[เสียงดนตรี] ครูเป็นครูสอนวิชาสุขศึกษา มัธยมศึกษาปีที่ 6 ค่ะ ในการเรียนรู้ สุขศึกษาในเรื่องของสังคมดีสุขภาพดี ในหัวข้อของสุขภาพของสิ่งแวดล้รู้จักในเรื่องของสถานการณ์สิ่งแวดล้ามในประเทศไทย ได้รู้จักมลภาวะ มลพิษต่าง ๆ มีส่วนร่วมในการดูแลปัญหาสิ่งแวดล้อม ดูแลสิ่งแวดล้อมของชุมชนเรา ของบ้านเรา ของครอบครัวของเรา อยู่ในครอวครัวในชุมชนอย่างมีความสุขได้ค่ะ และในวันนี้นะคะ ครูก็จะพานักเรียนไปได้เรียนรู้เรื่องของสิ่งแวดล้อมทางสุขภาพอีกหนึ่งเรื่องค่ะ สิ่งแวดล้อมทางสุขภาพที่ครูจะพานักเรียนไปเรียนรู้ ก็คือเรื่องของภัยพิบัติค่ะ ในเรื่องของภัยพิบัตินั้น นักเรียนอาจจะเคยได้ยิน เคยได้ฟังมาบ้างนะคะ ภัยภิบัติก็จะเป็นภัยที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หรืออาจจะเกิดจากการที่มนุษย์เราสร้างขึ้นโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ได้ค่ะ ภัยที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงผลกระทบต่อวิชีวิตความเป็นอยู่ของคน แล้วก็ในระยะยาวด้วย ภัยภิบัติมีความร้ายแรงมาก เพราะเป็นภัยที่เราไม่รู้ล่วงหน้าเลยว่ามันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ หรือบางครั้งอาจจะรู้แต่ก็เป็นระบะเวลาสั้น ๆ เป็นช่วงเวลาสั้น ๆ นั้น การเตรียมตัว การเตรียมพร้อม เราก็อาจจะเตรียมพร้อมได้ไม่ดี ชีวิตความเป็นของเรานั้น มันก็อาจจะไม่ดีเท่าที่ควร และจะเกิดความสูญเสียได้เป็นอย่างมากค่ะ และโลกใบนี้ของเรานะคะ ก็เคยเกิดภัยพิบัติมาแล้วนับไม่ขึ้นมานับครั้งไม่ถ้วนนะคะ ครูจะพามารู้จักกับภัยพิบัติบางส่วนที่เกิดขึ้นบนโลกของเราค่ะ ภัยพิบัติอันแรก ที่ครูอยากจะให้เราได้รู้จักก็คือเรื่องของแผ่นดินไหวค่ะ ที่เมือง... ประเทศซีเรียนะคะ การเกิดภัยพิบัติครั้งนี้ถือเป็นภัยพิบัติที่ร้ายแรง มากๆ รุนแรงของแผ่นดินไหวถึง 8.5 ลิกเตอร์ ทำให้ผู้คนนั้นสูญเสียชีวิตไปหลักแสนเลยทีเดียวค่ะ ในภัยพิบัติตัวที่ 2 ที่ครูอยากให้พวกเราได้รู้จัก ก็เป็นเรื่องของแผ่นดินไหวเช่นเดียวกันนะคะ ที่เมือง ฉันซี ประเทศจีน มีผู้เสียชีวิตรวมกันประมาณ 830,000 คนค่ะ ภัยพิบัติอีกประเภทหนึ่ง ก็คือเรื่องของน้ำท่วมที่มันเกิดขึ้นที่เมืองจีนนะคะ ซึ่งก็ตั้งอยู่ทางตอนใต้ริมแม่น้ำเหลียงนะคะ ตอนนั้นก็มีผู้ที่บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตมากกว่า 7 แสนคนเลยทีเดียวนะคะ อีกอันหนึ่งค่ะ คือ อีก 1 รูปแบบของภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในโลกของเรา เรื่องของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ H1N1 ค่ะ ที่มีการแพร่ระบาดไปทั่วโลกเลย ในปี 18 ถึง 1919 มีการแพร่ระบาดไปทางแล้วก็อเมริกาเหนือ มีการฆ่าชีวิตไปเป็นจำนวนมาก ๆ เลยนะคะ ซึ่งในการเกิดภัยพิบัติครั้งนั้น มีการตื่นตัวกันในเรื่องของโรคติดต่อร้ายแรง แล้วก็ทำให้ทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ และผู้คนที่มีร่างกายอ่อนแอต้องสูญเสียกันไปมาก ๆ เลยค่ะเรื่องของพายุไซโคลนค่ะ พายุไซโคลนที่เกิดขึ้นที่อินเดียซึ่งเกิดในปี 1839 ซึ่งพายุนั้นก็ได้ทำลายชีวิตผู้คนไปประมาณ 300,000 คนเลยทีเดียว อีก 1 ภัยพิบัตินะคะ ที่เกาะสุมาร ก็เป็นซึนามิที่ประเทศอินโดนีเซีย ในปี 2004 ค่ะ เหตุการณ์นี้นะคะ เป็นเหตุการณ์ที่คนไทยเราจำได้เป็นอย่างดี เพราะว่าไม่มี... เพราะเป็นเหตุการณ์ที่ประเทศไทยเราได้รับผลกระทบด้วย จริง ๆ แล้วภัยพิบัติสึนามิอันนี้นะคะ มันเกิดที่เกาะสุมาตราค่ะ เมื่อปี 2004 ซึ่งเป็น การเคลื่อนตัวของเปลือกโลกที่อินเดีย ไปทางตะวันตกของเกาะสุมาตรา มากกว่า 9.1 ริกเตอร์ ทำให้เกิดคลื่นสึนามีสูประมาณถึง 30 เมตรเลยนะคะ ซึ่งเขาก็บอกว่าสูงถึงตึก 10 ชั้นเลยทีเดียว แล้วประเทศที่ได้รับความเสียหายในช่วงเวลานั้น คือ ศรีลังกา อินโดนีเซีย และประเทศไทย รวมผู้เสียชีวิตในตอนนั้น ก็คือประมาณถึง 280,000 เลยทีเดียวค่ะ อีกอันหนึ่งนะคะ ซึ่งเพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมานี้เอง ก็คือเรื่องของแผ่นดินไหวที่เฮตินะคะ มันก็เกิดขึ้นเมื่อ ... 2514ซึ่งเป็นการเกิดแผ่นดินไหวที่เขาถือว่าเป็นแผ่นดินไหวที่ร้ายแรงที่สุดในรอบ 200 ปี ที่ผ่านมาเลย เพราะฉะนั้นในเรื่องของสุขภาพสิ่งแวดล้อม ในเรื่องของภัยพิบัตินั้น ครูก็อยากจะให้นักเรียนได้รู้จักในเรื่องของภัยพิบัติประเภทต่าง ๆ ที่พูดถึงเป็นเรื่องของจริง ๆ แล้วในเรื่องของภัยพิบัตินั้นจะเป็นสิ่งที่เราจะต้องเรียนรู้กัน ในตัวแรกที่เราจะเรียนรู้กัน ก็คือเรื่องของ คำว่า "ธรณีพิบัติ" นั้น จะเป็นเรื่องทางธรณีวิทยา อาจจะเกิดเรื่องของแผ่นดินไหว หรือเรื่องของหิมะถล่ม เรื่องของสึนามิด้วยนะคะ อย่างที่ครูบอกไปเมื่อกี้ที่มีสึนามีที่มีประเทศไทยเป็นผลกระทบด้วย คือ ปี 2547 เป็นเหตุการณ์ที่เกิดความสูญเสียมากในประเทศไทยค่ะ มหันตภัยคลื่นสินามิ เล่าให้พวกเราได้เรียนรุ้ไปด้วยกันเลยนะคะ มันเกิดขึ้นมาประมาณสัก 16 ปีที่ผ่านมา นักเรียนอาจจะเพิ่งอยู่แค่ อายุ 1 ขวบ 2 ขวบ มันเป็นเหตุการณ์ที่เรียกว่าเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศไทย เกิดเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 ค่ะ ประมาณ 10 นาฬิกาของประเทศไทย เกิดจาก ประเทศศรีลังกา ประเทศอินโดนีเซีย ศรีลังกา อินเดีย มัลดีฟส์มาเลเซีย แล้วก็แธนมาเนีย เยเมน เคนยา และหมู่เกาะมาดากัสก้า ประเทศไทยของเราด้วย สร้างความเสียหายให้กับ 6 จังหวัดพื้นที่ภาคใต้ ได้แก่ ภูเก็ต พังงา สตูลค่ะ ซึ่งในครั้งนั้นนะคะ เราจะเรียกว่าทะเลพิโรธนะคะ มันเหมือนกับทะเลโรธนะคะ 10 นาที มันราบเป็นหน้ากอง จากคำบอกเล่าของคนที่เห็น เขาบอกว่าคลื่นยักษ์ได้ซัดเข้ามา เมตร เทียบกับตึก 10 ชั้นเลย ภายในเวลาเพียง 10 นาทีนะคะ มันก็ถล่มทลายชายหาด แล้วก็รวมถึงรีสอร์ทโรงแรมที่อยู่ในบริเวณนั้นน่ะ ราบเป็นหน้ากองเลย เหตุการณ์ครั้งนั้นนะคะ ทำให้มีคนต้องสังเวยชีวิตไปมากกว่า 5,400 คนบาดเจ็บถึง 8,000 คน และก็มีบุคคลสูญหายไปอีกประมาณ 2,000 แล้วก็ยังมีเด็กเล็ก ๆ ที่ต้องกำพร้า กลายเป็นลูกกำพร้านะคะ 1,400 คน แล้วก็รวมมูลค่าของการเสียหายของทรัพย์สินต่าง ๆ ก็มากกว่า 1,500 ล้านบาท ทีเดียวค่ะ ก็คือเป็นตัวอย่างหนึ่งของภัยพิบัติที่เรียกว่า สึนามิค่ะ เพราะฉะนั้นในวันนี้นะคะ เราจะพานักเรียนได้รู้จักกับสึนามีสักนิดหนึ่งนะคะ ว่าถ้าจะเกิดสินามินั้น เราจะรู้ได้อย่างไรว่ามันจะเกิดขึ้น เพราะว่าการเรียนรู้ของตรงนี้เป็นเรื่องไกลตัว ง่าย ๆ แต่เราก็ไม่รู้ว่าจังหวะชีวิตของเรา เราอาจจะไปยืนอยู่ในจุดที่สึนามิเกิดขึ้นมาก็ได้นะคะ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ครูอยากจะให้นักเรียนได้รู้จักกับคลื่นสึนามิมันจะเกิดขึ้นมาหรือไม่อย่างไรบ้าง สิ่งแรก ก็คือ ค่ะ มันก็จะมีข่าวแจ้งออกมาก่อนว่าจะมีเกิดมาในตรงนี้ โดยเฉพาะแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในทะเล ถ้ามีเรื่องนี้ อันที่ 1 เราก็ต้องเตรียมพร้อมแล้ว อันที่ 2 ถ้าเกิดเรามีโอกาสได้ไปเที่ยวชายทะเล และเล่นทะเลอยู่นั้นน้ำทะเลมันลดลงไปอย่างมากและอย่างรวดเร็ว ถ้าเห็นชายหาดไกลมาก ๆ เลยนะคะ เขาก็คาดวได้ว่ามันอาจจะเกิดคลื่นสึนามิมาก็ได้ และมันก็จะมีคลื่นสูงใหย่พัดเข้ามา อันนั้นน่ะ ก็คือสึนามินั่นเองค่ะ อีกอย่างหนึ่งที่เราสังเกตได้ คือ พฤติกรรมของสัตว์ที่อยู่บริเวณนั้น มันจะตื่นตัว ผิดปกติเพราะสัญชาตญาณของสัตว์นะคะ เราก็อาจจะสังเกตจากตรงนั้นได้นะคะ ประเทศไทยเราก็โชคดีนะคะ มีระบบแจ้งเตือนภัยสึนามิได้นะคะ เพราะฉะนั้นเราต้องเป็นบุคคลที่ต้องติดตามข่าวสารตรงนี้ด้วย โดยเฉพาะถ้าเราอยุ่ในพื้นที่ที่เสียงต่อการเกิดซึนามิ แล้วเราจะมีวิธีการเอาตัวรอดได้อย่างไรนะคะ ถ้าเราอยู่ชายหาดต้องรีบหนีขึ้นที่สูง รีบด้วยความรวดเร็วมากที่สุด ขึ้นที่สูง ที่สูงที่แข็งแรง และที่ปลอดภัยนะคะ ถ้ามีเวลาเราก็เก็บสิ่งของที่จำเป็นไปกับตัวเราด้วย เพราะเราไม่รู้ว่าเหตุการณ์มันเกิดขึ้นนั้นนานหรือไม่ สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ยาประจำตัวของเรา อาจจะมีห่วงยางกู้ชีพ มีน้ำดื่ม แล้วก็ถ้าเป็นไปได้ เรื่องของสัญญาสื่อสาร โทรศัพท์มือถือ ติดไปได้ ก็เอาติดไปด้วย เพราะเป็นช่องทางสื่อสารในลำดับต่อไปค่ะ และอีกอย่างหนึ่ง ก็คือว่า ขณะที่เรามีคลื่นสึนามินะคะ เราต้องติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง แล้วก็อย่างใกล้ชิดด้วย แล้วถ้าเราได้มีโอกาสออกไปเที่ยวอยู่กลางทะเลนี่ค่ะ ไม่ให้เรากลับเข้าฝั่งนะคะ ให้เอาเรือนี่ ออกไปกลางทะเล ให้ไกลขึ้นไปอีก เพราะว่าคลื่นนั้นน่ะจะพัดหาฝั่ง ถ้าเรากลับเข้าฝั่ง แล้วก็สูญเสียชีวิตก็จะเป็นได้สูง นั่นคือเรื่องของคลื่นซึนามิ อีกหนึ่งเรื่องของการเตรียมตัวแล้วก็เตรียมความพร้อมประเทศไทยเราอาจจะไม่ค่อยมีเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่รุนแรงมากมาย แต่ก็เคยได้ยินอยู่ แม้กระทั่งกรุงเทพมหานคร ก็มีเรื่องของแผ่นดินไหวที่เราได้รับรู้เรื่องของแรงสั่นสะเทือน แต่ทางภาคเหนือก็จะมีแรงสั่นสะเทือนทางภาคเหนือนะคะ เพราะฉะนั้น ในเรื่องของแผ่นดินไหวนี่ ถ้าเราได้มีข่าวแจ้งเตือนมานี่ เราก็อาจจะมี ที่มีความจำเป็นนะคะ แล้วก็อย่างในบ้านเรือนของเรานี่ อาจจะมีกราตรึงสิ่งของต่าง ๆ ให้มันแข็งแรง ไม่เทิร์นของต่าง ๆ ขึ้นสูงก็จะทำให้เกิดการตกหล่นของสิ่งของทำให้เกิดการขึ้นมาแล้วก่อให้เกิดความเสียหายและชีวิตเราด้วย และเราก็ยังมี ต้องมีการเตรียมพร้อมอพยพไปในพื้นที่ที่ปลอดภัย โดยมีการกำหนดแผนอพยพ โดยมีเจ้าหน้าที่ที่มีความรอบรู้ด้านนี้เข้ามาจัดการแล้วก็พาเราอพยพไป แต่ในช่วงเวลาในการเกิดแผ่นดินไหวนะคะ ส่วนที่เราไม่ได้อยู่ในศูย์ของการอพยพของเราให้ปลอดภัยที่สุด เช่นว่า มีการสั่นสะเทือนขึ้นมานี่ เขาบอกว่าให้เราพยายามหลบอยู่ใต้โต๊ะ ใต้ที่มันมีความแข็งแรง เพื่อป้องกันสิ่งของที่มันล่วงหล่นเข้ามาแล้วมันก็จะเกิดอันตรายต่อเราได้นะคะ ฉะนั้น ในช่วงที่เกิดแผ่นดินไหว ก็คือเหมือนจะเกิดเรื่องของปัญหาไฟฟ้า เราจะไม่ใช้ลิฟต์ลงจากตึกตัวอาคาร แต่เราจะใช้วิธีการลงบันไดแทนค่ะ และสมมติในขณะนั้นเรานั่งอยู่บนรถขับรถอยู่นี่ค่ะ เขาก็บอกว่า ห้ามเราลงมาจากรถนะคะ ให้เรานั่งอยู่ในรถจะปลอดภัยมากกว่าการที่เราลงมาจากรถค่ะ ในเรื่องของการลงมาจากตัวอาคารนั้นนะคะ ถ้าเป็นสำนักงานที่เขามีแผนสำหรับเตรียมความพร้อมตรงนี้ค่ะ เขาจะมีช่องทางและเจ้าหน้าที่คอยบอก และจะมีป้ายประกาศที่จะบอกว่า เราต้องหนีไปทางเส้นทางใด และที่สำคัญถ้าในช่วงของการเกิดแผ่นดินไหว แล้สเราอยู่ในบริเวณชายหาดริมทะเล ก็ต้องรีบวิ่งขึ้นที่สูงเลยนะคะ เพราะสึนามีก็จะตามมาจากแผ่นดินไหวได้เช่นเดียวกันค่ะ อีกตัวหนึ่งนะคะ ที่จะพานักเรียนไปรู้จัก ก็คือเรื่องของวาตภัยค่ะ หมายถึงภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นของพายุหมุน เรื่องของทอนาโด ซึ่งเราก็เคยอาจจะได้ยินข่าวคราวตรงนี้มานะคะ ภัยธรรมชาติที่เราเรียกว่าเราก็หลบหนีมันไปไหนไม่ได้ มันจะเกิดมันก็ต้องเกิด แต่เราก็ต้องรู้จักวิธีการดูแลตัวเอนะค ก็คือเรื่องของการเตรียมความพร้อมของความปรอดภัย ถ้ามันเกิดฝนฟ้าคะนอง เกิดวาตภัย ขึ้นมา เราควรจะมีการเตรียมความพร้อมได้อย่างไรบ้าง สิ่งสำคัญในการติดตามข่าวสารและคำเตือน ครูอยากจะบอกพวกเราทุกคนค่ะ วัยรุ่นอย่างพวกเรานี่ว่าส่วนใหญ่ในเรื่องของข่าวสาร เรื่องของกรมอุตุนิยมวิทยาอะไรต่าง ๆ นี่ เราจะไม่ค่อยสนใจฟัง เราจะไปสนใจฟังในสิ่งอื่น ๆ มากกว่า แต่เพราะฉะนั้น ก็อยากให้พวกเราเห็นความสำคัญของคำเตือน การแจ้งเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยาด้วยนะคะ ข่าวสารเราก็ตองมีความพร้อม แล้วถ้าบ้านเรามีมีต้นไม้ใหญ่ ๆ อยู่ข้างบ้านนี่ เราก็ต้องมีการตัดแต่งเพื่อให้ต้นไม้นั้นมาโค่นล้มทับตัวเรา เราก็จะต้องมีการเตรียมความพร้อมต่าง ๆ เพื่อตัวเรา ครอบครัวเรา เพื่อความปลอดภัยของเราค่ะ แล้วก็เรื่องความปลอดภัยที่เกิดขึ้นตรงนี้ขึ้นมานะคะ เรื่องของบ้านของเราก็ต้องมีการปิดประตู ถ้าเราคิดว่าบ้านเราไม่แข็งแรงนี่ เราก็ต้องมีการยึกประตู ยึดหน้าต่างไว้ด้วย โดยเฉพาะเรื่องของช่องลมในบ้านนะคะ ก็ต้องมีการปิดช่องลม ถ้าเผลอเราเปิดประตูเข้ามานี่ มันก็จะเข้าไปบ้านเรา แล้วความแรงของพายุนี้ก็จะดันทำให้บ้านเรือนของเราเกิดความเสียหายได้นะคะ ในเรื่องของอุปกรณ์ รวมถึงอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เตรียมความพร้อมเรื่องของแสงสว่างด้วย เพราะว่าเมื่อเกิดพายุขึ้นมา สิ่งที่ตามมา คือ ไฟฟ้าดับค่ะ เพราะฉะนั้นเราต้องเตรียมอุปกรณ์ความพร้อมของแสงสว่างไว้ด้วย ในเรื่องของอาหารก็เตรียมไว้บ้าง เพื่อยังชีพของเรา เพราะเราไม่รู้เกิดขึ้นกี่วัน ในเรื่องของสิ่งต่าง ๆ ที่ตามมา ที่มันอาจจะตามมา ก็คือเรื่องของไฟฟ้าลัดวงจร ก็ทำให้เกิดไฟไหม้ได้ อุปกรณ์ดับเพลิงก็เป็นสิ่งสำคัญของครอบครัวของเรานะคะ และสิ่งสำคัญถ้าคุณมีโรคประจำตัว ยารักษาโรคประจำตัวของเรา ก็ควร ด้วยค่ะ นั่นก็คือเรื่องของภัยพิบัติ เรื่องของวาตภัยค่ะ อีก 1 เรื่องที่เราจะพาไปรู้จัก ก็คือเรื่องของอุทกภัย มันก็คือเรื่องสืบเนื่องจากน้ำท่วม มันก็เป็นผลสืบเนื่องจากวาตภัยนะคะ แต่บางครั้งมันไม่ใช่ขนาดของวาตภัยที่มีความรุนแรงและนานมาก ๆ ทำให้เกิดน้ำท่วมเสร็จแล้วก็ทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ที่มากับน้ำท่วม โดยเฉพาะ เรื่องของที่เป็นของระบบทางเดินอาหารนะคะ ในภาวะเช่นนั้นก็ทำให้เกิดการขาดแคลนน้ำสะอาดในการอุปโภค และก็ในคนในสัตว์นั้นได้ ในภาวะที่เกิดอุทกภัย เราจะทำอย่างไรบ้าง ให้ตัวเราปลอดภัยและมีความเป็นอยู่ที่ดีกว่าภาวะที่เราต้องเผชิญกับน้ำท่วมนะคะ เราจะต้องแบบ ไปเผชิญกับภาวะน้ำท่วมนะคะ ในบ้านเรือนของเราเราก็จะต้องดูแลให้ดี โดยเฉพาะเรื่องปลั๊กไฟต่าง ๆ ต้องมีการตัดสะพานไฟไฟฟ้า ที่เกิดขึ้นมันอาจทำให้แล้วเราก็โดยไฟฟ้าช็อต เราต้องแข็งแรง และก็ลักษณะร่างกายของเรานั้นอบอุ่นแข็งแรงอยู่เสมอ แล้วที่สำคัญเราต้องไม่คึกคะนองนะคะ เล่นฝ่าไปตามกระแสน้ำที่รุนแรงง และที่สำคัญห้ามลงไปเล่นน้ำเมื่อน้ำมานี่ เราไม่ควรลงไปเล่นน้ำเด็ดขาดเลย เพราะเมื่อน้ำมาในช่วงของน้ำท่วมแรก ๆ นี่ สิ่งปฏิกูลต่าง ๆ มันก็จะมากับน้ำด้วยนะคะ ก็เป็นอันตรายต่อสุขภาพของเขา อีกเรื่องหนึ่งที่ต้องระวังอีก ก็คือเรื่องของสัตว์ที่มันเป็นอันตรายที่มันจะหนีน้ำมาอยุ่กับเรา มาอยู่ในบ้านเรา พวก งู เรื่องของตะขาบ เรื่องของแมลงป่อง ก็จะเข้ามาอยู่ในบ้านของเรา หรืออยู่บนหลังคาบ้านของเรา เราต้องเฝ้าระวังตรงนี้ด้วยนะคะ ที่สำคัญก็ติดตามในเรื่องของพยากรณ์อากาศ เรื่องของดินฟ้าอากาศว่ามันจะมีเรื่องของฝนตกอย่างไร มีคำเตือนอย่างไร ถ้าเกิดว่าเราจำเป็นตัวอพยพไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัยกว่า เราก็ต้องทำตามคำแนะนำของทางหน่วยงานราชการ หรือองค์กรชุมชนที่เข้ามาช่วยดูแลเราตรงนี้นะคะ ก็อยากจะบอกว่าให้เราห่วงความปลอดภัยของตัวเรามากกว่าทรัพย์สินมากกว่า เพราะอย่างน้อยถ้าชีวิตเราปลอดภัย เราก็ยังสามารถทำมาหากินแล้วก็สร้างรายได้ให้กับครอบครัวของเราได้เพิ่มเติมอีกด้วยค่ะ อีก 1 เรื่องค่ะ ก็คือเรื่องของอัคคีภัยค่ะ อัคคีภัยก็จะหมายถึงภัยมีไฟที่ลุกไหม้ขึ้นมานะคะ ก็แล้วก็เราไม่สามารถควบคุมมันได้ในระยะสั้น ๆ ก็อาจจะเกิดจากน้ำมือของมนุษย์เรา และก็เรื่องของธรรมชาติ แล้วก็ผลกระทบที่ตามมา ที่ส่งผลกระทบที่ทำให้เกิดปัญหาต่อระบบทางเดินหายใจค่ะ หลักการง่าย ๆ ในกรณีที่เราเกิดไฟไหม้ในบ้านเรือนของเรา ที่อยู่อาศัยของเรา อยากจะบอกพวกเราว่า ให้รู้จักเอาตัวรอด ง่าย ๆ เลย ถ้าสมมติบ้านเรามีความพร้อม แต่ถ้าไม่มีเขาก็บอกว่าให้เอาถุงพลาสติกใหญ่ ๆ น่ะค่ะ ตักอากาศเข้าไป ตักออกซิเจนเข้าไป เสร็จแล้วก็คลุมศีรษะของเรา แล้วก็พยายามเดินหนี ผ่าควันไฟไปแต่ไม่ใช่ผ่าบริเวณที่มีไฟนะคะ หรือถ้าไม่มีอะไรเลยนี่ ก็ใช้วิธีการคลานต่ำ ๆ กับพื้นของเรานะคะ เพราะว่าพื้นของเรามีออกซิเจนพอทำให้เราหายใจได้นะคะ เพราะฉะนั้นคลานต่ำ ๆ หนีให้เร็วที่สุดเลย สูงไม่เกิน 1 ฟุตจากพื้น ถ้าเกิดไฟไหม้จากชั้นล่าง อันนี้เราก็ใช้ไม่ได้ ในวิธีนี้ ในกรณีนี้ ในวิธีการนี้ค่ะ ต้องใช้วิธีการอื่น ช่วยให้เราปลอดภัยในเรื่องของอัคคีภัยค่ะ อีก 1 เรื่องนะคะ ก็จะเป็นเรื่องของทุกภิขภัย คืออะไร ทุพภิกขภัย หรือเรียกว่าง่าย ๆ ก็คือภัยแล้งนั่นเอง เกิดมาจากเรื่องของฝนไม่ตกตามฤดูกาล ฝนทิ้งช่วง ทำให้เกิดการขาดแคลนน้ำ และเรื่องของอุปโภคบริโภคค่ะ และในวันนี้นะคะ ครูก็จะมีเหตุการณ์มาให้ดูถึงสภาพของภัยแรงที่เกิดขึ้นจริง ๆ ขึ้นมาเลยนะคะ เรื่องของวิกฤตของภัยแล้งนี่ โรงพยาบาลในจังหวัดนครราชสีมา โคราชนี่ค่ะ มันก็ขาดน้ำที่จะผลิตเป็นน้ำประปาไปใช้ในโรงพยาบาล อันนี้ก็เป็นอีก 1 ตัวอย่างของทุพภัย ที่เราเรียกว่า "ภัยแล้ง" นะคะ แล้งนั้นนะคะ ถามว่ามันจะเกิดผลกระทบต่อตัวเราได้บ้างนี่ เขาบอกว่าจริง ๆ แล้ว มันมีผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ ในเรื่องของสิ่งแวดล้อม และที่สำคัญ ก็คือผลกระทบที่ตัวเราโดยตรงเลย เพราะว่าเรื่องของสุภาพอนามัย ทำให้เกิดเรื่องของการขัดแย้ง ในเรื่องของการใช้น้ำในชุมชนของเราด้วย รวมถึงคุณภาพชีวิตของเรานั้นลดลงไปได้ด้วยค่ะ วันนี้ครูก็มีคลิปวิดีโอที่อยากจะให้นักเรียนได้รับชมในเรื่องของปัญหาทุพภิกภัย ภาวะของการขาดแคลนน้ำ คลิปวีดีโอนี้ ที่ครูอยากให้นักเรียนได้ดูและพยายามเก็บประเด็นสำคัญในเรื่องนี้ไป ว่าถ้าเราเกิดภัยแล้งขึ้นมาแล้ว เราจะมีวิธีการหรือมีแนวทางที่เราจะปรับตัวเอง การใช้ชีวิต หรือภาครัฐ หรือหน่วยงานต่าง ๆ จะทำอย่างไรได้บ้างเราจะไปดูคลิปวีดีโอกันค่ะ ในคลิปวิดีโอนี้นะคะ ก็จะเป็นเรื่องของภาวะของน้ำ ก็คือในปัจจุบันนี่ ปริมาณของน้ำที่เราจะนำไปปใช้ให้เกิดประโยชน์นี้มากยิ่งขึ้นมันก็ลดน้อยลงค่ะ น้ำนั้นได้นำไปใช้ในเรื่องของการทำเกษตรกรรมเยอะมาก แล้วก็ยังนำไปใช้ในอุตสาหกรรมที่เยอะอีกค่ะ น้ำที่เราจะนำเอามาใช้ในชีวิตของเราในเรื่องของการอุปโภคและบริโภคนั้นมันก็ลดลงค่ะ ในคลิปวีดิโอนี้นะคะ เราจะหาหนทางว่าเราจะทำอย่างไร เราจะมีน้ำจืดที่จะเอาไปใช้ในเรื่องของการอึชุปโภคแล้วก็บริโภคได้เพิ่มมากขึ้นค่ะ เราจะมีอยู่ 5 วิธีการนะคะ ให้นักเรียนดูตามคลิปไปเรื่อย ๆ ค่ะ (คุณครูธีรยา) ในบางเรื่องนะคะ นักเรียนอาจจะมองว่ามันเป็นเรื่องไกลตัว เราจะทำได้หรอแต่อันนี้ก็เป็นเรื่องที่หน่วยงานที่สำคัญเขาออกมาตรการขึ้นมาว่า อนาคตเราจะต้องทำสิ่งนั้นให้ได้ เพื่อการที่เราจะมีน้ำไว้ใช้อุปโภค แล้วก็บริโภคให้เพียงพอค่ะ อันนี้ก็เป็นคลิปวีดีโอสั้น ๆ ที่ครูให้นักเรียนได้รับชมแล้วก็เป็นมุมมองแล้วก็เป็นแง่คิดนะคะ ซึ่งอันนี้นะคะ ทางสหประชาชาติ ก็ระบุไว้ว่า ในปี 2025 คนเรานี่ ราว ๆ 2,000 ล้านคนนี่ กำลังตัดสินใจว่า ทำอย่างไรเราจะหาน้ำมาชดเชยก็เป็น 5 แนวทางที่มีการเสนอไว้ อนาคตเราก็จะมาดูกันต่อไปว่า 5 แนวทางนั้น จะดำเนินต่อไปได้หรือเปล่าค่ะ อีกหนึ่งเรื่องที่เราจะไม่พูดถึงเลยไม่ได้ ในเรื่องของปัญหา เรื่องของสิ่งแวดล้อม เรื่องของภาวะโลกร้อน ทุกวันนี้เราต้องเผชิญกับอุณหภูมิที่ร้อนมาก ทำไมบางวันอากาศร้อนมาก ทำไมร้อนจัด บางวันอุณหภูมิสูงขึ้น 40 องศา ตรงนี้เราได้เรียนรู้ เรามีการพูดคุยกันมามากมาย เรื่องของภาวะโลกร้อน จริง ๆ แล้วภาวะโลกร้อน เฉลี่ยของชั้นบรรยากาศโลกแล้วก็เกิดการแปรปรวนของสภาพอากาศทางธรรมชาติ ดิน ฟ้า อากาศค่ะ ภาวะโลกร้อนของโลก เกิดการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติของโลก และวงโคจรของดวงดาว การที่มนุษย์นี่ทำให้มันเกิดขึ้นจากการทำกิจกรรมต่าง ๆ นะคะ กิจกรรมต่าง ๆ ที่มนุษย์เป็นต้นต่อ ต้นเหตุที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน อย่างเช่น การทำฟาร์มปศุสัตว์ ก็จะทำให้เกิดก๊าซ ก๊าซมีเทน หรือในชีวิตประจำวัน ภาวะโลกร้อนแน่นอน ก็คือเรื่องของการใช้แอร์ เรื่องของสเปรย์ของการใช้ในครัวเรือนนะคะ คลอรูโฟออคาร์บอนค่ะ ให้เกิดเป็นส่วนหนึ่งของภาวะโลกร้อน หรือการที่เราทิ้งขยะ การกำจัดขยะที่ไม่ถูกวิธี การปล่อยก๊าซพิษอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ขึ้นมานี้ค่ะ เป็นปัญหาเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดโรคร้อนของเราได้ ซึ่งจะมีหลากหลายสาเหตุพวกเราเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลภาวะโลกร้อนตรงนี้ค่ะ ภาวะโลกร้อนนะคะ นอกจากจะส่งผลกระทบที่ครูพูดไปเมื่อสักครู่นี้นะคะ มันก็ส่งผลกระทบต่อเรื่องของสัตว์ด้วย เรื่องของภาหะ การนำโรคติดต่อ เพราะเขาบอกว่ามันจะมีการแพร่กระจายของเชื้อโรค ภาหะนำโรคนี้จะย้ายถิ่นฐานของพาหะนำโรคด้วย จะอยู่ที่สูงขึ้น ทำให้เกิดโรคติดต่อในพื้นที่สูง แล้วก็โรคใหม่เกิดขึ้น แล้วก็โรคที่เคยระบาดที่ทเกมันก็จะกลับมาระบาดซ้ำได้อีก อันนี้ก็จะเป็นสาเหตุที่เกิดมาจากภาวะโลกร้อนด้วยนะคะ แล้วก็จะส่งผลกระทบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของน้ำท่วม เรื่องของตลิ่งพังอะไรต่าง ๆ นะคะ ซึ่งมันจะเกิดจากการละลายของหิมะนะคะ มันก็เป็นผลจากโลกร้อนค่ะ ครูก็มีคิวอาโค๊ดอันหนึ่งมาให้นักเรียนได้ลองเข้าไปสแกนดู นักเรียนมีโทรศัพท์มือถือ อะไรต่าง ๆ นะคะ ตรงนี้ค่ะ จะเป็นหน่วยงานหนึ่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ของสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ภัยพิบัติ มลภาวะ มลพิษต่าง ๆ รวมถึงสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย ถ้านักเรียนมีเวลา ครูอยากให้นักเรียนเข้าไปศึกษา สิ่งต่าง ๆ ที่ครูพูดไปนี่มันเป็นแค่ประเด็นเล็ก ๆ เท่านั้น ในเรื่องของสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย ก็อย่าลืมเข้าไป ที่เราควรจะเรียนรู้ และ เข้าไปแสกน QR Code อันนี้แล้วก็ไปเรียนรู้เพิ่มเติมหลังจากที่เราจบจากการเรียนรู้ในช่วงนี้ หรือช่วงเวลาที่ว่าง ๆ นะคะ และในวันนี้ครูมีเรื่องราวต่อที่ให้นักเรียนรู้อีกนิดหนึ่งนะคะ ในเรื่องของผลกระทบจากภัยพิบัตินั้น ภัยพิบัติทั้งหมดที่ครูพูดไป จะมีเรื่องของการสูญเสียชีวิต สูญเสียทรัพย์สินอะไรต่าง ๆ ตัวหนึ่งในเรื่องของผลกระทบที่ชัดเจน ในเรื่องของการบาดเจ็บ การสูญหายของผู้คน ก็เป็นผลกระทบของภัยพิบัติค่ะ แล้วก็การสูญเสียทรัพย์สิน การก่อสร้างอาคารบ้านเรือนต่าง ๆ รวมถึงเรื่องของ การสูญเสียของเศรษฐกิจ ไม่มีที่ทำกิน ขาดรายได้ ทั้งระดับบุคคล ส่วนรวมของประเทศชาติ ทำให้เกิดเป็นปัญหาสังคม เป็นเรื่องของไม่มีที่อยู่ ไร้ที่อยู่ด้วย เพราะฉะนั้นเชิญชวนพวกเราทุกคนนะคะ ให้มีส่วนร่วมในการลด แล้วก็ลดความเสี่ยงของการเกิดภัยพิบัตินั้นนะคะ ก็อยากจะเชิญชวนพวกเราทุกคนมาเป็นสามาสมัครต้านภับพิบัติในชุมชน ซึ่งประโยชน์ที่เราจะได้รับนั้นมันมีหลากหลายมาก ๆ เลย ครูอยากจะนำเสนอให้นักเรียนเห็นว่า การเป็นอาสานั้นได้อะไรบ้างนะคะ สิ่งแรกที่เราจะได้นะคะ คือ ประสบการณ์ใหม่ ได้พบเจอเพื่อนใหม่ แล้วก็ได้ทำความรู้จักกับสังคมใหม่ด้วยนะคะ ประโยชน์ต่อไป ที่เราจะเป็นอาสาสมัครตรงนี้ ก็คือเราได้เรียนรู้และเติบโต ได้รับแรงบันดาลใจจากการที่เราจะมีความภูมิใจในตนเอง ได้เพิ่มทักษะการทำงานรูปแบบใหม่ ๆ ด้วย ที่หาได้ไม่อยากนะ แต่เราก็ทำได้ด้วย และที่สำคัญมันเป็นความสุขทางใจของเรา มันเป็นความภูมิใจที่ได้แบ่งปัน แล้วก็ได้ช่วยเหลือผู้อื่นค่ะ สิ่งสำคัญอีกอันหนึ่ง ก็คือเราจะได้เห็นคุณค่าของตัวเราเองมันจะมีเชื่อมโยงต่อสังคมได้ ได้เพื่อนใหม่ ได้สังคมใหม่ ได้เพื่อนใหม่ ได้ประสบการณ์ใหม่ ได้ความสนุกสนาน วัยรุ่นอย่างเรา ความท้าทายจากประสบการณ์ใหม่ ๆ ในการทำงานค่ะ ตรงนี้เราก็จะได้รับจากการที่เราได้ไปมีส่วนร่วมนะคะ แต่ถ้าเราต้องไปมีส่วนร่วมในครั้งนี้ เราอยากให้นักเรียนน่ะ มีความเตรียมตัวก่อน ว่าเราทำอะไรได้บ้าง เตรียมตัวความพร้อมของการเป็นอาสาสมัครภัยพิบัติ อันที่ 1 เราต้องสำรวจจิตใจเราก่อนว่าเราอยากเป็นจริงหรือไม่ มีคำตอบให้ตนเองไหมว่ามีพลังพอหรือไม่ อันที่ 2 สำรวจว่าเราอยากทำงานก็คือความถนัดของเราเป็นด้านไหน อย่างเช่นว่า เรามีความแข็งแรงของร่างกาย และอาจจะช่วยเรื่องการขนย้ายผู้ป่วย ถ้าเรามีความรู้ในเรื่องของการปฐมพยาบาล เราก็ไปช่วยคุณหมอนั้น ๆ นะคะ แล้วก็สำรวจคนใกล้ชิดไหม ไม่เป็นภาระต่อสังคม ไม่เป็นภาระต่อคนอื่นหรือไม่นะคะ อันนี้ก็จะเป็นการเตรียมความพร้อมของตัวเรา ก่อนไปทำงานเป็นอาสาสมัครภัยพิบัติค่ะ และมีอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญมาก ก็คือเรื่องของข่าวสาร ทักษะต่าง ๆ นั้น ภัยพิบัติต่าง ๆ นะคะ ในเรื่องของชุมชนก็จะมีผู้นำอยู่ เราก็จะต้องเป็นผู้ตามที่ดี แต่ถ้าเรามีโอกาสได้นำเสนอสิ่งดี ๆ เราก็มีการนำเสนอนั้นด้วยนะคะ แล้วที่สำคัญเราจะได้พบผู้ มีทักษะเฉพาะด้านมีโอกาสอันดีที่เราจะร่วมทำงาน แล้วก็เป็นสิ่งดี ๆ แก่สังคมค่ะ และสุดท้าย ครูก็มีคำถามชวนคิดให้กับนักเรียนในเรื่องของภัยพิบัติค่ะ จากการเรียนรู้มานี่ค่ะ เราสรุปการเรียนรู้สิ่งแวดล้อมที่มีผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมในชุมชน ครูอยากให้นักเรียนสรุปจากแผนผังความคิดนะคะ ก็เป็นเรื่องไม่ยากสำหรับนักเรียนนะคะ แล้วก็นักเรียนก็ลองทำกิจกรรมเพิ่มเติมนะคะ ที่เราได้เรียนรู้เรื่องสถานการณ์สิ่งแวดล้อมนี่ แล้วก็มันก็จะมีปัญหาสิ่งแวดล้อมความรู้ตรงนี้ไปใช้ในชีวิตประจำวันของเราได้อย่างไร อีก 1 อย่างค่ะ ครูอยากให้พวกเรามีส่วนร่วมทางสังคมให้เป็นอย่างมาก และอาจจะลองคิดกิจกรรมขึ้นมา เพื่อระดมทุน ระดมกิจกรรมในชุมชนของเรานะคะ เพราะปัจจุบันนี้สังคมที่เราอยู่ได้ เราต้องมีส่วนร่วมและชุมชนของเรา ให้เป็นสังคมอย่างมีความสุข และมีสุขภาพดีค่ะ ก็วันนี้ก็ขอจบกิจกรรมการเรียนรู้ในเรื่องของสุขภาพสิ่งแวดล้อมไว้แค่นะ [เสียงดนตรี] ผลิดรายการโดยกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน