทึก เมื่อกี้ยังไม่ได้บันทึก พอดมันจะต้องคืนกลับมาหน้าปกติแล้วนะคะ ก็คือถ้าเราเปิดระบบปรับปรุงน่ะ มันถึงจะขึ้นนะ ถ้าไม่เปิดมันก็จะไม่ขึ้นนะคะ ในส่วนของปิดปรับปรุงเว็บไซต์รู้วิธีทำแล้วนะคะ ทีนี้มาดูส่วนต่อมา จัดการแถบโฆษณา ถ้าเราต้องการจัดการการโฆษณาของเรานะคะ แล้วก็ Block IP Address อะไรพวกนี้ อยู่ตรงไหน ไปดูที่... ไปดูที่แถบเครื่องมือของเรานะคะ จัดการโฆษณา จัดการแถบโฆษณาอยู่ทีนี่เลย เมนูย่อยสุดท้ายเลย จัดการแถบโฆษณา เฉพาะแพ็กเกจเสียเงิน ก็เรามาดูในคู่มือก็ได้นะคะ ดูจากคู่มือก็ได้ มันก็จะเปิดระบบ แล้วนี่เห็นไหมคะ เมื่อเปิดใช้งาน Power MakeWebEasy นี่ ไอ้พวกนี้มันจะขึ้นมา แถบโฆษณามันก็จะขึ้นมา ก็จะมีอะไร เช่น พวกโฆษณาทางเฟซฯ น่ะ เขาก็จะมาแปะลิงก์ นึกออกไหม เขาก็จะมาแปะโฆษณาในเว็บฯ เราได้ค่ะ มันก็จะขึ้นโชว์ด้านข้างน่ะค่ะ ว่าโฆษณา เราก็จะได้เงินจากอะไรล่ะ การวางโฆษณาอะไรพวกนี้นะคะ นี่จะมีไอ้พวกโฆษณาที่ขึ้นมาตรงนี้นะคะ ก็คือต้องคลิกเพื่อเปิดระบบนี้นะคะ พอเปิดปุ๊บนี่ ตัวโฆษณาด้านข้างนี่ก็จะขึ้นมา ที่อยู่ทางขวามือ พวกที่เป็นวิดีโอโฆษณานะคะ ก็จะขึ้นมามาเหมือนในเฟซฯ อย่างนี้นะคะ ต่อไปป้องกันการคัดลอกข้อมูล นั่นหมายถึง ก็คือสินค้าบางอย่างของเรา นึกออกนะ หรือรูป ถ้าเราไม่อยากให้เขามา Copy รูป หรือข้อมูลรายละเอียดสินค้า เราก็เปิด เห็นไหมคะ เปิดการป้องกันการ ข้อมูล แค่นั้นเอง เว็บฯ นี้ทำค่อนข้างดี มีระบบดีนะคะ ก็คือเราไม่ต้องการให้เขาเอารูปเราไปใช้ หรือเอาข้อความเราไปใช้น่ะค่ะ เราต้องคลิกเปิด เปิดการป้องกันข้อมูล เปิดการป้องกันคัดลอกช้อมูล เมื่อมีการแก้ไขเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราก็กดบันทึกนะคะ แต่ทีนี้เรายังไม่ได้อัปขึ้นเฟซฯ เราก็ไม่ต้องไปป้องกันการคัดลอกข้อมูลนะ แต่เมื่อใดทีสินค้าที่เราขาย เรากลัวเขาเอาภาพเราไปใช้น่ะ เราต้องเปิดตัวนี้นะคะ จะได้ไม่มีปัญหาการคัดลอกข้อมูลของเราไปนะคะ ก็คือถ้าใครมาเอารูปเราไปใช้นี่ เราฟ้องร้องได้ด้วยนะคะ อีกส่วนหนึ่งที่เกี่ยวกับการจัดการเว็บฯ ที่เราควรจะตั้งค่านะคะ ก็คือBlock IP Address การจัดการ Block IP Aaบล็อกที่อยู่นี่ นั่นหมายถึง เช่น นี่ เมนูที่รองจากเมนูสุดท้ายนะคะ บล็อก IP Address บางทีมันจะมีเว็บฯ บางเว็บฯ แทรกเข้ามาเหมือนมาแปะลิงก์ขายอะไรอย่างนี้ เหมือนของพวกอะไรนะ ไอ้คาสิโนออนไลน์ไหม หรือเว็บฯ ที่มันชอบ เหมือนบางทีเราไปดูเว็บฯ ซื้อของบางอย่าง แล้วมันเว็บฯ ของพวกคาสิโนขึ้นมาอย่างนี้ ถ้าเราไม่ต้องการให้ขึ้นมากวนลูกค้านะคะ เราควรจะBlock IP นั้นน่ะ ไม่ให้มันมาแสดงนะคะ ก็คือเราต้องคลิกที่เพิ่ม IP ก็คือต้องกดเพื่อเพิ่มก่อน แล้วเขาก็จะให้กรอก IP IP อยู่ตรงไหน อยู่ตรงนี้น่ะค่ะ เช่น ๆ ๆ สมมติเราจะบล๊อกอะไรนะ โฆษณาที่มันเป็นเว็บฯ เว็บฯ เหมือนอะไรล่ะ เหมือนโฆษณาอัตโนมัติอะไรอย่างนี้ จำไม่ได้แล้ว อะไรนะ อะไรนะ ตอนนั่งดูยูทูบทีไรมันชอบขึ้นมา สมมติ ๆ สมมติว่า... อะไรล่ะ เว็บฯ อะไรล่ะ ที่มันร้องเป็นเพลงเลย ไอ้เว็บฯ นั้นน่ะ มีเว็บฯ ไหน ใครพอจำได้บ้าง บอกมาสักเว็บฯ สิ จำชื่อมันได้ไหม ประมาณนั้นน่ะ เว็บฯ พวกนั้นน่ะ IP Address ก็จะอยู่ตรงนี้นะคะ นี่ คือ IP Address นี่ อันไหนที่เราไม่อยากให้โชว์น่ะ เราก็ก๊อบ เราก็ก๊อบ IP A นั้น ก็คือนี่ ตรงนี้จะเป็น IP Address น่ะค่ะ ก๊อบไป แล้วก็ไปวางที่นี่ ช่องนี้นะคะ เสร็จแล้วกดบันทึก แต่เมื่อกี้เฟสฯ ได้รับอนุญาต ไม่ต้องใส่ไปนะ มันก็จะเพิ่ม IP มันก็จะไปบล็อก IP เข้ามาวุ่นวายกับเห็นไหมคะ ป้องกันการโพสต์ข้อความที่มองว่าเป็นสแปมหรือแจ้งชำระเงินอะไรพวกนี้ เห็นไหมคะ นี่ ก็คือป้องกันไอ้พวกประเภทนั้นน่ะนะคะ หรือ Spam Mail อะไรพวกนี้นะคะ เราก็ใส่ไว้ ป้องกันไว้นะคะ มาดูอีก 1 เมนูที่การตั้งค่า ที่เราจะต้องไปจัดการนะคะ การระบุข้อความผิดพลาด Error 404 สังเกตบางเว็บฯ เล่นไปแล้วมันจะขึ้น 404 Eorro อยู่ตรงนี้นะคะ เมนูย่อยที่ขึ้นคำว่า "ข้อความ Error 404 เน็ตหลุดหรือ ได้ล่ะ เมื่อกี้เน็ตหลุดนะคะ เห็นไหมคะ ข้อความระบุควาระบุความผิดพลาด Error 40เมื่อผู้ใช้เข้าชมเว็บไซต์ แล้วไม่สามารถเปิดหน้าเว็บฯ ได้ ก็คือจะเกิดขึ้นเมื่อในกรณีที่ เพจที่เราสร้างไว้นะคะ ถูกลบออกไปแล้ว หน้าเพจถูกลบ หรือลูกค้าเข้ามาชม หน้านั้นน่ะ มันจะขึ้นเพจ 404 Not Found บางทีมันเป็นไทย มันจะเป็นข้อความประมาณว่า หน้าเพจนี้นะคะ ถ้าเป็นข้อความที่เป็นภาษาไทยมันจะเป็นประมาณ... หน้าเพจนี้ได้ถูกลบออกไปแล้ว อย่างนี้นะคะ นั่นก็คือข้อความที่สื่อให้รู้ว่า 404 page not found นี่ใช้ตัวนี้ก็ได้ หรือจะใส่รูปภาพเข้าไปแทนนะคะ หรือเปลี่ยนสีได้ ตัวนี้ทำไว้แล้วอย่างไร ก็คือพอลูกค้ามาเปิดเพจที่มันถูกลบน่ะเป็นข้อความแจ้งเตือนที่ควรมีนะคะ ทดสอบ ตัวนี้จะทดสอบได้ก็ต่อเมื่อเราไปลบเพจที่เราทำ เช่น ๆ ๆ ดูนะคะ จะลบเพจที่ชื่อว่า "รสแซบนี้ออก เดี๋ยวจะ Test ให้ดู เพจ รสแซ่บ รสแซบโดนลบไปแล้วนะ โดนลบไปแล้วนะ ทีนี้มาดูตอนเราลิงก์ไปนะ อ๋อ ลบผิดหรือเปล่านี้ เพราะคลิกอะไรไม่ขึ้น มันต้องลบหน้านั้นแต่ลิงก์ยังมีอยู่ แสดงว่าใช้วิธีการไปลบหน้านั้นเลยไม่ได้ ไม่ถูกต้อง แต่ลบหน้านั้นออกนะคะ ก็คือ ไม่เป็นไร เดี๋ยวทำไป เดี๋ยวก็เห็นเอง ก็คือหมายถึง ถ้าเราเลือกข้อความ Error 404 นี่ เมื่อไหร่นี่ มันจะขึ้นมาเฉพาะตอนที่หน้าเพจที่เราลบน่ะ ถูกลบน่ะ ถูกลบออกไป มันจะขึ้นมา แล้วพอลูกค้าเข้ามาชมเว็บฯ ที่มีลิงก์หน้านี้อยู่ และเปิดเว็บไซต์ ก็จะเกิด อ๋อ เราต้องเข้าเราต้องเข้า... เมื่อกี้ลืมกด IP นั้นไว้ เดี๋ยวจะเข้าให้ดู เอาใหม่ ๆ เมื่อกี้รสแซ่บ ไปลบมาแล้ว เดี๋ยวเทสต์ให้ดูใหม่นะคะ จะได้เห็น เพิ่มหน้าเพจ นี่ ๆ เดี๋ยวจะ Copy IP นี้ไว้ เดี๋ยวจะลอง Test เมื่อลบไปแล้ว แล้วเรามาเปิดหน้านี้มันจะขึ้นมาไหม ก๊อปไม่ถูกหรือ ลิงก์นี้ชื่อว่าอะไร แสดงว่าก๊อบลิงก์ไม่ถูกนะคะ ไปก๊อบผิดหน้า ก็คือหลักการน่ะ เมื่อพอเขาคลิก เขาใส่ IP ที่เคยเข้า หน้าเว็บฯ นั้นน่ะ หน้าเพจนั้นน่ะ มันจะขึ้นไอ้ตัวข้อความแจ้งเตือน 404 นั่นล่ะขึ้นมา นะคะ ในส่วนของการตั้งค่าเว็บฯ เราใส่ครบแล้วนะ คัดลอกข้อมูล ปิดปรับปรุงอะไรพวกนี้ ทีนี้มาดูกันสำหรับคน... ตัวนี้ไม่ทำไม่ได้ การจัดการระบบสินค้าการจัดการระบบสินค้า ต้องทำ เราจะขาย เมื่อคุณจะขายสิ่งใด คุณจะต้องมาจัดการมันนะคะ เพราะฉะนั้น เน็ตค่อนข้างช้า ยังอยู่ที่แถบเครื่องมือจัดการเว็บฯ อยู่นะคะ แล้วให้ไปที่เมนูสินค้า เห็นไหมคะ เมนูที่มีรูปเห็นไหมคะ เมนูที่มีรูปตะกร้าสินค้า ที่ 3 นะคะ แล้วเลือกสินค้าทั้งหมด เลือกสินค้าทั้งหมดนะคะ เลือกสินค้าทั้งหมดนะคะ ทีนี้ล่ะ ที่บอกว่าใครขายอะไร เราจะต้องมาเพิ่มสินค้าตรงส่วนนี้เท่านั้น เพราะอะไร เพราะถ้าเพิ่มในตรงนี้มันก็จะรู้ใช่ไหม สินค้ามีกี่ชิ้น มีเท่าไรนะคะ เพราะฉะนั้นอันดับแรกเราก็ต้องเพิ่มสินค้าเราเข้าไปก่อน คลิกที่เพิ่ม ตอนนี้เด็ก ๆ ต้องมาเพิ่มสินค้าของตัวเองเข้าไปในร้านนะคลิกเพิ่มสินค้าค่ะ เราก็ต้องเลือกประเภทสินค้า ก็คือ Simple ไป ก็คือ Simple รหัส เราควรจะใส่รหัสให้สินค้าของเรา นึกออกนะ มันจะมีประโยชน์อย่างไร 1. จะได้รู้ว่าสินค้ารหัสนี้ขายอะไร นึกออกนะ ถ้าเรียนฐานข้อมูลมาแล้ว วิธีการตั้งค่ารหัสสินค้าให้นึกถึง นึกถึงอะไร นึกถึงรหัสนักศึกษา นึกออกไหม เหมือนเวลาเขาตั้งรหัสนักศึกษานี่ 60 มาจากปีที่เข้าศึกษาใช่ไหมคะ เลข 60 นี่หมายถึงปีที่นักศึกษาเข้ามาเรียน 60 อะไรนะ 5ไหนเตยบอกรหัสตัวเองมาสิ รหัสนักศึกษาน่ะ 61102 102 นะ จะเป็นรหัสของคณะ นะคะ ก็คือบอกให้รู้ว่ารหัส 102 นี่คือคณะอะไร แล้วตัวต่อไปก็จะเป็นรหัสของสาขาวิชา ตัวต่อไปก็จะเป็นรหัสของหลักสูตรหรือเอกน่ะค่ะ เอกที่นักศึกษาเรียนมันจะมีตัว... คือตัวเลขแต่ละตัวที่เราใส่ในรหัสสินค้า มันจะสื่อนะถ้าสมมติ หรือบางทีบางคนใช้รหัสเป็นตัวอักษร นึกออกนะ เหมือนกล้องน่ะค่ะ เหมือนใครที่ขายกล้องถ่ายรูปนะ เช่น SDR ก็คือ นั่นหมายถึงกล้องเป็นกล้องประเภทใช้เลนส์แบบ SDR แบบนี้นะคะ นึกออกนะ มีเลนส์แบบปรับเปลี่ยนได้นั่นก็คือรหัสสินค้าที่ควรจะใส่นะคะ เวลาใส่รหัสสินค้า มันควรจะสื่อว่าคืออะไรด้วยนะคะ วิธีการ เช่น สมมติ อาหาร ขายอาหารนี่ ถ้าให้รหัสแรก 01 01 คือ ให้ดูที่เมนูตัวอย่างนะคะ เดี๋ยวขอเปิดหน้าย่อยไว้ก่อน เช่น ๆ ๆ เรามีเมนูอาหารนี่ 3 อย่าง อาหารว่าง นะ ก็คือถ้า 01 ก็หมายถึง อาหารว่า 01 รหัสหลักแรก 02 ของหวาน 03 04 ต้มแกงอะไรพวกนี้ นึกออกนะคะ นี่ 01 02 03 นี่ ก็คือจะสื่อให้รู้ว่า 01 อาหารเรียกน้ำย่อยเป็นต้มหรือแกง 03 เป็นทอด 04 เป็นของหวานอะไรอย่างนี้ ก็คือ ของว่างรายการที่... รายการอาหาร รหัสสินค้าเป็นของว่างนะคะ 01 คือของว่าง ของว่าง แล้วก็ตามด้วย 01 ก็คือ 0101 นี่ ของว่าง 01 ก็คือเมนูที่ 1 นะคะ เสร็จแล้วอะไร ใส่ชื่อสินค้านั้น ของว่าง เช่น ขนมจีบ ขนมจีบ ก็ต้องบอกคำอธิบายสินค้า อาจจะบอกส่วนประกอบก็ได้ เป็นขนมจีบไส้... รหัสแรก ขนมจีบหมู เดี๋ยวจะเพิ่มขนมจีบ หมู กุ้งมีอะไรอีก มี 2 อัน อันแรกขนมจีบหมูนะคะ คำอธิบายสินค้าอาจจะบอกว่า แป้งขนมจีบเราทำเอง ใส่ก็ปรุงรสแบบไหนก็ว่าไปนะ ประมาณนี้นะคะ รายละเอียดสินค้า ขนมจีบหมูของเรา แป้งทำเอง สูตรทางร้าน ไส้หมูสับ สูตรทางร้าน ไส้หมูสับ ก็ทำเองอย่างนี้ ใส่หมูสับอย่างนี้ก็ทำเอง ทีนี้มาใส่รายละเอียดสินค้า จำนวนเช่น เช่น ก็เช่น เช่น ขนมจีบหมู 1 ชุด จะมีจำนวนขนมจีบทั้งหมด 4 ชิ้น อย่างนี้นะคะ ใส่รายละเอียดลงไป เสร็จแล้วใส่รูปภาพ เดี๋ยวขอหาภาภพสำหรับคนที่มีรูปแล้วก็ใส่รูปได้เลยนะคะ เพราะเราบอกว่าของเรา 1 จานมีอยู่ 4 ชิ้น ใส่เข่งมีอยู่ 3 งั้นเราขอเปลี่ยน 1 ชุดมี 3 ชิ้นแล้วกันเพราะฉะนั้นรูปกับจากข้อความควรตรงกันด้วยนะคะ อย่ามั่วนิ่มนะคะก็คือเมื่อใส่รายละเอียด คงเคยได้ยินคำว่า รูปไม่ตรงปกนะคะเพราะฉะนั้นข้อมูลกับรูปภาพก็ควรสอดคล้องกันนะคะ อย่ามั่วนิ่ม เดี๋ยวจะกลายเป็นสินค้าไม่ตรงปกขึ้นมานะคะ เพราะฉะนั้นใส่ให้ถูกต้องด้วย จีบหมู Save เซฟแล้ว เดี๋ยวจะใส่รูปเข้าไปนะคะ เซฟรูปไว้แล้ว เพิ่มรูปภาพก็ใส่รูป นี่ Drag & Drop ถ้ามันเป็น drag and drop เราคลิกที่ดาวก็ได้นะคะ แต่ถ้า... and ...หน้าต่างไฟล์รูปของเราอย่างนี้ก็ได้ คลิกลากมาวางอย่างนี้ก็ได้ นี่คือ drag and drop นะคะ ก็คือลากวางได้เลยนะคะ แล้วก็เลือกรูปที่เราจะใช้ select เพราะฉะนั้นมันจะสามารถเลือกได้หลายรูปนะคะ ถ้าเรามีขนมจีบในรูปมุมอื่นก็ใส่เพิ่มได้ นี่มันจะเพิ่มรูปภาพได้เรื่อย ๆ ก็ใส่ ก็คือเพื่อให้ลูกค้าเห็นมุมมองของสินค้าในหลาย ๆ ด้านด้วยนะคะ เช่น เหมือนสบู่ มีทั้งแบบก็มีแบบแพคเกจที่อยู่ในกล่อง ที่เป็นอะไรล่ะ ที่แกะจากกล่อง ควรมีรูปให้ลูกค้าเห็นเยอะ ๆ ด้วยนะคะ ถ้าใส่ภาพสินค้าเข้าไปน่ะค่ะ ไม่ควรมีแค่รูปเดียว งั้นหาเพิ่มอีกก็ได้3 ลูก 45 บาท ของอะไรนี่ แพงเวอร์ นี่นะคะ เพราะฉะนั้นใส่ได้มากกว่า 1 รูปนะคะ จำนวนสินค้า และราคา นี่คือสิ่งที่เด็ก ๆ นะต้องกรอก ไม่จำกัดนั้นหมายถึงเด็ก ๆ มีสินค้าเยอะ เลยบอกไม่จำกัด เช่น เหมือนติ่มซำเราทำมาแค่ มาแค่ 100 100 ชุดอย่างนี้นะคะ เราก็ใส่ไป 100 หรือวันหนึ่งกะว่าขายสัก 50 ชุด สมมติ 3 ให้นึกถึง เราต้องมานั่งทำขนมจีบ วันละ 100 ลูก 100 ลูกก็จะกี่ชุด 30 ชุดก็ 90 ลูกนะ ถ้าสมมติเอา 50 ชุด ก็คือ 150 ลูก ทีนี้ราคา ทีนี้ มาดูราคา ก็คือระบุราคาขาย เมื่อกี้ เมื่อกี้เขาบอก 45 บาทใช่ไหม 3 ลูก 45 บาท เราเอา 3 ลูกกี่บาทดี 3 ลูก 20 ราคา แล้วมีกำหนดราคาพิเศษด้วย เห็นไหมคะ ราคาพิเศษอาจจะเป็น เช่น เช่นเหมือนถ้าเขาซื้อ ซื้อในราคาพิเศษนะ เขาจะซื้อได้ในราคา 15 บาท อย่างนี้นะคะ แล้วถ้าซื้อในราคาสมาชิก มีราคาสมาชิกให้ด้วย ถ้าซื้อราคาสมาชิกถูกลงไปอีกเหลือเท่าไรดีส่วนมากราคาสมาชิกมันก็จะลดลงเท่าไรคะ 10 เปอร์เซ็นต์ของ 20 สมมติ 18 บาท ซื้อในราคาสมาชิก ซื้อในราคา 18 บาท อย่างนี้นะคะ เมื่อเรากรอกข้อมูลพวกนี้เสร็จปุ๊บ เราก็กดบันทึกไว้นะคะ แล้วเมื่อสินค้าเราหมด เห็นไหม เราสามารถมาติ๊กบอกได้ว่าสินค้าเราหมด บันทึกแล้วนะคะ ขึ้นยัง ทำไมมันไม่หมุน กดหรือยังน่ะ อะไรเราไม่ครบหรือเปล่า ทำไมไม่ให้เรากดล่ะ Simple สินค้าตัวอย่าง เด็ก ๆ บันทึกได้ไหม บันทึกได้ไหมคะ ไม่ได้ ทำไม ทำไมไม่... ลืมเลือกอะไร ไหนวะ หมวดหมู่ สร้างหมวดหมู่สินค้าใหม่ หมวดหมู่สินค้าก็ตามมเมนูด้านข้างของเรานะคะ ตามประเภทของสินค้าเรานั่นเองนะคะ เวลาสร้าง เราจะสามารถตั้งค่าเฉพาะของเราได้ด้วย เป็นสินค้าใหม่ชายดี ต้องติ๊กเอา ต้องสั่งจองก็สั่งอันนี้ ติ๊กอันนี้ใหม่แล้วก็ให้สั่งจอง คุณต้องจอง คุณจะได้สินค้าของเรา อย่างนี้นะคะ กดบันทึก บันทึกได้แล้ว ขอทดสอบ เดี๋ยวเราต้องไปทำส่วนสินค้า... จัดทำไว้ก่อน เดี๋ยวตอนเพิ่มมันต้องแสดงตรงต้องติ๊กด้วยนะคะ ติ๊กเลือกการจัดอันดับ กดบันทึก เห็นไหมคะ รายการมันก็จะขึ้นมา รายการสินค้าจะขึ้นมา อย่างนี้ เพราะเมื่อกี้ยังไม่ได้ติ๊กเลือก ยังไม่ได้ติ๊กเลือกหมวดหมู่ เห็นไหมคะ เพราะฉะนั้นถ้าเราจะเพิ่ม ก็เพิ่มเข้าไปนะคะ เพราะฉะนั้นเด็ก ๆ จะต้องมีสินค้าอย่างน้อยกี่อย่างจำได้ไหม ควรจะมีอย่างน้อย 5 ประเภท ใช่ไหมคะ ไม่ใช่ ๆ ไม่ใช่ 5 ประเภท เพราะบางคนขายแต่เสื้อผ้า คือสินค้าต้องมีอย่างน้อย 10 รายการ โอ.เค. ไหม ใส่เข้าไปสัก 10 รายการนะคะ จดด้วยว่าคุณจะต้องมาเพิ่มรายการสินค้าอย่างน้อย 10 รายการนะคะ มันก็จะขึ้นอย่างนี้มา เพราะฉะนั้น เดี๋ยวสัปดาห์หน้ามาตรวจนี่ รายการสินค้านี่ ทั้งหมด 10 รายการนะคะ แยกหมวดหมู่ให้ถูกต้องด้วยนะคะ เช่น หมวดหมู่ของว่างที่เราแยกไว้น่ะ จัดแยกประเภทเสียด้วย ๆเปิดเยอะเกิน นะคะ เดี๋ยวมาดูรายการสินค้า ต้องมีอย่างน้อย 10 รายการ ทีนี้ ส่วนต่อไปที่จะทำต่อ วันนี้ยาวหน่อย รายละเอียดมันเยอะ ส่วนของจัดการระบบสินค้าไปแล้ว เพิ่มสินค้าแล้ว จัดการหมวดหมู่ ก็คือตรงหมวดหมู่ที่เราทำน่ะค่ะ ตรงหมวดหมู่ที่เราทำ อันที่ 2 เมื่อกี้เพิ่มสินค้าแล้ว มาที่หมวดหมู่ นี่ เห็นไหมคะ สร้างหมวดหมู่สินค้า มีของว่างแล้วมีอะไร ใส่หมวดหมู่เข้าไป เพิ่มเข้าไปก่อน มาเพิ่มจากตรงนี้ก็ได้ ใหม่นี่ เพิ่มได้ทั้งหมดเลย หรือมาเพิ่มที่หมวดหมู่อย่างนี้ สร้างไว้ก่อน แล้วก็เพิ่มนะคะ เช่น เมนูเรามีของว่าง ต่อไปหมวดหมูต่อไปก็คือ ของหวาน ทำหมวดหมู่ไว้ก่อนแล้วค่อยมาเพิ่มสินค้าก็ได้ อย่างนี้ก็ได้ คลิกสร้างหมวดหมู่สินค้าใหม่ เห็นไหมคะ มันก็จะขึ้นมา หมวดหมู่มันก็จะขึ้นมานะคะ มาดูในส่วนของเมนูย่อย นำเข้าข้อมุูลสินค้าคืออะไร ตัวนี้จะเป็นตัวช่วยทำให้มีฐานข้อมูลนั่นเองนะคะ เห็นไหมคะ ก็คือเราสามารถไปดึงข้อมูลที่เราทำไว้ใน Excel อะไรพวกนี้มาใช้ได้ เห็นไหมคะ แต่แต่มีข้อแม้ว่า ใน Excel หรือในCSV นั่นก็คือไอ้โปรแกรมฐานข้อมูลน่ะ นึกออกนะ เราต้องมาตั้งค่า ของ Excel ให้เป็น นี่ ให้มีข้อมูลพวกนี้ ที่จะใสนะคะ เราก็มาเลือกไฟล์นั้น มันก็จะอัปโหลดไฟล์ แล้วก็ดังข้อมูลเราสามารถเอา Template ตัวนี้ไปใช้เลยก็ได้ ก็คือไปพิมพ์ก่อน ไปพิมพ์รายละเอียด รหัสสินค้า ชื่อสินค้า เห็นไหมคะ คำอธิบาย จำนวนราคา เห็นๆหเอ๊ะทำไมตอนเรากรอกไม่มีน้ำหนักอย่างนี้ ใส่เข้าไปนะคะ แล้วค่อยมาอัปโหลดไฟล์นะคะ ก็คือดาวน์โหลดแบบฟอร์มตัวนี้ไปใช้ได้เลยนะคะ ในกรณีที่จะขายจริงนี่ มันจะช่วยได้มากเลย นะคะ ในส่วนของคุณสมบัติสินค้า บอกแพคเกจไม่ได้ ก็ไม่ต้อง ให้ไปดูที่คลังสินค้า เห็นไหมคะ ในคลังก็คือจะแสดงข้อมูลสินค้าของเราที่มีอยู่ เราจะต้องทำอย่างไร ถ้ามีสินค้าเข้ามาใหม่ คลิก Add เห็นไหมคะ หรือคลิก Set อย่างนี้นะคะ ในข้อมูลของคลังสินค้านะคะ จะอยู่ที่ระบบสต็อกสินค้านั่นเองนะคะ นี่ เขาบอกว่าเราจะต้องกรอกตัวเลขสินค้าคลังในปัจจบันลงไปนะคะ คลิกที่เมนูสินค้า แล้วคลิกที่คลังสินค้า ตัวนี้นะคะ คลังสินค้า คลิกที่ เมนูสินค้า นี่ ตรงช่องนี้ ที่บอก แอด แล้วก็ Set เห็นไหม ก็คือจำนวนสินค้าในปัจจุบัน ตอนนี้เรามีเท่าไร เรามี 50 แล้วกดบันทึก เห็นไหมคะ ถ้า Add เป็นเพิ่ม เห็นไหมเพิ่มเข้าไปเห็นไหมคะ ถ้า Set ล่ะ ถ้า Set 50 คืออะไรนะ เซต คือ ลบออก สินค้าโดนลบออกไป ก็คือโดนขายไปนะคะ เช่น ขายไป 10 ชิ้น โดนขายไป 10 ชิ้นนี่ต้องเลือกกดให้ถูกนะคะ ถ้า Add Add ก็คือเพิ่มสินค้าที่มีใหม่เข้ามานะ แต่ถ้า Set Set คือ สินค้าโดนขายออกไป ก็คือใส่จำนวนของสินค้าที่เพิ่ม หรือลบออก Add คือ เพิ่ม Set คือ ลบนะคะ อย่าจำสับสน ตอนนี้ ตั้งเสียงงเลย Add กับ Set ลบออกให้เหลือ 50 เมื่อกี้ใส่เท่าไร Add ใหม่ Add เข้าไปอีก 40 add 40 เป็น 50 ถูก แล้วถ้ากด Set Set ก็คือ เหลือใช่ไหม ของที่เหลือ อ๋อ เข้าใจแล้ว เอาใหม่ อธิบายใหม่ Add คือ เพิ่มใช่ไหมคะ เพิ่มจำนวนเข้าไป แต่ Set นี่หมายถึงจำนวนสินค้าทั้งหมดที่เหลืออยู่ เช่น ถ้าเราเหลือ 10 ชิ้น เราก็จะใส่ 10เหลือ 50 ดูนะคะ ใส่ 50 นี่ มันก็จะบอกว่าสินค้าเรามี 50 ชิ้น เพราะฉะนั้นก็คือ ถ้ามีสินค้าเข้ามาเพิ่มให้กด Add สินค้าเหลือเท่าไร ใส่จำนวนสินค้านั้นเข้าไป กด Set นะคะ หลักการจำ ก็คือถ้ามีสินค้าเข้ามาเพิ่ม ให้กดที่ Add แล้วใส่จำนวนของสินค้าที่จะเพิ่ม แต่ถ้ามาทำยอดคงเหลือ มันเหลือสินค้าเท่าไร แล้วก็ใส่จำนวนสินค้าที่เหลือลงไป คือ Set โอจัดการราคาน่าจะอันเดิมนั่นล่ะ ก็คือถ้าราคามันมีเปลี่ยน เราก็มาเปลี่ยนได้เลย เพราะอะไร เพราะเปลี่ยนตรงนี้ มันก็จะไปเปลี่ยนให้ทั้งหมดนะ จะสามารถเปลี่ยนได้จากตัเช่น สมมติช่วงนี้หมูแพง เพราะฉะนั้น ขนมจีบเราขายไป 30 บาทแล้วกัน ราคาพิเศษเหลือ 25 ราคาสมาชิกซื้อได้ในราคา 20 บาท อย่างนี้เป็นต้น กดบันทึก แก้ตรงนี้ตรงหน้ารายการสินค้าเราก็จะโดนเปลี่ยนนะคะ ทีนี้มันยังมีอีกตรงหนึ่งที่ถ้าขายสินค้าจะรู้ดี มันสินค้าที่แบบขายปลีกกับขายส่ง ขายส่งก็คือ ขายปริมาณเยอะๆ ใช่ไหมคะ จะใช้ได้เมื่อแพคเกจของคุณ ของฟรีไม่ได้ใช้นะคะ ไม่มีราคาขายส่ง ไม่มีปัญหา เรามาให้ราคาพิเศษเป็นราคาขายส่งก็ได้ มันอยู่ที่เราตั้งก็ได้แต่เรารู้ใช่ไหม เราก็อาจจะรู้ราคา หรือราคาขายส่ง ใช่ไหมคะ เพราะเหมือน Amway คุณก็จะซื้อได้ในราคาอีกราคาหนึ่งเห็นไหมคะ จะมีราคา เพราะฉะนั้นเราใช้ฟีตเจอร ์ มาปรับที่ตัวราคา ไอ้ที่เก็บข้อมูลเอาไว้ เก็บข้อมูลเราไว้ ว่าราคาสมาชิก คือตัวเดียวกันอย่างนี้ก็ได้ ในส่วนของสินค้า ไม่มีอะไร ครบหมดแล้วนะคะ กรอกครบทุกเมนูแล้วนะคะ ก็คือถ้าเราต้องจัดการกับสินค้าของเรา เราจะต้องมาที่เมนูสินค้านะคะ สำหรับสัปดาห์นี้ เราจะหยุดที่ สินค้าของเรานะคะ ในสัปดาห์หน้านะคะ เราจะมาดู เพราะฉะนั้นสัปดาห์นี้เอาสินค้าเข้าในสต็อกให้เรียบร้อย แล้วเราจะมาทำระบบคูปอง ส่วนลด โปรโมชั่น โปรโมชั่นขนส่งคืออะไร แล้วก็การตั้งค่าร้านออนไลน์ทำอย่างไรนะคะ ในสัปดาห์หน้า สำหรับสัปดาห์นี้ขอจบการสอนเพียงเท่านี้นะคะ ขอขอบคุณทางล่ามทางไกลค่ะ ขอบคุณค่ะ (ล่าม) ขอบคุณค่ะ [สิ้นสุดการถอดความ]