(อาจารย์) สวัสดีค่ะ ค่ะ วันนี้นะคะ วันนี้หัวข้อที่เราจะทำ ก็คือไปเกี่ยวกับเราจัดการระบบสินค้าไปแล้วนะคะ ทีนี้เราจะมาตั้งค่าร้านค้าออนไลน์ นะคะ เช่น หัวข้อแรกที่เราจะเรียนในในวันนี้ก็คือตั้งค่าบัญชี ในคู่มือจะอยู่ที่หมวดตั้งค่าร้านค้าออนไลน์นะคะ แล้วให้เข้าที่ตั้งค่าบัญชีรับเงิน บัญชีรับเงินในที่นี้ก็คือ เช่น เราจะให้เขาจ่ายเงินอะไร ก็จะมีธนาคาร เดี๋ยวเข้าไปดูในระบบของเรานะคะ ตอนนี้ทุกคนน่าจะเข้าระบบของตัวเองแล้วนะคะ ไปที่เมนูจัดการเว็บฯ นะคะ เลือกจัดการเว็บฯ นะคะ แล้วเลือกเมนูที่ เมนูที่ 3 E-Commerce เมนูย่อยที่ 3 นะคะ e-Commerce คลิกที่เป็นรูปสามเหลี่ยมนะคะ เพื่อดูเมนูย่อยที่อยู่ข้างใน เจอหรือยัง หาคำว่า "บัญชีรับเงิน" เมนูย่อนที่ชื่อบัญชีรับเงิน เดี๋ยวจะดูว่าระบบให้มีบัญชีอะไรบ้างนะคะ มาดูกัน คลิก 1 ครั้งเพื่อเข้าสู่เมนูย่อยบัญชีรับเงิน บัญชีรับเงิน เนื่องจากเราเพิ่งเปิดร้าน เราก็ยังไม่ได้เปิดว่าเราจะรับชำระทางไหนใช่ไหมคะ สิ่งที่เราจะต้องทำต่อไป ก็คือเพิ่มช่องทางการชำระเงิน คลิกที่เครื่องหมายบวก เพิ่มช่องทางการชำระเงิน นะคะ ตอนนี้เนื่องจากเราใช้ระบบฟรีในตัวอย่างก็จะมีให้ชำระเงินผ่านวิธีการโอนเงิน กับอีกตัวหนึ่ง ก็คือสแกนคิวอาร์โค้ดจ่ายผ่านพร้อมเพย์ เลือกได้ 2 ช่องทาง ก็คือเมื่อใดที่เราอัปเกรด เราจะสามารถจ่ายผ่านระบบอื่นได้ ถูกไหมคะ ไอ้โดนล็อก ๆ ไว้นี่ต้องเสียเงินไง แต่ตอนนี้ถ้าเป็นฟรีใช้ฟรีนี่ ก็คือชำระเงินได้ 2 ช่องทาง ก็คือโอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร กับ QR Code สมมติเรามาลองกำหนดว่า เราจะใช้ทั้ง 2 แบบนะคะ สมมติเอาแบบที่ 1 ก่อน เอาแบบโอนเงิน เลือกโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารก่อน แล้วคลิกคำว่า "เปิดใช้งาน" ต้องให้มัน... เห็นไหมคะ ต้องมีเครื่องหมาย ต้องเลือก คือ ต้องเลือกนี่อย่างนี้ ต้องเลือกมันก่อน เลือกจะเอาตัวไหน แล้วก็คลิกเปิดใช้งาน ทำไมไม่ขึ้น เสร็จแล้วคลิกนะคะ พอเข้ามามันจะมาที่หัวข้อตั้งค่าการชำระเงินแบบโอนเงิน นี่ เราจะต้องเลือก... เพิ่มบัญชีธนาคารเข้าไปก่อน เพราะเมื่อกี้เราเลือกว่าจะรูปแบบไหนใช่ไหมคะ ก็คือเลือกแบบโอนเงินผ่านธนาคาร เสร็จแล้ว ขั้นตอนต่อมาที่เราจะบอกว่าธนาธให้โอน คือ ธนาคารอะไร เพราะฉะนั้น เราต้องคลิกที่นี่ค่ะ เครื่องหมายบวก ที่มีเครื่องหมายบวก แล้วก็เพิ่มบัญชีธนาคาร เราก็มาเลือกธนาคารที่เราจะใช้ชำระเงิน นั่นก็คือหมายถึงบัญชีธนาคารของเรานะคะ บัญชีธนาคารของเรา เช่น โดยปกติร้านค้าเขาก็จะใช้อะไรนะ กสิกรฯ ใช่หรือเปล่า สมมติ ธนาคาร ก็จะมีรายละเอียด ใส่หรือไม่ใส่ เช่น อาจจะใส่ว่าเมื่อชำระแล้ว พิมพ์ข้อความรายละเอียดของธนาคารลงไปก็ได้ หรือไม่พิมพ์ก็ได้ ถ้าไม่มีอะไรจะใส่นะคะ ก็กดบันทึกได้เลย บังคับให้ใส่หรือ บังคับให้ใส่รายละเอียดของ... อาจจะใส่ว่า... ใส่ประมาณว่าบอกว่าถ้าเขาโอนแล้วให้เขาส่งหลักฐานการโอนเงินนะคะ ให้ด้วยก็แล้วกัน อย่างนี้ก็ได้ ถ้าใส่รายละเอียดเสร็จแล้วก็กดบันทึก ไม่เห็นขึ้นดอกจันสีแดงบังคับให้ใส่นะคะ เห็นไหม ถ้าเรามีหลายธนาคาร นึกถึงใช่ไหมคะ เพราะบางร้านเปิดหลายธนาคาร เราก็สามารถเพิ่มบัญชีธนาคารเข้าไปได้อีกนะคะ เช่น เอาอะไรอีกธนาคารหนึ่งดี โดยปกติแล้วก็จะเป็นกรุงศรี ใช่ไหมคะ กรุงศรีก็ได้ ใส่เหมือนกันก็ได้ ก็กรุณาแจ้ง พิมพ์เหมือนกันนะคะ รายละเอียด "กรุณาแจ้งโอนเงินด้วเห็นไหมคะ เราก็จะมีข้อมูลของธนาคารนะคะ ที่เราจะชำระขึ้นมาอย่างนี้นะคะ ในตัวอย่างรายละเอียดเขาก็ใส่เลขที่ เราแก้ได้ค่ะ แก้ได้ เห็นไหม มันจะมีแก้ไขข้อมูลได้ ตรงที่เมื่อมาด้านหน้าแล้วมันจะมีเป็นรูปเครื่องหมายเหมือนดินสอนี่ คลิก แก้ไข รายละเอียดเลขบัญชี ใส่เลขบัญชี ๆ มั่ว ๆ ไปก่อน นึกออกนะ ไม่ต้องใส่จริงเราทดลอง ๆ ใส่เลขบัญชี ใส่ชื่อ ส่วนใหญ่แล้วประเภทบัญชีมันก็จะเป็น... ถ้าไม่อยากพิมพ์ใหม่ ก๊อปมันไปแล้วไปทำอะไร แค่อะไรคะ เลขที่บัญชีใช่ไหมคะ ไว้ เช่น ของบัญชีธนาคารกสิกรไทยแก้เสร็จแล้ว ก็บันทึก ไปแก้ของธนาคารกรุงศรีนะคะ จะใส่ กรุณาแจ้งการโอนไว้ข้างหลังไว้เลยก็ได้ ก็เปลี่ยนแค่เลขบัญชีใชใช่ไหม ส่วนชื่อมันก็น่าจะคนเดิม อย่างนี้เป็นต้นนะคะ นี่คือตัวอย่างการเลือกธนาคาร การเพิ่มธนาคารเข้าไปนะคะว่า... ก็คือในอนาคตเพราะอะไรนะ เห็นเขาบอก 1 ธนาคารให้เปิดแค่ 1 บัญชีใช่หรือเปล่า ที่มันมีข้อกำหนด ว่าคนหนึ่งมีไก้ ควรมีบัญชีได้ไม่ให้เปิดเยอะหลายบัญชีอะไรอย่างนี้ ที่มันเป็นข้อกำหนดไว้น่ะค่ะสมมติเรามี 2 ธนาคารนะคะ ทีนี้มีแบบโอนแล้ว ลองไปตั้งค่าชำระแบบพร้อมเพย์ใช่ไหมคะ เราย้อน คลิก "ย้อนกลับ" เห็นไหม มันมีแบบที่ 1 ใช่ไหมคะ โอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร เราเพิ่มการชำระ แบบที่ 2 เข้าไป ก็คือตัวนี้ QR Code Promppay เห็นไหมคะ เปิดใช้เลย คลิกเปิดใช้ สังเกตตัวไหนเปิดใช้แล้วมันจะมีสีเขียวอย่างนี้ขึ้นมา ไม่รองรับ แสดงว่า... ไม่ บางคนเลือกที่มันเป็นลักษณะที่มันไม่ได้เป็นเพจขายของน่ะ เหมือนของเพื่อนบางคนน่ะ จะเลือก Promtpay เพราะดูจากตัวอย่างนี่ เหมือนบางอันที่เขาเลือกน่ะ นี่ นี่ ๆ เหมือนไอ้ร้านชานมนี่เห็นไหม มันจะเลือกการชำระเงินเป็นแบบพร้อมเพย์ด้วย ระบบมาแบบรองรับเลยว่า ถ้าคุณขายของนี่คุณเลือก Theme แบบนี้ เดี๋ยวเราลองไปเปลี่ยนธีมก็ได้ ไปเลือกที่ออกแบบ แล้วลองเปลี่ยน template น่ะ อันไหนเอ่ย อันไหนที่เป็นขายของบ้าง เช่น ๆ ๆ ชานมอยู่ไหน ตัวอย่างชานมหายไปไหน เช่น ๆ ๆ เอาอย่างนี้ลองเปลี่ยน Template ให้ดู เลือก... ใช่อันนี้หรือเปล่า เลือกถูกอันหรือเปล่า ต้องเลือกจากอันล่าง คลิกเลือกนะคะ จะลองเปลี่ยนเป็น เปลี่ยนแต่คงข้อมูลเดิม จะลองเปลี่ยนแต่คงข้อมูลเดิมไว้ โอ.เค. มันยังใส่ข้อมูลเดิม แล้วมาลองดูที่จัดการนะคะ e-Commerece ใช่ไหม บัญชีรับเงินอยู่ไหนเอ่ย บัญชีรับเงิน เราจะลองเพิ่มดู ให้เพิ่มไหม ไม่รองรับฟีเจอรแสดงว่าน่าจะให้ใช้แค่ 1 ฟีเจอร์นะคะ ก็คือฟรีแต่ฉันให้ใช้แค่อันเดียว หลักการเหมือนกันนั่นล่ะ ก็คือเพิ่มเข้าไปเสร็จแล้วมันก็จะให้ระบุใช่ไหมคะ ระบุบัญชี PromptPay เราน่ะค่ะ ก็คือพอคลิกเลือกปุ๊บ เห็นไหมคะ มันก็จะมาถามว่าหมายเลขโทรศัพท์เราคืออะไร เห็นไหมคะ แล้วมันจะ Gen QR Code มาให้ เพื่อให้เราเอาไปใช้ได้ นะคะ นี่คือถ้าเลือกใช้งานบัญชีพร้อมเพย์ นี่คือการตั้งค่าการชำระเงินนะคะ การรับชำระเงิน บัญชีรับเงินของร้านค้าเรา ทีนี้มาดู ลองมาดูตั้งค่าระบบขนส่ง เพราะอะไรต้องตั้งค่าระบบขนส่ง เพราะอะไรต้องตั้งค่าระบบขนส่งมันมีเยอะใช่ไหมคะ มีหลายรูปแบบ เช่น ก็คือมีหลายบริษัท เช่น ไปรษณีย์ไทย Kerry DHL อะไรพวกนี้ เราลองมาตัที่ตั้งค่าระบบขนส่งดู เราจะต้องมาเลือกไงว่าเราจะ ร้านเราน่ะ จะส่งผ่านระบบขนส่งของตัวไหนนั่นเองนะคะ เพราะฉะนั้นเราก็ต้องไปที่แถบเครื่องมือการจัดการเว็บฯ ยังอยู่ที่ E-Commerce เหมือนเดิม แต่ให้เลือกที่เมนูย่อย "ระบบขนส่ง" ต่อจากบัญชีรับเงิน เห็นไหมคะ เมนูย่อยนี้ต่อจากบัญชีรับเงินเลย เคลิกเข้าไป 1 ครั้ง มันมีให้แล้วว่าเป็นประเทศไทย สิ่งที่เราจะต้องทำ ก็คือให้ไปเพิ่มอัตราค่าบริการครับ ก็คือให้ไประบุว่าเราจะคิดค่าขนส่งของร้านเรานี่เท่าไร เห็นไหมคะ พอคลิกเข้าไป อันดับแรก เราก็ต้องมาเลือกว่าเราจะใช้ขนส่งตัวไหน เห็นไหม มี Thaland Post นั่นก็คือของอะไรคะ ไปรษณีย์ใช่ไหมคะ มีเคอรี่ มีDHL มีของบ้านเรา Honnet B ไม่น่ามี มี Kerry มี DHL FedEX มีไหม แล้วก็อะไร นินจาใช่ไหมคะ Flash แล้วก็ J&T นะ สมมติ ๆ สมมติเลือก เอาอะไรดี Kerry แล้วกัน หรือเดี๋ยวนี้ส่วนใหญ่เขาใช้ Flash นะคะ เลือก Flash Flash Express มันก็จะมีให้ติ๊กด้วยว่ารองรับการชำระเรับชำระเงินแบบเก็บเงินปลายทางนะคะ แต่ถ้าเราไม่รับชำระเงิน เก็บเงินแบบปลายทาง ก็ไม่ต้องติ๊กไอ้ตัวนี้นะคะ ไม่ต้องติ๊ก จะสังเกตว่า บ้างร้านเขาไม่รับการชำระเงินแบบเก็บเงินปลายทางเพราะ เพราะอะไรเอ่ย มันมีปัญหาเรื่องไม่มีคนรับใช่ไหมคะ เหมือนสั่งไปหลอก ๆ เขาเสียค่าขนส่งไปฟรี ๆ ใช่หรือเปล่า บ้างร้านที่ต้นทุนต่ำ ๆ นะคะ เงินไม่ค่อย ไม่ค่อยมีเงินหมุนเวียนสูงเขาก็จะไม่เลือกวิธีการชำระเงินแบบปลายทางนะ แต่ถ้าสมมติ ๆ โดยส่วนใหญ่ถ้าใช้พวก Flash พวก Kerry เขาจะมีแบบ เงินแบบเก็บเงินปลายทางใช่ไหมคะ สมมติว่าเราเลือกไว้ก่อน เราไม่ได้ใช้จริง เลือกไว้ เลือกไว้ดู ทีนี้สิ่งที่จะต้องระบุต่อมา ก็คือประเภทการขนส่ง เพราะเป็น... ถ้าเป็นอย่างนี้ พวก Flash พวก Kerry อะไรอย่างนี้ มันเป็น ใช่ไหมคะ ไม่เกินกี่วัน 3 วันใช่ไหมก็ถึง ก็ใส่ว่า... พัสดุด่วนเฉย ๆ ก็ได้ ทีนี้มาดูที่อะไร ระยะเวลาขนส่ง ก็คือเราจะต้องบอกลูกค้าไว้ว่า ถ้าซื้อของกับร้านเรานี่ เราใช้ระยะเวลาขนส่งเท่าไรนะ ก็เช่น ควรจะบอกอย่างน้อย 1 - 3 วัน เพราะอย่างใกล้ ๆ เช่น เหมือนถ้าอยู่เขตเดียวกับแถวบ้านเรามันก็จะแค่วันเดียวใช่ไหมคะ แต่ถ้าอยู่ข้ามเขตหรือข้ามภูมิภาค ให้นึกถึงนะ เหมือนจากเราอยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่ลูกค้าอยู่ภาคใต้ ระยะการขนส่งมันก็จะเกินเท่าไร เกิด 3 วัน เพราะมันส่ง 2 ต่อใช่ไหมคะ ก็คือของมันจะโดนตีเข้าไปกรุงเทพฯ ก่อน เสร็จแล้วค่อย ก็คือขึ้นเครื่องน่ะ โดยส่วนใหญ่รูปแบบการส่งของ Flash, Kerry อะไรนี่ มันจะส่งเข้าที่... ถ้าต้นทางอยู่ต่างจังหวัดนี่ แล้วมันข้าม นี่ แล้วมันข้ามภาคน่ะ มันจะส่งเข้าไปกรุงเทพฯ ก่อน แล้วค่อยไปกระจายสินค้านะ เข้าไปที่ศูนย์หลัก กระจายต่อไปยังส่วนภูมิภาคอย่างนี้นะคะ สมมติว่า เรากำหนดไว้ที่ของเราไม่เกิน 1-3 วัน นะคะ นี่ ตรงนี้นี่ ตรงเลือกอัตราค่าบริการขนส่งนี่ เห็นไหมคะ ในระบบมันจะมีให้เลือกว่าเป็นฟรี หรือเป็นคิดค่าขนส่งตายตัว เช่น บางร้านมันจะบอกว่าเหมือนสั่งกี่ชิ้นก็แล้วแต่นี่ ฉันคิดเหมาไว้แล้ว 100 - 200 อะไรอย่างนี้นึกออกนะ เพราะอะไร บางทีสินค้าบางอย่างไม่ได้มีน้ำหนักมาก เช่น เหมือนที่ขายเสื้อผ้าน่ะค่ะ พวกร้านขายเสื้อผ้านะ ก็คือสั่งตัวเดียวก็คิด 50 บาท สั่งหลายตัวก็คิด 50 บาทอย่างนี้ ก็คือคิดค่าขนส่งตายตัวนะคะ อีกแบบหนึ่ง คิดค่าขนส่งตามช่วงราคา เช่น ๆ ๆ ช่วงราคาในที่นี้หมายถึงลูกค้าซื้อของ ก็คือซื้อของได้ครบ 1,000 จะคิดค่าขนส่ง บ้างคนเขาบอกว่า จะคิดค่าขนส่งส่งฟรีอย่างนี้นึกออกนะ นั่นคือคิดค่าขนส่งตามราคา หรือกำหนดไว้ว่าถ้าซื้อ 500 บาท ส่งฟรี EMS แต่ถ้า แต่ถ้าอยากให้ส่ง Kerry หรือขนส่งอะไร ก็อาจจะมีค่าขนส่งอีกแบบหนึ่ง อะไรอย่างนี้นะคะ มันอยู่ที่อะไรล่ะ ทางร้านจะเลือกกำหนดราคา หรือคิดค่าขนส่งอย่างไรนะคะ และอีกแบบต่อมาคิดค่าขนส่งตามช่วงน้ำหนัก นั่นก็คือร้านนั้นจะเป็นเช็ก นึกออกนะ เช็กน้ำหนักก่อน หรือเขามีตารางน้ำหนัก 1 กิโลฯ คิดเท่าไร เช่น 0-1 กิโลฯ อย่างนี้ คิดค่าขนส่ง อันนี้น่าจะดูจากไอ้ตารางน้ำหนักของ Kerry หรือ เพราะ Kerry ไหมที่คิดตามน้ำหนัก ไม่แน่ใจ เพราะเคยไปส่งของ Kerry น่ะ มันชั่ง แล้วก็คิดตามขนาดของกล่องด้วยใช่ไหมคะ กล่องที่แพ็กด้วย อีกแบบหนึ่งคิดค่าขนส่งตามค่าจำนวน นั่นก็คือจำนวนสินค้าที่สั่ง เช่น สั่ง 1 ชิ้น คิด 5 บาท สั่ง 10 ชิ้น คิด 50 อะไรแบบนี้ ไปตามช่วงจำนวนสินค้าที่สั่งเขามานะคะ และอีกแบบหนึ่ง ก็คือคิดค่าขนส่งสินค้าชิ้นแรก และชิ้นถัดไป ก็คืออันนี้เขาเผื่อเอาไว้แล้วว่าถ้าชิ้นแรกเขาจะคิดแค่ 50 บาท แต่ถ้าคุณซื้อ 2 ชิ้น คิดเพิ่มอีก 10 บาท นึกออกนะ บวกน้ำหนักเพิ่ม จะเป็นแบบที่บอกว่า คิดค่าขนส่งชิ้นแรก และชิ้นถัดไปนะคะ เหมือนเคยซื้อของร้านหนึ่ง ขายกระเป๋า ชิ้นแรกเขาจะตั้งไว้เลยว่าคือซื้อใบเดียวนี่ คิด 50 บาท ถ้าซื้อกระเป๋าเพิ่ม 2 ใบ จะคิดเพิ่มใบละ 10 อย่างนี้นะคะ จะเป็นอย่างนี้ ลักษณะการคิดเงิน สมมติ ๆ เราเลือกแบบระบุช่วงราคาก่อนนะ แบบขนส่งตามช่วงราคา เพื่อจะได้รู้วิธีการใส่ เห็นไหมคะ เห็นไหม ถ้าเลือกคิดค่าขนส่งตามช่วงราคา มันจะให้ระบุว่า ซื้อตั้งแต่กี่บาท เช่น ซื้อราคา 100 บาทขึ้นไป อันนี้จะเหมือนของ ใช่ไหม Lazada มันจะมีระบุช่วงราคา เช่น ทำไมมันไม่ให้เราพิมพ์ล่ะ 0 บาทถึงเท่าไร -150 อย่างนี้นะคะ ค่าขนส่งเราจะคิดเท่าไร ขั้นต่ำกล่อ30 บาท กล่องเล็กนี่นะคะ นี่เราก็ใส่ค่าขนส่งลงไป มันจะบวกให้เป็นเท่าไรนี่ ถ้าใส่ 2 ทีนี่ แล้วสิ่งที่จะต้องทำอีก ก็เพิ่มช่วงราคาอีก ราคามันไม่ได้มีแค่ 0-150 ใช่ไหมคะ มันก็มีเยอะกว่านั้น เช่น 150-300 เราจะคิดราคาที่ 35 บาท เพิ่มมาอีก 5 บาท ถูกไปไหม เพิ่มอีก 10 บาท แล้วกัน 40 เดี๋ยวจะขาดทุน คือการคิดค่าขนส่งนี้ตั้งเองไม่ได้นะ มันต้องไปดูการคิดราคาของแต่ละบริษัทด้วยนะคะ แต่อันนี้คือยกตัวอย่างนะคะ เพราะฉะนั้นเรากำหนดเองได้นะคะ สมมติสินค้าเรามีราคาสูง เราก็เพิ่มช่วงราคาได้อีก เช่น 300-500 บาทนะคะ เราก็คิดค่าขนส่งเพิ่มเข้าไป 500-1,000 สมมติว่าถ้าร้านเราสูงสุดที่ 1,000 นะคะ เราคิดที่ 50 บาท พอ เมื่อกำหนดช่วงราคาเสร็จ สิ่งที่เราจะมากำหนด ก็คือเลือกจังหวัด ใช่ไหม ในที่นี้ ก็คือถ้าเราส่งพวก Flah จังหวัดอยู่แล้วนะคะ เราก็ต้องเลือกเป็นทุกจังหวัดนะคะ แต่ถ้าโดยปกตินะ ถ้าขายออนไลน์ มันขายทั่วไปอยู่แล้วนะคะ ให้เลือกเป็นทุกจังหวัดนะคะ เห็นไหมคะ แล้วมันจะไปติ๊กเลือกตามชื่อจังหวัด แต่ถ้าไม่เลือกทุกจังหวัด เห็นไหม มันก็จะไม่ติ๊ก มันจะติ๊กตามที่เราเลือกอย่างนี้ อย่างนี้นะคะ ถ้าอย่างนี้ ก็คือหมายถึงเราเลือกว่าถ้าส่งโซนจังหวัดนี้ เราตั้งราคาเท่านี้ แต่ถ้าเลือกทุกจังหวัดนี่ หมายความว่าทุกจังหวัดนี่ราคาเท่ากัน แต่อาจารย์บอกว่า มันจะมีเคสหนึ่ง เหมือนบอกว่าถ้าส่งข้ามภูมิภาค นึกออกนะ ค่าขนส่งมันก็จะมีบางที่มันเพิ่มขึ้น อย่างนี้นะคะ เราสมมติเราสมมติไว้ก่อน เราเลือกทุกจังหวัดนี่ล่ะ เพราะเราตีเผื่อไปแล้ว ก็คือไอ้คนอยู่ใกล้ก็จ่ายเท่านี้ คนอยู่ไกลก็จ่ายเท่านี้ ถ้าเลือกครบแล้ว ก็คลิกบันทึกนะคะ คลิกบันทึก ใส่ค่าจัดส่งเข้าไปด้วย อ๋อ ตัวสุดท้ายก็คือมันจะเป็นเงื่อนไขของราคาตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป เราจะคิดเท่าไร ถ้าเรายังคิด 50 เราก็ใส่ 50 ก็ได้นะคะ ก็คือดูตามราคาตัวสุดท้ายยืนพื้น แต่ถ้าอยากเอาเยอะกว่านั้นก็เพิ่มได้ แก้ได้ทีหลัง โอ.เค. นะ เห็นไหมคะ มันจะมีเลต เรตค่าส่งสินค้าให้ลูกค้าดู ว่าถ้าคุณสั่งเท่านี้ ค่าส่งมันก็จะเพิ่มนะคะ ถ้ามันผิดตรงไหน เราก็ไปแก้ ไปแก้ที่ละตัวก็ได้ ไอ้ 2 อันนี้ 500 กับ 50 ไม่น่าใช่แล้ว เป็น 60 อันนี้ก็ 60 ก็คือถ้าซื้อถึง 1,000 เท่าไรนี่ คิดที่ 60 แล้วกัน อะไรอย่างนี้ เป็นต้น นี่เป็นแบบคิดค่าขนส่งตามช่วงราคา เราสามารถเพิ่มค่าขนส่งได้อีกนะคะ สมมติว่าสินค้าเรามีหลายประเภทว่าอย่างนั้นเถอะ เราก็ไปคลิกเพิ่ม ชนิดน่ะค่ะ ยังเอา Fเหมือนเดิมก็ได้ แล้วก็เลือกประเภทค่าขนส่ง ไอ้ประเภทค่าขนส่งเป็นฟรีค่าขนส่งอย่างนี้ก็ได้ นี่เห็นไหมคะ เลือกทุกจังหวัด อย่างนี้นะคะ ถ้าเลือกเสร็จ... ต้องกรอกให้ครบ... ถ้าฟรีค่าขนส่ง เช่น Thailand Post ถ้าส่งพัสดุธรรมดา ถ้าของไปรษณีย์ พัสดุธรรมดา สินค้าอาจจะชิ้นเล็ก ๆ เราอาจจะไม่คิดค่าส่งเขาก็ได้ แต่ระยะเวลามันก็จะนาน เช่น 1-7 วัน เพราะไปรษณีย์ช้าสุดคือ 7 วันนะคะ 1-7 วันนะคะ เราไม่คิดค่าขนส่ง เสร็จแล้วกดบันทึก มันก็จะมีให้เลือก ถ้าลูกค้าเลือกเป็นพัสดุธรรมดา เขาก็ไม่ต้องเสียค่าขนส่ง เพราะฉะนั้น เราสามารถระบุวิธีการคิดราคาค่าขนส่งได้ ตามที่เราต้องการ นะคะ คิดค่าขนส่งไปแล้ว ทีนี้มาดู สกุลเงิน สกุลเงินนี่ก็คือแค่เงินบาทกับเงินอะไร นึกออกนะ ไม่ได้มีอะไรพิสดาร โดยปกติถ้าเลือก Thailand มันก็จะเป็น สกุลเงินมันก็จะเป็น เปิดให้ดูนะคะ อัตราแลกเปลี่ยน โดยปกติสกุลเงินของเรา จะใช้เป็นรหัส ก็คือจะใช้เป็นรหัส หรือเลือกเป็น เห็นไหมคะ เลือกรูปแบบของสกุลเงินได้ตามนี้ สมมติถ้าเกิดมีของประเทศ ต่างประเทศ เช่น อังกฤษอยู่ไหนล่ะนี่ United Kingdom คืออังกฤษนะคะ เห็นไหม มันจะมีเป็นรหัสเงินกับสัญลักษณ์ เราเลือกการแสดงผลที่น่าจอนั่นเองนะคะ เราจะให้สกุลเงินของเราเป็นอะไร โดยปกติอยู่ไทยค่าเงินก็คือ THB หรือว่าจะใช้ ก็คือบาทอย่างนี้ เลือกเอาตัวใดตัวหนึ่ง สมมติจะเลือก THB นะคะ กดบันทึก มันจะไปเห็นตอนอยู่ในราคาสินค้าน่ะ นึกออกนะ ใครที่มีสินค้า และใส่ระบุราคาสินค้าไปแล้ว จะให้สกุลเงินที่ตำแหน่งนั้นนะคะ นี่นะคะ เห็นไหม เห็นไหม ก็คือถ้าเลือกเป็น B ฏ็จะTHB มันก็จะขึ้นจาก B มาเป็น THB แทนที่หน้าเว็บฯ น่ะค่ะ ต่อไป หัวข้อต่อไป หัวข้อต่อไปนะคะ หัวข้อ "การตั้งค่าใบกำกับภาษี เพราะอะไร เพราะเมื่อเปิดร้านค้าออนไลน์ มันก็จะมีเสียภาษีออนไลน์อะไรพวกนี้ มันก็จะมีเสียภาษีด้วยนะคะ ก็คือทำไว้ บางที ยอดขายเราไม่ถึงบางทีเพราะถ้ายอดขายเราไม่ถึงเราไม่เสียอยู่แล้วนะคะ เพื่อเป็นการช่วยรัฐบาล ช่วยชาตินั่นเองนะคะ เราต้องเสียภาษี เกิดเป็นคนไทยนะคะ ตั้งค่าอะไรบ้าง ตั้งค่าใบกำกับภาษีมาดูกันนะคะ ไปที่ แถบเครื่องมือ e-Commerce ยังอยู่ที่แถบเครื่องมือ E-Commerece แล้วเลือกที่ "ระบบใบกำกับภาษี" อยู่บน... เห็นไหมคะ เห็นไหมคะ นี่ เขาบอกว่าเมื่อเปิดใช้งานระบบนี้ จะต้องกรอกข้อมูลใบกำกับภาษีให้ถูกต้อง ว่าเมื่อใดที่ร้านค้าเราไปจดทะเบียน จดทะเบียนเป็นร้านค้าออนไลน์ เราก็จะต้องมาเปิดใช้ระบบใบกํากับภาษีนะคะ คลิก OK ให้ดูว่า 1. เห็นไหมคะ มันจะมีให้เลือกว่า ที่เราจดภาษีนี่เราเลือกเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลนะคะ ก็คือให้เลือกตามนั้น เสร็จแล้วก็กรอกหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีนะคะ เห็นไหมคะ แค่นี้ สิ่งที่ต้องกรอก เสร็จแล้วกดบันทึก มันก็จะขึ้นข้อมูลของเรา ข้อมูลของใบกำกับภาษีเรานะคะ แต่เราไม่ต้องทำนะ เพราะเราไม่ได้จดทะเบียนนะคะ ให้ดูว่า ถ้าเมื่อใดที่เราจะใช้ระบบใบกํากับภาษีนี่ เราต้องคลิกเพื่อเปิดใช้งานมันก่อน ถ้าเราไม่ใช้เราก็คลิกปิดไว้เห็นไหมคะ นี่คือระบบใบกำกับภาษี ก็คือไม่มีพิศดารน่ะ ก็คือแค่กรอกข้อมูลว่าหมายประจำตัวผู้เสียภาษีเราคือใครใช่ไหมคะ แล้วราคาสินค้าน่ะ รวม VAT หรือยังไม่รวม ให้ติ๊กที่เลือกน่ะค่ะ ว่าสินค้าที่เราขายนี่ เป็นราคาที่รวม Vat หรือยัง หรือยังไม่รวม Vat. นะคะ แล้วก็มีระบุว่ามีการออกใบกำกับภาษีทุกคำสั่งซื้อไหม หรือออกเฉพาะเมื่อลูกค้าใบกำกับภาษีอย่างนี้นะคะ สามารถมากำหนดว่าจะออกใบกำกับภาษีแบบใดก็ได้นะคะ แต่ถ้าเรายังไม่เปิดใช้งาน เราก็คลิกปิดไปนะคะ ตัวนี้ให้ศึกษาไว้ เผื่อใครไปทำเว็บฯ ขายของ เพราะไม่อย่างนั้นโดนย้อนหลังนี่หนักกว่า... หนักกว่าจ่ายเป็นประจำนะคะ ถ้าโดนภาษีย้อนหลัง ถ้าคิดขายของออนไลน์น่ะ มันเก็บแบบอะไรไม่รู้ล่ะ มันเอามาหมดเลย รวมมาหมดเลย รวมมาตั้งแต่ต้นจนจบนะ ความสามารถของกรมสรรพากรสุดยอดมากนะคะ บอกไว้ก่อน มาดูเมนูต่อไปที่เราจะทำนะคะ "ข้อตกลง เงื่อนไขและการสั่งซื้อบริการ" นะคะ การตั้งค่าข้อตกลงเงื่อนไขการสั่งซื้อและบริการ ก็คือเขียนระบุไว้น่ะค่ะว่ามีข้อตกลงว่าอะไร เช่น ๆ ๆ ๆ ลองเข้าไปดูนะคะ จะอยู่ถัดจากระบบภาษีไป 2 อันนะคะ ข้อตกลง เงื่อนไข และบริการ คลิกเพื่อเปิดนะคะ เห็นไหม เราสามารถแก้ได้ คือ โดยปกติ เช่น สินค้าร้านนี้ซื้อไปแล้วรับเปลี่ยนคืนหรือเปล่า ก็ต้องบอกลูกค้านะคะ หรือเปลี่ยนคืนนี่ เปลี่ยนคืน สินค้าต้องอยู่ในสภาพไหน ยังไม่ได้อะไรนะ ยังไม่ได้ฉีกป้ายทิ้งอะไรอย่างนี้นะคะ หรือ... หรืออะไรน่ะ หรือถ้าซื้อไปแล้ว ใส่ไม่ได้ เปลี่ยนคืนไม่ได้ แต่เปลี่ยนไซซ์ได้ เราต้องแจ้งข้อตกลงนี่ และเงื่อนไขต่าง ๆ ของสินค้าของเราให้กับลูกค้าทราบโดยละเอียด เพื่อะได้ไม่เป็นปัญหา เกี่ยวกับว่าเว็บฯ เราหลอกหลวงอะไรอย่างนี้นะคะ แล้วหลอกลวง คือ บางทีอะไรน่ะ เขาเรียกขนาด ขนาดไซซ์ของแต่ละคนน่ะ นึกออกนะ บางคนบอกเคยซื้อรองเท้าไซซ์ 38 แต่อย่าลืมว่า นี่ ถ้าเป็น Size ของมาตาฐานมันก็จะพอดี แต่บางร้าน คือบางทีของมันราคาถูกนะ ไซซ์รองเท้ามันก็อาจจะไม่มาตรฐาน ไปแล้วไม่รับเปลี่ยนคืนอย่างนี้ เราก็จะเปลี่ยนสินค้าไม่ได้นะคะ มันก็จะมีบอกไว้นะคะ เพราะฉะนั้นก็ควรมีแจ้งลูกค้าไว้ ข้อตกลงพวกนี้ที่มีอยู่แล้วนี่ เราสามารถเพิ่ม หรือแก้ไขจากที่มีอยู่เดิมนี้ได้นะคะ เช่น อ่านดูแล้วว่า ถ้าชำระบัตรเครดิตอะไรอย่างนี้นะคะ ยินยอมที่จะไม่ยกเลิกการชำระ ถ้าสั่งชำระไปแล้วนะคะ ถ้า... เห็นไหมคะ มีระเบียบจะคืนเงินได้ในกรณีที่ผู้ขายยินยอม เห็นไหมคะ ผู้ขายยอมคืนให้ เขาทำข้อตกลงนี้มากันไว้แล้ว ถ้าเขาไม่ยอมคืนเขาก็ไม่ผิด เพราะเขาระบุบอกไว้แล้วนะคะ ก็คือเราจะต้องระบุข้อตกลงไว้ก่อน ให้ลูกค้ารู้ว่าถ้าคุณซื้อสินค้าร้านเรานี่ เรามีข้อตกลงอย่างนี้นะว่า ซื้อแล้วไม่รับเปลี่ยนคืนนะ แต่ถ้าซื้อแล้วเราจะรับเปลี่ยนคืนเฉพาะเราจะรับเปลี่ยนคืนเฉพาะในกรณีที่สินค้า มีตำหนิหรือชำรุดอะไรอย่างนี้นะคะ ก็แล้วแต่ผู้ขายกำหนดนั่นเองนะคะ ในข้อนี้ ก็คือถ้าเมื่อใดที่เราปรับแก้มัน เราก็มาแก้ข้อความ ปรับแต่งข้อความเพิ่มเติมไปได้นะคะ แต่ถ้าไม่เปิดใช้ก็คลิกปิด ก็คือสามารถเปิดหรือปิดเพื่อใช้งานตอนไหนก็ได้ ข้อตกลงในการซื้อนะคะ ขึ้นอยู่กับร้านเรานั่นเอง ว่าจะมีไหมนะคะ มาส่วนเมนูสุดท้าย ของหัวข้อร้านค้าออนไลน์ ก็คือตั้งค่าร้านค้า ตั้งทำไมนะคะ มาดูกัน ตั้งเพื่ออะไร อยู่เมนูท้ายที่สุดเลย ตั้งค่าร้านค้านะคะ เห็นไหม มันจะมีบอกว่าให้ทำอะไรได้ ให้เปิดระบบสั่งซื้อได้ ถ้าไม่เป็นสมาชิก แต่ถ้าเราปิด นั่นหมายถึงว่าถ้าลูกค้าที่ไม่เป็นสมาชิกจะเปิดระบบสั่งซื้อไม่ได้ ก็คือจะเข้ามาซื้อของไม่ได้นั่นเอง ก็คือจะใช้การสั่งซื้อของไม่ได้ นึกออกนะ ก็คือนี่จะเป็นวิธีการบังคับให้ลูกค้าต้องสมัครสมาชิกก่อนซื้อนะคะ หรือแสดงผลจำนวนสินค้าในหน้ารายละเอียดสินค้า ถ้าเราคลิดปิด นั่นหมายถึงการแสดงผลจะไม่มีนะคะ ระบบเปรียบเทียบสินค้า ตัวนี้ ตัวนี้ถ้าใครเคยซื้อสินค้าใน Lazada เห็นไหมคะ มันจะมีเปรียบเทียบสินค้ากับร้านอื่น ๆ มาให้ดูนะคะ ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วก็ถ้าทำเว็บฯ น่ะ เขาไม่ค่อยเปิด ไม่เปิดใช้ระบบนี้ แต่ของ Lazada มันเป็นแอปฯ ไง มันเป็นเหมือนที่ให้คนเข้าไปขาย แต่ถ้าเราเปิดเป็นเว็บฯ อย่างนี้ ไม่ต้องมีคู่แข่ง เราก็กำจัดคู่แข่งด้วยการไม่เปิดราคาของเขาขึ้นมาให้เขาดูอย่างนี้ ระบบรายการสินค้าที่ฉันชอบ ถ้าเปิดนั่นหมายถึงลูกค้าจะสามารถอะไรนะ กด หรือรูปหัวใจน่ะได้นะคะ ตัวนี้ เพราะฉะนั้นเมื่อกี้ระบบมันจะเปิดที่ระบบการสั่งซื้อสำหรับลูกค้าที่ไม่เป็นสมาชิก หมายถึงคุณไม่เป็นสมาชิกแต่คุณก็ซื้อของได้ แสดงจำนวนสินค้า มีการแสดงจำนวนสินค้า มีตัวเลือกอัตราค่าขนส่ง มีเพราะเราระบุใช่ไหมคะ เราระบุวิธีการส่งสินค้าไว้ได้หลายรส่งสินค้าไว้ได้หลายรูปแบบ เราก็เปิดตัวนี้ไว้ ให้ลูกค้าไปไปเลือกว่า... เพราะบางทีเหมือนบางจังหวัดเขาก็ไม่ได้มีอะไรอย่างนี้นะ ไม่ได้มี J&T อะไรอย่างนี้ เพื่ออะไร เพื่อบางทีเขาไปอยู่บ้าน แล้วก็ไปรับสินค้าที่ไอ้บริษัทมันนะคะ อันนี้มันจะใช้ในกรณีนี้ได้ ใส่หมายเหตุแนบท้ายในใบสั่งซื้อ เช่น จะใส่หมายเหตุว่าอะไร อาจจะแจ้งเลยก็ได้ ถ้าสินค้าชำรุด ลูกค้าสามารถแจ้งขอเปลี่ยนคืนอย่างนี้นะคะ ได้ ภายในกี่วัน หรือถ้ายกเลิก หรือใส่หมายเหตุก็ได้ว่า ถ้าลูกค้าไม่ชำระเงินภายในวันนี้ นึกออกนะ เราจะทำการยกเลิกใบสั่งซื้อทันที อะไรอย่างนี้นะคะ ก็คือกันคนที่มาจองไว้ แล้วไปจองกันลูกค้าคนอื่นน่ะ นึกออกนะ ก็คือถ้าจองแล้วไม่โอนเงินอีกอย่างนี้นึกออกนะคะ มันก็จะตัดปัญหา ก็คือระบุบอกเขาไปว่า ถ้าคุณไม่โอนเงินภายใน 1 วันนี้ยกเลิกใบสั่งซื้อนี้นะคะ ยกตัวอย่าง ยกตัวอย่าง อย่างตัวนี้จะหมายเหตุไว้ว่า ถ้าเขาไม่แจ้งชำระเงิน หรือ 1 วันนี่ เราจะยกเลิกคำสั่งซื้อของเขาทันทีนะคะ เพราะว่าบางทีเหมือนสินค้าเราจำนวนจำกัดนะ แล้วคนเข้ามาสั่งพร้อมกันอย่างนี้ แต่คนหนึ่งชำระเงิน แต่อีกคน ชำระเงินอย่างนี้ แล้วมีลูกค้าใหม่เข้ามาอีกแล้วเขาชำระเงินอย่างนี้นะคะ แล้วเราจะได้เช็กสต็อกได้ง่าย วันต่อวันว่ายอดนี้สั่งเข้ามาแล้วชำระหรือยัง ของเราเหลือเท่าไรอย่างนี้ ประโยชน์กับตัวผู้ขายเอง เพราะฉะนั้น ควรจะมีการใส่หมายเหตุประเภทนี้เขาไปด้วยนะคะ ถ้าคุณสั่งซื้อแล้วคุณควรชำระเงินภายใน 1 วันนะคะ อะไรอย่างนี้ ระบุวันด้วย ภายใน... แต่บางร้านเขาก็จะมีให้ภายใน 3 วัน อะไรอย่างนี้นะคะ ก็แล้วแต่ร้าน อันนี้ แต่ถ้าใส่ในหมายเหตุในตะกร้าสินค้า ก็คืออยู่ที่ตระกร้าสินค้าน่ะค่ะ อาจจะมีแบบ... ระบุ ควรมีบอกว่า ควรระบุสี ไซซ์ และเช็กให้ถูกต้อง เพราะบางทีบางคนไม่รู้อะไร กด ๆ แล้วไม่เช็กไซซ์ของร้านเรา Size ของร้านเรากับ Size ของร้านอื่นอะไรอย่างนี้นะคะ ก็ควรระบุลงไปเพื่อเตือนลูกค้าน่ะค่ะ ว่าก่อนที่เขาจะ... หรือถ้าเขากดไปแล้ว เขาควรตรวจไซซ์และสีให้ถูกต้อง และสีให้ถูกต้องก่อนยืนยัน อะไรอย่างนี้นะคะ ก็คือให้เขาตรวจเสียก่อน แล้วคุณค่อยยืนยันนะคะ ถ้าคือเลือกของเข้าไปในตะกร้าแล้วกดยืนยันแล้วนี่ นั่นหมายความว่าลูกค้าตรวจแล้ว ถ้าอย่างนั้น ส่งไปผิดอะไรอย่างนี้ ก็คือไม่ใช่ความผิดพลาดของทางร้าน นึกออกนะ เป็นคุณเองเพราะเราเตือนให้คุณตรวจแล้วนะคะ ลูกค้าจะไม่สามารถเอาผิดได้ ไอ้พวกหมายเหตุนี่ ถ้ามีไว้นี่ มันจะเป็นการป้องกันตัวของผู้ขาย นึกออกนะคะ เพราะบางทีลูกค้าแบบบ มนุษย์ป้าทำเป็นไปโวยวายว่าส่งของให้ผิดอะไรอย่างนี้ แต่ไม่ได้ดูว่าตัวเองกดผิดเองอะไรอย่างนี้นะคะ เพราะฉะนั้น คือการใส่หมายเหตุเตื่อน ก็จะเป็นตัวช่วยนะคะ ตัวช่วยได้ดี สมมติเราใสครบแล้ว เรากดบันทึกมีข้อมูลเสร็จเรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้นเมื่อเวลามีการส่งใบสั่งซื้อไปนะคะ ลูกค้าก็จะเห็นหมายเหตุของเรานี่ ใส่สีให้เด่น ๆ หน่อยก็ได้นะคะ ลืม เอาสีแดงอะไรอย่างนี้ เพิ่มขนาดตัวอักษรเข้าไปนะคะ กลัวเขาเห็นไม่ชัด เพราะเมื่อจะเตือน จัดไปเด่น ๆ อย่าได้กลัว คือเรายังต้องเน้น ทำตัวเล็ก ๆ กลัวแต่จะเห็นอะไรอย่างนี้นะคะ เป็นต้น ๆ เพราะฉะนั้นสามารถใส่ขนาดตัวอักษรเด่น ๆ ไปเลย สีเด่น ๆ อย่างนี้ ควรตรวจขนาด ไซซ์ และสีให้ถูกต้องก่อนยืนยันคำสั่งซื้ออะไรอย่างนี้นะคะ ระบุลงไปอย่างนี้นะคะ เขาก็จะได้เห็นว่าเรามีการแจ้งเตือนโดยมีเจตนาชัดเจนว่า ถ้าคุณไม่ทำตามนี้เราสามารถยกเลิกสิทธิ์คุณได้ อะไรอย่างนี้นะคะ มันก็จะไปขึ้นเมื่อหน้ามีการสั่งซื้อ หรือในหน้าตะกร้าสินค้า ข้อมูลพวกนี้ นี่คือในส่วนของตั้งค่าร้านค่า เดี๋ยวขอเบรก 15 นาทีนะคะ ขอเบรก 15 นาที แล้วเดี๋ยวเราจะมาดูเกี่ยวกับการจัดการข้อมูลลูกค้า ของเรานี่ เราจะทำอย่างไรกับลูกค้าเรา นะคะ เราจะต้องรู้วิธีจัดการเขา ไม่ใช่อยู่ดี ๆ ลูกค้าเป็นใคราอะไรก็ไม่รู้นะคะ บางทีเราก็ต้องกรองลูกค้าอย่างนี้ด้วยนะคะ มันจะได้ไม่เกิดปัญหส เช่น ไม่ได้เป็นสมาชิกแล้วมาซื้ออะไรอย่างนี้นะคะ เดี๋ยวพัก 15 นาทีค่ะ ทุกคนให้อยู่ที่หน้าจัดการเว็บฯ [เสียงสัญญาณ] พร้อมหรือยังคะ เดี๋ยวเราจะมาทำในส่วนของ... จัดการข้อมูลลูกค้านะคะ เดี๋ยวจะเริ่มให้ทดลองว่า ถ้าเป็นลูกค้า เพื่อในสัปดาห์หน้าจะได้ทำได้ว่า แล้วจะรายงานข้อมูลการสั่งซื้อได้อย่างไรพวกนี้นะคะ เพราะฉะนั้น ก่อนอื่นเราจะต้องมีข้อมูลของลูกค้าก่อน ก็คือในส่วนของการจัดการข้อมูลลูกค้านี่ มันจะมีทั้งหมด 4 เมนูย่อย เห็นไหมคะ ก็คือเมนูที่ 1 สมาชิก เมนูที่ 2 ไม่เป็นสมาชิก เมนูที่ 3 กลุ่มสมาชิก และเมนูที่ 4 ตั้งค่าระบบสมาชิก เนื่องจากเราใช้ เราสร้างแบบฟรีนะคะ เพราะฉะนั้นเมนูที่ 3 กับ 4 นี่ มันจะต้องซื้อแพ็กเกจหรืออัปเกรด เห็นไหมคะ กับการกำหนดกลุ่มสมาชิก เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราจะทำ ก็คืออยู่ในตัวที่ 1 กับตัวที่ 2 อันดับแรก ก็คือสมาชิก เราจะต้องทำการเพิ่มสมาชิกเข้าไป เพื่ออะไร เพื่อเวลาเขามาซื้อของมันจะได้มีข้อมูลของเขานะคะ เราจะเพิ่มเอง เพิ่มไว้เพื่อใช้ทดลองระบบเรานั่นเองนะคะ สิ่งแรกที่เราจะต้องทำ คลิกที่เครื่องหมายบวก (+) เพิ่มสมาชิก อันดับต่อมาสิ่งที่จะต้องใส่ลงไปนะคะ ก็คือข้อมูลของสมาชิก วิธีการ ทุกคนจะมีคู่ของใครของมันใช่ไหม หันหาคู่ตัวเอง นึกออกนะ ตอนนี้นะคะ ให้หาคู่ตัวเอง เพราะอะไร เพราะข้อมูล E-mail จะต้องใส่ข้อมูลจริงนะคะ ข้อมูลรหัสผ่านก็ต้องเป็นข้อมูลจริง ข้อมูลยืนยันรหัสผ่านก็ต้องเป็นอันจริง สมมติคู่แรกเดี๋ยวอธิบาย โจโจ้ โจโจ้ดูเนื่องจาก โจโจ้ วันนี้บัดดี้ไม่มา ไม่เป็นไร โจโจ้เอาจากเพื่อนข้างหน้าหรือข้าง ๆ เราจะเอาข้อมูล E-mail กับรหัสผ่านของเพื่อน นึกออกนะ เพราะอะไร เดี๋ยวจะให้เพื่อนลองเเข้าใจหรือเปล่า เพราะฉะนั้นวิธีการ ทุกคนหยิบกระดาษมา 1 แผ่น กระดาษ นะคะ กระดาษ 1 แผ่น แล้วเขียนอีเมลของตัวเอง แล้วก็ตั้งรหัสผ่านของตัวเองลงไป กระดาษ 1 แผ่นครับ แล้วเราจะเอาไว้เพื่อส่งให้เพื่อนไปกรอก เข้าใจไหม ก็คือเปลี่ยนกัน เปลี่ยนกันกรอก ให้ชัด ๆ นะคะ ทีนี้ข้อกำหนดอีเมลอ่านดูในรายละเอียดด้วย ไม่ใช่ พูดผิด ข้อกำหนดของรหัสผ่านนะคะ มันระบุไว้ว่า รหัสผ่านจะต้องประกอบด้วยอักษรอย่างน้อย 8 ตัว และจะต้องมีตัวพิมพ์เล็ก พิมพ์ใหญ ่พิมพ์ใหญ่และตัวเลขนะคะ ยกตัวอย่าง เช่น เห็นชัด ๆ นะคะ อีเมลนี้ต้องเป็นอีเมลจริงนะคะ อีเมล รหัสผ่าน ดูตัวอย่างนะคะ ก็คืออีเมลใช่ไหม อีเมลก็คือใช้อีเมลที่มีอยู่จริงนะคะ เพราะเดี๋ยวระบบมันจะส่งเข้าอีเมลเพื่อยืนยันน่ะค่ะ ว่าเราสมัครเป็นสมาชิกนะคะ ทีนี้ยืนยันรหัสผ่าน เห็นไหมคะ ตัวพิมพ์ใหญ่ ก็คือที่จะใช้ตอนเข้าระบบไง รหัสผ่าน 2 ตัวนี้ ก็คือรหัสผ่าน ที่เวลาเข้าในระบบของร้านค้าน่ะค่ะ นึกออกนะ เพราะฉะนั้นตั้งเอง ตั้งเสร็จแล้วยืนยัน ก็คือ... ดูข้อกำหนดของรหัสผ่านก่อนนะคะ ตัวพิมพ์ใหญ่ของเราก็คือ... ตัวพิมพ์เล็ก ก็คือ... ให้ดูนะคะ ให้เห็นชัดเจนเลยว่า ตัวรหัสผ่านนี่ จะต้องประกอบด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ เห็นไหม 1 หรือ 2 ตัวก็ได้ ก็แล้วแต่ที่เราจะเขียนนะคะ พิมพ์เล็กนะคะ แล้วก็ตัวเลข คือ 3 ตัวนี่ ตัวพิมพ์ใหญ่ ตัวเล็ก ตัวเลขนี่ รวมกันแล้วต้องมีอย่างน้อย อย่างน้อยก็คือ 8 ตัว เพราะฉะนั้นต้องใส่ให้ครบนะคะ เพราะฉะนั้นรหัสผ่านจะใช้ไม่ได้ ทีนี้สิ่งที่จะเอา ไม่ใช่กรอกเองนะ ต้องให้เพื่อนเข้าใจไหม เพื่อนเขียนแล้วส่งให้เพื่อนไปกรอกเข้าใจไหมคะ ทุกคนมีกระดาษ 1 แผ่นหรือยัง แล้วเขียนในทีนี้ คือ เขียนอีเมลตัวเอง แล้วก็รหัสผ่านน่ะให้ตั้งเอง เพื่อเอาให้เพื่อนข้าง ๆ หรือเพื่อนข้างหลังก็แล้วแต่ ก็คือของตัวเอง ถ้าใครอยากได้ของเพื่อนคนไหนก็ไปขอขเามา โอ.เค. ไหม จะได้ดู แล้วเดี๋ยวเอามาส่งด้วย เพราะทุกคนจะมีปัญหา ตั้งผ่านแล้วตัวเองลืม เพราะฉะนั้น 1. แจกกระดาษน้องหรือยัง พี่ปอย ทุกคนจะต้องเขียนนะคะ จะได้รู้ ทุกคนจะต้องเขียน เขียนอีเมลและรหัสผ่านตัวเอง บนกระดาษ 1 แผ่น เพื่อส่งให้เพื่อนก่อนแล้วค่อยส่งให้แม่ แม่จะได้เช็ก แบนใช้อะไร เจ้าใช้อะไรนึกออกไหม แล้วส่งให้กัน จะได้รู้ว่าสมัครสมาชิกให้กันถูกไหมนะคะ เพราะฉะนั้นทุกคนจะต้องเขียน 1 แผ่น เขียนของใครของมัน ของตัวเองแน่นอนอยู่แล้ว ส่วนรหัสผ่านตัวเองจะใช้อะไร ให้นึกถึงตอนที่ตัวเองเข้าไปใช้ เพราะจะต้องช่วยเพื่อนตอนเทสระบบ นึกออกไหมว่า... เพื่อนก็จะส่งลิงก์เว็บฯ น่ะ ทุกคนควรจะเข้าไปซื้อสินค้าของเพื่อน นึกออกนะ ไม่ใช่ตัวเองเข้าไปซื้อเอง เราจะต้องมีบทบาทสมมติว่าเป็นลูกค้าให้เพื่อน เพราะฉะนั้น ทุกคนจะต้องทำ คือทุกคน ตอนนี้นะคะ ให้ทุกคนเขียนอีเมลกับ Password ของตัวเองก่อน เมื่อเขียนเสร็จแล้วค่อยส่งให้เพื่อน เพื่อให้เพื่อนกรอกข้อมูลสมาชิกจากอีเมลที่ตัวเองเขียนนั่นล่ะ โอ.เค. ไหม เข้าใจหรือยัง ให้ดูที่การตั้งค่า Password ให้ดี ๆ รหัสผ่านน่ะค่ะ อย่าลืมว่าต้องมีตัวพิมพ์ใหญ่ แล้วก็มีตัวพิมพ์เล็ก แล้วก็มีตัวเลข ให้มันครบ อย่างน้อย ก็คือต่ำสุดนี่ ต้องมี 8 ตัว จำข้อกำหนดนี้ให้ดี ๆ ก่อนอื่นนะคะ ก็คือทุกคนจะต้องเขียนอีเมลตัวเองเสียก่อน อีเมลตัวเอง แล้วก็กำหนด Password ของตัวเองไว้ก่อน 1 อัน มีใครยังยังกรอกไม่เสร็จไหม ยกมือนะคะ เดี๋ยวจะถามดู ไม่ ไอ้ตรงที่อยู่ใบกำกับภาษีมันก็คือ ก็คือของเรา ตอนนี้ที่อยากได้ ก็คือส่วนของอีเมลกับรหัสผ่าน เดี๋ยวค่อยไปส่วนอื่นต่อ โอ.เค. ไหม บัดดี้เข้าใจแล้วนะ เพราะฉะนั้น ทุกคนน่าจะมีอีเมลกับพาสเวิร์ดของตัวเองแล้วนะคะ แล้วสิ่งที่จะต้องทำก็คือเอาอีเมลตัวเองสลับกับเพื่อนข้าง ๆ เปลี่ยนให้เขากรอกข้อมูลนะคะ เอาอีเมลไปให้เพื่อน แล้วไปเอาของเพื่อนมา ก็คือตรงข้อมูลนี้ ก็คือเอาอีเมลที่ได้จากเพื่อนใส่เข้าไปเห็นไหมคะ ตรงข้อมูลสมาชิก 3 ช้่อง 3 ช่องแรก เอาอีเมลของเพื่อนที่เพื่อนเขียนน่ะ เอามาเปลี่ยนให้กรอกเข้าไปนะคะ ใน 3 ช่อง เอามายืมคนหนึ่ง กรอกให้เสร็จก่อนแล้วค่อยส่งให้แม่ ตรงส่วนนี้ ก็คือเราใช้อีเมลกับรหัสผ่านเพื่อนนะคะ เพื่อกรอก ก็คือตอนนี้เพื่อนจะเป็นสมาชิกของเราแล้ว แต่เราเอามากรอกให้เองไง เพื่อนไม่ต้องกรอก เพราะระบบมันไม่เปิดให้สมัคร นึกออกนะ เราจะใช้วิธีไปกรอกให้ข้อมูลนี้เองเลย นะคะ ทุกคนจะมีอีเมลของเพื่อนอยู่ในมือ ก็คือกรอกอีเมลเพื่อนลงไป ก็คือกรอก ลงไปนะคะ เมื่อใครกรอกส่วนของอีเมลพาสเวิร์ดเสร็จนะคะ ในส่วนของชื่อกับเบอร์โทรนี่ ส่วนนี้ คือ ชื่อเพื่อนน่ะค่ะ ชื่อเพื่อนที่เราเอาอีเมลมา ไม่ต้องใส่นามสกุลก็ได้ เบอร์โทรไม่รู้ ก็สามารถใส่มั่ว ๆ ก็ได้ ให้มันครบ รูปใส่ก็ได้ไม่ใส่ก็ได้ ก็เลือกเพศวัน เดือน ปีเกิด เลขบัตรประชาชนใส่มั่ว ๆ ได้นะคะ 13 หลัก ใส่ไป เพราะมันไม่ได้บังคับ ที่อยู่จัดส่งนี่ ก็ใส่มั่ว ๆ ก็คือที่อยู่จัดส่ง ก็คือส่งไปให้ลูกค้านะคะ ก็คือชื่อของผู้รับ ก็คือชื่อลูกค้า เบอร์โทร. ใส่ไปจนครบ... ที่อยู่ก็ใส่ไปเลย ใส่อะไรไปก็ได้ ประเทศ รหัสไปรษณีย์ ใส่มั่วได้เลย เพราะเราไม่ได้ส่งจริง นึกออกไหม เราแค่ทดลอง ทดลอเลือกมั่ว ๆ ได้เลย ขอนแก่นนี่ รหัสไปรษณีย์อะไรนะ 40000 ขึ้นมานะคะ ให้เลือก เห็นหรือเปล่า ก็คือถ้าเรารู้ไอ้รหัสไปรษณีย์หลักน่ะค่ะ ก็เลือกได้ อย่างนี้นะคะ ใส่ไป ทีนี้ที่อยู่ใบกำกับภาษี ที่ทุกคนถามกัน ก็คือที่อยู่ของร้านค้านะคะ ก็คือที่อยู่ของเรา เห็นไหม สังเกตว่าเมื่อสมัครเสร็จเรียบร้อยนะคะ ข้อมูลสมาชิกจะขึ้นมา เห็นไหมคะ ก็คือเราก็จะมีเพื่อนเป็นสมาชิกเราแล้ว เดี๋ยวเราจะเอาไว้เวลาเพื่อนทดลอง ตอนร้านค้าเราเสร็จ ให้เพื่อนเข้ามาสั่งซื้อของนะ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ทุกคนจะต้องมี ก็คืออย่างน้อยจะต้องมีเพื่อนเป็นสมาชิก สัก 2 คนนะคะ ให้เพื่อนสมัครเพิ่มให้นะคะ ไม่ใช้ให้เพื่อนสมัครเพิ่มให้ ไปขออีเมลเพื่อนมาอีก 1 คน ให้ได้สมาชิกอย่างน้อย 2 คน เข้าใจหรือเปล่า ไปสลับกับสลับกับไอ้นี่ กับเพื่อนคนอื่นนะคะ ให้สมัครสมาชิกเพิ่ม เพราะฉะนั้นทุกคนให้เพิ่มสมาชิกเข้าไปอีก 1 คน ไปขออีเมลเพื่อนมา นอกจากเพื่อนที่อยู่ข้าง ๆ ไปขอของเพื่อน เอากับเพื่อนมาอีก 1 อัน แล้วก็คลิกเพิ่มเข้าไป คลิกเพิ่มเข้าไปนะคะ ก็กรอกเหมือนเดิมนะ ไปเอาของเพื่อนมากรอกแล้วก็กรอกเข้าไปเหมือนเดิมนะคะ เราจะต้องไดลูกค้าเราจะต้องมีอย่างน้อย 2 คน ทุกคนต้องมีสมาชิกอย่างน้อย 2 คนนะคะ ใครยังไม่ครบ เดี๋ยวจะไปเดินดู เปิดให้ดูด้วยว่านี่ ตรงเมื่อเพิ่มสมาชิกเข้าไปแล้วนะคะ ข้อมูลสมาชิกต้องมี 2 ไม่ใช่มีแค่ 1 อัน เพราะฉะนั้นใครที่เพิ่มมีอันเดียว หันไปหาเพื่อนข้างหลัง แล้วส่งให้เขาส่งให้เขา ส่งกระดาษที่มีอีเที่ตัวเองถือน่ะให้เพื่อน แล้วเอาของเพื่อนน่ะมาสลับกัน บอกเขา เปลี่ยนกัน จะได้มีเพิ่มนะคะ มีสมาชิกเพิ่มนะคะ แล้วก็กรอกข้อมูลในส่วนอื่นเหมือนเดิม บางคนเมื่อกี้เดินไปดูนะคะ ก็คือพอตอนเพิ่มเสร็จน่ะ อย่าลืมเช็ก มันมีด้านล่าวให้บันทึกนะคะ ข้อมูลสมาชิกจะไม่ขึ้นนะ อย่าลืมนะ ต้องดูให้สุดหน้าเลย หน้าสุดท้ายน่ะ จะมีบอกให้บันทึกด้วย ถ้าใครยังไม่กดบันทึก ข้อมูลเพื่อนจะไม่ขึ้น เพราะฉะนั้น ใครที่ว่าตัวเองเสร็จแล้ว ปรากฏเมื่อกี้ไปตรวจ ไม่มีสักชื่อเลย แก้นะคะ แก้ ทำใหม่ ไล่ลงไปจนถึงบันทึกนู้น ต้องกดบันทึกด้วยนะคะ กรอกให้ครบนะคะ แล้วอย่าลืมกดบันทึก ไม่กดบันทึก ไม่ได้ข้อมูลเพื่อน ไม่ได้ข้อมูลสมาชิกล่ะงานนี้นะ ยุ้ย ๆ นี่ช่องนี้วันเกิด หมายถึงวันเกิด เลือก เลือกวันเกิด ให้เพื่อนเขียนให้ก็ได้วันเกิดเพื่อน หรือใส่เข้าไปมั่ว ๆ ก็ได้ ข้อมูลอันนี้ไม่ต้องเอาตามจริงก็ได้ เลือกเอาวันไหนก็ได้ เพราะเป็นกรอก แค่ทดลองกรอกเฉย ๆ ไม่ต้องเอาตามจริง เพราะเราทดลองระบบสมาชิกเราเฉย ๆ เพราะฉะนั้นเลือกเอาก็ได้ วันใดวันหนึ่ง เลือกเอา หมายถึงวันเกิดนะ ช่องนี้นะ ทุกคนดูพี่ล่าม เดี๋ยวขอถาม หันมา ๆ มองพี่ล่ามนะคะ มีใครขอทุนบ้าง ยกมือ ใครขอทุน ได้ยินไหมคะ ที่ให้ยื่นขอทุนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ใครขอทุนบ้างยกมือขึ้น ห้วย ขอหรือเปล่า ขอไหม ขอทุนหรือเปล่า ขอทุนการศึกษามีใครขอบ้าง ใครขอยกมือ กำลังนับจำนวน ขอไม่ใช่หรือ ไอ้ยุ้ยไม่ได้ขอหรือ ไอ้แอนขอทุนหรือเปล่า ปรายก็ขอไม่ใช่หรือ เออ นั่น ไอ้พวกนี้นี่ต้องให้ไล่ทีละคน เอาใหม่ ถามใหม่ ดูใครที่ยื่นขอทุนสัปดาห์ สัปดาห์เมื่อกี้ที่แม่ให้ขอนี่ ยกมือขึ้น จะนับ จะแจ้งยอดเขา ยกมือดี ๆ หูดีใครบ้าง ไม่มาใช่ไหม ตอนนี้เท่าไรแล้ว 1, 2, 3, 4, 5, 6 ไอ้ 2 คนนี้ไม่ได้ขอหรือ นี่ล่ะ แบนล่ะไม่ได้ขอใช่ไหม อย่างนั้นเป็นกี่คนนะ มี 1 โอ.เค. อย่างนั้นก็เป็น 1, 2 ไอ้ปาย 3 ไอ้มัน 4 เตย 5 แล้วใคร ไอ้แอน 6 ไอ้ฟ้าล่ะ ฟ้าขอหรือเปล่า 7 เต่า 8 แล้วก็เต้ 9 9 นะ โอ.เค. ค่ะ ใครที่ทำเสร็จแล้วนะคะ คลิกที่เมนูลูกค้าอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็คลิกที่เมนูย่อยสมาชิกอีก 1 ครั้ง เพื่อจะแสดงข้อมูลสมาชิกของเราว่ามีครบ 2 คนหรือยัง ได้กรอกข้อมูลสมาชิกลงไปครบ 2 เดี๋ยวจะไปตรวจ ถ้าใครตรวจเสร็จแล้วเดี๋ยวจะปล่อย กลับ... เดี๋ยวจะ... สำหรับสัปดาห์นี้จะเสร็จสิ้นอยู่ที่สมาชิกนะคะ สิ่งที่ต้องทำเป้นการบ้าน ก็คือ 1. ข้อมูลสินค้าตัวเองน่ะ ใส่เข้าไปในร้าน เพราะเดี๋ยวครั้งหน้าจะมาลองให้เพื่อนเข้าไปเลือกซื้อของจะทำอย่างไร นึกออกนะ เพราะฉะนั้น การบ้านนะคะ การบ้าน ข้อมูลตรงส่วนของ นี่ ๆ ๆ สินค้า ทุกคนจะต้องใส่รายการสินค้ากับราคาสินค้าตัวเองลงไป บอกไว้แล้ว 5 ใช่ไหมคะ 5 รายการ เพราะฉะนั้น จะต้องมีข้อมูลของสินค้าตัวเอง เพื่อจะขายนี่อย่างน้อย 5 รายการแล้ว ใครมีอะไรสงสัยถามนะคะ ว่าต้องทำอะไรบ้างแล้วนะครับ ต้องตกแต่งหน้าร้านเป็นของตัวเองแล้ว ต้องมีโลโก้แล้วนะ ส่วนต่าง ๆ ต้อง... ไม่ใช่ว่าธีมเดิมมา สมมติ Template เดิมเขาเป็นแบบนี้ ก็ยังเป็นเหมือน Template เดิมอยู่ ต้องแก้ template แก้สีแก้อะไร แก้ชื่อร้านเป็นของเราเองใช่ไหมคะ แก้สินค้าของเราแล้วนะคะ ไม่ใช่ยังใช้ธีมเดิมที่ได้มาฟรี ๆ อยู่ ต้องปรับแต่ง เดี๋ยวสัปดาห์หน้าจะตรวจ แล้วก็อีก 1 วิชา ก็คือหัวข้อ สัปดาห์หน้าจะขอดูข้อมูลหัวข้อที่ให้ไปค้นมานะคะ ว่าได้เรื่องอะไรมาแล้วบ้าง สำหรับสัปดาห์นี้ขอจบการสอนเพียงเท่านี้ค่ะ สวัสดีค่ะ [สิ้นสุดการถอดความ] วิชา ก็คือหัวข้อ สัปดาห์หน้าจะขอดูข้อมูลหัวข้อที่ให้ไปค้นมานะคะ ว่าได้เรื่องอะไรมาแล้วบ้าง สำหรับสัปดาห์นี้ขอจบการสอนเพียงเท่านี้ค่ะ สวัสดีค่ะ [สิ้นสุดการถอดความ]