﻿1
00:00:00,000 --> 00:00:03,522

2
00:00:04,005 --> 00:00:07,521
แต่ว่าสำหรับนักศึกษาเคยเจอกันหลายครั้งแล้ว

3
00:00:08,007 --> 00:00:11,521
สำหรับแต่ว่าพี่ล่ามนี่ครั้งแรก สำหรับที่ใช้วิธีการนี้

4
00:00:12,007 --> 00:00:16,007

5
00:00:16,009 --> 00:00:19,519
แล้วก็ครั้งแรกด้วยที่ใช้วิธีการนี้

6
00:00:20,010 --> 00:00:23,519
ทีนี้อาทิตย์ที่แล้วนะคะ เราได้...

7
00:00:24,011 --> 00:00:27,519
ถ้าอาจารย์พิเชนท์มา

8
00:00:28,012 --> 00:00:32,012

9
00:00:32,014 --> 00:00:35,519
ค่ะ มาแล้วค่ะ เพิ่งเริ่ม

10
00:00:36,017 --> 00:00:39,520

11
00:00:40,018 --> 00:00:43,519
นักศึกษาดู

12
00:00:44,019 --> 00:00:48,019

13
00:00:48,023 --> 00:00:51,519
ตัวเอกสารนะคะ Powerpoint

14
00:00:52,024 --> 00:00:55,519
นะคะ พี่ล่ามเห็นด้วยอยู่ไหมคะ

15
00:00:56,024 --> 00:00:59,519
เห็นนะคะ (ล่าม) เห็นค่ะ (อาจารย์)

16
00:01:00,025 --> 00:01:04,025

17
00:01:04,027 --> 00:01:07,519
อันนี้คือ... ล่าม นักเรียน

18
00:01:05,227 --> 00:01:08,519
อาจารย์

19
00:01:09,228 --> 00:01:12,520

20
00:01:13,230 --> 00:01:17,230

21
00:01:17,232 --> 00:01:20,519

22
00:01:21,235 --> 00:01:24,519
อ๋อ

23
00:01:25,236 --> 00:01:28,519
ค่ะ ค่ะ

24
00:01:29,238 --> 00:01:33,238
มาแล้วค่ะ เพิ่งเริ่มค่ะ

25
00:01:33,239 --> 00:01:36,520
โอ.เค. ค่ะ

26
00:01:37,239 --> 00:01:40,519
เอาไว้ ค่ะ ได้ค่ะ เพราะว่าครั้งแรก

27
00:01:41,240 --> 00:01:44,519
ที่ใช้นะคะ อาจจะยังงง ๆ อยู่นะคะ

28
00:01:45,242 --> 00:01:49,242
พี่ร่ามเห็นด้วยนะคะ // เห็นค่ะ // อันนี้คือ

29
00:01:49,244 --> 00:01:52,519
นักศึกษาก็ใครสงสัยประเด็นไหน

30
00:01:53,244 --> 00:01:56,519
นะคะ ก็สามารถสอบถามตัวต่อตัวได้เหมือนกัน

31
00:01:57,244 --> 00:02:00,519
นะคะ อาทิตย์ที่แล้วนะคะ

32
00:02:01,245 --> 00:02:05,245

33
00:02:05,247 --> 00:02:08,519
อาจารย์ได้ให้คำอธิบาย แล้วก็อธิบายความผิด

34
00:02:09,248 --> 00:02:12,519
ในส่วนของความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เบื้องต้น มาตรา

35
00:02:13,249 --> 00:02:16,519
5 มาตร 6 มาตร 7 ตามหน้าจอนี้

36
00:02:17,250 --> 00:02:21,250
โอ.เค. ค่ะ ได้ค่ะ

37
00:02:21,251 --> 00:02:24,520
นะคะ ทีนี้

38
00:02:25,263 --> 00:02:28,520
ที่อาจารย์ให้นักศึกษาดูนะคะ ว่าลักษณะ

39
00:02:29,272 --> 00:02:32,519
ความผิดแต่ละมาตรา ความผิดแต่ละมาตรา

40
00:02:33,273 --> 00:02:37,273
สอบถามตัวต่อตัวได้นะคะ อาทิตย์ที่แล้วนะคะ อาจารย์ให้คำอธ

41
00:02:37,273 --> 00:02:40,521
มันก็จะแตกต่างกันนะคะ อย่างมาตรา 5 นี่

42
00:02:41,274 --> 00:02:44,519
เป็นความผิดลักษณะไหน มาตรา 5 เป็นความผิด

43
00:02:45,274 --> 00:02:48,519
ในลักษณะที่ผู้ใด ก็คือใครก็ได้

44
00:02:49,276 --> 00:02:53,276
มาตรา 7 ตามหน้าจอนี้นะคะ ที่อาจารย์ให้

45
00:02:53,277 --> 00:02:56,519
จะเป็นใครก็ได้ เข้าถึง มีการ

46
00:02:57,279 --> 00:03:00,519
เข้าถึงนะคะ คำว่าเข้าถึงในที่นี้คืออะไร

47
00:03:01,279 --> 00:03:04,519
ก็คือมีการ ถ้าเป็นภาษาคอม ก็คือมีการ Access

48
00:03:05,280 --> 00:03:09,280
นะคะ อย่างมาตรา 5 เป็นความผิดลักษณะไหน

49
00:03:09,282 --> 00:03:12,519
ใช่ไหม เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์

50
00:03:13,282 --> 00:03:16,520
ของบุคคลอื่นโดยไม่ได้

51
00:03:17,283 --> 00:03:20,519
รับอนุญาต ถูกต้องไหมคะ ดังนั้นนี่ถ้า

52
00:03:21,292 --> 00:03:25,292
คำว่าเข้าถึงในที่นี้ คือ อะไร

53
00:03:25,293 --> 00:03:28,519
มีการเข้าถึงคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่น

54
00:03:29,294 --> 00:03:32,520
โดยที่เป็นอย่างไรคะ ตัวเอาไม่ได้อนุญาตให้เขา

55
00:03:33,294 --> 00:03:36,519
เข้าได้ คนที่เขาเข้ามาสู่ระบบคอมพิวเตอร์

56
00:03:37,295 --> 00:03:41,295
ถูกต้องไหมคะ ดังนั้นถ้ามีการเข้าถึง คอมพิวเอ

57
00:03:41,297 --> 00:03:44,519
ของเรามีความผิดไหมคะ มีความผิด แต่ทีนี้

58
00:03:45,298 --> 00:03:48,519
ระบบคอมพิวเตอร์นะคะ หมายความว่าอะไรบ้าง

59
00:03:49,299 --> 00:03:52,519
เฉพาะคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ

60
00:03:53,300 --> 00:03:57,300
มีความผิด แต่ทีนี้นะคะ ระบบคอมพิวเตอร์นะคะ

61
00:03:57,302 --> 00:04:00,519

62
00:04:01,304 --> 00:04:04,519
เอาหมายเลขอะไรดี ตอบอาจารย์หน่อย

63
00:04:05,304 --> 00:04:08,519
เอาหมายเลข

64
00:04:09,305 --> 00:04:13,305
ตอบอาจารย์หน่อย เอาหมายเลข หมายเลข 8

65
00:04:13,306 --> 00:04:16,520
หมายเลข 8 อยากลองเล่นดู

66
00:04:17,307 --> 00:04:20,519
ระบบคอมพิวเตอร์

67
00:04:21,308 --> 00:04:24,519
ระบบคอมพิวเตอร์มีอะไรบ้างเอ่ย

68
00:04:25,308 --> 00:04:29,308
มีอะไรบ้างเอ่ย

69
00:04:29,310 --> 00:04:32,519
ที่เป็นระบบคอมพิวเตอร์ตามความเข้าใจของเรา

70
00:04:33,317 --> 00:04:36,519

71
00:04:37,318 --> 00:04:40,519
มีอะไรบ้างลูก

72
00:04:41,318 --> 00:04:45,318
นี่ไหมครับ ที่เราเรียนมา ระบบคอมพิวเตอร์ตามภาษาคอมพิวเตอร์ที่เราศึกษา

73
00:04:45,320 --> 00:04:48,519
เฉพาะคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะนี้ไหมครับ

74
00:04:49,336 --> 00:04:52,519
ที่เราเรียนมา ระบบคอมพิวเตอร์

75
00:04:53,336 --> 00:04:56,519
ตามภาษาคอมพิวเตอร์ที่เราได้ศึกษา

76
00:04:57,338 --> 00:05:01,338
อธิบายให้อาจารย์ฟังหน่อยตามความเข้าใจ

77
00:05:01,340 --> 00:05:04,519
มันคืออะไรบ้างเอ่ย

78
00:05:05,341 --> 00:05:08,522

79
00:05:09,343 --> 00:05:12,519
อธิบายให้อาจารย์ฟังหน่อย ระบบคอมพิวเตอร์

80
00:05:13,343 --> 00:05:17,343
ระบบคอมพิวเตอร์นักศึกษาดู

81
00:05:17,344 --> 00:05:20,519
ตามความเข้าใจของเราเลย

82
00:05:21,345 --> 00:05:24,519
(ล่าม) เขาบอกว่ามีข่าว

83
00:05:25,346 --> 00:05:28,519
มีข้อมูลต่าง ๆ

84
00:05:29,347 --> 00:05:33,347
บอกว่ามันเป็นอะไรนะ เป็นข่าว ตัวนั้นมีลักษณะเป็นซอฟต์แวร์หรือเปล่า

85
00:05:33,349 --> 00:05:36,519
(อาจารย์) ระบบคอมพิวเตอร์ นักศึกษาดูตามเอกสารขอ

86
00:05:37,350 --> 00:05:40,519
มันมีลักษณะเป็นเหมือนฮาดแวร์

87
00:05:41,359 --> 00:05:44,519
คอมพิวเตอร์ตั้งโต้ะ

88
00:05:45,360 --> 00:05:49,360
เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์มัน คือ กระบวนการไหนลูก

89
00:05:49,363 --> 00:05:52,519
ทีนี้สิ่งที่นักศึกษาบอกว่าเป็นอะไรนะ มันเป็นข่าว

90
00:05:53,364 --> 00:05:56,520
ตัวนั้นจะมีลักษณะเป็นเหมือน Software หรือเปล่า

91
00:05:57,364 --> 00:06:00,519
ที่เราได้เรียนมา

92
00:06:01,365 --> 00:06:05,365
มีอะไรบ้างครับ

93
00:06:05,367 --> 00:06:08,519
ไอ้ตัวระบบคอมพิวเตอร์

94
00:06:09,368 --> 00:06:12,520
คำว่าจะต้อง Access เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์

95
00:06:13,370 --> 00:06:16,519
มันคือกระบวนการไหนลู

96
00:06:17,370 --> 00:06:21,370
23 ระบบคอมพิวเตอร์ ระบบคอมพิวเตอร์

97
00:06:21,372 --> 00:06:24,519
มันคือระบบคอมพิวเตอร์ที่หน้าตาอย่างไร

98
00:06:25,377 --> 00:06:28,519
ยากไปไหม

99
00:06:29,377 --> 00:06:32,519

100
00:06:33,380 --> 00:06:37,380
อย่างเดียวไหม

101
00:06:37,380 --> 00:06:40,519
มีอะไรบ้างครับ ยังอยู่หมายเลข 8 อยู่นะลูก

102
00:06:41,391 --> 00:06:44,519
ไหนเพื่อนคนอื่น

103
00:06:45,392 --> 00:06:48,519
ช่วยตอบหน่อย อะไรดี

104
00:06:49,394 --> 00:06:53,394
ใช่ครับ

105
00:06:53,395 --> 00:06:56,519
23

106
00:06:57,403 --> 00:07:00,519

107
00:07:01,404 --> 00:07:04,519
ระบบคอมพิวเตอร์ ๆ

108
00:07:05,405 --> 00:07:09,405
จะต้องมีระบบเชื่อมโยงเคลือข่าย อย่างนี้หรือเปล่าครับ

109
00:07:09,406 --> 00:07:12,519
อาจารย์ยกตัวอย่างว่า นี่ค่ะ มันเป็น

110
00:07:13,406 --> 00:07:16,519
คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะอย่างเดียวไหม

111
00:07:17,407 --> 00:07:20,519

112
00:07:21,408 --> 00:07:25,408
สาขาคอมพิวเตอร์นี่ คำว่าระบบคอมพิวเตอร์นี่ คือ อะไร

113
00:07:25,410 --> 00:07:28,529
(ล่าม) เขาบอกว่าอย่างเดียว

114
00:07:29,420 --> 00:07:32,519
ครับ แล้วถ้าเรามีโทรศัพท์มือถือ

115
00:07:33,421 --> 00:07:36,520
ใช่หรือเปล่า

116
00:07:37,421 --> 00:07:41,421

117
00:07:41,424 --> 00:07:44,519
(ล่าม) ใช่ครับ โทรศัพท์ก็ใช่ครับ

118
00:07:45,425 --> 00:07:48,519
(อาจารย์) โทรศัพท์ก็ใช่ครับ

119
00:07:49,426 --> 00:07:52,519
(ล่าม) เขาบอกโทรศัพท์ต้องเป็นอินเทอร์เน็ตน่ะครับ (อาจารย์)

120
00:07:53,428 --> 00:07:57,428
E-mail ก็เหมือนกัน ที่สำคัญ คือ ต้องมี อินเทอร์เน็ต

121
00:07:57,430 --> 00:08:00,520
จะต้องมีระบบเชื่อมโยงเครือข่าย

122
00:08:01,441 --> 00:08:04,519
อย่างนี้หรือเปล่าคะ

123
00:08:05,442 --> 00:08:08,519
(ล่าม) ใช่ ๆ ๆ ครับ (อาจารย์) อ๋อ

124
00:08:09,445 --> 00:08:13,445
ในระบบคอมพิวเตอร์ที่เราศึกษ

125
00:08:13,446 --> 00:08:16,519
ถ้าตามสิ่งที่เราได้ศึกษามา

126
00:08:17,449 --> 00:08:20,519
ในสาขาคอมพิวเตอร์นี่ คำว่า

127
00:08:21,449 --> 00:08:24,519
ระบบคอมพิวเตอร์คืออะไร เพราะตอนนี้อาจารย์

128
00:08:25,455 --> 00:08:29,455
แค่ คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะแต่ไม่เสียบปรั๊ก

129
00:08:29,457 --> 00:08:32,519
จบนิติศาสตร์นะคะ ก็จะไม่เข้าใจอย่างชัดเจน

130
00:08:33,459 --> 00:08:36,519
เท่าไหร่ ช่วยอธิบายอาจารย์หน่อย

131
00:08:37,460 --> 00:08:40,519

132
00:08:41,460 --> 00:08:45,460
อาจารย์ยกตัวอย่าง ก็ คือ คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ

133
00:08:45,462 --> 00:08:48,519

134
00:08:49,464 --> 00:08:52,519

135
00:08:53,464 --> 00:08:56,519
(ล่าม) เขาบอกว่ายังเป็นคอมพิวเตอร์ PC อย่างเดียว

136
00:08:57,465 --> 00:09:01,465
แล้วก็มีไอ้ตัว CPU วางอยู่เขาก็ไปงัดไปแงะค่ะ

137
00:09:01,465 --> 00:09:04,519
โทรศัพท์ได้ อีเมลก็เหมือนกัน ที่สำคัญ

138
00:09:05,466 --> 00:09:08,519
จะต้องมีอินเทอร์เน็ต (อาจารย์) โอ.เค.

139
00:09:09,466 --> 00:09:12,519
ปรบมือให้เพื่อนหน่อยนะคะ เพื่อนตอบถูกนะคะ

140
00:09:13,466 --> 00:09:17,466
เพื่อนตอบว่าอย่างไรคะ

141
00:09:17,469 --> 00:09:20,519

142
00:09:21,469 --> 00:09:24,519
แสดงว่าในระบบคอมพิวเตอร์

143
00:09:25,471 --> 00:09:28,519
นะคะ ที่เราได้ศึกษามา มันจะต้องมีการ

144
00:09:29,471 --> 00:09:33,471

145
00:09:33,473 --> 00:09:36,519
เชื่อมโยงใช่ไหมคะ ทางอินเทอร์เน็ตทาง

146
00:09:37,474 --> 00:09:40,519
ระบบเครือข่าย ที่สามารถออนไลน์ได้ด้วย

147
00:09:41,483 --> 00:09:44,519
ถ้าเป็นแค่คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ

148
00:09:45,483 --> 00:09:49,483
เขาบอกว่าได้ เพราะว่าคอมพิวเตอร์มีความจำอยู่ในนั

149
00:09:49,484 --> 00:09:52,519
แต่ไม่เสียบปลั๊ก ใช้งานไม่ได้

150
00:09:53,485 --> 00:09:56,519
ถ้ามีคนเข้าระบบไปงัดไปแงะ

151
00:09:57,485 --> 00:10:00,519
อย่างนี้ จะผิด พรบ. คอมพิวเตอร์ไหม

152
00:10:01,486 --> 00:10:05,486
จำมีตัว CPU ใช่ไหมคะ แต่ที่อาจารย์ยกตัวอย่างนี่

153
00:10:05,487 --> 00:10:08,519
อาจารย์ยกตัวอย่างคือ คอมพิวเตอร์

154
00:10:09,488 --> 00:10:12,519
ตั้งโต๊ะนี่ล่ะค่ะ ไม่ได้เสียบปลั๊กเลยนะ

155
00:10:13,489 --> 00:10:16,519
ไม่ได้เสียบปลั๊กเลยนะลูก เหมือนเป็นค

156
00:10:17,490 --> 00:10:21,490
อาจารย์บอกว่าไม่ได้เสียบปลั๊กเลยนะลูก

157
00:10:21,491 --> 00:10:24,519
คอมฯ ที่มันพัง

158
00:10:25,493 --> 00:10:28,519
วางอยู่แล้วก็มีไอ้ตัว

159
00:10:29,496 --> 00:10:32,519
CPU วางอยู่ เขาก็ไปงัด ไปแงะค่ะ

160
00:10:33,497 --> 00:10:37,497
ใช่ไหมคะ มันถึงจะผิดไอ้ตัวกฎหมายคอมพิวเตอร์

161
00:10:37,499 --> 00:10:40,519
ถามว่ามันการ

162
00:10:41,499 --> 00:10:44,529

163
00:10:45,500 --> 00:10:48,519
เพื่อนตอบว่าอย่างไร

164
00:10:49,501 --> 00:10:53,501
อาญา คือ ลักทรัพย์ แต่มันไม่ได้ผิด พรบ. คอม

165
00:10:53,504 --> 00:10:56,519
คะ

166
00:10:57,506 --> 00:11:00,519
(ล่าม) มี ๆ ครับ

167
00:11:01,506 --> 00:11:04,519

168
00:11:05,507 --> 00:11:09,507
มีความเข้าใจ ไปหมายเลขไหนต่อดีนะ

169
00:11:09,508 --> 00:11:12,519

170
00:11:13,509 --> 00:11:16,519

171
00:11:17,509 --> 00:11:20,519
(อาจารย์) ผิดไหม

172
00:11:21,510 --> 00:11:25,510
เมื่อกี้ที่อาจารย์ยกตัวอย่างว่ามันต้องมีการ

173
00:11:25,512 --> 00:11:28,519

174
00:11:29,513 --> 00:11:32,519
(ล่าม) เขาบอกว่าได้ในคอมพิวเตอร์มันมีความจำอยู่

175
00:11:33,515 --> 00:11:37,515
นะครับ (อาจารย์)

176
00:11:37,516 --> 00:11:41,516
โทรศัพท์วางอยู่บนโต๊ะนะคะ แล้วเราก็

177
00:11:41,518 --> 00:11:45,518

178
00:11:45,518 --> 00:11:49,518
(อาจารย์) เพื่อนบอกว่า ในตัวนี้

179
00:11:49,520 --> 00:11:53,519
มันก็ยังมีเหมือนหน่วยความจำ มี CPU ใช่ไหมคะ

180
00:11:53,522 --> 00:11:57,522
คอมพิวเตอร์ไหม

181
00:11:57,526 --> 00:12:01,519
แต่กรณีที่อาจารย์ยกตัวอย่าง ไปงัดไปแงะ

182
00:12:01,526 --> 00:12:05,519
เพื่อเอาข้อมูลออกไป โดยที่ใช้

183
00:12:05,527 --> 00:12:09,519
ระบบเครือข่ายออนไลน์ไหม

184
00:12:09,527 --> 00:12:13,527
ก็เราแอบเข้าไปน่ะครับ

185
00:12:13,538 --> 00:12:17,533
ได้ใช้ไหม อาจารย์บอกแล้วไม่ได้เสียบปลั๊กเลยนะลูก

186
00:12:17,540 --> 00:12:21,519
ไม่ได้เสียบปลั๊กเลยนะคะ

187
00:12:21,540 --> 00:12:25,519
เห็นไหม นี่คือความแตกต่างนะคะ เมื่อกี้เราก็บอกว่า

188
00:12:25,542 --> 00:12:29,542
ทีนี้ถ้า อาทิตย์ที่แล้วอาจารย์ยกตัวอย่าง

189
00:12:29,543 --> 00:12:33,519
ถ้ามันจะเป็นการ Access เข้าคอมพิวเตอร์ได้

190
00:12:33,545 --> 00:12:37,519
ของการเชื่อมต่อออนไลน์ใช่ไหมคะ มันถึงจะผิด พรบ.

191
00:12:37,545 --> 00:12:41,519
คอมพิวเตอร์นะคะ แต่ถ้าเราไม่ได้เสียบปลั๊กเลย

192
00:12:41,546 --> 00:12:45,546
ไปดูว่า โทรศัพท์เครื่องนี้เป็นของใคร พอเรากดเข้าไปดูข้อมูล

193
00:12:45,546 --> 00:12:49,519
คอมฯ มันพังอยู่นะคะ แล้วก็มีคนไปงัดไปแงะ

194
00:12:49,546 --> 00:12:53,519
แล้วก็เอาอุปกรณ์ไป อันนี้

195
00:12:53,546 --> 00:12:57,519
มันจะผิดกฎหมายอาญา คือลักทรัพย์

196
00:12:57,548 --> 00:13:01,548
พอเราพบแล้วว่า มันเป็นของอ้นนี่ เป็นของเพื่อนเรา

197
00:13:01,549 --> 00:13:05,519
นะคะ แต่มันยังไม่ได้ผิด

198
00:13:05,549 --> 00:13:09,519
พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ หรือกฎหมายคอมพิวเตอร์

199
00:13:09,550 --> 00:13:13,520
โอ.เค. นะคะ แต่ถือว่าเพื่อน

200
00:13:13,551 --> 00:13:17,551
ตามกฎหมายนี้อยู่ไหมคะ มันเป็นความผิดแล้วหรือยัง โจโจ้เก็บได้

201
00:13:17,551 --> 00:13:21,519
มีความเข้าใจนะคะ มีความเข้าใจ

202
00:13:21,552 --> 00:13:25,519
ไปหมายเลขไหนต่อดีนะ

203
00:13:25,553 --> 00:13:29,519

204
00:13:29,561 --> 00:13:33,561
เข้าไปดูข้อมูล เข้าไปดูเบอร์โทรว่าโทรศัพท์นี้เป็นของใคร

205
00:13:33,561 --> 00:13:37,519
คุณโจโจ้นะคะ คุณโจโจ้

206
00:13:37,562 --> 00:13:41,519
เมื่อกี้ที่อาจารย์ยกตัวอย่างว่า ถ้า

207
00:13:41,562 --> 00:13:45,519
จะต้องมีการ Access เข้า

208
00:13:45,569 --> 00:13:49,569
ผิดไหมคะ โจ้

209
00:13:49,570 --> 00:13:53,519
สู่ระบบคอมพิวเตอร์ใช่ไหมคะ ต้องมีการออนไลน์

210
00:13:53,570 --> 00:13:57,519
ถ้าโทรศัพท์เมื่อกี้ที่อาจารย์ยกตัวอย่าง

211
00:13:57,571 --> 00:14:01,519
โทรศัพท์ โทรศัพท์วางอยู่บนโต๊ะ

212
00:14:01,572 --> 00:14:05,572
เราเห็นโทรศัพท์ใครเราก็ไม่กล้าหยิบเลยสิ เพราะว่าเรากลัวความผิด แต่โจ้

213
00:14:05,573 --> 00:14:09,519
นะคะ แล้วเราก็

214
00:14:09,574 --> 00:14:13,519
หยิบโทรศัพท์ของใครก็ไม่รู้ล่ะ กดเข้าไป

215
00:14:13,574 --> 00:14:17,520
กดเข้าไปดู อย่างนี้ผิด พรบ.

216
00:14:17,575 --> 00:14:21,575
โจ้อยากจะเอาของ โทรศัพท์ไปคืน

217
00:14:21,576 --> 00:14:25,519
คอมไหมคะ ผิดกฎหมายคอมพิวเตอร์ไหม

218
00:14:25,579 --> 00:14:29,519

219
00:14:29,580 --> 00:14:33,519
(ล่าม) ผิดครับ (อาจารย์) ที่ผิดเพราะอะไรครับ

220
00:14:33,581 --> 00:14:37,581
อยู่แล้วก็หยิบโทรศัพท์ใส่กระเป๋าของตัวเอง อันนี้เจตนาดีหรือไม่

221
00:14:37,582 --> 00:14:41,519
ทราบไหมคะ

222
00:14:41,583 --> 00:14:45,519
(ล่าม) ก็เราแอบเข้าไปน่ะครับ

223
00:14:45,583 --> 00:14:49,519
(อาจารย์) เข้าไปในระบบคอมพิวเตอร์

224
00:14:49,584 --> 00:14:53,584
แสดงว่าอะไร เดี๋ยวหมายเลขอื่นช่วยหน่อยค่ะ

225
00:14:53,584 --> 00:14:57,519
ของคนอื่นใช่ไหมคะ โดยที่บุคคลนั้นอนุญาตไหม

226
00:14:57,585 --> 00:15:01,519
อนุญาต ไม่ได้อนุญาต

227
00:15:01,585 --> 00:15:05,519
ใช่ไหมคะ ทีนี้อาทิตย์ที่แล้ว

228
00:15:05,586 --> 00:15:09,586
มีหมายเลขอะไรบ้าง 12 เด็กหูใช่ไหมคะ 12

229
00:15:09,588 --> 00:15:13,519
อาจารย์ยกตัวอย่างแล้วล่ะ ถ้าเราเห็นโทรศัพท์

230
00:15:13,589 --> 00:15:17,519
ตกอยู่ที่พื้นนะคะ เราก็

231
00:15:17,590 --> 00:15:21,519
หยิบโทรศัพท์เครื่องนั้นขึ้นมา แล้วกดเข้าไป

232
00:15:21,593 --> 00:15:25,593
ว่าถ้าเราเห็นโทรศัพท์ตกอยู่นะคะ กรณีแรกหยิบขึ้นมา

233
00:15:25,593 --> 00:15:29,520
เพื่อที่จะไปดูว่า โทรศัพท์เครื่องนี้

234
00:15:29,595 --> 00:15:33,519
เป็นของใคร พอ

235
00:15:33,595 --> 00:15:37,519
เรากดเข้าไปดูข้อมูล

236
00:15:37,595 --> 00:15:41,595
ไปคืนเขากับอีกกรณีหนึ่งหยิบค่ะ แล้วกดเข้าไปดู

237
00:15:41,597 --> 00:15:45,519
เข้าไปดูในระบบคอมพิวเตอร์ และเข้าไปดู

238
00:15:45,598 --> 00:15:49,519
ว่าเป็นของใคร

239
00:15:49,600 --> 00:15:53,519
พอเราพบแล้ว ว่ามันเป็นของอ้นนี่

240
00:15:53,600 --> 00:15:57,600
ที่ 2 (ล่าม) หาเจ้าของค่ะ หาเจ้าของเป็น

241
00:15:57,601 --> 00:16:01,519
เพื่อนเรา เราก็เอาโทรศัพท์เครื่องนั้

242
00:16:01,602 --> 00:16:05,530
ไปคืนอ้น ถามว่ายังมี

243
00:16:05,604 --> 00:16:09,519
ผิดตามกฎหมายนี้อยู่ไหมคะ

244
00:16:09,606 --> 00:16:13,606
ผิดหรือไม่ผิดคะ

245
00:16:13,607 --> 00:16:17,519
มันเป็นความผิดแล้วหรือยัง

246
00:16:17,608 --> 00:16:21,519
โจโจ้เก็บได้

247
00:16:21,610 --> 00:16:25,519
โจโจ้เก็บได้ แล้วโจโจ้ก็เข้ามือถือ

248
00:16:25,610 --> 00:16:29,610
เอาโทรศัพท์เครื่องนี้ไปคืนเพื่อน หนูบอกว่ามันเป็นเจตนาดี

249
00:16:29,611 --> 00:16:33,519
เขา เข้าไปดูข้อมูล เข้าไปดูเบอร์โทร

250
00:16:33,612 --> 00:16:37,519
เพื่อที่จะได้รู้ว่า โทรศัพท์เครื่องนี้เป็นของใคร

251
00:16:37,624 --> 00:16:41,519
เป็นของใคร โจ้ก็เอาไปคืนเพื่อน

252
00:16:41,625 --> 00:16:45,625
ผิดไหมลูก

253
00:16:45,626 --> 00:16:49,519
ถามว่าเป็นความผิดไหม

254
00:16:49,628 --> 00:16:53,519
ผิดไหมคะ โจ้

255
00:16:53,630 --> 00:16:57,520

256
00:16:57,630 --> 00:17:01,630
เดี๋ยวยังอยู่กรณีนี้อยู่นะ

257
00:17:01,630 --> 00:17:05,519

258
00:17:05,634 --> 00:17:09,519
(ล่าม) ก็ยังผิดอยู่นะครับ (อาจารย์) แสดง

259
00:17:09,636 --> 00:17:13,519
ว่าต่อไปนี้เราเจอโทรศัพท์ใครเราก็ไม่กล้าหยิบเลยสิ

260
00:17:13,636 --> 00:17:17,636
เห็นโทรศัพท์ตกอยู่ไปเก็บอยากจะเอาไปคืนเขา

261
00:17:17,637 --> 00:17:21,519
เพราะเรากลัวความผิด

262
00:17:21,638 --> 00:17:25,519
แต่โจ้มีเจตนาอย่างไรลูก

263
00:17:25,638 --> 00:17:29,519
โจ้เก็บโทรศัพท์เขามาดู

264
00:17:29,640 --> 00:17:33,640
ยังไงหนูก็มองว่า ถึงเรามีเจตนาดี

265
00:17:33,641 --> 00:17:37,519
โจ้มีเจตนาดีไหมคะ

266
00:17:37,654 --> 00:17:41,519
โจ้

267
00:17:41,655 --> 00:17:45,519
อยากจะเอาของ คือโทรศัพท์ไปคืนเพื่อน

268
00:17:45,655 --> 00:17:49,655
ช่วยเพื่อนไหมเอ่ย หรือว่ามีใครมีความเห็นต่าง

269
00:17:49,656 --> 00:17:53,519
กับอีกอันหนึ่ง

270
00:17:53,657 --> 00:17:57,519
โจ้เห็นโทรศัพท์อยู่ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาใส่กระเป๋าตัวเอง

271
00:17:57,658 --> 00:18:01,519
อันนี้เจตนาดีหรือไม่ดี

272
00:18:01,659 --> 00:18:05,659
29 ลูก

273
00:18:05,661 --> 00:18:09,519

274
00:18:09,661 --> 00:18:13,519
โจ้ ตอบหน่อยสิลูก (ล่าม) ใช่ ๆ

275
00:18:13,666 --> 00:18:17,519
อันนี้คิดไม่ดีครับ (อาจารย์)

276
00:18:17,675 --> 00:18:21,675
อ่าวหรอคะ เอา 28 ก็ได้นะ อยุ่ใกล้กัน

277
00:18:21,676 --> 00:18:25,519
แสดงว่าอะไร ไหน เดี๋ยว

278
00:18:25,676 --> 00:18:29,519
หมายเลขอื่นช่วยหน่อยค่ะ

279
00:18:29,678 --> 00:18:33,519
ตอนนี้อยากให้เด็กหูฯ

280
00:18:33,678 --> 00:18:37,678

281
00:18:37,680 --> 00:18:41,519
กำลังมองว่ามีหมายเลขอะไรบ้าง

282
00:18:41,682 --> 00:18:45,519
12

283
00:18:45,682 --> 00:18:49,519
เด็กหูฯ ใช่ไหมคะ 12

284
00:18:49,683 --> 00:18:53,683
เข้าได้ไหมเอ่ย โอ.เค.

285
00:18:53,685 --> 00:18:57,519
เมื่อกี้

286
00:18:57,686 --> 00:19:01,519
ที่อาจารย์ถามว่า ถ้า

287
00:19:01,688 --> 00:19:05,519
เราเห็นโทรศัพท์ตกอยู่นะคะ

288
00:19:05,691 --> 00:19:09,691
หล่อจริง เข้าใจไหมคะเมื่อกี้ หรือยังไม่ได้ดู

289
00:19:09,691 --> 00:19:13,519
กรณีแรก หยิบเข้ามาเข้าสู่ระบบ

290
00:19:13,693 --> 00:19:17,519
คอมพิวเตอร์ เพื่อที่จะหาเจ้าของ และเพื่อ

291
00:19:17,700 --> 00:19:21,519
เอาโทรศัพท์นี้ไปคืนเขา กับอีกกรณีหนึ่ง

292
00:19:21,700 --> 00:19:25,700
กดเข้าสู่มือถือนี้น่ะค่ะ

293
00:19:25,702 --> 00:19:29,519
หยิบขึ้นมา แล้วก็กดค่ะ เข้าไป

294
00:19:29,703 --> 00:19:33,519
ดูว่าเป็นของใครก็จริง แต่เก็บเข้ากระเป๋าตัวเอง

295
00:19:33,707 --> 00:19:37,519
อันไหนเจตนาดี

296
00:19:37,708 --> 00:19:41,708
ที่อยากจะเอาไปคืนเจ้าของนะคะ แต่ถ้าเราเอาโทรศัพท์

297
00:19:41,708 --> 00:19:45,519
กรณีแรกหรือกรณีที่ 2

298
00:19:45,710 --> 00:19:49,519
(ล่าม) หาเจ้าของค่ะ

299
00:19:49,711 --> 00:19:53,519
หาเจ้าของ เป็นเจตนาดีค่ะ (อาจารย์) แสดงว่าการหาเจ้าของ

300
00:19:53,712 --> 00:19:57,712
(ล่าม) เดี๋ยวเจ้าของเขาโทรมาเราก็คุยแล้วเอาไปคืน

301
00:19:57,712 --> 00:20:01,519
และถามว่า ถ้าเราเอาโทรศัพท์เขากดเข้าไปดู

302
00:20:01,713 --> 00:20:05,519
ผิดหรือไม่ผิด

303
00:20:05,715 --> 00:20:09,519
ผิดหรือไม่ผิดคะ

304
00:20:09,716 --> 00:20:13,716
โทรมาเอง กลัวความผิดใช่ไหม จริง ๆ อยากคืนอยู่

305
00:20:13,717 --> 00:20:17,519

306
00:20:17,732 --> 00:20:21,519
เมื่อกี้หนูบอกว่า เห็นโทรศัพท์ตกอยู่

307
00:20:21,732 --> 00:20:25,519
หนูอยากจะเอาโทรศัพท์เครื่องนี้ไปคืนเพื่อน

308
00:20:25,733 --> 00:20:29,733
(ล่าม) ใช่ ๆ

309
00:20:29,733 --> 00:20:33,519
หนูบอกมันเป็นเจตนาดี หนู

310
00:20:33,734 --> 00:20:37,519
กดโทรศัพท์เข้าดู โดยที่เจ้าของเขาก็ไม่รู้หร ก

311
00:20:37,735 --> 00:20:41,519
อย่างนี้ ถามว่าผิดหรือไม่ผิด

312
00:20:41,736 --> 00:20:45,736
อยากจะตอบไหมคะ อาจารย์ถามเด็กหูหลายคนแล้ว ช่วยเพื่อนหน่อย

313
00:20:45,737 --> 00:20:49,519

314
00:20:49,739 --> 00:20:53,520
ผิดไหมลูก

315
00:20:53,740 --> 00:20:57,520

316
00:20:57,742 --> 00:21:01,742
ค้าง 9 ค่ะ

317
00:21:01,743 --> 00:21:05,520
ผิดค่ะ

318
00:21:05,745 --> 00:21:09,520

319
00:21:09,745 --> 00:21:13,519
(อาจารย์) เดี๋ยวยังอยู่กรณีนี้อยู่นะคะ

320
00:21:13,746 --> 00:21:17,746
ไม

321
00:21:17,747 --> 00:21:21,520
ใครอยาจะช่วยเพื่อนตอบ 13

322
00:21:21,748 --> 00:21:25,519
หนูเห็นว่าอย่างไร ผิดหรือไม่ผิด

323
00:21:25,749 --> 00:21:29,519

324
00:21:29,749 --> 00:21:33,749
มีความคิดที่แตกต่างหรือเหมือนกันไหม มีใครเปิดแล้วคะ

325
00:21:33,750 --> 00:21:37,520
เห็นโทรศัพท์ตกอยู่ ไปเก็บ แต่จำเป็น

326
00:21:37,759 --> 00:21:41,520
ที่จะต้องกดเข้าไปดูค่ะ ว่าเป็นของใคร

327
00:21:41,759 --> 00:21:45,520
เข้าไปดูเอง เป็นการกระทำที่ผิดค่ะ (อาจารย์)

328
00:21:45,759 --> 00:21:49,759

329
00:21:49,759 --> 00:21:53,519
อย่างไรหนูก็ยังมองว่า

330
00:21:53,760 --> 00:21:57,520
ถึงเรามีเจตนาดี แต่ก็ยังผิดอยู่ดี

331
00:21:57,771 --> 00:22:01,519
อย่างนี้ถูกต้องไหมคะ (ล่าม)

332
00:22:01,772 --> 00:22:05,772
11 ไหนช่วยตอบหน่อยสิลูก

333
00:22:05,774 --> 00:22:09,519
ใช่ค่ะ มีใครอยากตอบ

334
00:22:09,774 --> 00:22:13,520
ช่วยเพื่อนไหมเอ่ย หรือว่าใคร

335
00:22:13,775 --> 00:22:17,520
มีใครมีความเห็นต่าง จากกรณที่เพื่อนอธิบาย

336
00:22:17,776 --> 00:22:21,776
สรุปอย่างอย่างไร หนูเห็นว่าอย่างไร หนูมีเจตนาคืน

337
00:22:21,778 --> 00:22:25,520
มีไหมคะ

338
00:22:25,779 --> 00:22:29,520

339
00:22:29,780 --> 00:22:33,520
29 ลูก

340
00:22:33,780 --> 00:22:37,780
ผิดครึ่งหนึ่งไม่ผิดครึ่งหนึ่ง

341
00:22:37,782 --> 00:22:41,520

342
00:22:41,782 --> 00:22:45,520
คอมฯ ไม่ขึ้นหรือคะ ค้างหรือคะ

343
00:22:45,783 --> 00:22:49,520
อะไรนะ เพื่อนไม่เปิด

344
00:22:49,784 --> 00:22:53,784
แบบไม่มีสิทธิ มีคนอื่นอยากแชร์ไหมคะ

345
00:22:53,785 --> 00:22:57,520
หรือคะ

346
00:22:57,786 --> 00:23:01,520

347
00:23:01,787 --> 00:23:05,520
อ๋อ เอา 28 ก็ได้นะ อยู่ใกล้กัน

348
00:23:05,793 --> 00:23:09,793
จริง ๆ คือ อยากให้แชร์ก่อนไง อ้นคะ

349
00:23:09,794 --> 00:23:13,520
ขึ้นไหมคะ มันค้าง

350
00:23:13,796 --> 00:23:17,520
น่ะค่ะ

351
00:23:17,797 --> 00:23:21,520

352
00:23:21,798 --> 00:23:25,798
เพื่อนอะไร อ้นนี่หมายเลขอะไรลูก ของอ้นเปิดไม่ได้

353
00:23:25,799 --> 00:23:29,520

354
00:23:29,800 --> 00:23:33,520

355
00:23:33,800 --> 00:23:37,520
เข้าได้ไหมคะ

356
00:23:37,801 --> 00:23:41,801

357
00:23:41,801 --> 00:23:45,520
เอ่ย โอ.เค.

358
00:23:45,805 --> 00:23:49,520
เปิดแมสก์ไหมลูก

359
00:23:49,807 --> 00:23:53,520
จะได้เห็นหน้าหล่อ ๆ หน่อย

360
00:23:53,808 --> 00:23:57,808
นะคะ เห็นโทรศัพท์ มันตกอยู่ทีพื้นถ้าเราไปหยิบขึ้นมานะคะ

361
00:23:57,809 --> 00:24:01,520
หล่อจริง

362
00:24:01,810 --> 00:24:05,520
เข้าใจไหมคะ เมื่อกี้ หรือยังไม่ได้ดู

363
00:24:05,812 --> 00:24:09,520
ก็คือถ้าเราเห็นโทรศัพท์เพื่อนตกอยู่ แต่

364
00:24:09,812 --> 00:24:13,812
เครื่องนี้ไปคืนเจ้าของจริง ๆ แม้ว่าในตัวกฎหมายนี่ เขาจะเขียนไว้เลย

365
00:24:13,813 --> 00:24:17,520
เรามีเจตนาดี ที่จะเอาโทรศัพท์ไปคืนเขา

366
00:24:17,814 --> 00:24:21,520
ก็ต้องมีความจำเป็นต้องกดเข้าสู่มือถือ

367
00:24:21,814 --> 00:24:25,520
นี่ค่ะ เข้าไปดูว่ามันเป็นของใคร มีเบอร์โทร.

368
00:24:25,816 --> 00:24:29,816
เข้าถึงโดยมิชอบ คำว่า "โดยมิชอบ" คือโดยไม่ถูกกฎหมยา

369
00:24:29,817 --> 00:24:33,520
มีรูปไหม อย่างนี้ถามว่าผิดไหม

370
00:24:33,818 --> 00:24:37,520

371
00:24:37,819 --> 00:24:41,520
แต่เรามีเจตนาที่อยากจะเอาไปคืนเจ้าของเขานะ

372
00:24:41,819 --> 00:24:45,819
ของบุคคลอื่น โดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุก

373
00:24:45,821 --> 00:24:49,522
แต่ถ้าเราเอาโทรศัพท์ขึ้นมาดูเฉย ๆ

374
00:24:49,822 --> 00:24:53,520
ก็คงไม่รู้ล่ะว่ามันเป็นของใคร (ล่าม)

375
00:24:53,822 --> 00:24:57,521
เขาบอกว่าผิดครับ เขาบอกว่าเจ้าของก็โทรฯ มา

376
00:24:57,823 --> 00:25:01,823
มันมีโทษ แล้วเราเข้าระบบคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่นมันมีความผิดแน่นอน

377
00:25:01,825 --> 00:25:05,520
เดี๋ยวเจ้าของเขาโทร. มาเดี๋ยวเรา

378
00:25:05,825 --> 00:25:09,520
คุยกัน แล้วเราค่อยเอาไปให้เขาก็ได้ครับ

379
00:25:09,826 --> 00:25:13,520
โอ.เค. แสดงว่า

380
00:25:13,826 --> 00:25:17,826
แต่จริง ๆ แล้วกฎหมายนี่มันมีองค์ประกอบ

381
00:25:17,827 --> 00:25:21,520
เราแสดงว่า เราไม่อยากจะเข้าโทรศัพท์เลย คือ

382
00:25:21,830 --> 00:25:25,520
วางไว้เฉย ๆ เดี๋ยวเจ้าของเขาก็โทร. มาเอง

383
00:25:25,830 --> 00:25:29,520
กลัวความผิด ใช่ไหม จริง ๆ

384
00:25:29,830 --> 00:25:33,830
เราเป็นบุคคลอื่น ก็คือผู้ใด มีการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์

385
00:25:33,831 --> 00:25:37,522
อยากคืนอยู่ แต่เราไม่กล้าที่จะเข้า

386
00:25:37,831 --> 00:25:41,521
แล้วก็รอให้เจ้าของโทรศัพท์มา

387
00:25:41,841 --> 00:25:45,521

388
00:25:45,841 --> 00:25:49,841
นี้ว่า ครบองค์ประกอบภายนอก ครบหมดเลยค่ะ

389
00:25:49,842 --> 00:25:53,520
(ล่าม) ใช่ ๆ กลัวครับ

390
00:25:53,843 --> 00:25:57,520
(อาจารย์)

391
00:25:57,843 --> 00:26:01,521
อาจารย์ว่า เด็กปกติ

392
00:26:01,844 --> 00:26:05,844
มีจิตใจดีไหมคะ เราก็ยังมีจิตใจดีนะคะ

393
00:26:05,845 --> 00:26:09,520
อยากจะแชร์ไหมลูก

394
00:26:09,847 --> 00:26:13,521
หลายคนแล้ว มีไหม ช่วยเพื่อนหน่อย

395
00:26:13,847 --> 00:26:17,521

396
00:26:17,848 --> 00:26:21,848
แต่ขาดองค์ประกอบภายใน เพราะคุณเป็นคนจิตใจดีไง

397
00:26:21,849 --> 00:26:25,520
หมายเลข

398
00:26:25,849 --> 00:26:29,521

399
00:26:29,851 --> 00:26:33,521
ค้าง 9 ค่ะ

400
00:26:33,852 --> 00:26:37,852
ถ้าไม่อย่างงั้นแล้ว ใครอยากจะทำดีล่ะ

401
00:26:37,852 --> 00:26:41,520
ข้างกัน ข้างเพื่อน

402
00:26:41,854 --> 00:26:45,521
หนูได้เปิดคอมฯ ไหม

403
00:26:45,854 --> 00:26:49,521

404
00:26:49,856 --> 00:26:53,856
นึกออกไหมคะ ใครอยากจะทำความดีล่ะ

405
00:26:53,857 --> 00:26:57,520

406
00:26:57,858 --> 00:27:01,520

407
00:27:01,861 --> 00:27:05,521
อ๋อ ไม่คืออาจารย์อยากรู้ว่า

408
00:27:05,862 --> 00:27:09,862
ของเรา ที่จะเป็นความผิดฐานล

409
00:27:09,862 --> 00:27:13,521
จะมีความคิดที่เหมือนกันหรือแตกต่างกันไหม

410
00:27:13,864 --> 00:27:17,521

411
00:27:17,864 --> 00:27:21,521
มีใครเปิดแล้วคะ มีใครเปิดแล้ว

412
00:27:21,866 --> 00:27:25,866
ในเรื่องของเจตนา เราไปมองว่ามันครบ

413
00:27:25,866 --> 00:27:29,521

414
00:27:29,867 --> 00:27:33,521

415
00:27:33,868 --> 00:27:37,521
เปิดหรือยังเอ่ย

416
00:27:37,869 --> 00:27:41,869
นะคะ อาจารย์ถึงเน้นว่าถ้นเรามีเจตนาดีนะ

417
00:27:41,871 --> 00:27:45,521
ยังค้างอยู่เลย

418
00:27:45,872 --> 00:27:49,521
1 อยากตอบไหม 1

419
00:27:49,873 --> 00:27:53,521
ใช่ไหมคะ

420
00:27:53,874 --> 00:27:57,874
เรามีเจตนาที่ดี มันก็ไม่มีความผิด

421
00:27:57,875 --> 00:28:01,521
11

422
00:28:01,876 --> 00:28:05,522
ไหนช่วยตอบหน่อยสิลูก

423
00:28:05,878 --> 00:28:09,521
นี่พูดเคสนี้ไป 3-4 รอบแล้วนะ

424
00:28:09,878 --> 00:28:13,878
ของคนอื่นนะคะ ไป โดยที่เขาไม่รู้ไม่เห็นผู้นั้นมีความผิดฐานรักทรั

425
00:28:13,880 --> 00:28:17,521
สรุปว่าอย่างไร สรุปว่าอย่างไร หนูเห็นว่าอย่างไร

426
00:28:17,891 --> 00:28:21,521
เรามีเจตนาดีที่จะเอาไปคืนล่ะ

427
00:28:21,891 --> 00:28:25,521
แต่มันก็มีความจำเป็นที่จะต้องกดดูน่ะ อย่างนี้ผิดไหม

428
00:28:25,891 --> 00:28:29,891
นักศึกษาก็ โทรศัพท์เพื่อนเรา เราจำได้

429
00:28:29,893 --> 00:28:33,521
เอ๊ะ

430
00:28:33,894 --> 00:28:37,521
ผิดครึ่งหนึ่งไม่ผิดครึ่งหนึ่ง

431
00:28:37,894 --> 00:28:41,521

432
00:28:41,895 --> 00:28:45,895
อยู่ไหนนี่โทรศัพท์เธอ ถามว่าทรัพย์เคลื่อยที่

433
00:28:45,895 --> 00:28:49,521

434
00:28:49,896 --> 00:28:53,521

435
00:28:53,897 --> 00:28:57,521
แบบไม่มีสิทธิ์

436
00:28:57,899 --> 00:29:01,899
เพราะเอาทรัพย์ของบุคคลอื่นไปค่ะ

437
00:29:01,900 --> 00:29:05,521
มีคนอื่นอยากแชร์เพิ่มเติมไหมคะ

438
00:29:05,902 --> 00:29:09,521
ก่อนที่จะเฉลย เฉลยเลย

439
00:29:09,903 --> 00:29:13,521
หนูก็อยากรู้ใช่ไหมคะ

440
00:29:13,919 --> 00:29:17,919
ดี เห็นไหมคะ มันก็จะไม่เป็นความผิด ตามกฎหมายอาฯ

441
00:29:17,920 --> 00:29:21,522
จริง ๆ คือยากให้แชร์กันก่อนไง

442
00:29:21,921 --> 00:29:25,521
อ้นล่ะ อ้นเห็นว่าอย่างไร อ้น

443
00:29:25,921 --> 00:29:29,522

444
00:29:29,924 --> 00:29:33,924
นั่นเอง ดังนั้นประการที่สำคัญที่สุด

445
00:29:33,926 --> 00:29:37,521

446
00:29:37,926 --> 00:29:41,521
เข้าไปเพื่ออะไร อ้นนี่

447
00:29:41,928 --> 00:29:45,521
หมายเลขอะไรลูก

448
00:29:45,929 --> 00:29:49,929
นะคะ เพราะไม่งั้นคนดีก็ไม่มีที่อยู่

449
00:29:49,932 --> 00:29:53,521
อ๋อของอ้นเปิดไม่ได้

450
00:29:53,939 --> 00:29:57,521
(ล่าม) ไม่ได้ยินค่ะ

451
00:29:57,942 --> 00:30:01,521

452
00:30:01,943 --> 00:30:05,943
เข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ มาตราที่ใกล้เคียงกัน เข้าถึงข้อมูลคอมพิวเตอร์

453
00:30:05,944 --> 00:30:09,521

454
00:30:09,946 --> 00:30:13,521
โอ.เค.

455
00:30:13,946 --> 00:30:17,521
นะคะ ถ้าเป็นกรณีเมื่อกี้ที่อาจารย์บอกว่า

456
00:30:17,948 --> 00:30:21,948
แต่มาตรา 7 เข้าถึงอะไรลูก ข้อมูลคอมพิวเตอร์

457
00:30:21,949 --> 00:30:25,534
เห็นโทรศัพท์นะคะ เห็นโทรศัพท์ แล้วมันตก

458
00:30:25,950 --> 00:30:29,521
อยู่ที่พื้นนะคะ ถ้าเราไปหยิบขึ้นมา

459
00:30:29,951 --> 00:30:33,521
นะคะ แล้วเราก็ตัดสินใจ

460
00:30:33,951 --> 00:30:37,951
ลูก ข้อมูลก็คือ โปรแกรมต่าง ๆ

461
00:30:37,952 --> 00:30:41,521
แล้ว ว่าเรามีความตั้งใจ

462
00:30:41,952 --> 00:30:45,521
ที่จะเอาโทรศัพท์เครื่องนี้ไปคืนเจ้าของจริง ๆ

463
00:30:45,962 --> 00:30:49,521
นะคะ แม้ว่าในตัวกฎหมายนี่นะคะ

464
00:30:49,962 --> 00:30:53,962
ทั้งสิ้น ถ้าเรามีการเข้าถึงคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ

465
00:30:53,963 --> 00:30:57,521
เขาจะเขียนไว้เลยว่า เป็นอย่างไรคะ

466
00:30:57,965 --> 00:31:01,521
ถ้าผู้ใดมาตรา 5 นะคะ มาตรา 5

467
00:31:01,966 --> 00:31:05,522
ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบ

468
00:31:05,966 --> 00:31:09,966
เข้าไปดูอย่างนี้นอกจากผิดมาตรา 5 ผิดระบบคอมพิวเตอร์

469
00:31:09,968 --> 00:31:13,521
คำว่า "โดยมิชอบ" ก็คือไม่ถูกกฎหมาย

470
00:31:13,970 --> 00:31:17,522
ใช่ไหมคะ โดยที่บุคคลนั้นไม่ได้อนุญาต

471
00:31:17,970 --> 00:31:21,521
มีการเข้าถึงนะคะ ซึ่งระบบ

472
00:31:21,972 --> 00:31:25,972
นะคะ ส่วนมาตรา 6 นะคะ ผู้ใด นะคะ ผู้ใด

473
00:31:25,973 --> 00:31:29,524
คอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่น

474
00:31:29,974 --> 00:31:33,521
โดยที่ไม่ได้รับอนุญาต จะต้อง

475
00:31:33,976 --> 00:31:37,521
มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน

476
00:31:37,978 --> 00:31:41,978
อะไรพวกนี้ที่เราตั้งค่าไว้ ล่วงรู้แล้ว

477
00:31:41,979 --> 00:31:45,521
หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ พอ

478
00:31:45,980 --> 00:31:49,522
เราเห็นว่ามันโทษ ถ้าเราเข้า

479
00:31:49,981 --> 00:31:53,521
ระบบคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่น โดยที่ไม่ได้รับอนุญาต

480
00:31:53,982 --> 00:31:57,982
มาตรการเข้าถึงล่วงรู้แล้วไปบอกต่อ

481
00:31:57,983 --> 00:32:01,521
มันมีความผิดแน่นอน เราก็เลยตัดสินใจ

482
00:32:01,985 --> 00:32:05,521
ก็ทิ้งโทรศัพท์มันไว้อย่างนั่นล่ะ เดี๋ยวเจ้าของก็ต

483
00:32:05,985 --> 00:32:09,521
แต่จริง ๆ แล้วกฎหมายนี่

484
00:32:09,986 --> 00:32:13,986
ทีนี้อาจารย์มีอีกความหมายหนึ่ง

485
00:32:13,987 --> 00:32:17,521
มันมีองค์ประกอบนะคะ เราเรียกว่า "

486
00:32:17,990 --> 00:32:21,521
องค์ประกอบภายนอก และองค์ประกอบภายใน

487
00:32:21,990 --> 00:32:25,521
แม้ว่าองค์ประกอบภายนอกมันจะครบหมดเลย นักศึกษา

488
00:32:25,990 --> 00:32:29,990
ทำไมถึงเป็นลูก

489
00:32:29,992 --> 00:32:33,521
ดูมาตรา 5 เราเป็นบุคคลอื่น ก็คือผูใด

490
00:32:33,992 --> 00:32:37,521
เรามีการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ค่ะ ก็คือ

491
00:32:37,993 --> 00:32:41,521
มีการกดเข้าไปในระบบมือถือของคนอื่น

492
00:32:41,995 --> 00:32:45,995
แล้วก็เป็นการเชื่อมต่อเคลือข่ายอินเทอร์เน็ต

493
00:32:45,996 --> 00:32:49,521
โดยที่ไม่ได้รับอนุญาตใช่ไหมคะ

494
00:32:50,004 --> 00:32:53,522
เรียกกระบวนการนี้ว่า ครบองค์ประกอบ

495
00:32:54,005 --> 00:32:57,522
ภายนอกนะคะ ครบหมดเลยค่ะ

496
00:32:58,005 --> 00:33:02,005
ตู้กดเงินสดนี่ สิ่งใด บัตรใช่ไหมคะ บัตร

497
00:33:02,007 --> 00:33:05,521
แต่อะไร แต่พอเรามาดูเจตนาภายใ

498
00:33:06,008 --> 00:33:09,521
ที่เรียกว่า "องค์ประกอบภายใน" ภายในจิตใจเร

499
00:33:10,008 --> 00:33:13,521
เป็นคนมีจิตใจดีไหมคะ เรายังมีจิตใจ

500
00:33:14,010 --> 00:33:18,010
เข้าผ่านแอปพลิเคชันได้ แต่วาไอ้ แอปพลิเคชัน

501
00:33:18,010 --> 00:33:21,521
ที่ดีนะ เราก็มีเจตนาที่ดีนะ

502
00:33:22,011 --> 00:33:25,521
ที่อยากจะเอาโทรศัพท์เครื่องนี้ไปคืนเจ้าของ

503
00:33:26,012 --> 00:33:29,522
กฎหมายบอกว่า แม้ว่ามันจะครบองค์ประกอบภายนอก

504
00:33:30,013 --> 00:33:34,013
เอาจำนวนเงินเท่าไรพอเข้าสู่เขาเรียกว่าอะไร ขั้นตอนสุดท้าย

505
00:33:34,014 --> 00:33:37,521
ก็ตาม แต่ขาดองค์ประกอบภายใน

506
00:33:38,015 --> 00:33:41,522
เพราะคุณเป็นคนจิตใจดีไง เพราะคุณมีเจตนาที่

507
00:33:42,016 --> 00:33:45,521
อยากจะเอาไปคืนเจ้าของไง มันก็จะไม่ครบองค์ประกอบ

508
00:33:46,017 --> 00:33:50,017
ตู้ ATM พวกนี้มันเป็นระบบอะไรคะ ระบบคอมพิวเตอร์ใช่ไหมคะ

509
00:33:50,018 --> 00:33:53,521
และการกระทำนั้น ก็จะไม่เป็นความผิดตามมาตรา

510
00:33:54,020 --> 00:33:57,521
5 ค่ะ ถ้าไม่อย่างนั้นแล้ว ใครอยากจะทำดี ถูกต้องไหมลูก

511
00:33:58,020 --> 00:34:01,522
เก็บ

512
00:34:02,021 --> 00:34:06,021
เรากดแล้วเรียบร้อย รหัสมัน

513
00:34:06,023 --> 00:34:09,521
เข้าไปดูมือถือเขา ว่าจะเข้าไปคืนเจ้าของ

514
00:34:10,039 --> 00:34:13,521
ด้วยซ้ำ แต่กลายเป็นว่า เธอมีความผิดนะ แล้ว

515
00:34:14,040 --> 00:34:17,521
ใครอยากจะเก็บนึกออกไหมคะ ใครอยากจะทำความดี

516
00:34:18,041 --> 00:34:22,041
แน่นอนเลย ใช่ไหมคะ ผิดแน่นอนเลย พอเพื่อนรู้เสร็จปั๊บ

517
00:34:22,042 --> 00:34:25,521
นะคะ ดังนั้นกฎหมายก็เลยมองว่า แม้มันจะครบองค์ประกอบ

518
00:34:26,043 --> 00:34:29,521
ภายนอกก็ตาม แต่องค์ประกอบภายในคุณมี

519
00:34:30,045 --> 00:34:33,521
เจตนาที่ดี ไม่ได้มีเจตนาที่จะเอา

520
00:34:34,055 --> 00:34:38,055
ตายตัวใช่ไหมคะ เขาเรียกว่าอะไรบัตรกดเงินสดนี่

521
00:34:38,055 --> 00:34:41,521
ของเขามาเป็นของเรา

522
00:34:42,056 --> 00:34:45,521
นักศึกษาก็จะไม่เป็นความผิดตามมาตรา 5

523
00:34:46,058 --> 00:34:49,522
นะคะ ดังนั้น เมื่อกี้ที่อาจารย์ถามไป

524
00:34:50,058 --> 00:34:54,058
เลขบัตรไว้ หรือเราไม่ได้เขียนเลขบัตรไว้

525
00:34:54,059 --> 00:34:57,522
กับเพื่อน ๆ นี่ ก็ประเด็นเดียวนี่ล่ะ ที่เพื่อน ๆ

526
00:34:58,060 --> 00:35:01,523
น่าจะยังมีความสับสนอยู่ ก็คือเรื่องของเจตนา เรา

527
00:35:02,061 --> 00:35:05,521
มองว่าครบใช่ไหมคะ องค์ประกอบภายนอก

528
00:35:06,062 --> 00:35:10,062
ถามว่าเขาเสียหายไหม เสียหาย คนที่รู้แล้วไปบอกต่อมีความผิด

529
00:35:10,063 --> 00:35:13,521
ก็มันครบหมดแล้ว ก็เราหยิบโทรศัพท์

530
00:35:14,064 --> 00:35:17,522
เขา อย่างนี้ก็ผิดแล้ว แม้ว่าเราอยากจะเอาไปคืนก็ตาม

531
00:35:18,064 --> 00:35:21,521
นะคะ อาจารย์ถึงเน้นว่าถ้าเรามีเจตนาดีนะ

532
00:35:22,064 --> 00:35:26,064
เห็นไหมคะ คนที่รู้แล้วไปบอกต่อ อาจจะรู้แล้วไม่ทำ แต่เป็นคนสนับสนุน

533
00:35:26,066 --> 00:35:29,522
ถ้าเราอยากจะเอาไปคืนเขานะ อันนี้

534
00:35:30,066 --> 00:35:33,521
คือองค์ประกอบภายในค่ะ ดังนั้นต้อง

535
00:35:34,068 --> 00:35:37,521
ดูนะคะว่า แม้ว่าจะครบองค์ประกอบภายนอกก็ตาม สิ่งที่

536
00:35:38,070 --> 00:35:42,070
อันนี้รู้แล้วไปบอกต่อ

537
00:35:42,072 --> 00:35:45,522
เราทำไป เรามีเจตนาที่ดี เราก็จะไม่มีความผิด

538
00:35:46,073 --> 00:35:49,521
นะคะ สมมติว่าเทียบเคียงกฎหมายอาญา

539
00:35:50,075 --> 00:35:53,522
อย่างเช่นนี่ ลักทรัพย์

540
00:35:54,076 --> 00:35:58,076
กดเข้าไปเลย ผิดข้อหาลักทรัพย์ไหม

541
00:35:58,076 --> 00:36:01,522
ลักทรัพย์ก็คือผู้ใดเอาของคนอื่นไป

542
00:36:02,077 --> 00:36:05,522
เอาของของคนอื่นนะคะ ไปโดยที่

543
00:36:06,083 --> 00:36:09,522
เขาไม่รู้ไม่เห็น ผู้นั้นนี่

544
00:36:10,084 --> 00:36:14,084
จริง ๆ แล้วกฎหมาย

545
00:36:14,085 --> 00:36:17,522
มีความผิดฐานลักทรัพย์

546
00:36:18,086 --> 00:36:21,522
ครบองค์ประกอบภายนอก คือ เราเห็นโทรศัพท์ใช่ไหมคะ เห็นโทรศัพท์เพื่อน

547
00:36:22,086 --> 00:36:25,522
วางอยู่ นักศึกษาก็นี่ค่ะ

548
00:36:26,086 --> 00:36:30,086

549
00:36:30,087 --> 00:36:33,522
โทรศัพท์เพื่อนเรา เราจำได้ เคสนี้

550
00:36:34,088 --> 00:36:37,521
สีชมพูหวานแหว

551
00:36:38,091 --> 00:36:41,521
เจตนาที่จะหยิบโทรศัพท์เครื่องนี้ แล้วก็ไปตามหา

552
00:36:42,091 --> 00:36:45,522
โจโจ้ค่ะ โจโจ้อยู่ไหน นี่โทรศัพท์เธอ

553
00:36:46,092 --> 00:36:49,522
ทำให้ทรัพย์เคลื่อนที่ไปจากเดินหรือยัง

554
00:36:50,093 --> 00:36:53,522
เราไปแล้วค่ะ ถ้าเราพิจารณาองค์ประกอบภายนอก

555
00:36:54,097 --> 00:36:57,522
ครบไหม เป็นความผิดฐานลักทรัพย์

556
00:36:58,099 --> 00:37:01,522
ใช่ไหมคะ เพราะเอาทรัพย์ของบุคคลอื่นไปค่ะ

557
00:37:02,100 --> 00:37:05,522
นี่คือองค์ประกอบภายนอก แต่คือ

558
00:37:06,101 --> 00:37:09,522
เจตนาภายใน มีเจตนาอะไรคะ

559
00:37:10,102 --> 00:37:13,522
อยากจะเอาโทรศัพท์เครื่องนี้ไปคืนเพื่อน เจตนา

560
00:37:14,102 --> 00:37:17,522
ดีไหม ดี เห็นไหมคะ

561
00:37:18,104 --> 00:37:21,522
มันก็จะไม่เป็นความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา

562
00:37:22,108 --> 00:37:25,521
คือความผิดฐานลักทรัพย์ แล้วการเข้าข้อมูลใน

563
00:37:26,109 --> 00:37:29,522
ระบบข้อมูล

564
00:37:30,110 --> 00:37:33,522
นั่นเองนะคะ ดังนั้นประการที่สำคัญที่สุด

565
00:37:34,112 --> 00:37:37,522
นะคะ คือ เจตนา ถ้าเรายืนยันว่ามี

566
00:37:38,113 --> 00:37:41,522
เจตนาดีนะคะ ที่ทำไปปนี่ เพราะเรา

567
00:37:42,114 --> 00:37:45,522
เรามีเจตนาดีจริง ๆ กฎหมายก็ทำอะไร

568
00:37:46,124 --> 00:37:49,522
เราไม่ได้นะคะ เพราะไม่อย่างนั้นแล้วน่ะ คนดีก็ไม่มีที่อยู่

569
00:37:50,126 --> 00:37:53,523
ถูกต้องไหมนะคะ ก็กลายเป็นว่า ทำแล้วผิด

570
00:37:54,126 --> 00:37:57,522
จะทำทำไม นะคะ ฉะนั้นเรื่องเจตนา

571
00:37:58,128 --> 00:38:01,522
สำคัญมาก ทีนี้พอมาตรา 5

572
00:38:02,128 --> 00:38:05,522
เข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์

573
00:38:06,129 --> 00:38:09,522
มาตราที่ใกล้เคียงกัน ก็คือ

574
00:38:10,132 --> 00:38:13,522
เข้าถึงข้อมูลคอมพิวเตอร์ คือ

575
00:38:14,134 --> 00:38:17,522
มาตรา 7 การเข้าถึงจะมี 2 มาตรา คือมาตรา 7 เข้าถึง

576
00:38:18,134 --> 00:38:21,522
ถึงระบบคอมพิวเตอร์ แต่มาตรา 7 เข้าถึง

577
00:38:22,136 --> 00:38:25,522
ข้อมูลคอมพิวเตอร์นะคะ ทีนี้มาตรา 7

578
00:38:26,137 --> 00:38:29,522
เรามาขยายความกันหน่อยว่าคืออะไร

579
00:38:30,138 --> 00:38:33,522
ยังจำกันได้อยู่ไหมคะ

580
00:38:34,139 --> 00:38:37,522
ข้อมูลคอมพิวเตอร์ลูก

581
00:38:38,140 --> 00:38:41,522
ข้อมูล ก็คือโปรแกรมต่าง ๆ ใช่ไหมคะ

582
00:38:42,142 --> 00:38:45,522
โปรแกรมคอมพิวเตอร์

583
00:38:46,144 --> 00:38:49,522
นะคะ พวกนี้ ถือว่าเป็นข้อมูล

584
00:38:50,144 --> 00:38:53,522
คอมพิวเตอร์ทั้งสิ้น ดังนั้นถ้าเรามีการเข้าถึง

585
00:38:54,145 --> 00:38:57,522
คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ เสร็จปั๊บ

586
00:38:58,145 --> 00:39:01,522
นะคะ เราก็แอบเข้าไปดูข้อมูลเขา

587
00:39:02,146 --> 00:39:05,522
นะคะ ที่อยู่ในเครื่องนะคะ เขา

588
00:39:06,147 --> 00:39:09,522
มีไฟล์งาน เข้าไปดู อย่างนี้

589
00:39:10,148 --> 00:39:13,522
นอกจากผิดมาตรา 5 คือเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์

590
00:39:14,148 --> 00:39:17,522
แล้วผิดมาตรา 7 คือเข้าสู่อะไรคะ เข้าสู่

591
00:39:18,150 --> 00:39:21,522
ระบบคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่นด้วย จะผิดทั้งมาตรา 5 และ

592
00:39:22,150 --> 00:39:25,522
มาตรา 7 นะคะ ส่วนมาตรา 6 ก็คือ

593
00:39:26,152 --> 00:39:29,522
นะคะ ผู้ใดนะคะ ผู้ใด

594
00:39:30,153 --> 00:39:33,522
ล่วงรู้มาตราการป้

595
00:39:34,153 --> 00:39:37,522
ก็คืออะไรคะ พวก Username Password

596
00:39:38,154 --> 00:39:41,522
นะคะ รหัสลับอะไรอย่างนี้ที่เราตั้งค่าไว้นี่

597
00:39:42,170 --> 00:39:45,522
ล่วงรู้แล้ว ทำอย่างไรต่อนะคะ ล่วงรู้แล้ว

598
00:39:46,170 --> 00:39:49,522
นี่นะคะ ล่วงรู้แล้ว

599
00:39:50,170 --> 00:39:53,522
รู้แล้วไปบอกต่อนะคะ

600
00:39:54,171 --> 00:39:57,522
มาตรา 6 นะคะ มาตราการเข้าถึง ล่วงรู้แล้ว

601
00:39:58,172 --> 00:40:01,522
ต่อค่ะ ไปบอกต่อนะคะ นี่

602
00:40:02,172 --> 00:40:05,522
คอมพิวเตอร์เครื่องนี้นะ มีรหัส 12345

603
00:40:06,172 --> 00:40:09,522
เข้าได้เลย เธอเข้าสิ รหัสนี้

604
00:40:10,174 --> 00:40:13,522
นึกออกไหมคะ ทีนี้อาจารย์มีอีกคำถามหนึ่ง

605
00:40:14,174 --> 00:40:17,522
นะคะ ตู้ ATM

606
00:40:18,175 --> 00:40:21,522
ตู้ ATM นะคะ ตู้ ATM นี่

607
00:40:22,179 --> 00:40:25,522
ถือว่าเป็นระบบ

608
00:40:26,180 --> 00:40:29,522
คอมพิวเตอร์ไหม ทำไมถึงเป็น

609
00:40:30,180 --> 00:40:33,522
ลูก

610
00:40:34,181 --> 00:40:37,522
ใช่ไหมคะ มันมี...

611
00:40:38,183 --> 00:40:41,522
มันมีการ

612
00:40:42,184 --> 00:40:45,522
มันมีโปรแกรมซอฟต์แวร์ แล้วก็เป็นการเชื่อมต่อ

613
00:40:46,185 --> 00:40:49,522
เครือข่ายอินเทอร์เน็ตใช่ไหมคะ เพื่อให้ใช้งานได้

614
00:40:50,187 --> 00:40:53,522
ดังนั้น ตู้ ATM นี่มันก็

615
00:40:54,188 --> 00:40:57,523
เป็นระบบคอมพิวเตอร์ ปรากฎว่าสิ่งไหนจะนำมาใช้

616
00:40:58,188 --> 00:41:01,523
กับตู้เอทีเอ็มคะ ตู้กดเงินสด

617
00:41:02,189 --> 00:41:05,522
นี่ สิ่งใด

618
00:41:06,190 --> 00:41:09,522
บัตรใช่ไหมคะ บัตร อะไรนะ

619
00:41:10,192 --> 00:41:13,522
เดี๋ยวนี้ก็ไม่มีบัตรก็

620
00:41:14,193 --> 00:41:17,522
ทำอย่างไรคะ Access เข้าผ่านแอปพลิเคชัน

621
00:41:18,194 --> 00:41:21,522
ได้นะคะ แต่ว่าแอปพลิเคชันนี่

622
00:41:22,196 --> 00:41:25,522
มันจะส่งสิ่งหนึ่งมาคะ มันจะส่งมาว่า

623
00:41:26,207 --> 00:41:29,522
เรากดเงินแบบไม่ใช้บัตรใช่ไหมคะ แล้ว

624
00:41:30,207 --> 00:41:33,522
กดจำนวนเงินว่าเราจะเอาจำนวนเงินเท่าไร พอเข้าสู่

625
00:41:34,209 --> 00:41:37,523
เขาเรียกว่าอะไร ถึงขั้นตอนสุดท้าย

626
00:41:38,209 --> 00:41:41,522
เขาจะส่งสิ่งหนึ่งมาให้เรา นั่นคือ

627
00:41:42,210 --> 00:41:45,522
Password เพื่อเอาไปเชื่อม

628
00:41:46,212 --> 00:41:49,522
กับตู้เอทีเอ็ม

629
00:41:50,213 --> 00:41:53,522
พวกนี้มันเป็นระบบอะไรคะ

630
00:41:54,213 --> 00:41:57,522
ระบบคอมพิวเตอร์ใช่ไหมคะ  ที่มีการเชื่อมโยงเครือ

631
00:41:58,215 --> 00:42:01,522
ทางอินเทอร์เน็ตหมดเลย ดังนั้นนี่

632
00:42:02,215 --> 00:42:05,522
เรากดแล้วเรียบร้อย รหัส

633
00:42:06,216 --> 00:42:09,522
มันโผล่ขึ้นมา เพื่อนนี่ตาไวกว่าเรา

634
00:42:10,225 --> 00:42:13,522
เพื่อนเห็นปุ๊บทำอย่างไรคะ เห็นปุ๊บ

635
00:42:14,226 --> 00:42:17,523
วิ่งไปกดเดี๋ยวนั้นเลย

636
00:42:18,226 --> 00:42:21,523
ผิดไหม แน่นอนเลย ใช่ไหมคะ อันนี้

637
00:42:22,227 --> 00:42:25,522
ผิดแน่นอนนะคะ แล้วพอเพื่อนรู้เสร็จปั๊บ

638
00:42:26,228 --> 00:42:29,522
บอกต่อเลย นี่ ๆ รหัสมันอย่างนี้นะ

639
00:42:30,242 --> 00:42:33,522
ไปกดต่อเลย ยิ่งถ้าเป็น

640
00:42:34,244 --> 00:42:37,522
รหัสเอทีเอ็มนี่ ตายตัวใช่ไหมคะ รหัสกดเงินสดออนไลน์นี่

641
00:42:38,244 --> 00:42:41,523
เขาเรียกว่าอะไร กดแบบออนไลน์นี่ Password

642
00:42:42,244 --> 00:42:45,522
มันจะเปลี่ยนไปตลอด แต่ถ้าบัตร ATM นี่

643
00:42:46,245 --> 00:42:49,523
เป็นอย่างไรคะ มันตายตัวตลอด

644
00:42:50,251 --> 00:42:53,522
แต่เราเขียนเลขบัตรไว้ หรือเราไม่ได้เขียนเลขบัตรไว้

645
00:42:54,252 --> 00:42:57,522
แต่เพื่อนรู้ ง่ายมากเลย 2 4 ตัว

646
00:42:58,253 --> 00:43:01,523
ใช่ไหมคะ ไปแล้วคะ ไปบอกนาย A ต่อ

647
00:43:02,268 --> 00:43:05,522
ไปบอกนาย ค. ต่อ ไปต่อเรื่อย ๆ

648
00:43:06,268 --> 00:43:09,522
ตัวนี้ถามว่าเขาเสียหายไหม เสียหาย

649
00:43:10,269 --> 00:43:13,522
คนที่รู้แล้วไปบอกต่อ มีความผิด

650
00:43:14,271 --> 00:43:17,522
มาตรา 6 ด้วยนะคะ แล้วคนที่เข้า

651
00:43:18,271 --> 00:43:21,523
ก็มีความผิดนะคะ ทั้งมาตรา 5 และ

652
00:43:22,272 --> 00:43:25,522
มาตรา 7 เห็นไหมคะ คนที่รู้แล้วไปบอกต่อ

653
00:43:26,272 --> 00:43:29,523
นะคะ อาจจะรู้แล้วไม่ทำนะคะ

654
00:43:30,282 --> 00:43:33,522
แต่เป็นคนเหมือนคนสนับสนุน เราได้บัตรมาแล้ว

655
00:43:34,288 --> 00:43:37,522
ยื่นต่อ นี่รหัส 1234 นะ เอาไปกดนะ

656
00:43:38,289 --> 00:43:41,523
อันนี้รู้แล้วไปบอกต่อ ตัวเองนี่มีความผิด

657
00:43:42,290 --> 00:43:45,522
ตามมาตรา 6 ใช่ไหมคะ แล้วคนที่รับไป

658
00:43:46,290 --> 00:43:49,523
ไปกดต่อ ใช่ไหมคะ ได้บัตรแล้วนี่

659
00:43:50,291 --> 00:43:53,522
ได้รหัสแล้วนิ ใช่ไหมคะ ก็ไปที่ตู้เลย ก็

660
00:43:54,293 --> 00:43:57,522
เสียบบัตรกดเข้าไปเลย

661
00:43:58,300 --> 00:44:01,522
ผิดข้อหาลักทรัพย์ไหม คนเอาไปนี่

662
00:44:02,302 --> 00:44:05,522
ถ้าเขาเอาบัตรนี่ ผิดแน่นอนอยู่แล้ว คือ

663
00:44:06,302 --> 00:44:09,522
ตัวการร่วมกันเป็นกระบวนการ

664
00:44:10,303 --> 00:44:13,522
นะคะ จริง ๆ แล้วกฎหมายนี่นะคะ มันก็

665
00:44:14,318 --> 00:44:17,522
ไม่ได้มีแค่ตัว พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์

666
00:44:18,319 --> 00:44:21,522
นะคะ กฎหมายอะไรอื่น ๆ เข้ามาอีก

667
00:44:22,320 --> 00:44:25,522
มันคือยกตัวอย่างให้ฟัง

668
00:44:26,320 --> 00:44:29,523
จะมีความผิดอย่างไรนะคะ แต่ความเป็นจริง

669
00:44:30,321 --> 00:44:33,522
อาจจะมีผิดหลายมาตร หลายกฎหมาย มากกว่านั้

670
00:44:34,322 --> 00:44:37,522
นะคะ ทีนี้นะคะ

671
00:44:38,322 --> 00:44:41,523

672
00:44:42,322 --> 00:44:45,522
ที่อาจารย์เคยบอกว่าอาทิตย์หน้า

673
00:44:46,323 --> 00:44:49,522
อาทิตย์หน้านะคะ อาทิตย์หน้า อาจารย์จะให้นักศึกษา

674
00:44:50,324 --> 00:44:53,522
ได้ลงไปสอบ

675
00:44:54,326 --> 00:44:57,522
ถามใช่ไหมคะ กับคนทั่ว ๆ ไปนะคะ

676
00:44:58,326 --> 00:45:01,522
คุณนี่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ พรบ.

677
00:45:02,326 --> 00:45:05,523
คอมพิวเตอร์มาตรา 5, 6, 7

678
00:45:06,340 --> 00:45:09,522
หรือไม่นะคะ นี่คือไอ้มาตราที่เราได้ศึกษากันไปนี่ค่ะ

679
00:45:10,340 --> 00:45:13,523
มาตรา 5 6 7 นี่ คุณมีความเข้าใจ

680
00:45:14,342 --> 00:45:17,522
อย่างไรนะคะ อาจารย์ก็เลยอาทิตย์ที่แล้ว

681
00:45:18,343 --> 00:45:21,522
อาจารย์ก็บอกว่าให้นักศึกษาจับคู่กัน

682
00:45:22,343 --> 00:45:25,522
คิดคำถามใช่ไหมคะ ว่าเราจะเอาคำถาม

683
00:45:26,344 --> 00:45:29,522
ไปถามนะคะ ไปถาม

684
00:45:30,344 --> 00:45:33,522
คนทั่ว ๆ ไปนะคะ ว่าคุณมีความรู้ความเข้าใจ

685
00:45:34,346 --> 00:45:37,522
นะคะ ในมาตรา 5, 6, 7 หรือไม่

686
00:45:38,346 --> 00:45:41,524
ทีนี้นี่อาจารย์ก็เลยลองทำมาดู

687
00:45:42,347 --> 00:45:45,523
ลองดูนะคะ ว่ามันจะใช้ได้ไหม

688
00:45:46,347 --> 00:45:49,522
เดี๋ยวเปิดให้ดูนะคะ

689
00:45:50,347 --> 00:45:53,523
อุ๋ยคะ

690
00:45:54,348 --> 00:45:57,523
ถ้าเราจะ... เรามีนี่ค่ะ

691
00:45:58,349 --> 00:46:01,523
ค่ะ จะปิ้ง

692
00:46:02,351 --> 00:46:05,522
ปิ้งตัวนี้

693
00:46:06,352 --> 00:46:09,523

694
00:46:10,354 --> 00:46:13,522

695
00:46:14,355 --> 00:46:17,522

696
00:46:18,357 --> 00:46:21,522

697
00:46:22,359 --> 00:46:25,522
ต้องคำสั่งตัวนี้

698
00:46:26,360 --> 00:46:29,522

699
00:46:30,361 --> 00:46:33,522

700
00:46:34,363 --> 00:46:37,522

701
00:46:38,365 --> 00:46:41,522

702
00:46:42,366 --> 00:46:45,522

703
00:46:46,367 --> 00:46:49,523
ได้ไหมคะ

704
00:46:50,368 --> 00:46:53,523
ใครยังมีข้อสงสัยมาตรา 5, 6, 7

705
00:46:54,370 --> 00:46:57,523
ใครยังไม่ไดเข้าใจประเด็นไหนไหม

706
00:46:58,371 --> 00:47:01,522
อยากให้อาจารย์อธิบายเพิ่มเติมหรือเปล่า

707
00:47:02,372 --> 00:47:05,522
คุยกันเป็นรายคนก็ได้นะคะ

708
00:47:06,372 --> 00:47:09,523
ถามอาจารย์เลย

709
00:47:10,373 --> 00:47:13,523

710
00:47:14,374 --> 00:47:17,522

711
00:47:18,376 --> 00:47:21,523
ได้ไหมเอ่ย

712
00:47:22,377 --> 00:47:25,522
เข้าใจไหมเอ่ย 5, 6, 7

713
00:47:26,377 --> 00:47:29,522
พอไหวไหม

714
00:47:30,379 --> 00:47:33,522
เพราะว่าเดี๋ยวหนูจะต้องไปถามเข้านะ

715
00:47:34,381 --> 00:47:37,522
ว่าคุณเข้าใจไหม มาตรา 5 6 7 เรานี่

716
00:47:38,381 --> 00:47:41,522
คุณเข้าใจ

717
00:47:42,382 --> 00:47:45,522
เรื่องการเข้าถึงไหม คุณเข้าใจระบบคอมพิวเตอร์ไหม

718
00:47:46,382 --> 00:47:49,522
คุณเข้าใจข้อมูลคอมพิวเตอร์ไหม นี่คือสิ่งที่หนู

719
00:47:50,392 --> 00:47:53,522

720
00:47:54,393 --> 00:47:57,522
โอ.เค.

721
00:47:58,395 --> 00:48:01,522
นี่นะคะ อาจารย์ทำตัวอย่าง

722
00:48:02,395 --> 00:48:05,522
อาจารย์ แบ่

723
00:48:06,395 --> 00:48:09,522
คือการวัดความเข้าใจ แล้วก็วัดความรู้

724
00:48:10,405 --> 00:48:13,522
อันนี้เป็นตัวอย่างที่อาจารย์ทำมาให้พวกคุณดู

725
00:48:14,406 --> 00:48:17,522
นะคะ

726
00:48:18,407 --> 00:48:21,522

727
00:48:22,408 --> 00:48:25,522

728
00:48:26,410 --> 00:48:29,522
ค่ะ เดี๋ยว

729
00:48:30,411 --> 00:48:33,523
เดี๋ยวมันมืดไปหน่อย

730
00:48:34,412 --> 00:48:37,522
ได้ไหม

731
00:48:38,414 --> 00:48:41,522
พี่ล่ามเห็นไหมคะ เห็นนะคะ

732
00:48:42,416 --> 00:48:45,522

733
00:48:46,419 --> 00:48:49,522
วัดความเข้าใจนะคะ วัดความเข้าใจใน

734
00:48:50,419 --> 00:48:53,522
มาตรา 5 6 7 กับประชาชนทั่วไปนี่ เราจะใช้คำถาม

735
00:48:54,421 --> 00:48:57,523
ไหน ในการวัดนะคะ อย่างแรกอาจารย์

736
00:48:58,421 --> 00:49:01,523
ลองถามเขาก่อนว่า

737
00:49:02,423 --> 00:49:05,522
ท่านเข้าใจระบบคอมพิวเตอร์หรือไม่

738
00:49:06,424 --> 00:49:09,522
นะคะ ก็คือคอมพิวเตอร์

739
00:49:10,425 --> 00:49:13,522
เหมือนเมื่อกี้ที่อาจารย์ถามเรา ว่าระบบคอมพิวเตอร์คืออะไร

740
00:49:14,426 --> 00:49:17,522
ใช่ไหมคะ ถ้าเราถามเขาว่าระบบคอมพิวเตอร์คืออะไร

741
00:49:18,426 --> 00:49:21,522
มันจะเป็นลักษณะของการอธิบายเลย แล้วบางคน

742
00:49:22,428 --> 00:49:25,523
อาจจะตอบยาก ถ้าใครไม่ได้เรีย

743
00:49:26,429 --> 00:49:29,522
คอมพิวเตอร์มาก็จะไม่เข้าใจว่า ไอ้ตัวคอมพิวเตอร์ System

744
00:49:30,430 --> 00:49:33,523
นี่ มันคืออะไรนะคะ ดังนั้น นักศึกษา

745
00:49:34,430 --> 00:49:37,522
อาจจะถามตัวนี้ค่ะ ท่านเข้าใจ

746
00:49:38,430 --> 00:49:41,523
ระบบคอมพิวเตอร์หรือไหม 5 4 3 2 1

747
00:49:42,432 --> 00:49:45,522
ถ้าเขาเข้าใจก็จะติ้กที่ 5 ถ้าเขา

748
00:49:46,432 --> 00:49:49,522
ไม่เข้าใจเขาก็จะไปติ๊กที่น้อยที่สุดเลย คือ 1

749
00:49:50,433 --> 00:49:53,522
นะคะ อันนี้คือวัดความเข้าใจเขา

750
00:49:54,444 --> 00:49:57,523
ในเบื้องต้น พอมาข้อ 2

751
00:49:58,445 --> 00:50:01,523
ท่านเข้าใจการเข้าถึง โดย

752
00:50:02,447 --> 00:50:05,522
มิชอบหรือไม่นะคะ เมื่อกี้ที่อาจารย์อธิบายไป

753
00:50:06,448 --> 00:50:09,523
นะคะ คือการ Access เข้านะคะ

754
00:50:10,449 --> 00:50:13,523
โดยที่บุคคลนั้นไม่ได้อนุญาต

755
00:50:14,450 --> 00:50:17,523
นะคะ คุณถามเขาไปเลยว่า ท่านเข้าใจ

756
00:50:18,450 --> 00:50:21,523
นะคะ ท่านเข้าใจการเข้าถึงโดยมิชอบ

757
00:50:22,451 --> 00:50:25,523
ถ้าเขาเข้าใจก็จะติ๊กที่ 5

758
00:50:26,460 --> 00:50:29,522
เขาก็จะไปติ๊กที่ 1 ถ้าเขา

759
00:50:30,462 --> 00:50:33,522
พอจะเข้าใจบ้าง เขาอาจจะไปที่

760
00:50:34,463 --> 00:50:37,522
3 ตรงกลางไว้ก่อน อย่างนี้

761
00:50:38,464 --> 00:50:41,523
พอข้อ 3 นะคะ เราก็ถามเลยว่า

762
00:50:42,465 --> 00:50:45,522
แล้วตัวท่านเองน่ะ นะคะ คนที่ทำแบบสอบถาม

763
00:50:46,465 --> 00:50:49,522
ท่านเคยเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ของคนอื่น

764
00:50:50,466 --> 00:50:53,522
โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่

765
00:50:54,466 --> 00:50:57,522
เคยไหม นะคะ ถามเขาไปดู

766
00:50:58,467 --> 00:51:01,522
เขาเคยไหมนะคะ ถ้าเขาเคย เขาก็จะวัดประเมินตัวเองว่า

767
00:51:02,478 --> 00:51:05,522
ได้ว่า เคยบ่อยไหม มันก็จะไปที่ 5 3

768
00:51:06,479 --> 00:51:09,523
2, 1 ก็แล้วแต่ 5, 4, 3, 2, 1

769
00:51:10,481 --> 00:51:13,523
นะคะ ข้อ 4 นะคะ

770
00:51:14,481 --> 00:51:17,523
ข้อ 1 นี่มันจะเป็นคอมพิวเตอร์ซิมเตม

771
00:51:18,482 --> 00:51:21,523
ท่านเข้าใจข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือไม่

772
00:51:22,482 --> 00:51:25,522
เห็นไหมที่อาจารย์ถามพวกคุณว่า ระบบ

773
00:51:26,482 --> 00:51:29,523
ข้อมูลคอมพิวเตอร์คืออะไร

774
00:51:30,483 --> 00:51:33,523
คุณรู้ไหม ว่าข้อมูลคอมพิวเตอร์คืออ

775
00:51:34,483 --> 00:51:37,522
เข้าใจหรือเปล่า ถ้าเขาเข้าใจก็จะติ้ก

776
00:51:38,485 --> 00:51:41,522
5, 4, 3, 2, 1, เหมือนกันนะคะ

777
00:51:42,485 --> 00:51:45,523
ข้อ 5 นะคะ ข้อ 5

778
00:51:46,485 --> 00:51:49,522
แล้วท่านเองเคยเข้าถึงข้อมูลค

779
00:51:50,486 --> 00:51:53,523
โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่นะคะ

780
00:51:54,487 --> 00:51:57,523
ช่วง

781
00:51:58,488 --> 00:52:01,523
ข้อ 3 นี่ คือเคยเข้าถึงระบบ ส่วนจข้อ 5 นี่

782
00:52:02,489 --> 00:52:05,522
คือเคยเข้าถึงข้อมูลนะคะ

783
00:52:06,489 --> 00:52:09,523
เคยไหม นะคะ เคยไหม

784
00:52:10,490 --> 00:52:13,523
ข้อ 6 นะคะ  ข้อ 6 ท่านเข้าใจถึง

785
00:52:14,492 --> 00:52:17,522
มาตรการป้องกันการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ที่ผู้อื่น

786
00:52:18,500 --> 00:52:21,522
จัดทำขึ้นเป็นการเฉพาะหรือไม่นะคะ

787
00:52:22,509 --> 00:52:25,523
ตัวนี้ถ้านักศึกษาบอกว่า อาจารย์มันเป็นภาษากฎหมายเกินไป

788
00:52:26,510 --> 00:52:29,522
มันยาก ลองปรับได้นะคะ ลองปรับได้

789
00:52:30,510 --> 00:52:33,522
ตัวนี้ ก็คือท่านเข้าใจถึง

790
00:52:34,510 --> 00:52:37,523
กระบวนการนะคะ Password

791
00:52:38,511 --> 00:52:41,522
รหัส หรือไม่

792
00:52:42,513 --> 00:52:45,522
ท่านเข้าใจไหมนะค ถ้าท่านเข้าใจ

793
00:52:46,513 --> 00:52:49,523
ท่านก็ติ๊กมานะคะ แล้วข้อ 7

794
00:52:50,514 --> 00:52:54,514
ถามต่อว่า แล้วท่านนี่เคย

795
00:52:54,515 --> 00:52:58,515
นำมาตราการเหล่านี้ นำ

796
00:52:58,516 --> 00:53:02,516
Password นี่ไปเผยแพร่ให้คนอื่น

797
00:53:02,516 --> 00:53:06,516
หรือไม่ เคยทำไหม เคยเอา Password

798
00:53:06,517 --> 00:53:10,517
ของคนอื่นไปบอกต่อไหม ในทางที่ทำให้เขาเสียหาย

799
00:53:10,518 --> 00:53:14,518
นะคะ มันก็จะเป็นข้อ 7 นะคะ

800
00:53:14,518 --> 00:53:18,518
ทีนี้

801
00:53:18,519 --> 00:53:22,519
นักศึกษาดูสิว่ามันครบ

802
00:53:22,520 --> 00:53:26,520
ทุกมาตราไหมคะ 5 6 7 ไหม ครบไหม

803
00:53:26,522 --> 00:53:30,522

804
00:53:30,522 --> 00:53:34,522
อันไหนที่เป็นการถาม เป็นคำถาม

805
00:53:34,525 --> 00:53:38,522
ของมาตรา 5

806
00:53:38,527 --> 00:53:42,522
หมายเลข 13

807
00:53:42,538 --> 00:53:46,523
ซ้ำ

808
00:53:46,541 --> 00:53:50,525
อันเดิมแล้วนี่ ถามไปแล้ว ไม่เป็นไร หมายเลข 13 ลูก

809
00:53:50,542 --> 00:53:54,522
หนูสะกิดเพื่อนหน่อย

810
00:53:54,543 --> 00:53:58,523

811
00:53:58,546 --> 00:54:02,523
คำถามข้อไหน คำถามข้อไหนคะ

812
00:54:02,546 --> 00:54:06,522
ที่สื่อถึงมาตรา 5

813
00:54:06,547 --> 00:54:10,522
ที่เป็นความผิดตามมาตรา 5

814
00:54:10,548 --> 00:54:14,523
ข้อไหนลูก

815
00:54:14,549 --> 00:54:18,522
คำถามข้อไหนคะ

816
00:54:18,550 --> 00:54:22,522
มาตรา 5 เป็นเรื่องอะไร

817
00:54:22,551 --> 00:54:26,523
มาตรา 5 เป็นเรื่องอะไร

818
00:54:26,551 --> 00:54:30,522
จำได้ไหม

819
00:54:30,552 --> 00:54:34,522
เข้าถึงอะไรลูก มาตรา 5

820
00:54:34,554 --> 00:54:38,522

821
00:54:38,554 --> 00:54:42,522

822
00:54:42,556 --> 00:54:46,522

823
00:54:46,557 --> 00:54:50,522
เข้าถึง

824
00:54:50,558 --> 00:54:54,522
อะไรคะ ใครตอบได้ มาตรา...

825
00:54:54,559 --> 00:54:58,522

826
00:54:58,559 --> 00:55:02,522
หมายเลข 8 ตอบได้ไหมลูก

827
00:55:02,559 --> 00:55:06,522

828
00:55:06,559 --> 00:55:10,522
(ล่าม) ข้อ 3 หรือเปล่าคะ

829
00:55:10,559 --> 00:55:14,522
(อาจารย์) ค่ะ ถามเขาว่าข้อไหน

830
00:55:14,561 --> 00:55:18,522
ที่มันเข้ากับ ที่มันตรงกับ

831
00:55:18,562 --> 00:55:22,522
มาตรา 5 มันเป็นเรื่องอะไร

832
00:55:22,564 --> 00:55:26,522
หนูจำได้ไหม

833
00:55:26,564 --> 00:55:30,523
(ล่าม) เขาตอบว่าข้อ 3 น่ะค่ะ (อาจารย์) ข้อ 3

834
00:55:30,564 --> 00:55:34,521
แล้วข้อ 1 ข้อ 2 ล่ะลูก

835
00:55:34,565 --> 00:55:38,522

836
00:55:38,565 --> 00:55:42,523

837
00:55:42,567 --> 00:55:46,522
มาตรา 5

838
00:55:46,567 --> 00:55:50,522
เข้าถึงอะไร มาตรา 5

839
00:55:50,569 --> 00:55:54,522
เข้าถึงอะไรลูก (ล่าม) ข้อ 1 ข้อ 2

840
00:55:54,569 --> 00:55:58,522
ก็เหมือนกันค่ะ (อาจารย์) โอ.เค.

841
00:55:58,570 --> 00:56:02,522
นะคะ 1, 2, 3 นี่ มันเป็นเรื่องของ

842
00:56:02,570 --> 00:56:06,521
ระบบคอมพิวเตอร์ใช่ไหมคะ มันก็จะไปถามความเข้าใจ

843
00:56:06,572 --> 00:56:10,522
ในมาตรา 5 นะคะ

844
00:56:10,573 --> 00:56:14,522
มาตรา ขอโทษ

845
00:56:14,574 --> 00:56:18,522
ข้อ 4, 5 นะคะ

846
00:56:18,575 --> 00:56:22,522
ข้อ 4, 5 จะไปถามความเข้าใจของมาตราอะไร

847
00:56:22,576 --> 00:56:26,522

848
00:56:26,577 --> 00:56:30,522

849
00:56:30,578 --> 00:56:34,522
ข้อ 4 ข้อ 5

850
00:56:34,579 --> 00:56:38,522
ถามความเข้าใจของมาตราอะไรลูก

851
00:56:38,580 --> 00:56:42,521
มาตราอะไรคะ

852
00:56:42,581 --> 00:56:46,522

853
00:56:46,582 --> 00:56:50,523
มาตราอะไร

854
00:56:50,583 --> 00:56:54,522

855
00:56:54,584 --> 00:56:58,521

856
00:56:58,584 --> 00:57:02,521

857
00:57:02,586 --> 00:57:06,521

858
00:57:06,586 --> 00:57:10,521
(ล่าม) มาตรา 7 หรือเปล่าครับ (อาจารย์) โอ.เค. เก่งมาก

859
00:57:10,586 --> 00:57:14,521

860
00:57:14,587 --> 00:57:18,521
ข้อ 4 ข้อ 5 จะไปถาม

861
00:57:18,588 --> 00:57:22,521
ความเข้าใจของมาตรา 7 นะคะ ข้อ 6

862
00:57:22,589 --> 00:57:26,521
ข้อ 7 จะไปถามความเข้าใจมาตรา 6

863
00:57:26,590 --> 00:57:30,521
นะคะ โอ.เค. นะคะ

864
00:57:30,591 --> 00:57:34,522
คือตัวคำถามน่ะ มันจะต้องไปสื่อ

865
00:57:34,592 --> 00:57:38,521
กับตัวกฎหมายที่เรากำลังจะไปถามเขา

866
00:57:38,593 --> 00:57:42,521
ว่าคุณเข้าใจมาตรา 5 มาตรา 6 มาตรา 7

867
00:57:42,594 --> 00:57:46,521
ไหม ใช่ไหมคะ เราก็จำเป็นที่จะต้องเอาเนื้อหา

868
00:57:46,595 --> 00:57:50,522
ของตัวมาตรา 5, 6, 7

869
00:57:50,597 --> 00:57:54,521
นะคะ อันนี้คืออาจารย์ยกตัวอย่าง

870
00:57:54,597 --> 00:57:58,521
แต่ถ้านักศึกษามองว่าอาจารย์ใช้ภาษาที่มันยากเกินไป

871
00:57:58,598 --> 00:58:02,522
คุณสามารถปรับให้มันเป็นภาษง

872
00:58:02,599 --> 00:58:06,521
ง่าย ๆ ก็ได้นะคะ ตัวนี

873
00:58:06,602 --> 00:58:10,521
อาจารย์เอามาเป็นภาษา ถ้อยคำของ

874
00:58:10,603 --> 00:58:14,521
กฎหมาย เวลาอ่านบ้างคนเขาอ่าน

875
00:58:14,603 --> 00:58:18,521
ไม่เข้าใจ มันคืออะไร นักศึกษาอาจจะไปทำให้มันง่ายขึ้นก็ได้

876
00:58:18,608 --> 00:58:22,521

877
00:58:22,608 --> 00:58:26,521
น่ะ นะคะ อ่านแล้วเข้าใจน่ะ

878
00:58:26,610 --> 00:58:30,521
นะคะ นี่คือวัดความเข้าใจ วัดความเข้าใจว่า

879
00:58:30,612 --> 00:58:34,521
นะคะ ในข้อมูลคอมพิวเตอร์

880
00:58:34,612 --> 00:58:38,521
ก็ดีหรือว่าการเอาข้อมูลคนอื่น ๆ ไปเผยแพร่

881
00:58:38,613 --> 00:58:42,523
นะคะ คุณเข้าใจหรือเปล่านะคะ

882
00:58:42,614 --> 00:58:46,521
กระบวนการพวกนี้ ทีนี้วัดความรู้

883
00:58:46,615 --> 00:58:50,521
วัดความรู้จะวัดความรู้อย่างไร ว่าเขารู้หรือไม่

884
00:58:50,626 --> 00:58:54,521
ว่ากฎหมาย พรบ. คอมพิวเตอร์ มาตรา 5, 6 q

885
00:58:54,641 --> 00:58:58,521
นะคะ มันเป็นความผิดอย่างไร

886
00:58:58,641 --> 00:59:02,521
นะคะ ตัววัดความรู้นะคะ วัดความร

887
00:59:02,642 --> 00:59:06,521
วัดว่าเขามีความรู้ไหมนะคะ

888
00:59:06,645 --> 00:59:10,521

889
00:59:10,646 --> 00:59:14,521

890
00:59:14,646 --> 00:59:18,521

891
00:59:18,648 --> 00:59:22,521

892
00:59:22,648 --> 00:59:26,521
นะคะ

893
00:59:26,649 --> 00:59:30,520
วัดความรู้ ว่า

894
00:59:30,649 --> 00:59:34,521
สิ่งที่เขาเห็นนะคะ ในตัวข้อเท็จจริงอะไร

895
00:59:34,651 --> 00:59:38,521
ลองวิเคราะห์สิว่า มันเป็นความผิด

896
00:59:38,661 --> 00:59:42,521
ไหมนะคะ เหมือนอย่างที่อาจารย์ยกตัวอย่าง

897
00:59:42,661 --> 00:59:46,521
อะไรต่าง ๆ ตัวนี้วัดความรู้ ไม่ใช่วัด

898
00:59:46,662 --> 00:59:50,521
ความเข้าใจเบื้องต้นแล้ว ว่าคุณเข้าใจไหม

899
00:59:50,663 --> 00:59:54,521

900
00:59:54,666 --> 00:59:58,521

901
00:59:58,666 --> 01:00:02,521

902
01:00:02,668 --> 01:00:06,520
ใหญ่ขึ้นไหมเอ่ย

903
01:00:06,669 --> 01:00:10,520
ข้อ 1 อาจารย์วัดว่าอะไร อาจารย์วัดว่า

904
01:00:10,670 --> 01:00:14,520
คุณทราบไหมนะคะ ว่าพระราชบัญญัติหรือ พรบ.

905
01:00:14,671 --> 01:00:18,521
เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ หรือว่ากฎหมายเกี่ยวกับ

906
01:00:18,673 --> 01:00:22,520
ทางอาญา

907
01:00:22,673 --> 01:00:26,521
คุณรู้ไหม ว่าโทษทางอาญาคืออะไร

908
01:00:26,674 --> 01:00:30,520
ที่อาจารย์ยกตัวอย่างว่ามาตรา 5 มาตรา 6 มาตรา 7

909
01:00:30,675 --> 01:00:34,521
ทำผิดจะได้รับโทษอย่างไรคะ ปรับ

910
01:00:34,676 --> 01:00:38,521
ใช่ไหมคะ จำคุกใช่ไหมคะ หรือทั้งจำทั้งปรับ

911
01:00:38,678 --> 01:00:42,521
นี่คือโทษทางอาญา นี่คือโทษร้ายแรง

912
01:00:42,679 --> 01:00:46,521
ของมัน คุณรู้ไหม คุณรู้ไหม

913
01:00:46,689 --> 01:00:50,520
นะคะ อันนี้คือวัดความรู้

914
01:00:50,699 --> 01:00:54,521
ว่าเขารู้หรือเปล่าว่า กฎหมายคอมพิวเตอร์ ความผิดทางอาญา

915
01:00:54,700 --> 01:00:58,520
นักศึกษาก็ทำได้ 5 4 3 2 1 ถ้าเขารู้

916
01:00:58,700 --> 01:01:02,521
เขาก็จะติ๊ก 5 เลยนะคะ ข้อ 2

917
01:01:02,700 --> 01:01:06,520
นะคะ คุณรู้ไหม ว่ากฎหมายฉบับนี้

918
01:01:06,702 --> 01:01:10,520
ใช้บังคับเฉพาะคนเล่นคอมพิวเตอร์เท่านั้น

919
01:01:10,702 --> 01:01:14,521
ใช่หรือเปล่า บังคับ

920
01:01:14,703 --> 01:01:18,521
เฉพาะคนที่เล่นคอมพิวเตอร์เท่านั้น

921
01:01:18,705 --> 01:01:22,520
ใช่ไหม

922
01:01:22,707 --> 01:01:26,520
ตัวนี้นะคะ นักศึกษาอาจจะทำโปรแกรม Google

923
01:01:26,707 --> 01:01:30,520
ใช่ไหมคะ แล้วก็ตอบรู้ไม่รู้ก็ได้

924
01:01:30,708 --> 01:01:34,520
นะคะ วัดความรู้ว่ารู้ไม่รู้ ใช่ไม่ใช่

925
01:01:34,708 --> 01:01:38,520
นะคะ กฎหมายฉบับนี้

926
01:01:38,709 --> 01:01:42,520
ใช้บังคับเฉพาะคนเล่นคอมพิวเตอร์

927
01:01:42,711 --> 01:01:46,521
ถูกหรือผิด

928
01:01:46,712 --> 01:01:50,520
เมื่อกี้ยังเข้าหน้าไอ้นี่อยู่ ใครดีหนอ

929
01:01:50,714 --> 01:01:54,521
22 นี่

930
01:01:54,715 --> 01:01:58,520
เด็กหูฯ ไหมลูก

931
01:01:58,715 --> 01:02:02,520
ใช่ไหม ค่ะ เพราะว่ายังไม่ได้ถามเลย

932
01:02:02,716 --> 01:02:06,520

933
01:02:06,719 --> 01:02:10,520
กฎหมายฉบับนี้

934
01:02:10,720 --> 01:02:14,520
ก็คือตัว พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ กฎหมายคอมพิวเตอร์นี่

935
01:02:14,720 --> 01:02:18,520
เฉพาะคนเล่นคอมพิวเตอร์เท่านั้นใช่ไหม

936
01:02:18,721 --> 01:02:22,520
ถูกหรือผิดคะ

937
01:02:22,722 --> 01:02:26,520

938
01:02:26,722 --> 01:02:30,520
(ล่าม) ผิด เดี๋ยวสักครู่นะคะ

939
01:02:30,723 --> 01:02:34,520

940
01:02:34,725 --> 01:02:38,521

941
01:02:38,725 --> 01:02:42,520

942
01:02:42,727 --> 01:02:46,520

943
01:02:46,727 --> 01:02:50,520

944
01:02:50,729 --> 01:02:54,520
หนูไม่เข้าใจ

945
01:02:54,731 --> 01:02:58,520
หรือลูก

946
01:02:58,731 --> 01:03:02,520
(ล่าม) อายน่ะค่ะ

947
01:03:02,735 --> 01:03:06,521

948
01:03:06,735 --> 01:03:10,520

949
01:03:10,737 --> 01:03:14,520
คือบังคับเฉพาะคนที่เล่นคอมฯ อย่างเดียวใช่ไหมคะ

950
01:03:14,737 --> 01:03:18,520
(อาจารย์) ค่ะ ถามเขาค่ะ เขาเข้าใจไหม

951
01:03:18,737 --> 01:03:22,520
ที่อาจารย์ถามว่า

952
01:03:22,737 --> 01:03:26,520
กฎหมายฉบับนี้บังคับเฉพาะคนที่เล่นคอมพิวเตอร์

953
01:03:26,739 --> 01:03:30,520
เท่านั้น ถูกหรือผิด

954
01:03:30,740 --> 01:03:34,520

955
01:03:34,740 --> 01:03:38,520

956
01:03:38,741 --> 01:03:42,520
(ล่าม) ครับไม่แน่ใจ

957
01:03:42,741 --> 01:03:46,520
เหมือนกัน ว่าบังคับแค่คนเล่นคอมพิวเตอร์อย่างเดียว

958
01:03:46,742 --> 01:03:50,520
ตอบได้ไหมลูก มีใครตอบได้

959
01:03:50,743 --> 01:03:54,520
23 ช่วยเพื่อนหน่อย

960
01:03:54,748 --> 01:03:58,520
ถูกหรือผิด

961
01:03:58,748 --> 01:04:02,520
นี่ค่ะ ที่อาจารย์ถาม กฎหมายฉบับนี่

962
01:04:02,750 --> 01:04:06,520
ใช้บังคับคนเล่นคอมพิวเตอร์เท่านั้น

963
01:04:06,750 --> 01:04:10,520
คนที่ไม่ได้เล่นคอมพิวเตอร์อาจจะ

964
01:04:10,751 --> 01:04:14,520
ไม่ได้มีความผิดตามกฎหมายนี้เลย

965
01:04:14,752 --> 01:04:18,520
ถูกหรือผิด ที่อาจารย์พูดอยู่นี่

966
01:04:18,753 --> 01:04:22,520

967
01:04:22,756 --> 01:04:26,520
(ล่าม) ก็คือ

968
01:04:26,758 --> 01:04:30,520
ผิดกฎหมายเหมือนกัน คนที่เล่นคอมฯ เหมือนกันน่ะครับ

969
01:04:30,758 --> 01:04:34,521

970
01:04:34,759 --> 01:04:38,520

971
01:04:38,761 --> 01:04:42,520
เหมือนที่เรียนน่ะครับ

972
01:04:42,761 --> 01:04:46,520
ผิดกฎหมายเหมือนกันนะครับ (อาจารย์)

973
01:04:46,767 --> 01:04:50,520
เขาเข้าใจ

974
01:04:50,767 --> 01:04:54,520
คำว่า "บังคับ

975
01:04:54,768 --> 01:04:58,520
ครับเข้าใจครับ

976
01:04:58,769 --> 01:05:02,520
(อาจารย์) และถ้าคนไม่เล่นคอมพิวเตอร์ผิดไหม คนไม่เล่น

977
01:05:02,772 --> 01:05:06,520
จะผิดกฎหมายนี้ไหม คนที่ไม่เล่นคอมพิวเตอร์

978
01:05:06,775 --> 01:05:10,520
จะผิดกฎหมายนี้ไหม ไปเล่นมือถืออย่างนี้

979
01:05:10,776 --> 01:05:14,519

980
01:05:14,776 --> 01:05:18,520

981
01:05:18,777 --> 01:05:22,520
ผิดเหมือนกันครับ

982
01:05:22,780 --> 01:05:26,520
(อาจารย์) ผิดเหมือนกัน แสดงว่า ใช้เฉพาะ

983
01:05:26,780 --> 01:05:30,519
คนเล่นคอมพิวเตอร์เท่านั้น

984
01:05:30,781 --> 01:05:34,520
คำตอบว่าผิด ถูกต้องไหมคะ

985
01:05:34,781 --> 01:05:38,522
เพราะไม่ได้บังคับเฉพาะคนเล่นคอมพิวเตอร์

986
01:05:38,783 --> 01:05:42,519
แต่รวมถึงระบบคอมพิวเตอร์อื่นด้วย

987
01:05:42,783 --> 01:05:46,520
นั้นก็เมื่อกี้ อย่างที่เรายกตัวอย่าง โทรศัพท์มือถือ เครื่องมือ

988
01:05:46,790 --> 01:05:50,520
สื่อสารอย่างอื่น หรือว่าตู้เอทีเอ็มใช่ไหมคะ

989
01:05:50,790 --> 01:05:54,519
ก็ยังเป็นระบบคอมพิวเตอร์ ดังนั้นนะคะ

990
01:05:54,792 --> 01:05:58,520
ที่บอกว่า กฎหมายนี้ใช้บังคับเฉพาะ

991
01:05:58,792 --> 01:06:02,520
มันจึงผิดนั้นเอง เห็นไหมคะ

992
01:06:02,793 --> 01:06:06,520
นี่คือวัดความรู้ไหม วัดความรู้นะคะ ว่าคุณรู้ไหม

993
01:06:06,795 --> 01:06:10,520
นะคะ พอมาข้อ 3 นะคะ

994
01:06:10,796 --> 01:06:14,519
ข้อ 3 นะคะ

995
01:06:14,798 --> 01:06:18,520
ข้อ 3 ถามว่า สามี ภรรยา

996
01:06:18,798 --> 01:06:22,519
สามารถเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ โดยที่

997
01:06:22,799 --> 01:06:26,519
อีกฝ่ายไม่อนุญาตได้ ถูกหรือผิด

998
01:06:26,801 --> 01:06:30,519
ถูกหรือผิด

999
01:06:30,802 --> 01:06:34,519
ถูกหรือผิด

1000
01:06:34,802 --> 01:06:38,519
ที่อาจารย์ไม่ค่อยถามเด็กปกติเพราะว่า

1001
01:06:38,802 --> 01:06:42,519
เหมือนเข้าใจกันภาษาง่าย ๆ อยู่แล้ว เด็กหูฯ

1002
01:06:42,815 --> 01:06:46,520
เขาจะยากหน่อย เดี๋ยวถามใครดี 18 ได้ไหมคะ

1003
01:06:46,831 --> 01:06:50,520

1004
01:06:50,832 --> 01:06:54,520
เดี๋ยวนะคะ 18

1005
01:06:54,832 --> 01:06:58,520
นี่ค่ะ

1006
01:06:58,833 --> 01:07:02,519
นี่ค่ะ 18

1007
01:07:02,834 --> 01:07:06,519
18 ลูก

1008
01:07:06,834 --> 01:07:10,519
สามีภรรยากันค่ะ

1009
01:07:10,836 --> 01:07:14,519
เข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์โดยที่อีกฝ่าย

1010
01:07:14,837 --> 01:07:18,520
เข้าได้ไหม เขาไม่อนุญาตนะ

1011
01:07:18,846 --> 01:07:22,519
สามีบอกว่า ห้ามเช็กโทรศัพท์ฉัน

1012
01:07:22,847 --> 01:07:26,520
แต่ภรรยาก็ไปหยิบเลยจ้า (ล่าม) ผิดค่ะ

1013
01:07:26,862 --> 01:07:30,520
ไม่ได้ค่ะ

1014
01:07:30,863 --> 01:07:34,520

1015
01:07:34,864 --> 01:07:38,519
ผิดค่ะ ไม่ได้ค่ะ

1016
01:07:38,865 --> 01:07:42,520
โอ.เค. แม้แต่เป็นสามีภรรยากันก็ไม่ได้

1017
01:07:42,866 --> 01:07:46,519

1018
01:07:46,867 --> 01:07:50,520
(ล่าม) ใช่ค่ะ ผิดค่ะ (อาจารย์) โอ.เค.

1019
01:07:50,867 --> 01:07:54,520
ตัวนี้นี่ อาจารย์เคยใช้คำหนึ่ง

1020
01:07:54,869 --> 01:07:58,519
สิทธิส่วนบุคคลใช่ไหมคะ

1021
01:07:58,869 --> 01:08:02,519
ดังนั้นนี่ เรื่องของการเข้าถึงนะคะ

1022
01:08:02,869 --> 01:08:06,519
ระบบคอมพิวเตอร์ หรือว่าข้อมูลคอมพิวเตอร์

1023
01:08:06,870 --> 01:08:10,520
เฉพาะบุคคลอยู่ แม้ว่าจะเป็น

1024
01:08:10,870 --> 01:08:14,519
สามีภรรยากันนะคะ ถ้าอีกฝ่ายหนึ่งไม่อนุญาต

1025
01:08:14,871 --> 01:08:18,520
แล้วคุณเข้าไป

1026
01:08:18,872 --> 01:08:22,519
ก็จะมีความผิดตามกฎหมายนี้นะคะ

1027
01:08:22,873 --> 01:08:26,519

1028
01:08:26,874 --> 01:08:30,519
อาจารย์ถามข้อ 4 นะคะ

1029
01:08:30,876 --> 01:08:34,519
ว่า ตู้ ATM เป็นระบบคอมพิวเตอร์หรือไหม

1030
01:08:34,879 --> 01:08:38,519
ความรู้ตอบได้ไหม ตอบว่าอะไรดี

1031
01:08:38,879 --> 01:08:42,519
เป็นใช่ไหมคะ

1032
01:08:42,880 --> 01:08:46,519
ผู้กระทำต้องมีเจตนา

1033
01:08:46,881 --> 01:08:50,519
ในการกระทำความผิด

1034
01:08:50,883 --> 01:08:54,520
มีเด็กหูฯ ...

1035
01:08:54,883 --> 01:08:58,519
ยากไปไหมลูก

1036
01:08:58,884 --> 01:09:02,519
ไปไหมลูก เพื่อนจะตอบได้ไหม 10 10

1037
01:09:02,885 --> 01:09:06,519

1038
01:09:06,885 --> 01:09:10,519
หมายเลข 10

1039
01:09:10,885 --> 01:09:14,519
ผู้กระทำนี่ ต้องมีเจตนา

1040
01:09:14,885 --> 01:09:18,519
กระทำความผิด ถูกหรือผิด เมื่อกี้

1041
01:09:18,900 --> 01:09:22,519
อาจารย์อธิบายองค์ประกอบภายนอก องค์ประกอบภายใน

1042
01:09:22,900 --> 01:09:26,519
จำได้ไหมคะ แล้วถามว่า

1043
01:09:26,904 --> 01:09:30,519
ผู้กระทำความผิดนี่ ต้องมีเจตนา

1044
01:09:30,905 --> 01:09:34,519
ที่จะกระทำความผิด ถูกหรือผิด

1045
01:09:34,906 --> 01:09:38,520

1046
01:09:38,907 --> 01:09:42,519

1047
01:09:42,909 --> 01:09:46,519

1048
01:09:46,911 --> 01:09:50,519

1049
01:09:50,912 --> 01:09:54,519
(ล่าม) ผิดค่ะ (อาจารย์) แสดงว่า

1050
01:09:54,913 --> 01:09:58,519
ไม่ต้องมีเจตนาก็ได้หรือคะ

1051
01:09:58,915 --> 01:10:02,519

1052
01:10:02,916 --> 01:10:06,519

1053
01:10:06,918 --> 01:10:10,519

1054
01:10:10,919 --> 01:10:14,519
(ล่าม) เขาบอกว่า

1055
01:10:14,921 --> 01:10:18,519
ไม่มีเจตนาค่ะ

1056
01:10:18,921 --> 01:10:22,519
(อาจารย์) ไม่มีเจตนาก็ผิดหรือลูก

1057
01:10:22,922 --> 01:10:26,519
เพราะอาจารย์อธิบายเรื่ององค์ประกอบภายนอก

1058
01:10:26,925 --> 01:10:30,519
จะผิดได้มันต้องคู่กัน จำได้ไหมคะ

1059
01:10:30,926 --> 01:10:34,519
จะผิดได้ต้องมีองค์ประกอบภายนอก และองค์

1060
01:10:34,928 --> 01:10:38,519
ประกอบภายใน แม้ว่ามันจะเป็น

1061
01:10:38,930 --> 01:10:42,519
ความผิดตามองค์ประกอบายนอก แต่ไม่มีเจตนา

1062
01:10:42,940 --> 01:10:46,519
ที่เป็นองค์ประกอบภายในจะผิดไหม

1063
01:10:46,940 --> 01:10:50,519
ก็ไม่ผิดใช่ไหมคะ

1064
01:10:50,940 --> 01:10:54,519
มันต้องคู่กัน จะต้องมีทั้งองค์ประกอบ

1065
01:10:54,941 --> 01:10:58,519
ภายนอก และองค์ประกอบภายในที่เจตนา

1066
01:10:58,943 --> 01:11:02,519
ดังนั้น ที่อาจารย์ถามว่า ผู้กระทำ

1067
01:11:02,944 --> 01:11:06,520
ต้องมีเจตนาในการกระทำความผิด

1068
01:11:06,949 --> 01:11:10,519
อันนี้ถูก

1069
01:11:10,951 --> 01:11:14,519
ต้องมีเจตนาค่ะ ถ้าคุณไม่มีเจตนา มันจะผิดได้ไหม

1070
01:11:14,962 --> 01:11:18,519
ไม่ผิดค่ะ เหมือนที่อาจารย์ยกตัวอย่าง

1071
01:11:18,971 --> 01:11:22,519
ก็เรามีเจตนาดี เอาโทรศัพท์ไปคืนเพื่อน

1072
01:11:22,971 --> 01:11:26,519
ใช่ไหมคะ ดังนั้นนี่ การกระทำของเรา

1073
01:11:26,971 --> 01:11:30,519
มันก็ แม้ว่ามีองค์ประกอบภายนอกครบ องค์ประกอบภายใน

1074
01:11:30,972 --> 01:11:34,519
มันขาด มันไม่ครบไปทั้งคู่ อย่างนี้ก็จะไม่เป็นความผิด

1075
01:11:34,987 --> 01:11:38,519
นะคะ ข้อ 6

1076
01:11:38,988 --> 01:11:42,519
นะคะ ผู้กระทำต้องรู้ว่า

1077
01:11:42,989 --> 01:11:46,519
เป็นคอมพิวเตอร์ของผู้อื่น และตนเองไม่มีสิทธิ์

1078
01:11:46,990 --> 01:11:50,519
ไม่มีอำนาจที่จะเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ได้

1079
01:11:50,991 --> 01:11:54,519
ถูกหรือผิด ถูกหรือผิด

1080
01:11:54,992 --> 01:11:58,519
หรือผิด คนทำนะคะ คนที่ทำนี่

1081
01:11:58,993 --> 01:12:02,519
ต้องรู้ว่าเป็น

1082
01:12:02,995 --> 01:12:06,519
ระบบคอมพิวเตอร์ของคนอื่น

1083
01:12:06,995 --> 01:12:10,519
นี่ค่ะ

1084
01:12:10,996 --> 01:12:14,519
และต้องรู้ด้วยว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์

1085
01:12:14,997 --> 01:12:18,519
ที่จะทำได้ ประเด็นที

1086
01:12:18,997 --> 01:12:22,519
ที่อาจารย์ขีดเส้นใต้ก็คือ ต้องรู้ อันนี้

1087
01:12:22,998 --> 01:12:26,519
ถูกหรือผิด

1088
01:12:26,999 --> 01:12:30,519

1089
01:12:31,001 --> 01:12:34,520
ต้องรู้ไหมคะ

1090
01:12:35,003 --> 01:12:38,519
ต้องรู้ไหมคะ ต้องรู้ไหมว่า

1091
01:12:39,003 --> 01:12:42,519
มันไม่ใช่ระบบคอมพิวเตอร์ของเราเอง

1092
01:12:43,005 --> 01:12:46,519
ต้องรู้สิ ต้องรู้ว่าอันนี้มันไม่ใช่ของเรานะ

1093
01:12:47,006 --> 01:12:50,519
อันนี้มันไม่ใช่มือถือเรานะ

1094
01:12:51,008 --> 01:12:54,519
นี่มันไม่ใช่ ATM เรานะ

1095
01:12:55,008 --> 01:12:58,519
เราต้องรู้ค่ะ

1096
01:12:59,009 --> 01:13:02,519
บอกว่าก็มันเป็นของผม อันนี้เราไม่รู้แล้ว

1097
01:13:03,024 --> 01:13:06,519
ว่ามันเป็นของคนอื่น

1098
01:13:07,024 --> 01:13:10,519
แล้วคุณทำระบบคอมพิวเตอร์ของตัวเอง ผิดไหมคะ

1099
01:13:11,025 --> 01:13:14,519
เราเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ของเรา

1100
01:13:15,039 --> 01:13:18,519
ที่มันจะผิดคือ คุณเข้าระบบคอมพิวเตอร์ของคนอื่น คุณ

1101
01:13:19,039 --> 01:13:22,519
ต้องรู้ด้วยว่านี่คือเครื่องของคนอื่น

1102
01:13:23,042 --> 01:13:26,519
ถ้าคุณยังเข้าใจ แล้วก็รู้ว่านี่มันคอมฯ

1103
01:13:27,049 --> 01:13:30,519
ฉันเข้าคอมฯ ตัวเองมันจะผิดไหมล่ะ

1104
01:13:31,050 --> 01:13:34,519
ทีนี้ มันก็ไม่ผิดใช่ไหมคะ ดังนั้น

1105
01:13:35,050 --> 01:13:38,519
ข้อสุดท้าย คือ คุณต้องรู้ค่ะ ต้องรู้ว่า

1106
01:13:39,050 --> 01:13:42,519
มันเป็นคอมพิวเตอร์ของผู้อท่น

1107
01:13:43,050 --> 01:13:46,519
นะคะ อันนี้ก็คือ ลักษณะที่นำมา

1108
01:13:47,054 --> 01:13:50,519
วัดความรู้ ทีนี้ถามว่า

1109
01:13:51,056 --> 01:13:54,519
6 ข้อนี่ นักศึกษาจะใช้ตามนี้ก็ได้

1110
01:13:55,058 --> 01:13:58,519
อาจารย์อาจจะใช้ภาษามันยากเกินไป

1111
01:13:59,058 --> 01:14:02,519
นะคะ คนอ่านไม่เข้าใจ นักศึกษาสามารถ

1112
01:14:03,059 --> 01:14:06,519
ทำให้มันง่ายนะคะ

1113
01:14:07,061 --> 01:14:10,519
โดยใช้ภาษาธรรมดาก็ได้

1114
01:14:11,062 --> 01:14:14,519
ยกตัวอย่างให้ดูเฉย ๆ ว่าลักษณะของ

1115
01:14:15,063 --> 01:14:18,519
การวัดความรู้ที่มันจะต้องมีวิเคราะห์

1116
01:14:19,079 --> 01:14:22,519
วัดความรู้นี่นะคะ มาวิเคราะห์มากขึ้นเป็นอย่างไร

1117
01:14:23,080 --> 01:14:26,519
นะคะ ทีนี้นะคะ ที่อาจารย์

1118
01:14:27,082 --> 01:14:30,519
ให้นักศึกษาลองทำดูนะคะ

1119
01:14:31,083 --> 01:14:34,519
เป็ฯอย่างไรบ้าง ใครอยากจะให้อาจารย์เดิน

1120
01:14:35,083 --> 01:14:38,519
ไปดูว่าของผม

1121
01:14:39,084 --> 01:14:42,519
ใช้ได้ไหม คำถาม

1122
01:14:43,085 --> 01:14:46,519
ที่นำมาพอจะไหวหรือเปล่า โต๊ะไหนคะ

1123
01:14:47,086 --> 01:14:50,519
เดี๋ยวอาจารย์เดินไปดูให้

1124
01:14:51,087 --> 01:14:54,519

1125
01:14:55,087 --> 01:14:58,519

1126
01:14:59,089 --> 01:15:02,519

1127
01:15:03,090 --> 01:15:06,519

1128
01:15:07,091 --> 01:15:10,519

1129
01:15:11,093 --> 01:15:14,519

1130
01:15:15,094 --> 01:15:18,519

1131
01:15:19,097 --> 01:15:22,519

1132
01:15:23,099 --> 01:15:26,519

1133
01:15:27,099 --> 01:15:30,519

1134
01:15:31,102 --> 01:15:34,519

1135
01:15:35,105 --> 01:15:38,519

1136
01:15:39,107 --> 01:15:42,519

1137
01:15:43,108 --> 01:15:46,519

1138
01:15:47,109 --> 01:15:50,519

1139
01:15:51,111 --> 01:15:54,519

1140
01:15:55,111 --> 01:15:58,519

1141
01:15:59,113 --> 01:16:02,519

1142
01:16:03,118 --> 01:16:06,519

1143
01:16:07,120 --> 01:16:10,519

1144
01:16:11,122 --> 01:16:14,519

1145
01:16:15,124 --> 01:16:18,519

1146
01:16:19,125 --> 01:16:22,519

1147
01:16:23,127 --> 01:16:26,519

1148
01:16:27,129 --> 01:16:30,520

1149
01:16:31,131 --> 01:16:34,519

1150
01:16:35,132 --> 01:16:38,519

1151
01:16:39,133 --> 01:16:42,519

1152
01:16:43,135 --> 01:16:46,519

1153
01:16:47,136 --> 01:16:50,519

1154
01:16:51,138 --> 01:16:54,519

1155
01:16:55,139 --> 01:16:58,519
ที่ให้วัดความรู้นี่

1156
01:16:59,140 --> 01:17:02,518
นะคะ บางคนนักศึกษาต้องนึกถึง

1157
01:17:03,141 --> 01:17:06,518
คนที่ยังไม่ได้ศึกษากฎหมายตัวนี้ เขาอาจมีคำถามว่า

1158
01:17:07,142 --> 01:17:10,519
พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ เห็นไหมคะ

1159
01:17:11,143 --> 01:17:14,518
พระราชบัญญัติเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ก็ฉันเล่น

1160
01:17:15,147 --> 01:17:18,519
โทรศัพท์มือถืออยู่บ้านน่ะ ทำไมถึงผิดตัวนี้

1161
01:17:19,147 --> 01:17:22,519
เห็นไหมคะ ดังนั้นนี่นักศึกษาไปถามเขา

1162
01:17:23,148 --> 01:17:26,519
ว่าคุณนี่มีความรู้ความเข้าใจ

1163
01:17:27,149 --> 01:17:30,518
ในเรื่องพรบ. คอมพิวเตอร์ มากน้อยแค่ไหน

1164
01:17:31,150 --> 01:17:34,519
นะคะ ถ้าเราทำแบบสอบถามนี่ ตัวความเข้าใจนี่

1165
01:17:35,150 --> 01:17:38,519
เขาเข้าใจไหมนะคะ เขาเข้าใจแค่ไหนนะค

1166
01:17:39,152 --> 01:17:42,519
มันก็มี 5 4 3 2 1 ใช่ไหมคะ

1167
01:17:43,152 --> 01:17:46,518
นักศึกษาเข้าไปติ๊ก

1168
01:17:47,166 --> 01:17:50,519
นะคะ ค่าเฉลี่ยเป็นอย่างไร น้อยมาก

1169
01:17:51,167 --> 01:17:54,519
นักศึกษาก็สามารถวัดความรู้ ความเข้าใจได้เลย

1170
01:17:55,168 --> 01:17:58,519
แสดงว่าคนคนนี้ไม่มีความเข้าในมาตรา

1171
01:17:59,169 --> 01:18:02,518
5 6 7 เลย เห็นไหมคะ เพราะมันมี

1172
01:18:03,182 --> 01:18:06,518
ปริมาณ ก็คือค่าคะแนนที่ตำมากนะคะ

1173
01:18:07,183 --> 01:18:10,518
เราก็สามารถเขียนวิเคราะห์ได้เลย

1174
01:18:11,183 --> 01:18:14,519
ไม่ได้เข้าใจเลยว่าระบบคอมพิวเตอร์คืออะไร

1175
01:18:15,185 --> 01:18:18,519
คืออะไรเห็นไหมคะ พอเรามาดูความรู้

1176
01:18:19,185 --> 01:18:22,518
ดูต่อว่าเมื่อเขาไม่เข้าใจนี่ ไอ้

1177
01:18:23,187 --> 01:18:26,519
ตัวความเข้าใจแล้วนี่ แล้วความรู้เขามีไหม

1178
01:18:27,188 --> 01:18:30,519
ในเรื่องของคอมพิวเตอร์นะคะ ปรากฏว่า

1179
01:18:31,202 --> 01:18:34,519
เพราะอาจารย์เอาเป็นข้อเท็จจริง

1180
01:18:35,202 --> 01:18:38,518
ผิดไหม อย่างนั้นผิดไหม แสดงว่าอะไร แสดงว่าเขารู้

1181
01:18:39,203 --> 01:18:42,518
แต่เขาไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ คือ

1182
01:18:43,203 --> 01:18:46,519
ว่ามันผิด แต่ไม่รู้ว่ามันผิดอะไร

1183
01:18:47,203 --> 01:18:50,519
ส่วนใหญ่จะเป็นแบบนี้

1184
01:18:51,204 --> 01:18:54,520
คนตายผิดไหม รู้ว่าผิด แต่กฎหมายอะไรรู้ไหม

1185
01:18:55,205 --> 01:18:58,519
อย่างนี้ค่ะ ส่วนใหญ่จะเป็นแบบนี้

1186
01:18:59,206 --> 01:19:02,518
ดังนั้นนี่นักศึกษาลองทำเลย

1187
01:19:03,206 --> 01:19:06,519
กับอาจารย์ได้ว่า ที่หนูทำมาทั้งหมดนี่

1188
01:19:07,207 --> 01:19:10,518
เหมือนมองเห็นภาพแล้วว่าคนที่หนูไปถามน่ะ

1189
01:19:11,208 --> 01:19:14,518
เหมือนเขารู้นะ เข้าใจนะ แต่พอถามว่า

1190
01:19:15,209 --> 01:19:18,518
ผิดกฎหมายตัวไหน กฎหมายชื่อว่าอะไร ตอบ

1191
01:19:19,210 --> 01:19:22,519
ไปไม่เป็นแล้ว นึกออกไหมคะ หรือบางคน

1192
01:19:23,210 --> 01:19:26,519
เข้าใจว่าระบบคอมพิวเตอร์

1193
01:19:27,210 --> 01:19:30,518
ไม่รู้เลยว่า ATM โทรศัพท์มือถือ

1194
01:19:31,210 --> 01:19:34,519
ก็เป็นระบบคอมพิวเตอร์เหมือนกัน นักศึกษา

1195
01:19:35,211 --> 01:19:38,518
แตกคำถามที่อาจารย์ยกตัวอย่างได้

1196
01:19:39,212 --> 01:19:42,518
หลากหลายเลยนะคะ นักศึกษาอาจจะไปโยงโทรศัพท์

1197
01:19:43,212 --> 01:19:46,518
มือถือใช่ไหมคะ ข้อมูลคอมพิวเตอร์อย่างอื่น

1198
01:19:47,212 --> 01:19:50,519
พวกคุณใช้กันอะไรอย่างนี้

1199
01:19:51,213 --> 01:19:54,518
เฉย ๆ นะคะ ที่ให้นักศึกษาได้เห็นภาพมากขึ้น

1200
01:19:55,214 --> 01:19:58,518
นะคะ มีใคร

1201
01:19:59,214 --> 01:20:02,519
จะให้อาจารย์ดูเพิ่มเติม ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่อง

1202
01:20:03,216 --> 01:20:06,519
ของการวัดความรู้มากกว่า ว่าข้อเท็จจิรล

1203
01:20:07,217 --> 01:20:10,519
มันผิดไหมนะคะ

1204
01:20:11,217 --> 01:20:14,518
มีใครจะให้อาจารย์ดูอีกไหมเอ่ย มีไหมลูก

1205
01:20:15,218 --> 01:20:18,518
อาทิตย์หน้า อาทิตย์หน้านี่

1206
01:20:19,219 --> 01:20:22,519
อาจารย์จะให้นักศึกษาได้ลงพื้นที่นะคะ ไปสอบถาม

1207
01:20:23,224 --> 01:20:26,519
ใช่ไหมคะ ไปสอบถาม

1208
01:20:27,225 --> 01:20:30,519
แจก สามารถแจกแบบสอบถามก็ได้ หรือเราจะใช้ Google Form

1209
01:20:31,226 --> 01:20:34,519
นะคะ ใช้ Google Form

1210
01:20:35,228 --> 01:20:38,518
นักศึกษาอาจจะทำ QR Code

1211
01:20:39,228 --> 01:20:42,519
ในกูเกิลฟอร์มเลย จะได้ไม่เปลืองตัวเอกสาร

1212
01:20:43,230 --> 01:20:46,519
นะคะ แล้วก็ Print ส่ง Print

1213
01:20:47,230 --> 01:20:50,518
ก็คือเป็นแบบรายงานส่งอาจารย์ที่เดียวเลยก็ได้ จะได้ไม่

1214
01:20:51,231 --> 01:20:54,518
ตัวทรัพยากรมากนะคะ

1215
01:20:55,231 --> 01:20:58,518
แล้วก็เหมือนเดิมก็คือ

1216
01:20:59,232 --> 01:21:02,518
พอนักศึกษาไปเก็บข้อมูลแล้วสรุปผล

1217
01:21:03,234 --> 01:21:06,518
นะคะ แล้วก็อาทิตย์ต่อไป ก็คือมา

1218
01:21:07,235 --> 01:21:10,518
รายงานนะคะ อาจารย์อยากจะให้เด็กหูฯ ได้ฝึกรายงาน

1219
01:21:11,236 --> 01:21:14,518
นะคะ เพราะว่า บัดดี้บางคนยังไม่เข้าใจกัน

1220
01:21:15,237 --> 01:21:18,518
นะคะ ไม่เข้าใจในที่นี้คือ อีกฝั่งหนึ่งไป

1221
01:21:19,239 --> 01:21:22,518
แต่อีกฝั่งหนึ่งแปลไม่เป็นนะคะ

1222
01:21:23,240 --> 01:21:26,518
มันปี 3 แล้วน่ะ มันจะต้องเข้าใจมากกว่านี้

1223
01:21:27,240 --> 01:21:30,518
ให้ลองฝึกแล้วก็ ที่อาจารย์บอกไว้

1224
01:21:31,241 --> 01:21:34,518
ถ้าใครไม่ได้ใช่ไหมคะ ไม่สามารถ

1225
01:21:35,242 --> 01:21:38,518
ที่จะมารายางานทันในห้องเรียน อาจารย์ก็บอกว่าให้

1226
01:21:39,243 --> 01:21:42,518
อัดวิดีโอนะคะ อัดวิดีโอนะคะ

1227
01:21:43,247 --> 01:21:46,518
มีหน้าจอเล็ก ๆ อยู่ แล้วก็

1228
01:21:47,249 --> 01:21:50,518
พื้นหลังก็จะเป็นตัว PowerPoint

1229
01:21:51,249 --> 01:21:54,518
นะคะ ใช้ OBS นะคะ

1230
01:21:55,251 --> 01:21:58,519
มีใครมีคำถามเพิ่มเติม

1231
01:21:59,260 --> 01:22:02,518
สามารถใช้ตัวคำถามที่อาจารย์

1232
01:22:03,260 --> 01:22:06,518
ยกตัวอย่างนี่ ปรับเปลี่ยนได้นะคะ

1233
01:22:07,262 --> 01:22:10,518
แล้วก็ถ้าใครยังไม่มั่นใจ เหมือนเดิมค่ะ

1234
01:22:11,263 --> 01:22:14,520
เดี๋ยวอาจารย์ช่วยดูให้นะคะ

1235
01:22:15,279 --> 01:22:18,518

1236
01:22:19,280 --> 01:22:22,518
จริง ๆ อยากได้ข้อมูลเชิงปริมาณ

1237
01:22:23,280 --> 01:22:26,518
จริง ๆ เชิงคุณภาพ นักศึกษาอาจจะไปสอบถามเพื่อนได้

1238
01:22:27,281 --> 01:22:30,518
ไม่กี่คน รุ่นพี่ รุ่นน้องเรา ไปถามเลยนะคะ

1239
01:22:31,295 --> 01:22:34,519
เข้าใจไหม ระบบคอมพิวเตอร์ เข้าใจไหมข้อมูลคอมพิวเตอร์

1240
01:22:35,295 --> 01:22:38,519
เป็นอย่างไร อะไรอย่างนี้ แล้วเขาก็จะอธิบาย

1241
01:22:39,297 --> 01:22:42,518
เอง ไม่เข้าใจ ไม่รู้เรื่องอะไรอย่าง เรา

1242
01:22:43,297 --> 01:22:46,521
ลองถามเขาว่า แล้วรู้ไหมว่ามันมีกฎมาย

1243
01:22:47,298 --> 01:22:50,518
นักศึกษาก็ลองถามข้อมุล

1244
01:22:51,299 --> 01:22:54,518
มาให้มากที่สุด เหมือนที่อาจารย์อธิบายคุณไป

1245
01:22:55,299 --> 01:22:58,518
เขาก็ยังไม่เข้าใจอีก คุณก็ประเมินได้เลบ

1246
01:22:59,302 --> 01:23:02,519
คนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจในกฎหมายคอมพิวเตอร์

1247
01:23:03,302 --> 01:23:06,518
ปัยหาที่ตามมาก็คืออะไร กฎหมายตัวนี้

1248
01:23:07,313 --> 01:23:10,518
มันอาจจะไม่มีประสิทธิภาพ

1249
01:23:11,313 --> 01:23:14,518
มากเพียงพอแล้ว เพราะคนส่วนใหญ่ไม่ได้รู้เลย ว่า

1250
01:23:15,314 --> 01:23:18,518
มีกฎหมายตัวนี้อยู่ ดังนั้น เมื่อไม่รู้

1251
01:23:19,315 --> 01:23:22,518
สูงไหมคะ ก็สูง

1252
01:23:23,316 --> 01:23:26,518
นะคะ ดังนั้นนี่นักศึกษาสามารถสรุปผล

1253
01:23:27,317 --> 01:23:30,518
นักศึกษาสามารถสอบถาม และสามารถสรุปผล

1254
01:23:31,319 --> 01:23:34,518
ได้ทั้งแบบปริมาณ แล้วก็แบบคุณภาพ

1255
01:23:35,319 --> 01:23:38,518
คุณภาพจะได้มา

1256
01:23:39,320 --> 01:23:42,519
คุณถึงจะได้ข้อมูลนี้กลับมานะคะ

1257
01:23:43,322 --> 01:23:46,519
เมื่ออาทิตย์ที่แล้วอาจารย์บอกกับนักศึกษาบาง

1258
01:23:47,322 --> 01:23:50,518
ข้อมูลพวกนี้ เวลาที่ตอนจบ คุณสามารถ

1259
01:23:51,323 --> 01:23:54,518
จบได้นะคะ คุณสามารถเอาข้อมูล

1260
01:23:55,325 --> 01:23:58,519
ที่คุณทำ ๆ อยู่นี่นะคะ ไปสร้างเป็นไอเดียใหม่

1261
01:23:59,330 --> 01:24:02,518
นะคะ จะทำอย่างไร ให้คนรู้

1262
01:24:03,330 --> 01:24:06,518
กฎหมายคอมพิวเตอร์นี้มากขึ้น หรือว่าคุณจะสร้าง

1263
01:24:07,331 --> 01:24:10,518
โปรแกรมตัวไหนนะคะ เข้ามาเพื่อให้เขารู้ว่า

1264
01:24:11,332 --> 01:24:14,518
เขามีการกระทำความผิดแบบนี้มันเสี่ยง

1265
01:24:15,333 --> 01:24:18,518
ที่จะเป็นความผิดที่เกี่ยวกับ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ไหม

1266
01:24:19,334 --> 01:24:22,518
ตัวสร้างโปรแกรมขึ้นมาวัดก็ได้

1267
01:24:23,338 --> 01:24:26,518
วัดการกระทำความผิด คือได้หมดเลย

1268
01:24:27,339 --> 01:24:30,519
เลย เพราะตอนนี้ถ้าเราทำแบบสอบถามมาทั้งหมดนี่ เราอาจจะสรุป

1269
01:24:31,354 --> 01:24:34,518
ได้แล้วว่าคนไม่ได้รู้เลย ว่ากฎหมาย

1270
01:24:35,354 --> 01:24:38,518
มันหน้าตาเป็นอย่างไร

1271
01:24:39,354 --> 01:24:42,519
เกิดขึ้นอย่างนี้ คือข้อมูลที่อาจารย์

1272
01:24:43,355 --> 01:24:46,519
พยายามให้นักศึกษาเก็บมันอาจจะนำไปใช้ได้

1273
01:24:47,356 --> 01:24:50,519
ตอนทำโปรเจกต์จบนะคะ สำหรับคนที่มีวคามเ

1274
01:24:51,357 --> 01:24:54,519
ในตัวประเด็นคำถามเกี่ยวกับตัวกฎหมาย

1275
01:24:55,357 --> 01:24:58,519
มาสอบถามอาจารย์ได้ พี่รุ่นไหน อาจารย์

1276
01:24:59,357 --> 01:25:02,519
ไม่ได้แล้วนะคะ เขาก็เคยเอาพวก

1277
01:25:03,360 --> 01:25:06,519
ประเด็นกฎหมายค่ะ ไปทำโปรเจกต์จบนะคะ เป็น

1278
01:25:07,360 --> 01:25:10,519
ล่าม ขอโทษ ไม่ใช่ล่าม เขาทำ

1279
01:25:11,361 --> 01:25:14,518
ดิกชันนารี เป็นศัพท์

1280
01:25:15,362 --> 01:25:18,519
เทคนิคกฎหมายนะคะ

1281
01:25:19,363 --> 01:25:22,518
อย่างเช่น แบบ กฎหมายอาญาคืออะไร

1282
01:25:23,364 --> 01:25:26,518
แล้วก็อีกคนหนึ่งก็แปลจาก

1283
01:25:27,366 --> 01:25:30,518
ไทยเป็นอังกฤษอย่างนี้ เขาก็ใช้คอมพิวเตอร์

1284
01:25:31,366 --> 01:25:34,519
นะคะ เขาก็สร้างขึ้นมาก็ได้นะคะ

1285
01:25:35,367 --> 01:25:38,518
อาจารย์มีหนังสือของกระทรวงฯ

1286
01:25:39,368 --> 01:25:42,518
ลืมเอามาให้ดู เขาส่งมาให้

1287
01:25:43,369 --> 01:25:46,519
เป็นภาษาล่ามทางกฎหมาย

1288
01:25:47,373 --> 01:25:50,519
เอามาให้พี่อุ๋ยกับพี่ปอยดูนะคะ เพราะว่า

1289
01:25:51,373 --> 01:25:54,519
กระทรวงยุติธรรม เขาส่งมา มันจะเป็นหนังสือ เหมือน

1290
01:25:55,374 --> 01:25:58,519
ภาษาล่ามกฎหมายโดยตรง เขาส่งมา

1291
01:25:59,375 --> 01:26:02,519
ก็เลยลืมหยิบมาให้ดู เผื่อใช้ได้ เผื่อใช้

1292
01:26:03,376 --> 01:26:06,518
ประโยชน์ได้ เพราะว่ากฎหมายมันก็ยังเป็นศัพท์เทคนิค

1293
01:26:07,378 --> 01:26:10,519
ใช่ไหมคะ บางอย่างก็อาจจะยังไม่เข้าใจ เด็ก ๆ เองด้วย ก็

1294
01:26:11,379 --> 01:26:14,519
อาจจะยังไม่เข้าใจ เด็ก ๆ เองก็ยังไม่เข้าใจ

1295
01:26:15,381 --> 01:26:18,519
สำหรับวันนี้นะคะ อาจารย์ลองให้นักศึกษา

1296
01:26:19,381 --> 01:26:22,519
ไปจับคู่คุยกันนะคะ ว่าคุณจะตั้งคำถามประมาณไหน

1297
01:26:23,382 --> 01:26:26,519
นะคะ แล้วก็ Inbox ส่งมาให้อาจารย์ดู

1298
01:26:27,382 --> 01:26:30,519
นะคะ แล้วพออาทิตย์หน้าเราไม่เจอกันนะคะ

1299
01:26:31,384 --> 01:26:34,519
พี่อุ่ย พี่ปอยคะ อาทิตย์หน้าไม่เจอกันนะคะ

1300
01:26:35,392 --> 01:26:38,519
นักศึกษาลงพื้นที่ไปสอบถามข้อมูลเลยนะคะ

1301
01:26:39,393 --> 01:26:42,519
แล้วก็อาทิตย์ต่อไป ค่อยมาสรุปผลเหมือนเดิม

1302
01:26:43,395 --> 01:26:46,519
นะคะ ที่เราคุยกันตามแผนงานเรานะ ใครมีข้อ

1303
01:26:47,395 --> 01:26:50,519
ซักถามสงสัย

1304
01:26:51,396 --> 01:26:54,519
มีไหมเอ่ย

1305
01:26:55,397 --> 01:26:58,519
มีไหมคะ สำหรับเพื่อนที่ไม่มานี่ ติดภารกิจ

1306
01:26:59,399 --> 01:27:02,519
ดูแลกันด้วยนะคะ ถามเพื่อนด้วยนะคะ อาจารย์อยา่กให้

1307
01:27:03,400 --> 01:27:06,519
ทั้งบัดดี้ ทั้งเด็กหู และเด็กปกติ

1308
01:27:07,400 --> 01:27:10,519
ได้คุยกันให้มาก ๆ แล้วก็ลงไปถาม เห็นไหม

1309
01:27:11,400 --> 01:27:14,519
ตอนที่อาจารย์ถาม ตอนคุณ Present รายงาน

1310
01:27:15,401 --> 01:27:18,519
ได้มีส่วนร่วมอะไร ทำอะไร

1311
01:27:19,401 --> 01:27:22,519
ไม่ใช่ให้เด็กปกติทำ หรือ

1312
01:27:23,402 --> 01:27:26,519
ให้เด็กหูทำอย่างเดียว มันต้องร่วมกัน มันต้องร่วมกันไป

1313
01:27:27,403 --> 01:27:30,521

1314
01:27:31,405 --> 01:27:34,519
มีไหมเอ่ย มีใครมีคำถาม ไม่มีนะ

1315
01:27:35,406 --> 01:27:38,519
ไม่มีนะคะ เดี๋ยวเช็กชื่อนะคะ

1316
01:27:39,406 --> 01:27:42,519

1317
01:27:43,408 --> 01:27:46,519

1318
01:27:47,410 --> 01:27:50,519
ชลิกาญ

1319
01:27:51,412 --> 01:27:54,519
อริชญา

1320
01:27:55,414 --> 01:27:58,519
ศิริชัย

1321
01:27:59,416 --> 01:28:02,519
โจโจ้ นะ

1322
01:28:03,426 --> 01:28:06,520
ศิริชัย ปิชาฎา

1323
01:28:07,427 --> 01:28:10,519
ปาย ยุ้ย นัน

1324
01:28:11,428 --> 01:28:14,519
ศินี

1325
01:28:15,429 --> 01:28:18,519
ปุ๊กกี้ลาใช่ไหมคะ

1326
01:28:19,431 --> 01:28:22,519
กาญจนา พิมพา ลา

1327
01:28:23,433 --> 01:28:26,519
สุรเชตย์ อ้น

1328
01:28:27,434 --> 01:28:30,519
ฟ้า วินิจ เต้

1329
01:28:31,436 --> 01:28:34,519
จุทามาศ เบล

1330
01:28:35,437 --> 01:28:38,519
อ๋อ เบลที่อุบัติเหตุ

1331
01:28:39,438 --> 01:28:42,519

1332
01:28:43,439 --> 01:28:46,519
แบน พิสิทธิ์

1333
01:28:47,441 --> 01:28:50,520
เต่า

1334
01:28:51,442 --> 01:28:54,519
คมกฤต

1335
01:28:55,444 --> 01:28:58,519
อรสา

1336
01:28:59,445 --> 01:29:02,519
กาญจนศิริ

1337
01:29:03,446 --> 01:29:06,519

1338
01:29:07,447 --> 01:29:10,519
วันวิสา

1339
01:29:11,449 --> 01:29:14,519
ที่นั่ง นี่ใช่ไหมที่ลา วิภาพร

1340
01:29:15,451 --> 01:29:18,520
ไม่ทราบ วิภาพร

1341
01:29:19,452 --> 01:29:22,519
นัทสุดา จตุรพร

1342
01:29:23,454 --> 01:29:26,519
สุวัต โอ.เค. นะคะ

1343
01:29:27,454 --> 01:29:30,519
ก็เดี๋ยวมีอะไรให้อินบ็อกมาถามอาจารย์นะคะ

1344
01:29:31,455 --> 01:29:34,520
แล้วก็ส่งคำถามมาให้ดูนะคะ หรือใครทำเป็น

1345
01:29:35,457 --> 01:29:38,519
Google Form ก็ส่งทั้งฟอร์มมา

1346
01:29:39,457 --> 01:29:42,519
ก่อนที่จะไปลงพื้นที่จริงในอาทิตย์หน้า

1347
01:29:43,458 --> 01:29:46,519
ถ้าอย่างไรเอาไว้เท่านี้นะคะ แล้วเจอกันอีกทีสัปาดห์

1348
01:29:47,458 --> 01:29:50,519
สัปดาห์ต่อไปที่เป็นการสรุปรายงาน

1349
01:29:51,458 --> 01:29:54,519
วันนี้ขอบคุณค่ะ สวัสดีค่ะ

1350
01:29:55,460 --> 01:29:58,520
(อาจารย์) ขอบคุณพี่ล่ามนะคะ [สิ้นสุดการถอดความ]

1351
01:29:59,461 --> 01:30:02,520

1352
01:30:03,462 --> 01:30:06,520

1353
01:30:07,464 --> 01:30:10,520

1354
01:30:11,466 --> 01:30:14,520

1355
01:30:15,468 --> 01:30:18,520

1356
01:30:19,470 --> 01:30:22,520

1357
01:30:23,473 --> 01:30:26,519

1358
01:30:27,475 --> 01:30:30,519

1359
01:30:31,476 --> 01:30:34,520

1360
01:30:35,478 --> 01:30:38,519

1361
01:30:39,480 --> 01:30:42,520

1362
01:30:43,482 --> 01:30:46,520

1363
01:30:47,485 --> 01:30:50,520

1364
01:30:51,487 --> 01:30:54,520

1365
01:30:55,488 --> 01:30:58,520

1366
01:30:59,490 --> 01:31:02,520
-

1367
01:31:03,491 --> 01:31:06,519
สำหรับแต่ว่าพี่ล่ามนี่ครั้งแรก สำหรับที่ใช้วิธีการนี้

1368
01:31:07,501 --> 01:31:10,520

1369
01:31:11,502 --> 01:31:14,519
แต่ว่าสำหรับนักศึกษาเคยเจอกันหลายครั้งแล้ว

1370
01:31:15,504 --> 01:31:18,521
ถ้าอาจารย์พิเชนท์มา

1371
01:31:19,506 --> 01:31:22,521
แล้วก็ครั้งแรกด้วยที่ใช้วิธีการนี้

1372
01:31:23,506 --> 01:31:26,520
ทีนี้อาทิตย์ที่แล้วนะคะ เราได้...

1373
01:31:27,507 --> 01:31:30,520
นักศึกษาดู

1374
01:31:31,508 --> 01:31:34,520
ค่ะ มาแล้วค่ะ เพิ่งเริ่ม

1375
01:31:35,510 --> 01:31:38,520

1376
01:31:39,511 --> 01:31:42,520
เห็นนะคะ (ล่าม) เห็นค่ะ (อาจารย์)

1377
01:31:43,512 --> 01:31:46,520
ตัวเอกสารนะคะ Powerpoint

1378
01:31:47,513 --> 01:31:50,520
นะคะ พี่ล่ามเห็นด้วยอยู่ไหมคะ

1379
01:31:51,515 --> 01:31:55,515

1380
01:31:55,515 --> 01:31:59,515
อันนี้คือ... ล่าม นักเรียน

1381
01:31:59,516 --> 01:32:03,516
อาจารย์

1382
01:32:03,516 --> 01:32:07,516
ค่ะ ค่ะ

1383
01:32:07,517 --> 01:32:11,517

1384
01:32:11,518 --> 01:32:15,518
อ๋อ

1385
01:32:15,522 --> 01:32:19,520
ที่ใช้นะคะ อาจจะยังงง ๆ อยู่นะคะ

1386
01:32:19,523 --> 01:32:23,521
โอ.เค. ค่ะ

1387
01:32:23,523 --> 01:32:27,520
เอาไว้ ค่ะ ได้ค่ะ เพราะว่าครั้งแรก

1388
01:32:27,524 --> 01:32:31,520
นะคะ อาทิตย์ที่แล้วนะคะ

1389
01:32:31,525 --> 01:32:35,520
นักศึกษาก็ใครสงสัยประเด็นไหน

1390
01:32:35,527 --> 01:32:39,520
นะคะ ก็สามารถสอบถามตัวต่อตัวได้เหมือนกัน

1391
01:32:39,539 --> 01:32:43,520
5 มาตร 6 มาตร 7 ตามหน้าจอนี้

1392
01:32:43,543 --> 01:32:47,520
อาจารย์ได้ให้คำอธิบาย แล้วก็อธิบายความผิด

1393
01:32:47,543 --> 01:32:51,521
ในส่วนของความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เบื้องต้น มาตรา

1394
01:32:51,546 --> 01:32:55,520
ความผิดแต่ละมาตรา ความผิดแต่ละมาตรา

1395
01:32:55,546 --> 01:32:59,520
นะคะ ทีนี้

1396
01:32:59,547 --> 01:33:03,520
ที่อาจารย์ให้นักศึกษาดูนะคะ ว่าลักษณะ

1397
01:33:03,547 --> 01:33:07,520
ในลักษณะที่ผู้ใด ก็คือใครก็ได้

1398
01:33:07,548 --> 01:33:11,520
มันก็จะแตกต่างกันนะคะ อย่างมาตรา 5 นี่

1399
01:33:11,548 --> 01:33:15,520
เป็นความผิดลักษณะไหน มาตรา 5 เป็นความผิด

1400
01:33:15,548 --> 01:33:19,520
ก็คือมีการ ถ้าเป็นภาษาคอม ก็คือมีการ Access

1401
01:33:19,548 --> 01:33:23,520
จะเป็นใครก็ได้ เข้าถึง มีการ

1402
01:33:23,549 --> 01:33:27,521
เข้าถึงนะคะ คำว่าเข้าถึงในที่นี้คืออะไร

1403
01:33:27,550 --> 01:33:31,520
รับอนุญาต ถูกต้องไหมคะ ดังนั้นนี่ถ้า

1404
01:33:31,551 --> 01:33:35,520
ใช่ไหม เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์

1405
01:33:35,553 --> 01:33:39,520
ของบุคคลอื่นโดยไม่ได้

1406
01:33:39,553 --> 01:33:43,520
เข้าได้ คนที่เขาเข้ามาสู่ระบบคอมพิวเตอร์

1407
01:33:43,554 --> 01:33:47,520
มีการเข้าถึงคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่น

1408
01:33:47,555 --> 01:33:51,520
โดยที่เป็นอย่างไรคะ ตัวเอาไม่ได้อนุญาตให้เขา

1409
01:33:51,555 --> 01:33:55,520
เฉพาะคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ

1410
01:33:55,556 --> 01:33:59,521
ของเรามีความผิดไหมคะ มีความผิด แต่ทีนี้

1411
01:33:59,558 --> 01:34:03,520
ระบบคอมพิวเตอร์นะคะ หมายความว่าอะไรบ้าง

1412
01:34:03,559 --> 01:34:07,521
เอาหมายเลข

1413
01:34:07,560 --> 01:34:11,520

1414
01:34:11,562 --> 01:34:15,520
เอาหมายเลขอะไรดี ตอบอาจารย์หน่อย

1415
01:34:15,562 --> 01:34:19,520
ระบบคอมพิวเตอร์มีอะไรบ้างเอ่ย

1416
01:34:19,562 --> 01:34:23,520
หมายเลข 8 อยากลองเล่นดู

1417
01:34:23,562 --> 01:34:27,521
ระบบคอมพิวเตอร์

1418
01:34:27,563 --> 01:34:31,521
มีอะไรบ้างลูก

1419
01:34:31,563 --> 01:34:35,521
ที่เป็นระบบคอมพิวเตอร์ตามความเข้าใจของเรา

1420
01:34:35,563 --> 01:34:39,520

1421
01:34:39,563 --> 01:34:43,521
ตามภาษาคอมพิวเตอร์ที่เราได้ศึกษา

1422
01:34:43,564 --> 01:34:47,520
เฉพาะคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะนี้ไหมครับ

1423
01:34:47,566 --> 01:34:51,521
ที่เราเรียนมา ระบบคอมพิวเตอร์

1424
01:34:51,567 --> 01:34:55,520
อธิบายให้อาจารย์ฟังหน่อย ระบบคอมพิวเตอร์

1425
01:34:55,568 --> 01:34:59,521
มันคืออะไรบ้างเอ่ย

1426
01:34:59,570 --> 01:35:03,521

1427
01:35:03,570 --> 01:35:07,520
มีข้อมูลต่าง ๆ

1428
01:35:07,570 --> 01:35:11,520
ตามความเข้าใจของเราเลย

1429
01:35:11,571 --> 01:35:15,520
(ล่าม) เขาบอกว่ามีข่าว

1430
01:35:15,573 --> 01:35:19,521
คอมพิวเตอร์ตั้งโต้ะ

1431
01:35:19,573 --> 01:35:23,521
(อาจารย์) ระบบคอมพิวเตอร์ นักศึกษาดูตามเอกสารขอ

1432
01:35:23,573 --> 01:35:27,520
มันมีลักษณะเป็นเหมือนฮาดแวร์

1433
01:35:27,574 --> 01:35:31,520
ที่เราได้เรียนมา

1434
01:35:31,575 --> 01:35:35,521
ทีนี้สิ่งที่นักศึกษาบอกว่าเป็นอะไรนะ มันเป็นข่าว

1435
01:35:35,577 --> 01:35:39,521
ตัวนั้นจะมีลักษณะเป็นเหมือน Software หรือเปล่า

1436
01:35:39,578 --> 01:35:43,520
มันคือกระบวนการไหนลู

1437
01:35:43,580 --> 01:35:47,521
ไอ้ตัวระบบคอมพิวเตอร์

1438
01:35:47,581 --> 01:35:51,521
คำว่าจะต้อง Access เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์

1439
01:35:51,581 --> 01:35:55,521

1440
01:35:55,581 --> 01:35:59,521
มันคือระบบคอมพิวเตอร์ที่หน้าตาอย่างไร

1441
01:35:59,582 --> 01:36:03,521
ยากไปไหม

1442
01:36:03,583 --> 01:36:07,521
ช่วยตอบหน่อย อะไรดี

1443
01:36:07,585 --> 01:36:11,521
มีอะไรบ้างครับ ยังอยู่หมายเลข 8 อยู่นะลูก

1444
01:36:11,586 --> 01:36:15,521
ไหนเพื่อนคนอื่น

1445
01:36:15,587 --> 01:36:19,521
ระบบคอมพิวเตอร์ ๆ

1446
01:36:19,588 --> 01:36:23,521
23

1447
01:36:23,589 --> 01:36:27,521

1448
01:36:27,590 --> 01:36:31,521

1449
01:36:31,590 --> 01:36:35,521
อาจารย์ยกตัวอย่างว่า นี่ค่ะ มันเป็น

1450
01:36:35,591 --> 01:36:39,521
คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะอย่างเดียวไหม

1451
01:36:39,593 --> 01:36:43,522
ใช่หรือเปล่า

1452
01:36:43,593 --> 01:36:47,521
(ล่าม) เขาบอกว่าอย่างเดียว

1453
01:36:47,594 --> 01:36:51,521
ครับ แล้วถ้าเรามีโทรศัพท์มือถือ

1454
01:36:51,594 --> 01:36:55,521
(ล่าม) เขาบอกโทรศัพท์ต้องเป็นอินเทอร์เน็ตน่ะครับ (อาจารย์)

1455
01:36:55,607 --> 01:36:59,521
(ล่าม) ใช่ครับ โทรศัพท์ก็ใช่ครับ

1456
01:36:59,607 --> 01:37:03,521
(อาจารย์) โทรศัพท์ก็ใช่ครับ

1457
01:37:03,608 --> 01:37:07,521
(ล่าม) ใช่ ๆ ๆ ครับ (อาจารย์) อ๋อ

1458
01:37:07,609 --> 01:37:11,521
จะต้องมีระบบเชื่อมโยงเครือข่าย

1459
01:37:11,611 --> 01:37:15,521
อย่างนี้หรือเปล่าคะ

1460
01:37:15,611 --> 01:37:19,521
ระบบคอมพิวเตอร์คืออะไร เพราะตอนนี้อาจารย์

1461
01:37:19,612 --> 01:37:23,521
ถ้าตามสิ่งที่เราได้ศึกษามา

1462
01:37:23,612 --> 01:37:27,521
ในสาขาคอมพิวเตอร์นี่ คำว่า

1463
01:37:27,613 --> 01:37:31,521

1464
01:37:31,614 --> 01:37:35,522
จบนิติศาสตร์นะคะ ก็จะไม่เข้าใจอย่างชัดเจน

1465
01:37:35,615 --> 01:37:39,521
เท่าไหร่ ช่วยอธิบายอาจารย์หน่อย

1466
01:37:39,617 --> 01:37:43,521
(ล่าม) เขาบอกว่ายังเป็นคอมพิวเตอร์ PC อย่างเดียว

1467
01:37:43,621 --> 01:37:47,522

1468
01:37:47,622 --> 01:37:51,521

1469
01:37:51,623 --> 01:37:55,521
ปรบมือให้เพื่อนหน่อยนะคะ เพื่อนตอบถูกนะคะ

1470
01:37:55,634 --> 01:37:59,521
โทรศัพท์ได้ อีเมลก็เหมือนกัน ที่สำคัญ

1471
01:37:59,645 --> 01:38:03,521
จะต้องมีอินเทอร์เน็ต (อาจารย์) โอ.เค.

1472
01:38:03,646 --> 01:38:07,521
นะคะ ที่เราได้ศึกษามา มันจะต้องมีการ

1473
01:38:07,648 --> 01:38:11,521

1474
01:38:11,650 --> 01:38:15,521
แสดงว่าในระบบคอมพิวเตอร์

1475
01:38:15,650 --> 01:38:19,521
ถ้าเป็นแค่คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ

1476
01:38:19,651 --> 01:38:23,521
เชื่อมโยงใช่ไหมคะ ทางอินเทอร์เน็ตทาง

1477
01:38:23,652 --> 01:38:27,521
ระบบเครือข่าย ที่สามารถออนไลน์ได้ด้วย

1478
01:38:27,654 --> 01:38:31,521
อย่างนี้ จะผิด พรบ. คอมพิวเตอร์ไหม

1479
01:38:31,654 --> 01:38:35,522
แต่ไม่เสียบปลั๊ก ใช้งานไม่ได้

1480
01:38:35,655 --> 01:38:39,521
ถ้ามีคนเข้าระบบไปงัดไปแงะ

1481
01:38:39,657 --> 01:38:43,521
ไม่ได้เสียบปลั๊กเลยนะลูก เหมือนเป็นค

1482
01:38:43,657 --> 01:38:47,521
อาจารย์ยกตัวอย่างคือ คอมพิวเตอร์

1483
01:38:47,664 --> 01:38:51,521
ตั้งโต๊ะนี่ล่ะค่ะ ไม่ได้เสียบปลั๊กเลยนะ

1484
01:38:51,664 --> 01:38:55,521
CPU วางอยู่ เขาก็ไปงัด ไปแงะค่ะ

1485
01:38:55,666 --> 01:38:59,521
คอมฯ ที่มันพัง

1486
01:38:59,666 --> 01:39:03,521
วางอยู่แล้วก็มีไอ้ตัว

1487
01:39:03,668 --> 01:39:07,521
เพื่อนตอบว่าอย่างไร

1488
01:39:07,669 --> 01:39:11,521
ถามว่ามันการ

1489
01:39:11,669 --> 01:39:15,521

1490
01:39:15,671 --> 01:39:19,522

1491
01:39:19,671 --> 01:39:23,521
คะ

1492
01:39:23,671 --> 01:39:27,522
(ล่าม) มี ๆ ครับ

1493
01:39:27,673 --> 01:39:31,521
(อาจารย์) ผิดไหม

1494
01:39:31,673 --> 01:39:35,521

1495
01:39:35,673 --> 01:39:39,521

1496
01:39:39,674 --> 01:39:43,521
นะครับ (อาจารย์)

1497
01:39:43,676 --> 01:39:47,521

1498
01:39:47,677 --> 01:39:51,521
(ล่าม) เขาบอกว่าได้ในคอมพิวเตอร์มันมีความจำอยู่

1499
01:39:51,678 --> 01:39:55,522
มันก็ยังมีเหมือนหน่วยความจำ มี CPU ใช่ไหมคะ

1500
01:39:55,679 --> 01:39:59,521

1501
01:39:59,679 --> 01:40:03,521
(อาจารย์) เพื่อนบอกว่า ในตัวนี้

1502
01:40:03,680 --> 01:40:07,521
ระบบเครือข่ายออนไลน์ไหม

1503
01:40:07,681 --> 01:40:11,522
แต่กรณีที่อาจารย์ยกตัวอย่าง ไปงัดไปแงะ

1504
01:40:11,682 --> 01:40:15,521
เพื่อเอาข้อมูลออกไป โดยที่ใช้

1505
01:40:15,682 --> 01:40:19,523
เห็นไหม นี่คือความแตกต่างนะคะ เมื่อกี้เราก็บอกว่า

1506
01:40:19,683 --> 01:40:23,521
ได้ใช้ไหม อาจารย์บอกแล้วไม่ได้เสียบปลั๊กเลยนะลูก

1507
01:40:23,684 --> 01:40:27,521
ไม่ได้เสียบปลั๊กเลยนะคะ

1508
01:40:27,685 --> 01:40:31,521
คอมพิวเตอร์นะคะ แต่ถ้าเราไม่ได้เสียบปลั๊กเลย

1509
01:40:31,686 --> 01:40:35,521
ถ้ามันจะเป็นการ Access เข้าคอมพิวเตอร์ได้

1510
01:40:35,686 --> 01:40:39,521
ของการเชื่อมต่อออนไลน์ใช่ไหมคะ มันถึงจะผิด พรบ.

1511
01:40:39,689 --> 01:40:43,521
มันจะผิดกฎหมายอาญา คือลักทรัพย์

1512
01:40:43,690 --> 01:40:47,521
คอมฯ มันพังอยู่นะคะ แล้วก็มีคนไปงัดไปแงะ

1513
01:40:47,690 --> 01:40:51,521
แล้วก็เอาอุปกรณ์ไป อันนี้

1514
01:40:51,692 --> 01:40:55,521
โอ.เค. นะคะ แต่ถือว่าเพื่อน

1515
01:40:55,693 --> 01:40:59,521
นะคะ แต่มันยังไม่ได้ผิด

1516
01:40:59,705 --> 01:41:03,521
พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ หรือกฎหมายคอมพิวเตอร์

1517
01:41:03,706 --> 01:41:07,522

1518
01:41:07,706 --> 01:41:11,522
มีความเข้าใจนะคะ มีความเข้าใจ

1519
01:41:11,707 --> 01:41:15,522
ไปหมายเลขไหนต่อดีนะ

1520
01:41:15,708 --> 01:41:19,522
จะต้องมีการ Access เข้า

1521
01:41:19,710 --> 01:41:23,522
คุณโจโจ้นะคะ คุณโจโจ้

1522
01:41:23,721 --> 01:41:27,522
เมื่อกี้ที่อาจารย์ยกตัวอย่างว่า ถ้า

1523
01:41:27,722 --> 01:41:31,522
โทรศัพท์ โทรศัพท์วางอยู่บนโต๊ะ

1524
01:41:31,722 --> 01:41:35,522
สู่ระบบคอมพิวเตอร์ใช่ไหมคะ ต้องมีการออนไลน์

1525
01:41:35,723 --> 01:41:39,521
ถ้าโทรศัพท์เมื่อกี้ที่อาจารย์ยกตัวอย่าง

1526
01:41:39,723 --> 01:41:43,522
กดเข้าไปดู อย่างนี้ผิด พรบ.

1527
01:41:43,724 --> 01:41:47,522
นะคะ แล้วเราก็

1528
01:41:47,724 --> 01:41:51,522
หยิบโทรศัพท์ของใครก็ไม่รู้ล่ะ กดเข้าไป

1529
01:41:51,726 --> 01:41:55,521
(ล่าม) ผิดครับ (อาจารย์) ที่ผิดเพราะอะไรครับ

1530
01:41:55,727 --> 01:41:59,521
คอมไหมคะ ผิดกฎหมายคอมพิวเตอร์ไหม

1531
01:41:59,727 --> 01:42:03,521

1532
01:42:03,728 --> 01:42:07,522
(อาจารย์) เข้าไปในระบบคอมพิวเตอร์

1533
01:42:07,729 --> 01:42:11,521
ทราบไหมคะ

1534
01:42:11,729 --> 01:42:15,521
(ล่าม) ก็เราแอบเข้าไปน่ะครับ

1535
01:42:15,730 --> 01:42:19,523
ใช่ไหมคะ ทีนี้อาทิตย์ที่แล้ว

1536
01:42:19,731 --> 01:42:23,522
ของคนอื่นใช่ไหมคะ โดยที่บุคคลนั้นอนุญาตไหม

1537
01:42:23,731 --> 01:42:27,521
อนุญาต ไม่ได้อนุญาต

1538
01:42:27,745 --> 01:42:31,521
หยิบโทรศัพท์เครื่องนั้นขึ้นมา แล้วกดเข้าไป

1539
01:42:31,746 --> 01:42:35,521
อาจารย์ยกตัวอย่างแล้วล่ะ ถ้าเราเห็นโทรศัพท์

1540
01:42:35,747 --> 01:42:39,522
ตกอยู่ที่พื้นนะคะ เราก็

1541
01:42:39,748 --> 01:42:43,522
เรากดเข้าไปดูข้อมูล

1542
01:42:43,748 --> 01:42:47,521
เพื่อที่จะไปดูว่า โทรศัพท์เครื่องนี้

1543
01:42:47,754 --> 01:42:51,521
เป็นของใคร พอ

1544
01:42:51,754 --> 01:42:55,522
พอเราพบแล้ว ว่ามันเป็นของอ้นนี่

1545
01:42:55,755 --> 01:42:59,522
เข้าไปดูในระบบคอมพิวเตอร์ และเข้าไปดู

1546
01:42:59,755 --> 01:43:03,521
ว่าเป็นของใคร

1547
01:43:03,757 --> 01:43:07,522
ผิดตามกฎหมายนี้อยู่ไหมคะ

1548
01:43:07,759 --> 01:43:11,522
เพื่อนเรา เราก็เอาโทรศัพท์เครื่องนั้

1549
01:43:11,760 --> 01:43:15,522
ไปคืนอ้น ถามว่ายังมี

1550
01:43:15,761 --> 01:43:19,522
โจโจ้เก็บได้ แล้วโจโจ้ก็เข้ามือถือ

1551
01:43:19,768 --> 01:43:23,522
มันเป็นความผิดแล้วหรือยัง

1552
01:43:23,768 --> 01:43:27,522
โจโจ้เก็บได้

1553
01:43:27,770 --> 01:43:31,522
เป็นของใคร โจ้ก็เอาไปคืนเพื่อน

1554
01:43:31,771 --> 01:43:35,521
เขา เข้าไปดูข้อมูล เข้าไปดูเบอร์โทร

1555
01:43:35,772 --> 01:43:39,522
เพื่อที่จะได้รู้ว่า โทรศัพท์เครื่องนี้เป็นของใคร

1556
01:43:39,783 --> 01:43:43,522

1557
01:43:43,785 --> 01:43:47,522
ถามว่าเป็นความผิดไหม

1558
01:43:47,786 --> 01:43:51,522
ผิดไหมคะ โจ้

1559
01:43:51,787 --> 01:43:55,522
ว่าต่อไปนี้เราเจอโทรศัพท์ใครเราก็ไม่กล้าหยิบเลยสิ

