ในวันนี้ค่ะ เราจะมาพูดถึงการอ่านวรรณคดีอวดฝีมือของกวีที่ใช้ในการเล่นเสียงคำพ้องรูป และการเล่นคำพ้องเสียงค่ะ ต่างกันค่ะ และเขียนต่างกันด้วยค่ะ เรามาดูตัวอย่างกวางค่ะ จากบทละครเรื่องรามเกียรติ์นกแก้วชนิดหนึ่งนั่นเอง เกาะอยู่ที่เถาวัลย์ค่ะ ซึ่งวันแรกซึ่งแปลว่าเบญจวรรณความหมายสัมพันธ์กันอย่างกลมกลืนเห็น รอหักเหมือนหนึ่งรักที่รอลานั่นหมายถึงคำว่าหยุดค่ะ และคำว่ารอท่านั่นเองค่ะ และนอกจากนี้นะคะ ยังมีการเล่นคำซ้ำอีกค่ะในบยทคล่ำครวญของพระนางมัททรีแล้วที่แม่จะซับทราบตรงนี้มาจากเรื่องมหาเวทสันดรอย่างเต็มความสามารถแล้วก็ยังไม่พบเพราะทั้ง 2 และก็ได้ตามหาจนหมดกำลังที่เดินหา คือ ทอดอาลัยและความสิ้นหวังอย่างยิ่งยวดทำทุกอย่างก็คือ การเรียงถ้อยคำที่เป็นประโยคเชิงถามค่ะ การประพันธ์นี้ว่า เป็นวาทะแข็งหรือไม่ ไม่อวดหยิ่งหญิงไทยไม่ใช่ชั่วการใช้คำเชิงถามว่าแข็งหรือไม่ นะคะ ใช่เมื่อไรการใช้เสน่ห์ผูกมัดสามีเจดีที่สร้างยังล้างรัก จากนิราชภูเขาทองของสุนทรภู่นะคะของเราจะไม่สูญสลายไปจินตภาพขึ้นหรือภาพขึ้นในใจของผู้อ่านสิ่งหนึ่งวาเหมือนกับอีกสิ่งหนึ่ง ซึ่งเรียกว่าอุปมาค่ะในโครงบทนี้ คุณแม่หนาหนบรมวงเธอกรมเดชาดิสรค่ะนั่นเอง ลักษณะเด่นที่มีร่วมกันคือคำว่าหนักหนาค่ะลักษณะเด่นของท้องฟ้า ก็คือกว้างค่ะก็คือสูงนั่นเองนะคะ คำที่แสดงคำว่าและนั่นคำที่แสดงคำเปรียบเทียบอย่างเช่น เชียงใหม่ เหมือนกับกรุงเทพฯแบบนี้เราไม่เรียกว่าดังตัวอย่างต่อไปนี้ค่ะ เป็นบทพรรณนาชนนีมีสักดา จากบทละครเรื่องพระอภัยมณีของสุนทรทั้งหมดนะคะ ลองดูค่ะ ในข้อความในวรรคที่หนึ่ง วรรคที่ 4 ค่ะเช่นเดียวกับที่เราพูดว่าลูกหน้าตาดีเหมืนกับพ่อแม่เป็นดวงตาที่แดงโชดช่วงและก็น่ากลัวเพียงใดค่ะนะคะ ที่เป็นการเปรียบเทียบกับสิ่งที่เหมือนกันอุปลักษณ์ค่ะ คือ นำสิ่ง 2 สิ่งมาเปรียบเทียบกันเหมือนอุปมาพระนางมัททรีลำพึงลำพันสำนวนของเจ้าพระคังหนก็คือดวงจันทร์ซึ่งเน้นความสำคัญของภาพพจน์ที่ 3 ที่นักเรียนต้องเจอเลยก็ คือ บุคคลวัตรค่ะ ที่เราจะพบมาก ๆ คือ คนและก็สัตว์ค่ะต่างส่งเสียงร้องถวายพระพรร้องรงมไพร จากพระเวทสัดรชาดกนะคะ แต่ยังให้ร้องเป็นภาษามนุษย์ด้วยค่ะนะคะ ก็คือการเรียนเสียงธรรมชาติค่ะ เรียกนากาเหวาเสียงดนตรีนะคะ ไว้ในบมประพันธ์พระนิพนเจ้าฟ้าธรรมมาธิเบตเจ้าฟ้าธรรมธิเบตเจ้าอยุ่หัวค่ะ ฉาดฉะเป็นเสียงของอาวุธถึงภาพที่ตาเห็นเท่านั้นนะคะ แต่เกิดจากเสียงที่ได้ยินดเวเหตุใดกวีถึงใช้ภาพพจน์ในการและพบกันใหม่ในคาบต่อไป วันนี้สวัสดีค่ะการสรรคำมันเป็นอย่างไร ลักษณะของความงามคำตอบตรงนี้นะคะ การสันคำ คือ การเลือกใช้คำเพื่อได้อย่างงดงาม สื่อความได้แล้วนะ สื่อความคิดคือ สื่อไปเลื่อย ๆ ก็ได้ แต่มันไม่เหมาะสมความรู้สึกอารมณ์แล้วทำไม ต้องดูถึงความเหมาะสมและรวมถึงฐานะของบุคคลในเรื่องด้วยใช้เลือกใช้ฉันทลักษณ์ให้เหมาะสมกับวรรณคดีมันถึงจะเป็นเรื่องของการสันคำนะคะ ถูกต้องตรงตามความหมายเพราะอะไรเพราะฉะนั้น มาดูการเลือกใช้คำเอามาปรุงกุ้งสับไป จากเรื่องของขุนช้างขุนแผนนะ มันจะมีหนึ่งคำศัพท์ที่เราเห็นนะ คือ คำนี้ ๆขั้นตอนทำไม การทำแผ่นขนมเบื้อง เห็นมันมีหมูสับอะไรอย่างนี้นะ ดู เขาใช้คำว่าละเลง คือ ทาเหมือนทาน่ะ ทาหน้า อย่างที่เราบอกกำลังทาครีมทาหน้าเป็นการป้ายหรือทาออกไปเป็นวิธีการที่ทำแบบนี้ การใช้คำศัพท์แบบนี้เขาบอกว่าอะไร ถ้าเป็นคำอื่นมันไม่ตรงไม่ชัดนะไปถึงพระมหากษัตริย์ไปจนถึงพระอินทร์ พระพภาษาไทยเรามันก็มีระดับของภาษากับเพื่อนเราแม้ว่าการเลือกใช้คำ ทำไม ต้องเลือกใช้ให้เหมะสมกับเนื้องเรื่องถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้พูดตรง ๆ เพราะว่าแตะละเรื่องมีตั้งแต่ระดับล่างนับสมุทรอย่าอ้างองพระทรงว่าอ้างถึงทรงพระทรงพระจักรกรีนะคะ ดูคำประพันธ์ ตัวกูนะเพราะฉะนั้น เขาบอกในที่นี้ คือ หมายถึงใครพระจักรกรีนี่ แสดงว่าเป็นผู้ที่มีความสูงส่งทำไม คำราชาศัพท์ใช่ไหม อย่างนี้มันก็รู้สึกว่าธรรมดาแบบ แทบเท้าคำที่มีคำวิเศษที่บ่งบองถึงฐานะรู้นั่นก็สามารถเข้าใจฐานะส่วนของเรื่องที่ 3 การใช้ฉันทลักษณ์มีเนื้อหาหลากหลาย เช่น วรรณคดียอพระเกียรติการใช้คำประพันธ์หรือการใช้ฉันทลักษณ์ที่แตกต่างออกไปวรรณคดียอพระเกียรติแต่งด้วยโครงแสนเสริฟก่อนหามนี่เอง เกี่ยวกับเรื่องของการรบโครงในการบรรยายลักษณะของเนื้อหามันก็มีการใช้คำสัมผัสบังคับล่ะเมื่อมีการบังคับรูปเอกรูปโทนะคะ ยอพระเกียรติ มันก็จะเห็นความสามารถของกวีกับทำไม กับการใช้ของเนื้อหาในการยอ ยอกษัตริย์นะคะการศึกครั้งนี้ก็จะทำไม เลื่องลือไปทั่วทุกแห่นหนถ้าเราจำลักษณะของร่ายได้ ร่ายยาวทำไมยาวมากน้อยแค่ไหนก็แต่ได้ วรรณคดีศาสนาทั้ว 3 องค์ ได้ทรงนางพระญามัตทรีนะคะคำสุดท้ายไปคำใดคำหนึ่งของแต่ละวรรคได้เพื่อให้เนื้อหาทำไม ครบถ้วนกระบวนความนิทานมักแต่งด้วยกลอนเข้าใจแต่ทำไม สร้างอารมณ์สะเทือนใจได้เหมาะกับการใช้คำไม่เบานารีที่เอาไปในเพตา เห็นทำไม เลือกใช้ให้ผู้อ่านเข้าใจง่าย รวดเร็วเพราะว่ากลอนบทละครทำไม ใช้แต่งเพื่อวรรณคดียอพระเกียรติที่ทำไมใช้ศัพท์สูงพวกกลอนหรือกาพย์นะคะ ส่วนต่อมาผู้อ่านเข้าใจเช่นเรื่องอะไร อิเหนาละเอียด เน้นลายละเอียด และก็เรื่องยาวก็เลยสื่อคำว่าเนื้อเรื่องเท้ามีประเชทาร่วมกับสังมาคราตานะคะ แล้วมีตัวละครอะไรตรงไหนที่บอกไปแล้ว ต่างกับบทละครกลอนสุภาพมากขึ้น กลอนสุภาพมากกว่าลายละเอียดตัวละครมาก เพราะจำนวนคำมากนะคะ สุดท้ายต่อมาในเรื่องของวรรณคดีแบบแผนที่มีจุดประสงค์เฉพาะแตกต่าง แตกต่างอย่างไรเช่น มัตนพาตาศิสมบูรณ์นะ จะเห็นมีการอะ กึ่งเสียงได้สามารถเข้าคำครุรหุเพราะอะไร ใช้คำบาลีสรรสกฤษมีอีกเรื่องหนึ่งนะคะ ของตัวละครและส่วนที่ 3 ใช้ตรงกับเนื้อหานะคะ ก็ตรงน่ะ ตรงตามความหายของตัวละครนั้น ๆ ใช้คำสามัญธรรมดาได้เพราะต้องใช้ศัพท์สูง เข้าใจง่ายพวกวรรณคดีบทละครบุคคลในเรื่อง การเลือกใช้คำให้ถูกต้องตามความหายเมื่อกี้ที่อ่านให้บางอย่างเราบอกว่ามันเป็นกลอนบทละครพื้นบ้านอลังการช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจเนื้อหาของวรรณกรรมมากขึ้นข้อ 1 และข้อ 2 ทำไม ถูกทั้งคู่4 นะคะ ข้อที่ 3 การเลือกใช้คำที่เหมาะกับความหมายให้ลำดับเรื่องข้อผู้อ่านสามารถเข้าใจเนื้อหาให้ถูกต้องไหมเสียในการอ่านบางบริบทสะสวยหรูหรือถ้าใช้ หรือ กันเพราะเรามันมีเรื่องของลำดับภาษส่วนที่ใครกำหนดตัว เพราะมันต้องถูกวางโครงเรื่องมาก่อนข้อที่ถูกต้อง คือ ข้อ 4 ข้อ 1 และข้อ 2ไม่ถูกต้อง วรรณคดีที่เพราะอะไร เนื้อหาเราเรียนไปแล้วถ้าจับคุ่วรรณคดีเพราะอะไรใดนิยมแต่งด้วยร่ายตลอดเรื่อ งนิยมแต่งด้วยร่ายตลอดเรื่องแต่งด้วยร่ายตลอดเลย เขาบอกว่าอะไร นิราศวรรณคดีศาสนาเราบอกว่าอะไร มันก็ใช่ร่ายน่ะค่ะนิยมทำไม ทบนำ ร่ายหนึ่งบท เพื่อนอะไร ไว้บูชาครูเรื่องของอะไรร่ายตลอดเรื่อง ถ้าร่ายตลอดเรื่องส่วนหนึ่งเป็นไม่จำกัดจำนวนคำในแต่ละวรรค ครบถ้วยในเนื้อหา เพราะฉะนั้นส่วนใหญ่นิยมในเนื้อหามหาเวทสันดรชาดก มหาเวทก็คืออะไรถูกต้องตามบริบทความหายนะคะ ฐานะของบุคคล นะ ฐานะของบุคคลในเรื่องเองก็ตามนะคะ เราจะได้เข้าใจได้อย่างดีและชัดเจนมากยิ่งขึ้นมันก็จะทำไม อารมณ์ของตัวละครก็สอดคล้องสอดรับกันได้ดีนะคะ