คนจนอยู่ที่ไหน มีปัญหาอะไรเราอยากให้นี่เป็นเครื่องมือของประเทศนะครับ เราเริ่มจากความยากจนก่อนทราบปัญหา 5 มิติ 1 สุขภาพทราบปัญหา 5 มิตินะครับ คือ 1. เรื่องของสุขภาพ 2. ความเป็นอยู่ 3. การศึกษา 4. รายได้ การเข้าถึงการรับบริการรัฐนี่ก็จะทราบว่า แต่ละครัวเรือน แต่ละพื้นที่นี่ ต้องการส่วนไหนถ้าเข้าไปปู๊บตามเว็บไซต์นี่จะเห็นเลยว่าตัวเลขคนจนนี่มีกี่คน ซึ่งตรงนี้สำคัญมาก เพราะว่า การที่จะตั้งต้นนโยบายอะไรก็ตามนี่จะต้องทราบจำนวนก่อนว่าจะแก้กี่คน ดาว 1 ดวง นะครับ ก็คือ 1 จังหวัด ดาวยิ่งต่ำ ยิ่งมีสัดส่วนคนจนเยอะ จังหวัดสมุทรสงครามนี่เป็นจังหวัดนำร่องที่แรกนะครับ ที่นำ TPMAP ไปใช้ เพราะว่า ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนี่ เล็งเห็นถึงความสำคัญ ข้อมูลเชิงลึกสำหรับครัวเรือนมาใช้ตั้งต้น และส่งข้าราชการไปสำรวจเพิ่มเติมว่าแต่ละบ้านนี่มีปปัญหาอะไร // TPMAP นี่ อย่างที่เรียน เป็นฐานข้อมูลสำเร็จรูปเลย เราสำเร็จรูปเลยนะที่จริง มันช่วยให้เราบริหารงานได้อย่างตรงเป้าหมาย ได้อย่างตรงความต้องการ เป็นสิ่งแรกที่ทำเลย ก็คือเอาข้อมูลตรงนี้มาดู ว่ามีคนจนอยู่ในจังหวัดเราเท่าไร เราก็ส่งข้อมูลตรงนี้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เมื่อเจ้าหน้าที่ของเราลงไปเยี่ยมครัวเรือน หรือลงไปทำกิจกรรมร่วมกับเขานี่ จะทำให้รับทราบปัญหาความต้องการนะครับ และก็สามารถจดบันทึกลงใน Logbook ได้ ทำให้ทราบการทำงานได้ทุกขณะ และหลังการทำงานนี่ก็จะเป็นประโยชน์กับหัวหน้างานที่ติดตามการทำงานได้ All in One คือทุกคนจะอยู่ในระบบการทำงานกันนะครับ แล้วก็สามารถทำงานบนสมาร์ทโฟนของตัวเองก็ได้ เพราะฉะนั้น ผมเองคิดว่านี่เป็นแอปพลิเคชันที่ดีในปัจจุบัน ลดลงไปจากปีที่แล้วนี่ เหลือ 450 ครัวเรือน และจำนวนคนนี่เหลือ 150 คน เห็นผลชัดเจนครับ [เสียงดนตรี] วันนี้นะครับ อยากเห็นการใช้ข้อมูลการทำให้เกิดการนำไปสู่การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ เรื่องของเป้าหมายร่วมกันนะครับ (ดร.สุทธิพงศ์) แล้วเราไม่ได้เริ่มต้นจาก 0 นะครับ แล้วมันจะช่วยทำให้เราเกิดการทวนกันเอง ช่วยให้เราวิเคาะห์ได้ ตรวจสอบเครื่องมือได้TPMAP เรายังอยากให้สมบูรณ์มากกว่านี้ยิ่งขึ้นนะครับ จะเป็นส่วนสำคัญจากนี้ไป ทุกคนจะเป็นส่วนสำคัญ ลงไปถึงเป้าและช่วยคนได้จริง ๆ เพราะฉะนั้นเดี๋ยวต้องรบกวนทุกท่านด้วยนะครับ ว่าการทำให้ TPMAP นี่ เพื่อฝากในมือทุกท่าน สร้างข้อมูล ทราบนโยบายที่มาจากข้อมูลนะครับ และในวันนี้นะคะ การอบรมการใช้งานระบบการบริหารข้อมูลการพัฒนาคนแบบชี้เป้า หรือ Thai people map Analytics Platform หรือ TPMAP นะคะ เพื่อวิเคราะห์เชิงนโยบายวันนี้ค่ะ เพื่อให้ทุกท่านมีนโยบาย มีความรู้ความเข้าใจในเบื่อต้น อย่างใน VTR เมื่อสักครูได้เกริ่นให้ทุกท่านได้เห็นนะคะ TPMAP ค่ะ ตามที่สำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้รับกับศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) สวทช. ค่ะ เราได้พัฒนาขึ้นมา เพื่อให้ระบบ TPMAP TPMAP เป็นระบบตั้งต้นนะคะ เป็นฐานข้อมูลเป็นการให้ทุกท่านได้เห็นเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าคนจนอยู่ที่ไหน มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นนะคะ เพื่อให้ทุกท่านได้นำฐานข้อมูลตัวนี้ค่ะ ไปใช้ในการวิเคราะห์นะคะ การแก้ปัญหา การติดตามประเมินผลได้อย่างตรงจุดนะคะ และในโอกาสนี้ค่ะ ดิฉันเรียนเชิญ ดร.วันฉัตร สุวรรณเกท่านที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนงาน สำนักงานพัฒนาการการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมแห่งชาติ ได้กล่าวเปิดการอบรมในวันนี้ ขอกราบเรียนเชิญค่ะ (ดร.วันฉัตร) เกิดขึ้นมาเมื่อหลายปีก่อนนะครับ การผมเคยมาที่ NECTEC หนหนึ่ง แล้วไปพูดเรื่องของการที่จะ TPMAP นะครับ ที่เราได้คุยในฐานะที่เป็นการเชื่อมศาสตร์และศิลป์เข้าด้วยกัน ศาสตร์ หมายถึงว่า เราได้ใช้เรื่องของความรู้ตัวความยากจนนะครับ และศิลป์คือตัวที่เราใช้ในงานของพวกเรานะครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนี่เราใช้เทคโนโลยีเข้ามา เราสามารถแก้ปัญหาได้หลายอย่างคนที่เคยทำงานยากจนคงจะคุ้นเคยกับเส้นที่เรียกว่าความยากจนดีนะครับ เคยได้ยินว่าประเทศไทยนี่มีคนจนสัดส่วนเท่าไรนะครับ ของเมืองไทยนะครับ ท่านอาจจะเคยได้ยินนะครับ นี่คือปัญหาที่สำคัญที่สุดเลยนะครับ เพราะเราทราบตัวเลข แต่ทุกครั้งที่เราทำนี่ เราไม่ทราบว่าใครคือคนจนนะครับ คือเราไม่รู้เลยว่าเขาอยู่ที่ไหน แล้วก็จริง ๆ ปัญหาของเขาคืออะไรครับ เป็นส่วนใหญ่ที่เราเคยเจอมาช่วงทุกครั้งที่ผ่านมานะครับ มีเรื่องของ Properties Line Properties Map วันนั้นนะครับ พอฐานนายกฯ มีการมอบหมายงานนะครับ ท่านอยากให้เมืองไทยนี่ลองใช้ Big Data ดู ก็เลยเกิดความคิดขึ้นมาว่า สะพัดไปทำงาน เขาเรียกว่าเป็นpilot เขาไปทำเรื่องใหญ่ ๆ นะครับ และเราก็ไปรับมาทำเรื่องยากจนกันเถอะนะครับ แล้วบังเอิญ บังเอิญอย่างที่สุดนะครับ ได้เจอกับ NECTEC นะครับ และ NECTEC เขาเดินมาแล้วบอกว่าทำงานร่วมกันนะครับ วันนั้นถือว่าเป็นวันที่เราเริ่มต้น TPMAP แล้วก็เป็นจุดเริ่มต้นของยุทธศาสตร์มาเจอกับสังคมศาสตร์อย่างแท้จริงนะครับ ตั้งแต่วันที่เราเริ่มต้นทำงาน ถ้าจำไม่ผิดนี่สักประมาณ 2-3 ปี ได้แล้วนะครับ ตั้งแต่พฤษภาคม 2560 ประมาณนั้น โอ.เค. นะครับ พฤษภาคม 60 นั่นคือจุดเริ่มต้นเลย มาพร้อมกับความหวังอย่างเต็มที่นะครับ ถ้าใครทำเรื่องยากจนจะรู้มาก ๆ เลย แต่พอถึงขั้นที่บอกว่าใคร คือ คนจนนี่ ประเทศไทยเรายังหาไม่เจอ เพราะฉะนั้น วันนั้นคือวันเริ่มต้นของเรานะครับ พฤษภาคม 2560 วันนี้นะครับ กรกฎาคม 2563 แล้ว ผ่านมา 3 ปี เต็ม สิ่งที่คาดฝันไว้นี่มันเกิดขึ้นจริงแล้วนะครับ เกิดขึ้นจริงที่สามารถที่จะบอกว่า คนจนอยู่ที่ไหนนะครับ ต้องขออนุญาตขอบพระคุณจริง ๆ ทางกรมพัฒนาชุมชนนะครับนั่นคือจุดเริ่มต้นนะครับ ที่จะนำวิทยาศาสตร์นี่มาเชื่อมกับสังคมศาสตร์ได้ ผมได้เจอกับข้อมูล คือ ผมรู็จักกับ จปฐ. นานแล้วครับ ที่... เขาเอาข้อมูลมาให้ แล้วก็มีความโชคดีอีก 1 อย่าง ถ้าเกิดกระทรวงการคลังอยู่ตรงนี้นะครับ เราได้รับข้อมูลบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คือสำคัญมาก เราสามารถเชื่อมโยง 13 หลักได้ที่เรามองเห็นนะครับ มองเห็นทิศทางในการพัฒนาว่าอย่างนี้ล่ะ เราสามารถที่จะจิ้มตัวบุคคลได้เลยนะครับ มันเป็นความหวังจริง ๆ นะครับ ในช่วงเดือนพฤษภาคม พอมกราคมนี่ เราก็เลยขอท่านนายกฯ นะครับ เห็นปุ๊บท่านนายกก็เห็นเลย ชี้ได้ว่า คน ๆ ไหนมีปัญหา คน ๆ ต้องการความช่วยเหลือได้ ช่วงแรกคำว่า "TPMAP" นี่ แต่พอสักพัก เรารู้สึกว่า พอวิเคราะห์สักพักแล้วรู้สึกว่ามันทำได้ มันไม่ใช่แค่ครอบคลุมคนได้ทั้งประเทศ ทั่วประเทศจริง ๆ ที่เป็น Propperty แล้วเมื่อกี้ใครได้ดู วิดีทัศเมื่อสักครู่นี้นะครับ มีการทดลองนะครับ แล้วก็จริง ๆ ต้องขอขอบพระคุณท่านผู้ว่าฯ สมุทรสงคราม ทั้ง 2 ท่านเลยนะครับ ผมจำชื่อจริงท่านไม่ได้ 2 คนนี้ทำให้เห็นความหวังอีกครั้งหนึ่ง คือเห็นเลยว่าเราจะแก้ปัญหาคนยากจนในพื้นที่ได้อย่างไร นี่คือ จุดเริ่มต้นที่สำคัญผมขอทาง NECTEC ว่า วันนี้เราไม่ขออบรมแบบ TPMAP พื้นฐานแล้ว ขอให้เอาข้อมูลไปใช้งานดู เพราะตอนนี้ TPMAP มันเดินมาถึงขั้นที่ว่าเรามีข้อมูลหลากหลายมากวันนี้นะครับ เดี๋ยวทาง NECTEC เขาจะอธิบายให้ฟังว่าเขามีการเชื่อมโยงข้อมูลอย่างไรบ้าง เริ่มด้วย จปฐ. พชปถ เริ่มต้นคือ ข้อมูลแห่งรัฐเราเคยมีข้อมูลของการใช้ไฟ เราเคยทำ Simulations ว่าถ้าเกิดเราฉีดนโยบายเรื่องใช้ไฟฟรีเข้าไปนี่ มันสามารถช่วยแก้ปัญหาคนยากจนได้ไหม มันคือจุดเริ่มต้นอีกครั้งหนึ่ง ตอนนี้ ลองอัดฉีดดูว่า เราเพิ่มจำนวนมิเตอร์ ผลปรากฏว่ามันช่วยนะครับ แต่มันไม่ได้ช่วยมาก เพราะว่าเหตุผลหลัก ๆ ข้อเดียวเลย คนจนไม่ใช่เจ้าของมิเตอร์นะครับ เพราะฉะนั้น นั่นคืออีก 1 ประเด็น ที่อาจจะออกมาเป็นนโยบายได้ เพราะฉะนั้นความฝันของเราที่ทำ TPMAP ไม่ใช่แค่ระดับพื้นที่ แต่มาถึงขั้นระดับนโยบายด้วย มันเป็น Data Deferent วาดฝันไว้ เพราะฉะนั้นสิ่งมันเกิดขึ้น คือ สิ่งที่เราอยากเห็นทุกคนในห้องนี้ใช้ข้อมูลนี่เพื่อนำไปสู่การพัฒนา ทุกคนนี่ใช้ข้อมูลเพื่อนำไปสู่การจัดทำนโยบายขึ้นมานะครับ จากวันนั้นที่เดินมาถึงนะครับ วันนี้เรามีความร่วมมือมากขึ้น ทางพวกเราเลยคิดว่า เรื่อง TPMAP นี่ไม่ใช่แค่สภาพัฒน์ฯ แต่มันจะเป็นเรื่องของประเทศไทย เป็นเรื่องของหน่วยงานภาครัฐทั้งหมดรวมถึงที่ขอนแก่นนี่ เดี๋ยวทาง NECTEC จะเล่าให้มากกว่าเดิมนะ ท่านผู้ว่าฯ เขาใช้โครงการที่เรียกว่า ผูกเสี่ยวเกี่ยวก้อย เขาผูกกับเอกชนในพื้นที่ แล้วเกิดความร่วมมือมหาศาลเลย อยู่ที่ ถ้าดูวิดีทัศน์ไปนะครับ ขอความร่วมมือจากเจ้าอาวาส ให้ทำบ้านขึ้นมานะครับ เพราะฉะนั้น ความหมายของ TPMAP วันนี้มันมากกว่าที่จะเป็นเรื่องของหน่วยงาน แล้วทางสภาพัฒฯ มุ่งหวังให้ TPMAP นี่กลายเป็นแพลตฟอร์มของประเทศไทย กระทรวงแรงงาน อันนี้หวังอย่างยิ่งนะครับ ถ้าท่านเข้ามา Joon ที่สมบูรณ์มากขึ้น ทาง NECTEC คงจะมาอธิบายให้ฟังนะครับ นี่คือภาพที่เราวาดไว้และเป็นภาพที่เราจะใช้ไปอีกระยะหนึ่งเลยนะครับ มันเป็นภาพรวมของ TPMAP นะครับ เริ่มต้นนี่ มันต้องมีข้อมูล อันนี้ทุกท่านคงทราบดีนะครับ ระบบข้อมูลต้องมีข้อมูลนะครับ ระบบดีแค่ไหนแต่ไม่มีข้อมูลก็ไร้ค่านะครับ เพราะฉะนั้นเริ่มต้นที่ข้อมูล ตัวข้อมูลนี้นะครับ ที่ข้อมูลเป็นดิจิทัลอย่างสมบูรณ์แบบ เราใช้ 13 หลักเชื่อม เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญที่สุดก็ คือ 13 หลักวันนี้เราเดินมาถึงจุดที่ว่ามหาดไทยจาก พช. จปฐ. แล้ว กระทรวงการคลัง เราบัตรสัวสดิการแห่งรัฐ เรามีกระทรวง พม. ที่ลุกขึ้นมาเต็มที่ พม. เข้าอยู่ในฐานเราแล้วนะครับ ตอนนี้เยอะขึ้น ๆ เรื่อย ๆ ตอนแรกนี่ หลายข้อมูลดิจิทัล เลยต้องอาศัยความร่วมมือของ สภร. ที่แต่ละบ้านขึ้นมา เพื่อให้แต่ละบ้านนี่สามารถเอาข้อมูลมาปูมาผูกรวมกันได้ ที่ระบบ TPMAP ช่องแรก Data plat นะครับ จะมี... เรื่องนี้นะครับ เพราะฉะนั้น ความหมาย ถ้าเกิดหน่วยงานใด แล้วยังต้องการที่จะปรับตัวข้อมูลของหน่วยงานท่านนะครับ ประสานมาได้เลยนะครับ เดี๋ยว สพร. จะวิ่งเข้าหาเองนะครับตอนนี้ สพร. นี่กำลังวิ่งไปที่ พม. โดยร่วมมือกับ NECTEC นะครับ มีกระทรวงแรงงานที่กำลังเข้าไปเพื่อจะคลีน Data ต่าง ๆ นานา มีกระทรวง อว. นี่ อย่าลืมนะครับ ถ้าเราได้ข้อมูลเรื่องของบัณฑิต ที่จบการศึกษาแล้วถ้าเกิดผูกว่าความต้องการแรงงานประเทศไทยนี่ มันตรงกับการผลิตออกไปหรือเปล่า ถ้าไม่ตรง หมายความว่ามันอาจจะต้องมีการปรับนะครับ ไม่ใช่คนจนอย่างเดียวแล้วตอนนี้ มันกินความถึงคนไทยทั้งหมดแล้ว ว่าวันนี้ในส่วน Data นี่ ถ้ายังไม่มี หรือยังไม่ใช่นี่ มาบอกเราเลย เรามี สปสช. ที่พร้อมลุยที่พร้อมทำ data TPMAP ที่เป็นแกนกลางแล้วโยงมี DAta ที่โยงเข้ามาเรื่อย ๆ มันใหญ่ขึ้นทุกวัน ๆ เราจะมีข้อมูลให้เราเล่นมากขึ้นนะครับ อย่าง สปสช. ตอนนี้มาอยู่กับเราแล้วนะครับ ตอนนี้ข้อมูลนี่มันเริ่มใหญ่ ๆ สามารถที่จะทำการวิเคราะห์ได้มากมายมหาศาลเลย ในส่วนของตัวระบบเลยเราขอขอบพระคุณ NECTEC มาก ๆ เลยที่จัดทำระบบขึ้นมา ซึ่งเป็นระบบที่เอาไว้ Integrad รวมถึงทำเรื่องของ Analitics เบื้องต้นให้เรานะครับ แล้วก็เรื่องของ TPMAP Logbook เดี๋ยว NECTEC จะเล่าให้ฟังนะครับ ณ วันนี้คือผู้ใช้งาน TPMAP ได้ขอท่านนายก ได้ส่งจดหมายไปยังทั่วประเทศแล้ว ท่านผู้ว่านี่ได้นำระบบ TPMAP ไปใช้แล้วนะครับเรามีหน่วยงานระดับจังหวัดนี่ 5 หน่วยงานนำร่องนะครับ จริง ๆ ต้องขอบคุณมหาดไทยเช่นเดียวกันนะครับ TPMAP นี่พอลงพื้นที่จริงมันใช้ได้จริง และเห็นปัญหาจริง แล้วเห็นปัญหามากกว่าเดิมด้วยนะครับ บางบ้านไม่ได้อยู่ใน TPMAP แต่จนกว่าบ้านที่อยู่ใน TPMAPมันสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมขึ้นมาได้นะครับVisualization อันนี้สำคัญมากเลยนะครับ ทำอย่างไรนี่ให้ภาษษของสภาพัฒนี่มันสื่อออกไปได้ ต้องการคนที่จะเอา Data มาแสดงผลได้นะครับ ถ้าหน่วยงานของท่านมีคนที่ทำ แล้วก็สุดท้ายสวาภัครก็คือหน่วนงานที่นำข้อมูลเหล่านี่มาใช้นะครับ GBDi คือ ...เรื่องของ สสค. สคสว. มหาวิทยาลัยต่าง ๆ นี่ อันนี้อยากเชื้อเชิญเขานี่มาใช้งานเยอะ ๆ เดี๋ยวบอกไว้ก่อนเลยนะครับคนในห้องนี้ อนาคตอีกไม่นานเราจะปล่อยข้อมูลนี้นะครับ หมายความว่า ท่านสามารถเอาข้อมูล ไม่ใช่ในระดับบุคคลนะครับ เป็นตำบลนะ เอาไปแล้วมันจะช่วย ...อย่างเช่นวันนี้นะครับ ได้ยินว่า NECTEC เขาได้เตรียม Data ดิบไว้ให้ ใช้อะไรก็ได้ คืออยากเห็น อยากเห็นข้างล่างนี่ อยากเห็น Data Analytics นี่ วันนี้ความตั้งใจคือ ไม่ได้อยากโชว์ ตัวผมเรียนกเรียกถูกเลยไอตัววงกลมทั้งหลายแหล่นี่ ในการที่จะวิเคราะห์ได้จริงนะครับ แล้วสภาพัฒน์นี่สามารถดึงทุกส่วนตรงนี้เลยนะครับ มีหน้าที่ประสานทุกส่วนเลยครับ ถึง GPI ถึงกระทรวงเข้ามาทำงานในฐานข้อมูลนี้นะครับ ตัวฐานข้อมูลคนนี้นะครับ ที่เสนอต่อท่านนายกฯ เสนอต่อรัฐสภาทั้งหลายแหล่นะครับ งานนี้โจทย์เดิมของเรา คือ จะทำเพื่อให้รู้ว่าคนจนนี่อยู่ที่ไหน แล้วก็แก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน ตรงจุด ได้อย่างยืนนะ เพราะฉะนั้น จุดมุ่งหมายของ TPMAP คือ แพลตฟอร์มกลางของประเทศ แต่มีเพื่อให้คนไทยได้รับการพัฒนาได้ตรงจุด ตรงเป้าหมายมากยิ่งขึ้นนะครับ อยากฝากทุกท่าน ปัญหาเรื่องของ กับยูนิเวอร์แซลนี่ ...นี้ในการทำประเทศไทยนี่มันมีระบบ Targeting นี่ให้รู้ว่าเป็นใครนะครับ เพราะฉะนั้น วันนี้อยากฝากท่าน ตรง Analysis นี่สำคัญมาก ถ้าเรามีข้อมูลให้ท่านแบบนี้แล้ว ท่านสามารถแตกออกไป โซลูชั่นอย่างไรบ้าง แก้ปัญหาอย่างยั่งยืนอย่างไรบ้างTPMAP คืออะไร เมื่อกี้ใน วิดีทัศเมื่อกี้ก็บอกไปแล้วนะครับ ทาง ดร.ศรันย์ท่านจะมาให้ข้อมูลเรื่องของ Big Data แต่วันนี้สำหรับพวกผมนี่ Big Data คืออะไรครับ คือระบบบริหารจัดการขนาดใหญ่ มันคือ Big Data ของประเทศไทยนะครับ หลายท่านก็บอกว่ามันยังไม่ใช่ อะไรทั้งหลายนี่ ไอ้ 4V 5V ทั้งหลายแหล่ นี่คือจุดเริ่มต้น ในเราเริ่มพูดเสมอต่อไป TPMAP มันไม่มีทางสำเร็จเลยนะครับ วันนี้ TPMAP อาจจะเป็นข้อมูลวันหน้า TPMAP กำลังที่จะรอดึงข้อมูลที่ไม่ใช่ภาครัฐเข้ามาด้วย เพราะฉะนั้นขอให้ท่านเริ่มก้าวที่ 1 ก้าวต่อไปมันมานะครับ เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งที่เราคาดหวังไว้ ที่จะชี้เป้าพัฒนาคนได้นะครับ มันจะเป็นเรื่องของการที่เราใช้ข้อมูลของนโยบาย เป็น Data Event เป็น Data Analytics ทั้งหลายแหล่นะครับ และสำคัญนะครับ คือ ส่วนที่เราจะไปดูว่าเป้าหมายนี่มันสามารถ Targeting ได้จริงไหม สำคัญไปกว่านั้นนะครับ มันทำให้เรารู้ว่าใครควรได้ ใครควรไม่ได้ในกิจกรรมใด ๆ นะครับ ลดปัญหาเรื่องของ error ได้นะครับ เราอยากจะเห็นความชัดเจนของนโยบายต่าง ๆ นานา ที่จะทำให้เป็นได้จริงนะครับ เพราะฉะนั้น จากรูปนี้ปุ๊บ ผมขออนุญาตเล่าคร่าว ๆ เล่าให้ฟังนะครับ ว่าสิ่งที่เรามองนี่เรายึดถือเสมอในการพัฒนาคนทุกช่วงวัยนะครับ เราแบ่งคนช่วงวัยนี่ออกเป็น 5 ช่วงนะครับ วันนี้ถ้าเกิดเป็นไปได้ อยากฝากทางให้ลองใช้ข้อมูลแล้วลองแบ่งวัยดูนะครับ ท่านก็ทำช่วงวันแรงงาน ถ้าเกิดท่านอยู่กระทรวงพม. นะครับ ไม่ว่าจะเป็น พม. นะครับ ท่านก็ดูตั้งแต่เกิด พูดง่าย ๆ ก่อนเกิดจนถึงหลังตายเลยนะครับ เพราะฉะนั้นอยากฝากท่าน TPMAP นี่ มันสามารถแบ่งช่วงอายุได้ เพราะฉะนั้นมันไม่ใช่ One Size Fit All polency หรือกลายเป็น talormate ได้นะครับเราสามารถเจาะกลุ่มได้ว่าประเทศไทยกลุ่มนี้ คืออะไร เขามีปัญหาด้านไหนบ้างนะครับ ทีม NECTEC ที่ลำพูนนะครับ เราก็พบว่าที่ลำพูนนี่ในมิติด้านสุขภาพนี่ ที่อำเภอ ๆ หนึ่งนี่ กลายเป็นคนจน จากการดูข้อมูลเฉย ๆ นี่ทางสาธารณสุขนี่ ด้านสาธารณะนี่มันคลอบคลุม 99.99 จุด แต่พอท่านนายอำเภอได้รับข้อมูลปุ๊บ ท่านรีบไปที่อำเภอเลย ท่านค้นพบว่าส่วนใหญ่ของคนที่ตกเกณฑ์เรื่องของสุขภาพนี่นะครับ ที่เขาเรียกว่าอะไร เป็นชาวเขา พูดง่าย ๆ แล้วสิ่งที่ค้นพบ คือ เขาไม่รู้ว่าเขามีสิทธิ์การเป็นคนจนด้านสุขภาพนี่ ไม่ได้แปลว่าเขาสุขภาพไม่ค่อยดี แต่เขาไม่ทราบสิทธิ์ เพราะฉะนั้น Solution คืออะไรครับ ท่านก็เรียกผู้ใหญ่บ้าน กำนัน บอกว่าไปเคาะตามบ้านเลย บอกว่าคุณมีสิทธิ์นะ เอาบัตรมาดู คุณไปรักษาที่โรงพยาบาลได้นะ ประมาณนี้ เพราะฉะนั้น solution สร้างความตระหนักรู้ก็ได้นะครับ วันนี้เราอยากจะฝากท่านนะครับ เราจะเห็นหลาย ๆ อย่าง สิ่งที่สภาพัฒน์ต้องการนี่คือภาพนี้ ภาพที่เกิดความร่วมมือเป็นภาคีนะครับ ที่ทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็นราชการ สถาบันการศึกษา หรือนอกราชการเลย ที่เข้ามาทำงานร่วมกันนะครับ เราหวังว่า TPMAP จะเป็นที่รวมของการทำงานเรื่องของการพัฒนาคนนะครับ วันนี้ที่เราหวังคำว่าบูรณาการที่เราเคยพูดกันมานานนะครับ แล้วก็อยู่ในกระดาษนี่จะเป็นผลงานที่แท้จริง เกิดการบูรณาการ เช่น บูรณาการในเชิงกฎหมายอะไรทั้งสิ้นนะครับ แต่มีความชัดเจนมาก บริการที่มีเป้าหมายเป็นคนนี่ พัฒนาเรื่องนโยบาย ตัวอย่างตามรูปนี้หรือสามัญศึกษาหรือสามัญวิจัยนี่ เรามีทีมจากอาจารย์จาก EEC นะครับ จาก ม.บูรพานี่ โดยที่เขาจะเริ่มต้นในการดูบัณฑิตเขาเอง ว่าบัณฑิตเขาเป็นที่ต้องการ หรือเป็นที่สอดรับกับความต้องการในตลาด EEC หรือไม่นะครับ นี่คือจุดเริ่มต้นนะครับ เพราะฉะนั้นเราอยากเห็นกระทรวงการศึกษาไทยลองเอาไปใช้ดูนะครับ วันนี่ที่ NECTEC ได้ขอมูลราชภัแล้วอาจารย์ราชภัฏบอกโอ้โหนี่เป็นข้อมูลที่จะใช้ประโยชน์ได้เยอะมาก และสามารถที่จะออกแบบได้ตรงความต้องการของพื้นที่ได้จริง และความต้องการของพื้นที่ระดับหมู่บ้านด้วย สำคัญมากนะครับ อยากฝากท่านนะครับ อะไรต่าง ๆ นา ๆ มาจับกับ TPMAP แล้วท่านจะเห็นความเปลี่ยนแปลงของโครงการหรือของกิจการของท่านได้นะครับ นี่คือสิ่งที่เราอยากเห็นจริง ๆ นะครับ การวางแผนนี่ ที่มันสามารถวางแผนตรงความต้องการไดอย่างแท้จริง และอย่างที่ผมบอกนะครับ สิ่งที่อยากได้อีกอย่างหนึ่ง คือ ข้อมูลที่มันเพิ่มเข้าไปเรื่อย ๆ เดี๋ยว วันนี้เขาเคยเล่าให้ผมฟังว่า เขาอยากเป็นแกนกลางอื่น ๆ มาเสียบเลื่อย ๆ วันนี้ จปถ ยังขาดอีกเยอะเหมือนกัน ขาดคนเมืองอีกเยอะมากนะครับ เพราะฉะนั้น หน้าที่ของพวกเรา คือ หาทางเข้าไปข้อมูลของคนเมืองของเขาได้ คือ ไปเพิ่มเติม อย่างบ้านที่ผมบอกนะครับ บ้านบางบ้าน บ้างข้างจน ไม่อยู่ในระบบก็มี เพราะฉะนั้นสามารถเอาข้อมูลเข้าไปใส่ในระบบได้นะครับ เพราะฉะนั้นฝากท่านะครับ งานนี้สำเร็จได้คือความร่วมมือของทุกภาคส่วนนะครับ ไม่ได้หมายความว่าคนในห้องนี่แต่เป็นคนที่อยู่ในพื้นที่ด้วยนะครับ จากรูปนี้นะครับ เรามองหน้านี้ เราเรียกหน้านี้ หน้าขนมชั้นนะครับ ถ้าเผื่อเรามีระดับพื้นที่ขึ้นมา ทำงานพื้นที่เลยนะครับ แบบ Solution เลยนะครับ หรือเป็นในระดับหมู่บ้านตำบลเลยนะครับ พื้นที่ ทำอย่างไรให้คนเข้ามาของภาครัฐได้ ทำอย่างไรให้คนนี่ไม่มีข้อจำกัดทางด้านการศึกษา ทำอย่างไรให้คนนี่มีความเป็นอยู่ที่ดี เพราะฉะนั้น 5 มิตินี่เป็นส่วนที่สำคัญมาก อยากฝากทางพื้นที่ว่านี่คือส่วนสำคัญมาก มันจะส่งผลระดับจังหวัดขึ้นมา มากขึ้นระดับของจังหวัดตัวเอง และส่งผลให้หน่วยงานที่ทำงานแล้วได้ตรงกับตัว มีโครงการที่สามารถสอดรับ มีโครงการที่ชัดเจนมาก ที่สามารถสอดรับ จริง ๆ นะครับอันนี้ เพราะฉะนั้นเรามองว่า TPMAP สามารถทำงานได้ทั้ง 3 ระดับ คือทั้งระดับที่เป็นพื้นที่ ระดับจังหวัดขึ้นมา มีโครงการที่มันชัดเจนขึ้นนะครับ ตั้งแต่สภาพัฒน์ลงไปถึงกรมถึงพื้นที่พิเศษ เช่น EEC นี้ เพราะฉะนั้นไอ้ตัว 3 ชั้นนี่มีความสำคัญมากเลยนะครับ เป็นการขับเคลื่อนประเทศไทยนี่มันไปในระดับพื้นจนถึงระดับนโยบายขึ้นมาได้นะครับ ส่วนนี้ผมแค่อยากฝากพวกเราไว้ ถ้าเกิดท่านเห็นข้อมูลนะครับ คือ ความเป็น Data Analysis นี่ คือ ต้องตั้งคำถามให้ได้ ต้องตั้งโจทย์ให้ได้นะครับ อย่างเช่นรูปนี้นะครับ เราไปที่ AEC มานะครับ เราดูเราเห็นนะครับ จะเห็นพื้นที่ 3 ระดับ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยองนี่ มันมีความยากจนในส่วนของ MPI ลืมบอกว่า MPI มันคือความยากจนหลายมิตินะครับ พอเรามองฉะเชิงเทรานี่เป็นจังหวัดที่มีความยากจนสูงสุดนะครับ แล้วก็ระยองนี่ มีความยากจนนี่ ในระดับที่เปรียบเทียบกับ 3 จังหวัดนี่น้อยสุดนะครับ เพราะฉะนั้นคำถามที่เกิดขึ้นสำหรับพวกเรา คือ ทำไมฉะเชิงเทราถึงมีความยากจนที่มันมีความมากกว่าอีก 2 จังหวัดเพราะฉะนั้นนี่ล่ะ คือ ความสำคัญในการวิจัยต่อไปนะครับ ตรงนี้ละเราฝากไปถึงมหาวิทยาลัยบูรพาฝากเขาว่า ท่านลองเอาโจทย์นี้ ลองไปลองทำดู ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจาก TPMAP นี่ มันจะส่งอย่างไรบ้างที่เราใช้ข้อมูลที่จะนำไปสู่การวิจัยนะครับ ปัญหาความยากจน หลายมิติ หลายเรื่องคือเรื่องรายได้นะครับ แต่ว่าฉะเชิงเทรามีความหลากหลายในความยากจนมากกว่า เช่น เขามีความยากจนด้านสุขภาพที่สูงกว่า 2 จังหวัดนะครับ เพราะฉะนั้นฉะเชิงเทรานี่อาจจะมี Telemate มากกว่าอีก 2 จังหวัดนะครับ นี่คือพลังของข้อมูล พลังของข้อมูลไม่ใช่ว่า ใครเก็บข้อมูลไว้ มีพลังนะ คือการที่เขาแชร์ข้อมูลออกมาแล้วมีมากขึ้นกว่าเดิม และสามารถเอาข้อมูลเหล่านี้ไปต่อยอดนะครับ เพราะฉะนั้น นี่คือความเป็นเป้าหมายของเราล่ะ เป้าหมายของสภาพัฒน์ในการทำงานนี้ มันสามารถนำไปสู่การพัฒนาตัวยุทธศาสตร์ได้นะครับ จากรูปต่อไป เราเป็นสังคมสูงวัยแล้วนะครับ ผู้สูงอายุมีผลอะไรกับสังคมนะครับ ดูตัวเมื่อกี้นะครับ จังหวัดระยองจำนวนผู้สูงอายุสูงสุด แต่ฉะเชิงเทราผู้สูงอายุไม่มากเท่าระยอง ของทุกจังหวัดก็มีปัญหาความยากจนเช่นกันนะครับ การแก้ปัญหาความยากจน หรือการพัฒนาคนนี่ ท่านต้องดูข้อมูลช่วงอายุด้วย Quarancy ที่จะทำให้ข้อมูลทุกคนหายจนได้นะครับ เรื่องของผู้สูงอายุหรือผู้ด้อยโอกาสหรือใครก็ตามอาจจะไม่เหมือนการแก้ปัญหา การพัฒนาคน เพิ่มพูนทักษะได้ แต่ช่วงผู้สูงอายุหรือวัยพึ่งพิงนี่ อาจจะเป็นเรื่องของการทำให้เขานี่ มีฟลอที่เขาสามารถยืนอยู่ได้ ในฐานะของข้อมูลเยอะ ๆ นะครับ โครงสร้างประชากรต่าง ๆ นานา นะครับ ทีนี้ ใกล้สุดท้ายนะครับ คำถามของผมคือว่า ทำงาน TPMAP นี่ มันก่อให้เกิดอะไรบ้าง ก็ต้องบอกว่า TPMAP นี่มันเกิดขึ้นจากยุทธศาสตร์ชาตินะครับ มันเกิดขึ้นจากแปลงยุทธศาสตร์ชาติได้อย่างไร พอมีแผนตัว TPMAP นี่ถ้ามันตอบโจทย์นี่ อย่างน้อย ๆ ในตัวเป้าหมายแต่ละบทนี่ อย่างน้อย ๆ คือ เรื่องของการพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต เรื่องของพัฒนาการเรียนรู้ การเสริมสร้างคนไทยมีสุขภาวะที่ดี เรื่องของพลังสังคม เศรษฐกิจฐานรากและหลักประกันทางสังคม และที่สำคัญคือเป้าหมายของแผนบทประเด็นที่ 20 สามารถที่จะมีประสิทธิภาพนะครับ โดยใช้ข้อมูลให้เกิดประโยชน์นะครับ ผมขออนุญาตฝากแนวทางนะครับ ที่เป็นมติคณะรัฐมนตรี วันนี้อยากให้ท่านเล่นโครงการ หลักการของการทำงบประมาณเรียกว่า X, Y, Z ดูเป้าหมายของแผนบท คือ Y แล้วมาทำ X นะครับ วันนี้สิ่งที่เราใช้ข้อมูลมานี่ เผื่อท่านถึงได้ขั้น Solution นี่ ท่านลองเช็กกลับไป Solution ของท่าน คือ X สามารถทำให้เป้าหมายเขยื่อนไหม ถ้าใช้อันนั้นเราขอให้ท่านทำในช่วงของปีงบประมาณ 65 นั่นคือเป้าหมายของแผนบท ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ต่อไปนะครับ เพราะฉะนั้นวันนี้เลย ผมขออนุญาตเรียนท่านนะครับ ต้องการจริง ๆ นี่ คืออยากให้พวกเรานี่ตระหนักถึงข้อมูลนะครับ ตระหนักว่า ต่อไปนี้ ประเทศไทย TPMAP ที่เขาใช้ในการทำงาน เขาทำงานหนักมากนะครับ ที่จะเอา TPMAP ออกมาให้ได้นะครับ มีหน้าที่ในการขับเคลื่อนนะครับ เรานำ TPMAP ไปขาย สิ่งที่เราส่งต่อเสมอมา คือ ประเทศไทยสามารถทำ Targeting ได้ คนจนอยู่ที่ไหน ประเทศไทยสามารถดูได้ว่าพัฒนาไทยคนใดคนหนึ่งที่ต้องการในระบบมีอะไรบ้างนะครับ นี่คือ DATA DRIVEN แล้ว อยากให้พวกเรามองเห็นพลังของข้อมูลนะครับ ฝากที่ 2 นะครับ ถ้าเป็นไปได้อยากเห็น TPMAP ที่ครอบคลุมคนไทยครบทุกคนนะครับ ความฝันนี้ ที่ฝากทาง NECTEC ไว้นานแล้วนะครับ หลาย ๆ ท่านในห้องนี่นะครับ เช่น กระทรวงแรงงาน ว่าจะได้ข้อมูลจากกระทรวงแรงงาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของประกันสังคม การที่จะพัฒนาทักษะนะครับ ถ้าเราได้มานี่ ท่านลองนึกถึงนะครับ 40-50 กว่าล้านคนอยู่ในระบบเดียวกัน ท่านสามารถจะเห็นพลังขอทั้ง 5 มิตินี้ครับ อย่างที่บอกไปว่า MPI ความยากจนหลายมิติ อย่างที่เราเรียกMPI เป็น People นะครับ เพราะฉะนั้น ฝากท่าน วันนี้นะครับ อยากเห็นการใช้ข้อมูลให้เกิดการนำไปสู่การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ โดยมีเรื่องของเป้าหมายร่วมกันนะครับ เป็นเรื่องของหลักการ X Y Z นะครับ แล้วก็ทุกท่านในห้องนี้ เป็นผู้มีความรู้ในศาสตร์ในสาขาขอท่านนะครับ อย่าเอาเรื่องนี้มาคุยกันแล้วเอาไปจัดโครงการที่มันสามารถสะท้อน สามารถที่จะเจาะนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายได้อย่างแท้จริงนะครับ ผมขออนุญาตว่า ผมจะขอเล่าให้ฟังนะครับ แล้วผมเล่าให้ฟังว่าจัดอบรมความนี้นะครับ จะได้ใช้พลังของข้อมูลแล้วก็ใช้ต่อทำต่อ เดี๋ยวทาง NECTEC สภาพัฒน์ เอา Data นี่ให้กลายเป็น Data สาธารณะในไม่ช้านี้ ท่านสามารถที่จะใช้ต่อไปได้ด้วยนะครับ เรื่องของภาษาของการพัฒนาของชุมชน เราเรียกพวกท่านว่าครูกอนะครับ เราอยากให้ท่านนำข้อมูลเหล่านี้ไปขยายต่อเราด้วย อยากให้ท่านนี่เอาข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ในหน่วยงานท่าน ไปเรียนท่านผู้บริหารของทุกท่านนะครับ ใช้ประโยชน์จากมันนะครับ สภาพัฒน์จะทำอย่างเต็มที่ให้ข้อมูลนี้กลายเป็นข้อมูลของประเทศไทยให้ได้นะครับ อบรม ประชุม สัมมนาในคราวนี้นะครับ ก็อยากที่ท่านดร.วันฉัตร์บอกนะคะ ว่าวันนี้เราสามารถช่วยกันขยายผลได้นะคะ ซึ่งเราสามารถช่วยกันขยายผลได้ตอนนี้เลยนะครับ เพราะเรากำลังถ่ายทอดสดการอบรมไปที่ Facebook Live เชิญชวนเพื่อน ๆ พี่ ๆ ให้ร่วมร่วมรับชมรับฟังเนื้อหาของวันนี้ได้สด ๆ เลยตอนนี้นะคะ ที่ Facebook TPMAP นะคะ Search แล้วก็เข้าร่วมกลุ่มได้เลยค่ะ ท่าน ดร.วันฉัตร นะคะ ได้เน้นย้ำนะคะ ให้พวกเราได้เห็นถึงพลังของข้อมูลค่ะ ให้ TPMAP เป็นแกนกลางนะคะ ที่จะเชื่อมต่อข้อมูล การมีข้อมูลจะเป็นสำคัญและหนักแน่นนะคะ รวบรวมและที่สำคัญนั้น คือ การแลกเปลี่ยนเป็นพลังที่จะช่วยขับเคลื่อนทั้งในด้านการตัดสินใจ ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาของประเทศไทยเราในหลากหลายมิติค่ะ และในช่วงนี้ค่ะ เราจะมาเน้นย้ำกันอีกนะคะ ว่าจะช่วยขับเคลื่อนประเทศของเราได้อย่างไร กับการบรรยายในหัวข้อ thailand and DRIVEN Country ตอนนี้ดิฉันขอเรียนเชิญให้ทุกท่านพบกับ ดร.สรัณย์ สัมฤทธิ์เดชขจร ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (ดร.ศรัณย์) แปลเป็นไทยว่า น่าจะขับเคลื่อนประเทศ เพราะว่าจริง ๆ มันต้องขับเคลื่อนองค์กรด้วย ว่าจะขับเครื่อนยังไงในข้อมูลนะครับ อันนี้เป็นสไลด์อันหนึ่งที่คิดว่าทุกคนคงเข้าใจอยู่แล้วนะครับ ว่าพอมีข้อมูลแล้วนี่ เดิม ๆ เราก็แค่รายงานธรรมดา แล้วก็พี่วันฉัตรก็บอกว่าต้องเป็นดิจิทัลแล้วล่ะ เพราะไม่อย่างนั้นมันเอามาวิเคราะห์ไม่ได้ ด้วยวิธีธรรมดาอยู่ และอาจจะไม่ทันการพอเป็นดิจิทัลแล้วก็จะวิเคราะห์ได้ แล้วก็สามารถที่จะคาดการณ์ได้ ผมคิดว่าอันนี้ทุกคนรู้แล้วนะครับ อันนี้เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งนะครับ น่าสนใจตรงที่ว่ามันเป็นแล็บแล็บหนึ่งนะครับ มีแล็บที่ชื่อว่า Data สิ่งที่เขาพยายามเน้นย้ำ คือใช้การวิเคราะห์ขอมูลเหมือนที่พี่วันฉัตร์บอกไว้ เราจะมีวิธีการแก้ปัญหา ประเด็นต่าง ๆ ที่เราสนใจได้อย่างไร และจะสังเกตตรงตัวสีฟ้า ๆ นะครับ ไม่ใช่แค่นักวิทยาศาสตร์ หรือวิศวกร ข้อมูล มาทำงานด้านนี้เท่านั้น มันต้องการคนที่รู้เรื่องข้อมูลของนโยบาย คนที่เก่งเรื่อง Graphic Design แล้วแบบเข้าใจได้ง่ายขึ้นนะครับ ไม่ใช่ตาราง Excel เป็นร้อยบรรทัด ไม่มีใครรู้ ไม่มีใครอยากสนใจใช่ไหมครับ เพราะอย่างนั้นทำอย่างไร เพื่อให้ได้ข้อมูลที่มันน่าสนใจออกมาเป็นนโยบายขับเคลื่อนที่ปฏิบัติได้ สิ่งที่เรารู้กันอยู่แล้วนะครับ คือ ข้อมูลมาจากไหนถ้าเราดูรอบ ๆ ตัวเรานี่ มันก็จะมาจากประสาทสัมผัส ที่มนุษย์หรือสัตว์เรามีอยู่แล้ว ทางตา ทางหู ทางลิ้นนะครับ เพียงแค่ว่าอันนั้นเขาเรียกว่าเป็นแบบ นะครับ แต่ปัจจุบันนี่เราคงต้องมองหาว่าเราใช้เซ็นเซอร์อะไรได้บ้างนะครับ จปฐ. เองบางทีเราต้องลงพื้นที่นะครับ เราจะเห็นของจริงอยู่แล้วนะครับ แต่มีตัวช่วยไหมที่จะทำให้เจ้าหน้าที่นี่ ได้เก็บข้อมูล ได้ข้อมูลมาแบบง่ายขึ้น เร็วข้น ทันสมัยหรือทันการณ์มากขึ้นนะครับ ข้อมูลตรงนั้นมาจากไหนครับ มาจากการสื่อสารนะครับ เดิมทีเราก็ต้องลงไปในพื้นที่ ทีนี้มันมีการสื่อสารแบบมีสาย ไร้สาย อาศัยเซ็นเซอร์ที่ส่งมาแล้วไปเก็บไว้ไหนนะครับ ไปขึ้น Cloud ขององค์กร จะขึ้นคลาวด์ของแบบ Public หรือเก็บไว้ที่ ACE หลายคนคงได้ยินแล้วนะครับ มันกลับมาแล้วนะครับ คือเก็บไว้ที่ตัวเราเองนี่ล่ะครับ มันมีอีกคำหนึ่งที่มันเพราะ ๆ เผื่อเก็บให้ พอมีข้อมูลสื่อสารเสร็จเก็บเรียบร้อย ก็ ต้องใช้คอมพิวเตอร์ของเรา โน้ตบุ๊กนี้ไหม ต้องใช้คอมพิวเตอร์สมรรถนะสูงนะครับ หรือต้องใช้ถึงขั้น Super Computer นะครับ อันนี้เป็นตัวอย่างหนึ่งที่เขาเพิ่งเผยแพร่ลงวารสารวิชาการเมื่อปลายปีที่แล้วนะครับ ทางด้าน SDG เขาเสนอว่า เก็บข้อมูลจากโบว์สีดำทางด้านบนซึ่งก็ช้านะครับ ซึ่งเขาก็เสนอว่าต้องใช้วิธีการเก็บข้อมูลแบบตัวสีน้ำเงินข้างล่าง นะครับ อันนี้เขาเขียนไว้ แต่จริง ๆ แล้วในเชิงคนที่ทำข้อมูลในทางวิทยาศาสตร์ดิจิทัลนี่ เขาพยายามวิ่งหาทางสีน้ำเงินอยู่แล้ว ก็คือพวกเซ็นเซอร์ที่อยู่ตามดาวเทียมบ้างนะครับ จากโทรศัพท์มือถือนะครับ เพราะฉะนั้น พวกนี้นี่ จะทำให้การเก็บข้อมูลนี่ ง่ายขึ้น เร็วขึ้น ไม่เป็นภาระต่อคน และข้อมูลน่าจะแม่นยำมากขึ้นนะครับ แล้วก็ทันการณ์ อันนี้เป็นตัวอย่างหนึ่ง อันนี้ที่ทางสวีเดน ที่เขาพยายามติดติดเซ็นเซอร์ไปที่ตามโครงสร้างของสะพานก็คล้าย ๆ ตรวจสุขภาพนะครับ ว่าวันดีคืนดีนี่ มันมีโอกาสที่จะร้าวหรืออะไรไหม สามารถคาดการณ์ได้ว่าอีกไม่กี่เดือนไม่กี่ปีมันน่าจะมีปัญหา จะได้วางแผนซ่อมแซมได้ ฉะนั้นสีแดคือใยแก้วนำแสง ที่เราเอามาสื่อสาร แต่เขาเอามาทำเป็นเซ็นเซอร์มาใช้ในการตรวจสอบ ทุก ๆ 1 เซนติเมตร คือ เซ็นเซอร์ เขาสามารถตรวจรอยร้าว หรือรอยเขยื่อนของโครงสร้างสะพานได้ทุก ๆ 1 เซนติเมตร โดยใช้แสงเข้ามาช่วย แล้วก็อย่างที่เรารู้นะครับ IOT ข้อมูลพวกนี้ก็วิ่งผ่าน อิเล็กทรอนิกส์กลับมาที่หน่วยงานที่ใช้หน่วยข้อมูลได้หรือแม้กระทั่ง IOT เองนี่ จะทำอย่างไรให้เครื่องมือต่าง ๆ เซ็นเซอร์ต่าง ๆ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ นี่มันคุยกัน คุยกันคือมันข้อมูลส่งไปให้ แล้วเขาบอกว่า ถ้าเกิดมีเทำแบบนี้ขึ้นมา เขายังมีเทอร์โมมิเตอร์อยู่ห้องนี้เทอมอมิเตอร์อยู่ในห้องนี้ นะครับ มันไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เราจะทำอย่างไรให้มันคุยกันผ่านก้อนเมฆก้อนนี้ แล้วคุยกันรู้เรื่อง แล้วสั่งการกันได้นะครับ สิ่งหนึ่งที่ NECTEC ทำคือตัว NETPLE นะครับ ว่าเริ่มต้นมีของ อยู่ประมาณ 5 หมื่นชิ้นเองนะครับ ในปี 61 ตอนนี้นี่มีข้อมูลอยู่ในระบบก้อนเมฆเริ่มจาก 50,000 เป็น 60,000 นะครับ จนปัจจุบันมีประมาณเกือบ 120,000 ชิ้นนะครับ ที่มันไม่เคยรู้จักกันนะครับ แต่มันสามารถถูกโปรแกรมให้คุยกันได้ ตามที่ผู้ใช้ต้องการนะครับ เอามาทำอะไรบ้างนะครับ นี่คือ บริษัทNIDEC Shibaura ที่บางกระดีเราก็มีปัญหานะครับ เขามีเครื่องจักรต่าง ๆ แล้วก็มีไฟ มีหลอดไฟด้วยนะครับ สิ่งที่เขาเจอบางทีไอ้พวกไฟพวกนี้บางทีก็เปิดทั้งไว้เฉย ๆ หรือแม้กระทั่ง อันนี้อาจจะมองไม่ชัด เป็นฐานวางขดลวดทองแดง บริษัทนี้เป็นบริษัทที่ผลิตมอเตอร์นะครับ อย่างนั้น ไอ้ขดลวดทองแดงนี่จะนำมาขดม้วนชิ้นเล็ก ๆ นะครับ สิ่งที่เขาเจอ 2. คือ ขดลวดทองแดงใกล้ ๆ หมดนี่ เขาต้องหยุดการผลิตบริเวณ ๆ นั้น แล้วก็ให้คนงานแถวนั้นนี่เดินไปที่โกดัง แล้วไปเอาขดลวดทองแดงมาว่างนะครับ พอเป็น iot เขาทำอย่างไรครับ เขาก็อยู่บริเวณใกล้ ๆ เพราะฉะนั้น ขณะที่ลวดทองแดงถูกใช้ไปเรื่อย ๆ นี่ น้ำหนักก็ลดลงไปเรื่อย ๆ ค่าค่าหนึ่งที่เขาคิดว่าไม่อยากรอแล้ว เขาจะให้รถเข็ญอีกคันหนึ่ง วิ่งตามเส้นที่ในโรงงานจะมีเส้นทึบ ๆ นะครับ แล้วให้รถเข็นไปที่โกดังครับ แล้วก็คนที่นั่นก็จะหยิบขดลวดทองแทงใส่แล้วก็เข็นกลับมา เพราะฉะนั้น มาถึงจังหวะหนึ่งเขาก็แค่สับเปลี่ยนได้เลย ก็ลดเวลาไปเยอะนะครับ ส่วนหลอดไฟนี่ เขาก็พบว่าติดเซ็นเซอร์ตัวหนึ่ง ถ้าเกิดมันมีไม่การเคลื่อนไหวบริเวณนั้นนี่นะครับ อันนี้คือ IOT ที่เขาทำง่าย ๆ ผ่าน NETPIEนะครับ เริ่มแรกเขาลงทุนสัก 7 แสนบาท นะครับ อันนี้คือจากวิศวกรในโรงงานเองเลย เขาบอกว่า 1 เดือน คืนทุนเลยนะครับ อันนี้เป็นอีกโรงงานหนึ่งนะครับ ซึ่งเขาบอกว่าเขาผลิตชิ้นส่วนพวกนี้ครับ อยู่ที่นิคม น่าจะแถวอยุธยานะครับ อันนี้เป็นอุปกรณ์เรื่องของเลเซอร์นะครับ แล้วก็มีอิเล็กทรอนิกส์ด้วยนะครับ ทอง ๆ อันนี้นะครับ หรือแต่ละวงจรอันนี้นี่ มีชิ้นส่วนเป็นร้อย หรือเป็นพันชิ้น แล้วที่ผ่านมาโรงงานมีข้อมูลหมดนะครับ เป็น Excel และรู้หมดว่าแต่ละชิ้นนี่มาจากโรงงานไหน แล้วก็สเป็ก ในเชิงสเปคของแต่ละชิ้น แล้วเขาบอกว่าเป็นความไม่ชอบของเจ้าหน้าที่ คือ เขาต้องมานั่งใช้สายสายตาดูครับ ไอ้ตัวนี้ 10,000 ตัว เขาต้องมาดูว่าชิ้นส่วนข้างในนี่จะต้องใช้ของยี่ห้อไหน และใช้ล็อตไหนดี อันนี้คือตัดสินใจด้วยคนหมดเลยนะครับ เจ้าหน้าที่เขาก็เลยบอกว่า เขาก็เอาข้อมุลของบริษัทประมาณ 10 ปี ย้อนหลังเลย เป็น excel ทั้งหมดมาทำอะไรครับ มาใช้เครื่องมือฟรีทั้งหมดเลยนะครับ เครื่อมือ ไม่ว่าจะเป็น Python พวกนี้ เป็นเขาเรียกว่าโมดูลสำหรับฝึก AI อันนี้คือของฟรี อันนี้เขาทำเพิ่มที่เรียกว่า Rasberry Pie ด้วยนะครับ สิ่งที่เขาเจอ คือ นำข้อมูล 10 ปีมาฝึกระบบเขา ฝึกเสร็จนี่มันสามารถบอกได้เลยครับว่าพอมีออเดอร์นี้มาปั๊บ เราจะเลือกให้เลยครับ ว่าสั่งบริษัทไหน ใช้ล็อตไหน และตรงนั้นนี่จะทำให้รู้ว่าดิลได้กี่เปอร์เซ็นต์ แล้วถัดมา ก็คือ เขาทำต่อครับ เพราะเขาไปคุยกับ User แล้วแล้วนี่ ยูสเซอร์บอกว่าไม่ชอบ ไม่ชอบตรงไหนครับ อยากให้ขึ้นมาแบบ Visualization ไม่สวย เขาบอกว่า อยากจะให้ Visualization คือไม่กี่บรรทัด เขาก็เลยปรับนิดหน่อยนะครับ อันนี้เขาบอกว่าทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว บริษัทกำไรเพิ่มขึ้นทันที ทันทีเลยนะครับ จากข้อมูลที่มีอยู่ อันนี้เป็นเครื่องมือฟรีนะครับบางส่วนก็เสียเงินเพิ่มนะครับ ถ้าติดเซ็นเซอร์เพิ่มเข้าไป หรือถ้าเกิดใครบอกว่าต้องการอิเล็กทรอนิกส์ที่ประมวลผลได้เร็วกว่า raspberry pi ก็จะมี jetson nano ลองมาดูข้อมูลที่เราใช้ขับเคลื่อนกันนะครับ หลายคนก็ใช้กันอยู่แล้ว หมายถึงว่า หลายคนก็เช่นจารจร ใช่ไหมครับ เราก็เปิด google map หรือ Maps ที่หลายคนคุ้นชินนะครับ เป็นอย่างไร เพราะฉะนั้น ข้อมูลนี้มาจากไหนครับ ข้อมูลของทุกคนที่อยู่บริเวณนั้นนะครับ ถามว่ามันเอามาได้อย่างไร อย่างเช่น เราใช้ เข้าไปที่ Google เลย งั้นจะเห็นข้อมูลมันเอาข้อมูล ที่ผมเอาไปให้มันเรียบร้อยแล้วนะครับ ใช้ในการวิเคราะห์แล้วก็แสดงผล เราจะไปเส้นทางไหนดี ในเชิงของมุมจราจรนะครับ หรือแม้กระทั่งเรื่อง PM 2.5 จะเห็นคนไทยนี่ บางทีก็ไม่ได้สนใจว่า ข้อมูลจากภาครัฐมีตัวไหนที่ช่วยเขาในการตัดสินใจได้ว่าบริเวณไหนของโลก มีตรงไหนมีปัญหาฝุ่น นะครับ เพราะอันนี้นี่มันดูได้ทั้งโลก ดูที่เชียงใหม่หรือกรุงเทพนะครับ เราไปที่ปักกิ่งเราก็เห็น ของ Air นะครับ มีอีกลูกอยู่แถว ๆ นี้ว่าฝุ่นเยอะฝุ่นน้อย ลมพายุ ลมฝน อยู่ที่ไหนนะครับ อันนี้เปป็นข้อมูลที่เช่วยได้ ว่าเราจะไปที่นั่น แล้วเราต้องเตรียมการอะไรบ้างนะครับ อันนี้เป็นเรื่องฝนนะครับ บางคนไปดูข้อมูลของกรมอุตุฯ ว่าเอ๊ะ วันนี้เมฆฝนมันจะมาถึงบ้านเราไหมนะครับ เราก็ดูพายุ ฝนได้ทั่วโลก ได้ทุกเมื่อเพียงแค่เรา zoom in ลงไปดูว่าฝนตกหนักหรือไม่มีเลยที่บริเวณไหนนะครับ สายการบินก็เช่นกันนะครับ เราไปดูที่ Flight Ladar 24 ก็ได้ว่าบินอยู่ที่ไหน ถ้าเรารู้สายการบินเขานะครับ รู้หมดครับ ว่าบินอยู่ที่ไหน ด้วยความเร็วเท่าไร อันนี้ข้อมูลเปิดหมดเลยนะครับ ว่าจะลงสุวรรณภมูิหรือว่าดอนเมือง แล้วก็จากดอนเมืองจะไปนิวยอร์กมันเป็นอย่างไรนะครับ อันนี้เป็นอีกอันหนึ่งที่หลายคนอาจจะไม่เห็นนะครับ เรื่องการจู่โจมทางไซเบอร์นะครับ อันนี้เขาทำเป็นตัวล่อเหมือนเราไปล่อ เหมือนตำรวจไปล่อซื้อยาบ้า ล่อให้คนมาเขาจะเอาข้อมูลตรงนี้นะครับมา จู่โจมนะครับเขาต้องFirewall