สวัสดีครับ นักเรียน ครูนพพล อาจฤทธิ์วันนี้จะมานำเสนอแลกเปลี่ยนเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์โลกและอวากาศ เข้าใจองค์ประกอบลักษณะ กระบวนการและวิวัฒนาการของเอกภพ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอวกาศ เราจะได้ศึกษาเกี่ยวกับวจากในตอนที่แล้ว เราทราบถึงการกำเนิดเอกภพและทฤษฎีการกำเนิดเอกภพ คือ ทฤษฎี Bigbang คือแบบจำลองวิทยาของการกำเนิดและวิวัฒนาการของเอกภพ ทำให้เรายอมรับและกล่าวถึงมากที่สุดและการสังเกตของเหล่านักดาราศาสตร์ขณะนี้เอกภพหรือจักรวาลกำลังขยายตัวออกไป ดวงดาวและกาแล็กซี่กำลังเคลื่อนตัวออกห่างจากกันทุกวินาที ดังนั้นเมื่อเราย้อนกับไปหลายล้านปีก่อนจะย้อนกลับไปในจักวาลจะอยู่ชิดกันยิ่งกว่านี้ และมีจุดเกิดมาจากจุดเดียวกัน นั่นคือการระเบิดครั้งใหญ่ หรือ Big Bang ในการระเบิดครั้งนั้น เมื่อ 13.7 พันล้านปีก่อน เพียงเสี้ยววินาทีในสภาพที่อุณหภูมิร้อนมากที่สุด คือ Quark Electron และโฟตอน รวมกับการกระจายอยู่ทั่วจักรวาล พร้อมกับการเกิดของปฏิอนุภาคที่ตรงกันข้าม เกิดการจับคู่ของอนุภาคขนิดเดียวกัน ชนิดเดียวกันหลักจากวินาทีที่ 10 วินาที เคลวิน12 ที่อุณหภูมิ 10 เคลวิน เปลี่ยนพลังงานเป็นสสาร เกิดอนุภาคมูลฐาน ได้แก่ กลุ่มควาก กลุ่มแลคตรอน และกลุ่มที่เป็นพลังงานที่ไม่เป็นสะสาร กลุ่มอนุภาคและปตุอนุภาครวมตัวกันและกลายเป็นพลังงานและยังคงเหลืออนุภาคที่เกิดขึ้นเป็นสสารในเอกภพ อยู่ในสภาพเป็นของผสม หรือเรียกว่า "ซุปร้อน ๆ" นั่นเอง อนุภาคพื้นฐานทั้งหมดที่รู้จักกันในปัจจุบัน ในแบบจำลองของ มี่ชื่อที่รู้จักกันชื่อว่า อัป ดาวน์ ชาร์ม สเตรีนStrange Top และ ปฏิกิริยาของควาก ที่เราเรียกว่า อัปติควาก แสดงด้วยสัญลักษณ์ที่อยู่ขีดบน เช่น สัญลักษณ์ ก็คือตัว U โดยที่มีขีดด้านบน ปกติ Quark กับปฏิสสารทั่วไป มีมวลเท่ากัน มีช่วงเฉลี่ยชีวิตเท่ากัน แต่มีประจุไฟฟ้าเป็นประจุตรงกันข้าม (บรรยาย) ภาพหลังการเกิด เอกภพจะขยายตัวอย่างรวดเร็ว อนุภาคมูลฐานในกลุ่ม Quark และทรีโน พร้อมกับเกิดปฏิอนุภาค ของอนุภาคดังกล่าว เอกภพของอยู่ในสภาพเป็นของผสม ที่เรียกกันว่า ฮอตชุป ภายหลักเกิด Bigbang วินาที อุณหภูมิในเอกภพลดลง ควาร์กเกิดการรวมกันเป็นโปรตอน และนิวตรอน หลังเกิด Big Bang 3 นาที อุณภูมิเอกภพเหลือประมาณ ร้อยล้านเควิน เควิล โปรตอนและนิวตอนรวมตัวกันเป็นนิวเคลียสของฮีเลียม 3 ปีหลังจากเกิดบิกแบง อุณหภูมิยังลดลงอย่างต่อเนื่องจนเหลือเพียง 10,000 เควิน ธาตุแรก ๆ ของเอกภพขึ้น ได้แก่ ไฮโดรเจนและฮีเรียมอนุภาคของเอกภพส่องประกาย 1,000 ล้านปีหลังจากบิกแบง กาแล็กซี่ถือกำเนิดขึ้น โดยมีธาตุไฮโดรเจนและฮีเลียมเป็นธาตุเริ่มต้น ในกระบวนการเกิดดาวฤกษ์ยุกต์แรก ๆ วินาทีที่ 10 ยกกำลังลบ 6 วินาทีที่ 10 ยกกำลัง 13 เคลวิน Quark รวมตัวกันของไฮโดรเจนและนิวตรอน ควาร์ก 3 ตัว ซึ่งเราเรียกว่า "เฮดรอน" รวมตัวกัน กลายเป็นอนุภาคที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เช่นโปรตอนและนิวตอนเป็นตัวอย่างของ Quark ที่มี 3 ตัวนั่นเอง หลังจากการระเบิดครั้งใหญ่ 3 นาทีต่อมา ที่อุณหภูมิสูงถึง 100 ล้านเควิน โปรตรอนและนิวตรอนรวมตัวกันเป็นนิวเคลียร์ที่เพิ่มมากขึ้นนะครับ 3 แสนปีที่ อุณหภูมิ 5,000 เคลวิน นิวเคลียสของไนโตรเจนดึง 1 อนุภาคเข้ามาในวงโคจร และนิวเคลียสของฮีเลียมดึงอิเล็กตรอน วงโคจร ทำให้เกิดอนุภาค เรียกว่า "อะตอม" ได้แก่อะตอมของไนโตรเจนและฮีเลียม หลังจาก Bigbang 1,000 ล้านปี ที่อุณหภูมิ 100 เคลวิน อนุภาคต่าง ๆ รวมตัวกันมากขึ้นเกิดเป็นกาแล็กซี่และดาวฤกษ์ต่าง ๆ ที่มีไฮเดรนเจน นับตั้งแต่เกิด Bigbang ตั้งแต่ 13,700 ล้านปี คือ ยุคปัจจุบัน อุณหภูมิของจักรวาล ได้ลกเหลือเพียง 2.73 เควิน สิ่งที่เหลืออยู่ในปัจจุบัน นอกจากกาแลกซี ดาวฤกษ์ต่าง ๆ นิวดีโน่และโปตอนได้มีการเกิดของ BigBang จนถึงปัจจุบัน เอกภพ ที่ยอมรับในปัจจุบัน คือทฤษฎี Big Bang ระบุว่าเอกภพเริ่มต้นจาก Big Bang ที่มีเอกภพที่ขนาดเล็กมาก และมีอุณภูมิสูงมากและเป็นจุดเริ่มต้นของเวลา โดยหลังเกิด Bigbang มีอุณหภูมิลดลง มีสสารอยู่ในรูปของอนุภาคและปฏิยานุภาค ต่อเนื่องจนมาถึงปัจจุบัน 1,300 ล้านปี ซึ่งถือกำเนิดเนบิวลาและระบบสุริยะ ซึ่งเป็นสมาชิกบางส่วนของเอกภพ หลังจากที่พวกเราเรียนรู้ องค์ความรู้ในชั่วโมงเรียนนี้ไปแล้ว เรามาส่วมสรุปอีกครั้งหนึ่งด้วยวีดิทัศน์อันนี้ครับ [เสียงดนตรี] (บรรยาย) เมื่อมองขึ้นไปบนฟากฟ้าคุณเคยสงสัยไหมว่า ดวงดาวที่กระพริบระยิบระยับเหล่านั้นอยู่ห่างไกลจากเราเพียงไหน ในสมัยกรีก เราเคยเชื่อว่าโลกแบน และคิดว่าโลกเป็นศูนย์กลางของจักรวาล ดวงอาทิตย์เคลื่อนที่ไปรอบ ๆ โลก จนกระทั่ง นิโคลัส โคโปนิคัส กล่าวว่าดวงอาทิตย์ต่างหากที่เป็นศุนโลกและดาวเคราะห์ล้วนโคจรรอบดวงอาทิตย์ เมื่อกาลิเลโอ กาลิเลอี ได้ประดิษฐ์กล้องโทรทัศน์ได้สำเร็จ เขาจึงสำรวจปรากฏการณ์บนท้องฟ้าได้ และค้นพบสิ่งแปลกใหม่อีกมากมาย รวมถึงดวงจันทร์ 4 ดวง ที่โคจรรอบ ๆ ดาวพฤหัสบดี ในช่วงเวลาเดียวกันนั่นเอง โจฮัน เฮฟเลอร์ ได้ค้นพบการเดินทรอบดวงอาทิตย์ที่บอกว่าพื้นที่สามเหลี่ยมจากดาวเคราะห์ไปยังดวงอาทิตย์ในเวลาที่เท่ากัน จะมีพื้นที่เท่ากัน จากนั้น ปริศนาแห่งจักรวาล ได้คลี่คลายทีละน้อยนิวตัน ค้นพบกฎของแรงโน้มถ่วงของวัตถุ เพราะนั่น คือการอธิบายปรากฏการณ์ต่าง ๆ ของโลก และการโคจรของดวงอาทิตย์ได้เป็นอย่างดี ในขณะที่ เอ็ดมัน เอลี่ มีดวงหนึ่งโคจรมาให้ชาวโลกเห็นทุก ๆ 75 ปี เมื่ออัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ พบว่าเมื่อแสงเข้าใกล้วัตถุที่มีแรกโน้มถ่วงสูง และทุกสิ่งในเอกภพเคลื่อนที่ไปอย่างไม่หยุดนิ่ง เขาจึงได้ค้นพบสมการเพื่อไขความลับการเปลี่ยนแปลงระหว่างสสารกับพลังงาน นั่นก็คือ E = mc ยกกำลัง 2 เอ็นวิน ฮาดเปอร์ ว่าด้วยการขยายตัวของ เอกภพ ที่เรียกว่าทฏดBig Bang เพราะเขาสังเกตเห็นว่ากาแล็กซี่ทั้งหลาย เคลื่อนตัวหนีห่างออกจากกันและกัน จนกระทั่งถึงศตวรรษที่ 20 จึงได้นำฤทษฎีพื้ มาอธิบายความเป็นไปของจักรวาลว่าด้วยของการระเบิดใหญ่ที่ทำให้เอกภพนี้ถือกำเนิดขึ้น การระเบิดใหญ่ ที่เรารู้จักกันในชื่อว่า "Big Bang" เอกภพของเรามีขนาดมหึมา ได้มีการรวมทุกอย่างในอวกาศเอาไว้ ทั้งโลก ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดาวเคราะห์ ดาวฤกษ์ และกาแล็กซี่จำนวนมาก ระยะทางอันแสนไกลในอวกาศสามารถระบุได้ด้วยอัตราเร็วแสงเนื่องจากแสงเดินทางได้เร็วที่สุด ภายในเวลา 1 วินาที แม้ดวงอาทิตย์จะอยู่ห่างจากโลก 110 ล้าน กิโลเมตร แต่แสงก็ใช้เวลาเดินทางประมาณ 8 นาทีเท่านั้น ในระยะเวลา 1 ปี แสงจะเดินทางได้ 1 ปีแสง ระบบสุริยะของเราเป็นส่วนหนึ่งของกาแล็กซี่ทางช้างเผือก ซึ่งประกอบด้วยกาแลกซีนับไม่ถ้วน โดยมีกาแล็กซี่ที่อยู่ใกล้เราที่สุด อยู่ห่างจากโลก 2 ล้านปีแสง นักวิทยาศาสตร์เชื่อกันว่า เอกภพของเราเริ่มต้นขึ้นเมื่อ 14,000 ล้านปี ถึง 14,000 ล้านปีมาแล้ว การระเบิดครั้งใหญ่ที่เรียกว่า Bigbang อุบัติขึ้นจากพลังงานมหาศาล ซึ่งมีอุณหภูมิสูงมาก ประมาณ 10 ยกกำลัง 32 องศาเคลวิน แต่มีขนาดเล็กเป็นจุดเล็ก ๆ ที่รวบรวมสสารและพลังงานทั้งเอกภพ หลังจากเกิด Bigbang ในตอนแรก เอกภพอยู่ในรูปแบบของพลังงานเนื่องจากสสารและตัวต้านสสารสามารถต้านกันได้ เช่น พลังงาน โชคดีสำหรับเรา ที่สสารเป็นฝ่ายชนะ ทำให้เอกภพของเรามีสสารมากมาย เอกภพทั้งหมด ซึ่งมีสสารและได้ลดอุณหภูมิลง เอกภพจึงเกิดขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่มีอุณหภูมิต่ำลงเรื่อย ๆ เหลือ 3,000 องศาเควิน ในปัจจุบัน เมื่อเอกภพขยายตัวขึ้น แรงโน้มถ่วงได้เริ่มต้นขึแรงโน้มถ่วงคือสิ่งที่ควบคุมเอกภพ เป็นแรงที่ดึงวัตถุเข้าหากัน กลายเป็นก้อนก๊าซและกลายเป็นดาวฤกษ์ ขนาดมหึมานี้ถ่วง โดยการเป็นกาแล็กซี หรือรูป Spiral ในปัจจุบัน แต่กาแล็กซี่ยังมีดาวฤกษ์ใหม่ ๆ ขึ้นมาเรื่อย ๆ รวมทั้งยังมีแรงโน้มถ่วง ดึงดูดกาแล็กซี่ เข้ามาเรื่อย ๆ ด้วยเช่นกัน และเมื่อถูกดึงดูดมารวมกัน กาแล็กซีก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้เช่นกัน กาแลกซีที่อยู่ในเอกภพจะอยู๋อย่างสม่ำเสมอ แต่ส่วนใหญ่หรือเรียงเป็นเส้นสายหรือเป็นกลุ่ม ๆ บางแห่งเป็นครอบครัวใหญ่กาแลกซีจำนวนมาก เป็นกระจุกกาแล็กซี่ กาแล็กซี่ที่เราอยู่เรียกว่ากาแลกซีทางช้างเผือก ซึ่งประกอบด้วยดาวฤกษ์ 200,000 ล้านดวง ถึง 400,000 ล้านดวง ดาวเคราะห์และเมฆฝุ่น ก๊าซที่เรียกว่า เนมิวร่า เผือกทางอวกาศเราจะได้เห็น ...กาแลกซีทางช้างเผือกเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 10,000 ถึง 14,000 ล้านปีมาแล้ว จากกลุ่มก๊าซขนาดใหญ่ที่หมุนรอบตัวเองช้า ๆ แรงโน้มถ่วงดึงก๊าซเข้าสู่ศูนย์กลาง ทำให้กาสเป็นรูปจานคว่ำประกบกันมีรูออกตรงกลาง ที่ศูนย์กลางของมีหลุมดำอยู่ที่นั่น เราสามารถสังเกตเห็นวัตถุเคลื่อนที่รอบกาแล็กซี่ด้วยความเร็ว หรือบางครั้ง พบก๊าซร้อนที่บริเวณรอบกลาง นี่คือหลุ่มดำที่มีแลงโน้มถ่วงสูง ที่ดึงทุกสิ่งที่อย่างเข้าไปในหลุม แม้แต่แสงสว่างซึ่งมีความเร็วสูงที่สุดยังไม่สามารถหลุดออกมาได้ เราจึงเห็นหลุมนั้นมืดมิด ก็ส่งพลังงานจำนวนมากจากสสารที่ดึงดูกออกมา ในกาแล็กซีทางช้างเผือกมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางที่มีมวลสารมากกว่าดวงอาทิตย์หลายล้านเท่าเป็นที่น่าสนใจว่าจากบริเวณศูนย์กลางที่มีขนาดเพียง 20 ปีแสง และความร้อนแผล่กระจายออกมาโดยความเข้ม เทียบเท่าดวงอาทิตย์ 80 ล้านดวง ภายในหลุมดำที่มนุษย์มองไม่เห็น ยังมีความลับอีกมากมายที่ชวนให้เราค้นหา ในขณะที่นักดาราศาสตร์กลุ่มหนึ่งได้เชื่อว่า กาแล็กซียืดแผ่ขยายไม่มีที่สิ้นสุด เนื่องจากกาแล็กซีเคลื่อนที่ถอยห่างกันไม่หยุดยั้ง นักดาราศาสตร์อีกกลุ่มกลับเชื่อว่าสักวันหนึ่ง กาแล็กซีจะถดถอยหวนกลับเกิดการชนผนึกครั้งใหญ่เป็นก้อนใหญ่อีกครั้ง ก้าวเข้าสู่ ศตวรรษที่ 21 การศึกษาเรื่องราวของเอกภพยังก้าวหน้าไปไม่หยุดยั้ง จนกระทั่งปี 1546 นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบว่าที่ดาวเคราะห์ดวงที่ 10 ที่อยู่ห่างไกลออกไปจาก ดาวเคราะห์ดวงที่ 9 ของเรา โดยมีความห่าง 15,000 ล้านกิโลเมตร ถึง 97 เท่าของโลก ปัจจุบัน ดาวเคราะห์ดวงนี้อยู่ระหว่างการตั้งชื่อ โดยมีชื่อเรียกชั่วคราวว่า 200เพราะการศึกษากาแล็กซีและเอกภพเป็นการศึกษาอดีต และเป็นสิ่งที่มนุษย์จะทำให้เราล่วงรู้ความเป็นไปของโลกในอนาคตได้ เราจึงค้นคว้ากันอย่างจริงจัง เพื่อให้ได้มาซึ่งคำตอบที่สำคัญอาจหมายรวมสิ่งสำคัญอื่น ๆ ที่มนุษย์พยายามไขปริศนา เป็นไปได้หรือไม่ว่า มีอารยธรรมอื่นที่เกิดขึ้นและดับสูญไปนานกว่าโลกเรา เอกภพนี้จะถึงกาลอวสานหรือไม่ แม้กระทั่งว่า เราคือสิ่งมีชีวิตเดียวในกาแล็กซี่ หรือไม่ความลึกลับของเอกภพยังรอคอยนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ให้ค้นหา เมื่อมองขึ้นไปบนฟากฟ้าอีกครั้ง คุณนึกถึงอะไร [เสียงดนตรี] (คุณครู) นักเรียนได้ทราบการกำเหนิดแล้ว ในตอนต่อไปเราจะมาศึกษาถึงลักษณะ และหลักฐานที่จะสนับสนุนบิกแบงและทฤษฎีการขยายตัวของเอกภพกันนะครับ (ติวเตอร์) นักวิทยาศาสตร์สามารถแบ่ง 5 ชั้น ดังต่อไปนี้ครับ และนี่ คือ 5 ชั้นนี้มีอะไรบ้างครับ ชั้นที่ 1 เรียกว่า ชั้นธรณีภาค ชั้นที่ 2 ชื่อว่าชั้น ฐานธรณีภาค ไม่มีแปลภาษาไทยนะ หนังสือ สสวท. นะครับ ชั้นที่ 4 ครับ แกนโลกชั้นนอก ชั้นที่ 5 แก่นโลกชั้นใน นักธรณีวิทยาได้ลักษณะของคลื่น 2 ประเภทนี้ครับ ตามลักษณะคลื่นที่น้อง ๆ เห็นในรูปในซีต คลื่นทั้ง 2 นี้ พอส่งลงไปใน ใต้...ชั้นต่าง ๆ ของโลกและมีการเปลี่ยนแปลงอย่างนี้ อะไรคือสิ่งที่ทำให้นักธรณีวิทยาแบ่งได้ ค่อย ๆ ตามนะ สิ่งหนึ่งนะที่ต้องย้ำก่อนเลย ถ้าใครลืม คือคลื่นปฐมภูมิื ภูมิ มี 2 อย่างที่แตกต่างกัน อย่างนี้ต้องทวนเลยนะ ไม่อย่างนั้นต้องงงกับเรื่องนี้แน่ ๆ เลย คลื่นปฐมภูมิครับ เป็นคลื่นที่ผ่านได้ทุกสถานะ ขออนุญาตแป๊บหนึ่งนะ เขียนผิด ผ่านได้ทุกสถานะ ทุกสถานะ แต่ถ้าเป็นคลื่นทุติยภูมิผ่านได้เฉพาะของภูมิผ่านได้เฉพาะของแข็ง ถูกไหมครับ ปฐมภูมิไป คลื่นเคลื่อนที่ได้ ค่อย ๆ ไปนะครับ ผ่านได้ทั้งปฐมภูมิ และทุติยภูมิ ช่วงแรก ทำไมต้องแบ่งด้านนี้ ในแต่ละส่วนของโครงสร้างโลกนี่ ชั้นปฐมภูมิหรือทุติยภูมิ เคลื่อนที่ผ่านได้ก็ตาม แต่มันจะมีความแตกต่างกันในเรื่องของอนุภาคด้วย มันเป็นอย่างไร ช่วงแรกตรงนี้ คลื่นทุติยภูมิพอเคลื่อนที่ไปสักพักหนึ่ง กาสแกน Y เป็นกาสของความเร็ว กาสแกน Y เป็นแกนของความเร็ว กราฟแกน X เป็นกราฟของความลึก พอลงลึกไปสักพักหนึ่งครับ ความเร็วตรงนี้เพิ่มขึ้นแล้วค่อย ๆ ลดลง นักจิตวิทยาบอกว่าเทียบกันอย่างนี้ว่า มันมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง นักธรณีวิทยาจึงเปลี่ยนที่ความเร็วลดลงของทุติยภูมิออกเป็นอีก 1 ส่วนก่อน หลังจากนั้นความเร็วของทุติยภูมิและปฐมภูมิเกิดการเปลี่ยนแปลงโดยความเร็วไม่คงที่ เห็นไหมครับ ซึ่งพอสักพักหนึ่งนี่ พอมันไม่คงที่ สักพักหนึ่งมันก็เริ่มคงที่ ทั้งในปฐมภูมิและในทุติยภูมิ ตรงนี้นี่นะ ในปฐมภูมิ ทุติยภูมิไม่คงที่ทั้งคู่ และค่อยมาคงที่แบ่งเลยครับ ตรงนี้น่าจะเป็นอีก 1 สถานะ นึกออกนะ หลังจากนั้นครับ กราฟของทุติยภูมิและปฐมภูมิก็เริ่มคงที่ คือ เร็วขึ้น เห็นไหม กราฟค่อย ๆ เร็วขึ้น ๆ เร็วขึ้น ๆ หลังจากนั้นพอความเร็วมันเพิ่มขึ้น จนถึงจุด ๆ หนึ่งแล้ว ทั้งปฐมภูมิและทุติยภูมิลดลงฮวบเลย แล้วกลายเป็นว่า พอความเร็วลดลงฮวบ สักพักหนึ่งก็มีความเร็วของทุติยภูมิเกิดขึ้นแต่ของทุติยหายไปเลย นักธรณีวิทยาครับ ก็เลยแบ่งตรงนี้เป็น 1 ส่วน ถ้าเท่าที่เห็นนะ ตอนนี้เราแบ่งได้เป็น 1 ชั้น 2 ชั้น 3 ชั้น ได้ไหม ได้นะ1 ชั้น 2 ชั้น ได้นะ ตรงนี้ครับ พอความเร็วของปฐมภูมิลดลงและค่อย ๆ เพิ่มขึ้น แต่ทุติยภูมิหายไปเลยที่ หายไปสักพักหนึ่งแล้วค่อยมีความเร็ว แล้วเปลี่ยนขึ้นไปอีก นักธรณีวิทยาก็เลยแบ่งตัวนี้ครับ ออกเป็นอีก 1 ชั้น เป็นชั้นที่ 4 ได้นะ และหลังจากนั้นครับ ความเร็วก็ค่อย ๆ คงที่ในชั้นสุดท้ายแล้วค่อย ๆ หายไป และกลายเป็นครึ่งหนึ่งของโลก กลายเป็นอีก 1 ชั้นครับ กลายเป็นชั้นที่ 5 จากข้อมูลตัวนี้ครับ นักธรณีวิทยานี่เก่งนะ มีการเอาคลื่นเข้ามาเพื่อจะแบ่งโครงสร้างโลก นี่ล่ะครับ เราจึงได้โครงสร้างโลกตามสถานะ ที่แบ่งออกเป็น 5 ชั้น แล้วค่อยตาม Theory ถ้าใช้สถานะแบ่งออกเป็น 5 ชั้น แสดงว่าเด็ก ๆ ต้องสามารถระบุได้ว่าชั้นไหนที่เป็นสถานะอะไร ช่วยกันนะ ๆ ชั้นแรกครับ ต่อ ... นะมีปฐมภูมิไหม มีนะ มีทุตยภูมิไหม มีนะ ชั้นที่ 1 ครับ แน่ ๆ ถ้าพบทั้งคลื่นปฐมภูมิและคลื่นทุติยภูมิ แสดงว่า ชั้นที่ 1 มีสถานะเป็นของแข็ง น่ารักมากได้นะ เป็นของแข็ง ชั้นที่ 2 ก็ยังเกิดสถานะที่มีคลื่นปฐมภูมิและมีทั้งทุติยภูมินะ เพราะมีสีส้มตรงนี้ เกิดขึ้นทั้งคู่ นั่นแสดงว่าชั้นที่ 2 ก็ยังเป็นของแข็งนะ แต่นักเรียนที่นักของครูตี้ ดอกจันทำไม เดี๋ยวครูนัตตี้ค่อยกลับมาพูดนะ ชั้นที่ 3 ครับ ความเร็วของสีชมพูในปฐมภูมิก็เกิด ในทุติยภูมิก็เกิด แสดงว่าชั้นนี้ก็ยังเป็นของแข็งเหมือนเดิมเพราะยังมีคลื่นของปฐมภูมิและมีทั้งคลื่นทุติยภูมิได้ไหม ได้นะ ชั้นต่อไปครับ ชั้นที่ 4 ชั้นนี่ล่ะ เป็นชั้นที่ข้อสอบออกบ่อยมากที่สุดแล้ว เพราะอะไรลูก เพราะว่าชั้นนี้ครับ เราพบเฉพาะคลื่นของปฐมภูมิแต่เราไม่พบคลื่นทุติยภูมิ เคลื่อนที่ผ่านชั้นนี้ นั่นหมายความว่า ชั้นที่ 4 จึงเป็นชั้นที่มีสถานะเป็นของ... เหลวถูกต้องนะ เพราะอย่างที่เราวางเงื่อนไขไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าถ้าเราพบเฉพาะคลื่นปฐมภูมิ แต่เราไม่พบคลื่นทุติยภูมิ มันน่าจะเป็นของเหลว เพราะว่า ทุติยภูมิเคลื่อนที่ผ่านได้เฉพาะของแข็ง ได้นะ ได้นะครับ และสุดท้ายครับ พอกลับมาที่ชั้นที่ 5 คลื่นทุติยภูมิ กลับมีความเร็วขึ้นมา แต่แน่นอนปฐมภูมิมีความเร็วเกิดขึ้นอยู่แล้ว แสดงว่าชั้นที่ 5 เป็นชั้นที่มีสถานะเป็นของแข็งได้นะครับ ดังนั้น นักธรณีวิทยาจึงตั้งชื่อคงไม่เรียกว่าชั้น 1, 2, 3, 4, 5 นะ เราเรียกชั้นแต่ละชั้นครับ ตาม topic เลยครับ ในวันนี้ที่ได้พูดไป แบ่งเป็น 5 ชั้นครับ ธรณีภาคธรณีภาค แกนโซสเฟียร์ แก่นโลกชั้นนอก และแก่นโลกชั้นใน ได้นะ ๆ ได้นะครับ ชั้นนอกสุดนะ สถานะเป็นของแข็งนะ เป็นของแข็ง ฐานธรณีภาคครับ เป็นชั้นที่ 2 ครับ เป็นของแข็งเช่นเดียวกัน แต่ครูนัตตี้ขอนิดหนึ่งลูก อันนี้ต้องขอเลย ชั้นฐานธรณีภาค พูดถึงหน่อย ทำไมต้องพูด ถ้าเด็ก ๆ จำได้ ชั้นฐานธรณีภาคนี่ ความเร็วของคลื่นนี่ มันเป็นอย่างนี้เลย มันไม่คงที่ มันมีรอยยึก ๆ ๆ ตลอดเวลา อธิบายอย่างนี้ครับ ตอนแรกนักธรณีวิทยาระบุไว้ก่อน จะเป็นของแข็งได้ไหม ถ้าเป็นของแข็งนี่ก็เป็นได้นะ เพราะปฐมภูมิก็เคลื่อนที่ผ่าน ทุติยภูมิก็เคลื่อนที่ผ่าน ไม่ผิด แต่ทำไมความเร็วถึงไม่คงที่ นักธรณีวิทยาก็เลยอธิบายอย่างนี้ครับว่า ชั้นธรณีภาค ไม่แข็ง 100 เปอร์เซ็นต์ มันมีลักษณะที่เป็น ถ้าพูดง่าย ๆ นะลูกนะ กึ่งแข็งกึ่งเหลว จะเหลวก็ไม่เหลว จะแข็งก็ไม่แข็ง จะให้เป็นของเหลวก็ไม่ได้ เพราะปฐมภูมิ ผ่านจะแข็ง 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่ได้เปรียบเทียบมีโซสเฟียร์ มีโซสเฟียร์ก็เป็นของแข็ง ก็เป็นของแข็ง ซึ่งเป็นของแข็งและความเร็วเพิ่มขึ้นและนิ่งด้วย นักธรณีวิทยาก็เลยบอกว่า ชั้นฐาน ลูก เป็นของแข็ง แต่เป็นของแข็งที่อยู่ในรูปที่เรียกว่า "พลาสติก อันนี้ต้องรู้นะครับ เป็นของแข็งที่อยู่ในรูปที่เรียกว่า "พลาสติก" อะไรคือพลาสติก พราสติด คือ อะไร ไม่ใช่ถุงพราสติดนะ ไม่ใช่ถุง พราสติก พลาสติกในที่นี้หมายถึง สถานะของแข็งที่สามารถเปลี่ยนรูปได้ง่าย ของแข็งในชั้นมีซอสเชียร ไหม ความเร็วต่อจากชั้น ชั้นภูมิภาคเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นั่นหมายความว่าทั้งคลื่นปฐมภูมิ และคลื่นทุติยภูมิ เวลาที่มันเจอตัวกลางที่มันมีความหนาแน่นมาก ๆ มันก็ก็ยิ่งวิ่งได้เร็ว เพราะเปรรได้เยอะ นักธรณีวิทยาก็เลยเอาความรู้ตรงนี้ไปอธิบายว่า ใต้เปลือกโลกยิ่งลึก ยิ่งมีความหนาแน่นมาก นึกออกนะ สมมติว่าโครงสร้างด้านในนี่ที่ไม่สามารถลองรับทุกอย่างที่อยู่บนโลกของเราได้นี่ ข้างล่างมีความหนาแน่นสูงมาก ได้นะ นะครับ ส่วนชั้นต่อไปครับ แก่นโลก ตัวละครในหนัง ชั้นแก่นชั้นโลกชั้นนอกครับ ของโครงสร้างโลกที่เป็นของเหลว ถูกไหม แต่ต้องเข้าใจแบบนี้ก่อนลูก ของเหลวในนี้นะ ไม่ใช่ลาวาหรือแม็กม่าประทุออกมานะลูก ถ้าชั้นแม็กม่าปะทุออกมาโลกเราคงแตกแล้วลูก ชั้น Magma หรือหินเหลวหนืดที่นักเรียนได้ยินกันน่ะครับ มาจากชั้นฐานธรณีภาค ก็คือความเป็นของแข็งที่เป็นพลาสติกนี่ล่ะลูก แต่แค่ว่าพอมันร้อนจัด ๆ มันก็จะเกิดการระเบิดสถานะ แต่ของเหลวในชั้นแก่นโลกชั้นนอก ลิขวิด เป็นน้ำเลย ทุติยภูมิก็เลยเคลื่อนที่ผ่านไม่ได้ ได้นะ อย่างไรก็มีในข้อสอบ เข้าใจนะ สุดท้ายแก่นโลกชั้นในลูก แกนโลกชั้นในจากของเหลวครับ แต่พออยู่ลึกสุดด้านใน มหาศาล ทำให้ของมันชั้นนี้ครับ สถานะเป็นของแข็ง ได้นะ สรุปครับ ตอนนี้เราได้โครงสร้างโลกแบ่งตามสถานะแล้วลูก เป็น 5 ชั้น ฐานธรณีภาค มีโซสเฟีย แก่นโลกชั้นนอกและแก่นโลกชั้นใน กว่าจะมานั่งรอแผ่นดินไหว หนูไม่อยากรอนะลูกนะ ไม่ใช่เรื่องดีนะ หนูจะมารอการเกิดแผ่นดินไหวเพื่อ...ของโลกหรือ เขาไม่ทำไง เขาสร้างอุปกรณ์ขึ้นมาลูก เป็นเครื่องมือในการปล่อย เป็นเครื่องมือในการปล่อยคลื่น อันนี้เป็นเครื่องมือนะลูกนะ เครื่องมือสร้าง คลื่นไหวสะเทือน สร้างคลื่นไหวสะเทือน เขาสร้างมาเลยลูก เขาสร้างมาเลย ปรากฏอะไรลูก เขาสร้างมาแล้ว ทำให้เขานี่ได้ความรู้เพิ่มเติมเยอะแยะเลย ความรู้ตรงนี้เอาไปทำอะไรรู้ไหม เอาไปใช้ในการสร้างสถานีการตรวจรับ การเกิดคลื่น การเกิดคลื่นในการเกิดแผ่นดินไหวทั่วโลกนี่ อธิบายอย่างนี้นะลูก หักเหไม่ตรงกับรูปแรก เป็นอย่างไร ขออนุญาตวาดให้เป็นปฐมภูมิก่อนนะ นึกออกไหม แม้จะเป็นชั้นเดียวกัน อยู่ลึกไม่เท่ากันก็เคลื่อนที่ผ่านแบบหักเห แบบนี้เลยครับ แบบนี้เลยลูก ได้ไหม จะเป็นปฐมภูมิ หรือจะเป็นทุติยภูมิเคลื่อนที่เหมือนกัน ก็เกิดความหักเหได้ไหมครับ ได้นะ ทำให้การตรวจจับครับ เครื่องปฐมภูมิ และทุติยภูมิ จะต้องวางในที่ที่คิดว่าเกิดการหักเห แต่จุดนี้ไม่ใช่จุดสำคัญ จุดสำคัญคือตรงนี้ลูก ค่อย ๆ ตามให้ทันนะ ยากบอกนะ ๆ พอจะผ่านแก่นโลกชั้นนอก ซึ่งเราเรียนรู้มาแล้วจ้า ว่าแก่นโลกชั้นนอก มีสถานะเป็นของเหลว แน่นอนจะที่รักทั้งหลาย คลื่นทุติยภูมิก็เลยไม่ผ่านเลย ถูกไหมครับ แสดงว่าถ้าครูนัตตี้ปล่อยคลื่นจากฝั่งหนึ่งของโลก อีกฝั่งหนึ่งของโลกทั้งหมดตรงนี้ครับ ตรงนี้เลย ไม่มีทางที่จะเจอคลื่นทุติยภูมิเลย นึกออกไหม เพราะอะไร 1 ทุติยภูมิหักเกหมดแล้ว นี่ไง สีน้ำเงิกหักเหหมดแล้ว 2. พอมาเจอแก่นโลกชั้นนอก เป็นอย่างไรลูก ไม่ผ่านเลยนะ ไปต่อไม่ได้ พอไปต่อไม่ได้ การที่เราจะตรวจจับคลื่นทุติยภูมิของครึ่งซีกหนึ่งของโลกก็เลยไม่เกิดขึ้น เราก็เลยเรียกบริเวณครับ ที่เราไม่ตรวจพบคลื่นทุติยภูมิตรงนี้ครับ ว่าเขตอับคลื่น S S คืออะไรครับ อีกครั้งหนึ่งนะ S คือ คลื่นทุติยภูมิอันนี้ระวังนะ มีในข้อสอบปีที่แล้วนะ เขตอับคลื่น S เกิดจากอะไรครับ เกิดจากคลื่นทุติยภูมิหักเหในตัวกลาง 1, 2, 3 และไม่ผ่านทางแกนโลกชั้นนอก ทันไหมครับ ซึ่งแตกต่างกับทุติยภูมิ แตกต่างจากปฐมภูมิ ค่อย ๆ ไปนะ ยากนิดหนึ่งครับ แต่ครูนัตตี้เชื่อว่าทำได้ ปฐมภูมิเป็นอย่างไรลูก ปฐมภูมิ ผ่านชั้นแกนโลกชั้นนอก ขออนุญาตเปลี่ยนนิดหนึ่งนะ พอเคลื่อนที่ผ่านแกนโลกชั้นนอก ครูนัตตี้ถามครับ ผ่านได้ไหม ได้ แต่ว่าผ่านมาจากของแข็งน่ะ จากของแข็งชั้นนอก หักเหสุดใจขาดดิ้น หักเหแบบสุดใจขาดดิ้น เป็นอย่างไรลูก หักเหอย่างไรลูก หักเหเยอะมาก นึกออกไหม หักเหเลย แล้วพอของเหลวผ่านมาเจอแกนโลกชั้นใน หักเทต่ออีก นึกออกไหม หักเหเยอะมากครับ เกิดอะไรขึ้นลูก พอผ่านมา พอหักเห หักเหไปเรื่อย ๆ แต่เคลื่อนที่ผ่านไหม เคลื่อนที่ผ่าน นึกออกไหม เคลื่อนที่ผ่านไหม เคลื่อนที่ผ่านนะ หักนะ สมมตินะ หักเหผ่านไหม ผ่านหมดเลย แต่มันเกิดการหักเหอย่างเยอะมากครับ มันเลยทำให้มีบางส่วนลูก ที่ไม่ตรวจพบคลื่นปฐมภูมิ ก็มีเหมือนกันตรงนี้นะ สมมติว่าผ่านมาหมดเลยนะ ครูนัตตี้ของอนุญาตวาดง่าย ๆ นะตัวนี้สามารถตรวจจับได้ แต่มีบางส่วนครับ ครูนัตตี้เขียนตรงนี้นะ ตรวจจับไม่ได้เลย ตรวจจับคลื่นปฐมภูมิไม่ได้เลย เช่นเดียวกันครับ ที่ตรวจับคลื่นปฐมภูมิไม่ได้ ครูนัตตี้ก็จะเรียกส่วนนี้ว่า เขตอับคลื่น เหมือนกันครับ แต่เป็นเขตอับคลื่นที่อับ ลายมือไม่สวยไง อย่างที่บอก แสดงว่าตรงข้ามกับบริเวณที่เราปล่อยคลื่นครับ เราจะมีเขตอับคลื่นอยู่ 2 เขตครับ ก็คือเขตอับคลื่น P กับเขตอับคลื่น S P คือ ปฐมภูมินะ อีกรอบนะครับ P คือ ปฐมภูมินะครับ แต่สิ่งที่น้อง ๆ ต้องจดจำและเมมโมรี่ไว้ครับ คือ เขตอับคลื่น S เกิดจากอะไรลูก เกิดจากที่คลื่นทุติยภูมิไม่ผ่านเลย ไม่ผ่านโครงสร้างครึ่งนี้เลย ถูกไหมครับ แต่ถ้าเป็นโครงสร้าง P เกิดจากการที่คลื่นหักเหไปแบบมหาศาลทำให้บางส่วนไม่ตรวจพบคลื่นปฐมภูมิ คราวนี้ครับ สิ่งที่น้อง ๆ ต้องอธิบายได้คือว่าระเบิดแต่ละช่วงเวลา แล้วมันทำให้เกิดอะไร น้อง ๆ ครับ ตรงนี้ไว้เลย แต่ละช่วงเวลาครับเมื่อเกิดการระเบิดของ Big Bang แล้วนี่ เกิดสิ่งใดบ้าง ข้อสอบออกตรงนี้นะครับ เป็น Number One ในบทนี้เลย เดี๋ยวลองมาดูข้อสอบ O-NET นะ น้อง ๆ ทำใน Past ธรณีวิทยา น้องจะรู้ว่ามันหน้าปวดหัวมากกว่านันเยอะเรียนรู้ไป ทุกคนเก่งได้จากการเรียนรู้ ไม่มีใครเก่งมาตั้งแต่เกิด น้อง ๆ ได้อุแว๊บิกแบง มันค่อย ๆ เรียนรู้กันได้ น้อง ๆ ครับ Timeline หรือช่วงเวลาต่อไปนี้ครับ น้อง ๆ ค่อย ๆ ตามที่นัดตี้ให้ทันนะครับ น้อง ๆ ครับแต่ละช่วงเวลาในการระเบิด Big Bang เกิดอะไรขึ้นบ้าง น้อง ๆ เวลา Time นะครับ ทุกคนน่าจะแปลได้ แต่ Temp นี่ พอดีพิมพ์ให้มันดูง่าย ๆ มันจะอยู่ในช่องสวยงาม Temp ย่อมาจาก temperrator ซึ่งมันแปลว่าอะไรเอ่ย แปลว่าอุณหภูมินะครับ แสดงว่าน้อง ๆ ต้องคำนึงอะไรบ้างครับ คำนึงเวลาแต่ละช่วง อุณหภูมิแต่ละช่วงเปลี่ยนไปอย่างไร น้อง ๆ ครับ ช่วงแรกครับพอตู้มแรกครับ กำลังลบ 43 เร็วมาก อยากรู้ว่าเร็วขนาดไหน ใส่ 0.000 ไปอย่างนี้ คือ 10 กำลัง ลบ วินาทีแรก เกิดการระเบิด ตู้มครับน้อง ๆ ตู้มเลย หลังจากนั้นครับ ไม่กี่เสี้ยววินาที -32 วินาทีครับ ช่วงนี้น้อง ๆ ต้องดอกจันไว้ครับ ช่วงเวลานี้เกิดอะไรขึ้นครับ ช่วงเวลานี้เกิดสิ่งสำคัญที่สุดในการกำเนิดเอกภพของเราขึ้นมา ก็คือมันเกิดสิ่งหนึ่งขึ้นมาเรียกมันว่าวัตถุแล้วกัน พี่นัตตี้ใช้คำนี้ ของจักรวาลของเราเลยครับ พี่นัตตี้ขออนุญาตใช้คำว่า "อนุภาค" ช่วงเวลานี้ครับ เกิดอนุภาคขึ้นมา น้อง ๆ ครับ การเรียนที่ดี เกิดจากการฟังพูดอ่านเขียนนะ จดตามนะ ใช้ภาษาอังกฤษใช้คำว่า Particle Particle ขึ้นมาครับ ถือว่าเป็นสิ่งสิ่งแรกของการกำเนิดเอกภพ อนุภาคตัวนี้ครับ หรือว่า มูลฐานหรืออนุภาคพื้นฐาน เม็มนะครับ เริ่มเอาเข้าไปอยู่ในซิลิบรัมของน้อง ๆ นะอนุภาคตัวนี้ครับ เกิดด้วย 4 อย่างครับ ถือเป็นกลุ่มก้อนแรกของสิ่งที่เกิดขึ้นเลย 1. ครับ ตัวนี้อ่านว่า Quark Q u a r k ครับ Newtrino New นิวทิโน จะบอกทริกว่าอันไหนน้อง ๆ ชอบผิดนะ 3. อิเล็กตรอน Eleter เขียนอังกฤษฤไปแล้วไม่เป็นไร สมงสมองไปหมดแล้ว ตอนนี้ตี 3 ในการอัดอยู่ พูดเล่นลูก 4. สุดท้ายครับ โฟรตอน 4. โฟรตอน ปัจจุบันเมื่อไหร่บ้านเราจะมีรถไฟฟ้าวิ่งทั่วประเทศไทยเสียที ปัจจุบันรับรถวิ่งแต่เพื่อน้อง ๆ พี่นัตตี้ทำได้ 4 อนุภาครวมกันครับ เรียกว่า "อนุภาค" โอ.เค. ไหม คราวนี้น้อง ๆ ครับ สิ่งที่น้อง ๆ ต้องได้คืออนุภาคพวกนี้ครับ มันเป็นตัวเดี่ยว ๆ มันเป็นตัวเดี่ยว ๆ อนุภาคพวกนี้ครับ มันค่อย ๆ เป็นไปได้ รวมกันได้ ค่อย ๆ ไปนะ ค่อย ๆ ไล่เรียงไปเรื่อย ๆ ครับ เมื่ออนุภาคพวกนี้ อย่างควาร์กรวมกันกับนิวตริโน รวมกันกับอิเล็กมันจะเกิดเป็นสิ่ง ๆ หนึ่ง รวมกันจะได้ไม่งง จะได้สิ่งที่เรียกว่า สสาร สสาร ก็คือเป็นต้นกำเนิดของสารหรือสิ่งต่าง ๆ บนโลกของเรา ได้ไม่ได้ แต่ปรากฏว่าครับน้อง ๆ นักดาราศาสตร์อธิบายเพิ่มเติมครับ เกิดขึ้นมา 10 กำลังลบ 32 ในวินาทีแลก หมายถึงมีอุณหภูมิสูงขนาดนั้น 10 กำลัง 27 องศา สูงมากนะ แสดงว่าการเกิด 10 กำลังลบ 32 ต้องเกิดสิ่งหนึ่งตามมาด้วยครับ แต่เป็นสิ่งที่มีภาวะ พี่ใช้คำนี้นะครับ ภาวะทางประจุไฟฟ้าตรงข้ามกับอนุภาค สิ่งที่เกิดขึ้นมาพร้อมกับอนุภาคเสมอ คือ ปฏิอนุภาคครับ จดจำไว้นะ Memory ไว้นะ ภาษาอังกฤษใช้คำว่า "Anty paticleanty paticle อนุภาคเกิดอะไร อติอนุภาคเกิดสิ่งเดียวกัน แต่เป็นสิ่งที่ตรงกันข้าม อย่างเช่นครับ ง่ายสุดเลย น้อง ๆ เกิดควาร์กครับ พี่นัตตี้ขอยกตัวอย่างแค่ตัว 2 ตัวครับ แต่ถ้าเป็นปฏิควาก นึกออกไหม ปติควาร์ก หรือภาษาอังกฤษ Anti Quark นะครับ ไม่ติด QU Quark แอนตี้เลกตอน ....คราวนี้เกิดปฏิอนุภาคมาทำแมวอะไร คิดว่าฉันเป็นแมว... สมมติ ไม่ใช่สมมติสิ เขาบอกว่าอนุภาค ถ้ามันเจอกับปฏิอนุภาคครับ อันนี้สำคัญต้องดอกจัน 1 ล้านดอก จัดไปลูก 1 ล้านดอก ถ้าอนุภาคครับ เจอปฏิอนุภาคเจอกัน เหมือนที่อนุภาครวมกัน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นครับ เอาอนุภาครวมกับปฏินุภาครวมกันครับ ก็คือ พลังงานความร้อนมหาศาลมากวิทยาศาสตร์รู้ได้อย่างไร กลับขึ้นไปดูครับ ช่วงแรกครับ ที่เกิดระเบิดขึ้นมา 10 ยกกำลัง 27 องศา อุณหภูมิสูงมาก ร้อนไม่ร้อนลองคิดดู นักวิทยาศาสตร์คิดว่า เกิดขึ้นได้จากความร้อนของปติ ครับ แต่ครับ มีเงื่อนไขอยู่ข้อเดียวครับ คืออะไรครับน้อง ๆ ปัจจุบันเรามีสาร โต๊ะ ไม้ หิน ดิน แร่ เต็มไปหมด เพราะเรามีสสารเหลืออยู่ เราถึงอยู่ได้ เพราะอนุภาคหลงเหลือครับ อนุภาคหลงเหลืออยู่ได้อย่างไร ว่าการเกิดครับ ต้องมีอนุภาคมากกว่าปฏิอนุภาค เหตุผลเพราะอะไรครับ เหตุผลเพราะว่า จะได้มีบางส่วนเหลือไปเกิดเป็นสสาร ถ้าน้อง ๆ นึกภาพตามพี่นัตตี้นะ ถ้าอนุภาคเกิด 10 ปฏิฯ เกิด 10 เท่ากัน รวมกันเป็นพลังงาน แล้วไหนล่ะ ธาตุเหล็ก รวมกันเป็นพลังงานทั้งหมด จบนะน้อง ๆ เอกภพเรามีแต่พลังงานร้อนจี๋เลย ดังนั้นต้องมีอนุภาคมากกว่าปฏิอนุภาค ผ่านไหมครับ นี่คือช่วงแรกของการกำเนิดเอกภพ หลังจากนั้นครับ วินาทีที่ 10 กำลังลบ 6 ครับ ตรงนี้ เกิดอะไรขึ้นครับ ช่วงวินาทีที่ 10 กำลัง ลบ 6 ครับ เกิดขึ้นตามมา เป็นสิ่งที่สำคัญ คือ ความร้อนค่อย ๆ ลดลง อนุภาคจะค่อย ๆ รวมตัวกันแล้ว เมื่อกี้ยังไม่รวมนะ เมื่อกี้รวมแค่อนุภาคกับปฏิอนุภาครวมกันนะ แต่ตอนนี้ครับ พออุณหภูมิมันค่อย ๆ ลดลง เข้ามาใกล้กันและรวมตัวกันมากขึ้น เข้ามาใกล้ครับ แล้วค่อยรวมตัวกันมากขึ้น ทำให้เกิดอะไรครับ เอาอนุภาครวมกันครับ รอบนี้อนุภาครวมกัน เพราะอุณหภูมิลดต่ำลงนะ แต่อนุภาคที่รวมตัวกันตรงนี้ครับ พี่นัตตี้อธิบายก่อนเลย สิ่งสำคัญสสารคืออนุภาคตัวนี้ครับ อนุภาคที่จะรวมตัวกัน คือควาร์ก พี่นัตตี้บอกแล้วว่าควาร์กคือพระเอก มันจะเอาควาร์กรวมตัวกันครับน้อง ๆ พอเอา Quark รวมกันนี่นะครับ แต่ Quark นี่นักดาราศาสตร์ได้อธิบายไว้ 2 ตัวครับ พี่นัตตี้ครับ เพื่อความง่ายของควาร์ก พอครับ ควาร์กที่พี่นัตตี้สนใจ คือ ควาร์กบนกับควาร์กล่าง ได้ไหม 2 Quark พอเอา Quark บนกับ Quark ล่างมีสิ่งที่แตกต่างกันบนครับ มีประจุประจำตัว ปจุ 2 ส่วน 3 ครับ ค่าของมัน ส่วนควาร์กล่างครับ มีประจุอยู่ที่ลบ 1 ส่วน 3 ครับ ตัวเลขเริ่มมานะ พอเอา Quark บนกับ Quark ล่าง มีการรวมตัวกัน อยากบอกอย่างนี้ครับ ถ้ากรณีที่ 1 ค่อย ๆ ตามนะ น้อง ๆ จะ อ๋อ อย่างนี้นี่เอง ถ้าเกิดครั้งแรกครับ เกิดเอาควาร์กบน 2 ตัว บวกกับ Quark บนบวกกับ Quark ล่างครับ 1 ตัว ตามพี่นัตตี้ให้ทันนะ ตามกรณีแรกเอาควาร์กบน 2 ตัว เจอกับควาร์กล่าง 1 ตัว น้อง ๆ ครับ ช่วยพี่นัตตี้บวกเลขครับ ประจุ 2 ส่วน 3 ครับ บวกกัน เอา Quark ล่าง 1 ตัว บวกเลขลบเลขสิครับได้เท่าไร อับดุลเอ้ย เป็น 3 ส่วน 3 ได้ไหมครับ ตัดเลขครับ เอาคณิตศาสตร์ขั้นสูงมาช่วย เหลือ 1 น้อง ๆ ครับ 1 นี้เหลืออะไร บน 2 ตัวรวมกับ Quark ล่าง 1 ตัวจะได้ตัวใหม่ อนุภาคตัวใหม่นี่ครับ เป็นอนุภาคเท่าไรครับ +1 เก็ตนะ อนุภาคที่มีประจุบวก 1 ครับ ตัวนี้มันคือโปรตอน เคลียร์ไหม เห็นหรือยังว่าทำไมโปตอนถึงมีอนุภาคบวก 1 เพราะโปรตรอนเกิดจาก Quark บน 1 ตัว รวมกับควาร์กล่าง 1 ตัว เคลียร์ไม่เคลียร์ น้อง ๆ ได้โปรตอนขึ้นมาแล้วครับ เป็นอนุภาคมวลฐานตัวแรก และกรณีที่ 2 ครับ พี่นัตตี้ขอเขียนตัวนี้นะครับ กรณีที่ 2 นะครับ พี่นัตตี้เอาแค่ Quark ล่าง 1 ตัวพอครับ Quark ล่าง 1 ตัว บวกกับควาร์กบนครับ เขียนผิด เอาใหม่ลูก บวกกับควาร์กบนครับ Quark งง งงตั้งแต่เมื่อวานแล้วนะ ภาษาไทยยากจังเลย กับ Quark ล่าง 1 ตัวครับ เหมือนเดิมครับ ช่วงพี่นัตตี้คิดเลขอย่างรวดเร็วครับ เดี๋ยว ๆ ๆ เอาใหม่ลูก เอาใหม่พี่นัตตี้เขียนผิด ขออภัยลูก Quark บน 1 ตัว Quark เอาใหม่ ๆ อันนี้ คือ Quark ล่าง Quark ล่าง Quark บน 1 ตัว พูดอย่างเขียนอย่าง สติ ๆ เรียกสตินิดหนึ่ง 1 ตัวครับ ประจุคือ 1 ส่วน 3 ควาร์กบน 1 ตัวลบ 1 ส่วน 3 บวกลบ 2 ตัว มากตั้งแต่เรียน ป.4 บวก ลบ เศษส่วนนะ บวกลบรวดเร็วเลยครับ ได้ 0 เคลียร์ไหม น้อง ๆ ครับ อนุภาคที่ประจุเป็นศูนย์คืออะไร มันเกิดอนุภาคครับ ที่มีประจุเท่ากับ ศูนย์ อนุภาคนี้นะครับ คือ อนุมัติที่ไม่มีประจุนั่นเอง ปัจจุบันน้อง ๆ เรียนรู้อยู่แล้วใน Part เคมี ตัวนี้ คือ นิวตรอน เคลียร์ไหม นี่ครับ คือสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอย่างแรกครับ ที่เอาไปเป็นจุดเริ่มต้นในการเกิดสสารโลกของเราเลย เกิดเป็นธาตุต่าง ๆ น้อง ๆ ครับ ฟังพี่นัตตี้ดี ๆ - 32 ขออภัยครับ 10 ยกกำลัง - 6 วินาทีอรกน้อง ๆ เกิด 2 อย่าง ตอนนี้น้อง ๆ เกิดอะไรบ้างครับ ต้องใช้นะ เกิดโปรตอนและนิวตรอน พี่นัตตี้ของเขียนสัญลักษณ์ แบบนี้ได้นะ ต้องน่าจะเคยเรียนเรื่องอนุภาคมูลฐานอยู่แล้วนะ อนุภาคนิวตรอนน้อง ๆ ครับ 2 ตัวนี้รวมตัวกัน จะเป็นอย่างไรลูก เป็นนิวเคลียส ได้ใช่ไหม แต่ฟังพี่นัตตี้ดี ๆ นะ เท่านี้ครับ อุณหภูมิสูงเท่านี้ นิวเคลียสแน่นอน เพราะอะไรครับ ความร้อนสูงมาก โปรตรอนเกิดมา นิวตรอนเกิดมา ยังรวมตัวกันไม่ได้ จบนะ ๆ หลังจากนั้นน้อง ๆ ครับ หลังจากนั้น เวลาผ่านไปครับ ถึงนาทีที่ 3 ครับ พี่นัตตี้จะโดนบัง นาทีที่ 3 ครับ นาทีนี้ครับ อุณหภูมิค่อย ๆ ลดต่ำลง นาทีนี้ล่ะครับน้อง ๆ เป็นนาทีแห่งความหวังของเราแล้ว 3 นาทีผ่านไปครับ น้อง ๆ 3 นาทีผ่านไป โปรตอนที่เกิดขึ้นมา สามารถรวมกับนิวตรอนได้แล้วครับ แน่นอนครับ พอเอาโปรตรอนรวมกันนิวตรอนเมื่อไหร่ นิวเคลียส นี่ครับน้อง ๆ เกิดนิวเคลียสแล้ว ใกล้ความฝันเป็นจริงแล้วครับ เพราะว่าถ้าเกิดนิวเคลียส โปรตอนจะตามมาทันที แต่น้อง ๆ ครับ 10 กำลัง 8 องศาฯ ยังร้อนเกินไปสำหรับที่ ถ้าเอานิวเคลียสครับ น้อง ๆ อยากรวมกันเป็นอะตอม นิวเคลียสต้องรวมกับอะไรครับ รวมกับอิเล็กตรอน รวมกับอิเล็กตอน มีหรือยังถามครับ อิเล็กตรอนมีหรือยัง 1, 2, 3 นี่ไง โยงมาเลย มีแล้ว แต่เพียงแค่ว่าอุณหภูมิที่ 10 กำลัง 8 องศา มันยังสูงเกิดไป 10 กำลัง 3 อิเล็กตรอนยังรวมกับนิวเคีเวลาครับ ไปหน้าต่อไปเลยนะ ครับเหลือแค่หมื่นเดียว ตอนนี้เตรียมพร้อมแล้วลูก เตรียมพร้อมอะไรครับ นิวเคลียสที่เกิดขึ้นตัวนี้นะ สามารถไปรวมกับ... รวมกับอะไรลูก อิเล็กตรอนนะลูก มันเกิดขึ้นตั้งแต่แรกเลย เกิดมาจาก อนุภาค พร้อมกันเลย แต่อิเล็กตรอนยังเอามาใช้งานไม่ได้ มันก็เลยมาใช้งานได้ตอนอุณหภูมิเหลือแค่ 10,000 รวมกับนิวเคลียร์ได้ และนิวตรอนและอิเล็กตรอนมีมีประจุเป็นลบ ถ้าอุณหภูมิไม่ลดลงเพียงพอมันจะลบกับบวกตรงนี้นะครับ ที่เป็นโปรตรอนมันจะเข้ากันไม่ได้ นึกออกไหม พอกันเข้ากันไม่ได้ปุ๊บนี่ มันจะไม่เป็นอะตอม แต่ตอนนี้ 13,000 ปีแสงผ่านไปลูก อุณหภูมิเหลือ 9 หมื่น องศาให้อิเล็กตรอนกับนิวเคลียสรวมตัวกันได้ น้อง ๆ ต้องดอกจันนะลูกนะ อะตอมแรกครับ อะตอมแรกที่เกิดขึ้นตรงนี้ครับ ในเวลาที่ 300,000 ปีต่อมานี่ เกิดเป็นอะตอมครับ ต้องรุ้นะ ต้องรู้ครับ แล้วพอไฮโตรเจนเกิดขึ้นกลายเป็นก๊าซที่ใหญ่ขึ้น เช่น ฮีเลียม อะไรก็ว่าไป เป็นคาร์บอน เป็นออกซิเจนอะไรก็ว่าไป ได้นะ ฮีเลียม คือ He นะ หลักจากนั้นครับ น้อง ๆ ไฮโดรเจนเป็นส่วนสำคัญตัวนี้ครับ จะมีการรวมกันอย่างแรงดึงดูด แรงเหวี่ยงอย่างมหาศาล แล้วค่อย ๆ เกิดเป็นปฏิกิริยาที่เรียกว่า ฟิวชัน รวมตัว รวมตันกันสิ ไม่ใช่รวมกันตัว พูดกลับไปกลับมา รวมตัวกันเพื่อสร้างพลังงานลูก เพื่อสร้างเป็นพลังงานครับ ตรงนี้ครับ น้อง ๆ ใช้เวลาสัก 500 ล้านปี 500 ล้านปี เกิดได้ ปรากฏว่ามีการสร้างพลังงานจากไฮโดรเจน ดาวฤกษ์นะ ประมาณ 500 ล้านปีครับ 500 ล้านปี พอ 500 ล้านปีต่อมานี่ พอมันเกิดดาวฤกษ์ปุ๊บ พอมันมีดาวฤกษ์มาก ๆ ขึ้นครับน้อง ๆ พอเวลาผ่านไปครับ 10 กำลัง 9 ปี 9 ก็คือ 10 กำลัง 3 คูณกำลัง 6 ปี ใช่ไหม เท่าไรเอ่ย 1,000 ล้านปีครับน้อง ๆ จำนะ 1,000 ล้านปี ตรงนี้ครับน้อง ๆ เกิดอะไรขึ้นครับ ดูนะ พอดาวฤกษ์มาก ที่อยู่ของดาวฤกษ์เรียกว่าอะไรลูก ที่อยู่ของดาวฤกษ์รวม ๆ รวม ๆ กันเยอะ ๆ ครับ จะได้เป็นตัวนี้ครับน้อง ๆ กาแล็กซี่ โอ.เค. ไหม นั่นหมายความว่า พอดาวฤกษ์มากขึ้น รวมตัวมาก ๆ ขึ้นและกลายเป็นกาแล็กซี พอมีกาแล็กซีมาก ๆ ครับ รูปร่างของการเป็นจักรวาลหรือเอกภพ ในเวลาที่ต่อมาครับ 15 คูณ 10 กำลัง 9 ประมาณ 15,000 ล้านปีต่อมา นั่นหมายความว่า ตอนนี้ครับ เอกภพของเราเกิดตั้งแต่ระเบิด Big Bang จนถึงปัจจุบัน โอ.เค. นะ ได้นะครับ (บรรยาย) ผลิตรายการโดย คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน