--- title: ทดสอบฝึกพิมพ์ ม.6 วิชาวิทยาศาสตร์ 2.1 หลักฐานที่สนับสนุน ทฤษฏีบิกแบง subtitle: date: วันจันทร์ที่ 2 พฤษจิกายน 2563 เวลา 09.23 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) ครูชำนาญการสาขาฟิสิกส์ดาราศาสตร์ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา สาระการเรียนรู้ที่ 3 วิทยาศาสตร์โลก ที่วอ 3.1 เข้าใจการเกิดและวิวัฒนาการของเอกภพ กาแล็กซี ดาวฤกษ์และระบบสุริยะ และปฏิสัมพันธ์ระหว่างระบบสุริยะ รวมถึงการใช้เครื่องมือต่าง ๆ ซึ่งในตอนที่แล้วเราได้ศึกษาในเรื่องเอกภพทฏดี Big Bang ที่เกิดเอกพ หลักการสำคัญที่คอยสนับสนุนทฤษฎี และการขยายตัวของเอกภพ หลังจากเกิดการขยายตัวของเอกภพ ที่เราทราบในตอนที่ 1 แล้ว เอกภพ อุณหภูมิจะลดลงเร็วในช่วงแรกได้ถือกำเนิดมากขึ้น สสารได้ดึงดูด อุณหภูมิจะลดลงอย่างช้า ๆ มาถึงปัจจุบันที่ทำให้เราได้ศึกษา ในปัจจุบันมีหลักฐานอยู่ 2 หลักฐาน ที่สำคัญคอยสนับสนุน เอกภพและอุณหภูมิพื้นหลัง ไมโครเวฟหรือพื้นหลังของอวากาศ จะได้ศึกษา 2 หลักฐานสำคัญ หลักฐานที่ 1 การขยายตัวของเอกภพ เราจะทำแบบทดลองของการขยายตัวของเอกภพก่อนนะครับ กิจกรรมที่ 1 ขยายตัวของเอกภพ โดยเราจะขยายตัวขยายตัวอย่างง่าย อธิบายในการเคลื่อนของกาแล็กซีจำลอง และจะต้องอธิบายการขยายตัวของเอกภพแบบจำลอง เมื่อสักครู่นักเรียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับการขยายตัวของเอก พื้นฐานต่าง ๆ วันนี้นะครับ จะมีการทดลองสนุก ๆ ที่นักเรียนสามารถทดลองกันได้ง่าย ๆ มีอุปกรณ์ดังต่อไปนี้ครับ อุปกรณ์ชิ้นแรกครับ จะเป็นลูกโป่งครับ ซึ่งลูกโป้งนี้นี่นะครับ จะต้องเป็นลูกโป่งชนิดกลม ที่จะมองเห็นหลังจากที่เราเป่าลูกโป่งได้ กระดาษสติกเกอร์หรือกระดาษเมจิกครับ ถ้านักเรียนมีอย่างใดอย่างหนึ่ง นักเรียนสามาราถเอาไปทำได้นะครับ หลัก ๆ เราต้องการที่จะทำจุดสังเกตบนลูกโป่ง ข้อต่อมานะครับ อย่างที่ 3 ก็คือกระดาษกราฟนะครับ ถ้าหากไม่มีตัวเป็นช่องฟอร์ม ในการเขียนกราฟได้ครับ อย่างที่ 4 นะครับ ยางรัดครับ ซึ่งในส่วนของยางรัดนี่ จะมัดลูกโป่งเพื่อให้ลูกโป่งพองตัวอยู่ได้ครับ ส่วนต่อไป สายวัด สายวัดตรงนี้นะครับ ถ้าหากนักเรียนไม่มีสามารถที่จะใช้อย่างอื่นเทียบเคียงได้ หรืออาจจะใช้เส้นด้ายหรือเส้นไหมพรมนะครับ ไปทาบบริเวณนั้นนี่นะครับ ด้วยความที่พื้นผิวโค้งนี่ เส้นด้ายก็จะแนบไปตามผิวลูกโป่ง และเราเอาเส้นด้ายไปวัดกับไม้บันทัน นาฬิกา ซึ่งในส่วนของนาฬิกาจับเวลา สามารถใช้ได้ทั้งที่เป็นอนาล็อกและดิจิทัลได้เลยนะครับ และนี่เป็นอุปกรณ์ทั้ง 6 อย่างครับ หลังจากที่เราเตรียมอุปกรณ์เรียบร้อยแล้วนะครับ เราก็จะเริ่มขึ้นตอนการทดลองเลยครับ เริ่มต้นนะครับ เราจะนำลูกโป่งมา 1 ลูก ใช้ปากกาเมจิกครับ จุดลงไปบนลูกโป่ง 8 จุด ครับ ในแต่ละจุด นักเรียนต้องให้หมายเลขไว้ด้วยนะครับ ว่าเป็นจุดที่ 1 จุดที่ 2 จุดที่ 3 จนครบเรียบร้อยนะครับ เราจะต้องทำการวัดระยะห่างระหว่างจุดเหล่านี้นะครับ สำหรับการวัดระหว่าง จะสามารถใช้สายวัดนะครับ วัดได้ แต่อย่างไรก็ตามนะครับ ตัวลูกโป่งของเราปัจจุบันยังแบนอยู่นะครับ เราสามารถที่จะวัดด้วยไม้บรรทัดได้นะครับ เพื่อความสะดวกกับนักเรียน แต่การวัดตรงนี้นี่ ครูขอแนะนำว่าขอให้เราวัดซ้ำนะครับ ถ้าเราวัดซ้ำแล้วหาค่าเฉลี่ย เราจะได้ค่าใกล้เคียงกับค่าที่เป็นจริงได้มากที่สุดครับ เมื่อนักเรียนวัดนะครับ ไม่ว่าจะได้ค่าเท่าไรก็แล้วแต่ บันทึกลงในตารางผลการบันทึกการทดลองด้วยนี่นะครับ ไม่หลงลืมค่าที่วัดได้ และจะนำเอาค่านี้ไปใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลต่อไปได้ครับ ในลำดับต่อมานะครับ เมื่อนักเรียนบันทึกผลเรียบร้อยนะครับ ในการวัดครั้งแรก เราจะเป่าลูกโป่งครับ การเป่าลูกโป่งนี่ เราจะเป่า 2 ครั้ง ในครั้งแรก เราจะเป่าให้ลูกโป่งพองออกมาประมาณนี้ ซึ่งจะได้ลักษณะประมาณนี้ครับ ลูกโป่งที่ได้มานักเรียนสังเกตุได้ไหมครับ ว่าจุด ก็จะมีลักษณะการกระจายตัวนะครับ คล้าย ๆ กับแบบเดิม แต่เพียงแต่ว่าจะมีระยะห่างนี่เปลี่ยนไป เราจะทำการวัดนะครับ ระหว่างจุดเหล่านี้ โดยใช้จุดที่ 1 เป็นการอ้างอิง การวัดตอนนี้นี่ จะสังเกตได้ว่าเราต้องใช้สายวัดครับ สายวัดไว้นะครับ รู้ไหมเพราะอะไร เพราะว่าตอนนี้พื้นผิวของลูกโป่งนี่ ดังนั้นเราก็จะใช้สายวัดนี่ วัดจุดที่ 1 ไปยังจุดต่าง ๆ และอย่าลืมนะครับ หลังจากที่ครบเรียบร้อย ขอใหนักเรียนบันทึกผลลงไปในตารางบันทึกผลด้วยครับ หลังจากที่เราบันทึกผลในรอบที่ 2 เรียบร้อยแล้ว สิ่งที่นักเรียนต้องทำเพิ่มเติมนะครับ คือ นักเรียนต้องเป่าลูกโป่งอีกครั้งหนึ่ง โดยใช้ลูกโป่งใบเดิมนี่ละครับ ขนาดของลูกโป่งก็จะใหญ่ขึ้นแบบนี้ครับ ตอนนี้นี่เชื่อว่า นักเรียนทางบ้านสังเกตว่าลูกโป่งก็จะมีขนาดใหญ่ขึ้น การกระจายของจุดก็จะมีระยะห่างมากขึ้น ในส่วนของระยะห่างนั้น อาจจะเปลี่ยนแปลงไปนะครับ แต่จะรู้ได้อย่างไรว่าเปลี่ยนไปเท่าไร แน่นอนครับ เราต้องวัดอีกครั้งหนึ่งครับ อุปกรณ์การวัดของเรายังเป็นเช่นเดิม เพราะว่า อุปกรณ์นี้ครับ จะเหมาะกับการวัดที่ว่า ที่มีผิวสัมผัสที่ไม่เรียบ แต่อย่างไรก็ตามนะครับ ถ้าที่บ้านของนักเรียนไม่มีที่วัด นักเรียนสามารถใช้เส้นด้ายนะครับ หรือเส้นไหมพรม ทาบบริเวณจุดต่าง ๆ ตรงนี้ แล้วนำไปเทียบบนบรรทัด นักเรียนก็จะได้ระยะห่างของแต่ละจุดนะครับ และที่สำคัญที่สุดนะครับ อย่าลืมบันทึกผลการทดลองนะครับ เมื่อนักเรียนบันทึกผลการทดลงเรียบร้อยนะครับ ในฐานะที่นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ด้วยสูตรตามที่คุณครูสอนเอาไว้ข้างต้นแล้ว หลังจากนั้นเราก็จะมา Plot ออกมาเป็นกราฟครับ ซึ่งกราฟตัวนี้นี่ ก็จะแสดงลักษณะการขยายตัวของเอกภพ ซึ่งมีลักษณะของลูกโป่งตรงนี้เป็นแบบจำลองได้นั่นเองครับ ในที่นี้นะครับ คุณครูก็อยากจะแนะนำให้นักเรียนลองเอาการทดลองนี้ไปลองทำที่บ้าน แล้วอย่าลืมแชร์ผลนี้ให้กับคุณครูด้วยนะครับ (คุณครู) หลังจากที่ได้ทำการทดลองแล้ว บันทึกผลการทดลอง และนำมาเขียนการวิเคราะห์การทดลอง เราจะมาช่วยกันตอบคำถามท้ายการทดลองนี้กันนะครับ ในการเป่าลูกโป่ง ครั้งที่ 2 ผิวลูกโป่งระหว่างกาแล็กซีจำลองกับกาแล็กซีจริง มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร ระยะทางบนผิวของลูกโป่งจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ก., ข., ค. และ ง. กับกาแลกซี่อ้างอิงจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ คำถามที่ 2 ความเร็วในการเคลื่อนที่ของกาแล็กซีเหมือนหรือต่างกันอย่างไร ความเร็วที่นักเรียนได้นำของกาแลกซี่ทั้ง 2 ที่เป่าทั้ง 2 ครั้งมาหารด้วยเวลา พบว่า ความเร็วของกาแล็กซีต่าง ๆ มีความเร็วไม่เท่ากัน กาแล็กซีใดเร็วที่สุด และกาแล็กซีนั้นจะอยู่ห่างจากกาแลกซีอ้างอิงอย่างไร เมื่อเทียบกับกาแลกซีอื่น เคลื่อนที่ได้เร็วที่สุด คือ กาแล็กซี่ มากที่สุด กาแล็กซีจำลองใดเคลื่อนที่ได้ช้าที่สุด และกาแล็กซีนั้นห่างจากกาแล็กซีอ้างอิงเมื่อเปรียบเทียบกับกาแลกซีอื่น กาแล็กซี่ที่เคลื่อนที่ช้าที่สุด คือ กาแลกซี่ที่มีการอ้างอิงน้อยที่สุด การขยายตัวของลูกโป่งกับการขยายตัวของเอกภพเหมือนหรือต่างกันอย่างไร ลักษณะเหมือนกัน คือ การแรง หรือพลังงานภายใน การที่ทำให้ขยายตัวบนพื้นผิวอยู่ห่างกาแล็กซีอ้างอิงมากมีความการเคลื่อนที่มาก ส่วนกาแล็กซีที่มีระยะห่างจากกาแล็กซีอ้างอิงน้อย จะเคลื่อนที่ได้ช้ากว่า และการตอบคำถามท้ายการทดลอง เราสามารถสรุปผลการทดลองได้ดังนี้ 1. เมื่อเราเป่าลูกโป่งให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ก็จะมีปริมาณจะเพิ่มขึ้นและสักเกตุเห็นกาแล็กซีจำลอง ห่างออกจากกัน 2. เมื่อนำข้อมูลระยะห่างระหว่างกาแลกซี จะพบกว่ากาแลกซีแปรผันตรงไปกับความเร็วในการเคลื่อนที่ ข้อสรุปข้อที่ 3 คือ กาแลกซี่ที่อยู่ไกลเคลื่อนที่ได้เร็วกว่ากาแล็กซีที่อยู่ใกล้ จากการที่เราทดลองลักษณะการขยายตัวของลูกโป่ง กับการขยายตัวของเอกภพได้ โดยนักเรียนนำความเร็วกับระยะห่างของกาแลกซี จากที่เราได้เป่าทั้ง 2 นำมาหารเวลา พบว่าความเร็วของกาแลกซี่ต่างกัน และกราฟความสำคัญระหว่างความเร็วและความสำคัญ และได้ข้อสรุปเกี่ยวกับการขยายตัวของเอกภพ ที่เราเรียกว่า "กฎของฮับเบิล" ระหว่างกาแลกซี่ต่าง ๆ และความเร็วและความเร็วของกาแล็กซีที่เราเฝ้าสังเกตุได้ เอ็ดวิน ฮับเบิล นักดาราศาสตร์ชาวอเมริกัน ที่ศึกษากาแลกซีต่าง ๆ วัดระยะห่าง D และอัตราเร็ว V แปรผันไปกับ V ไปกับ H D เมื่อ ค่า H คือข่าคงที่ของ ฮับเบิล กฎนี้ได้อธิบายว่ากาแล็กซีจะเคลื่อนที่โดยอัตราเร็วที่เพิ่มขึ้น ตามระยะห่างกาแลกซีที่อยู่ไกล เคลื่อนที่ออกเร็วกว่าเอกภพที่อยู่ใกล้ นั่นคือเอกภพกำลังขยายตัว V = HcD อธิบายว่ากาแล็กซีจะเคลื่อนที่ออกไปไกลด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นตามระยะทาง จะเคลื่อนที่ออกไปเร็วกว่ากาแล็กซีที่อยู่ใกล้ เอกภพกำลังขยายตัว ความหมายของ V คือ มีหน่วยเป็นกิโลเมตรต่อวินาที V คือ ระยะทางกาแลกซีจากผู้สังเกต มีหน่วยเป็นเมกะพาเสก ซึ่งมีค่าประมาณ 67.8 กิโลเมตร เมกะพาร์เซก คือ หน่วยวัดระยะทางทางดาราศาสตร์ ในการสังเกตเทียบกับดาวอ้างอิง หรือดาว ซึ่ง 1 จะมีระยะประมาณ 3.26 ปีแสง หรือ 265 AU ประมาณ 206,665 เท่า ซึ่งเมกะพาร์เซก ก็คือ 1,000,000 เมกะพาร์เซก นั่นเองครับ เป็นอย่างไรบ้างครับ หลักฐานคอยสนับสนุนทฎดีการสัมพันธ์ของการขยายตัวแล้ว เรายังมีหลักฐาน 1 ประการครับ คือ การเฝ้าสังเกตและเฝ้าตรวจจับสัญญาณจากเอกภพพื้นหลังได้ แล้วเราจะติดตามสำหรับหลักฐานอีกหลากฐานหนึ่ง คือ สัญญาณของเอกภพได้นะครับ โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ (ติวเตอร์) ในการแบ่งโครงสร้างโลกแบ่งออกเป็น 3 ชั้นนะ ชั้นแรก คือ เปลือกโลกนะ หรือเราเรียกว่าคลาสนะครับ และเหมือนกันอย่างไร มาเริ่มกันเลยนะ เปลือกโลกโลกอยู่ชั้นนอกสุด และเป็นของแข็ง แสดงว่าที่น้อง ๆ ยืนอยู่นี่ ยืนอยู่บนชั้นเปลือกโลกนะ ไม่ได้อยู่ข้างล่างนะ 2. ครับ จะมีความหนาไม่เกิน 70 กิโลเมตร อย่างที่พี่นัตตี้เคยบอกไว้ว่าโครงสร้างโลกนี่ เราไม่เคยเจาะลงไปถึง 70 กิโลเมตร มากถึง 70 กิโลเมตร 70 กิโลเมตร โครงสร้างโลกที่เป็นส่วนเปลือกโลกครับ เราแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ค่อย ๆ ไปนะ ส่วนแรกครับ ภาคพื้นทวีป คือ เปลือกโลกทวีปนะ ที่นัทตี้ของเรียกว่าภาคพื้นสมุทรนะครับ พี่นัตตี้ขอเรียกง่าย ๆ ว่าเปลือกโลกสมุทร 2 ส่วนนี้แตกต่างกันอย่างไร ค่อย ๆ ไปนะครับ มันคือบริเวณที่รองรับแผ่นดินหรือภูเขา หรือสิ่งที่มันอยู่เป็นของแข็ง ๆ รวมถึงภูเขา หรือไม่ก็เป็นเทือกเขาด้วยนะครับ แต่ถ้าเป็นเปลือกโลกภาคพื้นสมุทรจะรองรับพื้นน้ำ และรองรับทะเลเหลือกโลกภาคพื้นทวีป หรือภาคพื้นสมุทร อย่างแรกครับ ดูสีก่อนเลย ดูความหนาก่อนเลย ถ้าเปลือกโลกภาคพื้นทวีปจะมีความหนากว่านะครับ หนากว่า แต่พอดูเปลือกโลกภาคพื้นสมุทรแล้ว อันนี้จะมีความบางกว่า ได้ไหมครับ พอเจาะลึกลงไปแล้วนี่ เปลือกโลกภาคพื้นทวีปนี่ สูงสุดประมาณ 70 กิโลเมตร แต่ถ้าเป็นเปลือกโลกภาคพื้นสมุทรนี่หนา มันต้องรองรับในส่วนของภูเขาสูง ๆ ไว้ด้วยนะ พอเรานับสูง ๆ แล้วชั้นที่เป็นฐานมันด้วย มันจึงหนากว่า ได้นะส่วนที่ 2 ครับ เนื่องจากว่าเปลือกโลกภาคพื้นสมุทรจำเป็นต้องรองรับพื้นน้ำทั้งหมด เปลือกโลกรองรับพื้นสมุทร ลองรับพวกภูเขาแผ่นดิน น้ำและมหาสมุทรมันกว้างใหญ่มาก และน้ำจะมีแรงดันเป็นของตัวเอง นั่นหมายความว่าเปลือกโลกภาคพื้นสมุทรจึงจำเป็นต้องของแสดงความเสียใจชาวลาวด้วย พอเขื่อนแตก น้ำทะลักออกมา น้ำมีแรงดันมหาศาลมาก นั่นหมายความว่าเปลือกโลกภาคพื้นสมุทรจะต้องรองรับความดันของน้ำสูงมาก จึงจำเป็นต้องมีความหนาแน่นสูงอันนี้ต้องจำนะครับ ความหนาแน่นสูง ซึ่งถ้าเทียบกับเปลือกโลกภาคพื้นทวีปแล้ว เปลือกโลกภาคพื้นทวีป ความหนาแน่น ความหนาแน่นต่ำกว่า ตอนนี้ครับ ธาตุที่เป็นองค์แภาคที่เป็นองค์ประกอบของเปลือกโลกนี่ คือ ธาตุออกซิเจน ในโลกของเรามีธาตุออกซิเจนอยู่สูงมาก แสดงว่าเปลือกโลกภาคพื้นทวีปหรือมหาสมุทรก็ตาม มีออกซิเจนเป็นธาตุนะครับ อันที่ 1 จะต้องมี ออกซิเจนครับ ได้แล้วนะ ออกซิเจน โอ.เค. นะ ออกซิเจนจะต้องมีนะ ส่วนที่ 2 ครับ เนื่องจากว่าหินนะ ของแมกม่าหรือลาวาที่อยู่ใต้โลกและหินที่เป็นองค์ประกอบพี่จะพูดอีกทีหนึ่งนะ หินอัคนีนี่จะมีองค์ประกอบสำคัญนิดหนึ่ง ธาตุหลัก ๆ คือ ซิลิกอน แสดงว่าเปลือกโลกในภาคพื้นสมุทร ภาคพื้นทวีป มันเป็นองค์ประกอบกอบได้ไหม ซิลิคอน ตัวภาษาอังกฤษใช้อะไรนะ S แล้วก็ I นะ S เฉย ๆ ซัลเฟอร์ฯ เด็กชอบเขียนผิดตลอด น้อง ๆ ที่อยู่สายศิลป์ไม่ต้องกลัวว่าจะตามไม่ทันนะครับ เดี๋ยวพี่นัตตี้จะไปช้า ๆ สายวิทย์ สายศิลป์นะ บอกไว้ก่อนนะ มีทั้งในเปลือกโลกภาคพื้นทวีป มีองค์ประกอบเหมือนกัน นี่ครับออกซิเจนกับซิลิคอน แต่ ๆ ๆ ๆ ปรากฏว่าในเปลือกโลกภาคพื้นทวีปกับสมุทรดันมีอีก 1 ธาตุครับ อันนี้ล่ะ ต้องได้ นอกจากออกซิเจนกับซิลิกอนแล้ว เหมือนกันแล้วในเปลือกโลกภาคพื้นทวีป มีความต่างกับเปลือกโลกต่างจากภาคพื้นสมุทรอยู่ 1 ธาตุครับ ในเปลือกโลกภาคพื้นทวีปจะมีธาตุอะลูมิเนียม รู้จักไหม นี่เป็นธาตุอลูมิเนียมนะ ตัวย่อคือ Al ในขณะที่เปลือกโลกภาคพื้นทวีปนะ จะมีธาตุที่ต่างกันที่ไม่ใช่อะลูมิเนียม คือ แมกนีเซียม ได้นะ ที่ใช้แม็กนี่เซียมคือ MG ทบทวน ๆ ธาตุที่เป็นองค์ประกอบของเปลือกโลกครับ หลัก ๆ เลย คือ ธาตุ ออกซิเจน เป็นองประกอบหลัน้อง ๆ ครับ ในเปลือกโลกของเราจะมีออกซิเจนอยู่สูงมาก แสดงว่าจะเป็นเปลือกโลกภาคพื้นทวีปหรือสมุทรก็ตาม ต้องมีออกซิเจนเป็นองค์ประกอบหลัก พี่นัทตี้เขียน 2 ฝั่งเลยนะ ธาตุที่ 1 จะต้องมีธาตุออกซิเจน ออกซิเจนตัวภาษาอังกฤษใช้ตัว O โอ.เค. นะ ออกซิเจนจะต้องมีนะครับ ส่วนที่ 2 ครับ เนื่องจากว่าเวลาที่เปลือกโลกพวกนี้ มันเป็นหินนะ มันเป็นหินนะ มันจะเป็นหินจากการเย็นตัวของแม็กมาหรือลาวาที่อยู่ใต้โลก และหินที่เป็นองค์ประกอบของเปลือกโลกนะครับ จะเป็นหินอัคนี ซึ่งเดี๋ยวพี่นัตตี้จะพูดอีกทีหนึ่งนะ หินอัคนีอยู่ 1 ธาตุหลัก ๆ คือ ซิลิกอน และภาคพื้นทวีป แสดงว่าในเปลือกโลกทางภาคพื้นสมุทร และภาคพื้นทวีปจะมีธาตุ ที่ 2 เป็นองค์ประกอบครับ คือ S แล้วก็ I นะ S เฉย ๆ คือ ซัลเฟอร์นะ เด็ก ๆ ชอบตลอดนะครับ น้อง ๆ ที่อยู่สายศิลป์ไม่ต้องกลัว เดี๋ยวพี่นัทตี้จะไปช้า ๆ จะได้ทั้งสายวิทย์ฯ สายศิลป์ฯ นะ ภาคพื้นทวีปและสมุทร เราจึงจัดแบ่งว่ามีองค์ประกอบเหมือนกันนี่ครับ ออกซิเจนกับซิลิกอน แต่ปรากฎว่าภาคพื้นทวีป ดันมีอีก 1 ธาตุครับ ที่มีความแตกต่างกัน อันนี่ล่ะ ต้องได้ นอกจากออกซิเจนและซิลิคอน เปลือกโลกภาคพื้นทวีป มีธาตุต่างกับเปลือกโลกภาคพื้นสมุทรอยู่ 1 ธาตุครับ ในเปลือกโลกภาคพื้นทวีปจะมีธาตอะลูมิเนียม รู้จักไหม รู้จักแต่แท่งอลูมิเนียมนะนี่เป็น ธาตุอะลูมิเนียม ตัวย่อ คือ Al ในขณะที่เปลือกโลกภาคพื้นสมุทรครับ จะมีธาตุที่ต่างกันที่ไม่ใช่อะลูมีเนียมล่ะ ได้ไหมครับ ได้นะ ตัวย่อที่ใช้แม็กนีเซียม MG นะครับ ทบทวน ๆ ทบทวน ๆ น้องดูตัวอย่างนี้นะครับ แทรกซ้อนครับ พี่นัตตี้บอกเลยครับ คือ หินแกรนิต เชื่อพี่นัตตี้นะ คือ หินแกรนิตพอเลย ส่วนภาคพื้นสมุทรที่เป็นอัคนีปุ๊บ จำไว้เลยนะครับ คือ บะซอลต์ น้อง ๆ ครับ บะซอลต์ คือ พระเอก พระเอกมาก ๆ ในการออกข้อสอบธรีวิทยา ถามอะไรก็ตามเปลือกโลกภาคพื้นสมุทรนะ ฟันธงครับ ได้ไหมครับ ก่อนจะไปจากชั้นเนื้อโลกครับ ครับ ปรากฏว่าไปชั้นเนื้อโลก พี่นัตตี้สรุปแล้วว่า ก่อนจะเจอชั้นเนื้อโลกครับ พบว่ามีส่วนหนึ่งที่เป็นของแข็ง หนาประมาณสัก 1 กิโลเมตร หินไม่เหมือนกับเปลือกโลก และไม่เหมือนกับเนื้อโลกนึกออกไหม ประมาณสมมตินะครับ สมมติหนาประมาณ 1 กิโลเมตร หนา 1 กิโลเมตร ขออนุญาตเขียนตัวย่อภาษาอังกฤษนะ ได้ไหม 1 กิโลเมตร นะ ปรากฏว่า หินก็ไม่เหมือนกัน ความหนาแน่นก็ไม่เหมือนกันเอาคลื่นไปทบสอบก็ได้ความเร็วไม่เหมือนกัน ก็เลยจัดเป็นรอยต่อสะ ปรากฎว่านักธรณีวิทยาครับ จัด 1 กิโลเมตร เป็นรอยต่อระหว่างเปลือกโลกกับเนื้อโลก ออกข้อสอบเมื่อปี 59 นะ ถ้าพี่นัตตี้จำไม่ผิดนะ ลอยต่อนี่ชื่อว่า Mohorovicic ถ้าชื่อยากน้องจำแค่นี้พอ รอยต่อ Moho มาดูความสำคัญของชั้นเนื้อโลกกัน ชั้นเนื้อโลกมีความสำคัญอย่างไรครับ ชั้นเนื้อโลกเป็นชั้นที่เป็นลองเหลขหนืด ของเหลวเสียทีเดียวนะ เป็นหินเหนียวหนืด ซึ่งหินเหลวหนืดนี่ เรียกมันว่า ส่วนของเมนเทอร์นะครับ ส่วนของชั้นเนื้อโลก เราให้อีกชื่อหนึ่งว่า ชั้นเมนเธอร์ เรียกชั้นนี้ว่าชั้น Mantle ได้ไหม ชั้นแมนเทอร์เป็นชั้นของหินเหลวหนืด พี่นัตตี้บอกกว่านะ ว่าไม่ใช่ทั้งหมด ส่วนบน ที่จะมีหินเหลวหนืด ซึ่งชั้นนี้เราจะเรียกว่าแม็กมา ซึ่งหินเหลวหนืดมีชื่อเรียกว่าแมกมานะครับ ซึ่งแมกมาตัวนี้ครับ ที่ข้อสอบเคยออกด้วยนะ เขาถามความแตกต่างของ 2 คำนี้ครับ แม็กม่านี่ เราจะเปลี่ยนชื่อเป็น ลาวา ข้อสอบ o-net ปี 50 หรือ 51 นี่ ถามง่าย ๆ เลยว่า แมกมากับลาวาต่างกันอย่างไร พี่นัตตี้ตอบให้เลยครับ ไม่ต่าง องค์ประกอบเหมือนกันหมดเลย ถ้าแมกม่าต้องอยู่ใต้ดิน ถ้าลาวาคือปะทุออกไปแล้ว ธาตุลาวาคือธาตุที่ประทุออกไปแล้วจำได้ไหม ลาวาเย็นตัวเป็นอะไร จำได้เปล่า ลาวาเย็นตัวจะเป็น... เมื่อเย็นตัว ดูสิใครจะจำได้ เมื่อเย็นตัวจะกลายเป็นอะไรครับ จะกลายเป็นหินอัคนี แต่อัคนี อัคนี ๆ โอ.เค. ไหมครับ ได้นะ ได้นะ คราวนี้ในเมื่อมันพูดถึงองค์ประกอบเป็นหลัก เพราะฉะนั้นนี่ สิ่งที่เหมือนกัน ก็คือธาตุที่เป็นองค์ประกอบธาตุที่เป็นองค์ประกอบของเนื้อโลก มีหลัก ๆ เป็น 3 องค์ประกอบ ทวนความรู้หน่อย เหล็ก ภาษาอังกฤษ ใช้อะไรลูก Iron นะ นะครับ แมกนีเซียมครับ MG อะลูมิเนียม พูดไปแล้ว ได้นะ มี 3 อันนะครับ เหล็ก แมกนีเซียมและอะลูมิเนียม อีกรอบครับ ธาตุที่เป็นองค์ประกอบของเนื้อโลก มี เหล็ก แม็กนีเซียม และอะลูมิเนียม ครับ ถ้านับทั้งหมดนะ บางหนังสือบางเล่มนี่ลงมา 3,000 เพราะอะไรล่ะ เพราะชั้นเปลือกมีแค่ 7 กิโลเมตร ไม่ได้เสี้ยวเลยนะ อุณหภูมิสูงมากครับ สูงถึง 4,000 หรือ 8,000 องศา สาเหตุว่าทำไมชั้นนี้ของหินทั้งหมดนะครับ ถึงจะกลายเป็นหินหนืด เพราะอุณหภูมิมันสูง ชั้นแก่นโลกครับ อันนี้ต้องรู้เลย เป็นชั้นมีความหนาแน่นนะ หนาแน่นนะ ไม่ใช่หนาถ้าหนาเฉย ๆ นี่เป็นเนื้อโลก คือ แก่นโลกเลย Core ถ้าหนาแน่นครับ สุดชั้นนี้เลยนะครับ พี่นัตตี้ 10,000 นะลูกนะ 10,000 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร หนาแน่นมาก ๆ ได้ไหม ทำไหมถึงหนาแน่นขนาดนี้ครับ มันเป็นชั้นอยู่ข้างล่างสุด มันเป็นชั้นที่ถูกกดทับลงมานึกออกนะ มันหนาแน่นสุดนะ ในการแบ่ง... จากชั้น จำได้ไหม จำได้ไหม ซึ่งมันจะเป็นการแบ่งชั้นนอกชั้นใน แต่ละชั้นนี่ก็ประมาณ 1,000 กว่ากิโลเมตร ได้ไหม ทวนสิ ลองทบทวนนะ แก่นโลกชั้นนอก ของอะไรลูก สำคัญมากเลย ของเหลวนะ เดี๋ยววันนี้จะทบทวนนะ ของแข็งนะ โอ.เค. นะ มันถึงจะแบ่งเป็นนอกกับใน แต่หนูจ๋าที่รักทั้งหลาย เราแบ่งเป็นชั้นนอก ชั้นใน อันนี้เราแบ่งตามอะไรลูก สถานะ โอ.เค. ไหม แต่วันนี้ครับ ที่พี่นัตตี้สอนวันนี้เราจะแบ่งไหม เราจะแบ่งแก่นโลกทั้งหมด ธาตุเป็นองค์ประกอบ เป็นองค์ประกอบเดียวกัน คืออะไร อันนี้ไม่น่าเชื่อ แค่ประโยคสั้น ๆ เด็ก ๆ O-NET ออกข้อสอบ 1 ครั้ง PAT 2 อีก 1 ครั้งไม่น่าเชื่อนะ องค์ประกอบของแก่นโลกประกอบด้วยอะไร 2 อย่างครับ ประกอบด้วยเหล็กและนิกเกิล นิเกิล มีนิเกิลโผล่ขึ้นมานะ เห็นไปแล้วนะ คือ FE นิเกิลครับ คือ NI อีกทีหนึ่งออกชื่อเป็นทางเคมีต้องสอนใหม่นะ ถ้าเด็กสายวิทย์จะได้นะแต่เด็กสายศิลป์คงไม่ได้นะ น้อง ๆ ครับ สงสัยไหมว่า อยู่ลึกเกือบ 6,000 ถ้าอยู่บนผิวโลกนะ รู้ได้อย่างไรว่ามีเหล็กกับนิเกิล จากอะไร มาดูนะครับ สิ่งที่เขาศึกษา และทำให้เขารู้ว่าศึกษาและทำให้เขารู้ ว่านี่คือ นิกเกิล อุกาบาตเหล็ก อันนี้ต้องรู้นะครับ อุกกาบาตเหล็กคืออะไรครับน้อง ๆ อุกาบาต คือ วัตถุที่ตกลงมาแล้วผ่านการเผาไหม้จากชั้นบรรยากาศโลก อาจจะเป็นเศษซากจากดาวน้อหรือว่าดาวเคราะห์น้อย คราวนี้อุกาบาตมีทั้งหมด 3 ประเภทนะ เรื่องของดาราศาสตร์จะกลับมาพูดอีกทีนะ มีหิน มีเหล็ก มีผสม ทำไมเขาสนใจอุกาบาตเหล็กอย่างเดียว เพราะตรงนี้ครับ อุกาบาตเหล็ก คือ ชิ้นส่วน ชิ้นส่วนจากดาวเคราะห์น้อย แล้วดาวเคราะห์น้อยคืออะไรครับพี่นัตตี้ ดาวเคราะห์น้อย ดาวเคราะห์ นักธรณีวิทยา ถ้าชิ้นส่วนที่เหลือจากดาวเคราะห์ มันเหลือแค่ไหน โลกเราที่มันอยู่ตรงกลางหรือแก่นนี่ ของวัตถุพวกนี้มันน่าจะมีองค์ประกอบเดียวกัน อันนี้พี่นัตตีบอกก่อน ว่ามันคือการสันนิษฐานนะ ที่มีหลักฐานที่น่าเชื่อถือ ได้ไหมครับ ตอนนี้เราสรุปสุดท้ายแล้ว เราแบ่งโครงสร้างโลกตามองค์ประกอบออกเป็น 3 โครง คือ เป็น 1. ครับ ชั้นเปลือกโลก ถูกไหมครับ ได้นะ ซึ่งเปลือกโลกนี้เราแบ่งเป็น 2 ส่วน ทวีป พี่นัตตี้ของเขียนง่าย ๆ นะ พื้นสมุทรถูกไหมครับ ส่วนที่ 2 ครับ คือ ส่วนของชั้นเนื้อโลกนะ เนื้อโลกนะครับ และส่วนที่ 3 ครับ คือส่วนของชั้นแก่นโลก น้อง ๆ ระหวังโดนข้อสอบหลอกนะ ถ้าเป็นตามองค์ประกอบต้องแบ่งแก่นโลกเป็นชั้นนอกชั้นในเป็นชั้นนอกชั้นในก็ต่อเมื่อใช้สถานะนะ ได้ไหมครับ คราวนี้สิ่งที่พี่นัตตี้ต้องสรุปรวมให้กับน้อง ๆ ก็คือความรู้ตั้งแต่ครั้ง 2 ครั้งที่แล้ว ที่เราเอาโครงสร้างโลก ที่แบ่งตามสถานะและแบ่งตามองค์กระกอบ มาสรุปเป็นรวบยอด น้อง ๆ ต้องได้นะครับ ค่อย ๆ ไปนะ ส่วนฝั่งซ้ายครับ ส่วนของสีฟ้า อันนี้คือการแบ่งโครงสร้างโลกตามสถานะ ถูกไหมครับ ส่วนฝั่งขวาแบ่งตามองค์ประกอบ น้อง ๆ ดูตรงนี้นิดหนึ่ง ต้องเอามารวบกันครับ เพราะว่ามันชอบมีคำถามถาม ว่าธรนีภาคที่อยู่ในการแบ่งสถานะนี่ มันคือตรงไหน โน่นนี่นั่น ทันไหม เริ่มจากที่ง่าย ๆ ก่อน อันนี้ คือ แก่นโลก บอกเลยไม่ค่อยมีในข้อสอบ เพราะว่าถ้าเป็นแก่นโลกครับ แบ่งตามองค์ประกอบ ถ้าเทียบกับการแบ่งตามสถานะ ก็คือการแบ่งตามชั้นนอกชั้นใน ได้ไหม ได้นะ แต่ที่ออกสอบบ่อยครับ คืออันนี้ครับ ธรณีภาคครับ ถ้าน้อง ๆ ยังจำได้นะ ธรณีภาคเป็นของแข็ง 100 เปอร์เซ็นต์ ถูกไหมครับ แต่ฐานธรณีภาคเป็นพลาสติกนะ ธรณีภาคครับ คาบเกี่ยวตรงไหนขององค์ประกอบ ที่เป็นส่วนของคาบเกี่ยวของเปลือกโลกและเนื้อโลก ซึ่งจำได้ไหมเมื่อสักครู่นี้พี่นัตตี้ขออนุญาตแบ่งเนื้อโลกเป็น 3 ส่วน คือ บนสุดและล่าง ชั้นธรณีภาคครับ คาบเกี่ยวเปลือกโลก ชั้นบนสุดได้ไหมนี่พี่นัตตี้แบ่งเอาเนื้อโลกชั้นบนเฉย ๆ สรุปอีกรอบหนึ่งนะครับ ถ้าพูดถึงการแบ่งตามสถานะ ธรณีภาคนะ จะอยู่ในส่วนของการแบ่งองค์ประกอบ Memory เก็บไว้นะครับ 2. ถ้าเป็นฐานธรณีภาค เอาส่วนที่เป็นเนื้อโลกชั้นบนไปได้ไหม ส่วนชั้นมี ชั้นล่างเพราะส่วนนี้ ถ้าเทียบกับสถานะมันมันคือของแข็ง ได้ไหมครับ ได้นะ นี่คือการสรุปรวบยอดของการเรียนครั้งที่แล้วกับครั้งนี้นะครับ หวังว่าน้องๆ ครับ เรามีทฤษฎีที่สนับสนุน Big Bang และน่าเชื่อถือ คือ 2 ทฤษฎีก่อนเลย คือ ทฤษฏีการขยายตัวของเอกภพ โอ.เค. ไหม อันนี้มีแต่ทฤษฎีวันนี้นะ แต่ครั้งหน้าครับ น้อง ๆ พี่นัตตี้ขอดอกจันไว้ก่อน ในเรื่องนี้มีคำนวณครับ มีคำนวณครับ เพราะครั้งหน้านะครับ น้อง ๆ ติดเครื่องคิดเลข เอาเครื่องคิดเลขมาก่อน มาช่วยกันจิ้มก่อน ห้องสอบไม่มี เพราะฉะนั้นใครอยากคิดสดก็ได้ ใครอยากจะเอาเครื่องคิดเลขมาจิ้มเพื่อทดก็ได้ แต่วันนี้ยังไม่มีครับ แต่อันนี้พูดถึงครั้งต่อไปจะได้เตรียมตัวทัน ต่อไปครับ ทฤษฎีที่ 2 คือ ทฤษฎีอุณหภูมิพื้นหลัง แต่เอาไว้วันหลัง วันนี้ครับ ขอครั้งแรก ผู้ชายสูบไปป์คือใคร น้อง ๆ ครับ น้อง ๆ จะไม่รู้จักผู้ชายคนนี้ไม่ได้เด็ดขาด เหมือนกับที่นักเรียนที่ต้องรู้จัก ยังจำกันได้อยู่ไหม นักธรณีวิทยาที่อธิบายทวีปเช่นเดียวกันครับ ทฤษฎีการขยายตัวของเอกภพ คิดค้นด้วยนักธรณีวิทยา นักวิทยาศาสตร์ นักดาราศาสตร์ นักฟิสิกส์ ไม่มีเขียนให้ก็ได้ ชื่อว่า Edwin P Hubbel พูดคำนี้ปุ๊บ หลาย ๆ คนบอกว่า หนูเคยได้ยินค่ะ โอ.เค. ไม่ผิดครับ ฮับเบิล ปัจจุบันน้อง ๆ อาจจะเคยได้ยินคำว่า "ฮับเบิล" จากวิทยุเครื่องแรกของโลก แต่เครื่องนั้น กล้องโทรทรรศน์ฮับเบิลไม่ได้คิดนะ แต่ให้เกียรติฮับเบิลในการตั้งชื่อเฉย ๆ ครับ น้อง ๆ พี่นัตตี้ให้เมมโมรี่ครับ ฮับเบิลกระทำเกือบทุกอย่าง ศึกษาทุกอย่างครับ เกี่ยวกับกาแลกซี ก็คือเป็นเจ้าของ Samsung นั่นเอง พูดเล่น แซว เขาศึกษาเกี่ยวกับกาแลกซี่ เขานั่งดู นั่งจดบันทึก ไม่ใช่นับทุกอย่าง นั่งจุดบันทึกร่างกาแลกซี นั่งดูการเคลื่อนที่ของกาแล็กซี วันหนึ่งครับน้อง ๆ เขาศึกษาพบอะไรครับ ภาพนี้นะ เพราะนี่คือภาพจริง ๆ ที่เขาศึกษาเลยนะ วัน ๆ หนึ่งเขาเจอนี่เคลื่อนที่ออกห่างจากเขาตลอดเวลา เห็นไหม ค่อย ๆ ตามนะ วันหนึ่งครับ เขาเห็นกาแล็กซีเคลื่อนที่รับ กำลังขยายออก ขยายออก ขยายออกตลอดเวลา ชื่อพวกนี้ครับ โคโรน่า โบเรริส เห็นไหมครับ ตำแหน่งที่เขาศึกษา คือตรงนี้นะครับ ตรงนี้ ตรงนี้ ตรงนี้ เห็นไหมครับ มันเคลื่อนที่ห่างออกไปเรื่อย ๆ เขาเอาไปอธิบาย และพูดว่าวัตถุที่มันระเบิดได้ ถ้ามันยังมีแรงล้นเหลืออยู่ จากการระเบิดจะทำให้อันนั้นน่ะ กระจายตัวออกไปได้นะครับ น้อง ๆ ครับ วันนี้กลับบ้านขอสตางค์แม่ไปซื้อลูกโป่ง ขอสตางค์แม่ไปซื้อลูกโปงนะ ถ้าเป่าจนถึงจุดหนึ่งที่มันละเบิด ชิ้นส่วนของลูกโป่งมันจะประจายออก นึกออกไหม กระจายตัวออก ตราบใดที่ยังมีแรงดันจากการระเบิด มันก็ยังกระจายตัวออกไปได้ไกล ๆ โอ.เค. ไหมครับ ฮับเบิลอธิบายว่าวัตถุอะไรก็ตามครับ ที่กำลังจะเคลื่อนที่ห่างออกไปจากเขาเสมอ หรือพูดง่าย ๆ คือ วัตถุที่เคลื่อนที่ออกจากผู้สังเกตุ ฮับเบิลบอกว่าวัตถุที่เคลื่อนที่ ที่เคลื่อนที่ห่างจากผู้สังเกต มันจะเป็นไปตามปรากฏการณ์ของฟิซิกส์ ครับ เรียกว่า ขออนุญาตลูก ปรากฏการณ์เคลื่อนทางแดง ทันไหม หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า RedShift คือ พูดตาม Spectrum ของฟิสิกส์นี่นะ พี่นัตตี้อยู่ตรงนี้ครับ ยืนท้าวเอวอยู่ มันเหมือนวัตถุเลื่อนห่างออกจากพี่นัตตี้ออกไป ขออภัย ใช้รูปนี้เลยดีกว่า นี่ครับ ลูกศรไปอย่างนี้เลย เลื่อนจากพี่นัตตี้ไปเรื่อย ๆ อย่างนี้ครับ คือ Red ship เข้าหาพี่นัตตี้ครับ จะเรียกจะเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า BlueShift กาแล็กซีของน้อง ๆ กำลังเคลื่อนที่ห่างออกจากน้อง ๆ อยู่ตลอดเวลา อย่างนี้ครับ เราห่างจากผู้สังเกต เราเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า "Red Shipe" ได้ไหมครับ กราฟนี้ครับ คือกราฟจริง ๆ ที่เขาศึกษากัน เอ็ดวิน ฮับเบิลระยะห่างของกาแล็กซีนะครับ ที่น่ะมีความสัมพันธ์กัน อธิบายจากรูปทางด้านขวานะ นี่วาดเองนะ สมมติพี่นัตตี้อยู่ตรงนี้ครับ 3 จุดนะ นี่คือกาแลกซี่ A ครับ กาแลกซี่ B กาแลกซี่ C เอ็ดวินฮับเบิลครับ บอกว่า ความห่างของกาแล็กซี A, B, C ครับ ที่เห็นแน่ ๆ คือ ระยะห่างต่างกัน ค่อย ๆ ไปนะ วันนี้พี่นัตตี้จะไปให้ช้าที่สุดนะ ปรากฏว่าระยะห่างที่ปรากฎสิ่งทีฮับเบิล ศึกษาต่อนั้น คือ กาแล็กซี่ B และ C มีความเร็วที่เคลื่อนที่ออกจากผู้สังเกตนี่เร็วต่างกันด้วย ทันไหม เอ็ดวิน พีฮาเบิล เลยบอกว่า เอ็ดวิน ฮับเบิลเลยบอกว่า หาความเร็วของกาแล็กซี เท่าไร เร็วเท่าไรสมมตินะ เคลื่อนที่เร็ว เท่าไรก็บันทึกไว้ B เท่าไรก็บันทึกไว้ C เท่าไร เราทดไว้ ปรากฏว่าน้อง ๆ กราฟแกน X ดิสแทน คือ ระยะทาง หรือจริง ๆ คือ ระยะห่างของกาแล็กซี ค่อย ๆ ไปนะครับ น้อง ๆ ครับ เหตุผลที่พี่นัตตี้เลือกรูปภาพที่เป็นภาษาอังกฤษเสียส่วนใหญ่ เพราะมันจะค่อยข้างเคลียร์นะ เดี๋ยวตรงไหนมีภาษาอังกฤษจะแปลให้ สัญญานะครับแนวตั้งหรือแกน แกน Y คือ ความเร็วครับ ความเร็วที่กาแลกซีเคลื่อนที่ ซึ่งต่อจากนี้ครับ น้อง ๆ พี่นัตตี้จะใช้คำว่า "ความเร็วที่กาแล็กซีเคลื่อนที่" แปลว่า พี่นัตตี้จะให้นิยามมันว่า ความเร็วถอยห่าง ทำไมถึงใช้ความเร็วถอยห่างครับ เพราะมันพูดถึงระยะ หรือความเร็วของกาแล็กซี โอ.เค. นะ มันก็เลยถอยห่างไปเรื่อย ๆ เกิดอะไรขึ้นครับ ลูก แต่ละจุดน้อง ๆ ครับ ที่เกิดขึ้นคืออะไรครับ คือความเร็ว กับระยะทาง ไปเรื่อย ๆ โอ.เค. ไหม ตามคณิตศาสตร์นะ น้อง ๆ ครับ มันอาจจะไม่ได้เป๊ะมาก เวลานักฟิสิกส์ เขียนกราฟนี้ครับ ต่อให้มันไม่แปะ ต่อให้มันไม่เป็นเส้นตรง เขาก็จะพยายามครับ ลากผ่านจุดให้มันมากที่สุด ปรากฏครับ ลากผ่านแล้วมันเกิดเป็นกราฟเส้นตรงครับ นี่คือกราฟเส้นตรง ความหมายของคำว่า "กราฟเส้นตรง" หมายความว่า ความเร็วครับ ความเร็วขอโทษทีลูก ความเร็วกับระยะทางหรือระยะห่างของกาแลกซี มีความสัมพันธ์ในเชิงแนวโน้มเดียวกัน หมายความว่า นี่เลยครับ น้อง ๆ สรุปตัวนี้เลยครับ เปรียบเทียบ 2 จุดนะ ถ้าความเร็วมาก ระยะทางนความเร็วน้อยด้วย ระยะทางมาก นี่คือ Main idea ครับ ไปตามให้ทันครับ เอ็ดวิน ฮับเบิล ครับ เอ็ดวิน ฮับเบิล เลยเปิดห่าง และระยะห่างของกาแล็กซี พี่นัตตี้ให้ตัวแปรก่อน V ครับ คือ ความเร็วถอยห่าง โอ.เค. ไหม ความเร็วถอยห่าง ส่วน D ครับน้อง ๆ D ระยะห่าง ระยะห่างของกาแล็กซีได้ไหมครับ ได้นะ น้อง ๆ ครับ เครื่องหมายนี้แสดงถึงวิทยาศาสตร์ไม่ใช่แอลฟา แอลฟาเป็นฟิสิกส์ในวิทยาศาสตร์เรานะ คือ เครื่องหมายแปรผันครับ ฉะนั้นพี่นัตตี้ของใช้คำว่า ความสัมพันธ์ที่ เอ็ดวิน พีฮับเบิลได้จากการคำนวณ คือ ความเร็วถอยห่างแปรผันตรงกับระยะห่างของกาแลกซี ความหมายอีกทีครับ ถ้าความเร็วมาก แสดงว่ากาแล็กซีอยู่ห่างจากเรามาก ถ้ากาแล็กซีเคลื่อนที่ช้า แสดงว่า ระยะห่างของแกแล็คซีอยู่ห่าง ได้ไหม เคลียร์ไหม ถ้าเคลียร์ครับไปต่อครับ นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่ไม่ใช้เครื่องหมายนี้ครับ เพราะเครื่องหมายนี้คำนวณไม่ได้ เราจะเปลี่ยนครับ น้อง ๆ อันนี้สำคัญแล้วนะ อันไหนสำคัญจะบอกนะครับ เปลี่ยนจากเครื่งอหมายครับ เปลี่ยนจากแปลผัน ไปเป็นเครื่องหมายเท่ากับครับ ซึ่งทางคณิตศาสตร์แล้ว เปลี่ยนเครื่องหมายแปรผันเป็นเครื่องหมายเท่ากับ มีค่าคงที่ครับ ไปกันยาว ๆ เมื่อต้องการเปลี่ยนเป็นสัมการเอ็ดวินพีฮับเบิลจึงสร้างสมการ โดยเปลี่ยนจากเครื่องหมายแปรผันเป็นเครื่องหมายเท่ากับ ดอกจันไว้กี่ดอกดีล่ะ เมื่อกี้ล้านดอก โอ.เค. 2,000,000 ดอก นี่เห็นไหม ง่ายไหม ดอกจันทน์ 2,000,000 ดอก สำคัญนะ นะ น้อง ๆ ครับ สมการนี้ คือ V = H0D พูดอีกรอบครับ เท่ากับ H0D ขออีกรอบครับ เท่ากับ H0D ที่ได้รับการยอมรับ ในการหาความเร็วถอยห่าง ของ เอ็ดวิน เราจึงตั้งชื่อสมการนี้ว่ากฎของฮับเบิล ได้ไหม เพราะฮับเบิลคิดเรื่องนี้เป็นคนแรกครับ น้อง ๆ ครับ เริ่มมาใช้ตัวแปรกันครับ ตัวแปรตัวแปลของพี่นัตตี้ครับ คือ เวลาคำนวณทางฟิสิกส์ครับ คือเรื่องอะไรรู้ไหม ให้ทาย หน่วยครับ จะแบบเข้มงวดกับน้องมาก ๆ เลย ไม่ใส่หน่วย แปลกนะ สมมติน้อง ๆ คิดมาได้ ค่าอะไรก็ตามครับ ตอบน่ะตอบ พี่นัตตี้เคยโดนครูแกล้งไง สมมติว่าหาความเร็ว สมมติว่าหาความเร็ว คุณครูแกล้งเลย ไม่ใส่หน่วยบาทมาก น้อง ๆ ไม่ได้โหดร้ายหรอกครับ คุณครูฟิสิกส์ อยากให้น้อง ๆ ก็เช่นเดียวกัน ถือว่าเป็นสมการทางฟิสิกส์ครับ เพราะฉะนั้น หน่วยจึงมีความสำคัญครับ ค่อย ๆ เริ่มต้นก่อน V มันคือความเร็วถอยห่างออกจากเราครับ หน่วยเป็นกิโลเมตรครับ ขออนุญาตเป็นภาษาไทยก่อนนะ กิโลเมตรครับ ต่อวินาที ถามว่าเร็วไม่เร็ว เร็วนะ ถือว่าเป็นความเร็วที่มา เหมือนน้อง ๆ เคลื่อนที่ 1 วินาที ไป 1 กิโลเมตร ขออนุญาตเป็นตัวย่อครับ กิโลเมตร/วินาที ครับ เคลียร์ไหม เคลียร์นะ D เมื่อกี้พูดไปแล้วนะ D ระยะห่างถูกไหมครับ ระยะห่างกาแล็กซีครับ น้อง ๆ ครับ ดอกจันอันนี้ไว้นะครับ พี่นัตตี้มั่นใจว่าน้อง ๆ ไม่เคยรู้จักหน่วยนี้แน่ ๆ ครับ เป็นหน่วยการวัดดาราศาสตร์ที่ค่อนข้างยังไม่ติดหูพวกเราเท่าไร น้อง ๆ อาจะเคยได้ยินคำว่า หรือน้อง ๆ จะเก่งขึ้นมาหน่อย ดาราศาสตร์ปีแสง อาจจะเคยได้ยินบ้าง แต่หน่วยนี้ครับ อาจจะยังไม่สอนเครื่องกฎเฉพาะหน่วย หรือการวัดระยะทางทางดาราศาสตร์อย่างเดียวก่อน หน่วยนี้ครับ คือ เมกะพาร์เซก ถ้าใครเคยได้ยินนะ แสดงว่าเป็นเจ้าพ่อดาราศาสตร์น่ะ แบบชอบดาราศาสตร์มากอะไรแบบนี้ เมกะพาร์เซกครับ พี่ขออนุญาตใช้ตัวย่อครับ ได้ไหม น้อง ๆ ครับ ถ้าเป็นน้อง ๆ สายวิทย์ฯ คำว่า มันคือเป็นคำทีซิสเอาไว้ข้างหน้าคำของน้อง ๆ ที่มีความหมายอยู่แล้ว คือ 10 กำลัง 6 เดี๋ยวค่อยมาว่ากันครับ มีความหมายทั้งหมด สุดท้ายครับ H0 ครับ H0 คือ ค่าคงที่ครับ อย่างที่พี่นัตตี้บอกว่า เราเปลี่ยนเครื่องหมายแปรผัน ดังนั้น H0 คือ ค่าคงที่ฮับเบิลครับ ได้ไหม น้อง ๆ ในสมัยก่อน ค่าคงที่ฮับเบิลยังไม่นิ่ง ยังไม่แบบ กราฟ กราฟปรับเปลี่ยนอยู่แต่วันนี้ครับน้อง ๆ เป๊ะแล้วครับ แต่พี่นัตตี้จะเอาตัวเลขที่ให้น้อง ๆ ใช้นี่เป็นตัวเลขเดียวเลย เพราะค่าตัวเลขฮับเบิลค่าคงที่ ที่เขาคิดมานี่ คือค่า 73 หมายความว่ามันยังมีเออเร่อได้อยู่ -3 ถึง 3 ข้อสอบ O-net เคยออกครับ เอาแค่ 75 ก็พอ ได้นะ หน่วยของค่าคงที่ฮับเบิลครับ คือ กิโลเมตรต่อวินาที ต่อเมกะพาร์เซก พี่นัตตี้ขอกำหนดความคงที่ ฮับเบิล ไว้ที่ 75 กิโลเมตรต่อวินาที ต่อเมกะพาร์เซก เราใช้ค่านี้นะครับ ส่วนใหญ่ O-NET ก็บอกนะ O-NET ก็บอกนะครับ ยกเว้นเสียแต่ว่าจะมีค่าอื่นนะ ขี้เกียจตั้งชื่อกาแล็กซีนะ เดี๋ยวน้อง ๆ จะเห็นกาแล็กซี A, B, C, D เต็มไปหมดเลยนะครับ น้อง ๆ ครับ ความเร็วกาแล็กซี 12 เมกะพาร์เซกครับ จงหาว่ามีความเร็วถอยห่างเท่าไร น้อง ๆ ครับ การทำโจทย์ทางฟิสิกส์ ทำโจทย์ทางดาราศาสตร์ หรือทำโจทย์ฟิสิกส์ หรือทำโจทย์ทางดาราศาสตร์ ที่พี่นัตตี้ทำก่อนเป็นพื้นฐาน ต่อให้น้อง ๆ มีความเข้าใจแล้วก็ตาม มันจะทำได้ สิ่งที่พี่นัตตี้อยากให้ทำคือขีดเส้นใต้ครับ และบอกว่าสิ่งนั้นคืออะไรที่โจทย์ให้มา โอ.เค. ไหม แล้วสิ่งนั้นคือสิ่งที่โจทย์กำลังถามหา น้อง ๆ ครับ กาแล้กซีอยู่นอกโลกครับ สิ่งนี้ คือ สิ่งอะไรครับ พี่ให้มาครับ กำลังให้อะไรมา นี่คือห่างจากโลกครับ ระยะทางแน่นอน คือระยะทางแน่นอน ตัวแปรจากสูตรของเรา คือ ตัว D ให้ D มาครับน้อง ๆ ขีดตรงนี้ล่ะ ก็ไม่ว่ากันแต่พี่นัตตี้ ที่พี่อยากบอกในข้อสอบ O-net หรือจะเป็น PAT ก็ตาม วิชาสามัญก็ตาม เป็นของหนู หนู ๆ ขีดเขียนได้หมดครับ วงกลมได้ อย่างเดียวที่อย่าทำ คือ อย่าเอากลับบ้านนะ อันนี้ผิดกฎนะ โดนตัดสิทธิ์การเข้าสอบ เพราะฉะนั้นน้อง ๆ ขีดเลยครับ จงหาครับ โจทย์ถามอะไรครับ ถามว่าความเร็วถอยห่างเท่าไร ทีนี้โจทย์หาความเร็วถอยห่างคือเท่าไร ง่ายครับน้อง ๆ โจทย์ หา V ครับ ให้ D มาแสดงว่าครับ ข้อนี้มี D กับ V ต้องวิ่งไปที่สูตรกฎของฮับเบิลใช่ไหม เพราะฉะนั้น พี่นัตตี้ตั้งสูตรก่อนเลยครับ น้อง ๆ บอกว่าอะไรครับ จากสูตรนี่คือแบบเบสิกมาก หลังจากนี้ ข้ามสเตป V = H0D โจทย์กำหนดอะไรมาให้แล้วครับ ไม่ใช่ โทษทีลูก โจทย์ถาม D ใช่ไหมครับ เราทิ้งตัวแปร V ไว้ H0 ครับ ไม่ต้อง โจทย์กำหนดมาแล้วครับ คือค่าคงที่ 75 ครับ ง่ายไหม D ครับ คือค่าระยะทางของกาแล็กซี น้อง ๆ ครับ พี่นัตตี้บอกเลย ว่าถ้าจะหลอก ถ้าจะหลอกลอกได้อย่างเดียวครับ จะลอกได้คือหน่วย ถ้าจะหลอก หลอกหน่วยได้อย่างเดียวครับ อย่างนั้นข้อนี้ครับ มีหน่วย คือ เมกะพาร์เซก ถือว่าโจทย์ไม่ได้หลอกมา เพราะฉะนั้น ใส่เข้าไปเลยครับ คือ 12 ครับ โอ.เค. พี่นัตตี้ขออนุญาตเปิดดูนะ พี่นัตตี้คิดตัวเลขมาให้น้อง ๆ เรียบร้อยแล้วครับ น้อง ๆ ความเร็ว 900 ครับ น้อง ๆ จบไหม ซึ่ง 900 ซึ่ง 900 หน่วยเป็น นักเรียน น้อง ๆ ความเร็วถอยห่างครับ ต่อวินาทีครับ (บรรยาย) ผลิตรายการโดย สำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน