เดี๋ยวเราจะมาเทรนด์กันเรื่องของการจัดการข้อมุลทุกคนนี่เคยอาจจะมีประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องฐานข้อมูลมาก่อนแล้วใช่ไหมครับ ใครไม่เคยทำเรื่องของข้อมูลมาก่อนเลย ใครรู้บ้างไหมครับว่า ฐานข้อมูลแปลว่าอะไร ฐานข้อมูลแปลว่าอะไรครับ หรือ Data base แปลว่าอะไรเอ่ย ไม่เป็นอะไรครับ เดี๋ยววันนี้นะครับ Outline ของวันนี้ครับ ผมจะพูดถึงในเรื่องของข้อมูลในกรมเรามีอะไรบ้างนะครับ แล้วก็จากฐานข้อมูลนี่ ว่าฐานข้อมูลนี่เราจะไปเอาฐานข้อมูลมาได้อย่างไรบ้าง อาจจะพูดเรื่องของการวิเคราะห์ฐานข้อมูลนิดหน่อย ทั้งหมดนี่เราใช้ไปเพื่อทดลองควบคุมป้องกันโรค หรืองานวิจัย หรือว่างานทางกรมสาธารณสุขเดี๋ยวถ้ามีเวลาพอนะครับ มีเวลาพอนี่ เดี๋ยวผมให้ทุกคนนี่ Copy file ที่ชื่อ SE ที่เป็นเรื่องของการจัดการข้อมูลแบบง่าย ๆ ถ้ามีเวลานะครับ จริง ๆ แล้วนะครับ การทำเรื่องของข้อมูลที่มันมี 2 ส่วนประกอบกันนี่นะ คือเรื่องของการจัดการข้อมูล 2. คือ เรื่องการวิเคราะห์ข้อมูล แต่ใน Section วันนี้ เราจะเน้นเรื่องสั้น ๆ การวิเคราะห์ข้อมูลนะครับ อาจจะซับซ้อนนิดหน่อย เราจะใช้ Software ที่ซับซ้อนนิดหน่อยในการวิเคราะห์ แต่ว่าผมไม่อยากให้พวกเรามาเสียเวลากับเรื่องพวกนี้มาก Excel มีใครเคยใช้ Excel บ้างยกมือขึ้นครับ ค้างไว้ ๆ อย่าเพิ่งเอาลง มีใครใช้ Excel ที่ใช้นอกเหนือจากการทำตารางเวร อย่างเช่น บวก ลบ คูณ หารบ้าง ใครทำได้แค่ตารางเรียน เอามือลงเลยครับ เอามือลง ใครทำเรื่องของบวกลบคูณหารได้ โอ.เค. เก่งนะ หลายที่บอกว่าใช้ Excel ทำตารางเวรครับ ขอบคุณมากครับ จริง ๆ Excel สามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้ระดับหนึ่งนะ ข้อมูลระดับหนึ่ง แต่ว่าเพียงพอที่จะใช้งานเบื้องต้นได้ ถ้ามีเวลาพอผมจะพูดถึงบ้าง คำถามสุดท้ายก่อนเข้า Section จริง ใครรู้จัก Excel บ้าง ใครใช้บ้างครับ คำถามถูกหรือเปล่า ผมถามว่า รู้จัก ไม่ได้ถามว่า ใช้เป็นหรือเปล่า ขึ้นอยู่ใช่ไหมครับ ถ้ามีเวลาผมจะพูดถึงนิดหน่อยนะครับ ว่างานพวกเราในอนาคตนี่ เบื้องต้นนี่ใช้ pivot excel ก่อนจะพูดในเรื่องแบบฝึกหัด อาจารย์อยากจะให้พูดเรื่องของนอกจากการติดตามข้อมูลแล้ว อาจารย์อยากจะพูดเรื่องของดารีด้วย ใครเคยได้ยินคำว่า Drarri บางครับ มีใครไม่เคยได้ยินไหมครับ เอาอีกครั้ง ใครเคยได้ยินคำว่า ดาร์ลี่ ผมพูดไป 3 ครั้งแล้ว ถ้าไม่ได้ยิน ล้อเล่น ๆ ไม่เป็นอะไร เดี๋ยวผมจะพูดถึงนิดหน่อยว่าดารีมีส่วนบริหารงานหลักอย่างไรบ้าง ก่อนอื่นเลยนะครับ จริง ๆ แล้ว กรมควบคุมโรคมีหลายสำนัก มีหลายกอง แล้วหลายสำนัก หลายกอง ก็มีฐานข้อมูลอยู่ของตัวเองอยู่บ้าง แต่ว่าสำนักที่วิเคราะห์เรื่องของการฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการเฝ้าระวังโรค ซึ่งสำนักระบาดวิทยานี่ครับ มีความเกี่ยวข้องกับฐานข้อมูลอยู่บ้าง ตัวไหนบ้าง นะครับ อันนี้เป็นแค่ส่วนใหญ่ จะมีสำนักข้อมูลตามฐานข้อมูลที่อยู่ตามสำนักบ้าง แต่ว่าผมขออนุญาตไม่พูดถึงนะครับ สำนักวิทยานะครับ หลัก ๆ อันที่ 1 Fail Base Terminance ทุกท่านเคยเรียนไปแล้วใช่ไหมครับ เรียนไปเมื่อวันไหนเอ่ย เรียนไปสด ๆ ร้อน ๆ เลยนะครับ ยังจำได้อยู่ใช่ไหมครับ มีกี่แบบครับ 2 แบบ คือ เรียนเมื่อไหร่นะ อาจารย์ท่านไหนสอนจำได้ไหมครับ ยังจำชื่ออาจารย์ได้อยู่นะครับ มีกี่แบบครับ 2 แบบ คือ ทำไมเรียนมาด้วยกันตอบไม่เหมือนกันครับ มีพาสซีฟกับแอคทีฟ แล้วก็อาจจะมี หลัก ๆ มี 2 อย่าง คือ Passive กับ Active อันนี้คือเรื่องของ Teminal ฐานข้อมูลนะครับ ก็จะมีเรื่อง Database จากฐานข้อมูลโรงพยาบาล อันที่ 2 เป็นเรื่องของการเฝ้าระวังเหตุการณ์อันที่ 3 เป็นเรื่องของ Enomic เฝ้าระวังตามกลุ่มอาการ และกลุ่มที่ 4 เป็นกลุ่มเฝ้าระวัง ตัวอย่างเช่น สำรวจพฤติกรรม เพราะว่าสุขภาพ การสำรวจ เช่น Survey ฐานข้อมูลในกรมควบคุมโรคของเราส่วนใหญ่นะครับ ก็จะอยู่ใน 1 ใน 4 อย่างนี้นะครับ เดี๋ยวผมจะลงรายละเอียดว่าแต่ละอย่างคืออะไร มาอันแรกก่อน เรื่องของ Database ... นะครับ แบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรก กลุ่มที่ทำทั้งประเทศเลย ทำทั้งประเทศนี่คือ เครือข่ายของสถานบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ทำทุกที่ กับกลุ่มที่ 2 ทำแค่บางจุดนะครับ เราเรียกว่า pivernel กลุ่มที่ทำทั้งประเทศเลยนะครับ จะมีอยู่ 2 แบบ แบบที่เป็น Case Base Report ครับ แล้วก็เป็นแบบ Speficial Onlie Database กลุ่มบนนะครับ หมายความว่าฐานข้อมูลที่เก็บอยู่ในคอมพิวเตอร์ของแต่ละเครื่องนะครับ แต่ละเครื่องนะครับ เครื่องใครเครื่องมัน อันนี้นะครับจะแตกต่างจากอันนี้เป็น Online Data base ข้อมูลนี่จะไม่ได้ถูกเก็บในตัวเครื่อง แต่จะถูกเก็บที่ส่วน Center แล้วแต่ Center จะเป็นอะไรนะครับ Center จะเป็นคลาวน์ก็ได้ เราเรียกว่า online Databasความแตกต่างทั้ง 2 กลุ่มนี้นะครับ ถ้าจะเป็น Ofline จะเห็นเครื่องใครเครื่องมัน จะเอาข้อมูลเข้าคอมพิวเตอร์ตัวเอง เข้าไปอยู่ในคอมพิวเตอร์ การจะลงข้อมูลจะลงมาหา ก็ต้องส่งไฟล์ที่อยู่ของตนเองนะครับ ออกมาในรูปของ file อาจจะส่งเป็นแบบ E-mail เข้าไปส่วนกลาง แล้วก็ไปรวมข้อมูลกับส่วนกลางอาจจะไม่ตรงกัน จะไม่ตรงกันนะครับ เพราะว่าอะไร ข้อมูลของตัวเอง คอมพิวเตอร์จะมีการแก้ไข หรืออัปเดต จึงยังไม่ส่ง เพราะฉะนั้นจะมีความแตกต่างกันบ้าง นี่คือความแตกต่างระหว่าง Online Data base คอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องนะครับ จะต้องต่ออินเทอร์เน็ตเข้ากับส่วนกลาง Center นะครับ ไม่ว่าจะเป็นคลาวด์ ส่งตรงข้อมูลตรงคอมพิวเตอร์ข้อมูลจะมีแค่ชิ้นเดียวอยู่ที่ Canter แล้วก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน ข้อดีของการใช้ระบบออฟไลน์แปลว่าอะไรครับ แปลว่าข้อมูลอยู่ในมือตัวเองนะครับ เอาอย่างนี้ สมมุตว่า มีบอกว่า มีเงินให้อยู่ 2 ส่วน ให้เอาเงิน 100 บาท เก็บไว้กับเรา เก็บไว้กระเป๋าสตางค์เลย เก็บไว้ที่นาย ก. ซึ่งอย่างเมื่อ อยากได้เงิน 500 บาทเมื่อไรก็ไปหานายก. เอาเงินมา เราจะอยู่ในมือ ตัวเลข 500 อยู่กับ นาย ก. ไก่ ใครเลือก 100 บาท อยู่ในมือ แล้วใครเลือก 500 มากกว่า 5 เท่านะ เพราะว่าอะไรครับ เพราะว่าเราไม่รู้ว่านาย ก.ไก่ อยู่ที่ไหน คราวนี้ เราบอกว่า เราจะมีปัญหาส่วนตัวไหม ถ้าบอกว่านาย ก. ไก่ คือคนที่ทำงานด้วยกัน นั่งข้างกัน และจะบอกว่านั่งอยู่ด้วยกันตลอดเวลา 100 บาทในมือ หรือเลือก 500 บาทของนายก. เขารู้สึกว่าเราเข้าถึงนาย ก. ไก่ได้ตลอดเวลา เราจะเลือกอันที่ได้เงินเยอะกว่าใช่ไหมครับ ข้อดีข้อเสียของการอัปไฟล์แบบ Online ที่เป็น offline Database หยิบมาใช้ได้เลย แบบ Online Data Base คือ ข้อมูลอยู่ในไหนครับในอากาศนะครับ การจะเข้าไปดึงข้อมูลมาใช้งานนี่ 1. เราต้องรู้ว่าเข้าอย่างไร 2. อินเทอร์เน็ตต้องใช้ได้ อินเทอร์เน็ตต้องใช้ได้มันแปลว่าอะไรครับ มันเป็นระบบไฟฟ้า แต่จะต้องมีสัญญาณนะครับ สัญญาณอินเทอร์เน็ตต้องมี คอมพิวเตอร์ต้องเปิด Server ต้องทำงานนะครับ จริง ๆ แล้วข้อเด่นที่มีการOnline Database นะครับ ข้อมูลจะตรงกันหมด เมื่อก่อนนี้กรมเรา มีหลายสำนักที่ทำงานบ้างเรื่องที่คล้าย ๆ กันอยู่บ้าง อย่างเช่น ตัวเลขผู้ป่วย ถามว่าผู้ป่วยที่เป็นมาราเลีย เดาว่าข้อมูลมาลาเรียมีข้อมูลอยู่สำนักอะไรครับ สำนักระบาด ค่าตัวเลขตรงกันไหมครับ ไม่ตรง ตัวเลขผู้ป่วยวัณโรค สำนักวรรณโรค แล้วก็สำนักระบาด ข้อมูลตรงกันไหมครับ ไม่ตรง ข้อมูลผู้ป่วยผู้ติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ มีสำนัก... ข้อมูลตรงไหมครับ ก็ไม่ตรง ดังนั้นข้อมูลนี่ ไม่มีความตรงกัน เนื่องจากข้อมูลไม่มีการ Synce เช่นกันครับ Ofline Database กับส่วนกลางนี่อาจจะไม่ตรงกัน เพราะข้อมูลไม่ใช่ single Database แต่ข้อดีคือว่ามันอยู่ในมือ สมมติว่า ผู้ตรวจจะเข้าพูดทวนมันเข้าพรุ่งนี้ หัวหน้าบอกว่า เตรียมข้อมูลไว้ให้หน่อย ถ้ามีข้อมูลก็ทำได้เลย แต่ถ้าเกิดว่าข้อมูลไม่อยู่ในมือ อินเทอร์เน็ตเสียหนึ่งวัน ผู้ป่วยจะเข้าพรุ่งนี้ งานเข้าแล้วครับ จะเอาข้อมูลมาทำอย่างไร แต่ข้อดีของ Online Database ก็มีนะครับ ก็คือมันตรงกันหมดนะครับ ไม่ถามว่าข้อมูลของใครถูกต้อง เพราะมันตัวเลขเดียวกัน ยกตัวอย่างนะครับ ข้อมูลที่เป็นตัวอย่าง Offline Database นะครับ เรามีการเฝ้าระวังโรคติดเชื้อ ชื่อคุ้นเคยคือทุกคนจะคุ้นเคยคือรายงาน 506 ใครเคยได้ยินรายงานคำว่า 506 มาบ้างครับ เอาล่ะ ใครไม่เคยได้ยินคำว่า... ไม่มีเลยหรือ จริงหรือเปล่า เมื่อวาน ได้ยินเมื่อวาน รายงาน 506 คือ รายงานผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ แล้วเราจะมีรายงานโรคติดเชื้อ HIV กับเอดส์ เราเรียกว่ารายงานมีประวัติยาวนานพอสมควร ข้อมูลทั้งหมดของกรม506 แต่ในช่วงประมาณหลายปีที่ผ่านมา 4-5 ที่ผ่านมาอย่างนี้ รายงาน 2/1 นี่มีการส่งข้อมูลมา คือรายงาน HTA รายงาน จะยกเว้น HIV จะแยกออกมาเป็น 506/1 ขณะเดียวกันผู้ป่วยที่ติดเชื้อที่มีอาการของผู้ป่วยเอดส์ ต้องส่งรายงานมาที่ส่วนกลาง แต่วันมันคนละระบบหน่วยงานนั่นเอง ปรากฎว่า 4-5 ปีที่ผ่านมา เรามีการปฎิรูประบบการ เกิดขึ้น เรามีหน่วยงานที่มาดูแลสุขภาพ หน่วยงานไหนดูแลเอ่ย สปสช. สปสช. เป็นผู้ซื้อบริการ จ่ายเงินให้กับผู้บริการ โดยที่โรงพยาบาลเป็นผู้ให้บริการตรวจสุขภาพทีนี้นะครับ เป็นผู้จ่ายเงิน เพื่อจ่ายค่ายา ค่าบริการ ค่าตรวจอะไรต่าง ๆ นี่ คาดว่าจะจ่ายให้โรงพยาบาลนี้สักกี่ล้านดี คาดว่าอะไรเป็นตัวการสำคัญในการตัดสินใจ ข้อมูล... ข้อมูลจำนวนผู้ป่วย ว่าป่วยเป็นโรคนี้กี่คนใช่ไหมครับ ตัวแปรนี้เป็นตัวแปรที่สำคัญ เพราะเขาจะจ่ายเงินจากที่เท่าไหร่บ้าง จากพื้นฐานเลย ถ้าไม่มีข้อมูลมาว่า โรงพยาบาลนี่ มีผู้ป่วยมากหรือน้อย ดังนั้น ตัวหนึ่งที่มีการพูดถึงมากที่สุด คือ HIV กับ เอดส์ เพราะว่าการให้บริการผู้ป่วย HIV เอดส์นี่ ต้องดูแลอยู่หลายเรื่อง รวมถึงให้ยาต้านไวรัสด้วย ก็ส่ง...มานะครับ ส่งข้อมูลผู้ป่วยเอดส์เข้ามาที่ สปสช. เพื่อจะดูว่ามีผู้ป่วยมากน้อยแค่ไหน ต้องให้งบประมาณเท่าไรแต่ระบบของ สปสช. นะครับ ให้เดาว่า สปสช. อยากใช้ข้อมูลแบ Offline หรือ Online ใครว่า Offline Database บ้าง ใครว่า online สปสช. ต้องการข้อมูลแบบ Online Database เพราะว่าอะไรครับ เพราะข้อดีของ Offline Database คือ ตัวเลขเดียวกัน แล้วก็บริการจัดการง่ายนะครับ ดังนั้น โรงพยาบาลจะต้องส่งข้อมูล Online Database ต้อง Connect เข้าไปใน Server ข้อมูลจะวิ่งจากคอมพิวเตอร์เรา แต่ไม่เก็บใของ สปสช. แล้ว สปสช. ในการวิเคราะห์ข้อมูว่ามีตัวเลขผู้ป่วยเท่าไร แต่ข้อมูลไม่ได้อยู่ในเครื่องเราเลย ถ้าอยากจะรู้ข้อมูลต้องต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อเข้าดูข้อมูลทุกครั้ง เพราะฉะนั้น ที่นี้ นึกถึงการปฏิบัติการ อันหนึ่งต้องส่งรายงาน อีกอันหนึ่งต้องส่งให้ สปสช. อีกอันหนึ่งต้องส่งให้สำนักระบาดวิทยา ส่งไปเพื่อรายงานตามความสมัครใจ ส่งให้กับ สปสช. เราจะทำแบบไหนครับ ดีใจมากครับ อันนี้เป็นความสมัครใจใช่ไหมครับ โดยที่บุคคลากรระดับพื้นที่นะครับ ทำไมเขาต้องส่งข้อมูล 2 ส่วน ก็ส่งทีเดียวกัน แล้วให้สปสช.ไปใช้ข้อมูล แล้วค่อยแยกจากรัฐบาล Concept นี้ดีไหมครับ นี่คือสิ่งที่เรียกว่าโลกสวยครับ แต่ความเป็นจริงมันโหดร้ายกว่านั้นเยอะ ด้วยสารพัด สารพันเหตุผล แต่ว่าข้อมูลนี่ ทางส่วนล่างนะครับ ในการปฏิบัติงานนี่ ภาระงานไม่มีใครอยากทำ 2 อย่างที่คล้าย ๆ กันนะครับ ก็อยากจะส่งเข้ามาแค่ทีเดียว ไม่ส่งให้สำนักระบาดวิทยา แต่ความหลักเป็นไปไม่ได้เลย เอาอย่างนี้นะครับ ถ้าให้ตรงนะครับ ถูกเลขท้าย 2 ตัวยังง่ายกว่านะครับ ผมไม่อยากอัดเทป ไม่ว่ากันนะครับ ก็เมื่อกี้[เสียงหัวเราะ] ก็ผมชื่อนายแพทย์ผไทนะครับ ก็ไม่เป็นอะไรครับ แต่อันนี้คือหลักการ ผมเดาว่ามันก็เป็นตามนั่นล่ะ แต่ทีนี้นะครับ มันมี พ.ร.บ. ใครรู้จักพ.ร.บ. 2558 บ้างนะครับ พรบ. 2558 นี่ เรามีข้อกำหนดว่าเรามีโรคที่เฝ้าระวังอยู่ 57 โรค 57 โรคนี้ ซึ่งหนึ่ง 57 โรคนั้นน่ะ คือ โรคเอดส์ นั่นแปลว่าโรงพยาบาล ผู้ป่วยไม่ส่งข้อมูลให้ คณะกรรมการโรคติดต่อระดับชาตินี่ จะมีความผิดตามพรบ นะครับ ก็การไม่ส่งข้อมูลนี้ ก็มีการถูกปรับไม่เกิน 20,000 ต่อครั้งนะครับ ดังนั้นก็ต่อไปนี้ครับ ส่งให้ สปสช. แต่ไม่ส่งคณะกรรมการแห่งชาติถูกจ่ายสตางค์ เมื่อกรอกข้อมูลให้กรมควบคุมโรคโดยความสมัครใจนะครับ ตอนนี้ก็จะเป็นการส่งรายงานโดยความสมัครใจตามกฎหมาย แปลว่าอะไรครับ ไม่ส่งก็ได้ แต่โดนปรับ 20,000 บาทไปทุกวัน ๆ แล้วแต่การตัดสินใจ แต่ไอ้ที่ทำให้ส่วนล่างต้องส่งข้อมูลอยู่ 2 ส่วนนะครับ แต่เรื่องใหญ่ ๆ ไม่อยากทำให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดภาระงานมาก ทำอย่างไรบ้างนะครับ ฐานข้อมูล Offline กับ Online มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน ถ้าดูตั้งแต่แรกนะครับ รายงาน 506/2 โรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม โรคจากการประกอบอาชีพ และสิ่งแวดล้อม อันนี้ก็เป็นรายงานที่เพิ่มมาเป็นทับ 2 แต่ก่อนนี้ครับ เรามีรายงานตัวนี้อยู่ แบ่งเป็น 2 ส่วนนะครับ แต่ว่าอยู่ร่วมกัน ก็คือโรคจากการประกอบอาชีพนะครักับโรคจากสิ่งแวดล้อมนะครับ จริง ๆ แล้ว ก็คล้าย ๆ กันอยู่บ้าง ได้รับความเสี่ยงจากอะไร ถ้าเป็นปัจจัยเสี่ยงที่อยู่ในธรรมชาติทั่ว ๆ ไป แล้วก็สิ่งแวดล้อม แต่ถ้าเป็นโรคที่อยู่ในสถานประกอบการ ก็คือโรคจากการประกอบอาชีพ บางทีก็แยกยากนะ ญาต ๆ นะ อย่างเช่น เป็นโรคภูมิแพ้ ภูมิแพ้นะครับ ปรากฏว่าอยู่ในเขาอยู่ในหมู่บ้านที่อยู่ใกล้กับโรงงาน อันนี้จะกลายเป็นโรคจากสิ่งแวดล้อม แต่ว่าถ้าเขาเป็นคนงานที่อยู่ในโรงงาน โรงงานจะกลายเป็นโรคจากการประกอบอาชีพ ไข้เลือดออกเป็นโรคอะไรครับ เป็นโรคที่นำโดย เป็นโรคจากสิ่งแวดล้มไหม เป็น จาก... มาทำเช่นกัน โรคจากสิ่งแวดล้อมเช่นกันนะ ต่อไปทำเรื่องของไข้เลือดออกนะ ทีนี้นะครับ โรคคุมที่ 4 โคลิซิส จากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง อย่างเช่น โรคเบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดในสมอง มีฐานข้อมูลในการเฝ้าระวังโรคอยู่เช่นกัน 2 ตัวนี้นะครับ แต่เดิมนี่ หรือโรค NCD ไม่มีโรคติดต่อที่ชัดเจนนะครับ End of มีฐานข้อมูลแต่ 2 ตัวนี้นะครับ ที่ผ่านมา 2-3 ปีนี้ ช่วงเปลี่ยนผ่านเยอะไป ทำให้ 2 รายงานตัวนี้นะครับ เกิดปัญหาเกิดขึ้นนะครับ ถ้าก็ไม่ค่อยจะมีใครอยากส่งรายงานอีกนะ ใช้ข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข และก็ให้ยกเลิกระบบการทำงานที่มีความซับซ้อนไปทำให้ 506/2 ละเลยไปะครับ ถูกละเลยไปนะครับ ถูกละเลยไป ้ข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข และก็ให้ยกเลิกระบบการทำงานที่มีความซับซ้อนไปทำให้ 506/2 ละเลยไปะครับ ถูกละเลยไปนะครับ ถูกละเลยไป