ระหว่างวัฒนธรรมของภาษาแตกต่างกันมีอะไรบ้าง เรามารู้จักวัฒนธรรมถ้าเราลองวิเคราะห์ดี ๆ นะ เราจะรู้ว่าภาษากับวัฒนธรรมวัฒนธรรม และ 3 ภาษาใช้สะท้อนวัฒภาษานี่ทำให้วัฒนธรรมเกิดขึ้น และทำให้วัฒนธรรมทำไมละ ทำไม การที่มนุษย์มีวัฒนธรรมนะจ๊ะ ทีนี้สมองพัฒนา ถ้าสมองนะจ๊ะ และเมื่อเสียงทำให้เกิดภาษา มนุษย์ทำให้เกิดภาษนอกจากนั้นแล้วภาษายังช่วยธำรง และพัฒนาวัฒนธรรมถามว่า แล้วตัวอย่างล่ะ อะไร คือ ตัวอย่างก็คือสะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมว่า จะทำอะไรก็แล้วแต่เราเป็นผู้น้อยสิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่ง คือ วัฒนธรรมทำหน้าที่อะไรสำคัญที่สุด ทำหน้าที่ เป็นเครื่องมือภาษาสะท้อนวัฒนธรรม นอกจากสร้าง นอกจาก ธำรงไปตามลักษณะของสถาบันกับค่านิยมเรื่องของโครงสร้างหรือวัยกรนะ เพราะมันไม่ได้เกี่ยวข้องวัฒนธรรมได้เป็นอย่างดีมีอะไรบ้างไปดูพร้อมกันทวดนะ ปู่ ตา ย่า ยาย พ่อ แม่ เต็มไปหมดเรียกยศค่าราชการแสดงคุณวุฒิ ปรที่น่าสนใจ คือ เวลาที่ภาษาไทยน่ะ ใช้คำแทนสมมติว่านักเรียนอย่างจะปรึกษาเราก็จะเรียกท่านว่าคุณหมอแบบนี้เป็นต้น แต่ว่าขณะเดียวกันก็ยกย่องผู้ฟังนะหรือคำไทยที่มีแต่ดั่งเดิม เมื่อไรก็ตามแต่ดูสวยขึ้นนะ อันนี้ก็เป็นข้อสังเกตไปใช้คำว่ารับประทานแทนอย่างนี้เป็นต้นนะยกตัวอย่างไปแล้ว คำขยายรสอาหาร เรียกส่วนประกอบของเรือนไทยก็มากมายแล้วนะนี่เป็นหนึ่งในเหตุผล คำลักษณะนามช่วยจำแนกแสดงว่าต้องมีส่วนใดส่วนหนึ่งที่ทำให้เราต้องจับได้ที่เราเห็น อย่าลืมคำว่า "รถ" มันมีเรียกมานานแล้วเราจึงเรียกลักษณนามรถว่า รถยนต์คล้องจองซ้ำคำ ซ้อนคำการเล่นกับภาษาแบบที่ ต้องใช้คำว่า "ผู้เชียวชาญนักเรียนจะเห็นว่าถ้าเราออกเสียงต่อไปเลื่อย ๆ คำแต่ละครับลองเอ่ยชื่อ ถอยหลังกลับมาก็ยังคล้องจองเทวาพิทัก สักชัยสิท พอบอกท่องถอยหลัง นักเรียนอย่าท่องแบบนี้นะทิศาสุนทร อุดรพิทักความอัศจรรย์ของภาษาที่ทำแบบนี้ได้เพราะเรามีทั้ง ภาษาไทยมาตรฐาน แสดงให้เห็นอยู่ร่วมกันในผืนแผ่นดินนี้ เดี๋ยวลายละเอียดของภาษาสำพันธุ์กันอย่างแนบแน่น ภาษาของวัฒนธรรมระดับภาษาแล้วก็การใช้คำลื่นหูคือ ระเบียบที่ว่าเรื่องการใช้คำใจเย็น ๆ อีกเรื่องหนึ่งนะคะ เรื่องกับใครหรือใช้ภาษาอย่างไร นักเรียนจะต้องคำนึงถึงระดับขอวิธีการสื่อสารหรือว่าโอกาสยกตัวอย่างเช่นถามแล้วหนูจะเล่าให้ตัวครูฟัง นักเรียนจะใช้คำว่า "กิน" เรื่องระดับภาษานะ ลายละเอียดในระดับของภาษาหู ชื่อมันก็บอกอยู่นะ ใช้คำลื่นหู ถ้าเราได้ยินและใช้คำเหล่านี้ในแต่ละวัฒนธรรมนี่จะมีสิ่งต้องห้ามแล้วถ้าเราจำเป็นน่ะ แล้วเราอยากพูดถึงมันจพตเพื่อน ๆ อย่าเผลอพูดคำต้องห้ามออกมามีทั้งคำที่เป็หู ก็คือ เก็บดอกไม้เป็นต้น เพศสัมพันธ์ แล้วทีนี้คำเหล้านี้มันก็สื่อถ้าเป็นคำยืมภาษาบาลีหยาบน้อยกว่านั่นเองนะ ก็คือ ภาษามาตรฐานกับภาษาถิ่นเราเอาอะไรมาวัดละ ว่าอะไรคือ มาตมกากว่า 1 ภาษา แต่ชาติที่เป็นเอกราช จะพยายามเป็นภาษาราชการเพื่อใช้ในกิจการละหว่างประเทศบางชาติก็เลือกเพียงภาษาใดภาษาหนึ่งมากกว่า 2 ภาษาก็ได้ เป็นภาษาราชการก็เมื่อการศึกษานี่เริ่มขยายตัวหาภาษาราชการขึ้นมาแล้วถามว่าครั้งนี่ ถ้าเกิดว่าคนบางคนอาจจะใชศัพท์ใช้ภาษาผิด นักเรียนต้องระวังให้ดีนะไม่ได้นะถ้าแต่ นักเรียนสะกดคำแต่การที่ใช้ภาษาถิ่นหรือไม่ใช่แปลว่าภาษานั้นไม่ใช่ภาษามาตรฐาน ตรงกันข้ามนี่ล่ะ คือ ภาษาราชการของประเทศฉันทีนี้ต่อมา คือ ภาษาถิ่น บางคนอยู่แล้วไม่ใช่หรอ นักเรียกอย่าคิดว่าภาษาถิ่นถิ่นกรุงเทพฯ นักเรียนอาจจะถามว่าของคนในท้องถิ่นเป็นเครื่องมือของถ้าหลายคนเห็นมันห่างไกลกันหรือเปล่าเคยสงใสกัน เราเคยสงใสกันว่า แมลงตัวเล็ก ๆ ว่าเลือดหรือเรือด พอเราไม่รู้ค้นที่... แล้วเราก็พบว่าแมลงตัวได้คำตอบเพราะว่าภาษาถิ่นกลางนี้ถ้าคนถิ่นเหนือเรียกแมลงเพราะฉะนั้นแล้วภาษาของคนกลุ่มต่าง ๆ รักษาไว้นะ ถ้าเป็นไปได้ศึกษาไปเลยสนับสนุนให้คนในท้องถิ่นเรียนหรือด้านอื่น ๆ นะ อยู่ 4 คำที่นักเรียนต้องต้องตั้งสติสังคม สถาบัน ประเพณีและ ค่านิยม เป็นความหมายตามรูปธรรมหมายความว่าอะไร คือ ความคิดนึกของค่ายนิยมนักเรียนที่ตัเงครรภ์ก่อนวัยอันควในลักษณะของนามธรรมนะที่เกี่ยวเนื่องซึ่งหมู่คนสร้างขึ้นนั้นและยังรวมไปถึงการยกย่องนับถือต้องมีกฎเกณฑ์ต้องมีประเพณีสถาบันไปใช้ในองการอย่างนี้นะ แต่ก็มีองค์การเอกชนไม่ผิดจะผิดได้อย่างไร ถ้าพูดกันตามนิยามแล้วสถาบันไปใช้ คำว่า "ประเพณี"ที่เคยได้ประทำมาตั้งแต่บรรพบุรุษถึงจะเป็นประเพณี ทีนี้คำนี้ก็ได้ แต่วิชามนุษยวิทยาต้องเขียนแบบนี้นะ เขียนถูกแล้วมานุษยวิทยา คือ ความรู้ที่เกี่ยวกับมนุษย์นี่ ค่านิยม คือ ความรู้สึกที่เกี่ยวกับย้ำว่า ค่านิมยมเกี่ยวกับความรู้สึกสักคมไทย ถือว่าเท้านี่เป็นค่านิยมของสังคมไทย แล้วย้ำค่านิยมเป็นสิ่งที่เป็นไปตามการสมัยขึ้นอยู่กับว่าเราไปเรียนรู้วัฒนธรรมอื่นมาหรือเปล่าเห็นไหมว่าภาษาเป็นสว่นถ้ามีคนถามนักเรียนว่าเราสามารถแยไม่ยากลองดูสิ ข้อที่ 1 นะ นัข้อต่อไป ภาษามาตรฐานกับภาษาถิ่นเพียงใด ข้อสุดท้าย คำว่าสังคม มีความหมายแตกต่างกันอย่างไร อธิบายมาทุกคนคงจะเข้าใจเกี่ยวกับภาษาคืออะไรครับ มารู้จักวัฒนธรรมที่เป็นแบบแผนได้ อยุ่ ๆ มันจะเกิดขัดเกลานะ ขัดเกลาไม่ว่าจะเป็นในรูปถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นได้ดังนั้นเมื่อมีการขัดเกลา เราก็มีการยืดถือมีการใช้เครื่องใช้ แหใหญ่แบบนี้นะ เราก็ใช้การบริโภคความรู้สึกต่าง ๆ อันนี้ก็เกี่ยวด้วยนะหรือเป็นรูปแบบในการดำเนินชีวิตข้อที่ 1 เลยครับ เด็ก ๆ ไม่เหมือนกันถูกเปล่า เวลาคุยกับคุณแม่ขึ้นถูกไหม เพราะฉะนั้นก็อาจจะสะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรม เคารพผู้ใหญ่บุคคลอันดับแรก ภาษปกติที่เราเรียกมาใช้กันเป็นภาษาที่ใช้ในการติดต่อ หรือภาษาที่ใช้ทางการในบางกาละเทสะ ตอนที่เราไปเที่ยวยกตัวอย่างแบบจำลองที่พี่ยกตัวอย่างนะ ดังนั้นระดับภาษาที่ใช้กับสามัญชนก็จะแตกต่างกับคำที่ใช้กับกษัตริย์พระบรมยกตัวอย่างหน่อยครับ ยกตัวอย่างคำว่า " กิน" กินจากกินเราจะเปลีย่นเป็นอะไรครับ รับประทานมีความสุภาพขึน้มานะครับ ต้องเลือกใช้ให้ถูกต้อง ใช้กับพระล่ะรวมทั้งกาละเทสะ เวลากินกับฐานนันดรคำบอกตำแหน่ง อันนี้เป็นอะไรครับ ไว้นะ โดยยกคำแทนตัววัฒนธรรม วัฒนธรรมอะไรนะไม่ว่าจะเป็นญาติพี่น้องคือการให้เกียรติคุณครูเรียกคนที่เป็นเด็กกว่าหรืออวุโสกว่าเราก็เรียกว่า ใต้ฝ่าละอองพระบาทคำไทยแท้หรือคำไทยดั่งเดิม ก. คือ การนะนักเรียกพี่โอ๋เขียนย่อยกตัวอย่างให้เห็นชัด ๆ เลยนะคือ เรียกกูมึงคำเรียกแทนผวนนะ ก็กลายเป็นคำที่ใช้ในคำสนทนาเปลีย่นได้ง่าย ๆ เลยนะเด็ก ๆ เปลี่ยนได้ง่าย ๆ ไมหจุดหนึ่งเหมือนกันกับความเปลี่ยนแปลงของภาษานะอาจจะเรียกว่าอะไรครับ ฉัน ตัวฉัน แต่ฉันก็ยังเป็นภาษาอะไรครับ ข้าพระเจ้าที่เราพูดกัน พ่อ แม่ ควาย พ่อใช้ บิดา แม่ใช้มารดา ไม่ดูข้างล่าง ๆ กระบือนี่เราก็ยืมภาษาต่างชาติมานะเพราะฉะนั้นเห็นไหมแต่วันนี้ให้ข้อสังเกตกับคำภาษาไทยกล่าวถึงเรื่องใกล้ตัวนะ อันนี้ถ้าบอกว่าใช้กับคนไทยมันเป็นเหมือนไลฟ์สไตล์ ไลฟ์สไตล์อะไรละเอียดรอบคอบประนีตเปลี่ยว หวาน มัน เค็ม มีมันด้วยหรอออกมาเช่น รสชาติอะไรครับ ฝาด มันก็จะมีความละเอียดขึ้นมาอีกขยายหรือลงลายละเอียดว่ามันเป็นเขียวแบบไหนเป็นอย่างไรครับ เขียวมรกตแต่จะมีคำที่มีความหมายเฉพาะนะครับ เด็ก ๆ ทั้งหมดถูกหรือเปล่า แต่ก่อนนี่เขาไม่รู้นะว่าตัวพวกนี้เป็น สัตว์ว่าสัตว์ ทั้งหมดนี้ คือ หรือการ... นั่นล่ะอีกหนึ่งอย่างให้ดู กะละอะไร การละเทใช้คำแทนตัว เป็นการใช้คำเคลือญาติคำไทยแท้หรือคำไทยดั้งเดิม ถัดไปครับ มีคำศัพท์แสดงถึงเรื่องใกล้ตัวแบบละเอียดรอบคอบ นำไปใช้ครับ มาดูกันที่ ข้อที่ 1 กันเลยครับ คำไทยแท้มักใช้ในการสื่อสารหรือเป็นทางการ ถูกไหมครับไปเขียนงานที่เป็นทางการข้อที่ 2 ครับ คำไทยแต่เดิมไม่มีคำเรียกกลาง ๆ ข้อที่ 3 คำไทยมีการใช้คำแทนตัว ภาษาไทยมีการใช้เป็นชั้นเชิงลุยต่อครับ ข้อที่ 2 คุณครูอยากให้ผมเป้นคนขยันคุณครูอยากให้ผมเป็นคนขยันไม่ขี้เกียจไม่ขี้เดียดอะไรละ แต่จริง ๆ ถ้าเราตัดไปขี้เกียจทิ้งนี่ เป็นภาษาพูดแน่ ๆ ข้อที่เราตัดทิ้ง คือ ข้อที่ 3-4 เรียกแทนคุณครู ถือเป็นกีฬาประเภทหนึ่งนะ ชนิดรวม ๆ ของกีฬาคำไทยแท้มีคำเฉพาะตัวบาลีเขาจะใช้ตัวย่อว่า ป.เรียบร้อยแล้วนะครับ สำหรับแบบฝึกหัดเราในหนึ่งหน้านะครับ เราเรียกว่าวัฒนธรรมการนำไปพูดนะครับ รวมทั้งการรักษามันด้วยความล้นหลั่นชั้นเชิง แสดงว่าคนไทยสถานะการนั้น เราอยู่ในกาละเทสะไหนข้อที่ 2 ครับ ภาษาไทยมีการใช้แทนตัวถัดไปลักษณะที่ 3 หรือคำไทยแท้นี่ โอ.เค. อันนี้แสดงถึงการใช้คำของภาษาและข้อที่ 4 ครับ เด็ก ๆ เป็นการใส่ใจนั่นเองนะใช่หรือเปล่าหรือมีความหมายของการบอกหมวดหมู่นี่ คือ ทั้งหมดนะสำหรับความสัมพันธ์ของภาษา