﻿1
00:00:00,000 --> 00:00:03,260

2
00:00:04,006 --> 00:00:07,259
แต่ว่าสำหรับนักศึกษาเคยเจอกันหลายครั้งแล้ว

3
00:00:08,007 --> 00:00:11,259
สำหรับแต่ว่าพี่ล่ามนี่ครั้งแรก สำหรับที่ใช้วิธีการนี้

4
00:00:12,018 --> 00:00:16,018
ทีนี้อาทิตย์ที่แล้ว

5
00:00:16,019 --> 00:00:19,259
แล้วก็ครั้งแรกด้วยที่ใช้วิธีการนี้

6
00:00:20,019 --> 00:00:23,259
ทีนี้อาทิตย์ที่แล้วนะคะ เราได้...

7
00:00:24,020 --> 00:00:27,259
ถ้าอาจารย์พิเชนท์มา

8
00:00:28,021 --> 00:00:32,021

9
00:00:32,023 --> 00:00:35,259
ค่ะ มาแล้วค่ะ เพิ่งเริ่ม

10
00:00:36,024 --> 00:00:39,259

11
00:00:40,025 --> 00:00:43,259
นักศึกษาดู

12
00:00:44,026 --> 00:00:48,026
อันนี้ คือ ร่าม นักเรียน อาจารย์

13
00:00:48,028 --> 00:00:51,259
ตัวเอกสารนะคะ Powerpoint

14
00:00:52,029 --> 00:00:55,259
นะคะ พี่ล่ามเห็นด้วยอยู่ไหมคะ

15
00:00:56,030 --> 00:00:59,261
เห็นนะคะ (ล่าม) เห็นค่ะ (อาจารย์)

16
00:01:00,030 --> 00:01:04,030
ค่ะ ค่ะ โอ

17
00:01:04,032 --> 00:01:07,259
อันนี้คือ... ล่าม นักเรียน

18
00:01:08,033 --> 00:01:11,259
อาจารย์

19
00:01:12,034 --> 00:01:15,259

20
00:01:16,036 --> 00:01:20,036
ได้ค่ะ อันแรกที่ใช้ก็จะงง ๆ หน่อยนะ

21
00:01:20,038 --> 00:01:23,259

22
00:01:24,040 --> 00:01:27,259
อ๋อ

23
00:01:28,040 --> 00:01:31,259
ค่ะ ค่ะ

24
00:01:32,041 --> 00:01:36,041
อาทิตย์ที่แล้วอาจารย์ให้อธิบาย

25
00:01:36,042 --> 00:01:39,273
โอ.เค. ค่ะ

26
00:01:40,043 --> 00:01:43,259
เอาไว้ ค่ะ ได้ค่ะ เพราะว่าครั้งแรก

27
00:01:44,044 --> 00:01:47,260
ที่ใช้นะคะ อาจจะยังงง ๆ อยู่นะคะ

28
00:01:48,046 --> 00:01:52,046
ทีนี้ ที่อาจารย์ให้นักศึกษาดูแต่ละมา

29
00:01:52,047 --> 00:01:55,259
นักศึกษาก็ใครสงสัยประเด็นไหน

30
00:01:56,053 --> 00:01:59,259
นะคะ ก็สามารถสอบถามตัวต่อตัวได้เหมือนกัน

31
00:02:00,055 --> 00:02:03,259
นะคะ อาทิตย์ที่แล้วนะคะ

32
00:02:04,056 --> 00:02:08,056
มาตรา 5 เป็นความผิดในลักษณะที่ผู้ใด ใครก็ได้

33
00:02:08,058 --> 00:02:11,259
อาจารย์ได้ให้คำอธิบาย แล้วก็อธิบายความผิด

34
00:02:12,059 --> 00:02:15,259
ในส่วนของความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เบื้องต้น มาตรา

35
00:02:16,060 --> 00:02:19,259
5 มาตร 6 มาตร 7 ตามหน้าจอนี้

36
00:02:20,060 --> 00:02:24,060
มีการ ถ้าเป็นภาษาคอมก็จะ accass เข้าถึง

37
00:02:24,062 --> 00:02:27,260
นะคะ ทีนี้

38
00:02:28,063 --> 00:02:31,259
ที่อาจารย์ให้นักศึกษาดูนะคะ ว่าลักษณะ

39
00:02:32,064 --> 00:02:35,259
ความผิดแต่ละมาตรา ความผิดแต่ละมาตรา

40
00:02:36,064 --> 00:02:40,064
เข้าถึง คอมพิวเตอร์ของคนอื่นโดยที่ตัวเรา

41
00:02:40,065 --> 00:02:43,259
มันก็จะแตกต่างกันนะคะ อย่างมาตรา 5 นี่

42
00:02:44,065 --> 00:02:47,259
เป็นความผิดลักษณะไหน มาตรา 5 เป็นความผิด

43
00:02:48,065 --> 00:02:51,260
ในลักษณะที่ผู้ใด ก็คือใครก็ได้

44
00:02:52,065 --> 00:02:56,065
นะคะ หมายความว่าอะไรบ้าง โดยเฉพาะ

45
00:02:56,067 --> 00:02:59,259
จะเป็นใครก็ได้ เข้าถึง มีการ

46
00:03:00,068 --> 00:03:03,259
เข้าถึงนะคะ คำว่าเข้าถึงในที่นี้คืออะไร

47
00:03:04,078 --> 00:03:07,260
ก็คือมีการ ถ้าเป็นภาษาคอม ก็คือมีการ Access

48
00:03:08,087 --> 00:03:12,087
หมายเลข 8 อยากลองเล่นดู

49
00:03:12,088 --> 00:03:15,260
ใช่ไหม เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์

50
00:03:16,088 --> 00:03:19,259
ของบุคคลอื่นโดยไม่ได้

51
00:03:20,089 --> 00:03:23,259
รับอนุญาต ถูกต้องไหมคะ ดังนั้นนี่ถ้า

52
00:03:24,091 --> 00:03:28,091
ที่เป็นระบบคอมพิวเตอร์ที่เป็นระบบของเรา

53
00:03:28,093 --> 00:03:31,259
มีการเข้าถึงคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่น

54
00:03:32,094 --> 00:03:35,259
โดยที่เป็นอย่างไรคะ ตัวเอาไม่ได้อนุญาตให้เขา

55
00:03:36,096 --> 00:03:39,259
เข้าได้ คนที่เขาเข้ามาสู่ระบบคอมพิวเตอร์

56
00:03:40,097 --> 00:03:44,097
ที่เราเรียนมา ระบบคอมพิวเตอร์ตามภาษาคอมพิวเตอร์ที่เราได้ศึกษา

57
00:03:44,097 --> 00:03:47,259
ของเรามีความผิดไหมคะ มีความผิด แต่ทีนี้

58
00:03:48,098 --> 00:03:51,260
ระบบคอมพิวเตอร์นะคะ หมายความว่าอะไรบ้าง

59
00:03:52,099 --> 00:03:55,259
เฉพาะคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ

60
00:03:56,101 --> 00:04:00,101
อธิบายให้อาจารย์ฟังหน่อยระบบคอมพิวเตอร์ตาม

61
00:04:00,102 --> 00:04:03,263

62
00:04:04,103 --> 00:04:07,259
เอาหมายเลขอะไรดี ตอบอาจารย์หน่อย

63
00:04:08,105 --> 00:04:11,259
เอาหมายเลข

64
00:04:12,105 --> 00:04:16,105
นักศึกษาดูตามเอกสาร อาจารย์บอกว่ามันเหมือน

65
00:04:16,106 --> 00:04:19,259
หมายเลข 8 อยากลองเล่นดู

66
00:04:20,107 --> 00:04:23,259
ระบบคอมพิวเตอร์

67
00:04:24,107 --> 00:04:27,259
ระบบคอมพิวเตอร์มีอะไรบ้างเอ่ย

68
00:04:28,108 --> 00:04:32,108
มีลักษณะที่เหมือนซอฟต์แวร์ใช่ไหม ไม่ใช่

69
00:04:32,110 --> 00:04:35,259
ที่เป็นระบบคอมพิวเตอร์ตามความเข้าใจของเรา

70
00:04:36,111 --> 00:04:39,260

71
00:04:40,112 --> 00:04:43,260
มีอะไรบ้างลูก

72
00:04:44,114 --> 00:04:48,114
มัน คือ กระบวนการไหนลูก มันควรมีหน้าตา

73
00:04:48,115 --> 00:04:51,259
เฉพาะคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะนี้ไหมครับ

74
00:04:52,115 --> 00:04:55,260
ที่เราเรียนมา ระบบคอมพิวเตอร์

75
00:04:56,117 --> 00:04:59,259
ตามภาษาคอมพิวเตอร์ที่เราได้ศึกษา

76
00:05:00,124 --> 00:05:04,124
ยังอยู่หมายเลข 8 อยู่นะลูก

77
00:05:04,126 --> 00:05:07,260
มันคืออะไรบ้างเอ่ย

78
00:05:08,126 --> 00:05:11,260

79
00:05:12,128 --> 00:05:15,260
อธิบายให้อาจารย์ฟังหน่อย ระบบคอมพิวเตอร์

80
00:05:16,129 --> 00:05:20,129
ระบบคอมพิวเตอร์ นี่ค่ะ

81
00:05:20,131 --> 00:05:23,260
ตามความเข้าใจของเราเลย

82
00:05:24,142 --> 00:05:27,260
(ล่าม) เขาบอกว่ามีข่าว

83
00:05:28,143 --> 00:05:31,259
มีข้อมูลต่าง ๆ

84
00:05:32,144 --> 00:05:36,144
(ล่าม) เขาบอกว่าอย่างเดีย

85
00:05:36,146 --> 00:05:39,260
(อาจารย์) ระบบคอมพิวเตอร์ นักศึกษาดูตามเอกสารขอ

86
00:05:40,146 --> 00:05:43,260
มันมีลักษณะเป็นเหมือนฮาดแวร์

87
00:05:44,148 --> 00:05:47,260
คอมพิวเตอร์ตั้งโต้ะ

88
00:05:48,148 --> 00:05:52,148
(ล่าม) เขาบอกว่าใช่ครั

89
00:05:52,150 --> 00:05:55,259
ทีนี้สิ่งที่นักศึกษาบอกว่าเป็นอะไรนะ มันเป็นข่าว

90
00:05:56,152 --> 00:05:59,260
ตัวนั้นจะมีลักษณะเป็นเหมือน Software หรือเปล่า

91
00:06:00,152 --> 00:06:03,260
ที่เราได้เรียนมา

92
00:06:04,157 --> 00:06:08,157
อย่างนี้หรือเปล่าคะ

93
00:06:08,159 --> 00:06:11,260
ไอ้ตัวระบบคอมพิวเตอร์

94
00:06:12,172 --> 00:06:15,260
คำว่าจะต้อง Access เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์

95
00:06:16,172 --> 00:06:19,260
มันคือกระบวนการไหนลู

96
00:06:20,173 --> 00:06:24,173
คือ อะไร เพราะตอนนี้อาจารย์จบนิติศาสตร์นะคะ อาจารย์ไม่ค่อยเข้าใจ

97
00:06:24,175 --> 00:06:27,260
มันคือระบบคอมพิวเตอร์ที่หน้าตาอย่างไร

98
00:06:28,176 --> 00:06:31,259
ยากไปไหม

99
00:06:32,177 --> 00:06:35,260

100
00:06:36,178 --> 00:06:40,178
(ล่าม) เขาวบอกว่ายังคงเป็น

101
00:06:40,180 --> 00:06:43,260
มีอะไรบ้างครับ ยังอยู่หมายเลข 8 อยู่นะลูก

102
00:06:44,181 --> 00:06:47,260
ไหนเพื่อนคนอื่น

103
00:06:48,181 --> 00:06:51,259
ช่วยตอบหน่อย อะไรดี

104
00:06:52,191 --> 00:06:56,191
ตบมือให้เพื่อนหน่อยนะคะ เพื่อนตอบถูก

105
00:06:56,193 --> 00:06:59,260
23

106
00:07:00,194 --> 00:07:03,260

107
00:07:04,194 --> 00:07:07,259
ระบบคอมพิวเตอร์ ๆ

108
00:07:08,194 --> 00:07:12,194
ได้ศึกษามามันจะต้องมีการเชื่อมโยงเครือข่าย

109
00:07:12,195 --> 00:07:15,259
อาจารย์ยกตัวอย่างว่า นี่ค่ะ มันเป็น

110
00:07:16,197 --> 00:07:19,260
คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะอย่างเดียวไหม

111
00:07:20,197 --> 00:07:23,260

112
00:07:24,198 --> 00:07:28,198
ใช้งานไม่ได้ ถ้ามีคนเข้าระบบไปงัดไปแงะอย่างนี้จะผิดระบบคอมพิวเตอร์

113
00:07:28,200 --> 00:07:31,260
(ล่าม) เขาบอกว่าอย่างเดียว

114
00:07:32,201 --> 00:07:35,260
ครับ แล้วถ้าเรามีโทรศัพท์มือถือ

115
00:07:36,202 --> 00:07:39,260
ใช่หรือเปล่า

116
00:07:40,203 --> 00:07:44,203
แต่ไม่ได้เสียบปลั๊กเลยนะลูก

117
00:07:44,204 --> 00:07:47,260
(ล่าม) ใช่ครับ โทรศัพท์ก็ใช่ครับ

118
00:07:48,204 --> 00:07:51,260
(อาจารย์) โทรศัพท์ก็ใช่ครับ

119
00:07:52,212 --> 00:07:55,260
(ล่าม) เขาบอกโทรศัพท์ต้องเป็นอินเทอร์เน็ตน่ะครับ (อาจารย์)

120
00:07:56,220 --> 00:08:00,220
วางอยู่เขาก็ไปงัดไปแงะ ถามว่ามันเป็นการ accass เข้าคอมพิวเตอร์

121
00:08:00,222 --> 00:08:03,260
จะต้องมีระบบเชื่อมโยงเครือข่าย

122
00:08:04,235 --> 00:08:07,260
อย่างนี้หรือเปล่าคะ

123
00:08:08,236 --> 00:08:11,260
(ล่าม) ใช่ ๆ ๆ ครับ (อาจารย์) อ๋อ

124
00:08:12,236 --> 00:08:16,236
(ล่าม) เขาตอบ... มีครับ ๆ

125
00:08:16,236 --> 00:08:19,260
ถ้าตามสิ่งที่เราได้ศึกษามา

126
00:08:20,237 --> 00:08:23,260
ในสาขาคอมพิวเตอร์นี่ คำว่า

127
00:08:24,239 --> 00:08:27,260
ระบบคอมพิวเตอร์คืออะไร เพราะตอนนี้อาจารย์

128
00:08:28,239 --> 00:08:32,239
(อาจารย์) ผิดไหม

129
00:08:32,241 --> 00:08:35,260
จบนิติศาสตร์นะคะ ก็จะไม่เข้าใจอย่างชัดเจน

130
00:08:36,242 --> 00:08:39,267
เท่าไหร่ ช่วยอธิบายอาจารย์หน่อย

131
00:08:40,242 --> 00:08:43,260

132
00:08:44,244 --> 00:08:48,244
(อาจารย์) เพื่อนบอกว่าในตัวนี้มัน

133
00:08:48,246 --> 00:08:51,273

134
00:08:52,247 --> 00:08:55,260

135
00:08:56,249 --> 00:08:59,260
(ล่าม) เขาบอกว่ายังเป็นคอมพิวเตอร์ PC อย่างเดียว

136
00:09:00,252 --> 00:09:04,252
กรณีที่อาจารย์บอก

137
00:09:04,253 --> 00:09:08,253
โทรศัพท์ได้ อีเมลก็เหมือนกัน ที่สำคัญ

138
00:09:08,254 --> 00:09:12,254
จะต้องมีอินเทอร์เน็ต (อาจารย์) โอ.เค.

139
00:09:12,254 --> 00:09:16,254
ปรบมือให้เพื่อนหน่อยนะคะ เพื่อนตอบถูกนะคะ

140
00:09:16,256 --> 00:09:20,256
เลยนะคะ เห็นไหมมัน คือื ความแตกต่างนะคะ

141
00:09:20,256 --> 00:09:24,256

142
00:09:24,256 --> 00:09:28,256
แสดงว่าในระบบคอมพิวเตอร์

143
00:09:28,257 --> 00:09:32,257
นะคะ ที่เราได้ศึกษามา มันจะต้องมีการ

144
00:09:32,259 --> 00:09:36,259
นะคะ แต่ถ้าเราไม่ได้เสียงปลั๊กเลย คอมมันพังอยู่แล้วมีคนไปงัดไปแงะ

145
00:09:36,267 --> 00:09:40,260
เชื่อมโยงใช่ไหมคะ ทางอินเทอร์เน็ตทาง

146
00:09:40,273 --> 00:09:44,260
ระบบเครือข่าย ที่สามารถออนไลน์ได้ด้วย

147
00:09:44,280 --> 00:09:48,260
ถ้าเป็นแค่คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ

148
00:09:48,281 --> 00:09:52,281
นะคะ แต่มันไม่ได้ผิด พรบ. คอมพิวเตอร์ที่กำลังศึกษาอยู่ตรงนี้นะคะ

149
00:09:52,282 --> 00:09:56,260
แต่ไม่เสียบปลั๊ก ใช้งานไม่ได้

150
00:09:56,283 --> 00:10:00,260
ถ้ามีคนเข้าระบบไปงัดไปแงะ

151
00:10:00,286 --> 00:10:04,260
อย่างนี้ จะผิด พรบ. คอมพิวเตอร์ไหม

152
00:10:04,286 --> 00:10:08,286
ไหนต่อดีนะ

153
00:10:08,287 --> 00:10:12,264
อาจารย์ยกตัวอย่างคือ คอมพิวเตอร์

154
00:10:12,287 --> 00:10:16,260
ตั้งโต๊ะนี่ล่ะค่ะ ไม่ได้เสียบปลั๊กเลยนะ

155
00:10:16,289 --> 00:10:20,260
ไม่ได้เสียบปลั๊กเลยนะลูก เหมือนเป็นค

156
00:10:20,290 --> 00:10:24,290
asscss เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์

157
00:10:24,291 --> 00:10:28,260
คอมฯ ที่มันพัง

158
00:10:28,292 --> 00:10:32,261
วางอยู่แล้วก็มีไอ้ตัว

159
00:10:32,293 --> 00:10:36,261
CPU วางอยู่ เขาก็ไปงัด ไปแงะค่ะ

160
00:10:36,294 --> 00:10:40,294
นะคะ แล้วเราก็หยิบโทรศัพท์ของใครมาก็แล้วแต่นี่

161
00:10:40,294 --> 00:10:44,260
ถามว่ามันการ

162
00:10:44,295 --> 00:10:48,260

163
00:10:48,296 --> 00:10:52,261
เพื่อนตอบว่าอย่างไร

164
00:10:52,297 --> 00:10:56,297
(ร่าม) ผิดครับ (อาจารย์)

165
00:10:56,297 --> 00:11:00,260
คะ

166
00:11:00,301 --> 00:11:04,260
(ล่าม) มี ๆ ครับ

167
00:11:04,302 --> 00:11:08,260

168
00:11:08,304 --> 00:11:12,304
เข้าไปในระบบคอมพิวเตอร์ของคนอื่นโดยที่

169
00:11:12,305 --> 00:11:16,260

170
00:11:16,305 --> 00:11:20,260

171
00:11:20,307 --> 00:11:24,260
(อาจารย์) ผิดไหม

172
00:11:24,307 --> 00:11:28,307
ถ้าเราเห็นโทรศัพท์ตกอยู่ที่พื้นนะคะ เราก็หยิบ

173
00:11:28,308 --> 00:11:32,263

174
00:11:32,310 --> 00:11:36,260
(ล่าม) เขาบอกว่าได้ในคอมพิวเตอร์มันมีความจำอยู่

175
00:11:36,310 --> 00:11:40,260
นะครับ (อาจารย์)

176
00:11:40,311 --> 00:11:44,311
พอเรากดเข้าไปดู เข้าไประบบคอมพิวเตอร์

177
00:11:44,312 --> 00:11:48,260

178
00:11:48,312 --> 00:11:52,260
(อาจารย์) เพื่อนบอกว่า ในตัวนี้

179
00:11:52,318 --> 00:11:56,260
มันก็ยังมีเหมือนหน่วยความจำ มี CPU ใช่ไหมคะ

180
00:11:56,318 --> 00:12:00,318
พอเราพบแล้ว เป็นของอ้นนี่

181
00:12:00,319 --> 00:12:04,260
แต่กรณีที่อาจารย์ยกตัวอย่าง ไปงัดไปแงะ

182
00:12:04,320 --> 00:12:08,260
เพื่อเอาข้อมูลออกไป โดยที่ใช้

183
00:12:08,322 --> 00:12:12,260
ระบบเครือข่ายออนไลน์ไหม

184
00:12:12,322 --> 00:12:16,322
มันเป็นความผิดแล้วหรือยัง

185
00:12:16,323 --> 00:12:20,260
ได้ใช้ไหม อาจารย์บอกแล้วไม่ได้เสียบปลั๊กเลยนะลูก

186
00:12:20,326 --> 00:12:24,260
ไม่ได้เสียบปลั๊กเลยนะคะ

187
00:12:24,326 --> 00:12:28,260
เห็นไหม นี่คือความแตกต่างนะคะ เมื่อกี้เราก็บอกว่า

188
00:12:28,328 --> 00:12:32,328
โทรศัพท์เครื่องนี้เป็นของใคร แล้วเราก็ดูว่าอันนี้เป็น

189
00:12:32,329 --> 00:12:36,260
ถ้ามันจะเป็นการ Access เข้าคอมพิวเตอร์ได้

190
00:12:36,329 --> 00:12:40,260
ของการเชื่อมต่อออนไลน์ใช่ไหมคะ มันถึงจะผิด พรบ.

191
00:12:40,329 --> 00:12:44,260
คอมพิวเตอร์นะคะ แต่ถ้าเราไม่ได้เสียบปลั๊กเลย

192
00:12:44,329 --> 00:12:48,329
(ร่าม

193
00:12:48,331 --> 00:12:52,260
คอมฯ มันพังอยู่นะคะ แล้วก็มีคนไปงัดไปแงะ

194
00:12:52,332 --> 00:12:56,260
แล้วก็เอาอุปกรณ์ไป อันนี้

195
00:12:56,334 --> 00:13:00,260
มันจะผิดกฎหมายอาญา คือลักทรัพย์

196
00:13:00,334 --> 00:13:04,334
เพราะเรากลัวความผิด แต่โจ้

197
00:13:04,335 --> 00:13:08,260
นะคะ แต่มันยังไม่ได้ผิด

198
00:13:08,337 --> 00:13:12,260
พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ หรือกฎหมายคอมพิวเตอร์

199
00:13:12,338 --> 00:13:16,260
โอ.เค. นะคะ แต่ถือว่าเพื่อน

200
00:13:16,339 --> 00:13:20,339
โจ้อยากจะเอาของ โทรศัพท์ไปคืนเพื่อน

201
00:13:20,339 --> 00:13:24,261
มีความเข้าใจนะคะ มีความเข้าใจ

202
00:13:24,344 --> 00:13:28,261
ไปหมายเลขไหนต่อดีนะ

203
00:13:28,344 --> 00:13:32,260

204
00:13:32,345 --> 00:13:36,345
ดีหรือไม่ดี

205
00:13:36,345 --> 00:13:40,260
คุณโจโจ้นะคะ คุณโจโจ้

206
00:13:40,347 --> 00:13:44,260
เมื่อกี้ที่อาจารย์ยกตัวอย่างว่า ถ้า

207
00:13:44,347 --> 00:13:48,260
จะต้องมีการ Access เข้า

208
00:13:48,348 --> 00:13:52,348
ไหนเดี๋ยวหมายเลขอื่น ช่วยหน่อยค่ะ

209
00:13:52,348 --> 00:13:56,261
สู่ระบบคอมพิวเตอร์ใช่ไหมคะ ต้องมีการออนไลน์

210
00:13:56,348 --> 00:14:00,261
ถ้าโทรศัพท์เมื่อกี้ที่อาจารย์ยกตัวอย่าง

211
00:14:00,350 --> 00:14:04,260
โทรศัพท์ โทรศัพท์วางอยู่บนโต๊ะ

212
00:14:04,350 --> 00:14:08,350
เด็กหูใช่ไหมคะ 12

213
00:14:08,351 --> 00:14:12,261
นะคะ แล้วเราก็

214
00:14:12,352 --> 00:14:16,260
หยิบโทรศัพท์ของใครก็ไม่รู้ล่ะ กดเข้าไป

215
00:14:16,353 --> 00:14:20,260
กดเข้าไปดู อย่างนี้ผิด พรบ.

216
00:14:20,354 --> 00:14:24,354
ตกอยู่นะคะ กรณีแรกหยิบขึ้นมาเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์เพื่อหาเจ้าของ

217
00:14:24,355 --> 00:14:28,260
คอมไหมคะ ผิดกฎหมายคอมพิวเตอร์ไหม

218
00:14:28,355 --> 00:14:32,260

219
00:14:32,369 --> 00:14:36,261
(ล่าม) ผิดครับ (อาจารย์) ที่ผิดเพราะอะไรครับ

220
00:14:36,370 --> 00:14:40,370
แล้วก็กดค่ะ เข้าไปดูว่าเป็นของใครก็จริง แล้วเก็บเข้ากระเป๋าตัวเอง

221
00:14:40,371 --> 00:14:44,260
ทราบไหมคะ

222
00:14:44,372 --> 00:14:48,261
(ล่าม) ก็เราแอบเข้าไปน่ะครับ

223
00:14:48,373 --> 00:14:52,261
(อาจารย์) เข้าไปในระบบคอมพิวเตอร์

224
00:14:52,374 --> 00:14:56,374
(ล่าม)หาเจ้าของค่ะ หาเจ้าของเป็นเจตนาดีค่ะ

225
00:14:56,376 --> 00:15:00,260
ของคนอื่นใช่ไหมคะ โดยที่บุคคลนั้นอนุญาตไหม

226
00:15:00,376 --> 00:15:04,260
อนุญาต ไม่ได้อนุญาต

227
00:15:04,376 --> 00:15:08,260
ใช่ไหมคะ ทีนี้อาทิตย์ที่แล้ว

228
00:15:08,377 --> 00:15:12,377
ผิดหรือไม่ผิดคะ

229
00:15:12,378 --> 00:15:16,260
อาจารย์ยกตัวอย่างแล้วล่ะ ถ้าเราเห็นโทรศัพท์

230
00:15:16,384 --> 00:15:20,260
ตกอยู่ที่พื้นนะคะ เราก็

231
00:15:20,385 --> 00:15:24,260
หยิบโทรศัพท์เครื่องนั้นขึ้นมา แล้วกดเข้าไป

232
00:15:24,387 --> 00:15:28,387
มันเป็นเจตนาดี หนู้บอกว่ามันเป็นเจตนาดี

233
00:15:28,387 --> 00:15:32,260
เพื่อที่จะไปดูว่า โทรศัพท์เครื่องนี้

234
00:15:32,388 --> 00:15:36,260
เป็นของใคร พอ

235
00:15:36,390 --> 00:15:40,261
เรากดเข้าไปดูข้อมูล

236
00:15:40,390 --> 00:15:44,390
ผิดไหมลูก

237
00:15:44,392 --> 00:15:48,260
เข้าไปดูในระบบคอมพิวเตอร์ และเข้าไปดู

238
00:15:48,393 --> 00:15:52,261
ว่าเป็นของใคร

239
00:15:52,393 --> 00:15:56,261
พอเราพบแล้ว ว่ามันเป็นของอ้นนี่

240
00:15:56,403 --> 00:16:00,403
(อาจารย์) เดี๋ยวยังอยู่กรณีนี้อยู่นะคะ

241
00:16:00,403 --> 00:16:04,261
เพื่อนเรา เราก็เอาโทรศัพท์เครื่องนั้

242
00:16:04,404 --> 00:16:08,261
ไปคืนอ้น ถามว่ายังมี

243
00:16:08,406 --> 00:16:12,260
ผิดตามกฎหมายนี้อยู่ไหมคะ

244
00:16:12,408 --> 00:16:16,408
ไปเก็บอยากจะเอาไปคืนเขา จำเป็นต้องกดเข้าไปดู

245
00:16:16,408 --> 00:16:20,260
มันเป็นความผิดแล้วหรือยัง

246
00:16:20,409 --> 00:16:24,260
โจโจ้เก็บได้

247
00:16:24,409 --> 00:16:28,261
โจโจ้เก็บได้ แล้วโจโจ้ก็เข้ามือถือ

248
00:16:28,410 --> 00:16:32,410
แต่มันก็ยังผิดอยู่ดีอย่างนี้ถูกต้องไหมคะ

249
00:16:32,410 --> 00:16:36,261
เขา เข้าไปดูข้อมูล เข้าไปดูเบอร์โทร

250
00:16:36,412 --> 00:16:40,260
เพื่อที่จะได้รู้ว่า โทรศัพท์เครื่องนี้เป็นของใคร

251
00:16:40,412 --> 00:16:44,260
เป็นของใคร โจ้ก็เอาไปคืนเพื่อน

252
00:16:44,414 --> 00:16:48,414
ต่างจากกรณีที่เพื่อนอธิบาย มีใครเห็นด้วยไหมคะ

253
00:16:48,414 --> 00:16:52,273
ถามว่าเป็นความผิดไหม

254
00:16:52,415 --> 00:16:56,261
ผิดไหมคะ โจ้

255
00:16:56,416 --> 00:17:00,261

256
00:17:00,416 --> 00:17:04,416
คอมไม่ขึ้นหรอ ค้างหรอคะ อะไรนะเพื่อนไม่เปิด

257
00:17:04,417 --> 00:17:08,260

258
00:17:08,421 --> 00:17:12,260
(ล่าม) ก็ยังผิดอยู่นะครับ (อาจารย์) แสดง

259
00:17:12,422 --> 00:17:16,261
ว่าต่อไปนี้เราเจอโทรศัพท์ใครเราก็ไม่กล้าหยิบเลยสิ

260
00:17:16,437 --> 00:17:20,437
เอา 28 ก็ได้นะ

261
00:17:20,438 --> 00:17:24,261
เพราะเรากลัวความผิด

262
00:17:24,439 --> 00:17:28,261
แต่โจ้มีเจตนาอย่างไรลูก

263
00:17:28,446 --> 00:17:32,260
โจ้เก็บโทรศัพท์เขามาดู

264
00:17:32,452 --> 00:17:36,452

265
00:17:36,452 --> 00:17:40,261
โจ้มีเจตนาดีไหมคะ

266
00:17:40,456 --> 00:17:44,260
โจ้

267
00:17:44,458 --> 00:17:48,260
อยากจะเอาของ คือโทรศัพท์ไปคืนเพื่อน

268
00:17:48,459 --> 00:17:52,459
โอ.เค. เปิดแมสไหมลูก

269
00:17:52,459 --> 00:17:56,261
กับอีกอันหนึ่ง

270
00:17:56,460 --> 00:18:00,260
โจ้เห็นโทรศัพท์อยู่ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาใส่กระเป๋าตัวเอง

271
00:18:00,461 --> 00:18:04,260
อันนี้เจตนาดีหรือไม่ดี

272
00:18:04,463 --> 00:18:08,463
เข้าใจไหมคะ เมื่อกี้ หรือยังไม่ได้เข้าไปดู

273
00:18:08,463 --> 00:18:12,261

274
00:18:12,464 --> 00:18:16,261
โจ้ ตอบหน่อยสิลูก (ล่าม) ใช่ ๆ

275
00:18:16,464 --> 00:18:20,261
อันนี้คิดไม่ดีครับ (อาจารย์)

276
00:18:20,465 --> 00:18:24,465
เข้าไปดูว่ามันเป็นของใคร มีเบอร์โทรไหม มีรูปไหม อย่างนี้ถามว่ามันผิดไหม

277
00:18:24,467 --> 00:18:28,260
แสดงว่าอะไร ไหน เดี๋ยว

278
00:18:28,468 --> 00:18:32,261
หมายเลขอื่นช่วยหน่อยค่ะ

279
00:18:32,469 --> 00:18:36,260
ตอนนี้อยากให้เด็กหูฯ

280
00:18:36,471 --> 00:18:40,471
แต่ถ้าเราเอาโทรศัพท์ขึ้นมาดูเฉย ๆ ก็คงไม่รู้ว่ามันเป็นของใคร

281
00:18:40,472 --> 00:18:44,260
กำลังมองว่ามีหมายเลขอะไรบ้าง

282
00:18:44,472 --> 00:18:48,260
12

283
00:18:48,472 --> 00:18:52,261
เด็กหูฯ ใช่ไหมคะ 12

284
00:18:52,478 --> 00:18:56,478
ไปให้เขาก็ได้ครับ (อาจารย์) คุยอย่างไรน่ะ

285
00:18:56,480 --> 00:19:00,269
เมื่อกี้

286
00:19:00,480 --> 00:19:04,260
ที่อาจารย์ถามว่า ถ้า

287
00:19:04,481 --> 00:19:08,260
เราเห็นโทรศัพท์ตกอยู่นะคะ

288
00:19:08,482 --> 00:19:12,482
ใช่ไหม จริง ๆ อยากคืนอยู่แต่เราไม่กล้าที่จะเข้า

289
00:19:12,483 --> 00:19:16,261
กรณีแรก หยิบเข้ามาเข้าสู่ระบบ

290
00:19:16,484 --> 00:19:20,261
คอมพิวเตอร์ เพื่อที่จะหาเจ้าของ และเพื่อ

291
00:19:20,495 --> 00:19:24,261
เอาโทรศัพท์นี้ไปคืนเขา กับอีกกรณีหนึ่ง

292
00:19:24,497 --> 00:19:28,497
(ล่าม) ใช่ ๆ กลัวครับ (อาจารย์) อาจารย์ว่า

293
00:19:28,498 --> 00:19:32,261
หยิบขึ้นมา แล้วก็กดค่ะ เข้าไป

294
00:19:32,499 --> 00:19:36,261
ดูว่าเป็นของใครก็จริง แต่เก็บเข้ากระเป๋าตัวเอง

295
00:19:36,501 --> 00:19:40,261
อันไหนเจตนาดี

296
00:19:40,503 --> 00:19:44,503

297
00:19:44,505 --> 00:19:48,261
กรณีแรกหรือกรณีที่ 2

298
00:19:48,506 --> 00:19:52,261
(ล่าม) หาเจ้าของค่ะ

299
00:19:52,508 --> 00:19:56,261
หาเจ้าของ เป็นเจตนาดีค่ะ (อาจารย์) แสดงว่าการหาเจ้าของ

300
00:19:56,510 --> 00:20:00,510
9 ค่ะ ข้างกันข้างเพื่อน

301
00:20:00,511 --> 00:20:04,261
และถามว่า ถ้าเราเอาโทรศัพท์เขากดเข้าไปดู

302
00:20:04,511 --> 00:20:08,261
ผิดหรือไม่ผิด

303
00:20:08,512 --> 00:20:12,261
ผิดหรือไม่ผิดคะ

304
00:20:12,512 --> 00:20:16,512

305
00:20:16,513 --> 00:20:20,261

306
00:20:20,513 --> 00:20:24,261
เมื่อกี้หนูบอกว่า เห็นโทรศัพท์ตกอยู่

307
00:20:24,514 --> 00:20:28,261
หนูอยากจะเอาโทรศัพท์เครื่องนี้ไปคืนเพื่อน

308
00:20:28,515 --> 00:20:32,515
มีใคร

309
00:20:32,516 --> 00:20:36,260
หนูบอกมันเป็นเจตนาดี หนู

310
00:20:36,517 --> 00:20:40,261
กดโทรศัพท์เข้าดู โดยที่เจ้าของเขาก็ไม่รู้หร ก

311
00:20:40,517 --> 00:20:44,261
อย่างนี้ ถามว่าผิดหรือไม่ผิด

312
00:20:44,518 --> 00:20:48,518
เป็นอย่างไรเอ่ย ยังค้างอยู่เลย 1 อยากตอบไหม 1

313
00:20:48,518 --> 00:20:52,261

314
00:20:52,520 --> 00:20:56,261
ผิดไหมลูก

315
00:20:56,522 --> 00:21:00,261

316
00:21:00,523 --> 00:21:04,523
11 ไหนช่วยตอบหน่อยสิลูก นี่พูดเคสนี้ไป 3-4 รอบแล้วนะ

317
00:21:04,525 --> 00:21:08,261
ผิดค่ะ

318
00:21:08,525 --> 00:21:12,261

319
00:21:12,527 --> 00:21:16,261
(อาจารย์) เดี๋ยวยังอยู่กรณีนี้อยู่นะคะ

320
00:21:16,528 --> 00:21:20,528
เรามีเจตนาดีที่จะเอาคืนล่ะ แต่มันก็มีความจำเป็นที่ต้องกดดูน่ะ

321
00:21:20,529 --> 00:21:24,261
ใครอยาจะช่วยเพื่อนตอบ 13

322
00:21:24,530 --> 00:21:28,261
หนูเห็นว่าอย่างไร ผิดหรือไม่ผิด

323
00:21:28,530 --> 00:21:32,261

324
00:21:32,531 --> 00:21:36,531

325
00:21:36,533 --> 00:21:40,261
เห็นโทรศัพท์ตกอยู่ ไปเก็บ แต่จำเป็น

326
00:21:40,535 --> 00:21:44,261
ที่จะต้องกดเข้าไปดูค่ะ ว่าเป็นของใคร

327
00:21:44,536 --> 00:21:48,261
เข้าไปดูเอง เป็นการกระทำที่ผิดค่ะ (อาจารย์)

328
00:21:48,549 --> 00:21:52,549
มีคนอื่นอยากแชร์เพิ่มเติมไหมคะ จะเฉลย เลย

329
00:21:52,550 --> 00:21:56,261
อย่างไรหนูก็ยังมองว่า

330
00:21:56,550 --> 00:22:00,261
ถึงเรามีเจตนาดี แต่ก็ยังผิดอยู่ดี

331
00:22:00,552 --> 00:22:04,261
อย่างนี้ถูกต้องไหมคะ (ล่าม)

332
00:22:04,562 --> 00:22:08,562
อ้นเห็นว่าอย่างไรอ้น

333
00:22:08,564 --> 00:22:12,261
ใช่ค่ะ มีใครอยากตอบ

334
00:22:12,565 --> 00:22:16,261
ช่วยเพื่อนไหมเอ่ย หรือว่าใคร

335
00:22:16,566 --> 00:22:20,261
มีใครมีความเห็นต่าง จากกรณที่เพื่อนอธิบาย

336
00:22:20,567 --> 00:22:24,567
ของอ้นเปิดไม่ได้ ไม่พี่ล่ามได้ยินไหมน่ะ

337
00:22:24,568 --> 00:22:28,261
มีไหมคะ

338
00:22:28,576 --> 00:22:32,261

339
00:22:32,577 --> 00:22:36,261
29 ลูก

340
00:22:36,579 --> 00:22:40,579
โอ.เค. นะคะ ทีนี้นะคะ

341
00:22:40,579 --> 00:22:44,261

342
00:22:44,581 --> 00:22:48,261
คอมฯ ไม่ขึ้นหรือคะ ค้างหรือคะ

343
00:22:48,581 --> 00:22:52,261
อะไรนะ เพื่อนไม่เปิด

344
00:22:52,581 --> 00:22:56,581
นะคะ ถ้าเราไปหยิบขึ้นมานะคะ แล้วเราตัดสินใจแล้วว่าเรา

345
00:22:56,582 --> 00:23:00,261
หรือคะ

346
00:23:00,593 --> 00:23:04,260

347
00:23:04,593 --> 00:23:08,261
อ๋อ เอา 28 ก็ได้นะ อยู่ใกล้กัน

348
00:23:08,594 --> 00:23:12,594
แม้ว่าในตัวกฎหมายมันจะเขียนว่า เป็นอย่างไรคะ

349
00:23:12,594 --> 00:23:16,261
ขึ้นไหมคะ มันค้าง

350
00:23:16,595 --> 00:23:20,261
น่ะค่ะ

351
00:23:20,596 --> 00:23:24,261

352
00:23:24,597 --> 00:23:28,597
คำว่า "โดมมิชอบ" คือ โดยไม่ถูกกฎหมฟ

353
00:23:28,597 --> 00:23:32,261

354
00:23:32,598 --> 00:23:36,261

355
00:23:36,599 --> 00:23:40,261
เข้าได้ไหมคะ

356
00:23:40,601 --> 00:23:44,601
จะต้องมีโทษจำคุกเห็นไหมคะ 4 เดือน

357
00:23:44,602 --> 00:23:48,261
เอ่ย โอ.เค.

358
00:23:48,611 --> 00:23:52,261
เปิดแมสก์ไหมลูก

359
00:23:52,611 --> 00:23:56,261
จะได้เห็นหน้าหล่อ ๆ หน่อย

360
00:23:56,612 --> 00:24:00,612
ของบุคคลอื่น โดยที่เขาไม่ได้รับอนุญาต

361
00:24:00,613 --> 00:24:04,261
หล่อจริง

362
00:24:04,614 --> 00:24:08,261
เข้าใจไหมคะ เมื่อกี้ หรือยังไม่ได้ดู

363
00:24:08,616 --> 00:24:12,261
ก็คือถ้าเราเห็นโทรศัพท์เพื่อนตกอยู่ แต่

364
00:24:12,616 --> 00:24:16,616
องค์ประกอบ เราเรียกว่า องค์ประกอบภายนอก

365
00:24:16,617 --> 00:24:20,261
เรามีเจตนาดี ที่จะเอาโทรศัพท์ไปคืนเขา

366
00:24:20,619 --> 00:24:24,261
ก็ต้องมีความจำเป็นต้องกดเข้าสู่มือถือ

367
00:24:24,620 --> 00:24:28,261
นี่ค่ะ เข้าไปดูว่ามันเป็นของใคร มีเบอร์โทร.

368
00:24:28,622 --> 00:24:32,622
เข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ค่ะ คือมีการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์

369
00:24:32,624 --> 00:24:36,261
มีรูปไหม อย่างนี้ถามว่าผิดไหม

370
00:24:36,625 --> 00:24:40,269

371
00:24:40,626 --> 00:24:44,261
แต่เรามีเจตนาที่อยากจะเอาไปคืนเจ้าของเขานะ

372
00:24:44,626 --> 00:24:48,626
นะคะ ครบหมดเลยค่ะ แต่อะไร

373
00:24:48,627 --> 00:24:52,261
แต่ถ้าเราเอาโทรศัพท์ขึ้นมาดูเฉย ๆ

374
00:24:52,629 --> 00:24:56,261
ก็คงไม่รู้ล่ะว่ามันเป็นของใคร (ล่าม)

375
00:24:56,630 --> 00:25:00,261
เขาบอกว่าผิดครับ เขาบอกว่าเจ้าของก็โทรฯ มา

376
00:25:00,631 --> 00:25:04,631
เราก็มีเจตนาทีดีนะ ที่เราจะเอาโทรศัพท์เครื่องนี้ไปคืนเข้าของ

377
00:25:04,633 --> 00:25:08,261
เดี๋ยวเจ้าของเขาโทร. มาเดี๋ยวเรา

378
00:25:08,642 --> 00:25:12,261
คุยกัน แล้วเราค่อยเอาไปให้เขาก็ได้ครับ

379
00:25:12,653 --> 00:25:16,261
โอ.เค. แสดงว่า

380
00:25:16,654 --> 00:25:20,654
ไง เพราะคุณมีเจตนาที่จะเอาไปคืนเจ้าของไง

381
00:25:20,656 --> 00:25:24,261
เราแสดงว่า เราไม่อยากจะเข้าโทรศัพท์เลย คือ

382
00:25:24,656 --> 00:25:28,261
วางไว้เฉย ๆ เดี๋ยวเจ้าของเขาก็โทร. มาเอง

383
00:25:28,666 --> 00:25:32,261
กลัวความผิด ใช่ไหม จริง ๆ

384
00:25:32,668 --> 00:25:36,668
เก็บเข้าไปดูมือถือเขา มีเจตนาที่จะเอาไปคืน

385
00:25:36,669 --> 00:25:40,261
อยากคืนอยู่ แต่เราไม่กล้าที่จะเข้า

386
00:25:40,669 --> 00:25:44,261
แล้วก็รอให้เจ้าของโทรศัพท์มา

387
00:25:44,669 --> 00:25:48,261

388
00:25:48,670 --> 00:25:52,670
กฎหมายก็เลยมองว่า แม้จะครบองค์ประกอบถายนอกก็ตาม

389
00:25:52,672 --> 00:25:56,261
(ล่าม) ใช่ ๆ กลัวครับ

390
00:25:56,672 --> 00:26:00,261
(อาจารย์)

391
00:26:00,685 --> 00:26:04,261
อาจารย์ว่า เด็กปกติ

392
00:26:04,686 --> 00:26:08,686
ไม่เป็นความผิดตามมาตรา 5 นั่นเอง

393
00:26:08,687 --> 00:26:12,261
อยากจะแชร์ไหมลูก

394
00:26:12,688 --> 00:26:16,261
หลายคนแล้ว มีไหม ช่วยเพื่อนหน่อย

395
00:26:16,689 --> 00:26:20,261

396
00:26:20,691 --> 00:26:24,691
ครบ ใช่ไหมคะ องค์ประกอบภายนอก ก็เราหยิบโทรศัพท์เขาน่ะ

397
00:26:24,692 --> 00:26:28,261
หมายเลข

398
00:26:28,703 --> 00:26:32,271

399
00:26:32,704 --> 00:26:36,261
ค้าง 9 ค่ะ

400
00:26:36,706 --> 00:26:40,706
เอาเงินคืนเขานะ

401
00:26:40,707 --> 00:26:44,261
ข้างกัน ข้างเพื่อน

402
00:26:44,708 --> 00:26:48,261
หนูได้เปิดคอมฯ ไหม

403
00:26:48,709 --> 00:26:52,262

404
00:26:52,709 --> 00:26:56,709
ถ้าเทียงเคียงกับกฎหมายอาญา เช่น ลักทรัพย์

405
00:26:56,711 --> 00:27:00,261

406
00:27:00,712 --> 00:27:04,261

407
00:27:04,712 --> 00:27:08,261
อ๋อ ไม่คืออาจารย์อยากรู้ว่า

408
00:27:08,713 --> 00:27:12,713
ที่เขาไม่รู้ไม่เห็น ผู้นั้นมีความผิดฐานลักทรัพย์

409
00:27:12,714 --> 00:27:16,261
จะมีความคิดที่เหมือนกันหรือแตกต่างกันไหม

410
00:27:16,714 --> 00:27:20,261

411
00:27:20,726 --> 00:27:24,261
มีใครเปิดแล้วคะ มีใครเปิดแล้ว

412
00:27:24,727 --> 00:27:28,727
เพื่อนเรา เราจพได้เพราะเคสนี้เป็นสีชมพู หวานแหว๋ว

413
00:27:28,729 --> 00:27:32,261

414
00:27:32,731 --> 00:27:36,261

415
00:27:36,731 --> 00:27:40,261
เปิดหรือยังเอ่ย

416
00:27:40,732 --> 00:27:44,732
ไปจากเดิมหรือยัง เอาทรัพย์ไปหรือยัง

417
00:27:44,733 --> 00:27:48,271
ยังค้างอยู่เลย

418
00:27:48,734 --> 00:27:52,261
1 อยากตอบไหม 1

419
00:27:52,734 --> 00:27:56,261
ใช่ไหมคะ

420
00:27:56,735 --> 00:28:00,735
นี่เป็นองค์ประกอบภายนอก แต่เข้ามาดูในเจตนาภายใน

421
00:28:00,737 --> 00:28:04,261
11

422
00:28:04,738 --> 00:28:08,261
ไหนช่วยตอบหน่อยสิลูก

423
00:28:08,740 --> 00:28:12,261
นี่พูดเคสนี้ไป 3-4 รอบแล้วนะ

424
00:28:12,740 --> 00:28:16,740
ไม่เป็นความผิด ตามกฎหมายอาญาเป็นกฎหมาย

425
00:28:16,742 --> 00:28:20,261
สรุปว่าอย่างไร สรุปว่าอย่างไร หนูเห็นว่าอย่างไร

426
00:28:20,743 --> 00:28:24,261
เรามีเจตนาดีที่จะเอาไปคืนล่ะ

427
00:28:24,745 --> 00:28:28,261
แต่มันก็มีความจำเป็นที่จะต้องกดดูน่ะ อย่างนี้ผิดไหม

428
00:28:28,745 --> 00:28:32,745
คือ เจตนา ถ้าเรามีเจตนาดี

429
00:28:32,747 --> 00:28:36,261
เอ๊ะ

430
00:28:36,747 --> 00:28:40,261
ผิดครึ่งหนึ่งไม่ผิดครึ่งหนึ่ง

431
00:28:40,747 --> 00:28:44,261

432
00:28:44,748 --> 00:28:48,748
นะคะ ก็กลายเป็นความผิดสิ

433
00:28:48,750 --> 00:28:52,261

434
00:28:52,751 --> 00:28:56,261

435
00:28:56,751 --> 00:29:00,261
แบบไม่มีสิทธิ์

436
00:29:00,752 --> 00:29:04,752
มากกว่าที่ใกล้เคียงกัน ใกล้ถึงข้อมูล

437
00:29:04,754 --> 00:29:08,261
มีคนอื่นอยากแชร์เพิ่มเติมไหมคะ

438
00:29:08,755 --> 00:29:12,261
ก่อนที่จะเฉลย เฉลยเลย

439
00:29:12,757 --> 00:29:16,262
หนูก็อยากรู้ใช่ไหมคะ

440
00:29:16,757 --> 00:29:20,757
คอมพิวเตอร์นะคะ ทีนี้เรามาดู

441
00:29:20,759 --> 00:29:24,261
จริง ๆ คือยากให้แชร์กันก่อนไง

442
00:29:24,760 --> 00:29:28,261
อ้นล่ะ อ้นเห็นว่าอย่างไร อ้น

443
00:29:28,760 --> 00:29:32,261

444
00:29:32,762 --> 00:29:36,762
ก็คือ โปรแกรมต่าง ๆ ของคอมพิวเตอร์พวกซอฟต์แวร์

445
00:29:36,763 --> 00:29:40,261

446
00:29:40,764 --> 00:29:44,261
เข้าไปเพื่ออะไร อ้นนี่

447
00:29:44,765 --> 00:29:48,261
หมายเลขอะไรลูก

448
00:29:48,765 --> 00:29:52,765
คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะเสร็จปั๊บ แล้วก็แอบเข้าไปดูข้อมูลเขา

449
00:29:52,766 --> 00:29:56,261
อ๋อของอ้นเปิดไม่ได้

450
00:29:56,767 --> 00:30:00,261
(ล่าม) ไม่ได้ยินค่ะ

451
00:30:00,768 --> 00:30:04,261

452
00:30:04,768 --> 00:30:08,768
คือเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ มาตรา 5

453
00:30:08,770 --> 00:30:12,261

454
00:30:12,771 --> 00:30:16,261
โอ.เค.

455
00:30:16,773 --> 00:30:20,262
นะคะ ถ้าเป็นกรณีเมื่อกี้ที่อาจารย์บอกว่า

456
00:30:20,773 --> 00:30:24,773
ผู้ใดนะคะ ผู้ใด ร่วงรู้ระบบมาตราการป้องกัน

457
00:30:24,775 --> 00:30:28,261
เห็นโทรศัพท์นะคะ เห็นโทรศัพท์ แล้วมันตก

458
00:30:28,778 --> 00:30:32,261
อยู่ที่พื้นนะคะ ถ้าเราไปหยิบขึ้นมา

459
00:30:32,779 --> 00:30:36,261
นะคะ แล้วเราก็ตัดสินใจ

460
00:30:36,779 --> 00:30:40,779
ทำไงต่อนะคะ ล่วงรู้แล้ว นำไปเปิดเผยค่ะ

461
00:30:40,781 --> 00:30:44,261
แล้ว ว่าเรามีความตั้งใจ

462
00:30:44,782 --> 00:30:48,262
ที่จะเอาโทรศัพท์เครื่องนี้ไปคืนเจ้าของจริง ๆ

463
00:30:48,783 --> 00:30:52,261
นะคะ แม้ว่าในตัวกฎหมายนี่นะคะ

464
00:30:52,785 --> 00:30:56,785
ไปบอกต่อนะคะ นี่คอมพิวเตอร์เครื่องนี้นะมีรหัส 123456789

465
00:30:56,787 --> 00:31:00,261
เขาจะเขียนไว้เลยว่า เป็นอย่างไรคะ

466
00:31:00,787 --> 00:31:04,261
ถ้าผู้ใดมาตรา 5 นะคะ มาตรา 5

467
00:31:04,787 --> 00:31:08,262
ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบ

468
00:31:08,787 --> 00:31:12,787
ตู้ ATM ตู้ ATM นะคะ ตู้ ATM ถือเป็น

469
00:31:12,789 --> 00:31:16,261
คำว่า "โดยมิชอบ" ก็คือไม่ถูกกฎหมาย

470
00:31:16,789 --> 00:31:20,261
ใช่ไหมคะ โดยที่บุคคลนั้นไม่ได้อนุญาต

471
00:31:20,791 --> 00:31:24,261
มีการเข้าถึงนะคะ ซึ่งระบบ

472
00:31:24,791 --> 00:31:28,791
ใช่ไหมคะ มันมี มันมีการเชื่อม มันมีโปรแกรม

473
00:31:28,792 --> 00:31:32,261
คอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่น

474
00:31:32,797 --> 00:31:36,261
โดยที่ไม่ได้รับอนุญาต จะต้อง

475
00:31:36,798 --> 00:31:40,262
มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน

476
00:31:40,798 --> 00:31:44,798
อินเทอร์เน็ตเพื่อให้ใช้งานได้ ดังนั้นตู้ ATM ก็เป็นระบบคอมพิวเตอร์

477
00:31:44,800 --> 00:31:48,261
หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ พอ

478
00:31:48,800 --> 00:31:52,261
เราเห็นว่ามันโทษ ถ้าเราเข้า

479
00:31:52,801 --> 00:31:56,261
ระบบคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่น โดยที่ไม่ได้รับอนุญาต

480
00:31:56,802 --> 00:32:00,802
สิ่งใด บัตรใช่ไหมคะ บัตร เดี๋ยวไม่มีบัตร

481
00:32:00,804 --> 00:32:04,261
มันมีความผิดแน่นอน เราก็เลยตัดสินใจ

482
00:32:04,804 --> 00:32:08,261
ก็ทิ้งโทรศัพท์มันไว้อย่างนั่นล่ะ เดี๋ยวเจ้าของก็ต

483
00:32:08,804 --> 00:32:12,261
แต่จริง ๆ แล้วกฎหมายนี่

484
00:32:12,804 --> 00:32:16,804
แต่ว่า แอปพลิเคชัน

485
00:32:16,805 --> 00:32:20,262
มันมีองค์ประกอบนะคะ เราเรียกว่า "

486
00:32:20,807 --> 00:32:24,261
องค์ประกอบภายนอก และองค์ประกอบภายใน

487
00:32:24,807 --> 00:32:28,261
แม้ว่าองค์ประกอบภายนอกมันจะครบหมดเลย นักศึกษา

488
00:32:28,816 --> 00:32:32,816
ถึงขั้นตอนสุดท้ายเสร็จปั๊บ กดยืนยัน

489
00:32:32,818 --> 00:32:36,261
ดูมาตรา 5 เราเป็นบุคคลอื่น ก็คือผูใด

490
00:32:36,831 --> 00:32:40,261
เรามีการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ค่ะ ก็คือ

491
00:32:40,832 --> 00:32:44,261
มีการกดเข้าไปในระบบมือถือของคนอื่น

492
00:32:44,832 --> 00:32:48,832
มันเป็นระบบ อะไรคะ ระบบคอมพิวเตอร์ใช่ไหมคะ เป็นการเชื่อมโยง

493
00:32:48,834 --> 00:32:52,261
โดยที่ไม่ได้รับอนุญาตใช่ไหมคะ

494
00:32:52,835 --> 00:32:56,261
เรียกกระบวนการนี้ว่า ครบองค์ประกอบ

495
00:32:56,848 --> 00:33:00,261
ภายนอกนะคะ ครบหมดเลยค่ะ

496
00:33:00,849 --> 00:33:04,849
เพื่อนนี่ตาไวกว่าเรา เพื่อนเห็นปุ๊บ วิ่งไปเลยค่ะ กดเดี๋ยวนั้นเลย

497
00:33:04,849 --> 00:33:08,262
แต่อะไร แต่พอเรามาดูเจตนาภายใ

498
00:33:08,854 --> 00:33:12,261
ที่เรียกว่า "องค์ประกอบภายใน" ภายในจิตใจเร

499
00:33:12,854 --> 00:33:16,261
เป็นคนมีจิตใจดีไหมคะ เรายังมีจิตใจ

500
00:33:16,855 --> 00:33:20,855
แล้วพอเพื่อนรู้แล้วเสร้จปั๊บ บอกต่อเลย

501
00:33:20,856 --> 00:33:24,261
ที่ดีนะ เราก็มีเจตนาที่ดีนะ

502
00:33:24,856 --> 00:33:28,261
ที่อยากจะเอาโทรศัพท์เครื่องนี้ไปคืนเจ้าของ

503
00:33:28,856 --> 00:33:32,261
กฎหมายบอกว่า แม้ว่ามันจะครบองค์ประกอบภายนอก

504
00:33:32,856 --> 00:33:36,856
กดแบบออนไลน์นี่ กดแบบไม่ใช้บัตรรหัสมันจะเปลี่ยนไปตลอด

505
00:33:36,858 --> 00:33:40,261
ก็ตาม แต่ขาดองค์ประกอบภายใน

506
00:33:40,873 --> 00:33:44,261
เพราะคุณเป็นคนจิตใจดีไง เพราะคุณมีเจตนาที่

507
00:33:44,874 --> 00:33:48,261
อยากจะเอาไปคืนเจ้าของไง มันก็จะไม่ครบองค์ประกอบ

508
00:33:48,877 --> 00:33:52,877
ง่ายมากเลย 2 4 ตัว ไปแล้วค่ะ ไปบอกคนอื่นต่อ

509
00:33:52,879 --> 00:33:56,261
และการกระทำนั้น ก็จะไม่เป็นความผิดตามมาตรา

510
00:33:56,879 --> 00:34:00,261
5 ค่ะ ถ้าไม่อย่างนั้นแล้ว ใครอยากจะทำดี ถูกต้องไหมลูก

511
00:34:00,880 --> 00:34:04,262
เก็บ

512
00:34:04,880 --> 00:34:08,880
ไปบอกต่อมีความผิดตามมาตรา 6 ด้วยนะคะ แล้วคนที่เข้า มีความผิดตามมาตราฐาน5

513
00:34:08,881 --> 00:34:12,261
เข้าไปดูมือถือเขา ว่าจะเข้าไปคืนเจ้าของ

514
00:34:12,882 --> 00:34:16,261
ด้วยซ้ำ แต่กลายเป็นว่า เธอมีความผิดนะ แล้ว

515
00:34:16,884 --> 00:34:20,261
ใครอยากจะเก็บนึกออกไหมคะ ใครอยากจะทำความดี

516
00:34:20,884 --> 00:34:24,884
อาจจะรู้แล้วไม่ทำ แต่เป็นคนสนับสนุน เราได้บัตรมาแล้ว นี่รหัสนะ

517
00:34:24,886 --> 00:34:28,261
นะคะ ดังนั้นกฎหมายก็เลยมองว่า แม้มันจะครบองค์ประกอบ

518
00:34:28,888 --> 00:34:32,261
ภายนอกก็ตาม แต่องค์ประกอบภายในคุณมี

519
00:34:32,889 --> 00:34:36,261
เจตนาที่ดี ไม่ได้มีเจตนาที่จะเอา

520
00:34:36,891 --> 00:34:40,891
ใช่ไหมคะ แล้วคนที่รับไป ไปกดต่อ ใช่ไหมคะ ก็ได้บัตรแล้ว

521
00:34:40,892 --> 00:34:44,261
ของเขามาเป็นของเรา

522
00:34:44,894 --> 00:34:48,261
นักศึกษาก็จะไม่เป็นความผิดตามมาตรา 5

523
00:34:48,894 --> 00:34:52,261
นะคะ ดังนั้น เมื่อกี้ที่อาจารย์ถามไป

524
00:34:52,896 --> 00:34:56,896
ผิดข้อหาลักทรัพย์ไหม ไอ้คนเอาไปนี่

525
00:34:56,898 --> 00:35:00,262
กับเพื่อน ๆ นี่ ก็ประเด็นเดียวนี่ล่ะ ที่เพื่อน ๆ

526
00:35:00,899 --> 00:35:04,262
น่าจะยังมีความสับสนอยู่ ก็คือเรื่องของเจตนา เรา

527
00:35:04,900 --> 00:35:08,262
มองว่าครบใช่ไหมคะ องค์ประกอบภายนอก

528
00:35:08,901 --> 00:35:12,901
พรบ. คอมพิวเตอร์ แต่มีกฎหมายอาญา มีกฎหมาย

529
00:35:12,902 --> 00:35:16,262
ก็มันครบหมดแล้ว ก็เราหยิบโทรศัพท์

530
00:35:16,903 --> 00:35:20,261
เขา อย่างนี้ก็ผิดแล้ว แม้ว่าเราอยากจะเอาไปคืนก็ตาม

531
00:35:20,903 --> 00:35:24,262
นะคะ อาจารย์ถึงเน้นว่าถ้าเรามีเจตนาดีนะ

532
00:35:24,905 --> 00:35:28,905
หลายมาตราหลายกฎหมายมากกว่านี้อีกก็ได้

533
00:35:28,908 --> 00:35:32,263
ถ้าเราอยากจะเอาไปคืนเขานะ อันนี้

534
00:35:32,909 --> 00:35:36,261
คือองค์ประกอบภายในค่ะ ดังนั้นต้อง

535
00:35:36,910 --> 00:35:40,261
ดูนะคะว่า แม้ว่าจะครบองค์ประกอบภายนอกก็ตาม สิ่งที่

536
00:35:40,912 --> 00:35:44,912
อาทิตย์หน้า อาจารย์จะมห้นักศึกษาได้ลงไป สอบถามกับคนทั่ว ๆ

537
00:35:44,913 --> 00:35:48,261
เราทำไป เรามีเจตนาที่ดี เราก็จะไม่มีความผิด

538
00:35:48,913 --> 00:35:52,261
นะคะ สมมติว่าเทียบเคียงกฎหมายอาญา

539
00:35:52,914 --> 00:35:56,261
อย่างเช่นนี่ ลักทรัพย์

540
00:35:56,915 --> 00:36:00,915
มาตรา 5 6 7 หรือไม่นะคะ มาตราที่เราศึกษาไปนะคะ

541
00:36:00,916 --> 00:36:04,261
ลักทรัพย์ก็คือผู้ใดเอาของคนอื่นไป

542
00:36:04,917 --> 00:36:08,261
เอาของของคนอื่นนะคะ ไปโดยที่

543
00:36:08,918 --> 00:36:12,261
เขาไม่รู้ไม่เห็น ผู้นั้นนี่

544
00:36:12,919 --> 00:36:16,919
ให้นักศึกษานี่ จับคู่กันแล้วกลับไปคิดคำถามนะคะ ว่าเราจะถามคำถามลักษ

545
00:36:16,921 --> 00:36:20,261
มีความผิดฐานลักทรัพย์

546
00:36:20,922 --> 00:36:24,261
ครบองค์ประกอบภายนอก คือ เราเห็นโทรศัพท์ใช่ไหมคะ เห็นโทรศัพท์เพื่อน

547
00:36:24,929 --> 00:36:28,261
วางอยู่ นักศึกษาก็นี่ค่ะ

548
00:36:28,939 --> 00:36:32,939
7 หรือไม่นะคะ ทีนี้อาจารย์ลองทำมาดู ลองให้นักศึกษาดู

549
00:36:32,941 --> 00:36:36,262
โทรศัพท์เพื่อนเรา เราจำได้ เคสนี้

550
00:36:36,941 --> 00:36:40,261
สีชมพูหวานแหว

551
00:36:40,941 --> 00:36:44,261
เจตนาที่จะหยิบโทรศัพท์เครื่องนี้ แล้วก็ไปตามหา

552
00:36:44,942 --> 00:36:48,942
อุ้ยคะ ถ้าเราจะ เรามีนี่ค่ะ ยิ่งตัวนี้

553
00:36:48,944 --> 00:36:52,261
โจโจ้ค่ะ โจโจ้อยู่ไหน นี่โทรศัพท์เธอ

554
00:36:52,946 --> 00:36:56,261
ทำให้ทรัพย์เคลื่อนที่ไปจากเดินหรือยัง

555
00:36:56,947 --> 00:37:00,261
เราไปแล้วค่ะ ถ้าเราพิจารณาองค์ประกอบภายนอก

556
00:37:00,948 --> 00:37:04,948

557
00:37:04,950 --> 00:37:08,261
ครบไหม เป็นความผิดฐานลักทรัพย์

558
00:37:08,951 --> 00:37:12,261
ใช่ไหมคะ เพราะเอาทรัพย์ของบุคคลอื่นไปค่ะ

559
00:37:12,957 --> 00:37:16,261
นี่คือองค์ประกอบภายนอก แต่คือ

560
00:37:16,959 --> 00:37:20,959
ต่อคำศัพท์จากตัวนี้

561
00:37:20,960 --> 00:37:24,261
เจตนาภายใน มีเจตนาอะไรคะ

562
00:37:24,960 --> 00:37:28,261
อยากจะเอาโทรศัพท์เครื่องนี้ไปคืนเพื่อน เจตนา

563
00:37:28,961 --> 00:37:32,261
ดีไหม ดี เห็นไหมคะ

564
00:37:32,963 --> 00:37:36,963
ได้ไหมคะ ใคร

565
00:37:36,964 --> 00:37:40,261
มันก็จะไม่เป็นความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา

566
00:37:40,966 --> 00:37:44,261
คือความผิดฐานลักทรัพย์ แล้วการเข้าข้อมูลใน

567
00:37:44,966 --> 00:37:48,261
ระบบข้อมูล

568
00:37:48,968 --> 00:37:52,968
ไหม อยากให้อาจารย์อธิบายเพิ่มเติมหรือเปล่า

569
00:37:52,970 --> 00:37:56,261
นั่นเองนะคะ ดังนั้นประการที่สำคัญที่สุด

570
00:37:56,977 --> 00:38:00,261
นะคะ คือ เจตนา ถ้าเรายืนยันว่ามี

571
00:38:00,978 --> 00:38:04,261
เจตนาดีนะคะ ที่ทำไปปนี่ เพราะเรา

572
00:38:04,979 --> 00:38:08,979
ได้ไหมเอ่ย เข้าใ

573
00:38:08,981 --> 00:38:12,261
เรามีเจตนาดีจริง ๆ กฎหมายก็ทำอะไร

574
00:38:12,981 --> 00:38:16,261
เราไม่ได้นะคะ เพราะไม่อย่างนั้นแล้วน่ะ คนดีก็ไม่มีที่อยู่

575
00:38:16,983 --> 00:38:20,262
ถูกต้องไหมนะคะ ก็กลายเป็นว่า ทำแล้วผิด

576
00:38:20,993 --> 00:38:24,993
พอไหวไหม เพราะว่าเดี๋ยวหนูต้องลงไปถามเขานะ

577
00:38:24,995 --> 00:38:28,261
จะทำทำไม นะคะ ฉะนั้นเรื่องเจตนา

578
00:38:28,996 --> 00:38:32,261
สำคัญมาก ทีนี้พอมาตรา 5

579
00:38:32,997 --> 00:38:36,261
เข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์

580
00:38:36,999 --> 00:38:40,999
ไหม คุณเข้าใจเรื่องระบบคอมพิวเตอร์ไหม คุณเข้าใจคอมพิวเตอร์ไหม

581
00:38:41,000 --> 00:38:44,266
มาตราที่ใกล้เคียงกัน ก็คือ

582
00:38:45,000 --> 00:38:48,261
เข้าถึงข้อมูลคอมพิวเตอร์ คือ

583
00:38:49,000 --> 00:38:52,261
มาตรา 7 การเข้าถึงจะมี 2 มาตรา คือมาตรา 7 เข้าถึง

584
00:38:53,000 --> 00:38:57,000
อาจารย์ทำตัวอย่าง อาจารย์แบ่งเป็นออกเป็น 2 เรื่อง

585
00:38:57,003 --> 00:39:00,261
ถึงระบบคอมพิวเตอร์ แต่มาตรา 7 เข้าถึง

586
00:39:01,014 --> 00:39:04,261
ข้อมูลคอมพิวเตอร์นะคะ ทีนี้มาตรา 7

587
00:39:05,016 --> 00:39:08,261
เรามาขยายความกันหน่อยว่าคืออะไร

588
00:39:09,029 --> 00:39:13,029

589
00:39:13,030 --> 00:39:16,261
ยังจำกันได้อยู่ไหมคะ

590
00:39:17,037 --> 00:39:20,261
ข้อมูลคอมพิวเตอร์ลูก

591
00:39:21,038 --> 00:39:24,261
ข้อมูล ก็คือโปรแกรมต่าง ๆ ใช่ไหมคะ

592
00:39:25,038 --> 00:39:29,038
มันมืดไปหน่อย ได้ไหม พี่ล่ามเห็นไหมคะ เห็นนะ

593
00:39:29,040 --> 00:39:32,261
โปรแกรมคอมพิวเตอร์

594
00:39:33,040 --> 00:39:36,261
นะคะ พวกนี้ ถือว่าเป็นข้อมูล

595
00:39:37,042 --> 00:39:40,261
คอมพิวเตอร์ทั้งสิ้น ดังนั้นถ้าเรามีการเข้าถึง

596
00:39:41,053 --> 00:39:45,053
นะคะ วัดความเข้าใจในตัวมาตรา 5 6 7 เราจะใช้คำถามไหน

597
00:39:45,055 --> 00:39:48,261
คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ เสร็จปั๊บ

598
00:39:49,055 --> 00:39:52,261
นะคะ เราก็แอบเข้าไปดูข้อมูลเขา

599
00:39:53,056 --> 00:39:56,261
นะคะ ที่อยู่ในเครื่องนะคะ เขา

600
00:39:57,057 --> 00:40:01,057
คอมพิวเตอร์หรือไม่ นะคะ คือ ระบบ computer syst

601
00:40:01,059 --> 00:40:04,261
มีไฟล์งาน เข้าไปดู อย่างนี้

602
00:40:05,061 --> 00:40:08,261
นอกจากผิดมาตรา 5 คือเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์

603
00:40:09,061 --> 00:40:12,261
แล้วผิดมาตรา 7 คือเข้าสู่อะไรคะ เข้าสู่

604
00:40:13,062 --> 00:40:17,062
ของการอธิบายเลย แล้วบางคนจะตอบยาก

605
00:40:17,063 --> 00:40:20,261
ระบบคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่นด้วย จะผิดทั้งมาตรา 5 และ

606
00:40:21,065 --> 00:40:24,260
มาตรา 7 นะคะ ส่วนมาตรา 6 ก็คือ

607
00:40:25,065 --> 00:40:28,261
นะคะ ผู้ใดนะคะ ผู้ใด

608
00:40:29,067 --> 00:40:33,067
ถามตัวนี้ค่ะ ท่านเข้าใจระบบคอมพิวเตอร์หรือไม่ นักศึกษาก็ 5 4 3 2 1

609
00:40:33,068 --> 00:40:36,261
ล่วงรู้มาตราการป้

610
00:40:37,079 --> 00:40:40,261
ก็คืออะไรคะ พวก Username Password

611
00:40:41,086 --> 00:40:44,261
นะคะ รหัสลับอะไรอย่างนี้ที่เราตั้งค่าไว้นี่

612
00:40:45,086 --> 00:40:49,086
อันนี้ คือ วัดความเข้าใจเขาก่อนในเบื่องต้น

613
00:40:49,087 --> 00:40:52,261
ล่วงรู้แล้ว ทำอย่างไรต่อนะคะ ล่วงรู้แล้ว

614
00:40:53,088 --> 00:40:56,261
นี่นะคะ ล่วงรู้แล้ว

615
00:40:57,089 --> 00:41:00,261
รู้แล้วไปบอกต่อนะคะ

616
00:41:01,089 --> 00:41:05,089
คือการ asscss เข้าไปในระบบโดยที่บุคลนั้น

617
00:41:05,091 --> 00:41:08,261
มาตรา 6 นะคะ มาตราการเข้าถึง ล่วงรู้แล้ว

618
00:41:09,094 --> 00:41:12,261
ต่อค่ะ ไปบอกต่อนะคะ นี่

619
00:41:13,109 --> 00:41:16,261
คอมพิวเตอร์เครื่องนี้นะ มีรหัส 12345

620
00:41:17,109 --> 00:41:21,109
เขาก็จะติ๊กที่ 5 ถ้าใครไม่เข้าใจ

621
00:41:21,111 --> 00:41:24,261
เข้าได้เลย เธอเข้าสิ รหัสนี้

622
00:41:25,112 --> 00:41:28,260
นึกออกไหมคะ ทีนี้อาจารย์มีอีกคำถามหนึ่ง

623
00:41:29,112 --> 00:41:32,261
นะคะ ตู้ ATM

624
00:41:33,112 --> 00:41:37,112
นะคะ เราก็ถามเลยว่า แล้วตัวท่านเองนะคะ ตัวผู้ทำแบบสอบถาม

625
00:41:37,114 --> 00:41:40,261
ตู้ ATM นะคะ ตู้ ATM นี่

626
00:41:41,116 --> 00:41:44,261
ถือว่าเป็นระบบ

627
00:41:45,116 --> 00:41:48,261
คอมพิวเตอร์ไหม ทำไมถึงเป็น

628
00:41:49,118 --> 00:41:53,118
เคยไหมนะคะ ถามเข้าไปดูว่าเขาเคยไหม ถ้าเขาเคยเขาก็

629
00:41:53,120 --> 00:41:56,260
ลูก

630
00:41:57,121 --> 00:42:00,260
ใช่ไหมคะ มันมี...

631
00:42:01,123 --> 00:42:04,261
มันมีการ

632
00:42:05,138 --> 00:42:09,138
ข้อ 4 นะคะ ข้อ 1 นี่มันจะเป็นระบบ computer systran

633
00:42:09,140 --> 00:42:12,261
มันมีโปรแกรมซอฟต์แวร์ แล้วก็เป็นการเชื่อมต่อ

634
00:42:13,142 --> 00:42:16,261
เครือข่ายอินเทอร์เน็ตใช่ไหมคะ เพื่อให้ใช้งานได้

635
00:42:17,144 --> 00:42:20,261
ดังนั้น ตู้ ATM นี่มันก็

636
00:42:21,144 --> 00:42:25,144
คืออะไร ลองถามเขาสิว่า คุณรู้ไหมว่า ระบบคอมพิวเตอร์ คืออไนร

637
00:42:25,146 --> 00:42:28,261
เป็นระบบคอมพิวเตอร์ ปรากฎว่าสิ่งไหนจะนำมาใช้

638
00:42:29,157 --> 00:42:32,261
กับตู้เอทีเอ็มคะ ตู้กดเงินสด

639
00:42:33,158 --> 00:42:36,260
นี่ สิ่งใด

640
00:42:37,159 --> 00:42:41,159
นะคะ ข้อ 5 เพื่อนท่านเองเคยเข้าถึงข้อมูล ระบบคอมพิวเตอร์

641
00:42:41,161 --> 00:42:44,260
บัตรใช่ไหมคะ บัตร อะไรนะ

642
00:42:45,162 --> 00:42:48,260
เดี๋ยวนี้ก็ไม่มีบัตรก็

643
00:42:49,163 --> 00:42:52,260
ทำอย่างไรคะ Access เข้าผ่านแอปพลิเคชัน

644
00:42:53,163 --> 00:42:57,163
เข้าถึงระบบ คอมพิวเตอร์ เคยไหม ๆ

645
00:42:57,164 --> 00:43:00,261
ได้นะคะ แต่ว่าแอปพลิเคชันนี่

646
00:43:01,165 --> 00:43:04,261
มันจะส่งสิ่งหนึ่งมาคะ มันจะส่งมาว่า

647
00:43:05,166 --> 00:43:08,261
เรากดเงินแบบไม่ใช้บัตรใช่ไหมคะ แล้ว

648
00:43:09,167 --> 00:43:13,167
การเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ที่ผู้อื่นจัดตั้งขึ้น

649
00:43:13,168 --> 00:43:16,261
กดจำนวนเงินว่าเราจะเอาจำนวนเงินเท่าไร พอเข้าสู่

650
00:43:17,169 --> 00:43:20,261
เขาเรียกว่าอะไร ถึงขั้นตอนสุดท้าย

651
00:43:21,173 --> 00:43:24,261
เขาจะส่งสิ่งหนึ่งมาให้เรา นั่นคือ

652
00:43:25,173 --> 00:43:29,173
คือ ท่านเข้าใจถึง กระบวนการ

653
00:43:29,175 --> 00:43:32,260
Password เพื่อเอาไปเชื่อม

654
00:43:33,176 --> 00:43:36,261
กับตู้เอทีเอ็ม

655
00:43:37,177 --> 00:43:40,261
พวกนี้มันเป็นระบบอะไรคะ

656
00:43:41,179 --> 00:43:45,179
นะคะ แล้วข้้อ 7 ถามต่อว่าแล้วท่านเคยไป

657
00:43:45,181 --> 00:43:48,261
ระบบคอมพิวเตอร์ใช่ไหมคะ  ที่มีการเชื่อมโยงเครือ

658
00:43:49,191 --> 00:43:52,260
ทางอินเทอร์เน็ตหมดเลย ดังนั้นนี่

659
00:43:53,191 --> 00:43:56,260
เรากดแล้วเรียบร้อย รหัส

660
00:43:57,193 --> 00:44:01,193
เคยทำไหม เคยเอา password ของคนอื่นไปให้ต่อไมห

661
00:44:01,194 --> 00:44:04,260
มันโผล่ขึ้นมา เพื่อนนี่ตาไวกว่าเรา

662
00:44:05,195 --> 00:44:08,260
เพื่อนเห็นปุ๊บทำอย่างไรคะ เห็นปุ๊บ

663
00:44:09,196 --> 00:44:12,261
วิ่งไปกดเดี๋ยวนั้นเลย

664
00:44:13,197 --> 00:44:17,197
มันครบทุกมาตราไหม 5 6 7 ไหม ครับไหม

665
00:44:17,200 --> 00:44:20,261
ผิดไหม แน่นอนเลย ใช่ไหมคะ อันนี้

666
00:44:21,201 --> 00:44:24,260
ผิดแน่นอนนะคะ แล้วพอเพื่อนรู้เสร็จปั๊บ

667
00:44:25,201 --> 00:44:28,260
บอกต่อเลย นี่ ๆ รหัสมันอย่างนี้นะ

668
00:44:29,214 --> 00:44:33,214
มาตรา 5 หมายเลข หมายเลข 13

669
00:44:33,216 --> 00:44:36,260
ไปกดต่อเลย ยิ่งถ้าเป็น

670
00:44:37,217 --> 00:44:40,260
รหัสเอทีเอ็มนี่ ตายตัวใช่ไหมคะ รหัสกดเงินสดออนไลน์นี่

671
00:44:41,218 --> 00:44:44,260
เขาเรียกว่าอะไร กดแบบออนไลน์นี่ Password

672
00:44:45,219 --> 00:44:49,219
คำถามข้อไหนคะ ที่สื่อถึงม่

673
00:44:49,220 --> 00:44:52,260
มันจะเปลี่ยนไปตลอด แต่ถ้าบัตร ATM นี่

674
00:44:53,222 --> 00:44:56,260
เป็นอย่างไรคะ มันตายตัวตลอด

675
00:44:57,223 --> 00:45:00,261
แต่เราเขียนเลขบัตรไว้ หรือเราไม่ได้เขียนเลขบัตรไว้

676
00:45:01,224 --> 00:45:05,224
มาตรา 5 ข้อไหนลูก คำถามข้อไหนคะ

677
00:45:05,226 --> 00:45:08,260
แต่เพื่อนรู้ ง่ายมากเลย 2 4 ตัว

678
00:45:09,227 --> 00:45:12,261
ใช่ไหมคะ ไปแล้วคะ ไปบอกนาย A ต่อ

679
00:45:13,227 --> 00:45:16,260
ไปบอกนาย ค. ต่อ ไปต่อเรื่อย ๆ

680
00:45:17,231 --> 00:45:21,231
มาตรา 5 เป็นเรื่องอะไรจำได้ไหม

681
00:45:21,232 --> 00:45:24,260
ตัวนี้ถามว่าเขาเสียหายไหม เสียหาย

682
00:45:25,232 --> 00:45:28,261
คนที่รู้แล้วไปบอกต่อ มีความผิด

683
00:45:29,233 --> 00:45:32,260
มาตรา 6 ด้วยนะคะ แล้วคนที่เข้า

684
00:45:33,234 --> 00:45:37,234
เข้าถึงอะไรคะ

685
00:45:37,235 --> 00:45:40,261
ก็มีความผิดนะคะ ทั้งมาตรา 5 และ

686
00:45:41,235 --> 00:45:44,260
มาตรา 7 เห็นไหมคะ คนที่รู้แล้วไปบอกต่อ

687
00:45:45,237 --> 00:45:48,261
นะคะ อาจจะรู้แล้วไม่ทำนะคะ

688
00:45:49,237 --> 00:45:53,237
หมายเลข 8 ตอบได้ไหมลูก ตอนนี้เขากำลังอธิบายอยู่

689
00:45:53,239 --> 00:45:56,261
แต่เป็นคนเหมือนคนสนับสนุน เราได้บัตรมาแล้ว

690
00:45:57,240 --> 00:46:00,273
ยื่นต่อ นี่รหัส 1234 นะ เอาไปกดนะ

691
00:46:01,241 --> 00:46:04,260
อันนี้รู้แล้วไปบอกต่อ ตัวเองนี่มีความผิด

692
00:46:05,249 --> 00:46:09,249
ค่ะ ถามเขาว่าข้อไหนที่เขากับ ที่มันตรงกับ มาตรา 5

693
00:46:09,250 --> 00:46:12,261
ตามมาตรา 6 ใช่ไหมคะ แล้วคนที่รับไป

694
00:46:13,251 --> 00:46:16,261
ไปกดต่อ ใช่ไหมคะ ได้บัตรแล้วนี่

695
00:46:17,252 --> 00:46:21,252
ได้รหัสแล้วนิ ใช่ไหมคะ ก็ไปที่ตู้เลย ก็

696
00:46:21,253 --> 00:46:25,253
เขาตอบว่า ข้อ 3 น่ะค่ะ

697
00:46:25,253 --> 00:46:29,253
เสียบบัตรกดเข้าไปเลย

698
00:46:29,253 --> 00:46:33,253
ผิดข้อหาลักทรัพย์ไหม คนเอาไปนี่

699
00:46:33,253 --> 00:46:37,253
ถ้าเขาเอาบัตรนี่ ผิดแน่นอนอยู่แล้ว คือ

700
00:46:37,253 --> 00:46:41,253
มาตรา 5

701
00:46:41,253 --> 00:46:45,253
ตัวการร่วมกันเป็นกระบวนการ

702
00:46:45,254 --> 00:46:49,254
นะคะ จริง ๆ แล้วกฎหมายนี่นะคะ มันก็

703
00:46:49,255 --> 00:46:53,255
ไม่ได้มีแค่ตัว พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์

704
00:46:53,255 --> 00:46:57,255
นี่ มันเป็นเรื่องของระบบคอมพิวเตอร์ แล้วก็จะไปถาม

705
00:46:57,256 --> 00:47:01,256
นะคะ กฎหมายอะไรอื่น ๆ เข้ามาอีก

706
00:47:01,258 --> 00:47:05,258
มันคือยกตัวอย่างให้ฟัง

707
00:47:05,260 --> 00:47:09,260
จะมีความผิดอย่างไรนะคะ แต่ความเป็นจริง

708
00:47:09,260 --> 00:47:13,260
5 นะคะ ข้อ 45 จะไปถามความเข้าใจอะไร

709
00:47:13,260 --> 00:47:17,260
อาจจะมีผิดหลายมาตร หลายกฎหมาย มากกว่านั้

710
00:47:17,261 --> 00:47:21,261
นะคะ ทีนี้นะคะ

711
00:47:21,263 --> 00:47:25,261

712
00:47:25,268 --> 00:47:29,268
ข้อ 4 ข้อ 5 ถามความเข้าใจของมาตราไหนลูก มาตราไหนคะ

713
00:47:29,279 --> 00:47:33,260
ที่อาจารย์เคยบอกว่าอาทิตย์หน้า

714
00:47:33,280 --> 00:47:37,261
อาทิตย์หน้านะคะ อาทิตย์หน้า อาจารย์จะให้นักศึกษา

715
00:47:37,282 --> 00:47:41,260
ได้ลงไปสอบ

716
00:47:41,282 --> 00:47:45,282

717
00:47:45,283 --> 00:47:49,260
ถามใช่ไหมคะ กับคนทั่ว ๆ ไปนะคะ

718
00:47:49,284 --> 00:47:53,261
คุณนี่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ พรบ.

719
00:47:53,286 --> 00:47:57,260
คอมพิวเตอร์มาตรา 5, 6, 7

720
00:47:57,286 --> 00:48:01,286
(ล่าม) มาตรา 7 หรือเปล่าครับ

721
00:48:01,287 --> 00:48:05,260
หรือไม่นะคะ นี่คือไอ้มาตราที่เราได้ศึกษากันไปนี่ค่ะ

722
00:48:05,288 --> 00:48:09,260
มาตรา 5 6 7 นี่ คุณมีความเข้าใจ

723
00:48:09,289 --> 00:48:13,261
อย่างไรนะคะ อาจารย์ก็เลยอาทิตย์ที่แล้ว

724
00:48:13,290 --> 00:48:17,290
มาตรา 7 นะคะ ข้อ 6 ข้อ 7 จะไปถามมาตรา 6

725
00:48:17,291 --> 00:48:21,275
อาจารย์ก็บอกว่าให้นักศึกษาจับคู่กัน

726
00:48:21,291 --> 00:48:25,260
คิดคำถามใช่ไหมคะ ว่าเราจะเอาคำถาม

727
00:48:25,297 --> 00:48:29,260
ไปถามนะคะ ไปถาม

728
00:48:29,298 --> 00:48:33,298
กับตัวกฎหมายที่เรากำลังจะไปถามเขาว่าคุณเข้าใจ มาตรา 6

729
00:48:33,298 --> 00:48:37,268
คนทั่ว ๆ ไปนะคะ ว่าคุณมีความรู้ความเข้าใจ

730
00:48:37,298 --> 00:48:41,261
นะคะ ในมาตรา 5, 6, 7 หรือไม่

731
00:48:41,302 --> 00:48:45,260
ทีนี้นี่อาจารย์ก็เลยลองทำมาดู

732
00:48:45,303 --> 00:48:49,303
นะคะ อันนี้ คือ อาจารย์ยกตัวอย่าง ถ้านักศึกษามองว่าอาจารย์ใช้คำศัพท์ยากไป

733
00:48:49,304 --> 00:48:53,260
ลองดูนะคะ ว่ามันจะใช้ได้ไหม

734
00:48:53,304 --> 00:48:57,260
เดี๋ยวเปิดให้ดูนะคะ

735
00:48:57,304 --> 00:49:01,260
อุ๋ยคะ

736
00:49:01,304 --> 00:49:05,304
เอามาเป็นภาษาถ้อยคำของกฎหมาย เวลาอ่านบางคนเขาไม่เข้าใจว่ามัน คือ อะไร

737
00:49:05,305 --> 00:49:09,260
ถ้าเราจะ... เรามีนี่ค่ะ

738
00:49:09,305 --> 00:49:13,260
ค่ะ จะปิ้ง

739
00:49:13,307 --> 00:49:17,261
ปิ้งตัวนี้

740
00:49:17,307 --> 00:49:21,307
นะคะ อ่านแล้วเข้าใจ

741
00:49:21,307 --> 00:49:25,261

742
00:49:25,308 --> 00:49:29,261

743
00:49:29,309 --> 00:49:33,261

744
00:49:33,310 --> 00:49:37,310
คุณเข้าใจหรือเปล่า

745
00:49:37,311 --> 00:49:41,261

746
00:49:41,312 --> 00:49:45,260
ต้องคำสั่งตัวนี้

747
00:49:45,312 --> 00:49:49,260

748
00:49:49,312 --> 00:49:53,312
มันเป็นความผิดอย่างไรนะคะ ตัววัดความรู้นะคะ วัดความรู้ ๆ

749
00:49:53,314 --> 00:49:57,260

750
00:49:57,315 --> 00:50:01,260

751
00:50:01,326 --> 00:50:05,260

752
00:50:05,327 --> 00:50:09,327

753
00:50:09,328 --> 00:50:13,261

754
00:50:13,332 --> 00:50:17,261
ได้ไหมคะ

755
00:50:17,333 --> 00:50:21,260
ใครยังมีข้อสงสัยมาตรา 5, 6, 7

756
00:50:21,334 --> 00:50:25,334
วัดความรู้ว่า สิ่งที่เขาเห็น ในตัว

757
00:50:25,336 --> 00:50:29,260
ใครยังไม่ไดเข้าใจประเด็นไหนไหม

758
00:50:29,336 --> 00:50:33,261
อยากให้อาจารย์อธิบายเพิ่มเติมหรือเปล่า

759
00:50:33,336 --> 00:50:37,260
คุยกันเป็นรายคนก็ได้นะคะ

760
00:50:37,342 --> 00:50:41,342
วัดความรู้ไม่ใช่แค่ความเข้าใจเบื่องต้นแล้ว แต่วัดความรู้

761
00:50:41,344 --> 00:50:45,260
ถามอาจารย์เลย

762
00:50:45,345 --> 00:50:49,260

763
00:50:49,350 --> 00:50:53,261

764
00:50:53,351 --> 00:50:57,351
ข้อ 1 นะคะ ข้อ 1 อาจารย์วัด

765
00:50:57,351 --> 00:51:01,260
ได้ไหมเอ่ย

766
00:51:01,355 --> 00:51:05,260
เข้าใจไหมเอ่ย 5, 6, 7

767
00:51:05,356 --> 00:51:09,260
พอไหวไหม

768
00:51:09,357 --> 00:51:13,357
หรือว่ากฎหมายคอมพิวเตอร์มีโทษทางอาญา

769
00:51:13,357 --> 00:51:17,260
เพราะว่าเดี๋ยวหนูจะต้องไปถามเข้านะ

770
00:51:17,358 --> 00:51:21,260
ว่าคุณเข้าใจไหม มาตรา 5 6 7 เรานี่

771
00:51:21,358 --> 00:51:25,260
คุณเข้าใจ

772
00:51:25,359 --> 00:51:29,359
จะได้รับโทษอย่างไรนะคะ ปรับใช่ไหมคะ ปรับใช่ไหมคะ

773
00:51:29,360 --> 00:51:33,261
เรื่องการเข้าถึงไหม คุณเข้าใจระบบคอมพิวเตอร์ไหม

774
00:51:33,365 --> 00:51:37,260
คุณเข้าใจข้อมูลคอมพิวเตอร์ไหม นี่คือสิ่งที่หนู

775
00:51:37,365 --> 00:51:41,260

776
00:51:41,366 --> 00:51:45,366
อันนี้ คือ วัดความรู้ว่าเขารู้

777
00:51:45,366 --> 00:51:49,260
โอ.เค.

778
00:51:49,366 --> 00:51:53,263
นี่นะคะ อาจารย์ทำตัวอย่าง

779
00:51:53,368 --> 00:51:57,260
อาจารย์ แบ่

780
00:51:57,369 --> 00:52:01,369
คุณรู้ไหม ว่ากฎหมายฉบับนี้

781
00:52:01,369 --> 00:52:05,261
คือการวัดความเข้าใจ แล้วก็วัดความรู้

782
00:52:05,369 --> 00:52:09,260
อันนี้เป็นตัวอย่างที่อาจารย์ทำมาให้พวกคุณดู

783
00:52:09,370 --> 00:52:13,260
นะคะ

784
00:52:13,372 --> 00:52:17,372
ตัวนี้นะคะ นักศึกษาอาจจะทำโปรแกรมตัว google form

785
00:52:17,372 --> 00:52:21,261

786
00:52:21,373 --> 00:52:25,269

787
00:52:25,373 --> 00:52:29,260
ค่ะ เดี๋ยว

788
00:52:29,374 --> 00:52:33,374
กฎหมายฉบับนี้บังคับกันคนเล่นคอมพิวเตอร์

789
00:52:33,376 --> 00:52:37,260
เดี๋ยวมันมืดไปหน่อย

790
00:52:37,378 --> 00:52:41,260
ได้ไหม

791
00:52:41,380 --> 00:52:45,261
พี่ล่ามเห็นไหมคะ เห็นนะคะ

792
00:52:45,382 --> 00:52:49,382
22 นี้ เด็กอยู่ไหมลูก ใช่ไหม

793
00:52:49,383 --> 00:52:53,260

794
00:52:53,383 --> 00:52:57,260
วัดความเข้าใจนะคะ วัดความเข้าใจใน

795
00:52:57,393 --> 00:53:01,261
มาตรา 5 6 7 กับประชาชนทั่วไปนี่ เราจะใช้คำถาม

796
00:53:01,395 --> 00:53:05,395
กฎหมายฉบับนี้เป็นตัว พรบ. คอมพิวเตอร์ใช่ไหม

797
00:53:05,395 --> 00:53:09,260
ไหน ในการวัดนะคะ อย่างแรกอาจารย์

798
00:53:09,402 --> 00:53:13,260
ลองถามเขาก่อนว่า

799
00:53:13,402 --> 00:53:17,261
ท่านเข้าใจระบบคอมพิวเตอร์หรือไม่

800
00:53:17,410 --> 00:53:21,410
(ล่าม) ผิด ๆ เดี๋ยวัสกครู่นะคะ

801
00:53:21,410 --> 00:53:25,260
นะคะ ก็คือคอมพิวเตอร์

802
00:53:25,413 --> 00:53:29,261
เหมือนเมื่อกี้ที่อาจารย์ถามเรา ว่าระบบคอมพิวเตอร์คืออะไร

803
00:53:29,420 --> 00:53:33,260
ใช่ไหมคะ ถ้าเราถามเขาว่าระบบคอมพิวเตอร์คืออะไร

804
00:53:33,420 --> 00:53:37,420

805
00:53:37,421 --> 00:53:41,260
มันจะเป็นลักษณะของการอธิบายเลย แล้วบางคน

806
00:53:41,422 --> 00:53:45,260
อาจจะตอบยาก ถ้าใครไม่ได้เรีย

807
00:53:45,423 --> 00:53:49,260
คอมพิวเตอร์มาก็จะไม่เข้าใจว่า ไอ้ตัวคอมพิวเตอร์ System

808
00:53:49,425 --> 00:53:53,425
อายน่ะค่ะ (อาจารย์) หนูไม่เข้าใจหรอ

809
00:53:53,426 --> 00:53:57,267
นี่ มันคืออะไรนะคะ ดังนั้น นักศึกษา

810
00:53:57,426 --> 00:54:01,260
อาจจะถามตัวนี้ค่ะ ท่านเข้าใจ

811
00:54:01,428 --> 00:54:05,260
ระบบคอมพิวเตอร์หรือไหม 5 4 3 2 1

812
00:54:05,429 --> 00:54:09,429
(ล่าม) เฉพาะคนที่เล่นคอมอย่างเดียวใช่ไหมคะ

813
00:54:09,429 --> 00:54:13,260
ถ้าเขาเข้าใจก็จะติ้กที่ 5 ถ้าเขา

814
00:54:13,443 --> 00:54:17,260
ไม่เข้าใจเขาก็จะไปติ๊กที่น้อยที่สุดเลย คือ 1

815
00:54:17,456 --> 00:54:21,260
นะคะ อันนี้คือวัดความเข้าใจเขา

816
00:54:21,456 --> 00:54:25,456

817
00:54:25,458 --> 00:54:29,260
ในเบื้องต้น พอมาข้อ 2

818
00:54:29,458 --> 00:54:33,261
ท่านเข้าใจการเข้าถึง โดย

819
00:54:33,459 --> 00:54:37,261
มิชอบหรือไม่นะคะ เมื่อกี้ที่อาจารย์อธิบายไป

820
00:54:37,461 --> 00:54:41,461
แค่คนเล่นคอมพิวเตอร์แค่อย่างเดียวหรือเปล่าค่ะ

821
00:54:41,461 --> 00:54:45,260
นะคะ คือการ Access เข้านะคะ

822
00:54:45,462 --> 00:54:49,260
โดยที่บุคคลนั้นไม่ได้อนุญาต

823
00:54:49,464 --> 00:54:53,260
นะคะ คุณถามเขาไปเลยว่า ท่านเข้าใจ

824
00:54:53,466 --> 00:54:57,466
นี่ค่ะ ที่อาจารย์ถาม กฎหมายนี้บังคับเฉพาะคนที่เล่นคอมพิวเตอร์

825
00:54:57,466 --> 00:55:01,260
นะคะ ท่านเข้าใจการเข้าถึงโดยมิชอบ

826
00:55:01,468 --> 00:55:05,260
ถ้าเขาเข้าใจก็จะติ๊กที่ 5

827
00:55:05,469 --> 00:55:09,261
เขาก็จะไปติ๊กที่ 1 ถ้าเขา

828
00:55:09,469 --> 00:55:13,469
ที่อาจารย์พูดอยู่นี่

829
00:55:13,470 --> 00:55:17,260
พอจะเข้าใจบ้าง เขาอาจจะไปที่

830
00:55:17,471 --> 00:55:21,261
3 ตรงกลางไว้ก่อน อย่างนี้

831
00:55:21,473 --> 00:55:25,260
พอข้อ 3 นะคะ เราก็ถามเลยว่า

832
00:55:25,474 --> 00:55:29,474

833
00:55:29,475 --> 00:55:33,260
แล้วตัวท่านเองน่ะ นะคะ คนที่ทำแบบสอบถาม

834
00:55:33,478 --> 00:55:37,260
ท่านเคยเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ของคนอื่น

835
00:55:37,481 --> 00:55:41,260
โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่

836
00:55:41,482 --> 00:55:45,482
เขาเข้าใจคำว่า บังคับเฉพาะไหมคะ

837
00:55:45,484 --> 00:55:49,260
เคยไหม นะคะ ถามเขาไปดู

838
00:55:49,484 --> 00:55:53,260
เขาเคยไหมนะคะ ถ้าเขาเคย เขาก็จะวัดประเมินตัวเองว่า

839
00:55:53,495 --> 00:55:57,260
ได้ว่า เคยบ่อยไหม มันก็จะไปที่ 5 3

840
00:55:57,506 --> 00:56:01,506

841
00:56:01,508 --> 00:56:05,260
2, 1 ก็แล้วแต่ 5, 4, 3, 2, 1

842
00:56:05,508 --> 00:56:09,260
นะคะ ข้อ 4 นะคะ

843
00:56:09,509 --> 00:56:13,260
ข้อ 1 นี่มันจะเป็นคอมพิวเตอร์ซิมเตม

844
00:56:13,511 --> 00:56:17,511
ผิดเหมือนกันครับ ผิดเหมือนกัน ก็แสดงว่า เป็นการบังคับ

845
00:56:17,512 --> 00:56:21,260
ท่านเข้าใจข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือไม่

846
00:56:21,513 --> 00:56:25,260
เห็นไหมที่อาจารย์ถามพวกคุณว่า ระบบ

847
00:56:25,513 --> 00:56:29,260
ข้อมูลคอมพิวเตอร์คืออะไร

848
00:56:29,515 --> 00:56:33,515
เฉพาะคนเล่นคอมพิวเตอร์แต่รวมถึงคน

849
00:56:33,516 --> 00:56:37,260
คุณรู้ไหม ว่าข้อมูลคอมพิวเตอร์คืออ

850
00:56:37,527 --> 00:56:41,261
เข้าใจหรือเปล่า ถ้าเขาเข้าใจก็จะติ้ก

851
00:56:41,527 --> 00:56:45,260
5, 4, 3, 2, 1, เหมือนกันนะคะ

852
00:56:45,527 --> 00:56:49,527
ดังนั้นนะคะ ความรุ้ที่ว่าคนเหล่านี้ ใช้บังคับเฉพาะคน

853
00:56:49,528 --> 00:56:53,260
ข้อ 5 นะคะ ข้อ 5

854
00:56:53,530 --> 00:56:57,265
แล้วท่านเองเคยเข้าถึงข้อมูลค

855
00:56:57,530 --> 00:57:01,260
โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่นะคะ

856
00:57:01,543 --> 00:57:05,543
นะคะ ข้อ 3 ถามว่า สามีภรรยา

857
00:57:05,544 --> 00:57:09,260
ช่วง

858
00:57:09,548 --> 00:57:13,261
ข้อ 3 นี่ คือเคยเข้าถึงระบบ ส่วนจข้อ 5 นี่

859
00:57:13,558 --> 00:57:17,260
คือเคยเข้าถึงข้อมูลนะคะ

860
00:57:17,559 --> 00:57:21,559
ได้ ถูกหรือผิด

861
00:57:21,561 --> 00:57:25,261
เคยไหม นะคะ เคยไหม

862
00:57:25,563 --> 00:57:29,261
ข้อ 6 นะคะ  ข้อ 6 ท่านเข้าใจถึง

863
00:57:29,563 --> 00:57:33,261
มาตรการป้องกันการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ที่ผู้อื่น

864
00:57:33,564 --> 00:57:37,564
กันภาษาง่าย ๆ กันอยู่แล้ว แต่เด็กหูจะยากหน่อย

865
00:57:37,565 --> 00:57:41,260
จัดทำขึ้นเป็นการเฉพาะหรือไม่นะคะ

866
00:57:41,565 --> 00:57:45,260
ตัวนี้ถ้านักศึกษาบอกว่า อาจารย์มันเป็นภาษากฎหมายเกินไป

867
00:57:45,567 --> 00:57:49,260
มันยาก ลองปรับได้นะคะ ลองปรับได้

868
00:57:49,567 --> 00:57:53,567
นี่ค่ะ 18 18 ลูก สามีภรรยา

869
00:57:53,569 --> 00:57:57,260
ตัวนี้ ก็คือท่านเข้าใจถึง

870
00:57:57,584 --> 00:58:01,260
กระบวนการนะคะ Password

871
00:58:01,585 --> 00:58:05,260
รหัส หรือไม่

872
00:58:05,586 --> 00:58:09,586
โดยที่อีกฝ่ายไม่อนุญาตถูกหรือผิด

873
00:58:09,587 --> 00:58:13,261
ท่านเข้าใจไหมนะค ถ้าท่านเข้าใจ

874
00:58:13,589 --> 00:58:17,260
ท่านก็ติ๊กมานะคะ แล้วข้อ 7

875
00:58:17,589 --> 00:58:21,262
ถามต่อว่า แล้วท่านนี่เคย

876
00:58:21,598 --> 00:58:25,598

877
00:58:25,600 --> 00:58:29,260
นำมาตราการเหล่านี้ นำ

878
00:58:29,601 --> 00:58:33,260
Password นี่ไปเผยแพร่ให้คนอื่น

879
00:58:33,603 --> 00:58:37,260
หรือไม่ เคยทำไหม เคยเอา Password

880
00:58:37,603 --> 00:58:41,603
(ล่าม) ใช่ค่ะ ผิดค่ะ

881
00:58:41,604 --> 00:58:45,260
ของคนอื่นไปบอกต่อไหม ในทางที่ทำให้เขาเสียหาย

882
00:58:45,605 --> 00:58:49,260
นะคะ มันก็จะเป็นข้อ 7 นะคะ

883
00:58:49,606 --> 00:58:53,261
ทีนี้

884
00:58:53,608 --> 00:58:57,608
ไอ้เรื่องการเข้าถึง ระบบคอมพิวเตอร์ ข้อมูลคอมพิวเตอร์

885
00:58:57,608 --> 00:59:01,261
นักศึกษาดูสิว่ามันครบ

886
00:59:01,609 --> 00:59:05,260
ทุกมาตราไหมคะ 5 6 7 ไหม ครบไหม

887
00:59:05,614 --> 00:59:09,260

888
00:59:09,615 --> 00:59:13,615
แล้วคุณเข้าไปก็จะมีความผิดตามกฎหมายนี้

889
00:59:13,617 --> 00:59:17,272
อันไหนที่เป็นการถาม เป็นคำถาม

890
00:59:17,630 --> 00:59:21,260
ของมาตรา 5

891
00:59:21,640 --> 00:59:25,261
หมายเลข 13

892
00:59:25,641 --> 00:59:29,641
ตู้ ATM เป็นระบบคอมพิวเตอร์หรือไม่ ความรู้ตอบได้ไหม

893
00:59:29,642 --> 00:59:33,260
ซ้ำ

894
00:59:33,643 --> 00:59:37,260
อันเดิมแล้วนี่ ถามไปแล้ว ไม่เป็นไร หมายเลข 13 ลูก

895
00:59:37,644 --> 00:59:41,260
หนูสะกิดเพื่อนหน่อย

896
00:59:41,646 --> 00:59:45,646

897
00:59:45,647 --> 00:59:49,261

898
00:59:49,649 --> 00:59:53,260
คำถามข้อไหน คำถามข้อไหนคะ

899
00:59:53,650 --> 00:59:57,260
ที่สื่อถึงมาตรา 5

900
00:59:57,650 --> 01:00:01,650
10 10 หมายเลข 10

901
01:00:01,652 --> 01:00:05,260
ที่เป็นความผิดตามมาตรา 5

902
01:00:05,652 --> 01:00:09,260
ข้อไหนลูก

903
01:00:09,654 --> 01:00:13,260
คำถามข้อไหนคะ

904
01:00:13,656 --> 01:00:17,656
องค์ประกอบภายนอก องค์ประกอบภายใน

905
01:00:17,657 --> 01:00:21,260
มาตรา 5 เป็นเรื่องอะไร

906
01:00:21,658 --> 01:00:25,261
มาตรา 5 เป็นเรื่องอะไร

907
01:00:25,659 --> 01:00:29,260
จำได้ไหม

908
01:00:29,659 --> 01:00:33,659

909
01:00:33,660 --> 01:00:37,260
เข้าถึงอะไรลูก มาตรา 5

910
01:00:37,661 --> 01:00:41,260

911
01:00:41,661 --> 01:00:45,260

912
01:00:45,662 --> 01:00:49,662
(ล่าม) ผิดค่ะ (อาจารย์)แสดงว่าไม่จำเป็นต้องมีเจตนาก็ได้หรอ

913
01:00:49,663 --> 01:00:53,260

914
01:00:53,665 --> 01:00:57,260
เข้าถึง

915
01:00:57,665 --> 01:01:01,260
อะไรคะ ใครตอบได้ มาตรา...

916
01:01:01,666 --> 01:01:05,666
(ล่าม) เขาบอกว่าไม่มีเจตนาค่ะ

917
01:01:05,667 --> 01:01:09,260

918
01:01:09,671 --> 01:01:13,260
หมายเลข 8 ตอบได้ไหมลูก

919
01:01:13,683 --> 01:01:17,260

920
01:01:17,683 --> 01:01:21,683
เรื่ององค์ประกอบภายนอก เรื่อง องค์ประกอบภายใน

921
01:01:21,685 --> 01:01:25,260
(ล่าม) ข้อ 3 หรือเปล่าคะ

922
01:01:25,686 --> 01:01:29,260
(อาจารย์) ค่ะ ถามเขาว่าข้อไหน

923
01:01:29,688 --> 01:01:33,260
ที่มันเข้ากับ ที่มันตรงกับ

924
01:01:33,688 --> 01:01:37,688
นอกแต่ไม่มีเจตนาที่เป็น องค์ประกอบภายใน มันจะผิดไหม

925
01:01:37,690 --> 01:01:41,260
มาตรา 5 มันเป็นเรื่องอะไร

926
01:01:41,691 --> 01:01:45,260
หนูจำได้ไหม

927
01:01:45,693 --> 01:01:49,260
(ล่าม) เขาตอบว่าข้อ 3 น่ะค่ะ (อาจารย์) ข้อ 3

928
01:01:49,694 --> 01:01:53,694
และองค์ประกอบภายในที่เรียกว่า เจตนา

929
01:01:53,696 --> 01:01:57,260
แล้วข้อ 1 ข้อ 2 ล่ะลูก

930
01:01:57,697 --> 01:02:01,260

931
01:02:01,697 --> 01:02:05,261

932
01:02:05,699 --> 01:02:09,699
ถ้าคุณมีเจตนามันจะผิดได้ไหม ไม่ผิดค่ะ

933
01:02:09,701 --> 01:02:13,261
มาตรา 5

934
01:02:13,702 --> 01:02:17,260
เข้าถึงอะไร มาตรา 5

935
01:02:17,705 --> 01:02:21,260
เข้าถึงอะไรลูก (ล่าม) ข้อ 1 ข้อ 2

936
01:02:21,705 --> 01:02:25,705
แม้ว่ามีองค์ประกอบทั้งคู่ก็จะมีความผิด

937
01:02:25,706 --> 01:02:29,260
ก็เหมือนกันค่ะ (อาจารย์) โอ.เค.

938
01:02:29,708 --> 01:02:33,266
นะคะ 1, 2, 3 นี่ มันเป็นเรื่องของ

939
01:02:33,708 --> 01:02:37,260
ระบบคอมพิวเตอร์ใช่ไหมคะ มันก็จะไปถามความเข้าใจ

940
01:02:37,710 --> 01:02:41,710
ของผู้อื่นและตนเองไม่มีสิทธิ์ ไม่มีอำนาจ

941
01:02:41,710 --> 01:02:45,260
ในมาตรา 5 นะคะ

942
01:02:45,711 --> 01:02:49,260
มาตรา ขอโทษ

943
01:02:49,713 --> 01:02:53,261
ข้อ 4, 5 นะคะ

944
01:02:53,713 --> 01:02:57,713
ต้องรู้ว่าเป็นระบบคอมพิวเตอร์ของคนอื่น

945
01:02:57,715 --> 01:03:01,260
ข้อ 4, 5 จะไปถามความเข้าใจของมาตราอะไร

946
01:03:01,715 --> 01:03:05,263

947
01:03:05,715 --> 01:03:09,260

948
01:03:09,717 --> 01:03:13,717
ที่จะทำได้ประเด็นที่อาจารย์ขีดเส้นใต้

949
01:03:13,719 --> 01:03:17,261
ข้อ 4 ข้อ 5

950
01:03:17,719 --> 01:03:21,260
ถามความเข้าใจของมาตราอะไรลูก

951
01:03:21,721 --> 01:03:25,260
มาตราอะไรคะ

952
01:03:25,721 --> 01:03:29,721
ต้องรู้ไหมคะ ต้องรู้ไหมคะ ต้องรู้ไหม

953
01:03:29,723 --> 01:03:33,261

954
01:03:33,724 --> 01:03:37,260
มาตราอะไร

955
01:03:37,724 --> 01:03:41,261

956
01:03:41,724 --> 01:03:45,724
อันนี้มันไม่ใช่มือถือของเรานะ อันนี้ไม่ใช่ ATM ของเรานะ

957
01:03:45,726 --> 01:03:49,261

958
01:03:49,727 --> 01:03:53,260

959
01:03:53,727 --> 01:03:57,261

960
01:03:57,729 --> 01:04:01,729
เพราะเราเข้าใจว่ามันเป็นของเรา และคุณทำระบบคอมพิวเตอร์ของเรา

961
01:04:01,730 --> 01:04:05,260
(ล่าม) มาตรา 7 หรือเปล่าครับ (อาจารย์) โอ.เค. เก่งมาก

962
01:04:05,731 --> 01:04:09,260

963
01:04:09,732 --> 01:04:13,261
ข้อ 4 ข้อ 5 จะไปถาม

964
01:04:13,733 --> 01:04:17,733
เครื่องของคนอื่น ถ้าคุณยังเข้าใจว่า อันนี้เครื่องคอมฉัน

965
01:04:17,735 --> 01:04:21,262
ความเข้าใจของมาตรา 7 นะคะ ข้อ 6

966
01:04:21,736 --> 01:04:25,260
ข้อ 7 จะไปถามความเข้าใจมาตรา 6

967
01:04:25,740 --> 01:04:29,261
นะคะ โอ.เค. นะคะ

968
01:04:29,752 --> 01:04:33,752
คุณต้องรู้ค่ะ ต้องรู้ว่ามันเป็นคอมพิวเตอร์ของผู้อื่น

969
01:04:33,753 --> 01:04:37,260
คือตัวคำถามน่ะ มันจะต้องไปสื่อ

970
01:04:37,753 --> 01:04:41,260
กับตัวกฎหมายที่เรากำลังจะไปถามเขา

971
01:04:41,754 --> 01:04:45,261
ว่าคุณเข้าใจมาตรา 5 มาตรา 6 มาตรา 7

972
01:04:45,755 --> 01:04:49,755
จะใช้ตามนี้ก็ได้แต่อาจารย์อาจจะใช้ภาษาที่มันยากกว่านี้ก็ได้

973
01:04:49,758 --> 01:04:53,260
ไหม ใช่ไหมคะ เราก็จำเป็นที่จะต้องเอาเนื้อหา

974
01:04:53,760 --> 01:04:57,260
ของตัวมาตรา 5, 6, 7

975
01:04:57,762 --> 01:05:01,260
นะคะ อันนี้คืออาจารย์ยกตัวอย่าง

976
01:05:01,769 --> 01:05:05,769
ก็ได้นะคะ แต่อาจารย์ยกตัวอย่างให้ดูเฉย ๆ ว่า

977
01:05:05,771 --> 01:05:09,260
แต่ถ้านักศึกษามองว่าอาจารย์ใช้ภาษาที่มันยากเกินไป

978
01:05:09,773 --> 01:05:13,260
คุณสามารถปรับให้มันเป็นภาษง

979
01:05:13,773 --> 01:05:17,260
ง่าย ๆ ก็ได้นะคะ ตัวนี

980
01:05:17,773 --> 01:05:21,773
นะคะ ทีนี้นะคะ ที่อาจารย์ให้นักศึกษาลองทำดู

981
01:05:21,774 --> 01:05:25,260
อาจารย์เอามาเป็นภาษา ถ้อยคำของ

982
01:05:25,776 --> 01:05:29,260
กฎหมาย เวลาอ่านบ้างคนเขาอ่าน

983
01:05:29,777 --> 01:05:33,260
ไม่เข้าใจ มันคืออะไร นักศึกษาอาจจะไปทำให้มันง่ายขึ้นก็ได้

984
01:05:33,777 --> 01:05:37,777
คำถามที่นำมาพอจะไหวหรือเปล่า

985
01:05:37,778 --> 01:05:41,261

986
01:05:41,780 --> 01:05:45,260
น่ะ นะคะ อ่านแล้วเข้าใจน่ะ

987
01:05:45,781 --> 01:05:49,261
นะคะ นี่คือวัดความเข้าใจ วัดความเข้าใจว่า

988
01:05:49,783 --> 01:05:53,783

989
01:05:53,783 --> 01:05:57,261
นะคะ ในข้อมูลคอมพิวเตอร์

990
01:05:57,784 --> 01:06:01,261
ก็ดีหรือว่าการเอาข้อมูลคนอื่น ๆ ไปเผยแพร่

991
01:06:01,785 --> 01:06:05,261
นะคะ คุณเข้าใจหรือเปล่านะคะ

992
01:06:05,787 --> 01:06:09,787

993
01:06:09,789 --> 01:06:13,260
กระบวนการพวกนี้ ทีนี้วัดความรู้

994
01:06:13,789 --> 01:06:17,261
วัดความรู้จะวัดความรู้อย่างไร ว่าเขารู้หรือไม่

995
01:06:17,790 --> 01:06:21,261
ว่ากฎหมาย พรบ. คอมพิวเตอร์ มาตรา 5, 6 q

996
01:06:21,792 --> 01:06:25,792

997
01:06:25,793 --> 01:06:29,260
นะคะ มันเป็นความผิดอย่างไร

998
01:06:29,794 --> 01:06:33,260
นะคะ ตัววัดความรู้นะคะ วัดความร

999
01:06:33,794 --> 01:06:37,260
วัดว่าเขามีความรู้ไหมนะคะ

1000
01:06:37,795 --> 01:06:41,795

1001
01:06:41,797 --> 01:06:45,260

1002
01:06:45,801 --> 01:06:49,260

1003
01:06:49,802 --> 01:06:53,260

1004
01:06:53,804 --> 01:06:57,804

1005
01:06:57,805 --> 01:07:01,261

1006
01:07:01,807 --> 01:07:05,260
นะคะ

1007
01:07:05,811 --> 01:07:09,260
วัดความรู้ ว่า

1008
01:07:09,811 --> 01:07:13,811

1009
01:07:13,813 --> 01:07:17,261
สิ่งที่เขาเห็นนะคะ ในตัวข้อเท็จจริงอะไร

1010
01:07:17,815 --> 01:07:21,261
ลองวิเคราะห์สิว่า มันเป็นความผิด

1011
01:07:21,815 --> 01:07:25,260
ไหมนะคะ เหมือนอย่างที่อาจารย์ยกตัวอย่าง

1012
01:07:25,816 --> 01:07:29,816

1013
01:07:29,818 --> 01:07:33,260
อะไรต่าง ๆ ตัวนี้วัดความรู้ ไม่ใช่วัด

1014
01:07:33,818 --> 01:07:37,260
ความเข้าใจเบื้องต้นแล้ว ว่าคุณเข้าใจไหม

1015
01:07:37,819 --> 01:07:41,260

1016
01:07:41,820 --> 01:07:45,820
ที่ให้วัดความรู้นี่

1017
01:07:45,822 --> 01:07:49,260

1018
01:07:49,826 --> 01:07:53,260

1019
01:07:53,827 --> 01:07:57,261
ใหญ่ขึ้นไหมเอ่ย

1020
01:07:57,828 --> 01:08:01,828
กฎหมายตัวนี้ เขาก็อาจจะมีคำถาม

1021
01:08:01,830 --> 01:08:05,260
ข้อ 1 อาจารย์วัดว่าอะไร อาจารย์วัดว่า

1022
01:08:05,831 --> 01:08:09,260
คุณทราบไหมนะคะ ว่าพระราชบัญญัติหรือ พรบ.

1023
01:08:09,832 --> 01:08:13,260
เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ หรือว่ากฎหมายเกี่ยวกับ

1024
01:08:13,833 --> 01:08:17,833
ดังนั้นนี่ นักศึกษาต้องไปถามเข้า ว่าคุณมีความรู้ในตัว

1025
01:08:17,835 --> 01:08:21,267
ทางอาญา

1026
01:08:21,836 --> 01:08:25,274
คุณรู้ไหม ว่าโทษทางอาญาคืออะไร

1027
01:08:25,838 --> 01:08:29,260
ที่อาจารย์ยกตัวอย่างว่ามาตรา 5 มาตรา 6 มาตรา 7

1028
01:08:29,839 --> 01:08:33,839
นะคะ เข้าใจแค่ไหน มันก็มี 5 4 3 2 1

1029
01:08:33,839 --> 01:08:37,263
ทำผิดจะได้รับโทษอย่างไรคะ ปรับ

1030
01:08:37,840 --> 01:08:41,260
ใช่ไหมคะ จำคุกใช่ไหมคะ หรือทั้งจำทั้งปรับ

1031
01:08:41,849 --> 01:08:45,261
นี่คือโทษทางอาญา นี่คือโทษร้ายแรง

1032
01:08:45,862 --> 01:08:49,862
วัดความรู้ความเข้าใจของเขาได้เลย ว่าคน ๆ นี้ไม่มีความเข้าใจ

1033
01:08:49,863 --> 01:08:53,261
ของมัน คุณรู้ไหม คุณรู้ไหม

1034
01:08:53,871 --> 01:08:57,260
นะคะ อันนี้คือวัดความรู้

1035
01:08:57,871 --> 01:09:01,260
ว่าเขารู้หรือเปล่าว่า กฎหมายคอมพิวเตอร์ ความผิดทางอาญา

1036
01:09:01,873 --> 01:09:05,873
เขียนวิเคราะห์ได้เลยว่า เขาไม่เข้าใจเลยว่า ระบบในข้อมูลคอมพิวเตอร์

1037
01:09:05,873 --> 01:09:09,260
นักศึกษาก็ทำได้ 5 4 3 2 1 ถ้าเขารู้

1038
01:09:09,875 --> 01:09:13,260
เขาก็จะติ๊ก 5 เลยนะคะ ข้อ 2

1039
01:09:13,875 --> 01:09:17,261
นะคะ คุณรู้ไหม ว่ากฎหมายฉบับนี้

1040
01:09:17,877 --> 01:09:21,877
ความเข้าใจแล้วนี่ แล้วความรู้เขามีไหมนี่ ในข้อมูลคอมพิวเตอร์

1041
01:09:21,878 --> 01:09:25,261
ใช้บังคับเฉพาะคนเล่นคอมพิวเตอร์เท่านั้น

1042
01:09:25,880 --> 01:09:29,260
ใช่หรือเปล่า บังคับ

1043
01:09:29,880 --> 01:09:33,260
เฉพาะคนที่เล่นคอมพิวเตอร์เท่านั้น

1044
01:09:33,884 --> 01:09:37,884
อย่างถ่องแท้ รู้ว่ามันผิด

1045
01:09:37,886 --> 01:09:41,260
ใช่ไหม

1046
01:09:41,887 --> 01:09:45,261
ตัวนี้นะคะ นักศึกษาอาจจะทำโปรแกรม Google

1047
01:09:45,887 --> 01:09:49,260
ใช่ไหมคะ แล้วก็ตอบรู้ไม่รู้ก็ได้

1048
01:09:49,887 --> 01:09:53,887
ส่วนใหญ่จะเป็นแบบนี้ นักศึกษาลองทำเลย

1049
01:09:53,889 --> 01:09:57,260
นะคะ วัดความรู้ว่ารู้ไม่รู้ ใช่ไม่ใช่

1050
01:09:57,889 --> 01:10:01,261
นะคะ กฎหมายฉบับนี้

1051
01:10:01,890 --> 01:10:05,261
ใช้บังคับเฉพาะคนเล่นคอมพิวเตอร์

1052
01:10:05,902 --> 01:10:09,902
เข้าใจนะ แต่พอถามว่ามันผิดกฎหมายไหน

1053
01:10:09,904 --> 01:10:13,261
ถูกหรือผิด

1054
01:10:13,905 --> 01:10:17,261
เมื่อกี้ยังเข้าหน้าไอ้นี่อยู่ ใครดีหนอ

1055
01:10:17,907 --> 01:10:21,260
22 นี่

1056
01:10:21,908 --> 01:10:25,908
ATM ตู้ ATM ไม่รู้เลยว่า มือถือ โทรศัพท์มือถือ เป็นระบบ

1057
01:10:25,909 --> 01:10:29,273
เด็กหูฯ ไหมลูก

1058
01:10:29,921 --> 01:10:33,260
ใช่ไหม ค่ะ เพราะว่ายังไม่ได้ถามเลย

1059
01:10:33,922 --> 01:10:37,260

1060
01:10:37,924 --> 01:10:41,924
นะคะ ข้อมูลคอมพิวเตอร์

1061
01:10:41,926 --> 01:10:45,260
กฎหมายฉบับนี้

1062
01:10:45,927 --> 01:10:49,260
ก็คือตัว พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ กฎหมายคอมพิวเตอร์นี่

1063
01:10:49,929 --> 01:10:53,260
เฉพาะคนเล่นคอมพิวเตอร์เท่านั้นใช่ไหม

1064
01:10:53,929 --> 01:10:57,929
จะให้อาจารย์ดูเพิ่มเติม

1065
01:10:57,931 --> 01:11:01,260
ถูกหรือผิดคะ

1066
01:11:01,932 --> 01:11:05,260

1067
01:11:05,933 --> 01:11:09,260
(ล่าม) ผิด เดี๋ยวสักครู่นะคะ

1068
01:11:09,934 --> 01:11:13,934
อาทิตย์หน้านี่ อาจารย์จะให้ลงพื้นที่

1069
01:11:13,936 --> 01:11:17,260

1070
01:11:17,941 --> 01:11:21,260

1071
01:11:21,943 --> 01:11:25,261

1072
01:11:25,951 --> 01:11:29,951
ใช้ google from ก็ได้ นักศึกษาจะให้เขา

1073
01:11:29,953 --> 01:11:33,261

1074
01:11:33,955 --> 01:11:37,260

1075
01:11:37,956 --> 01:11:41,260
หนูไม่เข้าใจ

1076
01:11:41,958 --> 01:11:45,958
ทีเดียวก็ได้จะได้ไม่ต้องเปลือง

1077
01:11:45,959 --> 01:11:49,260
หรือลูก

1078
01:11:49,961 --> 01:11:53,260
(ล่าม) อายน่ะค่ะ

1079
01:11:53,963 --> 01:11:57,260

1080
01:11:57,965 --> 01:12:01,965

1081
01:12:01,967 --> 01:12:05,260

1082
01:12:05,968 --> 01:12:09,260
คือบังคับเฉพาะคนที่เล่นคอมฯ อย่างเดียวใช่ไหมคะ

1083
01:12:09,968 --> 01:12:13,260
(อาจารย์) ค่ะ ถามเขาค่ะ เขาเข้าใจไหม

1084
01:12:13,969 --> 01:12:17,969
แปลไม่เป็นนะคะ อาจารย์ก็อยากจะให้ฝึกตรงจุดนี้ มันปี 3 แล้วน่ะ

1085
01:12:17,971 --> 01:12:21,261
ที่อาจารย์ถามว่า

1086
01:12:21,982 --> 01:12:25,262
กฎหมายฉบับนี้บังคับเฉพาะคนที่เล่นคอมพิวเตอร์

1087
01:12:25,983 --> 01:12:29,263
เท่านั้น ถูกหรือผิด

1088
01:12:29,984 --> 01:12:33,984
ในห้องเรียน อาจารย์ก็อยากจะให้อัดวิดีโอ

1089
01:12:33,985 --> 01:12:37,260

1090
01:12:37,986 --> 01:12:41,261

1091
01:12:41,988 --> 01:12:45,260
(ล่าม) ครับไม่แน่ใจ

1092
01:12:45,988 --> 01:12:49,988
ใช้ OBS มีใครมีเข้าถามเพิ่มเติมไหมคะ ใช้

1093
01:12:49,989 --> 01:12:53,260
เหมือนกัน ว่าบังคับแค่คนเล่นคอมพิวเตอร์อย่างเดียว

1094
01:12:53,998 --> 01:12:57,260
ตอบได้ไหมลูก มีใครตอบได้

1095
01:12:57,999 --> 01:13:01,260
23 ช่วยเพื่อนหน่อย

1096
01:13:02,000 --> 01:13:06,000
ถ้าใครไม่มั่นใจ ก็เหมือนเดิมค่ะ

1097
01:13:06,002 --> 01:13:09,260
ถูกหรือผิด

1098
01:13:10,004 --> 01:13:13,260
นี่ค่ะ ที่อาจารย์ถาม กฎหมายฉบับนี่

1099
01:13:14,004 --> 01:13:17,260
ใช้บังคับคนเล่นคอมพิวเตอร์เท่านั้น

1100
01:13:18,006 --> 01:13:22,006
นักศึกษาอาจจะไปถามเพื่อนะคะ ถามรุ่นพี่ รุ่นน้องเรา

1101
01:13:22,008 --> 01:13:25,260
คนที่ไม่ได้เล่นคอมพิวเตอร์อาจจะ

1102
01:13:26,011 --> 01:13:29,260
ไม่ได้มีความผิดตามกฎหมายนี้เลย

1103
01:13:30,011 --> 01:13:33,260
ถูกหรือผิด ที่อาจารย์พูดอยู่นี่

1104
01:13:34,012 --> 01:13:38,012
ไม่เข้าใจ ไม่รู้เรื่อง แล้วรู้ไหมว่ามันมีกฎหมายตัวนี้

1105
01:13:38,013 --> 01:13:41,260

1106
01:13:42,013 --> 01:13:45,260
(ล่าม) ก็คือ

1107
01:13:46,014 --> 01:13:49,260
ผิดกฎหมายเหมือนกัน คนที่เล่นคอมฯ เหมือนกันน่ะครับ

1108
01:13:50,014 --> 01:13:54,014
อีกคุณก็ไปประเมินได้เลยว่าคนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจในระบบคอมพิวเตอร์

1109
01:13:54,016 --> 01:13:57,260

1110
01:13:58,017 --> 01:14:01,260

1111
01:14:02,019 --> 01:14:05,261
เหมือนที่เรียนน่ะครับ

1112
01:14:06,020 --> 01:14:10,020
เพราะคนส่วนใหญ่ไม่ได้รู้เลยว่ามีตัวกฎหมายนี่

1113
01:14:10,022 --> 01:14:13,260
ผิดกฎหมายเหมือนกันนะครับ (อาจารย์)

1114
01:14:14,022 --> 01:14:17,269
เขาเข้าใจ

1115
01:14:18,024 --> 01:14:21,260
คำว่า "บังคับ

1116
01:14:22,025 --> 01:14:26,025
สอบถามแล้วก็สรุปผล ทั้งแบบปริมาณ แบบ คุณภาพ ได้

1117
01:14:26,026 --> 01:14:29,260
ครับเข้าใจครับ

1118
01:14:30,027 --> 01:14:33,260
(อาจารย์) และถ้าคนไม่เล่นคอมพิวเตอร์ผิดไหม คนไม่เล่น

1119
01:14:34,030 --> 01:14:37,260
จะผิดกฎหมายนี้ไหม คนที่ไม่เล่นคอมพิวเตอร์

1120
01:14:38,041 --> 01:14:42,041
บอกกับนักศึกษาบางคนไว้แล้วว่า ข้อมูลนี้สามารถ

1121
01:14:42,043 --> 01:14:45,260
จะผิดกฎหมายนี้ไหม ไปเล่นมือถืออย่างนี้

1122
01:14:46,044 --> 01:14:49,260

1123
01:14:50,044 --> 01:14:53,260

1124
01:14:54,045 --> 01:14:58,045
จะทำอย่างไรให้เขารู้ถึงระบบคอมพิวเตอร์ตัวนี้มากขึ้น

1125
01:14:58,048 --> 01:15:01,260
ผิดเหมือนกันครับ

1126
01:15:02,049 --> 01:15:05,260
(อาจารย์) ผิดเหมือนกัน แสดงว่า ใช้เฉพาะ

1127
01:15:06,050 --> 01:15:09,260
คนเล่นคอมพิวเตอร์เท่านั้น

1128
01:15:10,051 --> 01:15:14,051
ตาม พรบ. คอมพิวเตอร์

1129
01:15:14,053 --> 01:15:17,261
คำตอบว่าผิด ถูกต้องไหมคะ

1130
01:15:18,055 --> 01:15:21,260
เพราะไม่ได้บังคับเฉพาะคนเล่นคอมพิวเตอร์

1131
01:15:22,055 --> 01:15:25,261
แต่รวมถึงระบบคอมพิวเตอร์อื่นด้วย

1132
01:15:26,056 --> 01:15:30,056
คนไม่ได้รู้เลยว่ากฎหมายคอมพิวเตอร์เป็นอย่างไร

1133
01:15:30,058 --> 01:15:33,260
นั้นก็เมื่อกี้ อย่างที่เรายกตัวอย่าง โทรศัพท์มือถือ เครื่องมือ

1134
01:15:34,059 --> 01:15:37,260
สื่อสารอย่างอื่น หรือว่าตู้เอทีเอ็มใช่ไหมคะ

1135
01:15:38,060 --> 01:15:41,260
ก็ยังเป็นระบบคอมพิวเตอร์ ดังนั้นนะคะ

1136
01:15:42,060 --> 01:15:46,060
นะคะ สำหรับคนที่ ที่สงใสในตัวประเด็น

1137
01:15:46,061 --> 01:15:49,260
ที่บอกว่า กฎหมายนี้ใช้บังคับเฉพาะ

1138
01:15:50,061 --> 01:15:53,260
มันจึงผิดนั้นเอง เห็นไหมคะ

1139
01:15:54,063 --> 01:15:57,260
นี่คือวัดความรู้ไหม วัดความรู้นะคะ ว่าคุณรู้ไหม

1140
01:15:58,063 --> 01:16:02,063
ไปทำโปรเจคจบ เขาไปทำล่าม ขอโทษไม่ใช่ล่าม

1141
01:16:02,065 --> 01:16:05,260
นะคะ พอมาข้อ 3 นะคะ

1142
01:16:06,079 --> 01:16:09,260
ข้อ 3 นะคะ

1143
01:16:10,080 --> 01:16:13,260
ข้อ 3 ถามว่า สามี ภรรยา

1144
01:16:14,081 --> 01:16:18,081
กฎหมายอาญา คือ อะไร อย่างนี้นะคะ แล้วก็อีกคนหนึ่ง

1145
01:16:18,082 --> 01:16:21,260
สามารถเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ โดยที่

1146
01:16:22,084 --> 01:16:25,260
อีกฝ่ายไม่อนุญาตได้ ถูกหรือผิด

1147
01:16:26,084 --> 01:16:29,260
ถูกหรือผิด

1148
01:16:30,086 --> 01:16:34,086
ของกระทรวงยุติธรรมลืมเอามาให้ดู เขาส่งมาให้เป็นภาษาล่าม

1149
01:16:34,088 --> 01:16:37,260
ถูกหรือผิด

1150
01:16:38,089 --> 01:16:41,260
ที่อาจารย์ไม่ค่อยถามเด็กปกติเพราะว่า

1151
01:16:42,089 --> 01:16:45,260
เหมือนเข้าใจกันภาษาง่าย ๆ อยู่แล้ว เด็กหูฯ

1152
01:16:46,089 --> 01:16:50,089
ส่งมามันจะเป็นหนังาสือ เหมือนภาษาล่ามโดยตรง

1153
01:16:50,089 --> 01:16:53,260
เขาจะยากหน่อย เดี๋ยวถามใครดี 18 ได้ไหมคะ

1154
01:16:54,090 --> 01:16:57,260

1155
01:16:58,092 --> 01:17:01,260
เดี๋ยวนะคะ 18

1156
01:17:02,092 --> 01:17:06,092
บางอย่างก็อาจจะยังไม่เข้าใจ เด็ก ๆ ด้วยก็อาจจะยังไม่เข้าใจ

1157
01:17:06,093 --> 01:17:09,260
นี่ค่ะ

1158
01:17:10,094 --> 01:17:13,260
นี่ค่ะ 18

1159
01:17:14,095 --> 01:17:17,260
18 ลูก

1160
01:17:18,095 --> 01:17:22,095
แล้วก็ INBOX ส่งมาให้อาจารย์ตรวงดูก่อน

1161
01:17:22,097 --> 01:17:25,260
สามีภรรยากันค่ะ

1162
01:17:26,111 --> 01:17:29,260
เข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์โดยที่อีกฝ่าย

1163
01:17:30,111 --> 01:17:33,260
เข้าได้ไหม เขาไม่อนุญาตนะ

1164
01:17:34,112 --> 01:17:38,112
ต่อไปค่อยมาสรุปผลเหมือนเดิม เหมือนตามที่เราสรุปแผนงานของเ

1165
01:17:38,114 --> 01:17:41,260
สามีบอกว่า ห้ามเช็กโทรศัพท์ฉัน

1166
01:17:42,114 --> 01:17:45,260
แต่ภรรยาก็ไปหยิบเลยจ้า (ล่าม) ผิดค่ะ

1167
01:17:46,114 --> 01:17:49,260
ไม่ได้ค่ะ

1168
01:17:50,115 --> 01:17:54,115
มีไหมคะ สำหรับเพื่อนที่ไม่ได้มา เพื่อนที่ติดภาระกิจ

1169
01:17:54,116 --> 01:17:57,260

1170
01:17:58,117 --> 01:18:01,260
ผิดค่ะ ไม่ได้ค่ะ

1171
01:18:02,117 --> 01:18:05,260
โอ.เค. แม้แต่เป็นสามีภรรยากันก็ไม่ได้

1172
01:18:06,118 --> 01:18:10,118
ตอนคุณ present รายงาน คุณได้มีส่วนร่วมอะไร

1173
01:18:10,120 --> 01:18:13,260

1174
01:18:14,121 --> 01:18:17,261
(ล่าม) ใช่ค่ะ ผิดค่ะ (อาจารย์) โอ.เค.

1175
01:18:18,122 --> 01:18:21,260
ตัวนี้นี่ อาจารย์เคยใช้คำหนึ่ง

1176
01:18:22,124 --> 01:18:26,124
มีไหมเอ่ย มีใครมีคำถาม ไม่มีนะคะ

1177
01:18:26,125 --> 01:18:29,260
สิทธิส่วนบุคคลใช่ไหมคะ

1178
01:18:30,127 --> 01:18:33,261
ดังนั้นนี่ เรื่องของการเข้าถึงนะคะ

1179
01:18:34,127 --> 01:18:37,261
ระบบคอมพิวเตอร์ หรือว่าข้อมูลคอมพิวเตอร์

1180
01:18:38,128 --> 01:18:42,128
ชริกาญ อริชัยญา

1181
01:18:42,129 --> 01:18:45,260
เฉพาะบุคคลอยู่ แม้ว่าจะเป็น

1182
01:18:46,130 --> 01:18:49,260
สามีภรรยากันนะคะ ถ้าอีกฝ่ายหนึ่งไม่อนุญาต

1183
01:18:50,133 --> 01:18:53,260
แล้วคุณเข้าไป

1184
01:18:54,133 --> 01:18:58,133
โจโจ้ นะ สิริชัย

1185
01:18:58,134 --> 01:19:01,260
ก็จะมีความผิดตามกฎหมายนี้นะคะ

1186
01:19:02,134 --> 01:19:05,260

1187
01:19:06,135 --> 01:19:09,260
อาจารย์ถามข้อ 4 นะคะ

1188
01:19:10,136 --> 01:19:14,136
ปุกกี้ลา ใช่ไหมคะ กาญจนา

1189
01:19:14,137 --> 01:19:17,260
ว่า ตู้ ATM เป็นระบบคอมพิวเตอร์หรือไหม

1190
01:19:18,139 --> 01:19:21,260
ความรู้ตอบได้ไหม ตอบว่าอะไรดี

1191
01:19:22,140 --> 01:19:25,260
เป็นใช่ไหมคะ

1192
01:19:26,141 --> 01:19:30,141
จุฑามาตร เบล ใช่ไหม

1193
01:19:30,143 --> 01:19:33,260
ผู้กระทำต้องมีเจตนา

1194
01:19:34,144 --> 01:19:37,260
ในการกระทำความผิด

1195
01:19:38,144 --> 01:19:41,260
มีเด็กหูฯ ...

1196
01:19:42,155 --> 01:19:46,155
เต่า คมกริด

1197
01:19:46,156 --> 01:19:49,260
ยากไปไหมลูก

1198
01:19:50,156 --> 01:19:53,260
ไปไหมลูก เพื่อนจะตอบได้ไหม 10 10

1199
01:19:54,157 --> 01:19:57,260

1200
01:19:58,160 --> 01:20:02,160
วันวิสา เพื่อนโจโจ้ชื่ออะไรนะคะ

1201
01:20:02,163 --> 01:20:05,260
หมายเลข 10

1202
01:20:06,165 --> 01:20:09,260
ผู้กระทำนี่ ต้องมีเจตนา

1203
01:20:10,166 --> 01:20:13,260
กระทำความผิด ถูกหรือผิด เมื่อกี้

1204
01:20:14,167 --> 01:20:18,167
ณสุดา

1205
01:20:18,169 --> 01:20:21,260
อาจารย์อธิบายองค์ประกอบภายนอก องค์ประกอบภายใน

1206
01:20:22,170 --> 01:20:25,260
จำได้ไหมคะ แล้วถามว่า

1207
01:20:26,183 --> 01:20:29,260
ผู้กระทำความผิดนี่ ต้องมีเจตนา

1208
01:20:30,184 --> 01:20:34,184
ก็ส่งมาให้อาจารย์ดูทั้ง from นั้น ๆ เลยก็ได้

1209
01:20:34,185 --> 01:20:37,260
ที่จะกระทำความผิด ถูกหรือผิด

1210
01:20:38,186 --> 01:20:41,260

1211
01:20:42,188 --> 01:20:45,259

1212
01:20:46,190 --> 01:20:50,190
สวัสดีค่ะ (นักเรียน) ขอบคุณค่ะ (อาจารย์)

1213
01:20:50,192 --> 01:20:53,260

1214
01:20:54,193 --> 01:20:57,260

1215
01:20:58,194 --> 01:21:01,260
(ล่าม) ผิดค่ะ (อาจารย์) แสดงว่า

1216
01:21:02,195 --> 01:21:06,195

1217
01:21:06,197 --> 01:21:09,260
ไม่ต้องมีเจตนาก็ได้หรือคะ

1218
01:21:10,199 --> 01:21:13,260

1219
01:21:14,201 --> 01:21:17,260

1220
01:21:18,202 --> 01:21:22,202

1221
01:21:22,205 --> 01:21:25,260

1222
01:21:26,206 --> 01:21:29,259
(ล่าม) เขาบอกว่า

1223
01:21:30,219 --> 01:21:33,260
ไม่มีเจตนาค่ะ

1224
01:21:34,219 --> 01:21:38,219

1225
01:21:38,221 --> 01:21:41,260
(อาจารย์) ไม่มีเจตนาก็ผิดหรือลูก

1226
01:21:42,221 --> 01:21:45,259
เพราะอาจารย์อธิบายเรื่ององค์ประกอบภายนอก

1227
01:21:46,223 --> 01:21:49,260
จะผิดได้มันต้องคู่กัน จำได้ไหมคะ

1228
01:21:50,224 --> 01:21:54,224

1229
01:21:54,224 --> 01:21:57,260
จะผิดได้ต้องมีองค์ประกอบภายนอก และองค์

1230
01:21:58,226 --> 01:22:01,259
ประกอบภายใน แม้ว่ามันจะเป็น

1231
01:22:02,228 --> 01:22:05,259
ความผิดตามองค์ประกอบายนอก แต่ไม่มีเจตนา

1232
01:22:06,228 --> 01:22:10,228

1233
01:22:10,230 --> 01:22:13,259
ที่เป็นองค์ประกอบภายในจะผิดไหม

1234
01:22:14,230 --> 01:22:17,259
ก็ไม่ผิดใช่ไหมคะ

1235
01:22:18,232 --> 01:22:21,259
มันต้องคู่กัน จะต้องมีทั้งองค์ประกอบ

1236
01:22:22,232 --> 01:22:26,232

1237
01:22:26,234 --> 01:22:29,259
ภายนอก และองค์ประกอบภายในที่เจตนา

1238
01:22:30,235 --> 01:22:33,259
ดังนั้น ที่อาจารย์ถามว่า ผู้กระทำ

1239
01:22:34,237 --> 01:22:37,259
ต้องมีเจตนาในการกระทำความผิด

1240
01:22:38,237 --> 01:22:42,237

1241
01:22:42,238 --> 01:22:45,260
อันนี้ถูก

1242
01:22:46,238 --> 01:22:49,259
ต้องมีเจตนาค่ะ ถ้าคุณไม่มีเจตนา มันจะผิดได้ไหม

1243
01:22:50,239 --> 01:22:53,259
ไม่ผิดค่ะ เหมือนที่อาจารย์ยกตัวอย่าง

1244
01:22:54,249 --> 01:22:58,249

1245
01:22:58,252 --> 01:23:02,252
ก็เรามีเจตนาดี เอาโทรศัพท์ไปคืนเพื่อน

1246
01:23:02,256 --> 01:23:06,256
ใช่ไหมคะ ดังนั้นนี่ การกระทำของเรา

1247
01:23:06,256 --> 01:23:10,256
มันก็ แม้ว่ามีองค์ประกอบภายนอกครบ องค์ประกอบภายใน

1248
01:23:10,257 --> 01:23:14,257

1249
01:23:14,259 --> 01:23:18,259
มันขาด มันไม่ครบไปทั้งคู่ อย่างนี้ก็จะไม่เป็นความผิด

1250
01:23:18,259 --> 01:23:22,259
นะคะ ข้อ 6

1251
01:23:22,261 --> 01:23:26,259
นะคะ ผู้กระทำต้องรู้ว่า

1252
01:23:26,261 --> 01:23:30,261

1253
01:23:30,264 --> 01:23:34,259
เป็นคอมพิวเตอร์ของผู้อื่น และตนเองไม่มีสิทธิ์

1254
01:23:34,266 --> 01:23:38,259
ไม่มีอำนาจที่จะเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ได้

1255
01:23:38,277 --> 01:23:42,259
ถูกหรือผิด ถูกหรือผิด

1256
01:23:42,278 --> 01:23:46,278

1257
01:23:46,279 --> 01:23:50,259
หรือผิด คนทำนะคะ คนที่ทำนี่

1258
01:23:50,283 --> 01:23:54,259
ต้องรู้ว่าเป็น

1259
01:23:54,284 --> 01:23:58,259
ระบบคอมพิวเตอร์ของคนอื่น

1260
01:23:58,284 --> 01:24:02,284

1261
01:24:02,284 --> 01:24:06,259
นี่ค่ะ

1262
01:24:06,286 --> 01:24:10,259
และต้องรู้ด้วยว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์

1263
01:24:10,286 --> 01:24:14,260
ที่จะทำได้ ประเด็นที

1264
01:24:14,287 --> 01:24:18,287

1265
01:24:18,288 --> 01:24:22,259
ที่อาจารย์ขีดเส้นใต้ก็คือ ต้องรู้ อันนี้

1266
01:24:22,290 --> 01:24:26,259
ถูกหรือผิด

1267
01:24:26,290 --> 01:24:30,259

1268
01:24:30,291 --> 01:24:34,291

1269
01:24:34,292 --> 01:24:38,259
ต้องรู้ไหมคะ

1270
01:24:38,293 --> 01:24:42,259
ต้องรู้ไหมคะ ต้องรู้ไหมว่า

1271
01:24:42,295 --> 01:24:46,259
มันไม่ใช่ระบบคอมพิวเตอร์ของเราเอง

1272
01:24:46,296 --> 01:24:50,296

1273
01:24:50,297 --> 01:24:54,259
ต้องรู้สิ ต้องรู้ว่าอันนี้มันไม่ใช่ของเรานะ

1274
01:24:54,301 --> 01:24:58,259
อันนี้มันไม่ใช่มือถือเรานะ

1275
01:24:58,302 --> 01:25:02,259
นี่มันไม่ใช่ ATM เรานะ

1276
01:25:02,304 --> 01:25:06,304

1277
01:25:06,304 --> 01:25:10,259
เราต้องรู้ค่ะ

1278
01:25:10,308 --> 01:25:14,259
บอกว่าก็มันเป็นของผม อันนี้เราไม่รู้แล้ว

1279
01:25:14,309 --> 01:25:18,259
ว่ามันเป็นของคนอื่น

1280
01:25:18,310 --> 01:25:22,310

1281
01:25:22,310 --> 01:25:26,259
แล้วคุณทำระบบคอมพิวเตอร์ของตัวเอง ผิดไหมคะ

1282
01:25:26,314 --> 01:25:30,259
เราเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ของเรา

1283
01:25:30,316 --> 01:25:34,260
ที่มันจะผิดคือ คุณเข้าระบบคอมพิวเตอร์ของคนอื่น คุณ

1284
01:25:34,316 --> 01:25:38,316

1285
01:25:38,317 --> 01:25:42,259
ต้องรู้ด้วยว่านี่คือเครื่องของคนอื่น

1286
01:25:42,320 --> 01:25:46,259
ถ้าคุณยังเข้าใจ แล้วก็รู้ว่านี่มันคอมฯ

1287
01:25:46,321 --> 01:25:50,259
ฉันเข้าคอมฯ ตัวเองมันจะผิดไหมล่ะ

1288
01:25:50,322 --> 01:25:54,322

1289
01:25:54,323 --> 01:25:58,259
ทีนี้ มันก็ไม่ผิดใช่ไหมคะ ดังนั้น

1290
01:25:58,323 --> 01:26:02,259
ข้อสุดท้าย คือ คุณต้องรู้ค่ะ ต้องรู้ว่า

1291
01:26:02,325 --> 01:26:06,259
มันเป็นคอมพิวเตอร์ของผู้อท่น

1292
01:26:06,325 --> 01:26:10,325

1293
01:26:10,326 --> 01:26:14,259
นะคะ อันนี้ก็คือ ลักษณะที่นำมา

1294
01:26:14,328 --> 01:26:18,259
วัดความรู้ ทีนี้ถามว่า

1295
01:26:18,329 --> 01:26:22,260
6 ข้อนี่ นักศึกษาจะใช้ตามนี้ก็ได้

1296
01:26:22,329 --> 01:26:26,259
อาจารย์อาจจะใช้ภาษามันยากเกินไป

1297
01:26:26,330 --> 01:26:30,259
นะคะ คนอ่านไม่เข้าใจ นักศึกษาสามารถ

1298
01:26:30,331 --> 01:26:34,259
ทำให้มันง่ายนะคะ

1299
01:26:34,332 --> 01:26:38,259
โดยใช้ภาษาธรรมดาก็ได้

1300
01:26:38,333 --> 01:26:42,259
ยกตัวอย่างให้ดูเฉย ๆ ว่าลักษณะของ

1301
01:26:42,333 --> 01:26:46,259
การวัดความรู้ที่มันจะต้องมีวิเคราะห์

1302
01:26:46,333 --> 01:26:50,259
วัดความรู้นี่นะคะ มาวิเคราะห์มากขึ้นเป็นอย่างไร

1303
01:26:50,333 --> 01:26:54,259
นะคะ ทีนี้นะคะ ที่อาจารย์

1304
01:26:54,334 --> 01:26:58,259
ให้นักศึกษาลองทำดูนะคะ

1305
01:26:58,335 --> 01:27:02,259
เป็ฯอย่างไรบ้าง ใครอยากจะให้อาจารย์เดิน

1306
01:27:02,335 --> 01:27:06,259
ไปดูว่าของผม

1307
01:27:06,337 --> 01:27:10,259
ใช้ได้ไหม คำถาม

1308
01:27:10,337 --> 01:27:14,259
ที่นำมาพอจะไหวหรือเปล่า โต๊ะไหนคะ

1309
01:27:14,339 --> 01:27:18,260
เดี๋ยวอาจารย์เดินไปดูให้

1310
01:27:18,340 --> 01:27:22,259

1311
01:27:22,340 --> 01:27:26,259

1312
01:27:26,340 --> 01:27:30,259

1313
01:27:30,340 --> 01:27:34,259

1314
01:27:34,341 --> 01:27:38,259

1315
01:27:38,342 --> 01:27:42,260

1316
01:27:42,343 --> 01:27:46,259

1317
01:27:46,344 --> 01:27:50,259

1318
01:27:50,345 --> 01:27:54,259

1319
01:27:54,346 --> 01:27:58,259

1320
01:27:58,347 --> 01:28:02,259

1321
01:28:02,347 --> 01:28:06,259

1322
01:28:06,348 --> 01:28:10,259

1323
01:28:10,349 --> 01:28:14,259

1324
01:28:14,350 --> 01:28:18,259

1325
01:28:18,351 --> 01:28:22,259

1326
01:28:22,353 --> 01:28:26,259

1327
01:28:26,354 --> 01:28:30,259

1328
01:28:30,355 --> 01:28:34,259

1329
01:28:34,356 --> 01:28:38,259

1330
01:28:38,359 --> 01:28:42,259

1331
01:28:42,361 --> 01:28:46,259

1332
01:28:46,362 --> 01:28:50,259

1333
01:28:50,363 --> 01:28:54,259

1334
01:28:54,364 --> 01:28:58,259

1335
01:28:58,365 --> 01:29:02,259

1336
01:29:02,367 --> 01:29:06,260

1337
01:29:06,368 --> 01:29:10,258

1338
01:29:10,368 --> 01:29:14,259

1339
01:29:14,369 --> 01:29:18,259

1340
01:29:18,369 --> 01:29:22,259

1341
01:29:22,370 --> 01:29:26,259
ที่ให้วัดความรู้นี่

1342
01:29:26,371 --> 01:29:30,258
นะคะ บางคนนักศึกษาต้องนึกถึง

1343
01:29:30,371 --> 01:29:34,259
คนที่ยังไม่ได้ศึกษากฎหมายตัวนี้ เขาอาจมีคำถามว่า

1344
01:29:34,372 --> 01:29:38,259
พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ เห็นไหมคะ

1345
01:29:38,373 --> 01:29:42,259
พระราชบัญญัติเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ก็ฉันเล่น

1346
01:29:42,373 --> 01:29:46,258
โทรศัพท์มือถืออยู่บ้านน่ะ ทำไมถึงผิดตัวนี้

1347
01:29:46,374 --> 01:29:50,259
เห็นไหมคะ ดังนั้นนี่นักศึกษาไปถามเขา

1348
01:29:50,385 --> 01:29:54,258
ว่าคุณนี่มีความรู้ความเข้าใจ

1349
01:29:54,385 --> 01:29:58,258
ในเรื่องพรบ. คอมพิวเตอร์ มากน้อยแค่ไหน

1350
01:29:58,386 --> 01:30:02,261
นะคะ ถ้าเราทำแบบสอบถามนี่ ตัวความเข้าใจนี่

1351
01:30:02,387 --> 01:30:06,259
เขาเข้าใจไหมนะคะ เขาเข้าใจแค่ไหนนะค

1352
01:30:06,391 --> 01:30:10,259
มันก็มี 5 4 3 2 1 ใช่ไหมคะ

1353
01:30:10,391 --> 01:30:14,259
นักศึกษาเข้าไปติ๊ก

1354
01:30:14,392 --> 01:30:18,259
นะคะ ค่าเฉลี่ยเป็นอย่างไร น้อยมาก

1355
01:30:18,394 --> 01:30:22,258
นักศึกษาก็สามารถวัดความรู้ ความเข้าใจได้เลย

1356
01:30:22,395 --> 01:30:26,259
แสดงว่าคนคนนี้ไม่มีความเข้าในมาตรา

1357
01:30:26,397 --> 01:30:30,258
5 6 7 เลย เห็นไหมคะ เพราะมันมี

1358
01:30:30,406 --> 01:30:34,258
ปริมาณ ก็คือค่าคะแนนที่ตำมากนะคะ

1359
01:30:34,407 --> 01:30:38,258
เราก็สามารถเขียนวิเคราะห์ได้เลย

1360
01:30:38,408 --> 01:30:42,258
ไม่ได้เข้าใจเลยว่าระบบคอมพิวเตอร์คืออะไร

1361
01:30:42,408 --> 01:30:46,258
คืออะไรเห็นไหมคะ พอเรามาดูความรู้

1362
01:30:46,410 --> 01:30:50,258
ดูต่อว่าเมื่อเขาไม่เข้าใจนี่ ไอ้

1363
01:30:50,410 --> 01:30:54,259
ตัวความเข้าใจแล้วนี่ แล้วความรู้เขามีไหม

1364
01:30:54,410 --> 01:30:58,258
ในเรื่องของคอมพิวเตอร์นะคะ ปรากฏว่า

1365
01:30:58,411 --> 01:31:02,258
เพราะอาจารย์เอาเป็นข้อเท็จจริง

1366
01:31:02,411 --> 01:31:06,258
ผิดไหม อย่างนั้นผิดไหม แสดงว่าอะไร แสดงว่าเขารู้

1367
01:31:06,411 --> 01:31:10,258
แต่เขาไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ คือ

1368
01:31:10,412 --> 01:31:14,259
ว่ามันผิด แต่ไม่รู้ว่ามันผิดอะไร

1369
01:31:14,413 --> 01:31:18,258
ส่วนใหญ่จะเป็นแบบนี้

1370
01:31:18,414 --> 01:31:22,258
คนตายผิดไหม รู้ว่าผิด แต่กฎหมายอะไรรู้ไหม

1371
01:31:22,414 --> 01:31:26,258
อย่างนี้ค่ะ ส่วนใหญ่จะเป็นแบบนี้

1372
01:31:26,415 --> 01:31:30,258
ดังนั้นนี่นักศึกษาลองทำเลย

1373
01:31:30,427 --> 01:31:34,258
กับอาจารย์ได้ว่า ที่หนูทำมาทั้งหมดนี่

1374
01:31:34,427 --> 01:31:38,259
เหมือนมองเห็นภาพแล้วว่าคนที่หนูไปถามน่ะ

1375
01:31:38,428 --> 01:31:42,258
เหมือนเขารู้นะ เข้าใจนะ แต่พอถามว่า

1376
01:31:42,428 --> 01:31:46,258
ผิดกฎหมายตัวไหน กฎหมายชื่อว่าอะไร ตอบ

1377
01:31:46,429 --> 01:31:50,258
ไปไม่เป็นแล้ว นึกออกไหมคะ หรือบางคน

1378
01:31:50,430 --> 01:31:54,258
เข้าใจว่าระบบคอมพิวเตอร์

1379
01:31:54,436 --> 01:31:58,258
ไม่รู้เลยว่า ATM โทรศัพท์มือถือ

1380
01:31:58,436 --> 01:32:02,258
ก็เป็นระบบคอมพิวเตอร์เหมือนกัน นักศึกษา

1381
01:32:02,436 --> 01:32:06,258
แตกคำถามที่อาจารย์ยกตัวอย่างได้

1382
01:32:06,438 --> 01:32:10,258
หลากหลายเลยนะคะ นักศึกษาอาจจะไปโยงโทรศัพท์

1383
01:32:10,440 --> 01:32:14,258
มือถือใช่ไหมคะ ข้อมูลคอมพิวเตอร์อย่างอื่น

1384
01:32:14,441 --> 01:32:18,259
พวกคุณใช้กันอะไรอย่างนี้

1385
01:32:18,442 --> 01:32:22,259
เฉย ๆ นะคะ ที่ให้นักศึกษาได้เห็นภาพมากขึ้น

1386
01:32:22,442 --> 01:32:26,258
นะคะ มีใคร

1387
01:32:26,443 --> 01:32:30,258
จะให้อาจารย์ดูเพิ่มเติม ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่อง

1388
01:32:30,453 --> 01:32:34,258
ของการวัดความรู้มากกว่า ว่าข้อเท็จจิรล

1389
01:32:34,453 --> 01:32:38,258
มันผิดไหมนะคะ

1390
01:32:38,455 --> 01:32:42,258
มีใครจะให้อาจารย์ดูอีกไหมเอ่ย มีไหมลูก

1391
01:32:42,455 --> 01:32:46,258
อาทิตย์หน้า อาทิตย์หน้านี่

1392
01:32:46,457 --> 01:32:50,258
อาจารย์จะให้นักศึกษาได้ลงพื้นที่นะคะ ไปสอบถาม

1393
01:32:50,457 --> 01:32:54,258
ใช่ไหมคะ ไปสอบถาม

1394
01:32:54,458 --> 01:32:58,258
แจก สามารถแจกแบบสอบถามก็ได้ หรือเราจะใช้ Google Form

1395
01:32:58,459 --> 01:33:02,258
นะคะ ใช้ Google Form

1396
01:33:02,465 --> 01:33:06,258
นักศึกษาอาจจะทำ QR Code

1397
01:33:06,465 --> 01:33:10,258
ในกูเกิลฟอร์มเลย จะได้ไม่เปลืองตัวเอกสาร

1398
01:33:10,471 --> 01:33:14,258
นะคะ แล้วก็ Print ส่ง Print

1399
01:33:14,472 --> 01:33:18,258
ก็คือเป็นแบบรายงานส่งอาจารย์ที่เดียวเลยก็ได้ จะได้ไม่

1400
01:33:18,474 --> 01:33:22,258
ตัวทรัพยากรมากนะคะ

1401
01:33:22,474 --> 01:33:26,258
แล้วก็เหมือนเดิมก็คือ

1402
01:33:26,475 --> 01:33:30,258
พอนักศึกษาไปเก็บข้อมูลแล้วสรุปผล

1403
01:33:30,476 --> 01:33:34,257
นะคะ แล้วก็อาทิตย์ต่อไป ก็คือมา

1404
01:33:34,476 --> 01:33:38,258
รายงานนะคะ อาจารย์อยากจะให้เด็กหูฯ ได้ฝึกรายงาน

1405
01:33:38,477 --> 01:33:42,258
นะคะ เพราะว่า บัดดี้บางคนยังไม่เข้าใจกัน

1406
01:33:42,477 --> 01:33:46,257
นะคะ ไม่เข้าใจในที่นี้คือ อีกฝั่งหนึ่งไป

1407
01:33:46,477 --> 01:33:50,258
แต่อีกฝั่งหนึ่งแปลไม่เป็นนะคะ

1408
01:33:50,478 --> 01:33:54,258
มันปี 3 แล้วน่ะ มันจะต้องเข้าใจมากกว่านี้

1409
01:33:54,479 --> 01:33:58,257
ให้ลองฝึกแล้วก็ ที่อาจารย์บอกไว้

1410
01:33:58,481 --> 01:34:02,258
ถ้าใครไม่ได้ใช่ไหมคะ ไม่สามารถ

1411
01:34:02,481 --> 01:34:06,258
ที่จะมารายางานทันในห้องเรียน อาจารย์ก็บอกว่าให้

1412
01:34:06,482 --> 01:34:10,257
อัดวิดีโอนะคะ อัดวิดีโอนะคะ

1413
01:34:10,483 --> 01:34:14,257
มีหน้าจอเล็ก ๆ อยู่ แล้วก็

1414
01:34:14,484 --> 01:34:18,258
พื้นหลังก็จะเป็นตัว PowerPoint

1415
01:34:18,484 --> 01:34:22,258
นะคะ ใช้ OBS นะคะ

1416
01:34:22,484 --> 01:34:26,258
มีใครมีคำถามเพิ่มเติม

1417
01:34:26,484 --> 01:34:30,258
สามารถใช้ตัวคำถามที่อาจารย์

1418
01:34:30,486 --> 01:34:34,257
ยกตัวอย่างนี่ ปรับเปลี่ยนได้นะคะ

1419
01:34:34,486 --> 01:34:38,257
แล้วก็ถ้าใครยังไม่มั่นใจ เหมือนเดิมค่ะ

1420
01:34:38,487 --> 01:34:42,257
เดี๋ยวอาจารย์ช่วยดูให้นะคะ

1421
01:34:42,487 --> 01:34:46,257

1422
01:34:46,488 --> 01:34:50,257
จริง ๆ อยากได้ข้อมูลเชิงปริมาณ

1423
01:34:50,488 --> 01:34:54,257
จริง ๆ เชิงคุณภาพ นักศึกษาอาจจะไปสอบถามเพื่อนได้

1424
01:34:54,489 --> 01:34:58,257
ไม่กี่คน รุ่นพี่ รุ่นน้องเรา ไปถามเลยนะคะ

1425
01:34:58,491 --> 01:35:02,257
เข้าใจไหม ระบบคอมพิวเตอร์ เข้าใจไหมข้อมูลคอมพิวเตอร์

1426
01:35:02,504 --> 01:35:06,257
เป็นอย่างไร อะไรอย่างนี้ แล้วเขาก็จะอธิบาย

1427
01:35:06,505 --> 01:35:10,257
เอง ไม่เข้าใจ ไม่รู้เรื่องอะไรอย่าง เรา

1428
01:35:10,505 --> 01:35:14,257
ลองถามเขาว่า แล้วรู้ไหมว่ามันมีกฎมาย

1429
01:35:14,506 --> 01:35:18,257
นักศึกษาก็ลองถามข้อมุล

1430
01:35:18,507 --> 01:35:22,257
มาให้มากที่สุด เหมือนที่อาจารย์อธิบายคุณไป

1431
01:35:22,509 --> 01:35:26,257
เขาก็ยังไม่เข้าใจอีก คุณก็ประเมินได้เลบ

1432
01:35:26,509 --> 01:35:30,257
คนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจในกฎหมายคอมพิวเตอร์

1433
01:35:30,510 --> 01:35:34,257
ปัยหาที่ตามมาก็คืออะไร กฎหมายตัวนี้

1434
01:35:34,511 --> 01:35:38,257
มันอาจจะไม่มีประสิทธิภาพ

1435
01:35:38,513 --> 01:35:42,257
มากเพียงพอแล้ว เพราะคนส่วนใหญ่ไม่ได้รู้เลย ว่า

1436
01:35:42,513 --> 01:35:46,257
มีกฎหมายตัวนี้อยู่ ดังนั้น เมื่อไม่รู้

1437
01:35:46,513 --> 01:35:50,257
สูงไหมคะ ก็สูง

1438
01:35:50,513 --> 01:35:54,256
นะคะ ดังนั้นนี่นักศึกษาสามารถสรุปผล

1439
01:35:54,514 --> 01:35:58,256
นักศึกษาสามารถสอบถาม และสามารถสรุปผล

1440
01:35:58,516 --> 01:36:02,256
ได้ทั้งแบบปริมาณ แล้วก็แบบคุณภาพ

1441
01:36:02,517 --> 01:36:06,256
คุณภาพจะได้มา

1442
01:36:06,517 --> 01:36:10,256
คุณถึงจะได้ข้อมูลนี้กลับมานะคะ

1443
01:36:10,534 --> 01:36:14,257
เมื่ออาทิตย์ที่แล้วอาจารย์บอกกับนักศึกษาบาง

1444
01:36:14,547 --> 01:36:18,256
ข้อมูลพวกนี้ เวลาที่ตอนจบ คุณสามารถ

1445
01:36:18,548 --> 01:36:22,256
จบได้นะคะ คุณสามารถเอาข้อมูล

1446
01:36:22,552 --> 01:36:26,256
ที่คุณทำ ๆ อยู่นี่นะคะ ไปสร้างเป็นไอเดียใหม่

1447
01:36:26,552 --> 01:36:30,256
นะคะ จะทำอย่างไร ให้คนรู้

1448
01:36:30,553 --> 01:36:34,256
กฎหมายคอมพิวเตอร์นี้มากขึ้น หรือว่าคุณจะสร้าง

1449
01:36:34,554 --> 01:36:38,256
โปรแกรมตัวไหนนะคะ เข้ามาเพื่อให้เขารู้ว่า

1450
01:36:38,561 --> 01:36:42,256
เขามีการกระทำความผิดแบบนี้มันเสี่ยง

1451
01:36:42,562 --> 01:36:46,256
ที่จะเป็นความผิดที่เกี่ยวกับ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ไหม

1452
01:36:46,563 --> 01:36:50,256
ตัวสร้างโปรแกรมขึ้นมาวัดก็ได้

1453
01:36:50,563 --> 01:36:54,256
วัดการกระทำความผิด คือได้หมดเลย

1454
01:36:54,565 --> 01:36:58,256
เลย เพราะตอนนี้ถ้าเราทำแบบสอบถามมาทั้งหมดนี่ เราอาจจะสรุป

1455
01:36:58,566 --> 01:37:02,256
ได้แล้วว่าคนไม่ได้รู้เลย ว่ากฎหมาย

1456
01:37:02,567 --> 01:37:06,256
มันหน้าตาเป็นอย่างไร

1457
01:37:06,567 --> 01:37:10,256
เกิดขึ้นอย่างนี้ คือข้อมูลที่อาจารย์

1458
01:37:10,567 --> 01:37:14,256
พยายามให้นักศึกษาเก็บมันอาจจะนำไปใช้ได้

1459
01:37:14,574 --> 01:37:18,256
ตอนทำโปรเจกต์จบนะคะ สำหรับคนที่มีวคามเ

1460
01:37:18,581 --> 01:37:22,256
ในตัวประเด็นคำถามเกี่ยวกับตัวกฎหมาย

1461
01:37:22,582 --> 01:37:26,256
มาสอบถามอาจารย์ได้ พี่รุ่นไหน อาจารย์

1462
01:37:26,589 --> 01:37:30,256
ไม่ได้แล้วนะคะ เขาก็เคยเอาพวก

1463
01:37:30,590 --> 01:37:34,256
ประเด็นกฎหมายค่ะ ไปทำโปรเจกต์จบนะคะ เป็น

1464
01:37:34,592 --> 01:37:38,256
ล่าม ขอโทษ ไม่ใช่ล่าม เขาทำ

1465
01:37:38,593 --> 01:37:42,256
ดิกชันนารี เป็นศัพท์

1466
01:37:42,593 --> 01:37:46,256
เทคนิคกฎหมายนะคะ

1467
01:37:46,594 --> 01:37:50,256
อย่างเช่น แบบ กฎหมายอาญาคืออะไร

1468
01:37:50,595 --> 01:37:54,256
แล้วก็อีกคนหนึ่งก็แปลจาก

1469
01:37:54,596 --> 01:37:58,256
ไทยเป็นอังกฤษอย่างนี้ เขาก็ใช้คอมพิวเตอร์

1470
01:37:58,596 --> 01:38:02,256
นะคะ เขาก็สร้างขึ้นมาก็ได้นะคะ

1471
01:38:02,598 --> 01:38:06,256
อาจารย์มีหนังสือของกระทรวงฯ

1472
01:38:06,599 --> 01:38:10,256
ลืมเอามาให้ดู เขาส่งมาให้

1473
01:38:10,600 --> 01:38:14,256
เป็นภาษาล่ามทางกฎหมาย

1474
01:38:14,601 --> 01:38:18,256
เอามาให้พี่อุ๋ยกับพี่ปอยดูนะคะ เพราะว่า

1475
01:38:18,602 --> 01:38:22,256
กระทรวงยุติธรรม เขาส่งมา มันจะเป็นหนังสือ เหมือน

1476
01:38:22,603 --> 01:38:26,256
ภาษาล่ามกฎหมายโดยตรง เขาส่งมา

1477
01:38:26,603 --> 01:38:30,256
ก็เลยลืมหยิบมาให้ดู เผื่อใช้ได้ เผื่อใช้

1478
01:38:30,605 --> 01:38:34,256
ประโยชน์ได้ เพราะว่ากฎหมายมันก็ยังเป็นศัพท์เทคนิค

1479
01:38:34,606 --> 01:38:38,256
ใช่ไหมคะ บางอย่างก็อาจจะยังไม่เข้าใจ เด็ก ๆ เองด้วย ก็

1480
01:38:38,608 --> 01:38:42,256
อาจจะยังไม่เข้าใจ เด็ก ๆ เองก็ยังไม่เข้าใจ

1481
01:38:42,608 --> 01:38:46,256
สำหรับวันนี้นะคะ อาจารย์ลองให้นักศึกษา

1482
01:38:46,608 --> 01:38:50,257
ไปจับคู่คุยกันนะคะ ว่าคุณจะตั้งคำถามประมาณไหน

1483
01:38:50,619 --> 01:38:54,256
นะคะ แล้วก็ Inbox ส่งมาให้อาจารย์ดู

1484
01:38:54,619 --> 01:38:58,256
นะคะ แล้วพออาทิตย์หน้าเราไม่เจอกันนะคะ

1485
01:38:58,620 --> 01:39:02,256
พี่อุ่ย พี่ปอยคะ อาทิตย์หน้าไม่เจอกันนะคะ

1486
01:39:02,620 --> 01:39:06,256
นักศึกษาลงพื้นที่ไปสอบถามข้อมูลเลยนะคะ

1487
01:39:06,621 --> 01:39:10,256
แล้วก็อาทิตย์ต่อไป ค่อยมาสรุปผลเหมือนเดิม

1488
01:39:10,621 --> 01:39:14,256
นะคะ ที่เราคุยกันตามแผนงานเรานะ ใครมีข้อ

1489
01:39:14,622 --> 01:39:18,256
ซักถามสงสัย

1490
01:39:18,623 --> 01:39:22,256
มีไหมเอ่ย

1491
01:39:22,623 --> 01:39:26,256
มีไหมคะ สำหรับเพื่อนที่ไม่มานี่ ติดภารกิจ

1492
01:39:26,624 --> 01:39:30,257
ดูแลกันด้วยนะคะ ถามเพื่อนด้วยนะคะ อาจารย์อยา่กให้

1493
01:39:30,624 --> 01:39:34,257
ทั้งบัดดี้ ทั้งเด็กหู และเด็กปกติ

1494
01:39:34,627 --> 01:39:38,257
ได้คุยกันให้มาก ๆ แล้วก็ลงไปถาม เห็นไหม

1495
01:39:38,628 --> 01:39:42,257
ตอนที่อาจารย์ถาม ตอนคุณ Present รายงาน

1496
01:39:42,630 --> 01:39:46,258
ได้มีส่วนร่วมอะไร ทำอะไร

1497
01:39:46,632 --> 01:39:50,258
ไม่ใช่ให้เด็กปกติทำ หรือ

1498
01:39:50,633 --> 01:39:54,258
ให้เด็กหูทำอย่างเดียว มันต้องร่วมกัน มันต้องร่วมกันไป

1499
01:39:54,647 --> 01:39:58,258

1500
01:39:58,649 --> 01:40:02,259
มีไหมเอ่ย มีใครมีคำถาม ไม่มีนะ

1501
01:40:02,663 --> 01:40:06,259
ไม่มีนะคะ เดี๋ยวเช็กชื่อนะคะ

1502
01:40:06,665 --> 01:40:10,259

1503
01:40:10,667 --> 01:40:14,259

1504
01:40:14,668 --> 01:40:18,259
ชลิกาญ

1505
01:40:18,670 --> 01:40:22,259
อริชญา

1506
01:40:22,675 --> 01:40:26,260
ศิริชัย

1507
01:40:26,676 --> 01:40:30,260
โจโจ้ นะ

1508
01:40:30,677 --> 01:40:34,260
ศิริชัย ปิชาฎา

1509
01:40:34,678 --> 01:40:38,261
ปาย ยุ้ย นัน

1510
01:40:38,679 --> 01:40:42,260
ศินี

1511
01:40:42,681 --> 01:40:46,261
ปุ๊กกี้ลาใช่ไหมคะ

1512
01:40:46,683 --> 01:40:50,261
กาญจนา พิมพา ลา

1513
01:40:50,683 --> 01:40:54,261
สุรเชตย์ อ้น

1514
01:40:54,684 --> 01:40:58,261
ฟ้า วินิจ เต้

1515
01:40:58,687 --> 01:41:02,261
จุทามาศ เบล

1516
01:41:02,688 --> 01:41:06,261
อ๋อ เบลที่อุบัติเหตุ

1517
01:41:06,689 --> 01:41:10,262

1518
01:41:10,690 --> 01:41:14,262
แบน พิสิทธิ์

1519
01:41:14,691 --> 01:41:18,262
เต่า

1520
01:41:18,693 --> 01:41:22,263
คมกฤต

1521
01:41:22,693 --> 01:41:26,262
อรสา

1522
01:41:26,694 --> 01:41:30,262
กาญจนศิริ

1523
01:41:30,695 --> 01:41:34,263

1524
01:41:34,696 --> 01:41:38,263
วันวิสา

1525
01:41:38,698 --> 01:41:42,263
ที่นั่ง นี่ใช่ไหมที่ลา วิภาพร

1526
01:41:42,698 --> 01:41:46,263
ไม่ทราบ วิภาพร

1527
01:41:46,699 --> 01:41:50,264
นัทสุดา จตุรพร

1528
01:41:50,700 --> 01:41:54,264
สุวัต โอ.เค. นะคะ

1529
01:41:54,701 --> 01:41:58,264
ก็เดี๋ยวมีอะไรให้อินบ็อกมาถามอาจารย์นะคะ

1530
01:41:58,701 --> 01:42:02,265
แล้วก็ส่งคำถามมาให้ดูนะคะ หรือใครทำเป็น

1531
01:42:02,702 --> 01:42:06,265
Google Form ก็ส่งทั้งฟอร์มมา

1532
01:42:06,703 --> 01:42:10,265
ก่อนที่จะไปลงพื้นที่จริงในอาทิตย์หน้า

1533
01:42:10,704 --> 01:42:14,265
ถ้าอย่างไรเอาไว้เท่านี้นะคะ แล้วเจอกันอีกทีสัปาดห์

1534
01:42:14,705 --> 01:42:18,265
สัปดาห์ต่อไปที่เป็นการสรุปรายงาน

1535
01:42:18,706 --> 01:42:22,265
วันนี้ขอบคุณค่ะ สวัสดีค่ะ

1536
01:42:22,707 --> 01:42:26,265
(อาจารย์) ขอบคุณพี่ล่ามนะคะ [สิ้นสุดการถอดความ]

1537
01:42:26,709 --> 01:42:30,266

1538
01:42:30,709 --> 01:42:34,266

1539
01:42:34,710 --> 01:42:38,267

1540
01:42:38,712 --> 01:42:42,266

1541
01:42:42,714 --> 01:42:46,266

1542
01:42:46,715 --> 01:42:50,267

1543
01:42:50,717 --> 01:42:54,267

1544
01:42:54,717 --> 01:42:58,267

1545
01:42:58,719 --> 01:43:02,267

1546
01:43:02,720 --> 01:43:06,267

1547
01:43:06,720 --> 01:43:10,267

1548
01:43:10,722 --> 01:43:14,267

1549
01:43:14,723 --> 01:43:18,268

1550
01:43:18,725 --> 01:43:22,268

1551
01:43:22,726 --> 01:43:26,268

1552
01:43:26,727 --> 01:43:30,268
-

1553
01:43:30,728 --> 01:43:34,268
สำหรับแต่ว่าพี่ล่ามนี่ครั้งแรก สำหรับที่ใช้วิธีการนี้

1554
01:43:34,729 --> 01:43:38,268

1555
01:43:38,730 --> 01:43:42,268
แต่ว่าสำหรับนักศึกษาเคยเจอกันหลายครั้งแล้ว

1556
01:43:42,731 --> 01:43:46,269
ถ้าอาจารย์พิเชนท์มา

1557
01:43:46,732 --> 01:43:50,269
แล้วก็ครั้งแรกด้วยที่ใช้วิธีการนี้

1558
01:43:50,743 --> 01:43:54,269
ทีนี้อาทิตย์ที่แล้วนะคะ เราได้...

1559
01:43:54,755 --> 01:43:58,269
นักศึกษาดู

1560
01:43:58,756 --> 01:44:02,270
ค่ะ มาแล้วค่ะ เพิ่งเริ่ม

1561
01:44:02,767 --> 01:44:06,270

1562
01:44:06,769 --> 01:44:10,270
เห็นนะคะ (ล่าม) เห็นค่ะ (อาจารย์)

1563
01:44:10,769 --> 01:44:14,270
ตัวเอกสารนะคะ Powerpoint

1564
01:44:14,770 --> 01:44:18,270
นะคะ พี่ล่ามเห็นด้วยอยู่ไหมคะ

1565
01:44:18,772 --> 01:44:22,270

1566
01:44:22,773 --> 01:44:26,270
อันนี้คือ... ล่าม นักเรียน

1567
01:44:26,774 --> 01:44:30,270
อาจารย์

1568
01:44:30,789 --> 01:44:34,271
ค่ะ ค่ะ

1569
01:44:34,791 --> 01:44:38,271

1570
01:44:38,792 --> 01:44:42,271
อ๋อ

1571
01:44:42,794 --> 01:44:46,271
ที่ใช้นะคะ อาจจะยังงง ๆ อยู่นะคะ

1572
01:44:46,796 --> 01:44:50,272
โอ.เค. ค่ะ

1573
01:44:50,796 --> 01:44:54,271
เอาไว้ ค่ะ ได้ค่ะ เพราะว่าครั้งแรก

1574
01:44:54,797 --> 01:44:58,272
นะคะ อาทิตย์ที่แล้วนะคะ

1575
01:44:58,798 --> 01:45:02,272
นักศึกษาก็ใครสงสัยประเด็นไหน

1576
01:45:02,800 --> 01:45:06,272
นะคะ ก็สามารถสอบถามตัวต่อตัวได้เหมือนกัน

1577
01:45:06,800 --> 01:45:10,272
5 มาตร 6 มาตร 7 ตามหน้าจอนี้

1578
01:45:10,801 --> 01:45:14,272
อาจารย์ได้ให้คำอธิบาย แล้วก็อธิบายความผิด

1579
01:45:14,801 --> 01:45:18,272
ในส่วนของความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เบื้องต้น มาตรา

1580
01:45:18,802 --> 01:45:22,272
ความผิดแต่ละมาตรา ความผิดแต่ละมาตรา

1581
01:45:22,804 --> 01:45:26,273
นะคะ ทีนี้

1582
01:45:26,805 --> 01:45:30,272
ที่อาจารย์ให้นักศึกษาดูนะคะ ว่าลักษณะ

1583
01:45:30,816 --> 01:45:34,272
ในลักษณะที่ผู้ใด ก็คือใครก็ได้

1584
01:45:34,819 --> 01:45:38,273
มันก็จะแตกต่างกันนะคะ อย่างมาตรา 5 นี่

1585
01:45:38,820 --> 01:45:42,273
เป็นความผิดลักษณะไหน มาตรา 5 เป็นความผิด

1586
01:45:42,821 --> 01:45:46,273
ก็คือมีการ ถ้าเป็นภาษาคอม ก็คือมีการ Access

1587
01:45:46,832 --> 01:45:50,273
จะเป็นใครก็ได้ เข้าถึง มีการ

1588
01:45:50,840 --> 01:45:54,273
เข้าถึงนะคะ คำว่าเข้าถึงในที่นี้คืออะไร

1589
01:45:54,840 --> 01:45:58,274
รับอนุญาต ถูกต้องไหมคะ ดังนั้นนี่ถ้า

1590
01:45:58,843 --> 01:46:02,273
ใช่ไหม เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์

1591
01:46:02,845 --> 01:46:06,274
ของบุคคลอื่นโดยไม่ได้

1592
01:46:06,845 --> 01:46:10,273
เข้าได้ คนที่เขาเข้ามาสู่ระบบคอมพิวเตอร์

1593
01:46:10,846 --> 01:46:14,274
มีการเข้าถึงคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่น

1594
01:46:14,848 --> 01:46:18,274
โดยที่เป็นอย่างไรคะ ตัวเอาไม่ได้อนุญาตให้เขา

1595
01:46:18,848 --> 01:46:22,274
เฉพาะคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ

1596
01:46:22,849 --> 01:46:26,274
ของเรามีความผิดไหมคะ มีความผิด แต่ทีนี้

1597
01:46:26,850 --> 01:46:30,274
ระบบคอมพิวเตอร์นะคะ หมายความว่าอะไรบ้าง

1598
01:46:30,851 --> 01:46:34,274
เอาหมายเลข

1599
01:46:34,852 --> 01:46:38,274

1600
01:46:38,852 --> 01:46:42,274
เอาหมายเลขอะไรดี ตอบอาจารย์หน่อย

1601
01:46:42,853 --> 01:46:46,275
ระบบคอมพิวเตอร์มีอะไรบ้างเอ่ย

1602
01:46:46,853 --> 01:46:50,275
หมายเลข 8 อยากลองเล่นดู

1603
01:46:50,854 --> 01:46:54,275
ระบบคอมพิวเตอร์

1604
01:46:54,854 --> 01:46:58,275
มีอะไรบ้างลูก

1605
01:46:58,864 --> 01:47:02,275
ที่เป็นระบบคอมพิวเตอร์ตามความเข้าใจของเรา

1606
01:47:02,865 --> 01:47:06,275

1607
01:47:06,867 --> 01:47:10,276
ตามภาษาคอมพิวเตอร์ที่เราได้ศึกษา

1608
01:47:10,868 --> 01:47:14,276
เฉพาะคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะนี้ไหมครับ

1609
01:47:14,870 --> 01:47:18,276
ที่เราเรียนมา ระบบคอมพิวเตอร์

1610
01:47:18,871 --> 01:47:22,276
อธิบายให้อาจารย์ฟังหน่อย ระบบคอมพิวเตอร์

1611
01:47:22,876 --> 01:47:26,276
มันคืออะไรบ้างเอ่ย

1612
01:47:26,878 --> 01:47:30,276

1613
01:47:30,879 --> 01:47:34,276
มีข้อมูลต่าง ๆ

1614
01:47:34,880 --> 01:47:38,276
ตามความเข้าใจของเราเลย

1615
01:47:38,880 --> 01:47:42,276
(ล่าม) เขาบอกว่ามีข่าว

1616
01:47:42,882 --> 01:47:46,276
คอมพิวเตอร์ตั้งโต้ะ

1617
01:47:46,896 --> 01:47:50,276
(อาจารย์) ระบบคอมพิวเตอร์ นักศึกษาดูตามเอกสารขอ

1618
01:47:50,897 --> 01:47:54,277
มันมีลักษณะเป็นเหมือนฮาดแวร์

1619
01:47:54,899 --> 01:47:58,277
ที่เราได้เรียนมา

1620
01:47:58,899 --> 01:48:02,277
ทีนี้สิ่งที่นักศึกษาบอกว่าเป็นอะไรนะ มันเป็นข่าว

1621
01:48:02,900 --> 01:48:06,277
ตัวนั้นจะมีลักษณะเป็นเหมือน Software หรือเปล่า

1622
01:48:06,901 --> 01:48:10,277
มันคือกระบวนการไหนลู

1623
01:48:10,903 --> 01:48:14,277
ไอ้ตัวระบบคอมพิวเตอร์

1624
01:48:14,905 --> 01:48:18,277
คำว่าจะต้อง Access เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์

1625
01:48:18,906 --> 01:48:22,277

1626
01:48:22,907 --> 01:48:26,278
มันคือระบบคอมพิวเตอร์ที่หน้าตาอย่างไร

1627
01:48:26,908 --> 01:48:30,278
ยากไปไหม

1628
01:48:30,908 --> 01:48:34,277
ช่วยตอบหน่อย อะไรดี

1629
01:48:34,909 --> 01:48:38,277
มีอะไรบ้างครับ ยังอยู่หมายเลข 8 อยู่นะลูก

1630
01:48:38,910 --> 01:48:42,277
ไหนเพื่อนคนอื่น

1631
01:48:42,910 --> 01:48:46,278
ระบบคอมพิวเตอร์ ๆ

1632
01:48:46,912 --> 01:48:50,278
23

1633
01:48:50,913 --> 01:48:54,278

1634
01:48:54,915 --> 01:48:58,278

1635
01:48:58,917 --> 01:49:02,278
อาจารย์ยกตัวอย่างว่า นี่ค่ะ มันเป็น

1636
01:49:02,918 --> 01:49:06,278
คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะอย่างเดียวไหม

1637
01:49:06,920 --> 01:49:10,278
ใช่หรือเปล่า

1638
01:49:10,921 --> 01:49:14,278
(ล่าม) เขาบอกว่าอย่างเดียว

1639
01:49:14,922 --> 01:49:18,278
ครับ แล้วถ้าเรามีโทรศัพท์มือถือ

1640
01:49:18,924 --> 01:49:22,278
(ล่าม) เขาบอกโทรศัพท์ต้องเป็นอินเทอร์เน็ตน่ะครับ (อาจารย์)

1641
01:49:22,925 --> 01:49:26,279
(ล่าม) ใช่ครับ โทรศัพท์ก็ใช่ครับ

1642
01:49:26,926 --> 01:49:30,279
(อาจารย์) โทรศัพท์ก็ใช่ครับ

1643
01:49:30,926 --> 01:49:34,278
(ล่าม) ใช่ ๆ ๆ ครับ (อาจารย์) อ๋อ

1644
01:49:34,928 --> 01:49:38,279
จะต้องมีระบบเชื่อมโยงเครือข่าย

1645
01:49:38,942 --> 01:49:42,279
อย่างนี้หรือเปล่าคะ

1646
01:49:42,943 --> 01:49:46,279
ระบบคอมพิวเตอร์คืออะไร เพราะตอนนี้อาจารย์

1647
01:49:46,945 --> 01:49:50,279
ถ้าตามสิ่งที่เราได้ศึกษามา

1648
01:49:50,945 --> 01:49:54,279
ในสาขาคอมพิวเตอร์นี่ คำว่า

1649
01:49:54,947 --> 01:49:58,280

1650
01:49:58,948 --> 01:50:02,279
จบนิติศาสตร์นะคะ ก็จะไม่เข้าใจอย่างชัดเจน

1651
01:50:02,962 --> 01:50:06,279
เท่าไหร่ ช่วยอธิบายอาจารย์หน่อย

1652
01:50:06,964 --> 01:50:10,279
(ล่าม) เขาบอกว่ายังเป็นคอมพิวเตอร์ PC อย่างเดียว

1653
01:50:10,964 --> 01:50:14,279

1654
01:50:14,965 --> 01:50:18,280

1655
01:50:18,966 --> 01:50:22,279
ปรบมือให้เพื่อนหน่อยนะคะ เพื่อนตอบถูกนะคะ

1656
01:50:22,968 --> 01:50:26,280
โทรศัพท์ได้ อีเมลก็เหมือนกัน ที่สำคัญ

1657
01:50:26,969 --> 01:50:30,279
จะต้องมีอินเทอร์เน็ต (อาจารย์) โอ.เค.

1658
01:50:30,969 --> 01:50:34,280
นะคะ ที่เราได้ศึกษามา มันจะต้องมีการ

1659
01:50:34,971 --> 01:50:38,280

1660
01:50:38,973 --> 01:50:42,280
แสดงว่าในระบบคอมพิวเตอร์

1661
01:50:42,974 --> 01:50:46,280
ถ้าเป็นแค่คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ

1662
01:50:46,974 --> 01:50:50,281
เชื่อมโยงใช่ไหมคะ ทางอินเทอร์เน็ตทาง

1663
01:50:50,975 --> 01:50:54,280
ระบบเครือข่าย ที่สามารถออนไลน์ได้ด้วย

1664
01:50:54,976 --> 01:50:58,281
อย่างนี้ จะผิด พรบ. คอมพิวเตอร์ไหม

1665
01:50:58,984 --> 01:51:02,281
แต่ไม่เสียบปลั๊ก ใช้งานไม่ได้

1666
01:51:02,986 --> 01:51:06,280
ถ้ามีคนเข้าระบบไปงัดไปแงะ

1667
01:51:06,986 --> 01:51:10,280
ไม่ได้เสียบปลั๊กเลยนะลูก เหมือนเป็นค

1668
01:51:10,987 --> 01:51:14,281
อาจารย์ยกตัวอย่างคือ คอมพิวเตอร์

1669
01:51:14,988 --> 01:51:18,280
ตั้งโต๊ะนี่ล่ะค่ะ ไม่ได้เสียบปลั๊กเลยนะ

1670
01:51:18,995 --> 01:51:22,280
CPU วางอยู่ เขาก็ไปงัด ไปแงะค่ะ

1671
01:51:22,995 --> 01:51:26,280
คอมฯ ที่มันพัง

1672
01:51:26,995 --> 01:51:30,281
วางอยู่แล้วก็มีไอ้ตัว

1673
01:51:30,996 --> 01:51:34,281
เพื่อนตอบว่าอย่างไร

1674
01:51:34,997 --> 01:51:38,281
ถามว่ามันการ

1675
01:51:38,998 --> 01:51:42,281

1676
01:51:43,000 --> 01:51:46,281

1677
01:51:47,002 --> 01:51:50,281
คะ

1678
01:51:51,002 --> 01:51:54,281
(ล่าม) มี ๆ ครับ

1679
01:51:55,004 --> 01:51:58,281
(อาจารย์) ผิดไหม

1680
01:51:59,005 --> 01:52:02,281

1681
01:52:03,006 --> 01:52:06,282

1682
01:52:07,009 --> 01:52:10,281
นะครับ (อาจารย์)

1683
01:52:11,009 --> 01:52:14,282

1684
01:52:15,011 --> 01:52:18,281
(ล่าม) เขาบอกว่าได้ในคอมพิวเตอร์มันมีความจำอยู่

1685
01:52:19,012 --> 01:52:22,282
มันก็ยังมีเหมือนหน่วยความจำ มี CPU ใช่ไหมคะ

1686
01:52:23,019 --> 01:52:26,282

1687
01:52:27,021 --> 01:52:30,281
(อาจารย์) เพื่อนบอกว่า ในตัวนี้

1688
01:52:31,022 --> 01:52:34,282
ระบบเครือข่ายออนไลน์ไหม

1689
01:52:35,022 --> 01:52:38,282
แต่กรณีที่อาจารย์ยกตัวอย่าง ไปงัดไปแงะ

1690
01:52:39,023 --> 01:52:42,282
เพื่อเอาข้อมูลออกไป โดยที่ใช้

1691
01:52:43,024 --> 01:52:46,282
เห็นไหม นี่คือความแตกต่างนะคะ เมื่อกี้เราก็บอกว่า

1692
01:52:47,025 --> 01:52:50,283
ได้ใช้ไหม อาจารย์บอกแล้วไม่ได้เสียบปลั๊กเลยนะลูก

1693
01:52:51,029 --> 01:52:54,282
ไม่ได้เสียบปลั๊กเลยนะคะ

1694
01:52:55,030 --> 01:52:58,282
คอมพิวเตอร์นะคะ แต่ถ้าเราไม่ได้เสียบปลั๊กเลย

1695
01:52:59,031 --> 01:53:02,282
ถ้ามันจะเป็นการ Access เข้าคอมพิวเตอร์ได้

1696
01:53:03,033 --> 01:53:06,282
ของการเชื่อมต่อออนไลน์ใช่ไหมคะ มันถึงจะผิด พรบ.

1697
01:53:07,047 --> 01:53:10,283
มันจะผิดกฎหมายอาญา คือลักทรัพย์

1698
01:53:11,051 --> 01:53:14,282
คอมฯ มันพังอยู่นะคะ แล้วก็มีคนไปงัดไปแงะ

1699
01:53:15,051 --> 01:53:18,283
แล้วก็เอาอุปกรณ์ไป อันนี้

1700
01:53:19,052 --> 01:53:22,282
โอ.เค. นะคะ แต่ถือว่าเพื่อน

1701
01:53:23,053 --> 01:53:26,282
นะคะ แต่มันยังไม่ได้ผิด

1702
01:53:27,054 --> 01:53:30,282
พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ หรือกฎหมายคอมพิวเตอร์

1703
01:53:31,056 --> 01:53:34,282

1704
01:53:35,057 --> 01:53:38,282
มีความเข้าใจนะคะ มีความเข้าใจ

1705
01:53:39,059 --> 01:53:42,283
ไปหมายเลขไหนต่อดีนะ

1706
01:53:43,061 --> 01:53:46,283
จะต้องมีการ Access เข้า

1707
01:53:47,063 --> 01:53:50,283
คุณโจโจ้นะคะ คุณโจโจ้

1708
01:53:51,063 --> 01:53:54,283
เมื่อกี้ที่อาจารย์ยกตัวอย่างว่า ถ้า

1709
01:53:55,063 --> 01:53:58,283
โทรศัพท์ โทรศัพท์วางอยู่บนโต๊ะ

1710
01:53:59,075 --> 01:54:02,283
สู่ระบบคอมพิวเตอร์ใช่ไหมคะ ต้องมีการออนไลน์

1711
01:54:03,077 --> 01:54:06,283
ถ้าโทรศัพท์เมื่อกี้ที่อาจารย์ยกตัวอย่าง

1712
01:54:07,077 --> 01:54:10,283
กดเข้าไปดู อย่างนี้ผิด พรบ.

1713
01:54:11,078 --> 01:54:14,283
นะคะ แล้วเราก็

1714
01:54:15,080 --> 01:54:18,283
หยิบโทรศัพท์ของใครก็ไม่รู้ล่ะ กดเข้าไป

1715
01:54:19,081 --> 01:54:22,283
(ล่าม) ผิดครับ (อาจารย์) ที่ผิดเพราะอะไรครับ

1716
01:54:23,094 --> 01:54:26,283
คอมไหมคะ ผิดกฎหมายคอมพิวเตอร์ไหม

1717
01:54:27,095 --> 01:54:30,283

1718
01:54:31,096 --> 01:54:34,283
(อาจารย์) เข้าไปในระบบคอมพิวเตอร์

1719
01:54:35,097 --> 01:54:38,283
ทราบไหมคะ

1720
01:54:39,110 --> 01:54:42,283
(ล่าม) ก็เราแอบเข้าไปน่ะครับ

1721
01:54:43,125 --> 01:54:46,284
ใช่ไหมคะ ทีนี้อาทิตย์ที่แล้ว

1722
01:54:47,125 --> 01:54:50,284
ของคนอื่นใช่ไหมคะ โดยที่บุคคลนั้นอนุญาตไหม

1723
01:54:51,139 --> 01:54:54,283
อนุญาต ไม่ได้อนุญาต

1724
01:54:55,140 --> 01:54:58,283
หยิบโทรศัพท์เครื่องนั้นขึ้นมา แล้วกดเข้าไป

1725
01:54:59,141 --> 01:55:02,284
อาจารย์ยกตัวอย่างแล้วล่ะ ถ้าเราเห็นโทรศัพท์

1726
01:55:03,141 --> 01:55:06,283
ตกอยู่ที่พื้นนะคะ เราก็

1727
01:55:07,141 --> 01:55:10,284
เรากดเข้าไปดูข้อมูล

1728
01:55:11,143 --> 01:55:14,284
เพื่อที่จะไปดูว่า โทรศัพท์เครื่องนี้

1729
01:55:15,143 --> 01:55:18,284
เป็นของใคร พอ

1730
01:55:19,157 --> 01:55:22,284
พอเราพบแล้ว ว่ามันเป็นของอ้นนี่

1731
01:55:23,159 --> 01:55:26,284
เข้าไปดูในระบบคอมพิวเตอร์ และเข้าไปดู

1732
01:55:27,161 --> 01:55:30,284
ว่าเป็นของใคร

1733
01:55:31,163 --> 01:55:34,284
ผิดตามกฎหมายนี้อยู่ไหมคะ

1734
01:55:35,163 --> 01:55:38,284
เพื่อนเรา เราก็เอาโทรศัพท์เครื่องนั้

1735
01:55:39,167 --> 01:55:42,284
ไปคืนอ้น ถามว่ายังมี

1736
01:55:43,169 --> 01:55:46,284
โจโจ้เก็บได้ แล้วโจโจ้ก็เข้ามือถือ

1737
01:55:47,169 --> 01:55:50,284
มันเป็นความผิดแล้วหรือยัง

1738
01:55:51,170 --> 01:55:54,284
โจโจ้เก็บได้

1739
01:55:55,170 --> 01:55:58,284
เป็นของใคร โจ้ก็เอาไปคืนเพื่อน

1740
01:55:59,171 --> 01:56:02,284
เขา เข้าไปดูข้อมูล เข้าไปดูเบอร์โทร

1741
01:56:03,172 --> 01:56:06,284
เพื่อที่จะได้รู้ว่า โทรศัพท์เครื่องนี้เป็นของใคร

1742
01:56:07,173 --> 01:56:10,284

1743
01:56:11,175 --> 01:56:14,284
ถามว่าเป็นความผิดไหม

1744
01:56:15,176 --> 01:56:18,284
ผิดไหมคะ โจ้

1745
01:56:19,177 --> 01:56:22,287
ว่าต่อไปนี้เราเจอโทรศัพท์ใครเราก็ไม่กล้าหยิบเลยสิ

1746
01:56:23,184 --> 01:56:26,284

1747
01:56:27,185 --> 01:56:30,285
(ล่าม) ก็ยังผิดอยู่นะครับ (อาจารย์) แสดง

1748
01:56:31,187 --> 01:56:34,285
โจ้เก็บโทรศัพท์เขามาดู

1749
01:56:35,187 --> 01:56:38,285
เพราะเรากลัวความผิด

1750
01:56:39,187 --> 01:56:42,284
แต่โจ้มีเจตนาอย่างไรลูก

1751
01:56:43,189 --> 01:56:46,284
อยากจะเอาของ คือโทรศัพท์ไปคืนเพื่อน

1752
01:56:47,190 --> 01:56:50,285
โจ้มีเจตนาดีไหมคะ

1753
01:56:51,191 --> 01:56:54,285
โจ้

1754
01:56:55,192 --> 01:56:58,285
อันนี้เจตนาดีหรือไม่ดี

1755
01:56:59,193 --> 01:57:02,285
กับอีกอันหนึ่ง

1756
01:57:03,195 --> 01:57:06,284
โจ้เห็นโทรศัพท์อยู่ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาใส่กระเป๋าตัวเอง

1757
01:57:07,195 --> 01:57:10,285
อันนี้คิดไม่ดีครับ (อาจารย์)

1758
01:57:11,197 --> 01:57:14,285

1759
01:57:15,201 --> 01:57:18,285
โจ้ ตอบหน่อยสิลูก (ล่าม) ใช่ ๆ

1760
01:57:19,206 --> 01:57:22,285
ตอนนี้อยากให้เด็กหูฯ

1761
01:57:23,207 --> 01:57:26,285
แสดงว่าอะไร ไหน เดี๋ยว

1762
01:57:27,208 --> 01:57:30,285
หมายเลขอื่นช่วยหน่อยค่ะ

1763
01:57:31,209 --> 01:57:34,285
เด็กหูฯ ใช่ไหมคะ 12

1764
01:57:35,210 --> 01:57:38,285
กำลังมองว่ามีหมายเลขอะไรบ้าง

1765
01:57:39,211 --> 01:57:42,285
12

1766
01:57:43,213 --> 01:57:46,285
เราเห็นโทรศัพท์ตกอยู่นะคะ

1767
01:57:47,222 --> 01:57:50,285
เมื่อกี้

1768
01:57:51,222 --> 01:57:54,286
ที่อาจารย์ถามว่า ถ้า

1769
01:57:55,224 --> 01:57:58,285
เอาโทรศัพท์นี้ไปคืนเขา กับอีกกรณีหนึ่ง

1770
01:57:59,224 --> 01:58:02,285
กรณีแรก หยิบเข้ามาเข้าสู่ระบบ

1771
01:58:03,237 --> 01:58:06,285
คอมพิวเตอร์ เพื่อที่จะหาเจ้าของ และเพื่อ

1772
01:58:07,237 --> 01:58:10,285
อันไหนเจตนาดี

1773
01:58:11,239 --> 01:58:14,285
หยิบขึ้นมา แล้วก็กดค่ะ เข้าไป

1774
01:58:15,239 --> 01:58:18,285
ดูว่าเป็นของใครก็จริง แต่เก็บเข้ากระเป๋าตัวเอง

1775
01:58:19,239 --> 01:58:22,285
หาเจ้าของ เป็นเจตนาดีค่ะ (อาจารย์) แสดงว่าการหาเจ้าของ

1776
01:58:23,241 --> 01:58:26,285
กรณีแรกหรือกรณีที่ 2

1777
01:58:27,254 --> 01:58:31,254
(ล่าม) หาเจ้าของค่ะ

1778
01:58:31,255 --> 01:58:35,255
ผิดหรือไม่ผิดคะ

1779
01:58:35,257 --> 01:58:39,257
และถามว่า ถ้าเราเอาโทรศัพท์เขากดเข้าไปดู

1780
01:58:39,257 --> 01:58:43,257
ผิดหรือไม่ผิด

1781
01:58:43,259 --> 01:58:47,259
หนูอยากจะเอาโทรศัพท์เครื่องนี้ไปคืนเพื่อน

1782
01:58:47,259 --> 01:58:51,259

1783
01:58:51,260 --> 01:58:55,260
เมื่อกี้หนูบอกว่า เห็นโทรศัพท์ตกอยู่

1784
01:58:55,264 --> 01:58:59,264
อย่างนี้ ถามว่าผิดหรือไม่ผิด

1785
01:58:59,266 --> 01:59:03,266
หนูบอกมันเป็นเจตนาดี หนู

1786
01:59:03,266 --> 01:59:07,266
กดโทรศัพท์เข้าดู โดยที่เจ้าของเขาก็ไม่รู้หร ก

1787
01:59:07,266 --> 01:59:11,266

1788
01:59:11,267 --> 01:59:15,267

1789
01:59:15,270 --> 01:59:19,270
ผิดไหมลูก

1790
01:59:19,273 --> 01:59:23,273
(อาจารย์) เดี๋ยวยังอยู่กรณีนี้อยู่นะคะ

1791
01:59:23,274 --> 01:59:27,274
ผิดค่ะ

1792
01:59:27,276 --> 01:59:31,276

1793
01:59:31,276 --> 01:59:35,276

1794
01:59:35,278 --> 01:59:39,278
ใครอยาจะช่วยเพื่อนตอบ 13

1795
01:59:39,279 --> 01:59:43,279
หนูเห็นว่าอย่างไร ผิดหรือไม่ผิด

1796
01:59:43,280 --> 01:59:47,280
เข้าไปดูเอง เป็นการกระทำที่ผิดค่ะ (อาจารย์)

1797
01:59:47,280 --> 01:59:51,280
เห็นโทรศัพท์ตกอยู่ ไปเก็บ แต่จำเป็น

1798
01:59:51,281 --> 01:59:55,281
ที่จะต้องกดเข้าไปดูค่ะ ว่าเป็นของใคร

1799
01:59:55,281 --> 01:59:59,281
อย่างนี้ถูกต้องไหมคะ (ล่าม)

1800
01:59:59,283 --> 02:00:03,283
อย่างไรหนูก็ยังมองว่า

1801
02:00:03,284 --> 02:00:07,284
ถึงเรามีเจตนาดี แต่ก็ยังผิดอยู่ดี

1802
02:00:07,284 --> 02:00:11,284
มีใครมีความเห็นต่าง จากกรณที่เพื่อนอธิบาย

1803
02:00:11,285 --> 02:00:15,285
ใช่ค่ะ มีใครอยากตอบ

1804
02:00:15,285 --> 02:00:19,285
ช่วยเพื่อนไหมเอ่ย หรือว่าใคร

1805
02:00:19,285 --> 02:00:23,285
29 ลูก

1806
02:00:23,293 --> 02:00:27,286
มีไหมคะ

1807
02:00:27,311 --> 02:00:31,286

1808
02:00:31,311 --> 02:00:35,286
อะไรนะ เพื่อนไม่เปิด

1809
02:00:35,312 --> 02:00:39,286

1810
02:00:39,314 --> 02:00:43,286
คอมฯ ไม่ขึ้นหรือคะ ค้างหรือคะ

1811
02:00:43,314 --> 02:00:47,287
อ๋อ เอา 28 ก็ได้นะ อยู่ใกล้กัน

1812
02:00:47,315 --> 02:00:51,287
หรือคะ

1813
02:00:51,315 --> 02:00:55,287

1814
02:00:55,316 --> 02:00:59,287

1815
02:00:59,322 --> 02:01:03,286
ขึ้นไหมคะ มันค้าง

1816
02:01:03,323 --> 02:01:07,286
น่ะค่ะ

1817
02:01:07,325 --> 02:01:11,286
เข้าได้ไหมคะ

1818
02:01:11,325 --> 02:01:15,286

1819
02:01:15,325 --> 02:01:19,287

1820
02:01:19,327 --> 02:01:23,286
จะได้เห็นหน้าหล่อ ๆ หน่อย

1821
02:01:23,327 --> 02:01:27,286
เอ่ย โอ.เค.

1822
02:01:27,328 --> 02:01:31,287
เปิดแมสก์ไหมลูก

1823
02:01:31,328 --> 02:01:35,286
ก็คือถ้าเราเห็นโทรศัพท์เพื่อนตกอยู่ แต่

1824
02:01:35,328 --> 02:01:39,287
หล่อจริง

1825
02:01:39,328 --> 02:01:43,287
เข้าใจไหมคะ เมื่อกี้ หรือยังไม่ได้ดู

1826
02:01:43,329 --> 02:01:47,287
นี่ค่ะ เข้าไปดูว่ามันเป็นของใคร มีเบอร์โทร.

1827
02:01:47,331 --> 02:01:51,287
เรามีเจตนาดี ที่จะเอาโทรศัพท์ไปคืนเขา

1828
02:01:51,332 --> 02:01:55,287
ก็ต้องมีความจำเป็นต้องกดเข้าสู่มือถือ

1829
02:01:55,332 --> 02:01:59,287
แต่เรามีเจตนาที่อยากจะเอาไปคืนเจ้าของเขานะ

1830
02:01:59,332 --> 02:02:03,288
มีรูปไหม อย่างนี้ถามว่าผิดไหม

1831
02:02:03,332 --> 02:02:07,287

1832
02:02:07,332 --> 02:02:11,287
เขาบอกว่าผิดครับ เขาบอกว่าเจ้าของก็โทรฯ มา

1833
02:02:11,333 --> 02:02:15,287
แต่ถ้าเราเอาโทรศัพท์ขึ้นมาดูเฉย ๆ

1834
02:02:15,333 --> 02:02:19,287
ก็คงไม่รู้ล่ะว่ามันเป็นของใคร (ล่าม)

1835
02:02:19,334 --> 02:02:23,287
โอ.เค. แสดงว่า

1836
02:02:23,335 --> 02:02:27,287
เดี๋ยวเจ้าของเขาโทร. มาเดี๋ยวเรา

1837
02:02:27,336 --> 02:02:31,287
คุยกัน แล้วเราค่อยเอาไปให้เขาก็ได้ครับ

1838
02:02:31,337 --> 02:02:35,287
กลัวความผิด ใช่ไหม จริง ๆ

1839
02:02:35,338 --> 02:02:39,287
เราแสดงว่า เราไม่อยากจะเข้าโทรศัพท์เลย คือ

1840
02:02:39,338 --> 02:02:43,287
วางไว้เฉย ๆ เดี๋ยวเจ้าของเขาก็โทร. มาเอง

1841
02:02:43,339 --> 02:02:47,288

1842
02:02:47,340 --> 02:02:51,287
อยากคืนอยู่ แต่เราไม่กล้าที่จะเข้า

1843
02:02:51,341 --> 02:02:55,287
แล้วก็รอให้เจ้าของโทรศัพท์มา

1844
02:02:55,343 --> 02:02:59,287
อาจารย์ว่า เด็กปกติ

1845
02:02:59,344 --> 02:03:03,287
(ล่าม) ใช่ ๆ กลัวครับ

1846
02:03:03,344 --> 02:03:07,287
(อาจารย์)

1847
02:03:07,346 --> 02:03:11,287

1848
02:03:11,347 --> 02:03:15,287
อยากจะแชร์ไหมลูก

1849
02:03:15,347 --> 02:03:19,288
หลายคนแล้ว มีไหม ช่วยเพื่อนหน่อย

1850
02:03:19,349 --> 02:03:23,287
ค้าง 9 ค่ะ

1851
02:03:23,352 --> 02:03:27,287
หมายเลข

1852
02:03:27,352 --> 02:03:31,288

1853
02:03:31,353 --> 02:03:35,287

1854
02:03:35,354 --> 02:03:39,288
ข้างกัน ข้างเพื่อน

1855
02:03:39,355 --> 02:03:43,287
หนูได้เปิดคอมฯ ไหม

1856
02:03:43,356 --> 02:03:47,287
อ๋อ ไม่คืออาจารย์อยากรู้ว่า

1857
02:03:47,357 --> 02:03:51,287

1858
02:03:51,358 --> 02:03:55,288

1859
02:03:55,359 --> 02:03:59,288
มีใครเปิดแล้วคะ มีใครเปิดแล้ว

1860
02:03:59,360 --> 02:04:03,288
จะมีความคิดที่เหมือนกันหรือแตกต่างกันไหม

1861
02:04:03,360 --> 02:04:07,288

1862
02:04:07,361 --> 02:04:11,288
เปิดหรือยังเอ่ย

1863
02:04:11,362 --> 02:04:15,287

1864
02:04:15,363 --> 02:04:19,288

1865
02:04:19,367 --> 02:04:23,288
ใช่ไหมคะ

1866
02:04:23,367 --> 02:04:27,288
ยังค้างอยู่เลย

1867
02:04:27,368 --> 02:04:31,288
1 อยากตอบไหม 1

1868
02:04:31,369 --> 02:04:35,288
นี่พูดเคสนี้ไป 3-4 รอบแล้วนะ

1869
02:04:35,371 --> 02:04:39,288
11

1870
02:04:39,371 --> 02:04:43,288
ไหนช่วยตอบหน่อยสิลูก

1871
02:04:43,372 --> 02:04:47,288
แต่มันก็มีความจำเป็นที่จะต้องกดดูน่ะ อย่างนี้ผิดไหม

1872
02:04:47,384 --> 02:04:51,288
สรุปว่าอย่างไร สรุปว่าอย่างไร หนูเห็นว่าอย่างไร

1873
02:04:51,388 --> 02:04:55,288
เรามีเจตนาดีที่จะเอาไปคืนล่ะ

1874
02:04:55,389 --> 02:04:59,288

1875
02:04:59,390 --> 02:05:03,288
เอ๊ะ

1876
02:05:03,391 --> 02:05:07,288
ผิดครึ่งหนึ่งไม่ผิดครึ่งหนึ่ง

1877
02:05:07,392 --> 02:05:11,288
แบบไม่มีสิทธิ์

1878
02:05:11,393 --> 02:05:15,288

1879
02:05:15,394 --> 02:05:19,288

1880
02:05:19,395 --> 02:05:23,289
หนูก็อยากรู้ใช่ไหมคะ

1881
02:05:23,396 --> 02:05:27,288
มีคนอื่นอยากแชร์เพิ่มเติมไหมคะ

1882
02:05:27,397 --> 02:05:31,288
ก่อนที่จะเฉลย เฉลยเลย

1883
02:05:31,399 --> 02:05:35,288

1884
02:05:35,401 --> 02:05:39,288
จริง ๆ คือยากให้แชร์กันก่อนไง

1885
02:05:39,401 --> 02:05:43,288
อ้นล่ะ อ้นเห็นว่าอย่างไร อ้น

1886
02:05:43,403 --> 02:05:47,288
หมายเลขอะไรลูก

1887
02:05:47,405 --> 02:05:51,288

1888
02:05:51,407 --> 02:05:55,289
เข้าไปเพื่ออะไร อ้นนี่

1889
02:05:55,409 --> 02:05:59,288

1890
02:05:59,409 --> 02:06:03,289
อ๋อของอ้นเปิดไม่ได้

1891
02:06:03,410 --> 02:06:07,289
(ล่าม) ไม่ได้ยินค่ะ

1892
02:06:07,411 --> 02:06:11,288
นะคะ ถ้าเป็นกรณีเมื่อกี้ที่อาจารย์บอกว่า

1893
02:06:11,412 --> 02:06:15,289

1894
02:06:15,413 --> 02:06:19,288
โอ.เค.

1895
02:06:19,413 --> 02:06:23,288
นะคะ แล้วเราก็ตัดสินใจ

1896
02:06:23,414 --> 02:06:27,288
เห็นโทรศัพท์นะคะ เห็นโทรศัพท์ แล้วมันตก

1897
02:06:27,416 --> 02:06:31,288
อยู่ที่พื้นนะคะ ถ้าเราไปหยิบขึ้นมา

1898
02:06:31,424 --> 02:06:35,288
นะคะ แม้ว่าในตัวกฎหมายนี่นะคะ

1899
02:06:35,424 --> 02:06:39,288
แล้ว ว่าเรามีความตั้งใจ

1900
02:06:39,426 --> 02:06:43,288
ที่จะเอาโทรศัพท์เครื่องนี้ไปคืนเจ้าของจริง ๆ

1901
02:06:43,426 --> 02:06:47,288
ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบ

1902
02:06:47,428 --> 02:06:51,289
เขาจะเขียนไว้เลยว่า เป็นอย่างไรคะ

1903
02:06:51,428 --> 02:06:55,288
ถ้าผู้ใดมาตรา 5 นะคะ มาตรา 5

1904
02:06:55,428 --> 02:06:59,288
มีการเข้าถึงนะคะ ซึ่งระบบ

1905
02:06:59,430 --> 02:07:03,288
คำว่า "โดยมิชอบ" ก็คือไม่ถูกกฎหมาย

1906
02:07:03,431 --> 02:07:07,288
ใช่ไหมคะ โดยที่บุคคลนั้นไม่ได้อนุญาต

1907
02:07:07,432 --> 02:07:11,289
มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน

1908
02:07:11,434 --> 02:07:15,288
คอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่น

1909
02:07:15,436 --> 02:07:19,289
โดยที่ไม่ได้รับอนุญาต จะต้อง

1910
02:07:19,442 --> 02:07:23,288
ระบบคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่น โดยที่ไม่ได้รับอนุญาต

1911
02:07:23,442 --> 02:07:27,288
หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ พอ

1912
02:07:27,443 --> 02:07:31,288
เราเห็นว่ามันโทษ ถ้าเราเข้า

1913
02:07:31,450 --> 02:07:35,289
แต่จริง ๆ แล้วกฎหมายนี่

1914
02:07:35,451 --> 02:07:39,289
มันมีความผิดแน่นอน เราก็เลยตัดสินใจ

1915
02:07:39,451 --> 02:07:43,288
ก็ทิ้งโทรศัพท์มันไว้อย่างนั่นล่ะ เดี๋ยวเจ้าของก็ต

1916
02:07:43,452 --> 02:07:47,288
แม้ว่าองค์ประกอบภายนอกมันจะครบหมดเลย นักศึกษา

1917
02:07:47,453 --> 02:07:51,289
มันมีองค์ประกอบนะคะ เราเรียกว่า "

1918
02:07:51,453 --> 02:07:55,289
องค์ประกอบภายนอก และองค์ประกอบภายใน

1919
02:07:55,455 --> 02:07:59,288
มีการกดเข้าไปในระบบมือถือของคนอื่น

1920
02:07:59,455 --> 02:08:03,289
ดูมาตรา 5 เราเป็นบุคคลอื่น ก็คือผูใด

1921
02:08:03,456 --> 02:08:07,289
เรามีการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ค่ะ ก็คือ

1922
02:08:07,457 --> 02:08:11,289
ภายนอกนะคะ ครบหมดเลยค่ะ

1923
02:08:11,472 --> 02:08:15,288
โดยที่ไม่ได้รับอนุญาตใช่ไหมคะ

1924
02:08:15,474 --> 02:08:19,289
เรียกกระบวนการนี้ว่า ครบองค์ประกอบ

1925
02:08:19,475 --> 02:08:23,289
เป็นคนมีจิตใจดีไหมคะ เรายังมีจิตใจ

1926
02:08:23,476 --> 02:08:27,289
แต่อะไร แต่พอเรามาดูเจตนาภายใ

1927
02:08:27,477 --> 02:08:31,289
ที่เรียกว่า "องค์ประกอบภายใน" ภายในจิตใจเร

1928
02:08:31,493 --> 02:08:35,289
กฎหมายบอกว่า แม้ว่ามันจะครบองค์ประกอบภายนอก

1929
02:08:35,493 --> 02:08:39,289
ที่ดีนะ เราก็มีเจตนาที่ดีนะ

1930
02:08:39,494 --> 02:08:43,289
ที่อยากจะเอาโทรศัพท์เครื่องนี้ไปคืนเจ้าของ

1931
02:08:43,495 --> 02:08:47,289
อยากจะเอาไปคืนเจ้าของไง มันก็จะไม่ครบองค์ประกอบ

1932
02:08:47,495 --> 02:08:51,289
ก็ตาม แต่ขาดองค์ประกอบภายใน

1933
02:08:51,498 --> 02:08:55,289
เพราะคุณเป็นคนจิตใจดีไง เพราะคุณมีเจตนาที่

1934
02:08:55,498 --> 02:08:59,288
เก็บ

1935
02:08:59,498 --> 02:09:03,288
และการกระทำนั้น ก็จะไม่เป็นความผิดตามมาตรา

1936
02:09:03,499 --> 02:09:07,289
5 ค่ะ ถ้าไม่อย่างนั้นแล้ว ใครอยากจะทำดี ถูกต้องไหมลูก

1937
02:09:07,500 --> 02:09:11,289
ใครอยากจะเก็บนึกออกไหมคะ ใครอยากจะทำความดี

1938
02:09:11,501 --> 02:09:15,289
เข้าไปดูมือถือเขา ว่าจะเข้าไปคืนเจ้าของ

1939
02:09:15,506 --> 02:09:19,289
ด้วยซ้ำ แต่กลายเป็นว่า เธอมีความผิดนะ แล้ว

1940
02:09:19,507 --> 02:09:23,289
เจตนาที่ดี ไม่ได้มีเจตนาที่จะเอา

1941
02:09:23,508 --> 02:09:27,289
นะคะ ดังนั้นกฎหมายก็เลยมองว่า แม้มันจะครบองค์ประกอบ

1942
02:09:27,509 --> 02:09:31,289
ภายนอกก็ตาม แต่องค์ประกอบภายในคุณมี

1943
02:09:31,513 --> 02:09:35,289
นะคะ ดังนั้น เมื่อกี้ที่อาจารย์ถามไป

1944
02:09:35,529 --> 02:09:39,289
ของเขามาเป็นของเรา

1945
02:09:39,530 --> 02:09:43,289
นักศึกษาก็จะไม่เป็นความผิดตามมาตรา 5

1946
02:09:43,531 --> 02:09:47,289
มองว่าครบใช่ไหมคะ องค์ประกอบภายนอก

1947
02:09:47,534 --> 02:09:51,289
กับเพื่อน ๆ นี่ ก็ประเด็นเดียวนี่ล่ะ ที่เพื่อน ๆ

1948
02:09:51,535 --> 02:09:55,289
น่าจะยังมีความสับสนอยู่ ก็คือเรื่องของเจตนา เรา

1949
02:09:55,535 --> 02:09:59,289
นะคะ อาจารย์ถึงเน้นว่าถ้าเรามีเจตนาดีนะ

1950
02:09:59,536 --> 02:10:03,289
ก็มันครบหมดแล้ว ก็เราหยิบโทรศัพท์

1951
02:10:03,541 --> 02:10:07,289
เขา อย่างนี้ก็ผิดแล้ว แม้ว่าเราอยากจะเอาไปคืนก็ตาม

1952
02:10:07,541 --> 02:10:11,289
ดูนะคะว่า แม้ว่าจะครบองค์ประกอบภายนอกก็ตาม สิ่งที่

1953
02:10:11,542 --> 02:10:15,289
ถ้าเราอยากจะเอาไปคืนเขานะ อันนี้

1954
02:10:15,548 --> 02:10:19,289
คือองค์ประกอบภายในค่ะ ดังนั้นต้อง

1955
02:10:19,549 --> 02:10:23,289
อย่างเช่นนี่ ลักทรัพย์

1956
02:10:23,550 --> 02:10:27,289
เราทำไป เรามีเจตนาที่ดี เราก็จะไม่มีความผิด

1957
02:10:27,552 --> 02:10:31,289
นะคะ สมมติว่าเทียบเคียงกฎหมายอาญา

1958
02:10:31,553 --> 02:10:35,289
เขาไม่รู้ไม่เห็น ผู้นั้นนี่

1959
02:10:35,553 --> 02:10:39,289
ลักทรัพย์ก็คือผู้ใดเอาของคนอื่นไป

1960
02:10:39,554 --> 02:10:43,289
เอาของของคนอื่นนะคะ ไปโดยที่

1961
02:10:43,554 --> 02:10:47,289
วางอยู่ นักศึกษาก็นี่ค่ะ

1962
02:10:47,555 --> 02:10:51,289
มีความผิดฐานลักทรัพย์

1963
02:10:51,556 --> 02:10:55,289
ครบองค์ประกอบภายนอก คือ เราเห็นโทรศัพท์ใช่ไหมคะ เห็นโทรศัพท์เพื่อน

1964
02:10:55,557 --> 02:10:59,289
เจตนาที่จะหยิบโทรศัพท์เครื่องนี้ แล้วก็ไปตามหา

1965
02:10:59,562 --> 02:11:03,289
โทรศัพท์เพื่อนเรา เราจำได้ เคสนี้

1966
02:11:03,564 --> 02:11:07,289
สีชมพูหวานแหว

1967
02:11:07,565 --> 02:11:11,289
เราไปแล้วค่ะ ถ้าเราพิจารณาองค์ประกอบภายนอก

1968
02:11:11,566 --> 02:11:15,289
โจโจ้ค่ะ โจโจ้อยู่ไหน นี่โทรศัพท์เธอ

1969
02:11:15,568 --> 02:11:19,289
ทำให้ทรัพย์เคลื่อนที่ไปจากเดินหรือยัง

1970
02:11:19,568 --> 02:11:23,289
นี่คือองค์ประกอบภายนอก แต่คือ

1971
02:11:23,573 --> 02:11:27,289
ครบไหม เป็นความผิดฐานลักทรัพย์

1972
02:11:27,574 --> 02:11:31,289
ใช่ไหมคะ เพราะเอาทรัพย์ของบุคคลอื่นไปค่ะ

1973
02:11:31,574 --> 02:11:35,289
ดีไหม ดี เห็นไหมคะ

1974
02:11:35,576 --> 02:11:39,289
เจตนาภายใน มีเจตนาอะไรคะ

1975
02:11:39,576 --> 02:11:43,290
อยากจะเอาโทรศัพท์เครื่องนี้ไปคืนเพื่อน เจตนา

1976
02:11:43,576 --> 02:11:47,289
ระบบข้อมูล

1977
02:11:47,579 --> 02:11:51,289
มันก็จะไม่เป็นความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา

1978
02:11:51,592 --> 02:11:55,289
คือความผิดฐานลักทรัพย์ แล้วการเข้าข้อมูลใน

1979
02:11:55,594 --> 02:11:59,289
เจตนาดีนะคะ ที่ทำไปปนี่ เพราะเรา

1980
02:11:59,594 --> 02:12:03,289
นั่นเองนะคะ ดังนั้นประการที่สำคัญที่สุด

1981
02:12:03,610 --> 02:12:07,289
นะคะ คือ เจตนา ถ้าเรายืนยันว่ามี

1982
02:12:07,610 --> 02:12:11,289
ถูกต้องไหมนะคะ ก็กลายเป็นว่า ทำแล้วผิด

1983
02:12:11,614 --> 02:12:15,289
เรามีเจตนาดีจริง ๆ กฎหมายก็ทำอะไร

1984
02:12:15,615 --> 02:12:19,289
เราไม่ได้นะคะ เพราะไม่อย่างนั้นแล้วน่ะ คนดีก็ไม่มีที่อยู่

1985
02:12:19,615 --> 02:12:23,289
เข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์

1986
02:12:23,616 --> 02:12:27,289
จะทำทำไม นะคะ ฉะนั้นเรื่องเจตนา

1987
02:12:27,617 --> 02:12:31,289
สำคัญมาก ทีนี้พอมาตรา 5

1988
02:12:31,617 --> 02:12:35,289
มาตรา 7 การเข้าถึงจะมี 2 มาตรา คือมาตรา 7 เข้าถึง

1989
02:12:35,632 --> 02:12:39,289
มาตราที่ใกล้เคียงกัน ก็คือ

1990
02:12:39,633 --> 02:12:43,289
เข้าถึงข้อมูลคอมพิวเตอร์ คือ

1991
02:12:43,633 --> 02:12:47,289
เรามาขยายความกันหน่อยว่าคืออะไร

1992
02:12:47,634 --> 02:12:51,289
ถึงระบบคอมพิวเตอร์ แต่มาตรา 7 เข้าถึง

1993
02:12:51,636 --> 02:12:55,289
ข้อมูลคอมพิวเตอร์นะคะ ทีนี้มาตรา 7

1994
02:12:55,649 --> 02:12:59,289
ข้อมูล ก็คือโปรแกรมต่าง ๆ ใช่ไหมคะ

1995
02:12:59,649 --> 02:13:03,290
ยังจำกันได้อยู่ไหมคะ

1996
02:13:03,650 --> 02:13:07,290
ข้อมูลคอมพิวเตอร์ลูก

1997
02:13:07,651 --> 02:13:11,289
คอมพิวเตอร์ทั้งสิ้น ดังนั้นถ้าเรามีการเข้าถึง

1998
02:13:11,651 --> 02:13:15,289
โปรแกรมคอมพิวเตอร์

1999
02:13:15,651 --> 02:13:19,289
นะคะ พวกนี้ ถือว่าเป็นข้อมูล

2000
02:13:19,653 --> 02:13:23,290
นะคะ ที่อยู่ในเครื่องนะคะ เขา

2001
02:13:23,653 --> 02:13:27,289
คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ เสร็จปั๊บ

2002
02:13:27,655 --> 02:13:31,290
นะคะ เราก็แอบเข้าไปดูข้อมูลเขา

2003
02:13:31,656 --> 02:13:35,289
แล้วผิดมาตรา 7 คือเข้าสู่อะไรคะ เข้าสู่

2004
02:13:35,656 --> 02:13:39,290
มีไฟล์งาน เข้าไปดู อย่างนี้

2005
02:13:39,658 --> 02:13:43,290
นอกจากผิดมาตรา 5 คือเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์

2006
02:13:43,658 --> 02:13:47,290
นะคะ ผู้ใดนะคะ ผู้ใด

2007
02:13:47,660 --> 02:13:51,289
ระบบคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่นด้วย จะผิดทั้งมาตรา 5 และ

2008
02:13:51,660 --> 02:13:55,289
มาตรา 7 นะคะ ส่วนมาตรา 6 ก็คือ

2009
02:13:55,662 --> 02:13:59,289
นะคะ รหัสลับอะไรอย่างนี้ที่เราตั้งค่าไว้นี่

2010
02:13:59,666 --> 02:14:03,289
ล่วงรู้มาตราการป้

2011
02:14:03,666 --> 02:14:07,290
ก็คืออะไรคะ พวก Username Password

2012
02:14:07,667 --> 02:14:11,290
รู้แล้วไปบอกต่อนะคะ

2013
02:14:11,667 --> 02:14:15,290
ล่วงรู้แล้ว ทำอย่างไรต่อนะคะ ล่วงรู้แล้ว

2014
02:14:15,668 --> 02:14:19,289
นี่นะคะ ล่วงรู้แล้ว

2015
02:14:19,670 --> 02:14:23,290
คอมพิวเตอร์เครื่องนี้นะ มีรหัส 12345

2016
02:14:23,670 --> 02:14:27,289
มาตรา 6 นะคะ มาตราการเข้าถึง ล่วงรู้แล้ว

2017
02:14:27,671 --> 02:14:31,289
ต่อค่ะ ไปบอกต่อนะคะ นี่

2018
02:14:31,672 --> 02:14:35,289
นะคะ ตู้ ATM

2019
02:14:35,673 --> 02:14:39,290
เข้าได้เลย เธอเข้าสิ รหัสนี้

2020
02:14:39,674 --> 02:14:43,289
นึกออกไหมคะ ทีนี้อาจารย์มีอีกคำถามหนึ่ง

2021
02:14:43,675 --> 02:14:47,289
คอมพิวเตอร์ไหม ทำไมถึงเป็น

2022
02:14:47,676 --> 02:14:51,290
ตู้ ATM นะคะ ตู้ ATM นี่

2023
02:14:51,677 --> 02:14:55,290
ถือว่าเป็นระบบ

2024
02:14:55,677 --> 02:14:59,290
มันมีการ

2025
02:14:59,678 --> 02:15:03,290
ลูก

2026
02:15:03,680 --> 02:15:07,289
ใช่ไหมคะ มันมี...

2027
02:15:07,680 --> 02:15:11,290
ดังนั้น ตู้ ATM นี่มันก็

2028
02:15:11,680 --> 02:15:15,290
มันมีโปรแกรมซอฟต์แวร์ แล้วก็เป็นการเชื่อมต่อ

2029
02:15:15,680 --> 02:15:19,290
เครือข่ายอินเทอร์เน็ตใช่ไหมคะ เพื่อให้ใช้งานได้

2030
02:15:19,680 --> 02:15:23,290
นี่ สิ่งใด

2031
02:15:23,681 --> 02:15:27,290
เป็นระบบคอมพิวเตอร์ ปรากฎว่าสิ่งไหนจะนำมาใช้

2032
02:15:27,681 --> 02:15:31,289
กับตู้เอทีเอ็มคะ ตู้กดเงินสด

2033
02:15:31,682 --> 02:15:35,289
ทำอย่างไรคะ Access เข้าผ่านแอปพลิเคชัน

2034
02:15:35,684 --> 02:15:39,290
บัตรใช่ไหมคะ บัตร อะไรนะ

2035
02:15:39,684 --> 02:15:43,290
เดี๋ยวนี้ก็ไม่มีบัตรก็

2036
02:15:43,686 --> 02:15:47,290
เรากดเงินแบบไม่ใช้บัตรใช่ไหมคะ แล้ว

2037
02:15:47,686 --> 02:15:51,289
ได้นะคะ แต่ว่าแอปพลิเคชันนี่

2038
02:15:51,688 --> 02:15:55,289
มันจะส่งสิ่งหนึ่งมาคะ มันจะส่งมาว่า

2039
02:15:55,689 --> 02:15:59,289
เขาจะส่งสิ่งหนึ่งมาให้เรา นั่นคือ

2040
02:15:59,690 --> 02:16:03,289
กดจำนวนเงินว่าเราจะเอาจำนวนเงินเท่าไร พอเข้าสู่

2041
02:16:03,691 --> 02:16:07,289
เขาเรียกว่าอะไร ถึงขั้นตอนสุดท้าย

2042
02:16:07,693 --> 02:16:11,290
พวกนี้มันเป็นระบบอะไรคะ

2043
02:16:11,693 --> 02:16:15,290
Password เพื่อเอาไปเชื่อม

2044
02:16:15,695 --> 02:16:19,290
กับตู้เอทีเอ็ม

2045
02:16:19,695 --> 02:16:23,290
เรากดแล้วเรียบร้อย รหัส

2046
02:16:23,697 --> 02:16:27,290
ระบบคอมพิวเตอร์ใช่ไหมคะ  ที่มีการเชื่อมโยงเครือ

2047
02:16:27,698 --> 02:16:31,289
ทางอินเทอร์เน็ตหมดเลย ดังนั้นนี่

2048
02:16:31,699 --> 02:16:35,289
วิ่งไปกดเดี๋ยวนั้นเลย

2049
02:16:35,699 --> 02:16:39,290
มันโผล่ขึ้นมา เพื่อนนี่ตาไวกว่าเรา

2050
02:16:39,700 --> 02:16:43,289
เพื่อนเห็นปุ๊บทำอย่างไรคะ เห็นปุ๊บ

2051
02:16:43,700 --> 02:16:47,289
บอกต่อเลย นี่ ๆ รหัสมันอย่างนี้นะ

2052
02:16:47,702 --> 02:16:51,289
ผิดไหม แน่นอนเลย ใช่ไหมคะ อันนี้

2053
02:16:51,702 --> 02:16:55,289
ผิดแน่นอนนะคะ แล้วพอเพื่อนรู้เสร็จปั๊บ

2054
02:16:55,715 --> 02:16:59,289
เขาเรียกว่าอะไร กดแบบออนไลน์นี่ Password

2055
02:16:59,716 --> 02:17:03,289
ไปกดต่อเลย ยิ่งถ้าเป็น

2056
02:17:03,716 --> 02:17:07,289
รหัสเอทีเอ็มนี่ ตายตัวใช่ไหมคะ รหัสกดเงินสดออนไลน์นี่

2057
02:17:07,717 --> 02:17:11,289
แต่เราเขียนเลขบัตรไว้ หรือเราไม่ได้เขียนเลขบัตรไว้

2058
02:17:11,717 --> 02:17:15,289
มันจะเปลี่ยนไปตลอด แต่ถ้าบัตร ATM นี่

2059
02:17:15,726 --> 02:17:19,289
เป็นอย่างไรคะ มันตายตัวตลอด

2060
02:17:19,733 --> 02:17:23,289
ไปบอกนาย ค. ต่อ ไปต่อเรื่อย ๆ

2061
02:17:23,733 --> 02:17:27,289
แต่เพื่อนรู้ ง่ายมากเลย 2 4 ตัว

2062
02:17:27,734 --> 02:17:31,289
ใช่ไหมคะ ไปแล้วคะ ไปบอกนาย A ต่อ

2063
02:17:31,735 --> 02:17:35,289
มาตรา 6 ด้วยนะคะ แล้วคนที่เข้า

2064
02:17:35,736 --> 02:17:39,289
ตัวนี้ถามว่าเขาเสียหายไหม เสียหาย

2065
02:17:39,738 --> 02:17:43,289
คนที่รู้แล้วไปบอกต่อ มีความผิด

2066
02:17:43,738 --> 02:17:47,289
นะคะ อาจจะรู้แล้วไม่ทำนะคะ

2067
02:17:47,749 --> 02:17:51,288
ก็มีความผิดนะคะ ทั้งมาตรา 5 และ

2068
02:17:51,750 --> 02:17:55,289
มาตรา 7 เห็นไหมคะ คนที่รู้แล้วไปบอกต่อ

2069
02:17:55,751 --> 02:17:59,289
อันนี้รู้แล้วไปบอกต่อ ตัวเองนี่มีความผิด

2070
02:17:59,751 --> 02:18:03,289
แต่เป็นคนเหมือนคนสนับสนุน เราได้บัตรมาแล้ว

2071
02:18:03,752 --> 02:18:07,289
ยื่นต่อ นี่รหัส 1234 นะ เอาไปกดนะ

2072
02:18:07,752 --> 02:18:11,289
ได้รหัสแล้วนิ ใช่ไหมคะ ก็ไปที่ตู้เลย ก็

2073
02:18:11,753 --> 02:18:15,289
ตามมาตรา 6 ใช่ไหมคะ แล้วคนที่รับไป

2074
02:18:15,761 --> 02:18:19,288
ไปกดต่อ ใช่ไหมคะ ได้บัตรแล้วนี่

2075
02:18:19,762 --> 02:18:23,288
ถ้าเขาเอาบัตรนี่ ผิดแน่นอนอยู่แล้ว คือ

2076
02:18:23,763 --> 02:18:27,288
เสียบบัตรกดเข้าไปเลย

2077
02:18:27,763 --> 02:18:31,289
ผิดข้อหาลักทรัพย์ไหม คนเอาไปนี่

2078
02:18:31,763 --> 02:18:35,288
ไม่ได้มีแค่ตัว พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์

2079
02:18:35,775 --> 02:18:39,288
ตัวการร่วมกันเป็นกระบวนการ

2080
02:18:39,776 --> 02:18:43,288
นะคะ จริง ๆ แล้วกฎหมายนี่นะคะ มันก็

2081
02:18:43,776 --> 02:18:47,288
จะมีความผิดอย่างไรนะคะ แต่ความเป็นจริง

2082
02:18:47,778 --> 02:18:51,288
นะคะ กฎหมายอะไรอื่น ๆ เข้ามาอีก

2083
02:18:51,779 --> 02:18:55,288
มันคือยกตัวอย่างให้ฟัง

2084
02:18:55,779 --> 02:18:59,288

2085
02:18:59,781 --> 02:19:03,288
อาจจะมีผิดหลายมาตร หลายกฎหมาย มากกว่านั้

2086
02:19:03,791 --> 02:19:07,288
นะคะ ทีนี้นะคะ

2087
02:19:07,794 --> 02:19:11,288
ได้ลงไปสอบ

2088
02:19:11,794 --> 02:19:15,288
ที่อาจารย์เคยบอกว่าอาทิตย์หน้า

2089
02:19:15,795 --> 02:19:19,288
อาทิตย์หน้านะคะ อาทิตย์หน้า อาจารย์จะให้นักศึกษา

2090
02:19:19,796 --> 02:19:23,288
คอมพิวเตอร์มาตรา 5, 6, 7

2091
02:19:23,796 --> 02:19:27,288
ถามใช่ไหมคะ กับคนทั่ว ๆ ไปนะคะ

2092
02:19:27,796 --> 02:19:31,288
คุณนี่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ พรบ.

2093
02:19:31,805 --> 02:19:35,289
อย่างไรนะคะ อาจารย์ก็เลยอาทิตย์ที่แล้ว

2094
02:19:35,815 --> 02:19:39,289
หรือไม่นะคะ นี่คือไอ้มาตราที่เราได้ศึกษากันไปนี่ค่ะ

2095
02:19:39,816 --> 02:19:43,288
มาตรา 5 6 7 นี่ คุณมีความเข้าใจ

2096
02:19:43,817 --> 02:19:47,288
ไปถามนะคะ ไปถาม

2097
02:19:47,817 --> 02:19:51,288
อาจารย์ก็บอกว่าให้นักศึกษาจับคู่กัน

2098
02:19:51,817 --> 02:19:55,288
คิดคำถามใช่ไหมคะ ว่าเราจะเอาคำถาม

2099
02:19:55,818 --> 02:19:59,288
ทีนี้นี่อาจารย์ก็เลยลองทำมาดู

2100
02:19:59,819 --> 02:20:03,288
คนทั่ว ๆ ไปนะคะ ว่าคุณมีความรู้ความเข้าใจ

2101
02:20:03,819 --> 02:20:07,287
นะคะ ในมาตรา 5, 6, 7 หรือไม่

2102
02:20:07,820 --> 02:20:11,287
อุ๋ยคะ

2103
02:20:11,821 --> 02:20:15,287
ลองดูนะคะ ว่ามันจะใช้ได้ไหม

2104
02:20:15,822 --> 02:20:19,287
เดี๋ยวเปิดให้ดูนะคะ

2105
02:20:19,824 --> 02:20:23,288
ปิ้งตัวนี้

2106
02:20:23,825 --> 02:20:27,288
ถ้าเราจะ... เรามีนี่ค่ะ

2107
02:20:27,825 --> 02:20:31,287
ค่ะ จะปิ้ง

2108
02:20:31,826 --> 02:20:35,287

2109
02:20:35,827 --> 02:20:39,287

2110
02:20:39,828 --> 02:20:43,287

2111
02:20:43,829 --> 02:20:47,287

2112
02:20:47,831 --> 02:20:51,287

2113
02:20:51,833 --> 02:20:55,287
ต้องคำสั่งตัวนี้

2114
02:20:55,833 --> 02:20:59,288

2115
02:20:59,835 --> 02:21:03,287

2116
02:21:03,837 --> 02:21:07,287

2117
02:21:07,839 --> 02:21:11,287
ใครยังมีข้อสงสัยมาตรา 5, 6, 7

2118
02:21:11,840 --> 02:21:15,287

2119
02:21:15,840 --> 02:21:19,287
ได้ไหมคะ

2120
02:21:19,841 --> 02:21:23,287
คุยกันเป็นรายคนก็ได้นะคะ

2121
02:21:23,843 --> 02:21:27,287
ใครยังไม่ไดเข้าใจประเด็นไหนไหม

2122
02:21:27,844 --> 02:21:31,287
อยากให้อาจารย์อธิบายเพิ่มเติมหรือเปล่า

2123
02:21:31,845 --> 02:21:35,287

2124
02:21:35,845 --> 02:21:39,287
ถามอาจารย์เลย

2125
02:21:39,846 --> 02:21:43,287

2126
02:21:43,847 --> 02:21:47,287
พอไหวไหม

2127
02:21:47,848 --> 02:21:51,287
ได้ไหมเอ่ย

2128
02:21:51,849 --> 02:21:55,287
เข้าใจไหมเอ่ย 5, 6, 7

2129
02:21:55,850 --> 02:21:59,287
คุณเข้าใจ

2130
02:21:59,851 --> 02:22:03,287
เพราะว่าเดี๋ยวหนูจะต้องไปถามเข้านะ

2131
02:22:03,852 --> 02:22:07,287
ว่าคุณเข้าใจไหม มาตรา 5 6 7 เรานี่

2132
02:22:07,853 --> 02:22:11,287

2133
02:22:11,853 --> 02:22:15,287
เรื่องการเข้าถึงไหม คุณเข้าใจระบบคอมพิวเตอร์ไหม

2134
02:22:15,854 --> 02:22:19,287
คุณเข้าใจข้อมูลคอมพิวเตอร์ไหม นี่คือสิ่งที่หนู

2135
02:22:19,855 --> 02:22:23,287
อาจารย์ แบ่

2136
02:22:23,855 --> 02:22:27,287
โอ.เค.

2137
02:22:27,855 --> 02:22:31,287
นี่นะคะ อาจารย์ทำตัวอย่าง

2138
02:22:31,856 --> 02:22:35,287
นะคะ

2139
02:22:35,857 --> 02:22:39,287
คือการวัดความเข้าใจ แล้วก็วัดความรู้

2140
02:22:39,859 --> 02:22:43,286
อันนี้เป็นตัวอย่างที่อาจารย์ทำมาให้พวกคุณดู

2141
02:22:43,859 --> 02:22:47,287
ค่ะ เดี๋ยว

2142
02:22:47,860 --> 02:22:51,286

2143
02:22:51,862 --> 02:22:55,286

2144
02:22:55,863 --> 02:22:59,287
พี่ล่ามเห็นไหมคะ เห็นนะคะ

2145
02:22:59,863 --> 02:23:03,286
เดี๋ยวมันมืดไปหน่อย

2146
02:23:03,864 --> 02:23:07,286
ได้ไหม

2147
02:23:07,875 --> 02:23:11,287
มาตรา 5 6 7 กับประชาชนทั่วไปนี่ เราจะใช้คำถาม

2148
02:23:11,875 --> 02:23:15,286

2149
02:23:15,876 --> 02:23:19,287
วัดความเข้าใจนะคะ วัดความเข้าใจใน

2150
02:23:19,889 --> 02:23:23,287
ท่านเข้าใจระบบคอมพิวเตอร์หรือไม่

2151
02:23:23,890 --> 02:23:27,286
ไหน ในการวัดนะคะ อย่างแรกอาจารย์

2152
02:23:27,892 --> 02:23:31,287
ลองถามเขาก่อนว่า

2153
02:23:31,892 --> 02:23:35,286
ใช่ไหมคะ ถ้าเราถามเขาว่าระบบคอมพิวเตอร์คืออะไร

2154
02:23:35,898 --> 02:23:39,286
นะคะ ก็คือคอมพิวเตอร์

2155
02:23:39,898 --> 02:23:43,286
เหมือนเมื่อกี้ที่อาจารย์ถามเรา ว่าระบบคอมพิวเตอร์คืออะไร

2156
02:23:43,900 --> 02:23:47,286
คอมพิวเตอร์มาก็จะไม่เข้าใจว่า ไอ้ตัวคอมพิวเตอร์ System

2157
02:23:47,900 --> 02:23:51,286
มันจะเป็นลักษณะของการอธิบายเลย แล้วบางคน

2158
02:23:51,901 --> 02:23:55,286
อาจจะตอบยาก ถ้าใครไม่ได้เรีย

2159
02:23:55,902 --> 02:23:59,286
ระบบคอมพิวเตอร์หรือไหม 5 4 3 2 1

2160
02:23:59,909 --> 02:24:03,286
นี่ มันคืออะไรนะคะ ดังนั้น นักศึกษา

2161
02:24:03,912 --> 02:24:07,286
อาจจะถามตัวนี้ค่ะ ท่านเข้าใจ

2162
02:24:07,912 --> 02:24:11,286
นะคะ อันนี้คือวัดความเข้าใจเขา

2163
02:24:11,913 --> 02:24:15,286
ถ้าเขาเข้าใจก็จะติ้กที่ 5 ถ้าเขา

2164
02:24:15,913 --> 02:24:19,286
ไม่เข้าใจเขาก็จะไปติ๊กที่น้อยที่สุดเลย คือ 1

2165
02:24:19,919 --> 02:24:23,286
มิชอบหรือไม่นะคะ เมื่อกี้ที่อาจารย์อธิบายไป

2166
02:24:23,933 --> 02:24:27,286
ในเบื้องต้น พอมาข้อ 2

2167
02:24:27,935 --> 02:24:31,286
ท่านเข้าใจการเข้าถึง โดย

2168
02:24:31,945 --> 02:24:35,286
นะคะ คุณถามเขาไปเลยว่า ท่านเข้าใจ

2169
02:24:35,949 --> 02:24:39,286
นะคะ คือการ Access เข้านะคะ

2170
02:24:39,950 --> 02:24:43,286
โดยที่บุคคลนั้นไม่ได้อนุญาต

2171
02:24:43,950 --> 02:24:47,286
เขาก็จะไปติ๊กที่ 1 ถ้าเขา

2172
02:24:47,950 --> 02:24:51,286
นะคะ ท่านเข้าใจการเข้าถึงโดยมิชอบ

2173
02:24:51,952 --> 02:24:55,286
ถ้าเขาเข้าใจก็จะติ๊กที่ 5

2174
02:24:55,953 --> 02:24:59,286
พอข้อ 3 นะคะ เราก็ถามเลยว่า

2175
02:24:59,953 --> 02:25:03,286
พอจะเข้าใจบ้าง เขาอาจจะไปที่

2176
02:25:03,955 --> 02:25:07,286
3 ตรงกลางไว้ก่อน อย่างนี้

2177
02:25:07,956 --> 02:25:11,285
โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่

2178
02:25:11,956 --> 02:25:15,286
แล้วตัวท่านเองน่ะ นะคะ คนที่ทำแบบสอบถาม

2179
02:25:15,957 --> 02:25:19,286
ท่านเคยเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ของคนอื่น

2180
02:25:19,958 --> 02:25:23,286
ได้ว่า เคยบ่อยไหม มันก็จะไปที่ 5 3

2181
02:25:23,958 --> 02:25:27,286
เคยไหม นะคะ ถามเขาไปดู

2182
02:25:27,959 --> 02:25:31,286
เขาเคยไหมนะคะ ถ้าเขาเคย เขาก็จะวัดประเมินตัวเองว่า

2183
02:25:31,960 --> 02:25:35,286
ข้อ 1 นี่มันจะเป็นคอมพิวเตอร์ซิมเตม

2184
02:25:35,971 --> 02:25:39,286
2, 1 ก็แล้วแต่ 5, 4, 3, 2, 1

2185
02:25:39,972 --> 02:25:43,285
นะคะ ข้อ 4 นะคะ

2186
02:25:43,973 --> 02:25:47,286
ข้อมูลคอมพิวเตอร์คืออะไร

2187
02:25:47,975 --> 02:25:51,285
ท่านเข้าใจข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือไม่

2188
02:25:51,987 --> 02:25:55,286
เห็นไหมที่อาจารย์ถามพวกคุณว่า ระบบ

2189
02:25:55,988 --> 02:25:59,286
5, 4, 3, 2, 1, เหมือนกันนะคะ

2190
02:25:59,993 --> 02:26:03,286
คุณรู้ไหม ว่าข้อมูลคอมพิวเตอร์คืออ

2191
02:26:03,993 --> 02:26:07,285
เข้าใจหรือเปล่า ถ้าเขาเข้าใจก็จะติ้ก

2192
02:26:07,994 --> 02:26:11,285
โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่นะคะ

2193
02:26:11,995 --> 02:26:15,286
ข้อ 5 นะคะ ข้อ 5

2194
02:26:16,008 --> 02:26:19,285
แล้วท่านเองเคยเข้าถึงข้อมูลค

2195
02:26:20,009 --> 02:26:23,285
คือเคยเข้าถึงข้อมูลนะคะ

2196
02:26:24,010 --> 02:26:27,286
ช่วง

2197
02:26:28,011 --> 02:26:31,285
ข้อ 3 นี่ คือเคยเข้าถึงระบบ ส่วนจข้อ 5 นี่

2198
02:26:32,012 --> 02:26:35,286
มาตรการป้องกันการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ที่ผู้อื่น

2199
02:26:36,012 --> 02:26:39,285
เคยไหม นะคะ เคยไหม

2200
02:26:40,014 --> 02:26:43,285
ข้อ 6 นะคะ  ข้อ 6 ท่านเข้าใจถึง

2201
02:26:44,015 --> 02:26:47,285
มันยาก ลองปรับได้นะคะ ลองปรับได้

2202
02:26:48,030 --> 02:26:51,285
จัดทำขึ้นเป็นการเฉพาะหรือไม่นะคะ

2203
02:26:52,033 --> 02:26:55,286
ตัวนี้ถ้านักศึกษาบอกว่า อาจารย์มันเป็นภาษากฎหมายเกินไป

2204
02:26:56,034 --> 02:26:59,285
รหัส หรือไม่

2205
02:27:00,035 --> 02:27:03,286
ตัวนี้ ก็คือท่านเข้าใจถึง

2206
02:27:04,035 --> 02:27:07,286
กระบวนการนะคะ Password

2207
02:27:08,036 --> 02:27:11,285
ถามต่อว่า แล้วท่านนี่เคย

2208
02:27:12,037 --> 02:27:15,285
ท่านเข้าใจไหมนะค ถ้าท่านเข้าใจ

2209
02:27:16,038 --> 02:27:19,285
ท่านก็ติ๊กมานะคะ แล้วข้อ 7

2210
02:27:20,042 --> 02:27:23,285
หรือไม่ เคยทำไหม เคยเอา Password

2211
02:27:24,043 --> 02:27:27,285
นำมาตราการเหล่านี้ นำ

2212
02:27:28,043 --> 02:27:31,285
Password นี่ไปเผยแพร่ให้คนอื่น

2213
02:27:32,045 --> 02:27:35,285
ทีนี้

2214
02:27:36,047 --> 02:27:39,285
ของคนอื่นไปบอกต่อไหม ในทางที่ทำให้เขาเสียหาย

2215
02:27:40,047 --> 02:27:43,285
นะคะ มันก็จะเป็นข้อ 7 นะคะ

2216
02:27:44,048 --> 02:27:47,285

2217
02:27:48,049 --> 02:27:51,285
นักศึกษาดูสิว่ามันครบ

2218
02:27:52,050 --> 02:27:55,285
ทุกมาตราไหมคะ 5 6 7 ไหม ครบไหม

2219
02:27:56,051 --> 02:27:59,285
หมายเลข 13

2220
02:28:00,052 --> 02:28:03,285
อันไหนที่เป็นการถาม เป็นคำถาม

2221
02:28:04,053 --> 02:28:07,285
ของมาตรา 5

2222
02:28:08,054 --> 02:28:11,285
หนูสะกิดเพื่อนหน่อย

2223
02:28:12,055 --> 02:28:15,285
ซ้ำ

2224
02:28:16,055 --> 02:28:19,285
อันเดิมแล้วนี่ ถามไปแล้ว ไม่เป็นไร หมายเลข 13 ลูก

2225
02:28:20,056 --> 02:28:23,285
ที่สื่อถึงมาตรา 5

2226
02:28:24,059 --> 02:28:27,285

2227
02:28:28,061 --> 02:28:31,285
คำถามข้อไหน คำถามข้อไหนคะ

2228
02:28:32,069 --> 02:28:35,285
คำถามข้อไหนคะ

2229
02:28:36,070 --> 02:28:39,285
ที่เป็นความผิดตามมาตรา 5

2230
02:28:40,071 --> 02:28:43,285
ข้อไหนลูก

2231
02:28:44,072 --> 02:28:47,285
จำได้ไหม

2232
02:28:48,074 --> 02:28:51,285
มาตรา 5 เป็นเรื่องอะไร

2233
02:28:52,076 --> 02:28:55,285
มาตรา 5 เป็นเรื่องอะไร

2234
02:28:56,077 --> 02:28:59,285

2235
02:29:00,079 --> 02:29:03,285
เข้าถึงอะไรลูก มาตรา 5

2236
02:29:04,079 --> 02:29:07,285

2237
02:29:08,081 --> 02:29:11,285
อะไรคะ ใครตอบได้ มาตรา...

2238
02:29:12,082 --> 02:29:15,285

2239
02:29:16,084 --> 02:29:19,285
เข้าถึง

2240
02:29:20,088 --> 02:29:23,285

2241
02:29:24,090 --> 02:29:27,285

2242
02:29:28,091 --> 02:29:31,285
หมายเลข 8 ตอบได้ไหมลูก

2243
02:29:32,092 --> 02:29:35,285
ที่มันเข้ากับ ที่มันตรงกับ

2244
02:29:36,092 --> 02:29:39,285
(ล่าม) ข้อ 3 หรือเปล่าคะ

2245
02:29:40,103 --> 02:29:43,285
(อาจารย์) ค่ะ ถามเขาว่าข้อไหน

2246
02:29:44,103 --> 02:29:47,284
(ล่าม) เขาตอบว่าข้อ 3 น่ะค่ะ (อาจารย์) ข้อ 3

2247
02:29:48,103 --> 02:29:51,284
มาตรา 5 มันเป็นเรื่องอะไร

2248
02:29:52,104 --> 02:29:55,285
หนูจำได้ไหม

2249
02:29:56,105 --> 02:29:59,285

2250
02:30:00,106 --> 02:30:03,285
แล้วข้อ 1 ข้อ 2 ล่ะลูก

2251
02:30:04,106 --> 02:30:07,285

2252
02:30:08,108 --> 02:30:11,285
เข้าถึงอะไรลูก (ล่าม) ข้อ 1 ข้อ 2

2253
02:30:12,122 --> 02:30:15,284
มาตรา 5

2254
02:30:16,123 --> 02:30:19,285
เข้าถึงอะไร มาตรา 5

2255
02:30:20,124 --> 02:30:23,284
ระบบคอมพิวเตอร์ใช่ไหมคะ มันก็จะไปถามความเข้าใจ

2256
02:30:24,124 --> 02:30:27,285
ก็เหมือนกันค่ะ (อาจารย์) โอ.เค.

2257
02:30:28,126 --> 02:30:31,285
นะคะ 1, 2, 3 นี่ มันเป็นเรื่องของ

2258
02:30:32,127 --> 02:30:35,284
ข้อ 4, 5 นะคะ

2259
02:30:36,127 --> 02:30:39,284
ในมาตรา 5 นะคะ

