(ดร.ศรัณย์) (คุณสุทธิชัย AI) (ดร.ชรัส) (ดร.ศรัณย์) อีกประมาณ 7 นาทีนะครับ (ดร.ศรัณย์) อีกประมาณ 7 นาทีนะครับ (ดร.ศรัณย์) อีกประมาณ 5 นาทีนะครับ อีกประมาณ 5 นาทีนะครับ (ดร.ศรัณย์) ครับอีก 3 นาทีนะครับ (ดร.ศรัณย์) อีก 1 นาทีจะเริ่มนะครับ อีก 1 นาทีจะเริ่มนะครับ (ดร.ศรัณย์) (คุณสุทธิชัย AI) สวัสดีค่ะ (ดร.ชรัส) (ดร.ศรัณย์) (คุณสุทธิชัย AI) (ดร.ศรัณย์) สวัสดีครับ ท่านผู้ชมผู้รับฟังนะครับ ขอต้อนรับเข้าสู่การสัมมา NECTEC ACE Online Series Episord 2 นะครับศูนย์บริการถ่ายทอดการสื่อสารแห่งประเทศไทย TTRS นะครับ ที่ได้มาให้บริการถ่ายทอดการสื่อสารให้แก้ผู้ที่บกพร่องทางการได้ยิน และผู้บกพร่องทางการพูดนะครับ เพื่อสร้างการรับรู้ให้กับทุกท่านไปพร้อม ๆ กันเลยครับ แล้วก็ท่านสามารถเข้ารับชมได้ที่ Facebook AMED นะครับ สำหรับวันนี้นะครับ ก็เป็นอีกวันหนึ่งนะครับ ที่ทาง NECTEC เองนะครับ ได้จัดสัมมนาในทีมที่เกี่ยวกับ Data Tachnology Platform นะครับ ซึ่ง Data เทคโนโลยีของ NECTEC นะครับ ก็จะมีอยู่ 2 Platform นะครับ ทางซ้ายมือนะครับ เราเรียกว่า Big Stream นะครับ เป็นแพลตฟอร์มเพื่อนเก็บข้อมูลนะครับ จัดหา จัดการ และจัดเก็บ รวมถึงให้บริการข้อมูลแบบทันการนะครับ หรือ real-time ส่วนทางขวานะครับ เป็น Platform ที่ชื่อว่า Open D นะครับ เป็น Platform หนึ่งนะครับ ที่ช่วยในการรวบรวมข้อมูลสามารถมาแบ่งปันให้กับผู้คน ผู้ใช้ ที่สนใจได้นะครับ หรือเรารู้จักกันว่า Open Data Platform นะครับ สำหรับวันนี้นะครับ ผมก็ไม่ได้มาคนเดียวนะครับ มีผู้ช่วยผมนะครับ คุณสุทธิชัย AI นะครับ เรารับหน้าที่เป็นพิธีกรดำเนินรายการการเสวนาในครั้งนี้นะครับ สวัสดีครับ คุณสุทธิชัย AI (คุณสุทธิชัย AI) สวัสดีครับ ดร.ศรัณย์ และผู้ชมทุกท่านนะครับ ผมสุทธิชัย AI ครับ กลับมางานประชุมวิชาการ NECTEC ACE อีกครั้ง ซึ่งในปีนี้เป็นรูปแบบใหม่ NECTEC ACE Online Series สำหรับครั้งนี้เป็นตอนที่ 2 แล้วใช่ไหมครับ ดร.ศรัณย์ (ดร.ศรัณย์) ใช่แล้วครับ ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 เราก็เน้นในเรื่อง Big Data เช่นเดิม โดยเฉพาะในเรื่องของ Plain Point ของประเทศเลยนะครับ ในเรื่องของการแก้ปัญหายากจน แล้วก็พร้อม ๆ ไปกับยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยไปด้วยกัน ตรงนี้นะครับ สำหรับวันนี้นี่เป็นการเสวนาเฉพาะเลยนะครับ เรื่องของ TPMAP ซึ่งหลายคนคงได้ยินได้ฟังมาบ้างแล้วนะครับ แล้วก็เพื่อให้ทุกท่านที่เข้ามาร่วมการรับฟังรับชมเสวนาครั้งนี้นะครับ ก็จะขออนุญาตเปิดคลิปวิดีโอสั้น ๆ 3 นาที เพื่อให้ทุกท่านได้ทราบว่าช่วงที่ผ่านมา TPMAP ได้สร้างขึ้นมา แล้วก็ดำเนินการมาอย่างไรบ้างแล้วนะครับ เชิญรับชมรับฟังวิดีโอ 3 นาที นี้ครับ คเป็นปัญหาระดับชาติ ระดับโลกเลย เป็นปัญหาเรื้อรัง ของเรามานาน แต่สิ่งที่เราขาด คือ เราขาดข้อมูลบอกว่าคนจนอยู่ที่ไหน ก็อยากให้ TPMAP เรื่องการพัฒนาคน เริ่มจากความยากจนก่อน[เสียงดนตรี] 3. การศึกษา แล้วก้ 4. รายได้ แล้วก็ 5. การบริการรัฐ ตรงนี้ก็จะทราบว่าแต่ละคน แต่ละพื้นที่นี่ต้องการความช่วยเหลืออย่างไร ถ้าเข้าไปปุ๊บนี่ จะเห็นเลยว่าตัวเลขคนจนมีกี่คน ซึ่งตรงนี้สำคัญมาก เพราะว่าการที่จะตั้งต้นนโนบายใด ๆ ก็ตาม ต้องทรายจำนวนก่อนว่าเราจะต้องแก้ปัญหากี่คน ดาว 1 ดวง คือ 1 จังหวัด ก็จะเห็นว่า ดาวยิ่งต่ำนี่ ยิ่งมีสัดส่วนคนจนเยอะ จังหวัดสมุทรสงครามนี่ เป็นจังหวัดนำร่องที่แรกนะครับ ที่เอา TPMAP ไปใช้ เพราะว่าท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนี่ ท่านเล็งเห็นถึงความสำคัญนะครับ ระดับครัวเรือนตั้งต้น เพิ่มเติมว่าแต่ละบ้านมีปัญหาอะไร ในเรื่องของจังหวัดเรา TPMAP นี่ อย่างที่เรียน ก็คือ 1. ที่เราสำเร็จรูปเลยนะจริง ๆ น่ะ เราไม่ต้องไปทำอะไรเลย ทำให้เราบริหารงานได้อย่างตรงเป้าหมาย ได้ตรงตามที่เราต้องการ เป็นสิ่งแรกเลยที่ต้องทำเลยว่า มีคนจนอยู่ในจังหวัดเราเท่าไร เราก็ส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนี่ไปดำเนินการแก้ไข // เมื่อเจ้าหน้าที่ของเรานี่ ลงไปเยี่ยมครัวเรือน ลงไปพบปะ หรือลงไปทำกิจกรรมร่วมกับเขานี่ ก็สามารถที่จะรับทราบปัญหาความต้องการ แล้วก็สามารถตจดบัญทึกลงใน LOGBOOK ได้ ทำให้ทราบการทำงานทุกขณะ และหลังการทำงานนี่ ก็จะเป็นประโยชน์ของหัวหน้างานที่จะติดตามการทำงานได้ในระบบนี้ นี่ ALL IN ONE ก็คือทุกคนสามารถอยู่ในระบบเดียวกันนะครับ แล้วก็สามารถทำงานบน Smartphone ของตัวเองได้ ผมคิดว่าเป็นยุคปัจจุบัน ลดลงไปจากปีที่แล้วนี่ เหลือ 450 ครัวเรือน แล้วจำนวนคนเหลือ 750 คน เห็นผลชัดเจนครับ [เสียงดนตรี] ระดับชาติ (ดร.ศรัณย์) ครับก็เป็นวิดีโอประมาณ 3 นาทีสั้น ๆ นะครับ เพื่อให้ผู้รับชมรับฟังนะครับ ได้เข้าใจว่า TPMAP คืออะไรนะครับ ทีนี้ก็ถึงโอกาสแล้วครับ ที่จะแนะนำวิทยากรสำคัญ ๆ ที่อุตส่าห์สละเวลานะครับ มาช่วยบรรยายแล้วก็แบ่งปันประสบการณ์นะครับ ผมจะขออนุญาตเริ่มจากท่านแรกนะครับ ที่มาจาก ณ หน้างานเลยนะครับ ที่ดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิด ขอแนะนำท่านแรกนะครับ ท่านดร.ชรัส บุญณสะ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงครามครับ สวัสดีครับ (ดร.ชรัส) สวัสดีครับ (คุณสุทธิชัย AI) ท่านต่อมาครับ มนทิรา เข็มทอง ทีมงานประสานแผนและยุทธศาสตร์ เสริมสร้างความเข้มแข็งชุมชน โครงการพัฒนาชุมชน สวัสดีครับ คุณมนทิราครับ (ดร.ศรัณย์) ครับ ท่านต่อมานะครับ ท่าน ดร.วันฉัตร สุวรรณกิตติ ที่ปรึกษาด้านนโยบายและธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาตินะครับ สวัสดีครับ ดร.วันฉัตร ครับ (คุณสุทธิชัย AI) และ ดร.สุทธิพงศ์ หัวหน้าทีมวิจัยการวิเคราะห์ยุทธศาสตร์ด้วยปัญญาประดิษฐ์ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาต (NECTEC-สวทช.) สวัสดีครับ ดร.สุทธิพงศ์ครับ (ดร.สุทธิพงศ์) สวัสดีครับ สวัสดีทุกท่านครับ (ดร.ศรัณย์) สำหรับช่วงแรกของการเสวนานะครับ ก็จะขอชวนทุกท่านย้อนกลับไปดูนิดหนึ่งนะครับ เพื่อทำความเข้าใจ ที่มาที่ไปในเรื่องที่มาที่ไปของ TPMAP นะครับ ในตอนนี้ก็จะขอเรียนเชิญท่าน ดร.วันฉัตร สุวรรณกิตติ ช่วยเล่าประสบการณ์ หรือแลกเปลี่ยนความรู้ให้เราได้ฟังหน่อยครับ เชิญครับ (ดร.วันฉัตร) ครับ ขออนุญาตสวัสดีทุกท่านนะครับ วันนี้ผมก็จะมาเล่าถึงช่วงที่ผ่านมาก็ตัวที่เป็น TPMAP เริ่มจากอะไรนะครับ สิ่งที่ผมอยากจะเรียนทุกท่านก่อนนะครับ ในอดีตประมาณสัก 5 ปี ย้อนหลังไปก็พอนะครับ วันที่เราจำได้ไหมครับ เราเอากระดาษทำงานกันอยู่ เก็บข้อมูลผ่านกระดาษอยู่ แต่วันหนึ่งนะครับ เราพบว่า ไอ้ตัวระบบสารสนเทศมันเข้ามา เริ่มมีความหวังนะครับ จุดเริ่มต้นที่เราเห็นจากตัวกระดาษที่เราเก็บนี่ เราสามารถเก็บเป็น Digital File ได้ แล้วสิ่งที่อยากจะเล่าต่อไปครับ ในอดีตนี่เรามีเส้นยากจนครับ เราวัดยากจนนี่จากตัวเลข เราวัดตัวเลขเข้ามา ปัญหาใหญ่สุดของทุกประเทศทั่วโลก เราเห็นแต่ตัวเลข แต่เราไม่เห็นว่าใครคือคนจน จุดเริ่มต้นสำคัญมากนะครับ พอดีท่านนายกฯ นะครับ มีข้อสั่งการในการประชุมหนหนึ่งนะครับ ว่าลองให้ข้าราชการไทยนี่ ลองไปเอา Big Data มาใช้ดู จังหวะนี้คือที่สภาพัฒน์ไปหาดูว่าจะวิธีการในการบริการราชการแผ่นดินได้อย่างไรบ้าง เราเลยบอกท่านนายกฯ ว่าขอทำ 1 เรื่อง คือ เรื่องความยากจน เพราะเราเชื่อว่าตอนนี้เทคโนโลยีสารสนเทศนี่ หรือเราเรียกคอมพิวเตอร์อะไรก็ตามนี่ มันถึงจุดที่ว่า เราสามารถเอาตัวเลขเหล่านี้ มาแปลงเป็น Solution ได้ NECTEC นะครับ เราเลยชวน NECTEC มาทำดูไหม สักตัวหนึ่ง ที่เอาศาสตร์และศิลป์มาเจอกัน ที่เอาเชิงวิชาการที่มองว่าใครเป็นคนจนนี่มาดูกันแล้ว สามารถทำให้เราเห็นว่า คนจนคนนั้นคือใคร ตามจอเลยครับ ตัวแรกคือ TPMAP ให้รู้เลยว่า ใครคนจน คนจนอยู่ที่ไหน และปัญหาคืออะไร แต่ของพวกเราไม่ใช่แค่นี้นะครับ สิ่งที่สำคัญสำหรับการทำ TPMAP คือ เราต้องสามารถแก้ไขปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืนด้วย เพราะฉะนั้น ตรงนั้นคือโจทย์ใหญ่มาก เราได้เสนอท่านนายกฯไปนะครับ ความยากจน ท่านเลยบอกว่า ก็เลยเดินไปจูงมือกับทาง NECTEC กันมา ที่สุดนะครับ เมืองไทยมีการจัดเก็บข้อมูลอยู่แล้ว ข้อมูลที่สำคัญที่สุดวันนี้นะครับ คือ ข้อมูล จปฐ. คือ ข้อมูลเจริญพื้นฐานนะครับ เราเลยไปถามทาง คช. ว่า จปฐ. นี่มาทำได้ไหม และในความโชคดี เรามีข้อมูลอีกหลายชุดมากที่จัดเก็บโดยเลข 13 หลักนะครับ เช่น บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ของกระทรวงการคลัง ก็ไปลองขอข้อมูลเขามา ได้ข้อมูลการไฟฟ้ามาอีก ได้ข้อมูลเรื่องของ สปสช. มาอีก ได้ข้อมูลบางส่วนมาอีก จาก เกษตร นะครับ จาก พม. โดยการเชื่อมข้อมูลเหล่านี้เข้าหากัน แล้ววันที่เราเชื่อมได้ครั้งแรกนี่เป็นวันที่สำคัญมาก เพราะเราสามารถทำให้เห็นว่าคนจนนั้นอยู่ที่ไหนนะครับ ในส่วนนี้ส่วนที่เราไป Pilot มา ทดลองมา ขออนุญาตไม่แตะตรงนี้นะครับ อยากจะบอกว่า ตรงนี้สำคัญมาก เห็นข้อมูลจริง ใช้งานได้จริง วันนี้เราเห็นอย่างยิ่งนะครับ ว่าข้อมูล TPMAP นี่ไปได้ย้อนกลับไปเมื่อสัก 2-3 ปี ที่แล้ว เราต้องบอกตรง ๆ นะครับ เราไม่ได้แบบ มั่นใจขนาดนี้นะครับ เราสามารถเดินไปเคาะประตูบ้านได้ แล้วสามารถจะแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุดได้ วันนี้มันมาถึงจุดที่ว่า ความยากจนนี่สามารถแก้ได้รายคน วันนี้จึงบอกว่าเป็นวันสำคัญมากที่ทำให้ตัวเลขที่อยุ่ในกระดาษนี่ มันไม่ต้องอยู่ในกระดาษอีกแล้ว มันสามารถไปปรากฏอยู่ในระบบคอมพิวเตอร์ มันอยู่ในสถานที่จริง และสามารถกดดู Real time ได้ แล้วมันสามารถทำให้เรานี่ แก้ไขปัญหาความยากจนได้ ถามผมว่า TPMAP เกิดขึ้นได้อย่างไร มันเกิดขึ้นมานานแล้ว เพียงแต่มันเห็นผลจริงในวันนี้นะครับ แล้วก็เห็นผลจริงอย่างที่บอกว่ามันก้าวไปอย่างมั่นคง อย่างต่อเนื่องด้วยนะครับ ส่วนแรกขออนุญาตเอาแค่นี้ก่อน ผมบอกได้ว่าไอ้การเดกินทางมาของ TPMAP นี่ เราสามารถแก้ปัญหาคนจนได้อย่างยั่งยืนแล้วนะครับ (คุณสุทธิชัย AI) ขอบคุณ ดร.วันฉัตร ครับ เราได้ทราบสภาพัฒน์ในฐานะที่เป็นผู้ร่วมดำเนินการ และใช้งาน TPMAP ในภาพรวมระดับประเทศแล้วนะครับ เรามาฟังในมุมของ NECTEC สวทช. กันบ้าง สำหรับการพัฒนาระบบ TPMAP ตั้งแต่เริ่มต้นเลยนะครับ ว่าจะชี้เป้าเชิงนโยบายในการติดตามแก้ไขปัญหาความยากจนระดับประเทศอย่างยั่งยืนนั้นนี่ มีความยากง่าย ท้าทาย หรืออุปสรรคในเชิงเทคโนโลยีอย่างไรกันบ้างนะครับ ในประเด็นนี้ขอเรียนเชิญ ดร. สุทธิพงษ์ ธัชยพงษ์ หัวหน้าทีมวิจัยการวิเคราะห์ยุทธศาสตร์ด้วยปัญญาประดิษฐ์ NECTEC สวทช. ครับ (ดร.สุทธิพงศ์) ครับ ผมจะขออนุญาตเสริมจากที่ ดร.วันฉัตรที่ได้พูดไปนะครับ ว่า NECTEC นี่เรานำเทคโนโลยีมาช่วยได้อย่างไร คือ ถ้าพูดถึงเทคโนโลยีครับ เราใช้ big Data มาจับเรื่องนี้นะครับ Big data มันมี Cycle ของมัน ตั้งแต่การตั้งโจทย์ว่าจะใช้อะไรนะครับ ต่อมาอันนี้ผมพูดตามเข็มนาฬิกา จากนั้นมาดูว่าข้อมูลใช้อะไรบ้าง จากนั้นมาดูโมเดลนะครับว่าจะตอบโจทย์เรื่องคนจนอย่างไรนะครับ จากนั้นทางสมุทรสงครามนะครับ นำไปใช้ ตรงนี้ขอขอบคุณมาก ทำให้ Cycle นี่ครบนะครับ เสร็จแล้วได้โจทย์นำมาปรับใหม่ ซึ่งมันมีโจทย์จะมีความท้าทายเชิงเทคนิคของมัน เดี๋ยวผมจะขออนุญาตชี้แจงตรงนี้ต่อ ครับ ตามทามไลน์นะครับ อันนี้เราเริ่มตั้งแต่ปี 60 อย่างที่ ดร.วันฉัตร ได้บอกไปนะครับ ความท้าทายของมันนี่ ได้แบ่งเป็น 3 ช่วงนะครับ ในปี 2560 นี่ เป็นการอย่างที่เรารับโจทย์มา เข้าใจนะครับ ว่า BIG DATA นี่ไปในการแก้ปัญหาความยากจนอย่างไรนะครับ จากนั้นนะครับ ช่วงปี 61-63 นะครับ เป็นการสื่อสารว่าข้อมูลที่เรามีใน TPMAP นี่ จะไปช่วยให้จังหวัดนี่ สามารถชี้เป้าความยากจนอย่างไรนะครับ ซึ่งตรงนี้ สมุทรสงครามได้นำไปใช้นำร่อง ต่อมานะครับ ต้นปี 2536 นะครับ ตอนนั้นท่านมีนโยบายให้ทุกจังหวัดไปใช้งานนะครับ เราปรับระบบให้เป็น Operation แก้ไขปัญหาความยากจนเชิงพื้นที่นะครับ ขออนุญาตลงรายละเอียดนะครับ ที่เรามีความท้าทายที่เราต้องนำเสนอ ผู้มีอำนาจตัดสินใจนะครับ ตรงนี้ครับ ทางสภาพัฒน์ ดร.วันฉัตร ออกแบบมา ว่า TPMAP ต้องเริ่มจากการตั้งคำถามก่อน คนจนอยู่ที่ไหน ปัญหาคืออะไร จะแก้อย่างไร จากนั้นเอาข้อมูลมารวมกันนะครับ มายืนยันซึ่งกันและกัน เสร็จแล้วดูความยากจน 5 มิติ นะครับ ที่สามารถลงลึกได้นะครับ จังหวัด อำเภอ ตำบล หมู่บ้าน ถึงคน เสร็จแล้ว นำมาใช้ออกนโยบายนะครับ ซึ่งตรงนี้นะครับ พอตั้งคำถามจะมีความท้าทายแล้วนะครับ ว่าคนจนอยู่ที่ไหนนะครับ ตรงนี้เราต้องใช้ข้อมูลรายคนนะครับ และอันที่ 2 ต้องครอบคลุมมากที่สุด และแน่นอนต้องมากกว่า 1 ฐาน พวกเขาต้องการอะไร ข้อมูลที่ใช้นะครับ ต้องระบุปัญหามากกว่า 1 มิตินะครับ สุดท้ายจะช่วยอย่างไร ตรงนี้นะครับ เราต้องหาวิธีในการส่งข้อมูลกับผู้ปฏิบัติการนะครับ จะทำอย่างไร รูปแบบไหนนะครับ ระบบนะครับ ได้ถูกออกแบบมาตามนี้นะครับ จนขั้นแรกเป็นการรวมข้อมูลก่อน ต้องขอบคุณกรมการพัฒนาชุมชน มี ขปฐ. ถึงตั้งต้นได้ แล้วเราก็ได้ข้อมูลจาก สปสช. กรมส่งเสริมพัฒนาท้องถิ่น สังคมและความมั่นคงของมนุษย์จากนั้นเชื่อมต่อเป็นรายคน จากนั้นขั้นต่อไปทำ Analytics นะครับ เป็น Visualization ได้ ให้ค้นหาได้ว่าใครอยู่ตรงไหน อันนี้ขออนุญาตพูดถึง จปฐ. นิดหนึ่งนะครับ ถ้าไม่มีจปฐ. จะเริ่มงานนี้ลำบากนะครับ จปฐ. จะเข้าถึงคนเกือบประมาณ 37 ล้านคนนะครับ จปฐ. นี่ที่สำคัญ คือ ไม่ได้มีแต่เรื่องเงินอย่างเดียวนัครัเรื่องเข้าถึงบริการรัฐ ทำให้เห็นความยากจนหลายมิติ ทำให้เห็นเป็นรายครัวเรือน รายคนได้ อันนี้สำคัญมาก สามารถทำให้เรานำมาใช้Poverty index ซึ่งเป็นสิ่งที่คิดที่ UN นะครับ เราใช้ 5 มิติ นะครับ คือ สุขภาพ การเงิน และการเข้าถึงบริการแห่งรัฐ ไม่ได้จนรายได้อย่างเดียวนะครับ ด้วย ข้อมูลชุดที่ 2 คือข้อมูลมาจากคลัง คลังของรัฐฯ ลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐ และที่สำคัญเราเอาข้อมูล 2 ฐานนี้นะครับ เอามายันซึ่งกันและกัน และเราเอามาจาก จปฐ. ประมาณ 37 ล้าน มาดูว่าใครจนด้านไหน เสร็จแล้วเอามาดูว่าซ้ำกับข้อมูลลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐกี่คน หรือประมาณ 980,000 อันนี้เป็นข้อมูลตั้งต้นนะครับ อันนี้ขออนุญาตลงเทคนิกนิดหนึ่งนะครับ นะครับ ข้อมูลไม่ได้มาง่าย ๆ รูปนี่อาจจะดูง่าย แต่ข้อมูลนี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงนะครับ ต้องเอา จปฐ. มาแปลง ให้จากครัวเรือนเป็นคนก่อน และเอามาเชื่อมกับข้อมูลของสวัสดิการแห่งรัฐถึงจะได้ข้อมูลจวนเป้าหมาย ใช้เวลาอย่างน้อย 70% ของเวลาทั้งหมดนะครับ กว่าจะได้ตรงนี้มานะครับ จากนั้นนะครับ เราต้องมาดีไซน์นะครับ ว่า Visualization เป็นแบบไหนนะครับ ข้อมูลโควิด อย่างทางซ้ายเป็นเรื่องของคอนเซ็ปท์ แต่เราเอาทางขวา คือเอาข้อมูลจริง ๆ มาใช้ ของ TPMAP นี่จะอยู่ส่วนล่าง คือการทำ Visualization นะครับ ทั้งภาพใหญ่และภาพลึกนะครับ นี่คือส่วนที่เราดีไซน์ออกมา คือ ส่วนของ Visual จะเห็นว่ามี อันนี้เป็นเวอร์ชันแรกนะครับ จะเห็นข้อมูลลงลึกได้ อำเภอ ตำบล หมู่บ้าน มีกราฟแท่งที่บอกว่า พื้นที่ไหน มีความยากจนด้านไหนเป็นความพิเศษ ตัวเลขต่าง ๆ ได้ ถ้าเกิดเราจะแก้จนด้านนี้เราจะแก้อย่างไรนะครับ ตรงนี้เราต้องใช้ในการสื่อสารประมาณ 40 กว่าครั้ง ที่นับได้นะครับ ถึงจะสื่อสารเข้าใจนะครับ นอกจากนั้นนะครับ ยังสามารถบอกได้ว่า อำเภอไหน ตำบลไหนยากจนตรงไหนเยอะ ยากจนตรงไหนน้อย จะแก้ด้านไหนก่อน อย่างเช่นการศึกษา จนเรื่องความเป็นอยู่ เป็นต้นนะครับ จากนั้นนะครับ ก็ชัดเจนจากรัฐบาลมาแล้วว่าต้องทำให้สมบูรณ์ ก็เป้นช่วงที่ 2 ที่เราต้องนำข้อมูลนี้ ไปสู่ผู้ใช้งาน ให้เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ตรงนี้จุดเปลี่ยนคือ 2561 นะครับ ตอนนั้น อันนี้ต้องขอบคุณดร.ศรัณย์นะครับ ข้อมูลนี้สามารถนำไปใช้ในเชิงพื้นที่ และสามารถขึ้นเว็บไซต์ได้ ทุกคนเข้าถึงได้นะครับ ตรงนี้ทุกคนเข้าถึงได้ผ่านเว็บไซต์ก็ได้นะครับ ลงลึกตั้งแต่ จังหวัด อำเภอ ตำบล หมู่บ้านนะครับ จังหวัดไหนก็ได้เข้าไปดูได้เลย เข้าใจมากขึ้นนะครับ ว่าข้อมูลนั้นมีประโยชน์อย่างไร จะเป็นอีกอันคือสมุทรสงครามนะครับ เอาข้อมูลไปใช้ในการลงพื้นที่นะครับ แล้วก็พบว่าครัวเรือนหลายหลังนี่ ต้องรับการซ่อมแซมนะครับ ทางจังหวัดก็จัดระดมทุนนะครับ จัดทอดผ้าป่า ทำให้เราได้ข้อมูลครบ Cycle นะครับ ตั้งแต่เอาข้อมูลมาแล้วเอาไปแก้ปัญหา จากการที่สมุทรสงครามเอาไปใช้นี่ สำคัญนะครับ คิดว่าเราต้องทำระบบเพิ่มขึ้นมา เพราะปัญหาความยากจนนี่มีรายละเอียดเยอะนะครับ แล้วก็ต้องมีการติดตามอย่างต่อเนื่อง ทาง สภาพัฒน์และ NECTEC ก็เลยคิดจะทำระบบขึ้นมา และทำให้ สิ่งที่ดร.วันฉัตรกล่าวตอนแรกนะครับ Action Data ถึงจะมีประโยชน์นะครับ เราทำระบบ TPMAP Logbook ขึ้นมา แต่ว่าต้องมี Username Password จะลงถึงครัวเรือน ถึงคนเลย สิ่งที่ทำได้คือคัดกรองครอบครัวยากจน นะครับ 3. บันทึกปัญหา 4. บันทึกกิจกรรม แล้วสุดท้ายออกรายงาน ออก Dashboard ได้ ที่สำคัญครับ มีข้อมูลเพิ่มขึ้นมาครับ เป็นข้อมูลสวัสดิการจากหน่วยงานต่าง ๆ ทำให้เห้นว่าใครได้อะไร ขาดอะไรบ้าง นะครับ อันนี้เป็นตัวอย่าง Logbook นะครับ เข้าถึงครัวเรือนได้แล้วก็เห็นนะครับ ว่าบ้านนี้มีปัญหาอะไรบ้างนะครับ สามารถบันทึกพิกัดได้ บันทึกรูปภาพได้นะครับ ทำให้มีข้อมูลเพิ่มจากท้องถิ่นนะครับ คือ ระบุปัญหาเพิ่มเติมได้ แล้วก็สามารถระบุปัตรงนี้จะช่วยลดความซ้ำซ้อนได้ ยังไม่จบนะครับ ระบบเสร็จแล้วแต่เราต้องสื่อสารนะครับ อันนี้ท่านอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนนี่ เพื่อฝึกอาชีพ ทำให้เราได้มีโอกาสลงพื้นที่ และนำข้อมูลนี่ นำระบบนี่ ไปสู่ผู้ใช้งาน สมุทรสงครามที่เป็นการนำร่อง Logbook นะครับ ผู้ว่าฯ นี่ทำระบบไว้ชัดเจนนะครับ ว่าต้องลงพื้นที่แล้วก็เก็บข้อมูลมานะครับ เสร็จแล้วเอาข้อมูลมาติดตามอย่างต่อเนื่องเป็นระดับชั้น ทำให้ครบถ้วนในการใช้ข้อมูล ต้องขอขอบคุณท่านผู้ว่ามากนะครับ แล้วทางกรมพัฒนาชุมชน ก็มีนโยบายให้ใช้ในต้นปี 63 ตอนนั้นนี่ ดร.อานนท์นี่ไปอบรมทั่วประเทศ มีโควิด ก็เลยต้องใช้อมรมออนไลน์นะครับ ตอนนี้มีการใช้ในหลายจังหวัดนะครับ แล้วก็มี Out come ใช้ในเชิงคุณภาพ เกิดโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน ทางซ้ายก็คือมีข้อมูลเทคนิกก็จะมีข้อมูลพวก Unstructure Data มีข้อมูลที่เป็น Text เชิงรายละเอียด อะไรบ้าง ความเป็นอยู่เรื่องอะไรบ้าง ตรงนี้ความเป็นอยู่ที่เกิดขึ้น ณ ปัจจุบัน ผมจะขออนุญาตทิ้งไว้ตรงนี้ แล้วค่อยกลับมาในช่วงต่อไปครับ ขอบคุณครับ (ดร.ศรัณย์) ครับผม ขอขอบคุณท่าน ดร.สุทธิพงศ์มากนะครับ ที่ได้มาเล่าถึงเบื้องหลังของ TPMAP นะครับ แล้วก็ทำให้เราเห็นว่าจากการรวบรวมข้อมูลมานี่ ก็เริ่มเห็นหน่วยงานที่เอาไปใช้ประโยชน์ที่เราได้รวบรวมกันมานะครับ แล้วก็ช่วยชี้ให้เห็นด้วยนะครับ ว่าไม่ได้เกิดจากสภาพัฒน์ส่วนเดียวนะครับ หรือว่า NECTEC หน่วยงานเดียว มันเป็นลักษณะภาคีที่ร่วมด้วยช่วยกันทำนะครับ แล้วก็เพื่อจะให้เห็นภาพชัดจนขึ้นนะครับ คงต้องขอเรียนเชิญคุณ มนทิรา เข็มทอง ท่านผอ. กลุ่มงานประสานแผนและยุทธศาสตร์ เสริมสร้างความเข้มเข็งชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน มาเล่าประสบการณ์ที่ท่านได้ลงพื้นที่ในการช่วยเหลือประชาชนแล้วก็ยกระดับคุณภาพชีวิตให้พวกเราได้รับทราบกันหน่อยครับ เรียนเชิญครับ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนนะครับ ของการดำเนินงานนี่ ก็ได้มีการน้อมนำของเศรษฐกิจพอเพียงไปสู่การปฏิบัติในชุมชนและหมู่บ้านนะครับ โดยการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนี่ ไปใช้ในการบริหารชุมชน เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและมีความสุขนะคะ จนกระทั่งได้มีการนำเนินการมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง การที่เราได้ใช้ข้อมูล จปฐ. หรือข้อมูลความจำเป็นพื้นฐานนะคะ ในการพัฒนาคุณภาพชีวิต ในเรื่องของรายได้ ได้มีการเชิงบูรณาการของจังหวัด คนที่มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ก็จะถูกแก้ไขนะคะ โดยเราจะเปรียบเสมือนคนที่มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ ก็จะเปรียบเสมือนที่คนปวดหัวตัวร้อน ซึ่งเราก็จะต้องแก้ตามอาการ ซึ่งเราจะให้ยาแก้ปวด รักษาตามอาการก่อน เพราะฉะนั้นคนที่ไม่มีบ้าน ก็จะถูกแก้ไขเรื่องทำให้มีบ้านอย่างนี้เป็นต้นนะคะ แต่ว่า หลังจากนั้นน่ะค่ะ เพื่อความยั่งยืนก็ต้องมีอาชีพและรายได้ เขาถึงจะดีขึ้นและยั่งยืน และสามารถยืนด้วยตนเองได้ เพราะฉะนั้น ก็เลยนำมาสู่การวางยุทธศาสตร์ แก้ไขความยากจนให้ชีวิตมั่นคง ให้ครอบครัวมั่งคั่ง แล้วก็ให้ชุมชนยั่งยืน โดยเราก็ได้มีการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งทฤษฎีใหม่นี่ค่ะ สิ่งที่เป็นรูปธรรม คือ การประยุกต์สู่ โคก หนอง นา โมเดล ตอนนี้ค่ะ กรมฯ ได้เริ่มดำเนินการเพื่อเป็นต้นแบบ ปี 2563 ใน 1,500 จุดนะคะ หลังจากนั้นพอเราได้ต้นแบบแล้ว ก็ขยายผลโดยการของบประมาณในปี 2564 ได้มาก 11,414 หมู่บ้าน หรือครัวเรือนนะคะ แล้วเราก็ของบเงินกู้ตามแผนการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมจากผลกระทบโควิด 19 นะคะ ก็ได้มาอีก 4,700 กว่าล้าน จำนวนเป้าหมาย 25,279 คนเหล่านี้ค่ะ เป็นคนที่เป็นยากจน หรือคนที่ตกเกณฑ์ตาม TPMAP และคนที่มีความพร้อมให้เป็นที่เลี้ยงด้วยนะคะ ขอเรียนให้ทราบใน 2 ส่วนนี้ พอเราได้ข้อมูล TPMAP เราได้ชี้เป้า ซึ่ง TPMAP ส่วนหนึ่ง ก็คือข้อมูล จปฐ. ที่เราจัดเก็บมาโดยตลอดนะคะ รู้ว่าเป้าหมายตรงไหนแล้ว เราแยกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นคนปวดหัวค่ะ เราแก้อาการปวดหัว ส่วนที่ 2 คือคนที่พร้อมที่จะทำโคกหนองนาโมเดลนี่นะคะ เราจะเข้าสู่กระบวนการนี้ ค่ะ ซึ่งตรงนี้นะคะ โมเดลที่จะทำเพื่อให้ขับเคลื่อนไปได้ทั่วประเทศนะคะ เราจะแยกเป็น 2 ส่วน ส่วนที่เป็นคนที่ตกเกณฑ์ตาม TPMAP อีกส่วนหนึ่งก็คือคนที่พร้อมและสมัครใจโครงการนี้นะคะ อันนี้จะเป็นความต้องการและปัญหาที่ชุมชนเขาช่วยกันแก้ แล้วทางรัฐก็จะสนับสนุนงบประมาณไปทำโครงการ โคก หนอง นา โมเดล ที่เราได้ไว้ โครงการนี้น่ะค่ะ มันเป็นโครงการที่จะช่วยให้เขาเพิ่งเองได้ มีอยู่ มีกินพอใช้ แบ่งปันแล้วก็ขายนะคะ พวกเราจะเชื่อมโยงตั้งแต่การให้เขาอยู่ได้ด้วยตนเอง เมื่อเขาอยู่ได้แล้ว เขาก็จะต้องมีรายได้สำหรับที่จะดำรงชีพอย่างอื่นนะคะ สิ่งเลห่านี้จะถูกสอนในกระบวนการโครงการโคกหนองนาโมเดลนะคะ เราได้รับงบประมาณแล้ว ตอนนี้อยู่ในระหว่างดำเนินการ ก็จะดำเนินการในทุกจังหวัด 73 จังหวัด ทั่วประเทศ ยกเว้นแค่ 3 จังหวัด ที่คนเป้าหมายไม่มีความพร้อมนะคะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นน่ะค่ะ ทางกรมการพัฒนาชุมชน ท่านก็มีนโยบายว่า คนที่มีความพร้อมนะคะ เข้าร่วมโครงการทั้งหมด ตอนนี้นะคะ เราดำเนินการไปในระยะที่ 1 นี่ จำนวน 25,449 ครัวเรือน และส่วนที่ 2 ดำเนินนโยบายที่จะของบประมาณเพิ่มเติมนะคะ ตอนนี้มีคนสมัครเข้ามาแล้วที่จะร่วม 14,000 กว่ารายแล้ว ซึ่งตรงนี้ค่ะ เราจะทำโมเดลระดับครัวเรือน หรือเราเรียกว่า HLM นะคะ ครัวเรือนนี่ ดำเนินการในขนาด 1 ไร่ 3 ไร่ อันนี้จะสามารถพึ่งตนเองได้ อยู่ได้ในชุมชนโดยไม่เดือดร้อน ถึงแม้จะมีภาระ COVID-19 จะมีอยู่มีกินก็พึ่งตนเองได้นะคะ ส่วนระดับตำบลนี่เราจะทำเป็นต้นแบบ เพื่อที่จะเป็นที่เรียนรู้นะคะ ใช้ที่ทำนี่ คือ 10 ไร่ 15 ไร่ ค่ะ จะเป็นที่เรียนรู้ที่จะเป็นโคกหนองนาโมเดล ซึ่งเป็นสิ่งที่จะช่วยพัฒนาชีวิตและในอำเภอนะคะ หลังจากนั้นนะคะ เราจะมีโมเดลในระดับอำเภอ ซึ่งในระดับอำเภอนี้นะคะ หรือ ALLM นี่ A ก็คืออำเภอ แลปโมเดลนะคะ ที่เราเรียกว่าแลปโมเดล เพราะมันจะเป็นโมเดลในการนำร่องให้เขาได้มีการพัฒนาและเขาอยู่ได้อย่างยั่งยืนจริง ๆ หลังจากนั้นก็ทำโมเดล PLM PLM คือ ทำให้ระดับจังหวัด ถ้าเทียบเคียงกับจังหวัดสมุทรสงครามนะคะ ท่านก็จะเห็นได้ค่ะ สมุทรสงครามกับโครงการที่กรมการพัฒนาชุมชนวางไว้นะคะ โดยใช้โคกหนองนาโมเดล มาเป็นกิจกรรมนำร่องที่จะทำให้เขาพ้นจนอย่างยั่งยืนนี่นะคะ ก็จะผนวกกันได้ เพราะว่าเราเน้นที่ 2 ส่วน ส่วนแรกคือแก้จน แก้อาการ ส่วนที่ 2 ก็คือทำให้เขาอยู่ได้ พึ่งตัวเองได้ โดยที่รัฐสนับสนุนในส่วนที่เขาขาดค่ะ สำหรับรายละเอียดแนวทางนะคะ เดี๋ยวเอาไว้ในช่วง 2 นะคะ ส่วนแนวคิดที่ทางกรมการพัฒนาชุมชนเอามาใช้ แล้วก็เป็นกลไกในระดับปฏิบัตินะคะ เราจะใช้ภาคี 7 ภาคีนะคะ แล้วเราก็จะใช้หลักของการสร้างเครือข่าย เพื่อให้สังคมอนุรักษ์ตามหลักบวร บรม แล้วก็ ครบ ม่านวัดราชการ มีวัด มัสยิดแล้วก็พิกกะ ทุกเครือข่ายจะมาช่วยเราขับเคลื่อน เพราะฉะนั้นน่ะ ในการดำเนินงานที่ผ่านมาและในอนาคตนะคะ กรมการพัฒนาชุมชนได้พิสูจน์แล้วว่าการทำงานแบบนี้ ที่จะนำสู่การยั่งยืนนี่ ต้องทำใน 2 ส่วน ส่วนแรกให้เขาแก้ไขเฉพาะหน้าก่อน ส่วนที่ 2 ก็คือให้เขามีอาชีพ และมีรายได้ที่พึ่งตัวเองได้ค่ะ สำหรับแนวคิดนะคะ แนวคิดที่จะเอามาใช้นี่ ตอนนี้สถานการณ์โควิดนี่มันทำให้โลกนี่ หันกลับ ที่จะทำให้เราสร้างสังคม ชุมชนยุคใหม่ เพราะฉะนั้นนะคะ สิ่งที่จะเติมไปนี่ จะเติมในเรื่องของสาสตร์พระราชา เติมเรื่องของภูมิปัญญาท้องถิ่น แล้วก็เติมเรื่องนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เหมาะสมนะคะ อันนี้ค่ะสำคัญมาก เพราะว่าตอนนี้ ถ้าเราสังเกตสถานการณ์ปัจจุบันนะคะ คนกลับสู่คืนถิ่น แล้วก็ที่โควิด สถานการณืโควิด ทำให้คนกลับคืนถิ่นนี่นะคะ เราจะกลับไปลงมือฟื้นฟู น้ำ ดิน แล้วก็จะใช้กลไกในเรื่องของความสามัคคี จิตอาสาพัฒนาชุมชน เพื่อที่จะช่วยให้กับคนที่อยู่ในชุมชนน่ะค่ะ เป็น 2 ส่วน ที่เป็นคนจนตาม TPMAP ที่ชี้มา กับคนที่ไม่จน แต่มีความพร้อมที่จะช่วยเพื่อน ให้ช่วยกันทำ แล้วก็ใช้กลไกเหล่านี้นะคะในการพัฒนาเราเน้นที่เรื่องการพัฒนาคุณภาพชีวิต เพราะว่าถ้าคนเราอยู่ได้ คุณภาพชีวิตดี ความสุข สังคมยุคใหม่หรือชุมชนใหม่ที่เราต้องการก็จะเกิดขึ้นได้ สำหรับเป้าหมายในอนาคตนะคะ เป้าหมายในอนาคตนี่ ถ้าทุกชุมชนสามารถที่จะดำเนินการได้นะคะ เราก็จะมั่นใจได้ว่าเป้าหมายที่เราต้องการนี่ ที่ชุมชน แม้ว่าจะเป็นชุมชนที่ต้องการความช่วยเหลือ หรือชุมชนที่พร้อมจะช่วยเพื่อน เขาพร้อมที่จะเดินไปด้วยกัน และสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตตามที่เราต้องการจะได้อย่างมั่นคง ครอบครัวก็มั่งคั่ง ชุมชนก็จะยั่งยืนค่ะ ในส่วนนี้ขอนำเรียนเท่านี้ก่อนนะคะ ค่ะ ขอบคุณค่ะ (ดร.ศรัณย์) (คุณสุทธิชัย AI) ขอบคุณครับ คุณมนทิราครับ ถึงการใช้งานจริงของระบบ TPMAP ที่ล่าสุดได้มีนโยบายให้ทุกจังหวัด ใช้ TPMAP ในการแก้ปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืนในระดับประเทศนะครับ วันนี้พิเศษมาก ๆ ครับ ที่เราจะได้พูดคุยกับท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ที่ได้นำการใช้งาน TPMAP แก้ไขความยากจนเป็นจังหวัดแรกนะครับ และประสบความสำเร็จ รางวัลการบริการราชการแบบมีส่วนร่วมระดับดีเด่น ประเภทรางวัลร่วมใจแก้จน เป็นสักขีพยานครับ ขอเชิญ ดร.ชรัส บุญณสะ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงความ เล่าให้เราฟังหน่อยครับว่า จังหวัดสมุทรสงครามโมเดลกับการใช้งานระบบ TPMAP ในการใช้ปัญหาความยากจนจังหวัดสมุทรสงครามเป็นอย่างไรบ้าง ขอเรียนเชิญ (ดร.วันฉัตร) ครับ ขอบคุณครับ ขอถือโอกาสนี้นะครับ เป็นการแชร์ประสบการณ์แก้จนนะครับ ที่จังหวัดสมุทรสงครามนะครับ ก็ขอเรียนว่า การใช้ TPMAP Logbook นี่ก็เริ่มตั้งแต่ปี 2562 นะครับ ที่เริ่มระบบการใช้ระบบ TPMAP นะครับ ซึ่งทาง NECTEC นี่ ได้อนุเคราะห์นะครับ และจากการใช้ไปในปีแรกนี่ ก็พบว่า มีบางอย่างนี่เป็นจุดอ่อน ก็ได้มีการเสนอกับทาง NECTEC แล้วก็ทาง NECTEC ปรับปรุงแล้วก็พัฒนา เราก็ได้ระบบ TPMAP Logbook นะครับ โดยสรุปก็คือว่าเป็นเครื่องมือที่ชี้เป้าว่าคนจนอยู่ที่ไหน คนจนเป็นอย่างไร คนจนต้องการอะไรก็เป็นเครื่องมือในการชี้เป้า แล้วก็นอกจากนั้นนี่ก็เป็นข้อมูลก็คือสามารถที่จะนำเข้าข้อมูลจากครัวเรือน ไม่ว่าจะเป็นปัญหา ไม่ว่าจะเป็นความต้องการ รวมถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่ได้ลงไปช่วยเหลือ อันนี้ก็สามารถลงในระบบได้ แล้วก็ทำให้หัวหน้างานหรือผู้บริหารสามารถที่จะติดตามจากระบบนี้ได้ แล้วก็ความสะดวก ก็คือว่าสามารถที่จะทำงานบน Smartphone ได้ด้วย อันนี้ก็เป็นสิ่งที่เอามาใช้ในปี 2563 แต่ในการทำงานจริง ๆท ของการแก้ปัญหาความยากจนนี่ ไม่ใช่เพียงเครื่องมือนะครับ ยังมีองค์ประกอบอีกหลายอย่างที่เป็นปัจจัยสำคัญ ผมขออนุญาตเล่าให้ฟังว่าจังหวัดสมุทรสงครามทำอย่างไรบ้างนะครับ ประการแรกเลย ก็คือการยกระดับความสำคัญของปัญหา ต้องยอมรับว่าทุกจังหวัด 76 จังหวัด ทั่วประเทศไทยนี่ มีงาน มีโครงการสำคัญ ๆ ไม่ว่าจะเป็นนโยบายรัฐบาลกระทรวงต่าง ๆ มากมาย ตอนนี้การทำงานถ้าเราไม่ได้ให้น้ำหนักในงานหนึ่งงานใดเลยนี่ มันก็จะเป็นการทำงานที่เหมือน ๆ กันไป อาจจะประสบความสำเร็จได้ยาก สมุทรสงครามมองเห็นปัญหาความยากจนนี่ เป็นปัญหาสำคัญ เพราะว่าแนวคิดนโยบายสำคัญของจังหวัดสมุทรสงครามที่ได้ประกาศไว้ ความทุกข์ของราษฎ์ คือความทุกข์ของเรเพราะฉะนั้น ความยากจนนี่เป็นความทุกข์ยากของราษฎร เรายกระดับความสำคัญของปัญหานี้ เป็นปัญหาสำคัญของจังหวัด และประกาศให้สังคมชาวจังหวัดสมุทรสงครามได้ทราบนะครับ ประการต่อมา ก็คือว่า กลไกในการทำงาน อันนี้เป็นความสำคัญอย่างมาก เพราะฉะนั้นกลไกในพื้นที่นะครับ เรามีนายอำเภอทำงานเป็นนายคณะ ในระดับอำเภอ พอมาระดับจังหวัด ก็มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานคณะทำงาน หรือประธานคณะกรรมการ นอกจากนั้นนี่ปัญหาความยากจนตาม TPMAP Logbook นี่ ปัญหาความยากจนออกถึง 5 เรื่อง เป็นเรื่องของสุขภาพ เป็นเรื่องของรายได้ เป็นเรื่องของการศึกษา เป็นเรื่องของความเป็นอยู่ เป็นเรื่องของการเข้าถึงการบริการของรัฐ ก็จะเป็นรายมิติ 5 มิติ ทางจังหวัดก็ออกแบบการทำงานให้มีเจ้าภาพหลักในแต่ละด้านด้วย เช่น ในด้านสุขภาพ ก็จะมีสำนักงานสาธารณสุขทีมงานตั้งแต่ระดับตำบล อำเภอ แล้วก็มีทีมงานติดตามในระดับจังหวัด อันนี้เป็นกลไกสำคัญ ที่เราทำขึ้นมานะครับ นอกจากนั้นนะครับ การทำงานนี่ เราก้มีหลักสำคัญก็คือว่า นอกจากเครื่องมือสำคัญ คือ TPMAP Logbook แล้วเราก็นะครับ เพราะว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานความยากจน ไม่ใช่เพียงแก้ปัญหารายมิติ ยังมีส่วนราชการที่จะต้องเกี่ยวข้องอีกเป็นจำนวนมาก เพราะฉะนั้นนี่ ส่วนสำคัญที่จะต้องมีการบูรณาการ ส่วนร่วมในการทำงาน และที่สำคัญที่สุดความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ ต้องมีความร่วมมือจากเครือข่ายต่าง ๆ ซึ่งเราเรียกว่า "ภาคีร่วมงาน" ในการทำงานนะครับ ซึ่งก็มีภาครัฐนะครับ ในทุกหน่วยงานนะครับ ภาคเอกชน เช่น หอการค้า ภาคอุตสาหกรรม อันนี้ก็จะมีส่วนสำคัญในการที่จะมาช่วยนะครับ ภาคประชาสังคม อันนี้ก็มีความสำคัญมากที่จะช่วยเราคิดในการที่จะวิเคราห์ต่าง ๆ ที่สำคัญ สมุทรสงครามนี่ มีคณะสงฆ์เป็นองค์กรสำคัญที่เข้ามามีส่วนสำคัญในการช่วยเหลือนะครับ เพราะว่าเจ้าคณะจังหวัดได้มาเป็นที่ปรึกษาในโครงการนี้นะครับ แล้วก็ภาคประชาชน ทั้งหมดนี้ก็เป็นการทำงานทำานที่อาศัยการทำงานแบบมีส่วนร่วมนะครับ ทีนี้มีขั้นตอนนคราวนี้กระบวนการสำคัญนะครับ เราต้องมีการประชุมชี้แจง มอบแนวทางปฏิบัติให้ทุกหน่วยงาน ทีมงานที่ทำงานเรื่องนี้นะครับ ได้เห็นความสำคัญอย่างแท้จริง ที่เรื่องนี้เป็นนโยบายสำคัญของจังหวัด ต้องทำงานอย่างเต็มที่นะครับ ประการต่อมา เมื่อมีความเข้าใจในแนวทางเชิงนโนบาย ในแนวทางเชิงปฏิบัติแล้วนี่ ต้องมีการอบรมการใช้เครื่องมือสำคัญ คือ TPMAP Logbook ให้คนที่อยู่ในการทำงานทุกทีมได้เข้าใจว่า TPMAP LOGBOOK เป็นอย่างไร ได้ไปลงไปในพื้นที่ ไปบ้านเรือนทุกหลังนะครับ ที่ทาง TPMAP ได้ชี้เป้าไว้ แล้วก็ไปปักหมุด ไปนำเข้าข้อมูลตั้งแต่เริ่มต้น ต้องขต้องขอโทษทางท่านผู้ชมผู้ฟังด้วยนะครับ เกิดปัญหาทางเทคนิคนิดหนึ่งนะครับ ก็อย่างที่ท่านได้รับชมรับฟังจากท่านผู้ว่าฯ ไปนะครับ ทางระดับพื้นที่โดยเฉพาะสมุทรสงครามมีการดำเนินการในเชิงปฏิบัติอย่างชัดเจนเลยนะครับ ก็ได้ให้มีการตั้งคณะกรรมการระดับจังหวัด ซึ่งท่านเป็นประธานเองนะครับ และเนื่องจากความยากจนที่เราได้ฟังจากวิทยากร จากสภาพัฒน์ ดร.สุทธิพงษ์ จาก NECTEC ก็จะทราบว่ามีอยู่ 5 มิตินะครับ ไม่ว่าจะเป็นมิติเรื่องของรายได้ เรื่องของการศึกษานะครับ เรื่องของสุขภาพ เรื่องของที่อยู่อาศัย และการเข้าถึงบริการภาครัฐ ท่านก็ได้ตั้งเป็นชุดสมการย่อย ก็มีหน่วยงานในจังหวัดที่เกี่ยวข้องลงไปถึงระดับอำเภอ โดยอาศัยข้อมูลที่ TPMAP มีอยู่เป็นตัวตั้งต้น และอย่างที่ท่านทราบ ข้อมูลตั้นต้นนี่ บางครั้งก็จะไม่ตรงเป๊ะทีเดียวกับบริบทที่เราได้จากพื้นที่ ณ วันเวลานั้นนะครับ ซึ่งก็จะทำให้ข้อมูลระบบ TPMAP เองนี่ ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง แล้วก็แม่นยำ รวมไปถึงทันเวลา ทันการณ์มากขึ้นนะครับ อันนี้ก็เป็นลักษณะที่เราต้องค้นจากข้อมูลก่อน แล้วก็จากข้อมูลที่ได้ไปสู่การปฏิบัติ ลงไปถึงทาง... เอาล่ะครับ สัญญาณจากสมุทรสงครามมาแล้วนะครับ เชิญต่อเลยครับ ปัญหาคนจนนี่ ก็ยังของรัฐฯ เช่น สิทธิต่าง ๆ ที่เราพึงมี พึงได้ อันนี้เราก็ช่วยแนะนำ ช่วยนำพา ให้เขาได้รับสวัสดิการของรัฐ และที่สำคัญก็คือว่าการเข้าถึงเงินกู้ของผู้สูงอายุ แล้วก็กองทุนคนพิการที่จะช่วยเหลือคนจนได้เป็นอย่างดีนะครับ สรุปนะครับ โดยภาพรวมของปี 2563 นี่ เราก็ได้ให้ความช่วยเหลือผู้ที่มีปัญหาด้านรายได้ ร้อนละ 60 นะครับ รองลงมาด้านสุขภาพ ร้อยละ 20 นะครับ แฃ้วก็ด้าความเป็นอยู่และการเข้าถึงบริการของรัฐนี่ แล้วก็ที่เหลือก็ทางด้านการศึกษาก็ครบถ้วนทั้ง 436 ครัวเรือนนะครับ ช่วงท้ายนี่ ผมอยากจะเรียนอย่างนี้ว่า การแก้ไขปัญหาความยากจนนี่มันไม่ได้หยุดนิ่ง มันเป็นพลวัต หมายความว่าแม้เราจะให้ความช่วยเหลือในปีนี้ไปแล้ว ก็หมายความว่าจะจบไปเลย ปีหน้าอาจจะเจอปัญหา ปัจจัยอื่นทำให้เขากลับมายากจนได้ ทีนี้โดยทีมงานของจังหวัดให้ความสำคัญในเรื่องนี้ ปัญหาความยากจนนี่ มันเกี่ยวข้องกับปัจจัยอื่นด้วยนะครับ ไม่ใช่เพียงแค่การรักษาตามอาการแล้วจะจบไป เพราะฉะนั้นอันนี้เป็นแนวการไขปัญหาแบบยั่งยืน ทางจังหวัดนี่ก็มีนโยบายชัดเจนว่า ความยากจน โจทย์ TPMAP ชี้เป้าไว้นี่ ถึงเราจะให้การช่วยเหลือไปแล้ว ส่งต่อไปที่เทศบาล อบต. ที่อยู่ในรายชื่อเหล่านี้ ที่อยู่ในเขตรับผิดชอบของเขา ไปวางแผนดูแลติดตามให้ความช่วยเหลือต่อเนื่องนะครับ ส่งเสริมอาชีพ รายได้นี่ เราก็ทำในภาพรวมขึ้นมา เพื่อให้เขามีความมั่นคงนะครับ และสิ่งสำคัญก็คือว่าเราพยายามที่จะส่งเสริมให้ชุมชนนี่เป็นฐานในการรองรับคนยากจนที่สมุทรสงครามนี่ได้ส่งเสริมเศรษฐกิจทำน้ำตาลมะพร้าวแท้ แม่กลอง นะครับ กิจกรรมสำคัญของชุมชน ที่จะสร้างรายได้ให้กับสมุทรสงคราม เราก็ต่อยอดให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น โดยการขยายยอดการผลิต แล้วก็เอาคนที่พิการ คนที่เปราะบาง คนด้อยโอกาส คนยากจนนี่ เข้ามาเป็นสมาชิกในกลุ่ม ให้มีงานทำอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งเรามีกลุ่มที่เพิ่มเติมขึ้นมา ทางจังหวัดสมุทรสงครามกำลังนำร่องเป็นจังหวัดต้นแบบในเรื่องของการนำวัสดุธรรมชาติ ใบไม้ทั้งหลาย นำมาผลิตเป็นพาชนะจาน ชาม เอามาขายที่ตลาดน้ำ แหล่งท่องเที่ยว และต่อไปถ้าเหลือ เราก็จะส่งขายเป็นสินค้าสำคัญ เราจะมีกลุ่มแบบนี้เกิดขึ้นทุกตำบลนะครับ อันนี้ก็จะเป็นที่รองรับสำหรับคนจนที่เข้ามาทำงานได้ แม้เป็นคนพิการก็ทำได้ จาน ชามนี่ ทำได้วันละ 100-200 ใบ เพราะฉะนั้น ก็จะมีรายได้ เลี้ยงได้ มีความมั่นคงยั่งยืนนะครับ และก็นอกจากนั้นนี่ เราก็มีแหล่งที่ทำโคกหนองนาโมเดล ซึ่งเป็นการนำศาสตร์พระราชามาประยุกต์ใช้ในพื้นที่ เราก็จะให้จุดนี้ที่จะทำให้คนยากไร้นี่ได้เข้ามาดูปรับเป็นแนวทางในการที่จะปรับใช้ในชีวิตของเขาได้นะครับ และท้ายที่สุดนี่ผมอยากเรียนว่า ประสบการณ์ทำงานมาเป็นเวลา 39 ปี ของการรับราชการตั้งแต่เป็นหัวหน้าสถานีอนามัย นายอำเภอ ปลัดฯ จังหวัด มาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด ทำให้เขาได้สัมผัสกับชีวิตของคนยากจนในพื้นที่อย่างแท้จริง เห็นชัดเลย ว่าในปัจจุบันความยากจนนี่มันเกี่ยวข้องกับปัจจัย 2 ปัจจัยหลัก ปัจจัยแรกก็คือเรื่องขอสุขภาพ สำคัญมาก ถ้าครอบครัวใดมีคนเจ็บป่วยเรื้อรังสัก 1 คน ผมเชื่อว่าครอบครัวนั้นเริ่มลำบากขึ้น ลำบากขึ้น ล่มสลาย มีคนพิการ 1 คน ครอบครัวนั้นก็ทำให้การทำมาหากินหยุดชะงัก โดยเฉพาะในปัจจุบันโรค NCDD หรือโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง กำลังเป็นปัญหาของคนไทย เพราะว่า ร้อยละ 75 ของการตายในทุกวันนี้ ตายจากโรค NCD ชั่วโมงละ 37 คน วันล่ะ 888 คน ปีละ 3.2 แสนคน ป่วยเป็นโรค NCD รวมแล้ว คนไทยตอนนี้เป็นโรค NCD ซึ่งโรคเหล่านี้เรื้อรังกว่าคนจะตาย เขาจะทำให้ครอบครัวเกิดความล่มสลาย ในเรื่องของการทำมาหากิน ในเรื่องของการดำรงชีวิต โรค NCD เป็นอันดับ 1 ตอนนี้เลยก็คือ โรคมะเร็ง เป็นอันดับหนึ่ง โรคสมอง เป็นอันดับ 2 โรคระบบทางเดินหายใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคที่เกิดจากเหล้า บุหรี่ อย่างนี้ เป็นต้น เพราะฉะนั้นนี่ เรื่องนี้จังหวัดให้ความสำคัญ ขณะนี้ทั้งจังหวัดในการที่จะลดการเจ็บป่วยด้วยโรค NCD นะครับ เพื่อให้ครอบครัวทั้งหลาย ลดการเจ็บป่วย ก็จะทำให้ปัญหาความยากจนนี่ มาช้าหรือไม่เป็นปัญหาความยากจน ประการที่ 2 เป็นปัจจัยสำคัญสำหรับคนในชนบท คนชุมชนเมือง ปัญหาความยากจนก็คืออบายมุข เหมือนก่อนเรามองว่า คนไม่มีการศึกษาทำให้เป็นคนโง่ เพราะคนมีการศึกษา มีการเข้าถึงแล้ว แต่ปัญหาสำคัญที่มาพร้อมกับปัญหาสุขภาพ คือ ปัญหาอบายมุข อบายมุขนี่เป็นความเสื่อม ครอบครัวไหนมีอบายมุข ครอบครัวนั้นมีความเสื่อม พระเขาบอกว่าเป็นผี 6 ตัว ผีที่ 1 ชอบกินสุราเป็นอาจิน ไม่กินข้าวปลาเป็นอาหาร ผีที่ 2 ชอบเที่ยวยาวิกาล ไม่รักลูกรักเมียตน ผีที่ 3 ชอบเที่ยวดูการละเล่น โขน ผีที่ 4 คบคนชั่ว มั่วกับโจร หนีไม่พ้นอาญาตราแผ่นดิน ผีที่ 5 ชอบเล่นหวย เล่นม้า กีฬาบัต สารพัดไฮโล การทำกิน มีทั้งสิ้น 6 ผี ไม่ดีเอย ลองทบทวนดูนะครับ ถ้าบ้านใดมี 6 ผีนี่ แทบไม่ต้องพัฒนาเลย จนแน่นอน บ้านไหนไม่มีผีเลย บ้านนั้นมีความเจริญรุ่งเรือง เพราะฉะนั้นเรื่องอบายมุข เรารณรงค์เป็นพิเศษนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการพนัน เรื่องสิ่งเสพติดนะครับ เรื่องที่เป็นการใช้ชีวิตที่ไม่เหมาะสมอย่างนี้เป็นต้นนะครับ เพราะฉะนั้นการแก้ไขปัญหาความยากจน ไม่ใช่เชิงเดียว แต่ต้องแก้ปัญหาที่เกี่ยวข้องเรื่องสุขภาพ เรื่องโรค NCD ด้วย กับเรื่องอบายมุขด้วย อันนี้เป็นแนวทางของจังหวัดที่กำลังให้ความสำคัญของปัญหาความยากจน และก็จะทำต่อเนื่องในปี 2564 ต่อไปครับ ขอบคุณครับ (ดร.ศรัณย์) ครับผม ขอขอบคุณท่านผู้ว่าฯ มากเลยนะครับ ฟังแล้วขนลุกเลยครับ อยากย้ายไปอยู่จังหวัดสมุทรสงความครับ ไปแล้วท่าทางจะอบอุ่นมากเรื่องการกำจัดไอ้ 6 ผีอบายมุขนะครับ ทีนี้เนื่องจากเวลาเราจำกัดนะครับ อยากวกกลับมาอีกนิดหนึ่งนะครับ กลับไปวิทยากรแต่ละท่านนะครับ เพื่อให้ช่วยแบ่งปันอีกนิหนึ่งครับ เพื่อให้ที่แต่ละท่านคิดไว้ จะต้องทำอะไรบ้าง รวมถึงอยากจะฝากฝังอะไรนะครับ ที่ทุกคนนี่มีส่วนร่วมร่วมกันที่จะช่วยลดความยากจนใน 5 มิติ รวมถึงพัฒนาคนหรือคุณภาพชีวิตให้มันยั่งยืนขึ้นนะพครับ ก่อนอื่นนะครับ เดี๋ยวขออนุญาตให้ท่านผู้ว่าพักก่อนนะครับ เดี๋ยวกลับไปที่ท่าน ดร.วันฉัตรครับ เพื่อที่จะปิดท้ายเรานิดหนึ่งนะครับ ว่าสเต็ปถัดไปเป็นอย่างไร แล้วก็มีอะไรจะฝากกับผู้รับชมรับฟังบ้างครับ เชิญครับ ก็เดี๋ยวจริง ๆ ผมตั้งใจจะอย่างยิ่งนะครับ อันนี้คือ Session ความจำเป็นของวันนี้มันไม่ใช้เป็นปัญหาให้ยั่งยืนในพื้นที่นะครับ แต่มันต้องเป็น TPMAP Advance อีกขั้นหนึ่งแล้วนะครับ วันนี้นะครับ อยากจะเชื้อเชิญคนที่ฟังอยู่ทางบ้าน หรือผู้ที่รับชมทางไหนก็ตามนะครับ วันนี้คือ TPMAP มันเดินมาถึงจุดที่ว่าเราตั้งใจในระดับพื้นที่เราก็ทำได้ วันนี้นี่ Area Base Development หลักของปีนี้ ปีหน้า 2 ปีนี้ ต้องการให้ท่านผู้ว่านะครับ ร่วมกับภาคีเครือข่ายใช้ TPMAP นอกจากนั้นแล้วสิ่งที่อยากจะทำอย่างไรให้ TPMAP นี่เป็น Policy เลย คือการใช้ในการทำข้อมูลที่จะมาขัดทำนโยบาย ร่วมถึงจัดทำโครงการขึ้นมา ที่แบบอยู่เป็น Advance แค่ทำระดับพื้นที่เลยว่า เราต้องทำเพราะฉะนั้นความมุ่งหมายของเราคือจะทำให้ประเทศไทยนี่มีข้อมูล และการใช้ข้อมูลนั้น คือการพัฒนาประเทศอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นที่เรามาในวันนี้ มีเข้ามาใช้ TPMAP เป็นส่วนร่วม อย่างเช่น สถาบันการศึกษา สถาบันวิจัยนี่เข้ามาในการที่จะเอาข้อมูลเหล่านั้นไปวิเคราะห์ต่ออย่างไรบ้างนะครับ ภาคอื่น ๆ นะครับ ภาคสังคมนี่ ท่านก็สามารถใช้ข้อมูล TPMAP เป็นจุดเริ่มต้นในการแก้ปัญหานะครับ NECTEC เองก็สามารถผนวกเอาข้อมูลอื่น อย่างเช่นข้อมูลอย่างพื้นที่นี่ อันนี้จะทำใหผ้เรามองเห็นความยากจนระดับบุคคล ความยากจนระดับพื้นที่ขึ้นมา นโยบายที่สูงขึ้นต่อไปได้ เพราะฉะนั้นตอนนี้ อนาคตของ TPMAP นี่ คือต้องทำให้ TPMAP นี่เป็น evidence base policy ให้ได้ ต้องเป็นข้อมูลตัดสินใจเชิงนโยบายและนำไปสู่การใช้จ่ายงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาต่อไปนะครับ เพราะฉะนั้นวันนี้อยากจะเรียนเชิญทุกท่านเข้ามาใน TPMAP ส่วนร่วมในการที่จะเอาข้อมูลไปวิเคราะห์ต่อ เราที่เป้นส่วนกลางนี่ เรามองว่า TPMAP ทุกท่อนนี่ สำคัญหมดเลยนะครับ ท่อนแรกคือข้อมูล ขั้นแรกคือให้ข้อมูลไหลเข้ามาเรื่อย ๆ ข้อมูลที่มีคุณภาพทุกมิติ ทุกพื้นที่ให้ได้นะครับ ระบบเองที่จะเป็น ผมเรียกว่า User friendly นี่ไม่จำเป็นต้องเป็น NECTEC ดร.อานนท์ ไม่ต้องขนาดนั้นคือ ใครก็ตามที่เข้ามาดูระบบและเอาข้อมูลนี่ไปวิเคราะห์ต่อได้นะครับ ส่วนท่านผู้ว่าฯ นะครับ เกี่ยวข้องในระดับพื้นที่นี่ คุณภาพชีวิตของคนไทยทุกคนนะครับ และสำคัญที่สุด อย่างเห็นการใช้ข้อมูลนี่มันส่งผลต่อหลาย ๆ เรื่อง โดยเฉพาะในการเสนอภาพของประเทศไทย ภาพลักษณ์ที่เราจะแก้ไขความยากจนได้อย่างยั่งยืนนะครับ ฉะนั้นตรงนี้อยากวิเคราะห์ข้อมูลมาก ๆ ภาพนี้ คือภาพที่เรามองว่า คือ อยากให้เห็นว่าการทำงานทั้งหมดนี่ มันขึ้นอยู่กับการวิเคราะห์ข้อมูลด้วย ไม่ใช่ว่า ทำเฉพาะงานที่เราเห็น งานเบื้องหน้า แต่นำไปสู่โครงการนโยบายอนาคตนะครับ และสุดท้ายนะครับ คือ คนไทยทุกคนนี่คือ ความมั่นคง มังคั่ง และก็ยั่งยืนครับ ขอบคุณครับ (ดร.ศรัณย์) ครับผม ขอขอบคุณ ดร.วันฉัตร มากนะครับ เนื่องจากท่านดร.วันฉัตรกล่าวถึง TPMAP เชิงเฉพาะ เชิงเทคนิค เยอะเหมือนกันนะครับ เดี๋ยวขออนุญาตขยับไปที่ ดร.สุทธิพงศ์นะครับ เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมนิดหนึ่งนะครับ ว่าก้าวถัดไป คืออะไรดีนะครับ แล้วก็จะฝากอะไรกับท่านผู้รับชมรับฟังบ้างครับ เชิญครับ ((ดร.สุทธิพงศ์) ครับ ขออนุญาตครับผม สุทธิพงศ์นะครับ สัก 5 นาทีนะครับ ในการอธิบายครั้งนี้นะคะ อย่างที่ ดร.วันฉัตร ได้กล่าวไปนะครับ ก็จากนี้ไปนะครับ ก็จะเป็นการ Focus ที่ aAare ซึ่ง TPMAP มันมีฐานของมัน ระดับคนนะครับ ระดับครัวเรือนอยู่ข้างล่าง และถ้าสามารถไปเชื่อมกับข้อมูลเชิงพื้นที่ได้นะครับ ท่าน ผอ.มนทิรา ได้พูดถึง โคก หนอง นา โมเดล Solution ต่าง ๆ ที่อยู่ในอบายมุข ถ้าเชื่อมได้จะเห็นภาพมากขึ้น เป็น Area Base นะครับ ที่ทางดร.วันฉัตรได้แนะนำมานะครับ ก็คือทำเป็น Event ตรงนี้นะครับ มันจะเกี่ยวกับการปรับระบบข้างหลัง TPMAP เป็นระบบ BidData ที่ เอาข้อมูลมาเข้าโมเดล Comerเพิ่มนะครับ ทำโมเดลให้เพื่อ Visualization จะต้อง User fily นอนจากนั้นนะครับ อย่างที่ท่านผู้ว่าฯ ได้กรุณาแนะนำมานะครับ อย่างจังหวัดสมุทรสงครามมีขั้นตอนการทำงาน 6 ขั้นนะครับ ก็ระบบ Visualization มันควรจะปรับตามขั้นตอนการทำงานด้วย มี Solution ก็เอามาเป็นตัวอย่างได้นะครับ ตรงนั้นก็ไปแนะนำให้พื้นที่อื่นได้ จะขออนุญาตจบตรงนี้นะครับ ว่าระบบนี่จะต้องเอื้อต่อการทำงาน เป็นขั้นตอนนะครับ เป็นภาพใหญ่และภาพรวมนะครับ ขอขอบคุณท่านดร.สุทธิพงศ์มากนะครับ ที่ขมวดประเด็นเชิงเทคนิคเล็กน้อยนะครับ ที่คิดว่าทีมมีแผนที่จะดำเนินการต่อไปนะครับ ขออนุญาตเขยิบไปที่ทางกรมการพัฒนาชุมชนนะครับ ท่านผอ. ประสานแผนและสำนักความเข้มแข็งได้เลยครับ (คุณมนทิรา) เป็นฟื้นฟูน้ำ ฟื้นฟูป่า ยกเศรษฐกิจฐานราก พัฒนาความเข้มแข็งของราษฎรในชุมชน พัฒนาคนภาพชีวิต พัฒนาคุณภาพระดับประเทศนะคะ อันนี้คือความหวังที่เราตั้งไว้ เพื่อให้เขาพอมีพอกิน โดยการที่เราวางระดับของการพัฒนาไว้นะคะ ใน 3 ระดับ ระดับแรก ก็คือระดับครัวเรือนนะคะ ซึ่งระดับครัวเรือน ถ้าเทียบกับ โคก หนอง นา โมเดล นี่นะคะ ก็คือระดับที่เป็น โมเดลที่เป็น เจ้าของ 1 ไร่ 3 ไร่ ที่เป็น มีการฟื้นฟูดินน้ำป่า และพันธุ์พืช ให้มีการลดความค้างคา แล้วก็เลิกอบายมุข สอดคล้องกับที่ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราวท่านเน้นเรื่องการเลิกอบายมุขนะคะ ตรงนี้เขาจะพึ่งตนเองได้นะคะ หลังจากนั้นก็จะมีการรวมกลุ่ม รวมซื้อรวมขาย กรมการพัฒนาชุมชนทำหลายบทบาทค่ะ ทำตั้งแต่เรื่องของการสร้างอาชีพด้วยหลักทำอาชีพนะคะ โดยการผลิต โดยใช้โครงการ OTOP โดยใช้เครือข่ายประชารัฐมาช่วยนะคะ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ค่ะเราจะเริ่มจากการผลิตรายเดียว แล้วก็การรวมกลุ่ม เพื่อให้มีการพลังในการรวมซื้อรวมขายได้นะคะ แบ่งปันกันได้ หลังจากนนั้นน่ะค่ะ ก็จะได้มีการร่วมมือ ร่วมทุน ร่วมค้า ซึ่งอันนั้นน่ะค่ะ คือการทำในระดับเครือข่าย 7 ภาคีนะคะ ที่จะช่วยที่จะให้เราสามารถทำในเรื่องเหล่านี้ได้ เราวางโมเดลไว้ว่ามันจะมีโมเดลระดับครัวเรือน โมเดลระดับตำบล โมเดลระดับอำเภอ และโมเดลระดับจังหวัดนะคะ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล่ะค่ะ แผนเป้าไว้ว่าเราจะสร้างฐานทรัพยากร แล้วก็สร้างรายได้ สิ่งเหล่านี้ล่ะค่ะ เป้าสุดท้ายที่จะนำไปสู่ทิศทางในอนาคต คือ พัฒนาคนทุกช่วงวัย กำจัดคนทุกช่วงวัยและความเหลื่อมล้ำ มีความสุข ทั้งนี้นะคะ เราก็จะดำเนินการตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 347/2563 ซึ่งเพิ่งออกมาเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ที่ผ่านมานี้เองนะคะ ท่านรองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนและท่านรองเลขาสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาตินะคะ แล้วก็มีท่านผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์และความพิวเตอร์แห่งชาติ เป็นเลขานุการ แล้วก็มีท่านนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีได้รับมอบหมายนะคะ เป็นประธาร ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมาเป็นประธานด้วยนะคะ จากโครงสร้างเรื่องนี้ในอนาคต ถ้าเทียบกับ TPMAP ชี้เป้ามาแล้ว ตอนนี้เป้าเราชัดเจนว่าเราจะทำในกลุ่มไหนนะคะ แล้วใน TPMAP นั้น มีทั้งกลุ่มที่ต้องได้รับความช่วยเหลืออย่างเร่งด้วย แล้วก็เป็นคนที่ได้รับการดูแลให้พ้นเกณฑ์ นอกจากนั้นก็จะต้องเป็นคนที่ต้องได้รับการดูแลให้ดียิ่งขึ้น ในเรื่องของคุณภาพชีวิต เพราะว่าหลักทฤษฎีใหม่และหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนี่ ไม่ได้รับทำเฉพาะคนจนเท่าัน้น สามารถรับทำได้ทุกผู้ ทุกนาม ไม่ว่าจะยากดีมีจน สามารถนำหลักเศรษกิจพอเพียงไปน้อม ไปใช้ในวิถีชีวิตประวันได้นะคะ เพราะฉะนั้น ในเรื่องของของเป้าหมายและทิศทางในการดำเนินการในอนาคต โดยสรุปว่ากรมการพัฒนาชุมชนในฐานะที่ท่านอธิบดีเป็นเลขาในคณะที่จะต้องเป็นศูนย์อำนวยการขจัดความยากจน และก็พัฒนาคนทุกช่วงวยอย่งยั่งยืน นี่นะคะ คำสั่งนี้ล่ะค่ะ ที่จะเป็นคำสั่งที่ให้เราขับเคลื่อน ผนวกกับโครงการและกิจกรรมที่กรมการพัฒนาชุมชุนทำทั้งในภารกิจของกรมที่ได้รับมอบหมาย อย่างยกตัวอย่างเช่น โครงการ โครงการภายใต้มาตรการฟื้นฟูนะคะ ซึ่งท่านรัฐบาลได้มอบหมายให้เราทำ ซึ่งจะเป็น Fleg ship โมเดลอีกตัวหนึ่งที่จะแก้ปัญหาความยากจนแล้วก็การลดความเหลื่อมล้ำให้แก่ประชาชนกลุ่มเป้าที่ได้จาก TPMAP ชี้มาค่ะ (ดร.ศรัณย์) ครับผมขอบคุณท่านผอ.มนทิราด้วยครับ ก็เห็นได้ชัดนะครับ กรมการพัฒนาชุมชนไม่ได้ทำงานหน่วยงานเดียวนะครับ ทำงานอาศัยภาคีเครือข่าย แล้วก็ท่านผอ.ก็ได้เน้นย้ำนะครับ ในสิ่งที่ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงครามว่าสำคัญก็คงเรื่อง 6 ผีอบายมุขนะครับ ที่ดี เราก็จะไม่สามารถไปสู่ตำบล อำเภอ หรือจังหวัด ที่จะพัฒนาคนทุกช่วงวัย แล้วก็มีความสุขได้นะครับ ก็ขอปิดท้ายนะครับ ด้วยท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงครามนะครับ ไปทางท่านผู้รับชมรับฟัง รวมไปถึงสิ่งที่ท่านอยากชมอยากฝัน และอยากทำให้เห็นครับ เชิญท่านผู้ว่าฯ ครับ (ดร.ชรัส) ครับ ในการแก้ปัญหาความยากจนด้วยเครื่องมือ TPMAP นะครับ ก็เรียนว่า เป็นเครื่องมือที่ดี่นะครับ แล้วก็เป็นประโยชน์ทำงานนะครับ จังหวัดสมุทรสงครามนี่ก็จะใช้เครื่องมือ TPMAP นี้ต่อไปนะครับ แล้วก็คิดว่ามีการอบรมตั้งแต่ต้นปี เพื่อจะให้บุคลากรหรือทีมงานที่มาเพิ่มเติมมาใหม่ในรอบปี ได้มีความรู้ความเข้าใจ เหมือนทีมที่ทำอยู่แล้วนะครับ ทีนี้สิ่งที่อยากเสนอเป็นแนวคิดเพิ่มเติมนิดหนึ่ง นิดหนึ่ง เกี่ยวกับแนวคิด TPMAP นะครับ กรณีที่... เช่น จังหวัดสมุทรสงครามนี่ การทำงานในพื้นที่นี่ เราพบรายใหม่ ซึ่งเป็นเป็นคนจน แต่ว่าอยู่นอกเหนือจาก TPMAP ไดชี้ไว้นี่ ผมอยากจะให้... ที่ผ่านมาจังหวัดสมุทรสงครามนี่ มีตั้ง 120 คน แล้วเราก็ทำคู่ขนานกันไป แต่ว่าเป็นการทำงานในระบบมือนะครับ ถ้าสามารถเป็นระบบเดียวกัน ก็จะทำให้เรามีข้อมูลเป็นชุด ก็อยากจะฝาก กรณีที่เราได้เป้าในปีนั้น ๆ แล้ว ในปีปัจจุบัน เสร็จแล้วเมื่อทำผ่านพ้นปีไปแล้วนี่ ผมอยากให้ในการที่จะมีการติดตามอย่างต่อเนื่องได้นะครับ ไม่ใช่ว่าพอเสร็จปีแล้ว จบไป แล้วก็ตั้งเป้าปีใหม่ ทำต่อนะครับ พอจะย้อนกลับมาดูคนเดิมที่เป็นปัญหาแล้วกลับมาจนอีกนี่ เราก็จะไม่มีอะไรรองรับ ถ้าสามารถอยู่ในระบบได้ที่ดี อีกประการหนึ่งด้วยระบบนี้นี่ ถ้าสามารถพัฒนาและประมวผลมีการประมวลผล และสามารถวิเคราะห์ออกมาได้นะครับ เช่น สามารถวิเคราะห์ออกมาได้ว่าจังหวัดนี้ อำเภอนี้นี่ มีประเภทหนึ่งปัญหากี่ครัวเรือน 2. ปัญหากี่ครัวเรือน 3 ปัญหากี่ครัวเรือน ก็จะทำให้เราเห็นภาพไวขึ้นนะครับ ที่ผ่านมาทางจังหวัดเจ้าหน้าที่ทีมงานนี่ ใช้ระบบมือในการแยกแยะนะครับ ก็จะทำให้ใช้เวลามากกว่าระบบ ถ้าหากมีระบบ อันนี้ก็เป็นข้อเสนอที่ฝากไว้นะครับ ถ้าสามารุพัฒนาได้ ก็จะสามารถช่วยให้การทำงานของพวกเรามีประสิทธิภาพมากขึ้นนะครับ (ดร.ศรัณย์) ครับขอขอบพระคุณท่านผู้ว่าฯ มากนะครับ รู้สึกจะฝากไว้กับทางทีมพัฒนาระบบเยอะเลยนะครับ โดยเฉพาะเรื่องของการปรับปรุงระบบให้สามารถรองรับข้อมูลใหม่ ๆ นะครับ ของการปรับปรุงข้อมูลไปในตัวนะครับ เรื่องของการติดตามต่อเนื่องนะครับ รวมไปถึงเรื่องของการวิเคราะห์ให้เห็นว่าแต่ละครัวเรือนมีกี่ประเด็นปัญหา ก็ต้องขอขอบคุณท่านผู้ว่าฯ มากนะครับ ต้องฝากถึงผู้รับชมรับฟังนะครับ ถึงวันนี้เราจะมีช่วงเวลาไม่เยอะนะครับ เราหวังว่าจะได้รับ ความรู้ รับฟังประสบการณ์ แล้วก็คิดว่า เราคงมีการคิดว่าร่วมด้วยช่วยกัน 5 มิติแล้วก็พัฒนาคนของชีวิตที่ดีขึ้น และมีความสุขนะครับ ทีนี้มาถึงในช่วงท้าย ๆ นะครับ ที่จะรับคำถามจากทางออนไลน์นะครับ ไม่ทราบมีคำถามออกมาเยอะไหมครับ คุณสุทธิชัยครับ (คุณสุทธิชัย AI) มีเข้ามาแล้วหลายช่องทางครับ แต่ด้วยเวลาที่จำกัด ผมขอเลือกมา 3 คำถามที่น่าสนใจนะครับ (ดร.ศรัณย์) ครับผม เชิญได้เลยครับ (คุณสุทธิชัย AI) คำถามที่ 1 มาจาก Facebook nectec ครับ ถามเข้ามาว่า นอกจากเทคโนโลยี Big Data แล้ว ยังมีเทคโนโลยีอะไรอีกที่จะสามารถแก้ไขปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำของประเทศไทยได้ไหมครับ เชิญท่านวิทยากรณ์ครับ (ดร.ศรัณย์) ครับ ไม่ทราบว่า ดร.สุทธิพงศ์ ตอบได้ไหมครับ (ดร.สุทธิพงศ์) ครับ ขออนุญาตนะครับ ครับอีกตัวหนึ่งที่น่าจะช่วยนะครับ ขออนุญาตใช้คำที่จะใช้คือ AI นะครับ ข้อมูลที่เข้ามาเพิ่มใน TPMAP นี่มีความสำคัญมาก แล้วก็อย่างเช่น บางที่ไปแก้ปัญหาความยากจนได้แล้ว อันนี้เป็น lisan lern ที่ดี แนะนำอีกพื้นที่หนึ่งนะครับ แล้วไปแนะนำว่าอีกพื้นที่หนึ่งน่าจะดี แต่ตรงนี้แน่นอนครับ ว่าขึ้นอยู่กับผู้ใช้งานด้วยว่าต้องการใช้งานแบบไหน ตอบเท่านี้ครับ (ดร.ศรัณย์) ขอบคุณครับ ก็คล้าย ๆ กับที่ท่านผู้ว่าได้เกริ่นไว้แล้วนะครับ ท่านถัดไปก็คือว่าเอา Data นั่นมาเรียนรู้ ก็คือ AI นะครับ ก็ต้องขอบคุณดร.สุทธิพงศ์นะครับ เชิญคำถามต่อไปได้เลยครับ (คุณสุทธิชัย AI) คำถามที่ 2 มาจาก Youtube ถามท่านวิทยากรว่าเมื่อมีการใช้ TPMAP ทั่วประเทศอย่างนี้ สถานการณ์ความยากจนของประเทศไทยจะดีขึ้นอย่างแน่นอนหรือไม่ครับ หรือต้องมีปัจจัยใดเพิ่มเติมหรือไหมครับ เชิญท่านวิทยากรครับ (ดร.ศรัณย์) ครับผม อันนี้คิดว่า กรมพัฒนาชุมชนจะช่วยกรุณาตอบได้ไหมครนับ (คุณมนทิรา) ขอบคุณสำหรับคำถามนะคะ ดิฉันมีความมั่นใจว่าถ้าเราแก้ปัญหาถูกจุดนะคะ ก้จะสามารถแก้ปัญหาได้ เพราะว่าที่ผ่านมาน่ะค่ะ บางทีในเชิงนโยบายรัฐบาลจัดสรรเราก็จะเหมือนตัดเสื้อโหลน่ะค่ะ ทุกจังหวัด ทุกอำเภอ ทุกตำบล จะได้รับงบประมาณ ออกแบบแนวทางการดำเนินงานคล้าย ๆ กัน แต่ว่า TPMAP ว่า TPMAP เป็นคนชี้จุดให้เราว่า พื้นฐานที่ต้องมี หรือจำเป็นต้องมี คุณภาพชีวิตอยู่สังคมและมีความสุขอยู่ได้ มันเหมือนการเติมในสิ่งที่ขาด หรือเกาในตรงที่คัน เพราะฉะนั้นน่ะค่ะ ถ้าเรารู้ปัญหาที่แท้จริง เราจะได้แก้ปัญหาถูกต้องตรงจุดนะคะ งบประมาณที่ลงไป ก็จะไม่สูญเปล่า ก็ไม่ต้องตัดเสื้อโหล ตัดเสื้อให้เป็นคน ๆ ไปนะคะ ก็อย่างนี้เป็นต้น ก็โครงการที่เราเลือกมา มันเป็นการทำผ่านร้อนผ่านหนาวมา กรมการพัฒนาชุมชน ส่วนนี้นะคะ จะ 60 ปี ในเร็ววันนี้นะคะ ก็ได้ผ่านร้อนผ่านหนาวมา ถอดประสบการณ์และบทเรียนต่าง ๆ มาว่า โครงการที่พึ่งตัวเองได้ และชุมชนเข้มแข็งอย่างแท้จริงนี่ ก็คือการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาใช้ แล้วก็เราก็มาประยุกต์สู่ โคก หนอง นา โมเดล อันนี้เป็นการรักษาได้ทุกโรคถ้าจะเทียบนะคะ เพราะว่าเขาจะมีอยู่มีกิน มีใช้ มีความมั่นคงในทุก ๆ ด้าน และ 1 ในนั้นคือมั่นใจจริง แล้วก็ไม่ คือ ไม่เบี้ยวนะคะ คือเวลาที่จะทำนี่ จะต้องทำอย่างแท้จริง แล้วก็ยึดหลัก ยึดความรู้ ยึดคุณธรรมที่เราสอนตามหลักทฤษฎีนี้ ซึ่งทฤษฎีนี้เป็นทฤษฎีที่พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 นี่ได้ทิ้งไว้ 40 ทฤษฎี ที่เอามาใช้ในโมเดลนี้ ถ้าท่านทำตามแนวทางนี้ได้ ดิฉันเชื่อว่าทิศทางที่ควรจะเป็นและจะสำเร็จตามทำถามที่ท่านถามมานี่ ก็จะเป็นไปได้ และประเทศไทยก็จะเห็นทางสว่าง เห็นอนาคตที่จะมีความสุขอย่างแท้จริงค่ะ ขอบคุณค่ะ (ดร.ศรัณย์) ครับ ขอบคุณท่านผอ. มนทิรา มากนะครับ คุณสุทธิชัยต่อเลยครับ (คุณสุทธิชัย AI) ครับ เป็นคำถามสุดท้ายสำหรับวันนี้แล้วนะครับ มีประเด็นอย่างนี้ครับ เจ้าหน้าที่มีข้อจำกัดในการใช้เทคโนโลยี หรือใช้งาน TPMAP หรือไม่ครับ และผ่านปัญหาได้อย่างไร (ดร.ศรัณย์) ครับ อันนี้ขอเชิญทางทีมท่านผู้ว่าฯ ได้ไหมครับ ว่าการใช้งานจริงเป็นอย่างไรครับ และผ่านได้ยังไร (ดร.วันฉัตร) ก็ความคุ้นเคยในการใช้ ก็อาจจะยังไม่ดีนะครับ แต่ว่าอาศัยการที่ว่าเรามีารอบรมนะครับ มีการประชุมชี้แจงนะครับ ก็ทำให้เจ้าหน้าที่ในทีมงานนี้ สามารถมีความเข้าใจได้ครบถ้วน และสามารถปฏิบัติงานได้ ก็คิดว่า ด้วยระบบของ TPMAP ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยอำนวยความสะดวกตั้งแต่ชี้เป้านะครับ แล้วก็ทำงาน เมื่อลงทำงานแล้วก็ทำให้มีความสะดวกมากขึ้น แล้วก็ทำให้ไม่มีปัญหาครับ (ดร.ศรัณย์) ครับผม ขอบคุณท่านวิทยากรทั้ง 4 ท่านมากนะครับ การสัมมนาทางออนไลน์ครั้งนี้ ก็เดินทางมาถึงช่วงสุดท้ายแล้วนะครับ ก็หวังว่าผู้รับชมผู้รับฟัง ทั้งผ่านทางภาพทางเสียง แล้วก็ทางภาษามือนะครับ จะได้รับความรู้และสาระประโยชน์จากการสัมมนา NECTEC ACE Online Series ครั้งนี้นะครับ อีกครั้งครับ ขอขอบคุณวิทยาการทั้ง 4 ท่าน แล้วก็ขอขอบคุณคุณสุทธิชัย AI ที่ได้ให้เกียรติในการร่วมเสวนายินดีและเป็นเกียรติมากครับ ที่ได้มาร่วมเสวนาในรายการดี ๆ อย่างนี้นะครับ หวังว่าเราจะได้พบกันใหม่ในโอกาสถัดไปครับ สำหรับวันนี้ขอขอบคุณทุกท่านมาก ๆ (ดร.ศรัณย์) ครับสุท้ายนี้นะครับ ก็ขอขอบคุณท่านผู้ชม ผู้ฟัง NECTEC ACE Online Series มาถึงตอนนี้นะครับ ที่ขาดไม่ได้เลยนะครับ ก็คือต้องขอบคุณศูนย์ถ่ายทอดการสื่อสารแห่งประเทศไทย หรือ TTRS นะครับ ที่ให้บริการถ่ายทอดการสื่อสารแก้ผู้ที่บกพร่องทางการได้ยิน และผู้ที่บกพร่องทางการพูดนะครับเพื่อให้รับรู้และเพื่อให้ทราบโดยทั่วกันนะครับ สำหรับ NECTEC ACE Online Series ตอนถัดไปจะเป็นชื่ออะไรนั้นก็ขอให้ท่านติดตามรับฟังข่าวสารจากทาง NECTEC อย่างต่อเนื่องนะครับ วันนี้ขอบคุณทางวิทยากรทั้ง 4 ท่าน รวมไปถึงคุณ คุณสุทธิชัย AI ก็ขอลาไปก่อนนะครับ ขอบคุณมากครับ