--- title: สารคดีตอน การเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไมค์ subtitle: date: วันอังคารที่ 10 พฤษจิกายน 2563 เวลา 10.20 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (บรรยาย) นี่บ่ออะไรกันล่ะครับนี่ มีมากมายหลายบ่อขนาดนี้ แสดงว่าต้องเป็นสัตว์น้ำทำเงินสร้างรายได้ให้กับพี่น้องเกษตรกรอย่างแน่นอน ว่าแต่มันคือบ่อเลี้ยงอะไรกันล่ะครับ // บ่อเลี้ยงกุ้งขาวครับ // โอ้โห กุ้งขาวตัวโต ๆ แบบนี้ เขาว่าขายกันได้ราคา เลี้ยงก็ง่าย ให้ผลผลิตสูง ใช้เวลาสั้น ต้นทุนการผลิตก็ต่ำ เกษตรกรจึงหันมาเลี้ยงกุ้งขาวกันมากเลยใช่ไหมล่ะครับ // ถูกต้องล่ะครับ // ขนาดนี้ ใคร ๆ ก็อยากจะเลี้ยงกุ้งขาวกันนะครับ แต่ก่อนที่พี่น้องเกษตรกรจะเลี้ยงกุ้งขาว เรามาทำความรู้จักกับเจ้าสัตว์น้ำตัวเล็ก ๆ ทำกำไรงาม ๆ กันก่อนนะครับ กุ้งขาวแปซิฟิก หรือที่เรียกว่า เป็นกุ้งพื้นเมืองในทวีปแอฟริกากุ้งชนิดนี้ มีการเลี้ยงกันมากในเอกวาดอร์ เปรู ปานามา ฮอนดูรัส โคลัมเบีย และบราซิล ที่มีผลผลิตเป็นจำนวนมาก เนื่องจากรัฐบาลให้การสนับสนุนอย่างจริงจัง ทำให้ผลผลิตของประเทศบราซิลเป็นอันดับหนึ่งในทวีปอเมริกาใตค้ หลายประเทศก็ได้นำเข้าไปเลี้ยงอย่างแพร่หลาย ประเทศทั่วโลกกันเลยทีเดียวครับ สำหรับประเทศไทยนั้นนิยมเรียกกุ้งชนิดนี้ว่า กุ้งขาวแวนนาไมค์ หรือกุ้งขาว เป็นกุ้งที่เลี้ยงง่าย มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว เนื่องจากพ่อแม่พันธุ์ได้รับการพัฒนาสายพันธุ์มาเป็นเวลาช้านาน โดยลักษณะของกุ้งขาวนั้น จะมีสีขาวใส ขามีสีขาว หางสีแดง โดยเฉพาะบริเวณปลายหางจะมีสีแดงเข้ม และที่สังเกตได้ ก็คือลำไส้ของกุ้งชนิดนี้จะเห็นชัดกว่ากุ้งขาวชนิดอื่น จะใช้ระยะเวลา 120 วัน ซึ่งจะมีความยาวประมาณ 230 มิลลิเมตร หรือ 9 นิ้ว โดยประมาณ 35-135 กรัม ต่อตัว ขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดูด้วยนะครับ ทีนี้เรามาฟังว่าประเทศไทยของเรามีพื้นที่ไหนที่เหมาะสมชนิดนี้กันบ้าง //สำหรับพื้นที่ที่เหมาะสำหรับเลี้ยงกุ้งขาวของประเทศไทย ก็จะเป็นพื้นที่อยู่ติดช่ายฝั่งทะเลนะครับ มีควมเค็มตั้งแต่ประมาณ 10-20PPT ขึ้นไปนะครับ แต่ขณะเดียวกันจะมีกุ้งขาวที่มีการพัฒนาสายพันธุ์ในเขตความเค็มต่ำได้ ก็สามารถเลี้ยงในพื้นที่แม่น้ำลำคลองก็สามารถเลี้ยงได้ เพราะกุ้งขาวสามารถปรับตัวได้กับความเค็มในช่วงกว้าง จังหวัดที่มีการเลี้ยงกุ้งมากที่สุด ก็จะแบ่งเป็นภูมิภาคนะครับ ในภูมิภาค ภาคตะวันออกนี่ ก็จะมีจันทบุรีและตราด ในส่วนของภาคกลางนะครับ ก็จะเป็นของในเขตฉะเชิงเทรานะครับ ในส่วนของภาคใต้ตอนบนก็จะเป็นชุมพร กับประจวบฯ สุราษฎร์ฯ นะครับ ในเขตภาคใต้ตอนล่างก็จะมีสงขลา ปัตตานี การเลี้ยงกุ้งเผานะครับ ที่ผ่านมานี่ประเทศไทย แล้วก็ส่งออกได้เป็นอันดับหนึ่ง ขีดในการแข่งขันของเรามีมากขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมานี่ เราเจอวิกฤติการณ์ โรคกุ้ง EMS ทำให้ศักยภาพในการแข่งขันในตลาดลดต่ำลงนะครับ ฉะนั้นในส่วนนี้เกษตรกรต้องมีการปรับตัวในการที่จะแก้ไขปัญหาในการเลี้ยงกุ้ง เกี่ยวข้องกับเรื่องโรคระบาดนะครับ เพื่อที่จะกลับมาสามารถแข่งขันกับเขาได้ในอีกครั้งหนึ่ง ตอนนี้ก็มีอยู่หลายประเทศนะครับ คู่แข่งการผลิตเราก็จะมีประเทศอินเดีย ประเทศเอกัวดอร์เป็นต้น คู่แข่งด้านการตลาด อินเดียของการเลี้ยงกุ้งขาว ก็คือกุ้งขาวที่มีในปัจจุบันนี่ ประเทศไทยเรามีการปรับปรุงพันธุ์แล้ว พันธุ์กุ้งขาวที่ใช้ในประเทศไทย มีการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของประเทศไทย เลี้ยงแล้วโตเร็วนะครับ แล้วในประโยชน์อีกอันหนึ่ง กุ้งขาว ก็คือกุ้งขาวเมื่อนำเข้าไปเป็นผลิตภัณฑ์อาหารกุ้งนี่ เป็นอาหารประเภทต่าง ๆ นี่ จำนวนเนื้อที่จากการผลิตนี่ มันจะมียิวมากกว่า ตรงนี้จะเป็นจุดเด่นหลัก ๆ ที่การเลี้ยงกุ้งขาวมีประโยชน์ข้อดีนั้นมีหลากหลาย อีกทั้งรัฐบาลยังสนับสนุนเต็มที่ เพราะผลผลิตนั้นสามารถส่งออก อย่างผลกำไรให้อย่างงาม ๆ เลยทีเดียว พี่น้องทีฟังอยากจะเลี้ยงกุ้งขาวกันแล้วใช่ไหมล่ะครับ การเลี้ยงกุ้งขาวต้องเตรียมตัวอย่างไรกันบ้างไปฟังนักวิชาการเขาบอกกันเลยครับ เกษตรกรที่สนใจเรื่องของการเลี้ยงกุ้งขาว แนะนำให้เกษตรกรนี่ทำความเข้าใจ ในเรื่องของกฎระเบียบต่าง ๆ เนื่องจากว่าการเลี้ยงกุ้งขาวนี่ กรมประมงมีการเลี้ยงกุ้งให้มีความยั่งยืน ความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม ดังนั้นกฎระเบียบของการเลี้ยงกุ้งก็จะมีการห้าม อย่างเช่น พื้นที่ที่ไม่ควรเข้าไปเลี้ยง เช่น พื้นที่ป่าชายเลนนี่ ก็ไม่ควรที่จะไปเลี้ยง ซึ่งระเบียบต่าง ๆ เหล่านี้ เกษตรกรควรจะต้องพิจารณาให้เหมาะสมก่อนที่จะตัดสินใจลงทุนใด ๆ เกษตรกรก็จะต้องหาความรู้ในการเลี้ยงกุ้งขาว เพื่อที่จะให้รู้ถึงวิธีการจัดการเลี้ยงกุ้งในแต่ละวันว่าต้องทำอย่างไร จะเลือกลูกกุ้งอย่างไรนะครับ จะให้อาหารกุ้งอย่างไร จะให้อากาศเขาให้เติบโตเร็วได้อย่างไร แล้วสำคัญที่สุด เกษตรกรจะต้องมีความเข้าใจในเรื่องของการตลาดกันการผลิต ซึ่งจะต้องมีการผลิตให้เหมาะสมกับลักษณะของตลาด ในประเทศไทยนะครับ การผลิตลูกพันธุ์กุ้งขาวนี่ เราผลิตในโรงเพาะ มีโรงเพาะฟัก กุ้ง GMP รับรองโดยกรมประมงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 250 โรงฯ เพราะฉะนั้นเกษตรกรควรซื้อลูกกุ้งที่ได้มาตรฐาน ที่ผลิตจากโรงเพาะฟักที่ได้มาตรฐาน เรามีโรงเพาะฟักลูกกุ้งทะเล เราได้การปฏิบัติที่ดีจากกรมประมงแล้ว ประมาณ 250 โรงฯ ทั่วประเทศ ซึ่งกระจายอยู่ทั่วประเทศ เช่น ภูเก็ต นะครับ พังงา นะครับ ชุมพรนะครับ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี นะครับ ก็มีอยู่หลายพื้นที่กระจาย เกษตรกรสามามารถ walk in เข้าไปเลือกลูกกุ้งได้กรมประมงเรามีนโยบายในการส่งเสริมการเลี้ยงกุ้งอย่างยั่งยืนนะครับ เพราะฉะนั้นกรมประมงจึงมุ่งหวังว่าเกษตรกรที่เลี้ยงกุ้งนี่ สามารถที่จะเลี้ยงกุ้งต่อไปได้นาน ๆ โดยมีความยั่งยืนของพื้นที่ ดำเนินคู่กันไป ในส่วนของการสนับสนุนจากกรมประมง กรมประมงมีศูนย์วิจัยและพัฒนาเพาะเลี้ยง ชายฝั่งนะครับ ตามชายฝั่งทะเลนี่นะครับ จังหวัดชายฝั่งทะเล แล้วศูนย์เหล่านี้ก็ให้บริการในด้านของการบริการในการเลี้ยงกุ้ง คำแนะนำในการแก้ไขปัญหา นอกจากนี้ในศูนย์ก็ยังมีการผลิตจุลินทรีย์ป้อนให้กับเกษตรกรใรการเลี้ยงกุ้ง เพื่อที่จะทำให้กุ้งมีสุขภาพแข็งแรงและเติบโตได้รวดเร็วนะ จุลินทรีย์ที่ว่าก็ ปม. 1 นะ รวมถึงการตรวจสารตกค้าง และก็ตรวจด้านโรคกุ้งนะครับ ซึ่งบริการเหล่านี้ก็จะช่วยเกษตรกรในการเลี้ยงกุ้งและได้ประสบความสำเร็จมากขึ้น กุ้งได้คุณภาพตามมาตรฐานความต้องการตลาดโลก // อ่าว พ่อแม่พี่น้องเกษตรกรที่สนใจเลี้ยงกุ้งกับเขาบ้างก็ต้องศึกษาให้รู้จริงกันทุกด้านนะครับ แต่ก็ไม่ต้องห่วงไปใย เพราะเรามีพี่เลี้ยงดี ๆ คอยช่วยดูแลอย่างกรมประมง ให้ความรู้ คอยช่วยเหลือ เพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดีมีปริมาณมาก สร้างความร่ำรวยกันไปเลยครับ ว้าว มาเลี้ยงกุ้งขาวกันเถอะครับพี่น้อง [เสียงดนตรี] [เสียงดนตรี] [เสียงดนตรี] (บรรยาย) พี่น้องครับ การเลี้ยงกุ้งขาวในประเทศไทยมีอยู่ทั่วทุกพื้นที่ พัฒนารูปแบบการเลี้ยงและสายพันธุ์ให้สามารถเลี้ยงได้ทั้งในพื้นที่น้ำเค็มและน้ำจืด รวมถึงปัจจัยอื่น ๆ กับสภาวะแวดล้อม และในวันนี้เรามีตัวอย่างของเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งขาวที่ประสบความสำเร็จ ตั้งแต่เรื่องเงินทุน และรูปแบบการเพาะเลี้ยงสำหรับเกษตรกรที่สนใจมาฝากครับ // มาเลี้ยงกุ้งขาวแบบคนจนกันเถิดครับ // จากวิกฤตที่เกิดการแพร่ระบาดของโรค GMF ความเสียหายต่ออาชีพการเลี้ยงกุ้งทั่วประเทศ รวมถึงคุณวสิณฟาร์ม ก็ประสบปัญหาเช่นกัน จึงได้เริ่มศึกษาดูฟามต่าง ๆ รวมทั้งแลกเปลี่ยนความรู้กับนักวิชาการเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทั่วประเทศที่ได้รับมาบูรณาการกับประสบการณ์ที่ผ่านมา จนสามารถคิดค้นระบบการเลี้ยงกุ้งของตนเอง คือ การเลี้ยงกุ้งแบบสร้างสมดุลธรรมชาติ หรือสูตรคนจน สงสัยจริง ๆ ครับ ว่าการเลี้ยงกุ้งขาวแบบคนจนมันเป็นอย่างไร คุณวสินครับ ช่วยขยายความให้เราฟังกันหน่อยครับ //ได้เลยครับ เลี้ยงกุ้งมาตั้งแต่ปี 2532 พอมา ณ วันนี้ ก็เกือบ 30 ปีแล้วนะครับ ก็เป็นประสบการณ์ที่ยาวนานเลี้ยงได้ดีบ้าง เลี้ยงได้ประสบปัญหาบ้าง มาหลายยุค หลายสมัยว่าไปนั่นละ เมื่อก่อนเลี้ยงง่าย เมื่อก่อนเลี้ยง เริ่มเลี้ยงจากบ่อเดียวมาก่อน บ่อเดียวก็ประสบผลสำเร็จดีมาก ก็ขยาย จากบ่อเดียวก็ขยายเป็น 2 บ่อ ได้ผลดีก็ขยายเป็น 4 บ่อ 4 บ่อ ก็เป็น 16 บ่อเลย ทวีคูณเลย จาก 16 บ่อ เป็น 32 บ่อเลย จนถึง 50 กว่าบ่อตอนนั้น ยุคหนึ่งก็คิดเอาไว้แล้วว่าวันหนึ่งมันต้องมาถึง ก็คือเห็นตัวอย่างของ 3 สมุทรที่เขาล่มสลายมา เราก็คาดว่าวันหนึ่งจะมาที่ปัตตานีเหมือนกัน เรียกว่า "ล่มสลายกุหลาบดำสมัยนั้น เป็นตัวแดง เข้ามาโจมตี ก็นากุ้งก็ซบเซากันไประยะหนึ่ง จาก 50 ฟาร์มก็... ฟาร์มไหนขาดทุนก็ปิดฟาร์ม ก็ปิดฟาร์ม หยุด ๆ ๆ ไป ก็ทยอยเหลือประมาณ 2 ฟาร์ม 3 ฟร บำบัดน้ำให้ไม่ทัน พอธรรมชาติบำบัดน้ำให้ไม่ทัน ใช้สารเคมีที่ประกอบกับการเลี้ยงเลี้ยงกุ้ง แต่งกุ้งให้สวยอะไรอย่างนี้ล่ะ ใช้เยอะ พอใช้เยอะนี่ ก็เวลาจับกุ้งก็ถ่ายของเสียลงในแหล่งน้ำมากขึ้น น้ำเสียก่อนเป็นพื้นฐาน พื้นฐานที่ 2 พอน้ำเสียแล้วก็ เชื้อโรคก็เข้ามา โรคที่สำคัญที่สุดตอนนั้นก็คือตัวแดงดวงขาว โรคก็จะระบาดรุนแรงมากขึ้น โจมตีมากขึ้น ยอมที่จะสู้ไม่ได้ ยกตัวอย่างของผมเอง หยุดไป 70 เปอร์เซ็นต์ 80 เรียกว่า แต่ว่าฟาร์มยังอยู่อีก 30 แต่ว่าในเหลือ 30 นี่ เลี้ยงแค่ 10 เปอร์เซ็นต์ 20 เปอร์เซ็นต์นั่นเอง ทยอยเลี้ยงทีละบ่อ ๆ ไม่ให้ขาดทุนไปเยอะ รักษาได้ หลังจากนั้นธรรมชาติก็บำบัดน้ำตัวเองให้น้ำสะอาดขึ้นมา น้ำธรรมชาติดีขึ้น ประกอบกับช่วงนั้นกุ้งข้าว แวนนาไมค์นี่ เข้ามา แล้วก็เลี้ยงกันได้มากขึ้น ก็แรก ๆ ก็เลี้ยง เลี้ยง 10 ไร่ 20 ไร่ก่อน แล้วก็พอได้ผลก็ขยาย มันเลี้ยงง่ายมาก เมื่อก่อนกุ้งขาวแวนนาไมค์นี่ เลี้ยงง่ายมาก ให้อาหาร ให้สูบน้ำ ถ่ายน้ำ ก็ได้ผลดีมาก ประมาณปี 2548 49 50 อะไรช่วงนั้น ก็บูมสุด 52 53 ผลิต 500,000 ตัน ธรรมชาติก็เริ่มเสื่อมโทรมลงไป เหมือนกับเราผลิตได้เยอะ ๆ ก็ต้องใช้สารเคมีเยอะ ต้องใช้อาหารกุ้งเยอะ ก็ถ่ายของเสียลงแม่น้ำเยอะ ในปี 2556 เต็มที่เลย ตายกันทุกคนเลย เรียกว่าตายกันทุกคน เกือบ ๆ เจอกันเกือบทุกคนนะ เจอโรคระบาด GMS ทั้งบ่อเลย แล้วลงไป 15 บ่อ ตายพร้อมกันทั้ง 15 บ่อเลย มันเหลือเชื่อตอนนั้น คิดว่ามันเป็นได้แบบนี้เชียวหรือ ไปดูงาน ไป... ก็ยังมีนะครับ ยังมีเกษตรกรที่ไม่เจอ GMS จับได้ปกติเหมือนเดิม บ่อละ 10 ตันขึ้น ๆ ไปดูที่ชุมพร สุราษฎร์ฯ เขาก็เลี้ยงได้เป็นบางฟาร์ม ผมก็ไปรวบรวมสูตรของแต่ละอาจารย์ทั้งฟังบรรยายจากอาจารย์อะไรก็จับประเด็นว่า EMS เป็นเชื้อวิวีโอ วิวีโอ น้ำเค็ม พอมันเจอน้ำจืด 0 นี่ ขังไว้วัน 2 วันมันก็จะตาย เอาวิธีง่าย ๆ สูบบ่อตากให้แห้ง รอน้ำฝนลงมาอย่างเดียว แล้วก็ขังน้ำฝนนั้น แล้วก็ปล่อยปลาลงไป ปล่อยปลาลงไปบำบัดธรรมชาติ ให้มันสะอาด ให้เป็นปลาพี่เลี้ยงอะไรแบบนี้ ก็พอทดลองดูแบบนั้น มันได้ผล ถ้าผมพบสูตร ผมจะไปบอกชาวบ้าน บอกเพื่อน บอกชาวบ้าน บอกให้ทั่วเลย ตั้งใจไว้แบบนั้น ความตั้งใจดีตรงนี้นี่มันเป็นพลัง เป็นอานิสงส์ เป็นพลังที่ว่าอยากจะช่วยคนอื่น ก็ปัจจัยสำคัญอันแรกเลย ก็คือต้องเตรียมบ่อให้พร้อมร้อยเปอร์เซ็นต์นะ ที่ว่าที่ต้องลงเครื่องตีน้ำ 100 เปอร์เซ็นต์นี่ แต่ถ้าเครื่องตีน้ำ 100 เปอร์เซ็นต์ แล้วสารตกค้างเวลาครบอายุของจุลินทรีย์ลงไป เพื่อบำบัดสารตกค้างต่าง ๆ ที่มีคลอรีน มีคอปเปอร์ลงไปนี่ มันจะไม่หลงเหลือเลย เพราะว่าเครื่องตีน้ำ 100 เปอร์เซ็นต์ ก็จะตีขึ้น ที่จะทำให้รบกวนลูกกุ้งตายนี่ไม่มี ตรงนี้เป็นหัวใจสำคัญ ข้อที่ 2 นะครับ ข้อที่ 2 ก็คือก่อนที่จะลงกุ้งน่ะ ต้องเตรียมคุณภาพดินให้ดีก่อน ก็คือโดยการลงปูนมานไป ลงปูนมาร์น ที่จะเข้าน้ำ ปูนมาร์ลมันจะเข้ากับจุลินทรีย์ ปม. 1 ที่เราลงไป ดึงปูนมารเป็นแร่ธาตุที่กุ้งพร้อมใช้ ตอนลงกุ้งไปแล้ว อย่าเพิ่งให้อาหารเม็ดลงตัวโดยตรง เชื่อ สูตรคนจนนี่มีความเชื่อ อาหารของทุกบริษัท มีส่วนผสมของกากถั่วเหลือง ต้องเอาอาหารนั่นมาคลุกกับน้ำหมักจุลินทรีย์ ปลาหมัก น้ำหนักสับปะรดช่วยรักษาลำไส้กุ้ง แล้วก็ช่วยป้องกัน EMS ได้ด้วย วิธีที่จะให้กุ้งกินได้ตลอดต้องเอาน้ำปลาหมักหอม ๆ มาคลุกให้มันกินด้วย ทีนี้พอได้ทั้ง 2 อย่างนี้ มันก็ทำให้กุ้งแข็งแรง กุ้งเยอะ ๆ นี่ เรียกว่าปลาพี่เลี้ยง ปลาช่วยกินขี้กุ้ง ทำให้คุณภาพน้ำดีขึ้น ช่วยกินขี้กุ้งอีกทีหนึ่ง เด็กให้อาหารเหลือปลาก็จะช่วยกินด้วย จะมีการเตรียมเติมน้ำนะ กุ้งกินอาหารเยอะ ต้องเติมน้ำให้มันเยอะ ผ่านการกรองใยฟู เติมไปตลอดการเลี้ยง ยิ่งกินอาหารมาก ยิ่งต้องเติมน้ำมากขึ้น หลังจากเติมน้ำลงไป เราก็ใช้ระบบถ่ายเท่ากับน้ำที่เติม สมมติน้ำที่เติมไป 5 เซนติเมตร วันนี้ น้ำก็จะเท่าเดิม //แล้วการเลี้ยงกุ้งขาวแบบคนจนจะดีอย่างไร // จะบอกว่าเลี้ยงกุ้งขาวดีกว่ากุ้งอื่นยังไม่ได้นะ ยังสรุปไม่ได้ ต้องดูสภาพของพื้นที่ของแต่ละพื้นที่ ต้องดูสภาพบ่อ ของแต่ละบ่อ ถ้าน้ำเค็มจัดนี่ เลี้ยงกุ้งขาวสูตรคนจนนี่ เลี้ยงยากหน่อย ถ้าน้ำความเค็มเกิน 15 นี่ จุลินทรีย์จะทำงานไม่เวิร์ก แต่ถ้าน้ำจืดแนะนำให้ใช้สูตรคนจนได้ ประหยัดนะ ประหยัด ประหยัดน้ำ ประหยัดไฟ ประหยัดค่าใช้จ่าย เราช่วยรักษาระบบนิเวศของธรรมชาติ จะเหมาะกับเกษตรกรรายย่อยมากนะ เหมาะกับเกษตรกรรายย่อยมาก ส่งผลสำเร็จมาระดับหนึ่งแล้ว ก็อยากจะขยายผลตรงนี้ให้ไป ให้ไปมากขึ้น ตั้งแต่ผมปรนาตัวอย่างที่บอกครั้งแรก พอได้ปั๊บ ผมเขียนชีตไปให้กับเกษตรกรแบบปัตตานีก่อน พัทลุง สงขลาก็ไปแล้ว สุราษฎร์ฯ ก็ไปแล้ว ชุมพรก็ไปแล้ว กระบี่ก็ไปแล้ว ตรังก็ไปแล้ว จันทบุรีก็ไปแล้ว ระยองก็ไปแล้ว สุพรรณบุรีก็ไปแล้ว ไปทั่วเลย ยินดีที่จะไปให้ความรู้ ณ วันนี้ ยังมีเกษตรกรที่ไม่รู้จักมากทีเดียวที่ที่โทรศัพท์มาปรึกษานะครับ เป็นความตั้งใจ ผมตั้งคติของตัวเองว่า "ยิ่งให้ยิ่งได้" นะ ยิ่งให้ยิ่งได้ ผมนี่เต็ม (บรรยาย) ปัจจุบันคุณวสินก็ได้ไปบรรยายในงานสัมมนาต่าง ๆ เกี่ยวกับการเลี้ยงกุ้งระดับประเทศ ทำให้มีผู้สนใจมาศึกษาดูงานที่ฟาร์มอย่างต่อเนื่อง และยังให้คำปรึกษาแก่ผู้เลี้ยงกุ้งที่สนใจโดยไม่หวงวิชาอีกด้วยนะครับ ซึ่งสูตรการเลี้ยงกุ้งแบบคนจนนี้ สามารถควบคุมเชื้อ EMS ได้ ในห้องการตรวจเชื้อ EMS และจากการที่เลี้ยงกุ้งตามเป้าหมายติดต่อกัน 6 รุ่น ตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2558 ทำให้คุณวศิน ธนภิรมย์ ได้รับการคัดเลือกให้เป็นเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำกร่อย ประจำปี 2561 ด้วยครับ // เยี่ยม (บรรยาย) กุ้งขาวเลี้ยงง่าย โตเร็ว ต้นทุนต่ำ แต่กุ้งขาวจะเป็นทางเลือกใหม่หรือทางเสี่ยงใหม่ของเกษตรกรนั้น ผู้เลี้ยงกุ้ง จำเป็นต้องเลือกวิธีการการเลี้ยงกุ้งที่เหมาะสมกับตัวเอง ซึ่งการเลี้ยงกุ้งขาวแบบคนจนเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจนะครับ [เสียงดนตรี] [เสียงดนตรี] [เสียงดนตรี] (บรรยาย) พี่น้องครับ กุ้งขาว... ที่มีความสามารถในการเคลื่อนไหวรวดเร็ว กินอาหารได้หลายประเภท จึงเจริญเติบโต และปรับตัวเข้ากับการเลี้ยงแบบพัฒนาได้ดี อีกทั้งยังเป็นสัตว์ที่ว่ายน้ำตลอดเวลา จึงต้องการออกซิเจนในการดำรงชีวิตกว่ากุลาดำ ระบบการให้อากาศในการเลี้ยงกุ้งขาวต้องเพียงพอ ดังนั้น พี่น้องเกษตรกรที่จะเลี้ยงกุ้งขาว จะต้องเตรียมความพร้อมให้ดีกันนะครับ // และการเลี้ยงกุ้งขาวต้องเตรียมตัวอย่างไรครับ // สำหรับพี่น้องที่ต้องการเลี้ยงกุ้งขาว เขยิบกันมาใกล้ ๆ นะครับ การเลี้ยงกุ้งขาว หรือผ่านการอบรมนะครับ และต้องขึ้นทะเบียนผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำด้วยครับ // การมีความรู้หรือประสบการณ์นั้น ถือเป็นสิ่งสำคัญของพี่น้องเกษตรกรอย่างที่จะเริ่มต้นและตัดสินใจในการได้ด้วยดี ปัจจุบัน กรมประมงก็ได้ขึ้นทะเบียนว่าเกษตรกรต้องขึ้นทะเบียนผู้สัตว์เลี้ยงเพาะน้ำ ฐานข้อมูลเกษตรกร ซึ่งจะมีประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมกุ้ง นะครับ นอกจากนี้ ยังเป็นฐานข้อมูลในภาครัฐภาครัฐฯ ในการสนับสนุนทางวิชาการและตามมารตรการอื่น ๆ ได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว อีกทั้งการตัดสินเลือกสถานที่ที่เหมาะสมก็สำคัญ (คุณสพาน) การเลี้ยงกุ้งขาว ในการเลือกพื้นที่ เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำนี่ อย่างแรก ก็คือเรื่องกับแรงน้ำที่จะเลี้ยงกุ้ง คุณภาพน้ำต้องมีความเหมาะสมกับการเลี้ยงกุ้งขาว ต้องมีความเค็มในระดับหนึ่ง แล้วก็ต้องเป็น ถึงความเค็มน้ำทะเลสัก 20-30 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป ต้องเป็นแหล่งน้ำที่อยู่ไกลจากแหล่งมลพิษต่าง ๆ พวกโรงงานอุตสาหกรรม มีโลหะหนัก ซึ่งมันจะทำให้มันไม่เป็นไปตามมาตรฐานของการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดีของกรมประมง อย่างที่ 2 สถานที่ ที่ดินบริเวรณที่อยู่ใกล้แหล่งน้ำนั้น ก็ต้องเป็นดินที่เป็นลักษณะดินที่มันกักเก็บน้ำได้ดี ก็คือดินเหนียวปนดินทรายนิดหน่อยอย่างนี้ครับ การเลี้ยง แล้วก็มันรั่วอะไรอย่างนี้ครับ ของแหล่งน้ำในคลอง ในแม่น้ำที่ดินที่เราอยู่ ถ้ามันมีช่วงความสูงอะไรอย่างนี้นะครับ ก็จะทำให้การเปลี่ยนถ่ายน้ำเราง่าย แต่ว่าเราเปลี่ยนเราก็เปิดประตูออกไป ไม่ต้องใช้พลังงานในการสูบน้ำออกไป เกี่ยวกับระบบถนนหนทางเข้าออกสะดวก เนื่องจากว่าเราต้องมีการขนถ่ายอุปกรณ์การผลติประการต่อมานี่ ก็น่าจะเกี่ยวกับระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานนะครับ ก็คือเป็นไฟฟ้า ประปา (บรรยาย) นอกจากนี้เกษตรกรต้องมีความรู้ทางวิชาการ ในการจัดการเลี้ยงกุ้งขาว ให้เกษตรกรสามารถจัดการเลี้ยงกุ้งให้มีประสิทธิภาพนั่นเองครับ // แล้วรูปแบบของฟาร์มต้องเป็นแบบไหนครับ // ถ้าพี่น้องเลือกเลี้ยงกุ้งในพื้นที่ที่มีแหล่งน้ำสิ่งแวดล้อมดี มีปริมาณน้ำมากเพียงพอ พี่น้องเกษตรกรควรจัดรูปแบบของฟาร์มเลี้ยงระบบกึ่งเปิด ที่มีการถ่ายน้ำ โดยเฉพาะในช่วงระยะ 2 เดือน สุดท้ายของการเลี้ยง กุ้งมีการเจริญเติบโตรวดเร็ว และต้องให้อาหารปริมาณมาก การถ่ายน้ำแนะนำให้ใช้น้ำทะเลสะอาดในการพักน้ำเพื่อเจือจางน้ำในบ่อกุ้ง ออกมาควรต้องผ่านการบำบัดให้มีคุณภาพดีขึ้น ก่อนที่จะระบายลงสู่แหล่งน้ำนะครับ แต่พี่น้องเลือกพื้นที่ที่มีฟาร์มเลี้ยงกุ้งมาก และมีน้ำปริมาณจำกัด ที่ต้องสูบและทิ้งน้ำลงสู่บริเวณเดียวกัน รูปแบบการเลี้ยงกุ้งที่เหมาะสม ควรเป็นระบบพัฒนาแบบกึ่งปิด ซึ่งรูปแบบฟาร์มประเภทนี้จะเป็นที่นิยมทั่วไป การเติมหรือถ่ายน้ำเท่าที่จำเป็น สามารถป้องกันโรคได้ดี นอกจากนี้น้ำที่ถ่ายออกมา ควรผ่านการบำบัดให้มีคุณภาพดีขึ้น ก่อนที่จะระบายลงสู่แหล่งน้ำ หรือหมุนเวียนน้ำนำมาใช้ใหม่ หรือพี่น้องเลือกเลี้ยงฟาร์มเลี้ยงกุ้งที่มีพื้นที่เพียงพอ แต่ที่สภาพแวดล้อมเสื่อมโทรม และขาดแคลนน้ำที่เหมาะสมในบางฤดูกาล รูปแบบฟาร์มเลี้ยงที่สามารถทำได้ ก็คือรูปแบบพัฒนาระบบน้ำหมุนเวียน รูปแบบนี้พี่น้องเกษตรกร ต้องเตรียมบ่อพักน้ำให้เพียงพอสำหรับการถ่ายน้ำตามกำหนดการที่เตรียมไว้ อีกทั้งต้องมีเวลาบำบัดน้ำนานเพียงพอจนมีคุณภาพดีขึ้น หรือเก็บในบ่อพักน้ำ จนกว่าจะถึงเวลานำไปเลี้ยงกุ้งใหม่ได้อีกครั้งหนึ่งนะครับ กันได้แล้ว ทีนี้พี่น้องเกษตรกรก็แบ่งพื้นที่ใช้สอยได้ง่ายขึ้น โดยทั่วไปเกษตรกรต้องอาศัยพื้นที่ช่วยให้เกษตรกรจัดเลี้ยงกุ้งได้ผลดี ควรประกอบด้วยอะไรบ้าง ไปฟังกันเลยครับ // เรื่องเกี่ยวกับการแบ่งพื้นที่ใช้สอยในการเลี้ยงกุ้งในปัจจุบันนะครับ คือในปัจจุบันนี่ การเลี้ยงกุ้งขาวมันจะมีหลายรูปแบบ ถ้าเป็นไปตามมาตรฐานของกรมประมง คุณมีบ่อเลี้ยงใช่ไหมครับ คุณมีบ่อเลี้ยงก็ต้องมีบ่อพักน้ำนะครับ เป็นบ่อที่ว่าเอาไว้พักน้ำในการที่จะใช้เลี้ยง ก็เตรียมน้ำ เตรียมถ่ายในการเลี้ยงบ่อ บ่อเก็บเลน ในระหว่างการเลี้ยง 1 รอบ 1 ขอบนี่ มันจะต้องมีเลนเกิดขึ้นในบ่อนี่ ซึ่งเราต้องมีการกำจัดออกมา แต่ถ้าคุณมีบ่อ 50 ไร่ขึ้นไป ถ้าคุณมีบ่อ 50 ไร่ขึ้นไปนี่ คุณก็ถูกควบคุมอีกระดับหนึ่ง ก่อนที่จะมีบ่อระดับน้ำก่อนที่จะเอาน้ำก่อนนอกระบบนี่ คุณก็ต้องบำบัดน้ำ ให้อยู่ในบรรทัดฐานของกรมควบคุมมลพิษ ส่วนอื่น ๆ จะต้องมีถนนหนทางที่สามารถรถวิ่งได้รอบบ่อ เพื่อให้ทำงานสะดวกนะครับ จริง ๆ ก็ 4-5 เมตร ต่อคัน อีกส่วนหนึ่งก็จะเป็นโรงเรือนต่าง ๆ โรงเรือนนี่จะเป็นที่เก็บอาหาร ปัจจัยต่าง ๆ ปูนขาว พวกวิตามินอาหารเสริมที่ให้ระหว่างการเลี้ยงน่ะครับ แล้วก็พื้นที่ทำงานของเจ้าหน้าที่ในฟาร์ม แล้วก็อีกส่วนหนึ่งที่มีในฟาร์ม บ้านพักของคนงานซึ่งตรงนี้ก็จะเป็นสวัสดิการของฟาร์มครับ มาตรฐานของกรมประมงที่กำหนดไว้ ก็คือว่าห้องน้ำต้องห่างจากบ่อนี่ อย่างน้อย 10 เมตรนะครับ อย่างน้อย 10 เมตร เพื่อลดการปนเปื้อนในการขับถ่าย (บรรยาย) พี่น้องครับ การเลี้ยงกุ้งขาวแบบพัฒนาในประเทศไทยนั้น นิยมใช้ชายฝั่งทะเล หรือพื้นที่ที่มีน้ำทะเลเข้าถึงนะครับ ก็จะเป็นบ่อรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า คือ บ่อดิน คือบ่อที่เกษตรกรนิยมใช้กันมากที่สุด เนื่องจากเป็นการลงทุนต่ำ ดินก้นบ่อก็สะอาด ทำหน้าที่ในการดูดซับสารอินทรีย์ ธาตุอาหาร ธาตุส่วนเกินจากการเลี้ยงกุ้ง และเป็นที่อยู่อาศัยของแบคทีเรีย ช่วยรักษาคุณภาพน้ำ การเจริญเติบโตของแพลงตอนพืชและแบคทีเรียบ่อปูผ้าโพลีเอธีลีน ง่ายต่อการทำความสะอาดพื้นบ่อระหว่างเลี้ยง ช่วยในการควบคุมน้ำที่เป็นพาหะของโรคที่เป็นไวรัส เพื่อให้แต่การปูผ้าโพลีเอธีลินนี้มีต้นทุนสูง และต้องหมั่นตรวจสอบของสภาพผ้าโพลีเอธีลินที่ดี ไม่ฉีกขาดหรือรั่วด้วยนะครับ ทีนี้ก็มาถึงขั้นตอนการเตรียมบ่อกุ้งกันแล้วนะครับ // ในการเตรียมบ่อในปัจจุบันนี้ 2-3 ปีที่ผ่านมา มันมีการแพร่ระบาดของเชื้อ EMS มันอยู่ทั้งในดิน ในน้ำ แล้วก็ในตัวกุ้ง ต้องกำจัดพวกเชื้อโรคนี้ออกไปให้มากที่สุด พอเลี้ยงกุ้งเสร็จใช่ไหมครับ เลี้ยงกุ้งเสร็จ ก็คือว่าก็แค่ตากเลน จากที่เป็นดินของเสีย ให้เป็นดินที่มันไม่เสีย ให้มันเป็นดินดีนี่นะครับ สัก 4-5 จุด เป็นตัวแทนในแต่ละบ่อนี่ มาตรวจเชื้อ EMS ถ้ามีเชื้อ EMS ต้องกลับไปจัดการ โดยการใช้น้ำจุลินทรีย์น้ำอะไรนี่ล่ะครับ ลาดไปเพื่อทำให้เชื้อมันไปเบียดตัวไม่ดีมันจะหายไป และหลังจากว่าสูบบ่อแล้ว เราสูบน้ำจากข้างนอกมา เข้ามาในบ่อพักเพื่อพักให้มันมีอะไร พวกไข่ปลาอะไรออกมาก่อนนะครับ แล้วก็เราถึงจะสูบน้ำจากบ่อพักนี่เข้ามาในบ่อเลี้ยง เข้ามาในบ่อเลี้ยงลงจุลินทรีย์ปรับสภาพน้ำ ปรับอะไรให้มันดี แล้วก็อาจจะมีการเพิ่มปุ๋ย เพื่อทำสีน้ำครับ เพื่อเตรียมอาหารให้ลูกกุ้ง ก่อนปล่อยก็อาจจะเอาน้ำมาตรวจก่อน ถ้าไม่มีเชื้อโรค EMS ก็ปล่อยกุ้ง ย่นระยะเวลาหน่อย ... ย้ำจุลินทรีย์ลงไป การเตรียมน้ำก็มีข้อดีคือไม่มีเชื้อโรคนะครับ 2. ก็คือเตรียมอาหารให้ลูกกุ้ง ถ้าเราทำ 2 อย่างนี้ได้นี่ ถ้าปล่อยกุ้งนี่ กุ้งก็จะมีอัตรารอดสูง แล้วก็มีอัตราการเจริญเติบโตที่ดีด้วย // การใช้จุรินทรีย์ในการเตรียมน้ำ เพราะจุรินทรีย์จะมีบทบาทช่วยรักษาสมดุลน้ำ ช่วยพื้นบ่อ ช่วยย่อยสารอินทรีย์ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เป็นปุ๋ย ปุ๋ยที่เกิดขึ้นจะหมุนเวียนเข้ามา สร้างการเจริญเติบโตของแพลงก์ตอนพืช ซึ่งการใช้จุลินทรีย์ในช่วงการเตรียมน้ำ จะทำให้มีการเตรียมปุ๋ย เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นการช่วยปรับสภาพน้ำอีกด้วย จุลินทรีย์ทำเองได้ไหม มีสูตรอะไรบ้าง อยากรู้ไหมครับ // อยากรู้ครับ // ทำเองได้เลยครับ ไม่ยากครับ สูตรการทำน้ำหมักจุลินทรีย์นะครับ โดยเฉพาะสูตร 2 ทำน้ำหมักจุลินทรีย์เตรียมก่อนปล่อยกุ้ง โดยใช้น้ำ 200 ลิตร กากน้ำตาล 3 กิโลกรัม แป้ง 1 กิโลฯ ครึ่ง รวมกัน เป่าออกซิเจน 36 ชั่วโมง น้ำ 3 ซอง หรือน้ำ 3 ขวด ก็คือ 1. ช่วยสร้างอาหารให้กับกุ้งวัยอ่อน สร้างอาหารให้กับกุ้งวัยอ่อน ให้เป็นน้ำที่ดี กำจัดเชื้อวิบิโอได้ ทำให้คุณภาพน้ำดีขึ้น // ได้สูตรกันไปแล้วทำการเตรียมตัว และเลี้ยงกุ้งขาว รูปแบบการจัดการฟาร์ม ที่ถูกวิธี เพื่อให้ได้กุ้งตัวโต เพราะกำไรงาม ลุยกันเลยครับพี่น้อง // ลุย [เสียงดนตรี] [เสียงดนตรี] (บรรยาย) น้องเอย น้องกุ้ง ขาวสวย โต อวบขนาดนี้ คงเป็นที่ต้องตาต้องใจของตลาด ขายได้ราคาดีครับ แต่การจะได้กุ้งตัวโต ๆ แบบนี้ พี่น้องเกษตรกรก็ต้องมีระบบจัดการบริหารจัดการฟาร์มที่ดี ที่มีคุณภาพ ปล่อยลงเลี้ยง ซึ่งขั้นตอนนี้ถือว่ามีความสำคัญสำคัญที่สุดเลยล่ะครับ // โโอ.เค. // พี่น้องครับ ถึงเราจะมีการเตรียมบ่อเตรียมน้ำอย่างดีแล้ว แต่ถ้าลูกกุ้งมีคุณภาพไม่ดี อ่อนแอมีเชื้อไวรัสหรือแบดทีเรียโอกาสที่จะเกิดโรคในระหว่างการเลี้ยง ก็จะมีสูฉะนั้นเรามีแนวทางกับการคัดเลือกลูกกุ้งที่ดีมาฝากกันครับ // ลูกกุ้งที่ดีต้องปลอดเชื้อนะครับ // ลูกกุ้งที่ดีต้องปลอดเชื้อ เป็นยพ่อแม่พันธุ์ ที่เลี้ยงมีระบบป้องกันตั้งแต่ยันเป็นลูกกุ้ง จนเป็นพ่อแม่พันธุ์ ซึ่งลูกกุ้งดังกล่าวนี้ ทั้งในแม่และลูกกุ้ง ความปลอดเชื้อ ทั้งในแม่และลูกกุ้งจากโรงเพาะฟักที่ผลิต หรือผลการตรวจไวรัสจากห้องปฏิบัติการที่มาตรฐาน แต่อย่างไรก็ตาม ลูกกุ้งปลอดเชื้อ ฟักนี้ ก็สามารถติดเชื้อใหม่ได้ ไปอยู่ในเขตที่พื้นที่เสี่ยง ลูกกุ้งนั้นต้องมีการต้านทานเชื้อได้ดี จากพ่อแม่พันธุ์กุ้งขาว ทางพันธุกรรม ที่ต้านทานทางเชื้อใดเชื้อหนึ่งได้ ซึ่งจะเหมาะสำหรับเกษตรกรที่จะนำไปเลี้ยงในที่ที่มีความเสี่ยงต่อการระบาดโรคที่รุนแรง อีกทั้งยังเป็นกุ้งสายพันธุ์ที่ทนทานต่อเชื้อโรคชนิดใดชนิดหนึ่ง ซึ่งพี่น้องเกษตรกรต้องตรวจสอบให้มั่นใจก่อนนำลูกกุ้งไปลงบ่อเลี้ยง และอย่าโรคมากจนเกินไป จนละเลยการจัดสภาพแวดล้อมของการเลี้ยงที่ดี เพราะการมีกุ้งที่สุขภาพที่แข็งแรง เป็นกลไกธรรมชาติที่สำคัญต่อการต้านทานเชื้อโรคที่ดีของกุ้งนั่นเองครับ (คุณวสินทร์) ลูกกุ้งที่ดีต้องไม่ใช้ยาปฏิชีวนะ และนะครับ (บรรยาย) ปัจจุบันการเลี้ยงกุ้งที่ใช้ยาปฏิชีวนะต้องห้าม เป็นสิ่งที่ผู้บริโถคไม่ยอมรับเลยนะครับ เกษตรกรจึงควรเลือกลูกกุ้งจากฟาร์มที่มั่นใจ ว่าไม่มีการใช้ยาปฏิชีวนะ ดี นอกจากจะเลี้ยงง่ายโตเร็วแล้ว มีการเจริญเติบโตที่สม่ำเสมอ ในสภาพแวดล้อมของบ่อเลี้ยงกุ้งแบบพัฒนา ทั้งนี้พี่น้องเกษตรต้องจัดสภาพแวดล้อมบ่อเลี้ยงให้ดีด้วย จึงจะมีการเจริญเติบโตที่ดีครับ ที่มีความแข็งแรงนั้น สามารถสังเกตได้โดยสายตาปกติเลยครับ เช่น ลำตัวปกติ กล้ามเนื้อครบ ใส มีอาหารในลำไส้ ตับต้องมีสีน้ำตาลขนาดใหญ่ เหงือกกุ้งต้องสมบูรณ์ และมีสัดส่วนมากกว่า 3 ต่อ 1 และมีการว่ายน้ำอย่างแข็งแรง ลูกกุ้งที่มีคุณลักษณะเช่นนี้ จะมีการปรับตัวในสภาพแวดล้อมการเลี้ยงในบ่อได้ดีนั่นเองครับ นอกจากนี้ลที่มีคุณภาพ ควรผ่านการทดสอบความเครียดด้วยนะครับ // ทดสอบความเครียดต้องทดสอบอย่างไรครับ // ฟังไม่ผิดหรอกครับ พี่น้อง การทดสอบความเครียด นั้นเป็นการทดสอบวิธีการโดยนำน้ำใส่กะละมัง เอาตัวลูกกุ้งใส่ลงไป เอามือวนให้น้ำหมุน แล้วสังเกตดูลูกกุ้งที่ดีดตัวออกมาจากกลางน้ำวน ถ้ามีจำนวนมาก แสดงว่าลูกกุ้งมีคุณภาพและแข็งแรงทนทานต่อธรรมชาติ ซึ่งวิธีนี้พี่น้องสามารถทดสอบได้เอง ตอนเข้าไปเลือกซื้อลูกกุ้งนะครับ นอกจากนี้ ลูกกุ้งจะต้องมี // เอกสารกำกับการซื้อขาย // พี่น้องครับ กรมประมงได้กำหนดกฎระเบียบในการซื้อขายลูกกุ้ง เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบย้อนกลับได้ ติดตามและแก้ไขปัญหาการเลี้ยงกุ้ง ระบุแหล่งผลิตได้ในเวลารวดเร็ว เกษตรกรต้องขอเอกสารกำกับการซื้อขายจากเจ้าของโรงเพาะฟัก หรือตัวแทนที่ส่งมอบลูกกุ้ง หรือนำลูกกุ้งมาเลี้ยง ซึ่งเอกสารนี้ มีความจำเป็นอีกครั้ง กับการขอเอกสารกำกับการขายกุ้ง ถ้าไม่มีเอกสารประกอบการซื้อ-ขายลูกกุ้งนี้ กรมประมง หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็จะไม่ออกเอกสารกำกับการขายกุ้งให้ ซึ่งก็จะทำให้เกษตรกรไม่สามารถซื้อขายกุ้งได้นะครับ เรามาฟังการกำหนดความหนาแน่นในการลงเลี้ยงกันนะครับ //ขนาดของลูกกุ้งขาวที่ ที่เกษตรซื้อมาปล่อยลงเลี้ยงนะครับ ก็คือจะอยู่ระยะที่ P10-P12 เป็นส่วนใหญ่เลย เพราะว่าเมื่อนำมาปล่อยบ่อแล้วนี่ มันก็อัตรารอดที่ว่าราคาก็ไม่สูง คือ อัตราปล่อยปัจจุบัน อยู่ประมาณ 100,000-600,000 ตัวต่อไร่ครับ ก็ปล่อยสูงกว่านี้ อัตราที่เหมาะสมนี่มันจะอยู่ไม่เกินแสน ที่กรมประมงแนะนำเองก็อยู่ 100,000-120,000 แต่จะปล่อยมาก ปล่อยน้อยนี่ มันขึ้นอยู่กับศักยภาพของพื้นที่ แล้วก็เครื่องไม้เครื่องมือที่ฟาร์ม และก็ความรู้ของเกษตรกรเอง แล้วก็ในการที่จะปล่อยกุ้งนี่ทางเกษตรการก็ต้องไปหาลูกกุ้งจากโรงเพาะ ในแต่ละพื้นที่นี่ ความเค็มน้ำแต่ละโรงเพาะก็เพาะทีความเค็มหนึ่ง บ่อดินที่เลี้ยงก็ความเค็มระดับหนึ่ง ก็ต้องแจ้งเขาเพื่อให้เขาปรับความเค็มของลให้เข้ากับความเค็มกับน้ำในบ่อเรา เมื่อเราปล่อยแล้ว มันจะทำให้กุ้งไม่เครียด แล้วกุ้งมันจะรอดเอง เวลาที่เหมาะสมนี่ มันก็จะเป็นช่วงเช้า ช่วงเช้ามืดน่ะครับ หรือช่วงเย็นเลย พูดง่าย ๆ คืออากาศไม่ร้อน พออากาศไม่ร้อนน้ำมันก็ไม่ร้อนมาก ไม่มีอากาศแบ่งชั้นมาก แล้วกุ้งก็ไม่เครียด อัตราการรอดมันก็จะสูง และการปล่อยนี่ ก็ระหว่างที่เขาปล่อยลงไปนี่ เขาต้องมีการเทสต์ความเค็ม เทสต์ มีเทสต์อีกครั้งหนึ่งใช่ไหมครับ ใกล้เคียงจริงไหม แล้วก็ต้องมีการสูบน้ำจากบ่อเข้ามาผสมที่น้ำที่แพคกุ้ง เพื่อปรับเรื่องอุณหภูมิ ปรับเรื่องความเป็นกรดเป็นด่างให้มันใกล้เคียงกัน นอกจากนี้การติดตั้งเครื่องเพิ่มออกซิเจนมีความจำเป็นอย่างมากต่อการหายใจของกุ้ง ซึ่งระดับออกซิเจนที่ละลายน้ำต้องไม่น้อยกว่า 5 มิลลิกรัมต่อลิตร จะมีผลกระทบต่อการเจริญเติบโต และอัตราการแลกเนื้อในการเลี้ยงกุ้ง เพราะทำให้กุ้งกินอาหารน้อย และโตช้า พี่น้องเกษตรกรจึงต้องหมั่นตรวจสอบในบ่อเลี้ยงกุ้ง เพื่อเช็กว่าออกซิเจนในน้ำที่เหมาะสมหรือไม่ครับ พี่น้องครับ การเลี้ยงกุ้งให้ความสำเร็จนั้น และการจัดการฟาร์มแล้ว อาหารที่ใช้เลี้ยงกุ้งถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันนะครับ เนื่องจากกุ้งเป็นสัตว์ที่ต้องการอาหารโภชนาการสูง ดังนั้น อาหารกุ้งที่ดี ประกอบไปฟังกันเลยครับ (คุณสมาน) คือในการเลี้ยงกุ้งขาว ปัจจุบันนี้นะครับ อาหารที่ใช้เลี้ยงกุ้งเป็นอาหารเม็ด เป็นอาหารเม็ดมาจากโรงงาน ก็มีหลากหลาย เป็นอาหารจม กุ้งก็โตดี มีโปรตีนที่เหมาะสม เรื่องพวกนี้มันถูกควบคุมโดยกรมประมงอยู่แล้ว เพราะว่าอาหารทุกยี่ห้อที่มีขายให้ท้องตลาดให้เกษตรกรเอาไปใช้นี่ ต้องไปขึ้นทะเบียนที่กรมประมง มันมีส่วนผสมตามมาตรฐานไหม แล้วมีจริงไหมนะครับ ก็คือเกษตรกรสามารถใช้อาหารใช้อาหารในท้องตลาดทั่ว ๆ ไป ในการเลี้ยงกุ้งได้ เพราะว่าในเลี้ยงกุ้งเขาใช้อาหารเม็ด ไม่ได้ใช้อาหารที่เขาทำขึ้นมาเอง พูดได้ว่าในการเลี้ยงกุ้งนี่ ต้นทุนที่สูงสุดนี่ คือค่าอาหารครับ อาหารสดเขาห้ามใช้ ก็ต้องให้อาหารเม็ด คือ การให้อาหารนี่ก็คือเขาจะคิดปริมาณอาหารต่อจำนวนกุ้ง สมมติเราปล่อยกุ้ง 400,000 ตัว ใช่ไหมครับ อัตรา ช่วงวันแรกนี่ 100,000 ตัว ต่อกิโลกรัม ก็หมายความว่า เราต้องให้ 4 กิโลกรัมต่อวันใช่ไหมครับ เราให้ 4 กิโลนะครับ เราให้มื้อละ 1 กิโลฯ วันละ 10 เปอร์เซ็นต์ 10 เปอร์เซ็นต์จบครบ เพราะว่าในช่วงนี้เราต้องให้อาหารตามการเจริญเติบโตของกุ้ง ประมาณสัก 20-30 วัน เราจะมีการเริ่มวางยอ บ่อหนึ่งอาจจะมีการวางสัก 3-4 จุด แล้วมีการชั่งอาหารใส่ในยอ แล้วมีการตรวจเช็ก 1 ชั่วโมงเราจะให้อาหารใช่ไหมครับ ก็มายกดู ดูว่ามันเหลือ หรือว่ามันขาด ถ้ามันขาดเราก็ต้องเพิ่ม แต่ถ้าเกิดเหลือ แสดงว่า เราให้อาหารมันเราให้อาหารมากเกินไป เราก็ต้องลด เพราะว่าเราให้อาหารมากเกินไปนี่ ทำให้ปริมาณอินทรีย์ในบ่อมากเกินไป น้ำมันก็เน่าเสียไวขึ้น ทำระยะเวลาเลี้ยงสั้นลง เพราะถ้าเกิดน้ำเสีย กุ้งเครียดก็เป็นโรค สำหรับหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ในการให้กุ้งได้กินอาหารในเวลาที่พอดี ทุกมื้อ ตลอดระยะเวลาเลี้ยง การให้อาหารปริมาณน้อยเกินไปจะทำให้กุ้งโตช้า และทำให้เกิดการกินกันเอง โดยเฉพาะการเลี้ยงกุ้งความหนาแน่นสูง การให้อาหารมากเกินไป ก็อาจจะทำให้คุณภาพน้ำ และดินในระหว่างเลี้ยงเสื่อมโทรม เพราะสารจะกระตุ้นให้เกิดอินทรีย์ย่อย แล้วทำให้ปล่อยแอมโมเนียออกมา ทำให้กุ้งเครียด อ่อนแอ ทำให้โอกาสติดเชื้อกุ้งก็จะสูงตามไปด้วยนะครับ // รับทราบครับ (บรรยาย) พี่น้องทั้งหลายครับ การเลี้ยงกุ้งขาวนั้น ต้องใส่ใจในทุกขั้นตอน อีกทั้งการเลือกกุ้งพันธุ์ดี มีการจัดการอาหารที่ดี มีชัยไปกว่าครึ่งแล้วครับ ผลผลิตที่พี่น้องจะได้รับ มีคุณภาพมาตรฐานของผู้บริโภค สามารถส่งสู่ประเทศ และพี่น้องเกษตรกรกันนะครับ [เสียงดนตรี] [เสียงดนตรี] [เสียงดนตรี]// ปวดหัวไปหมด (บรรยาย) เป็นอะไรล่ะครับพี่น้อง (ผู้ให้สัมภาษณ์) กุ้งป่วยครับ (บรรยาย) ปัญหาสุขภาพกุ้งเป็นปัญหาน่าปวดหัว และเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเลี้ยงกุ้งขาวของพี่น้องแบบนี้ล่ะครับ โดยตรงต่อการเจริญเติบโตของกุ้ง ทำให้กินอาหารน้อยลง พิการ ป่วย และตายไปในที่สุดได้ แต่ก่อนที่จะจัดการสุขภาพกุ้งขาวได้นั้น ต้องรู้จักต้นสายปลายเหตุ โรคกุ้งขาวที่เป็นสาเหตุการตาย มักเกิดจากโรคติดเชื้อ ได้แก่ โรคไวรัสเป็นหลัก ซึ่งสาเหตุการเกิดโรคกุ้งนั้น เกิดได้จาก 3 ประการด้วยกันครับ (คุณวสินทร์) 1. มีเชื้อโรคที่รุนแรงในบ่อ 2. สุขภาพกุ้งไม่แข็งแรง 3. สภาพแวดล้อมในบ่อไม่เหมาะสม สาเหตุของการเกิดโรคในกุ้งนั้นไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียว แต่มีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกับปัจจัยการจัดการอื่น ๆ คุณภาพน้ำ หรือสภาพดินก้นบ่อ รวมถึงสภาพตัวกุ้งเองด้วย ดังนั้น การรักษาโรคจึงไม่เพียงแค่ใช้ยา หรือสารเคมีในการจัดการเชื้อโรคอย่างเดียว แต่จะรวมไปถึงการจัดการสภาพต่าง ๆ ภายในบ่อเลี้ยงให้ดีขึ้นควบคู่กันไปด้วยนะครับ คราวนี้เรามาฟังนักวิชาการที่มีปัญหามากในการขาวกันดีกว่าครับ ก็ในการเลี้ยงกุ้งนี่มันก็มี โรคที่เกิดจากเชื้อโรคนะครับ มันก็จะมีโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย โรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส โรคที่เกิดจากเชื่ออื่น ๆ นะ แล้วก็โรคที่ว่าพบการระบาดในพื้นที่นะครับ โรค EMS หรือโรคตายด่วน คือ ก็ส่วนใหญ่แล้วจะสร้างความเสียหายให้กับผู้เลี้ยงนะครับ กุ้งมันก็... ลักษณะกุ้ง ก็คือตับลีบ ตับแข็ง แล้วก็ไม่ค่อยกินอาหาร แล้วสุดท้ายกุ้งก็ตายเรื่อย ๆ ณ ปัจจุบันนี่มันระบาดทั่วประเทศแล้ว มันสามารถติดต่อได้นะครับ ติดต่อผ่านน้ำผ่านอะไรนี่ครับ ในการป้องกันโรคนี้นะครับ เนื่องจากปัจจุบันนี่มันอยู่ในธรรมชาติ ในการป้องกันนี่ ตั้งแต่การเตรียมต่อ พูด ก็คือว่าเราต้องตัดตั้งแต่เริ่มเชื้อเลย ก่อนที่จะเอาน้ำเข้ามานี่ ควรจะเอาดินนะครับ ไปตรวจเชื้อตัวนี้อยู่ว่ามีไหมนะครับ โดยการส่งไปที่ห้องแล็บขอก็สามารถวิเคราะห์ได้ ก็ต้องเอาน้ำไปส่งตรวจอีกทีเพื่อให้มั่นใจว่าดินนี่น้ำที่เข้ามาจากข้างนอกต้องไม่มีด้วย หลังจากที่เราปล่อยกุ้งลงเลี้ยงแล้วนี่ ก็จะต้องมีการเฝ้าระวังเป็นระยะ ๆ ก็คือควรจะมีการส่งกุ้งส่งตรวจสัปดาห์ละครั้งหรือเดือนละครั้งเราจะได้แก้ปัญหาแล้วนี่ มันเป็นหนักแล้วนี่ เราก็แก้ไม่ได้ ก็ต้องจับอย่างเดียวนะครับ ส่วนยารักษา ปัจจุบันนี้ยังไม่มีวิธีการรักษา ถ้าเป็นไม่มากนี่ กุ้งจะกินอาหารปกติอยู่ ให้ยาที่มีการอนุญาตให้ใช้ จะมีปริมาณเพิ่มขึ้นตามปริมาณสารอินทรีย์ที่อยู่ในบ่อ นอกจากโรค EMS ในปัจจุบันที่เรายังพบอยู่นะครับ ก็คือโรคตัวแดงดวงขาว โรคตัวแดงดวงขาวนี่เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส ถ้าเกิดว่ากุ้งเป็นโรคนี้แล้วนี่ กุ้งในบ่อก็จะตายอย่างรวดเร็วภายใน 3-5 วัน คือ รักษาไม่ได้ และมักจะเกิดในช่วงที่อากาศหนาว ในพื้นที่ของปัตตานีเองนี่ เกษตรกรก็จะหยุดเลี้ยงเพื่อหลีกเลี่ยงการพบโรคนี้ และเป็นการตัดเชื้อด้วย บางคนก็เสี่ยง เสี่ยงที่จะเลี้ยงต่อใช่ไหมครับ เราก็มีการเช็กลูกกุ้ง ก่อนปล่อยกุ้งนี่ เกษตรกรก็จะเอาลูกกุ้งนี่ตรวจนะครับ ตรวจว่ามีโรคนี้ไหม ยังมีอีก 1 โรคนะครับ ที่มันสร้างปัญหาในการเลี้ยงกุ้งของเกษตรกร ก็คือโรคขี้ขาว เวลามันเป็นแล้วนี่ ก็คือว่ากุ้งในบ่อนี่ ก็คือว่าจะไม่ค่อยตัว แล้วก็กุ้งก็จะตายลงเรื่อย ๆ จะตายลงเรื่อย กุ้งก็เหลือน้อยขาดทุน เวลาเป็นใช่ไหมครับ จะมีขี้ของกุ้งนี่ลอยตรงผิวน้ำ หรือว่าเราจะพบในยอ ก็จะพบว่ากุ้งนี่ขี้ออกมาเป็นขี้ขาว ยังไม่รู้สาเหตุแน่นอนว่ามันเกิดจากเชื้ออะไร ก็เลยยังไม่มีวิธีระบาดอยู่แล้วก็สร้างความเสียหาย (บรรยาย) พี่น้องครับปัญหาสุขภาพกุ้งที่เกิดจากการติดเชื้อนั้น เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วจนแก้ปัญหาไม่ทัน พี่น้องเกษตรกรควรมีการเฝ้าระวังสุขภาพกุ้งประจำวัน และแก้ไขได้ทันท่วงที และในการแก้ไขปัญหาโรคกุ้งเบื้องต้นนั้นสามารถดูได้จากการยกยอ หรือจากการทอดแหเป็นระยะ ๆ มีสุขภาพแข็งแรง จะมีสุขภาพภายนอก พฤติกรรมต่าง ๆ ดังนี้ครับ 1. กุ้งโตตามปกติ กินอาหารดี มีอาหารเต็มลำไส้ ขี้ยาว ลำตัวใส สะอาด เหงือกสะอาด รยางค์ครบถ้วย 3 เมื่อส่องไฟตอนกลางคืน ตาจะแดงและกระโดดหลบว่องไว แต่ถ้ากุ้งป่วยจะมีลักษณะภายนอกพฤติกรรมต่าง ๆ ดังนี้ครับ 1. กุ้งโตช้า สีคล้ำ กุ้งกินอาหารลด ขี้กุ้งมีสีผิดปกติ 3. กุ้งมักเกาะขอบบ่อ หรือล่องตามผิวน้ำไปมา 4. ลำตัวขุ่นขาวไม่สะอาด เหงือกมีสีต่าง ๆ หนวดกุด ตัวขดดำ 5. ตัวซีด ตับซีด ตับบวมโต หรือหดผิดปกติ 6. ลอกคราบแล้วตัวนิ่ม ไม่แข็งตัว ตัวนิ่ม อ่อนเพลีย ลำตัวมีสีแดง มีดวงขาว // แล้วกุ้งป่วยควรจะรักษา หรือจับกุ้งเลยครับ (บรรยาย) ในสถานการณ์ในกรณีที่เกิดสถานการณ์เช่นนี้ ตัดสินใจลำบาก อย่างนั้นเรามาดูองค์ประกอบต่าง ๆ กันเลยครับ สังเกตปริมาณอาหารในยอ ถ้ากุ้งไม่ตอบสนองในการกินอาหารในยอไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ และมีปริมาณการตายขอบบ่อ ลอยตายมาก ต้องจับครับ แต่ถ้าเกิดกรณีกุ้งตายในยอ แต่อาหารในยอกุ้งนั้น กุ้งกินหมดให้รีบหาสาเหตุและกำหนดวิธีการแก้ไขปัญหา ต้องจับกุ้งขายครับ แต่ถ้าพบการตายของกุ้งขาวจำนวนมาก เนื่องจากการติดเชื้อ หรือเกิดในช่วงที่กุ้งมีอายุประมาณ 20 วัน ก็มักจะเลี้ยงแล้วเตรียมบ่อใหม่เลยครับ แต่ถ้าพบว่ากุ้งทยอยกันตายให้ตรวจสอบปริมาณธาตุอาหาร แคลเซียม และแม็กนีเซียมในน้ำ ทั้งนี้ในการประกอบการตัดสินใจควรมีผลการตรวจจากห้องปฏิบัติการด้วยทุกครั้ง มีความแม่นยำมากขึ้น และเมื่อกุ้งป่วยจากการติดเชื้อที่สามารถรักษาได้ พี่น้องเกษตรกรสามารถปรึกษานักวิชาการที่เกี่ยวข้อง เพราะวิเคราะห์หาเหตุ และการรักษาด้วยวิธีการที่ถูกต้องตามหลักวิชาการด้วยนะครับ (คุณสมาน) โรคนี่ มีโรคใหม่ ๆ นะครับ โรคเก่าก็ยังอยู่ โรคใหม่ก็เริ่มมีนะครับ ก็มีการระบาดขึ้นเรื่อย ๆ และตรงนี้นี่ ทางกรมประมงเองก็มีการจัดสัมมนาให้ความรู้เกี่ยวกับสาเหตุของการเกิดโรค ว่ามันเกิดจากอะไร เราจะแก้อย่างไรนะครับ แล้วใช้อะไรในการแก้ ซึ่งเราก็มีการจัดสัมนาบ่อยครั้ง ก็จะมีเกษตรกรไปฟังนะครับ นอกจากนั้นเอง เราก็มีนักวิชาการที่เราเข้ามาตรวจเยี่ยมฟาร์ม ส่วนเรื่องการใช้ยานี่ก็อาจมีการให้คำแนะนำเหล่านี้อยู่แล้ว ยานี่ เนื่องด้วยว่าในปัจจุบันนี่ เกษตรกรเเริ่มมีการใช้ ใช้โดยไม่รู้ตัว ไม่รู้ว่าเป็นยาครับ และพบว่าเมื่อเราส่งกุ้งไปยังต่างประเทศนี่ มีการตรวจพบยา ซึ่งเป็นกลุ่มยาที่เขาห้ามใช้โพสต์เลี้ยงสัตว์น้ำ ทางกรมประมงเองก็เล็งเห็นตรงนี้นะครับ ก็ได้มีการจัดสัมนาเหมือนกัน ผู้เลี้ยงกุ้งเข้าใจว่ายาตัวไหนใช้ในการเลี้ยงกุ้งได้ ยาตัวไหนที่จะเป็นยาห้ามใช้ ซึ่งในยาห้ามใช้ยาห้ามใช้ ก็จะมีผลต่ออุตสหกรรมเลี้ยงกุ้ง จะทำให้ขึ้น Blacklist ในต่างประเทศ แล้วก็ในการบริการตรวจโรคของเรานี่ ที่ห้องแล็บนี่ครับ เวลามีเกษตรกรส่งตัวอย่างกุ้งมานะครับ เราก็จะมีการแนะนำว่าจะมีการแก้ปัญหาอย่างไร ส่วนการใช้ยานี่จะเป็นเรื่องวิธีการสุดท้าย ที่เราจะแนะนำให้ใช้ยา ถ้าเกษตรกรใช้ยา ต้องใช้ยาตอนที่กุ้งกำลังกินอาหารอยู่ เวลากุ้งป่วยมากแล้วนี่ใช้ยาไม่ได้ผล เพราะว่าพอกุ้งป่วยมันกินอาหารน้อย มันได้รับยาน้อย ก็ไม่ได้ผล เวลาให้ยาแล้วนี่จะต้องมีระยะเวลาหยุดยา ก่อนที่จะจับกุ้ง ขั้นต่ำนี่ต้อง 3 สัปดาห์ นะครับ เพื่อให้มั่นใจว่าจับกุ้งแล้ว เอากุ้งไปตรวจยาแล้ว ไม่พบยาตกค้างในเนื้อกุ้ม ถ้าพบแล้วคุณก็ขายไม่ได้ // การเลี้ยงกุ้งให้ห่างไกลไร้โรคก็ต้องดูแลเอาใจใส่อย่างลูกเลยทีเดียว ต้องเลี้ยงให้สมบูรณ์แข็งแรง ตัวใหญ่ ๆ ขายได้เงิน มีรายได้ตอบแทนกลับมาให้พี่น้องหายเหนื่อยกันแน่นอนครับ [เสียงดนตรี] [เสียงดนตรี] (บรรยาย) พี่น้องเกษตรกรครับ ชีวิตคนเลี้ยงกุ้งไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ กว่าจะได้ผลผลิตตัวโต ๆ มีคุณภาพดี ๆ ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่เกินความสามารถของพี่น้องเกษตรกรไทยที่เก่ง สามารถแก้ไขปัญหาต่าง ๆ จนได้ดีมีสูตรสำเร็จให้พี่น้องเกษตรอื่น ๆ ได้เลี้ยงตามจนประสบความสำเร็จ ชีวิตดีมีสุข เพราะเลี้ยงกุ้งนี่ละครับ แล้ววันนี้เราก็มีตัวอย่างของเกษตรกร ที่ได้นำองค์ความรู้การเลี้ยงกุ้งแบบคนจน ไปปรับใช้กับการเลี้ยงกุ้งในพื้นที่ของตนเองมาเล่าให้พวกเราฟังกันด้วยนะครับ (คุณมานพ) แต่ก่อนนี้ผมเลี้ยงกุ้งกุลาดำ เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว ทีนี้ช่วงที่เราเลี้ยงกุ้งกุลาดำมันประสบปัญหา ช่วงหลังนี่ หลังจากนั้นมาเกิดปัญหาโรคระบาดของกุ้งกุลาดำ คนทั่ว ๆ ไปเลี้ยงแล้วก็ไม่ประสบความสำเร็จ หลังจากนั้นก็มีการเลี้ยงกุ้งขาวขึ้นมา หลังจากนั้นก็มีการนำเข้ามาและให้แนะนำให้เกษตรกรเลี้ยงกัน ซึ่งผมก็หันไปเลี้ยงกุ้งขาวเหมือนกัน ซึ่งก็ประสบความสำเร็จพอสมควรในขณะนั้น การเลี้ยงกุ้งขาวช่วงแรกของผมนี่ ประสบปัญหาอัตราการรอดต่ำ คือน้อยกว่า ได้ยินว่าของหัวหน้าวสินอัตราการรอดแกสูงมาก ดังนั้นผมจึงไปขอการแนะนะ และไปชมการเลี้ยงกุ้งของแก ซึ่งก็ได้รับการแนะนำ จนกระทั่งว่าปัจจุบันนี้มีอัตราการรอดจากเดิมแค่ 60-70% ปกติในปัจจุบันนี้ผมทำได้ 70-90 เปอร์เซ็นต์ ผมเลี้ยงกุ้ง ตอนนี้ประมาณ 100 ไร่ ผลผลิตก็ประมาณ... ก็เลี้ยง 2 ขอบ ขอบหนึ่งก็ประมาณ 50 ตัน 2 ขอบก็ประมาณ 100 ตัน ต่อปี (บรรยาย) จากบทเรียนเลี้ยงกุ้งของรุ่นพี่เกษตรกรอย่างคุณวสิน ที่หมดตัว แต่ใจยังสู้ ถึงแม้จะมีเงินน้อย เลี้ยงแบบประหยัด แต่กลับได้ผลดี เลี้ยงมา 6 ครั้ง ได้ผลดีมาโดยตลอด ก็เป็นเพราะได้นำองค์ความรู้จากอาจารย์หลาย ๆ ท่านมาประยุกต์ใช้ในบ่อกุ้งอย่างมีประสิทธิภาพ อาชีพเพาะเลี้ยงกุ้งของคุณวสินประสบความสำเร็จ จนเพื่อนพี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งอยากทำตาม ก็พร้อมถ่ายทอดความรู้ให้พี่น้องอย่างไม่หวงวิชากันเลยครับ (คุณมานพ) ครับ เริ่มแรกเลยที่ผมไปดูของหัวหน้าวสินทร์ ตั้งแต่การเตรียมบ่อของท่านนะ วัสดุปูนเพื่อคลุมพื้นบ่อ จากเดิม ผมไม่เคยปฏิบัติ ผมก็เอาตัวนี้มาใช้ อันที่ 1 วัสดุปูนที่ปูพื้นบ่อ อันที่ 2 ลงกุ้งเล็ก ของผมเมื่อก่อน ผมใช้อาหารสำเร็จรูป แต่ผมไปดูของท่านหัวหน้าวสิน ปรากฏว่าท่านใช้แค่ลำละเอียดกับปลาป่น ผสมให้กุ้งกิน 2 อย่างนี้ในการเตรียมบ่อ ผมจึงนำมาใช้กับบ่อของผม ซึ่งปัจจุบันนี้ทำให้อัตราการรอดของผมเพิ่มขึ้นมา 30% เมื่อนำสูตรคนจนของหัวหน้าวสินมาใช้นี่ เราก็ได้ประโยชน์อยู่หลายอย่าง 1. 2. เราลดต้นทุนของเรา เริ่มแรกต้นทุนการซื้อลูกกุ้งก็ไม่จำเป็นต้องซื้อเผื่อ หมายถึงว่า ไม่ต้องซื้อเผื่อ อัตรารอด ลดต้นทุน เราไม่ต้องลงเผื่อ อันที่ 3 การใช้ไฟฟ้าอะไรต่าง ๆ เราก็สามารถตีได้น้อยลง ไม่จำเป็นต้องตีมากขึ้น ก็สามารลดค่าไฟไปได้อีกส่วนหนึ่ง ปกติแล้วจะประมาณ 300,000 ต่อเดือนนะครับ ปัจจุบันนี้เหลือ 250,000 สูงสุด ก็คือไม่เกิน 280,000 เราสามารถลดสารเคมีต่าง ๆ ที่ใช้ ไม่ต้องใช้ยา เราเพียงแต่ใช้จุลินทรีย์ ก็คือ ปม. 1 ของกรมประมง อันนี้ก็สามารถที่จะควบคุมโรคได้ อาหารในช่วงแรกนี่เราใช้รำกับปลาป่น ราคามันจะถูกกว่า เนื่องจากว่าคุณวสิณหรือหัวหน้าวิสิณนี่ แกมีบ่อพักเยอะกว่าของผม มากกว่า เพราะฉะนั้นน้ำในการเปลี่ยนถ่ายของแกจึงมีจำนวนมากกว่า ทีนี้เนื่องจากของผมมีน้ำที่จะเปลี่ยนถ่ายมีน้อยกว่า ผมจึงจำเป็นต้องหาอย่างอื่นมาทดแทน ก็หมายถึงการใช้จุลินทรีย์ ปม. 1 เพิ่มมากขึ้นจากปกติ คือ เดิม เราใช้ ปม. 1 ไร่ละ 1 ถัง ถังละ 200 ลิตร แต่ปัจจุบันนี้ผมจะเพิ่มเป็น 8 ถัง นะครับ เป็น 8 ถึง หรือว่าใส่ประมาณถังครึ่งต่อ 1 ไร่ คือจะเพิ่มมากกว่าเพราะมันจะไปบำบัดน้ำ เนื่องจากเราถ่ายน้ำได้น้อยกว่า คือ เราถ่ายไปใส่เข้าไปในบ่อพัก แล้วในบ่อพักเราก็มีการเลี้ยงปลา เพื่อกินอาหารที่เราจากการที่เราถ่ายน้ำเข้าไป เราจึงไม่จำเป็นต้องสูบมามากเหมือนเมื่อก่อน มันก็เป็นการหมุนเวียนน้ำภายในของเราเองจะประหยัดค่าไฟเพิ่มขึ้นอีก เพราะเราไม่ต้องสูบน้ำมากไป (บรรยาย) พี่น้องครับ การเลี้ยงกุ้งในที่ต่าง ๆ นั้นก็จะเลี้ยงที่แตกต่างกันออกไปนะครับ เพราะแต่ละพื้นที่สภาพแวดล้อมและปัจจัยอื่น ๆ จึงต้องมีการปรับวิธีการเลี้ยง เพื่อให้เหมาะสมกับพื้นที่ของเราเองนะครับ ซึ่งการเลี้ยงกุ้งขาวแบบคนจน ต้องเตรียมการทุกอย่างให้ดีที่สุด พร้อมที่สุด แต่เป็นการลงทุนที่น้อย เพราะลงทุนเฉพาะที่จำเป็น อย่างเช่นการเตรียมน้ำด้วยวิธีการเตรียมน้ำตื้น 50-60 เซนติเมตร และปล่อยกุ้งปริมาณน้อง เพื่อให้กุ้งโตเร็ว และปล่อยกุ้งลงเลี้ยงทีละบ่อ หากปล่อยกุ้งลงบ่อที่ 1 ผ่าน ถึงจะปล่อยลงบ่อที่ 2 ที่ 3 ต่อไปครับ การปล่อยกุ้งทีละบ่อจะเป็นการไม่ทำให้เกิดน้ำเสียพร้อมกัน สามารถบำบัดน้ำได้ทัน ถือเป็นการบำบัดน้ำเสียด้วยวิธีธรรมชาติเลยนะครับ และอย่าลืมใช้จุลินทรีย์ ปม. 1 ในการควบคุมเชื้อก่อโรค ซึ่งมีด้วยกันทั้งหมด คือ สูตร 1 การเตรียมบ่อ สูตร 2 การเตรียมน้ำหมักจุลินทรีย์ก่อนปล่อยกุ้ง สูตร 3 การเตรียมน้ำหมักจุลินทรีย์หลังปล่อยกุ้งแล้ว สูตร 4 อาหารหมัก สูตร 5 น้ำปลาหมัก สูตร 6 น้ำหมักสับปะรดและเน้นธรรมชาติบำบัดด้วยการสร้างอาหารธรรมชาติ ใช้ระบบน้ำหมุนเวียนในการเลี้ยง ออกจากบ่อเลี้ยงจะไหลลงบ่อพักที่มีปลานิล ก่อนที่จะหมุนเวียนน้ำกลับมาเติมในบ่อกุ้งนั่นเองครับ (คุณสมาน) คือปัจจุบันนี้นะครับ การเลี้ยงกุ้งในประเทศไทยนี่ มันมีหลายรูปแบบหลายสูตร สำหรับคนเลี้ยงบางคน ที่เลี้ยงไปแล้วนี่ คนที่เลี้ยงเดิม ๆ ใช่ไหมครับ อาจจะมีปัญหา ก็พยายามไปดูงานหลาย ๆ ที่นะครับ ในฟาร์มที่ประสบความสำเร็จอย่างแพร่ราย อย่างสูตรของอาจารย์วสินทร์นะครับ ด้านเกษตรกรในพื้นที่หลาย ๆ รายก็พยายามก็ได้ไปดูนะครับ เพราะเนื่องจากอาจารย์วสิณได้มาติดต่อกันหลายปี หลายรอบนะครับ 6-7 ปี นี่ได้มาตลอด ปัจจัยพื้นฐาน น้ำ คุณภาพดิน ลักษณะของแผนผังของฟาร์มนี่มันต่างกัน เราคงลอกมาทั้งหมดคงไม่ได้นะครับ เราก็ต้องมีการดัดแปลง มาใช้ให้เหมาะสมกับบ่อเลี้ยงของเรา เพื่อแก้ปัญหาที่มันเกิดในบ่อของเรา หรือว่าวิธีการที่สามารถลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต พื้นฐานของเรา ที่เนื่องจากว่าเราเลี้ยงนี่ในอดีตที่ผ่านมา เราเลี้ยงได้อยู่แล้วใช่ไหมครับ ก็คือ โอ.เค. อยู่ เพียงแต่ว่าเราเอาความรู้ใหม่ ๆ นี่ มาเพิ่ม มาปรับให้ใช้ให้เหมาะสมกับพื้นที่ เพื่อให้ผลผลิตเรานี่ดีขึ้น เราเองนะครับ ที่อยู่ในพื้นที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาเพาะเลี้ยงพันธุ์สัตว์น้ำ อยู่ในพื้นที่ของกรมประมงนี่ ก็มีบทบาทหลายอย่าง มีการผลิตจุลินทรีย์ ปม. 1 สูตรน้ำ เสริมจากสูตรผงที่เราได้จากส่วนกลางงานบริการที่สำคัญเลยก็คือการบริการตรวจวิเคราะห์โรค กับตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำ เกษตรกรก็จะมีการส่งน้ำ ส่งดิน ส่งกุ้งมาให้เราตรวจตลอดทุกสัปดาห์ เป็นการเตรียม เป็นการเฝ้าระวัง สภาเฝ้าระวังของโรค ในบ่อเลี้ยงตัวเอง ถ้ามีปัญหาเรื่องวิชาการอะไรนี่ ก็ให้คำปรึกษาเรื่องวิชาการด้วยนะครับ ก็เราพยายามจะให้การบริการให้คนเลี้ยงกุ้งให้ดีที่สุด ให้คนเลี้ยงกุ้งมีความพอใจสูงสุด ต้องได้ผลดีเหมือนกับว่าได้กำไร แล้วก็อาชีพเลี้ยงกุ้งเป็นอาชีพที่ยั่งยืน ควบคู่กับเราที่เราให้บริการเขาตลอดไปครับ (บรรยาย) การแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ในการเลี้ยงกุ้งนั้น ก็เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรมีความเข้าใจ และอุปสรรคต่าง ๆ ที่ผลผลิตสม่ำเสมอ สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลกอย่างสบาย ๆ เลยนะครับ [เสียงดนตรี] พี่น้องครับ ประเทศไทย เป็นประเทศที่เลี้ยงกุ้งเพื่อการส่งออกมาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 20 ปี การเลี้ยงกุ้งกุลาดำแบบพัฒนา การเลี้ยงกุลาดำในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ที่ผลผลิตตกต่ำ ได้ดีเหมือนที่ผ่านมา จึงได้มีการนำกุ้งขาวแวนนาไมค์ เข้ามาเลี้ยงแทนกุ้งกุลาดำ ทำให้ประเทศไทยมีการเลี้ยงกุ้งขาวไม่น้อยกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ในประเทศไทย ที่ยังมีการเลี้ยงกุ้งอยู่ (ดร.ประยุตร) กุ้งขาวเป็นที่นิยมในประเทศไทย นี่เลี้ยงง่ายโตเร็ว เลี้ยงง่ายโตเร็วนะครับ ก็เลี้ยงประมาณ 2 เดือน 3 เดือน ก็สามารถขายได้แล้ว แต่อีกส่วนหนึ่งก็คือว่าในด้านการตลาด กุ้งขาวค่อนข้างมาก เลี้ยงเท่าไรก็ขายได้มาก ทางตลาดก็มีมากก็เลยเป็นที่นิยม (บรรยาย) ถึงแม้ประเทศไทยจะมีประสบการณ์เลี้ยงกุ้ง มีองค์ความรู้ในการเลี้ยงกุ้งมากมาย แต่เรายังประสบกับปัญหาการระบาดของโรคกุ้งของทรัพยากร เพราะการเลี้ยงกุ้งให้ความสำคัญกับปริมาณผลผลิตมากกว่าจึงทำให้ระยะหลัง จึงทำให้เกษตรกรเกิดการเลี้ยงที่ไม่ค่อยได้ผล มีหนี้สินเพิ่มขึ้น จากปัญหาดังกล่าว เพื่อให้การเลี้ยงกุ้งมีความยั่งยืน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม กรมประมงรวมถึงองค์กรที่มีความเกี่ยวข้องบริหารจัดการองค์ความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงกุ้งขาวขึ้น มีการรวบรวมความรู้เชิงวิชาการ และวิธีการปฏิบัติที่ดี สำหรับการเลี้ยงกุ้งขาว เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรที่เลี้ยงกุ้ง ให้ความสำคัญในการจัดการระบบการเลี้ยง โดยได้จัดฝึกอบรม จัดการเลี้ยงกุ้งขาวที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่เพื่อเพิ่มคุณภาพของผลผลิตได้ดียิ่งขึ้น ส่งผลให้มีความยั่งยืน ยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร บนพื้นฐานของความพอเพียงให้อยู่ดีกินดีนั่นเองครับ (ดร.ยุทธ์) เรามีการ เรามี นะครับ ยกตัวอย่างเช่น กรมประมงนี่ มีหน่วย Mobile Service นะครับ ในการที่จะเก็บคุณภาพน้ำในบริเวณแหล่งเลี้ยง เพื่อทำการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนให้กับเกษตรกรว่าคุณภาพในช่วงนี้เหมาะสมในการเลี้ยงหรือไม่ ปรับตัวตามสภาพแวดล้อมได้นะครับ ส่วนที่ 2 ก็คือกรมประมงเรามีแล็บวิเคราะห์น้ำ วิเคราะห์ดิน ที่มีการเตรียมบ่อนะครับในการเลี้ยง มีปัญหาในเรื่องของคุณภาพน้ำและดิน สามารถส่งมาให้กับกรมประมงในการตรวจได้ เนื่องจากในการตรวจโรคกุ้ง ก็เป็นเรื่องที่มีความสำคัญและถ้าหากว่าเกษตรกรจัดการไม่ได้นี่ ก็เกิดความเสียหายในการผลิตได้ ก็จะมีหลักบริการในการตรวจโรคให้กับเกษตรกรทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นโรคไวรัส ตัวแดงดวงขาวที่เกิดจากแบคทีเรีย ซึ่งเกษตรกรที่มีปัญหาเรื่องเลี้ยงกุ้งแล้วมีปัญหาเรื่องโรคก็สามารถ Walk in ข้าไปใช้บริการของกรมประมงได้เลย กรมประมงสนับสนุนให้เกษตรกรมีการรวมกลุ่มกัน ไม่ว่าการรวมกลุ่มเป็นชมรม การรวมกลุ่มเป็นสหกรณ์ การรวมกลุ่มเป็นเกษตรกรกลุ่มเล็ก ๆ นะครับ นอกจากนี้กรมประมง ก็ให้เกษตรกรทำนาแปลงใหญ่นะครับ นาแปลงใหญ่กุ้งทะเล เพื่อที่จะได้ร่วมกันในการที่จะผลิตนำไปสู่ตลาดได้ ซึ่งในโครงการนาแปลงใหญ่ มีวัตถุประสงค์ที่จะให้เกษตรกรสามารถเพิ่มการผลิตได้ และมีช่องทางในการขายออกสู่ตลาดมากขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็จะทำให้การผลิตกุ้งในประเทศไทยมีประสิทธิภาพและมีศักยภาพ ในเรื่องการตรวจคุณภาพฟาร์มนั้น ได้มองเห็นแล้วว่า กุ้งขาวเป็นกุ้งที่ส่งออก ผู้บริโภคในต่างประเทศ ต้องการบริโภคในสิ่งที่มีมาตรฐาน ฉะนั้น กรมประมงก็ได้มีการบริการในการตรวจรับรองมาตรฐานในการเลี้ยงกุ้ง ที่เป็นการปฏิบัติที่ดี ซึ่งมีตั้งแต่มาตรฐาน GAP มาตรฐาน GOP แล้วก็มาตรฐาน มอศ นะ ซึ่งตรงนี้ก็สามารถทำให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่าสินค้าที่เขาซื้อไปบริโภคมีคุณภาพดี มีการส่งออกแล้วก็มีคุณภาพสูงนะ เพราะอย่างนั้นกรมประมงในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบ จัดให้มีการจะตรวจโรนงการส่งออกให้เป็นไปตามมาตรฐาน ตรงนี้กรมประมง เฝ้าระวังในเรื่องของมาตรฐานต่าง ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าสินค้าที่เราส่งออกไปทุกล็อตนี่ มีคุณภาพเป็นที่น่าต้องการนะครับ เป็นที่น่าสังเกตว่าสินค้าที่ส่งออกจากประเทศ โดยเฉพาะทะเลด้วยความร่วมมือกันกับผู้ส่งออก เราไม่เคยถูกส่งสินค้า Reject กลับมาในปริมาณมาก // นอกจากกรมประมงที่มีบทบาทและหน้าที่โดยตรงแล้ว ยังมีหน่วยงานอื่นที่สนับสนุนการเลี้ยงกุ้งขาว นั่นก้็๋๕ื ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ NECTEC ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้กรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี หน่วยงานนี้เขามีการทำงานเพื่อสนับสนุนการเลี้ยงกุ้งขาวอย่างไร ไปฟังการเลยครับ (ดร.ยุทธิ์) กรมประมงเราก็ทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐอื่น ๆ ยกตัวอย่างเช่น สวทช. ทาง NECTEC ทาง BIOTEC นี่ ได้เข้ามามีบทบาทในการพัฒนาการผลิต โดยเฉพาะการผลิตกุ้งขาวนะครับ ยกตัวอย่างเช่น BIOTEC นี่ก็จะดูแลในก็เวลามีโรคกุ้งระบาดนี่ ก็ทำงานร่วมกันพิสูจน์ทราบว่าเชื้อโรคกุ้งนี่มาจากไหน เป็นแบคทีเรีย เป็นไวรัส แล้วก็นำมาสู่กระบวนการ ในการควบคุมทั่วประเทศ ในส่วนของ NECTEC เนื่องจากว่ากรมประมงเราก็ได้ทำงานร่วมกันในการใช้สำหรับการเลี้ยงกุ้ง ปัจจุบันเราก็มีนวัตกรรมใหม่ ๆ อย่างเช่น ChemEye ChemEye ก็จะเป็นเครื่องมือในการที่จะช่วยให้เกษตรกรวิเคราะห์น้ำด้วยที่เกษตรใช้ ที่แม่นยำมากขึ้น คือแทนที่จะระบุด้วยสายตา ก็จะระบุด้วยตัวเลขดิจิทัลก็จะทำให้ความผิดพลาดน้อยลง นอกจากนั้นตัวนี้ก็จะได้ใช้เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ส่งข้อมูลจากการวัด ให้เข้าสู่มือถือของเจ้าของฟาร์มเลย เจ้าของฟาร์มก็สามารถรู้ค่าได้ นวัตกรรมอีกตัวหนึ่ง ก็จะเป็นนวัตกรรมในการควบคุมคุณภาพน้ำนะ NECTEC ก็ได้ร่วมกับกรมประมงโดยเฉพาะผมก็ได้เข้าไปให้คำแนะนำ ในเรื่องของการพัฒนาระบบควบคุมการตรวจวัดออกซิเจนอัตโนมัติในการควบคุมเครื่องตีน้ำ การใช้เครื่องตีน้ำให้มีประสิทธิภาพ ทราบว่าทาง NECTEC ก็สามารถเข้าสู่ตลาดแล้ว ในปัจจุบันนะครับ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำนี่ที่ทำให้เกิดมูลค่า และการพัฒนาทางเศรษฐกิจของประเทศนะครับ เพราะฉะนั้นกรมประมงเราตระหนักในความสำคัญ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมกุ้งในการส่งออกไปขายทั่วโลก เพราะฉะนั้นไม่ว่าการเลี้ยงกุ้ง เจอปัญหาในเรื่องของการดำเนินการ หรือปัญหาเรื่องโรคระบาดนะ กรมประมงก็พร้อมใจกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะ เข้าไปช่วยกันแก้ปัญหาให้เกษตรกร เพราะฉะนั้น ก็เกษตรกรที่มีความตั้งใจก็ขอให้พยายามปรับตัว ดำเนินกิจการในธุรกิจนี้ต่อไปนะ แล้วก็ช่วยกันในการแข่งขันกลับคืนมา // เยี่ยมไปเลย // ฟังอย่างนี้แล้ว พี่น้องเลี้ยงกุ้งทั้งหลายคงอุ่นอกอุ่นใจ เพราะมีกรมประมง และ NECTEC คอยสนับสนุนช่วยเหลือ ให้พี่น้องเกษตรกรไทย ยุคใหม่ Thailand 4.0 ทันสมัย ทันโลก เท่กันไปเลยครับ [เสียงดนตรี] (บรรยาย) นั่นแน่ แฮปปี้มีความสุขกันล่ะสิท่า เป็นเข้าจองฟาร์มกุ้งขาวตัวโต ๆ ปริมาณมากอย่างนี้ เงินทองก็ไหลมาเทมาเข้ากระเป๋าไม่หวาดไม่ไหวเลยสิครับ แล้วสูตรที่นำมาเลี้ยงนี่ เป็นสูตรอะไรกับบ้างครับ (ผู้ให้สัมภาษณ์) สูตรคนจนครับ (บรรยาย) แล้วการเลี้ยงกุ้งขาวแบบคนจนมันดีอย่างไร พี่น้องยังจำกัดไหมล่ะครับ // ลงทุนน้อย อัตรารอดสูง ผลผลิตสูง ไม่พึ่งสารเคมี (บรรยาย) ถูกต้องแล้วครับ จากการสำเร็จเลี้ยงกุ้งขาว ฟาร์ม 63 ไร่ พื้นที่เฉลี่ย 3.4 ไร่ จำนวน 8 บ่อ ซึ่งได้ผลเฉลี่ย 2.9 ตันต่อไร่ โดยใช้ต้นทุนเฉลี่ย 100 บาทต่อกิโลกรัม อัตราค่าเฉลี่ยนั้นถึงร้อยละ 96 ถ้าค่าเฉลี่ยต่อไป ปริมาณผลผลิตกุ้งขาวปริมาณ 100 ตัน มูลค่า 18,000,000 กันเลยทีเดียวล่ะครับ // โอ้ ว้าว // แต่การจะนำสูตรมาใช้เลี้ยงกุ้งขาวในบ่อของเรานั้น ก็ต้อง ให้เหมาะสมกับพื้นที่ที่เราเลี้ยงอยู่ (บรรยาย) ถูกต้องต้องที่สุดครับ ซึ่งการเลี้ยงแบบสูตรคนจนนั้นก็มี 9 เคล็ดลับ ที่เราจะมาสรุปให้พี่น้องฟังกันล่ะครับ 1. ต้องเตรียมบ่อให้ดี ตากให้แห้ง กำจัดพาหนะในหลุมน้ำ ไร่ละ 500 ถึง 1000 กิโลกรัม ต้องเตรียมน้ำให้ดี ความเค็มต่ำไม่เกิน 5 PPT และน้ำตื้น 5060 เซ็นติเมตร หมดฤทธิ์สารเคมีร้อยเปอร์เซ็นต์ ลงจุลินทรีย์ เท่ากับเกิดน้ำแดง ต้องเตรียมนาน 25-30 วัน 3. ต้องลงกุ้งที่แข็งแรงไม่พบตัวตาย ไม่แปลกไซส์ 4. ให้อาหารหมักและอาหารเหลว 15 วัน ก็เริ่มให้อาหารเม็ด คลุกน้ำปลาหมักสูตร 5 และน้ำหมักสับปะรดสูตร 6 ให้ลงน้ำหมักสารเคมี สูตร 2 5 วันและลงวันละ 400 ลิตร 5 วัน และลงน้ำหมักสูตร 3 วันละ 50 ลิตร หรือ 100 ลิตร และลงกากน้ำตาลน้อย 3 กิโลกรัม และ 1.5 กิโลกรัมต่อ 100 ลิตร 6. ให้เริ่มเติมน้ำหลังการปล่อยกุ้งได้ 3 วัน ให้เริ่ม กรองตัวผ้าใยฟู เติมที่ละน้อย ๆ 3-5 ชั่วโมง 7. บ่อเลี้ยง บ่อพัด เน้นสูตรการใช้ปลาพี่เลี้ยง 8. เมื่อกุ้งกินอาหารมากขึ้น ให้ตรวจวัดค่า DOC บ่อพัก และบ่อเลี้ยง การตรวจวัดค่า DOC สูง ต้องหาสาเหตุการถ่ายน้ำให้มากให้มาก จะสามารถลด DOC ได้ อาหารมากก็จะต้องถ่ายน้ำมาก // รับทราบครับ // ซึ่งเทคนิคการเลี้ยงแบบสูตรคนจนนี้ ถือว่าเป็นการเลี้ยงแบบธรรมชาติ เพราะไม่มีการใช้สารเคมี ตลอดจนมีการบำบัดน้ำตลอดการใช้เลี้ยงลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ เรียกว่าเกษตรกรที่เลี้ยงกุ้งแบบสูตรคนจน ได้อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอีกด้วยครับ (เกษตรกร) ดีจังได้อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วย แต่ไม่ว่าจะเลี้ยงกุ้งสูตรไหน ปัจจัยในการเลี้ยงกุ้ง มีผลต่อการประสบความสำเร็จนั้น 1 ลูกกุ้งคุณภาพลูกกุ้งต้องปลอดเชื้อ สามารถผลิตลูกกุ้งที่โตเร็ว ถ้าเกษตรกรได้กุ้งขาวปลอดเชื้อที่ดี โอกาสที่จะประสบความสำเร็จก็จะสูงมาก ความเหมาะสมของพื้นที่ ความเค็มต่ำที่จัดเป็นความจืด ที่ความเค็มสูง 3. การจัดการน้ำ ด้านการเลี้ยงและควบคุมคุณภาพน้ำ มีความสำคัญมากเช่นกัน เนื่องจากพฤติกรรมต่าง ๆ ในระหว่างการเลี้ยงไม่เหมือนกุ้งกุลาดำ ดังนั้นเกษตรกรที่เลี้ยงกุ้งขาว ต้องทำความเข้าใจในด้านชีวภาพนี้เป็นอย่างดีด้วย ซึ่งจะทำให้พี่น้องเกษตกรประสบปัญหาได้ไม่ยากเลยนะครับ // ครับ ผมอยากฝากถึงเกษตรกร ว่าในเลี้ยงของการเลี้ยงกุ้งของเกษตรกรในปรับตัวในเรื่องของการปรับใช้เทคนิคใหม่ ๆเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมนะครับ เพื่อที่จะสามารถเลี้ยงกุ้งได้ประสบความสำเร็จนะครับ และในส่วนที่ 3 ส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องต้นทุนที่เกษตรกรจะต้องปรับลดต้นให้มีการเลี้ยงที่มีประสิทธิภาพเพื่อที่จะแข่งขันกับตลาดโลกได้นะครับผมอยากจะฝากว่าเนื่องจากว่าอุตสาหกรรมเราเป็นที่ห่วงโซ่ในการผลิตนี่ ยาว เรามีต้นน้ำที่โรงเพาะฟัก เรามีปลายน้ำซึ่งเป็นผู้ส่งออกนะครับ เรามีทั้ง 3 สิ่งนี้ จะต้องทำงานด้วยความกลมเกรียวกัน ร่วมกันนะครับ โดยเฉพาะปัจจุบันนี้กระทรวงการเกษตรและสหกรณ์ เราใช้นโยบายการตลาดนำหน้าการผลิตนะครับ เพราะฉะนั้นทั้ง 3 ส่วนนี้ก็จะต้องร่วมมือกันทำงาน เพื่อให้เราบรรลุถึงเป้าหมายตรงนี้ให้ได้ ถ้าหากเราจัดการการผลิต การตลาดกันแล้ว การเลี้ยงกุ้งของเราก็จะสามารถไปต่อได้อย่างยั่งยืน [เสียงปรบมือ] // คนไทยเก่ง และมีความสามารถไม่แพ้ใครในโลกเลยล่ะครับ อีกทั้งยังได้รับความร่วมมือสนับสนุน ช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่ อุตสาหกรรมกุ้งของไทยเดินไปข้างหน้า ขายดีเทน้ำเทท่า สร้างรายได้ให้กับพี่น้องเกษตรกรที่ขายกุ้งร่ำรวยกันทุกคนนะครับ // ขอบคุณครับ [เสียงดนตรี] [สิ้นสุดการถอดความ]