--- title: ทดสอบถอดความ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๒ 24/9/2563 subtitle: date: วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน 2563 เวลา 10.45 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) โดยมีการกำหนดให้ ต้องมาจากการเลือกตั้ง ต้องมาจากการเลือกตั้งและโดยเฉพาะอย่างยิ่งวิธีอื่นใดก็ได้ นั่นหมายความว่าหลักการประชาธิปไตยของฐานถิ่นผิดไปครับ หรือสมาชิกสภาท้องถิ่นต้องมาจากการเลือกตั้ง ในส่วนที่ผมพูดมาทั้งหมดนี้เพื่อจะสะท้อนว่ารัฐธรรมนูญปี 2563 แต่ในขณะเดียวกันเพื่อให้ชาติบ้านเมืองได้เดินหน้าต่อไปได้บนความคิดที่แตกแยก ผมอยากจะวิงวอนให้สมาชิกรัฐสภาครับ ทุกท่านได้โปรดร่วมมือกันในการที่จะช่วยกันขับเคลื่อนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะเกิดเข้าใหม่ เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน เพื่อประชาชน คนเราทุกคนเกิดมาไม่ว่าใครครับ ก็ตาย แต่สิ่งหนึ่งที่เราอยากจะฝากไว้ ก็คือเราอยากจะเห็นการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้อิงกับไทยท ที่ไม่ได้กับบนความงดงามและนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ กราบขอบพระคุณครับ (ประธาน) ครับ ต่อไปเป็นท่านพลตำรวจสานิด ... เรียนเชิญนะครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) เรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผมพลตํารวจโท ศานิตย์ มหถาวร สมาชิกวุฒิสภา ขอเน้นนะครับ ว่าเป็นสมาชิกวุฒิสภา ในนามสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ ท่านประธานครับ ญัตติทั้ง 6 ญัตติที่ทั้งสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้นำเสนอต่อสภาแห่งนี้ผมพยายามได้ศึกษา เมื่อวานนี้ก็ 13 ชั่วโมง 7 นาที 27 วินาที 7 นาที 27 วินาที ก็พยายามเฝ้าดู ว่า รัฐธรรมนูญที่ท่านเสนอแก้มานี่ แก้เพื่อใคร ใครจะได้ประโยชน์ พี่น้องประชาชนจะได้ประโยชน์หรือไม่ หรือคนที่สนใจการบ้านการเมืองได้ติดตามรับชม ด้วยเหตุและผลนะครับ อย่าเอาชนะคัดค้านกันด้วยความรู้สึก ถ้าดีแก้เลยครับ จะรื้อใหม่ จะล้างใหม่ก็ไม่เป แต่ถ้าทำแล้วมันไม่มีประโยชน์ ท่านประธานครับ ผมพยายามศึกษาครับผม ผมมีเวลาน้อยครับ ศึกษารัฐธรรมนูญตั้งแต่ฉบับแรก 2475 รวมทั้งเปรียบเทียบ 40 50 60 นี่ล่ะครับที่ท่านทั้งหลายว่า 60 นี้ นั้นดีเหลือเกิน ก็ต้องดี ยอมรับว่าดี ต้องยกประโยชน์ให้กับอดีตท่านนายกรัฐมนตรี ท่านบัญหาร มาถึง 50 ทำไมต้องมี 50 เพราะดีเกินไปหรือเปล่า การเขียนรัฐธรรมนูญนี่ครับ มันเขียนได้ค่อนข้างมากมายท่านรู้ไหมว่า มีทั้งหมดกี่มาตรา 318 ครับ 50 ลดเหลือ 308 60 มา 279 ทำไมถึงแก้กันล่ะครับ สถานการณ์มันเปลี่ยน ปี 75 ท่านรู้ไหมว่าสมัยละกี่เดือน 3 เดือนเองครับ เดี๋ยวนี้เปลี่ยนมาเป็น 4 เดือดแล้ว รวมทั้งจำนวนรัฐมนตรี จำนวน ส.ส. เปลี่ยนไปหมดครับ ณ เวลานี้ที่ผมค่อนข้างจะอึดอัดใจ บางครั้งก็ปรึกษากับคนใกล้ชิดหรือผู้รู้ทั้งหลายว่าทำอย่างไรถึงจะให้รัฐธรรมนูญบ้านเรานี่สามารถดำรงอยู่ได้ และก่อให้เกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง ซึ่งผมจะพูดในโอกาศต่อไป ถ้ามีเวลานะครับ แต่นี้ผมมาเน้นครับ ผมมีเวลาจำกัด ผมก็เลยขอมาดูว่า เมื่อกี้ท่านพูด 192 น่ะ ที่จริงนะครับ การนับคะแนน ไม่มีปัญหาหรอกครับ มันไปมีปัญหาที่พอเราไม่รับรัฐธรรมนูญ ท่านไปดูให้ดีนะครับ ท่านไปแก้รัฐธรรมนูญ ท่านไปแก้กฎหมายลูกนั่นล่ะ จะนับอย่างไร จะประกาศอย่างไร อันนั้นชัดเจน แต่สิ่งหนึ่งนี่ที่ผมสบายใจดีใจ ทั้งท่านผู้นำฝ่ายค้าน ท่านผู้มีเกียรติทั้งหลายว่าจะไม่แตะหมวด 1 หมวด 2 ผมดีใจครับ แต่ฟังไปฟังมา 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา 5 นาทีนี่ มีใครหลายคน บอกหมวด 1 หมวด 2 แตะไม่ได้หรอ ผมก็ถามท่านจะไปแตะทำไม ที่จริงไม่ใช่แค่เฉพาะหมวด 1 หมวด 2 นะ หมวด 1 เป็นเรื่องของการ... ราชอาณาจักรไทยจะแบ่งแยกไม่ได้ เป็นหนึ่งเดียว ก็ไม่มีคนไปสัมมนาที่ภาคใต้แล้ว จะแบ่งแยกหรือไม่ผมไม่ทราบแต่หมวด 2 เป็นเรื่องขององค์พระ กษัตริย์ อันที่จริงมันมีหลายหมวดครับ อำนาจหลายแฝงอยู่ในมาตราต่าง ๆ หลายมาตราจริง ๆ เรื่ององค์พระมหากษัตริย์ผมข้อพูดสักนิดนะครับ ท่านประธานขอสไลด์แผ่นที่ 1 ครับ นั่นไงครับ หลาย ๆ คน คงจะทราบดี พระหลวงรัชกาลที่ 9 ครับ ท่านตรัส ท่านมีพระดำรัสท่านตรัชว่ามีประราชดำรัชอย่างไรเพราะว่าความทุกข์ยากของประชาชน ไม่เคยรอใคร ขอพูดซ้ำ ๆ อีกร้อยล้านครั้งก็ได้ ไม่เคยรอใคร แล้วบูรพระมหากษัติย์ ก่อนหน้าสุโขทัย ประดิษฐ์หนังสือไทยมาถึงอยุผมไปถามเด็กบางคนรู้จักองค์ดำไหม เด็กบางท่านนะครับ ไม่ค่อยเข้าใจ ครุโนประกร ครุโนประการในอดีตนี่ บางเด็กบางท่านก็ไม่ทราบ ก็ฝากกระทรวงศึกษาฯ ไว้ด้วยแล้วกันนะครับ มาถึงกรุงธนบุรี กรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 5 เป็นตัวอย่างที่ดีหรือไม่ สาธารนุประโภคทางรถไฟหรือที่สำคัญ คือ การเลิกทาสครับ อันนี้คือสิ่งหนึ่งที่เราเคยพูดกัน ส่วนพ่อหลวงรัชการที่ 9 มหาศาลครับ คุโนประการท่านมากมาย มหาศาลพอมาถึงรัชกาล ล้นเกล้ารัชกาลที่ 10 ปฐมบรมราชโองการ ท่านได้มีพระบรมราชองค์การว่า เราจะสืบสาน รักษาและต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชสุขแห่งราษฎรตลอดไป ผมก็ฝากไว้แค่นี้ครับ สถาบันพระมหากษัตริย์ต้องอยู่เหนือเกล้า เหนือกระหม่อม พวกผมได้ท่องปฏิญาณตนมาตลอด ก็ฝากไปจนถึงลูก ๆ หลาน ๆ นะครับดำรงไว้เป็นศูนย์กลางยึดเหนี่ยว นี่ผมฟังมากอีกนิดเดียวนะ บางประเทศไม่มีแล้วอยากมีครับ บางประเทศ อันนี้ฟังมานะครับ เท็จจริงประการใด ผมก็ไทเราต้องรักษาไว้ ผมพูดแค่นี้ครับ มีเวลา พอพูดไปเวลาก็จะหมดแล้วครับ มา 256 ครับ ท่านประธานครับ 256 นี่ บางท่านบอกว่าไม่ได้เขียนเช็คเปล่า ไม่ได้ตีเช็คเปล่า แต่ผมกลับมองว่า ท่านบอกท่านลงรายละเอียดบ้าง มันก็ไม่ต่างกับ ไม่เช็ค ไม่ลงวันที่นะครับ หมดเวลาแล้วนะ ขออนุญาตนิดเดียวครับท่านประธานครับ ไม่ลงวันที่ ท่านจะขอแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ส่วนตัวผมไม่มีธงครับ ผมอยากจะฟังเหตุผลที่กราบเรียนว่า มีเหตุผลอะไร ทำไปทำมา ท่านจะเป็นกาย ... กลายเป็นว่าเปิดการประชุมนี่ เป็นการไม่ไว้วางใจสมาชิกวุฒิสภา และก็ไม่ไว้วางใจทางนายกรัฐมนตรี มันคนละเรื่องหรือเปล่า ท่านเคยจำได้มีคนคิดว่า แล้วอย่างนี้จะเขียนรัฐธรรมนูญว่าไม่ให้คนชื่อประยุทธ์ จันทร์โอชาเป็นนายกรัฐมนตรีอย่างที่ท่านเคยพูดเทียบเคียงไว้ในอดีต เพราะฉะนั้นนี่ ผมยืนยันนะครับ ว่าเราต้องให้เกียรติกับผู้นำของเรา แล้วก็ต้องร่วมใจ สิ่งดี ๆ เยอะแยะ ผมไม่พูดนะครับ เดี่ยวจะหาว่าผมไม่เอาอกเอาใจ แต่ท่านจะมองในสิ่งที่อาจจะเป็นส่วนตัวของท่าน ท่านประธานเคยได้ยินไหมครับ ในที่ประชุมแห่งนี้ก็คงเคยได้ยินนะครับ มุมมองของแต่ละคนนี่ มันแตกต่าง อย่างที่มีคำพูด ...ตามช่อง คนหนึ่งมองเห็นโคลนตม อีกคนแหลมคมมองเห็นดวงดาวที่แพรวพราว และผมไม่ปฏิเสธว่าท่านจะเห็นอย่างไร สุดท้ายแล้ว ผมอยากเห็น ให้ท่านพูดง่าย ๆ ว่าพิจารณากันด้วยเหตุด้วยผล ผมต่ออีกสิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะกราบเรียน และพยายามจะย่อความคิดเห็นของพี่น้องเพื่อนสมาชิก มันมีอยู่ 2 ประเด็น ประเด็นแรกคือ เรื่องของข้อกฎหมาย ในการแก้รัฐธรรมนูญแห่งนี้ เราจำเป็นต้องแก้ มันจะสอดคล้องกับข้อกฎหมายหรือไม่ ในส่วนของคำวินิจฉัยของรัฐธรรมนูญมีอยู่หลายอันอัน เพื่อนสมาชิกได้พูดไปก่อนหน้านี้นะครับ เมื่อปี 55 ปี 59 ก็มีครับท่านประธานครับ แม้แต่ปรารภก็ไม่ให้แก้เลย ให้อย่างได้ไหมครับ 27 256 นี่นะครับ วิธีแก้นี่ มันมีมากมาย แก้ยาก ก็คือ มาตรา 155 นะครับ ส่วนแก้ที่สามารถจะดำเนินการได้ ก็คือแก้ง่ายนะครับ ท่านไม่ต้องเอามาตรา 256 (8) วงเล็บ 8 นะครับ ส่วนอื่นก็สามารถดำเนินการได้ ผมฝากไว้แค่นี้นะครับ จริง ๆ แล้วผมมีเรื่องพูดอีกมากมาย แต่เมื่อมีความพูดง่าย ๆ มีเวลาเพียงแค่นี้ ฝากนิดเดียวครับ ขอสไลด์แผ่นสไลด์ที่ 2 ครับ นิดเดียวครับ นิดเดียวจริง ๆ อันนี้ครับ ฝากท่านดูแล้วกันครับ ท่านประธานที่ผมเคารพ ท่านพูดไว้อย่างนี้ แก้มาอย่างไรก็ตาม ถ้าแก้ตรงนี้ไม่ได้ครับ ธุรกิจการเมืองเกิดขึ้นอย่างแน่นอน และสุดท้ายครับ ขอสไลด์ที่ 3 ครับ จบจริง ๆ ครับ ท่านหม่อมราชวงค์ ได้พูดไว้ประมาณนี้ครับ ก็ฝากพวกทุกท่านด้วยความเราคพ และผมก็ให้เกียติทุกคน จะรับรองหรือไม่ ลงมติหรือไม่ ผมอยากฟังท่านต่อแค่นั้นครับ ขอบคุณท่านประธานมากครับ ขอบคุณครับ (ประธาน) ครับ ต่อไปจะเป็นท่างชวลิต เชาวลิต และตามด้วยท่านผมขอเรียนท่านนะครับ ว่าบางฝ่ายยื่นบัญชีเข้ามาน้อยนะครับ แล้วผมอยากจะเรียนว่าที่ผ่านไป 10 กว่าคนนี่นะครับ ใช้เวลาเกินทั้งนั้นนะครับ ดังนั้น ถ้าท่านยืนบัญชีระดับหลังนี่ เวลาท่านอาจจะหมดก็ได้นะครับ ตอนนี้ก็ได้เวลาขอแสดงความ ... ด้วยนะครับ เชิญท่านเชาวลิต ฤทธิสุทธิ์ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผมนายเชวลิต วิทยสุทธิ์ ผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ในฐานนะ สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ กฎหมายรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศ ประเทศจะได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชน และชาวโลกหรือไม่ อยู่ที่โครงสร้างทางการเมือง การปกครอง สิทธิเสรีภาพของประชาชน ปรากฏในรัฐธรรมนูญ กฎหมายรัฐธรรมนูญที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนี้ ปี 60 ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนี่ มีปัญหาต่อการสร้างความเชื่อมันของประเทศหรือไม่ กระผมเห็นว่ามีปัญหาแน่ จึงมีสัญญาณให้สังคมได้เห็นมาเป็นระยะ ๆ ดังนี้ ประการแรก ในการแถลงนโยบายของรัฐบาล เมื่อ 25 กรกฎาคม 2542 เมื่อเช้าผมไปค้นคำแถลงนโยบายบายของท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นโยบายเร่งด่วนข้อ 12 เขียนไว้ชัดเจน แล้วท่านก็อ่านในสภาแห่งนี้ ถึงนโยบายที่จะแก้ไขปัญหาด้วยการศึกษาในประการที่ 2 เงื่อนไขการเข้าร่วมรัฐบาลของบางพรรค ถ้าไม่การ ไม่มีนโบายแก้รัฐธรรมนูญ ก็ประกาศไว้ก่อนเลยว่าไม่รวม ก็แสดงว่ารัฐธรรมนูญนี่มีปัญหา ประการที่ 3 ผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาการแก้รัฐธรรมนูญ ที่มีที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เป็นกรรมการวิสามัญออกมาชัดเจนครับท่านประธาน ทุกพรรคการเมืองที่เข้าไปร่วม เป็นกรรมาธิการ มีความเห็นสอดคล้องกันที่จะแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญหลักแก้ 256 มี ส.ส.ร. ไม่แตะหมวด 1 หมวด 2 และก็ยังมีอีกมากมายที่พรรคเพื่อไทย และพรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้ยื่นในภายหลังอีก 4 ญัตติ ล้วนดำเนินการตามผลการศึกษาของคณะกรรมมาธิการ การ ที่สภาผู้แทนราชฎรได้ดำเนินการไป นั่นในส่วนที่เป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ที่สาธารณะเห็นทั่วไป แต่สิ่งที่กระผมได้เคยเห็นเป็นการส่วนตน ทำงานกรรมมาธิการวิสามัญเรื่องการปรองดองตั้งแต่อดีตอยู่ที่รัฐสภายังตั้งอยู่ที่ถนนอู่ทองใน ประธานเจโทล หรือประธานหอการค้าญี่ปุ่นพูดไว้ชัดเจนนะครับ เรื่องการเมืองไทยไม่มีเสถียรภาพ ไม่มีเสถียรภาพ เขาย้ายฐานหนีแน่นอนครับ และเราก็เห็นอยู่ ณ ปัจจุบันว่ามิตรประเทศของเรา ค่อย ๆ ทยอยย้ายฐานหนีเพาะประเทศของเราไม่มีเสถียรภาพ เป็นไปได้อย่างไร ที่ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ เรามีพรรคการเมืองถึงเกือบ 20 พรรค ในการที่จะเป็นพรรคร่วมรัฐบาล นี่คือสิ่งที่ชี้ให้เห็นว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้จำเป็นที่จะต้องมีการแก้ไขอย่างไรหรือไม่ ผมจะไม่พูดให้เป็นที่สะเทือนใจของผู้เกี่ยวข้อง เพราะนั่นเป็นปลายเหตุอาจจะอ้างได้ว่ามาในระยะเวลาเปลี่ยนผ่านเพื่อมาแก้ไขปัญหาของชาติบ้านเมืองในเฉพาะหน้าในขณะนั้น แต่ขณะนี้เวลาผ่านมา 6 ปี ถ้าเรายังดำรงสิ่งที่เป็นเงื่อนไขที่จะสร้างความไม่เชื่อมั่นให้ประเทศ เราจะปล่อยแบบนั้นหรือ สิ่งที่เห็น ยกตัวอย่างอีกอันเมื่อเช้าดูทีวี เกาหลีประเทศเพื่อนบ้านของเราในเอเซีย แต่ก่อนรุ่นปู่เรา ประเทศไทยเคยไปช่วยเขารบ แต่ปัจจุบันเราต้องไปซื้อเครื่องบินฝึกรบจากเกาหลี เมื่อเช้าดูทีวีโฆษณาขายมือถือยี่ห้อหนึ่ง หลายหมื่นบาท นี่แค่มือถือนะครับ เกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทยในสิ่งที่ผ่านมา เราไม่อยากตอกย้ำตรงนั้น แต่ขอให้รำลึกถึงความจริงว่าบ้านเมืองเราจะไปไม่รอด ถ้าโครงสร้างทางการเมืองการปกครองของเรา ยังไม่ได้รับความเชื่อมั่นจากทั้งในประเทศและชาวโลก สิ่งที่เห็นประจักษ์อีกอย่างหนึ่ง ก็คือความยากจนของพี่น้องประชาชน ในฐานะ ส.ส. เห็นชัดเจนครับ พี่น้องประชาชนเรายากจน พี่น้องเรา สส. สว. มีเงินเดือนกิน ไม่รู้หรอกครับว่าชาวไร่ชาวนาเขาลำบากกันอย่างไร ดังนั้น สิ่งที่จะทำให้ประเทศได้รับความเชื่อมั่นกลับคืนมา ก็คือการทำการเมืองของเรานี่ให้มีเสถียรภาพ ให้ได้รับความเชื่อมั่นในพี่น้องประชาชนและชาวโลก ที่จะเดินไปสู่แนวทางนั้นได้ ขณะนี้รัฐสภาของเรากำลังพิจารณาอนาคตของประเทศผมอยากจะให้เราได้ระวังในสื่งที่เป็นอยู่ที่ทำให้มองว่าเป็นฝักเป็นฝ่ายออกไปเสีย แล้วหันมาร่วมมือกันแก้ไขปัญหาชาติบ้านเมือง ผมมั่นใจว่าผู้นำประเทศไม่มีความสุขหรอกครับ ถ้าประชาชนยังเดือดร้อนรำเค็น ได้เห็นอยู่ท่านนั่งอยู่ในตำแหน่งไม่มีความสุข นี่คือสิ่งขอความร่วมมือจากทุกฝ่าย ในการที่จะร่วมมือการแก้ไขปัญหาในการลงมติในวันนี้ครับ ขอบคุณครับ (ประธาน) ครับ ถัดไปท่านนิกร จำนงค์ นะครับ น่าจะเป็นชุดที่ 6 นะครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผมในฐานะสมาชิกรัฐสภานะครับ ผมจะอภิปรายกการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยนะครับ ผมมีความเห็นว่า มีความเชื่อว่า การตัดสินใจออกเสียงลงคะแนนให้กับรัฐธรรมนูญแก้ไขหลายฉบับในครั้งนี้ ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤติของประเทศ จะมีความสำคัญเป็นอย่างมาก และก็จะติดตามตัวเราไป ในฐานะสมาชิกสภา ท่านประธานครับ ผมขอใช้เวลาใน สัก 3 - 4 ปี ในการแก้ไขการเมืองนะครับ จะขอพูดถึงความเห็น ที่ผมมองเห็นในประเทศขณะนี้ จะเกี่ยวเนื่องกับรัฐธรรมนูญเป็นอย่างมาก ได้เกิดปัญหา 3 ประสานรอระเบิดอยู่ สถานะการด้านแรกคือ การแก้ไขทางการเมืองนี่ มีความขัดแย้งทางความคิดทางการเมืองเป็นอย่างมาก มีการแบ่งขั้วทางการเมืองเป็นฝักเป็นฝ่าย ด้วยความเชื่อที่ต่างกัน ในทุกระดับครับ ไม่ว่าจะเป็นสภา 2 สภา ระหว่าง ฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาล ยังไม่เคยปรากฎมาก่อนนี่ก็คือสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ ท่านประธานที่เคารพครับ มีปัญหาทางเศรษฐกิจของประชาชนมากมายในสังคมไทย แต่ขณะนี้นี่เกิดปัญหาวิกฤตโควิด- 19 เศรษฐกิจอย่างรุนแรง ทำให้ประชาชนเกิดปัญหาการทำมาหากินนำครับ เพื่อการดำรงชีพอย่างหนัก ไม่มีวี่แววที่จะจะคลี่คลายไปทางใด ปัญหาที่ 3 เป็นปัญหาใหม่ ก็คือมีปัญหาความขัดแย้งทางชนชั้นทางสังคมครับท่านประธาน แต่ปัญหาใหม่ ก็คือว่า ระหว่างวัยนะครับ ที่เกิดจากกระแสโซเชียล ขณะนี้ประชาชนคนไทยเหมือนอยู่กันคนละโลก นี่กำลังรอวันเวลาที่จะระเบิด บังเอิญว่าได้เกิดวิกฤติใหม่ ก็คือวิกฤติรัฐธรรมนูญ ซึ่งเกิดขึ้นมาหลายครั้งแล้วในประวัติศาสตร์ของเรา จะเห็นว่านำมีการเรียกร้อง แก้ไขรัฐธรรมนูญ ยกร่างขึ้นมาหลายร่าง ถ้าไม่ได้ตามที่พึงประสงค์ ที่ควรเป็นนี่นะครับ ก็จะเกิดมีปัญหาทำให้เป็นเชื้อปะทุไปสู่ปัญหา 3 ก้อนแรก ที่ผมกล่าวถึงนะครับ ครั้งใหญ่ในความเห็นผม กลับ ถ้าหากแก้ไขได้บ้างก็จะเกิด คุโณปกรนะครับ จะหยุดความขัดแย้งที่รุนแรงและที่เกิดขึ้นนะครับ และเราสามารถแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ การเมืองและสังคมที่จ่ออยู่ตอนนี้ได้ครับ หน้าที่ความรับผิดชอบต่อรัฐธรรมนูญ วิกิฤ นี้แล้วในฐานะสมาชิกรัฐสภา กรณีนี้ไม่ว่าเราจะอ้างเหตุผลใดในการตัดสินใจ การตัดสินใจครั้งสำคัญนี้ ไม่ว่าจะเป็นคุณ หรือเป็นโทษต่อบ้านเมือง มันจะอยู่ในใจเราตลอดไป ไม่สามารถจะหลีกเลี่ยงในใจเราเอง ท่านประธานครับ ผมจะขอพูดเกี่ยวเนื่องกับวิกฤตของประเทศนะครับ จากประสบการณ์ของผมที่ฝังใจผมมา 27 ปีแล้ว แล้วคงดำรงอยู่ไปจนตาย นั่นคือวิกฤตการเมือง ปี 35 ในขณะนั้น เกิดกรณีที่นายกรัฐมนตรีที่ไม่ได้มากจากการเลือกตั้งและทำให้เกิดวิกฤตรัฐธรรมนูญในการเรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญจากนายกฯ คือ ส.ส. ท่านประธานครับ ผมเองได้เข้าไปร่วม เป็น ส.ส. อยู่ ตอนนั้นเป็นฝ่ายรัฐบาลครับ พรรคประชาธิปไตย ไปประชุมหลายครั้ง ผมไปเรียนท่านบรรหารนะครับ ในฐานะเราน่าจะร่วมกันแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะว่านายกฯ มาตามเสียงเรียกร้องก็น่าจะเป็นการดี ท่านบรรหารบอกว่า ทราบเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน แต่เราเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ตั้งนายกขึ้นมา ไล่เขาไปอย่างไร ผมเองยอมรับครับ ว่าท่านบรรหารนี่เป็นคนที่ยึดถือสัจจะกตัญญู ซึ่งพวกเราพรรคชาติไทยนี่ยึดถือจนปัจจุบัน ด้วยวิกฤตรัฐธรรมนูญในครั้งนี้นะครับ เกิดความรุนแรงขึ้น เกิดการปะทะระหว่าง ทหาร ตำรวจ ประชาชนขึ้น มีการเสียงชีวิต ที่มากมายที่กรุงเทพฯ ท่านประธานครับ กลับไปสงขลาไม่ได้ ประกอบกับผมเป็น ส.ส. ที่มีอยู่คนเดียวในภาคใต้ กลับไปก็คงจะไม่ปลอดภัย ท่านประธานครับ สมาชิกรัฐสภาในช่วงนั้น ได้คับข้องใจเป็นอย่างมาก จะทำอะไรได้เลยตั้งแต่ นั่งดูความรุนแรงที่มีการปะทะกัน ผมก็เลยยกโทรศัพท์นะครับ โทรไปหาบุคคลท่านหนึ่ง ซึ่งขอเอ่ยนามท่าน ไม่เป็นการกระทบใด ๆ ก็คือ พณ.ท่าน เปรม ซึ่งฐานะ รัฐมนตรีหรือป๋าเปรมที่ผมเคารพที่ให้ความเมตตาผมมาโดยตลอดในฐานะเป็นคนสงขลาด้วยกัน ผมเรียนว่าผมไม่ไหวแล้ว ช่วยใครอะไรไม่ได้เลย ผมจะลาออกจาก ส.ส. แล้ว ป๋าพูดกับผมว่า ลาออกคนเดียว ไม่มีประโยชอะไร เพราะขณะนั้นนี่ รัฐบาลเองนี่ ไม่มีทางออกนะครับ ไม่มีทางออกเลย จะยุบสภาก็ไม่ได้ ผมก็เลยโทร. ไปนัด ส.ส. แล้วก็นัดกันจะไปลาออก เพื่อจะเกิดในสถานการณ์ที่นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นสามารถยุบสภาได้ นักข่าวก็เรียบร้อยตอนเช้านะครับ คืนนั้นท่านประธานที่เคารพครับ ประมาณ 3 ทุ่มกว่า ในวันที่ 20 พฤษภาคม 2535 ผมดูโทรทัศน์แล้วเห็นพลเองเปรมนะครับ พร้อมด้วยนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น และและพลตรี ที่ได้เป็นในขณะนั้นนะครับรัชกาลที่ 9 นะครับ ได้มีพระราชดำรัชและหลักการส่วนนั้นมาจนถึงปัจจุบันนะครับ ผมจะขออัญเชิญมา เรื่องที่เผยแพร่ทั่วไป ท่านประธานคงทราบ เดินหน้าเข้าหากันไม่ใช่เผชิญหน้าเข้าหากัน เป็นประเทศของเรา ไม่ใช่ประเทศหนึ่งของคนคนใดของทุกคน เข้าหากันไม่เผชิญหน้ากัน แก้ไขปัญหา เพราะปัญหามีอยู่ เวลาจะเกิดจะใช้คำว่า "บ้าเลือด" เวลาใช้ปฏิบัติการ ลงสุดท้ายไม่รู้ตีกันเพราะอะไร เพียงแต่ว่าจะเอาชนะกันไม่มีทาง อันตรายทั้งนั้น มีแต่แพ้ คือต่างคนต่างแพ้ ผู้ที่เผชิญหน้าก็แพ้ ก็คือประเทศชาติ และประชาชน ไม่ใช่เฉพาะในกรุงเทพมหานคร ถ้าเป็นในกรุงเทพมหานครหายไป ประเทศก็เสียหายไปทั้งหมดก็ไม่มีอะไรที่จะทนงตัวว่าจะชนะท่ามกลางซากประหลักหักพัง ผมนั่งน้ำตาไหลครับท่านประธาน ความผ่อนคลายในความตรึงเครียดที่มีมาตลอด ผมก็โทรไปบ้าน 4 เสา เรียนป๋าเปรมว่า แล้วผมจะลาออกจาก สส. ก็เห็นนิกรประกาศว่าจะแก้รัฐธรรมนูญ ไม่อยู่แก้รัฐธรรมนูญให้เสร็จเสียก่อน ผมปฏิบัติตามคำของท่านนะครับ โดยมีบทบัญติ โดยมีบทบัญญัติ ในการเลือกตั้งครั้งถัดมาครับ ท่าน สส. ผมตัดสินใจไม่ลงรับสมัครเลือกตั้งในภาคใต้นี่ ผมก็ยังเป็นมารคนเดียวอยู่ จะทำให้เกิดความขัดแย้งขึ้นมาอีก กระผมก็เลยตัดสินใจที่เป็นส่วนหนึ่งของความขัดแข้ง ถ้าผมถอยไปสักคนหนึ่งก็จะไม่มีผมเลือกที่จะไม่ลงสมัครการเลือกตั้ง ประสบการณ์นะครับ แจ้งให้ท่านประธานทราบในฐานะสมาชิกรัฐสภา ที่ไม่มีส่วนในการแก้สถานการณ์ใด ๆ ให้กับประชาชน บ้านเมืองได้อีกเลย เพราะมันบีบคั้นปานใด ยังโชคที่ท่านประธาน ได้แก้ไขให้นายกฯ มาจาก ส.ส. ในปีนั้น และถอดตัวเองออกจากความขัดแย้ง ออกจากการเลือกตั้ง สุดท้ายในฐานะที่ปรึกษารัฐมตรี ผมก็ได้มีส่วนช่วยท่านในการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ โดยสี ส.ส.ร ได้แก้ให้ใช้ได้ในปี 40 ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้พวกเราในฐานะสมาชิกรัฐสภา มีหน้าที่รับผิดหรือรับผิดชอบต่อสถานการณ์วิกฤตของประเทศชาติ ด้วยมือของเราเองโดยการออกเสียงลงคะแนนว่าเราจะเลือกตัดสินใจ จะพุ่งเข้าสู่วิกฤติในครั้งนี้ หรือจะเอาประเทศออกจากวิกฤติที่คืบเข้ามา ช่วยแก้ปัญหาให้กับเรา เหมือนที่แก้ปัญหาเหล่านั้นด้วตนเอง ช่วงพฤษภาคมที่ผมกล่าวแล้ว ในครั้งนั้นนี่สมาชิกรัฐสภาไม่มีโอกาสใด ๆ ในการแก้ปัญหา แต่ครั้งสมาชิกรัฐสภาของเรา ที่จะแก้ปัญหาความขัดแย้งของบ้านเมืองได้โดยตรงอยู่ที่ว่าการตัดสินใจในการดำเนินการอย่างไร ผมเองขอตัดสินใจในการแก้ปัญหาโดยการสนับสนุนแก้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เพราะว่าในนี้เป็นบทบัญญัติ ส.ส.ร. นะครับ ได้มีการเลือกตั้งจากประชาชนมาจากบุคคลอายุ 18 ปีขึ้นนี่นะครับ ส่วนหนึ่ง แล้วก็จากการคัดเลือกผู้ที่มีความเหมาะสม ซึ่งรวมกับตัวแทนบุคคลรุ่นใหม่ ท่านประธานที่เคารพ ประเด็นอีกอันหนึ่งมีอยู่ว่า รัฐธรรมนูญมีการแก้ไขหรือไม่นะครับ ผมเรียนว่า ผมเองในฐานะคณะกรรมการเลขานุการ ที่อยู่ในชุดศึกษานี่นะครับ ผมเป็นเลขาฯ นี่นะครับ รวบรวมความเห็น ท่านประธานครับ ทั้งเล่ม สามารถไปดูได้เลย ยกเว้นหมวด 1 และหมวด 2 มีประเด็นทุกหมวด มีปัญหา และมีปัญหาเกือบจะทุกมาตรา เรารวบรวมไว้หมดแล้วตรงนี้ ใช้เวลาสัก 2-3 ชั่วโมงก็ไม่หมดนะครับ การแก้ไขโดยใช้ ส.ส.ร. ก็เลยเป็นเหตุให้ต้องมี ส.ส.ร รายงานที่ 3 เล่มที่ว่านี่ จะมีส่วนในการพิจารณาต่อไปนะครับ ดังนั้นผมเลยตัดสินใจนะครับ ว่าจะสนับสนุนนะครับ ผมจะตัดสินใจอย่างนี้ เพราะผมเชื่อว่าเป็นการตัดสินใจให้ประเทศและประชาชนไป ยั่งยืนอย่างแน่นอน กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ (ประธาน) ขอบพระคุณครับ [สิ้นสุดการถอดความ]