--- title: ทดสอบฝึกพิมพ์ ม.6 วิชาทัศนศิลป์ 1.2 สุนทรียภาพทางทัศนศิลป์ subtitle: date: วันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม 2563 เวลา 09.19 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) สวัสดีค่ะ ครูพฤกษา สำหรับในวันนี้นี่เรามาเรียนเรื่องวิชาทัศนศิลป์อีกครั้งหนึ่งนะคะ ในสัปดาห์ที่แล้วเราเรียนเรื่องของความหมายศิลปะไปแล้วนะคะ ในสัปดาห์นี้เราจะมาเริ่มหัวข้อเรื่องทัศนธาตุและองค์ประกอบศิลป์ค่ะ ความหมายของทัศนธาตุนะคะ ทัศนะ การรับรู้ด้วยการมอง อันนี้นักเรียนหลาย ๆ คนทราบกันอยู่แล้ว ธาตุ เป็นส่วนประกอบต่าง ๆ อันเป็นมูลเห็น เพราะฉะนั้นทัศนะธาตุ คือ ความเห็นหรือส่วนประกอบต่าง ๆ ที่สำคัญในงานศิลปะ หรือทัศนศิลป์ ได้แก่ จุด เส้น สี แสงเงา รูปร่าง รูปทรงพื้นผิว ทัศนธาตุที่เราพูดถึงกันเมื่อสักครู่นั้น เป็นส่วนประกอบหนึ่งที่ทำให้เกิดผลงานศิลปะว่าทัศนธาตุนั้นแต่ละอย่างเป็นอย่างไรนะคะ เรื่องของจุดค่ะ จุดเป็นของพื้นระนาบ มีขนาดเล็กที่สุด ไม่มีความกว้าง ความยาว ความหนา หรือความลึก จุดเป็นทัศนธาตุ เป็นทัศนธาตุที่มีความเล็กและมีมิติเป็น 0จุดยังสามารถแสดงต่ำแหน่งได้เมื่อเห็นที่บริเวณกว้างรองรับ จุดเป็นหรือพื้นฐานเบื้องต้นที่สุดในการสร้างงานทัศนศิลป์ ถือว่าเป็นต้นกำเนิด ทัศนธาตุเช่น เส้นค่ะ ตัวอย่าง 2 ภาพนี้เกิดจากจุด สร้างสรรค์เป็นผลงานศิลปะค่ะ ที่นี้ จุดสามารถสร้างสรรค์ผลงานจากมิติที่เกิดขึ้นนั้น คือเมื่อจุดรวมตัวกัน มีความหนาแน่นน้อย เกิดมีลักษณะของภาพศิลที่จัดเจนขึ้นตัวอย่างทั้ง 2 ภาพนี้ค่ะ เริ่มจากแบบที่ 1 คุณลักษณะของเส้น จะขาดไม่ได้เลย ถ้าศิลปะไร้รอยเส้น เส้นแรกเป็นเส้นที่เกิดขึ้นจริง เป็นเส้นที่เกิดจากการวาด ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้สร้างหรือศิลปินส์นั่นเองตัวอย่างภาพของเส้นนะคะ สังเกตว่า เช่น เส้นตรง เมื่อมีการออกแบบเป็นภาพก็สามารถที่จะให้เห็นแต่ละช่องว่าเส้นเหมือนกัน ระยะของเส้นแตกต่างกัน ก็ทำให้ภาพที่เกิดขึ้นนัน้มีความแตกต่างกันค่ะ แสดงใน สงสัยไหมคะ ว่าเส้นแสดงในนี้หมายถึงอะไร เส้นแสดงนัยนี้ นักเรียนจะไม่เห็นในงานศิลปะ แต่เส้นนี้จะเป็นเส้นที่แสดงทิศทางของเรื่องราวในงานศิลปะ เช่น ตัวอย่างภาพที่เกิดขึ้นนั้น เราไม่เห็นแล้ว เรามาเริ่มเรื่องของเรื่องสี ขาดไม่ได้เลยสำหรับงานศิลปะ เรื่องของสีที่บ่งบอกความรู้สึกต่าง ๆ สีที่เกิดขึ้นมาจากไหนบ้าง คุณลักษณะของสี แบบแรกที่เราคุ้นหูคุ้นตากันดีค่ะ แม่สี แม่สี คือ สีอะไรบ้าง เหลือง สีแดง สีน้ำเงิน สีเหลือง สีแดง สีน้ำเงิน ที่เป็นแม่สีนั้น เป็นทที่เกิดจากวัตถุธรรมชาติ โดยกำหนดแม่สี 3 สีนี้ เป็นแม่สีหลัก เมื่อแม่สี 3 สีนี้จับคู่กันระหว่างสี เช่น สีแดงจับคู่กับสีเหลือง จะเกิดเป็นสีส้ม สีเหลืองจับคู่กับสีน้ำเงิน จะเกิดเป็นสีเขียว หรือสีน้ำเงินจับคู่กับสีแดงจะเกิดเป็นสีม่วง อันนี้คือสีที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสีส้ม ม่วงที่เกิดจากการผสมกันของแม่สีนั้นเราเรียกว่าสีขั้นที่ 2 ค่ะ และเมื่อนำสีขั้นที่ 2 ผสมกับแม่สี จะเป็นสีต่าง ๆ มากมาย ดังตัวอย่างภาพที่เราเห็นนะคะ คุณลักษณะของสีในรูปแบบต่อไปคือ การแบ่งสีตามเชิงจิตวิทยา เชิงจิตวิทยา คือ เราสามารถแบ่งสีเป็นกลุ่มสีโทนร้อนหรือสีอุ่น วอร์มโทน ได้แก่ สีเหลือง สีแดง สีส้ม กลุ่มสีร้อนนี่ เราจะให้ความรู้สึกที่กระตือรือล้น กระปรี้กระเป่า รู้สึกร้อนแรงขึ้นมานะคะ กลุ่มสีที่ 2 ค่ะ คือสีโทนเย็น หรือคูลโทน ได้แก่ สีเขียว สีฟ้า สีน้ำเงิน พอฟังชื่อสีแล้ว นักเรียนก็จะนึกภาพออกใช่ไหมคะ ว่าการแบ่งสีเป็นอย่างไร เหมือนกับเวลาเรามองภาพสีโทนเย็นเราก็จะรู้สึกสะบายตา สีไม่ฉูดฉาด สดชื่น อันนี้เราแบ่งกลุ่มสีตามเชิงจิตวิทยาค่ะ ต่อไปค่ะ เรื่องของรูปทรง Form และรูปร่าง Shape เราสามารถแบ่งได้เป็นแบบเลขาคณิต แบบเรขาคณิต เป็นการใช้เส้นเรขาคณิตมาสร้าง เช่น เส้นวงกลม เส้นสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม โดยที่สามารถสร้างได้ในทางเลขาคณิตมาประกอบกันให้เป็นรูปทรง รูปร่าง อย่างเช่น รูปทรงกลม รูปทรงกระบอก รูปทรง 3 เหลี่ยมพอเราใช้เส้นรูปร่างรูปทรงมาสามมิติเข้ามาใช้นะคะ ต่อไปค่ะ แบบที่เกิดจากสิ่งมีชีวิต รูปร่าง รูปทรง ที่เราเห็นเป็นรูปร่าง รูปทรงตามธรรมชาติ เช่น คน สัตว์ พืช สิ่งมีชีวิตทั้งแบบเหมือนจริงและมีทั้งแบบบิดเบือนไปบ้าง แต่ก็ยังคงเดิมอยู่ ต่อไป เป็นรูปแบบอิสระ ในแบบนี้นี่จะเกิดขึ้นจากจินตนาการของศิลปินนะคะ โดยที่นำรูปเลขาคณิต ประกอบกับอินทรีย์รูป สร้างเป็นจินตนาการขึ้นมา มีรูปร่างอย่างอิสระค่ะ ตัวอย่างภาพก็จะเป็นสถาปัตยกรรมที่มีรูปร่าง รูปทรงที่อิสระ สถาปัตยกรรมทั่วไปนี่ อาจจะมีรูปร่างรูปทรงทรงสี่เหลี่ยมเป็นต้น แต่อันนี่จะมีมีความอิสระเคลื่อนไหวไปเรื่อย ๆ นะคะ มีความโค้งมนเข้ามาใช้ในการออกแบบค่ะ เรื่องต่อไป เรื่องของพื้นผิว เรื่องของพื้นผิม หรือ texture หมายถึงลักษณะผิวหน้าของสิ่งต่าง ๆเมื่อสัมผัสกันแล้วทำให้เรารู้สึกได้ เช่น เรียบ มัน ด้าน ขรุขระ เป็นต้น ทีนี้เราไปดูตัวอย่างของ Texture มีตัวอย่างพื้นผิวหรือ texture นี่อย่างไรนะคะ พื้นผิวที่สัมผัสด้วยมือ หรือกายสัมผัส เป็นลักษณะของของผิวหน้าของวัสดุนั้น ซึ่งสามารถสัมผัสได้จากงานปติมากรรม งานสถาปัตยกรรมและสิ่งประดิษฐ์ค่ะ เรามาดูพื้นผิวในแบบต่อไปค่ะ พื้นผิวที่ 2 คือ สัมผัสได้ รับรู้ได้ด้วยตาของเอง ไม่ใช่ลักษณะที่แท้จริงของพื้นผิว เมื่อสักครู เป็นพื้นผิวที่เราสัมผัสได้ด้วยตาของเรา ในแบบนี้เราจะสัมผัสได้ด้วยตาของเราเองค่ะ เมื่อมองแล้ววัสดุนั้น ๆ เช่น วาดภาพก้อนหินลงบนกระดาษเรารู้ได้ว่าพื้นผิวนี้เป็นพื้นผิวของก้อนหินค่ะ จะให้ความรู้สึกที่แข็งเหมือนก้อนหิน แต่เมื่อมือสัมผัสกับกระดาษเราก็จะรับรู้สึกได้ว่าเป็นแค่รูปแบบของกระดาษค่ะ หรือการใช้กระดาษพิมพ์ลายไม้ ลายหินอ่อนประทับลงบนผิวหน้าของพื้นที่นั้น ๆ ถือว่าเป็นการสร้างพื้นผิวลวงตาให้สัมผัสได้ด้วยการมองเห็นเพียงเท่านั้นค่ะ ตัวอย่างพื้นผิวของใบไม้ แต่เป็นตัวอย่างการวาดภาพ อันนี้คือการแสดงว่า การวาดพื้นผิวด้วยสายตาของเราเองค่ะ หรือ พื้นผิวของมนุษย์ที่เรารู้ผ่านรูปแบบของจิตกรรม อันนี้ก็เช่นกันค่ะ เรารับรู้ได้ว่า พื้นผิวนี้ เป็นพื้นผิวของมนุษย์ค่ะ เรื่องต่อไปค่ะ เรื่องการจัดองค์ประกอบศิลป์ค่ะ สำหรับวิธีการจัดองค์ประกอบศิลป์นั้น นั้น ในงานทัศนศิลป์ คือ การนำงานที่ครูกล่าวมาข้างต้น ไม่ว่าจะเป็นเส้น สี รูปร่าง รูปทรง มาประกอบกัน เป็นจุดเริ่มต้นที่สร้างความสุนทรี สุนทรีในที่นี้ ก็คือเข้ามาจัดพร้อมกัน เข้ามาเป็นเอกภาพของผลงานศิลปะตามความต้องการของศิลปินค่ะ โดยผ่านผลงานจิตกรรม ปฏิมากรรม หรือสถาปัตยกรรมค่ะ องค์ประกอบอันแรกนะคะ อันแรกเราจะพูดถึงความสมดุล หรือ balance ค่ะ หรือ Balance ความสมดุลเชิงกายภาพ มีความสมดุล ไม่เอนเอียง ทั้งรูปร่างรูปทรงค่ะ แบบที่ 2 แบบที่ตาเรามองเห็น มีความสมดุลตามความรู้สึกของเรา เรามองเห็นภาพนั้นไม่ข้างใด ข้างหนึ่งหนักเกินไป มีความเป็นน้ำหนึ่งอันเดียวกันนะคะ ในภาพโดยไม่มีสิ่งใดสิ่งหนึ่งขัดแย้งกันเกิดในภาพนะคะ อันนี้เป็นตัวอย่างของชิ้นงานที่แสดงองค์ประกอบศิลป์ของความสมดุลค่ะ ภาพซ้ายมือนั้นเราจัดแสดงองค์ประกอบศิลป์ของความสมดุลในเชิงกายภาพ สังเกตว่า ทั้ง 2 ข้างของภาพมีความเท่ากันของภาพ เมื่อวางสถาปัตยกรรมชิ้นนี้ เมื่อเราเห็น 2 ภาพเท่ากัน อันนี้เราเรียกว่า เชิงกายภาพค่ะ ส่วนรูปที่ 2 รูปทางด้านขวามือนะคะ ที่เป็นรูปทิวทัศน์ที่มีบ้านประกอบนะคะ อันนี้เป็นความสมดุลเชิงการเห็น สังเกตุว่าถ้าเราหักครึ่งภาพนี้เป็นภาพเชิงกายภาพแสดงว่าทั้ง 2 ภาพเท่ากัน มีความสมดุลกัน แต่ภาพด้านขวามือ เชิงการเห็นนี่ เราจะรับรู้ได้จากความรู้สึกที่เรามองเห็นภาพนี้ว่า ภาพนี้เป็นเรื่องอันเดียวกัน มีความสมดุลกันค่ะ ต่อไปค่ะ เรื่องจังหวะ ลีลา หรือ Rhythmความรู้สึกในภาพผลงานศิลปะค่ะ คือ ความรู้สึกของการเคลื่อนไหวของผลงาน เกิดการจากการซ้ำกัน การเลื่อนไหลต่อเนื่องกัน ของเส้น สี รูปร่างหรือน้ำหนัก นอกจากวิธีการดังกล่าวแล้วนั้น วิธีการสร้างศิลปะในสมัยใหม่นั้น ผู้ที่เป็นศิลปินนิยมสร้างให้มีการหันเหทิศทางขัดแย้งกัน เพื่อให้เกิดจุดน่าสนใจ หรือก็มีศิลปินที่ทำให้ภาพนั้นมีประสานกรมกลืนกันในเรื่องของจังหวะลีลานี้ จะทำให้ภาพเกิดอารมณ์ความรู้สึกที่แปลกใหม่ น่าทึ่ง เกิดความแปลกใหม่ อันนี้เป็นตัวอย่างของการจัดองค์ประกอบศิลป์ โดยใช้จังหวะ ลีลาค่ะ สังเกตว่าภาพทางด้านซ้ายมือนั้นมีความทำซ้ำมีระยะเท่า ๆ กัน ส่วนด้านขวามือ จะเห็นเส้นที่เป็นรูปแบบเดียวกัน แต่มีการเลื่อนไหลของเส้นที่แตกต่างกัน ทำให้มีความน่าสนใจมากขึ้น ศิลปินก็จะนิยมสร้างเรื่องในการขัดแย้งผลงานของเขานี่มีความน่าสนใจค่ะ ความกลมกลืน หรือ Harmony ค่ะ ขององค์ประกอบศิลป์ เช่น รูปร่าง รูปทรง ประกอบแล้วมีความกลมกลืนได้ดี กันด้วยการจัดของทัศนธาตุมาจัด เช่น มีเส้นโค้งมาประกอบ ซึ่งแม้ว่าอาจจะมีความแตกต่างกัน เมื่อจัดเป็นภาพขึ้นมาแล้วจะให้ความรู้สึกกลมกลืนกันค่ะ มาดูที่ภาพตัวอย่างองค์ประกอบศิลป์กลืนค่ะ ภาพตัวอย่างที่ 1 นักเรียนจะเห็นเรื่องการใช้เส้นโค้งที่มีความโค้งลื่นไหลอยู่ในภาพ ถึงแม้ว่าจะมีทิศทางที่แตกต่างกัน แต่เมื่อเรารู้แล้ว เราจะเห็นถึงความกลมกลืนประสานกันด้วยดี ไม่มีจุดใดจุดหนึ่งขัดแย้งภาพที่ 2 เป็นภาพปฎิมากรรมการในการสร้างครีบ ซึ่งเป็นปฏิมากรรมในอุดมคติค่ะ ปติมากรรมในแบบนี้ มีการจัดองค์ประกอบศิลป์ความประสานกลมกลืนกัน โดยใช้ลักษณะของเส้นโค้งประสานติดต่อกัน ทำให้เกิดเป็นความอ่อนช้อยสวยงามขึ้นมาค่ะ เรื่องที่ 3 การเน้น หรือ Emphasis ในงานศิลปะค่ะ จะต้องมีส่วนใดส่วนหนึ่งที่เป็นจุดเด่น จุดที่น่าสนใจค่ะ ที่มีความสำคัญกว่าส่วนอื่น เพื่อทำให้ผลงานชิ้นนี้น่าสนใจ เมื่อคนมองแล้วรู้สึกอยากรับรู้อยากเข้าไปสัมผัสอยากเข้าไปดื่มด่ำกับผลงานชิ้นนั้นนะคะ มาดูตัวอย่างของการเน้นค่ะ ตัวอย่างของการเน้น วิธีการเน้นได้หลากหลายวิธีค่ะ ตัวอย่างในภาพนี้เป็นวิธีการเน้นโดยใช้สี ภาพหัวใจที่ขึ้นจะเห็นได้ว่าภาพที่เกิดมีสีขาว เป็นเส้น เป็นลายเส้น แต่ส่วนจุดเด่นที่ศิลปินต้องการเน้น ก็คือจะเป็นสีแดง อันนี้ชัดเจนเลยค่ะ ว่าเป็นเรื่องของการเน้น การเน้นโดยใช้สี เป็นต้น โดยการใช้สีเป็นต้น ภาพนกก็เหมือนกัน ภาพนกที่เราเห็นนะคะ สังเกตุว่าจะเป็นโทนสีน้ำตาลเกือบทั้งหมด โทนสีน้ำตาลนี้เราจะจัดอยู่ในกลุ่มสีอะไรคะ กลุ่มสีโทนร้อนค่ะ และเมื่อเราต้องการเน้นในการจัดองค์ประกอบ สังเกตว่า จะมีนกตัวหนึ่ง ที่เราใช้สีที่โทนเย็นเข้ามา อันนี้จะเห็นได้ชัดเจนในเรื่องของการเน้น นอกจาก 2 ภาพนี้แล้วที่เราใช้สีนั้น เราสามารถใช้ขนาดเป็นจุดเน้นก็ได้นะคะ เรื่องต่อไปค่ะ เรื่ององค์ประกอบศิลป์เอกภาพ หรือ Unity เรื่องของเอกภาพนั้น ชื่อได้บอกอยู่แล้วว่า ถาพนี้เป็นน้ำหนึ่งอันเดียวกัน เป็นกลุ่มก้อนเดียวกัน ไม่แตกแยก รู้สึกมองภาพแล้วไม่ขัดแย้งกันนะคะ โดยทางทัศนศิลป์ เอกภาพยังเป็นส่วนแสดงเรื่องราวในภาพที่ศิลปิน ต้องการแสดงอย่างชัดเจนเจนค่ะ เรามาดูตัวอย่างของงานที่เรามาดูเอกภาพนะคะ 2 ภาพนี้นี่เป็นตัวอย่างผลงานที่แสดงให้เห็นชัดเจน ถึงองค์ประกอบศิลป์ทางเอกภาพอย่างไร ภาพแรกเป็นภาพของแม่ลูก ภาพนี้จะเห็นว่า เขาสามารถวางจุดเด่นของความรักของแม่ลูก แสดงถึงความรักนะคะ ส่วนภาพที่ 2 เป็นภาพของดอกไม้ ภาพของดอกไม้นี่จะมีการเป็นกลุ่มเป็นก้อนกัน อันนี้เราก็จะรู้อยู่แล้วว่าอันนี้เป็นดอกไม้สายพันธุ์เดียวกันเป็นต้น มีการใช้เส้น ใช้สี สื่อถึงเนื่อเรื่อง เรื่องราวของภาพนี้ได้เช่นกันค่ะ หัวข้อต่อไป อันนี้นักเรียนอาจจะฟังแล้วรู้สึกถึงความสุนทรีย์ภาพ เรามาดูกันว่าสุนทรียภาพของทัศนศิลป์นี่เป็นอย่างไร สุนทรียภาพคืออะไร คุณค่าของความงานของผลงานศิลปะค่ะ และเรื่องราวที่ศิลปินถ่ายทอดออกมา ผ่านการมองเห็นของเรา คุณค่าที่เราจะรับรู้ได้นั้น ก็คือจากรูปร่าง รูปทรง เรื่องราวที่เกิดจากการทำทัศนภาพ บวกกับองค์ประกอบศิลป์ โดยการใช้ เส้น สี น้ำหนัก แสงเงา พื้นผิว ความกลมกลืน ความเป็นเอกภาพ เป็นส่วนประกอบของความงานทัศนศิลป์นั่นเอง สุนทรียภาพนั้น ก็คือการที่มนุษย์เกิดความซาบซึ้งกับรับรู้คุณค่าของสิ่งที่งามและเรื่องราวต่าง ๆ เพราะฉะนั้น ทัศนธาตุทางทัศนศิลป์นั้น คือ การที่เรารับรู้ความงามของศิลปะ โดยที่ศิลปินถ่ายทอดความงามผ่านการใช้ทัศนภาพ ถ่ายทอดเรื่องรามของการจัดองประกอบสุทรียภาพมาดูภาพนี้กันนะคะ นักเรียนลองวิเคราะห์กันดูนะคะ ว่าภาพนี้มีสุนทรียภาพอย่างไร ภาพนี้มีทัศนธาตุอย่างไร หรือภาพนี้มีการจัดองค์ประกอบอย่างไร ภาพนี้ นักเรียนหลายคนเคยเห็นภาพนี้แล้วค่ะ ถาพนี้เป็นของ วินว่าการใช้ทัศนธาตุที่เกิดขึ้น เรื่องของการใช้เส้น ใช้สี เรื่องของการใช้สีมาเป็นองค์ประกอบศิลป์มาจัดองค์ประกอบทั้งสิ้น คือเส้นโค้งประกอบกันทั้งภาพ กรมกลื่นกัน เนื่องจากมีความเป็นอันเดียวกันโค้ง เป็นเหมือนสายลมใช่ไหมคะ เมื่อโค้งเส้นเป็นเหมือนสายลมแล้ว ประกอบกับเส้นทุกเส้นมีลักษณะคล้ายกัน ประกอบกับสีที่ให้จุดเด่น สีโทนร้อน และสีโทนเย็นประกอบกัน อันนี้ก็เป็นจุดเด่นอย่างหนึ่งของการเน้นกับต้นไม้ด้านซ้ายมือนะคะ อันนี้ก็เป็นจุดเด่น ในการออกแบบภาพของศิลปินค่ะ สังเกตว่าศิลปินหลายท่านจะมีแนวทางเป็นของตนเองนะคะ แล้วก็เกิดขึ้นแต่ละยุคสมัย แตกต่างกัน เพราะฉะนั้นแล้ว ความนิยมเป็นเทร็นด์ในสมัยนั้น ก็เป็นสิ่งที่ศิลปินจะสร้างสรรค์ผลงานขึ้นมาใหม่นะคะ ภาพทุกภาพจะต้องเป็นภาพเหมือนจริง เพราะฉะนั้นแล้วภาพทุกภาพแทบจะไม่เหมือนกัน ผลงานศิลปิน ที่มีเนื้อหาเดียวกันก็จะแตกต่างกันค่ะ สัปดาห์นี้นะคะ เราเรียนรู้เรื่องของการจัดอองค์ประกอบทางทัศนศิลป์ไปแล้ว ความสุทรียภาพ ในสัปดาห์หน้าค่ะ เราจะมาเรียนรู้เรื่องของประวัติศาสตร์ของศิลปะกัน ไปแล้วนะคะ สัปดาห์หน้าเรามาเจอกันแบบทดสอบกันในท้ายคลิปนะคะ ขอบคุณค่ะ ผลิตรายการโดย สำนักคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน [สิ้นสุดการถอดความ]