﻿1
00:00:00,000 --> 00:00:00,522

2
00:00:04,185 --> 00:00:04,750

3
00:00:06,950 --> 00:00:07,615

4
00:00:10,230 --> 00:00:11,097
และก็ 10

5
00:00:14,381 --> 00:00:15,886
ใน 1-10 นี่

6
00:00:16,500 --> 00:00:18,595
เลขคู่จะเป็นเลขที่

7
00:00:19,070 --> 00:00:20,168
บอกเลยนะคะ

8
00:00:20,840 --> 00:00:23,331
เบื่อเอาซองไปหาด

9
00:00:23,179 --> 00:00:30,948
แล้วมันจะลงตัวพอดีมันจะไม่มีเศษ

10
00:00:35,020 --> 00:00:36,347
อาหารเป็นไหม

11
00:00:36,385 --> 00:00:37,681
เคยหาเลขไหม

12
00:00:40,026 --> 00:00:42,042
ลองหาดูสิทุกคน

13
00:00:45,385 --> 00:00:46,986
หารออกมาดู

14
00:00:47,007 --> 00:00:49,150
ทั้งดีทั้งพราหมณ์

15
00:00:49,291 --> 00:00:51,216
แล้วก็ทั้งอะตอมนะคะ

16
00:00:51,406 --> 00:00:52,577
เลข 1-10

17
00:00:52,464 --> 00:00:57,106
ทหารออกมาแล้วบอกสิว่าอันไหนคือเลขคู่อันไหนคือเลข

18
00:00:57,080 --> 00:00:57,593

19
00:00:58,440 --> 00:00:59,013
เช่น

20
00:00:58,901 --> 00:01:02,246
2/1

21
00:01:04,106 --> 00:01:05,001
ได้ไหมคะ

22
00:01:07,623 --> 00:01:08,439
ไม่ได้

23
00:01:09,724 --> 00:01:09,954

24
00:01:10,100 --> 00:01:11,564
2/2 ได้ไหม

25
00:01:13,521 --> 00:01:14,882
นั่นแสดงว่า

26
00:01:15,406 --> 00:01:16,738
ทำต่อไป

27
00:01:17,660 --> 00:01:19,378
ถ้า 2 ไปหาร 3

28
00:01:20,536 --> 00:01:21,390
มีเศษ

29
00:01:21,501 --> 00:01:23,523
เมื่อใดที่มีเศษนะคะ

30
00:01:23,641 --> 00:01:25,286
2 หารไม่ลงตัว

31
00:01:25,180 --> 00:01:31,319
เลขใดก็แล้วแต่ที่ 2 หารไม่ลงตัวเลขนั้นจะเป็น

32
00:01:30,665 --> 00:01:31,530

33
00:01:31,143 --> 00:01:31,909

34
00:01:32,681 --> 00:01:33,633
เพราะฉะนั้น

35
00:01:34,650 --> 00:01:36,346
input ของเรานะคะ

36
00:01:36,890 --> 00:01:38,017
คืออะไรคะ

37
00:01:38,247 --> 00:01:41,656
เราต้องให้อะไรลงไปต้องมีตัวเลขใช่ไหมคะ

38
00:01:41,545 --> 00:01:42,128

39
00:01:42,121 --> 00:01:44,525
input จะต้องมีตัวเลขแน่นอนละ

40
00:01:45,024 --> 00:01:48,335
แล้วกระบวนการก็คือเอาอะไรไปหา

41
00:01:49,961 --> 00:01:51,816
บอกแล้วนะเฉลยแล้ว

42
00:01:52,130 --> 00:01:53,729
ผลลัพธ์ที่ได้

43
00:01:53,619 --> 00:01:58,089
มันก็ต้องบอกออกมาว่า

44
00:01:58,100 --> 00:02:00,672
ถ้ามันหารลงตัวมันจะเป็นเลขอะไรลูก

45
00:02:01,340 --> 00:02:03,051
ถ้าหารไม่ลงตัว

46
00:02:02,930 --> 00:02:05,239
มันเป็นแคปชั่นใช่ไหมคะ

47
00:02:05,370 --> 00:02:08,142
ถ้าในกรณีที่มันหารลงตัวมันจะต้องเป็น

48
00:02:08,324 --> 00:02:09,237
เลขคู่

49
00:02:09,796 --> 00:02:12,783
ต้องแสดงคำว่าเลขคู่ก็ได้นึกออกหรือเปล่า

50
00:02:14,465 --> 00:02:15,797
แต่ถ้ามันหันมา

51
00:02:15,799 --> 00:02:17,245
ไม่ลงตัวใช่ไหมคะ

52
00:02:18,160 --> 00:02:20,274
มันก็จะแสดงคำว่าเลขคี่

53
00:02:21,065 --> 00:02:21,988
OK

54
00:02:22,026 --> 00:02:22,855
เข้าใจ

55
00:02:23,180 --> 00:02:26,205
ข้อที่ 1 หรือยังมองภาพออกหรือยัง

56
00:02:26,179 --> 00:02:26,871
ที่นี้

57
00:02:28,882 --> 00:02:30,162
ใส่เข้าไปก่อน

58
00:02:31,000 --> 00:02:34,186
ใส่เข้าไปก่อน input ต้องใส่อะไรเข้าลงไปคะ

59
00:02:34,144 --> 00:02:36,535
ต้องมีอะไรต้องมีตัวเลขใช่ไหม

60
00:02:36,751 --> 00:02:37,929
ต้องใส่ตัวเลข

61
00:02:38,182 --> 00:02:40,996
ต้องมีตัวเลขค่าที่ต้องรับก็คือ

62
00:02:41,279 --> 00:02:42,383
อะไร

63
00:02:42,400 --> 00:02:43,990
Number ใช่ไหมคะ

64
00:02:45,359 --> 00:02:46,471
ลองเขียนดู

65
00:02:46,959 --> 00:02:48,692
1 ข้อก่อน 1 ข้อ

66
00:03:00,380 --> 00:03:02,117
บอยอยากใช้อันนี้

67
00:03:02,101 --> 00:03:02,685
อันนี้

68
00:03:06,590 --> 00:03:07,843
ใช้ Word ก็ได้

69
00:03:08,190 --> 00:03:09,089
เสือน้อย

70
00:03:09,346 --> 00:03:09,634

71
00:03:09,676 --> 00:03:10,255

72
00:03:09,789 --> 00:03:10,693
จะได้

73
00:03:31,502 --> 00:03:31,768

74
00:03:37,103 --> 00:03:37,379

75
00:03:37,490 --> 00:03:39,499
ตอนนี้ข้อมูลที่

76
00:03:39,670 --> 00:03:45,555
เราใช้ input เข้าไปเกี่ยวกับอะไรเอ่ยเห็นไหมข้อศอกก็บอกว่าเลขคู่เลขคี่

77
00:03:45,571 --> 00:03:49,098
ข้อที่ 4 ก็บอกว่าบวกเลข 1-10

78
00:03:49,083 --> 00:03:49,981
ใช่ไหมคะ

79
00:04:25,524 --> 00:04:29,809
โจทย์ของเรามี 2 ข้อนะคะ 2 ข้อก็คือ

80
00:04:29,780 --> 00:04:31,502
เลขคู่เลขคี่

81
00:04:31,601 --> 00:04:33,939
แล้วก็บวกเลข 1-10

82
00:04:40,541 --> 00:04:43,087
บอกว่าให้ทำตารางขนาด

83
00:04:43,860 --> 00:04:47,119
2 3 4 ช่องใช่ไหมคะ 4 ช่อง

84
00:04:48,470 --> 00:04:51,866
รวยตารางแรกก็คือ input

85
00:04:51,700 --> 00:04:56,049
ช่องที่ 1 ก็คือ input

86
00:04:57,740 --> 00:04:57,998

87
00:04:57,859 --> 00:05:02,114
ช่องที่ 2 เด็กๆทำตาราง

88
00:05:03,781 --> 00:05:04,863
20 ชั้น

89
00:05:04,741 --> 00:05:14,741

90
00:05:45,080 --> 00:05:52,180

91
00:06:02,201 --> 00:06:02,441

92
00:06:02,339 --> 00:06:12,339

93
00:06:22,400 --> 00:06:22,730

94
00:06:22,790 --> 00:06:23,496
input

95
00:06:24,160 --> 00:06:24,398

96
00:06:24,291 --> 00:06:26,360
input อันแรกนะคะ

97
00:06:46,081 --> 00:06:46,325

98
00:06:46,504 --> 00:06:49,240
decision นั่นก็คือเงื่อนไข

99
00:06:49,349 --> 00:06:51,192
เงื่อนไขที่จะมีก็คือ

100
00:06:51,590 --> 00:06:52,240
ถ้า

101
00:06:52,135 --> 00:06:57,632
ใช้คำว่าถ้า

102
00:07:04,860 --> 00:07:06,823
process ก็คือ

103
00:07:21,181 --> 00:07:22,551
ถูกไหมคะ

104
00:07:23,291 --> 00:07:25,101
process ก็คือ

105
00:07:25,232 --> 00:07:27,331
Number หารด้วย 2

106
00:07:27,664 --> 00:07:28,591
ใช่ไหม

107
00:07:28,903 --> 00:07:29,209

108
00:07:29,007 --> 00:07:39,007
input ของเราก็คือตัวเลขเราจะต้องใส่ตัวเลขลงไปเสียก่อนใช่ไหมต้องมีตัวเลขก่อนเลขอะไรก็แล้วแต่ก็คือถ้าเพิ่มตัวเลขลงไปปุ๊บ

109
00:07:40,340 --> 00:07:40,983
นะคะ

110
00:07:41,420 --> 00:07:45,662
กระบวนการก็คือตัวเลขนั้นจะถูกหารด้วย

111
00:07:46,500 --> 00:07:47,219
2

112
00:07:49,499 --> 00:07:51,620
พอหารด้วย 2 แล้ว

113
00:07:51,499 --> 00:07:53,747
สงสัยเดี๋ยวขอสลับ

114
00:07:53,633 --> 00:07:56,301
เอา decision มาไว้

115
00:08:03,389 --> 00:08:05,271
มาไว้หลัง process นะ

116
00:08:44,870 --> 00:08:53,693
เพราะเมื่อกี้บอกแล้วว่าการที่เราจะรู้ว่ามันเป็นเลขคู่เลขคี่ก็ต่อเมื่อเลขตัวนั้นหารด้วย 2 แล้วเป็นอย่างไรคะ

117
00:08:53,680 --> 00:08:54,433
ถ้า

118
00:09:06,621 --> 00:09:07,553
ใช่ไหม

119
00:09:09,430 --> 00:09:09,718

120
00:09:09,761 --> 00:09:12,585
output ก็คือให้มันแสดง

121
00:09:14,990 --> 00:09:16,816
ก็คือ Display

122
00:09:18,820 --> 00:09:20,173
แสดงอะไร

123
00:09:22,820 --> 00:09:24,457
เครื่องหมายคำพูด

124
00:09:32,789 --> 00:09:33,181

125
00:10:08,042 --> 00:10:10,010
นี่คือของข้อ 2 นะ

126
00:10:10,051 --> 00:10:11,902
ทีนี้ข้อ

127
00:10:11,982 --> 00:10:12,623

128
00:10:13,051 --> 00:10:14,755
บวกเลข 1-10

129
00:10:14,634 --> 00:10:23,236
ให้นึกถึงจะบวกเลข 1-10

130
00:10:23,221 --> 00:10:23,846

131
00:10:24,240 --> 00:10:25,040

132
00:10:25,322 --> 00:10:27,255
เพราะฉะนั้นค่าเริ่มต้น

133
00:10:27,271 --> 00:10:28,685
เริ่มที่อะไรคะ

134
00:10:29,920 --> 00:10:30,778
ใช่ไหม

135
00:10:31,541 --> 00:10:35,826
แล้วบวกบวกอย่างไรใช่ไหมบวกเลข 1-10

136
00:10:39,179 --> 00:10:39,510

137
00:10:39,680 --> 00:10:40,536
input

138
00:10:40,399 --> 00:10:43,831
เหมือนจะเป็นอะไรกระบวนการในการบวก

139
00:10:43,699 --> 00:10:45,355
ควรเป็นอย่างไร

140
00:10:45,240 --> 00:10:47,142
decision มีไหม

141
00:10:48,041 --> 00:10:53,764
เพิ่งออกนะบางอย่างอาจจะมีแต่บางอย่างอาจจะไม่มีก็ได้

142
00:10:54,101 --> 00:10:55,134
ออกนะคะ

143
00:10:55,561 --> 00:11:05,561
เพราะอย่างเหมือนกรณีเลขคู่เลขคี่เนี่ยต้องมีอยู่แล้วเพื่อให้แยกออกมาได้ว่าอันไหนเป็นเลขคู่อันไหนเป็นเลขคี่นะคะ

144
00:11:06,083 --> 00:11:08,451
บวกเลข 1-10

145
00:11:08,559 --> 00:11:10,352
มีดิชั่นไหม

146
00:11:12,220 --> 00:11:12,997
นะคะ

147
00:11:13,319 --> 00:11:14,300
ต้องดู

148
00:11:15,520 --> 00:11:18,308
ต้องดู input แล้วก็ดูเอาพุธ

149
00:11:18,540 --> 00:11:22,534
ดึงออกนะเหมือนที่ตอนบอกทำอัลกอริทึมว่า

150
00:11:22,580 --> 00:11:27,404
สั่งให้ต้มไข่นี่เอาพูดออกมาเราต้องการได้อะไร

151
00:11:27,504 --> 00:11:29,242
หรือมันจะได้อะไร

152
00:11:30,410 --> 00:11:34,627
ลองมองไปที่ตัวอาวุธด้วยก็คือถ้ามองจาก

153
00:11:34,824 --> 00:11:37,266
input ไม่ออกให้ไปมองจอ

154
00:11:37,380 --> 00:11:40,441
จากด้านหลังย้อนกลับคืนมาไร่

155
00:11:40,580 --> 00:11:41,601
จาก output

156
00:11:41,701 --> 00:11:43,926
กลับคืนมาหาข้างหน้านะคะ

157
00:11:46,592 --> 00:11:48,287
วิธีคิดนะคะ

158
00:11:59,600 --> 00:12:01,435
หากเป็นภาษาไทยขอโทษ

159
00:12:17,520 --> 00:12:17,833

160
00:12:18,643 --> 00:12:22,521
input process this Section แล้วก็ output

161
00:12:22,420 --> 00:12:25,103
นะคะบอกแล้วว่าถ้านึกไม่ออก

162
00:12:25,220 --> 00:12:29,817
เริ่มจาก input ไม่ได้ต้องให้มองย้อนไปที่ output ก่อน

163
00:12:30,581 --> 00:12:33,452
สิ่งที่บวกเลข 1-10

164
00:12:33,499 --> 00:12:36,083
สิ่งที่ได้ออกมามันควรจะมีไหม

165
00:12:41,041 --> 00:12:41,747
นะคะ

166
00:12:43,082 --> 00:12:43,371

167
00:12:43,709 --> 00:12:46,562
ในทำนองเดียวกันเหมือนบอกเลขคู่

168
00:12:46,620 --> 00:12:52,324
เลขคี่สิ่งที่จะออกมาเป็นเลขคู่เลขคี่ได้เกิดจากอะไรนะคะ

169
00:12:52,371 --> 00:12:55,259
มันก็จะย้อนกลับไปหาต้นกำเนิดได้

170
00:13:21,700 --> 00:13:21,986

171
00:13:22,440 --> 00:13:23,770
ให้เวลา

172
00:13:23,800 --> 00:13:27,104
นาทีในการหา input process

173
00:13:27,120 --> 00:13:28,934
ดิฉันแล้วก็เอาฝุ่น

174
00:13:28,860 --> 00:13:29,562
นะคะ

175
00:13:43,380 --> 00:13:43,676

176
00:14:26,762 --> 00:14:27,145

177
00:14:41,181 --> 00:14:41,506

178
00:14:41,421 --> 00:14:43,387
เดี๋ยวถามอะตอม

179
00:14:53,301 --> 00:14:54,946
อะตอมเด้ออะตอม

180
00:14:55,581 --> 00:14:56,550
อะตอม

181
00:14:57,329 --> 00:14:59,549
มาให้บวกเลข 1-10

182
00:14:59,419 --> 00:14:59,870

183
00:14:59,896 --> 00:15:01,494
ปอมลองบวกซิ

184
00:15:01,822 --> 00:15:03,856
เลข 1 จนถึงเลข 40 น่ะ

185
00:15:03,741 --> 00:15:07,418
บวกแล้วได้อะไรลองบวกดู

186
00:15:09,026 --> 00:15:10,815
เดี๋ยวนี้เลยให้บวก

187
00:15:11,845 --> 00:15:12,278

188
00:15:12,581 --> 00:15:15,352
บอกไปนะคะบวกเลข 1 หมายถึง

189
00:15:17,379 --> 00:15:18,971
เข้าใจวิธีการบวกไหม

190
00:15:19,520 --> 00:15:22,203
1 + 2 + 3 + 4 + 5

191
00:15:22,085 --> 00:15:23,332
ไปเรื่อยๆใช่ไหมครับ

192
00:15:24,699 --> 00:15:25,608
ลองสิ

193
00:15:26,142 --> 00:15:26,819
ให้ลอง

194
00:15:30,641 --> 00:15:31,279
ให้ลอง

195
00:15:31,350 --> 00:15:33,074
ตามความเข้าใจของอะตอมก่อน

196
00:15:32,963 --> 00:15:39,859
อะตอมเข้าใจแบบไหน

197
00:15:40,175 --> 00:15:41,096
อ่อมน้องวัว

198
00:15:40,980 --> 00:15:42,334
เท่านั้นก่อน

199
00:15:56,240 --> 00:15:58,558
อย่างเดียวใช่ไหมครับไม่ใช่คุณใช่ไหมครับ

200
00:15:59,320 --> 00:16:00,599
อย่างนี้ผมอย่างเดียวลูก

201
00:16:01,250 --> 00:16:02,499
พรบ +

202
00:16:02,449 --> 00:16:03,139
เล่น

203
00:16:03,341 --> 00:16:03,985
1-10

204
00:16:04,410 --> 00:16:05,454
โจทย์ข้อ 4 ค่ะ

205
00:16:12,100 --> 00:16:12,350

206
00:16:18,220 --> 00:16:19,790
โอเคลองบวกดูซิ

207
00:16:19,680 --> 00:16:22,822
เข้าใจของอะตอมต้องบอกอย่างไร

208
00:16:23,210 --> 00:16:24,204
หมายเลขอย่างไร

209
00:16:30,541 --> 00:16:31,685
เขียนลงก็ได้

210
00:16:31,572 --> 00:16:35,010
นับมือจะจำได้ไหม

211
00:16:35,730 --> 00:16:36,818
ไปทีละตัว

212
00:16:39,401 --> 00:16:40,106
จะเห็น

213
00:16:40,590 --> 00:16:42,174
อ่านแล้วจะได้รู้ด้วยว่า

214
00:16:42,380 --> 00:16:45,039
ระบบครบใหม่ตั้งแต่ตัวเลขตัวที่ 1

215
00:16:44,883 --> 00:16:47,405
จนถึงตัวที่

216
00:16:46,491 --> 00:16:47,842

217
00:16:47,890 --> 00:16:48,876
ถ้ามันทับนี่

218
00:16:49,565 --> 00:16:51,433
อาจจะงง

219
00:16:50,905 --> 00:16:53,598
ถึงไหนแล้วนี่

220
00:16:52,440 --> 00:16:54,585
ถ้าเขียนก็จะเห็น

221
00:16:54,320 --> 00:16:54,729

222
00:16:58,410 --> 00:16:59,762
แต่ถ้าเราเขียนลงไป

223
00:16:59,932 --> 00:17:01,389
ลงไปแล้วก็จะรู้นะ

224
00:17:02,981 --> 00:17:04,366
สงสัยเล็ก 1 ไปแล้ว

225
00:17:04,581 --> 00:17:05,917
Sleep 2 พยางค์

226
00:17:06,109 --> 00:17:07,584
3 พยางค์

227
00:17:53,161 --> 00:17:53,391

228
00:17:53,294 --> 00:18:03,294

229
00:18:13,060 --> 00:18:14,701
ครับรวมกันได้ 40 ครับ

230
00:18:18,522 --> 00:18:19,468
ไหนขอดูสิ

231
00:18:19,712 --> 00:18:20,379
ขอดู

232
00:18:20,850 --> 00:18:22,057
เขียนใส่ในไหนไว้

233
00:18:22,243 --> 00:18:23,225
ใส่ในกระดาษ

234
00:18:37,219 --> 00:18:38,138
ถูกหรือผิดครับ

235
00:18:49,573 --> 00:18:50,532
เขียน

236
00:18:51,801 --> 00:18:52,663
ให้อะตอม

237
00:18:53,385 --> 00:18:54,293
ขอดู

238
00:18:54,450 --> 00:18:56,720
พี่ขอดูอะตอมเขียน

239
00:19:00,980 --> 00:19:01,273

240
00:19:04,289 --> 00:19:04,868

241
00:19:07,242 --> 00:19:08,450
ที่เห็นชัดไหม

242
00:19:08,661 --> 00:19:09,771
ที่รักไม่ชัดไหม

243
00:19:10,060 --> 00:19:10,695

244
00:19:10,580 --> 00:19:11,974

245
00:19:12,362 --> 00:19:12,846
แล้ว

246
00:19:12,950 --> 00:19:14,062
ธนาคารคืออะไร

247
00:19:14,980 --> 00:19:15,748
เขาบวก

248
00:19:15,770 --> 00:19:17,939
ลงไปอย่างนี้หรือเขาบอกมาข้างๆ

249
00:19:17,970 --> 00:19:19,206
อาจารย์ต้องงงเหมือนกัน

250
00:19:22,181 --> 00:19:23,922
หลวงปู่ฝั้นข้างหรือลูก

251
00:19:30,981 --> 00:19:33,009
ทำไมมันมีเลขข้างๆด้วย

252
00:19:38,650 --> 00:19:43,744
ไม่แน่ใจว่าเป็นตัวเลข 1 แล้วก็ข้างๆอาจจะเป็นตัวเลขผลลัพธ์แล้วค่อยมา

253
00:19:43,740 --> 00:19:45,291
บวกเลขต่อไปแล้วเป็นเลข

254
00:19:45,341 --> 00:19:45,769

255
00:19:45,861 --> 00:19:47,322
ระบบเลขตรงไปเรื่อยๆ

256
00:19:47,721 --> 00:19:48,739
ไม่ใช่ไม่ใช่

257
00:19:48,630 --> 00:19:49,714

258
00:19:50,382 --> 00:19:51,100
ดูนะคะ

259
00:19:50,979 --> 00:19:53,131
อะตอมเขียวเล็ก 1

260
00:19:53,420 --> 00:19:54,463
เล็ก 1

261
00:19:55,822 --> 00:19:56,587
เล็ก 1

262
00:19:57,429 --> 00:19:59,014
แล้วก็ตามด้วยเครื่องหมายบวก

263
00:20:06,421 --> 00:20:06,861

264
00:20:06,760 --> 00:20:09,572
บวกอะไรคะ

265
00:20:09,850 --> 00:20:11,666
เลขที่ต่อจากเลข 1 ก็คือเลข

266
00:20:11,862 --> 00:20:13,006
2 ใช่ไหม

267
00:20:18,151 --> 00:20:20,081
ไม่ใช่ 1 + 1 ใช่ไหมคะ

268
00:20:19,955 --> 00:20:22,304

269
00:20:22,423 --> 00:20:23,985
เป็นห่วง 2 ใช่ไหมครับ

270
00:20:23,839 --> 00:20:25,594
บวกเลข 1-10

271
00:20:26,150 --> 00:20:28,150
ไอ้ตัวแรกเริ่มที่ 1 ใช่ไหมลูก

272
00:20:31,341 --> 00:20:32,065
เพราะฉะนั้น

273
00:20:31,959 --> 00:20:34,241
อยู่ที่บวกถัดไปคือเลข

274
00:20:34,560 --> 00:20:35,248
2

275
00:20:35,900 --> 00:20:36,818
ถูกไหมคะ

276
00:20:37,385 --> 00:20:38,224
บอกว่า

277
00:20:38,520 --> 00:20:39,408
บวกเลข 1

278
00:20:39,460 --> 00:20:40,675
เริ่มที่เลข 1

279
00:20:42,179 --> 00:20:44,725
ฉะนั้น 1 วันจะไม่ไปบวกเลข 1

280
00:20:45,465 --> 00:20:46,479
ทางถูกไหม

281
00:20:52,625 --> 00:20:53,434
นึกออกนะ

282
00:20:54,150 --> 00:20:55,489
เริ่มจะไหลไปเรื่อยๆ

283
00:20:55,790 --> 00:20:57,453
1 + 2 + 3

284
00:20:57,580 --> 00:20:58,704
วันที่ 3 ตอนแรก

285
00:21:00,361 --> 00:21:01,680
ลองบวกใหม่สิ

286
00:21:06,685 --> 00:21:08,168
ลองบวกใหม่ลองบอกใหม่

287
00:21:10,606 --> 00:21:11,970
ok ครับเข้าใจแล้วครับ

288
00:21:14,320 --> 00:21:15,787
ต้องให้ลองก่อน

289
00:21:16,017 --> 00:21:16,760
จะได้รู้

290
00:21:16,950 --> 00:21:18,983
ผิดลองผิดลองถูกแล้วจะรู้ว่า

291
00:21:19,265 --> 00:21:20,904
อ๋อมันควรจะเป็นอย่างนี้

292
00:21:21,340 --> 00:21:21,844

293
00:21:23,522 --> 00:21:25,199
คนอื่นก็ลองบวกดู

294
00:21:25,443 --> 00:21:26,831
ลองบอกดูนะคะ

295
00:21:32,399 --> 00:21:33,184
ฉะนั้น

296
00:21:33,061 --> 00:21:35,080
น่าจะรู้แล้วใช่ไหม

297
00:21:35,499 --> 00:21:36,419
ข้อที่ 4

298
00:21:37,160 --> 00:21:38,948
กูจะต้องเป็นอะไรเท่านั้น

299
00:21:40,579 --> 00:21:41,694
ใช่

300
00:21:42,065 --> 00:21:43,583
ใช่ไหมพอเราบอกว่า

301
00:21:43,911 --> 00:21:46,469
เราจะบวกเลขเริ่มจาก 1 ใช่ไหมคะ

302
00:21:47,350 --> 00:21:49,069
ที่จะรับเข้าไปต้องเป็น

303
00:21:49,187 --> 00:21:50,163
หนึ่งเท่านั้น

304
00:21:53,099 --> 00:21:54,200
มันจะไม่เหมือน

305
00:21:54,640 --> 00:21:56,145
มันจะไม่เหมือนข้อที่ 2

306
00:21:56,299 --> 00:21:58,145
คนที่สองคือเราต้องการหา

307
00:21:58,721 --> 00:22:00,010
คู่ Galaxy

308
00:22:00,334 --> 00:22:01,046

309
00:22:02,019 --> 00:22:04,125
แม่เลยใช้ Number เฉยๆเพราะ

310
00:22:04,321 --> 00:22:06,184
ไม่รู้ยังไม่ได้ระบุตัวเลข

311
00:22:06,363 --> 00:22:07,085
ส่งไป

312
00:22:07,680 --> 00:22:09,685
ไม่จำเป็นต้องระบุเลขใช่ไหมคะ

313
00:22:10,424 --> 00:22:11,047
ใช่ไหม

314
00:22:11,330 --> 00:22:11,936
ก็คือ

315
00:22:13,045 --> 00:22:15,661
ก็คือเป็นการรับค่าตัวเลขเฉยๆ

316
00:22:15,719 --> 00:22:17,095
แต่เขาจะป้อนตัวเลข

317
00:22:17,130 --> 00:22:18,505
อะไรลงไปก็แล้วแต่

318
00:22:19,640 --> 00:22:20,540
บอกนะคะ

319
00:22:21,590 --> 00:22:22,183
สมมุติ

320
00:22:23,489 --> 00:22:25,594
สายเหล็ก 50 ลงไปอย่างนี้

321
00:22:25,379 --> 00:22:26,952
ถูกไหม

322
00:22:27,900 --> 00:22:29,342
เอาซองไปหา

323
00:22:29,390 --> 00:22:30,321
ทำอาหารแล้ว

324
00:22:30,789 --> 00:22:31,773
ลงตัว

325
00:22:32,086 --> 00:22:32,815
ใช่ไหมคะ

326
00:22:33,419 --> 00:22:36,399
มันก็จะต้องแสดงผลลัพธ์ออกมาว่าเป็นเลข

327
00:22:36,566 --> 00:22:37,146

328
00:22:37,793 --> 00:22:38,385
คู่

329
00:22:39,087 --> 00:22:40,428
แต่ถ้าเมื่อใดที่

330
00:22:40,702 --> 00:22:42,110
เลขที่เราก็ลงไป

331
00:22:42,140 --> 00:22:43,285
โดย 2

332
00:22:43,151 --> 00:22:44,317
ไม่ลงตัว

333
00:22:45,511 --> 00:22:46,582
มันจะแสดงผลลัพธ์

334
00:22:46,680 --> 00:22:47,500

335
00:22:47,350 --> 00:22:49,181
เพราะฉะนั้น

336
00:22:50,445 --> 00:22:52,001
เมื่อป้อนผลลัพธ์ 1

337
00:22:51,860 --> 00:22:53,405
แล้วทำอะไร

338
00:22:53,621 --> 00:22:54,436
ไม่ถึง 10

339
00:22:54,825 --> 00:22:56,576
พูดออกมามันจะต้องเป็นอะไร

340
00:22:56,450 --> 00:22:57,257
ราคา

341
00:22:57,159 --> 00:23:07,159

342
00:23:32,830 --> 00:23:33,838
อะตอมรวม

343
00:23:33,860 --> 00:23:34,807
เสร็จหรือยัง

344
00:23:35,021 --> 00:23:35,915
เสร็จหรือยัง

345
00:23:41,459 --> 00:23:42,812
ได้เท่าไหร่ได้เท่าไหร่

346
00:23:49,083 --> 00:23:49,407

347
00:23:49,202 --> 00:23:51,171
ที่ 1 + 10 นะครับ

348
00:23:57,311 --> 00:23:57,614

349
00:23:57,667 --> 00:23:57,966

350
00:23:57,900 --> 00:23:58,825
55 ครับ

351
00:23:58,912 --> 00:23:59,581
ใช่ไหมครับ

352
00:23:59,931 --> 00:24:00,760
ใช่ๆ

353
00:24:01,145 --> 00:24:01,859
ถูกต้อง

354
00:24:06,299 --> 00:24:06,983
ปีนี้

355
00:24:07,539 --> 00:24:08,627
คือ

356
00:24:08,520 --> 00:24:10,040
ดูผลลัพธ์แล้ว

357
00:24:10,147 --> 00:24:12,117
พวงครามจัดออกมา 55

358
00:24:12,540 --> 00:24:13,160

359
00:24:13,050 --> 00:24:15,677
อะตอมต้องมาดูที่โปรเซสใช่ไหมคะ

360
00:24:16,240 --> 00:24:17,237
วิธีการบวก

361
00:24:18,260 --> 00:24:19,245
การบวกอย่างไร

362
00:24:19,781 --> 00:24:20,530
ไม่ออกนะ

363
00:24:23,991 --> 00:24:25,603
ก็คือโปรเซสใช้อะไร

364
00:24:25,458 --> 00:24:27,941
ตั้งปลุกเสกใช่ไหมคะ

365
00:24:31,790 --> 00:24:32,094

366
00:24:31,979 --> 00:24:34,028
พูดเริ่มจากที่

367
00:24:34,291 --> 00:24:34,893
อะไร

368
00:24:35,670 --> 00:24:36,369
เพิ่งออกนะ

369
00:24:36,739 --> 00:24:37,451
เมื่อกี้

370
00:24:37,791 --> 00:24:39,863
ก็คือถ้ามันจะเป็น 55 ได้

371
00:24:40,121 --> 00:24:41,457
มีอะไรก็คือ

372
00:24:41,863 --> 00:24:42,777
เลขที่เรา

373
00:24:42,619 --> 00:24:45,698
พูดมันก็จะต้องเป็นเลข 1

374
00:24:47,460 --> 00:24:48,560
เริ่มที่ 1 แล้ว

375
00:24:49,089 --> 00:24:50,897
สังเกตว่าวิธีการบวก

376
00:24:50,962 --> 00:24:51,705

377
00:24:51,739 --> 00:24:52,767
1 + 1

378
00:24:52,931 --> 00:24:53,540
ถูกไหม

379
00:24:54,744 --> 00:24:55,558
ถูกไหมคะ

380
00:24:55,985 --> 00:24:57,292
บวกเลขป 1

381
00:24:57,470 --> 00:24:58,474
Maxxis

382
00:24:59,101 --> 00:24:59,640

383
00:24:59,780 --> 00:25:01,847
จะกลายเป็น 1 + 2

384
00:25:01,975 --> 00:25:02,632
ใช่ไหมคะ

385
00:25:03,121 --> 00:25:04,858
เสร็จแล้วก็ไม่บอก 3 ต่อ

386
00:25:04,719 --> 00:25:05,705
ใช่ไหม

387
00:25:06,860 --> 00:25:09,069
+ 4 + 5 ไปเรื่อยๆ

388
00:25:10,369 --> 00:25:11,555
ไม่ใช่เป็น

389
00:25:11,611 --> 00:25:12,379
1 + 1

390
00:25:13,420 --> 00:25:14,237

391
00:25:14,631 --> 00:25:15,603
ตั้งปลุก 8:00 น

392
00:25:16,039 --> 00:25:16,733

393
00:25:16,890 --> 00:25:17,985
เป็น + 3

394
00:25:18,392 --> 00:25:19,578
ไม่ใช่นะคะ

395
00:25:20,204 --> 00:25:21,983
คือกระบวนการในการ

396
00:25:22,221 --> 00:25:23,580
กำหนดให้มันปลุกเสก

397
00:25:23,701 --> 00:25:24,398
อย่างไร

398
00:25:24,582 --> 00:25:25,129

399
00:25:25,019 --> 00:25:32,055
OK

400
00:25:31,862 --> 00:25:33,345

401
00:25:33,380 --> 00:25:34,351
ลองเขียน

402
00:25:34,529 --> 00:25:36,223
ลงไปในตารางให้ดูสิ

403
00:25:36,091 --> 00:25:37,757
กลัวตัวเองจะได้

404
00:25:37,761 --> 00:25:38,932
อะไรออกมา

405
00:25:38,811 --> 00:25:40,660
แล้วจะให้ทุกคนโชว์

406
00:25:40,642 --> 00:25:41,397
โดยการ

407
00:25:41,945 --> 00:25:44,266
ดูราคาแต่ละเครื่องจะมีหน้าจอ

408
00:25:45,270 --> 00:25:45,560

409
00:25:45,749 --> 00:25:47,529
ที่รักมาคุยกับเราได้

410
00:25:47,334 --> 00:25:48,701
เราจะหัน

411
00:25:48,821 --> 00:25:50,168
งานของเราที่เขียนนี่

412
00:25:50,334 --> 00:25:51,172
ไปก็ไป

413
00:26:44,060 --> 00:26:44,325

414
00:27:04,300 --> 00:27:04,631

415
00:27:05,090 --> 00:27:05,835
อาจารย์ครับ

416
00:27:06,121 --> 00:27:07,508
น้อยแต่มีเรื่องสงสัย

417
00:27:13,920 --> 00:27:14,977
ถามได้เลย

418
00:27:15,271 --> 00:27:16,845
สงสัยว่าข้อไหนเอ่ย

419
00:27:23,439 --> 00:27:27,096
ก็คือว่าถ้าเกิดสมมุติว่าหัวข้อที่ 4 ที่บวกเลข 1-10 นะครับ

420
00:27:27,206 --> 00:27:27,883
ก็คือ

421
00:27:27,770 --> 00:27:29,769
ทำใส่ตาราง

422
00:27:29,820 --> 00:27:32,067
ทำตารางใส่เลขมาใช่ไหมคะ

423
00:27:32,821 --> 00:27:33,597
ไม่ได้ใส่เลข

424
00:27:34,060 --> 00:27:35,231
ในตารางเห็นไหมคะ

425
00:27:35,539 --> 00:27:37,034
จะมีช่องที่ 1 บอกว่า

426
00:27:37,320 --> 00:27:38,298
อะไรคือ input

427
00:27:42,601 --> 00:27:43,167

428
00:27:43,482 --> 00:27:45,837
ต้องบอกให้ได้ว่าอะไรคือ input

429
00:27:45,659 --> 00:27:47,540
พูดของเราคืออะไร

430
00:27:48,860 --> 00:27:50,778
หลงเสน่ห์ของเราคืออะไร

431
00:27:51,950 --> 00:27:53,437
อาวุธในก็คือผลลัพธ์

432
00:27:53,700 --> 00:27:54,327
เมื่อกี้

433
00:27:54,580 --> 00:27:55,850
อะตอมรวมแล้ว

434
00:27:55,910 --> 00:27:56,644
หมายเลขโทรกลับ

435
00:27:56,509 --> 00:27:57,218
เท่าไหร่

436
00:27:57,960 --> 00:27:59,259
55 ใช่ไหม

437
00:28:00,379 --> 00:28:02,591
55 มันก็คือผลบวกของ

438
00:28:02,459 --> 00:28:03,211
ตัวเลข

439
00:28:04,440 --> 00:28:05,226
1-10

440
00:28:05,649 --> 00:28:06,543
นั่นใช่ไหม

441
00:28:11,539 --> 00:28:12,375
ครับใช่ครับ

442
00:28:12,889 --> 00:28:13,365

443
00:28:13,600 --> 00:28:14,342
ดูนะคะ

444
00:28:15,140 --> 00:28:17,024
อธิบายตัวอย่างบทตาราง

445
00:28:18,041 --> 00:28:19,171
ที่อยู่ในสไลด์นี้

446
00:28:20,040 --> 00:28:21,540
มันมาจากข้อที่ 2

447
00:28:22,200 --> 00:28:24,589
ข้อที่ 2 ให้หาเลขคู่เลขคี่

448
00:28:26,541 --> 00:28:27,188
เพราะฉะนั้น

449
00:28:27,081 --> 00:28:28,362
เลยกำหนด input

450
00:28:28,400 --> 00:28:29,115
ตัวเลข

451
00:28:28,981 --> 00:28:32,130
ซึ่งไม่ได้ระบุว่าเป็นเลขอะไร

452
00:28:31,960 --> 00:28:33,519
ออกนะ

453
00:28:34,307 --> 00:28:35,017
ฉะนั้น

454
00:28:35,210 --> 00:28:37,926
วุฒิเครื่องจะเข้าไปเป็นตัวเลข

455
00:28:38,500 --> 00:28:38,986

456
00:28:40,251 --> 00:28:41,907
โปรเซสของมันก็คือ

457
00:28:43,431 --> 00:28:44,900
อธิบายไปแล้วว่า

458
00:28:45,265 --> 00:28:46,640
การที่เราจะรู้ว่า

459
00:28:46,673 --> 00:28:48,009
เลขใดเป็นเลขคู่

460
00:28:48,350 --> 00:28:48,876
Siri

461
00:28:49,060 --> 00:28:50,376
เลขดับลิขิต

462
00:28:50,710 --> 00:28:52,336
ก็ต่อเมื่อเลขตัวนั้น

463
00:28:52,860 --> 00:28:54,195
มันโดนหักด้วย

464
00:28:54,260 --> 00:28:54,961
2

465
00:28:55,121 --> 00:28:55,862
ใช่ไหมคะ

466
00:28:56,820 --> 00:28:58,027
ส่องแล้วทหาร

467
00:28:57,890 --> 00:28:58,987

468
00:28:59,247 --> 00:29:00,469
ทหารที่ 2 แล้ว

469
00:29:00,700 --> 00:29:01,478
ไม่มีเศษ

470
00:29:02,060 --> 00:29:02,590

471
00:29:03,421 --> 00:29:04,858
มันจะแสดงผลลัพธ์

472
00:29:05,140 --> 00:29:05,664

473
00:29:06,382 --> 00:29:07,133
เลขคู่

474
00:29:07,189 --> 00:29:08,175
แสดงว่า

475
00:29:08,625 --> 00:29:09,773
เลขนั้นเป็นเลขคู่

476
00:29:10,955 --> 00:29:11,997
แต่ถ้าเมื่อใด

477
00:29:13,624 --> 00:29:14,673
ขอโทษตลก

478
00:29:14,525 --> 00:29:16,928
แคปชั่นเล่นเกมหมด

479
00:29:17,230 --> 00:29:18,368
เขียนตอบเอง

480
00:29:18,835 --> 00:29:20,887
ละไว้ในฐานที่เข้าใจไม่ออกนะ

481
00:29:21,556 --> 00:29:22,408
ตัวเองก็ต้อง

482
00:29:22,941 --> 00:29:23,824
มาดูว่า

483
00:29:23,940 --> 00:29:24,520
ถ้า

484
00:29:24,400 --> 00:29:26,010
เลขที่ 2 แล้ว

485
00:29:26,334 --> 00:29:27,557
ต้องมีแล้วต่อ

486
00:29:27,726 --> 00:29:28,431
ไม่หรอกนะ

487
00:29:29,074 --> 00:29:29,680
แล้ว

488
00:29:29,806 --> 00:29:30,507
ไม่มีเศษ

489
00:29:30,395 --> 00:29:32,306
ขอแสดง

490
00:29:32,845 --> 00:29:33,743
เป็นไข

491
00:29:34,310 --> 00:29:36,221
แสดงคำว่า

492
00:29:36,269 --> 00:29:37,050
เลขคู่

493
00:29:38,210 --> 00:29:39,607
แต่ถ้าหารแล้ว

494
00:29:39,925 --> 00:29:40,857
พิเศษ

495
00:29:40,961 --> 00:29:41,952
นักแสดง

496
00:29:42,459 --> 00:29:43,274
ขี้

497
00:29:43,381 --> 00:29:43,925

498
00:29:48,504 --> 00:29:49,296
ฉะนั้น

499
00:29:49,940 --> 00:29:51,645
โปรเซสของข้อที่ 4

500
00:29:51,519 --> 00:29:53,759
คิดหัวข้อที่ 4 คือ

501
00:29:55,469 --> 00:29:56,633
เอาให้บวกเลข

502
00:29:56,496 --> 00:29:58,180

503
00:29:58,061 --> 00:29:59,377
ใช่ไหม

504
00:29:59,863 --> 00:30:00,452
ถึงสิ

505
00:30:01,235 --> 00:30:02,226
input

506
00:30:02,375 --> 00:30:04,218
วันนี้ตัวอื่นไม่พ้นนอกจาก

507
00:30:04,895 --> 00:30:05,803
หนึ่งเท่านั้น

508
00:30:05,904 --> 00:30:06,623
ใช่ไหมคะ

509
00:30:07,665 --> 00:30:08,748
chorus 1

