--- title: (ซ้อม)งาน NECTEC ACE Online Series เสวนา “TPMAP : BIG DATA กับการแก้ไขปัญหาความยากจนและยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน” เวลา 10.00 – 12.00 น. subtitle: date: วันศุกร์ที่ 6 พฤษจิกายน 2563 เวลา 08.30 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) จะขออนุญาตเรียนด้วยนะคะ เผื่อจะได้ฝึกการวิเคราะห์ข้อมูลในวันพรุ่งนี้ค่ะ ค่ะ แล้วขอเสียงปรบมือทุกท่านเพื่อขอขอบคุณ ดร.ศรัณย์ ค่ะเรามาย้อนรอยนะคะ ของ TPMAP ค่ะ เราได้นำข้อมูลจากฐานข้อมูลนี้ ไปใช้ประโยชน์นะคะ ในการมุ่งเป้าแก้ปัญหาคนจนได้อย่างไรบ้าง ที่จะนำมาใช้วิเคราะห์ข้อมูลจาก TPMAP เพื่อที่จะนำไปตอบโจทย์นโยบายของทุกท่านได้อย่างไร กับการบรรยายในช่วงนี้กับ TPMAP กับการก้าวสู่การเป็นแพลตฟอร์ม สำหรับการวิเคราะห์คุณภาพชีวิตและการพัฒนาคน ซึ่งช่วงแรกนี้นะคะ หัวหน้าทีมวิจัยการวิเคราะห์ยุทธศาสตร์ด้วยปรัยญาประดิษฐ์จากศูนย์เทคโนโลยีแห่งชาติ// ต้องขอบคุณทุกท่านที่มานะครับ ดร.วันฉัตร ได้เรียนไปน่ะครับ ถ้าไม่ได้ทุกท่าน TPMAP จะไม่สมบูรณ์นะครับ ทีนี้หน้าที่ผม ตอนนี้นะครับ มาสรุปให้ฟัง ว่า 3 ปีที่ผ่านมาหลังจากที่ดร.วันฉัตร ได้เกล่าไปนะครับ เกิดอะไรขึ้นบ้าง ผมจะมาฉายภาพให้เห็นนะว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง มาฉายเป็นขั้นเป็นตอนว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้างนะครับ ท่านก็คล้าย ๆ Relax นะครับ ก็ทานแซนวิชไป ทานกาแฟไป สบาย ๆ ฟังผมสรุปให้ฟังนะครับ เป็นสบาย ๆ แล้วเดี๋ยวจากดร.อนนท์จะมาพูดว่า TPMAP จะใช้อะไรได้บ้างนะครับ ขออนุญาตเริ่มจากรูปนี้นะครับ ทุกคนทราบว่ามีความเหลื่อมล้ำนะครับ แล้วก็หลาย ๆ ที่มีความยากจนที่เป็นต้นเหตุนะครับ ทีนี้คำถามก็คือว่าจะช่วยคนให้ตรงเป้าอย่างไร เรียกว่า ช่วยคนให้ตรงเป้า อย่างเด็กตัวเตี้ยก็ต้องการกล่อง 2 กล่องให้เขาขึ้นมาเห็น ดูเบสบอลได้ แต่นี่คำถามจะทราบได้อย่างไรว่าเด็กคนนี้ต้องการกล่องกี่กล่อง 2 กล่อง 3 กล่อง อันนี้เป็นโจทย์ใหญ่ โจทย์ของประเทศ โจทย์ของทั้งโลก ทีนี้ต่อมานะครับ สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อ 3 ปีที่แล้วนี่นะครับ ท่านนายกพูดบ่อย 3 ปีแล้ว คนจีนเขาลดจำนวนคนจนได้นะครับ ประมาณถ้าผมจำไม่ผิดประมาณหลัก 30 กว่าล้านนะครับ ที่สำคัญมี 2 เรื่อง เรื่องแรกที่เขา ตัวเลขตัวเดียวนี่ออกนโยบายนี่ [เสียงปรบมือ] [เสียงปรบมือ] [เสียงปรบมือ] [เสียงปรบมือ] [ภาษาท้องถิ่น]มีปัญหาอะไรนะครับ และก่อนหน้าคนนี้นะครับ ก็แต่ก่อนท่านไม่มีรายได้ รายได้ต่ำ ราชการก็ไปช่วย ให้ท่านปลูกพืชได้สูงสุด เป็นการช่วยเหลือแบบตรงเป้า ตรงนี้ท่านก็มีรายได้เลี้ยงตัวเองได้ นะครับ แต่พอที่มีสไลด์นี้ เป็นสไลด์ที่มากยิ่งขึ้นแล้วต้องดูตรงนี้นะครับ ต้องเข้าใจครับว่าการที่เราจะดูคนจนนี่ครับ ต้องดูหลายกลุ่ม ก็จะมีอาชีพไม่เหมือนกันนะครับ บางคนเป็นชาวนานะครับ บางคนเป็นใช้แรงงาน บางกลุ่มการช่วยแต่ละกลุ่ม แต่ละอาชีพนี่สำคัญมากฉะนั้น 3 สไลด์นี้ครับ เป็นสิ่งที่ทำให้เราคิดได้คิดทำ TPMAP ขึ้นมานะครับ ทีนี้ย้อนไป อย่างที่ ดร.วันฉัตร ได้พูดไป ว่าท่านนายกฯ นี่ มีนโยบายให้ใช้ Big Data บริหารราชการแผ่นดิน รูปนี้เป็นรูปที่ผมได้มาทางไลน์ ดร.ศรันทร์ดร.ศรัณย์ จำได้ว่าพาลูก Shoping ซื้อเสื้อผ้าอยู่นะครับ ได้รูปนี้มา 2 รูป รูปแรก คือ เป็นคำสั่ง ครม. เข้าใจว่าเป็นคำสั่ง ครม. นะครับ บอกว่าให้ใช้ Big Data นี่ 2 เรื่อง ทำงานวิชาการ เห็นแล้วไม่เข้าใจว่า คือ อะไร ก็คิดว่าลองไปประชุมดู ก็ไปประชุมที่กระทรวง DE สมัยนั้นมีการทำงาน Big Data ขึ้นมา ท่านรัฐมนตรีกระทรวง DE เป็นประธาน และมอบให้ NECTEC ลองใช้ Big Data ขึ้นมา [เสียงปรบมือ] ไม่เข้าใจนะครับว่า โอ.เค. ตัวอักษรมันมาอย่างนี้ คุณแซนดี้นะครับ น้องใหม่ แน่นอนอย่างแรกนะครับ ต้องตั้งโจทย์ก่อน ตั้งโจทย์ก่อน ว่าคนจนอยู่ที่ไหน มีปัญหาอะไร แล้วก็จะช่วยอย่างไรนะครับ ทีนี้ตรงนี้ พอมีโจทย์ปุ๊บนี่ ถ้าทำได้เลยนี่ ให้ดีเลยก็คือสามารถมาเป็นนโยบายได้ นโยบายที่ตรงประเด็น ปฏิบัติได้ ติดตามได้ แต่จากบนลงล่างไม่ง่าย มันต้องมีข้อมูลก่อน มันต้องไปทางนี้ก่อน คือ 1 ต้องใช้ข้อมูลมากกว่า 1 ฐานมายันกัน มันจะมีประเด็น เพราะฉะนั้น จะมีประเด็น ข้อมูลบางหน่วยงานไม่แม่นนะครับ แต่ว่าเอามายันกันนี่จะช่วยมากขึ้นนะครับ พอมีข้อมูลจากหลายฐานนี่มาเพิ่มมากขึ้น ทำเป็นวิชวลไลท์เสตชั่น ตอบโจทย์เป็นเรื่อง ๆ ว่าคนจนอยู่ที่ไหน อำเภอ ตำบล หมู่บ้าน แล้วก็มีปัญหาอะไร มีเรื่องอะไรบ้าง สุขภาพ ความเป็นอยู่ เป็นเรื่องของนโยบาย เราใช้เวลาตั้งแต่พฤษาคมถึงธันวาคม 2560 ใช้ไปทำไป โดยดร.อนนท์ทำไปแก้ไปนี่ ดี เพราะฉะนั้นการที่เราทำไปลองผิดลองถูกวนไปเรื่อย ๆ นะครับ ประมาณ 6 เดือน ทีนี้ที่สำคัญน่ะครับ เราได้โจทย์ชัดเจน ว่าต้องตอบคำถาม 3 ข้อ คือ คนจนอยู่ที่ไหน มีปัญหาอะไร แล้วก็จะช่วยเขาอย่างไรนะครับ เราก็เลยได้ออกแบบ TPMAP ออกมา 4 ขั้นตอน ตามหลักการทำวิเคราะห์ข้อมูลเลย ขั้นแรกรวมข้อมูลก่อนนะครับ ซึ่งตรงนี้นะครับ ต้องขอบคุณที่ดร.วันฉัตร ขอบคุณไปนะครับ ขอบคุณไปที่กรมการพัฒนาชุมชน เพราะว่าเราไปที่แรก แล้วก็ให้ข้อมูล จปฐ. มา เราพูดเสมอว่าถ้าไม่มีข้อมูล จปฐ. เราตั้งต้นไม่ได้กระทรวงการคลังกรุณาให้ข้อมูลคนที่ลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐมานะครับ ต้องขอบคุณมาก ได้รับการไฟฟ้าจาก สปสช. นะครับ การปกครองส่วนท้องถิ่นด้วยนะครับ ตรงนี้นะครับ เอามารวมกันเป็นฐานข้อมูลรายคน รวมกันด้วยเลขบัตรประชาชนนะครับ ทราบไม่เพราะต้องเอามาเชื่อมกัน ดร.อานน ทราบดี เอามาเชื่อมกันมันไม่ง่าย ตามฟังชันก์ อย่างไรนะครับ เสร็จแล้วเชื่อมเสร็จนำมาเข้า Analytics มาดูว่าใครจนหรือไม่จน เดี๋ยวผมจะขยายความให้ดูนะครับ ว่าใช้อะไร มาทำเป็น ว่าเป็นแผนที่ เป็นกราฟนะครับ เพราะฉะนั้นเวลาทำก็คือมี 4 ขั้นตอนทำ Visualization ฉะนั้นก็จะวนไปวนมา ไปให้คนใช้งานนะครับ ก็ต้องไปปรับแล้วกลับมาแก้อีก อย่างนี้ครับ ทีนี้พูดเรื่อง จปฐ. เสมอนะครับ ทีนี้เวลาฝรั่งมาเมืองไทยมันจะพูดถึง จปฐ. ถึงเริ่ม Big Data ได้นะครับ ปจฐ. เข้าถึงข้อมูลของทั้งประเทศนะครับ ก็ประมาณ 36 ล้านนะครับ ทีนี้พอ เข้าไปถึงนี่ เขาถาม เขาสำรวจว่ามีปัญหาอะไร อย่างเช่นปัญหาการเงินนี่ ใครเข้าไม่ถึงแหล่งเงินนะครับ มีขาดรายได้กี่คน สุขภาพอย่างนี้ ใครเข้าไม่ถึงสิทธิ์รักษาพยาบาลบ้าง ข้อดี คือ จปฐ. เก็บเลขบัตรรายคนมานะ สามารถเอามาตีเป็นปัญหารายคนได้ ซึ่งเอาตได้เลยนะครับ ว่าแต่ละช่วงวัยมีปัญหาอะไรบ้าง อันนี้คือดีมากนะครับ จปฐ. นะครับ และ จปฐ. เอามาใช้กับหลักการ UN ได้ แนะนำว่าความยากจนนี่ไม่ใช่แค่ความรายได้อย่างเดียวอย่างเดียว แต่ความอยากจนเรื่องความเป็นอยู่นะครับ เขาแนะนำสิ่งที่เรียกว่า Multinational Poverty index หรือว่า MPI แปลเป็นไทยว่าความยากจนหลายมิตินะครับ ตอนนั้นสภาพัฒน์แนะนำให้เราใช้ 5 มิตินะครับ 1. สุขภาพ 2. ความเป็นอยู่ 3. การศึกษา แล้วก็เข้าถึงบริการรัฐแล้วก็เราก็อาศัยการใช้ จปฐ. ว่าตกด้านไหน จนด้านไหน ตั้งต้นได้อันนี้ ที่ที่ 2 นะครับ ที่กรุณาให้ข้อมูลเรามา 3 ปีที่แล้วนะครับ มีโครงการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐครั้งแรก นี้เราได้ข้อมูลมาเหมือนกัน มาแจ้งว่าตัวเองยากจน แล้วเขาก็ไปเช็กแต่ที่สำคัญตรงนี้นะครับ ที่สภาพัฒน์ให้มา เอาข้อมูลมากกว่า 1 ฐาน ย้ำว่ามากกว่า 1 ฐาน มายันกัน อันนี้สำคัญครับ อย่างที่เราทำตั้งต้นเลยนะครับ ก็คือเราเอาข้อมูล จปฐ. นะครับ 36 ล้านนี่นะครับ เอามาเข้า MPI เมื่อสักครู่ ดูความยากจน 3 มิติ เสร็จแล้วเอาไปดูว่าซ้ำกับสวัสดิการแห่งรัฐนี่ กี่คน ไม่น่าเชื่อนะครับ 980,000 นะครับ 5667777777665566765656555567899นะครับ แล้วแต่ว่าจะเลือกกลุ่มไหน แต่เราตั้งต้นตรงกลุ่มตรงนี้ก่อนนะครับ ทีนี้อันนี้อยู่ปี 60 อยู่นะ ยังไม่ไปไหนนะ 60 นี้ทำเยอะมา ลองผิดลองถูกนะครับ นี่เป็นผลงานดร.นวพรนะครับ อยู่ไหมครับ ดร.นวพร อยู่ที่ไหน ตรงนี้ลงไดเต้นบะครัลบ ร ะดับปหรมะูเท่ศ บอ้า- คำเรภัอว เตรือำบลน คนเกี่คนอันนี้ตัวเลขชัดเจนนะครับ อันนี้คือคนจนมีปัญหาอะไร แล้วสุดท้ายจะช่วยได้อย่างไร ที่ ดร.วันฉัตร ให้ตัวอย่างครับ ตอนนั้นทำเป็น Simulation ตอนนี้ก็คลิกดูได้ จะเป็น 0 บาท จะเป็น 5 บาท ตัวเลขก็จะเปลี่ยนไปลองคลิกดู ข้อสำคัญของเรา คือ ทำให้คนเข้าใจว่าข้อมูลของ TPMAP มีประโยชน์อย่างไรอาศัยตรงนี้นะครับ ไปพรีเซนต์ตามที่ต่าง ๆ ที่ผมนับไว้ประมาณ 40 กว่าครั้งนะครับ ยังมีที่ไม่นับอีกนะครับ คือไปพูดซ้ำ ๆ พูดเรื่อย ๆ จนเขาเข้าใจว่าคืออะไรอธิบายเยอะนะครับ ก็โชคดีที่เรามี Visualization ที่สำคัญที่ตอบไปลำพูน มีปัญหา ตำบลลี้ อำเภอลี้ สุขภาพที่ตนเองมีสิทธิ์ในการรักษาพยาบาลนะครับ ก็เลยแจ้งว่าไม่มีสิทธิ์นะครับ อันนี้ลงถึงระดับครัวเรือน ก็สี่เหลี่ยมคือ 1 ครัวเรือน ครัวเรือนนี้ปัญหาด้านสุขภาพอ่านออกเขียนไม่ได้ 2 คนนะครับ ทราบว่ามีใครมีปัญหาอะไรบ้าง นี่คือสิ่งที่ลึกที่สุดนะครับ นอกจากนั้นนะครับ อันนี้ยังปี 60 อยู่นะครับ เราก็ทำข้อมูลสรุป เวลาท่านนายกฯ ลงพื้นที่นี่ เราก็จะทำสรุปลงไป (เสียงปรบมือ) เป็นแม่ฮ่องสอนคนจนเป้าหมายมีคนซ้ำกันกี่คน มีอะไรบ้าง แล้วก็แต่ละอำเภอ ตำบลนี่ อย่างอันนี้นะครับ นะครับ แต่ที่สำคัญนะครับ เราสามารถบอกว่าคนจนเป้าหมายนี่ กี่คน ตัวเลขชัดเจนนะครับ อันนี้ปิดไว้นะครับ คือลงไปถึงรายคนได้นะครับ ว่าเป็นใครนะครับ ฉะนั้นที่สรุป คือ ปี 60 นี่ ใช้มากกว่า 1 คำถาม [สิ้นสุดการถอดความ]แล้วก็ลงลึกนะครับ จนอันนี้เป็น Mind Stone สำคัญนะครับ