﻿1
00:00:00,000 --> 00:00:04,000

2
00:00:04,002 --> 00:00:08,002
มาไหมคะ

3
00:00:08,006 --> 00:00:12,006
โอ.เค. บัดดี้ดูเพื่อนหน่อยนะ

4
00:00:12,006 --> 00:00:16,006
ศิริชัยล่ะ

5
00:00:16,007 --> 00:00:20,007
ปิชาฎา

6
00:00:20,009 --> 00:00:24,009
ครูเช็กชื่อคนที่เช็กอินก่อนแล้วกัน

7
00:00:24,010 --> 00:00:28,010
นิลวรรณ วินิจ

8
00:00:28,012 --> 00:00:32,012

9
00:00:32,013 --> 00:00:36,013
ล่ามมาแล้วนะ

10
00:00:36,015 --> 00:00:40,015
สวัสดีค่ะ ล่ามได้ยินเสียงอาจารย์ไหมคะ

11
00:00:40,016 --> 00:00:44,016

12
00:00:44,021 --> 00:00:48,021
(ล่าม) ได้ยินค่ะอาจารย์ ได้ยินค่ะ (อาจารย์) ได้ยินชัดเจนนะ

13
00:00:48,023 --> 00:00:52,023
(ล่าม) ค่ะ (อาจารย์) โอ.เค. ค่ะ

14
00:00:52,024 --> 00:00:56,024
เดี๋ยว

15
00:00:56,025 --> 00:01:00,025
ขอเช็กชื่อนักศึกษาก่อน

16
00:01:00,037 --> 00:01:04,037
คมกริช มาไหมคะ

17
00:01:04,037 --> 00:01:08,037
มา วรรณวิสา

18
00:01:08,042 --> 00:01:12,042
วิภาภร

19
00:01:12,043 --> 00:01:16,043
นัฐสุดา จตุรพร

20
00:01:16,043 --> 00:01:20,043
คราวนี้คนที่ไม่ได้เช็ก

21
00:01:20,044 --> 00:01:24,044
อิน ทำไมถึงไม่ได้เช็กอิน

22
00:01:24,045 --> 00:01:28,045
ภัชราภา

23
00:01:28,046 --> 00:01:32,046
โอ.เค. ค่ะ

24
00:01:32,047 --> 00:01:36,047

25
00:01:36,048 --> 00:01:40,048
แล้วที่สีแดงนี่คือ เช็กอินไม่ได้

26
00:01:40,050 --> 00:01:44,050
หรือว่าไม่ได้เช็กอิน กำลังเช็กอิน

27
00:01:44,050 --> 00:01:48,050
โอ.เค.

28
00:01:48,051 --> 00:01:52,051

29
00:01:52,052 --> 00:01:56,052

30
00:01:56,057 --> 00:02:00,057

31
00:02:00,058 --> 00:02:04,058

32
00:02:04,063 --> 00:02:08,063
วันนี้มีใครไม่มาไหมคะ

33
00:02:08,064 --> 00:02:12,064
ขาด

34
00:02:12,065 --> 00:02:16,065

35
00:02:16,067 --> 00:02:20,067

36
00:02:20,068 --> 00:02:24,068

37
00:02:24,071 --> 00:02:28,071

38
00:02:28,076 --> 00:02:32,076

39
00:02:32,079 --> 00:02:36,079

40
00:02:36,079 --> 00:02:40,079

41
00:02:40,081 --> 00:02:44,081

42
00:02:44,084 --> 00:02:48,084

43
00:02:48,087 --> 00:02:52,087

44
00:02:52,088 --> 00:02:56,088

45
00:02:56,091 --> 00:03:00,091

46
00:03:00,092 --> 00:03:04,092
โอ.เค. ค่ะ

47
00:03:04,094 --> 00:03:08,094
ค่อยเช็กชื่ออีกทีนะคะ ดูเนื้อหาก่อน

48
00:03:08,095 --> 00:03:12,095
เราเรียน

49
00:03:12,096 --> 00:03:16,096
IEEE ไปก่อน

50
00:03:16,097 --> 00:03:20,097
ไปแล้วรอบโน้นนะคะ เป็นมาตรฐานหนึ่ง

51
00:03:20,099 --> 00:03:24,099
วันนี้นะคะ กับสัปดาห์หน้านี่ จะพูดถึง

52
00:03:24,100 --> 00:03:28,100
มาตรฐาน CMM กับ CMM

53
00:03:28,102 --> 00:03:32,102
I นะคะ

54
00:03:32,102 --> 00:03:36,102
นะคะ Maturity Model

55
00:03:36,103 --> 00:03:40,103
อันนี้คืออะไร มาดูกัน

56
00:03:40,104 --> 00:03:44,104
CMM นะคะ

57
00:03:44,104 --> 00:03:48,104
หมายถึง เป็นต้นแบบหรือ

58
00:03:48,105 --> 00:03:52,105
เป็นรูปแบบ เป็นโมเดลนะคะ

59
00:03:52,109 --> 00:03:56,109
ของการวัดความสามารถในการทำงาน Software Engineering Institute

60
00:03:56,109 --> 00:04:00,109

61
00:04:00,110 --> 00:04:04,110
บางทีเราจะเรียกว่า สถาบันไทร

62
00:04:04,111 --> 00:04:08,111
เป็นของมหาวิทยาลัยคาร์เนกี

63
00:04:08,111 --> 00:04:12,111
ของสหรัฐอเมริกา พัฒนาโมเดลตัวนี้ขึ้นมา ให้

64
00:04:12,112 --> 00:04:16,112
กระทรวงกลาโหม เอาไว้ทำอะไร

65
00:04:16,113 --> 00:04:20,113
ชื่อของมันคือการวัดวุฒิภาวะของการทำงาน

66
00:04:20,113 --> 00:04:24,113
นะคะ ฉะนั้นนะคะ

67
00:04:24,115 --> 00:04:28,115
หลักการ เมื่อวัดความสามารถในการทำงาน

68
00:04:28,115 --> 00:04:32,115
นะคะ หลักการของ CMM ก็คือ

69
00:04:32,116 --> 00:04:36,116
ความสำเร็จในการทำงานใด ๆ ของหน่วยงาน หรือของบริษัท

70
00:04:36,117 --> 00:04:40,117
จะขึ้นอยู่กับระดับ

71
00:04:40,118 --> 00:04:44,118
ขอวุฒิภาวะนะคะ ความสามารถในบริษัท

72
00:04:44,120 --> 00:04:48,120
หรือหน่วยงานนั้นนะคะ

73
00:04:48,132 --> 00:04:52,132
ในทำนองเดียวกัน ความสามารถของหน่วยงาน

74
00:04:52,133 --> 00:04:56,133
นี่ก็ขึ้นอยู่กับผลของการทำงานในอดีต

75
00:04:56,134 --> 00:05:00,134
ของหน่วยงานนั้น ๆ ด้วยนะคะ มีผล

76
00:05:00,134 --> 00:05:04,134
ด้วยเช่นกัน CMM นะคะ มีอยู่

77
00:05:04,136 --> 00:05:08,136
5 ระดับนะคะ

78
00:05:08,136 --> 00:05:12,136
การพัฒนาให้ได้

79
00:05:12,137 --> 00:05:16,137
ทั้ง 5 ระดับนะคะ จะต้องทำอะไรบ้าง มาดู

80
00:05:16,139 --> 00:05:20,139
ระดับแรกนะคะ Initial level

81
00:05:20,139 --> 00:05:24,139
อันนี้เป็นระดับเบื้องต้น ถ้าเกิดหน่วยงาน

82
00:05:24,143 --> 00:05:28,143
ไหนหรือบริษัทไหนนี่ ได้ CMM

83
00:05:28,159 --> 00:05:32,159
ระดับที่ 1 ก็หมายความว่า

84
00:05:32,160 --> 00:05:36,160
หน่วยงานนั้นยังทำงานแบบไม่เป็นระบบนะคะ

85
00:05:36,160 --> 00:05:40,160
การทำงานของหน่วยงานนี่จะพึ่ง

86
00:05:40,160 --> 00:05:44,160
คนที่มีประสบการณ์เป็นหลัก อันนี้คือ

87
00:05:44,161 --> 00:05:48,161
CMM ระดับแรกนะคะ

88
00:05:48,163 --> 00:05:52,163
ระดับที่ 2 นะคะ Repeatable

89
00:05:52,163 --> 00:05:56,163
Level อันนี้การทำงานของบริษัท

90
00:05:56,164 --> 00:06:00,164
หรือองค์กรนี่จะมีความเป็นระบบมากขึ้น จึงจะมี

91
00:06:00,166 --> 00:06:04,166
มาตรฐานระดับนี้นะคะ เป็นระบบมากขึ้น

92
00:06:04,167 --> 00:06:08,167
หมายถึงอะไร ก็คือมีการนำหลักจัดการโครงการ

93
00:06:08,167 --> 00:06:12,167
มาใช้ในการบริหารงาน ในบริษัทหรือ

94
00:06:12,177 --> 00:06:16,177
หน่วยงานนะคะ จะมีโครงการต่าง ๆ

95
00:06:16,187 --> 00:06:20,187
ในการดำเนินงานอยู่นี่ ถ้ามีการนำหลัก หรือ

96
00:06:20,188 --> 00:06:24,188
หลักการจัดการโครงการมาใช้นี่ ถือว่า

97
00:06:24,189 --> 00:06:28,189
การทำงานเป็นระบบมากขึ้น

98
00:06:28,189 --> 00:06:32,189
อยู่ในระดับที่ 2 นะคะ ใน CMM มีโอกาส

99
00:06:32,190 --> 00:06:36,190
ได้มาตรฐานระดับที่ 2 นะคะ ถ้าอยากได้

100
00:06:36,191 --> 00:06:40,191
ระดับที่ 3 นะคะ

101
00:06:40,197 --> 00:06:44,197
ของ Defined Level นี่ หน่วยงานจะต้องจัดทำ

102
00:06:44,197 --> 00:06:48,197
มาตรฐานนะคะ การทำงานของหน่วยงานขึ้น

103
00:06:48,198 --> 00:06:52,198
โดยนะคะ พิจารณาจากการทำงาน

104
00:06:52,199 --> 00:06:56,199
ระดับที่ 2 ก่อนนะคะ

105
00:06:56,200 --> 00:07:00,200
ว่าการนำหลักการจัดทำ

106
00:07:00,201 --> 00:07:04,201
โครงการมาใช้ในการบริหารจัดการองค์กรนี

107
00:07:04,202 --> 00:07:08,202
เป็นอย่างไรนะคะ

108
00:07:08,203 --> 00:07:12,203
มีมาตรฐานไหม ได้ผลสัมฤทธิ์เป็นอย่างไร

109
00:07:12,203 --> 00:07:16,203
อันนี้คือระดับที่ 3 นะคะ

110
00:07:16,204 --> 00:07:20,204
คราวนี้ระดับที่ 4 นะคะ

111
00:07:20,205 --> 00:07:24,205
Managed Level ระดับนี้นะคะ เป็น

112
00:07:24,207 --> 00:07:28,207
ระดับที่นำเอาสถิติการดำเนินงานนะคะ

113
00:07:28,207 --> 00:07:32,207
ที่มีการจัดเก็บเอาไว้มาวิเคราะห์ เพื่อหา

114
00:07:32,220 --> 00:07:36,220
จุดบกพร่องนะคะ และนำจุดนั้น

115
00:07:36,221 --> 00:07:40,221
มาแก้ไข อันนี้คือ

116
00:07:40,223 --> 00:07:44,223
ได้มาตรฐานระดับที่ 4 ของ CMM

117
00:07:44,224 --> 00:07:48,224
นะคะ ระดับสูงสุดก็คือระดับ

118
00:07:48,224 --> 00:07:52,224
ที่ 5 นะคะ Optimizing level

119
00:07:52,225 --> 00:07:56,225
เป็น ถือเป็น CMM ระดับสูงสุด

120
00:07:56,228 --> 00:08:00,228
นะคะ เป็นระดับที่หน่วยงานดำเนินการปรับปรุงกระบวนการ

121
00:08:00,230 --> 00:08:04,230
ทำงานของตนเองอย่างต่อเนื่อง สังเกตว่า

122
00:08:04,231 --> 00:08:08,231
การปรับปรุงกระบวนการทำงานต้องทำอย่างต่อเนื่อง

123
00:08:08,232 --> 00:08:12,232
นะคะ ถึงจะได้ระดับที่ 5 ก็คือ

124
00:08:12,234 --> 00:08:16,234
มีการจัดกระบวนการทำงานใหม่ให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่

125
00:08:16,234 --> 00:08:20,234
เกิดขึ้นแล้วก็มีวิธีการ

126
00:08:20,235 --> 00:08:24,235
นะคะ ในการป้องกันข้อบกพร่องที่จะเกิดขึ้น

127
00:08:24,236 --> 00:08:28,236
ในองค์กรด้วยนะคะ ถึงจะได้มาตรฐานระดับสูงสุด

128
00:08:28,238 --> 00:08:32,238
ของ CMM

129
00:08:32,238 --> 00:08:36,238
คราวนี้นะคะ เรามาดูนะคะ แล้ว CMM ได้รับความสนใจ

130
00:08:36,238 --> 00:08:40,238
นะคะ ได้รับความสนใจนำไปใช้ในด้านไหนบ้าง

131
00:08:40,240 --> 00:08:44,240
นะคะ มีหลายด้าน แต่ว่าของเรา

132
00:08:44,256 --> 00:08:48,256
สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศนะคะ เราก็มองมาที่

133
00:08:48,257 --> 00:08:52,257
ทางด้านซอฟต์แวร์นะคะ

134
00:08:52,259 --> 00:08:56,259
มองว่าทางด้านซอฟต์แวร์นะคะ

135
00:08:56,259 --> 00:09:00,259
CMM ด้านนี้ ได้รับความสนใจจากบริษัท

136
00:09:00,260 --> 00:09:04,260
ผลิตซอฟต์แวร์ทั่วโลกนะคะ

137
00:09:04,262 --> 00:09:08,262
คือบริษัทที่ผ่าน CMM ระดับ

138
00:09:08,268 --> 00:09:12,268
ต่าง ๆ นี่ ถือว่าได้รับความ

139
00:09:12,268 --> 00:09:16,268
เชื่อถือ ไว้วางใจจากลูกค้านะคะ ถ้าได้รับมาตรฐาน

140
00:09:16,270 --> 00:09:20,270
ของ CMM นะ ยกตัวอย่างเช่น

141
00:09:20,270 --> 00:09:24,270
อย่างในสหรัฐอเมริกา กระทรวงกลาโหมนี่ได้มี

142
00:09:24,275 --> 00:09:28,275
ข้อกำหนดไว้เลยว่า บริษัทซอฟต์แวร์ไหน

143
00:09:28,275 --> 00:09:32,275
นะคะ ที่จะมายื่นซองประมูล

144
00:09:32,275 --> 00:09:36,275
ประมูลงานทางด้านซอฟต์แวร์น่ะค่ะ อย่างหน่วยงาน

145
00:09:36,277 --> 00:09:40,277
ต้องการให้พัฒนาระบบ 1 ระบบ เขาก็จะ

146
00:09:40,277 --> 00:09:44,277
เปิดประมูลให้บริษัทที่พัฒนาซอฟต์แวร์นี่

147
00:09:44,278 --> 00:09:48,278
มายื่นซองประมูลนะคะ แต่กระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกานี่

148
00:09:48,283 --> 00:09:52,283
กำหนดไว้เลยว่าบริษัทที่มีคุณสมบัติที่จะ

149
00:09:52,284 --> 00:09:56,284
ยื่นซองจะต้องได้รับมาตรฐาน CMM

150
00:09:56,286 --> 00:10:00,286
ระดับที่ 3 เป็นอย่างน้อยนะคะ ถึงจะมีสิทธิ์

151
00:10:00,297 --> 00:10:04,297
ยื่นซองประมูล อันนี้คือความสำคัญ

152
00:10:04,299 --> 00:10:08,299
นะคะ ก็คือความเชื่อถือจากลูกค้านะคะ

153
00:10:08,300 --> 00:10:12,300
ถ้าพูดถึง

154
00:10:12,301 --> 00:10:16,301
การพัฒนาซอฟต์แวร์นะคะ เราก็จะต้องพูดถึง

155
00:10:16,302 --> 00:10:20,302
กระบวนการซอฟต์แวร์นะคะ

156
00:10:20,302 --> 00:10:24,302
ก่อนจะพูดถึงกระบวนการซอฟต์แวร์นี่ พูดถึงกระบวนการก่อน

157
00:10:24,304 --> 00:10:28,304
Process หรือกระบวนการ หมายถึงอะไร

158
00:10:28,305 --> 00:10:32,305
ก็หมายถึงขั้นตอนในการทำงานนะคะ

159
00:10:32,306 --> 00:10:36,306
อย่างใดอย่างหนึ่ง ที่สามารถทำ

160
00:10:36,307 --> 00:10:40,307
ซ้ำแบบเดิมได้ ให้ผล

161
00:10:40,308 --> 00:10:44,308
ในแบบที่เราตั้งเป้าหมาย หรือคาดหมายได้

162
00:10:44,309 --> 00:10:48,309
ไม่ว่าใครมาทำงานนี้ ก็ต้องทำตาม

163
00:10:48,310 --> 00:10:52,310
ขั้นตอนนี้ แล้วผลก็จะได้เหมือนเดิมนะคะ

164
00:10:52,311 --> 00:10:56,311
ยกตัวอย่างเช่น ขั้นตอนการเปลี่ยนยางรถยนต์

165
00:10:56,315 --> 00:11:00,315
เอาง่ายสุดนะคะ ใครที่มาเปลี่ยน

166
00:11:00,316 --> 00:11:04,316
ยางรถยนต์ก็จะต้องทำตามขั้นตอนที่กำหนด

167
00:11:04,316 --> 00:11:08,316
ไว้นี้นะคะ ผลสำเร็จ ก็คือเปลี่ยนยางรถยนต์

168
00:11:08,317 --> 00:11:12,317
สำเร็จ อันนี้คือกระบวนการนะคะ

169
00:11:12,320 --> 00:11:16,320
ในการพัฒนาซอฟต์แวร์

170
00:11:16,320 --> 00:11:20,320
นะคะ หรือที่เราเรียกชื่อสั้น ๆ ว่า

171
00:11:20,323 --> 00:11:24,323
การเขียนโปรแกรมนะคะ โปรแกรมเมอร์นี่ จะ

172
00:11:24,324 --> 00:11:28,324
ไม่ค่อยสนใจในกระบวนการ

173
00:11:28,332 --> 00:11:32,332
ไม่ค่อยสนใจทำให้เป็นกระบวนการ

174
00:11:32,336 --> 00:11:36,336
โปรแกรมเมอร์แต่ละคนจะมีขั้นตอนการเขียนโปรแกรม

175
00:11:36,336 --> 00:11:40,336
ตามขั้นตอนที่แตกต่างกันนะคะ ทำให้

176
00:11:40,347 --> 00:11:44,347
ในการเขียนโปรแกรมครั้งที่ 2 ครั้งที่ 3 นี่

177
00:11:44,348 --> 00:11:48,348
ผลลัพธ์หรือกระบวนการในการเขียน

178
00:11:48,357 --> 00:11:52,357
ไม่เหมือนกัน ในเมื่อกระบวนการต่างกัน

179
00:11:52,358 --> 00:11:56,358
ผลที่ได้รับนี่  ก็เลยมองว่ามันไม่ค่อย

180
00:11:56,359 --> 00:12:00,359
คงเส้นคงวานะคะ บางครั้งนะคะ

181
00:12:00,360 --> 00:12:04,360
อาจจะเขียนโปรแกรม แล้วได้ผลลัพธ์ที่ดี

182
00:12:04,361 --> 00:12:08,361
แต่บางครั้งอาจจะไม่ได้ผลตามที่เราตั้ง

183
00:12:08,373 --> 00:12:12,373
เป้าหมายเอาไว้นะคะ ด้วยเหตุนี้นะคะ

184
00:12:12,373 --> 00:12:16,373
จึงทำให้เกิดการพัฒนากระบวนการ

185
00:12:16,375 --> 00:12:20,375
ซอฟต์แวร์นะคะ เรียกว่า Software Process

186
00:12:20,376 --> 00:12:24,376
นี่ เพราะเราเชื่อว่ากระบวนการซอฟต์แวร์นะคะ

187
00:12:24,378 --> 00:12:28,378
จะต้องเกิดขึ้นอย่างรอบคอบ

188
00:12:28,379 --> 00:12:32,379
ละเอียดรอบคอบนะคะ

189
00:12:32,379 --> 00:12:36,379
ถ้ากระบวนการมีความละเอียดรอบคอบ

190
00:12:36,381 --> 00:12:40,381
แต่ละครั้งมีขั้นตอนที่ชัดเจน แล้วก็ผลลัพธ์

191
00:12:40,382 --> 00:12:44,382
ก็จะเป็นไปตามที่คาดหมายเอาไว้นะคะ

192
00:12:44,384 --> 00:12:48,384
ในด้านซอฟต์แวร์นะคะ

193
00:12:48,384 --> 00:12:52,384
CMM ได้กำหนดว่า Software ของหน่วยงานนี่

194
00:12:52,385 --> 00:12:56,385
ควรได้รับการับรองวุฒิภาวะนะคะ

195
00:12:56,386 --> 00:13:00,386
แต่ระดับไหนนี่ จะขึ้นอยู่กับ

196
00:13:00,387 --> 00:13:04,387
แต่ละหน่วยงานนะคะ แต่ควรได้รับใบรับรองด้านนี้

197
00:13:04,395 --> 00:13:08,395
นะคะ ถามว่า แล้วอยู่ในระดับไหนถึงจะเป็น

198
00:13:08,396 --> 00:13:12,396
ที่น่าเชื่อถือล่ะ

199
00:13:12,404 --> 00:13:16,404
ก็จะบอกว่าขึ้นอยู่กับคุณภาพ

200
00:13:16,404 --> 00:13:20,404
ของหน่วยงานที่พัฒนาซอฟต์แวร์นั้น ๆ เราเรียก Software house

201
00:13:20,405 --> 00:13:24,405
หน่วยงานที่พัฒนาซอฟต์แวร์

202
00:13:24,416 --> 00:13:28,416
ถ้าอยากได้คุณภาพระดับสูง หน่วยงานนั้น

203
00:13:28,417 --> 00:13:32,417
ก็ต้องพยายามทำตามมาตรฐาน

204
00:13:32,417 --> 00:13:36,417
ของ CMM ให้ได้ระดับที่สูงค่ะ ก็เป็นที่น่าเชื่อถือ

205
00:13:36,419 --> 00:13:40,419
ของลูกค้านะคะ กระบวนการ

206
00:13:40,420 --> 00:13:44,420
ซอฟต์แวร์ของหน่วยงานนะคะ ตามแนวคิดของ CMM นี่

207
00:13:44,421 --> 00:13:48,421
จะมีเงื่อนไขในการกำหนด

208
00:13:48,423 --> 00:13:52,423
นะคะ กระบวนการซอฟต์แวร์อยู่นะคะ

209
00:13:52,424 --> 00:13:56,424
อย่างเช่น เงื่อนไขแรกก็คือ

210
00:13:56,425 --> 00:14:00,425
จะต้องได้รับการกำหนดอย่างชัดเจน

211
00:14:00,427 --> 00:14:04,427
ว่าจะพัฒนาอะไรนะคะ มีขั้นตอนอะไร จะได้อะไร

212
00:14:04,427 --> 00:14:08,427
ก็คือกำหนด มีข้อกำหนด มีรายละเอียดอย่างเช่นเจน

213
00:14:08,429 --> 00:14:12,429
นะคะ รายละเอียดข้อกำหนดเหล่านี้ ควร

214
00:14:12,429 --> 00:14:16,429
เขียนไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ในรูปแบบ

215
00:14:16,430 --> 00:14:20,430
Documented นะคะ เป็นเอกสาร

216
00:14:20,431 --> 00:14:24,431
ชัดเจนนะคะ สามารถนำไปใช้

217
00:14:24,443 --> 00:14:28,443
ได้ทั้งหน่วยงาน

218
00:14:28,443 --> 00:14:32,443
นะคะ บางที

219
00:14:32,445 --> 00:14:36,445
เราอาจจะเรียกว่าคู่มือก็ได้ แล้วคู่มือ

220
00:14:36,447 --> 00:14:40,447
ตัวนี้นะคะ เอกสารตัวนี้จะต้องสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง

221
00:14:40,448 --> 00:14:44,448
อย่าเขียนเป็นนามปะธรรม

222
00:14:44,449 --> 00:14:48,449
หรือลอย ๆ นะคะ อันนั้นไปปฏิบัติจริงไม่ได้

223
00:14:48,450 --> 00:14:52,450
นะคะ การพัฒนา

224
00:14:52,451 --> 00:14:56,451
ซอฟต์แวร์นะคะ ตามกระบวนการนี่จะต้องได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหาร

225
00:14:56,453 --> 00:15:00,453
นะคะ มีหน่วยงานอื่นสนับสนุนไหม

226
00:15:00,465 --> 00:15:04,465
พอพัฒนาเสร็จนะคะ จะต้องได้รับการบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง

227
00:15:04,466 --> 00:15:08,466
นะคะ ได้รับการควบคุมให้ได้คุณภาพ

228
00:15:08,466 --> 00:15:12,466
นะคะ มีการตรวจสอบความถูกต้องด้วย

229
00:15:12,467 --> 00:15:16,467
ที่สำคัญจะต้องได้รับการยืนยันว่า Software ตัวนี้

230
00:15:16,468 --> 00:15:20,468
ใช้งานได้จริงนะคะ มีการประเมิณ

231
00:15:20,469 --> 00:15:24,469
นะคะ มีการวัดผล ประเมินผลว่าใช้งานได้

232
00:15:24,471 --> 00:15:28,471
และสามารถปรับปรังให้ดีขึ้นได้อย่างไร

233
00:15:28,472 --> 00:15:32,472
นะคะ อันนี้ควรจะมีกระบวนการเหล่านี้

234
00:15:32,472 --> 00:15:36,472

235
00:15:36,477 --> 00:15:40,477
ฉะนั้นนะคะ ถามว่า CMM

236
00:15:40,479 --> 00:15:44,479
มีประโยชน์อย่างไรนะคะ มีประโยชน์ไหม

237
00:15:44,480 --> 00:15:48,480
กระบวนการขอ ก็จะมีกระบวนการซับซ้อนพอสมควร

238
00:15:48,481 --> 00:15:52,481
ฉะนั้น ถ้าหน่วยงานนี่

239
00:15:52,482 --> 00:15:56,482
จะต้องขอคุณภาพ ขอใบรับรองคุณภาพด้านนี้นี่

240
00:15:56,484 --> 00:16:00,484
นะคะ

241
00:16:00,484 --> 00:16:04,484

242
00:16:04,486 --> 00:16:08,486
ถ้าจะขอมาตรฐานตาม CMM

243
00:16:08,488 --> 00:16:12,488
นะคะ เขาก็ต้องเห็นประโยชน์

244
00:16:12,488 --> 00:16:16,488
เขาถึงจะทำนะคะ เขาถึงจะขอ เพราะมันมีกระบวนการ

245
00:16:16,489 --> 00:16:20,489
จากการทำงานปกติเพิ่มขึ้นมานะคะ

246
00:16:20,490 --> 00:16:24,490
ก็คือบริษัทหรือหน่วยงานนะคะ

247
00:16:24,490 --> 00:16:28,490
ทางด้านซอฟต์แวร์นี่ ที่นำ

248
00:16:28,491 --> 00:16:32,491
นี่มีการทำงานที่เป็นระบบมากขึ้น อันนี้เป็นประโยชน์นะคะ

249
00:16:32,492 --> 00:16:36,492
การทำงานทุกอย่างเลยนี่จะมีหลักฐาน

250
00:16:36,493 --> 00:16:40,493
นะคะ สามารถตรวจสอบได้ เพราะว่ามีหลักฐาน

251
00:16:40,503 --> 00:16:44,503
แล้วงานที่ได้ก็จะมีการสมบูนณ์มากขึ้นนะคะ

252
00:16:44,503 --> 00:16:48,503
จัดรายละเอียดของการทำงานเอาไว้ การคุยกับลูกค้า

253
00:16:48,504 --> 00:16:52,504
ก็จะมีบันทึกเป็นหลักฐาน มีการทำข้อตกลง

254
00:16:52,505 --> 00:16:56,505
ยืนยัน ทำความเข้าใจระหว่างกัน ว่าลูกค้า

255
00:16:56,506 --> 00:17:00,506
ต้องการอะไรนะคะ แล้วบริษัททำอะไร

256
00:17:00,508 --> 00:17:04,508
ให้ลูกค้าได้บ้างนะคะ

257
00:17:04,509 --> 00:17:08,509
ถ้าเกิดปัญหาขึ้น ก็จะทราบได้ว่าเกิดจากใคร

258
00:17:08,509 --> 00:17:12,509
แก้อย่างไร ดังนั้นนะคะ ประโยชน์

259
00:17:12,510 --> 00:17:16,510
ที่สำคัญที่สุด ของการได้รับมาตรฐานของ CMM ก็คือ

260
00:17:16,511 --> 00:17:20,511
เมื่อหน่วยงานทำงานอย่างเป็นระบบมากขึ้น โอกาสที่จะทำงาน

261
00:17:20,513 --> 00:17:24,513
ผลสำเร็จในการทำงานก็จะมากขึ้น ชื่อเสียงของ

262
00:17:24,514 --> 00:17:28,514
บริษัทก็จะดีขึ้นตามไปด้วยนะคะ ก็จะเป็นโอกาสให้บริษัท

263
00:17:28,527 --> 00:17:32,527
ที่จำให้บริษัทที่พัฒนาซอฟต์แวร์นั้นน่ะ ได้รับงานที่มากขึ้น

264
00:17:32,535 --> 00:17:36,535
อีกอย่างหนึ่งนะคะ ประโยชน์ที่สำคัญนะคะ

265
00:17:36,535 --> 00:17:40,535
ก็คือบริษัทหรือหน่วยงาน

266
00:17:40,536 --> 00:17:44,536
การทำงานที่เป็นแบบเดียวกัน ใครเข้ามาทำงาน

267
00:17:44,536 --> 00:17:48,536
ก็อยู่ภายใต้วัฒนธรรมนี้นะคะ

268
00:17:48,537 --> 00:17:52,537
รูปแบบเดียวกันนะคะ แต่วิธี

269
00:17:52,537 --> 00:17:56,537
ปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานจะมีความยืดหยุ่น

270
00:17:56,537 --> 00:18:00,537
เพราะว่าการหากลยุทธ์นะคะ

271
00:18:00,538 --> 00:18:04,538
มาปรับให้เข้ากับแต่ละหน่วยงานนะคะ

272
00:18:04,540 --> 00:18:08,540
อันนี้ถือว่ามีความสำคัญ เพราะหน่วยงานบริบท

273
00:18:08,543 --> 00:18:12,543
จะแตกต่างกัน ผู้บริหารจะต้องเห็นสภาพ

274
00:18:12,557 --> 00:18:16,557
ของโครงการในสภาพจริงนะคะ

275
00:18:16,558 --> 00:18:20,558
มองโครงการที่เป็น

276
00:18:20,559 --> 00:18:24,559
นามธรรมได้อย่างชัดเจน ผู้บริหารก็จะ

277
00:18:24,561 --> 00:18:28,561
แก้ปัยหาที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

278
00:18:28,561 --> 00:18:32,561
นอกจากนี้ยังสามารถเตรียมตัวกับปัญหาที่จะเกิดขึ้น

279
00:18:32,574 --> 00:18:36,574
ในอนาคตได้นะคะ อันนี้คือประโยชน์ของ CMM ต่อหน่วยงาน

280
00:18:36,575 --> 00:18:40,575
คราวนี้หน่วยงานมีความสนใจนะคะ

281
00:18:40,577 --> 00:18:44,577
ที่จะขอรับรอง CMM ขอใบรับรอง

282
00:18:44,577 --> 00:18:48,577
CMM แล้วนี่ จะต้องทำ

283
00:18:48,578 --> 00:18:52,578
เอกสาร คือ ที่หน่วยงานต้อง

284
00:18:52,579 --> 00:18:56,579
รับทราบร่วมกันนะคะ ก็คือต้องมีการทำเอกสารมากขึ้นล่ะ

285
00:18:56,580 --> 00:19:00,580
แต่อย่างที่รู้กัน นักคอมพิวเตอร์

286
00:19:00,582 --> 00:19:04,582
ไม่ชอบทำเอกสาร ไม่อยากเขียนเอกสาร

287
00:19:04,583 --> 00:19:08,583
นะคะ ไปแก้ที่

288
00:19:08,584 --> 00:19:12,584
นักคอมพิวเตอร์ก่อนนะคะ ควรจะแก้อย่างไร ก็คือหน่วยงานน่ะ

289
00:19:12,585 --> 00:19:16,585
อยากขอใบรับรองนี้ แต่

290
00:19:16,589 --> 00:19:20,589
ฝ่ายปฏิบัตินี่นะคะ ฝ่ายไอที ฝ่าย

291
00:19:20,590 --> 00:19:24,590
ที่ทำงานทางด้านคอมพิวเตอร์นี่ ไม่อยากเขียนเอกสาร

292
00:19:24,591 --> 00:19:28,591
เราต้องไปดูต้นเหตุก่อนนะคะ ต้นเหตุของ

293
00:19:28,591 --> 00:19:32,591
ปัญหาทำไมนะคะ ทำไมนักคอมพิวเตอร์ถึงไม่อยากเขียนเอกสาร

294
00:19:32,592 --> 00:19:36,592
นะคะ เพราะนักคอมพิวเตอร์หรือนักพัฒนาซอฟต์แวร์

295
00:19:36,594 --> 00:19:40,594
ของไทยนี่ ไม่ค่อยถนัดการเขียน

296
00:19:40,598 --> 00:19:44,598
เอกสารเป็นภาษาอังกฤษ เขาสรุปปัญหามาแบบนี้นะคะ

297
00:19:44,599 --> 00:19:48,599
แต่จริง ๆ แล้ว CMM บอกว่า ไม่ได้กำหนด

298
00:19:48,601 --> 00:19:52,601
ว่าการเขียนเอกสารหรือการทำคู่มือต้องเป็นภาษาอังกฤษ

299
00:19:52,603 --> 00:19:56,603
นะคะ ขอแค่ให้ทำเป็นเอกสาร

300
00:19:56,603 --> 00:20:00,603
เป็นหลักฐานก็พอ จะเขียนเป็นรูปแบบ

301
00:20:00,603 --> 00:20:04,603
ภาษาไหนก็ได้ เขียนเป็นรูปแบบภาษาไทยก็ได้

302
00:20:04,604 --> 00:20:08,604
ยกตัวอย่างง่าย ๆ เช่น

303
00:20:08,604 --> 00:20:12,604
ถ้าเราไปยืมเงินคนอื่น

304
00:20:12,606 --> 00:20:16,606
นะคะ ถ้าเรายืมไม่เยอะ อันนี้ก็ไม่ต้องทำสัญญานะคะ

305
00:20:16,606 --> 00:20:20,606
อาจจะทำสัญญาใจกัน ไว้ใจกัน

306
00:20:20,607 --> 00:20:24,607
ก็ให้ยืมนะคะ แต่เมื่อไรก็ตามที่

307
00:20:24,608 --> 00:20:28,608
เราไปยืมเยอะนะคะ

308
00:20:28,609 --> 00:20:32,609
อันนี้ก็เหมือนกันนะคะ พอไปยืมเยอะนี่

309
00:20:32,609 --> 00:20:36,609
เราจะต้องทำสัญญายืมเงินแล้วทีนี้ เพื่อไม่ให้เกิดความ

310
00:20:36,610 --> 00:20:40,610
ยุ่งยาก เกิดขึ้นทีหลังในกรณีที่

311
00:20:40,611 --> 00:20:44,611
คนที่ยืมเงิน กับคนที่ให้ยืมนี่

312
00:20:44,612 --> 00:20:48,612
พูดไม่ตรงกันนะคะ อย่างตอนไปยืมนี่เราอาจจะบอกว่ายืมเท่านี้

313
00:20:48,613 --> 00:20:52,613
แต่พอไปใช้คืน ใช้คืนอีกน้อยกว่าที่ยืม

314
00:20:52,614 --> 00:20:56,614
อย่างนี้ค่ะ แต่ไม่มีลายลักษณ์อักษรว่ายืมเท่าไร

315
00:20:56,614 --> 00:21:00,614
อันนี้ก็จะนำมาซึ่งข้อพิพาทที่ยุ่งยาก

316
00:21:00,614 --> 00:21:04,614
นะคะ ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายก็อาจจะเกิดความยุ่งยาก หากไกล่เกลี่ย

317
00:21:04,630 --> 00:21:08,630
ก็แล้วไป ถ้าไกล่เกลี่ยกันไม่ได้ก็จะ

318
00:21:08,631 --> 00:21:12,631
เกิดความยุ่งยากตามมานะคะ อันนี้คือ

319
00:21:12,633 --> 00:21:16,633
ให้มองนะคะ มองภาพความสำคัญของ

320
00:21:16,633 --> 00:21:20,633
การทำเอกสารนะคะ เพื่อเก็บเป็นหลักฐาน

321
00:21:20,644 --> 00:21:24,644
คราวนี้นะคะ การพัฒนาซอฟต์แวร์ให้ลูกค้า

322
00:21:24,644 --> 00:21:28,644
จะต้องเขียนรายละเอียดอะไรบ้าง ให้ชัดเจน

323
00:21:28,646 --> 00:21:32,646
นะคะ ให้ชัดเจน อันแรกเลย ก็คือ

324
00:21:32,647 --> 00:21:36,647
จะต้องเขียนให้ชัดเจนว่าลูกค้าที่มาจ้างบริษัทเรา

325
00:21:36,648 --> 00:21:40,648
พัฒนาซอฟต์แวร์นี่ เขาต้องการอะไร

326
00:21:40,648 --> 00:21:44,648
ต้องการระบบ

327
00:21:44,650 --> 00:21:48,650
แบบไหนนะคะ เขียน Requiment

328
00:21:48,650 --> 00:21:52,650
หรือความต้องการของลูกค้าออกมาก่อนให้ชัดเจนนะคะ

329
00:21:52,651 --> 00:21:56,651
บริษัทจะทำอะไรให้บ้าง

330
00:21:56,652 --> 00:22:00,652
นะคะ จะทำเสร็จเมื่อไร

331
00:22:00,653 --> 00:22:04,653
มีระยะเวลาสิ้นสุดของโครงการนะคะ

332
00:22:04,654 --> 00:22:08,654
ทำเสร็จเมื่อไหร่ หรือหากทำเสร็จแล้วนะคะ

333
00:22:08,655 --> 00:22:12,655
มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงจากข้อกำหนดเริ่มแรก

334
00:22:12,656 --> 00:22:16,656
แรกนี่ จะทำอย่างไรนะคะ

335
00:22:16,657 --> 00:22:20,657
วิธีหนึ่งนะคะ จะช่วยให้การทำเอกสารให้

336
00:22:20,658 --> 00:22:24,658
ง่ายขึ้น ก็คือจัดทำเป็นแบบฟอร์มให้กรอก

337
00:22:24,660 --> 00:22:28,660
นะคะ ก็คือถ้ามีแบบฟอร์มให้

338
00:22:28,661 --> 00:22:32,661
คนที่ใช้แบบฟอร์ม ก็คือเติมรายละเอียด

339
00:22:32,675 --> 00:22:36,675
ให้ละเอียดขึ้น อันนี้ขึ้นอยู่กับบริษัท ขึ

340
00:22:36,677 --> 00:22:40,677
แต่ละหน่วยงานนะคะ

341
00:22:40,677 --> 00:22:44,677
อันนี้คือความยืดหยุ่นในการทำงาน ไม่ได้ฟิกซ์ว่า

342
00:22:44,678 --> 00:22:48,678
เอกสารจะต้องเป็นรูปแบบที่ประกอบด้วยข้อมูลอะไรบ้าง

343
00:22:48,679 --> 00:22:52,679
ก็ให้สิทธิ์ของบริษัทเป็นคนออกแบบแบบฟอร์ม

344
00:22:52,680 --> 00:22:56,680
ขึ้นมาเลยนะคะ เพื่อให้ได้ข้อมูลความต้องการของลูกค้า

345
00:22:56,681 --> 00:23:00,681
ความสามารถหรือสิ่งที่บริษัทจะทำให้

346
00:23:00,682 --> 00:23:04,682
นะคะ ระยะเวลาที่สิ้นสุดหรือเกิดมีการเปลี่ยนแปลง

347
00:23:04,692 --> 00:23:08,692
ข้อตกลงนะคะ จะแก้ไขปัญหาอย่างไรนะคะ

348
00:23:08,692 --> 00:23:12,692
แต่เอกสารที่จะต้องจัดเตรียมนะคะ ก็มีให้

349
00:23:12,693 --> 00:23:16,693
อันนี้เป็นโครงนะคะ เป็นโครง

350
00:23:16,694 --> 00:23:20,694
ครอบไว้ว่า ถ้าแบบเอกสารอะไรก็ได้

351
00:23:20,695 --> 00:23:24,695
มันก็ดูคิดกว้าง คิดกว้างไป

352
00:23:24,700 --> 00:23:28,700
เอกสารจะต้องมีนะคะ จะต้องจัดเตรียมระดับแรก

353
00:23:28,701 --> 00:23:32,701
นะคะ เราเรียกว่า ออเกไนซ์เตชั่น

354
00:23:32,701 --> 00:23:36,701
เอกสารระดับองค์กรหมายถึงอะไรนะคะ

355
00:23:36,702 --> 00:23:40,702
อันนี้เป็นเอกสารที่แสดงเจตนาของผู้บริการ

356
00:23:40,703 --> 00:23:44,703
ว่าต้องการให้หน่วยงานเข้าสู่ระบบคุณภาพ

357
00:23:44,703 --> 00:23:48,703
นะคะ เป็นเอกสารที่ประกาศว่า

358
00:23:48,704 --> 00:23:52,704
ผู้บริหารนี่ให้การสนับสนุนนะคะ

359
00:23:52,704 --> 00:23:56,704
ให้บริษัทตัวเองนี้ ที่เป็นบริษัท Software

360
00:23:56,705 --> 00:24:00,705
ให้มีคุณภาพ ให้ได้รับใบรับรอง

361
00:24:00,706 --> 00:24:04,706
คุณภาพนะคะ ก็คือ

362
00:24:04,706 --> 00:24:08,706
เป็นประกาศนั่นละ ประกาศนโยบายว่า

363
00:24:08,707 --> 00:24:12,707
คนที่อยู่ในฝ่ายนะคะ

364
00:24:12,707 --> 00:24:16,707
พัฒนาระบบทุกคนนี่ จะต้องมีความเข้าใจ

365
00:24:16,715 --> 00:24:20,715
นะคะ ในงานที่ตัวเองทำ และทุกคนจะต้องทราบ

366
00:24:20,715 --> 00:24:24,715
นะคะ ในข้อปฏิบัติในเอกสารนี้

367
00:24:24,717 --> 00:24:28,717
นะคะ ทุกคนจะต้องรู้หน้าที่ของตัวเองนั่นล่ะ

368
00:24:28,717 --> 00:24:32,717
ประกาศของผู้บริหารเองนะคะ เอกสารระดับแรก

369
00:24:32,718 --> 00:24:36,718
ถ้าจะขอมาตรฐาน CMM หน่วยงานจะต้องมี

370
00:24:36,737 --> 00:24:40,737
ประกาศตัวนี้ออกมาก่อน เหมือนทำระเบียบรองรับ

371
00:24:40,737 --> 00:24:44,737
ผู้บริหารจะต้องเซ็นรับทราบว่า หน่วยงานเราจะต้องใช้

372
00:24:44,738 --> 00:24:48,738
มาตรฐานนี้นะ จะต้องแจ้ง

373
00:24:48,739 --> 00:24:52,739
ให้พนักงาน ให้ทุกคนในองค์กร

374
00:24:52,741 --> 00:24:56,741
รับทราบ แต่ถ้าเกิดเรามุ่งไปที่การพัฒนาซอฟต์แวร์

375
00:24:56,749 --> 00:25:00,749
ก็ต้องฝ่ายพัฒนาระบบทุกคนจะต้องทราบนะคะ

376
00:25:00,751 --> 00:25:04,751
เอกสารประเภทที่ 2 นะคะ เราเรียกว่า

377
00:25:04,752 --> 00:25:08,752
Project Level

378
00:25:08,753 --> 00:25:12,753
ย่อยลงไปนะคะ อันดับแรกเป็นเอกสารระดับองค์กร

379
00:25:12,754 --> 00:25:16,754
นะคะ เป็นประกาศใหญ่ อันดับที่ 2 นะคะ

380
00:25:16,755 --> 00:25:20,755
เป็นเอกสารระดับโครงการ ก็จะเป็นประกาศย่อยลงไป

381
00:25:20,756 --> 00:25:24,756
เป็นเอกสารที่ดำเนินโครงการต่าง ๆ

382
00:25:24,758 --> 00:25:28,758
ตั้งแต่ประกาศแต่งตั้งหัวหน้าโครงการ แต่ละ

383
00:25:28,758 --> 00:25:32,758
โครงการนะคะ ควรจะมีประกาศให้ชัดเจนนะคะ

384
00:25:32,759 --> 00:25:36,759
ใครเป็นหัวหน้านะคะ ใคร

385
00:25:36,760 --> 00:25:40,760
อยู่ในทีมงานบ้างนะคะ

386
00:25:40,760 --> 00:25:44,760
หรือการสื่อสารกับลูกค้า

387
00:25:44,761 --> 00:25:48,761
หรือผู้ใช้ระบบนะคะ ใครบ้างเกี่ยวข้อง

388
00:25:48,762 --> 00:25:52,762
รวมทั้งจะต้องมีเอกสารทั้งการจัดประชุม

389
00:25:52,764 --> 00:25:56,764
กับลูกค้าทั้งภายในและภายนอก

390
00:25:56,765 --> 00:26:00,765
ของโครงการ แผนงานต่าง ๆ นะคะ ก็จะต้องชัดเจน

391
00:26:00,766 --> 00:26:04,766
จะต้องมีแผนงานของโครงการ มี

392
00:26:04,766 --> 00:26:08,766
อะไรบ้าง มีการตรวจสอบการประกันคุณภาพนะคะ

393
00:26:08,767 --> 00:26:12,767
อันนี้

394
00:26:12,768 --> 00:26:16,768
คือ เอกสารระดับโครงการนะคะ ก็จะมีรายละเอียดย่อยลงไป

395
00:26:16,769 --> 00:26:20,769
เอกสารประเภทที่ 3 นะคะ

396
00:26:20,771 --> 00:26:24,771
เราเรียกว่า Implementation Level

397
00:26:24,772 --> 00:26:28,772
กับการดำเนินการอย่างนี้ ระดับที่ 3

398
00:26:28,781 --> 00:26:32,781
พอเป็นการดำเนินการนี่ ผู้บริหาร

399
00:26:32,782 --> 00:26:36,782
เห็นชอบแล้วนะคะ เอกสารโครงการได้มาแล้ว

400
00:26:36,783 --> 00:26:40,783
แล้วกิจกรรมอะไรบ้างนะคะ ที่พนักงานแต่ละคน

401
00:26:40,783 --> 00:26:44,783
จะต้องทำในแต่ละวัน อันนี้คือเอกสาร

402
00:26:44,784 --> 00:26:48,784
เกี่ยวกับกิจกรรมนะคะ ไม่ว่าจะเป็น

403
00:26:48,795 --> 00:26:52,795
การวาด Diagram การวิเคราะห์ระบบ

404
00:26:52,798 --> 00:26:56,798
เอกสารการออกแบบระบบนะคะ ข้อมูลการทดสอบ

405
00:26:56,799 --> 00:27:00,799
ผลการทดสอบ ผลการวัดผลของแต่ละวัน

406
00:27:00,800 --> 00:27:04,800
หรือแต่ละสัปดาห์อันนี้ต้องเก็บ

407
00:27:04,801 --> 00:27:08,801
เป็นเอกสารนะคะ ระดับที่ 3

408
00:27:08,803 --> 00:27:12,803
คราวนี้ก็จะมีคำถามว่า

409
00:27:12,803 --> 00:27:16,803
ในเมื่อเอกสารมันเยอะ เอกสารสำหรับงาน

410
00:27:16,803 --> 00:27:20,803
โครงการนี่สำคัญอย่างไร ไม่ทำ

411
00:27:20,803 --> 00:27:24,803
ได้ไหมนะคะ

412
00:27:24,804 --> 00:27:28,804
เอกสารต่าง ๆ ที่กล่าวไปแล้วนะคะ 3 ประเภทนั้น

413
00:27:28,806 --> 00:27:32,806
ถือว่าเป็นหลักฐานสำคัญ ที่หน่วย

414
00:27:32,806 --> 00:27:36,806
งานนี่ทำงานอย่างเป็นระบบมากน้อยแค่ไหน

415
00:27:36,807 --> 00:27:40,807
เราจะดูได้จากเอกสารนะคะ

416
00:27:40,822 --> 00:27:44,822
หากไม่มีเอกสารกำกับนี่ ทีมงานก็จะไม่ทราบว่า

417
00:27:44,823 --> 00:27:48,823
อะไรคือเนื้องานที่จะต้องทำ

418
00:27:48,824 --> 00:27:52,824
นะคะ ตัวเนื้องานนี่เราจะเรียกว่า Statement of work

419
00:27:52,825 --> 00:27:56,825
นะคะ SOW นะคะ

420
00:27:56,826 --> 00:28:00,826
ก็คือจะต้องทำขึ้นนะคะ เพื่อใช้ในการกำกับ

421
00:28:00,828 --> 00:28:04,828
การพัฒนาระบบที่ต้องการ

422
00:28:04,828 --> 00:28:08,828
นะคะ การติดต่อสื่อสารกับล

423
00:28:08,829 --> 00:28:12,829
จะต้องทำเอกสาร จะต้องมี Statement of Work ไว้

424
00:28:12,829 --> 00:28:16,829
Statement of Work หมายถึง เราทำธุรกรรม

425
00:28:16,830 --> 00:28:20,830
กับธนาคาร เราไปฝากวันไหน

426
00:28:20,831 --> 00:28:24,831
เท่าไร จำนวนเท่าไร เวลาไหนนะคะ

427
00:28:24,832 --> 00:28:28,832
เราไปทำธุรกรรมอะไรก็แล้วแต่นะคะ อันนั้นคือ Stateme

428
00:28:28,834 --> 00:28:32,834
การทำงานเหมือนกันนะคะ ก็จะมี Statement ของงานนะคะ ว่า

429
00:28:32,834 --> 00:28:36,834
ทำอะไรไปบ้าง

430
00:28:36,835 --> 00:28:40,835
คราวนี้นะคะ

431
00:28:40,846 --> 00:28:44,846
หน่วยงานก็จะมีปัญหานะคะ ในการ

432
00:28:44,846 --> 00:28:48,846
คือ การโต้แย้งว่าเราจะทำอะไร

433
00:28:48,847 --> 00:28:52,847
ลูกค้าต้องการอะไรนี่ ก็คือ

434
00:28:52,849 --> 00:28:56,849
ความเข้าใจที่มันไม่ตรงกันนะคะ

435
00:28:56,852 --> 00:29:00,852
เกิด อาจจะเกิดจากการติดต่อสื่อสารนะคะ

436
00:29:00,852 --> 00:29:04,852
ดังนั้น หากเราเขียนเรื่องที่

437
00:29:04,853 --> 00:29:08,853
ตกลงกันไว้เป็นเอกสารชัดเจน ปัญหา

438
00:29:08,854 --> 00:29:12,854
นะคะ ที่เกิดตามมานี่ มันก็จะไม่ร้ายแรง

439
00:29:12,855 --> 00:29:16,855
มันก็จะผ่อนคลายลงนะคะ แต่ประเด็น

440
00:29:16,858 --> 00:29:20,858
ก็คือทีมงานนี่ ก็จะต้องทำให้ลูกค้าเข้าใจกระบวนการ

441
00:29:20,858 --> 00:29:24,858
และยอมรับเอกสารที่จัดทำขึ้นด้วยนะคะ

442
00:29:24,859 --> 00:29:28,859
ไปคุยกับลูกค้านะคะ ลูกค้า

443
00:29:28,860 --> 00:29:32,860
บอกว่าต้องการให้ระบบทำ

444
00:29:32,861 --> 00:29:36,861
รับข้อมูล เช่น มีฟังก์ชันสมัครสมาชิก

445
00:29:36,876 --> 00:29:40,876
คำนวณค่าใช้จ่าย

446
00:29:40,877 --> 00:29:44,877
แสดงรายงานได้

447
00:29:44,877 --> 00:29:48,877
อย่างนี้ค่ะ อันนี้คืองานที่ลูกค้าต้องการ อันนี้เป็นตัวอย่าง

448
00:29:48,878 --> 00:29:52,878
เราก็จดความต้องการของลูกค้าไว้นะคะ

449
00:29:52,880 --> 00:29:56,880
เสร็จแล้ว เอาเอกสารที่เราจดไว้

450
00:29:56,881 --> 00:30:00,881
ย้อนกลับไปให้ลูกค้า รีเช็กน่ะค่ะ

451
00:30:00,892 --> 00:30:04,892
ว่าที่เราคุยกันนี่ ลูกค้า

452
00:30:04,894 --> 00:30:08,894
ต้องการแบบนี้ ตามเอกสารนี้ถูกต้องไหมนะคะ

453
00:30:08,894 --> 00:30:12,894
ถ้าลูกค้าเห็นว่าถูกต้อง รายการพัฒนา

454
00:30:12,895 --> 00:30:16,895
นี่ ตรงกับความต้องการของลูกค้านะคะ

455
00:30:16,901 --> 00:30:20,901
เขาก็ให้ลูกค้าเซ็นนะคะ ให้เซ็นรับรองมา ว่า

456
00:30:20,901 --> 00:30:24,901
รับทราบข้อตกลงนะคะ ก็คือให้

457
00:30:24,902 --> 00:30:28,902
พัฒนาระบบตามนี่ล่ะ ที่เราตกลงกัน

458
00:30:28,904 --> 00:30:32,904
นี้นะคะ

459
00:30:32,904 --> 00:30:36,904
คราวนี้ในการประเมินนะคะ ถ้าเอกสารมีครบ

460
00:30:36,908 --> 00:30:40,908
ทั้ง 3 รูปแบบแล้วนะคะ

461
00:30:40,910 --> 00:30:44,910
ในการประเมิน CMM

462
00:30:44,911 --> 00:30:48,911
ผู้ประเมิณก็จะขอดูเอกสารว่ามีไหม

463
00:30:48,911 --> 00:30:52,911
นะคะ แล้วในเอกสารน่ะมีเนื้อหาอะไรนะคะ

464
00:30:52,912 --> 00:30:56,912
คือ การดูเนื้อหาเอกสารนี่

465
00:30:56,913 --> 00:31:00,913
ผู้ประเมิน CMM เขาไม่ได้

466
00:31:00,922 --> 00:31:04,922
ดูว่าเอกสารทำถูกหรือทำผิดนะคะ แต่จะดูว่า

467
00:31:04,923 --> 00:31:08,923
เอกสารที่ทำนี่ มันถูกต้องตามหลักการที่ทำไหม

468
00:31:08,925 --> 00:31:12,925
นะคะ เช่น การวางแผนงานนะคะ

469
00:31:12,927 --> 00:31:16,927
เราจะต้องจดบันทึกไว้ กำหนดไว้ว่า

470
00:31:16,927 --> 00:31:20,927
ในการออกแบบซอฟต์แวร์ 8 เดือน

471
00:31:20,928 --> 00:31:24,928
ผู้ประเมินก็จะดูว่า ออกแบบซอฟต์แวร์

472
00:31:24,930 --> 00:31:28,930
ระยะเวลา 8 เดือน ในการออกแบบซอฟต์แวร์นี่ ได้มาอย่างไร

473
00:31:28,931 --> 00:31:32,931
มีที่มาไหม

474
00:31:32,932 --> 00:31:36,932
รู้ได้อย่างไร ว่าการพัฒนาโปรแกรมนี้

475
00:31:36,933 --> 00:31:40,933
มันจะใช้เวลาเสร็จเท่านี้นะคะ ถ้าอยู่ ๆ

476
00:31:40,935 --> 00:31:44,935
เป็นการกำหนดขึ้นมาลอย ๆ นี่ ไม่มีที่ไปที่มา

477
00:31:44,935 --> 00:31:48,935
ก็ถือว่าการทำงานนี่ ไม่มีวุฒิภาวะ

478
00:31:48,937 --> 00:31:52,937
เขาจะประเมินแบบนั้น ไม่มีวุฒิภาวะ

479
00:31:52,937 --> 00:31:56,937
ก็คือไม่มีการทำงานที่เป็นระบบ

480
00:31:56,938 --> 00:32:00,938
นะคะ หรือความสามารถต่ำกว่าที่ระดับวุฒิภาวะ

481
00:32:00,939 --> 00:32:04,939
รับรองนะคะ ในการทำงานประจำวัน

482
00:32:04,954 --> 00:32:08,954
ก็เหมือนกันนะคะ หัวหน้าโครงการนี่ จะต้องบันทึก

483
00:32:08,954 --> 00:32:12,954
การสั่งงานนะคะ แล้วก็ติดตามผลเอาไว้อย่างเป็นระบบ

484
00:32:12,955 --> 00:32:16,955
นะคะ

485
00:32:16,957 --> 00:32:20,957
สิ่งสำคัญนะคะ ถ้าการทำงานแต่ละวัน

486
00:32:20,958 --> 00:32:24,958
เราจะมองที่ Software Process Tracking

487
00:32:24,958 --> 00:32:28,958
ก็คือ

488
00:32:28,960 --> 00:32:32,960
หากไม่ทำเป็นเอกสารไว้ตรวจสอบนี่ เราจะบอกไม่ได้ว่าทำงาน

489
00:32:32,960 --> 00:32:36,960
ถูกไหมนะคะ ดังนั้นจากเหตุผล

490
00:32:36,961 --> 00:32:40,961
ที่กล่าวมาข้างต้นนี่นะคะ

491
00:32:40,963 --> 00:32:44,963
จึงสรุปว่าเอกสารต่าง ๆ นี่ เป็นเรื่องสำคัญมาก

492
00:32:44,965 --> 00:32:48,965
จะต้องทำให้ครบถ้วนนะคะ ตามหลักการ

493
00:32:48,965 --> 00:32:52,965
ของเอกสารแต่ละชนิด

494
00:32:52,967 --> 00:32:56,967
ทำไม่ได้นะคะ อาจารย์ขีด

495
00:32:56,967 --> 00:33:00,967
ย้ำสีแดงมาให้ตัวใหญ่เลย เอกสารต้องมี

496
00:33:00,969 --> 00:33:04,969
นะคะ และต้องมีอย่างครบถ้วนถูกต้องนะคะ

497
00:33:04,969 --> 00:33:08,969
ไม่จัดทำไม่ได้นะคะ ต้องจัดทำให้ครบ

498
00:33:08,975 --> 00:33:12,975
ระดับของการประกาศเจตจำนงเอง

499
00:33:12,976 --> 00:33:16,976
ของผู้บริหารนะคะ ทางระดับโครงการ ทางระดับกิจกรรม

500
00:33:16,976 --> 00:33:20,976
จะต้องมีครบนะคะ ทั้ง 3 ประเภทของเอกสารนั้น

501
00:33:20,985 --> 00:33:24,985
ไม่ทำไม่ได้นะคะ เรามาดูหัวใจของ

502
00:33:24,986 --> 00:33:28,986
CMM ระดับที่ 2 นะคะ ระดับแรกนี่ไม่พูดด

503
00:33:28,986 --> 00:33:32,986
เพราะว่าถ้าหน่วยงานทั่วไปนะคะ มีการทำงานที่

504
00:33:32,998 --> 00:33:36,998
ไม่เป็นระบบ ก็พึ่งแต่คนที่มีความสามารถ

505
00:33:36,999 --> 00:33:40,999
หน่วยงานอยู่ได้เพราะคนนี้ เพราะคนที่มีความสามารถ

506
00:33:41,000 --> 00:33:45,000
คนนั้นเกษียณอายุออกไป

507
00:33:45,003 --> 00:33:49,003
หรือออกจากหน่วยงานไป คือ หน่วยงานนั้นก็อยู่ไม่ได้

508
00:33:49,004 --> 00:33:53,004
อันนี้เราไม่เรียกว่าได้รับมาตรฐานนะคะ

509
00:33:53,004 --> 00:33:57,004
ก็เลยมองไปว่า CMM

510
00:33:57,004 --> 00:34:01,004
ระดับที่ 2 นะะคะ จะมี

511
00:34:01,005 --> 00:34:05,005
KPA นะคะ ก็คือตัวชี้วัดการวิเคราะห์

512
00:34:05,005 --> 00:34:09,005
ตัวที่ใช้เป็นมาตรวัด

513
00:34:09,006 --> 00:34:13,006
ความสำเร็จ จะต้องทำให้ได้ตามมาตรฐาน

514
00:34:13,006 --> 00:34:17,006
ของ CMM นะคะ มี 6 เรื่องด้วยกัน

515
00:34:17,007 --> 00:34:21,007
นะคะ ก็คือ Requirements Management

516
00:34:21,008 --> 00:34:25,008
ก็คือการจัดการกับความต้องการ มีกระบวนการ

517
00:34:25,009 --> 00:34:29,009
อย่างไร ถึงจะจัดการกับความต้องการ

518
00:34:29,011 --> 00:34:33,011
เรื่องที่ 2 นะคะ ก็คือการวางแผน

519
00:34:33,011 --> 00:34:37,011
Software Project Planning นะคะ อันนี้คือการ

520
00:34:37,023 --> 00:34:41,023
จัดการกับการวางแผนนะคะ เรื่องที่ 3 เป็นการควบคุม

521
00:34:41,025 --> 00:34:45,025
นะคะ การทำงาน การทำโปรเจ็กในแต่ละวัน

522
00:34:45,025 --> 00:34:49,025
นะคะ เรื่องที่ 4 เป็นเรื่องของการจัดการ

523
00:34:49,026 --> 00:34:53,026
Subcontact Software Subcontract Management

524
00:34:53,026 --> 00:34:57,026
หมายถึงการบริหารจัดการ  Subcontract

525
00:34:57,028 --> 00:35:01,028
มีไหมนะคะ มีการ

526
00:35:01,029 --> 00:35:05,029
ของหน่วยงานไหม คือ ถ้าหน่วยงาน

527
00:35:05,031 --> 00:35:09,031
ทำซอฟต์แวร์นี้เองทั้งหมด จะต้องมี Subcon

528
00:35:09,032 --> 00:35:13,032
เรามีการบริหารจัดการ Subcontract อย่างไร

529
00:35:13,035 --> 00:35:17,035
เรื่องที่ 5 นะคะ ของ CMM ระดับที่ 2 ก็คือ

530
00:35:17,035 --> 00:35:21,035
การประกันคุณภมพของงานที่ทำ

531
00:35:21,036 --> 00:35:25,036
นะคะ สุดท้าย ก็คือการจัดทำเกี่ยวกับการติดตาม

532
00:35:25,036 --> 00:35:29,036
นะคะ ประเมินผลงานนะคะ

533
00:35:29,037 --> 00:35:33,037
อันนี้คือ 6 เรื่องที่ CMM จะดู

534
00:35:33,038 --> 00:35:37,038
นะคะ ถ้าอยากได้ CMM ระดับ 2

535
00:35:37,038 --> 00:35:41,038
คราวนี้

536
00:35:41,039 --> 00:35:45,039
หัวใจของ CMM อยู่ที่ไหน อันนี้คือ CMM ระดับ 2

537
00:35:45,040 --> 00:35:49,040
หัวใจของการทำงานระดับนี้

538
00:35:49,041 --> 00:35:53,041
จัดการโครงการ

539
00:35:53,042 --> 00:35:57,042
อย่างเป็นระบบ หมายถึง มีหัวหน้าโครงการ

540
00:35:57,043 --> 00:36:01,043
วางแผนการพัฒนาซอฟต์แวร์ มีการติดตามงานอย่างใกล้ชิด

541
00:36:01,043 --> 00:36:05,043
นะคะ มีการตรวจสอบคุณภาพ มีการควบคุม

542
00:36:05,043 --> 00:36:09,043
นะคะ รูปแบบในการทำงาน

543
00:36:09,044 --> 00:36:13,044
นะคะ ในการผลิตซอฟต์แวร์นี่

544
00:36:13,045 --> 00:36:17,045
ตามเป้าหมายที่วางเอาไว้นะคะ

545
00:36:17,046 --> 00:36:21,046
โดยทั่วไปแล้ว CMM ไม่ได้กำหนด

546
00:36:21,047 --> 00:36:25,047
ว่าการจัดวางโครงการนั้นจะต้องว่างอย่างไร

547
00:36:25,048 --> 00:36:29,048
คือ ที่ไม่ได้กำหนด เพื่อให้หน่วยงานมีความยืดหยุ่น

548
00:36:29,049 --> 00:36:33,049
นะคะ สามารถนำไปปรับใช้ได้แต่ละหน่วยงานเลย

549
00:36:33,050 --> 00:36:37,050
นะคะ เช่นการวางแผนการพัฒนาซอฟต์แวร์ บริษัท

550
00:36:37,063 --> 00:36:41,063
จะใช้ Gantt Chart ก็ได้ในการวางแผนโครงงาน

551
00:36:41,065 --> 00:36:45,065
หรือจะใช้ CPM

552
00:36:45,066 --> 00:36:49,066
นะคะ ในการวางแผนโครงการก็ได้ หรือจะใช้ Diagram

553
00:36:49,067 --> 00:36:53,067
เพิร์ส หรือจะใช้รูปแบบอื่นในการทำงาน

554
00:36:53,067 --> 00:36:57,067
ความชำนาญของบริษัทนั้นเลยนะคะ

555
00:36:57,069 --> 00:37:01,069
สรุป ก็คือ

556
00:37:01,083 --> 00:37:05,083
ถ้าได้รับมาตรฐานระดับที่ 2 นะคะ จะเรียกว่า

557
00:37:05,084 --> 00:37:09,084
รีพีสเตเบิลนะคะ

558
00:37:09,085 --> 00:37:13,085
บริษัทก็ควรจะได้ใบรับรอง

559
00:37:13,085 --> 00:37:17,085
มาตรฐานระดับนี้เป็นขั้นต่ำนะคะ อย่างน้อย

560
00:37:17,086 --> 00:37:21,086
หน่วยงานภายนอกหรือลูกค้าที่จะมาจ้างบริษัทเราพัฒนา

561
00:37:21,087 --> 00:37:25,087
Software นี่ บริษัทนี้ได้รับ

562
00:37:25,088 --> 00:37:29,088
CMM ได้ระดับที่ 2 นี่ แปลว่า

563
00:37:29,089 --> 00:37:33,089
ก็จะมีระบบในการทำงาน มีการจัดการ

564
00:37:33,090 --> 00:37:37,090
โครงการที่เป็นระบบ งานเขาน่าจะเสร็จตามที่เขา

565
00:37:37,092 --> 00:37:41,092
ต้องการนะคะ

566
00:37:41,092 --> 00:37:45,092
อะไรยากที่สุด คือ ระดับ 2 นี่ ถือเป็น

567
00:37:45,093 --> 00:37:49,093
ที่บริษัทที่ทำงานเป็นระบบ

568
00:37:49,094 --> 00:37:53,094
ควรได้รับการรับรองมาตรฐานนี้นะคะ

569
00:37:53,095 --> 00:37:57,095
อะไรยากที่สุดในระดับนี้นะคะ

570
00:37:57,096 --> 00:38:01,096
เขาบอกว่าการประกันคุณภาพซอฟต์แวร์

571
00:38:01,096 --> 00:38:05,096
นี่ยากที่สุดนะคะ Software Quality Assurance

572
00:38:05,097 --> 00:38:09,097
ทำอย่างไร

573
00:38:09,099 --> 00:38:13,099
พัฒนาโปรแกรมขึ้นมาแล้ว โปรแกรมนี้ถึงจะได้รับความ

574
00:38:13,100 --> 00:38:17,100
รับรองหรือการประกันคุณภาพนะคะ

575
00:38:17,101 --> 00:38:21,101
มีคนมารับรองว่า โปรแกรม

576
00:38:21,117 --> 00:38:25,117
ที่บริษัทพัฒนาขึ้นมานี่มีคุณภาพ

577
00:38:25,118 --> 00:38:29,118
ที่มองว่ายาก ทำไม

578
00:38:29,121 --> 00:38:33,121
ถึงมองว่าเหตุผลนี้มันยาก การประกันสุขภาพ

579
00:38:33,122 --> 00:38:37,122
ก็เพราะว่า มองว่า

580
00:38:37,123 --> 00:38:41,123
มันเป็นเรื่องแปลกน่ะ งานนี้เป็นของแปลกใหม่

581
00:38:41,124 --> 00:38:45,124
สำหรับการพัฒนาซอฟต์แวร์ โปรแกรมเมอร์

582
00:38:45,125 --> 00:38:49,125
ไม่เคยได้เรียนรู้ ไม่เคยได้รู้ว่า

583
00:38:49,125 --> 00:38:53,125
ต้องไปรับการรับรองคุณภาพด้วยหรือ ทำเสร็จแล้ว

584
00:38:53,125 --> 00:38:57,125
ก็จบไป โปรแกรมเมอร์จะมองแบบนั้น ทีมงานก็จะมองแบบนั้น

585
00:38:57,125 --> 00:39:01,125
ทำให้ไม่มีการขอการรับรองคุณภาพกัน

586
00:39:01,127 --> 00:39:05,127
นะคะ แต่ถ้าเกิดมี มันก็จะทำให้

587
00:39:05,127 --> 00:39:09,127
ซอฟต์แวร์ที่พัฒนานี่ ถือว่ามีคุณภาพ

588
00:39:09,129 --> 00:39:13,129
ระดับหนึ่งนะคะ ถ้าเราได้รับการรับรองมาตรฐาน CMM ระดับ 2 ง

589
00:39:13,129 --> 00:39:17,129
จุดประสงค์หลักนะคะ

590
00:39:17,130 --> 00:39:21,130
ของการประกันคุณภาพซอฟต์แวร์ ก็คือ

591
00:39:21,131 --> 00:39:25,131
การทำรายงานให้ผู้บริหารเห็นภาพ

592
00:39:25,132 --> 00:39:29,132
เห็นภาพ ก็คือเห็นภาพกระบวนการ

593
00:39:29,133 --> 00:39:33,133
พัฒนาซอฟต์แวร์นะคะ และผลผลิตซอฟต์แวร์

594
00:39:33,134 --> 00:39:37,134
ที่ทำเสร็จน่ะ มีผลก้าวหน้า

595
00:39:37,135 --> 00:39:41,135
เพียงใด อันนี้คือให้ผู้บริหารติดตามงาน

596
00:39:41,135 --> 00:39:45,135
ได้ง่ายนะคะ

597
00:39:45,137 --> 00:39:49,137

598
00:39:49,150 --> 00:39:53,150
ต่อมานะคะ

599
00:39:53,151 --> 00:39:57,151
การประกันคุณภาพซอฟต์แวร์นะคะ จะต้องมีเจ้าหน้าที่

600
00:39:57,152 --> 00:40:01,152
เราเรียกเจ้าหน้าที่ว่า "SQA" ก็คือ

601
00:40:01,153 --> 00:40:05,153
อย่างน้อยคนหนึ่ง คนที่ทำหน้าที่

602
00:40:05,153 --> 00:40:09,153
ประกันคุณภาพของซอฟต์แวร์น่ะค่ะ

603
00:40:09,153 --> 00:40:13,153
ต้องมี 1 คนนะคะ หน้าที่ ก็คือตรวจสอบ

604
00:40:13,153 --> 00:40:17,153
กระบวนการนะคะ ว่าเป็นไปตามเงื่อนไข

605
00:40:17,155 --> 00:40:21,155
หรือข้อกำหนดของโครงการที่เขียนไว้ตาม

606
00:40:21,156 --> 00:40:25,156
บริษัทไหมนะคะ แต่เถ้าเกิดเป็นซอฟต์แวร์

607
00:40:25,156 --> 00:40:29,156
ขนาดใหญ่นะคะ Software House ขนาดใหญ่

608
00:40:29,156 --> 00:40:33,156
มีคนที่ทำหน้าที่เป็น SQA นี่หลายคน

609
00:40:33,156 --> 00:40:37,156
QA QC นั่นล่ะค่ะ ตรวจสอบมีคุณภาพไหม

610
00:40:37,156 --> 00:40:41,156
ซอฟต์แวร์

611
00:40:41,157 --> 00:40:45,157
ขนาดเล็ก อาจจะมีคนหนึ่ง 2 คนนะคะ

612
00:40:45,159 --> 00:40:49,159
แต่ถ้าเป็นซอฟต์แวร์เฮาส์ขนาดใหญ่

613
00:40:49,159 --> 00:40:53,159
อะไรก็ว่าไป ก็ควรจะมี QA

614
00:40:53,169 --> 00:40:57,169
หลายคนนะคะ QA

615
00:40:57,170 --> 00:41:01,170
จะต้องรู้เรื่องกระบวนการตั้งแต่ต้น

616
00:41:01,183 --> 00:41:05,183
ก็คือมาร่วมกระบวนการตั้งแต่เริ่ม

617
00:41:05,183 --> 00:41:09,183
รับโครงการ รับโปรเจ็คนี้มา

618
00:41:09,185 --> 00:41:13,185
ก็คือ QA ก็จะต้องเข้าไปคุยกับลูกค้า

619
00:41:13,185 --> 00:41:17,185
พร้อมกับฝ่ายเก็บความต้องการ

620
00:41:17,186 --> 00:41:21,186
ของลูกค้านะคะ QA ก็ต้องไปด้วยน่ะค่ะ

621
00:41:21,188 --> 00:41:25,188
แล้วก็จะต้องตรวจสอบกิจกรรม ทำรายงานเสนอ

622
00:41:25,188 --> 00:41:29,188
ต่อหัวหน้าโครงการหรือผู้บริหารระดับสูง มีการทำ

623
00:41:29,189 --> 00:41:33,189
มีการทำรายงานผลไหมนะคะ

624
00:41:33,191 --> 00:41:37,191
รายงานผลอย่างไร อันนี้คือหน้าที่ของ SQA น่ะค่ะ

625
00:41:37,191 --> 00:41:41,191

626
00:41:41,192 --> 00:41:45,192
คราวนี้ใครนะคะ ในองค์กร

627
00:41:45,208 --> 00:41:49,208
ที่ควรจะถูกเลือก ผู้ที่ทำหน้าที่

628
00:41:49,209 --> 00:41:53,209
เป็น QA ควรเป็นคนแบบไหน และควรมีความรู้อะไรบ้าง

629
00:41:53,210 --> 00:41:57,210
ถึงจะได้รับเลือกเป็นคนตรวจสอบ

630
00:41:57,210 --> 00:42:01,210
นะคะ เจ้าหน้าที่ SQA นี่ ควรจะมีนิสัย

631
00:42:01,211 --> 00:42:05,211
เจ้าระเบียบนะคะ ทำงาน

632
00:42:05,225 --> 00:42:09,225
ต่าง ๆ อย่างละเอียดรอบคอบ เพราะเป็นคนตรวจประกัน

633
00:42:09,225 --> 00:42:13,225
คุณภาพซอฟต์แวร์นะคะ จะต้องไม่เป็นคนปล่อยปะ

634
00:42:13,226 --> 00:42:17,226
ละเลยอะไรง่าย ๆ นะคะ

635
00:42:17,227 --> 00:42:21,227
คือ การที่หน่วยงานนะคะ จัดให้มี SQA นี่

636
00:42:21,229 --> 00:42:25,229
ก็เพื่อให้แน่ใจว่าการทำงานทุกอย่างนะคะ เป็นไปตาม

637
00:42:25,229 --> 00:42:29,229
ข้อกำหนดที่เราวางแผนไว้จริง ๆ

638
00:42:29,231 --> 00:42:33,231
นะคะ ดังนั้นถ้าหากเราได้คนที่ไม่

639
00:42:33,232 --> 00:42:37,232
เคร่งครัด คนที่ไม่เจ้าระเบียบนี่

640
00:42:37,233 --> 00:42:41,233
งานที่ได้มันก็จะไม่ตรงกับสิ่งที่เรากำหนด

641
00:42:41,236 --> 00:42:45,236
มันจะทำให้โครงการมีปัญหาตามมา

642
00:42:45,244 --> 00:42:49,244
อันนี้คือเหตุผลที่ทำไมควรเลือก

643
00:42:49,245 --> 00:42:53,245
SQA ที่เป็นคนเจ้าระเบียบนะคะ และต้อง

644
00:42:53,247 --> 00:42:57,247
เป็นคนที่มีความละเอียดรอบคอบ

645
00:42:57,248 --> 00:43:01,248
ส่วนในด้านความรู้นะคะ

646
00:43:01,248 --> 00:43:05,248
เราพูดถึง CMM ในการพัฒนาซอฟต์แวร์

647
00:43:05,249 --> 00:43:09,249
นะคะ ฉะนั้น เจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบกระบวนการซอฟต์แวร์

648
00:43:09,251 --> 00:43:13,251
ก็จะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับงานด้านซอฟต์แวร์นะคะ

649
00:43:13,253 --> 00:43:17,253
เกี่ยวกับงานทางด้านซอฟต์แวร์

650
00:43:17,255 --> 00:43:21,255
ต้องรู้เป็นอย่างดี ถ้าไม่รู็

651
00:43:21,256 --> 00:43:25,256
เป็นอย่างดี คือ มีความรู้แค่พื้นฐาน ควร

652
00:43:25,256 --> 00:43:29,256
จะได้รับการฝึกอบรมในงานทางด้านประกันคุณภาพ

653
00:43:29,257 --> 00:43:33,257
กระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์

654
00:43:33,257 --> 00:43:37,257
แต่ถ้าเกิดเราได้นักวิเคราะห์

655
00:43:37,258 --> 00:43:41,258
ที่มีประสบการณ์นะคะ มีความอาวุโสมาทำหน้าที่นี้

656
00:43:41,259 --> 00:43:45,259
คือ เขามีประสบการณ์นะคะ ก็จะถือว่าดีมาก

657
00:43:45,261 --> 00:43:49,261
เพราะเขาทำหน้าที่ตรวจสอบ แต่

658
00:43:49,262 --> 00:43:53,262
ถ้าเกิดเราเลือก

659
00:43:53,263 --> 00:43:57,263
คนที่จบทางด้านบัญชีนะคะ หรือทางด้านการ

660
00:43:57,265 --> 00:44:01,265
คือ มองว่าคนที่ทำด้านการเงินนี่ ต้องเป็นคน

661
00:44:01,265 --> 00:44:05,265
ที่มีความเจ้าระเบียบ เป็นคนละเอียดรอบคอบ

662
00:44:05,266 --> 00:44:09,266
นะคะ แต่อย่าลืมว่าการพัฒนา

663
00:44:09,267 --> 00:44:13,267
ซอฟต์แวร์นี่

664
00:44:13,269 --> 00:44:17,269
นักตรวจสอบบัญชีหรือการเงินนี่ เขาจะไม่มีความเข้าใจ

665
00:44:17,270 --> 00:44:21,270
ในกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ อาจจะมี

666
00:44:21,270 --> 00:44:25,270
แต่มีไม่มากนัก มันก็จะเป็นปญหา

667
00:44:25,274 --> 00:44:29,274
ฉะนั้น ถ้าเราเลือก SQA จากคนที่มีพื้นฐานทางด้าน

668
00:44:29,274 --> 00:44:33,274
คอมพิวเตอร์อยู่แล้วนะคะ แล้วก็ไปฝึกอบรมงานทางด้าน

669
00:44:33,285 --> 00:44:37,285
การประกันคุณภาพเพิ่มเติม อันนี้จะมีคุณภาพมากกว่า

670
00:44:37,287 --> 00:44:41,287
นะคะ หรือถ้าได้คนที่มีประสบกาณณ์นะคะ

671
00:44:41,287 --> 00:44:45,287
ประกันคุณภาพมาก่อนนะคะ อันนั้น

672
00:44:45,287 --> 00:44:49,287
จะถือว่าดีมากนะคะ

673
00:44:49,288 --> 00:44:53,288
คราวนี้นะคะ ถ้าระดับที่สูงขึ้นไป

674
00:44:53,289 --> 00:44:57,289
QA นี่จะมีบทบาทหน้าที่เปลี่ยนปลง

675
00:44:57,289 --> 00:45:01,289
อย่างไร เมื่อกี้พูดถึง

676
00:45:01,289 --> 00:45:05,289
CMM ระดับที่ 2 นะคะ ถ้าไปถึง CMM

677
00:45:05,308 --> 00:45:09,308
ระดับที่ 4-5 SQA ยังต้องมีไหม

678
00:45:09,309 --> 00:45:13,309
มีไหมนะคะ ต้องอธิายว่า

679
00:45:13,310 --> 00:45:17,310
โดยปกตินะคะ เจ้าหน้าที่ SQA นี่

680
00:45:17,311 --> 00:45:21,311
ก็คือหน้าที่ของเขาก็คือ

681
00:45:21,312 --> 00:45:25,312
ออดิเตอร์หมายถึง ผู้ตรวจสอบ

682
00:45:25,314 --> 00:45:29,314
ทำกิจกรรมของโครงการนะคะ

683
00:45:29,314 --> 00:45:33,314
เมื่อโครงการของ

684
00:45:33,315 --> 00:45:37,315
หน่วยงานนี่สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีนะคะ

685
00:45:37,316 --> 00:45:41,316
องค์กรก็จะมีการของมาตรฐานที่สูงขึ้น

686
00:45:41,316 --> 00:45:45,316
การทำงานของ SQA นี่

687
00:45:45,318 --> 00:45:49,318
จาดระดับ 2 ที่เป็นผู้ติดตาม

688
00:45:49,318 --> 00:45:53,318
ประเมินนะคะ ก็จะกลายเป็นช่วยในการประสานงาน

689
00:45:53,319 --> 00:45:57,319
มากขึ้น ก็คือยังมีบทบาทอยู่

690
00:45:57,320 --> 00:46:01,320
ยกตัวอย่างเช่น

691
00:46:01,321 --> 00:46:05,321
จากหน่วยงานนะคะ ได้รับรองการประเมินองค์กร

692
00:46:05,323 --> 00:46:09,323
CMM ระดับ 2 พอไปสู่ระดับ 3

693
00:46:09,328 --> 00:46:13,328
จะต้องมีการสร้างกระบวนการให้เป็นมาตรฐานของหน่วยงานก่อน

694
00:46:13,328 --> 00:46:17,328
คราวนี้พอถึงระดับ 3 แล้ว การทำงานก็จะต้องมีการเก็บข้อมูล

695
00:46:17,330 --> 00:46:21,330
จะต้องมีการเก็บข้อมูลเอาไว้ในระดับที่ 2

696
00:46:21,331 --> 00:46:25,331
นะคะ คืออาจจะไม่ต้องตรวจสอบเอกสาร

697
00:46:25,331 --> 00:46:29,331
ละเอียดเท่าตอน

698
00:46:29,333 --> 00:46:33,333
นะคะ แต่เอกสารทุกอย่างก็ต้องเก็บเอาไว้

699
00:46:33,334 --> 00:46:37,334
นะคะ พอก้าวขึ้นไป

700
00:46:37,334 --> 00:46:41,334
นะคะ ระดับที่สูงขึ้น

701
00:46:41,336 --> 00:46:45,336
การตรวจสอบก็ต้องมีทีมงานเพิ่มขึ้น

702
00:46:45,337 --> 00:46:49,337
ทางด้านการจัการสะิติด การเก็บข้อมูล

703
00:46:49,339 --> 00:46:53,339
ไว้เป็นสถิตินะคะ ก็ควรจะ

704
00:46:53,339 --> 00:46:57,339
แต่งตั้งทีมงานเพิ่ม เราเรียกทีมงานที่มาช่วย SQA ว่า

705
00:46:57,340 --> 00:47:01,340
SPA นะคะ

706
00:47:01,342 --> 00:47:05,342
Statistical Process Control นะคะ

707
00:47:05,355 --> 00:47:09,355
เข้ามาร่วมงาน มาช่วย SQA

708
00:47:09,355 --> 00:47:13,355
ในการตรวจสอบนะคะ ถ้าเป็นการขอ

709
00:47:13,357 --> 00:47:17,357
วุฒิภาวะที่สูงขึ้นของบริษัทนะคะ

710
00:47:17,358 --> 00:47:21,358
หรือถ้าไปถึง

711
00:47:21,370 --> 00:47:25,370
ระดับที่ 5 นะคะ ก็ควรจะมี Defect analysis

712
00:47:25,370 --> 00:47:29,370
หมายถึง

713
00:47:29,371 --> 00:47:33,371
การวิเคราะห์นะคะ Deface

714
00:47:33,373 --> 00:47:37,373
ควรจะมีทีมงานนี้เข้ามาช่วยนะคะ

715
00:47:37,374 --> 00:47:41,374
จะต้องมีทีมงานในด้านการตรวจสอบความก้าวหน้า และผลกระทบ

716
00:47:41,374 --> 00:47:45,374
ระดับที่ 5 นี่ จะพูกถึงเทคโนโลยี

717
00:47:45,375 --> 00:47:49,375
ใหม่ ๆ ที่หน่วยงานนำเข้ามา

718
00:47:49,376 --> 00:47:53,376
ใช้หรือหน่วยงานจะนำมาใช้ในการ

719
00:47:53,376 --> 00:47:57,376
พัฒนาซอฟต์แวร์ให้กับลูกค้าน่ะค่ะ ฉะนั้น

720
00:47:57,378 --> 00:48:01,378
เราก็ควรจะมีฝ่ายที่ทำหน้าที่

721
00:48:01,378 --> 00:48:05,378
มาช่วย มาช่วยตรวจสอบ วิเคราะห์

722
00:48:05,378 --> 00:48:09,378
ตัวไหนเหมาะนะคะ ด้วยเหตุผล

723
00:48:09,379 --> 00:48:13,379
ที่กล่าวมานะคะ การทำงานด้าน SQA นี่

724
00:48:13,379 --> 00:48:17,379
จะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ตามระดับ

725
00:48:17,384 --> 00:48:21,384
ที่หน่วยงานได้รับวุฒิภาวะที่สูงขึ้น

726
00:48:21,386 --> 00:48:25,386
นะคะ ไม่ได้ยกเลิกแต่

727
00:48:25,386 --> 00:48:29,386
จะปรับเปลี่ยนบทบาทหน้าที่นะคะ ถ้า SQA

728
00:48:29,387 --> 00:48:33,387
ระดับที่ 2 ของ CMM ระดับ 2 นะคะ

729
00:48:33,388 --> 00:48:37,388
SQA ก็ทำหน้าที่

730
00:48:37,388 --> 00:48:41,388
4 5 ขึ้นมานี่ ก็จะมี

731
00:48:41,389 --> 00:48:45,389
ทีมนะคะ แต่งตั้งทีมมาเพิ่ม

732
00:48:45,389 --> 00:48:49,389
SQA ก็จะทำหน้าที่ประสานงาน

733
00:48:49,390 --> 00:48:53,390
ก็คือปรับเปลี่ยนบทบาทให้เหมาะสมกับหน่วยงานมาตรฐาน

734
00:48:53,391 --> 00:48:57,391
กับระดับการรับรองมาตรฐานของหน่วยงานนะคะ

735
00:48:57,392 --> 00:49:01,392
ถามว่าเมื่อหน่วยงานไปถึงระดับ 3 แล้ว

736
00:49:01,394 --> 00:49:05,394
นะคะ ยังจะต้องทำ KPI KPA

737
00:49:05,394 --> 00:49:09,394
ของระดับ 2 ไหม

738
00:49:09,396 --> 00:49:13,396
นะคะ พูดง่าย ๆ เช่น

739
00:49:13,397 --> 00:49:17,397
การมีความสามารถ

740
00:49:17,397 --> 00:49:21,397
หรือวุฒิภาวะนี่ระดับที่สูงขึ้นนะคะ

741
00:49:21,399 --> 00:49:25,399
แปลว่า ระดับล่างทั้งหมดก็ยังทำได้

742
00:49:25,399 --> 00:49:29,399
นะคะ ยกตัวอย่างเช่น ระดับ 3 นะคะ

743
00:49:29,400 --> 00:49:33,400
มีตัวชี้วัดอยู่ 7 ตัวนะคะ ดังนั้น

744
00:49:33,401 --> 00:49:37,401
บริษัทระดับ 3 นี่ ก็จะต้องทำตัวชี้วัดทั้งหมด 13 ตัว

745
00:49:37,402 --> 00:49:41,402
เพราะว่า 7 ตัวของระดับ 3

746
00:49:41,402 --> 00:49:45,402
แล้วก็อีก

747
00:49:45,403 --> 00:49:49,403
6 ตัว เป็นของระดับที่ 2 แบบนี้ค่ะ หรือ

748
00:49:49,403 --> 00:49:53,403
หน่วยงานได้รับ CMM ระดับ 4 นะคะ

749
00:49:53,404 --> 00:49:57,404
ก็ต้องทำ 15 ข้อ ระดับ 5

750
00:49:57,406 --> 00:50:01,406
ก็ต้องทำ 18 ข้อ อย่างนี้ค่ะ คือนับรวม

751
00:50:01,407 --> 00:50:05,407
นับรวมทุกระดับ แปลว่าถ้าเราได้เลื่อน

752
00:50:05,409 --> 00:50:09,409
นะคะ ระดับวุฒิภาวะสูงขึ้นนี่ แปลว่า

753
00:50:09,412 --> 00:50:13,412
ระดับที่ต่ำกว่า เราก็ต้องได้รับรองมาตรฐานแล้ว

754
00:50:13,420 --> 00:50:17,420
เราถึงจะผ่านขึ้นไป เป็นระดับที่สูง

755
00:50:17,420 --> 00:50:21,420
กว่าได้นะคะ ไม่ใช่พอไปในระดับที่สูงขึ้น

756
00:50:21,428 --> 00:50:25,428
แล้วระดับต่ำกว่าไม่ทำนะคะ เพราะว่าระดับที่ 2

757
00:50:25,429 --> 00:50:29,429
หน่วยงานจะต้องมีเอกสารเยอะแยะ พอไปถึง

758
00:50:29,431 --> 00:50:33,431
ระดับที่ 3 นี่ เขาไม่ดูในรายละเอียดเอกสารมาก

759
00:50:33,431 --> 00:50:37,431
แต่ยังมีการตวรจสอบอยู่ แต่เอกสารก็ยังต้องทำ

760
00:50:37,436 --> 00:50:41,436
สรุปแบบนี้ สรุป คือ ถ้าหน่วยงาน

761
00:50:41,438 --> 00:50:45,438
ได้รับการพัฒนาวุฒิภาวะหรือความสามารถ

762
00:50:45,438 --> 00:50:49,438
ของหน่วยงานหรือใบรับรอง CMM เพิ่มขึ้น

763
00:50:49,439 --> 00:50:53,439
นะคะ งานก็จะต้องเพิ่มขึ้นนะคะ

764
00:50:53,440 --> 00:50:57,440
ระดับที่ต่ำกว่าที่หน่วยงานได้รับก็ต้องทำเพื่อให้ผ่าน

765
00:50:57,440 --> 00:51:01,440
นะคะ

766
00:51:01,446 --> 00:51:05,446
คราวนี้ถ้าหน่วยงานนะคะ หน่วยงานควรทำ

767
00:51:05,447 --> 00:51:09,447
อย่างไร จึงจะทำให้ได้รับใบรับรอง

768
00:51:09,448 --> 00:51:13,448
CMM นะคะ ยกตัวอย่างเช่น

769
00:51:13,448 --> 00:51:17,448
บริษัทซอฟต์แวร์มีการทำงานอย่างเป็นระบบอยู่แล้ว

770
00:51:17,450 --> 00:51:21,450
บางที่นี่ได้รับการรับรองมาตรฐาน

771
00:51:21,451 --> 00:51:25,451
ISO 9000 แล้วด้วย ถามว่า

772
00:51:25,464 --> 00:51:29,464
ควรได้รับใบรับรอง CMM ไหม คำตอบ ก็คือ

773
00:51:29,466 --> 00:51:33,466
ควร ถ้าได้รับใบรับรอง ISO แล้ว CMM

774
00:51:33,467 --> 00:51:37,467
ISO แล้ว CMM ก็จะทำได้ง่าย

775
00:51:37,467 --> 00:51:41,467
เรามีขั้นตอนการขอ ISO อยู่แล้ว

776
00:51:41,468 --> 00:51:45,468
แปลว่าหน่วยงานมีการทำงานที่ได้มาตรฐานอยู่ระดับหนึ่ง อันนี้

777
00:51:45,469 --> 00:51:49,469
CMM ก็ควรขอ เมื่อลูกค้า

778
00:51:49,469 --> 00:51:53,469
เข้ามาที่บริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์ ว่า

779
00:51:53,470 --> 00:51:57,470
บริษัทนี้มีความน่าเชื่อถือไหนนะคะ

780
00:51:57,471 --> 00:52:01,471
ที่มันยุ่งยาก คือ บริษัทที่

781
00:52:01,473 --> 00:52:05,473
ยังไม่มีการทำงานแบบเป็นระบบมาก่อนอันนั้น

782
00:52:05,474 --> 00:52:09,474
จะยุ่งยาก ไม่ได้รับการรับรอง ISO

783
00:52:09,474 --> 00:52:13,474
หรือ CMM ระดับไหนมาก่อน อันนี้การเริ่มต้น

784
00:52:13,475 --> 00:52:17,475
อาจจะยาก จะค่อนข้างยากนะคะ แต่ถ้าได้รับรองมาตรฐาน

785
00:52:17,476 --> 00:52:21,476
ด้านอื่นมาอยู่แล้ว อันนี้ไม่ยากนะคะ

786
00:52:21,477 --> 00:52:25,477
ดังนั้นนะคะ

787
00:52:25,479 --> 00:52:29,479
ไม่ว่าจะเป็นบริษัท หรือหน่วยงานใดก็ตามนะคะ

788
00:52:29,480 --> 00:52:33,480
ที่สนใจในการพัฒนาคุณภาพนะคะ

789
00:52:33,481 --> 00:52:37,481
ของซอฟต์แวร์หรือคุณภาพของการทำงาน

790
00:52:37,482 --> 00:52:41,482
ถ้าหน่วยงานมีความสนใจนะคะ

791
00:52:41,483 --> 00:52:45,483
ด้านคุุณภาพ

792
00:52:45,483 --> 00:52:49,483
ที่เหมาะก็คือควรจะตั้งทีมงานขึ้นมา

793
00:52:49,484 --> 00:52:53,484
แล้วก็มอบหมายให้ปรับปรุง

794
00:52:53,486 --> 00:52:57,486
การทำงานนะคะ ให้สอดคล้องกับแนวทางที่ CMM

795
00:52:57,486 --> 00:53:01,486
ประเมิน วิธีง่ายสุด

796
00:53:01,487 --> 00:53:05,487
นะคะ ทำอย่างไรพนักงานในองค์กร ในบริษัท

797
00:53:05,487 --> 00:53:09,487
เราเองนี่ เขาจะมีความรู้ ก็ส่ง

798
00:53:09,495 --> 00:53:13,495
ทีมงานที่ตั้งขึ้นมานี่ค่ะ เข้าไปเรียน

799
00:53:13,497 --> 00:53:17,497
นะคะ สำหรับเรียน เกี่ยวกับ

800
00:53:17,498 --> 00:53:21,498
การขอใบรับรองของ CMM นะคะ เราเรียกว่า...

801
00:53:21,499 --> 00:53:25,499
อย่างคอร์สแรกนี้ก็ introduction to CMM

802
00:53:25,499 --> 00:53:29,499
ถ้าไม่ส่งเข้าไปเรียน ก็จัดหา

803
00:53:29,500 --> 00:53:33,500
คนที่มีความรู้มาเป็นที่ปรึกษาของหน่วยงานนะคะ

804
00:53:33,502 --> 00:53:37,502
คนที่มีความรู้ ความเข้าใจของ CMM มาช่วยให้คำแนะนำ

805
00:53:37,502 --> 00:53:41,502
ตอนที่บริษัทเริ่ม อยากทำงานเป็นระบบ

806
00:53:41,503 --> 00:53:45,503
ภายใต้การรับรองมาตรฐานของ CMM ว่า

807
00:53:45,505 --> 00:53:49,505
จะส่งคนในหน่วยงานไปอบรม ไปเรียนเพิ่มเติม

808
00:53:49,509 --> 00:53:53,509
หรือจะเชิญคนที่มีความรู้มาให้คำปรึกษา

809
00:53:53,509 --> 00:53:57,509
อันนี้แล้วแต่ อันนี้แล้วแต่ว่าบริษัท

810
00:53:57,511 --> 00:54:01,511
จะทำอย่างไร

811
00:54:01,511 --> 00:54:05,511
คราวนี้นะคะ ถ้าสนใจ

812
00:54:05,513 --> 00:54:09,513
อยากได้ใบรับรองคุณวุฒิ CMM

813
00:54:09,514 --> 00:54:13,514
งานที่จะต้องทำคือ หน่วยงานนั้น

814
00:54:13,514 --> 00:54:17,514
จะต้องตรวจสอบดูกระบวนการทำงานนะคะ

815
00:54:17,516 --> 00:54:21,516
ในปัจจุบันก่อนนะคะ

816
00:54:21,516 --> 00:54:25,516
ว่าเป็นอย่างไร แล้วเอาไปเทียบ

817
00:54:25,527 --> 00:54:29,527
กับเกณฑ์นะคะ กับใบรับรอง CMM

818
00:54:29,528 --> 00:54:33,528
ระดับที่ 2 ตรวจสอบอะไรบ้าง เช่น

819
00:54:33,532 --> 00:54:37,532
ตรวจสอบว่าบริษัทนะคะ มีกระบวรการจัดการ

820
00:54:37,547 --> 00:54:41,547
ความต้องการของลูกค้าไหม ลูกค้ามีความต้องการ

821
00:54:41,548 --> 00:54:45,548
มี รีไควเมนท์มา มีการจัดการ

822
00:54:45,549 --> 00:54:49,549
พูดถึง Process นะคะ พูดถึงกระบวนการนั้นไหม

823
00:54:49,550 --> 00:54:53,550
ถ้าไม่มี ก็ให้คิดกระบวรการนั้นขึ้น

824
00:54:53,551 --> 00:54:57,551
คือ กระบวนการไหนที่ยังไม่มีนะคะ ก็ต้องคิดขึ้นมา

825
00:54:57,552 --> 00:55:01,552
กระบวนการแรกเลย ก็คือการดูแลลูกค้า

826
00:55:01,552 --> 00:55:05,552
กระบวนการดูแลความต้องการของ

827
00:55:05,553 --> 00:55:09,553
ลูกค้านะคะ เป็น

828
00:55:09,554 --> 00:55:13,554
กระบวนการแรกที่ต้องนึกถึงนะคะ ที่ต้องทำ

829
00:55:13,559 --> 00:55:17,559
ถ้าไม่มีก็ต้องทำให้ขึ้นมาให้มี

830
00:55:17,560 --> 00:55:21,560
ก็จะดูเป็นการทำงานที่เป็นระบบ เผื่อเราขอ

831
00:55:21,562 --> 00:55:25,562
ระดับที่ 2 นะคะ เขาก็จะดูอันนี้เป็นเรื่องแรกนะคะ

832
00:55:25,562 --> 00:55:29,562
คือ พูดง่าย ๆ คือ บริษัทให้ความสนใจลูกค้า

833
00:55:29,563 --> 00:55:33,563
กับความต้องการที่ลูกค้าบอกมามากน้อยแค่ไหน

834
00:55:33,564 --> 00:55:37,564
การจัดการแบบเป็นระบบไหมนะคะ

835
00:55:37,571 --> 00:55:41,571
เพราะหลักการสำคัญของ CMM นะคะ

836
00:55:41,571 --> 00:55:45,571
คือ จะต้องทำให้การทำงานตาม CMM นี่

837
00:55:45,571 --> 00:55:49,571
ทำอย่างไรก็ได้ให้เป็นวัฒนธรรมขององค์กร

838
00:55:49,572 --> 00:55:53,572
คำว่า "วัฒนธรรมขององค์กร" คือ ทุกคน

839
00:55:53,572 --> 00:55:57,572
ในองค์กรนะคะ ไม่ใช่ใครคนใดคนหนึ่ง

840
00:55:57,572 --> 00:56:01,572
รวมไปถึงผู้บริหารนี่ ระดับสูงนี่

841
00:56:01,573 --> 00:56:05,573
จะต้องมีพันธกิจ จะต้องมีนโยบาย

842
00:56:05,575 --> 00:56:09,575
ในการทำงานอย่างเป็นระบบนะคะ คนที่

843
00:56:09,576 --> 00:56:13,576
ทำงานนะคะ ผู้ปฏิบัติทุกฝ่ายนี่จะต้องมีความี

844
00:56:13,576 --> 00:56:17,576
นอกจากนี้นะคะ ในหน่วยงาน

845
00:56:17,576 --> 00:56:21,576
ก็จะต้องมีทรัพยากร ให้กับคนที่

846
00:56:21,577 --> 00:56:25,577
ทำงานนะคะ อันนี้คือหลักการสำคัญ

847
00:56:25,581 --> 00:56:29,581
ของ CMM นะคะ ผู้บริหารจะต้อง

848
00:56:29,581 --> 00:56:33,581
เห็นด้วย มีนโยบายที่ชัดเจนนะคะ ฝ่ายปฏิบัติ

849
00:56:33,582 --> 00:56:37,582
ก็ต้องมีความรู้ และต้องมีทรัพยากร

850
00:56:37,583 --> 00:56:41,583
แค่นี้เอง หลักการของ CMM นะคะ

851
00:56:41,583 --> 00:56:45,583
คราวนี้นะคะ

852
00:56:45,584 --> 00:56:49,584
คือ ทีมงานที่ทำงาน

853
00:56:49,585 --> 00:56:53,585
นะคะ ตั้งทีมงานขึ้นมา

854
00:56:53,586 --> 00:56:57,586
นะคะ ทีมงานจะต้องตรวจสอบว่าการทำงานนี่เป็นไปตาม

855
00:56:57,587 --> 00:57:01,587
หลักการไหม หลักการของ CMM ไหน สรุป คือ

856
00:57:01,587 --> 00:57:05,587
ถ้าหน่วยงานอยากได้การรับรองมาตรฐานตัวไหน

857
00:57:05,589 --> 00:57:09,589
เราก็ไปดูเกณฑ์ของมาตรฐานนั้น

858
00:57:09,589 --> 00:57:13,589
มาตรฐาน ISO ก็ต้องไปดูเกณฑ์ของ ISO

859
00:57:13,592 --> 00:57:17,592
นะคะ แต่ถ้าเกิดเป็น Software House นะคะ จะ

860
00:57:17,593 --> 00:57:21,593
ต้องได้ใบรับรองของ CMM

861
00:57:21,595 --> 00:57:25,595
นะคะ ของ CMM ว่าเป็นเกณฑ์ของอะไร

862
00:57:25,595 --> 00:57:29,595
คือการทำงานตามหลักการของ CMM นะคะ

863
00:57:29,596 --> 00:57:33,596
จะต้องยึดรายละเอียด

864
00:57:33,597 --> 00:57:37,597
นะคะ ในคู่มือ CMM ให้ครบ อย่างที่อาจารย์บอกไป

865
00:57:37,598 --> 00:57:41,598
นะคะ เราอยากใบรับรองมาตรฐาน

866
00:57:41,599 --> 00:57:45,599
ของหน่วยงานไหนนะคะ

867
00:57:45,600 --> 00:57:49,600
อยากได้ใบรับรองประเภทไหน เราจะต้องศึกษา

868
00:57:49,601 --> 00:57:53,601
ศึกษาคู่มือของใบรับรองนั้นให้ละเอียด เราจะได้รู้ว่า

869
00:57:53,603 --> 00:57:57,603
เราอยากขอใบรับรองระดับนี้

870
00:57:57,604 --> 00:58:01,604
มาตรฐานระดับนี้นี่จะต้องทำอย่างไรบ้าง ศึกษาคู่มือ

871
00:58:01,605 --> 00:58:05,605
ให้ท่องแท้เลยนะคะ

872
00:58:05,609 --> 00:58:09,609

873
00:58:09,610 --> 00:58:13,610
ถามว่า เมื่อหน่วยงานได้รับการประเมินแล้ว

874
00:58:13,612 --> 00:58:17,612
แล้วก็ได้ใบรับรอง ระดับไหนก็ช่างนี่

875
00:58:17,614 --> 00:58:21,614
มาแล้วนะคะ การรับรอง

876
00:58:21,614 --> 00:58:25,614
ใบรับรองนั้นน่ะจะอยู่นานเท่าไร

877
00:58:25,615 --> 00:58:29,615
อันนี้เป็นคำถาม คือขอมายากมาก

878
00:58:29,616 --> 00:58:33,616
พอได้ใบรับรองมาตรฐานคุณภาพมาแล้ว

879
00:58:33,616 --> 00:58:37,616
แล้วใบรับรองวุฒิภาวะนั้น เหมือนเราไปสอบ Cer

880
00:58:37,617 --> 00:58:41,617
นักศึกษาห้องนี้

881
00:58:41,618 --> 00:58:45,618
มีสอบเซอร์ทิฟิเคทไหม

882
00:58:45,619 --> 00:58:49,619
มีไหม รุ่นนี้ได้มีสอบใบ

883
00:58:49,619 --> 00:58:53,619
Certificate ไหมคะ

884
00:58:53,620 --> 00:58:57,620
ไม่มีสักใบเลยหรือ แสดงว่า

885
00:58:57,622 --> 00:59:01,622
ก่อนหน้านี้ที่สอบเป็นรุ่นพี่

886
00:59:01,623 --> 00:59:05,623
รุ่นแรกนะ อ๋อ

887
00:59:05,624 --> 00:59:09,624
อย่างนั้นก็น่าเสียดาย จริง ๆ เราจบ IT ไป เราต้องมีรับรอง

888
00:59:09,625 --> 00:59:13,625
ความสามารถอย่างน้อย 1 ใบ ว่าเราทำอะไรได้นะคะ

889
00:59:13,625 --> 00:59:17,625
คืออย่างเราสอบไป ใบเซอร์ฟิเคท

890
00:59:17,626 --> 00:59:21,626
1 ใบนะคะ ใบรับรองนี่ เราก็อยากรู้ว่า

891
00:59:21,626 --> 00:59:25,626
มันมีระยะเวลานานแค่ไหนในการรับรอง

892
00:59:25,632 --> 00:59:29,632
นะคะ บางใบรับรองนี่มันจะ

893
00:59:29,633 --> 00:59:33,633
ไม่มีสิ้นสุด ไม่มีอายุ

894
00:59:33,634 --> 00:59:37,634
ได้รับการรับรองแล้ว แต่

895
00:59:37,634 --> 00:59:41,634
บางการรับรองคุณภาพนี่ อาจจะมีอายุแค่ 1 ปี

896
00:59:41,635 --> 00:59:45,635
นะคะ หรือ

897
00:59:45,636 --> 00:59:49,636
หรือบางใบรับรองคุณภาพ

898
00:59:49,636 --> 00:59:53,636
ก็จะมีอายุ 2 ปีนะคะ

899
00:59:53,637 --> 00:59:57,637
ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดใบรับรองนั้นนะคะ

900
00:59:57,639 --> 01:00:01,639
ว่าเขาใช้วัดอะไรนะคะ จริง ๆ แล้วการประเมิน

901
01:00:01,640 --> 01:00:05,640
CMM เป็นการประเมินว่า

902
01:00:05,641 --> 01:00:09,641
มีจุดใดบ้าง หน่วยงานมีจุดใดบ้าง

903
01:00:09,651 --> 01:00:13,651
ที่ควรปรับปรุงให้ดีขึ้น ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีนะคะ

904
01:00:13,651 --> 01:00:17,651
เราถึงเรียกว่า

905
01:00:17,652 --> 01:00:21,652
การเรียกชื่อเต็มของ CMM

906
01:00:21,653 --> 01:00:25,653
การประเมินการปรับปรุงกระบวนการ

907
01:00:25,654 --> 01:00:29,654
ทำงานนะคะ ให้ดี

908
01:00:29,655 --> 01:00:33,655
ตรงไหนมีข้อบกพร่องให้ไปแก้ไขตรงจุดนั้น

909
01:00:33,657 --> 01:00:37,657
นะคะ มันมีแต่ข้อดี แต่มันต้องทำเอกสารเยอะ

910
01:00:37,659 --> 01:00:41,659
นะคะ สรุปก็คือถ้าได้

911
01:00:41,659 --> 01:00:45,659
ใบรับรองของ CMM นะคะ

912
01:00:45,661 --> 01:00:49,661
ควรจะมี... จะบอกว่า

913
01:00:49,662 --> 01:00:53,662
มีอายุ ประมาณ ปีครึ่งหรือ 2 ปี

914
01:00:53,663 --> 01:00:57,663
2 ปี เพราะมันคือกระบวนการทำงาน

915
01:00:57,675 --> 01:01:01,675
นำไปสู่ความสำเร็จของหน่วยงานนะคะ

916
01:01:01,676 --> 01:01:05,676
ฉนั้นไม่ใช่ว่าเราได้ใบรับรอง CMM

917
01:01:05,689 --> 01:01:09,689
มา เราก็หยุดทำงานที่เป็นระบบ

918
01:01:09,693 --> 01:01:13,693
ไม่ใช่นะคะ ทุก 2 ปี

919
01:01:13,694 --> 01:01:17,694
ควรจะมีการขอ เพื่อต่ออายุ

920
01:01:17,695 --> 01:01:21,695
ใบรับรองนะคะ ไม่เหมือนกับ

921
01:01:21,696 --> 01:01:25,696
ใบรับรองอย่างอื่น

922
01:01:25,697 --> 01:01:29,697
แต่ส่วนมากถ้าเป็นกระบวนการทำงานนี่

923
01:01:29,698 --> 01:01:33,698
ถ้าไม่ปีครึ่ง ก็

924
01:01:33,700 --> 01:01:37,700
ก็ 2 ปี ไม่เกินนี้นะคะ ก็จะมีการประเมินอีกรอบ

925
01:01:37,700 --> 01:01:41,700
ถ้ากระบวนการยังดีอยู่ จากระดับ 2

926
01:01:41,713 --> 01:01:45,713
แล้วเรามีการปรับปรุงนะคะ ก็จะมี

927
01:01:45,713 --> 01:01:49,713
มาตรฐานในระดับที่สูงขึ้นนะคะ

928
01:01:49,714 --> 01:01:53,714
ฉะนั้นถามว่าถ้าได้ใบรับรอง CMM มาแล้ว

929
01:01:53,715 --> 01:01:57,715
จะอยู่ได้นานแค่ไหน มันก็เป็นตัวรับรอง

930
01:01:57,716 --> 01:02:01,716
ว่ากระบวนการทำงานนะคะ ของหน่วยงานนี่มีมาตรฐาน

931
01:02:01,718 --> 01:02:05,718
ของหน่วยงานนี่ มีคุณภาพ มีมาต

932
01:02:05,719 --> 01:02:09,719
อยู่ในระดับไหนนะคะ ฉะนั้นควรจะมีการ

933
01:02:09,720 --> 01:02:13,720
ประเมินต่ออายุใบรับรองอยู่

934
01:02:13,721 --> 01:02:17,721
นะคะ อาจจะต่อทุกปีครึ่งหรือ 2 ปี นี่

935
01:02:17,721 --> 01:02:21,721
คืออายุของ CMM นะคะ

936
01:02:21,722 --> 01:02:25,722
จากที่อาจารย์อธิบายไป

937
01:02:25,724 --> 01:02:29,724
เนื้อหาทั้งหมด เป็นเนื้อหา CMM มีคำถาม

938
01:02:29,738 --> 01:02:33,738
ไหม ก่อนจะให้ทำ

939
01:02:33,750 --> 01:02:37,750
ใบงาน ให้ถามก่อน

940
01:02:37,750 --> 01:02:41,750
จากที่กล่าวไปทั้งหมด CMM มีทั้งหมดกี่ระดับ

941
01:02:41,751 --> 01:02:45,751
คะ 5 ระดับ นะคะ

942
01:02:45,752 --> 01:02:49,752
พอจำ Concept

943
01:02:49,768 --> 01:02:53,768
ของแต่ละระดับได้ไหม

944
01:02:53,770 --> 01:02:57,770
ระดับที่ 1

945
01:02:57,770 --> 01:03:01,770
การทำงานทั่วไปของหน่วยงาน ไม่ได้เป็นระบบ

946
01:03:01,770 --> 01:03:05,770
ก็คืออาศัยคนที่มีประสบการณ์ คนเก่งน่ะ

947
01:03:05,772 --> 01:03:09,772
ถ้าหน่วยงานไหนที่มีคนเก่ง หน่วยงานนั้นก็ไปได้

948
01:03:09,773 --> 01:03:13,773
อันนี้คือระดับที่ 1 ถือว่าได้มาตรฐานระดับ 1

949
01:03:13,773 --> 01:03:17,773
นะคะ แต่ยังไม่ถือว่าเป็นการรับรอง

950
01:03:17,774 --> 01:03:21,774
มาตรฐานที่ดี เพราะมันต่ำ ทำง

951
01:03:21,774 --> 01:03:25,774
แต่มีคนเก่งอยู่ หน่วยงานก็เลยยังอยู่ได้ อันนี้

952
01:03:25,776 --> 01:03:29,776
ไม่ โอ.เค. นะคะ เพราะงาน

953
01:03:29,777 --> 01:03:33,777
จะไปเกาะติดอยู่ที่คนนะคะ

954
01:03:33,781 --> 01:03:37,781
ไม่ได้เป็นกระบวนการที่ชัดเจน แต่ในเมื่อ

955
01:03:37,782 --> 01:03:41,782
คนเก่งไม่อยู่แล้ว ถามว่าหน่วยงาน

956
01:03:41,783 --> 01:03:45,783
จะเป็นอย่างไร อย่างนี้ค่ะ เขาจะมองอย่างนี้ จะ

957
01:03:45,784 --> 01:03:49,784
มองที่ความน่าเชื่อถือ แต่ถ้าเกิดอย่างน้อย

958
01:03:49,785 --> 01:03:53,785
นะคะ เราได้ใบรับรองในระดับที่ 2

959
01:03:53,786 --> 01:03:57,786
ก็รับรองได้ว่าหน่วยงานนี้มีการรับรองที่เป็นระบบ

960
01:03:57,787 --> 01:04:01,787
นะคะ กระบวนการทำงานชัดเจน

961
01:04:01,788 --> 01:04:05,788
มีเอกสารนะคะ ผู้บริหารมีการเซ็น

962
01:04:05,790 --> 01:04:09,790
มีระเบียบออกมารองรับว่าจะมีการทำงาน

963
01:04:09,791 --> 01:04:13,791
อย่างเป็นระบบ ผู้บริหารเห็นด้วยนะคะ ทำงาน

964
01:04:13,797 --> 01:04:17,797
อย่างเป็นระบบ ทุกคนในบริษัทพยายามปรับตัวนะคะ พยายาม

965
01:04:17,797 --> 01:04:21,746
ทำหน้าที่ของตัวเอ

966
01:04:21,798 --> 01:04:25,798
บทบาทหน้าที่ ที่ตัวเองทำนะคะ

967
01:04:25,799 --> 01:04:29,799
ก็จะมีข้อกำหนดชัดเจนในเอกสารอยู่แล้ว

968
01:04:29,801 --> 01:04:33,801
สรุป คือ ในคู่มือน่ะ มันจะมีบอกชัดว่า

969
01:04:33,801 --> 01:04:37,801
หน่วยงานนี้ควรจะมีกี่ฝ่าย

970
01:04:37,802 --> 01:04:41,802
ฝ่ายไหนบ้าง ฝ่ายปฏิบัติฝ่ายไหนบ้าง

971
01:04:41,803 --> 01:04:45,803
ทุกฝ่ายต้องทำอะไรบ้าง

972
01:04:45,803 --> 01:04:49,803
ต้องทำหน้าที่อะไรบ้าง ก็จะบอกไว้ชัดเจนนะคะ

973
01:04:49,804 --> 01:04:53,804
พอระดับที่ 3, 4, 5 ขึ้นไป

974
01:04:53,805 --> 01:04:57,805
มีการนำข้อบกพร่อง หรือมีการปรับปรุง

975
01:04:57,806 --> 01:05:01,806
กระบวนการทำงานอยู่เรื่อย ๆ อย่างต่อเนื่อง บริษัท

976
01:05:01,807 --> 01:05:05,807
ก็จะได้อัปนะคะ ใบรับรองขึ้นไปเรื่อย ๆ ถึงระดับที่ 5

977
01:05:05,808 --> 01:05:09,808
เมื่อระดับที่ 5 เพิ่มขึ้นมา

978
01:05:09,809 --> 01:05:13,809
ด้วยความที่เรามุ่งมาที่ CMM

979
01:05:13,811 --> 01:05:17,811
ของการพัฒนาซอฟต์แวร์นะคะ ฉะนั้นการพัฒนา

980
01:05:17,811 --> 01:05:21,811
มันจะต้องรองรับเทคโนโลยีใหม่

981
01:05:21,812 --> 01:05:25,812
บริษัทควรจะให้ความสนใจ เพื่อนำ

982
01:05:25,813 --> 01:05:29,813
เสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า

983
01:05:29,814 --> 01:05:33,814
อันนี้ คือ มาตรฐาน CMM แต่จริง ๆ แล้วทาง IT

984
01:05:33,815 --> 01:05:37,815
ไม่ได้มีมาตรฐานแค่นี้นะคะ ครูก็เลยให้งาน 2 ข้อ

985
01:05:37,816 --> 01:05:41,816
นะคะ ข้อแรก อยากรู้

986
01:05:41,816 --> 01:05:45,816
ว่าประเทศไทย มีบริษัทไหนบ้าง

987
01:05:45,817 --> 01:05:49,817
ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน CMM

988
01:05:49,821 --> 01:05:53,821
ข้อ 1 มี 2 คำถามนะคะ

989
01:05:53,821 --> 01:05:57,821
ให้นักศึกษาค้นข้อมูลในอินเทอร์เน็ตดู

990
01:05:57,822 --> 01:06:01,822
ในประเทศไทยนะคะ หรือต่างประเทศก็ได้

991
01:06:01,827 --> 01:06:05,827
ในโลกนี้นี่ มีบริษัทไหน

992
01:06:05,829 --> 01:06:09,829
นะคะ เอาชื่อบริษัทมานะคะ

993
01:06:09,830 --> 01:06:13,830
รวมทั้งบอกภาระหน้าที่ของบริษัทนั้นที่

994
01:06:13,831 --> 01:06:17,831
ได้รับการรับรองมาตรฐาน CMM

995
01:06:17,832 --> 01:06:21,832
นอกจากบอกชื่อบริษัทมาแล้วนี่ รวมทั้งหน้าที่

996
01:06:21,840 --> 01:06:25,840
บอกด้วยว่า CMM ที่เขาได้รับการรับรองอยู่ในระดับใด

997
01:06:25,840 --> 01:06:29,840
1 2 3 4 5 ระดับไหน

998
01:06:29,842 --> 01:06:33,842
นะคะ ข้อที่ 2 ให้นักศึกษา

999
01:06:33,852 --> 01:06:37,852
ค้น ค้นเพิ่มนะคะ วันนี้พูดถึง

1000
01:06:37,853 --> 01:06:41,853
CMM นะคะ คราวหน้าจะพูดถึง CMMI นะคะ

1001
01:06:41,854 --> 01:06:45,854
ข้อ 2 ให้นักศึกษาค้นข้อมูลว่า CMMI

1002
01:06:45,867 --> 01:06:49,867
น่ะ มันมีความแตกต่างจากมาตรฐาน

1003
01:06:49,869 --> 01:06:53,869
CMM ที่เราเรียนเนื้อหาวันนี้อย่างไร

1004
01:06:53,871 --> 01:06:57,871
นะคะ เขียนใส่...

1005
01:06:57,871 --> 01:07:01,871
เขียนลงกระดาษ พวกเรามีสมุด

1006
01:07:01,873 --> 01:07:05,873
จดเล็กเชอร์ไหมคะ วิชานี้มีสมุดไหม

1007
01:07:05,873 --> 01:07:09,873
ปกติไม่มีค่ะ อาจารย์

1008
01:07:09,873 --> 01:07:13,873
พี่ก็จะแจก

1009
01:07:13,884 --> 01:07:17,884
กระดาษ ปอยเรามีกระดาษแจกน้องนะ

1010
01:07:17,885 --> 01:07:21,885
อย่างนั้นแจกคนละแผ่นนะคะ

1011
01:07:21,886 --> 01:07:25,886
เขียนรหัส เขียนชื่อบนหัวกระดาษ ใบงานมร

1012
01:07:25,887 --> 01:07:29,887
2 ข้อนะคะ คือ ยกตัวอย่างบริษัท

1013
01:07:29,888 --> 01:07:33,888
ยกระดับมาตรฐาน CMM

1014
01:07:33,889 --> 01:07:37,889
เราได้รับมาตรฐาน CMM ระดับใด แล้วอันที่ 2

1015
01:07:37,890 --> 01:07:41,890
ก็คือ CMMI นะคะ ก็คือที่เราจะเรียน

1016
01:07:41,893 --> 01:07:45,893
ในสัปดาห์ถัดไปนี่ มันต่างกันอย่างไรกับ CMM ที่เราเรียนกันใน

1017
01:07:45,893 --> 01:07:49,893
วันนี้นะคะ เราจะใช้เวลาในการ

1018
01:07:49,894 --> 01:07:53,894
ค้นนานไหมคะ นานเลยหรือ

1019
01:07:53,903 --> 01:07:57,903
นานเลยหรือ ทุกคนตอบเป็นเสียงเดียวกัน

1020
01:07:57,903 --> 01:08:01,903
โอ.เค.

1021
01:08:01,904 --> 01:08:05,904
งั้นให้ทำงานก่อนนะคะ น่าจะใช้

1022
01:08:05,905 --> 01:08:09,905
เวลาพอสมควรนะคะ

1023
01:08:09,906 --> 01:08:13,906
ตัวเนื้อหามี ตัวเนื้อหาบรรยาย

1024
01:08:13,908 --> 01:08:17,908
มีเท่านี้นะคะ เดี๋ยวสไลด์... สไลด์ให้ปอยแล้วนะ

1025
01:08:17,910 --> 01:08:21,910
สไลด์เดี๋ยวให้พี่ปอยอัพขึ้นให้

1026
01:08:21,910 --> 01:08:25,910
ได้บางส่วนแล้วก็ค้นข้อมูลเพิ่มเติม

1027
01:08:25,911 --> 01:08:29,911
นะคะ อาจารย์ไม่บรรยายเพิ่ม แต่ให้เรานั่งทำงานไปก่อน

1028
01:08:29,912 --> 01:08:33,912
ไม่มั่นใจว่าจะเสร็จตอนไหนนะคะ

1029
01:08:33,913 --> 01:08:37,913
ฉะนั้น น่าจะใช้เวลานานพอสมควร

1030
01:08:37,913 --> 01:08:41,913
ให้เราวิเคราะห์ข้อมูลดี ๆ นะคะ

1031
01:08:41,914 --> 01:08:45,914

1032
01:08:45,916 --> 01:08:49,916
ค่ะ อย่างนั้น โอ.เค.

1033
01:08:49,916 --> 01:08:53,916
งั้นนักศึกษาทำงาน

1034
01:08:53,917 --> 01:08:57,917
เสร็จแล้วเราไม่ใช้ล่ามออนไลน์แล้วนะ

1035
01:08:57,918 --> 01:09:01,918
เพราะว่า ไม่มั่นใจว่านักศึกษาจะทำเสร็จตอนไหน

1036
01:09:01,920 --> 01:09:05,920
อย่างนั้นให้นักศึกษาทำงานก่อน ให้น้อง ๆ ทำงานก่อนนะคะ

1037
01:09:05,920 --> 01:09:09,920
เพราะว่าอาจารย์บรรยายเนื้อหาแล้วนะคะ

1038
01:09:09,922 --> 01:09:13,922
นะคะ อย่างนั้นก็วันนี้ขอบคุณ

1039
01:09:13,933 --> 01:09:17,933
ล่ามออนไลน์มาก ๆ นะคะ

1040
01:09:17,933 --> 01:09:21,933
ขอบคุณค่ะ

1041
01:09:21,935 --> 01:09:25,935

1042
01:09:25,936 --> 01:09:29,936

1043
01:09:29,936 --> 01:09:33,936
[สิ้นสุดการถอดความ]

1044
01:09:33,941 --> 01:09:37,941

1045
01:09:37,941 --> 01:09:41,941

1046
01:09:41,943 --> 01:09:45,943

1047
01:09:45,947 --> 01:09:49,947

1048
01:09:49,951 --> 01:09:52,952

1049
01:09:53,953 --> 01:09:56,953

1050
01:09:57,953 --> 01:09:57,954

1051
01:10:01,954 --> 01:10:01,955

1052
01:10:09,958 --> 01:10:09,962

1053
01:10:05,955 --> 01:10:05,958


