--- title: (สำรอง1)ฝึกพิมพ์ DLTV การอ่านวรรณคดี (3) : ศิลปะการประพันธ์ subtitle: date: วันอังคารที่ 10 พฤษจิกายน 2563 เวลา 09.28 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) [เสียงดนตรี] (คุณครูนุชสุคนธ์) สวัสดีค่ะ นักเรียนวันนี้นะคะ ครูนุชสุคนธ์ ปานแดงค่ะจากโรงเรียนบางปะกอกวิทยาคมในวันนี้ค่ะ - เราจะมาพูดถึงการอ่านวรรณคดีนะคะต่อจากเมื่อสัปดาห์ที่ผ่าน ๆ มาค่ะในวันนี้ค่ะ เราจะมาพูดถึงเรื่องการอ่าน วรรณคดีซึ่งเราได้พูดถึงการเล่นเสียงไปแล้วนะคะในวันนี้ค่ะ เราจะพูดถึงการอ่านวรรณคดี - ในส่วนของการเล่นคำนั่นเองค่ะในการเล่นคำค่ะ - ก็คือการสรรคำมาเรียงร้อยในคำประพันธ์นะคะ อวดฝีมือของกวีในการอวดเสียงโดยพลิกแพลงให้เกิดความหมายพิเศษ - และแปลกออกไปจากที่ใช้กันอยู่ค่ะเพื่ออวดฝีมือของกวีเช่นเดียวกับการเล่นเสียงที่จะกล่าวถึงในทีนี้ ก็คือการเล่นคำพ้อง - การเล่นคำซ้ำ และการเล่นคำเชิงถามค่ะพ้องรูปและการเล่นพ้องเสียงค่ะ มีเรามาดูในส่วนของการเล่นคำพ้องกันค่ะซึ่งการเล่นคำพ้องนั้น - ก็สามารถแบ่งได้เป็นการเล่นคำพ้องรูปและการเล่นคำพ้องเสียงนะคะต่างกันค่ะ และเขียนต่างกันด้วยค่ะ เรามาดูตัวอย่างกันค่ะ พ้องรูปนั้นก็หมายถึงเขียนเหมือนกันนะคะอ่านเหมือนกันแต่ความหมายแตกต่างกันค่ะส่วนการเล่นการพ้องเสียงนะคะค่ะ จากบทละครเรื่องรามเกียรติ์บทประพันธ์ของพระบาทสมคำพ้องเสียง ก็คือเสียงเหมือนกันค่ะแต่ความหมายนั้นต่างกันค่ะ - และเขียนต่างกันด้วยค่ะเรามาดูตัวอย่างกันค่ะนกแก้วชนิดหนึ่งนั่นเอง เกาะอยู่บนเถาวัลย์นั่นเอคการเล่นคำพ้องนะคะ ก็คือการนำคำพ้องมาใช้คู่กันให้เกิดความหมายที่สัมพันธ์กันอย่างเช่น เบญจวรรณจับวัลย์มาลี - เหมือนวันเจ้าวอนพี่ให้ตามกวางค่ะวันแรกก็เบญจวรรณซึ่งแปลว่านกแก้วจากบทละครเรื่องรามเกียรติ์พระราชนิพนธ์ พระบามสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า - จุฬาโลกมหาราชค่ะในตอนนี้นะคะ เมื่อทศกัณฐ์ลักนางสีดาไปสัมพันธ์กันอย่างกลมกลืนนั่นเองค่ะ การประพัพระรามก็ออกตามหานางค่ะขณะที่เดินทางกลางป่าพระรามเห็นนกเบญจวรรณ - นกแก้วชนิดหนึ่งนั่นเองเกาะอยู่ที่เถาวัลย์ค่ะ นี่คือวันที่ 2 นะคะเห็นรอหักเหมือนหนึ่งรักที่รอถ้า และก็ทำให้นึกถึงวันที่นางสีดา - ทูลอ้อนวอนให้พระองค์ออกไปตามกวางทองค่ะกวีเล่นคำที่มีเสียงวันถึง 3 คำด้วยกันนะคะซึ่งวันแรก ก็คือเบญจวรรณ - ที่แปลว่า นกแก้วชนิดหนึ่งนั่นหมายถึงคำว่าหยุดค่ะ และคำว่ารอถ้าหมายถึงการรอคอยค่ะวันที่ 2 ก็คือเถาวัลย์นั่นเองแล้ววันที่ 3 ก็คือวันเวลานั่นเองนะคะเพราะฉะนั้นนี่ตรงนี้จะเห็นว่ากวีนี่ - ใช้การสรรคำมาเป็นอย่างดีนั่นเองค่ะ แล้วต่อจากนี้นะคะ มีอีกเรื่องหนึ่งโดยนำมาใช้ให้มีความหมายสัมพันธ์กัน - ได้อย่างกลมกลืนเลยทีเดียวค่ะในการเล่นคำพ้องนะคะก็เป็นกลวิธีการประพันธ์ที่กวีไทยนิยมมากค่ะในบทคร่ำครวญของกุมารบางครั้งนอกจากจะใช้คำพ้องเสียง - ดังตัวอย่างข้างต้นแล้วยังมีคำพ้องรูปด้วยค่ะตัวอย่างเช่นแลที่แม่จะเห็นรอหักเหมือนหนึ่งรักที่รอรา - แต่รอท่ารั้งทุกข์มาตามทางจากนิราศพระบาทของสุนทรภู่ค่ะซึ่ง "รอ" ในคำแรกนั้น - หมายถึง หลักปักกันกระแสน้ำมาจากเรื่องมหาเวทสันดร ส่วน รอ ในคำว่า "รอรา" นั้น - หมายถึงว่า หยุด ค่ะและคำว่า "รอท่า" ก็หมายถึง การรอคอยค่ะเพราะฉะนั้นทั้ง 3 รอ นี้เต็มความสามารถแล้ว เขียนเหมือนกันแต่ความหมายนั้นต่างกันนะคะก็ถือว่าเป็นการเล่นคำพ้อง - ที่เป็นคำพ้องเสียงนั่นเองค่ะและนอกจากนี้นะคะแล้วก็ได้ตามหาจนหมดกำลังเดินตามหา ก็คือหมดแรงฝีเท้าแล้วนอกจากการเล่นคำพ้องแล้ว - ก็ยังมีการเล่นคำซ้ำอีกค่ะการเล่นคำซ้ำนะคะ ก็คือการนำคำคำเดียวมาใช้ซ้ำ ๆในที่ใกล้ ๆ กันเพื่อย้ำความหมายของข้อความ - ให้หนักแน่นมากยิ่งขึ้นอาลัยกับความสิ้นหวัดสุดยิ่งยวดของแม่ ทำทุกอย่างสุดฝีมือดังตัวอย่าง ในบทคร่ำครวญของพระนางมัทรีค่ะเมื่อตามหาสองกุมารไม่พบแต่แม่เที่ยวเซซังเสาะแสวงทุกแห่งห้องหิมเวศ - ทั่วประเทศทุกราวป่าก็คือการเรียงถ้อยคำให้เป็นประโยชน์เชิงถามค่ะ สุดสายนัยนาที่แม่จะตามไปเล็งแลสุดโสตแล้วที่แม่จะซับทราบฟังสำเนียงสุดสุรเสียงที่แม่จะร่ำเรียกพิไรร้องการประพันธ์นี้ว่า วาทะการวาทะศิลป์ค่ะ สุดฝีเท้าที่แม่จะเยื้องย่องยกย่างลงเหยียบดินก็สุดสิ้นสุดปัญญาสุดหาสุดค้นเห็นสุดคิดตรงนี้มาจากเรื่องมหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรีแข็งหรือไม่ ไม่อวดหยิ่งหญิงไทยไม่ใช่ชั่วในสำนวนของเจ้าพระยาพระคลังหนค่ะเห็นไหมคะว่ากวีมีการเล่นคำว่า "สุด" ซ้ำ ๆ กันเพื่อสื่อว่าพระนางมัทรีนี่ - ได้พยายามตามหาสองกุมารการใช้คำเชิงถามว่า แข็งหรือไม่ ใช้เมื่อไร เป็นคำถามที่ใช้ยั่วอย่างเต็มความสามารถแล้วก็ยังไม่พบเพราะทั้ง 2 นี่ลับสายตามไป - ซึ่งก็คือคำว่า "สุดนัยนา"ไม่ได้ยินเสียงแล้ว ก็คือสุดโสตการใช้เสน่ห์ผูกมันสามีนั้นพระนางมัทรีได้พร่ำเรียก - พระโอรสพระธิดาจนสิ้นเสียง ก็คือสุดสุรเสียงและก็ได้ตามหาจนหมดกำลังเดินไม่ไหว - ก็คือสุดฝีเท้านั่นเองบทรำพันนี้นะคะ จบลงด้วยการซ้ำคำเจดีที่สร้างยังล้างรัก เสียใจนักสุดสิ้นสุดปัญญาสุดหาสุดค้นเห็นสุดคิดเห็นไหมคะว่าก็เป็นการบอกกล่าวว่าความทอดอาลัยและความสิ้นหวังอย่างยิ่งยวด - ของแม่ผู้พรากจากลูกจากนิราชภูเขาทอง ใช้คำจากนิราศทำทุกอย่างสุดผีมือแล้วก็ยังไม่เจอลูกเลยค่ะนอกจากนี้ค่ะ เล่นคำพ้องแล้วนะคะเราก็ยังมีการเล่นคำเชิงถามค่ะจะไม่สูญสลายไปเช่นเดียวกันกับซึ่งการเล่นคำเชิงถามนะคะ - ก็คือการเรียงถ้อยคำนะคะให้เป็นประโยคเชิงถามค่ะ - แต่เจตนาที่แท้จริงแล้วไม่ได้ถามค่ะเพราะไม่ได้ต้องการคำตอบนะคะภาพขึ้น หรือภาพขึ้นในใจให้กับผู้อ่านแต่ต้องการเน้นให้ข้อความมีน้ำหนัก - ดึงดูดความสนใจ และให้ผู้ฟังคิดตามค่ะบางท่านเรียกกลวิธีการประพันธ์นี้ว่า"การใช้ประโยคคำถามเชิงวาทศิลป์" นะคะสิ่งหนึ่งว่าเหมือนกับสิ่งหนึ่ง เป็นการอุปมาเพราะเป็นวิธีการที่นิยมใช้กัน - ในการพูดต่อประชุมชนค่ะเมื่อผู้พูดต้องการสร้างอารมณ์แก่ผู้ฟัง - เพื่อให้เกิดผลตามเจตนารมณ์เปลก็ไกวดาบก็แกว่งแข็งหรือไม่ - ไม่อวดหยิ่งหญิงไทยมิใช่ชั่วในโครงบทนี้ คุณแม่หนา ผสุทาไหนไถถากกรากกรำไหนทำครัว - ใช่รู้จักแต่จะยั่วผัวเมื่อไรนะคะนารีเรืองนาม พระนิพนธ์ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ - กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ค่ะการใช้คำเชิงถามว่าแข็งหรือไม่นะคะบรมวงเธอ เดชาดิศรค่ะ ใช่เมื่อไรเป็นการเล่นคำที่เป็นคำถาม - เพื่อยั่วให้ผู้อ่านสะดุดคิดว่าที่จริงนั้นผู้หญิงไทยนั้นแข็งแกร่งนะคะและก็มีความสามารถมากกว่านั้นนะคะนั่นเอง ลักษณะเด่นที่มีร่วมกันนะคะ การใช้เสน่ห์ผูกมัดใจสามี - อย่างที่มักจะเข้าใจกันนี่จึงเป็นการเข้าใจผิดค่ะค่ะ และในนิราศภูเขาทองนะคะลักษณะเด่นของอากาศและท้องฟ้า คือ กว้างค่ะสุนทรภู่รำพันถึงความไม่ยั่งยืนของสรรพสิ่ง - เมื่อได้เห็นเจดีย์อยู่ในสภาพปรักหักพังค่ะโอ้เจดีย์ที่สร้างยังร้างรักเสียดายนักนึกน่าน้ำตากระเด็นก็คือสูงนั่นเอง คำที่แสดงคำว่ากระนี้หรือชื่อเสียงเกียรติยศจะมิหมดล่วงหน้าทันตาเห็นเป็นผู้ดีมีมากแล้วยากเย็นคำที่แสดงความเปรียบเทียบก็คือคำว่า สู้ ค่ะคิดก็เป็นอนิจจังเสียทั้งนั้นนะคะจากนิราศภูเขาทองของสุนทรภู่ค่ะตรงนี้มีคำว่า "กระนี้หรือ" นะคะเช่น เชียงใหม่เหมือนกับกรุงเทพ อย่างนี้เราไม่เรียกว่าคำอุปที่เป็นการเล่นคำเชิงถามค่ะการใช้คำเชิงถามว่ากระนี้หรือ - เป็นการกระตุ้นให้ผู้ฟังฉุกคิดว่าเมื่อเป็นเช่นนี้แล้วมีหรือ - ที่ชื่อเสียงของเราจะไม่สูญสลายไปดังตัวอย่างต่อไปนี้ค่ะ เป็นภาพสินสมุทรเช่นเดียวกับถาวรวัตถุทั้งหลายค่ะนอกจากการเล่นเสียง เล่นคำ - นั่นคือ วรรณศิลป์แล้วนะคะนักเรียนสิ่งที่นักเรียนจะได้พบ ก็คือภาพพจน์ค่ะมีศักดา จากนิทานคำกลอนของ สุทรภู่เป็นสิ่งที่กวีพยายามที่จะสร้างจินตภาพขึ้น - หรือภาพขึ้นในใจให้กับผู้อ่านโดยการเรียบเรียงถ้อยคำด้วยวิธีการต่าง ๆให้พิเศษกว่าการเรียงลำดับคำทั้งหมดนะคะ ลองดูค่ะ ในข้อความในวรรคที่ 1 และ วรรคที่ 4หรือการใช้ความหมายของคำตามปกติค่ะภาพพจน์ที่จะกล่าวถึงในที่นี้นะคะก็ได้แก่ การเปรียบเทียบสิ่งหนึ่ง - ว่าเหมือนกับอีกสิ่งหนึ่งค่ะเช่นเดียวกับที่เราพูดว่า ลูกหน้าดีเหมือนกับพ่อแม่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "อุปมา" ค่ะโดยนำ 2 สิ่งที่ต่างจำพวกกันแต่มีลักษณะเด่นเหมือนกัน - มาเปรียบเทียบกันนะคะเป็นดวงตาที่แดงโชดช่วงและใช้คำแสดงความเปรียบว่า - เหมือน คล้าย ดัง เป็นต้นค่ะดังตัวอย่างในโคลงบทนี้คุณแม่หนาหนักเพี้ยง พสุธาที่เป็นการเปรียบเทียบกับสิ่งที่เหมือนกันหรือเป็นสิ่งที่เรียกว่า "อุปมาคุณบิดรดุจอา- กาศกว้างคุณพี่พ่างศิขรา เมรุมาศคุณพระอาจารย์อ้าง อาจสู้สาครอุปลักษณ์ คือ การนำสิ่ง 2 สิ่งที่มีจุดเด่นมาเปรีโคลงโลกนิติพระนิพนธ์สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ - กรมพระยาเดชาดิศรค่ะมาดูกันค่ะ - ว่าภาพพจน์นะคะ ที่เราต้องการให้เห็นพระนางมัทซีได้ ...ก็คือสิ่งที่ต้องการกล่าวถึงก็คือพระคุณของแม่สิ่งแรกเลยนะคะสิ่งที่เขานำมาเปรียบเทียบ - ก็คือแผ่นดินหรือพสุธานั่นเองสำนวณของพระเจ้าระคังลักษณะเด่นที่มีร่วมกันนะคะ คือ ความหนาหนักค่ะและคำที่แสดงคำเปรียบเทียบก็คือคำว่า "เพี้ยง" นั่นเอง - ที่แปลว่าเหมือนนะคะก็คือดวงจันทร์เป็นการเน้นความสำคัญให้กับนางธิดาหรือพระคุณของพ่อค่ะเราเปรียบพระคุณของพ่อเหมือนกับท้องฟ้าค่ะ - หรือกับอากาศนั่นเองลักษณะเด่นของอากาศหรือท้องฟ้า ก็คือกว้างค่ะภาพพจน์ที่ 3 คำที่แสดงความเปรียบเทียบ ก็คือคำว่า "ดุจ" ค่ะและยังมีการเปรียบเทียบพระคุณของพี่นะคะก็เปรียบได้กับภูเขาค่ะ หรือศิขราเมรุมาศค่ะบุคคลวัตร สิ่ง ๆ นี้จะพบเจอกับลักษณะเด่นที่เรามีร่วมกัน ก็คือสูงนั่นเองนะคะคำที่แสดงความเปรียบเทียบ - ก็คือ คำว่า "พ่าง" ค่ะและพระคุณของครูค่ะต่างส่งเสียงร้องสิ่งที่เป็นตัวเปรียบเทียบ - ก็คือท้องน้ำหรือสาครนั่นเองเพราะฉะนั้นลักษณะเด่นที่นักเรียนได้เห็นเลย - ก็คือท้องน้ำนั้นกว้างค่ะเพราะฉะนั้นคำที่แสดงความเปรียบเทียบ - ก็คือ คำว่า "สู้" นั่นเองค่ะร้องระงมภัย จากประเวทสันดรตรงนี้ก็เป็นการอุปมา - ให้พวกเราได้เห็นอย่างชัดเจนนะคะแต่มีข้อควรจำประการหนึ่งค่ะว่าหากสิ่งที่นักเรียนนำมาเปรียบเทียบนั้นนี่ - เป็นสิ่ง ๆ เดียวกันหรือพวกเดียวกันนะคะ แต่ยังร้องให้เป็นภาษามนุษย์ด้วยค่ะ อย่างเช่น เชียงใหม่เหมือนกับกรุงเทพฯอย่างนี้เราไม่เรียกว่าเป็น "อุปมา" นะคะแต่ว่ามันเป็นการเปรียบเทียบแบบธรรมดานะคะ ก็คือการเรียนเสียงธรรมชาติค่ะ ดังนั้นจะดูแต่เพียง คำว่า - "เหมือน" "ดัง" "คล้าย" เท่านั้นไม่ได้ค่ะจะต้องพิจารณาองค์ประกอบทั้งหมด - ของบทเปรียบเทียบด้วยดังตัวอย่างต่อไปนี้ค่ะและเรียกนกกาเหว่า จากสิ่งที่ได้ยินเป็นบทพรรณนาภาพสินสมุทร - ในวรรณคดีเรื่องพระอภัยมณีค่ะไม่คลาดเคลื่อนเหมือนองค์พระทรงเดชแต่ดวงเนตรแดงดูดังสุริย์ฉายเสียงคนร้อง เสียงสัตว์ร้อง เสียงดนตรี นะคะทรงกำลังดังพระยาคชาพลายมีเขียวคล้ายชนนีมีศักดาจากนิทานคำกลอนเรื่องพระอภัยมณี ของสุนทรภู่พระนิพนเจ้าฟ้าเห็นไหมคะ จะมีคำว่า "เหมือน" - คำว่า "ดัง" นะคะ และก็คำว่า "คล้าย"ถ้าเรามองภาพรวมนี่ เราก็จะคิดว่า - บทประพันธ์นี้นี่ เป็นการอุปมาทั้งหมดนะคะลองดูค่ะพระนิพน เจ้าฟ้าธรรมมาธิเบตค่ะในข้อความในวรรคที่ 1 และวรรคที่ 4 นะคะบอกว่าสินสมุทรนี่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนกับพระอภัยมณีผู้เป็นบิดาเกล้าเจ้าอยู่หัวค่ะ และก็มีเขี้ยวเหมือนนางยักษ์ผู้เป็นมารดาซึ่งตรงนี้นี่ถือเป็นการเปรียบเทียบแบบธรรมดาเช่นเดียวกับที่เราพูดว่า - ลูกหน้าตาดีเหมือนกับพ่อแม่นะคะถึงภาพที่ตาเห็นนะคะ แต่เกิดจากภาพที่ได้ยินเสียงนะคะ ส่วนข้อความในวรรคที่ 2 - เป็นการเปรียบเทียบดวงตาของสินสมุทรว่าเหมือน... แดงเหมือนกับแสงอาทิตย์ค่ะเป็นการเปรียบเทียบอย่างอุปมา - เพื่อให้ผู้อ่านนี่เกิดจินตภาพเหตุใดกวีถึงใช้ภาพพจน์ว่าเป็นดวงตาที่แดงโชติช่วง - และก็น่ากลัวเพียงใดค่ะส่วนเช่นเดียวกับข้อความในวรรคที่ 3ซึ่งเปรียบพละ... พละกำลังของสินสมุทรนะคะและพบกันใหม่ในคาบต่อไปค่ะ สำหรับวันนี้สวัสดีค่ะ ว่าเทียบเท่ากับกำลังของช้าง - นี่ก็ถือว่าเป็นอุปมาค่ะเพราะฉะนั้นนักเรียนจะต้องพิจารณาให้ดีนะคะว่าตรงไหนนะคะ - ที่เป็นการเปรียบเทียบกับสิ่งที่เหมือนกันการสันคำมันเป็นอย่างไร ลักษณะของหรือตรงไหนที่เป็นการเปรียบเทียบ - ที่เรียกว่า "อุปมา" ค่ะลองสังเกตดูดี ๆ ค่ะภาพพจน์ที่ 2 ค่ะ ที่เราจะมารู้จักกันในวันนี้ค่ะประเด็นคำตอบต่อไปนี้นะคะ การสรรคือ การเปรียบว่าสิ่งหนึ่งเป็นอีกสิ่งหนึ่งหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "อุปลักษณ์" ค่ะโดยนำสิ่ง 2 สิ่งที่ต่างจำพวกกันงดงาม สื่อความได้แล้วนะ สื่อความคิด สื่ออารมณ์แต่มีลักษณะเด่นเหมือนกัน มาเปรียบเทียบกัน - เช่นเดียวกับอุปมาค่ะแต่ไม่ใช้คำแสดงความเปรียบว่า - เหมือน คล้าย ดังค่ะ อย่างอุปมานะคะในวรรณคดีเรื่องมหาเวสสันดรชาดกค่ะคือสื่อไปเลื่อย ๆ ได้ แต่ต้องเหมาะกับคำนั้น ๆ ด้วยพระนางมัทรีรำพันถึงพระโอรส - และพระธิดาว่าดังนี้ค่ะ (เสียงบรรยาย) - โอ้เจ้าดวงสุริยันจันทรทั้งคู่ของแม่เอ่ยแม่ไม่รู้เลยว่าเจ้า - จะหนีพระมารดาไปสู่พาราใดไม่รู้ที่...ความรู้สึกอารมณ์แล้ว เราต้องดูความเหมาะสมมหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี - สำนวนของเจ้าพระยาพระคลังหน (คุณครูนุชสุคนธ์) - แทนที่เราจะเปรียบเทียบอย่างอุปมาว่าพระโอรสเหมือนดวงอาทิตย์ - และพระธิดาเหมือนกับดวงจันทร์และรวมถึงฐานะกับบุคคลในเรื่องด้วย ซึ่งให้แสงสว่างแก่ผู้เป็นมารดา แต่ในที่นี้ค่ะเปรียบว่าพระโอรสนั้น คือ ดวงอาทิตย์ - และพระธิดา ก็คือดวงจันทร์ซึ่งเป็นการเน้นความสำคัญของพระโอรส พระธิดาใช้ฉันทลักษณ์ให้เหมาะสมกับวรรณคดี ที่มีต่อพระนางมัทรีให้หนักแน่นมากยิ่งขึ้นค่ะวิธีเปรียบเช่นนี้ - เรียกกันว่า "อุปลักษณ์" นั่นเองค่ะนักเรียนพอจะเข้าใจ - อุปมาและอุปลักษณ์แล้วนะคะมันถึงจะเป็นเรื่องของการสรรคำภาพพจน์ที่ 3 ที่นักเรียนจะต้องเจอเลยนะคะก็คือการสมมุติสิ่งไม่มีชีวิตให้มีชีวิตนะคะเหมือนกับพวก พืช สัตว์นะคะ - หรือความคิดที่เป็นนามธรรมค่ะนะคะ ถูกต้องตรงตามความหมายเพราะอะไร ให้มีความคิด ความรู้สึกแสดงออกเยี่ยงมนุษย์เราเรียกสิ่ง ๆ นี้ว่า "บุคคลวัต" ค่ะตัวอย่างที่จะพบมากนะคะ - ได้แก่ ตัวละครสัตว์ในนิทานต่าง ๆ ค่ะเพราะฉะนั้นมาดู ลองใช้คำตัวอย่างในวรรณคดีเรื่องมหาเวสสันดรชาดกค่ะมีบทพรรณนาป่าที่พระเวสสันดร พระนางมัทรี - และพระโอรส พระธิดาพำนักอยู่ฝูงนกต่างส่งเสียงร้อง - ถวายพระพรกันเซ็งแซ่นะคะเอามาปรุง สัปไป ตัวอย่างค่ะ ฝูงทิชาชาติชวนกันชื่นชมถวายชัยส่งเสียงใสเสนาะป่า - ร้องเป็นภาษามนุษย์อำนวยพรต่าง ๆ ก็ทูลถวายพร - พระเพรียกพร้องร้องระงมไพรเรื่องของขุนช้างขุนแผนนะ อย่างที่เราเห็นจากมหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์จุลพนพระราชนิพนธ์ - พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวค่ะค่ะ กวีมิเพียงแต่กำหนดให้นกหรือฝูกที่ทิชาชาติ - แสดงกิริยาอาการของมนุษย์มันจะมีหนึ่งคำศัพท์ที่เราเห็น มันใช้คำนี้ ใช่มันเห็นภาพนะเช่น ชวนกันทูลถวายพระพรเท่านั้นนะคะแต่ยังให้ร้องเป็นภาษามนุษย์ด้วยค่ะบรรยากาศของการต้อนรับความร่มรื่นสบายใจสำหรับแผ่นขนมเบื่องนะ มันมีใส้หวาน จึงเป็นฉากสำคัญในตอนนี้ค่ะบ่งบอกว่าพระเวสสันดร - จะประทับอยู่ในป่านี้อย่างมีความสุขค่ะค่ะ สำหรับประเด็นภาพพจน์ต่อมานะคะดู เขาใช้คำว่าละเลง คือ การป้ายและทาก็คือการเลียนเสียงธรรมชาติค่ะหรือที่เราเรียกกันว่า "สัทพจน์" นั่นเองนะคะถ้อยคำในภาษาส่วนหนึ่งนี่ - เกิดจากการเลียนเสียงธรรมชาติค่ะเหมือนทาหน้า เหมือนเวลาเราเอาครีมมาทาหน้าเราเรียกนกชนิดหนึ่งว่า "กา"เพราะอะไรคะ - ก็เพราะเราได้ยินมันร้องว่า กา ๆ ไงคะและเรียกนกกาเหว่าจากเสียงที่ได้ยินเป็นการป้ายหรือทาแผล่ออกไป เพราะว่ามันร้องว่า กาเหว่า ๆ นะคะซึ่งในวรรณคดีนี่การเลียนเสียงธรรมชาติ - เป็นกลวิธีการประพันธ์อย่างหนึ่งค่ะมันเป็นวิธีการทำด้วยวิธีการนี้ ที่ถ่ายเสียงต่าง ๆ ที่มิใช่คำพูดอย่างเช่น เสียงสัตว์ร้อง เสียงคนร้อง - เสียงดนตรีนะคะไว้ในบทประพันธ์เพื่อให้ผู้อ่านนี่ - เกิดความรู้สึกว่าได้ยินเสียงนั้น ๆ เองเขาบอกว่าอะไร ถ้าเป็นคำอื่นมันไม่ตรงไม่ชัดนะ ตามเนื้อความในเรื่องไปด้วยตัวอย่างเช่น ดูงูขู่ฝูดฝู้ พรูพรูกาพย์ห่อโคลงประพาสธารทองแดง - พระนิพนธ์ เจ้าฟ้าธรรมธิเบศรจนไปถึงพระมหากษัตริย์ ไปจนถึงพระอินทร์ พระพรมฝูดฝู้ เป็นคำเลียนเสียงขู่ของงูค่ะทำนองเดียวกับคำว่า "ฟ่อ ๆ" - ที่เราใช้กันทุกวันนี้ค่ะนกกระเรียนเวียนลงหนอง - ตรอมเที่ยวย่องร้องแกร๋แกร๋มันก็มีระดับของภาษา ระดับของภาษาเราใช้กับคนชั้นไหนกาพย์ห่อโคลงประพาสธารทองแดง - พระนิพนธ์ เจ้าฟ้าธรรมธิเบศรนะคะแกร๋แกร๋ค่ะ เป็นการเลียนเสียงร้อง - ของนกกระเรียนนั่นเองค่ะค่ะ อีกหนึ่งตัวอย่างค่ะเราแม้ เราจะใช้กับเพื่อนเราขุนมอญร่อนง้าวฟาด ฉาดฉะค่ะโคลงภาพพระราชพงศาวดารพระราชนิพนธ์ - พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวค่ะการเลือกใช้คำ ก็ทำไม ต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมกับในเรื่องฉาดฉะ เป็นคำเลียนเสียงอาวุธค่ะที่กระทบกันขณะที่ใช้ฟาดฟันกันนั่นเองค่ะคำเลียนเสียงธรรมชาติเป็นที่นิยมใช้เพื่อให้ผู้อ่าน - สามารถสร้างจินตภาพขึ้นตามกวีได้ค่ะเขาไม่ได้พูดตรง ๆ มันก็ทำไม มันเป็นระดับของบุคคลนั้น ๆ เพราะจินตภาพมิได้เกิดจากจินตนาการ - ถึงภาพที่ตาเห็นเท่านั้นนะคะแต่อาจเกิดจากเสียงที่หูได้ยินได้ด้วยค่ะและนี่ก็คือภาพพจน์ที่เกิดขึ้นนะคะ - ในการแต่งคำประพันธ์ค่ะเพราะว่าแต่ละเรื่องอย่างที่บอกมันมีระดับสูงและระดับต่ำค่ะ มาถึงกิจกรรมท้ายบทเรียนในวันนี้ค่ะนักเรียนคิดว่าเหตุใด - กวีจึงใช้ภาพพจน์ในการประพันธ์วรรณคดีและการเลือกใช้ภาพพจน์ที่กวีนำมาใช้นั้น - มีความสำคัญต่อเนื้อหาของวรรณคดีอย่างไรนับสมุด อย่างอ้างองจงอธิบายและยกเหตุผลประกอบนะคะและตอบคำถามลงในกระดาษ A4 ค่ะและพบกันใหม่ในคาบต่อไปค่ะอ้างถึงทรงพระทรงครุทสำหรับวันนี้ สวัสดีค่ะ (คุณครู) ในวันนี้นะคะ - เราจะเรียนในส่วนของศิลปะการประพันธ์นะมาดูในส่วนของหลัก ๆ เลย - ในเรื่องของการสรรคำนะจักรกรี เพราะนั้น เราด฿คำประพันธ์มาดูว่าการสรรคำนี่มันเป็นอย่างไรลักษณะของความงาม - ของการประพันธ์ประเภทนั้น ๆ นี่ในเรื่องของการสำคำ... สรรคำนี่ - เราดูตรงไหนบ้างเพราะฉะนั้น บอกว่าอะไรเราจับจุดไหนนะ เป็นประเด็น - ในการที่ใว้สำหรับในการตอบคำถามหรือว่าเป็นประเด็นของในการถามข้อสอบนะ - ประเด็นคำตอบตรงนี้นะคะการสรรคำ การสรรคำคืออะไรพระจักรีนี้ ทำไม เป็นผู้ที่มีความสูงส่ง เพราะอะไรการสรรคำ ก็คือในส่วนของการเลือกใช้คำให้สื่อความคิดนี่ คีย์ของมัน คือ การสื่อนะสื่อความคิด ความเข้าใจ ความรู้สึก - และอารมณ์ได้อย่างงดงามคำราชาศัพท์ บาด พระบาทสื่อความได้แล้วนะสื่อความคิด ความเข้าใจ ความรู้สึก - และอารมณ์โอ้โห มันเป็นเรื่องของ Feeling จริง ๆ นะอะไรอย่างนี้มันจะรู้สึกอย่างไร มันแบบแทบเท้าโดยทำไม ต้องคำนึงถึงเรื่องอะไรความเหมาะสมของเนื้อหา - และรูปแบบคำประพันธ์ด้วยคือ สื่อไปเรื่อย ๆ ก็ได้ - แต่ทำไม ถ้ามันไม่เหมาะสมกับเนื้อหานั้น ๆคำที่มีคำวิเศษคำที่มีความหายสูงหรือมันไม่ตรงกับลักษณะ - ของรูปแบบคำประพันธ์นั้น ๆก็ไม่ถือว่าเป็นการสรรคำที่ดีหรือการเลือกใช้ให้เกิดศิลปะ - การประพันธ์ที่ดีนะคะมาก่อนก็สามารถเข้าใจฐานะและเนื้อเรื่องของบุคคลเพราะฉะนั้น - เราดูทั้งในส่วนของการสื่อความคิดนะคะความคิด ความเข้าใจ ความรู้สึก อารมณ์แล้ว - เราต้องดูถึงอะไรคำนึงถึงความเหมาะสม เหมาะสมนะคะของข้อที่ 3 เขาพูดถึงอะไร เขาพูดถึงฉันทลักษณ์ ให้เหมาะสมเหมาะสมในส่วนของ 2 ส่วนก็คือเรื่องของเนื้อหา - และรูปแบบคำประพันธ์กันนะคะเพราะฉะนั้นการสรรคำทำได้อะไรหลากหลายเช่น วรรณคดียอพระเกียรติทำได้ 3 ส่วน ก็คือเรื่องการอะไรการเลือกใช้คำให้เหมาะแก่เนื้อเรื่อง - และรวมถึงฐานะของบุคคลในเรื่องด้วยบอกแล้วถึงความเหมาะสม - เนื้อหารูปแบบคำประพันธ์นะการใช้คำประพันธ์ที่ใช้ฉันทลักษณ์ที่แตกต่างกันไปเนื้อหาเหมาะสมกับเนื้อเรื่อง - และฐานะของบุคคลในเรื่องไหมการใช้คำให้ถูกต้องตรงตามความหมายนะคะและส่วนที่ 3 ในเรื่องของอะไรวรรณคดียอพระเกียรติแต่งด้วยโครง การใช้เลือกใช้ฉันทลักษณ์ให้เหมาะสม - กับเนื้อหาของวรรณคดีนะ3 ส่วนหลัก ๆ เลย - เหมาะกับเนื้อเรื่องฐานะของบุคคล2. ในเรื่องของการใช้คำถูกต้องตามความหมายแสงเสริปก่อนหาม3. ก็คือเลือกใช้ฉันทลักษณ์ให้เหมาะกับเนื้อหา - ของวรรณคดีนั้น ๆ นะคะมันถึงจะเป็นเรื่องของการสรรคำ - ที่เป็นศิลปะนะคะกวีจะต้องเลือกสรรคำให้ตรงตามที่ต้องการ - แก่บริบท เนื้อเรื่องและฐานะของบุคคลอะไร ถ้าเราไปดูก็จะรู้ว่ามันเกิดขึ้นในช่วงใด รบรวมถึงโวหารและรูปแบบของคำประพันธ์ด้วยนะมาดูในเรื่องแรก การเลือกใช้คำให้ถูกต้อง - ตรงตามความหมายนะคะถูกต้องตรงตามความหมายในการบรรยายลักษณะของเนื้อหา เพราะอะไร เพราะบางคำนี่มันสามารถใช้บริบทใน... ในบริบทนี้ใช้ได้ - แต่อีกบริบทหนึ่ง มันดูว่ามันแปลก ๆมันดูแล้วมันไม่เข้ากัน - หรือมัน... ความหมายมันจะผิดเพี้ยนไปได้นะคะมันก็มีการใช้สัมผัสบังคับลเพราะฉะนั้นมาดูตัวอย่างของการเลือกใช้คำ - ให้ถูกต้องตามความหมายที่ต้องการสร้อยฟ้าศรีมาลาว่าเจ้าคะตั้งกะทะก่อไฟอยู่อึงมี่เมื่อการบังคับลูกเอกลูกโทค่อยใส่ไข่น้ำตาลที่หวานดีแป้งมีเอามาปรุงกุ้งสับไปศรีมาลาละเลงแผ่นบางบางนะคะ ยอพระเกียต มันจะเห็นความสำคัญของการใช้คำวรรแซะใส่จานวางออกไปให้ทีสร้อยฟ้าไม่สันทัดอึดอัดใจปามแป้งใส่ไล้หน้าหนาสิ้นทีนะคะตรงกับทำไม ตรงกับการใช้เนื้อหาของการ ยอจากเรื่องของขุนช้างขุนแผนนะเราจะเห็นอะไร เห็น... ตอนนี้เขาน่าจะอะไรอยู่ในครัวก่อไฟกันอึงมี่ - กะทะอึงมี่กันเลย ก่อไฟเลยการศึกครั้งนี้ก็จะทำไม เลื่องลือไปทั่วทุกแห่งหนกำลังทำ... ทำขนมอะไรบางอย่างนะมันมีแป้ง มีกุ้งสับ มาละเลงอะไรอย่างนี้ - ใส่จานถูกไหมเพราะฉะนั้นมันจะมี 1 คำศัพท์ - ที่เราเห็นว่า เอ๊ะ เขาใช้คำนี้ลักษณะของร่ายได้ มันไม่มีการบังคับนะ คำนี้มันแบบ... - มัน... มันใช่ มันเห็นภาพนะอะไร คำว่าอะไร คำว่า "ละเลง" - เราเห็นคำว่า "ละเลง" นะคะ ละเลงละเลง ละเลงเป็นอะไร การทำขั้นตอนทำไมน้อยแค่ไหน แต่งได้เห็นไหม วรรณคดีศาสนาสำหรับแผ่นขนมเบื้อง - ถ้าเราเคย... เราเคยกินขนมเบื้องกันนะก็จะเห็นขนมเบื้องมีใส้หวาน ใส้เค็มนะกุ้งสับนี้น่าจะเป็นอะไร ใส้เค็มนะ ใส้เค็มทั้ง 3 องค์ได้ทรงพระสาวนีเห็นใส้หวานนะ ใส้หวาน ใส้เค็มขนมเบื้องและมันก็จะมีขนมเหมือน... - คล้าย ๆ ขนมเบื้องญวนอีกนะอะไรอย่างนี้ดูเขาใช้คำว่า "ละเลง" แปลว่า ป้ายหรือทานางพระยามัทรีแผ่ออกไปด้วยวิธีเป็นวงกลมนะ เป็นวงกลมถ้าสมมุติเราใช้ทาทำไม - เราก็จะรู้สึกว่าเหมือนอะไรเอา ๆ เอาแป้งมาทำไม ปะหน้าธรรมดาสุดท้ายเป็นคำใดคำหนึ่งที่สัมผัสได้ปะหน้าธรรมดา เหมือนทา ทาหน้าเหมือนเวลาเราแบบว่า - อ๋อ เรากำลังทาครีมทาหน้าไอ้ทาตรงนี้ ถ้าไปใช้ศรีมาลาทาแผ่นบาง ๆเพื่อให้เนื้อหาทำไม ครบถ้วนกระบวนการ เราก็จะเข้าใจ... อาจจะเข้าใจว่า - อ๋อ เอามาทาธรรมดา ทาโปะ ๆ ไปอย่างนี้แต่ทำไมกวีเลือกที่จะใช้คำว่า "ละเลง"ซึ่งละเลงมันทำไม เป็นการป้ายหรือทาแผ่ออกไปนิทานมักแต่งด้วยกลอนและกาพย์ เราก็จะเห็นว่าวิธีการคือ...ความหมายของมัน - คือ แผ่ออกไป เป็นวิธีเป็นวงกลมมันก็จะทำไม เห็นภาพของความอะไรเข้าใจ แต่ทำไมสร้างอารมณ์สะเทือนใจได้ การทำขนมที่มันชัดเจนมากยิ่งขึ้นว่าลักษณะของวิธีการทำขนมเบื้องนี่มันเป็นวิธีการทำด้วย... ด้วยวิธีการแบบนี้นิทานที่อะไรเน้นความเรียบง่ายและสร้างความสะเทือนการใช้คำศัพท์นี้ มันเลยเป็นคำศัพท์ - ที่ทำให้เห็นภาพได้ชัดเจนมากขึ้นนะว่า อ๋อ วิธีการทำขนมเบื้อง - มันเป็นวิธีการที่ทำในรูปแบบนี้ทำตรงแบบนี้นะคะไม่เบานารีที่เบา ไม่เว้นในตาเพราะฉะนั้นเขาบอกว่าอะไรก็ถ้าเป็นคำอื่น มันไม่ตรงไม่ชัดนะ - แต่เห็นคำนี้ใช้ชัดเจน2. คือ เรื่องอะไร การเลือกใช้คำเลือกใช้ให้ผู้อ่านเห็นภาพและเข้าใจง่ายเหมาะสมแก่เนื้อเรื่อง - และฐานะของบุคคลในเรื่องเนื้อเรื่องของบุคคลนะคะ ในเรื่องหนึ่ง ๆ นี่มันมีตั้งแต่ยาจกจนไปถึงพระมหากษัตริย์เพราะว่ากลอนบทละคร ใช้แต่งจนถึงพระอินทร์ พระพรหม - สูงส่งขนาดนั้นเลยนะเพราะฉะนั้นเราเห็นว่าแต่ในเรื่องแต่ละเรื่องน่ะเหมือนเวลาคำ... การใช้คำในภาษาไทยวรรณคดียอพระเกียรติมันทำไมเราก็จะทำไม ดูกาลเทศะ ดูระดับ - มัน... ภาษาไทยเราก็มีระดับของภาษาลักษณะของภาษานี่ เราใช้กับคนชั้นไหนถูกไหมระดับของคนประเภทไหน ระดับไหนกลอนหรือกาพย์นะคะ ส่วนต่อมา เรื่องของกาพย์และกลอนหรือการสื่อความกับเพื่อนตรง ๆ เลย - ก็จะใช้คำง่าย ๆไม่ต้องประดิษฐ์คำ เอาง่าย ๆ ไม่ต้องประดิษฐ์คำหรือใช้คำราชาศัพท์กับเพื่อนเราผู้อ่านเข้าใจ เช่นเรื่องอะไร เรื่องอีเหนาแม้แต่ว่าถ้าสมมุติว่าบางคนบอก อ๋อ ไม่ค่ะหนูก็อยากฝึกทักษะการใช้คำราชาศัพท์ - หนูก็ใช้คำราชาศัพท์กับเพื่อนก็จะรู้สึกว่า เอ๊ มันเป็นบทสนทนาทำไมมีลายละเอียด ลายละเอียด แล้วก็เป็นเรื่องยาวนะ ที่ดูเหมือนจักร ๆ วง ๆ อย่างนี้ใช่ไหมนะเพราะฉะนั้นบางคนนะลักษณะที่ดี การเลือกใช้คำก็ทำไมก็เลยจะได้สื่อเนื้อเรื่องให้ผู้อ่านได้ครบถ้วนนะก็ต้องทำให้เหมาะสมกับเนื้อเรื่องและฐานะของบุคคลในเรื่องนั้น ๆ นะคะเพราะอะไร การใช้คำที่มันทำไมเท้ามีพระเชถา มีพระเวชชัยล่าตรงตามฐานะ เหมาะสมกับฐานะนี่ - จะเห็นทำไมเราก็จะเห็นลักษณะของ... - อ๋อ การที่เราเลือกใช้คำนี้ถึงแม้เขาไม่ได้พูดตรง ๆ - เราก็จะรู้ว่าฐานะของบุคคลนั้น ๆ ทำไมเห็นตัวละครเป็นระดับไหน เป็นรูปแบบไหน - เห็นฐานะของบุคคลนั้นอย่างชัดเจนและเข้าใจ และทำให้สามารถเห็น - เข้าใจถึงปฏิสัมพันธ์ของตัวละครที่ต่างฐานะกันได้ด้วยนะคะตรงไหนพี่บอกไปแล้ว กลอนบทละครเพราะว่าแต่ละเรื่องอย่างที่บอก - มีตั้งแต่ระดับสูงจนระดับล่างสุด ๆ นะฉะนั้นดู ตัวอย่างการเลือกใช้คำ - ที่เหมาะสมแก่เนื้อเรื่องและฐานะของบุคคลเนื้อเรื่องนะคะสุภาพมากขึ้น กลอนสุภาพมากกว่าแต่สังหารผลาญชีพชีวันกุม... กุมภัณฑ์ตายยับนับสมุทรอย่าอ้างองค์พระทรงครุฑลายละเอียดตัวละครจำนวนมากผู้เป็นมงกุฎธาตรีตัวกูยกมาจะสังหารตัดเอาเศียรมารยักษีส่วนท้ายเรื่องของอะไร วรรณคดีแบบแผนไปถวายเบื้องบาทพระจักรียังที่สุวรรณพลับพลานะคะจากเรื่องรามเกียรติ์นะมีจุประสงค์เฉพาะแตกต่าง แตกต่างจากอะไรเราจะเห็นแล้วล่ะ ว่าอ้างถึงองค์พระทรงครุฑมีคำราชา... มีคำที่แบบบ่งบอกว่า - ฐานะของตัวละครนั้นทำไม สูงนะพระองค์พระทรงครุฑนะ แล้วมีอะไรเช่นมัทนะพาธา สมุทรเป็นยักษ์ มียักษ์ เอาเศียรยักษ์นะและก็อะไร พระจักรี พระจักรีเพราะฉะนั้นเราดูคำประพันธ์ตัวกู แสดงว่าตัวกูผู้พูดนี่ทำไมฐานะต้องต่ำศักดิ์กว่าคนที่ทำไมเขาจะไปถวายการรับใช้หรือว่ามาด้วยเหตุนี่ ว่าทำเพื่อพระจักรีนี่นะเพราะว่าอย่างไร - บอกว่าอะไร ในที่นี้ทำไม ผู้สูงศักดิ์กว่าพระจักรีในที่นี้ ก็คือหมายถึงอะไร - หมายถึงพระนารายณ์นะคะในเรื่องก็คือ หมายถึงพระนารายณ์แต่ถ้าหากเราไม่มีความรู้ - ในด้านของวรรณคดีรามเกียรติ์มาก่อนเราก็จะรู้แค่ว่า อ้อ พระจักรีนี่นะคะ มาดูหลัก ๆ เรื่องของศิลปะการคำพระจักรีนี่แสดงว่าเป็นผู้ที่ทำไม มีความสูงส่งเพราะอะไร - เพราะว่ามี... มีการใช้คำสังเกตจากอะไรจากคำว่า "ถวายเบื้องบาท" - ถวายเบื้องบาทนะคะของตัวละครและใช้ฉันทลักษณ์ให้เหมาะสมกับเนื้อหามันเป็นหนึ่งในทำไม คำราชาศัพท์นะบาท พระบาท พระบาท แปลว่าอะไร เท้า นะถ้าเราจะใช้คำว่า "เท้า" ธรรมดาแบบ... - จะตัดไปเพื่ออะไรนะคะ ก็ตรงน่ะ ตรงกับบริบทนั้น ๆ ถวาย ถวาย... - ไปแทบ... แทบเท้าอะไรอย่างนี้มันก็จะรู้สึกว่าถ้าธรรมดาใช่หรือเปล่า - ใช้คำว่า "แทบเท้า"ธรรมดาก็เหมือน - อาจจะเป็นคนปุถุชนธรรมดาทั่วไปคำสามัญธรรมดาได้ ส่วนเรื่องที่ 3 คืออะไรอาจจะเป็นแบบแค่คนระดับกลาง ๆ อะไรอย่างนี้แต่พอบอกว่า "ถวายเบื้องบาท" - ซึ้งเบื้องบาทในที่นี้ บาทเป็นคำราชาศัพท์คำที่มันมีคำพิเศษมากขึ้นเพราะต้องใช้ศัพท์สูง ต้องใช้อะไรบ่งบอกถึงฐานะที่สูงของคน... - คนที่เราพูดกล่าวถึงมากขึ้นเพราะฉะนั้นมันเลยรู้สึกว่าคำคำนี้"ถวายเบื้องบาท" นี่เป็นการเลือกใช้คำทำไมพวกวรรณคดีบทละคร ก็ใช้กาพย์กลอนเป็นหลักนะคะ ที่เหมาะสมกับฐานะของบุคคลซึ่งจะทำให้ผู้... - ผู้ที่แบบไม่ได้มีความรู้วรรณคดีนั้นมาก่อนนี่ก็จะสามารถเข้าใจฐานะ หรือเข้าใจเนื้อเรื่อง - คนบริบทของเรื่อง ๆ นั้นได้ในเรื่อง การเลือกใช้คำที่ตรงกับความหมายว่ากำลังกล่าวถึงคน... บุคคลในระดับใดและเรื่องเป็นแบบระดับใดด้วยน่ะนะคะ - นั่นเองนะคะในส่วนของข้อที่ 3ที่อ่านไป ข้อ 5 เลือกใช้คำที่สระสรวยมาแต่งข้อที่ 3 เขาพูดถึงอะไรการใช้ฉันทลักษณ์ - และให้เหมาะสมกับเนื้อหาของวรรณคดีนะคะวรรณคดีของไทยมันมีหลายเรื่องเราบอกว่ามันเป็นกลอนแบบนิทานพื้นบ้านและก็มีวัตถุประสงค์ - ในการแต่งในหลากหลายรูปแบบเพราะฉะนั้นวรรณคดีนี่ - มันก็จะมีเนื้อหาหลากหลายเช่น เขาบอกอะไรบางทีอาจจะไม่เหมาะกับบริบทในเรื่องนั้นวรรณณคดียอพระเกียรติ พระมหากษัตริย์วรรณคดีเกี่ยวกับประเภท วรรณคดีนิทาน - วรรณคดีศาสนาวรรณคดีที่เป็นประเภทนิราศนั่นเองนะคะได้ามีความรุ้ในวรรณคดีนัน้มาก่อนวรรณคดีต่างนี่จะมีลักษณะ... - ลักษณะการใช้คำประพันธ์หรือฉันทลักษณ์ที่แตกต่างกันไปนะคะ - ที่แตกต่างกันไปอย่างเช่น มาดูวรรณคดียอพระเกียรติข้อ 1 และข้อ 2 ทำไมถูกทั้งคู่ แต่ข้อ 3 การเป็นเอกภาพเขาบอกอะไร - วรรณคดียอพระเกียรติมักแต่งด้วย...แต่งด้วยโคลง อุ๊ย ขอโทษค่ะวรรณคดียอพระเกียรติแต่งด้วยโคลงข้อ 4 นะคะ ข้อที่ 3 การเลือกใช้คำที่ถูกต้องตามโคลง เช่น โคลงยอพระเกียรติ - สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชโคลงยอพระเกียรติ - สมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยนะคะไพรินทรนาศเพี้ยง พลมารลำดับเรื่องได้ถูกต้อง ข้อ 4 ตอบ พระดั่งองค์อวดาร แต่กี้แสนเศิกห่อนหาญราญ รอนราพณ์ แลฤาดาลตระดกเดชลี้ ประลาตหล้าแหล่งสถานนะคะผู้อ่านเลือกใช้คำได้ถูกต้องไหมจากลิลิตตะเลงพ่ายนะ เราก็จะเห็นอะไรลิลิตตะเลงพ่ายเป็นวรรณคดีเกี่ยวกับอะไรเรื่องของการยอพระเกียรติเสียในการอ่านตางไหน เพราะบางคำในบริบทบางคำตะเลงพ่าย ถ้าเราไปดูเราก็จะรู้ว่า - อ๋อ มันเป็นช่วงของการอะไรรบนะ สมัยที่อะไร พระนเรศวรรบกับ...ปกป้องประเทศนะ รบกับอะไร พม่านะหรือถ้าใช้ หรือถ้าเราใช้คำว่า "มหากษัตริย์" เป็นการยอพระเกียรตินะคะ - สมเด็จพระนเรศวรนะกวีก็เลยเลือกใช้โคลง - ในการบรรยายลักษณะของเนื้อหานะคะเป็นวรรณคดียอพระเกียรติ - สมเด็จพระนเรศวรมหาราชเพราะเรามีเรื่องลำดับภาษาเข้ามาเกี่ยวข้องเพราะฉะนั้นการใช้โคลงอย่างที่บอกไปพวกกาพย์ กลอน มันก็จะเป็นการบังคับสัมผัสที่... มันก็มีการใช้การสัมผัสบังคับล่ะที่ไปกำหนดตัวโคลงเรื่อง แต่มันต้องวางโคลงเรื่องมาก่อนแต่ว่าคำประพันธ์ประเภท - อย่างเช่น พวกโคลง พวกฉันท์นี่มันจะมีลักษณะพิเศษมากขึ้นมีการบังคับที่พิเศษมากขึ้นข้อนี้ ข้อที่ถูกต้อง คือ 4 ข้อที่ 1 แลัข้อที่ 2อย่างโคลงนี่มีการบังคับที่อะไร - เรื่องของวรรณยุกต์ถูกไหม รูปเอก รูปโทเพราะฉะนั้นเมื่อการบังคับรูปเอก รูปโทแล้วเราก็จะเห็นอะไร - ความสามารถของการเลือกใช้คำเพศ ไม่ถูกต้อง วรรณคดีนิทานให้ตรงกับการบังคับโคลงแล้วนี่ในเรื่องของคำเอก คำโทแล้วนี่ศัพท์ที่นำมาใช้นี่ ก็จะเป็นศัพท์ที่ทำไม สูงข้อไหนที่ไม่ถูกต้องเราดูแล้วเพื่อให้เหมาะสมกับอะไรเนื้อความของการยอพระเกียรตินะคะ - ยอพระเกียรติมันก็จะเห็นความสามารถของกวีล่ะวรรณคดีบทละคร เพราะอะไร เรานิยมใช้บทกวีนิพนธ์ทั้งในเรื่องของการเลือกใช้คำ - เลือกใช้คำศัพท์นะคะและก็การ... ลักษณะของความยากตรงนี้ล่ะมันให้เรารู้สึกว่า - อ๋อ มันเป็นการเลือกศัพท์ที่มันตรงกับทำไมกับการใช้ในเนื้อหา เนื้อความในการยอ - ยอกษัตริย์นะคะและก็ในส่วนของนี่ก็มีเรื่องของอะไร - การใช้การเปรียบนะคะการออกศึกของพระนเรศวรที่ทำไมใดนิยมแต่งด้วย ร่ายตลอดเรื่อง นิยมแต่งด้วยร่ายเหมือนพระนารายณ์อวตาร - มาปราบหมู่มารนะคะการศึกครั้งนี้ก็ทำไม - จะเลื่องลือไปทั่วทุกแห่งหนนะอันนี้เราก็จะเห็นลักษณะของโคลงที่นำมาใช้ตลอดเรื่อง เขาบอกว่าไร นิราศ เอาอย่างนี้ดีกว่า นิทานเราแต่งด้วยอะไรคำประพันธ์เหมาะกับการนำไปใช้เพื่ออะไรนะคะส่วนต่อมาในเรื่องของวรรณคดีศาสนาวรรณคดีศาสนา ถ้าเราจำลักษณะของร่ายได้วรรณคดีศาสนาเราบอกว่าอะไร ร่ายมันไม่มีการบังคับถูกไหมร่ายยาว ร่ายยาวนั้นทำไม ไม่มีบังคับฉันทะไม่มีบังคับจำนวนคำในวรรคทำไม บทนำร่าย 1 บท เพื่ออะไร ไว้บูชาครู และก็สามารถแต่งตาม... แต่งไปได้เรื่อย ๆไม่ได้บังคับการจบถูกไหมอยากจะแต่งยาวมากน้อยแค่ไหน แต่งได้เพราะฉะนั้นวรรณคดีศาสนานี่ - จึงมักจะแต่งด้วยร่ายยาวหรือฉันท์ หรือคำหลวงเช่น ร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดก - มหาชาติคำหลวง นันโทปนันทสูตรคำหลวงนะคะอย่างตัวอย่าง ส่วนเทพเจ้าทั้ง 3 องค์ - ได้ทรงพระเสาวนีย์... ได้ฟังพระเสาวนีย์เรื่องของอะไร ร่ายตลอดเรื่อง งั้นถ้าร่ายตลอดเรื่องพระมัทรีเธอไหว้วอนขอหนทางพระพักตร์นางนองด้วยน้ำพระเนตรเทพพระเจ้าก็สังเวชในวิญญาณไม่จำกัดจำนวนคำตลอดวรรค ก็พากันอุฏฐาการคลาไคล - ให้มรคาแก่นางพระยามัทรีนะคะร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรีเราจะเห็นแล้วลักษณะที่เราเรียนก่อนหน้านี้นะครบถ้วยในเนื้อหาแล้สก็ส่วนใหญ่นิยมเป็นอะไร วรรณคดีศาสนาเรื่องของลักษณะของคำประพันธ์ - ประเภทร่ายนะร่ายไม่ได้จำกัดหรือไม่ได้บังคับ - เรื่องของจำนวนคำในแต่ละวรรคนะแต่มีสัมผัส สัมผัสคำสุดท้าย - ไปคำใดคำหนึ่งของวรรคถัดไปได้นะมหาเวทสันดรชาดกเพราะฉะนั้นด้วยความที่วรรณคดีศาสนานี่ - มันมีลักษณะของการอะไรคล้ายบทสวดนะคะมีคำบาลีทำไม แทรกอยู่มากก็คืออะไร ถูกต้องตามบริบท ถูกต้องตามบริบทจึงทำไม นิยมแต่งร่ายเพื่อให้เนื้อหาทำไม - ครบถ้วนกระบวนความนะอย่างที่บอกไปลักษณะของร่าย - คือ ไม่จำกัดจำนวนคำในแต่ละวรรคกวีทำไม ก็เลยสามารถเรียบเรียงถ้อยคำ - ได้อย่างง่ายนะคะนะคะ ในส่วนของวรรณคดีนิทานวรรณคดีนิทาน มักแต่งด้วยกลอนและกาพย์กลอนและกาพย์ กาพย์เราเรียนไปแล้วของบุคคลนะ เหมาะสมกับฐานะบุคคลนั้น ๆ กาพย์สุรางคนางค์ 28 กาพย์ฉบัง 16 - กาพย์ยานี 11 อย่างนี้นะคะพระอภัยมณีและบทละครนอกต่าง ๆ ทำไมนิทาน - เพราะนิทานเน้นในความเรียบง่าย เข้าใจก็ตามนะคะ เราจะได้เข้าใจ เข้าใจบริบทสถานะภาพแต่ทำไม สร้างอารมณ์สะเทือนใจได้นะคะเพราะกลอน กาพย์นะมันไม่... ด้วยความที่มันไม่ได้บังคับเยอะมาก - เหมือนอันอื่นอยู่แล้วได้อย่างดีและชัดเจนมากยิ่งขึ้น เรื่องที่ 3 คือการใช้อะไรเพราะฉะนั้นมันไม่ได้หวือหวาเพราะฉะนั้นมันทำไม - มันก็เลยเหมาะกับการใช้วรรณคดีนิทานที่อะไร เน้นความเรียบง่าย เข้าใจง่าย - และสร้างสะเทือนอารมณ์ได้นะคะมันก็จะทำไม อารมณ์เนื้อหา ของตัวละครพระไชย ดูนะคะ ในกาพย์พระไชยสุริยาพระไชยสุริยาภูมี - พาพระมเหสีมาที่ในลำสำเภาข้าวปลาหาไป... ไปไม่เบา - นารีที่เยาว์เอาไปในเภตราสอดคล้อง สอดรับกันดีนะคะ เห็นตัวอย่างของอะไร กาพย์ฉบัง 16 ทำไมกาพย์ฉบัง 16 ใช้จำนวนคำต่อบทน้อยมากก็คืออะไร หน้ามีทั้งหมด 3... 3 วรรค - 6 4 6 เห็นไหมแต่กวีทำไม เลือกใช้ให้ผู้อ่านเห็นภาพเข้าใจง่าย - ชัดเจนและรวดเร็วไม่เน้นรายละเอียด - ดูเขาบอกว่าเขาไม่ได้เน้นรายละเอียดนะรายละเอียดเท่ากับกลอนบทละครที่เป็นเรื่องยาวเพราะว่าอะไรกลอนบทละครเราทำไมเอาไว้สำหรับในการที่แต่งเพื่อ... - เพื่อใช้แสดงละครด้วยก็ได้หรือว่าใช้ในการที่ปรับบทบรรยาย - ที่ให้เขียนรายละเอียดเยอะนะคะเพราะฉะนั้นหรือในการที่มันทำไมแตกต่างจากบทวรรณคดีพวกยอพระเกียรติที่ทำไมใช้ศัพท์สูงและเน้นรายละเอียด - เน้นวีรกรรมของพระมหากษัตริย์นะมันก็จะมีลักษณะของการใช้คำประพันธ์ - ที่รูปแบบแตกต่างกันเน้นเข้าใจง่าย เรียบง่ายในวรรณคดีนิทาน - ก็จะใช้พวกกลอนหรือกาพย์นะคะส่วนต่อมาในเรื่องของกลอนบทละครกลอนบทละครมักจะแต่งด้วยอะไรอ๋อ การแต่ง แต่งด้วยมักจะแต่งด้วยกลอนสุภาพต้องใช้จำนวนคำมาก - เพื่อสื่อเนื้อเรื่องให้ผู้เข้า ผู้อ่านเข้าใจเช่น เรื่องอะไรรามเกียรติ์หรืออิเหนาเพราะฉะนั้นวรรณคดีนิทาน - ไม่ได้เน้นคำจำนวนเยอะมากทำไม - เน้นให้รู้ว่าเข้าใจง่าย อ่านง่าย เข้าใจง่ายตัวละครทำอะไร ไปมาอย่างไรแต่กลอนบทละครทำไม เน้นรายละเอียดมีรายละเอียด - รายละเอียดแล้วก็เป็นเรื่องยาวทำไม - ก็เลยเป็นกลอนสุภาพนะคะใช้กลอนสุภาพเพื่อสื่อ - จำ... เพราะว่าจำนวนคำมันมากอยู่แล้วก็เลยจะได้สื่อเนื้อเรื่องได้ครบถ้วน - ผู้อ่านเข้าใจได้นะคะมาจะกล่าวบทไป - เราจะเห็นวรรณคดีบทละครทำไมบัดนั้น เมื่อนั้น มาจะกล่าวบทไปนะอันนี้บอกอะไรในเรื่องของอิเหนามาจะกล่าวบทไป ถึงระตูจรกาเป็นใหญ่ท้าวมีพระเชษฐาร่วมฤทัย - ผ่านเวียงชัยล่าสำสืบพงศ์พันธุ์มีธิดานารีวิไลลักษณ์ - ผิวพักตร์ผ่องเพียงดวงบุหลันชื่อระเด่นกุสุมาลาวัณย์ - ตุนาหงันกับสังคามาระตาเห็นตัวละครมีกุสุมากับสังคามาระตานะแล้วก็มีตัวละครอะไร จรกานะมาจะกล่าวบทไป ก็คือมันตัดตอนขึ้นตอนใหม่นะเหมือนตอนตัดตอนขึ้นตอนใหม่นะก็จะใช้มา มาจะกล่าวบทไปนะคะกลอนบทละครจะต่างกับกลอนนิทานทำไม - ตรงไหนที่บอกไปแล้ว กลอนบทละครต่างกับคำกลอนนิทานเพราะอะไรเป็นเรื่องยาวและใช้แสดงละครจริงอย่างที่บอกไป - มีรายละเอียดใช้ในการแสดงละครด้วยนะรายละเอียดมันเยอะ - ก็เลยใช้เป็นเรื่องของกลอนสุภาพมากขึ้นกลอนสุภาพมากกว่านะคะนิยมใช้เป็นแบบนั้นนะคะเช่น ละครในสมัยก่อน ทำไม - เรื่องรามเกียรติ์ อิเหนา อุณรุทละครในนะ แบบหลัก ๆ เลย - รามเกียรติ์ อิเหนา อุณรุทนี่จะใช้สำหรับการบรรยายรายละเอียดตัวละครมากพอจำนวนคำมันมากการแต่งกลอนสุภาพมันจึงเหมาะ เหมาะกว่า - เหมาะสมกว่าฉันทลักษณ์ที่มีจำนวนคำต่อวรรคมากนะคะและ... และกวีนี่สามารถทำไมบรรยายรายละเอียดของตัวละครได้มาก - ได้มากเช่นเดียวกันด้วยนะคะสุดท้าย ต่อมานี่เรื่องของอะไร - วรรณคดีแบบแผนวรรณคดีแบบแผนค่อนข้างที่จะทำไมไม่... ไม่ค่อยคุ้นชินนะ วรรณคดีแบบแผนนะคะเขาจะบอกว่าอะไรวรรณคดีแบบแผน - เป็นวรรณคดีที่มีจุดประสงค์เฉพาะแตกต่างนะคะแตกต่างตามอะไร ตาม... ตามการใช้น่ะบางอย่างก็คือเพื่อแสดงความสามารถของกวีเพื่อเป็นคำสอน - หรือดัดแปลงมาจากวรรณคดีสันสกฤตได้แก่ พวกคำฉันท์ต่าง ๆเช่น มัทนะพาตรา... พาธา - สมุทรโฆษคำฉันท์ สามัคคีเภทคำฉันท์นะคะจากตัวอย่างนะ สมุทรโฆษคำฉันท์พระราชเอารสประเสริฐ ธด้วยรูปพิทยาศึกษาธนูคุณคุณา ธิกศักดิสมบูรณ์นะตัวอย่างจะเห็นว่ามีการทำไม ใช้คำเราจะเห็นคำสันสกฤตเยอะนะคำสันสกฤต พวกคำฉันท์นี่มักจะใช้นะ - ร่ายก็ใช้คำบาลี สันสกฤตเยอะใช้คำสันสกฤตเยอะและคำส่วนมากออกเสียงอะกึ่งเสียงได้สามารถเข้าคำครุ ลหุตามบังคับฉันท์ได้มันก็เลยเป็นลักษณะแล้วก็ยังเป็นการสร้าง - แสดงความสามารถของกวีนะคะเพราะฉะนั้นในกลอนแบบแผนนี่ก็จะนิยมนะในเรื่องของการใช้คำฉันท์ต่าง ๆเพราะอะไร ใช้คำสันสกฤตได้ ออกเสียงอะได้มันตรงพวกเข้ากับพวกครุ ลหุได้นะคะและก็เป็นการแสดงความสามารถของกวี - อีกด้วยนะคะ ต่าง ๆ เหล่านี้ในส่วนของ Memory มีสูตรจำนะคะเราดูหลัก ๆ เรื่องของการสัง... สรรคำนะศิลปะการประพันธ์ - ประเภทในเรื่องของการสรรคำสรรคำมี 3 ส่วนหลัก ๆ เลยเรื่องการของใช้คำถูกต้อง ตรงความหมายนะคะเรื่องของการใช้คำ - เหมาะสมกับเนื้อเรื่อง ฐานะของตัวละครและส่วนที่ 3 - คือ ใช้ฉันทลักษณ์เหมาะสมกับเนื้อหานะคะเลือกใช้ตรงตามความหมาย - ก็คือในเรื่องของการอะไรใช้คำให้ถูกต้องตามบริบทเพื่อและเพื่อให้เห็นภาพชัดเจน - สื่อความถูกต้องตรงความหมายนะคะก็ตรงน่ะ ตรงตามความหมายตรงตามบริบทนั้น ๆ2. ในเรื่องของเหมาะสมกับเนื้อหา - และฐานะของตัวละครก็คือดูว่าคำไหน - เหมาะสมกับฐานะของบุคคลในเรื่องถ้าตัวละครเป็นอะไร พระราชาอย่างนี้ - ก็ต้องใช้ที่มันคำราชาศัพท์ถ้าต่ำศักดิ์กว่า ก็ใช้คำสามัญธรรมดาได้นะคะส่วนที่ 3 เรื่องของอะไรการใช้ฉันทลักษณ์ที่เหมาะสมกับเนื้อหาเลือกฉันทลักษณ์ให้เหมาะสมกับเนื้อหา - และก็อารมณ์ความรู้สึกของตัวละครอย่างยอพระเกียรติ ทำไม มักนิยมใช้เป็นอะไรใช้เป็นโคลงเพราะทำไม - เพราะต้องใช้ศัพท์สูงนะคะส่วนวรรณคดีนิทาน อ่านเข้าใจง่ายเข้าใจแบบ อ่านเรียบง่าย เข้าใจง่ายไม่ซับซ้อน ไม่... เนื้อหาไม่ได้เยอะมากหรืออย่างวรรณคดีนิทานทำไม - ก็นิยมที่เป็นอะไร กาพย์และกลอนนะคะรายละเอียดไม่เยอะ - เท่ากับพวกวรรณคดีบทละครนะคะก็จะใช้กาพย์กลอนเป็นหลักนะคะApplication นำไปใช้นะคะดูแบบฝึกหัดแรกกันเลยนะคะแบบฝึกหัดที่ 1 นะคะข้อ 1 ข้อใดไม่ใช่การสรรคำการเลือกคำให้เหมาะกับเนื้อเรื่องการเลือกคำให้เหมาะแก่ฐานะบุคคลในเรื่องการเลือกใช้คำให้ถูกต้องตามความหมายการใช้ฉันทลักษณ์ให้เหมาะสมกับเนื้อหา - ของวรรณคดีและการใช้... เลือกสรรเฉพาะคำ - ที่อลังการสละสลวยมากมาแต่งอะไรที่มันดูประหลาดที่สุดน่ะมันเห็นแล้วเมื่อกี้ที่อ่านไปก็คืออะไรข้อ 5 เลือกสรรเฉพาะคำ - ที่อลังการสละสลวยมาแต่งเราบอกแล้วมันแต่งทำไม เหมาะสมกับเนื้อเรื่องเหมาะสมกับตัวละคร เหมาะสมกับฐานะเขาถูกต้องตามความหมายใช่ไหมเพราะฉะนั้นมันไม่จำเป็นเสมอไปว่า - ความอลังการนี้มันจะเหมาะสมบางอย่างเราบอกว่าเป็นกลอนประเภท - กลอนนิทานพื้นบ้านกาพย์นิทานพื้นบ้านธรรมดา - กาพย์แบบนิทานพื้นบ้านเลยเราจำเป็นต้องใช้คำที่อลังการไหม - ในเมื่อเราพูดกับชาวบ้านเราใช้คำที่เขาเข้าใจง่าย - สื่อความเข้าใจง่ายดีกว่าคำที่มันอลังการบางทีมันอาจจะไม่เหมาะ - กับบริบทเนื้อเรื่องนั้นเพราะฉะนั้นตอบข้อ 5 นะคะข้อที่ 2 การเลือกใช้คำให้เหมาะสม - แก่ฐานะของบุคคล มีเรื่องดีอย่างไรช่วยให้เห็นภาพตัวละครต่าง ๆ ได้ชัดขึ้นช่วยเพิ่มอรรถรสในการอ่าน2. ช่วยให้ผู้อ่านไม่มีความรู้ - เกี่ยวกับวรรณคดีนั้นมาก่อนเข้าใจปฏิสัมพันธ์ของตัวละครได้ดีขึ้นช่วยให้เนื้อเรื่องมีความเป็นเอกภาพมากขึ้น - ไม่ออกนอกเรื่องจนเกินไปข้อ 4 ข้อ 1 และข้อ 2 ถูกข้อ 5 ไม่มีข้อใดถูกเกี่ยวกับอะไร ข้อที่พูดมาเมื่อกี้คำบรรยายเมื่อกี้ คือ ข้อ 1 และข้อ 2 ทำไม - ถูกทั้งคู่แต่ข้อที่ 3 ทำไม เป็นเอกภาพมากขึ้น - เราไม่ ไม่ได้พูดถึงเรื่องนะในเรื่องของการสรรคำ - เกี่ยวกับความเป็นเอกภาพการเป็นเอกภาพมันต้องวางตั้งแต่อะไร - เรื่องของโคลงเรื่องที่วางมาถูกไหมเพราะฉะนั้นข้อนี้ต้องตอบข้อ 4 นะคะข้อที่ 3 การเลือกใช้คำที่ถูกต้อง - ตรงตามความหมายมีข้อดีอย่างไรผู้อ่านสามารถเข้าใจเนื้อหาได้ถูกต้องไม่ทำให้เสียอรรถรสในการอ่านช่วยให้ลำดับเรื่องได้ถูกต้องข้อ 4 ตอบข้อ 1 ข้อ 2 ถูกข้อ 5 ข้อ 1 ข้อ 3 ถูกบางคนบอกว่า - ครูไม่คิดคำตอบชอยส์อื่นแล้วใช่ไหมคะใช่ค่ะ เราจะให้ลองจับคู่กัน - ว่าข้อไหนเป็นข้อที่ถูกต้องนะคะเพราะฉะนั้นดูข้อ... - ผู้อ่านสามารถเข้าใจเนื้อหาได้ถูกต้องไหมเลือกใช้คำถูกต้องตรงตามความหมายถูก - มันก็ต้องให้มันเข้าใจเนื้อหาได้ถูกต้องนะ ชัดเจนข้อ 2 ไม่ทำให้เสียอรรถรสในการอ่านข้อที่ 3 ช่วยให้ลำดับเรื่องได้ถูกต้องไม่ทำให้อรรถรสเสียในการอ่าน ตรงไหมเพราะว่าถ้าบางคำ - คำบริบทบางคำมาเสียสวยหรูเลยสวัสดีขออะไรนะสมมุติพูดกับตัวละครธรรมดา - แล้วใช้คำราชาศัพท์อย่างนี้ก็จะงง ๆ ว่า เอ๊ะ มันแปลว่าอะไรหรือถ้าใช้ - หรือถ้าเราพูดถึงตัวละครที่เป็นพระมหากษัตริย์แล้วแบบว่า... เมื่อกี้มีตัวอย่างอะไร - แทบพระบาทใช่ไหมก็อาจจะเป็นแบบอะไร เท้า กราบกรานเท้าก็จะงง ๆ ว่า เอ๊ะ ตัวละครนี้มัน... มันไม่ทำไมคำมันไม่ใช้สัมพันธ์กันเพราะเรามันมีเรื่องของระดับภาษา - เข้ามาเกี่ยวข้องนะเพราะฉะนั้นไม่ทำให้เสียอรรถรสไหมการใช้คำที่ถูกต้องไม่ทำให้เสียอรรถรส ใช่แต่ถ้าไม่ใช้คำไม่ถูกต้องนี่ - เสียอรรถรสแน่นอนนะคะแต่ส่วนข้อ 3 เขาบอกอะไร - ใช้ลำดับเรื่องได้ถูกต้องการใช้คำไม่ได้เป็นส่วนที่ไปกำหนดตัวโครงเรื่อง - และการลำดับเรื่องเพราะฉะนั้น - มันต้องถูกวางโครงเรื่องมาก่อนถูกไหมวางโครงเรื่องมาก่อน - แล้วลำดับเรื่องราวเป็นอย่างไรการใช้คำเป็นส่วนที่ทำไม - ในการดึง... ดำเนินเรื่องไปใช้เพราะฉะนั้นข้อนี้ข้อที่ถูกต้องคืออะไรข้อ 4 ก็คือ ข้อ 1 และข้อ 2 - อันนี้ทำไม ไม่เกี่ยวกันนะคะ ไม่เกี่ยวกันข้อที่ 4 ข้อใดจับคู่ฉันทลักษณ์ - ที่นิยมแต่งในวรรณคดีแต่ละประเภทไม่ถูกต้องวรรณคดีนิทานใช้กาพย์ กลอนวรรณคดีศาสนา ร่าย คำหลวงวรรณคดีแบบแผน ฉันท์วรรณคดียอพระเกียรติ โคลง ลิลิตวรรณคดีบทละคร คือ กาพย์เพราะอะไร ข้อไหนที่ไม่ถูกต้อง เราดูแล้ววรรณคดีนิทาน เมื่อกี้เราเรียนไปกาพย์ กลอนซึ่งต่างจากวรรณคดีบทละคร - ที่วรรณคดีบทละครนิยมใช้กลอนสุภาพตอบง่าย ๆ เลย สังเกตดูเลยถ้าจับคู่วรรณคดีนิทานบทละครนะทำไม เขานิยมใช้กลอนสุภาพเพราะอะไรเพราะมันเป็นเรื่องที่มันเป็นเรื่องยาว - มีรายละเอียดจะเขียนกันไม่พอจึงนิยมใช้อะไร - กลอนสุภาพนะคะ นิยมใช้กลอนสุภาพฉะนั้นข้อนี้ตอบ 5 นะคะข้อ 5 วรรณคดีประเภทใด - นิยมแต่งด้วยร่ายตลอดเรื่องนิยมแต่งด้วยร่ายตลอดเรื่องวรรณคดียอพระเกียรติ วรรณคดีนิทาน - วรรณคดีศาสนา วรรณคดีบทละครแต่งด้วยร่ายตลอดเรื่องเขาบอกว่าอะไร นิราศ - เอาอย่างนี้ดีกว่า นิทานนิทานเราใช้อะไร แต่งด้วยอะไรแต่งด้วยกลอน กาพย์ใช่ไหมวรรณคดีในบทละคร เรานิยมแต่งด้วยอะไร - กลอนสุภาพวรรณคดีศาสนา เราบอกว่าอะไร - มันก็ใช้ร่ายล่ะค่ะวรรณคดียอพระเกียรติ เราบอกว่าอะไร - เป็นโคลง ส่วนใหญ่นิยมเป็นโคลงวรรณคดีนิราศมันก็ได้หมดน่ะทั้ง... มีทั้งอะไร - โคลง มีทั้งร่าย แต่นิยมทำไม บทนำร่าย 1 บท เพื่ออะไร - ไว้สำหรับบูชาครู สิ่งศักดิ์สิทธิ์ยอพระเกียรติเป็นอะไร โคลงหรือลิลิตลิลิตก็มีอะไร การเข้าโคลง ร้อยโคลง - ร้อยโคลงกับร่ายเห็นไหม ตลอดสลับเรื่องส่วนหนึ่งเขาถามอะไรเรื่องของอะไร - ร่ายตลอดเรื่องฉะนั้นถ้าร่ายตลอดเรื่อง - ส่วนหนึ่งที่เขาบอกว่าอะไรนิยม เพราะว่ามันเป็นอะไร - ส่วนใหญ่เป็นพวกคำที่มันอะไร เป็นบาลี สันสกฤตบาลี สันสกฤต - แล้วไม่จำกัดจำนวนคำในแต่ละวรรคไม่ค่อย... เอาแค่มันทำไม เชื่อมสัมผัสกันเพราะฉะนั้นให้มันครบถ้วน ครบถ้วนอักขระครบในส่วนของคำบาลี สันสกฤต - ที่มาใช้ได้และก็ครบถ้วนในเนื้อหาเพราะฉะนั้นส่วนใหญ่นี่ นิยมที่จะเป็นอะไร - วรรณคดีอะไร ประเภทไหนวรรณคดีศาสนา ศาสนานะคะเพราะว่านิยมที่ทำไม - ให้มันครบถ้วนตลอดเรื่อง ตลอดทั้งคำนะอย่างเช่นที่เราเจอก็คือพวกอะไรมหาเวสสันดรชาดก - มหาชาติคำหลวงอะไรอย่างนี้ค่ะ นะคะสำหรับเรื่องของการสรรคำนะสรรคำหลัก ๆ มี 3 ส่วนนะในเรื่องของอะไร - การสรรคำเพื่อใช้คำให้ถูกต้องตามความหมายก็คืออะไร ถูกต้องตามบริบทถูกต้องบริบทเพื่ออะไรให้เห็นภาพชัดเจนและสื่อความแก่ผู้อ่าน - ได้อย่างถูกต้องตรงความหมายนะคะต้องตามบริบทนะ ภาพชัดเจน - และสื่อความได้ถูกต้องตรงตามความหมายนะคะชัดเจนและตรงความหมายการเลือกทำไม - ข้อที่ 2 ในส่วนของการเลือกใช้คำให้เหมาะแก่เนื้อเรื่องและฐานะของบุคคลนะคะเหมาะสมกับฐานะของบุคคลในเรื่องดูชนชั้นเป็นชนชั้นไหนเพราะมันทำไม มีเรื่องของอะไร - คำไทยมีเรื่องของระดับของภาษาอย่างนั้นให้เหมาะสมกับฐานะของบุคคลแม้อยู่ในเรื่องของวรรณกรรม - หรือวรรณคดีเองก็ตามนะคะเราจะได้เข้าใจ เข้าใจบริบท - เข้าใจสถานภาพถึงแม้ถ้าเราไม่พูดตรง ๆ ว่าเขาเป็นกษัตริย์นี่เราก็เข้าใจจากการทำไม - จากคำที่อยู่ใกล้เคียงคำที่อยู่ในบริบทนั้น ๆ นะคะก็จะเข้าใจสถานะหรือเข้าใจเนื้อเรื่องราว - ได้อย่างดีและชัดเจนมากยิ่งขึ้นนะคะในส่วนของที่ 3 ก็เรื่องของอะไร - การใช้ฉันทลักษณ์ฉันทลักษณ์ให้เหมาะสมกับเนื้อหาของวรรณคดีฉันทลักษณ์ให้เหมาะสมกับเนื้อหาของวรรณคดีเพราะว่าเลือกฉันทลักษณ์ให้เหมาะสมกับเนื้อหา - มันก็จะทำไมอารมณ์ความรู้สึกของตัวละครเหมาะสมกับเนื้อหาเหมาะสมกับตัว... ความรู้สึกของตัวละครนะคะมันก็จะทำให้เข้าใจคำ จำนวนคำ - เวลามันลงในตัวของฉันทลักษณ์นั้น ๆเมื่อไปบวกกับจุดประสงค์นี่ - มันก็จะสอดคล้องสอดรับกันได้อย่างดีนะคะ (บรรยาย) ผลิตรายการโดย - สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเวลาคลิป 46.20 นาที /เวลาทำ 5 ชั่วโมง 35 นาที - [เสียงดนตรี] (คุณครูนุชสุคนธ์) สวัสดีค่ะ นักเรียนวันนี้นะคะ ครูนุชสุคนธ์ ปานแดงค่ะจากโรงเรียนบางปะกอกวิทยาคมในวันนี้ค่ะ - เราจะมาพูดถึงการอ่านวรรณคดีนะคะต่อจากเมื่อสัปดาห์ที่ผ่าน ๆ มาค่ะซึ่งเราได้พูดถึงการเล่นเสียงไปแล้วนะคะในวันนี้ค่ะ เราจะพูดถึงการอ่านวรรณคดี - ในส่วนของการเล่นคำนั่นเองค่ะในการเล่นคำค่ะ - ก็คือการสรรคำมาเรียงร้อยในคำประพันธ์นะคะโดยพลิกแพลงให้เกิดความหมายพิเศษ - และแปลกออกไปจากที่ใช้กันอยู่ค่ะเพื่ออวดฝีมือของกวีเช่นเดียวกับการเล่นเสียงที่จะกล่าวถึงในทีนี้ ก็คือการเล่นคำพ้อง - การเล่นคำซ้ำ และการเล่นคำเชิงถามค่ะเรามาดูในส่วนของการเล่นคำพ้องกันค่ะซึ่งการเล่นคำพ้องนั้น - ก็สามารถแบ่งได้เป็นการเล่นคำพ้องรูปและการเล่นคำพ้องเสียงนะคะพ้องรูปนั้นก็หมายถึงเขียนเหมือนกันนะคะอ่านเหมือนกันแต่ความหมายแตกต่างกันค่ะส่วนการเล่นการพ้องเสียงนะคะคำพ้องเสียง ก็คือเสียงเหมือนกันค่ะแต่ความหมายนั้นต่างกันค่ะ - และเขียนต่างกันด้วยค่ะเรามาดูตัวอย่างกันค่ะการเล่นคำพ้องนะคะ ก็คือการนำคำพ้องมาใช้คู่กันให้เกิดความหมายที่สัมพันธ์กันอย่างเช่น เบญจวรรณจับวัลย์มาลี - เหมือนวันเจ้าวอนพี่ให้ตามกวางค่ะจากบทละครเรื่องรามเกียรติ์พระราชนิพนธ์ พระบามสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า - จุฬาโลกมหาราชค่ะในตอนนี้นะคะ เมื่อทศกัณฐ์ลักนางสีดาไปพระรามก็ออกตามหานางค่ะขณะที่เดินทางกลางป่าพระรามเห็นนกเบญจวรรณ - นกแก้วชนิดหนึ่งนั่นเองเกาะอยู่ที่เถาวัลย์ค่ะ นี่คือวันที่ 2 นะคะและก็ทำให้นึกถึงวันที่นางสีดา - ทูลอ้อนวอนให้พระองค์ออกไปตามกวางทองค่ะกวีเล่นคำที่มีเสียงวันถึง 3 คำด้วยกันนะคะซึ่งวันแรก ก็คือเบญจวรรณ - ที่แปลว่า นกแก้วชนิดหนึ่งวันที่ 2 ก็คือเถาวัลย์นั่นเองแล้ววันที่ 3 ก็คือวันเวลานั่นเองนะคะเพราะฉะนั้นนี่ตรงนี้จะเห็นว่ากวีนี่ - ใช้การสรรคำมาเป็นอย่างดีโดยนำมาใช้ให้มีความหมายสัมพันธ์กัน - ได้อย่างกลมกลืนเลยทีเดียวค่ะในการเล่นคำพ้องนะคะก็เป็นกลวิธีการประพันธ์ที่กวีไทยนิยมมากค่ะบางครั้งนอกจากจะใช้คำพ้องเสียง - ดังตัวอย่างข้างต้นแล้วยังมีคำพ้องรูปด้วยค่ะตัวอย่างเช่นเห็นรอหักเหมือนหนึ่งรักที่รอรา - แต่รอท่ารั้งทุกข์มาตามทางจากนิราศพระบาทของสุนทรภู่ค่ะซึ่ง "รอ" ในคำแรกนั้น - หมายถึง หลักปักกันกระแสน้ำส่วน รอ ในคำว่า "รอรา" นั้น - หมายถึงว่า หยุด ค่ะและคำว่า "รอท่า" ก็หมายถึง การรอคอยค่ะเพราะฉะนั้นทั้ง 3 รอ นี้เขียนเหมือนกันแต่ความหมายนั้นต่างกันนะคะก็ถือว่าเป็นการเล่นคำพ้อง - ที่เป็นคำพ้องเสียงนั่นเองค่ะและนอกจากนี้นะคะนอกจากการเล่นคำพ้องแล้ว - ก็ยังมีการเล่นคำซ้ำอีกค่ะการเล่นคำซ้ำนะคะ ก็คือการนำคำคำเดียวมาใช้ซ้ำ ๆในที่ใกล้ ๆ กันเพื่อย้ำความหมายของข้อความ - ให้หนักแน่นมากยิ่งขึ้นดังตัวอย่าง ในบทคร่ำครวญของพระนางมัทรีค่ะเมื่อตามหาสองกุมารไม่พบแต่แม่เที่ยวเซซังเสาะแสวงทุกแห่งห้องหิมเวศ - ทั่วประเทศทุกราวป่าสุดสายนัยนาที่แม่จะตามไปเล็งแลสุดโสตแล้วที่แม่จะซับทราบฟังสำเนียงสุดสุรเสียงที่แม่จะร่ำเรียกพิไรร้องสุดฝีเท้าที่แม่จะเยื้องย่องยกย่างลงเหยียบดินก็สุดสิ้นสุดปัญญาสุดหาสุดค้นเห็นสุดคิดตรงนี้มาจากเรื่องมหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรีในสำนวนของเจ้าพระยาพระคลังหนค่ะเห็นไหมคะว่ากวีมีการเล่นคำว่า "สุด" ซ้ำ ๆ กันเพื่อสื่อว่าพระนางมัทรีนี่ - ได้พยายามตามหาสองกุมารอย่างเต็มความสามารถแล้วก็ยังไม่พบเพราะทั้ง 2 นี่ลับสายตามไป - ซึ่งก็คือคำว่า "สุดนัยนา"ไม่ได้ยินเสียงแล้ว ก็คือสุดโสตพระนางมัทรีได้พร่ำเรียก - พระโอรสพระธิดาจนสิ้นเสียง ก็คือสุดสุรเสียงและก็ได้ตามหาจนหมดกำลังเดินไม่ไหว - ก็คือสุดฝีเท้านั่นเองบทรำพันนี้นะคะ จบลงด้วยการซ้ำคำสุดสิ้นสุดปัญญาสุดหาสุดค้นเห็นสุดคิดเห็นไหมคะว่าก็เป็นการบอกกล่าวว่าความทอดอาลัยและความสิ้นหวังอย่างยิ่งยวด - ของแม่ผู้พรากจากลูกทำทุกอย่างสุดผีมือแล้วก็ยังไม่เจอลูกเลยค่ะนอกจากนี้ค่ะ เล่นคำพ้องแล้วนะคะเราก็ยังมีการเล่นคำเชิงถามค่ะซึ่งการเล่นคำเชิงถามนะคะ - ก็คือการเรียงถ้อยคำนะคะให้เป็นประโยคเชิงถามค่ะ - แต่เจตนาที่แท้จริงแล้วไม่ได้ถามค่ะเพราะไม่ได้ต้องการคำตอบนะคะแต่ต้องการเน้นให้ข้อความมีน้ำหนัก - ดึงดูดความสนใจ และให้ผู้ฟังคิดตามค่ะบางท่านเรียกกลวิธีการประพันธ์นี้ว่า"การใช้ประโยคคำถามเชิงวาทศิลป์" นะคะเพราะเป็นวิธีการที่นิยมใช้กัน - ในการพูดต่อประชุมชนค่ะเมื่อผู้พูดต้องการสร้างอารมณ์แก่ผู้ฟัง - เพื่อให้เกิดผลตามเจตนารมณ์เปลก็ไกวดาบก็แกว่งแข็งหรือไม่ - ไม่อวดหยิ่งหญิงไทยมิใช่ชั่วไหนไถถากกรากกรำไหนทำครัว - ใช่รู้จักแต่จะยั่วผัวเมื่อไรนะคะนารีเรืองนาม พระนิพนธ์ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ - กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ค่ะการใช้คำเชิงถามว่าแข็งหรือไม่นะคะใช่เมื่อไรเป็นการเล่นคำที่เป็นคำถาม - เพื่อยั่วให้ผู้อ่านสะดุดคิดว่าที่จริงนั้นผู้หญิงไทยนั้นแข็งแกร่งนะคะและก็มีความสามารถมากกว่านั้นนะคะการใช้เสน่ห์ผูกมัดใจสามี - อย่างที่มักจะเข้าใจกันนี่จึงเป็นการเข้าใจผิดค่ะค่ะ และในนิราศภูเขาทองนะคะสุนทรภู่รำพันถึงความไม่ยั่งยืนของสรรพสิ่ง - เมื่อได้เห็นเจดีย์อยู่ในสภาพปรักหักพังค่ะโอ้เจดีย์ที่สร้างยังร้างรักเสียดายนักนึกน่าน้ำตากระเด็นกระนี้หรือชื่อเสียงเกียรติยศจะมิหมดล่วงหน้าทันตาเห็นเป็นผู้ดีมีมากแล้วยากเย็นคิดก็เป็นอนิจจังเสียทั้งนั้นนะคะจากนิราศภูเขาทองของสุนทรภู่ค่ะตรงนี้มีคำว่า "กระนี้หรือ" นะคะที่เป็นการเล่นคำเชิงถามค่ะการใช้คำเชิงถามว่ากระนี้หรือ - เป็นการกระตุ้นให้ผู้ฟังฉุกคิดว่าเมื่อเป็นเช่นนี้แล้วมีหรือ - ที่ชื่อเสียงของเราจะไม่สูญสลายไปเช่นเดียวกับถาวรวัตถุทั้งหลายค่ะนอกจากการเล่นเสียง เล่นคำ - นั่นคือ วรรณศิลป์แล้วนะคะนักเรียนสิ่งที่นักเรียนจะได้พบ ก็คือภาพพจน์ค่ะเป็นสิ่งที่กวีพยายามที่จะสร้างจินตภาพขึ้น - หรือภาพขึ้นในใจให้กับผู้อ่านโดยการเรียบเรียงถ้อยคำด้วยวิธีการต่าง ๆให้พิเศษกว่าการเรียงลำดับคำหรือการใช้ความหมายของคำตามปกติค่ะภาพพจน์ที่จะกล่าวถึงในที่นี้นะคะก็ได้แก่ การเปรียบเทียบสิ่งหนึ่ง - ว่าเหมือนกับอีกสิ่งหนึ่งค่ะเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "อุปมา" ค่ะโดยนำ 2 สิ่งที่ต่างจำพวกกันแต่มีลักษณะเด่นเหมือนกัน - มาเปรียบเทียบกันนะคะและใช้คำแสดงความเปรียบว่า - เหมือน คล้าย ดัง เป็นต้นค่ะดังตัวอย่างในโคลงบทนี้คุณแม่หนาหนักเพี้ยง พสุธาคุณบิดรดุจอา- กาศกว้างคุณพี่พ่างศิขรา เมรุมาศคุณพระอาจารย์อ้าง อาจสู้สาครโคลงโลกนิติพระนิพนธ์สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ - กรมพระยาเดชาดิศรค่ะมาดูกันค่ะ - ว่าภาพพจน์นะคะ ที่เราต้องการให้เห็นก็คือสิ่งที่ต้องการกล่าวถึงก็คือพระคุณของแม่สิ่งแรกเลยนะคะสิ่งที่เขานำมาเปรียบเทียบ - ก็คือแผ่นดินหรือพสุธานั่นเองลักษณะเด่นที่มีร่วมกันนะคะ คือ ความหนาหนักค่ะและคำที่แสดงคำเปรียบเทียบก็คือคำว่า "เพี้ยง" นั่นเอง - ที่แปลว่าเหมือนนะคะหรือพระคุณของพ่อค่ะเราเปรียบพระคุณของพ่อเหมือนกับท้องฟ้าค่ะ - หรือกับอากาศนั่นเองลักษณะเด่นของอากาศหรือท้องฟ้า ก็คือกว้างค่ะคำที่แสดงความเปรียบเทียบ ก็คือคำว่า "ดุจ" ค่ะและยังมีการเปรียบเทียบพระคุณของพี่นะคะก็เปรียบได้กับภูเขาค่ะ หรือศิขราเมรุมาศค่ะลักษณะเด่นที่เรามีร่วมกัน ก็คือสูงนั่นเองนะคะคำที่แสดงความเปรียบเทียบ - ก็คือ คำว่า "พ่าง" ค่ะและพระคุณของครูค่ะสิ่งที่เป็นตัวเปรียบเทียบ - ก็คือท้องน้ำหรือสาครนั่นเองเพราะฉะนั้นลักษณะเด่นที่นักเรียนได้เห็นเลย - ก็คือท้องน้ำนั้นกว้างค่ะเพราะฉะนั้นคำที่แสดงความเปรียบเทียบ - ก็คือ คำว่า "สู้" นั่นเองค่ะตรงนี้ก็เป็นการอุปมา - ให้พวกเราได้เห็นอย่างชัดเจนนะคะแต่มีข้อควรจำประการหนึ่งค่ะว่าหากสิ่งที่นักเรียนนำมาเปรียบเทียบนั้นนี่ - เป็นสิ่ง ๆ เดียวกันหรือพวกเดียวกันอย่างเช่น เชียงใหม่เหมือนกับกรุงเทพฯอย่างนี้เราไม่เรียกว่าเป็น "อุปมา" นะคะแต่ว่ามันเป็นการเปรียบเทียบแบบธรรมดาดังนั้นจะดูแต่เพียง คำว่า - "เหมือน" "ดัง" "คล้าย" เท่านั้นไม่ได้ค่ะจะต้องพิจารณาองค์ประกอบทั้งหมด - ของบทเปรียบเทียบด้วยดังตัวอย่างต่อไปนี้ค่ะเป็นบทพรรณนาภาพสินสมุทร - ในวรรณคดีเรื่องพระอภัยมณีค่ะไม่คลาดเคลื่อนเหมือนองค์พระทรงเดชแต่ดวงเนตรแดงดูดังสุริย์ฉายทรงกำลังดังพระยาคชาพลายมีเขียวคล้ายชนนีมีศักดาจากนิทานคำกลอนเรื่องพระอภัยมณี ของสุนทรภู่เห็นไหมคะ จะมีคำว่า "เหมือน" - คำว่า "ดัง" นะคะ และก็คำว่า "คล้าย"ถ้าเรามองภาพรวมนี่ เราก็จะคิดว่า - บทประพันธ์นี้นี่ เป็นการอุปมาทั้งหมดนะคะลองดูค่ะในข้อความในวรรคที่ 1 และวรรคที่ 4 นะคะบอกว่าสินสมุทรนี่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนกับพระอภัยมณีผู้เป็นบิดาและก็มีเขี้ยวเหมือนนางยักษ์ผู้เป็นมารดาซึ่งตรงนี้นี่ถือเป็นการเปรียบเทียบแบบธรรมดาเช่นเดียวกับที่เราพูดว่า - ลูกหน้าตาดีเหมือนกับพ่อแม่นะคะส่วนข้อความในวรรคที่ 2 - เป็นการเปรียบเทียบดวงตาของสินสมุทรว่าเหมือน... แดงเหมือนกับแสงอาทิตย์ค่ะเป็นการเปรียบเทียบอย่างอุปมา - เพื่อให้ผู้อ่านนี่เกิดจินตภาพว่าเป็นดวงตาที่แดงโชติช่วง - และก็น่ากลัวเพียงใดค่ะส่วนเช่นเดียวกับข้อความในวรรคที่ 3ซึ่งเปรียบพละ... พละกำลังของสินสมุทรนะคะว่าเทียบเท่ากับกำลังของช้าง - นี่ก็ถือว่าเป็นอุปมาค่ะเพราะฉะนั้นนักเรียนจะต้องพิจารณาให้ดีนะคะว่าตรงไหนนะคะ - ที่เป็นการเปรียบเทียบกับสิ่งที่เหมือนกันหรือตรงไหนที่เป็นการเปรียบเทียบ - ที่เรียกว่า "อุปมา" ค่ะลองสังเกตดูดี ๆ ค่ะภาพพจน์ที่ 2 ค่ะ ที่เราจะมารู้จักกันในวันนี้ค่ะคือ การเปรียบว่าสิ่งหนึ่งเป็นอีกสิ่งหนึ่งหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "อุปลักษณ์" ค่ะโดยนำสิ่ง 2 สิ่งที่ต่างจำพวกกันแต่มีลักษณะเด่นเหมือนกัน มาเปรียบเทียบกัน - เช่นเดียวกับอุปมาค่ะแต่ไม่ใช้คำแสดงความเปรียบว่า - เหมือน คล้าย ดังค่ะ อย่างอุปมานะคะในวรรณคดีเรื่องมหาเวสสันดรชาดกค่ะพระนางมัทรีรำพันถึงพระโอรส - และพระธิดาว่าดังนี้ค่ะ (เสียงบรรยาย) - โอ้เจ้าดวงสุริยันจันทรทั้งคู่ของแม่เอ่ยแม่ไม่รู้เลยว่าเจ้า - จะหนีพระมารดาไปสู่พาราใดไม่รู้ที่...มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี - สำนวนของเจ้าพระยาพระคลังหน (คุณครูนุชสุคนธ์) - แทนที่เราจะเปรียบเทียบอย่างอุปมาว่าพระโอรสเหมือนดวงอาทิตย์ - และพระธิดาเหมือนกับดวงจันทร์ซึ่งให้แสงสว่างแก่ผู้เป็นมารดา แต่ในที่นี้ค่ะเปรียบว่าพระโอรสนั้น คือ ดวงอาทิตย์ - และพระธิดา ก็คือดวงจันทร์ซึ่งเป็นการเน้นความสำคัญของพระโอรส พระธิดาที่มีต่อพระนางมัทรีให้หนักแน่นมากยิ่งขึ้นค่ะวิธีเปรียบเช่นนี้ - เรียกกันว่า "อุปลักษณ์" นั่นเองค่ะนักเรียนพอจะเข้าใจ - อุปมาและอุปลักษณ์แล้วนะคะภาพพจน์ที่ 3 ที่นักเรียนจะต้องเจอเลยนะคะก็คือการสมมุติสิ่งไม่มีชีวิตให้มีชีวิตนะคะเหมือนกับพวก พืช สัตว์นะคะ - หรือความคิดที่เป็นนามธรรมค่ะให้มีความคิด ความรู้สึกแสดงออกเยี่ยงมนุษย์เราเรียกสิ่ง ๆ นี้ว่า "บุคคลวัต" ค่ะตัวอย่างที่จะพบมากนะคะ - ได้แก่ ตัวละครสัตว์ในนิทานต่าง ๆ ค่ะในวรรณคดีเรื่องมหาเวสสันดรชาดกค่ะมีบทพรรณนาป่าที่พระเวสสันดร พระนางมัทรี - และพระโอรส พระธิดาพำนักอยู่ฝูงนกต่างส่งเสียงร้อง - ถวายพระพรกันเซ็งแซ่นะคะตัวอย่างค่ะ ฝูงทิชาชาติชวนกันชื่นชมถวายชัยส่งเสียงใสเสนาะป่า - ร้องเป็นภาษามนุษย์อำนวยพรต่าง ๆ ก็ทูลถวายพร - พระเพรียกพร้องร้องระงมไพรจากมหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์จุลพนพระราชนิพนธ์ - พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวค่ะค่ะ กวีมิเพียงแต่กำหนดให้นกหรือฝูกที่ทิชาชาติ - แสดงกิริยาอาการของมนุษย์เช่น ชวนกันทูลถวายพระพรเท่านั้นนะคะแต่ยังให้ร้องเป็นภาษามนุษย์ด้วยค่ะบรรยากาศของการต้อนรับความร่มรื่นสบายใจจึงเป็นฉากสำคัญในตอนนี้ค่ะบ่งบอกว่าพระเวสสันดร - จะประทับอยู่ในป่านี้อย่างมีความสุขค่ะค่ะ สำหรับประเด็นภาพพจน์ต่อมานะคะก็คือการเลียนเสียงธรรมชาติค่ะหรือที่เราเรียกกันว่า "สัทพจน์" นั่นเองนะคะถ้อยคำในภาษาส่วนหนึ่งนี่ - เกิดจากการเลียนเสียงธรรมชาติค่ะเราเรียกนกชนิดหนึ่งว่า "กา"เพราะอะไรคะ - ก็เพราะเราได้ยินมันร้องว่า กา ๆ ไงคะและเรียกนกกาเหว่าจากเสียงที่ได้ยินเพราะว่ามันร้องว่า กาเหว่า ๆ นะคะซึ่งในวรรณคดีนี่การเลียนเสียงธรรมชาติ - เป็นกลวิธีการประพันธ์อย่างหนึ่งค่ะที่ถ่ายเสียงต่าง ๆ ที่มิใช่คำพูดอย่างเช่น เสียงสัตว์ร้อง เสียงคนร้อง - เสียงดนตรีนะคะไว้ในบทประพันธ์เพื่อให้ผู้อ่านนี่ - เกิดความรู้สึกว่าได้ยินเสียงนั้น ๆ เองตามเนื้อความในเรื่องไปด้วยตัวอย่างเช่น ดูงูขู่ฝูดฝู้ พรูพรูกาพย์ห่อโคลงประพาสธารทองแดง - พระนิพนธ์ เจ้าฟ้าธรรมธิเบศรฝูดฝู้ เป็นคำเลียนเสียงขู่ของงูค่ะทำนองเดียวกับคำว่า "ฟ่อ ๆ" - ที่เราใช้กันทุกวันนี้ค่ะนกกระเรียนเวียนลงหนอง - ตรอมเที่ยวย่องร้องแกร๋แกร๋กาพย์ห่อโคลงประพาสธารทองแดง - พระนิพนธ์ เจ้าฟ้าธรรมธิเบศรนะคะแกร๋แกร๋ค่ะ เป็นการเลียนเสียงร้อง - ของนกกระเรียนนั่นเองค่ะค่ะ อีกหนึ่งตัวอย่างค่ะขุนมอญร่อนง้าวฟาด ฉาดฉะค่ะโคลงภาพพระราชพงศาวดารพระราชนิพนธ์ - พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวค่ะฉาดฉะ เป็นคำเลียนเสียงอาวุธค่ะที่กระทบกันขณะที่ใช้ฟาดฟันกันนั่นเองค่ะคำเลียนเสียงธรรมชาติเป็นที่นิยมใช้เพื่อให้ผู้อ่าน - สามารถสร้างจินตภาพขึ้นตามกวีได้ค่ะเพราะจินตภาพมิได้เกิดจากจินตนาการ - ถึงภาพที่ตาเห็นเท่านั้นนะคะแต่อาจเกิดจากเสียงที่หูได้ยินได้ด้วยค่ะและนี่ก็คือภาพพจน์ที่เกิดขึ้นนะคะ - ในการแต่งคำประพันธ์ค่ะค่ะ มาถึงกิจกรรมท้ายบทเรียนในวันนี้ค่ะนักเรียนคิดว่าเหตุใด - กวีจึงใช้ภาพพจน์ในการประพันธ์วรรณคดีและการเลือกใช้ภาพพจน์ที่กวีนำมาใช้นั้น - มีความสำคัญต่อเนื้อหาของวรรณคดีอย่างไรจงอธิบายและยกเหตุผลประกอบนะคะและตอบคำถามลงในกระดาษ A4 ค่ะและพบกันใหม่ในคาบต่อไปค่ะสำหรับวันนี้ สวัสดีค่ะ (คุณครู) ในวันนี้นะคะ - เราจะเรียนในส่วนของศิลปะการประพันธ์นะมาดูในส่วนของหลัก ๆ เลย - ในเรื่องของการสรรคำนะมาดูว่าการสรรคำนี่มันเป็นอย่างไรลักษณะของความงาม - ของการประพันธ์ประเภทนั้น ๆ นี่ในเรื่องของการสำคำ... สรรคำนี่ - เราดูตรงไหนบ้างเราจับจุดไหนนะ เป็นประเด็น - ในการที่ใว้สำหรับในการตอบคำถามหรือว่าเป็นประเด็นของในการถามข้อสอบนะ - ประเด็นคำตอบตรงนี้นะคะการสรรคำ การสรรคำคืออะไรการสรรคำ ก็คือในส่วนของการเลือกใช้คำให้สื่อความคิดนี่ คีย์ของมัน คือ การสื่อนะสื่อความคิด ความเข้าใจ ความรู้สึก - และอารมณ์ได้อย่างงดงามสื่อความได้แล้วนะสื่อความคิด ความเข้าใจ ความรู้สึก - และอารมณ์โอ้โห มันเป็นเรื่องของ Feeling จริง ๆ นะโดยทำไม ต้องคำนึงถึงเรื่องอะไรความเหมาะสมของเนื้อหา - และรูปแบบคำประพันธ์ด้วยคือ สื่อไปเรื่อย ๆ ก็ได้ - แต่ทำไม ถ้ามันไม่เหมาะสมกับเนื้อหานั้น ๆหรือมันไม่ตรงกับลักษณะ - ของรูปแบบคำประพันธ์นั้น ๆก็ไม่ถือว่าเป็นการสรรคำที่ดีหรือการเลือกใช้ให้เกิดศิลปะ - การประพันธ์ที่ดีนะคะเพราะฉะนั้น - เราดูทั้งในส่วนของการสื่อความคิดนะคะความคิด ความเข้าใจ ความรู้สึก อารมณ์แล้ว - เราต้องดูถึงอะไรคำนึงถึงความเหมาะสม เหมาะสมนะคะเหมาะสมในส่วนของ 2 ส่วนก็คือเรื่องของเนื้อหา - และรูปแบบคำประพันธ์กันนะคะเพราะฉะนั้นการสรรคำทำได้อะไรทำได้ 3 ส่วน ก็คือเรื่องการอะไรการเลือกใช้คำให้เหมาะแก่เนื้อเรื่อง - และรวมถึงฐานะของบุคคลในเรื่องด้วยบอกแล้วถึงความเหมาะสม - เนื้อหารูปแบบคำประพันธ์นะเนื้อหาเหมาะสมกับเนื้อเรื่อง - และฐานะของบุคคลในเรื่องไหมการใช้คำให้ถูกต้องตรงตามความหมายนะคะและส่วนที่ 3 ในเรื่องของอะไรการใช้เลือกใช้ฉันทลักษณ์ให้เหมาะสม - กับเนื้อหาของวรรณคดีนะ3 ส่วนหลัก ๆ เลย - เหมาะกับเนื้อเรื่องฐานะของบุคคล2. ในเรื่องของการใช้คำถูกต้องตามความหมาย3. ก็คือเลือกใช้ฉันทลักษณ์ให้เหมาะกับเนื้อหา - ของวรรณคดีนั้น ๆ นะคะมันถึงจะเป็นเรื่องของการสรรคำ - ที่เป็นศิลปะนะคะกวีจะต้องเลือกสรรคำให้ตรงตามที่ต้องการ - แก่บริบท เนื้อเรื่องและฐานะของบุคคลรวมถึงโวหารและรูปแบบของคำประพันธ์ด้วยนะมาดูในเรื่องแรก การเลือกใช้คำให้ถูกต้อง - ตรงตามความหมายนะคะถูกต้องตรงตามความหมายเพราะอะไร เพราะบางคำนี่มันสามารถใช้บริบทใน... ในบริบทนี้ใช้ได้ - แต่อีกบริบทหนึ่ง มันดูว่ามันแปลก ๆมันดูแล้วมันไม่เข้ากัน - หรือมัน... ความหมายมันจะผิดเพี้ยนไปได้นะคะเพราะฉะนั้นมาดูตัวอย่างของการเลือกใช้คำ - ให้ถูกต้องตามความหมายที่ต้องการสร้อยฟ้าศรีมาลาว่าเจ้าคะตั้งกะทะก่อไฟอยู่อึงมี่ค่อยใส่ไข่น้ำตาลที่หวานดีแป้งมีเอามาปรุงกุ้งสับไปศรีมาลาละเลงแผ่นบางบางแซะใส่จานวางออกไปให้ทีสร้อยฟ้าไม่สันทัดอึดอัดใจปามแป้งใส่ไล้หน้าหนาสิ้นทีนะคะจากเรื่องของขุนช้างขุนแผนนะเราจะเห็นอะไร เห็น... ตอนนี้เขาน่าจะอะไรอยู่ในครัวก่อไฟกันอึงมี่ - กะทะอึงมี่กันเลย ก่อไฟเลยกำลังทำ... ทำขนมอะไรบางอย่างนะมันมีแป้ง มีกุ้งสับ มาละเลงอะไรอย่างนี้ - ใส่จานถูกไหมเพราะฉะนั้นมันจะมี 1 คำศัพท์ - ที่เราเห็นว่า เอ๊ะ เขาใช้คำนี้คำนี้มันแบบ... - มัน... มันใช่ มันเห็นภาพนะอะไร คำว่าอะไร คำว่า "ละเลง" - เราเห็นคำว่า "ละเลง" นะคะ ละเลงละเลง ละเลงเป็นอะไร การทำขั้นตอนทำไมสำหรับแผ่นขนมเบื้อง - ถ้าเราเคย... เราเคยกินขนมเบื้องกันนะก็จะเห็นขนมเบื้องมีใส้หวาน ใส้เค็มนะกุ้งสับนี้น่าจะเป็นอะไร ใส้เค็มนะ ใส้เค็มเห็นใส้หวานนะ ใส้หวาน ใส้เค็มขนมเบื้องและมันก็จะมีขนมเหมือน... - คล้าย ๆ ขนมเบื้องญวนอีกนะอะไรอย่างนี้ดูเขาใช้คำว่า "ละเลง" แปลว่า ป้ายหรือทาแผ่ออกไปด้วยวิธีเป็นวงกลมนะ เป็นวงกลมถ้าสมมุติเราใช้ทาทำไม - เราก็จะรู้สึกว่าเหมือนอะไรเอา ๆ เอาแป้งมาทำไม ปะหน้าธรรมดาปะหน้าธรรมดา เหมือนทา ทาหน้าเหมือนเวลาเราแบบว่า - อ๋อ เรากำลังทาครีมทาหน้าไอ้ทาตรงนี้ ถ้าไปใช้ศรีมาลาทาแผ่นบาง ๆเราก็จะเข้าใจ... อาจจะเข้าใจว่า - อ๋อ เอามาทาธรรมดา ทาโปะ ๆ ไปอย่างนี้แต่ทำไมกวีเลือกที่จะใช้คำว่า "ละเลง"ซึ่งละเลงมันทำไม เป็นการป้ายหรือทาแผ่ออกไปเราก็จะเห็นว่าวิธีการคือ...ความหมายของมัน - คือ แผ่ออกไป เป็นวิธีเป็นวงกลมมันก็จะทำไม เห็นภาพของความอะไรการทำขนมที่มันชัดเจนมากยิ่งขึ้นว่าลักษณะของวิธีการทำขนมเบื้องนี่มันเป็นวิธีการทำด้วย... ด้วยวิธีการแบบนี้การใช้คำศัพท์นี้ มันเลยเป็นคำศัพท์ - ที่ทำให้เห็นภาพได้ชัดเจนมากขึ้นนะว่า อ๋อ วิธีการทำขนมเบื้อง - มันเป็นวิธีการที่ทำในรูปแบบนี้ทำตรงแบบนี้นะคะเพราะฉะนั้นเขาบอกว่าอะไรก็ถ้าเป็นคำอื่น มันไม่ตรงไม่ชัดนะ - แต่เห็นคำนี้ใช้ชัดเจน2. คือ เรื่องอะไร การเลือกใช้คำเหมาะสมแก่เนื้อเรื่อง - และฐานะของบุคคลในเรื่องเนื้อเรื่องของบุคคลนะคะ ในเรื่องหนึ่ง ๆ นี่มันมีตั้งแต่ยาจกจนไปถึงพระมหากษัตริย์จนถึงพระอินทร์ พระพรหม - สูงส่งขนาดนั้นเลยนะเพราะฉะนั้นเราเห็นว่าแต่ในเรื่องแต่ละเรื่องน่ะเหมือนเวลาคำ... การใช้คำในภาษาไทยเราก็จะทำไม ดูกาลเทศะ ดูระดับ - มัน... ภาษาไทยเราก็มีระดับของภาษาลักษณะของภาษานี่ เราใช้กับคนชั้นไหนถูกไหมระดับของคนประเภทไหน ระดับไหนหรือการสื่อความกับเพื่อนตรง ๆ เลย - ก็จะใช้คำง่าย ๆไม่ต้องประดิษฐ์คำ เอาง่าย ๆ ไม่ต้องประดิษฐ์คำหรือใช้คำราชาศัพท์กับเพื่อนเราแม้แต่ว่าถ้าสมมุติว่าบางคนบอก อ๋อ ไม่ค่ะหนูก็อยากฝึกทักษะการใช้คำราชาศัพท์ - หนูก็ใช้คำราชาศัพท์กับเพื่อนก็จะรู้สึกว่า เอ๊ มันเป็นบทสนทนาทำไมที่ดูเหมือนจักร ๆ วง ๆ อย่างนี้ใช่ไหมนะเพราะฉะนั้นบางคนนะลักษณะที่ดี การเลือกใช้คำก็ทำไมก็ต้องทำให้เหมาะสมกับเนื้อเรื่องและฐานะของบุคคลในเรื่องนั้น ๆ นะคะเพราะอะไร การใช้คำที่มันทำไมตรงตามฐานะ เหมาะสมกับฐานะนี่ - จะเห็นทำไมเราก็จะเห็นลักษณะของ... - อ๋อ การที่เราเลือกใช้คำนี้ถึงแม้เขาไม่ได้พูดตรง ๆ - เราก็จะรู้ว่าฐานะของบุคคลนั้น ๆ ทำไมเป็นระดับไหน เป็นรูปแบบไหน - เห็นฐานะของบุคคลนั้นอย่างชัดเจนและเข้าใจ และทำให้สามารถเห็น - เข้าใจถึงปฏิสัมพันธ์ของตัวละครที่ต่างฐานะกันได้ด้วยนะคะเพราะว่าแต่ละเรื่องอย่างที่บอก - มีตั้งแต่ระดับสูงจนระดับล่างสุด ๆ นะฉะนั้นดู ตัวอย่างการเลือกใช้คำ - ที่เหมาะสมแก่เนื้อเรื่องและฐานะของบุคคลเนื้อเรื่องนะคะแต่สังหารผลาญชีพชีวันกุม... กุมภัณฑ์ตายยับนับสมุทรอย่าอ้างองค์พระทรงครุฑผู้เป็นมงกุฎธาตรีตัวกูยกมาจะสังหารตัดเอาเศียรมารยักษีไปถวายเบื้องบาทพระจักรียังที่สุวรรณพลับพลานะคะจากเรื่องรามเกียรติ์นะเราจะเห็นแล้วล่ะ ว่าอ้างถึงองค์พระทรงครุฑมีคำราชา... มีคำที่แบบบ่งบอกว่า - ฐานะของตัวละครนั้นทำไม สูงนะพระองค์พระทรงครุฑนะ แล้วมีอะไรเป็นยักษ์ มียักษ์ เอาเศียรยักษ์นะและก็อะไร พระจักรี พระจักรีเพราะฉะนั้นเราดูคำประพันธ์ตัวกู แสดงว่าตัวกูผู้พูดนี่ทำไมฐานะต้องต่ำศักดิ์กว่าคนที่ทำไมเขาจะไปถวายการรับใช้หรือว่ามาด้วยเหตุนี่ ว่าทำเพื่อพระจักรีนี่นะเพราะว่าอย่างไร - บอกว่าอะไร ในที่นี้ทำไม ผู้สูงศักดิ์กว่าพระจักรีในที่นี้ ก็คือหมายถึงอะไร - หมายถึงพระนารายณ์นะคะในเรื่องก็คือ หมายถึงพระนารายณ์แต่ถ้าหากเราไม่มีความรู้ - ในด้านของวรรณคดีรามเกียรติ์มาก่อนเราก็จะรู้แค่ว่า อ้อ พระจักรีนี่พระจักรีนี่แสดงว่าเป็นผู้ที่ทำไม มีความสูงส่งเพราะอะไร - เพราะว่ามี... มีการใช้คำสังเกตจากอะไรจากคำว่า "ถวายเบื้องบาท" - ถวายเบื้องบาทนะคะมันเป็นหนึ่งในทำไม คำราชาศัพท์นะบาท พระบาท พระบาท แปลว่าอะไร เท้า นะถ้าเราจะใช้คำว่า "เท้า" ธรรมดาแบบ... - จะตัดไปเพื่ออะไรถวาย ถวาย... - ไปแทบ... แทบเท้าอะไรอย่างนี้มันก็จะรู้สึกว่าถ้าธรรมดาใช่หรือเปล่า - ใช้คำว่า "แทบเท้า"ธรรมดาก็เหมือน - อาจจะเป็นคนปุถุชนธรรมดาทั่วไปอาจจะเป็นแบบแค่คนระดับกลาง ๆ อะไรอย่างนี้แต่พอบอกว่า "ถวายเบื้องบาท" - ซึ้งเบื้องบาทในที่นี้ บาทเป็นคำราชาศัพท์คำที่มันมีคำพิเศษมากขึ้นบ่งบอกถึงฐานะที่สูงของคน... - คนที่เราพูดกล่าวถึงมากขึ้นเพราะฉะนั้นมันเลยรู้สึกว่าคำคำนี้"ถวายเบื้องบาท" นี่เป็นการเลือกใช้คำทำไมที่เหมาะสมกับฐานะของบุคคลซึ่งจะทำให้ผู้... - ผู้ที่แบบไม่ได้มีความรู้วรรณคดีนั้นมาก่อนนี่ก็จะสามารถเข้าใจฐานะ หรือเข้าใจเนื้อเรื่อง - คนบริบทของเรื่อง ๆ นั้นได้ว่ากำลังกล่าวถึงคน... บุคคลในระดับใดและเรื่องเป็นแบบระดับใดด้วยน่ะนะคะ - นั่นเองนะคะในส่วนของข้อที่ 3ข้อที่ 3 เขาพูดถึงอะไรการใช้ฉันทลักษณ์ - และให้เหมาะสมกับเนื้อหาของวรรณคดีนะคะวรรณคดีของไทยมันมีหลายเรื่องและก็มีวัตถุประสงค์ - ในการแต่งในหลากหลายรูปแบบเพราะฉะนั้นวรรณคดีนี่ - มันก็จะมีเนื้อหาหลากหลายเช่น เขาบอกอะไรวรรณณคดียอพระเกียรติ พระมหากษัตริย์วรรณคดีเกี่ยวกับประเภท วรรณคดีนิทาน - วรรณคดีศาสนาวรรณคดีที่เป็นประเภทนิราศนั่นเองนะคะวรรณคดีต่างนี่จะมีลักษณะ... - ลักษณะการใช้คำประพันธ์หรือฉันทลักษณ์ที่แตกต่างกันไปนะคะ - ที่แตกต่างกันไปอย่างเช่น มาดูวรรณคดียอพระเกียรติเขาบอกอะไร - วรรณคดียอพระเกียรติมักแต่งด้วย...แต่งด้วยโคลง อุ๊ย ขอโทษค่ะวรรณคดียอพระเกียรติแต่งด้วยโคลงโคลง เช่น โคลงยอพระเกียรติ - สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชโคลงยอพระเกียรติ - สมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยนะคะไพรินทรนาศเพี้ยง พลมารพระดั่งองค์อวดาร แต่กี้แสนเศิกห่อนหาญราญ รอนราพณ์ แลฤาดาลตระดกเดชลี้ ประลาตหล้าแหล่งสถานนะคะจากลิลิตตะเลงพ่ายนะ เราก็จะเห็นอะไรลิลิตตะเลงพ่ายเป็นวรรณคดีเกี่ยวกับอะไรเรื่องของการยอพระเกียรติตะเลงพ่าย ถ้าเราไปดูเราก็จะรู้ว่า - อ๋อ มันเป็นช่วงของการอะไรรบนะ สมัยที่อะไร พระนเรศวรรบกับ...ปกป้องประเทศนะ รบกับอะไร พม่านะเป็นการยอพระเกียรตินะคะ - สมเด็จพระนเรศวรนะกวีก็เลยเลือกใช้โคลง - ในการบรรยายลักษณะของเนื้อหานะคะเป็นวรรณคดียอพระเกียรติ - สมเด็จพระนเรศวรมหาราชเพราะฉะนั้นการใช้โคลงอย่างที่บอกไปพวกกาพย์ กลอน มันก็จะเป็นการบังคับสัมผัสที่... มันก็มีการใช้การสัมผัสบังคับล่ะแต่ว่าคำประพันธ์ประเภท - อย่างเช่น พวกโคลง พวกฉันท์นี่มันจะมีลักษณะพิเศษมากขึ้นมีการบังคับที่พิเศษมากขึ้นอย่างโคลงนี่มีการบังคับที่อะไร - เรื่องของวรรณยุกต์ถูกไหม รูปเอก รูปโทเพราะฉะนั้นเมื่อการบังคับรูปเอก รูปโทแล้วเราก็จะเห็นอะไร - ความสามารถของการเลือกใช้คำให้ตรงกับการบังคับโคลงแล้วนี่ในเรื่องของคำเอก คำโทแล้วนี่ศัพท์ที่นำมาใช้นี่ ก็จะเป็นศัพท์ที่ทำไม สูงเพื่อให้เหมาะสมกับอะไรเนื้อความของการยอพระเกียรตินะคะ - ยอพระเกียรติมันก็จะเห็นความสามารถของกวีล่ะทั้งในเรื่องของการเลือกใช้คำ - เลือกใช้คำศัพท์นะคะและก็การ... ลักษณะของความยากตรงนี้ล่ะมันให้เรารู้สึกว่า - อ๋อ มันเป็นการเลือกศัพท์ที่มันตรงกับทำไมกับการใช้ในเนื้อหา เนื้อความในการยอ - ยอกษัตริย์นะคะและก็ในส่วนของนี่ก็มีเรื่องของอะไร - การใช้การเปรียบนะคะการออกศึกของพระนเรศวรที่ทำไมเหมือนพระนารายณ์อวตาร - มาปราบหมู่มารนะคะการศึกครั้งนี้ก็ทำไม - จะเลื่องลือไปทั่วทุกแห่งหนนะอันนี้เราก็จะเห็นลักษณะของโคลงที่นำมาใช้คำประพันธ์เหมาะกับการนำไปใช้เพื่ออะไรนะคะส่วนต่อมาในเรื่องของวรรณคดีศาสนาวรรณคดีศาสนา ถ้าเราจำลักษณะของร่ายได้ร่ายมันไม่มีการบังคับถูกไหมร่ายยาว ร่ายยาวนั้นทำไม ไม่มีบังคับฉันทะไม่มีบังคับจำนวนคำในวรรคและก็สามารถแต่งตาม... แต่งไปได้เรื่อย ๆไม่ได้บังคับการจบถูกไหมอยากจะแต่งยาวมากน้อยแค่ไหน แต่งได้เพราะฉะนั้นวรรณคดีศาสนานี่ - จึงมักจะแต่งด้วยร่ายยาวหรือฉันท์ หรือคำหลวงเช่น ร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดก - มหาชาติคำหลวง นันโทปนันทสูตรคำหลวงนะคะอย่างตัวอย่าง ส่วนเทพเจ้าทั้ง 3 องค์ - ได้ทรงพระเสาวนีย์... ได้ฟังพระเสาวนีย์พระมัทรีเธอไหว้วอนขอหนทางพระพักตร์นางนองด้วยน้ำพระเนตรเทพพระเจ้าก็สังเวชในวิญญาณก็พากันอุฏฐาการคลาไคล - ให้มรคาแก่นางพระยามัทรีนะคะร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรีเราจะเห็นแล้วลักษณะที่เราเรียนก่อนหน้านี้นะเรื่องของลักษณะของคำประพันธ์ - ประเภทร่ายนะร่ายไม่ได้จำกัดหรือไม่ได้บังคับ - เรื่องของจำนวนคำในแต่ละวรรคนะแต่มีสัมผัส สัมผัสคำสุดท้าย - ไปคำใดคำหนึ่งของวรรคถัดไปได้นะเพราะฉะนั้นด้วยความที่วรรณคดีศาสนานี่ - มันมีลักษณะของการอะไรคล้ายบทสวดนะคะมีคำบาลีทำไม แทรกอยู่มากจึงทำไม นิยมแต่งร่ายเพื่อให้เนื้อหาทำไม - ครบถ้วนกระบวนความนะอย่างที่บอกไปลักษณะของร่าย - คือ ไม่จำกัดจำนวนคำในแต่ละวรรคกวีทำไม ก็เลยสามารถเรียบเรียงถ้อยคำ - ได้อย่างง่ายนะคะในส่วนของวรรณคดีนิทานวรรณคดีนิทาน มักแต่งด้วยกลอนและกาพย์กลอนและกาพย์ กาพย์เราเรียนไปแล้วกาพย์สุรางคนางค์ 28 กาพย์ฉบัง 16 - กาพย์ยานี 11 อย่างนี้นะคะพระอภัยมณีและบทละครนอกต่าง ๆ ทำไมนิทาน - เพราะนิทานเน้นในความเรียบง่าย เข้าใจแต่ทำไม สร้างอารมณ์สะเทือนใจได้นะคะเพราะกลอน กาพย์นะมันไม่... ด้วยความที่มันไม่ได้บังคับเยอะมาก - เหมือนอันอื่นอยู่แล้วเพราะฉะนั้นมันไม่ได้หวือหวาเพราะฉะนั้นมันทำไม - มันก็เลยเหมาะกับการใช้วรรณคดีนิทานที่อะไร เน้นความเรียบง่าย เข้าใจง่าย - และสร้างสะเทือนอารมณ์ได้นะคะพระไชย ดูนะคะ ในกาพย์พระไชยสุริยาพระไชยสุริยาภูมี - พาพระมเหสีมาที่ในลำสำเภาข้าวปลาหาไป... ไปไม่เบา - นารีที่เยาว์เอาไปในเภตราเห็นตัวอย่างของอะไร กาพย์ฉบัง 16 ทำไมกาพย์ฉบัง 16 ใช้จำนวนคำต่อบทน้อยมากก็คืออะไร หน้ามีทั้งหมด 3... 3 วรรค - 6 4 6 เห็นไหมแต่กวีทำไม เลือกใช้ให้ผู้อ่านเห็นภาพเข้าใจง่าย - ชัดเจนและรวดเร็วไม่เน้นรายละเอียด - ดูเขาบอกว่าเขาไม่ได้เน้นรายละเอียดนะรายละเอียดเท่ากับกลอนบทละครที่เป็นเรื่องยาวเพราะว่าอะไรกลอนบทละครเราทำไมเอาไว้สำหรับในการที่แต่งเพื่อ... - เพื่อใช้แสดงละครด้วยก็ได้หรือว่าใช้ในการที่ปรับบทบรรยาย - ที่ให้เขียนรายละเอียดเยอะนะคะเพราะฉะนั้นหรือในการที่มันทำไมแตกต่างจากบทวรรณคดีพวกยอพระเกียรติที่ทำไมใช้ศัพท์สูงและเน้นรายละเอียด - เน้นวีรกรรมของพระมหากษัตริย์นะมันก็จะมีลักษณะของการใช้คำประพันธ์ - ที่รูปแบบแตกต่างกันเน้นเข้าใจง่าย เรียบง่ายในวรรณคดีนิทาน - ก็จะใช้พวกกลอนหรือกาพย์นะคะส่วนต่อมาในเรื่องของกลอนบทละครกลอนบทละครมักจะแต่งด้วยอะไรอ๋อ การแต่ง แต่งด้วยมักจะแต่งด้วยกลอนสุภาพต้องใช้จำนวนคำมาก - เพื่อสื่อเนื้อเรื่องให้ผู้เข้า ผู้อ่านเข้าใจเช่น เรื่องอะไรรามเกียรติ์หรืออิเหนาเพราะฉะนั้นวรรณคดีนิทาน - ไม่ได้เน้นคำจำนวนเยอะมากทำไม - เน้นให้รู้ว่าเข้าใจง่าย อ่านง่าย เข้าใจง่ายตัวละครทำอะไร ไปมาอย่างไรแต่กลอนบทละครทำไม เน้นรายละเอียดมีรายละเอียด - รายละเอียดแล้วก็เป็นเรื่องยาวทำไม - ก็เลยเป็นกลอนสุภาพนะคะใช้กลอนสุภาพเพื่อสื่อ - จำ... เพราะว่าจำนวนคำมันมากอยู่แล้วก็เลยจะได้สื่อเนื้อเรื่องได้ครบถ้วน - ผู้อ่านเข้าใจได้นะคะมาจะกล่าวบทไป - เราจะเห็นวรรณคดีบทละครทำไมบัดนั้น เมื่อนั้น มาจะกล่าวบทไปนะอันนี้บอกอะไรในเรื่องของอิเหนามาจะกล่าวบทไป ถึงระตูจรกาเป็นใหญ่ท้าวมีพระเชษฐาร่วมฤทัย - ผ่านเวียงชัยล่าสำสืบพงศ์พันธุ์มีธิดานารีวิไลลักษณ์ - ผิวพักตร์ผ่องเพียงดวงบุหลันชื่อระเด่นกุสุมาลาวัณย์ - ตุนาหงันกับสังคามาระตาเห็นตัวละครมีกุสุมากับสังคามาระตานะแล้วก็มีตัวละครอะไร จรกานะมาจะกล่าวบทไป ก็คือมันตัดตอนขึ้นตอนใหม่นะเหมือนตอนตัดตอนขึ้นตอนใหม่นะก็จะใช้มา มาจะกล่าวบทไปนะคะกลอนบทละครจะต่างกับกลอนนิทานทำไม - ตรงไหนที่บอกไปแล้ว กลอนบทละครต่างกับคำกลอนนิทานเพราะอะไรเป็นเรื่องยาวและใช้แสดงละครจริงอย่างที่บอกไป - มีรายละเอียดใช้ในการแสดงละครด้วยนะรายละเอียดมันเยอะ - ก็เลยใช้เป็นเรื่องของกลอนสุภาพมากขึ้นกลอนสุภาพมากกว่านะคะนิยมใช้เป็นแบบนั้นนะคะเช่น ละครในสมัยก่อน ทำไม - เรื่องรามเกียรติ์ อิเหนา อุณรุทละครในนะ แบบหลัก ๆ เลย - รามเกียรติ์ อิเหนา อุณรุทนี่จะใช้สำหรับการบรรยายรายละเอียดตัวละครมากพอจำนวนคำมันมากการแต่งกลอนสุภาพมันจึงเหมาะ เหมาะกว่า - เหมาะสมกว่าฉันทลักษณ์ที่มีจำนวนคำต่อวรรคมากนะคะและ... และกวีนี่สามารถทำไมบรรยายรายละเอียดของตัวละครได้มาก - ได้มากเช่นเดียวกันด้วยนะคะสุดท้าย ต่อมานี่เรื่องของอะไร - วรรณคดีแบบแผนวรรณคดีแบบแผนค่อนข้างที่จะทำไมไม่... ไม่ค่อยคุ้นชินนะ วรรณคดีแบบแผนนะคะเขาจะบอกว่าอะไรวรรณคดีแบบแผน - เป็นวรรณคดีที่มีจุดประสงค์เฉพาะแตกต่างนะคะแตกต่างตามอะไร ตาม... ตามการใช้น่ะบางอย่างก็คือเพื่อแสดงความสามารถของกวีเพื่อเป็นคำสอน - หรือดัดแปลงมาจากวรรณคดีสันสกฤตได้แก่ พวกคำฉันท์ต่าง ๆเช่น มัทนะพาตรา... พาธา - สมุทรโฆษคำฉันท์ สามัคคีเภทคำฉันท์นะคะจากตัวอย่างนะ สมุทรโฆษคำฉันท์พระราชเอารสประเสริฐ ธด้วยรูปพิทยาศึกษาธนูคุณคุณา ธิกศักดิสมบูรณ์นะตัวอย่างจะเห็นว่ามีการทำไม ใช้คำเราจะเห็นคำสันสกฤตเยอะนะคำสันสกฤต พวกคำฉันท์นี่มักจะใช้นะ - ร่ายก็ใช้คำบาลี สันสกฤตเยอะใช้คำสันสกฤตเยอะและคำส่วนมากออกเสียงอะกึ่งเสียงได้สามารถเข้าคำครุ ลหุตามบังคับฉันท์ได้มันก็เลยเป็นลักษณะแล้วก็ยังเป็นการสร้าง - แสดงความสามารถของกวีนะคะเพราะฉะนั้นในกลอนแบบแผนนี่ก็จะนิยมนะในเรื่องของการใช้คำฉันท์ต่าง ๆเพราะอะไร ใช้คำสันสกฤตได้ ออกเสียงอะได้มันตรงพวกเข้ากับพวกครุ ลหุได้นะคะและก็เป็นการแสดงความสามารถของกวี - อีกด้วยนะคะ ต่าง ๆ เหล่านี้ในส่วนของ Memory มีสูตรจำนะคะเราดูหลัก ๆ เรื่องของการสัง... สรรคำนะศิลปะการประพันธ์ - ประเภทในเรื่องของการสรรคำสรรคำมี 3 ส่วนหลัก ๆ เลยเรื่องการของใช้คำถูกต้อง ตรงความหมายนะคะเรื่องของการใช้คำ - เหมาะสมกับเนื้อเรื่อง ฐานะของตัวละครและส่วนที่ 3 - คือ ใช้ฉันทลักษณ์เหมาะสมกับเนื้อหานะคะเลือกใช้ตรงตามความหมาย - ก็คือในเรื่องของการอะไรใช้คำให้ถูกต้องตามบริบทเพื่อและเพื่อให้เห็นภาพชัดเจน - สื่อความถูกต้องตรงความหมายนะคะก็ตรงน่ะ ตรงตามความหมายตรงตามบริบทนั้น ๆ2. ในเรื่องของเหมาะสมกับเนื้อหา - และฐานะของตัวละครก็คือดูว่าคำไหน - เหมาะสมกับฐานะของบุคคลในเรื่องถ้าตัวละครเป็นอะไร พระราชาอย่างนี้ - ก็ต้องใช้ที่มันคำราชาศัพท์ถ้าต่ำศักดิ์กว่า ก็ใช้คำสามัญธรรมดาได้นะคะส่วนที่ 3 เรื่องของอะไรการใช้ฉันทลักษณ์ที่เหมาะสมกับเนื้อหาเลือกฉันทลักษณ์ให้เหมาะสมกับเนื้อหา - และก็อารมณ์ความรู้สึกของตัวละครอย่างยอพระเกียรติ ทำไม มักนิยมใช้เป็นอะไรใช้เป็นโคลงเพราะทำไม - เพราะต้องใช้ศัพท์สูงนะคะส่วนวรรณคดีนิทาน อ่านเข้าใจง่ายเข้าใจแบบ อ่านเรียบง่าย เข้าใจง่ายไม่ซับซ้อน ไม่... เนื้อหาไม่ได้เยอะมากหรืออย่างวรรณคดีนิทานทำไม - ก็นิยมที่เป็นอะไร กาพย์และกลอนนะคะรายละเอียดไม่เยอะ - เท่ากับพวกวรรณคดีบทละครนะคะก็จะใช้กาพย์กลอนเป็นหลักนะคะApplication นำไปใช้นะคะดูแบบฝึกหัดแรกกันเลยนะคะแบบฝึกหัดที่ 1 นะคะข้อ 1 ข้อใดไม่ใช่การสรรคำการเลือกคำให้เหมาะกับเนื้อเรื่องการเลือกคำให้เหมาะแก่ฐานะบุคคลในเรื่องการเลือกใช้คำให้ถูกต้องตามความหมายการใช้ฉันทลักษณ์ให้เหมาะสมกับเนื้อหา - ของวรรณคดีและการใช้... เลือกสรรเฉพาะคำ - ที่อลังการสละสลวยมากมาแต่งอะไรที่มันดูประหลาดที่สุดน่ะมันเห็นแล้วเมื่อกี้ที่อ่านไปก็คืออะไรข้อ 5 เลือกสรรเฉพาะคำ - ที่อลังการสละสลวยมาแต่งเราบอกแล้วมันแต่งทำไม เหมาะสมกับเนื้อเรื่องเหมาะสมกับตัวละคร เหมาะสมกับฐานะเขาถูกต้องตามความหมายใช่ไหมเพราะฉะนั้นมันไม่จำเป็นเสมอไปว่า - ความอลังการนี้มันจะเหมาะสมบางอย่างเราบอกว่าเป็นกลอนประเภท - กลอนนิทานพื้นบ้านกาพย์นิทานพื้นบ้านธรรมดา - กาพย์แบบนิทานพื้นบ้านเลยเราจำเป็นต้องใช้คำที่อลังการไหม - ในเมื่อเราพูดกับชาวบ้านเราใช้คำที่เขาเข้าใจง่าย - สื่อความเข้าใจง่ายดีกว่าคำที่มันอลังการบางทีมันอาจจะไม่เหมาะ - กับบริบทเนื้อเรื่องนั้นเพราะฉะนั้นตอบข้อ 5 นะคะข้อที่ 2 การเลือกใช้คำให้เหมาะสม - แก่ฐานะของบุคคล มีเรื่องดีอย่างไรช่วยให้เห็นภาพตัวละครต่าง ๆ ได้ชัดขึ้นช่วยเพิ่มอรรถรสในการอ่าน2. ช่วยให้ผู้อ่านไม่มีความรู้ - เกี่ยวกับวรรณคดีนั้นมาก่อนเข้าใจปฏิสัมพันธ์ของตัวละครได้ดีขึ้นช่วยให้เนื้อเรื่องมีความเป็นเอกภาพมากขึ้น - ไม่ออกนอกเรื่องจนเกินไปข้อ 4 ข้อ 1 และข้อ 2 ถูกข้อ 5 ไม่มีข้อใดถูกเกี่ยวกับอะไร ข้อที่พูดมาเมื่อกี้คำบรรยายเมื่อกี้ คือ ข้อ 1 และข้อ 2 ทำไม - ถูกทั้งคู่แต่ข้อที่ 3 ทำไม เป็นเอกภาพมากขึ้น - เราไม่ ไม่ได้พูดถึงเรื่องนะในเรื่องของการสรรคำ - เกี่ยวกับความเป็นเอกภาพการเป็นเอกภาพมันต้องวางตั้งแต่อะไร - เรื่องของโคลงเรื่องที่วางมาถูกไหมเพราะฉะนั้นข้อนี้ต้องตอบข้อ 4 นะคะข้อที่ 3 การเลือกใช้คำที่ถูกต้อง - ตรงตามความหมายมีข้อดีอย่างไรผู้อ่านสามารถเข้าใจเนื้อหาได้ถูกต้องไม่ทำให้เสียอรรถรสในการอ่านช่วยให้ลำดับเรื่องได้ถูกต้องข้อ 4 ตอบข้อ 1 ข้อ 2 ถูกข้อ 5 ข้อ 1 ข้อ 3 ถูกบางคนบอกว่า - ครูไม่คิดคำตอบชอยส์อื่นแล้วใช่ไหมคะใช่ค่ะ เราจะให้ลองจับคู่กัน - ว่าข้อไหนเป็นข้อที่ถูกต้องนะคะเพราะฉะนั้นดูข้อ... - ผู้อ่านสามารถเข้าใจเนื้อหาได้ถูกต้องไหมเลือกใช้คำถูกต้องตรงตามความหมายถูก - มันก็ต้องให้มันเข้าใจเนื้อหาได้ถูกต้องนะ ชัดเจนข้อ 2 ไม่ทำให้เสียอรรถรสในการอ่านข้อที่ 3 ช่วยให้ลำดับเรื่องได้ถูกต้องไม่ทำให้อรรถรสเสียในการอ่าน ตรงไหมเพราะว่าถ้าบางคำ - คำบริบทบางคำมาเสียสวยหรูเลยสวัสดีขออะไรนะสมมุติพูดกับตัวละครธรรมดา - แล้วใช้คำราชาศัพท์อย่างนี้ก็จะงง ๆ ว่า เอ๊ะ มันแปลว่าอะไรหรือถ้าใช้ - หรือถ้าเราพูดถึงตัวละครที่เป็นพระมหากษัตริย์แล้วแบบว่า... เมื่อกี้มีตัวอย่างอะไร - แทบพระบาทใช่ไหมก็อาจจะเป็นแบบอะไร เท้า กราบกรานเท้าก็จะงง ๆ ว่า เอ๊ะ ตัวละครนี้มัน... มันไม่ทำไมคำมันไม่ใช้สัมพันธ์กันเพราะเรามันมีเรื่องของระดับภาษา - เข้ามาเกี่ยวข้องนะเพราะฉะนั้นไม่ทำให้เสียอรรถรสไหมการใช้คำที่ถูกต้องไม่ทำให้เสียอรรถรส ใช่แต่ถ้าไม่ใช้คำไม่ถูกต้องนี่ - เสียอรรถรสแน่นอนนะคะแต่ส่วนข้อ 3 เขาบอกอะไร - ใช้ลำดับเรื่องได้ถูกต้องการใช้คำไม่ได้เป็นส่วนที่ไปกำหนดตัวโครงเรื่อง - และการลำดับเรื่องเพราะฉะนั้น - มันต้องถูกวางโครงเรื่องมาก่อนถูกไหมวางโครงเรื่องมาก่อน - แล้วลำดับเรื่องราวเป็นอย่างไรการใช้คำเป็นส่วนที่ทำไม - ในการดึง... ดำเนินเรื่องไปใช้เพราะฉะนั้นข้อนี้ข้อที่ถูกต้องคืออะไรข้อ 4 ก็คือ ข้อ 1 และข้อ 2 - อันนี้ทำไม ไม่เกี่ยวกันนะคะ ไม่เกี่ยวกันข้อที่ 4 ข้อใดจับคู่ฉันทลักษณ์ - ที่นิยมแต่งในวรรณคดีแต่ละประเภทไม่ถูกต้องวรรณคดีนิทานใช้กาพย์ กลอนวรรณคดีศาสนา ร่าย คำหลวงวรรณคดีแบบแผน ฉันท์วรรณคดียอพระเกียรติ โคลง ลิลิตวรรณคดีบทละคร คือ กาพย์เพราะอะไร ข้อไหนที่ไม่ถูกต้อง เราดูแล้ววรรณคดีนิทาน เมื่อกี้เราเรียนไปกาพย์ กลอนซึ่งต่างจากวรรณคดีบทละคร - ที่วรรณคดีบทละครนิยมใช้กลอนสุภาพตอบง่าย ๆ เลย สังเกตดูเลยถ้าจับคู่วรรณคดีนิทานบทละครนะทำไม เขานิยมใช้กลอนสุภาพเพราะอะไรเพราะมันเป็นเรื่องที่มันเป็นเรื่องยาว - มีรายละเอียดจะเขียนกันไม่พอจึงนิยมใช้อะไร - กลอนสุภาพนะคะ นิยมใช้กลอนสุภาพฉะนั้นข้อนี้ตอบ 5 นะคะข้อ 5 วรรณคดีประเภทใด - นิยมแต่งด้วยร่ายตลอดเรื่องนิยมแต่งด้วยร่ายตลอดเรื่องวรรณคดียอพระเกียรติ วรรณคดีนิทาน - วรรณคดีศาสนา วรรณคดีบทละครแต่งด้วยร่ายตลอดเรื่องเขาบอกว่าอะไร นิราศ - เอาอย่างนี้ดีกว่า นิทานนิทานเราใช้อะไร แต่งด้วยอะไรแต่งด้วยกลอน กาพย์ใช่ไหมวรรณคดีในบทละคร เรานิยมแต่งด้วยอะไร - กลอนสุภาพวรรณคดีศาสนา เราบอกว่าอะไร - มันก็ใช้ร่ายล่ะค่ะวรรณคดียอพระเกียรติ เราบอกว่าอะไร - เป็นโคลง ส่วนใหญ่นิยมเป็นโคลงวรรณคดีนิราศมันก็ได้หมดน่ะทั้ง... มีทั้งอะไร - โคลง มีทั้งร่าย แต่นิยมทำไม บทนำร่าย 1 บท เพื่ออะไร - ไว้สำหรับบูชาครู สิ่งศักดิ์สิทธิ์ยอพระเกียรติเป็นอะไร โคลงหรือลิลิตลิลิตก็มีอะไร การเข้าโคลง ร้อยโคลง - ร้อยโคลงกับร่ายเห็นไหม ตลอดสลับเรื่องส่วนหนึ่งเขาถามอะไรเรื่องของอะไร - ร่ายตลอดเรื่องฉะนั้นถ้าร่ายตลอดเรื่อง - ส่วนหนึ่งที่เขาบอกว่าอะไรนิยม เพราะว่ามันเป็นอะไร - ส่วนใหญ่เป็นพวกคำที่มันอะไร เป็นบาลี สันสกฤตบาลี สันสกฤต - แล้วไม่จำกัดจำนวนคำในแต่ละวรรคไม่ค่อย... เอาแค่มันทำไม เชื่อมสัมผัสกันเพราะฉะนั้นให้มันครบถ้วน ครบถ้วนอักขระครบในส่วนของคำบาลี สันสกฤต - ที่มาใช้ได้และก็ครบถ้วนในเนื้อหาเพราะฉะนั้นส่วนใหญ่นี่ นิยมที่จะเป็นอะไร - วรรณคดีอะไร ประเภทไหนวรรณคดีศาสนา ศาสนานะคะเพราะว่านิยมที่ทำไม - ให้มันครบถ้วนตลอดเรื่อง ตลอดทั้งคำนะอย่างเช่นที่เราเจอก็คือพวกอะไรมหาเวสสันดรชาดก - มหาชาติคำหลวงอะไรอย่างนี้ค่ะ นะคะสำหรับเรื่องของการสรรคำนะสรรคำหลัก ๆ มี 3 ส่วนนะในเรื่องของอะไร - การสรรคำเพื่อใช้คำให้ถูกต้องตามความหมายก็คืออะไร ถูกต้องตามบริบทถูกต้องบริบทเพื่ออะไรให้เห็นภาพชัดเจนและสื่อความแก่ผู้อ่าน - ได้อย่างถูกต้องตรงความหมายนะคะต้องตามบริบทนะ ภาพชัดเจน - และสื่อความได้ถูกต้องตรงตามความหมายนะคะชัดเจนและตรงความหมายการเลือกทำไม - ข้อที่ 2 ในส่วนของการเลือกใช้คำให้เหมาะแก่เนื้อเรื่องและฐานะของบุคคลนะคะเหมาะสมกับฐานะของบุคคลในเรื่องดูชนชั้นเป็นชนชั้นไหนเพราะมันทำไม มีเรื่องของอะไร - คำไทยมีเรื่องของระดับของภาษาอย่างนั้นให้เหมาะสมกับฐานะของบุคคลแม้อยู่ในเรื่องของวรรณกรรม - หรือวรรณคดีเองก็ตามนะคะ