[เสียงดนตรี] ครับ สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับนักเรียนทุกคนนะครับ วิชาเทคโนโลยีนะครับ วิทยาการคำนวณ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 นะครับ โดยครู เรียนต่อในเรื่องการแบ่งบันข้อมูลนะครับ เรื่องการแบ่งปันข้อมูลเราได้เรียนรู้ไปเบื้อต้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนะครับ วันนี้นะครับ เราจะมาพูดนะครับ จุดประสงค์ของบทเรียนนี้กันนะครับ เรื่องแรกครับ การออกแบบและการสร้างแฟ้มสะสมผลงานนะครับ นักเรียนต้องตระหนักนะครับ ผมกระทบของการแบ่งปันข้อมูลสู่สาธารณะ เนื้อหาที่จะเรียนครับ เทคนิคและวิธีการแบ่งปันข้อมูลครับ จะเป็นเนื้อหาต่อจากครั้งที่แล้ว ข้อที่พึงระวังนะครับ ในการแบ่งปันข้อมูล ข้อนี้ครับ จะได้รู้นะครับ ว่าเวลาเราจะเผยแพร่ข้อมูลอะไร ในสู่โลกโซเชียลหรือข้อมูลต่าง ๆ เราจะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยอะไรบ้าง วันนี้นะครับ เราจะเรียนเรื่อง แฟ้มสะสมผลงาน กันนะครับ สัปดาห์ที่แล้วจะเป็นเรื่องของการทำบล็อก วันนี้จะเป็นการทำแฟ้มสะสมผลงาน ซึ่งจะสอดคล้องครับ กับนักเรียนชั้น ม. 6 ทุกคน เพราะทุกคนต้องสะสมผลงานเพื่อที่จะนำเข้าไปยื่น อะไรน่ะ TCAT รอบที่ 1 นั่นเองนะครับ ทีนี้แฟ้มสะสมผลงาน แน่นอน มันต้องเกี่ยวข้องกับผลงานของใครครับ ของตัวเราใช่ไหมครับ ของตัวเรานะครับ ดังนั้นแฟ้มสะสมผลงานคือการรวบรวมผลงานของตัวเราเองนะครับ เพื่อที่จะนำไปใช้ต่อ ในการยื่นเข้าสู่มหาวิทยาลัย บริษัท หรือผู้ว่าจ้างต่าง ๆ นะครับ เพื่อให้เข้าพิจารณาเรานี่เข้าศึกษาต่อ หรือเข้าทำงานนั่นเองนะครับ แฟ้มสะสมผลงาน หรือ Fordf จะต้องครับ แสดงถึงตัวตนของเรา เราทำแฟ้มเราต้องนำเสนอตัวเราเองเข้าไปในแฟ้มของเรานะครับ อันนี้คือแฟ้มสะสมผลงาน ต่อไปเราต้องมาดูองค์ประกอบของแฟ้มสะสมผลงานต้องมีอะไรบ้าง เวลานักเรียนจะสร้างแฟ้ม 1 แฟ้มนี่ เราต้องคำนึกอะไรบ้าง องค์ประกอบ ได้เตรียมไว้ให้นะครับ จะมีทั้งหมด 3 องค์ประกอบด้วยกัน องค์ประกอบแรกเรียกว่าส่วนบทนำผลงานหลักนะครับ และองค์ประกอบที่ 3 ครับ คือ ส่วนเพิ่มเติมครับ องค์ประกอบส่วนบทนำครับ ก็จะประกอบไปด้วยปกครับ สารบัญ การเกริ่นนำนะครับ แล้วก็ประวัติของนักเรียนนะครับ ส่วนผลงานหลักก็จะมีเรื่องของผลงานที่โดดเด่นของตัวเรานะครับ โดดเด่นที่สุดในผลงากลุ่มที่ 1 ครับ ลองลงมา เป็นกลุ่ม 2 กลุ่ม 3 นะครับ และสุดท้ายครับ เป็นส่วนของเพิ่มเติม กรณีครับ ที่นักเรียนมีผลงาน แล้วต้องการ Prese หรืออื่น ๆ รูปภาพประกอบนะครับ สามารถนำมาใส่ไว้ในส่วนที่ 3 ได้นะครับ สรุปว่าเวลานักเรียนจะทำแฟ้มสะสมผลงาน เราจะต้องมีทั้งหมด 3 องค์ประกอบใหญ่ด้วยกัน 1. คือ บทส่วนนำนะครับ ส่วนที่ 2 นั่นเองนะครับ ต่อไปครับ มาดูขั้นตอนของการทำแฟ้มสะสมผลงานนะครับ จะมีทั้งหมด 6 ขั้นตอนด้วยกันนะ ขั้นตอนที่ 1 ครับ คือการรวบรวบ เป็นรวบรวมนะครับ ขั้นตอนที่ 2 จัดหมวดหมู่ ขั้นตอนที่ 3 การคัดเลือกผลงานครับ ขั้นตอนที่ 4 การลำดับความน่าสนใจครับ แล้วก็การประเมินตัวเองด้วย ลำดับที่ 5 ครับ คือลำดับการล้อยเรียงให้มีความน่าสนใจ แล้วสุดท้ายครับ 6. คือ การตรวจสอบความถูกต้องนั่นเองนะครับ มาดูครับ ขั้นแรกครับ คือการรวบรวมผลงานของเรานะ เวลาเรานี่จะทำแฟ้มสะสมผลงาน ครูเชื่อว่านักเรียนตั้งแต่ ม. 4- ม. 5 ครูเชื่อว่านักเรียนต้องมีผลงานในการไปแข่งขัน ไปสร้างผลงานนะครับ หรือทำผลงานต่าง ๆ หรือบางคนนี่ชอบการพัฒนาซอฟต์แวร์ ก็มีการทำโปรแกรมขึ้นมา หรือมีงานอดิเรกต่าง ๆ ชอบวาดรูป ก็วาดรูปเก็บไว้ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เราสามารถที่จะรวบรวมเก็บเอาไว้เพื่อยื่นเข้าสู่มหาวิทยาลัยได้นะครับ เพื่อนำมายื่นผลงานของเรานั่นเองนะครับ และรูปภาพประกอบครับ หรือเกียรติบัตรต่าง ๆ ซึ่งในขั้นนี้จะเป็นการรวบรวมข้อมูลมา ดังนั้นนักเรียนทุกคนนี่ ม. 6 แล้วนี่ อย่าลืมไปรวบรวมผลงาน ตั้งแต่ ม. 4 ขั้นตอนต่อไปครับ คือการจัดหมวดหมู่ เรามีข้อมูลเยอะมากนะครับ เรารวมรวบข้อมูลเยอะมากนะ เราจะจัดหมวดหมูอย่างไรให้มันน่าสนใจ ขั้นแรกครับ นักเรียนต้องคิดว่าเราจะจัดหมวดหมู่แบบไหน จัดหมวดหมู่นี่ไม่ตายตัวนะครับ ขึ้นอยู่กับว่านักเรียนนี่อยากจะนำเสนอเป็นกลุ่มแบบไหน ตัวอย่างเช่นครับ แยกเป็นส่วนของวิชาการ กีฬา ดนตรี จริยธรรม คุณธรรมนะครับ หรืออื่น ๆ ตามที่เราสนใจ ตัวอย่างเช่น ถ้าครูอยากจะเข้าทางคณะทางสายไอที ครูอาจจะแยกเป็นความสามารถทางด้านเทคโนโลยีก็ได้ ทำให้เป็นการพรีเซนต์ตัวเราได้เป็นอย่างดีนะครับ ต่อไปครับ การคัดเลือกผลงาน เรามีการแบ่งแล้ว ต่อมาคือการจัดครับ ว่าผลงานไหนเราจะมาเป็นตัว Present เรา หน้าปัจจุบันนี้มหาวิทยาลัยครับ มีการกำหนดครับ ว่า portfolio ต้องไม่เกิด 9 หน้านะครับ เมื่อมีการกำหนดแบบนี้ปุ๊บ ส่วนที่เราเลือกมา เป็นไฮไลท์ที่สุดของเรา ก็คือไม่ควรเกิน 3 ชิ้นนั่นเองนะครับ หรือกรณี ถ้าหนูหรือผมมีผลงานเยอะมาก นักเรียนสามารถย้ายส่วนนี้ไปอยู่ส่วนอื่นได้นะครับ เป็นภาพประกอบ ต่อมาเป็นเรื่องการจัดลำดับผลงานครับ ถ้าเรานี่อยากจะเข้าคณะทางสายไอที แน่นอนว่าผลงานที่เป็นโดดเด่นของเรา ครูก็จะพยายามนำเสนอสิ่งที่เป็นทางด้านไอทีเป็นไฮไลท์ของตัวเรา หรือนักเรียนบางคนอยากเข้าทางสายดนตรีนะครับ ผลงานที่จะเป็นไฮไลท์ของตัวเอง อาจจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับไอที นำเสนอตัวเรานะครับ ให้มันเหมาะสมกับคณะที่นักเรียนสนใจนั่นเองนะครับ ต่อไปครับ เมื่อเรามีการจัดลำดับแล้ว ก็มาเรียงลำดับเรื่องราวให้น่าสนใจ โดยคำนึกถึงตรงนี้นะครับ นักเรียนต้องคำนึงว่า พอแฟ้มสะสมผลงานถึงมือผู้อ่านแล้ว เขาเปิดมาเขาจะเจออะไรก่อนนะ ถ้าเราต้องการให้เขาเห็นผลงานของเราก่อน ควรสร้างสิ่งนั้นให้เป็นจุดโดดเด่นสุดนะครับ ผลงานโดดเด่นเอาไว้ส่วนแรกนะครับ พยายามทำให้ผู้อ่านเกิดความประทับใจงานกับงานที่เราทำ ถ้างานเราประทับใจเมื่อไหร่ครับ เขาจะสามารถจดจำชิ้นงานของเราได้นะครับ อันนี้เป็นเทคนิค พยายามทำพรีเซนต์ของตัวเองให้น่าสนใจที่สุด ขั้นตอนต่อมาครับ การตรวจทานนะครับ ผลงานครับ เราสามารถให้เพื่อนของเรา คุณครู หรือผู้ทรงคุณวุฒิที่เรารู้จักนี่ช่วยอ่านแฟ้มสะสมผลงานของเราได้นะครับ โดยจุดประสงค์หลักของการตรวจนะครับ ต้องการเช็กว่าผลงานของเราที่เราทำขึ้นมา มันตรงกับความต้องการของผู้อ่านหรือเปล่า เช่น ถ้าเราต้องการนำเสนอด้านดนตรี แน่นอนว่าการนำเสนอของเรา ต้องนำเสนอความสามารถทางด้านดนตรีให้เขาเห็นนะครับ หรือต้องการตรวจว่าผลงานของเรานี่ สามารถรู้สึกประทับใจ หรือตราตรึงใจมากน้อยแค่ไหน เราสามารถให้เพื่อนของเราช่วยอ่านได้ เป็นการตรวจทานต่อมาครับ เป็นเทคนิกนะครับ คือ เทคนิคการออกแบบแฟ้มสะสมผลงาน เรามีเทคนิคหลายแบบครับ ว่านักเรียนแต่ละคนอาจจะมีวิธีการที่แตกต่างกันออกไปนะครับ อันนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่าง ที่ครูคัดว่านักเรียนสามารถนำมาประยุกต์ในการจัดการแฟ้มสะสมผลงานของตัวเองได้นะครับ ครูขอเรียกการออกแบบนี้ ว่า Message Design เรียกว่า หรือว่าสี ส่วนที่ 3 ฟ้อนต์ หรือตัวอักษรนั่นเองนะครับ ครูเชื่อมั่นว่านักเรียนสามารถทำทำ 3 สิ่งนี้ได้นะครับ ผลงาน หรือแฟ้มสะสมผลงานของเรานี่จะมีความน่าสนใจนะครับ เทคนิคนี้สามารถนำไปใช้ได้กับทุกโปรแกรมนะครับ ไม่จำเป็นว่าต้องเป็น นะครับ สามารถนำไปใช้ได้หมดเลย มาดูกันครับ อย่างแรกเลย คือ เรื่องของการจัด Layout ครับ เวลาเราออกแบบ 1 หน้าครับ Layout ของเรานี่ ทำให้มีจุดที่น่าสนใจหรือจุดโดดเด่นของมัน อาจจะแยกเป็นหัวข้อที่มันมีความชัดเจน เวลาเรานำเสนออะไรเข้าไป ถ้านักเรียนคิดตามนะครับ ถ้ามันเป็นความเรียงหมดเลย การที่เราจะมีจุดไฮไลท์ของเรานี่ ต้องมาอ่านทีละบรรทัด ๆ นะครับ ถึงจะเจอไฮไลต์ของเรา แต่ถ้านักเรียนแยกออกเป็นชิ้นส่วนหรือแยกเป็นข้อออกมา ก็จะทำให้ประเด็นที่ชัดเจน ก็จะทำให้สารของเรานะครับ สามารถไปถึงผู้ได้อย่างดียิ่งขึ้นนะครับ มีการเน้นหนักเบาครับ ให้กับหนังสือที่เราเน้น เราเรียกการเน้นแบบนี้ว่า "การเล่นตัวอักษร" นั่นเอง นักเรียนสามารถใช้รูปแบบของขนาด หรือตัวหนังสือที่แตกต่างจาก หรือใช้เป็นสีก็ได้ครับ เป็นตัวไฮไลท์ให้โดดเด่นได้ อันนี้ คือ แล้วแต่นะครับ เอาไปปรับใช้ได้ตรงนี้ ครูมีตัวอย่างนะครับ การออกแบบสาร 1 หน้า ให้นักเรียนดูนะครับ นักเรียนลองดูนะครับ กับแบบที่ 2 ครับ จะสังเกตว่า 2 สไลด์นี้ มีส่วนที่เหมือนกัน คือ ข้อมูล เหมือนกันเลย มีข้อมูลเหมือนกันเลย แต่นำเสนอต่างกัน ครูให้เลยว่าแบบไหนดีกว่ากันนะครับ ถ้าเรานำหลักการการจัด Layout มาใช้นะครับ เขาบอกว่า เราควรที่จะมีการเน้นจุดที่เราต้องการเน้น ดังนั้นสไลด์นี้ที่ดีที่สุดจะเป็นแบบ B ต่อไปครับ การเลือก front หรือเลือกแบบอักษรนะ การทำงานดีไซน์ต่าง ๆ นะครับ จุดสำคัญเลย ก็คือการกำหนดตัวหนังสือ รูปแบบตัวอักษร บางคนครับ อาจจะใช้รูปแบบตอนประถมนะครับ เราก็ใช้ฟ้อนต์แบบนั้นไป ผลงานก็จะดูไม่โดดเด่นหรือดูไม่น่าสนใจนะครับ วันนี้ครูก็ได้มีเทคนิคเรื่องของการใช้ฟอนต์มาให้นะครับ ควรนี่ ใช้ไม่เกิน 3 แบบใน 1 หน้า การให้จุดต่างอาจจะเป็นหัวข้อแบบหนึ่ง เนื้อหาอีกแบบหนึ่งนะครับ บางคน 1 หน้า บางคนใช้ 6 ฟ้อนต์ 7 font ลกไปหมด มันต้องมีจุดโฟกัสก็จะหาได้ยาก ข้อความภาษาไทยครับ ควรใช้ฟอน์ตที่ถูกออกแบบมาเพื่อภาษาไทย ภาษาอังกฤษก็ใช้สำหรับภาษาอังกฤษ เพราะถ้าภาษาอังกฤษแล้วใช้กับภาษาไทย ตัวแสดงผลอาจจะดูไม่สวนงามเท่าที่ควรนะครับ มาดูตัวอย่างนี้ครับนักเรียน ครูจะมีตัวอย่างการใช้ฟอนต์มาให้ครับ อันแรกครับ 2 ตัวบนภาษาอังกฤษและภาษาไทยครับ คือ angsana new ซึ่งครูเชื่อว่านักเรียนหลายคนรู้สึกดีนะครับ นะ ตัวที่ 2 ครับ ทางซ้ายมือมือนะครับ ชื่อฟ้อน kanit นะครับ 2 ตัวนี้นะครับ ถ้านักเรียนดู ข้อความเดียวกัน แต่พอใช้ฟอนต์ต่างกันปุ๊บ Filing ก็ต่างกันแล้วนะครับ เพื่อให้เห็นชัดเจนครับ ไปดูกันครับ ครูจะใช้คำว่า แฟ้มสะสมผลงานครับ เพื่อนำเสนอ คำว่าแฟ้มสะสมผลงานไปดูตัวที่ 2 แฟ้มสะสมผลงาน ทำแฟ้มสะสมผลงานหรือนำเสนอผลงานตัวเองเป็น portfolio นี่ แบบไหนดีครับ ทำให้งานเราดี ดูดี ดูโมเดิร์น แน่นอนว่า เราต้องใช้ฟ้อนต์แบบตัวที่ 2คือฟ้อนไม่มีหัว ถ้าเราใช้ฟ้อนไม่มีหัวงานของเราอาจจะดูโมเดิร์นขึ้นมา อาจจะดูทันสมัยขึ้นมา แล้วแต่ว่านักเรียนจะทำงานประเภทไหน และเลือกให้เหมาะสมกับงาน ให้ดูเปรียบกันอีกแบบหนึ่งนะครับ ทางซ้ายเป็น angsananew ฟ้อนต์ฝั่งขวาเป็นของ google นะครับ แค่นี้ก็แต่งต่างในการทำงานออกแบบ ดังนั้นนักศึกษานักเรียนนะครับ มีเว็บฯ ครับ ที่ช่วนแนะนำให้นักเรียนไปดาวน์โหลดฟอนต์ฟรีครับ มีอยู่ 3 เว็บด้วยกันนะครับ แต่ 3 เว็บนี้ก็เยอะแล้ว เว็บแรกคือ Font.google.com อันนี้ให้โหลดฟรี ลองไปเลือกดูนะ อันที่ 2 ก็จะเป็น www.font.com อันนี้ก็จะเป็นฟอนต์ที่มีผู้ประดิษฐ์ใหม่ ๆ เยอะ แล้วก็นำมาเผยแพร่ในเว็บฯ มีทั้งภาษาไทยและอังกฤษนะครับ และสุดท้ายครับ Dafont .com เว็บฯ นี้จะมีฟ้อนให้เลือกมากมายแต่ส่วนมากจพะมีภาษาอังกฤษนะครับ ฟอนต์แฟนตาซีก็มีครับ หรือว่า Sci fi ก็มี นักเรียนลองไปเลือกดูให้เหมาะสมกับงานของเรา เรื่องของการทำสีครับ Color ครูจะเน้นนะครับ เวลาเราจะดีไซต์มา 1 หน้า เลือกครับ ไม่ให้เกิน 3 สี 3 สีนี้ครับ จะสีหลัก ๆ คือสีเบส สีหลัก แล้วก็สีตัดครับ เบส หลัก ตัด เดี๋ยวมาดูกันว่ามันคืออะไร ควรจะโทนให้เหมือนกันทั้งเอกสาร เช่น นักเรียนใช้โทนเหลือง เทา ดำ แบบนี้ครับ ทั้งเล่มนักเรียนควรจะใช้เป็นโทนเป็นโดนเดียวกัน จะทำให้งานของเราเป็นโทนเดียวกัน สีเดียกวันนะครับ การใช้สีตัดจะทำให้งานเราอ่านได้ง่ายขึ้นนะครับ ให้มันโดดเด่นขึ้นมานะครับ แล้วก็อยากดึงดูดครับ ต้องใช้สีที่มันโดดเด่นนะมาดูกันครับ ครูยกตัวอย่างเอกสารสารฉบับนี้นะครับ เป็นฉบับโปสเตอร์ คือสีอะไรครับ ช่วยกันตอบหน่อย สี สีเหลืองถูกไหมครับ รองลงมาคืออะไรครับ ลำดับที่ 2 สีดำ ใช่ไหมครับ และสีที่ทำน้อยที่สุด แต่ทำให้งานเราดูเด่นขึ้นมา คือสีอะไร สีขาวนะ ซึ่ง 3 สีนี้นะครับ เมื่อต้น เราจะเรียกว่าสีเบส คือ สีเหลือง สีตัด คือ สีดำ และสีตัด คือ สีขาวนะครับ พอเราดีไซน์ออกมาประมาณนี้ มันก็จะทำให้งานเราดูดีขึ้น แต่คำถามครับ ครูเชื่อว่านักเรียนมีคำถาม อาจารย์ครับ คุณครูครับ แล้วผมจะเลือกสีไหนดี เพราะผมอาจจะเลือกสีอะไรไม่รู้มา 3 สี ระวังนะครับ บางทีเราเลือกสีมาแล้วสีนั้นมันไม่ Match กัน มันจะทำให้งานเรานี่ อาจจะดูไม่สวย ครูมีเว็บฯ แนะนำครับ Color.adobe.com กดหนดชุดสีมาให้นะครับ นักเรียนเข้า adobe color.adode.com แล้วเลือก Explore มันก็จะแสดงเฉดสีมาให้เรา มันจะเป็นโทนสีที่ Set มาให้เราเรียบร้อยแล้ว เมื่อใช้ร่วมกันแล้ว งานของเราจะออกมาดูสวย นะครับ มันใช้หลักการใช้สีต่างกัน พวก documentนักเรียนก็เลือกมา 3 สี ตามที่เราเรียนไปแล้วครับ แล้วก็เอามาทำเป็น portfolio ของเรา ดูว้าวขึ้นนะครับ ต่อไปครับ มาดูคำว่า Infographic นะครับ เป็น infographic จากเดิมที่เรามีข้อความเยอะ ๆ เถ้าเรานำเสนอแบบเดิม อาจจะเป็นความเรียงยาว ๆ หรืออาจจะเป็นกราฟที่เป็นกราฟแท่ง ซึ่งมันอาจจะดูเป็นอย่างไรครับ แต่แบบนี้ครับ เขาดีไซต์เป็นรูปพุง มีการบอกว่า คนอ้วนมีปริมาณเท่าไร เป็นรูป เป็นไอคอนนะครับ เป็นรูปคน ภายในรูปมีโรคต่าง ๆ ใส่เข้าไป นั่นหมายความว่าการนำเสนอแบบนี้มันทำให้คนดูปุ๊บสามารถเข้าใจได้ง่าย ๆ ครับ เปลี่ยนเป็นข้อความให้มันน้อย ๆ ลง อันนี้เขาเรียกว่า Infographicนะครับ ซึ่งเทคนิคนี้ รnfographic สามารถนำไปประยุกต์ได้กับการทำแฟ้มสะสมผลงานของเรา ครูขอนำเสนอคำว่า "data visualization" ครับ คือการที่เราพยายามข้อความ หรือหลักการต่าง ๆ มาให้มองเห็นได้ เข้าใจง่ายนะครับ หลักการแบบนี้เลย ซึ่งนำไปสู่การทำ infographic ครับ Infographic information ที่อยู่ในลักษณะที่เป็นรูปภาพ เป็นภาพประกอบ ใช้รูปภาพผสมการนำเสนอครับ เรามีข้อมูลที่เป็น law เป็นข้อมูลดิบ เป็นข้อความเรียง เราพยายามทำให้เป็น infographic แน่นอนว่า เราต้องเปลี่ยนข้อความเหล่านั้น ให้กลายเป็นภาพ ให้กลายเป็นกราฟ ให้มันดูง่ายนะครับ โดยอาศัยหลัก 4 อย่างนี้ครับ อันแรกครับ Quick and Clear เข้าใจง่ายที่สุด แม้มันจะซับซ้อนแค่ไหนนะครับ Intergative นะ ก็เป็นการผสมผสานระหว่างรูปภาพกับตัวหนังสือเข้าด้วยกันครับ Easy to underดูแล้วเข้าใจได้ง่ายครับ Buit ก็คือ สวยงาม ดึงดูดใจ อยากอ่าน อยากเข้าใจในตรงนี้ดังนั้นเราที่เราเข้าใจ infograpสามารถนำไปสู่การทำแฟ้มสะสมผลงานได้ครับ อันนี้ตัวอย่างอีก 1 ตัวอย่างนะ จากเรื่องของ COVID-19 นะ เขาก็มีการอยากให้คนนี่ทำสิ่งที่ปฏิบัติตามครับ โดยใช้รูปภาพประกอบ ทำให้ดูและเข้าใจได้เร็วขึ้น แนะนำเครื่องมือที่สามารถนำไปทำมีหลายตัวครับ อย่างเช่น ง่ายที่สุดเลย คือ PowerPoimt แค่นักเรียนรู้จักการใช้สี การใช้ฟอนต์ การใช้ Layout ตัวแรกครับ เว็บนี้ ลองไปสมัครแล้วสามารถ คีเอด สามารถทำบนเว็บฯนะครับ บนเว็บฯ เลย หรือนักเรียนอยากได้เทมเพลตแบบนี้ไปใช้โปรแกรม PowerPoint สร้างได้ จากเดิมนี่ที่เรานำเสนอทักษะนี่ เราจะเห็นว่าความเรียง เป็นกราฟ พอเห็นกราฟ เราจะรู้เลยว่าคนนี้ถนัดด้านไหน ถ้าดูในกราฟ จะทำให้รู้เลยว่าถนัดส่วนไหน นะครับ ลองไปปรับดูครับ เวลาเสนอ จากเดิมเขียนความเรียง ชอบโน้นชอบนี่ ทำโน้นทำนั่น เอารูปภาพมาใช้ครับ กลายเป็นมิวสิค การท่องเที่ยวครับ การอาหาร ปลูกต้นไม้อย่างนี้นะครับ ใช่รูปภาพประกอบจะทำให้เข้าใจง่ายขึ้น แล้วเข้าใจได้ดีขึ้นนะครับ ต่อมานะครับ นักเรียนลองไปใช้ได้นะครับ คือ canva.com ครับ ทำได้ ทำบนเว็บฯ เลยครับ ออนไลน์ อันสุดท้ายครับ Postermywall.com นะครับ สุดท้ายครับ ข้อระวังในการแบ่งปันข้อมูลนะครับ อย่างแรกเลยที่นักเรียนต้องพิจารณาครับ มันไม่มีความลับในโลกสังคมออนไลน์ ถึงนักเรียนจะพิมพ์กลุ่มไลน์หาเพื่อน พิมพ์อะไรบ้างอย่างไป ปรากฏว่า แต่นักเรียนรู้ไหมครับ อาจจะมีคนก็อปข้อความเราส่งต่อไปแล้วก็ได้ หรืออาจจะมีคนแคปไว้ปแล้ว ไม่ว่านักเรียนจะลบไปแล้วก็อาจจะมีคนบางคน หรือบางข้อมูลบางอย่างนี่หลุดรอดออกไปแล้วก็ได้ครับ ดังนั้นต้องระมัดระวังดี ๆ นะ ข้อมูลบ้างอย่างครับ ไม่ควรที่จะเปิดเผย อย่างใน Facebook มีการให้เลือกแสดงวันเดือนปีเกิดไหม สามารถเลือกได้วันกับปีเท่านั้น ดังนั้นถ้าคนรู้ความลับตรงนี้ของเรา สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้นะครับ เลขบัตรประจำตัวประชาชนก็อย่าเปิดเผยนะครับ เป็นความลับส่วนบุคคล ข้อมูลบางชนิดอาจจะถูกนำไปใช้หลอกลวงได้นะครับ ที่เขารู้ข้อมูลเบื้องต้นของเรา รู้วันเดือนปีเกิด รู้เลขประจำตัวประชาชน รู้ที่อยู่ของเรา อย่างนี้ อาจจะมีบางคนครับ เขาส่งเมลมาหาเรา แล้วอ้างเป็นบริษัท เป็นหน่วยงานบางหน่วยงานแบบนี้ แล้วบอกว่าเขาต้องการข้อมูลบางอย่าง แล้วเขาก็อ้างอิงข้อมูลที่เขารู้ แล้วเราก็เชื่อจริง ๆหน่วยงานจริง ๆ แล้วเราก็อาจจะส่งข้อมูลที่เขาต้องการไปให้เขา แล้วเขาก็เอาไปใช้ประโยชน์ได้ ดังนั้นตรงนี้ต้องระมัดระวังด้วยครับ สุดท้ายครับ การรักษาข้อมูลที่ได้รับการปกป้องทางกฎหมาย เหล่านี้เป็นข้อมูลที่ห้ามเผยแพร่นะครับ มีกฎหมายคุ้งคลองนะครับ ห้ามนำบัตรประจำตัวประชาชนเด็ดขาด บางคนนะ จะถ่ายเอกสารบางอย่างนี่ ลงในโซเชียลมีเดียโชว์เพื่อน ครูแนะนำนะครับ ว่าให้นักเรียนเบลอ หรือลบ เหล่านี้ทิ้งไปก่อนนะครับ ก่อนที่จะำไปเผยแพร่ในโซเชียล เพราะจะทำให้เราปลอดภัยในโลกโซด้วยกันนะครับ คือ เรื่องของการออกแบบ และสร้างแฟ้มสะสมผลงาน เราจะสร้างแฟ้มสะสมผลงานอย่างไรครับ ให้ดูดี ให้สวย แล้วมีเครื่องมืออะไรบ้าง แล้วในที่ 2 ครับ ไม่ควรเปิดเผยสู่สาธารณะ ควรคำนึงอย่างยิ่งครับ ข้อมูลส่วนตัวอะไรไม่ควรที่จะเผยแหร่ ซึ่งข้อมูลนี้อาจจะนำมาสู่ของการหลอกลวงนะครับ หรือการดึงข้อมูลของเราไปได้นะครับ เป็นเรื่องของความปลอดภัยของนักเรียนเอง โอ.เค. ครับ สำหรับการบ้านนะครับ มีงานอีกแล้วนะ ข้อแรกครับ จากให้ผลงานตัวเอง ให้นักเรียนวิเคราะห์ตัวเองนี่ เพื่อหาจุดแข็งในอีก 3 ปีข้างหน้า ว่านักเรียนทีจุดแข็งอะไรบ้างครับ แล้วทำเป็นกราฟเรดาร์นะ ให้นำเสนอความสอดคล้องกับผู้รับสาร โดยตัวอย่างกราฟเรดาครับ ที่นักเรียนดูอยู่ เป็นประมาณนี้ ให้นักเรียกเลือกเว็บไซต์มา 1 เว็บฯ แล้วอภิปรายดูครับ ว่าเว็บฯ นั้น มีการนำเสนอข้อมูลข่าวสารเว็บไซต์นั้นอย่างไร ก็ดูว่ามันมีการนำเสนอข้อมูลส่วนบุคคลไหม แล้ววิเคราะห์ตามนั้นครับ ดังนั้นวันนี้มีการบ้าน 2 ข้อนะครับ แล้วส่งกลับคุณครูที่โรงเรียนด้วยนะครับ สำหรับวันนี้ครับ เรื่องของการแบ่งปันข้อมูสวัสดีครับ (บรรยาย) ผลิตรายการโดย คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน [เสียงดนตรี]