ต่อสู้กับประชาธิปไตย ต่อสู้กับระบบเผด็จการ ท่านครับเดี๋ยวนี้วันนี้ การเคลื่อนตัวของตัวเยาวชน อายุ 18 ปี จากปีเศษ ๆ ถึง 2 ปีนี่ เคลื่อนตัวมาเป็นประมาณ 9 ล้านกว่าคน แต่การเกิดแก่เจ็บตายของวิถีชีวิตคนนี่ 60 70 80 นี่ อ่อนตัวลงไป การหมดสภาพ อายุ 80 หมดสภาพ การลงคะแนนแทบจะไปไม่ได้ วิธีชีวิตเปลี่ยนไป กลางเก่ากลางใหม่ เต็มสนามหลวง ท่านครับ อันนี้คือเหตุการณ์ที่ออกมาตามธรรมชาติ ต้องการให้เรียกร้องการแก้ไขกฎหมาย และหยุดคุกคามประชาชน อันนี้ชัดเจน ท่านประธาน ถ้าไม่ผ่าน ผมวิงวอนสว. เลย ประสบการณ์ชี้ว่าผ่านเป็นอย่างไร ไม่ผ่านความร้อนมันจะอ่อนตัวลงมา น้ำร้อนนี่มันจะยังไม่เย็น แล้วจะเย็นในที่สุด แต่ถ้าไม่ผ่าน ร้อนกว่านี้ครับ ต้องยอมรับว่าเสื้อแดงที่มีการมาต่อสู้ในระบบประชาธิปไตยนี่ ถ่านไปเก่ายังอยู่ ถ่านไฟเก่ายังอยู่ ถ้ามาบวกกับคนรุ่นใหม่ รุ่นนี้นี่ อีก 10 สนามหลวงก็ยังไม่พอ ผมชี้ให้เห็นนิดหนึ่งท่าน การปฏิวัติ รัฐประหาร 6-7 ปี ที่ผ่านมานี่ สมัยก่อนจังหวัดกาฬสินธุ์นี่เป็นพื้นที่สีเขียว เอาเรื่องเดียวครับท่านประธาน ยาเสพติด ปลอดยาเสพติดของประเทศ แต่เดี๋ยวนี้ทุกวันนี้ เรื่องยาเสพติดในการบริการจัดการของรัฐบาลชุดนี้ ก่อนและหลังการใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญ ปรากฏว่ายาเสพติด คนที่ติดคุกจากแสน 4 หมื่นคน เป็น 9 91 เปอร์เซ็นต์ เป็นเรื่องยาเสพติดหมด มีตัวเลขที่ได้รับคร่าว ๆ มีคนที่อยู่นอกคุก มีคนติดยาเสพติดไม่ต่ำกว่า 3 ล้านคนครับท่านประธาน ไม่ต่ำกว่า 3 ล้านคนครับ ท่านประธาน ผมประชุมออกเยี่ยมชาวบ้าน เขาพูดเป็นเสียงเดียวกันท่านประธาน พูดอย่างไรครับ พ่อแม่พี่น้องของผู้ที่ติดยาเสพติดนี่ เขาขอสนับสนุนเยาวชนและกลุ่มเสื้อแดงอีก 3 ล้านคน อันนี้คงไม่เสียหาย ผมพูดตรงนิดหนึ่ง จะขอมาขับไล่รัฐบาลครับ ทำไม ทำไมถึงคิดอย่างนั้น เขาอยากได้ลูกหลานเขากลับคืนมาครับ แล้วเสนอบอกด้วยว่า ถ้าสนับสนุนแค่คนละ 10 บาทนี่ เป็นเงินถึง 30 ล้าน เพื่อที่จะสนับสนุนในแนวทางแนวคิดอย่างนี้ มันเกิดขึ้นแล้วครับ ถ่าท่านไม่ดับไฟตรงนี้นี่ ประเทศไทยนี่ปัญหามากกว่านี้อีก เป็นสิบ ๆ เท่า จากการปฎิวัตินี้ เข้ามาควบคุมฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ อำนาจจริง ๆ ของประเทศนี่ มันจะมีอำนาจของทหาร อำนาจของสื่อมวลชน อำนาจทางการเมือง อำนาจของกลุ่มทุน อำนาจภาคข้าราชการ และอำนาจภาคประชาชนนี่ถ้าไม่ออกมามันเดินไม่ได้ เดี๋ยวนี้เขาออกมาแล้วครับ ออกมาน่ากลัวมากตรงนี้ ออกมาขับเคลื่อนระหว่างคนรุ่นใหม่กับกลางเก่ากลางใหม่นี่ สามารถทำให้เป็นบวกกับเป็นลบประเทศได้ เรามีความคิดที่จะเป็นกลางท่านประธาน ลองเอาตรงนี้แขวนไว้ อำนาจของสื่อมวลชนนี่ จากช่อง 51 ของ The voice นี่ ท่านก็เห็นอยู่ เชียร์ใคร อย่างไร ท่านก็เห็นอยู่ 214 ของพรีสทีวี เชียร์สีแดงตลอดช่อง 211 ของ News one ว่าเป็นกลุ่มเสื้อเหลือง The Nation ช่อง 22 จะเรียกว่า "สลิ่ม" และหรืออะไรก็ช่าง เชียร์กันเต็ม ๆ เลย ท่านลองแขวนจุดนี้ไว้ แม้แต่หนังสือพิมพ์ที่เชียร์กันไปเชียร์กันมานี่ เอาผลประกอบการ ผลนำเดินการในการใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญ 79 มาตรา 16 หมวดหนึ่ง หมวดเฉพาะการ เศรษฐกิจพังไม่เป็นท่า หนี้เพิ่มขึ้นมาเป็น 7.2 ล้าน คนตกงาน GDP ติดลบเกือบ 10 เปอร์เซ็นต์ GDP 1 เปอร์เซ็นต์ หมายถึงคนตกงานครับท่าน 10 เปอร์เซ็นต์ คนตกงานอีก 7,000,000 เขาเสียประโยชน์จากการดำเนินการของรัฐบาล เพราะฉะนั้น เขาจะเข้ามาบวก เข้ามาต่อสู้ เขาจะบวกเขาจะต่อสู้ ในแนวทางการแก้ไขปัญหาตัวนี้ มันจะถูกทาง หรือไม่ถูกทางมันก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ถ้าไม่ผ่อนคลายตรงนี้เกิดขึ้นแน่นอน นี่ผมชี้ให้เห็นตัวนี้ เงินเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาตีไปประมาณหมื่นกว่าล้าน เป็นเงินประชาชน เป็นเงินภาษีของประชาชน ไม่น่าหนักใจ ขนาดเสียค่าโง่เหมืองอัครานี่ ไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นล้าน การแก้ไขปัญหารัฐธรรมนูญทั้งฉบับรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ เพราะว่ามาตรา มันผูกโยงไป อำนาจของมาตรา 44 ของระบบเผด็จการยังอยู่ในบทเฉพาะการตรงนี้หมด แล้วโดยเฉพาะกฎหมายลูกครับ มันจะวุ่นวายกันจบไม่เป็น อ้างกัน 1 2 3อ้างกฎหมายลูก อ้างกฎหมายแม่ อ้างกฎหมายการจบไม่เป็นครับ ต้องรื้อออก อยากให้ผ่อนคลายตรงนี้ ถ้าอย่างแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับเป็นรายมาตรานี่ ในเวลาที่ สสร. เขาดำเนินการ เราสามารถทำได้อยู่แล้ว เพราะการตั้ง สสร. มันเป็นการแก้ไขปัญหาทั้ง 2 ระบบ เพราะเงื่อนไขเวลา ผมชี้ให้เห็นชัดเจนอีกที เงินไม่ใช่ประเด็นปัญหา เงินเสียค่าโง่มากกว่านี้ ผมห่วงแต่เวลา เวลาที่ท่านนายกฯ เคยบริหารบ้านเมืองมาเป็น 6-7 ปีนี่ บางทั้งท่านบิด บิดเบือน บางครั้งท่านบอกว่าจะมีการเลือกตั้งถึง 5 ครั้ง แต่มันไม่เกิดขึ้นเลย ท่านบิดไปบิดมา หลากหลายปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตข้างหน้า ท่านประธานครับ ผมใช้ชีวิตทางการเมืองมา เรามีประสบการณ์มากพอ และสามารถวิเคราะห์สถานการณ์การบ้านการเมืองได้ว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี่ มันจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคตต่อไป ในระยะเวลาอันสั้น อันใกล้ ท่านครับ ยุคสมัยมันเปลี่ยนไป นี่ครับท่านประธาน มือถือ สมัยก่อน ถ้าคนออกมารณรงค์แสนคนของสนามหลวงนี่ จอดำจบแล้ว แต่รัฐบาลปิดจอดำ จบครับ แต่ทุกวันนี้ไม่ได้ ตัวนี้เป็นแสนเครื่องครับท่านประธาน ฝากท่าน ส.ว. ไว้ ท่านจะเอาประเทศชาติเป็นหลักหรือจะเอาตัวท่านเองเป็นหลัก ผมฝากให้เอาประเทศชาติเป็นตัวตั้งครับ ท่านประธานครับ (ประธาน) ครับ ต่อไปเชิญรองศาสตราจารย์ณรงค์ครับ จากนั้นเป็น พลอากาศตรี เฉลิมชัย เครืองามเชิญรองศาสตราจารย์ รงค์ ครับ ผมรองศาสตราจารย์สายขวัญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 1 จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ท่านประธานที่เคารพครับ ได้โอกาส ผมขอบคุณท่านประธานที่ได้มายืนเพื่อจะแสดงความเห็นในการแสดงความเห็นของพรรคร่วมรัฐบาล ที่นำเสนอโดยคุณวิรัช รัตนเศรษฐ ขณะที่ผมกลับไปบ้านที่นครศรีธรรมราช ชาวบ้านที่วัดมน พระที่วัดหลายคน พระหลายรูป ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ผมก็จำเป็นจะต้องมาพูดว่า วันนี้เราจำเป็นต้องแก้รัฐธรรมนูญ สวนทางกับความคิดความเห็นของพี่น้องที่สนับสนุนผมจากนครศรีธรรมราช ท่านประธานครับ ผมขอเสนอความเห็นและตั้งข้อสังเกตไว้สัก 3 ประการ ที่เห็นด้วย อันที่ 1 เลยครับ ท่านประธานผมเห็นว่ารัฐธรรมนูญนี่ เป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการพัฒนาการทางการเมืองไทย การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองทุกครั้ง ตั้งแต่ 2475 พ.ศ. 2530 ซึ่งช่วงนั้นเขาเรียกว่าเป็นช่วงการสร้างประชาธิปไตย มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เหตุการณ์ 1 ใน 4 รัฐธรรมนูญเสร็จก็จะมีการจัดตั้งรัฐบาล จัดตั้งรัฐบาลเสร็จ ก็จะมีการปฏิวัติ วนเวียนกันจะตั้ง ครม. นะครับ มีรัฐธรรมนูญเสร็จ ก็จะมีการเลือกตั้ง เลือกตั้งเสร็จก็จัดตั้ง ครม. จัดตั้ง ครม. เสร็จ เหตุการณ์อันนี้เป็นพัฒนาทางการเมืองไทย ตั้งแต่ 2475-2530 อาจารย์ วงจรอุบาดทางการเมืองหรือ ...ท่านประธานครับ พัฒนาการทางการเมืองที่มีรัฐธรรมนูญเป็นกลไกทางการเมือง หลัง พ.ศ. 2510 ตัวรัฐธรรมนูญก็ยังเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ เริ่มต้นจากรัฐธรรมนูญวันนี้นะครับ ไปสู่การเลือกตั้ง จากการเลือกตั้งไปสู่การจัดตั้ง ค.ร.ม. จากจัดตั้ง ค.ร.ม. เสร็จ ก็จะนำผู้คนลงสู่บนท้องถนน จากท้องถนนเสร็จก็จะไปสู่รัฐประหาร ตัวรัฐธรรมนูญก็เป็นตัวกลไกหนึ่ง ในพัฒนาการทางการเมืองที่สำคัญ ใน Vercious circle หรือวงจรอุบาทว์ทางการเมืองใหม่ มีการอธิบายทางวิชาการ ไม่ใช่คำที่ไม่สุภาพอะไรนะครับ ท่านประธานที่เคารพ วันนี้เราจะเห็นว่ารัฐธรรมนูญเปลี่ยนแปลงจากยุคเก่า มาสู่ยุคใหม่เป็นความขัดแย้งทางการเมืองในยุคเก่าที่พัฒนาการทางรัฐธรรมนูญในการเมือง ที่เปลี่ยนจากความขัดแย้งทางการเมือง กลับก้าวหน้ามากครับ ไปสู่ความขัดแย้งทางสังคม อันนี้เป็นเรื่องน่าสนใจมาก เพราะว่ารัฐธรรมนูญจึงเป็นหนึ่งที่จะต้องแก้ เพราะอาจจะไปสู่กระบวนการลดความขัดแย้งทางสังคม ท่านประธานที่เคารพครับ และประการต่อมาที่เห็นด้วยที่จะต้องแก้รัฐธรรมนูญครับ รัฐธรรมนูญจะต้องแก้ให้สอดคล้องกับบริบท รัฐธรรมนูญจะเป็นกลไกในการแก้ปัญหาความขัดแย้งทางสังคม ในอดีตมีความขัดแย้างทางการเมือง วันนี้ทางขัดแย้งทางสังคมครับ มีการ Bully กัน มีการสร้างให้เกิดความเกลียดชังกัน มีการไม่เคารพความคิดเห็นที่แตกต่างกัน วันนี้ครับพี่น้องชาวไร่ ชาวนา พี่น้องชาวประมง ชาวสวนยาง พี่น้องชาวปักใต้ในสภา เขาก็ยังตั้งคำถามนั่นล่ะ แก้ ส.ส. แล้ว แก้รัฐธรรมนูญแล้วมันได้ ส.ส. มันไม่ได้อะไรกับชาวบ้าน ยางได้ไม่ขึ้นเหมือนอย่างที่เขาคิด หรือที่นักการเมืองที่เรารณรงค์หาเสียง ขนาดเล็ก ก็ยังเจอปัญหามากมาย การแก้รัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องของนักการเมือง แต่ไม่ได้เรื่องชาวบ้าน นี่คือความขัดแย้งทางสังคม ในขณะที่คนชั้นกลาง กลุ่มคนรุ่นใหม่ ๆ ก็จะคิดไปอีกแบบหนึ่ง การแก้ไขทางการเมืองมันสอดรับกับบริบทเหล่านี้ เหลื่อมล้ำที่พูดกันเยอะ ความเหลื่อมล้ำทางสังคมที่พูดกันบ่อย ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจที่ย้ำแล้วย้ำอีก แต่ว่าพูดถึงรัฐธรรมนูญ เราก็จะไม่เห็นแก้ เวทีการปราศัย ว่าจะมีหลักประกันกันอย่างไร ว่าจะมีการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม และความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ โครงสร้างประชากรเปลี่ยนไป การตื่นสิทธิ์ของประชาชน สิ่งเหล่านี้ครับท่านประธานครับ เป็นเงื่อนไขที่มีความจำเป็นที่จะต้องปรับ จะต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงเป็นเรื่องปกติครับ ผมเป็นอาจารย์ที่สอนทางด้านรัฐศาสตร์มาตลอด เราก็เชื่อว่ารัฐธรรมนูญนี่เขียนได้ แก้ได้ เป็นเรื่องปกติ เพราะฉะนั้น นำไปสู่ประการที่ 3 ครับ ท่านประธานครับ ประการที่ 3 ก็คือว่า กระบวนการแก้รัฐธรรมนูญคราวนี้ การมี สสร. เพราะสังคมไทยนะครับ เมื่อเวลาพูดถึงรัฐธรรมนูญ การกำหนดรัฐธรรมนูญโดย สสร. รู้สึกว่าจะเป็นเรื่องลงตัว เป็นเรื่องลงหลักปักฐานแล้ว แต่ท่านประธานที่เคารพครับ หรือร่างของรัฐบาลเรานี่ พยายามจะบอกว่า สสร. นี่มาจากการเลือกตั้งโดยตรง สังคมไทยเรานะครับ ระบบการปกครองที่มีประชาธิปไตย เราเสพติดแล้วโดยการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน อันนั้นเป็นตัวบ่งชี้หนึ่งนะครับ ในหลาย ๆ บ่งชี้ เรื่องความเป็นประชาธิปไตย ก็จะเป็นกลไกสำคัญที่พี่น้องลงหลักปักฐานเชื่อ แต่อย่างไรก็แล้วแต่ครับท่านประธานครับ การสรรหาโดยอ้อม ก็อาจจะเป็นอีกกระบวนการหนึ่ง การที่ทำให้ สสร. ที่มีความลงตัว หรือเพิ่มประสิทธิภาพ หรือเพิ่มคุณภาพในการปรับ หรือคณะร่างรัฐธรรมนูญ สสร. ผ่อนคลาย นำไปสู่ของการลดความตึงเครียด นำไปสู่ของการสร้างความหวังนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจบลงที่ว่าการแก้รัฐธรรมนูญจะนำไปสู่การแก้ปัญหารัฐธรรมนูญนั้นเรียกร้องนะครับ เรียกร้องกันเลยนะครับ ว่าอันที่ 1 เลย เรียกร้องสมาชิกรัฐสภาเรา ถ้าเราคิดว่ารัฐธรรมนูญนี่มันเป็นหลักประกัน หรือว่ารัฐธรรมนูญนี่เป็นส่วนหนึ่งของพัฒนาการทางการเมือง ซึ่งแก้ได้ ร่างได้ เปลี่ยนแปลงได้ และก็สามารถลดการตึงเครียดทางสังคมลงได้ ผมคิดว่าลองใคร่ครวญ ลองไตร่ตรองนะครับ ดูว่าถ้าเราตั้งกรรมาธิการ แล้วนำไปสู่กระบวนการที่ตามมาชั้นกรรมาธิการ และที่เกี่ยวข้อง สสร. ต่อไปนี่ ความขัดแย้ง เราเปิดใจที่สภาแห่งนี้ เพื่อลองมาตั้งกรรมาธิการ และให้กรรมาธิการเหล่านั้นทำเป็น Step ต่อไป แล้วก็ใช้กรรมาธิการเหล่านี้เป็นกลไกสำคัญ เพื่อนำไปสู่ลดปัญหาของสังคมที่ว่า อันที่ 2 นะครับ พลเมืองหรือภาคประชาสังคม สำคัญมากในกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญที่จะเกิดขึ้น ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง และผมเชียร์ และสนับสนุน แล้วก็อภิปรายในสภาแห่งนี้บ่อยว่าประชาสังคม ภาคพลเมือง หรือภาคที่ไม่ใช่ภาคตัวแทน ต้องใช้สภาเหล่านี้ให้เป็นประโยชน์ ต้องใช้สภาให้เป็นพื้นที่สาธารณะในการแสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยน เสนอแนะ ต่อรอง ตัวรัฐธรรมนูญจึงเป็นผลพวงของการต่อรอง เพราะการต่อรองฝักฝ่ายต่าง ๆ ที่ตัวเองคิดว่าเป็นประโยชน์ต่อสังคมสิ่งเหล่านี้ ภาคประชาสังคม ภาคพลเมืองต้องเดินมาที่สภา ใช้สภา ไม่ใช่กดดันหรือสมาชิกสภาที่นำไปสู่ความเสียหาย หรือไปด่าสาดเสียเทเสีย ให้เป็นพื้นที่สาธารณะ ผมคิดว่าตรงนี้เป็นเรื่องใหญ่ ประการต่อมานะครับ ของภาคประชาสังคม ภาคพลเมือง ก็คือต้องใช้โอกาสในการที่เราร่างรัฐธรรมนูญนี่ เรียนรู้กระบวนการทางการเมือง หรือยืนยันทางการเมืองว่า เราเป็นการปกครองในระบอบประชาธิปไตย โดยมีพระมหากษัติย์เป็นประมุขเราจะเปลี่ยนไปจากนี้ไม่ได้ เราจะเปลี่ยนแปลงประเทศไทย จากราชอาณาจักรเป็นรูปแบบอื่นไม่ได้ เราจะคงไว้ซึ่งหลักการสำคัญใน 2 หมวดที่ว่านี่ ของรัฐธรรมนูญ ตรงนี้ในช่วงเวลาของการรณรงค์ ในช่วงของการประชามัตติ กับรัฐธรรมนูญที่จะเกิดขึ้นในอีกวัน 100 วัน 200 วันข้างหน้า เราจะได้เรียนรู้เหล่านี้ เราจะได้ทบทวนเหล่านี้ กระบวนการทำรัฐธรรมนูญ กระบวนการจัดการทุกอย่าง จึงเป็นกระบวนการเรียนรู้ทางการเมือง ไม่เช่นนั้นเราจะไม่ต้องลงทุนกันหลายหมื่นล้าน เพราะฉะนั้น กระบวรการเหล่านี้จะต้องเป็นการตอกย้ำ สร้างการเรียนรู้นะครับ ที่สำคัญก็คือว่า สร้างภาพลักษณ์ หรือสร้างการเรียนรู้ของคนรุ่นใหม่ จะทำให้รัฐธรรมนูญนี่เป็นหนึ่งในกระบวนการของการพัฒนาทางการเมือง แล้วก็ใช้รัฐธรรมนูญนี่เป็นเหตุในการไตร่ตรอง ในการเรียนรู้ ได้ร่วมกัน เพื่อลดปัญหา ลดความขัดแย้งทางสังคม และก็นำไปสู่กติกาบนพื้นฐานที่เคารพหลักองค์กรดั้งเดิมที่มีคุณูปการณ์ที่เป็นสิ่งที่เราจะต้องร่วมกันในการสร้างสังคมไทยที่มีความก้าวหน้าในอนาคตครับ ขอบคุณท่านประธานครับ (ประธาน) ครับ ขอบคุณครับ ต่อไปจากวุฒิสภา ท่านพลอากาศตรี เฉลิมชัย เครืองาม จากนั้นจะไปท่านอมรัตน์ โชคประมิตรกุลนะครับ พรรคก้าวไกล ครับ เชิญ พลอากาศตรี เฉลิมชัย ครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) พลอากาศตรี นายแพทย์ เฉลิมชัย เครืองามครับ ท่านประธานครับ วาระนี้เป็นวาระที่มีความสำคัญ และเชื่อว่าตอนนี้สื่อทุกช่อง โทรทัศน์ถ่ายทอด พี่น้องประชาชนรับชมอยู่ทางบ้าน วาระของการพิจารณาแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญนั้น เป็นบรรยสที่ทุกคนจดจ่อรอคอย และผมเองก็จดจ่อรอคอย บรรยากาศเช่นนี้ผมผ่านมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง ต้องกราบเรียนว่า ทุกครั้งที่มีวาระที่มีการพิจารณาในเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น เป็นวาระที่เป็นประเด็นร้อนทุกครั้ง บรรยากาศของการประชุมร่วมรัดในสภามีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมผ่านมาทั้งการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา และการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยวิธีการตั้ง สสร. เพื่อตั้งร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ทั้ง 2 วิธีการล้วนมีปัญหา ล้วนมีความชอบและไม่ชอบจากพี่น้องประชาชนทุกด้านแทบทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นวาระนี้จึงเป็นวาระที่ผมขออนุญาตในการอภิปราย และเท้าความให้ท่านประธานและเพื่อน ๆ ร่วมรัฐสภาแห่งนี้ รวมทั้งพี่น้องที่รับชมอยู่ทางบ้านได้รับชมประวัติศาสตร์ส่วนหนึ่งที่บันเอาไว้ในรัฐสภาว่าเหตุการณ์ต่าง ๆ นั้นได้เกิดขึ้น และกงล้อของประวัติศาสตร์นั้นจะซ้ำรอยหรือไม่ ผมจะไม่เป็นผู้วินิจฉัย และผู้วินิจฉัยมีอยู่แล้ว และผู้ที่จะดำเนินการต่อไปนั้น ผมก็เชื่อว่าก็คงมี ที่อยู่ในมือของผมนั้น คือ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ณ วันที่ 13 กรกฎาคม 2555 ในพระปรมาภิไทรัฐธรรมนูญ ผมจะไม่ลงในรายละเอียด แต่จะสรุปเพียงคร่าว ๆ สั้น ๆ เป็นประเด็นที่มีความสำคัญเท่านั้นเอง เอกสารทั้งหมดนั้น 26 หน้า ลงในราชกิจนุเบษา 2555 เรื่องที่เกิดขึ้นนั้นคล้ายกับเรื่องที่เราพิจารณาในวันนี้นะครับ ณ วันนั้น เวลานั้น มีความพยายามที่จะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในมาตรา 291 เพื่อให้มีการตั้ง สสร. และจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับ ผมเน้นคำว่าทั้งฉบับ มิใช่เป็นการแก้ไขรายมาตรา ขั้นตอนต่าง ๆ ก็ดำเนินการไป ในที่สุดความขัดแย้งเกิดขั้นทั้งในสภา และนอกสภา ฝ่ายต่อต้านมีทั้ง 2 ฝ่าย มีทั้งฝ่ายในสภา และนอกสภา ฝ่ายเห็นด้วย ฝ่ายไม่เห็นด้วย วิธีการต่าง ๆ นั้น มีการจัดตั้งมวลชน หรือที่เรียกว่า "ม็อบ" นั่นล่ะครับ เกิดขึ้น ทั้ง 2 ฝ่าย เกิดขึ้นอย่างแน่นอน เหตุการณ์ในสภาในที่สุดความขัดแย้งนั้น ได้มีการพิจารณาและส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาในประเด็นที่มีความสำคัญ ว ซึ่งมีสมาชิกได้อภิปรายไปแล้ว ผมสรุปสั้น ๆ นิดเดียวครับ ว่าคำร้องที่มีการแก้ไข เพื่อให้มีการจัดตั้ง สสร. ทั้งฉบับนั้นมี 4 ฉบับ ในเวลานั้น ณ ขณะนั้นคือ 2555 เมื่อส่งสารรัฐธรรมนูญรับคำร้องจากผู้ร้อง รวมทั้งหมด 5 กลุ่มครับ 5 ราย การพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญดำเนินการไป การพิจารณาในสภาก็ดำเนินการไป ผ่านวาระที่ 1 ผ่านวาระที่ 2 วาระที่ 2 ลงมติเพื่อที่จะให้มีการจัดตั้ง สสร. เป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 ขั้นตอนเกือบจะดำเนินสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ คือในวาระที่ 3 ของการพิจารณาของรัฐสภาในตอนนั้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก็คือศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัย เป็นคำวินิจฉัยนะครับ ไม่ได้เป็นคำสั่ง เพราะนั่นมีการตีความว่า ผมถ่ายสำเนาไว้เป็นฉบับเต็มเลย ถ้าท่านประธานไม่มีผมมอบให้ในภายหลังได้ครับ หน้าเกือบสุดท้าย สั้น ๆ ง่าย ๆ การพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญนั้น มีทั้งหมด 4 ประเด็น ประเด็นที่ 1 เป็นการพิจารณาว่า ศาลจะรับคำร้องไว้ได้ไหม ศาลได้รับคำร้องไว้ได้ไหม รับคำร้องแล้วนี่ การดำเนินการนี่เพื่อให้มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับน่ะ ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ หรือชอบด้วยกฎหมายไหม ประเด็นที่ 3 ประเด็นที่ 4 ผมไม่พูดถึง และก็ประเด็นที่ 2 มีความสำคัญเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ศาสที่วินิจฉัยและเขียนเอาไว้เป็นหลักฐาน มีสมาชิกบางท่านได้กล่าวไว้แล้ว ผมสรุปสั้น ๆ เป็นประเด็นดังนี้ครับว่า องค์กรสูงสุดทางการเมืองนั้น เป็นอำนาจของประชาชน อันเป็นอำนาจที่ให้กำเนิดรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าอำนาจในการสถาปนารัฐธรรมนูญนั้น เป็นอำนาจของประชาชน โดยถือว่ามีอำนาจเหนือรัฐธรรมนูญ ศาลวินิจ นั้นเป็นอำนาจเหนือรัฐธรรมนูญ และอำนาจรัฐธรรมนูญนั้นเป็นผู้ก่อตั้งกฎหมายและองค์กรทั้งหลายในทางการเมือง ศาลก็ชี้ต่อไปว่า เหตุฉะไหน องค์การต่าง ๆ ที่ถูกจัดตั้งขึ้นโดยรัฐธรรมนูญ ซึ่งย่อมอยู่ภายใต้การบังคับของรัฐธรรมนูญ เหตุไฉนท่านย้อนศรเพื่อที่จะไปร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ และในพารากราฟเกือบสุดท้าย เนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนี้ได้มาโดยการลงประชามติของประชาชน ก็ควรขีดเส้นใต้คำว่าควร 100 เส้นครับ ให้ประชาชนผู้มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญได้ลงประชามติเสียก่อน ว่าสมควรจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไปไม่ ศาลชี้ว่าให้ประชาชนเป็นผู้วินิจฉัย เป็นผู้พิจารณาก่อนว่าจะให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ กลับมาที่รัฐธรรมนูญ ฉบับแก้ไขที่เรากำลังพิจารณาแก้ไขอยู่เวลานี้ ที่อยู่ในมือของกระผมอีกฉบับหนึ่งนั้น กล้องกรุณาต้องช่วยกรุณาโฟกัส นี้คือบัตรออกเสียงประชามติ ผมเพิ่งได้มาเมื่อเช้า โชคดีที่ได้มา ถ้าทุกท่านจำได้ เมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2555 และประชาชนพี่น้องที่อยู่ทางบ้าน ล้วนเข้าคูหากันเพื่อประกอบกิจกรรมทางการเมืองอย่างหนึ่ง นั่นคือการออกเสียงประชามติ บัตรออกเสียงประชามติ แบ่งเป็น 2 ท่อน ท่อนบนกับท่อนล่าง ท่อนบนเป็นบัตรออกเสียงประชามติประเด็นที่ 1 .... รัฐธรรมนูญร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ประเด็นที่ 1 ถ้าเห็นชอบ ประเด็นที่ 2 ถ้าไม่เห็นชอบ ท่อนล่างของบัตรประชามติฉบับนี้ เป็นประเด็นเพิ่มเติม ท่านเห็นชอบหรือไม่ว่า เพื่อให้การปฎิรูปประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติ ว่าในระหว่าง 5 ปีแรกนับแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้ เป็นที่เห็นชอบของรัฐสภาเป็นผู้พิจารณาเห็นชอบบุคคลได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี โดยประชาชนทั่วประเทศ 50 ประมาณ 50 ล้านเสียงผลประชามติ เห็นชอบกับประเด็นที่ 1 10.6 ล้านเสียง เห็นชอบกับประเด็นคำถามที่ 2 คำถามพ่วง 15.1 ล้านเสียง ไม่เห็นชอบ เพราะฉะนั้นนี่คือคำตอบว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2560 นั้น มีที่มาจากอะไร ผมยืนยันครับ ว่ามีที่มาจากประชาชน ใครจะร่างก็ไม่ทราบ แต่ประเด็นก็คือ ร่างรัฐธรรมนูญได้ผ่านการลงประชามติ มาอย่างเรียบร้อยสมบูรณ์ องค์ประกอบของผู้ร่วมลงคะแนนนั้น ก็มีความสมบูรณ์เรียบร้อย ผ่านการลงประชามติไปแล้ว ดังนั้น ประเด็นว่า รัฐธรรมนูญฉบับ 2560 นั้นมีที่มาอย่างไรนั้น ผมจบไว้เพียงเท่านี้ และยืนยันว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ มีที่มาจากประชาชน ส่วนข้อดีหรือข้อบกพร่องต่าง ๆ นั้นผมไม่ปฏิเสธ และผมก็ยอมรับ ผมคงไม่หัวชนฝาว่าฉบับดีเลิศประเสริจศรี ใด ๆ เลยนั่นคือผมกำลังสวนกระแส ซึ่งผมไม่ใช่คนประเภท เพราะฉะนั้น ร่างรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญฉบับ 2560 นั้นสามารถที่จะแก้ไขได้ คราวนี้นำมาสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ อย่างที่ผมกราบเรียนแล้วว่า หลักสำคัญในการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ได้มีการกล่าวแล้วว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ควรมีการแก้ไข และแก้ไขอย่างไรครับ แก้ไขก็คือ ให้แก้ไขได้ง่ายขึ้น นั่นคือตัดอำนาจของ สว. ธรรมนูญฉบับนี้ ได้มีการกล่าวแล้วว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ควรมีการแก้ไข และแก้ไขอย่างไรครับ แก้ไขก็คือ ให้แก้ไขได้ง่ายขึ้น นั่นคือตัดอำนาจของ สว.