(อาจารย์) สวัสดีค่ะ สวัสดีเด็ก ๆ ทุกคน บ่ายวันนี้นะคะ หัวข้อที่เราจะเรียนในวันนี้ เป็นการใช้คำสั่งที่จะควบคุมการทำงานของโปรแกรมที่เป็นลักษณะที่เรียกว่า Control Flow มาครับ ซึ่งจะมี... ซึ่งจะมี 2 แบบด้วยกันนะคะ คำสั่งที่จะใช้ควบคุมการทำงานแบบ Control Flow นี่ มีอยู่ 2 ลักษณะ ก็คือสั่งแบบเงื่อนไขกับสั่งแบบให้ทำซ้ำ ก็คือมันจะควบคุมให้โปรแกรมทำงานตามเงื่อนไข จะให้ทำงานตามเงื่อนไขที่เรากำหนด กับแบบที่ 2 จะให้โปรแกรมทำซ้ำ ทำซ้ำนะคะ ต้องทำซ้ำ ซึ่งแบบเงื่อนไขเราจะเรียกว่า conditional Statement เพื่อการทำงานแบบมีเงื่อนไข กับถ้าแบบทำซ้ำนะคะ จะเรียกว่า Interletion Statement Interation Statement iวันนี้น่าจะได้แค่แบบเงื่อนไข ตัวเดียว ยาวนะคะ เพราะฉะนั้นหัวข้อในวันนี้เราจะ เขียนโปรแกรม นั่นไง ปอยเอ่ย ไวรัสแน่นอน เราจะเรียนหัวข้อนี้นะคะ คำสั่งแบบมีเงื่อนไขนะคะ มาดูกันนะคะ ว่าเป็นอย่างไร เห็นไหม กดผิดอันอีก ถัดไป คำสั่งแบบมีเงื่อนไขนะคะ ในไฟทอนจะมี 3 ตัว จะมี 3 คำสั่ง ก็คือ if นั่นเอง if เงื่อนไข คือ ถ้า แบบที่ 1 คำสั่งที่ 1 คำสั่ง If ใช้ ณเป็นคำสั่งที่ให้โปรแกรมนี่สร้างเงื่อนไขให้โปรแกรมกำหนดว่ามีเงื่อนไขว่าทำอย่างนี้แล้วได้ผลลัพธ์ออกมาอย่างไร ได้แค่ 1 ทาง ทางเดียวเท่านั้นที่จะทำงาน ก็คือมันจะทำงานก็ต่อเมื่อ มันจะทำงานก็ต่อเมื่อเงื่อนไขที่กำหนดเป็นจริงถึงจะทำนะคะ ถ้าใช้ If ตัวเดียว คำสั่งที่ 2 if แล้วมี Else ด้วย ถ้า If Else เป็นเงื่อนไขเหมือนกัน สำหรับสร้างเงื่อนไขให้โปรแกรมไปทำงานตามเงื่อนที่กำหนด แต่ตัวนี้นะคะ ถ้าใช้ if else จะทำงานก็ต่อเมื่อ เห็นไหมคะ โปรแกรมจะทำงานที่คำสั่ง Else else นะคะ else นะที่คำสั่ง if ไม่เป็นจริง มันจะต้อง... คือเวลาเขียนนี่ If Else นี่ If จะขึ้นก่อน if ไม่เป็นจริง มันจะข้ามไปทำที่ else นะคะ จะต้องมี if ก่อน else นะคะ ก็คือถ้าเงื่อนไขไม่เป็นจริง ถึงจะเริ่มทำงานนะคะ ถ้าใช้ If Else ถ้าใช้ if เฉย ๆ เงื่อนไขต้องเป็นจริงเท่านั้นถึงจะทำนะคะ แต่ if else นี่ เงื่อนไขไม่เป็นจริงใน If ไม่เป็นจริงถึงจะเริ่มทำงาน ส่วนตัวสุดท้าย มันมาจาก elif นะคะนะคะ ก็จะเป็นการทำงานที่มีเงื่อนไขแบบเป็นทางเลือก ให้นึกถึงเหมือนสร้างเมนู นึกออกนะ เลือกเมนูที่ 1 ไปไหน เมนูที่ 2 ไปไหน นั่นคือแบบเป็นทางเลือกนะคะ ถ้าเป็น else if คำสั่ง Else If จะใช้หลังจาก if เพราะฉะนั้นต้องมี if ขึ้นมาก่อนนะคะ และ else จะเป็นเงื่อนไขสุดท้าย เดี๋ยวมีรูปแบบให้ดู เวลาเขียนโปรแกรมเราบอกแล้วว่าจะต้องเขียนตามรูปแบบนะคะ เขียนผิดรูปแบบ Sintax จะ Error เพราะฉะนั้นสิ่งที่เด็ก ๆ จะต้องจำก็คือดูรูปแบบของแต่ละคำสั่งให้ดี ๆ นะคะ มันมี 3 ตัวนี้ รูปแบบมันจะไม่เหมือนกันนะ มันจะคล้าย ๆ อาจจะจำสลับ เพราะฉะนั้น สังเกตดี ๆ ด้วยนะคะ มาดูที่รูปแบบที่ 1 ถ้า If ตัวเดียวนะคะ วิธีเขียนรูปแบบคำสั่ง if จะต้องพิมพ์คำว่า "if" ด้วยตัวเล็ก บอกแล้วว่า ถ้าเป็นคำสั่งนะคะ ถ้าพิมพ์คำสั่งใน Python จะใช้ตัวเล็กเสมอ if อันนี้แปลให้นะคะ if แล้วตามด้วยเงื่อนไข มันจะต้องมีคำสั่ง if แล้วตามด้วยเงื่อนไขที่เรากำหนดเองนึกออกนะ นะคะ เสร็จแล้วจะต้อง... เมื่อพิมพ์ if แล้วตามด้วยเงื่อนไข เครื่องหมาย Colon เสมอนะคะ เมื่อใช้คำสั่ง if แล้วมีเงื่อนไข ถ้าไม่มีโคลอนปิด หรือไม่ก็ซินแท็ก รูปแบบตัวใดขาดไปนะคะ ขาดไม่ได้ เพราะบางครั้ง บางคำสั่งของ... ถ้าเป็นภาษา C ส่วนใหญ่มันก็จะมีเครื่องหมายปิด อะไรอย่างนี้นะ แต่ถ้าใน Python เท่านั้นมันถึงจะมี Semi Colon มาปิด ต้องจำด้วยว่าตัวไหนที่ควรมี ตัวไหนไม่ควรมี เมื่อเสร็จประโยคที่บอกว่า if ตามด้วยเงื่อนไข และมีเงื่อนไขอะไรแล้ว ตามมาด้วยส่วนของคำสั่งต่อไปได้เลย คำสั่งที่จะให้โปรแกรมมันทำต่อไปน่ะ นึกออกนะคะ ก็คือพอบอกเงื่อนไขเสร็จ เราจะให้มันทำอะไรให้แสดงผล หรือว่าอะไรก็แล้วแต่ นั่นก็คือคำสั่งที่จะให้พิมพ์ตามมา จะมีบรรทัดเดียวหรือ 2 บรรทัด 3 บรรทัดก็แล้วแต่ แต่ในรูปแบบนี่เขียนแค่ 2 บรรทัด ไม่ได้บอกว่ามีคำสั่งแค่บรรทัดเดียว ไม่ใช่นะคะ อาจจะมี 2 ก็ได้ 3 ก็ได้แล้วแต่เราจะเขียนคำสั่งอะไรเพิ่มเข้ามา นึกออกนะ จากรูปแบบ ลองมาดูตัวอย่าง ตัวอย่างนี้นะคะ ยกตัวอย่างคะแนนสอบ คัดเลือกครูนี่ ตั้งเกณฑ์ไว้ว่าถ้าสอบผ่าน ก็คือต้องได้คะแนน 60 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น ถึงจะสอบผ่านคัดเลือกครู ครูที่เขาไปสอบกันล่าสุด คุณครูพากันโวยวายว่าสร้างข้อสอบกลัวคนสอบได้นะคะ สงสัยตำแหน่งมีน้อยเลยคัดเอาหัวกระทิ เพราะฉะนั้นเงื่อนไขที่จะกำหนดของเรา ก็คือต้องได้คะแนนเท่าไร 60 เปอร์เซ็นต์ ใช่ไหม เพราะฉะนั้น รูปปแบบ ก็คือใช้คำว่า if นี่ ตัว i เวลาพิมพ์บางทีไปกดโดนตัว lความจริง i นะคะ if if ตามด้วยเงื่อนไขก็คือ คะแนนมากกว่าหรือเท่ากับ ก็คือถ้า 60 ใช่ไหม ถ้าได้ 60 ก็ถือว่าผ่าน แต่ต่ำกว่า 60 ไม่ได้ จะไม่ได้เพราะฉะนั้นเราต้องใช้เครื่องหมายมากกว่าหรือน้อยกว่านะคะ 60 ถึงจะถือว่าผ่าน เพราะฉะนั้นพอคำสั่งต่อมาที่อยากให้แสดง ก็คือใช้ print นะคะ ใช้ print นะคะ เพื่อแสดงผลออกทางหน้าจอ Print ด้วยข้อความว่า "ขอแสดงความยินดีด้วย คุณสอบผ่าน อย่างนี้เป็นต้น หรือเราไม่ใช้ตัวนี้ก็ได้ ใช้อะไรได้อีก นึกถึงนะคะ ถึงนะคะ ก็คือแล้วแต่ว่าเราต้องการให้คำสั่งต่อไปทำอะไร เราก็ใช้คำสั่งนั้นนะคะ นี่ก็คือรูปแบบของ if ตัวเดียว ดูดี ๆ นะคะ if ตัวเดียว ถ้าอย่างเดียว ถ้าคะแนน แปลเป็นไทย if นี่ก็คือคำว่า "ถ้า" ถ้าคะแนนมากกว่าหรือเท่ากับ 60 เพราะฉะนั้น เมื่อมันเป็นจริงมันถึงจะมา print ขอแสดงความยินดีด้วย คุณสอบผ่าน นึกออกนะคะ มาดูรูปแบบต่อไป คำสั่งที่ 2 รูปแบบที่ 2 If แล้วก็มี Else ถ้าใช้ รูปแบบของ if else if ตัวแรกเหมือนเดิมเลย แล้วก็มีส่วนที่เพิ่มมาก็คือ else Else จะต้องปิดด้วยเครื่องหมาย Corol เห็นไหมมันจะมีบางอันปิดโคลอนและก็ตามด้วยคำสั่งที่จะให้ทำ เราบอกไว้แล้วว่าถ้าใช้ If Else มันจะทำงาน เมื่อตัวนี้เงื่อนไข ในตัวไม่เป็นจริง ไม่เป็นจริง มันจะข้ามมาทำตัวที่เท่าไรคะ ตัวที่ 2 ถูกไหมคะ มันจะข้ามมาทำงานที่ Else เพราะฉะนั้นหลักการเดียวกัน ดูตัวอย่างแรกก็คือเมื่อคะแนน 60 ถ้าเป็นจริงมันถึงจะทำคำสั่งที่ 1 ถูกไหมคะ พอไม่เป็นจริง มันจะข้ามเลย เพราะฉะนั้นถ้าคะแนนไม่ใช่ 60 เท่ากับ หรือต่ำกว่า 60 มันจะมาแสดงคำสั่งที่ 2 ก็คือขอแสดงความเสียใจด้วย คุณสอบไม่ผ่าน นี่คือการใช้ If Else เห็นไหมดูเงื่อนไข เมื่อมันตรวจแล้วนี่ if else นี่ ถ้าเช็กตามเงื่อนไขที่ 1 แล้ว ไม่เป็นจริง มันจะมาทำคำสั่งที่อยู่ถัดจากคำว่า อยู่ถัดจากคำว่า else ทันที มันจะมาทำคำสั่งที่อยู่ท้ายคำว่า else ที่อยู่ต่อจากคำว่า "else" เท่านั้น นี่คือรูปแบบคำสั่ง if else และตัวสุดท้ายของเรา นะคะ ก่อนจะไปตัวสุดท้ายนี่ เราจะให้ทดลองเขียนโปรแกรม จำได้นะ ตอนที่ให้ทำ Sudo Code หาเลขคู่เลขคี่ จำได้นะคะ ทีนี้จะทำอัลกอริทึมกำหนดอยู่ 3 อย่าง 1 2 3 อัลกอริทึมบอกไว้ว่าให้รับข้อมูล 1 ตัว เปิดโปรแกรมเพื่อจะสร้างนะคะ จะสร้างโปรแกรมตรวจหาเลขคู่ เลขคี่นี่ อันดับแรกเข้าที่ Python ของเรานะคะ เปิด Python เราขึ้นมา ทำไมไม่ขึ้น เปิดโปรแกรม Python ค้นหาด้วย py คลิกเพื่อเปิด ทำไมมันขาวสะขนาดนี้ ไม่เป็นไร เดี๋ยวปรับสี แล้วคลิกที่... เพราะบางคนมันจะไม่เข้า Python shell ถ้าของใครเข้า python shell แล้ว แต่ถ้าใครไม่เข้า เดี๋ยว ๆ เราใช้ Python อะไร i-d-l-e ใช่ไหม P - Y เราต้องใช้ตัวนี้นะคะ idl python e Python นี่ ค้นด้วย i-e-l-d แล้วก็ Python คลิกเพื่อเปิดนะคะ คลิกเพื่อเปิด ขึ้นแล้วลืมขยาย ทีนี้ของบางคนไม่ขึ้นอย่างนี้ ให้คลิกที่เมนูไฟล์นะคะ ถ้าของใครไม่ขึ้นหน้าต่างนี้ ของใครที่เปิดมาแล้วไม่ขึ้นหน้าต่้ไม่ขึ้นหน้าต่าง untitle คลิกที่ New File 1 ครั้ง มันจะขึ้นตัวนี้ขึ้นมานะคะ โอ.เคง. ไหม ได้หน้าต่างแบบนี้นะคะ นะคะ เจอหรือเปล่า ๆ ดูโจทย์ของเราดี ๆ นะคะ รับข้อมูลตัวเลข 1 จำนวน เพราะฉะนั้นในสัปดาห์ที่แล้ว คำสั่งในการ Input ก็คือ input ใช่ไหม เราจะต้องกำหนดตัวแปร 1 ตัวเพื่อรับข้อมูลที่เป็นตัวเลขนะคะ ดูโจทย์ดี ๆ ก่อนนะ บรรทัดที่ 1 คำสั่งที่ 1 รับข้อมูลตัวเลข 1 จำนวน โอ.เค. ไหม บางคนอาจจะบอกว่าจำไม่ได้แล้ว คำสั่งแรกของเราก็คือรับค่า เห็นไหมคะ รับข้อมูลจากแป้นพิมพ์ เพราะฉะนั้นคำสั่งแรกต้องใช้อะไร นะคะ input อะไร ถ้าเป็นข้อความใช้รูปแบบนี้ใช่ไหมคะ ถ้าเป็นจำนวนเต็ม ดูรูปแบบดี ๆ นะคะ ก็คือต้องประกาศตัวแปรใช่ไหม พร้อมด้วยคำสั่ง input เห็นไหมคะ เห็นไหม เขียนแบบสั้นนะคะ เขียนแบบสั้น เพราะฉะนั้น บรรทัดแรกของเราก็คือ... ภาษาอังกฤษ ตัวเลข ตัวเลขในภาษาอังกฤษคือคำว่า number เพราะฉะนั้น ตัวแปรที่เราจะใช้ชื่อว่า "NUMBER" บอกแล้วว่าต้องจำด้วยนะคะ บางทีแม่พิมพ์ตัวใหญ่ แต่ตัวเองพิมพ์ตัวเล็กเรียกใช้อย่ามาหลงเรียกตัวใหญ่ตามแม่นะ เพราะอะไร ตัวแปรใน Python มันจะแยกตัวใหญ่ก็เป็นอีกตัวหนึ่ง ตัวเล็กก็เป้นอีกตัว นะคะ เพราะฉะนั้น คือตอนดูบนหน้าจอนี่ แม่พิมพ์ตัวใหญ่ แต่ตัวเองพิมพ์ตัวเล็ก เวลาเรียกใช้ตัวเองก็ต้องพิมพ์ตัวเล็กของตัวเองเข้าใจหรือเปล่า ดูรูปแบบ ดูรูปแบบ Number แล้วตามด้วยอะไรคะ ตัวแปรชื่อ Number ใช่ไหม นะคะ เราจะ... เดี๋ยวขอดู ทำไม Font ใน อันนี้แค่ไทย สรุปไวรัสรับประทานแน่นอน นะคะ ตัวนี้นะคะ เราจะใช้ตัวแปรชื่อว่า Number เพื่อรับข้อมูลใช่ไหมคะ เวลาประกาศตัวแปร ก็คือต้องใช้ เครื่องหมายอะไร เท่ากับ = เสมอนะคะ = เสมอ ทำอย่างไร ถึงจะเขียนพอ เขียนตัวใหญ่ไป เดี๋ยว ๆเดี๋ยวลบก่อนนะ นะคะ เราจะใช้ตัวแปรชื่อว่า Number เห็นไหมคะ รูปแบบการประกาศตัวแปร ก็คือมีชื่อตัวแปรที่จะประกาศแล้วก็ตามด้วยเครื่องหมาย = แล้วก็ตามด้วยเขาเรียกว่าอะไร ชนิดของข้อมูลหรือ Data Type ชนิดของเรานะคะ ตอนนี้เราจะให้มันรับค่าด้วย เราใช้รูปแบบสั้น ๆ ก็คือตามด้วยคำสั่งชนิดของข้อมูล จำนวนเต็ม ก็คืออะไรคะ in อะไร int Integer นั่นเอง แล้วตามด้วยอะไร ( นะคะ วงเล็บและตามด้วยคำสั่ง Input นั่นเองนะคะ และเราจะให้มันรับค่าออกทางคีย์บอร์ด ตามด้วยเครื่องหมาย Input ใน Input รูปแบบของ Input มันจะต้อง ลืม ๆ ลบ ๆ ลบไป 1 ใช่ไหม เพราะเมื่อใช้คำสั่ง input นะคะ คำสั่ง input นี่ รูปแบบมันจะเป็น แบบนี้ ก็คือคำสั่ง input แล้วตามด้วย () อย่างนี้มันคือรูปแบบของคำสั่ง input หรือฟังก์ชัน Input เพราะฉะนั้น ถ้าเราจะใช้ เปิด วงเล็บปิด และเราเตือนไว้แล้วว่า ถ้าเมื่อใดที่มีวงเล็บให้เช็กว่าวงเล็บตัวเองเปิดไปกี่อันแล้ว 1 2 ปิด 1 อัน Sintax 2 อัน เห็นไหมคะ วงเล็บเปิดวงเล็บปิดต้องดูด้วยว่าปิดให้ครบ เพราะฉะนั้นเมื่อให้พิมพ์นะคะ โปรแกรมนะคะ เราจะต้องประกาศตัวแปรที่ชื่อว่า Number เพราะฉะนั้น เราต้องการรู้เลขคู่เลขคี่ เพราะฉะนั้นชนิดตัวแปรของเราก็คือให้รับเป็นจำนวนเต็ม เพราะถ้าเป็นเศษมันจะไม่รู้จัก สังเกตนะคะ ถ้าใช้ IDLE นี่ ตัวใดที่เป็นคำสั่งสี สังเกตสีที่จะมา int วิธีที่จะทำให้เราไม่ลืมว่าเราเปิดวงเล็บไปกี่อัน เพราะฉะนั้น เปิดและปินึกออกไหม พิมพ์เปิดแล้วพิมพ์ปิดและข้างในค่อยเข้าไปข้างในวงเล็บเพื่อจะใส่ข้อมูลหรือข้อความหรือคำสั่งอะไรก็ได้ ใส่เข้าไป ซึ่งในที่นี้เราจะใส่คำสั่ง input แล้วก็ตามด้วย () ทันที เห็นไหม มันก็จะมีรูปแบบให้ดู int Integer อย่างนี้ หรือสามารถ พิมพ์ได้ 2 รูปแบบเห็นไหมคะ ก็คือเพื่อให้เราเช็กรูปแบบของการเขียนโปรแกรมนี้ ถ้าใช้ IDL มันจะขึ้นอย่างนี้ ว่าถูกหรือยัง นั่นคือ คำสั่งที่ 1 มาดูคำสั่งที่ 2 กำหนดเงื่อนไข เห็นไหมคะ ให้ดูที่คำสั่งที่ 2 กำหนดเงื่อนไข เราจะกำหนดเงื่อนไขว่าอย่าไงร ในตอนที่ให้ทำ Pseudo code ของเลขคู่ เลขคี่ เราจะเช็กได้ว่าเป็นเลขคู่หรือเลขคี่ก็ต่อเมื่อจำนวน หรือตัวเลขที่เราป้อนเข้าไปเอาไปหารด้วย 2 ใช่ไหม หารด้วย 2 แล้วค่ามันคือถ้าเป็น 0 มันหารลงตัวใช่ไหมคะ ก็คือถ้าหารด้วย 2 แล้ว ได้ค่าเท่ากับ 0 เมื่อไร นึกออกนะ มันจะต้องเลขนั้น ก็คือเลขอะไรคะ คู่หรือคี่ นึกว่าจะต้องคี่ ต้องจำให้ได้นะ เลขที่เมื่อเอา 2 ไปหารถูกไหม แล้วลงตัว ก็คือมันจะไม่มีเศษน่ะ มันจะเหลือ 0 คือเท่ากับ 0 ปุ๊บนี่มัาจะเป็นเลขคู่ ถ้าเลขตัวใดที่เอา 2 ไปหาร ก็คือหารแล้วไม่ลงตัวนะคะ มันจะเป็นเลขคี่ ตอนนี้เราต้องการแค่ 1 เงื่อนไข ก็คือให้มันแสดงเงื่อนไขที่เมื่อหารด้วย 0 ลงตัว เพราะฉะนั้น เงื่อนไขที่เราจะใช้ ถ้า ถ้าอะไรคะ ตัวแปรเราชื่อว่าอะไร ตัวแปรตัวเลขที่รับไปชื่ออะไร จำได้หรือเปล่า บอกไปเมื่อกี้ เขียนไป ถ้าอะไรเออ if Number ใช่ไหม if Number ทำอะไร หารด้วยเท่าไร หารด้วย 2 แล้วเท่ากับ 0 แต่ทีนี้ในเขาเรียกว่าอะไร ใน Python มันจะมีตัวดำเนินการทางคณิตศาสตร์ตัวหนึ่งที่ชื่อว่า โมดูลเลทนี้คือตัววิธีการหารน่ะ เหมือนกันแต่ว่าหารแล้วเขาเรียกว่าอะไรน่ะ หารแล้ว... ค่าที่ออกมาไม่มีเศษ ตัดเศษอะไรสักอย่างนี่ล่ะนะคะ โมดูเลท เราจะต้องใช้คำสั่งนั้น ก็คือถ้าโดยปกติ ถ้าโดยปกติ อยากให้ดูตัวดำเนินการของ Python ของ Python นะคะ ในภาษา Python นี่มีอะไรบ้าง นี่ สิ่งที่เด็ก ๆ จะต้องจำอีกตัวหนึ่ง ก็คือตัวดำเนินการทางคณิตศาสตร์ของ Python เพราะอะไร เพราะบางทีภาษาซี หาร หารใช่ไหมคะ คูณใช้เหมือนกัน Additon ก็คือ + เพราะบางโปรแกรมใช้ ++ นะ บางโปรแกรมใช้ลบ ๆ อย่างนี้ มันใช้อย่างไรนะคะ ตัวที่เราจะใช้เมื่อกี้ที่บอกว่า Modu คือตัวนี้นะคะ เราจะใช้ตัวที่ 1 2 3 4 5 6 ตัวที่ 6 นะคะ ใช่ไหม 2 4 6 4 6 Modu Modu อะไรนี่ มันใช้คำว่า โมดูลโลนะคะ คือบางภาษาใช้ Modulo แต่ของ Python มันใช้ Modulo นะคะ เดี๋ยวขอเบรกแป๊บหนึ่งนะคะ ให้ดูที่ข้อที่ 3 ด้วย การแสดงผล แสดง 2 ตัวนะ ดูดี ๆ แสดงตัวเลขที่รับมาใช่ไหม ว่าเลขที่เอาเข้ามาคือเลขอะไร ค่อยแสดงข้อความว่าเลขนี้เป็นคู่หรือเป็นเลขคี่ โอ.เค. นะคะ เดี๋ยวลองทำก่อน เดี๋ยวมาดูต่อ ขอเบรกแป๊บหนึ่ง โอ.เค. นะคะ เริ่มนะคะ ดูต่อนะคะ คำสั่งที่ 2 กำหนดเงื่อนไข รูปแบบของ if ที่เราจะใช้ ก็คือ if ตามด้วยเงื่อนไขที่เราจะกำหนดนะคะ เพราะฉะนั้นเงื่อนไขของเราก็คือ เมือ่ จำนวนนี้ ถ้าจำนวนที่เรารับเข้ามานี่ 3 หาร 2 ได้เท่าไร ถ้าจำนวนที่เรารับเข้ามานะคะ ถ้าจำนวนที่เรารับเข้ามาทำการ Modulo แล้ว Modulo ใช้คำสั่งดำเนินการที่ชื่อว่า "Modulo เท่ากับเท่าไรนะคะ แล้วค่อยมาทำคำสั่งต่อมาก็คือให้แสดงข้อมูลตัวเลขที่รับเข้ามาในตอนแรกและข้อความนะคะ เพราะฉะนั้นต้องแสดง 2 อย่าง ดูรูปแบบเงื่อนไขของ if ก่อน ก็คือพิมพ์ if ใช่ไหมคะ if แล้วตามด้วยอะไร ตัวแปร ใช่ไหมตัวแปรที่เราประกาศไป ใช้ตัวดำเนินการที่เป็นรูปแบบเครื่องหมายอะไรคะ เหมือนเครื่องหมายเปอร์เซ็นต์ เห็นไหมคะ a % b อย่างนี้นะคะ ใช้ Modulo ก็คือใช้เครื่องหมายเปอร์เซ็นต์อย่างนี้นะคะ เท่ากับเท่าไร 0 ใช่ไหม ต้อง= 0 แล้วอย่าลืมปิดด้วยอะไรคะ เครื่องหมายอะไร เซมิโคลอนไม่ใช่ Semi ใช่ไหม เสร็จเงื่อนไขจะต้องปิดด้วยโคลอนเสอม ขาดไม่ได้ตัวนี้ เพื่อให้รู้ว่ากำหนดเงื่อนไขเสร็จแล้ว ใส่ 2 เข้าไปด้วย ลืม ๆ ขาดไปตัวหนึ่ง ไป Modulo กับ 2 นะคะ แล้วได้ค่าเป็น 0 ถึงจะไอ้นี่นะ Modulo 2 = 0 ใส่ 2 ตรงนี้นะคะ หลังเครื่องหมาย Modulo แล้วค่อยมาทำคำสั่งแสดงตัวเลข ก็คือคำสั่งอะไรคะ print print print อะไร เราอยากให้ Print อะไรครับ ตัวแปรชื่อว่าอะไร ใช่ไหม เพราะแสดงตัวเลขที่รับมา เพราะฉะนั้นต้องปรินต์ตัวแปรตัวนี้ออกมา ใช่ไหม ถูกไหมครับ เมื่อต้องการให้มันแสดงตัวเลขที่รับมา ตัวเลขมันถูกเก็บในตัวแปรที่ชื่อว่า number ใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้น นี่คำสั่ง Print นี่ คำสั่งที่เราใช้ก็คือคำสั่ง print p-r-i-n-t ตามด้วย (Print อะไร Number เท่ากับ ใส่เครื่องหมายเท่ากับ (=) แล้วก็ข้อความว่าเป็นเลขอะไรคะ ถ้าเงื่อนไขเป็นจริงของเรา ก็คือ Modulo กับ 2 แล้วได้ 0 เลขนั้นจะเป็นเลขอะไรคะ เลขคู่หรือเลขคี่ เลขคู่เพราะฉะนั้นในเครื่องหมายคำพูดก็คือ เลขคู่นะคะ เสร็จแล้วเสร็จแล้ว สิ่งที่จะขาดไป จำได้ไหม คำสั่ง Input ควรจะมีคำสั่งเพิ่มอีกคำสั่งหนึ่ง เดี๋ยวให้ดูรูปแบบ เพราะไม่อย่างนั้นคนที่มาทำจะไม่รู้ใช่ไหมคะ ว่า... สิ่งที่ต้องมีเพิ่มในการเขียนโปรแกรมรับค่า ก็คือจะต้องพิมพ์ข้อความเพิ่มเติมใช่ไหม พิมพ์ข้อความเพิ่มเติมเข้าไปใน input ว่า ในวงเล็บต้อนอะไรคะ ป้อนจำนวน 1 จำนวนก็ได้นะคะ ใส่เข้าไป เขาจะได้รู้ว่าตรงนี้ให้คุณใส่จำนวนลงไปนะป้อนตัวเลข 1 จำนวน หรือใส่ตัวเลขนะคะ เพราะฉะนั้นถ้าใช้ตัวนี้จะไม่พอ อย่างนั้นงั้นเรามาดูที่โปรแกรมของเราเลยนะคะ นี่ในช่อง input เห็นไหม ควรเพิ่มข้อความเพื่อให้มันแสดงการรับค่าลงไปนี่ยังไม่รวมความจริงเราจะต้องเขียน Comment ก่อนใช่ไหมว่า... เขียน Comment ไว้ว่าตรงส่วนนี้ใช่ไหม เราทำอะไร จะเขียนไว้ข้างบน หรือจะเขียนไว้ด้านข้างก็ได้ เห็นไหมคะ จะเขียนไว้ข้างบนหรือเขียนไว้ด้านข้างก็ได้ เพื่อจะได้รู้ว่าเรา ตรงส่วนนี้เราใช้ทำอะไร มี comment ไว้ if เห็นไหมคะ รูปแบบของคำสั่ง print แล้วจะต้องมีวงเล็บ เห็นหรือเปล่า ตามด้วยค่าที่จะให้แสดงใช่ไหม ค่าที่เราจะให้แสดงก็คือค่าของตัวเลขที่เรารับเข้ามานะคะ ก็คือตัวแปรที่ชื่อว่า Number แล้วใส่เครื่องหมายเท่ากับ (=) อยากรู้ว่า Run ได้ไหม กดอะไร F อะไรจำได้หรือเปล่า F5 นะคะ ถ้าเราพิมพ์โปรแกรมเสร็จ เขียนโค้ดเสร็จแล้วน่ะ กด F5 เพื่อ Run นะคะ กด F5 มันจะให้ มันจะถามก่อนว่าต้องการ save หรือไม่ เราก็คลิก ok แล้วมันก็จะให้เราตั้งชื่อโปรแกรมนะคะ เราก็จะตั้งว่า Odd คือ เลขคู่ Even คือ เลขคี่นะคะ เสร็จแล้วกด Save ...Scaning Sting ตรงนี้ใช่หรือเปล่า รู้แล้วผิดอะไร มีเครื่องหมายคำพูดเปิด ไม่มีเครื่องหมายคำพูดปิด โอ.เค. สังเกตวงเล็บ โอ.เค. Unperfectpident ไม่รู้จักตัวนี้ คลิก OK ขาดอะไรคะ บรรทัด if ขาดอะไร จำได้หรือเปล่า ขาด Corl โปรแกรมมันจะเตือนทุกครั้งเลย พิมพ์ if ผิดหรือ ถ้าขึ้น Error นะคะ ใช้ google ช่วยให้ได้มากที่สุด อัน .... เว้นวรรคหรือการแบ่งบล็อกผิดเว้นวรรคหรือการแบ่งวรรคผิดนะคะ ถ้าขึ้นคำว่า "" เพราะฉะนั้นเราจะต้องทำอย่างไรครับ เราก็ไม่ได้เว้นนี่ มันเว้นอีกนี่น่า เกิดอะไรขึ้นกับมัน if ลองติดกันนะคะ ... รูปแบบไม่ถูกต้อง Syntax ของ Operate เท่ากับ... วรรคหรือ วรรคใช่ไหม มันจะขึ้นเตือนเมื่อโค้ดเราถึง Syntax ก็คือรูปแบบนะคะ เราใส่รูปแบบไม่ถูกต้องเขาจะขึ้น... เตือน เท่ากับ ลองใส่เท่ากับ 2 ตัวสิ แสดงว่าคนละ Version หรือ อันนี้ก็ของ Python ตัวนี้ ตัวนี้ของก็ของ Python นี่ไง เวอร์ชันไหนหว่า ของตัวนี้บอกใส่เท่ากับตัวเดียว แต่แต่ในโปรแกรมเราต้องใส่ 2 ตัว Division ถ้าใคร Run ผ่าน จะขึ้นแบบนี้นะคะ บอกว่าให้ป้อนตัวเลขก่อนอันดับแรก เอาเลขอะไรดีครับ ทดสอบ 21 มันจะไม่ขึ้น เราหาเลขคู่ เพราะฉะนั้นเราต้องใส่เลขคู่เข้าไป 28 Trackbank error Error ที่บรรทัดที่ ตรง module นี้ คำสั่ง Print ผิด เพราะฉะนั้นเราจะต้องไปดูรูปแบบของคำสั่ง print ด้วย Input... print อยู่ไหน คำสั่ง Print เราอยู่ไฟล์ที่เท่าไร คำสั่ง print เราหายไปไหน มาดูรูปแบบคำสั่ง print ใน Python print data ก็ถูกแล้วนี่ ข้อมูลหรือตัวแปรที่ต้องการที่ต้องการทำมาแสดง print วงเล็บตามด้วย data แล้วทำไมมันว่าเรา Syntax Error ตามด้วยข้อมูลนี้ เครื่องหา print ข้อมูลนี้ เครื่องหมายเท่ากับ Data 1 เครื่องหมายเท่ากับ (=) แล้วก็... ทำไมมันขึ้น Error บรรทัดนี้ Type Error ... ไม่ได้พิมพ์ผิดนี่หว่า ตัวแปรที่ประกาศ Number ต้องใส่คอมม่าก่อนหรือ เวอร์ชันไหนนี่ นั่นสิ Error อีกไหม ทดสอบ 24 โอ.เค. ไม่ให้ใส่เท่ากับ เท่ากับ รูปแบบไม่ถูกเลยหรือ Version ไหน แสดงว่าเป็นแบบ... โอ.เค. เพราะฉะนั้น ดูรูปแบบดี ๆ นะคะ ตอนนี้เราสับสนรูปแบบหลายเวอร์ชันเหลือเกิน อันดับแรก เมื่อกี้ที่มัน Error บรรทัดนี้เพราะว่า เราใช้เครื่องหมายเท่ากับ Save บอกว่ามันต้องเป็นเครื่องหมายตามด้วยคำว่า "เลขคู่" เพราะฉะนั้น ถ้าอยากให้มีเท่ากับ ก็ต้องอยู่ในวงเล็บอย่างนี้นะคะ ทดสอบใหม่ 66 คือเลขคู่ ผลของการรันโปรแกรม จะต้อง 1. จะต้องมีตัวที่บอกว่า... ข้อความที่บอกว่า ตัวเลขที่เราจะป้อนเข้าไป แล้วก็ตามด้วยตัวเลขที่เราป้อนตัวเลขนั้นแล้วก็บอก่าเป็นเลขคู๋นะคะ ถ้าเลขที่ใส่เข้าไปเป็นเลขคู่ ถ้า if ตัวเดียว เพื่อให้มันเช็ก เลขคี่ลงไป ดูนะคะ ทดสอบ กด F5 เพื่อ Run โปรแกรม หน้านี้คือหน้าแสดงผลนะ เพราะฉะนั้นหน้าที่รันก็คือตัวนี้ ตัวที่เป็นตัวนี้ กด F5 แล้วมันจะขึ้นว่ากรุณาป้อนตัวเลข เราก็จะใส่เลขคี่ เช่น 23 พอกด enter จอล้น เดี๋ยวเคลียร์ เคลียร์โค้ดนะคะ รันใหม่ เพื่อจะเคลียร์ไอ้ตัวหน้านี้ จะได้เห็น 23 เห็นไหมคะ มันจะไม่ทำอะไรเลย มันจะข้ามมาที่สถานะ ก็คือพร้อมป้อนข้อความใหม่หรืออะไรก็แล้วแต่ ก็คือหลุดออกมาเลย เพราะเงื่อนไขเป็นเท็จจะไม่ทำอะไรต่อ ก็คือสิ้นสุดการทำงานทันนะคะ ถ้าพักเงื่อนไขเป็นเท็จมันจะสิ้นสุดการทำงาน แต่ทีนี้สิ่งที่เราจะต้องเพิ่มเข้าไป ถูกไหม นั่นก็คือ ถ้าเราตอ้รู้ว่า ถ้ามันถ้าเลขที่เราป้อนเข้าไปมันไม่เป็นเลขคู่ เพราะฉะนั้นเราต้องใช้ if อะไรคะ ตัวที่ 2 ก็คือ If Else ลองเพิ่ม else เข้าไป else นะคะ .เข้าไป แล้วตามด้วยคำสั่ง แสดงผลข้อความที่ตรงกันข้ามกับเลขคู่ ที่ตรงกันข้ามกับเลขคู่ ก็คือเลขคี่นะคะ ลองทำเองเดี๋ยวจะเดินตรวจเติมประโยคที่เหลือ รูปแบบที่เหลือนะคะ ใช้อะไร ใช้ Else If นะคะ เงื่อนไขนี้ สเตทเมนท์นี้ รูปแบบนี้นะคะ ใส่เข้าไป อยากให้เพิ่มส่วนหัวของโปรแกรมเข้าไปด้วยเราจะซ่อนคำสั่งเรานะ ทำเองนะ เด็ก ๆ ต้องทดสอบ ลองเขียนคำสั่ง else เพิ่มนะคะ ดูรูปแบบดี ๆ เดี๋ยว Feed หน้ารูปแบบไว้ให้ รูปแบบคำสั่ง If, Else ทำต่อ ทำ if else ต่อ มี if แล้วเติม else เข้าไปแค่นั้นเอง ดูที่รูปแบบเป็นหลัก ก็ว่าอยู่มองไม่เห็น ไม่ต้องสร้างใหม่ถูกไหม พิมพ์ต่อ พิมพ์ต่อได้เลยเพราะเงื่อนไขคือเงื่อนไขเดียวกันใช่ไหมคะ เพียงแค่มี else เข้ามา เมื่อมันไม่ใช่เลขคู่ ก็ต้องเป็นเลขคี่ขึ้นมาแทนนะคะ ไม่เปิดเครื่องหรือ ดูดี ๆ นะคะ คำสั่งต่อมาที่จะทำเพิ่ม ก็คือทำแค่ else เข้าไป เพราะเราระบุ ระบุว่าเลขที่เราต้องการหาคือเลขคู่กับเลขคี่ ตอนแรกเราได้เลขคู่แล้ว เพราะฉะนั้นต่อมาเราจะต้องให้มันแสดงคำว่าเลขคี่ด้วย เพราะว่าถ้าเมื่อป้อนตัวเลขเข้าไปแล้วนะคะ แล้วไม่ได้ มันไม่ได้เป็นเลขคู่ มันก็แสดงคำว่าเลขคี่ออกมา เพราะฉะนั้น คำสั่งจะต้องคลอบคลุม ดูนะคะ คำสั่งเราถึงแค่ if กับตรงนี้ใช่ไหม 2 บรรทัดนี้ ถูกไหม คำสั่งที่ 1 else เพราะฉะนั้นจะต้องพิมพ์ else แล้วตามด้วยเครื่องหมาย Colon เสร็จแล้วให้ย้อนไปดูที่สเตจเมนต์แรก เพราะฉะนั้น statement ที่ 2ผลที่มันแสดง Statement แรกเลขคู่ใช่ไหม Statment ที่ 2 ผลที่ต้องแสดงเป็นเลขอะไร เข้าใจหรือยังบีลองพิมพ์ดูลืมไปว่าตัวเอง Freeze หน้าจอ บีดูนะคะ คือ ตอนที่เราพิมพ์ประโยคแรกนะ บีนะ ก็คือมีคำสั่ง if แล้วก็เงื่อนไขแล้วก็ตามด้วยเงื่อนไขที่ 2 Statement ที่ 1 ซึ่งให้บีเพิ่ม พิมพ์เพิ่มก็คือเมื่อเรามี if แล้วเราจะต้องมี else พิมพ์ else เพิ่ม else มาดูว่าใน Statement แรก ที่อยู่ต่อจาก if น่ะ เราพิมพ์คำสั่งอะไรลงไป ใช่ไหมคะ พอใน else คำสั่งนั้นจากแสดงเลขคู่ให้แสดงเป็น... ทำไมมันไม่ได้ ยังว่าอยู่ บีดูนะคะ ก็คือให้เปรียบเทียบจากคำสั่งแรก ๆ เราบอกว่า ถ้าเถ้าเงื่อนไขเป็นจริง แสดงเป็นคู่ แต่จะต้องการให้แสดงมันมีอยู่ 2 อัน ก็คือถ้าหารแล้วลงตัว แสดงคำว่า "เลขคู่" แต่ถ้าไม่ลงตัว มัน แสดงคำว่าอะไรคะ อะไร เลขคี่แทนนะคะ เพราะฉะนั้นจะเปลี่ยนกัน รูปแบบเหมือนเดิม แต่เปลี่ยนแค่ข้อความที่จะแสดง แค่... ตรงสเตจเมนต์ที่ต่อจาก if มันจะเป็นคำสั่ง print แล้วมีคำว่าเลขคู่แสดงใช่ไหมคะ แต่ใน Statement ที่ 2 สิ่งที่จะต้องแสดง ก็คือเลขอะไร ดูโจทย์ดี ๆ เดี๋ยวให้ดูโจทย์ เห็นไหม เห็นไหมคะ ใช่ไหม อันที่ 1 มันแสดงเลขคู่ ถูกไหมคะ เพราะฉะนั้น อันที่ 2 มันก็ต้องแสดงค่านี้ออกมาใช่ไหม ถ้ามันไม่ใช่ ถ้าเป็นจริงแสดงเลขคู่ ถ้าเป็นจริง T แสดงเลขคู่ ถ้าไม่จริง f แสดงเลขคี่นะคะ ตรงนี้เงื่อนไขเป็นจริง ตรงนี้เงื่อนไขเป็นเท็จ to all f เพราะฉะนั้นถ้าเป็ฯจริงเราให้มันแสดงคำว่าเลขคู่ แต่ถ้ามันเป็นเท็จ ให้มันแสดงคำว่า "เลขคี่" แทน เลขคี่แทน เพราะฉะนั้นถ้าใช้ If, ให้เช็กว่า ถ้าเงื่อนไขเป็นจริงเราต้องการให้ให้มันทำอะไร แล้วถ้าเงื่อนไขเป็นเท็จ เราให้ทำอะไรนะคะ ตรง else ถ้า if else นะ ถึงมาทำตัวนี้ ขอโทษ ๆ ถ้าใช้ if else นั้น เงื่อนไขมันเช็กว่าเป็นจริง นะคะ มันจะมาทำที่ตัวนี้ เพราะฉะนั้นตัวนี้ต้องเป็นเท็จ if else ตรงนี้ต้องเป็นเท็จ if else ตัวนี้จะเป็นจริง ก็คือที่ตรงกันข้ามกับเลขคู่ก็คือเลขคี่มาทำงานตัวนี้ก่อน ตัวแรกของเรา ถ้า if เฉย ๆ นี่ ตรงนี้เป็นจริงถึงจะทำงาน เงื่อนไขเป็นจริงถึงจะทำงานนะคะ นี่ ถ้าเงื่อนไขตรงนี้เป็นจริง มันถึงจะทำตรงนี้ มันถึงจะมาทำตรงนี้ แต่ถ้า if else นี่ ตรงนี้ สิ้นสุดการนำเสนอ ถ้าเป็น if, else ถ้าเป็น if else เงื่อนไขตรงนี้เป็นเท็จแล้วมันจะมาทำตัวนี้ จะมาทำตัวนี้นี่ ถ้าเป็นเท็จ มันจะข้ามไง มันจะไม่ทำคำสั่งนี้ มันจะข้ามมาทำคำสั่งนี้นะคะ นี่คือ else อะตอม อะตอมดูตรง ตรงนี้นะ ตรงนี้ ถ้าเมื่อกด F5 ปุ๊บ ของแม่ไม่ error ของอะตอมถ้ามันขึ้นสีแดงนี่ ถ้าสีแดงที่ขึ้นมามันเป็นสีแดงน่ะ อะตอมดูนะครับ ว่าไอ้ตรงสีแดงมันขึ้นตรงส่วนไหน บรรทัดไหน มันจะบอก Line นะ โอ.เค. นะ อะตอมต้องดูตรงตัวสีแดงที่ขึ้น มันจะบอกตำแหน่งที่เราผิด ว่าผิดตรงไหน เมื่อกี้ input ของอะตอม อะตอมพิมพ์ตัวสุดท้าย เป็นตัว i เป็นตัว t input ต้องเป็นตัว i-n-p-u-t อะตอมแก้ตรงนั้นแล้วลองกด F5 ใหม่ ผ่านหรือยัง ผ่านหรือยัง อะตอมดูนะคะ ดูตรงนี้ ตัวแปรเห็นไหม Number Number นี้คือชื่อตัวแปรที่เราประกาศ อะตอมพิมพ์ด้วยตัวใหญ่ แต่ตอนไปเรียกใช้เป็นตัวพิมพ์เล็ก เข้าใจไหม เพราะฉะนั้น ต้องแก้ ต้องแก้ Number ให้เป็น... ประกาศด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ ตอนเลือกใช้ก็ต้องเป็นตัวพิมพ์ใหญ่ เพราะฉะนั้นแก้นะคะ แก้เสียก่อนเพราะฉะนั้นต้องจำว่า ตอนประกาศให้ดูย้อนกลับไปที่ตัวที่เราประกาศว่าเราใช้ตัวพิมพ์เล็กหรือตัวพิมพ์ใหญ่ เพราะพอประกาศตัวพิมพ์ใหญ่ แต่ตอนมาเรียก เรียกมาตอนพิมพ์เล็กมันจะเป็นคนละตัวกันนะคะ ให้อะตอมเปลี่ยนเครื่องหมาย = ที่พิกัดคำว่า number น่ะคะ่ เครื่องหมาย Semi Colon เท่ากับเปลี่ยนเป็น ; เปลี่ยนเป็นเครื่องหมาย... อะไรนะ ไม่ใช่ ไม่ใช่ เควสชันมาร์ก คอมม่า เปลี่ยนเป็นคอมม่า ขอโทษ ๆ เปลี่ยนเครื่องหมาย = ตรงคำสั่ง print เปลี่ยนหรือยังครับ เปลี่ยนทั้ง 2 อันเลยนะ ไม่อย่างนั้นมันจะผิดอีก เปลี่ยนเป็นเครื่องหมาย (,) โอ.เค. ไหม เปิดโปรแกรมตัวเองนะคะ แล้ว Run ให้ดู ให้มันขึ้นคำว่า... กด F5 ปุ๊บ มันจะต้องขึ้นคำว่า กรุณาป้อนตัวเลขขึ้นมาก่อน นะคะ เมื่อใส่เข้าไป เช่น สมมติใส่ 48 48 เป็นเลขคู่ เพราะฉะนั้น ถ้ากด Enter มันจะต้องบอกว่า 48 เท่ากับเลขคู่ ทีนี้อยากเช็กว่า else ก็คือเลขคี่ เราต้องกด F5 อีกครั้งหนึ่ง กด F5 อีกครั้งหนึ่ง แล้วใส่เลขจำนวนที่เป็นเลขคี่ เช่น 37 เมื่อกด Enter มันจะต้องบอกว่า 37 = เลขคี่ เพราะฉะนั้น ผลลัพธ์จะต้องแสดงทั้ง 2 อย่างนะคะ เปิดโปรแกรมตัวเอง แล้วกด F5 รอไว้ เดี๋ยวจะไปบอกว่าให้ใส่เลขอะไร เพื่อจะไปเช็กว่าเลขนั้นแสดงผลถูกต้องไหม ตอนนี้เหลือ B บีจะพิมพ์ให้มันขึ้นข้างบนเหมือนอย่างนี้ใช่ไหม ตกแต่งใช่ไหม บีดูที่ส่วนของโค้ดก็คือบรรทัดนี้นะคะ ที่เราต้องการให้มันโชว์เห็นหรือเปล่า เดี๋ยวเปิดให้ดูคู่กัน ตัวนี้คือโปรแกรมที่เราเขียน พอกด ตัวนี้คือตัวที่เรารันนะคะ ทางซ้ายมือที่เป็นโค้ดนะ ที่เราพิมพ์โค้ด ส่วนหน้าต่างขวามือนี่ก็คือผลการรันโปรแกรมของเราของเรา เพราะฉะนั้น เวลาดู บีต้องดูฝั่งทางซ้ายมือ เพราะทางนี้ม้นเป็นผลแล้ว เพราะถ้าทำตรงโปรแกรมไม่ถูกมันก็จะรันไม่ออก เพราะฉะนั้นก็ดูทางซ้ายมือก่อน เพราะฉะนั้น ดูการบ้านนะคะ การบ้านที่จะให้ทำก็คือจะให้ตัดเกรดจากคะแนน ตัวนี้ใช้ else if ดูรูปแบบ else if ให้ดelse, if ดู else if ก่อน จะต้องประกอบด้วย 1 if ก่อน มี if ก่อน ส่วน else, if นี่ ขึ้นอยู่กับทางเลือกเพราะฉะนั้นตัดเกรดมี A, B, C, D แล้วก็ F เพราะฉะนั้น ทางเลือกกี่ทางคะ A B C d f 5 ทางเลือกนะคะ if ที่ 1 คือทางเลือกแรก เพราะฉะนั้น else if จะต้องมีกี่อัน ดูดี ๆ ถ้า 5 1 ให้ตี 1 คือ A ใช่ไหม 2 ฺB, Cและตัวสุดท้าย คือ F ถูกไหม เข้าใจง่าย ๆ นะ โอ.เค. ไหม เพราะฉะนั้น else, iev จะมีกี่ตัวนึกออกนะคะ ถูกต้องไหม ไหม เพราะหัวคือทางเลือกแรก และท้าย else คือ ทางเลือกสุดท้าย เพราะฉะนั้นใน if ก็คือทางเลือก จำง่าย ๆ นะคะ ก็คือ นะ อันนี้คือทางเลือกที่ 1 ใช่ไหม อันนี้คือทางเลือกสุดท้าย เพราะฉะนั้นที่อยู่ตรง else if จะมีกี่ตัว จำนวนที่เหลือของจากตัวแรกกับตัวสุดท้าย นั่นก็จะเป็น else, if นะคะ รูปแบบเหมือนเดิม เพราะฉะนั้นให้ดู ให้ดูตัวอย่างส่วนลด ตัวอย่างตรวจสอบส่วนลด 200 บาท ถ้าจำนวนเงินบอกว่า ถ้าราคาสินค้าที่ซื้อ 1000 บาท เราจะ Print ส่วนลดให้ 200 บาท ออกมาให้ว่าคุณได้ส่วนลด 200 แต่ถ้าจำนวนเงินที่เราซื้อสินค้า 500 ลืมปิดวงเล็บขอโทษ 100 คือเงื่อนไข ดูเงื่อนไขด้วย แล้วทางเลือกเรามีกี่ทางเห็นไหมคะ มี 3 ส่วนลด ก็คือ 300 บาท และ 50 บาท แต่เกรดของเราก็จะมี คะแนนของเรานะคะ ให้ใส่ A B C D, E และ F นะคะ เพราะฉะนั้นมี 1 2 3 4 4 ไม่ใช่ E สิ ตัวนี้ต้องเป็น F นะ เราไม่มี E นะ เกรดเราไม่มีื E เดี๋ยวแก้ และก็ F F คือ อันที่ 5 อันนี้คืออันที่ 5 นะคะ เพราะฉะนั้น ทางเลือกเรามี 5 อัน 5 ทางเลือกนะคะ ให้เด็ก ๆ ดูที่รูปแบบดี ๆ แล้วก็ตัวอย่าง เห็นไหม ตัวอย่างที่เขียนให้ดูแล้ว ลืมปิดวงเล็บ พิมพ์ด้วยความไวแสง พอไปพิมพ์เดี๋ยว Error นะคะ อย่าลืมปิดวงเล็บ รูปแบบของ else if จะต้องเปิด ด้วย if เสมอ แล้วทางเลือกที่ 2 ถึงจะเป็น ก็คือตรงกลาง ใช้ else if เพราะฉะนั้น ทางเลือกตรงกลาง วิธีเช็กว่าเรามีทางเลือกกี่ตัว ตัวไหนจะเป็นใช้ else, if ดูจากตัวแรกใช้ if ทางเลือกแรกใช้ if และทางเลือกสุดท้ายจะมาจบที่ else เพราะฉะนั้นทางเลือกที่ 1 ใช่ if ทางเลือกที่ 5 ใช้ else เพราะฉะนั้น 2 3 4 ทางเลือกเราจะใช้ 2 3 4 ตัวนะคะ เราต้องการให้แสดงทั้งคะแนน ดูโจทย์ด้วยนะคะ โจทย์บอกว่าให้แสดงคะแนนด้วย คะแนนและเกรดที่ได้ มันจะเหมือนการแสดงผลเลขคู่ เลขคี่แต่เปลี่ยนจากแสดงตัวเลขเป็นแสดงคะแนน แล้วก็แสดงเกรด เกรดที่เรา ในทางเลือกที่เรามีให้ 5 อัน ก็คือ A B C D แล้วก็ F นะคะ A B C D แล้วก็ F 5 ตัว F นั่นคือตก สอบตก ไม่ผ่านก็คือต่ำกว่า 50 คะแนน บอกทางเลือกสุดท้ายว่าคะแนนต่ำกว่า 50 ถือว่าสอบตก หรือได้ F เพราะฉะนั้น 4 ตัวที่เหลือไปปรับเกณฑ์ก็คือถ้าต่ำกว่า 50 คะแนน คือ ให้เกรดคือ F เท่านั้นนะคะ ให้เกรดคือ F เท่านั้น โอ.เค. นะคะ นี่คือการบ้านที่จะต้องทำมานะคะ ตรวจในสัปดาห์หน้า ให้ทดลองเขียนโปรแกรมด้วยตัวเอง ตัดเกรดจากคะแนนนะคะ ทั้งหมดมี 5 ตัว มี 5 ทางเลือก จะตัดได้ก็ต่อเมื่อให้กรอกคะแนนเข้าไปก่อน แล้วค่อยมาใส่เงื่อนไข แล้วก็แสดงผลนะคะ มีใครสงสัยแบบฝึกหัด การบ้านข้อนี้ไหม รีบถามนะ ดูรูปแบบดี ๆ นะคะ จำรูปแบบไว้ด้วย ดูรูปแบบให้ดี ๆ ดูจากรูปแบบแล้วก็ดูจากตัวอย่างนะคะ ถ้าไม่มีใครสงสัยการบ้าน สัปดาห์นี้พอแค่นี้ค่ะ กินข้าวไข่เจียว โอ.เค. ขอบคุณทางล่ามค่ะ ขอบคุณค่ะ [สิ้นสุดการถอดความ] จากตัวอย่างนะคะ ถ้าไม่มีใครสงสัยการบ้าน สัปดาห์นี้พอแค่นี้ค่ะ กินข้าวไข่เจียว โอ.เค. ขอบคุณทางล่ามค่ะ ขอบคุณค่ะ [สิ้นสุดการถอดความ]